(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 60 : 37 : 5944

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 234 ครั้ง
    16 พ.ค. 62




 

 

Title: 5944

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin ) 

Genre: Alternative Universe!Thai, Fluff, Drama 

Rate: PG

Word: Total: 13,177

Note: Edinburgh > 5,499 mi > Bangkok

 

-

 

เจนภพ>จีมิน

พันไมล์>ยุนกิ

จอมทัพ>โฮซอก

จิณณภัทร>ซอกจิน

ณัฐนนท์>นัมจุน

ธีรดล>แทฮยอง

เจตนิพัทธ์>จองกุก

เดือนเมฆ>มินฮยอน

 

 

         “แล้วสรุปคิดออกหรือยังละ ว่าลืมอะไรเอาไว้”


ยี่หวายังบินออกนอกอาณาเขตสก็อตแลนด์ไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงด้วยซ้ำตอนที่เจนภพค้นพบกล่องใบเล็กในถุงสีขาวผูกโบว์สีชมพูอ่อนวางอยู่ตรงซอกหัวเตียงของเขา เจนภพในวัยยี่สิบสองใช้นิ้วก้อยเพียงนิ้วเดียวห้อยเจ้าถุงนั้น กระดิกนิ้วนิดหน่อยมันก็ลู่ไปตามแรงสั่น

        

           “ตายแล้ว จะทำยังไงดีละเจน มีเวลาเหลืออีกไม่ถึงสองอาทิตย์ด้วยซ้ำ ชิปปิ้งแบบด่วนทันมั้ย”


         “เธอจะบ้าเหรอ ชิปแพนโดร่าจะรอดถึงกรุงเทพมั้ยนั่น”


         ยี่หวาแวะมาเที่ยวเอดินเบอระเพียงช่วงเวลาสั้นๆช่วงต้นฤดูร้อน สำหรับสายช้อปปิ้งอย่างเธอที่นี่อาจจะไม่หวือหวาเท่าลอนดอนหรือกลาสโกลว์แต่ก็พอจะทำให้เธอปิ๊งรักกับเครื่องประดับแบรนด์ดังหลังจากคิดแล้วคิดอีกว่าจะหาของขวัญอะไรให้กับแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบหากันได้สองปี


         “แต่ฉันอยากให้มันกับอา— พี่จอมจริงๆนะเจน พวกเราอุตส่าห์เลือกกันตั้งนาน”


         ใช่ นานมาก นานพอจะทำให้ผู้ชายอย่างเขาที่ปกติแล้วก็ชอบดูพวกของสวยๆงามๆอยู่บ้างถึงกับต้องถามหาเก้าอี้ ซึ่งไม่มีแน่นอน เจนภพจำได้ดีว่าเขาตาพร่าเลยตอนที่เดินออกมาจากร้านเครื่องประดับนั่น


         ของจริงที่บ้านก็มีเยอะแยะไม่ใส่เขาหมายถึงบรรดาเครื่องเพชรทั้งหลายที่คุณหญิงแม่ของยี่หวาชอบตื๊อให้เธอใส่เวลาไปงาน ยี่หวาน่ะไม่ชอบใส่อะไรแบบนั้นเพราะรู้สึกว่ามันรก แต่ถ้าให้พูดถึงแพนโดร่าแล้วละก็ ชาร์มกี่สิบอันก็ว่ามาเถอะ เปย์ไหว!


         “มีเพื่อนคนไทยจะมารึเปล่าละ หรือจะให้เราเอาไปรีฟันด์เงินคืนแล้วเธอไปซื้อใหม่ที่กรุงเทพ”


         “แต่อันนั้นมันไม่มีชาร์มของอังกฤษนี่!” ยี่หวาหมายถึงชาร์มพิเศษที่เป็นซิกเนเจอร์ของประเทศนั้นๆ และแน่นอนว่ามันไม่มีขายที่ไทยแน่นอน


         “เธอก็ให้แบบไม่มีไปก่อน แล้วค่อยแอบๆเอาไปใส่ทีหลังได้มั้ย”


         “ทุเรศ นายเห็นพี่จอมโง่มากรึไงยะ”


         “เอ้า ก็เผื่อฟลุ๊คไง อาจอมไม่รู้หรอก”


         “ฮือ ไม่ได้หรอก นายก็รู้ว่าพี่จอมขอฉันเป็นแฟนตอนที่เราอยู่ลอนดอน ยังไงก็… เอ๊ะ เดี๋ยวนะ เหมือนจะรู้จักคนนึงที่จะไปอังกฤษเร็วๆนี้เลย”


         เจนภพเลิกคิ้ว “มีด้วยเหรอ ก่อนวันครบรอบมั้ย?”


         “ถามแป๊บ” เขาได้ยินเสียงพิมพ์ต๊อกแต๊ก ก่อนที่ยี่หวาจะตอบกลับ “โทรดีกว่า เดี๋ยวฉันโทรไปใหม่นะเจน”


         “อือๆ ขอให้มีคนมาละ ขี้เกียจไปรีฟันด์ที่ร้านอ่ะ”


         ไม่ถึงสามชั่วโมงต่อมา ยี่หวาก็ส่งข้อความมาหาเขาว่ามีคนจะมารับของให้แล้วสัปดาห์หน้า ขอให้เจนภพเตรียมตัวไว้ได้เลย


         เขาส่ายหัวเบาๆก่อนจะหันกลับไปมองที่หน้าจอคอมอันว่างเปล่า


         ค่อยนัดหมายอีกทีก็แล้วกัน อีกสองสามวันเขาต้องรีบไปพบแอดไวเซอร์ ทำเค้าโครงวิทยานิพนธ์ให้ละเอียดหน่อยน่าจะดีกว่า




 

         วันเสาร์ถัดมาอากาศดีอย่างไม่น่าเชื่อจนแทบไม่ต้องใส่เสื้อโค้ทที่สวมออกมาด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพาดมันไว้ที่แขน เพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างจะแปรปรวน แถมยังมีลมเพราะอยู่ติดทะเลอีกต่างหาก


         เรามาถึงร้านแล้วนะยี่หวา เธอแชร์โลเคชั่นให้คนนั้นแล้วหรือยัง’ เขาพิมพ์ข้อความส่งไปหาเพื่อนสนิทที่สัญญาว่าจะแสตนบายด์อยู่ด้วย ส่วนสถานที่นัดพบก็ไม่ใช่ที่ไหนแต่เป็นคาเฟ่เล็กๆในตัวเมืองที่ค่อนข้างเป็นที่นิยม แต่เพราะวันนี้เป็นวันธรรมดาที่คนไปทำงานแถมยังไม่เข้าช่วงไฮซีซั่นก็เลยไม่ต้องรอ


         เรียบร้อยแล้ว พี่เขาบอกกำลังไป


         เจนภพพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะถามหาโต๊ะสำหรับสองคนในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว เงยหน้ามองเมนูประจำวันก็ตัดสินใจสั่งน้ำสมูทตี้เพื่อสุขภาพกับอะโวคาโดโทสต์เพิ่มเบค่อนทอดกรอบซึ่งเป็นเมนูประจำของตัวเอง


         รอเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงกระดิ่งที่ประตูร้าน แต่เจนภพไม่ได้สนใจอะไรนอกจากสมาร์ทโฟนในมือตัวเองจนกระทั่งได้ยินเสียงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตัวเองเลื่อนออกนั่นละ


         “เอ้า พี่มาแล้วเหรอครับ… เชิญ”


         ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครเป็นแขกของเขาในวันนี้ ก่อนจะสบถร้อยคำหยาบคาบในใจ


ยี่หวานะยี่หวา

 




ครั้งสุดท้ายที่เจอพันไมล์ ก็น่าจะเมื่อสามเดือนที่แล้วละมั้งที่ลอนดอน กับคนคนนี้ ในบรรดาเพื่อนสนิทต่างก็รู้ว่า พันไมล์’ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นคำต้องห้ามที่ทุกคนในกลุ่มรู้ว่าไม่ควรจะเอ่ยขึ้นมาให้ไอ้เจนได้ยินถ้าไม่อยากให้เจนภพเมาเป็นหมา ผู้ชายคนนั้นผ่านเข้ามา และได้ผ่านเลยไปจากชีวิตของเจนภพแล้ว และนับจากวันนั้นมันก็ปิดทุกโอกาส เหมือนประตูบานหนึ่งซึ่งปิดตายจากภายในโดยที่ใครก็ตามไม่สามารถเปิดมันได้อีกด้วยเพราะเหตุผลสั้นๆเพียงคำเดียวคำว่ารอ


ตอนแรกเจนภพสาบานว่าเขาไม่ได้รอ แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น ใจของเขาเองก็เหมือนจะทำให้สงบนิ่งไม่ได้อีกต่อไป

         

           สำหรับทั้งเดือนเมฆและเจตนิพัทธ์ ใจหนึ่งก็อยากให้เจนภพได้เจอคนใหม่ๆ ใครก็ตามที่ดีกว่า เจนภพไม่ใช่คนขี้ริ้ว โปรไฟล์ก็สามารถใช้คำว่า เริ่ด’ ได้ แต่ก็นั่นละ คนเราทุกคนย่อมมีข้อเสีย และข้อเสียที่ว่าของเจนภพคือเขาเป็นคนที่เมื่อปักใจกับอะไรแล้วก็ยากที่จะมูฟออนจากสิ่งนั้น

         

            รวมถึงความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างตนกับพันไมล์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่พวกเขาทั้งคู่ยังเป็นเด็กหนุ่มวู่วามและด้อยประสบการณ์เกินกว่าที่จะรู้ว่ารักคืออะไร จนถึงตอนนี้ที่ดูเหมือนว่ามันน่าจะปวดหัวกว่าเมื่อก่อนอีก เจนภพหลอกตัวเองได้หลายปีว่ามันจะไม่เป็นไร จนกระทั่งตอนที่มองสบดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น เขาถึงยอมรับได้ในที่สุดว่าตัวเองไม่เคยมูฟออนจากพันไมล์ได้เลย


เขาควรจะโกรธอีกฝ่าย แต่ที่เจนภพโกรธกลับเป็นตัวเอง โกรธที่เขาไม่เคยโทษอีกฝ่ายเลย



 

         “สบายดีนะเจน” อาไมล์วางเสื้อโค้ทสีเทาเข้มพาดกับเก้าอี้อีกตัวด้านข้างซึ่งไม่มีใครจับจองก่อนจะนั่งลง เส้นผมสีสว่างที่เขาเคยเห็นว่าอีกฝ่ายชอบทำสีจัดๆเหมือนพวกวัยรุ่นก็ไม่มีแล้ว เหลือเพียงผมสีดำธรรมดา ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยก็คงจะมีผิวขาวๆของเจ้าตัวนั่นละที่ดูเหมือนจะซีดกว่าเดิม


         “อาพันไมล์มาได้ไงครับ” 


         “ก็มียัยหนูคนหนึ่งโทรไปโวยวาย ถามอาว่ามีเพื่อนคนไหนมีไฟลท์บินมาลงที่นี่มั้ย อาเห็นว่ามีคนขายอยู่ในเพจก็เลยซื้อมา”


         ขี้เอาใจเก่งที่หนึ่งนักละ อาไมล์ของพวกเขาน่ะ


         “ยี่หวานะยี่หวา ไม่เห็นบอกกันบ้างเลยว่าอาไมล์จะมา”


         “ทำไมละ ถ้ายี่หวาบอก…. เจนจะไม่ออกมาพบอาเลยเหรอ” ดวงตาคู่นั้นอยู่ดีๆก็เหมือนกับคล้ายว่าจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม อาไมล์น่ะรู้ดีตลอดว่าเจนภพแพ้สายตาแบบนี้


         “เจน… คืออา”


         เขาสูดลมหายใจเข้าลึก นายทำได้ เจน นายทำได้เจนภพ


         “ใครว่า ถ้ารู้ว่าคนที่มาเป็นอาพันไมล์ เจนจะเลือกร้านที่แพงๆกว่านี้ต่างหาก อาจะได้เลี้ยงเจนไง”


         เก่งมากเจนภพ ทำตัวได้ปกติสุดๆไปเลย


         กลายเป็นพันไมล์ที่หัวเราะ


         “งั้นเย็นนี้เราไปไฟน์ไดนิ่งกันมั้ยละ อาไม่มีแพลนอะไรแค่อาจจะกลับดึกมากไม่ได้ แต่ให้เจนเป็นคนเลือกร้านเลยนะ เพราะอาไม่เคยมาลงนี่เลย”


         ก็เหมือนกับทุ่มหินลงเท้าตัวเองนั่นละ เจนภพ


         ให้เขาอยู่กับอาไมล์จนกว่าจะจบไฟน์ไดนิ่งนะเหรอ ให้เขาตายดีกว่า


         “หึ งั้นอย่าหาว่าเจนไม่เตือนแล้วกันนะ เจนจะเอาให้อาหมดตัวไปเลย”


         “อาไม่หมดตัวง่ายๆหรอก เจนอยากจะเปิดไวน์สักกี่ขวดก็เอาถ้าไหว”


         แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าเปิดไวน์เลย พวกเขาทำได้แค่สั่งน้ำเปล่ามามองหน้ากัน แล้วยิ้มแห้งเท่านั้นเอง



 

         อาพันไมล์หรือไอ้ไมล์ในความทรงจำของเจนภพเป็นวัยรุ่นช่างแต่งตัวคนหนึ่งที่ชอบกลับมาบ้านกับอาจอมบ่อยๆ ถึงจะอายุห่างกันไม่มาก แต่เพราะอายุระหว่างแม่ของเขาที่เป็นลูกสาวคนโตซึ่งแต่งงานมีครอบครัวค่อนข้างเร็วกับอาจอมที่เป็นลูกชายคนเล็กนั้นค่อนข้างมีระยะห่างอยู่มาก ทำให้เมื่อตอนที่เจนภพเกิดมา เขาก็เหมือนว่าจะได้พี่ชายคนโตมาอีกคนทั้งที่เป็นหลานคนแรกของตระกูล


         พ่อของเขาค่อนข้างยุ่งกับการสานต่องานของตระกูล ส่วนแม่ของเขาเองก็ต้องคอยตามไปดูแลที่ต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นมีช่วงเวลาไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีจอมภพเป็นส่วนประกอบอยู่ในนั้น


         ไม่ใช่แค่คุณอา แต่เป็นเพื่อนของคุณอาที่ชอบนัดกันมาติวหนังสือที่บ้านเพราะมีห้องส่วนตัวสำหรับอ่านหนังสือแถมขนมฝรั่งอร่อยๆฝีมือคุณย่า


         ในสายตาของเด็กชายเจนภพอายุเก้าขวบ ขอบอกเลยว่าในบรรดาเพื่อนๆของอาจอมน่ะ อาพันไมล์แต่งตัวจ๊าบที่สุด เจนภพน่ะชอบสีสันสดใส ไม่รู้ทำไมพวกเพื่อนอาจอมส่วนใหญ่ถึงชอบใส่กันแต่สีดำ สีเทา สีขาว ส่วนอาพันไมล์น่ะเหรอ อย่าให้พูดเลยเหมือนรวมสีที่เพื่อนๆไม่มีมาไว้ในตัวเสียหมด แถมแต่งตัวไม่ค่อยซ้ำกันด้วย


         เรียกได้ว่าเท่สุดๆไปเลย อาไมล์ตอนอายุสิบเจ็ดน่ะ



 

         “อาไมล์เจนคิดถึง” ตอนที่ได้ยินเสียงกลุ่มคนเฮฮาตรงที่ประตูรั้ว เจนภพในวัยสิบสี่ก็รีบวิ่งออกไปจนแทบจะลืมใส่รองเท้า   


         “เจน อาบอกว่าอย่าวิ่ง เดี๋ยวล้ม” เจนภพเงยหน้ามองคนที่รับแรงที่ตัวเองโถมเข้ามา กะพริบตาสองตาปริบๆไม่ได้นานพันไมล์ก็ถอนหายใจ กลืนถ้อยคำที่คิดจะดุคนเด็กกว่าลงไป


         “ไอ้เหี้ยไมล์ ไหนบอกจะดุเด็กดื้อให้กูไง เนี่ย ไอ้เจนมันโคตรดื้อ เดี๋ยวนี้เตือนอะไรก็ไม่ฟัง”


         “อาจอมทำไมพูดแบบนั้น!” เจนภพหันไปค้อนใส่อาแท้ๆของตัวเองแรงๆทีหนึ่ง อาจอมนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย อยู่ต่อหน้าอาไมล์ก็ต้องชมว่าเจนเป็นเด็กดีสิ อาไมล์จะได้ไม่ดุเจน ฮึ่ย


         “เอ้า ก็เมื่อคืนใครมัวแต่เล่นเกมส์ อาบอกให้ปิดคอมนอนๆก็ไม่ยอมไปนอน เนี่ย ดื้อ”


         “ก็มันติดพัน อาจอมไม่เข้าใจเหรอว่าเราต้องไม่ทิ้งเพื่อนให้ตีป้อมคนเดียว”


         “ก็เข้าใจโว้ย แต่จบตาแล้วมันก็ต้องไปนอนมั้ยละ แกไม่นอน เดี๋ยวแม่แกก็มาแหกอกอาอีก”


         “ไม่คุยกับอาจอมแล้ว ไป อาไมล์เข้าบ้านกัน”


         “ไอ้เจน อายังพูดไม่จบ


         “น่าๆ มีอะไรไปพูดกันในบ้าน เดี๋ยวเพื่อนบ้านมึงก็ออกมาแหกอกมึงแทนพี่มึงหรอก” เนี่ย อาไมล์น่ารักที่สุด ต้องแบบนี้สิ


         “อ่ะๆ ให้ท้ายกันเข้าไป ถ้าวันไหนมันเสียคนก็ช่วยกูคุยกับเจ๊ด้วยแล้วกันนะ ไอ้ไมล์”


         อาจอมไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย บ่นอย่างกับแม่ทั้งที่แม่ยังไม่บ่นเลยด้วยซ้ำ วัยรุ่นเซ็ง!

 

         “นี่ สองทุ่มแล้วก็ไปนอนได้แล้ว” 


         “ไม่เอา ทำไมพวกอาจอมไม่เห็นไปนอนเลย” 


         “ผู้ใหญ่นอนดึกได้ แต่แกยังเด็ก เข้าใจ๋” หนึ่งคำก็เด็ก สองคำก็เด็ก นี่เจนภพอยู่มอสองกำลังจะขึ้นมอสามแล้วนะ


         “มอสองแล้วนะ” เขาได้ยินเสียงเพื่อนอาจอมหัวเราะกันใหญ่แต่ไม่อยากหันไปมองเพราะว่าอาย


         “ยิ่งพูดยิ่งเด็กเลย มาๆ เดี๋ยวพาไปตบตูดนอน ไป”


         “ไม่ต้องเลย” เจนภพแลบลิ้นให้อาจอมก่อนจะเหลือบตาไปมองอาไมล์ที่กำลังคุยโทรศัพท์อย่างเคร่งเครียด พอเห็นว่าไม่มีตัวช่วยพูดเหมือนทุกทีก็เดินคอตกกลับห้องตัวเองไป


         ห้องนอนของเจนคือโคตรใหญ่ เมื่อก่อนติดโปสเตอร์หนังฮีโร่ที่ตัวเองชอบไว้เต็มไปหมด แต่พอได้ยินเพื่อนพูดว่ามันดูไม่เป็นผู้ใหญ่ก็เอาออกจนเหลือแต่ผนังสีขาวโล่งๆยิ่งทำให้ห้องดูกว้างไปอีก



         หยิบสมาร์ทโฟนมาดูก็เห็นว่าข้อความสุดท้ายของแม่มันคือเมื่อหลายชั่วโมงก่อนที่แล้ว ป่านนี้ทั้งพ่อทั้งแม่คงกำลังอยู่บนเครื่องบิน ไปที่ไหนสักทีโดยที่ไม่พาเขาไปด้วย


         โคตรเหงาเลย


         ก๊อก ก๊อก’ 


         เจน อาไมล์เข้าไปได้มั้ยครับ


         “อาไมล์!!!!” เจนตะโกนก่อนจะรีบเด้งตัวออกจากเตียงไปเปิดประตู


         “ใจเย็นๆ อาจะบอกว่าเดี๋ยวจะกลับแล้ว เลยมาบ๊ายบายเด็กก่อน”


         เจนภพทำหน้ายู่ ปกติเพื่อนอาจอมมาทีไรก็ค้างทุกที อีกวันได้ตื่นสายๆกินข้าวเที่ยงแล้วถ้าไม่มีธุระอะไรก็เล่นเกมดูหนังจนเย็นๆนั่นละถึงค่อยพากันกลับ


         “ทำไมกลับแล้วอ่ะ ไหนบอกว่าจะค้างไง”


         “อาเค้กเขามีปัญหานิดนึง อาเลยต้องไปรับ”


         “อาเค้ก?” เจนจำได้ว่าอาจอมเคยพาเพื่อนๆผู้หญิงมาที่บ้านเหมือนกัน อาเค้กก็จำได้ลางๆแต่นานแล้วโน่น ปกติจะมีแต่เพื่อนผู้ชายเป็นส่วนใหญ่


         “อือ เจนจำได้มั้ย”


         “จำได้ แล้วทำไมอาไมล์ต้องไปหาอาเค้กด้วย อาจอมไปด้วยมั้ย” ในใจของเจนน่ะอยากให้อาจอมไปด้วยจะแย่ จะได้แอบเล่นเกมส์ให้เต็มคราบ


         “อาจอมจะไปทำไมเล่า อาจอมเขาไม่ได้เป็นแฟนอาเค้กเหมือนอาไมล์นี่”


         คำพูดนั้นเหมือนทำให้มีฟ้าผ่าลงมาที่ใจของเจนภพ เป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุสิบห้าที่เจนทำตาโตขนาดนี้


         “ทำไมทำตาโต อาไม่ได้บอกเจนเหรอว่าอากับอาเค้กเป็นแฟนกันแล้ว?”


         “ไม่ได้บอก อาไมล์จะไปไหนก็ไปเลยงั้น” พูดแล้วก็หมุนตัวเข้าผ้าห่มคลุมโปง ในใจไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เจนก็โตพอที่จะรู้แล้วว่าแฟนคืออะไร


         “เฮ้ย เด็กอย่างอน”


         “ไม่ได้งอน อาไมล์รีบไปหาอาเค้กเลย” แต่โกรธ โกรธมากๆ ไหนอาไมล์สัญญาแล้วว่าจะต่อกันดั้มเป็นเพื่อนเจน นี่ซื้อมารอทั้งอาทิตย์ไม่ยอมแกะออกมาดูก่อนเลยนะ


         “ไม่งอนก็เปิดผ้าห่มออกมาคุยกันดีๆ”


         “ไม่เปิด” เสียงอู้อี้นั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาอยู่ในผ้าห่มหรือเพราะน้ำตากันแน่


         “เจน อาไมล์ขอร้อง อย่าดื้อ พี่เค้กเขาไม่สบายจริงๆ”


         “เจนไม่ได้งอนจริงๆ อาไปเหอะ เดี๋ยวพี่เค้กรอ เจนจะนอนแล้ว”


         พันไมล์พูดอยู่อีกสามสี่ประโยค เห็นเด็กมันนิ่งไม่ตอบประกอบกับแรงสั่นสะเทือนในกระเป๋ากางเกงก็รู้ว่าต้องไปแล้ว


         “อาสัญญา อาทิตย์หน้าจะอยู่เล่นกับเจนทั้งวันเสาร์ทั้งวันอาทิตย์เลย อาขอโทษนะเจนนะ”


         ได้ยินเสียง อือเบาๆตอบกลับมาจากในผ้าห่มก็ถอนหายใจ ก้มลงไปจุ๊บหัวผ่านผ้าห่มลายไอร่อนแมนแล้วก็รีบสาวเท้าออกจากห้อง


         ไม่ได้รู้เลยว่าหลังจากที่เสียงประตูปิดลง เจนภพกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป ร้องไห้โฮอยู่อีกเป็นชั่วโมง

 


         “เอ้า ไอ้เจนจะไปไหนอ่ะ” จอมทัพที่นั่งซดข้าวต้มกุ้งหลังจากเพิ่งตื่นตอนบ่ายโมงทักหลานชายที่แต่งตัวหล่อเฟี้ยวสะพายกระเป๋าเป้เหมือนกับว่าจะออกไปข้างนอก จะได้ว่ามันไม่ได้มีเรียนพิเศษวันนี้นี่


         “จะไปบ้านมีนอ่ะอาจอม”


         “เอ้าไม่เห็นบอก งั้นติดรถไอณัฐไปสิมันกำลังจะกลับอยู่พอดี” จอมทัพพยักเพยิดไปที่เพื่อนสนิทอีกคนที่แต่งตัวเรียบร้อยที่เพิ่งกินข้าวต้มเสร็จอยู่ข้างๆ บ้านของพวกเขาไม่ได้ไกลสถานีรถไฟฟ้ามากแต่ในวันที่อากาศร้อนแบบนี้ นั่งรถแอร์เย็นฉ่ำดีกว่าต้องไปเรียกวินมอไซค์เป็นไหนๆ


         “เอาดิ่ รีบป่าวเจน อาณัฐขอเก็บของแป๊บเดียว”


“ไม่รีบเลยอาณัฐ เจนรอได้ครับ”  ณัฐนนท์เช็ดปาก ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าชุดเมื่อวานกับพวกเครื่องอาบน้ำมาเก็บใส่กระเป๋า ระหว่างนั้นจอมทัพเห็นหลานทำหน้าเซ็งๆก็เลยชวนคุย


“แล้ววันนี้จะกลับกี่โมงอ่ะเจน”

         

            “เย็นๆอ่ะอาจอม พ่อแม่มีนชวนเจนกินข้าวที่บ้าน กินเสร็จเดี๋ยวเขามาส่งที่รถไฟฟ้า”


         “เออๆ ถ้าถึงรถไฟฟ้าก็บอกนะ เดี๋ยวอาวนรถไปรับ” จอมทัพรู้ว่าเลี้ยงหลานชายไม่ต้องประคบประหงมเท่าหลานสาว แต่ให้ตายเถอะ เกิดมาเพิ่งเคยมีหลานคนแรก ไอ้เจนหน้าตามันก็น่าเอ็นดูอยู่ ดังนั้นจะให้เจ้าเด็กเดินกลับจากรถไฟฟ้าคนเดียวมืดๆแบบนั้น บอกเลยว่าไม่ได้หรอก

 


         “นั่งได้มั้ยเจน อาปรับเบาะให้มั้ย”


         “สบาย อาณัฐ นั่งแป๊บเดียวเอง” ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่หลานไอ้จอมโตขนาดนี้แล้ว พวกเขาเพิ่งจะมอปลายเองมั้งตอนที่ไอ้จอมบอกว่าพี่สาวท้อง พวกเขาไปบ้านไอ้จอมบ่อยๆ สนิทกับพี่สาวมันเหมือนกับพี่สาวแท้ๆ ดังนั้นจนวันที่เจนภพคลอดตลอดไปถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาล ก็ได้พวกเขาเนี่ยละที่คอยส่งข้าวส่งน้ำ รับแขกผู้ใหญ่เวลาพ่อของไอ้เด็กเจนไม่อยู่

 

        “โอเค ว่าแต่บ้านเพื่อนอยู่ตรงไหนอ่ะเจน เผื่ออาขับผ่านจะได้ไม่ต้องไปนั่งรถไฟฟ้า” วันนี้วันหยุด รถไฟฟ้าคนแน่นจะตาย รถบนถนนไม่ได้เยอะอะไรให้อ้อมไปส่งหลานเพื่อนแค่นี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว


         “ไกลอ่ะ อาณัฐ เจนนั่งรถไฟฟ้าได้ครับ” ยังไม่ทันจะถามต่อว่าแล้วนัดกันไปทำอะไรเสียงเรียกเขาเป็นเพลงยอดฮิตก็ดังขึ้นก่อน ณัฐนนท์อาศัยจังหวะที่รถติดไฟแดงมองหลานชายเปิดกระเป๋าสะพายใบใหญ่เพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือ ดวงตาก็กวาดมองไปเรื่อยจนเห็นกล่องพลาสติกสีขาวมีเขียนภาษาญี่ปุ่นอยู่


         ไอ้ไมล์ มึงแย่ละ


         ส่วนเจนภพก็ไม่ได้รู้อะไรเพราะมัวแต่ตอบโทรศัพท์มีนว่าตอนนี้กำลังออกไปแล้ว

 


         ณัฐ : ‘ไมล์ ถึงคราวซวยมึงแล้ว


         ข้อความที่ณัฐนนท์ส่งมาในแชทรวมทำให้คนที่กำลังนั่งอยู่ในคาเฟ่สีหวานขมวดคิ้ว ตรงข้ามเป็นแฟนสาวของตัวเองที่กำลังกดถ่ายรูปบิงซูไม่หยุดโดยไม่กลัวว่ามันจะละลายไปก่อน


         พันไมล์: ‘นอกจากที่เค้กงอนกูแล้ว ยังจะมีอะไรซวยได้มากกว่านี้อีกเหรอ


         ณัฐ: ‘มี มึงทำไรเจนเมื่อคืน


         พันไมล์:มึงพิมพ์ดีๆไอ้เหี้ย หลานยังเป็นผู้เยาว์มั้ย เมื่อคืนกูก็กลับบ้าน


         ณัฐ:กูเห็นกล่องกันดั้มในกระเป๋าหลาน จะไปบ้านเพื่อน


         จอม:ไอ้เหี้ยไมล์ กูก็ว่าทำไมเจนมันซึมเป็นส้วม นี่มึงสัญญากับหลานกูว่าจะต่อกันดั้มเป็นเพื่อนแล้วเทมันใช่มั้ย


         พันไมล์เห็นข้อความนั้นแล้วก็ยกมือขึ้นกุมขมับ บิงซูหวานๆในปากกลายเป็นรสเค็มไปในทันที


         เออ ถึงคราวซวยแล้วจริงๆด้วย พันไมล์ เจนภพปกไม่ได้เป็นเด็กเรื่องมากขี้งอนอะไร ออกจะนิสัยง่ายๆแบบเด็กผู้ชายทั่วไปด้วยซ้ำ แต่ถ้าสัญญาแล้วไม่เป็นสัญญาละก็ได้โกรธไปสามวันเจ็ดวัน

 

 

   


       เจนภพอายุสิบเจ็ดตอนที่ไปงานเปิดร้านอาหารวันแรกของอาจิณณ์แฟนอาณัฐ


         กับอาจิณณ์บอกเลยว่าคุ้นเคยกันดีเพราะตั้งแต่อาณัฐคบแฟนคนนี้มาก็พามาให้เพื่อนๆรวมถึงหลานเพื่อนเจอไม่ขาด อาจิณณ์ทำอาหารอร่อยเจนชอบ ดังนั้นวันนี้เลยแต่งตัวเสียหล่อเตรียมมาช่วยงานเต็มที่

 

         “น้องเจนคะ พี่รบกวนเอาอันนี้ไปให้คุณจิณณ์ชิมที่หน้าร้านทีได้มั้ยคะ”


         “ได้ครับพี่ ส่งมาให้ผมเลย” เจนภพรับถ้วยที่มีคุ้กกี้รสส้มยูสุที่อาจิณณ์ชอบทำมาให้ชิมบ่อยๆก่อนที่จะเปิดร้าน ก่อนจะเดินไปที่หน้าร้านก็เจอคนที่ตามหากับแฟนของเจ้าตัวและอาของตัวเองกำลังยืนจัดป้ายอยู่


         “อาจิณณ์ พี่สาให้อาจิณณ์ชิมก่อนว่าได้มั้ย ถ้าไม่ได้จะได้อบใหม่”


         “อ้าว เจนมาจากในครัวเหรอ เอ้ย เธอป้อนเค้าหน่อยมือเค้าเลอะ” อาณัฐที่มือว่างอยู่เลยต้องเป็นคนหยิบขนมจากถ้วยในมือเจนไปป้อนอาจิณณ์โดยไม่ลืมรองมืออีกข้างเพราะกลัวเศษคุ้กกี้จะหล่น


         อาณัฐปกติเป็นคนน่ารักกับเพื่อนอยู่แล้ว พออยู่กับแฟนยิ่งน่ารักใหญ่ โคตรอิจฉา


         “ก็โอเคแล้วนะ เจนลองชิมรึยัง”


         “ยังเลย แต่ถ้าอาจิณณ์ว่าดีเจนก็ว่าดี”



         “ปากหวานนัก เจนนั่นแหละต้องชิม คนทำจะสู้คนกินขาประจำได้ไง” เจนภพหัวเราะก่อนจะอาปากรับคุ้กกี้ที่อาณัฐป้อนเข้าปากบ้างแล้วหลับตาพริ้ม


         “อร่อยเหมือนเดิมเลยอาจิณณ์ ไม่สิ นี่เจนว่าอร่อยกว่าทุกครั้งเลย”


         “เอ้า ไอ้ไมล์ กว่าจะเสด็จมาได้ พวกกูนัดสิบโมงนะพ่อ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว” เจนภพลืมตา เห็นอาไมล์เดินเข้ามาในร้านแต่งตัวตามธีมสีฟ้าอ่อนตามที่ตกลงกันไว้ ข้างหลังเป็นอาเค้กที่ดูเหมือนจะแต่งตัวสวยกว่าทุกวัน


         “ว่าเค้กโน่น กูรอเจ้าหญิงแต่งตัวอยู่เป็นชั่วโมง”


         “เออ มึงมาแล้วก็รีบไปเอาของให้กู ร้านโทรมาจิกแล้วเนี่ย” จริงๆนัดร้านไว้ตอนสิบเอ็ดโมง แต่ไอ้เพื่อนตัวดีกลับมาช้าไปตั้งเกือบสามชั่วโมง เปิดร้านวันนี้จะไม่ใช่พรุ่งนี้


         “เอ้ย จะทันมั้ยวะ จากตรงนี้ขับไปร้าน กูเปิดกูเกิ้ลแมพแป๊บ”


         อาไมล์ทำหน้าเครียดพอเห็นเส้นสีแดงเถือกของการจราจรกรุงเทพ เดี๋ยวช่างภาพก็จะมาแล้ว

อาไมล์ต้องบรีฟอีก


         “เดี๋ยวเจนแว๊นไปเอาให้ก็ได้ครับ” ดูทรงแล้วเจนว่าเรียกวินไปเอาของที่ร้านน่าจะเร็วสุด


         “เอ้ย มันร้อนนะเด็ก”


         “ไม่เป็นไร แป๊บเดียวเอง เดี๋ยวอาไมล์ต้องบรีฟพี่ตากล้องอีกต่อให้แว๊นไปก็ไม่ทันหรอก เดี๋ยวเจนไปเอง”


         “งั้นเอาหมวกอาไมล์ไปด้วย” เจนภพยิ้มร่า รอให้พันไมล์สวมหมวกแก๊ปบังแดดของตัวเองลงบนหัว หันไปรับไปรับสินค้ากับเงินจากมืออาจิณณ์ก็เดินไปเรียกวินที่หน้าปากซอย


         “นั่งวินได้แน่นะไอ้เจน” จอมทัพหันมาถามหลานอย่างไม่ไว้วางใจ


         “ได้ดิ่อาจอม เจนนั่งวินเข้าบ้านออกจะบ่อย”


         คนเป็นอาถอนหายใจ แต่นั่งปากซอยเข้าบ้านที่เป็นทางตรงขับช้าๆ มันไม่เหมือนกับนั่งจากชิดลมไปสุทธิสารมั้ยวะ


ขาไปน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่พี่วินตอนขากลับน่ะซิ่งเร็วเหมือนกับต้องไปส่งรถ เจนภพมือหนึ่งก็กอดกระเป๋าใส่ของอาจิณณ์แน่น อีกมือก็จับท้ายมอไซค์


         “พี่ไม่ต้องรีบก็ได้นะครับ ผมโอเค” เขาตะโกนฝ่าเสียงลม


         “น้องไม่รีบแต่พี่รีบ รอแป๊บอีกห้านาทีถึงเลย”


         ห้านาทีจากอโศกถึงชิดลมคือเร็วกว่าวาร์ปอีกมั้ยเนี่ย เจนภพเริ่มรู้สึกเห็นด้วยกับอาจอมทัพแล้วว่ามันไม่เหมือนกันจริงๆนั่นละพี่วินเข้าบ้านกับพี่วินแบบนี้ ในใจก็ท่องพุทโธ ธัมโมไปด้วยแต่ก็ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่มีดวง


         โครม!

         



         ณัฐนนท์ส่ายหัวตอนที่แว๊นออกมาจากร้านถึงปากซอยหลังสวน ตอนเจนภพโทรมาก็บอกเขาแล้วละว่าให้เขาใจเย็นๆ แถมยังบอกด้วยว่าที่โทรหาเขาก็เพราะรู้ว่าเขาน่ะใจเย็นที่สุดในบรรดาอาๆที่เหลือ แต่สภาพของหลานชายที่กำลังนั่งกอดถุงผ้าตรงริมฟุตบาท ตามเนื้อตัวมีรอยถลอกกับเลือดไฟลเป็นทางที่เข่าดูน่ากลัวทำให้เขาไม่สามารถทำใจให้เย็นได้เหมือนทุกครั้ง


         น้ำตามันเหมือนจะไหล ตั้งแต่ไอ้เจนเลือดตกยางออกเพราะแอบปีนต้นไม้ตอนเจ็ดขวบ พวกเขาน่ะคิดแล้วว่าจะไม่ใช่หลานต้องเจ็บตัวอีก


         “อาณัฐใจเย็นนะ คือมันมีเด็กวิ่งตัดหน้ารถพี่เขาเลยต้องหักหลบ”


         เห็นเจ้าตัวดีทำเสียงเริงร่าณัฐนนท์ก็ถอนหายใจ มองเห็นคู่กรณีคือเด็กตัวเล็กกับแม่ที่เป็นแม่ค้าเข็นรถขายผลไม้ก็พูดไม่ออก วางหัวลงบนเส้นผมที่ตอนนี้กระเซอะกระเซิงผิดกับตอนเช้าที่เซ็ทมาเป็นอย่างดี


         “เจ็บมั้ยเด็ก”


         “ไม่เจ็บเลย พี่คนขับเจ็บกว่าเจนอีก โชคดีตอนเจนล้มมันไม่แรงมาก”


         “อาไม่รู้ว่าเด็กรถล้ม ไม่งั้นจะเอารถออกมาด้วย” ยังไงแผลขนาดนี้ก็ต้องพาไปโรงพยาบาล


         “พี่ตำรวจเขาเรียกรถฉุกเฉินมาให้แล้ว ที่เจนโทรหาอาคือให้มาเอาของเฉยๆ เจนกอดแน่นเลยนะอาณัฐ ไม่มีรอยขีดข่วนเลย”


         “ใครเขาสนใจเรื่องนั้นกันเล่า ไม่รู้ละยังไงเดี๋ยวอาไปโรงบาลกับเจนก่อน”


         “โนๆ เจนรู้อามีงานเยอะแยะ เจนโทรเรียกมีนแล้วครับ มันกำลังมาจากสยาม” โชคดีเหลือเกินที่เดือนเมฆมาเดินสยามพอดี ณัฐนนท์เห็นเจ้าเด็กตัวสูงวิ่งเหยาะๆลงมาจากรถไฟฟ้าก็รู้แล้วว่าเจนภพมีเพื่อน ถึงจะรู้สึกผิดแต่ก็รู้ว่างานวันนี้สำคัญสำหรับจินณ์มาก ถ้าขาดเขาไปอีกฝ่ายคงหน้างอง้ำ


         “อาขอโทษที่ไปเป็นเพื่อนเจนไม่ได้” เขาลูบกลุ่มผมไล่ฝุ่นละอองไปจากเส้นผมสีดำของเจนภพอีกครั้งก่อนจะเดินไปคุยกับตำรวจสักพัก พอเดินกลับมาเจอเดือนเมฆก็หยิบเงินให้ในกระเป๋าไปสองพัน


         “อาณัฐไม่ต้องเลย”


         “ให้ไปกินน้ำกินขนม ค่ารักษาเอาบัตรประกันมาใช่มั้ย ถ้าเกิดก็รูดการ์ดไปก่อน เดี๋ยวอาคุยกับจอมให้” ณัฐนนท์รู้ว่าที่บ้านทำบัตรเสริมบัตรเครดิตให้เจนภพใบหนึ่ง เจ้าตัวไม่ค่อยได้ใช่มันหรอกยกเว้นในตอนฉุกเฉินจริงๆ


         “มีครับ แต่ว่าอาณัฐอย่าเพิ่งบอกคนอื่นได้มั้ยอ่ะ รอให้เสร็จงานก่อนนะๆ”


         “ได้ยังไง แล้วถ้าเจนไม่กลับไปกับอาเดี๋ยวคนอื่นก็ต้องถามหา”


         “ก็บอกว่าเพื่อนเจนมีปัญหานิดนึง เดี๋ยวเจนกลับไปอธิบายกับอาจอมเอง นะ อาณัฐ นะ”


         เห็นดวงตาคู่นั้นกะพริบสองสามครั้ง ณัฐนนท์ก็รู้ว่าเขาต้องใจอ่อน


         “รู้แล้วๆ แต่ยังไงก็ต้องบอกแต่จะบอกทีหลังแล้วนะ เด็กมีอะไรให้โทรหาอา ไม่ต้องเกรงใจ รู้มั้ย”


         “รักอาณัฐที่สุดเลย”


         เขาเห็นรอยยิ้มเปื้อนฝุ่นนั้นของเจนภพก่อนจะหันกลับมามองถุงสีขาวในมือตัวเองที่ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนก็กลืนก้อนบางอย่างที่จุกอยู่ในลำคอลงไป


         ให้ไอ้ไมล์ไปเอาแต่แรกก็จบแล้ว

 




         ตอนเดือนเมฆประคองเจนภพที่ยังไม่ชินกับการใช้ไม้ค้ำเข้ามาในบ้านก็คิดว่าไม่มีใครอยู่เพราะบริเวณบ้านเงียบสนิท แต่ที่ไหนได้ ตอนเปิดเข้ามาในห้องนั่งเล่นเหมือนมีเงาทะมึนจากสามสี่คนในห้องนั้น อือหือ ครบเลย ครบทั้งอา เพื่อนอา แฟนเพื่อนอา


         “เจน!


         “อาจอมอย่าดุเจน!” ไอ้ตัวดียังไม่ทันจะฟังอะไรก็ตะโกนขึ้นมาก่อน เร็วกว่าจอมทัพที่กำลังอ้าปากจะบ่นสั่งสอนก็คือพันไมล์ที่วิ่งเข้าไปดูตามเนื้อตัวของหลานนั่นละ


         “เจน เจ็บตรงไหนบ้าง อาขอโทษ อาจะไปรับเจนที่โรงบาลก็มีแต่คนบอกว่าเจนออกมาแล้ว”


         เจนภพหัวเราะแหะๆ จะให้บอกว่าไม่เจ็บก็คงไม่ใช่เพราะตอนที่เกิดเหตุใหม่ๆคุยกับอาณัฐร่างกายมันคงยังช็อคอยู่เลยไม่รู้สึกอะไร ที่ไหนได้พอไปถึงโรงพยาบาลเขาทั้งถูกฉีดบาดทะยัก พอเอ็กซเรย์ก็ข้อเข่าเคลื่อนอีก ไม่นับแผลตามแขนขานี้ด้วย


         “เจน เล่ามาเลยนะว่าไปล้มอีท่าไหนถึงได้เจ็บตัวขนาดนี้”


         “เอ้ย อาจอมคือไม่มีใครผิดเลยนะ คือลูกของแม่ค้าเขาวิ่งออกมาตัดหน้าวินที่เจนนั่งอ่ะ พี่เขาเบรกไม่ทัน มันไฟเหลืองแล้วด้วยอ่ะตอนนั้น”


         พันไมล์เป็นคนประคองเจนภพไปนั่งที่โซฟาแทนเดือนเมฆ “แล้วเอ็กซเรย์เขาว่าไงบ้าง ได้ทำซีทีแสกนมั้ย”


         “ทำแล้ว นอกจากข้อเข่าเคลื่อนก็ไม่มีอะไรเลย สมองปกติ เจนไม่ได้เอาหัวลง”


         “เพราะอาแท้ๆเลยเจนเอ้ย” ตอนที่ถูกอาไมล์ดึงเข้าไปกอด เจนภพก็รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา ไอ้ที่บอกกับไอ้มีนมาตลอดทางว่าไหวๆ ก็เหมือนจะไม่ไหวเสียอย่างนั้น


         “ว่าแต่หมวกบาลองของอาไมล์เจนทำเลอะแล้ว อาไมล์ไม่โกรธเจนนะ เดี๋ยวเจนซื้อให้ใหม่” เขาพยักเพยิดไปที่เดือนเมฆ อีกฝ่ายหยิบหมวกสีขาวที่ตอนนี้เลอะทั้งเลือดทั้งคราบสกปรก


         “เดี๋ยวผมลองซักให้ก่อนก็ได้ครับ ไอ้เจนมันเจ็บมือ”


         “นี่ยังไปเก็บหมวกมาอีกเหรอเจน ทำไมไม่ดูแลตัวเองก่อน?” น้ำเสียงเข้มๆทำให้เจนภพยิ่งต้องหดหัว


         “อาไมล์อย่าดุเจน ก็หมวกมันแพง”


         “แพงแล้วมันเทียบได้กับชีวิตเจนมั้ย”


         “อาไมล์ดุมันเลยครับ เลือดมันออกโคตรเยอะบอกไม่เป็นไร”


         “ไอ้มีนมึงเงียบไปเลย”


         ก่อนจะเถียงกันไปมากกว่านั้นจิณณภัทรก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพอดี


         “แล้วเด็กๆหิวรึยัง อาจิณณ์ทำข้าวไว้ให้เห็นอาณัฐบอกว่ายังไม่ได้กินอะไรกัน”


         “หิวแล้วครับ ตอนแรกว่าจะกินที่โรงพยาบาลแต่กลัวรถติด วันนี้มีนขอนอนบ้านได้มั้ยครับอาจอม ตอนดึกมีนไม่อยากให้คุณแม่ขับรถออกมารับปากซอย”


         “เอ้ย นอนเลย นอนนี่ละดีแล้วค่ำๆอย่ากลับบ้านคนเดียว อาจิณณ์เขาก็ทำข้าวเผื่อมีนไว้แล้วเหมือนกัน”



 

         ไม่นานอาจิณณ์ก็เอากับข้าวสองสามอย่างที่เพิ่งทำเสร็จมาวางบนโต๊ะ เสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้กินบุพเฟ่ต์เปิดร้านอาจิณณ์แต่ก็โอเค


         “สภาพมึงโคตรเหี้ยอ่ะไอ้เจน” เขาปล่อยให้บรรดาอาๆนั่งดูทีวีคุยกันที่ห้องนั่งเล่น ส่วนข้าวก็กินกันในห้องอาหาร


         “มึงป้อนกูเลย มือกูซ้นเนี่ยไม่เห็นเหรอ” เจนภพยกมือทั้งสองข้างที่พันผ้าพันแผลไว้ ข้างซ้ายน่ะไม่เท่าไรเพราะเป็นแค่แผลถลอก แต่เขาดันเอามือขวาที่ถนัดยันตัวเองไว้เลยซ้นอย่างที่เห็น


         “เรื่องอะไร กูอ่ะจะกินของที่มึงชอบให้หมดเลย แล้วเหลือหอมไว้ให้มึง”


         “เลวมากไอ้มีน มึงก็รู้กูไม่กินหอม บ้านก็บ้านกู”


         “อ๊ะๆ อีกเดียวต้องพึ่งกูตอนอาบน้ำนะเจนภพ” เขากับมีนไปรด.ด้วยกันมาสามปีแล้วดังนั้นถึงไม่มีอะไรต้องอายกัน เดือนเมฆหัวเราะคิกคักก่อนจะป้อนข้าวเจนภพไปคำนึงเพราะสงสาร


         “เด็กๆทำอะไรกัน” อาจอมที่เดินมาเอาน้ำในครัวหันมาถาม


         “อาจอม ไอ้มีนมันแกล้งเจน”


         “แกล้งก็เหี้ย เมื่อกี้ใครป้อนข้าวมึง”


         “เอ้า อาลืมไปว่าเจนมือซ้น” อาจอมมองมือข้างที่ซ้นของเจนภพก่อนจะทำหน้าเครียด


         “ไอ้เหี้ยไมล์ มาป้อนข้าวหลานกูเลย”


         “อาจอม!


         ไม่นานพันไมล์ก็เดินเกาหัวเข้ามาในห้องอาหาร


         “ไรวะจอม”


         “หลานกูมือซ้น มันแดกข้าวเองไม่ได้ มึงเลย เพราะมึงอ่ะ มาป้อนข้าวป้อนน้ำหลานกู ฮือ น่าสงสารจังเลยเจนหลานอา”เจนภพสะบัดหัวออกจากแขนของอาจอมทัพ “อาจอมอย่าเวอร์”


         “เอ้ย อาจอมกับอาไมล์ไปดูหนังก็ได้ครับ เดี๋ยวมีนป้อนเจนเอง เมื่อกี้เล่นกันเฉยๆ”


         “ไม่ต้องหรอกมีน เดี๋ยวอาเองดีกว่า มีนกินไม่ทันเจนหรอก”


         “อาไมล์!


         ตอนนั้นเจนภพยังไม่แน่ใจหรอกว่าทำไมมองตาอาไมล์แล้วถึงหน้าร้อน ตอนอาไมล์ป้อนข้าวก็เหมือนว่าจะสบตาอีกฝ่ายไม่ได้อีก กว่าจะเข้าใจว่านั่นเป็นความรัก ก็ดูเหมือนจะก้าวช้าไปหลายปีเลยเจนภพ

 


         ตั้งแต่รู้ตัวว่าชอบอาไมล์ เจนภพก็รู้ตัวแล้วว่าต้องอกหัก


         อีกฝ่ายมีแฟนสาวสวยที่คบกันตั้งแต่เรียนมหาลัย อาเค้กสวยพริ้งเป็นเน็ตไอดอล จะไปสู้อะไรกับใครเขาได้ละ นักศึกษากระจอกๆอย่างเจนภพน่ะ และที่สำคัญแบบขีดเส้นใต้ไว้เลยว่าอาไมล์มีแฟนแล้ว มีแฟนแล้ว มีแฟนแล้ว


         “กินเหล้าอย่างน้ำ เป็นเหี้ยไรวะเจน”


         “เอ้า อยากแดกมั่งไม่ได้เหรอไง กูแบกพวกมึงมาหลายครั้งแล้วนะโว้ย” ในขณะที่อาจอมชอบพาเพื่อนมากินเหล้าที่บ้าน เจนภพก็เป็นพวกชอบออกไปกินเหล้าข้างนอกมากกว่า อาจจะเพราะเกรงใจอาๆที่นานๆทีจะมีเวลานัดกันสังสรรค์ที่บ้าน และมันก็ตรงกับวันนี้ก็เลยไม่อยากพาเพื่อนมาเมา



         “โถ ไอ้คุณชาย ร้อยวันพันปีมึงน่ะกินอย่างกับกลัวเหล้าจะหมด น้ำแข็งละลายแล้วละลายอีก วันนี้มาถึงก็ซดเอาซดเอา” เจตนิพัทธ์ยิ้มขำ ไม่ได้ห้ามอะไรยิ่งเวลาผ่านไปมือที่เทเหล้าก็ยิ่งหนักขึ้น


         “เจต ตอนมึงตัดใจจากเมียเก่า แม่งนานมั้ยวะกว่าจะได้”


         “คือกูไม่เคยหว่ะเจน ปกติเป็นเค้าที่ต้องทำใจมากกว่า”


         “วย ไอเจต ไอเหี้ย”


         วันนั้นสุดท้ายก็ไม่ได้เมาอะไรมาก มีปัญญาเรียกแท็กซี่กลับบ้านเองได้ ตอนกลับมาถึงยังไม่ตีหนึ่งด้วยซ้ำ พวกอาจอมยังไม่เลิกวงเลย


         “เอ้า เจนกลับบ้านเหรอวะ นึกว่านอนบ้านเพื่อน” อาจอมที่เห็นเขาเดินผ่านห้องนั่งเล่นร้องทัก สุดท้ายทั้งที่คิดว่าจะหลบเลี่ยงก็กลับต้องเดินไปสวัสดีอาๆรอบวงอย่างนั้น


         “หน้าแดงมาเชียว ดื่มเยอะมั้ยเนี่ย”อาจิณณ์คนดีหยิบผ้าเย็นมาให้ เจนไหว้ขอบคุณก่อนจะกวาดตามองไปรอบห้อง ก็ครบแก๊งค์เหมือนเดิม


         “ไม่เยอะครับ ตอนแรกจะไปนอนห้องเจตแต่มันมีสาวมารับอ่ะ”


         “แล้วทำไมเจนไม่มีสาวมารับบ้างอ่ะ”


         “ไอ้ณัฐให้มันน้อยๆหน่อย หลานกูยังเด็ก”


         “เมาแล้วก็เงียบ ไอ้ไมล์ หลานแม่งยี่สิบแล้ว ตอนพวกเรายี่สิบก็มีแฟนกันหมดแล้วปะ”


         “ไม่ได้ๆ เจนยังเด็ก เด็กมากๆตัวแค่นี้เอง”


         เจนภพหัวเราะ เห็นอาไมล์ทำมือ แค่นี้’ ก็รู้ว่าในสายตาของอาไมล์เขาน่ะ คงไม่มีวันโตขึ้นเลย

 



         หลังจากนั้นไม่นานยี่หวาก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขา


         เพื่อนสาวคนนี้เดิมที่ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันหรอกเพราเจนภพก็คบเพื่อนผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ แต่พอมีงานกลุ่มที่อาจารย์สุ่มรายชื่อกลุ่มมาให้ ก็คือตอนนั้นนั่นเองที่ได้มาสนิทกัน


         ใครจะไปรู้ละว่าการชวนเพื่อนในกลุ่มไปทำงานที่บ้านในวันนั้น จะทำให้ยี่หวากลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาตอนนี้


         ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก แต่พักหลังๆเห็นอาจอมกับยี่หวาชอบไม่ว่างพร้อมกัน ไม่รู้ว่าสปาร์คกันตอนไหนแต่ก็เซอร์ไพรซ์อยู่พอสมควรตอนที่บังเอิญเจอสองคนนั้นที่หน้าโรงหนัง ลักษณะไม่ได้เป็นแค่คุณอา-กับเพื่อนหลานแน่นอน


         เจนภพไม่ได้โกรธจริงๆนะที่สองคนนี้จะคบกัน แต่แค่น้อยใจว่าทำไมทั้งอาจอมกับยี่หวาถึงไม่มีใครบอกเขาเลย


         “เจน อามึงโทรมาจนเครื่องมึงจะระเบิดแล้วนะ” ไม่ว่าจะหลานใครเกิด ลูกใครบวช เมียใครป่วย ญาตใครเสียก็หาโอกาสมากินเหล้ากันได้ ดังนั้นในค่ำคืนนี้วาระโอกาสที่อาไอ้เจนกับยี่หวาแอบคบกันถึงกลายเป็นวาระครั้งยิ่งใหญ่ชนิดที่ว่าต้องเปิดเหล้าสองกรมใหญ่ๆ


         “กูไม่รับ มึงปิดเครื่องกูไปเลย”


         “ไอ้เจน มึงก็รับๆไปเหอะ เขาโทรมาเพราะเขาเป็นห่วงมึง”


         “งั้นมึงคุยแทนกูมั้ยละ”


         “กูคุยให้ได้นะ”


         “เออ งั้นมึงก็คุย แต่ห้ามบอกว่ากูอยู่ไหน บอกเขาไปว่าไว้กูอยากกลับบ้านแล้วกูจะกลับเอง”


         พออาจอมโทรกลับมาเป็นครั้งที่หนึ่งร้อยหนึ่ง คราวนี้เจตถึงได้กดรับสายแทนเขา


         “ครับอาจอม อยู่กับพวกเจตเองครับ”


         “มันไม่ให้บอกครับ”


         “ครับ วันนี้เจนมันไม่กลับบ้านครับอาจอม”


         “โห พวกผมบ่นมันปากเปียกปากแฉะแล้ว แต่มันไม่ฟังอะไรเลย มาถึงก็ดกเอาอย่างเดียว”


         “ครับ นี่มันนั่งมองหน้าผมอยู่ ถ้าผมบอกอาจอมมันเอาถังน้ำแข็งคว่ำใส่หัวผมแน่”


         “มันบอกว่าไว้อยากกลับเมื่อไรก็กลับเองครับ”


         “พวกผมจะดูให้ครับ คนอื่นไม่ได้เมาเลย”


         “ครับ เดี๋ยวจะยึดกุญแจรถไว้เลย อาจอมไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”


พอเจตนิพัทธ์วางสาย มันก็หันมาหาเขา “ก็แค่เนี้ย มึงรู้มั้ยบรรดาอาๆมึงเขาร้อนใจหมด”


         “กูก็โตแล้วมั้ยวะ จะห่วงอะไรนักหนา”


         “ก็ถ้ามึงไม่ได้เพิ่งโกรธกับเขามา เขาก็ไม่ห่วงมึงหรอก มึงก็รู้ว่าเวลามึงโกรธแล้วไม่ค่อยมีสติ”


         “คือกูก็ไม่ได้โกรธที่เขาจะคบกัน แต่แบบ บอกกูบ้างได้มั้ยวะ”


         “เขาอาจจะกลัวว่ามึงจะไม่โอเครึเปล่า”


         “กูจะไม่โอเคทำไมอ่ะเจต ยี่หวาก็เป็นคนน่ารัก แต่กูแค่ไม่ชอบให้ทำอะไรลับหลังกู คือยี่หวาก็เพื่อนกูมั้ยอ่ะ”


         “ก็แบบ มึงเป็นหลานเขาไง”


         “ก็เพราะกูเป็นหลานนี่แหละ ถึงอยากรู้จากปากอาตัวเอง ไม่ใช่ให้กูไปเจอเองหรือจากปากคนอื่น”


         คืนนั้นเจนภพไม่ได้กินจนเมาหรืออ้วก แต่กว่าจะหลับได้ฟ้าก็สางแล้ว




 

         เจนภพยอมรับว่าเขาเองก็มีนิสัยขี้น้อยใจมากกว่าที่คนทั่วไปอยู่เหมือนกัน


         อาจจะเพราะตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาให้ เจนภพน่ะโตมากับอาจอมแล้วก็เพื่อนอาจอม หลายครั้งที่รู้สึกที่เด็กหนุ่มวัยมหาลัยที่ควรจะไปเที่ยวไปมีกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมแบบพวกอาจอมต้องทนอยู่บ้านเลี้ยงเด็กอย่างเขา แต่การโตมาเป็นน้องน้อยในกลุ่มอาที่เหมือนจะเป็นพี่ชายเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ


         พวกอาๆน่ะ สปอยล์เขามากกว่าแม่เสียอีก เอาจริงๆความรู้สึกใจหายแบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาครั้งแรก อาจอมไม่ได้มีแฟนคนแรก แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นพี่สาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับอาจอมมากกว่า อย่างอาจิณณ์ก็อายุพอๆกันกับอาณัฐ พอคิดว่าตอนนี้จะมีคนอีกคนที่คล้ายเขาเข้ามา มันก็โหวงๆ


         น้อยใจเหรอ ก็ไม่ได้ขนาดนั้น แค่ทำไมอาจอมไม่บอกกันก่อน


         ที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาไปไหน ก็เพราะว่าไปกับยี่หวาใช่มั้ย


         บูทีคโฮเทลในกาญจนบุรีถูกเลือกให้เป็นที่พักใจของตัวเองในครั้งนี้ หลังจากนอนไม่หลับก็คิดว่าควรไปที่ไหนสักที่เพื่อเคลียร์หัวตัวเองก็ตัดสินใจเปิดเว็บจองโรงแรมทันที โชคดีที่เป็นช่วงวันหยุดสามวันเลยไม่ต้องกังวลเรื่องเรียน โชคดีที่เขาเป็นพวกชอบติดเสื้อผ้าไว้ในรถอยู่แล้วถึงได้มีชุดไปรเวทกับรองเท้าอยู่ในรถ ส่วนชุดชั้นในก็ไปซื้อเอาที่เซเว่น เติมน้ำมันเต็มถังก็พร้อมออกเดินทาง


         ยังไม่มีข้อความอะไรจากพ่อแม่ ดังนั้นแสดงว่าอาจอมไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคนอื่น ส่วนเขาแค่บอกกับเจตนิพัทธ์ว่าจะไปหาที่สงบอยู่เงียบๆคนเดียวสักพักอีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร


         “กูถึงแล้วนะเจต”


         ไปไกลถึงไหนละพ่อคุณ


         “แค่เมืองกาญจ์เอง กูขี้เกียจขับรถไกลๆ”


         โห ก็ไกลอยู่นะ


         “เออ โทรมาบอกไว้จะได้ไม่เป็นห่วง ถ้าอาจอมโทรหามึงก็บอกละกันว่ากูไม่เป็นไร”


         รู้แล้ว ละนี่มึงยังไม่หายคิดมากใช่มั้ย


         “ไม่รู้ว่ะเจต คือกูก็คิดนะว่าอาจจะเป็นเพราะกูติดพวกคุณอามากไปรึเปล่า กูเลยไม่มูฟออนแบบนี้” และเจนภพคิดอย่างนั้นจริงๆ อาจอมไม่ว่ากับเรื่องอะไรก็คิดถึงเจนมาเป็นที่หนึ่งยิ่งกับแฟนคนก่อนๆของอาจอมยิ่งแล้วใหญ่ ขอแค่เจนภพโทรไปอาจอมก็พร้อมจะสลัดทุกคนกลับมาหาเขา และนั่นรึเปล่าที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่โตเสียที


         ก็อาจจะ มึงโตมากับอาไงเจน มึงก็ชินที่จะมีเขา กูว่ามึงต้องลองอยู่คนเดียวบ้างแล้วมั้ย


         “ตอนนี้กูก็อยู่คนเดียวไง”


         ไม่สิ หมายถึงนานๆ ไม่มึงก็หาแฟน


         “แฟนเหี้ยไรละ จะมีใครมาชอบกู”


         กูโบกให้ หล่อๆรวยๆขับรถยุโรปแบบมึงคนเขาอยากเข้าหา แต่มึงเสือกไม่มองใครเลยไงน้องจากคนนั้นน่ะ


         “เออๆ ไว้กูจะกลับไปคิดละกัน ขอบใจมากเจต”


         เออ มีอะไรก็โทรมาหากูได้ตลอดเลยนะ

         




         ผ่านไปได้อีกวัน โทรศัพท์ของเขาถึงได้เกิดไม่สงบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ต้นเหตุไม่ใช่อาจอมเหมือนอย่างที่เคยแต่เป็นอาไมล์


         อาจอมนะอาจอม รู้อยู่แล้วว่ายังไงเขาก็ต้องรับสายนี้


         แต่เขาก็เลือกที่จะไม่รับมัน โทรศัพท์สั่นๆหยุดๆ จนสักพักก็เปลี่ยนเป็นข้อความเข้าแทน


         เด็ก อารู้เรื่องแล้วนะ ถ้าเห็นแล้วโทรกลับมาหน่อย– อาไมล์


         เขาเม้มปากตอนที่เห็นข้อความนั้น แต่ก็ยังทำใจแข็งไม่เอื้อมมือไปแตะต้อง


         เด็ก หลับอยู่เหรอ? ทำไมไม่รับโทรศัพท์อาเลย’ – อาไมล์


         เด็ก อาไมล์เป็นห่วงนะ’ – อาไมล์


         เจนครับ ถ้าเจนไม่โทรกลับมาอานอนไม่หลับแน่เลยคืนนี้อาไมล์


         จนแล้วจดรอดก็เป็นเจนภพเองที่ใจอ่อน พอกดเข้าแชทไปอ่านข้อความอีกฝ่ายก็ไม่รอช้า รีบต่อสายโทรมาหาเขาทันที


         เด็ก เด็กอยู่ไหนครับ


         “ไม่บอกครับ บอกไปอาไมล์ก็บอกอาจอมอยู่ดี”


         ทุกคนเป็นห่วงเจนนะ


         “แต่เจนยังไม่อยากคุยครับ”


         จอมเครียดจนนอนไม่หลับเลยนะเจน


         “เจนก็นอนไม่หลับไม่เหมือน”


         แล้วเจนอยู่ไหน อยู่บ้านเพื่อนคนไหนครับ อาไมล์ไปหาได้มั้ย


         “ไม่ได้อยู่ครับ”


         บอกอาไมล์เถอะเจน อาไมล์สัญญาว่าจะไปคนเดียว


         “จะ… เจนไม่ได้อยู่กรุงเทพครับ” เขาได้ยินเสียงอาไมล์สูดลมหายใจเข้าลึก รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องโกรธที่เขาไปไหนไม่บอก


         แล้วไปกับใครครับ ขออาคุยกับเพื่อนได้มั้ย


         “เจนมาคนเดียว”


         ‘เด็ก แบบนี้ไม่โอเคเลยนะนั่นไง เสียงอาไมล์แข็งขึ้นมาแล้ว


         “ถ้าอาไมล์จะโทรมาว่าเจน เจนวางแล้วนะ”


         เดี๋ยว เด็กอาไม่ได้จะว่า แต่อาเป็นห่วง เจนก็รู้ว่าขับรถไปคนเดียวมันน่ากลัว


         อาไม่ได้โกรธเจน แต่เจนรู้ใช่มั้ยว่าทุกคนรักเจน ทุกคนเป็นห่วงเจน ถ้าเจนเป็นอะไรไปแล้ว

พวกอาจะทำยังไงครับ


         เจนอดนอนแล้วขับรถไปคนเดียวแบบนั้น ถ้าเจนหลับในแล้วเกิดอะไรขึ้นมา แล้วอาจะอยู่ยังไงเจน


         ‘ถึงเจนไม่รักตัวเอง แต่เจนรู้ไว้เลยนะว่ายังมีอาไมล์ที่รักเจน อาไมล์อยู่ไม่ได้นะถ้าเจนเป็นอะไรไป


         คำพูดนั้นทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตั้งแต่วันเกิดเหตุร่วงหล่นลงมา เจนภพปล่อยโฮใส่สายโทรศัพท์ รู้สึกได้ว่าเสียงของอาไมล์ที่กำลังปลอบเขาอ่อนลงนิดนึง


         ไม่รู้คุยกันอีท่าไหนจนเขาเผลอหลับไปคาสาย อาจจะเพราะเสียงนุ่มๆของอาไมล์กับอาการอ่อนเพลียสะสมที่ทำให้เขาไม่รู้ตัว ตื่นมาอีกทีก็คือตอนที่ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง


         และพอเห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคยกับแขนที่อ้ากว้างเตรียมเอาไว้ เจนภพก็รู้แล้วว่าไม่มีที่ไหนที่จะดีเท่ากับอ้อมกอดนี้ของอาไมล์อีกแล้ว ไม่มีเลย

 




         “โกรธไอ้จอมมากขนาดนั้นเลยเหรอไง เจน”


         “ก็ไม่ได้โกรธ แค่น้อยใจ”


         “จะน้อยใจอะไร ยี่หวาก็ไม่ใช่แฟนคนแรกของมันนี่”


         “แต่ยี่หวาเป็นเพื่อนเจน ทำไมอาจอมไม่บอกเจนว่าจะจีบยี่หวา”


         “ไอ้จอมมันก็มีเรื่องลำบากใจของมันแหละเจน ไหนจะอายุอีก มันสองคนห่างกันตั้งเก้าปี คงยังไม่บอกจนกว่าอะไรๆจะลงตัวละมั้ง” และบางทีพันไมล์ก็อยากจะบอกหลานจริงๆว่าเขาน่ะเข้าใจจอมทัพดี เข้าใจดีกว่าใครเลย


         พอได้ฟังเหตุผลของอาไมล์ เจนภพก็รู้สึกเย็นลงนิดนึง ถึงตอนเกิดเรื่องเขาจะไม่ได้พูดอะไรแรงๆใส่จอมทัพแต่เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเสียใจพอสมควรตอนที่เขาสะบัดมือออก


         “อาจอมเป็นไงบ้างอาไมล์”


         “น้อยใจเขาแต่ก็ห่วงเขาเหรอไง”


         “เจนดูเหมือนเป็นไอ้โง่มากมั้ยในสายตาอาไมล์ที่ไม่รู้อะไรเลย”


         “ไม่เอาไม่พูด ไม่มีใครคิดว่าเจนโง่หรอก เอาจริงๆมันก็อยากบอกเจนแหละ แค่กำลังคิดอยู่ว่าจะบอกยังไงดี มันกลัวเจนรับไม่ได้”


         “ทำไมเจนจะรับไม่ได้”


 

        “ก็ยี่หวานั่นเพื่อนเจนรึเปล่า จอมมันก็เป็นอาของเจน”


         “ไม่เกี่ยวอ่ะ ทำไมอาจอมทำเหมือนอาจอมไม่ได้เลี้ยงเจนมาเลย เจนไม่มีทางเกลียดอาจอมเพราะเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว”


         “ใช่ไง อาก็บอกมันไปแล้วเหมือนกัน มันเครียดมากเลยนะเจนตอนที่ไม่รู้ว่าเจนหายไปไหน”


         “อาไมล์ก็ไม่รู้หรอกว่าเจนเสียใจแค่ไหน”


         “ใครว่า เพราะรู้หรอกถึงได้รีบมาหานี่ไง นี่อาซิคลีฟเพราะเราเลยนะ”


         “อาไมล์ เจนขอโทษ”


         พันไมล์มองคนที่กำลังนั่งกินไอศกรีมถังใหญ่อย่างขำๆ เมื่อก่อนตอนคุยกับเพื่อนก็คิดละว่าทำไมเจนภพถึงเป็นเด็กดีแบบนี้ เด็กผู้ชายส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาชอบออกนอกลู่นอกทางตอนเป็นวัยรุ่น ผิดกับเจนภพที่นอกจากไปกินเหล้าบ้าง เล่นเกมส์บ้านเพื่อนแต่ก็ไม่เคยไปเหลวแหลกที่ไหน ออกจะเป็นคนติดบ้านด้วยซ้ำ มีครั้งนี้นี่ละที่เตลิด สาเหตุก็แค่เพราะไอ้จอมเพื่อนเขาไปมีแฟน


         “เพิ่งรู้ว่าเจนก็มีมุมที่ดื้อเหมือนกัน”


         “อาไมล์ไม่เข้าใจหรอก”


         “อ่ะ งั้นอาไม่เข้าใจอะไรเด็กก็อธิบายสิ”


         “อาณัฐกับอาไมล์มีแฟนทุกคนก็ไม่ว่างมาเล่นกับเจนแล้ว อาไมล์ยังเคยเทนัดต่อกันดั้มของเราเลย”


         “เด็ก เรื่องนั้นเราง้อกันจบแล้วไงครับ”


         “อาจอมเปลี่ยนไป เมื่อก่อนเจนโทรไปก็รับตลอด ชวนไปกินเนื้อย่างก็ไม่พลาด แต่อยู่ดีๆก็ไม่ไปไหนด้วย ติดงานบ้าง ติดนัดบ้าง อาไมล์ไม่รู้หรอกว่าเจนเหงาแค่ไหน ไปไหนกับเพื่อนก็ไม่เหมือนไปกับอาจอมหรอก” ปกติกับแฟนคนก่อนๆของจอมทัพก็ไปกันสามคนโดยที่ไม่เดือดร้อนอะไรเพราะแฟนคนก่อนๆของอาจอมออกจะชอบเจนด้วยซ้ำ แต่นี่อยู่ดีๆก็ไม่เคยว่างไปไหนด้วยเลย เพื่อนอยู่กันจนเบื่อขี้หน้าแล้ว


         “อาไมล์ก็รู้ว่าพ่อแม่ไม่เคยสนใจเจนอยู่แล้ว”


         “ตอนนี้เจนหายไปก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ทุกคนจะได้มีเวลาไปอยู่กับแฟน ไม่ต้องมาเป็นห่วงเจนไง”


         พอคำนั้นออกจากปากเจนภพ พันไมล์ก็ทนไม่ไหวต้องดึงร่างนั้นเข้ามากอด


         พันไมล์รู้ดีว่าพี่สาวกับพี่เขยของจอมทัพงานยุ่งมากแค่ไหน ส่วนใหญ่ก็ให้จอมทัพเป็นธุระจัดการให้ทุกอย่างตั้งแต่เด็ก เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในหมู่ผู้ใหญ่แต่กับเด็กอย่างเจนภพจะไปเข้าใจอะไร


         “แต่เจนยังมีอาไมล์นะ เจนรู้ใช่มั้ย”


         “เมื่อคืนอาไมล์ก็ว่าเจน”


         “อาไมล์ขอโทษ อาไมล์ไม่ว่าเจนแล้ว”


         “อาไมล์ไม่ต้องขอโทษหรอก เจนโตแล้วก็ควรจะเข้าใจเอง”


         ตอนนั้นพันไมล์ไม่รู้เลยว่าคำว่า เข้าใจ’ หมายความว่าอะไร

 


         “กูว่ากูจะขอเค้กแต่งงาน” ประโยคนั้นของอาไมล์ทำให้เอกสารที่ถืออยู่ในมือของเจนภพร่วงหล่นลงกับพื้น


         “เอ้า เจนมาตั้งแต่เมื่อไร” จอมทัพรีบกุลีกุจอมาช่วยหลานชายเก็บเอกสารทันที 


         “สักทีเหอะไอ้ไมล์ กูว่าเค้กรอจนรากงอกแล้วมั้ย พวกมึงก็ไม่ใช่อายุน้อยๆแล้วนะ”


         “เออน่า ก็กูสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ จะให้แต่งเร็วแล้วมีแค่หนี้ได้ไง ไหนจะค่าบ้าน ค่ารถ ถ้ามีลูกก็อีกเรื่อง”


         “แล้วเขาโอเคเหรอกับอาชีพมึง เห็นบ่นๆมาหลายทีแล้วนะ”


         “เดี๋ยวกูคุยเอง”


         “เอ้าๆ หลีกทางให้หลานกูหน่อยครับ เจนนั่งเลยเจน” ตั้งแต่ทะเลาะกันคราวนั้นจอมทัพก็รู้ว่าหลานชายเซ้นซิทีฟเพียงใด พอเคลียร์กันได้ก็ไม่กล้าละเลยเขาแบบเก่าจนบางทีกลับเป็นเจนภพเสียอีกที่รำคาญ


         “เออ กินไรมายังเจน พวกอาซื้อคอหมูย่างมาเผื่อนะ แล้วนั้นเอกสารอะไรเยอะแยะ”


         “เจนกินมาแล้วครับอาณัฐ แล้วเจนจะมาบอกเฉยๆ”


         “ว่าเทอมหน้าเจนจะไปแลกเปลี่ยนที่เยอรมัน”


         “หื้ม จะไปแลกเปลี่ยน”


         “ครับ เทอมนึง กับมหาลัย ตอนแรกว่าจะไปแค่เทอมเดียวแต่” เขาเหลือบไปมองอาไมล์ที่ทำหน้าตึงมาแล้ว


         “เจนเห็นเขามีดับเบิ้ลโปรแกรม ถ้าเรียนต่อก็จบได้สองดีกรีเลย เจนว่าเจน


         “เลยจะไปเรียนต่อที่เยอรมันครับ”


         “ทำไมเด็กไม่เห็นบอกอาเลย?” พันไมล์ขมวดคิ้ว ทำไมเขาถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน


         “จริงๆยื่นไปช้าเลยไม่ได้คิดอะไรด้วยเลยอาไมล์ แต่อย่างว่า เจนควรจะไปลองอยู่ตัวคนเดียวบ้าง เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น”


         คราวนี้จอมทัพเป็นฝ่ายทำหน้าเครียด


         “ถ้าจะไปเพราะอากับยี่หวา อาไม่ให้ไปจะเจน”


         “เปล่าเลยอาจอม เจนมาลองคิดๆดูแล้วจะให้เจนอยู่กับอากับยี่หวาตลอดไปก็ไม่ได้มั้ยอ่ะ”


         “ก็ยังมีอาณัฐกับอาไมล์ไงเจน”


         “ไม่ได้หรอกอาจอม อาณัฐกับอาจิณณ์ก็วุ่นๆดูแลร้าน ไหนอาไมล์จะขออาเค้กแต่งงานอีก” 

เจนก้มหน้า กลืนก้อนบางอย่างกลับเขาไปไปในคอ


         “เจนควรปล่อยให้อาไปมีชีวิตของตัวเองบ้าง เจนไม่เป็นไรหรอก เจนโอเค พ่อกับแม่ก็โอนเงินมาแล้วด้วย”


         “แล้วเจนจะไปอยู่คนเดียวแบบนั้นได้ไง” ปกติเจนภพเป็นเด็กติดคน ไม่ไปไหนก็ต้องไปกับพวกเขาไม่ก็กับเพื่อนตลอด


         “มีเพื่อนไปที่เดียวกันสองสามคนอาจอม เจนไม่เหงาหรอก”


         “ที่พูดมาคือจะไปให้ได้ใช่มั้ยเจน?”


         “อือ เจนตัดสินใจแล้ว อาไมล์อย่าว่าเจนนะ”

 





         ความรู้สึกของพ่อนกแม่นกที่กำลังมองลูกนกบินออกจากรังเป็นอย่างไร พันไมล์ก็เพิ่งเข้าใจในวันนี้ตอนที่เห็นเจนภพเดินเข้าเกทไป ตั๋วเครื่องบินนี้เป็นตั๋วเที่ยวเดียวซึ่งแปลว่าต่อให้รอ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรเจนภพถึงจะกลับมา


         “มองตามกันเข้าไป ทำไมไมล์ถึงไม่จองตั๋วไปส่งหลานถึงเบอร์ลินเลยละ”


         “อย่าประชดเราได้มั้ยเค้ก เธอก็รู้ว่าหลานโตมากับเรา ไอ้จอมกับไอ้ณัฐก็รู้สึกไม่แพ้กันกับเราหรอก”


         “อ๋อเหรอ แล้วเจนมันใช่หลานไมล์มั้ยละ ต้องคอยพาไปซื้อของเก็บกระเป๋า”


         “ไม่ทะเลาะกันดีกว่าเค้ก เธอก็รู้ว่าเรากับเจนเป็นอาหลานกันมั้ย เรายังเคยป้อนนมเปลี่ยนผ้าอ้อมมันเลย”


         ในวัยเท่านี้พันไมล์ไม่ได้คิดแล้วว่าจะต้องมีแฟนที่มาคอยตามหึงตามหวงกันแบบฮาร์ดคอร์ พยายามคิดในใจว่าอาจจะเพราะเป็นช้วงมู้ดสวิงของเค้กเลยทำให้หญิงสาวเหวี่ยงเขาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้


         “จะไม่ให้เราทะเลาะเลยได้ไงอ่ะ ไมล์เป็นนักบินปกติก็ไม่มีเวลาให้เราอยู่แล้ว ช่วงนี้เราแทบไม่ได้เจอกันเลยนะถ้าเราไม่มาหาไมล์ที่นี่”


         “อืม ไมล์ขอโทษเค้กแล้วกันที่ไม่มีเวลา แต่หลานมันไม่มีใครจริงๆ เอาเป็นว่าวันพฤหัสหน้าเราแลนด์บ่ายสอง เค้กเลือกเลยว่าเค้กอยากจะกินอะไร ดีมั้ยครับ”


         “อืม ก็ได้ ถ้าไมล์สัญญาว่าจะไม่เบี้ยวเราอีกนะ”

 


จากนั้นระยะห่างระหว่างพวกเราก็ไกลขึ้นจากกรุงเทพสู่เยอรมัน พอเรียนจบเจนภพก็ไม่ได้คิดจะกลับไทยกลับยื่นเรียนต่อปริญญาโทที่สก็อตแลนด์เพราะเบื่อแสงสีของเบอร์ลิน จากยุโรปถึงประเทศไทยห่างกันเป็นพันพันไมล์ แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่พันไมล์ไม่ใช่แค่ระยะห่างระหว่างกรุงเทพกับเอดินเบอระ แต่กลับเป็นระยะห่างระหว่างเขากับอาพันไมล์ด้วย


เจนภพไม่ได้คิดว่าจะเจอกับพันไมล์อีกแล้วนับตั้งแต่ที่เรียกอูเบอร์ให้อีกฝ่ายกลับโรงแรมในวันนั้น แต่กลายเป็นว่าเสียงเรียกเข้าสุดน่ารำคาญกลับดังขึ้นตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งของเช้าวันเสาร์ทั้งที่เขาเพิ่งนอนไปได้อีกไม่กี่ชั่วโมง

 

         ยี่หวานะยี่หวา ก็บอกแล้วไงว่ากว่าจะได้นอนก็ตั้งเจ็ดโมงเช้า


         “อืมมมม” เจนภพไม่ทันได้ดูว่าใครโทรมาด้วยซ้ำก็กรอกเสียงไปอย่างหงุดหงิด รู้อยู่แล้วว่าต้องไม่ใช่เพื่อนสักคนเพราะน่าจะนอนตายอยู่เหมือนกัน

 

        เจน ตื่นรึยัง อยู่หอรึเปล่าเสียงทุ้มนั้นทำให้สติที่เลือนลางกลายเป็นแจ่มชัดขึ้นมา


         “อยู่ครับ อาไมล์?” เขาไม่แน่ใจว่าใช่มั้ยจนถึงกับต้องเอามือถือขึ้นออกจากข้างหูมาดูและก็


         โป๊ะเช๊ะ


         อาโทรหายี่หวา บอกเมื่อคืนเจนนอนดึกเลยแวะซื้อข้าวเช้ามาให้


         “อาไมล์อยู่เอดิน?” เขนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเผลอเรียกแทนชื่อกันแบบสนิทๆเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด


         อือ อารบกวนมั้ย แต่อามีผัดหมี่โคราชจากร้านเวียดนามที่เจนชอบมาด้วยนะ


         ฝีมือยี่หวาแน่ๆ อาไมล์จะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร


         “อาไมล์รอเจนแป๊บ” เขารีบลุกขึ้นนั่ง คิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ก่อนจะหยิบเสื้อตัวเมื่อคืนที่วางกองอยู่ที่พื้นมาสวม เหลือบตามองไปรอบๆห้องก็คิดว่าคงจะจัดไม่ทันแล้วก็หยิบกุญแจห้องแล้ววิ่งลงบันไดจากชั้นสองมาจนถึงที่หน้าหอ


         โชคดีที่หอของเขาไม่ใช่หอใหญ่มีหลายๆตึก ไม่งั้นอาไมล์ได้รอนานแหงๆ

         


         อาไมล์ยังคงดูหล่อเหมือนเดิมทั้งที่เพียงแค่ใส่กางเกงชิโนสีกากีกับเสื้อโปโลสีกรมท่าตัดกับผิวขาวๆใต้เสื้อโค้ทสีน้ำตาล ให้เดาก็คงจะเป็นเบอร์เบอรี่แบรนด์โปรดของคุณเขาละ ที่มือข้างที่ไม่ได้ถือกระเป๋ามีถุงสีน้ำตาลที่เจนภพจำได้ดีว่ามันคือร้านอาหารเวียดนามที่เขาชอบอยู่จริงๆ


         “อาไมล์มาได้ไง” เขาเกาหัวแกร๊กๆตอนที่เปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามา โชคดีที่เป็นวันหยุดของคนดูแลหอเลยไม่ต้องหันไปแนะนำอีกฝ่ายให้ให้ เขารีบหยิบถุงอาหารในมือของอีกฝ่ายมาถือไว้ก่อนจะรีบพาอีกฝ่ายไปที่ลิฟท์


         “อามากวนเจนรึเปล่า จริงๆอาแค่อยากเอาข้าวมาให้เพราะกลัวว่าเจนจะปวดท้อง”


         เจนภพส่ายหัว ก็เพราะอาไมล์แสนดีอย่างนี้ไงเล่า จะให้เขาตัดใจง่ายๆได้ยังไง


         “พออาโทรมาบอกมีผัดหมี่เจนก็ไม่ง่วงแล้ว แต่ห้องเจนรกนิดนึง อาพันไมล์อย่าฟ้องอาจอมนะ”

 


         พอได้สติก็ไม่เรียกเขาว่า อาไมล์’ อย่างที่เคยเรียกแล้วสินะ เจ้าเด็กคนนี้


         ห้องของเจนภพเป็นห้องสตูดิโอที่ขนาดกำลังพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ไปสำหรับการอยู่คนเดียว ข้าวของก็รกพอสมควรแต่ก็เป็นธรรมดาของชายหนุ่มโสดทั่วไปนั่นละ เขาส่ายหัวเล็กน้อยกับกองภูเขาเสื้อผ้าขณะที่เจนกำลัง กวาด’ ของทุกอย่างบนเคาท์เตอร์ลงไปในกล่องกระดาษเพื่อจะหาที่นั่งให้เขา มีเก้าอี้สูงอยู่สองตัว ตัวหนึ่งอีกฝ่ายใช้ทิชชู่เปียกเช็ดให้เขานั่งอย่างพิถีพิถัน ส่วนอีกตัวเอาไว้วางหม้อหุงข้าว


         “อานั่งก่อน เดี๋ยวเจนไปล้างหน้าแป๊บนึงแล้วมาแกะข้าวให้”


         ได้ยินเสียงน้ำพันไมล็ก็ไม่ได้ว่าอะไร มองสำรวจไปรอบๆห้องก็คิดว่าของเยอะดีแฮะ ดูเหมือนจะเป็นคนติดบ้านกว่าที่คิด


         แป๊บเดียวอย่างที่เด็กว่าจริงๆอีกฝ่ายก็ออกมาจากห้องน้ำ หยิบจานออกมาสองใบ


         “ยี่หวาบอกอาเหรอว่าเจนชอบผัดหมี่ร้านนี้” เจ้าตัวถามขณะที่กำลังแกะกล่องอาหาร 


         “เปล่า อาดูจากไอจีสตอรี่ของเด็กไง” เด็กอาจจะไม่รู้หรอกว่าผู้ใหญ่ก็มีเวลาว่างเหมือนกัน เขาชอบดูไอจีสตอรี่ของเจนภพเพราะอีกฝ่ายเป็นคนชอบกิน ถึงจะไม่ได้คุยกันก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบไม่ชอบอะไรจากการลงรูปอาหารและชีวิตประจำวันของเจ้าตัว


         “อาเห็นเด็กลงร้านนี้ประจำเลยอยากลองกินบ้าง” แล้วเจนภพก็ร้องอ๋อตอนที่เห็นว่าอีกกล่องข้างล่างเองก็เป็นเมนูเดียวกัน


         “แล้วอาให้เจนแกะเกาหลาให้เลยป่าว ร้านนี้เขาก็ใช้ได้นะ” เขาเห็นถุงน้ำซุป มีลูกชิ้นกับถั่วงอกก็รู้ว่าเป็นเมนูอะไร


         “เปล่า อันนั้นอาสั่งมาให้ เห็นยี่หวาบอกว่าเจนกินเหล้าถึงเช้าเลยคิดว่าเจนน่าจะอยากกินอะไรร้อนๆ”


         เจนภพพูดอะไรไม่ออก


         ก็แสนดีแบบนี้ ยืนหนึ่งเรื่องเทคแคร์แบบนี้ ใครได้เป็นแฟนอาไมล์น่ะโชคดีจะตาย ถึงจะไม่พูดเยอะแต่ก็เป็นคนหวานๆ เหมือนน้ำตาลในคราบกาแฟดำ แต่อาไมล์น่ะไม่เห็นใจเจนเลยสักนิด มีแต่จะทำให้ชอบแต่ก็ไม่ชอบกลับ


         “แล้วอาแวะมาคืนเดียวเหมือนเมื่อคราวก่อนรึเปล่า”


         “อือ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็กลับโดฮาแล้ว”


         “แต่มาวันเดียวก็ไม่เห็นจะได้เที่ยวอะไรเลยนะ แต่อาโชคดีที่ตอนนี้มันซัมเมอร์ มืดช้าหน่อยก็เลยได้เห็นนู่นนี่”


         “ไม่เห็นเป็นไรเลย เดี๋ยวอาก็มาอีกบ่อยๆก็ได้ เจนพาอาเที่ยวได้มั้ยละ”


         “ได้เลยแล้วอาอยากจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ถ้าเจนอยู่เอดินเดี๋ยวเจนพาไปได้ทุกที่เลย” เขาเคี้ยวผัดหมี่ต่อ เห็นอีกฝ่ายเงียบไม่ตอบก็เงยหน้าจากชามข้าว เห็นอีกฝ่ายจ้องจานข้าวตัวเองก็สงสัย        


         “อา… อาพันไมล์”


         “หือ เจนว่าอะไรนะ”


         “เจนถามว่าอาอยากไปเที่ยวไหน วันนี้น่าจะเที่ยวได้แค่ใกล้ๆแล้วแหละ”


         พันไมล์ส่ายหัว “ให้เด็กเลือกเลย อาไปไหนได้หมด”


         เขาแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไร แต่มองเข้าไปในคอเสื้อยืดตัวย้วยสีเทาอ่อนก็แอบเม้มปากตอนที่เจนภพก้มลงไปกินข้าวต่อ เห็นรอยช้ำสีม่วงที่ซอกคอในหัวก็คิดไปต่างๆนาๆ


         “แต่เจนอยากพักมั้ย เมื่อเช้าเจนนอนกี่โมง”


         “เจ็ดโมง เมื่อคืนเห็นอากาศดีๆเลยไปนั่งกินเบียร์กับเพื่อนที่สวนใกล้ๆนี่เอง เสร็จแล้วเลยมาต่อที่หอเจน พวกมันกลับไปตอนหกโมงได้มั้ง” เห็นคนต่างชาติเอาเบียร์มานั่งดื่มในสวนก็เลยอยากลองบ้าง สรุปคือไม่ชิลล์อย่างที่คิดแต่เมาจนแทบไม่มีสติ


         “หือ เมามากเลยเหรอ?”


         “อือ ก็อากาศมันดีเลยยาว แถมที่ห้องเจนมีเหล้าที่กินค้างไว้ตั้งแต่ก่อนมิดเทอม นั่นแหละ ยับ”


         “แล้วเพื่อนกลับบ้านไหวเหรอ”


         “อือ กลับไหว แต่ไอ้ธีมันเมามากเลยให้มันขึ้นมาล้างหน้า เดินแทบไม่ไหวต้องแบกอ่ะอาคิดดู” พูดแล้วก็เผลอเกาตรงที่คอ เมื่อคืนพอเมาทุกคนก็เรื้อนใหญ่ เล่นเกมส์บ้าเกมส์บอโดนตั้งแต่อมหัวแม่ตีนไปจนถึงดูดปากเพื่อน ธีรดลเมาจนคิดว่าคอเขาเป็นปาก เดี๋ยวรอมันตื่นค่อยไลน์ไปทับถม


         พันไมล์รับคำส่งๆ แต่ในใจจดไปแล้วว่าคงต้องขอเจอเพื่อนหลานที่ชื่อธีคนนี้สักครั้ง

 






พันไมล์ไม่ใช่คนโง่ เขารู้อยู่แล้วว่าหลานชายเพื่อนสนิทคิดยังไงกับตัวเอง ถึงจะไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่สายตาคู่นั้นไม่ได้มองเขาอย่างเดิม แต่เขาก็รู้ รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ใช่จอมทัพ ไม่ใช่เพราะยี่หวาหรือว่าใครหรอก แต่เป็นเพราะเขานั่นละที่ทำให้เจนภพตัดสินใจไปจากประเทศนี้ ไปให้พ้นจากเขา


         และ มันเป็นเรื่องยากรู้ไหมที่จะวางตัวให้มันเหมือนเดิมทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง


         ต่อให้ใครจะไม่ได้รักเจนภพแบบเดียวกับที่อีกฝ่ายรักตัวเอง แต่ทุกคนก็รู้ว่าเจนภพเป็นคนน่ารัก หลานชายคนนี้เป็นคนนิสัยดีคนหนึ่ง แล้วจะให้พันไมล์ทำตัวใจร้ายกับเจนภพได้ยังไงกัน


         พันไมล์ไม่รู้ว่าเจนภพรู้หรือไม่ว่าเขารู้แล้ว แต่ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายบินไปเรียนต่อครั้งนั้น ก็ไม่เคยกลับไทยมาอีกเลยจนเวลาผ่านไปได้สามปีแบบนี้


         แต่จะบอกว่ามันเป็นการเจอกันครั้งแรกในรอบสามปีหรือไม่ ก็คงตอบไม่ได้ว่าใช่


         และที่ทำให้ทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้ เป็นเจนภพที่พยายามหลบเลี่ยงเขา ไม่คุยกับเขา ขนาดเขามาเจอก็ยังยิ้มฝืนๆ มันก็คงเป็นเพราะเขาเอง

 


         ตอนที่เค้กตัดสินใจบอกเลิกเขา ก็คือตอนก่อนที่พันไมล์มีไฟลท์บินมาลอนดอน อาจจะเพราะเตรียมตัวกำลังจะแต่งงาน ดังนั้นเขาถึงโหมทำงานไม่หยุดพักเพราะอยากจะเก็บวันลาไว้ใช้สำหรับฮันนีมูนแต่ดูเหมือนว่าที่ภรรยาจะไม่เข้าใจ


         เอาจริงๆตอนที่เราคบกันก็ไม่เห็นว่าเราจะพิเศษกว่าคนอื่นตรงไหน ไมล์จำได้มั้ยว่าวันนี้เป็นวันครบรอบเรายังไม่ยอมหาไฟลท์แลกเลย


         เค้กไม่โกรธ ไม่เกลียดไมล์นะ แต่อยากให้ไมล์คิดดีๆว่าใครกันแน่ที่เป็นที่หนึ่งสำหรับไมล์ เค้กสู้มานานแล้ว แต่ก็รู้ละว่าไม่เคยชนะคนในใจไมล์ได้เลย


         ตอนถูกบอกเลิก จำได้ว่าแทบจะล้มทั้งยืน แต่เพราะการงานมันยังค้ำคอก็เลยต้องอดทนฝืนไปก่อน


         รู้ตัวอีกทีก็คือตอนที่ตื่นมารู้ว่าตัวเองเป็นลมไปนั่นละ

 




         “อาไมล์บ้าไปแล้วที่ปล่อยให้ตัวเองป่วยแบบนี้” โรงพยาบาลที่อังกฤษหาทางรักษายากมาก ดังนั้นที่ทำได้ก็แค่ลาป่วยแล้วนอนอยู่ในห้องโรงแรม ส่วนพยาบาลคนสำคัญก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเจ้าเด็กดื้อที่ถ่อมาหาเขาจากเอดินเบอระนั่นละ


         “ใครจะตั้งใจให้ตัวเองป่วยกัน เด็ก”


         “ก็รู้ แต่ทำไมไม่ดูแลตัวเองเลยอาไมล์ ถ้าวูบไปจนระหว่างบินจะทำยังไง”


         “เขาตรวจอยู่แล้วตอนก่อนบิน”


         “นั่นละ ถ้าไม่ไหวทำไมไม่ลาพักเล่า”


         บ่นเขาไม่หยุดตั้งแต่มาถึง พันไมล์ส่ายหัว มองคนที่กำลังหยิบแอปเปิ้ลทั้งลูกมาล้างก่อนจะใส่

จานวางตรงหน้าเขาก็โกรธไม่ลง


         “ไม่ต้องแกะหรอก กินทั้งเปลือกอ่ะดีต่อสุขภาพ”


         “เด็กแกะไม่เป็นก็บอกอา”


         “ปกติเจนไม่กินผลไม้ด้วยซ้ำ”


         “เอามีดมา เดี๋ยวอาปอกเอง” ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่ดูแลใคร แต่ใช้เวลาแค่ไม่กี่วันพันไมล์ก็หายเกือบจะเป็นปลิดทิ้ง


         ดังนั้นก่อนจะกลับไทย เขาเลยพาเจ้าเด็กดีไปเลี้ยงเพื่อเป็นการขอบคุณ เดี๋ยวจะลงทุนเปิดไวน์แพงๆไปเลย


         ก็ไม่ได้รู้หรอกว่านั่นละ จะทำให้ทุกอย่างยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้

 



         มือของเจนภพยังไม่หยุดสั่นด้วยซ้ำตอนที่รถไฟแล่นออกจากคิงครอส


         ทำอะไรลงไป ทำอะไรลงไปเจนภพ!?


         เขาพยายามจะคิดว่าเขาฝัน แต่อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวกับรอยที่คอไม่ได้โกหก คราบขาวที่เจือจางสีแดงบนผ้าห่มสีขาวของโรงแรมก็ไม่ได้โกหก อาไมล์ที่นอนอยู่ข้างๆเขาก็ไม่ได้โกหก แต่ถ้าจะให้โทษอะไรก็ให้โทษไวน์ขวดนั้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ที่เห็นว่าเตือนกันว่าแอลกอฮอลล์จะทำให้เกิดเรื่อง ไม่ได้เกินจริงไปเลยแม้แต่น้อย


         จากไวน์หนึ่งขวดเป็นสองขวด ไม่พอใจก็กลายเป็นว่าเลยมาขวดสามขวดสี่ ปกติอาไมล์ไม่ใช่คนชอบกินเหล้าอะไร แต่พอมีเรื่องอาเค้กเข้ามาก็เหมือนจะไปเปิดก๊อกอะไรของเจ้าตัวเสียอย่างนั้น


         มีอยู่จังหวะหนึ่งที่ต่างคนต่างเมา ไม่ได้ทำอะไรนอกจากมองหน้ากัน


         เป็นพันไมล์ที่เอ่ยถามขึ้นก่อน


         เจน…’


         ‘ครับ อาไมล์


         ‘เจนชอบอาเหรอ?


         คำถามนั้นนอกจากจะไม่ได้ทำให้เขาสร่างแล้วยังทำให้เขาไม่สามารถปิดบังความจริงได้อีก



         อือ เจนชอบอาไมล์ ชอบมานานแล้วและมันก็ง่ายๆอย่างนั้นเอง


         เพราะอาใช่มั้ย ที่ทำให้เจนต้องมาไกลถึงนี่


         เจนภพหัวเราะ


         ก็ไม่เชิงหรอกอาไมล์


         ‘อาไมล์รู้มั้ย กรุงเทพกับเอดินเบอระน่ะ ห่างกันเกือบหกพันไมล์…’


         ‘แต่ระยะห่างระหว่างเราสองคนน่ะ ไกลกว่านั้นอีกนะ


         แถมยังไกลได้มากกว่านี้อีก เพราะเจนอ่ะยืนที่เดิม แต่อาไมล์เหมือนจะเดินออกไปไกลกว่าเดิมอีก



         เจนภพไม่รู้หรอกว่าที่พันไมล์ดึงเขาเข้าไปกอดเพราะอยากจะไล่หยดน้ำที่หางตาเขา หรือเพราะอีกฝ่ายอยากกอดเขาเอง ความรู้สึกตอนนั้นมันพร่ามัวเหมือนหน้าต่างที่ถูกหยดน้ำปกคลุมเพราะฝนตกหนักในตอนเช้า แต่เขาไม่ลืมหรอกว่าตัวเองพูดอะไร ไม่ลืมด้วยตอนที่อีกฝ่ายพยักหน้าและปล่อยให้อะไรบางอย่างที่ไม่ใช่สมองนำพา


         “อาไมล์กอดเจนแน่นๆเลยได้มั้ย แล้วพรุ่งนี้เจนสัญญาว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ไม่ทำให้อาไมล์ลำบากใจเลย”

         









         เจนวางยาแก้แฮงค์ไว้ให้อาไมล์ ส่วนชุดโรงแรมซักรีดให้แล้วอยู่ในตู้เก็บเสื้อผ้า เจนเก็บกระเป๋าให้อาไมล์แล้ว เหลือแปรงสีฟันกับยาสีฟันในห้องน้ำ กลับไทยอย่างปลอดภัยนะครับอาไมล์


         แต่เจนภพก็ไม่รู้หรอกว่าตอนที่เจ้าตัวจากไปพร้อมกับรถไฟรอบสิบโมงเช้าเมื่อครั้งนั้น เจนภพเองก็ได้เอาส่วนหนึ่งของตัวเขาไปด้วยเหมือนกัน


         หลังจากกลับไทยอีกครั้ง ตอนที่เห็นหน้าแฟนเก่าที่มาร้องไห้ขอคืนดี พันไมล์ไม่ได้ปฏิเสธเพราะเขาอยากจะประชดหรือเพราะเขาอยากแก้แค้น แต่เป็นเพราะเขาเพิ่งรู้ใจตัวเองตอนที่ได้จูบเจนภพเป็นครั้งแรกต่างหาก


         ดังนั้นเมื่อพันไมล์กลับมาหาเจนภพอีกครั้งในอีกสามสัปดาห์หลังจากนั้น คนเป็นหลานก็ได้แต่อุทานว่าทำไมคนเป็นอาถึงได้มีรอยช้ำอยู่ที่ข้างแก้มแบบนั้น


         “อาพันไมล์ ไปโดนอะไรมาครับ เจ็บมากมั้ย”


         “ไม่เจ็บเลย เด็ก ไม่เจ็บเลย”


         กูขอสักทีเหอะไอ้เหี้ย ก็เห็นแล้วแหละว่ามึงก็ชอบหลานกูเหมือนกันแต่ปากหนักนักนะ นังตัวดี


         ‘มึงพอแล้วเดี๋ยวมันไปบินไม่ได้จอม


         ‘เออ บินไม่ได้ก็ไม่ต้องบิน!’


         ‘ถ้าบินไม่ได้แล้วมันจะไปหาเจนได้ยังไง


         สินสอดหลานกูสิบล้าน


         ‘มึงจะปล้นมันรึไง ไอ้จอม


         ‘เพ้ย ขัดใจกูจริงๆ แล้วเรื่องมันผ่านมานานขนาดนี้แล้ว มึงน่ะควรจะรู้ตัวเองตั้งนานแล้วไมล์

         ควรจะรู้ตัวตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจเทนัดกับครอบครัวเค้กเพื่อไปตามเด็กคนเดียวที่กาญจ์ ควรจะรู้ตั้งแต่ตอนที่ไม่ชอบให้เจนภพออกกินเหล้าตอนดึกทั้งที่ก็เป็นปกติของวัยรุ่น ควรจะรู้แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงโกรธที่เด็กหนีมาเรียนต่อไกลถึงที่นี่ ห่วงหลานคนอื่นเขามากกว่าที่อาแท้ๆของมันจะหวงเสียอีก


         “แล้วอาถืออะไรมา กล่องใหญ่เชียว”





         “อาไมล์หาตั้งนานกว่าจะได้โมเดลนั้นเพราะมันไม่วางขายมาเป็นสิบปีแล้ว อาไมล์รู้ว่าเด็กไม่ได้ชอบกันดั้มมากเหมือนตอนนั้น แต่อาไมล์ขอโทษที่เคยผิดสัญญากับเด็ก เจน ต่อกันดั้มกับอานะ คราวนี้สัญญาว่าจะอยู่ต่อให้เสร็จเลย”


         เจนภพอ้าปากค้าง มองเจ้ากล่องคุ้นตาที่อยู่ในมืออีกฝ่าย ที่บ้านของเขามีโมเดลพวกนี้เยอะนักละ ทุกตัวก็ได้อาไมล์ร่วมด้วยช่วยกันต่อทั้งนั้นแต่มีตัวหนึ่งที่อีกฝ่ายไม่ได้ช่วยต่อเพราะติดไปกับแฟนเก่าคนนั้นนั่นละ

 

        อยู่ดีๆอีกฝ่ายยกเรื่องกันดั้มเมื่อนานมาแล้วขึ้นมาพูด ดูก็รู้ว่าไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องนี้หรอก


         อาจอมโทรมาเล่าให้ฟังเมื่อสองสามวันก่อนแล้วว่าอาไมล์กับอาเค้กเลิกกันเด็ดขาด ถ้าอยากจะให้ทำอะไรก็ทำไปเลย ก็เพิ่งมาเข้าใจว่าหมายถึงอะไร


         “เด็กรู้ใช่มั้ยว่าอายังพูดมันออกมาตอนนี้ไม่ได้ แต่อาไมล์สัญญานะ ว่าคราวนี้จะไม่ทิ้งเด็กไปไหนอีกแล้ว”


         คนเด็กกว่าเม้มปาก


         “ต่อให้ใครจะโทรตาม อาไมล์ก็จะไม่ไปไหนแล้วใช่มั้ย”


         “อือ ไม่ไปไหนแล้วครับ”


         เจนภพเอื้อมมือไปรับถุงนั้นมา นอกจากกล่องกันดั้มตัวนั้นแล้วยังมีอุปกรณ์ต่างๆที่ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะไปขนมาจากบ้านเขา สงสัยอาจอมนั่นละที่เป็นคนสมรู้ร่วมคิด


         เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะสมหวัง อาจเพราะยังไม่ได้คุยกับอีกฝ่ายจริงๆจังๆเรื่องนี้ ขณะที่เดินจูงมือกันขึ้นห้องไปก็คิดไปด้วยว่าอาไมล์รู้ตัวอะไรยังไงตอนไหนก็ถาม


         “อาไมล์… ชอบเจนเหรอ?”


         “ไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะ”


         เอาจริงๆก็ไม่แน่ใจหรอกว่าตอนไหน เพราะระหว่างเส้นทางหลายปีนั้นก็มีการโต้เถียงกับตัวเองในใจอยู่นานเหมือนกันว่าชอบหรือไม่ชอบ ตอนแรกก็แค่อาการปวดใจหนักๆตอนที่เห็นบาดแผลบนเนื้อตัวที่ปกติแทบจะไม่ปล่อยให้ริ้นไรมาแตะต้อง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งเหมือนกันที่เคยเกือบฟันธงไปแล้วว่ายังไงตัวเองก็จะไม่ไปไหนจากชีวิตของเจนภพแน่ๆ


         กี่ครั้งที่คิดว่าจะมาเจอหน้าและคุยกันให้รู้เรื่องแต่ก็ดูเหมือนเป็นเขาที่ค้านกับบางอย่างในใจไม่รู้ต่อกี่รอบ แต่สุดท้ายพอแฟนของเพื่อนสนิทโทรมาว่าขอให้ไปรับของให้หน่อยก็หาซื้อไฟลท์โดยไม่ลังเลทั้งที่ปกติไม่ใช่รูทด้วยซ้ำ


         สองครั้งที่ปากนั้นอ้าได้แล้ว แต่เสียงกลับไม่มี มีครั้งนี้ที่สุดท้ายก็ไม่อยากเห็นเจนภพไปกับคนอื่นอีก


         เห็นแก่ตัว พันไมล์รู้ว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว ถ้ามีโอกาสเขาเองก็อยากจะบอกกับเจนภพเหมือนกันว่ามันไม่ได้ง่ายสำหรับเขาเลย ไม่เคย


         ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่อีกฝ่ายหนึ่งหรอกที่คิดมากอยู่คนเดียว หลายครั้งที่เป็นฝ่ายเสนอตัวไปรับเด็กจากที่เรียนพิเศษทั้งที่รู้ว่ารถไฟฟ้าสะดวกและประหยัดเวลากว่า หลายทีที่รู้ว่าเด็กมันไปกินเหล้าเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็ไปรอรับ ไหนจะเห็นหรือเจออะไรดีๆก็คิดอยู่เสมอว่าไว้วันหลังก็อยากจะพาเด็กมา


         และพันไมล์ไม่ใช่คนพูดเก่งเลย


         ที่ทำได้ก็แค่คอยเฝ้ามองและดูแลอยู่ห่างๆเท่านั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการกระทำเล็กๆน้อยๆเหล่านั้นกับเรื่องเหล่านี้จะสื่อไปถึงใจของอีกฝ่ายได้มั้ย ว่าสำหรับพันไมล์น่ะ เจนภพจะเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่เราไม่หายไปจากกันและกันก็พอ ในตอนนั้นก็คิดแบบนั้น


         ตอนนี้เจนหายไปก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ทุกคนจะได้มีเวลาไปอยู่กับแฟน ไม่ต้องมาเป็นห่วงเจนไง


         แต่คำพูดนั้นทำให้เขารู้ว่า ไม่ว่ายังไงเขาก็ปล่อยอีกฝ่ายไปไม่ได้หรอก


         แต่เจนยังมีอาไมล์นะ เจนรู้ใช่มั้ย


         ‘อาอยู่ไม่ได้หรอกนะถ้าเจนเป็นอะไรไป


         และที่บอกว่าอยู่ไม่ได้ ก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน


         ถึงทุกอย่างมันจะเริ่มแบบไม่สวยเท่าไร และเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะหึงด้วยซ้ำตอนที่เห็นรอยที่คอของเจนภพ แต่อย่างน้อยพันไมล์ก็คิดแล้วว่าครั้งนี้จะไม่ทำให้เจ้าเด็กที่ไม่เด็กแล้วคนนี้เสียน้ำตาอีก


         ระยะห่างหลายพันไมล์ระหว่างเขากับเจนภพ คราวนี้เขาจะเป็นคนทำให้มันสั้นขึ้นเอง จะไม่ให้เราสองคนต้องไกลกันมากไปกว่านี้อีกแล้วถ้ามันจะทำให้เจนภพรู้สึกถึงสิ่งที่เขาทำ ส่วนเรื่องความรู้สึกที่ชัดเจนว่ามันคืออะไร ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตที่เจนภพจะได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อพันไมล์จริงๆ ไม่ใช่อาพันไมล์อย่างที่เจนรู้จักเสียก่อน แล้วถึงตอนนั้นเราก็คงจะรู้เองว่าคำตอบของมันคืออะไร






 

Talk;

 

สวัสดีค่ะ โคเลฟเองค่ะ 

อาจจะเลทนิดนึงแต่หวังว่าจะไม่ว่ากันนะ เราเจ็ทแลคจนไทม์โซนเพี้ยนเลยลงเลทมากๆเลยค่ะ

(ตอนแรกก็คิดว่าจะเขียนสั้นแล้ว แต่รู้ตัวอีกทีก็…)

อยากลองเขียนเอยูไทยๆแบบนี้มานานแล้วค่ะ อยากลองเขียนฟิคที่มีโลเคชั่นที่สก็อตแลนด์ด้วย สำหรับสถานที่เวลานี่มีอยู่จริงนะคะ อย่างร้านเวียดนามกับคาเฟ่อาหารเช้าเราก็ไปบ่อยมากๆ ส่วนก็เพิ่งจะไปนั่งกับเพื่อนมาวันนี้เอง พอมาเขียนอะไรที่ตัวเองคุ้นเคยนี่เร็วมากๆเหมือนติดสปีดเลยค่ะ

สุดท้ายก็เลยได้มาลงเอยเป็นอาพันไมล์กับเจนภพแบบนี้

ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะใส่ความเป็นโอเมก้าเวิร์สลงไปดีมั้ย แต่พอคิดอีกทีก็ไม่ดีกว่า

เพราะถ้าใส่ลงไปก็ดูเหมือนจะยัดเยียดความอ่อนไหวและทำให้คนอ่านคิดภาพความเป็นอัลฟ่าโอเมก้ามากเกินไป

สำหรับเรา อยากให้มองเจนภพเป็นเด็กคนหนึ่งที่โตมาแบบอ่อนไหวและติดเอาแต่ใจมากกว่าจะเป็นความเซ้นซิทีฟแบบโอเมก้าแหละค่ะ

ส่วนสำหรับอาพันไมล์(ก็คิดว่าหลายคนน่าจะหงุดหงิดความไม่ชัดเจนของฮีแปลกๆ)

แต่เราว่าเราเขียนพระเอกที่ค่อนข้างเพอร์เฟค(มาโดยตลอด)เลยอยากลองเขียนคาแรกเตอร์ที่มีความไม่สมบูรณ์แบบออกมาบ้าง ประมาณว่า ทำไมแกทำแบบนี้วะพันไมล์ ทำไมไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจอะไรแบบนั้นเลยค่ะ 

สำหรับเราเนี่ย อยากลองเขียนเรื่องราวที่ เอ๊ะ ตรงที่ก็ไม่บอกหรอกว่าทำไมแต่อยากลองให้คนอ่านคิดว่าทำไมมันเป็นแบบนี้ ปกติเราชอบเขียนที่มาที่ไปของอะไรในเรื่องอย่างละเอียด ก็อยากลองให้มันเป็นเรื่องอารมณ์แบบที่ไม่มีเหตุผลมารองรับดูบ้าง 


ตอนแรกที่คิดเป็นโอเมก้าเวิร์สเนี่ย ภูมิหลังของฮีเป็นพล็อตอลังการมาก แต่พอตัดสินใจไม่เขียนก็เลยเป็นอย่างที่เห็น

จริงๆเราว่าการเขียนคาแรกเตอร์ออกมาให้ขาดๆเกินๆได้เนี่ย ก็ดูเป็นคนจริงๆมากกว่าอีก

ฝากอาพันไมล์กับเจนภพไว้กับทุกคนด้วยนะคะ จริงๆเรามีเวอร์ชั่นที่อยู่ในแพลทฟอร์มจอยลดาด้วย ไว้เดี๋ยวพอไปจัดการ (จอยมันแต่งยากมากค่ะ กว่าจะกดได้แต่ละบับเบิ้ลเปลี่ยนคาแรกเตอร์อีกเรางงมากเลยช้ามาก)

 

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้เลยนะคะ


kolevf เอง

  
  CR.SQW
  
  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 234 ครั้ง

2,922 ความคิดเห็น

  1. #2870 ccokech (@ccokech) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 02:52
    ลุ้นไปกับเด็กเลยว่าอาไมล์จะยังไงต่อ อยากให้มีภาคต่อเลย บรรยายคุณโคเลฟไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ
    #2870
    0
  2. #2787 mmsays (@sunshineisty) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 15:47
    อ่านแล้วรู้สึกหน่วงๆลุ้นจะจบยังไง เพราะแอบคิดว่าคงจบแบบไม่ได้แฮปปี้ ชอบการบรรยายค่ะ
    #2787
    0
  3. #2728 `มนุษย์ล่องหน (@zincoei) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 20:09
    นึกว่าจะไม่สมหวังแล้ว แงแอ ก็คิดนะว่าอาพันไมล์ชอบเจนภพแน่ๆแต่กลัวจะห้ามใจตัวเองไว้ แต่ในทิสุดดดดดดดดดด ยินดีกับเจนภพพพพพ ละแบบรักอาจอมทัพมาก5555555555 ทำไมไม่เชียร์เพื่อนตั้งนานแล้ว!! รอให้รู้เองมันเลยช้าแบบนี้ไงล่ะ
    #2728
    0
  4. #2712 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 12:23
    เป็นครั้งแรกที่นานมาแล้วจนจำไม่ได้ว่าร้องไห้ตอนอ่านแฟนฟิคครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ อาจจะเพราะเนื้อเรื่องนั้นตรงกับเรา แค่สุดท้ายตัวละครอย่างเราและ'เขา' ไม่ได้ลงเอยด้วยการรักกัน อยากขอบคุณไรต์มากจริงๆค่ะ เหมือนพาเราย้อนเวลากลับไปในห้วงความรู้สึกตัวเอง ถ้าไรต์ผ่านมาเห็นก็รบกวนซื้อผ้าเช็ดหน้าให้เราที ฮืออออออ น้ำตาแตกในรอบหลายปีจริงๆ
    #2712
    0
  5. #2701 Snowball_z (@Snowball_z) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 23:29
    ชอบชื่อตัวละครมากเลยค่ะ พล็อตไม่หวือหวา ทว่าพอใจแล้วกับเนื้อเรื่อง

    แต่พอหลังจากอ่านก็เสิร์ชรัวๆเลยค่ะ😂😂

    ชอบมากๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ❤❤
    #2701
    0
  6. #2700 iPrsc_9889 (@iPrsc_9889) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 11:08
    ชอบเนื้อเรื่องแนวนี้นะคะ ตัวละครมีความเรียลของคนจริง ๆ ที่มีความไม่สมบูรณ์แบบแต่เป็นความรักในรูปแบบที่มันมีอยู่ได้จริง ชอบความซึนๆของอาไมล์ กับความงอแงแต่แกล้งเข้มแข็งของเจน >\\\<
    #2700
    0
  7. #2697 delta119 (@delta119) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 02:58
    ส่วนตัวชอบเอยูไทยอยู่แล้ว เลยยิ่งอินกับอารมณ์ของเรื่องเข้าไปอีกเพราะรู้สึกเหมือนทุกตัวละครมีอยู่จริง ยิ่งเรามีหลายจุดเลยที่โตมาคล้ายกับเจนภพ อ่านแล้วปวดใจมากเลยค่ะ นอนน้ำตาไหล ต้องหาอะไรมาบีบๆไปอ่านไปเพราะมือชาไปหมด5555555 ไม่หงุดหงิดอาไมล์เลยสักนิด เอาจริงอาไมล์น่ารักมากๆ ในใจนี่อวยไปล้านตลบเพราะมองด้วยฟีลเตอร์เจนภพ555555 จบแบบนี้กำลังดีเลย ตอนเริ่มเรื่องมาอาจจะอ่านแล้วงงๆนิดหน่อย หรืออาจจะเพราะอ่านในแอพ แต่โดยรวมแล้วชอบมากเลยค่ะ รู้สึกว่าไม่ได้สั้นไปยาวไป แต่ค่อยๆให้เรียนรู้ความรู้สึกของตัวละครหปเรื่อยๆ เลยเข้าถึงอารมณ์แล้วก็เข้าใจความรู้สึกตัวละครได้ดีขึ้น
    #2697
    0
  8. #2695 โพซิตรอน (@kimtahayon) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 19:00
    ระยะทางสั้นลงแล้วนะ ฮือ ตอนแรกที่เห็นว่าอาไมล์ขอเค้กแต่งงานเรานี่ใจวูบตามเจนภพแล้วค่ะ ในใจคือไม่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งแน่ๆ แถมทั้งคู่ยังเป็นอาหลานกันอีก(ถึงจะไม่เชื้อสายเดียวกันก็เถอะ) อาจเพราะบุคลิกพันไมล์ด้วย มันเลยไม่ชัดเจนหลายๆอย่าง เราอ่านแล้วเข้าใจในความไม่สมบูรณ์แบบแบบที่คุณไรต์เขียนไว้มากๆ เอ้ะไปหลายตลบแต่ก็ไม่คิดไรเพราะเข้าใจว่าเขาคงชินกับการกระทำนี้ตั้งแต่เจนยังเล็กๆ

    เป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยๆลดระยะทางเข้าหากันมากเลยค่ะ (อาไมล์อะลดลงมาอยู่คนเดียว555555 เจนภพเขาหนักแน่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว) มันอบอุ่นมากๆ ชอบบรรยากาศสถานที่แต่ละที่ด้วย เลยรู้สึกอินตามได้ง่าย

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆเสมอมานะคะ ใจแป้วมาเกือบครึ่งเรื่องตอนนี้ก็คือยิ้มได้ตามเจนภพแล้วค่ะ น่ารักทุกตัวละครเลยจริงๆ
    #2695
    0
  9. #2692 lazuliite (@lazuliite) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 09:00
    กว่าจะรู้ใจตัวเองนะอาไมล์ แง ปล่อยให้น้องเจนรอตั้งนาน ชอบมากๆๆๆมีเรื่องไหนของน้องที่เราไม่ชอบบ้างนะ ไม่มีแน่เลย55555555555 ตอนที่น้องเจนมีความสุขเราก็ใจฟูไปด้วย ตอนน้องร้องไห้นี่ก็เหมือนจะตาย แง น้องคับหนูไม่เหมาะกับน้ำตาเลย เด็กดี พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเข้ามาเราเหมือนจะเสียน้ำตาให้ง่ายมากเลย อิน55555555 และเหมือนเคยชอบบรรยากาศอีกแล้ว ดำเนินเรื่องเรื่อยๆแต่เราชอบมากมันได้เห็นว่าทำไมอีกน้องเจนถึงชอบอาไมล์ขนาดนี้ ต้องมีอีกสักตอนแล้วนะคะสำหรับคู่นี้ ขอกันอย่างนี้เลย555555 ดีใจมากๆที่เห็นโนติเด้งว่าคุมน้องโคเล้บอัพฟิค รออ่านเสมอเลยยยย
    #2692
    0
  10. #2691 iMeaw_ (@iMeaw_) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:22
    ชอบมากเลยค่ะ กว่าจะได้รักกัน แงง รู้ใจตัวเองกันตั้งนานแล้ว แต่จังหวะมันไม่ได้ ฮือ อยากมีครอบครัวแบบนี้บ้างจังค่ะ 555555
    #2691
    0
  11. #2690 praepply (@Praeploy_PP) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 13:54
    เราชอบโทรเรื่องมากเลยยย ชอบความเรียกน้องว่าเด็กมันบะมุนมาก แอบคิดว่าถ้าทำเป็นเรื่องยาวก็น่าจะดีเหมือนกัน ชอบความสัมพันธ์แบบเรื่อยๆ การพูดคุยคือน่ารักมากจริงๆ สุดท้ายคือชอบมากจริงๆ ;_;
    #2690
    0
  12. #2689 @S_CB (@sutattacb) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 17:55
    แงง มาต่อแล้วดีใจมากเลยค่ะะ
    เอ็นดูสรรพนามของเจนที่อาพันไมล์เรียก มันน่ารักไปหมด ;-;
    #2689
    0
  13. #2688 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 13:45
    ฮือออ ดีจังเลยค่ะ กว่าจะได้อยู่ข้างกันเนอะ เจ้าเจนจ่ารักมากๆ ถึงน้องจะเซ็นซิทีฟ ขี้น้อยใจ หวงคุณอาๆ แต่น้องน่ารักมากเลยนะ อย่างตอนรถล้มน้องเจ็บมาก แต่น้องบอกไม่เจ็บ น้องอดทน ไม่ให้บอกคนอื่นด้วย แถมยังมัวแต่หาวงของอาณัฐิอีก เจนลูกกกกก ตอนนี้เจนสมหวังแล้วได้แต่ยินดีกับเจนค่ะ พี่มีความสุขกับหนูนะเจนภพ~ อาไมล์ดูหลานดีๆ เลยนะ!
    #2688
    0
  14. #2687 Whale.Girl.91 (@Prince_B) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 09:00
    เราร้องไห้ไปสามรอบเลย เขียนเก่งมากๆเลยค่ะ
    ไรท์เขียนดีขึ้นด้วยนะ เรารู้สึกว่าก่อนหน้านี้ดีอยู่แล้ว
    พอมาเรื่องนี้ สมูทกว่าเดิมด้วย ไม่มีที่ไหนรู้สึกติดขัดเลย
    แต่ร้องไห้จริงๆนะ สามรอบเลย กับความคิดของอาพันไมล์
    เด็กน้อยใจเรายังไม่เศร้าเท่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดกับอาเลยอ่ะ
    อรือออออ
    #2687
    0
  15. #2686 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 23:58
    ว้าวววว เอยูไทยล่ะ! น้องเจนภพน่ารักมาก เป็นเบบี๋ในดงคุณอา เข้าใจเลยว่าคงจะรู้สึกโหวงน่าดูพอทุกคนเริ่มโตไปมีชีวิตของตัวเอง แต่น้องเขาก็มีการพัฒนาด้านความรู้สึกนึกคิดแบบค่อยเป็นค่อยไป อ่านแล้วไม่สะดุดเลยค่ะ บรรยายได้ดีเหมือนเคย และยาวเหมือนเคย 555 อ่านจุใจมากๆ ขอบคุณมากเลยนะคะ รออ่านจอยเลยยยย
    #2686
    0
  16. #2685 บันจี้ <3 (@Jirapha-2546) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:48
    ชอบนะคะที่คาร์แร็กเตอร์ขาดๆ เกินๆ แบบนี้ คือชีวิตจริงๆ คนเราก็ทำอะไรที่ย้อนแย้งและชวนงงหลายครั้งแม้ว่าหลายๆ คนจะคิดว่าเราเป็นคนเพอร์เฟคก็ตาม ซึ่งเราก็ชอบมากค่ะที่เหมือนกับอาไมล์บอกรักเจ้าเจนเป็นพันๆ ครั้งผ่านการกระทำของตัวเองแบบนี้ ฮริ้ววววววววววว
    #2685
    0
  17. #2684 toonziziii (@toonziziii) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 12:27
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นี่อ่านช้ามากๆๆ เพราะอยากซึมซับทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ เข้าใจความรู้สึกเจนเลยถ้านี่เปนเจนคงจะติดอามากๆเหมือนกัน พออ่านได้ถึงกลางๆตอนคือยอมรับว่าไม่กล้าอ่านต่อเลยเพราะกลัวจบเศร้ามากๆอะฮืออ เพราะมันดูเป็นไปไม่ได้คิดว่าจะจบแบบอาไมล์ได้แต่งงานแล้วฮือเลยไม่กล้าอ่านเลยค่ะ พอรู้ว่าจริงๆแล้วอาไมล์ก้หลงนักหลานตัวเองเหมือนกันตอนนั้นคือยิ้มเลย เป็นอีกเรื่องที่อ่านแล้วมีความสุขเช่นเคยค่ะ สำหรับฟิคพี่กุ๊กดีตลอดเลยค่ะ ฮือออ
    #2684
    0
  18. #2683 Jktherabbit (@maepimmy54) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 02:10
    มันดีมากๆเลย ชอบทุกเรื่องเลยค่ะอ่านไปยิ้มไปเป็นกำลังใจในการเเต่งต่อไปนะคะ นานเเค่ไหนก็จะรอ
    #2683
    0
  19. #2682 blue_skyky (@blue_skyky) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 00:29
    ประทับใจมากๆๆๆๆ เรื่องนี้ จริงๆคือประทับใจทุกเรื่อง แต่แบบเรื่องนี้คืออินมากทุกอย่างดูสมเหตุสมผลจนอินตาม ดีใจที่แต่งเรื่องดีๆมาให้อ่านนะคะ รักไรท์
    #2682
    0
  20. #2681 alicé (@xxibalice) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 00:15
    ฟิคที่ดีอีกเเล้วค่าาา อ่านไปก็อินไป อยากเกิดเป็นน้องเจนภพเลยค่ะ อยากได้ความรักความเอ็นดูจากพวกๆ อาจริงเลย โดยเฉพาะอาพันไมล์ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ นะคะ ชอบมากๆ ค่ะ
    #2681
    0
  21. #2680 Z0227Z (@witch0227) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 22:48
    พี่กุ๊ก ดีมากกกก อ่านแล้วน้ำตาซึมหลายฉากเลย &#4466;&#4466; กว่าจะได้รักกัน เจ้าใจความรู้สึกคนน้องที่โตมากับอาๆแล้วจู่ๆก็เหมือนโดนแย่งอาไป อินมากค่ะ ผลงานดีตลอด รักกก
    #2680
    0
  22. #2679 ampphns (@ampphns) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 22:26
    ดีมากเลย ค่ะ ชอบมากๆเลย นะคะ ขอบคุณที่ลงให้อ่าน
    #2679
    0
  23. #2676 Jeejung Hansiripongsakul (@jeejeejeejee) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 05:41
    สนุกมากๆๆๆๆๆ

    ตอนแรกเห็นว่าอัพก็รีบเข้ามาอ่านเลย ตอนแรกว่าจะเก็บเอาไว้อ่านทีหลัง แต่ก็อ่านเลยแล้วกัน ช่วงแรกๆมันก็เรื่อยๆ แต่พออ่านไปเรื่อยๆก็ติด มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจเสมอเลยค่ะ

    รอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ&#10084;&#65039;
    #2676
    0
  24. #2675 ppppyyyy (@popoyy) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 01:19
    ฟิคดีอีกแล้วววววว ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะเราอินกับตัวละครมากๆเลยค่ะ55555หนูเจนน่ารักมากๆเลย
    #2675
    0
  25. #2674 BlueBm (@BlueBm) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 00:56
    อ่านจบแล้วแบบ ฮือออ ดีใจมากที่จบดี เรื่องนี้ยาวแบบจุใจมากๆเลยค่ะ อ่านไปอินไป คือเรานำ้ตาจะไหลตอนที่เจนภพน้อยใจทุกทีเลยอะ สงสาร แต่ทุกตัวละครก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้นเนาะ อย่างพันไมล์เองก็มนุษย์คนนึง ไม่มีใครเพอร์เฟ็คไปหมดเหมือนที่ไรท์บอกจริงๆแหละค่ะ พอมาเป็นแบบนี้แล้วสำหรับเราก็คิดว่ามันสมจริงมากและเราอินมากๆเลย 5555555 ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น้าาา <3
    #2674
    0