(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 57 : 35 : La vie en rose 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 297 ครั้ง
    24 ต.ค. 61




Title: La vie en rose

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin ) 

Genre: Alternative Universe!Hogwarts, Triwizard!AU, Fluff, 

Rate: PG

Word: Total: 21,155

Note: Durmstrang!Yoongi, Beauxbaton!Jimin, Veela!Jimin, 
Warning:  แบ่งเป็นสองตอนนะคะ ยาวเกิน แล้วก็ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ :)
*มีการปรับเปลี่ยนลำดับเนื้อเรื่องและเหตุการณ์ อาจจะไม่ได้เหมือนในแฮร์รี่ไปหมดนะคะ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ คือมีการปรับเนื้อหาเยอะเลยค่ะ ชอบไม่ชอบยังไง คอมเม้นทิ้งกันไว้ได้นะคะ :)





          “เฮ้ พวกนาย ครูใหญ่บอกว่าให้เตรียมตัวได้แล้ว อีกสิบห้านาทีพวกเราจะถึงฮอกวอตส์แล้ว” เสียงตะโกนฝ่าเสียงอื่นๆทำให้ดวงตาที่ปิดสนิทปรือขึ้น ยุนกิเห็นเพื่อนร่วมสถาบันต่างพากันถอดเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดพิธีการ หันไปอีกนิดเดียวก็เห็นจอน จองกุกที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วกำลังวอร์มร่างกายด้วยการวิดพื้นด้วยมือข้างเดียว


            สมองของเขาประมวลผลอยู่เพียงชั่วครู่


            อ้อ นี่ไม่ใช่ห้องนอนของเขาที่เดิร์มแสตรงก์ แต่เป็นบนเรือดำน้ำซึ่งกำลังแล่นสู่ฮอกวอตส์ต่างหาก


            การประลองเวทไตรภาคี คำคำนี้แล่นขึ้นมาในสมองของเขา การประลองกระชับสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนคาถาพ่อมดและแม่มดฮอกวอตส์ สถาบันเดิร์มแสตรงก์และวิทยาลัยโบซ์บาตงที่จัดขึ้นทุกห้าปี


            “ฮยอง ได้ยินแล้วนี่ อีกสิบห้านาทีจะถึงแล้ว”


            “อือ รู้แล้วละน่า” ยุนกิลุกขึ้นจากเก้าอี้โซฟาตัวใหญ่ที่ครอบครอง ก่อนจะบิดขี้เกียจสองสามที


            “กัปตัน นี่นายไม่ตื่นเต้นเลยเรอะไงเนี่ย” เพื่อนคนหนึ่งตะโกนถาม เขาส่ายหัว อาจเพราะการเดินทางจากเดิร์มแสตรงก์เพื่อมายังฮอกวอตส์ไม่ได้นานนัก (อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของเขา)และเพราะก่อนเดินทางเขามีหลายอย่างที่ต้องทำ นั่นทำให้การประลองเวทไตรภาคีไม่ได้ทำให้เขารู้สึกพิเศษแต่อย่างใด ผิดกับจองกุกที่ฝึกฝนร่างกายมาเป็นปีเพื่อหวังจะได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันจากสถาบัน


            “มีอะไรให้น่าตื่นเต้นกัน”


            “ฮ้า นายก็รู้ว่าจะมีอะไรได้นอกจากจะได้เจอสาวๆ อย่าลืมสิว่ามีสาวๆจากโบซ์บาตงมาด้วยนา” ยุนกิส่ายหัว เขารู้ตั้งแต่ที่ก้าวเท้าขึ้นเรือดำน้ำแล้วว่านอกจากเรื่องผู้หญิงแล้วพวกมันจะคิดอะไรได้ ถึงจะนอนหลับมาตลอดทางแต่ก็แว่วเสียงเรียกชื่อคนนั้นคนนี้อยู่

            “พวกนายก็คิดถึงแต่เรื่องแบบนี้”


            “นายนี่มันจืดชืดจริงๆให้ตาย”


            “เพราะฉันมีอย่างอื่นให้ต้องทำหรอก” เขาว่า ได้ยินสัญญาณดังอีกครั้ง รู้สึกถึงความเร็วที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นเพราะแรงดันน้ำก็คว้าเสื้อคลุมขนสัตว์ประจำตัว จัดหมวกให้เข้าที่ก่อนจะเดินฝ่าเพื่อนร่วมสถาบันที่พากันหลีกทางให้เพื่อเป็นคนแรกที่จะเดินออกจากเรือดำน้ำเคียงข้างครูใหญ่


            “อย่าลืมที่ซักซ้อมกัน เข้าใจมั้ย” เขาหมายถึงระเบียบการเดินและวินัยต่างๆที่ถูกกำชับมาเป็นเดือน แม้จะเป็นการมาเยือนต่างสถาบันไม่ได้หมายความว่าวินัยที่ถูกเสี้ยมสอนมาจะหย่อนยาน เห็นทุกคนเข้าประจำแถวก็กวาดตาดู ทุกชุดเครื่องแบบถูกจัดวางอย่างเหมาะสมก็หันกลับไป รอจนเรือดำน้ำจอดสนิท ครูใหญ่ถึงเดินเข้ามาจากอีกห้องหนึ่งเพื่อรอให้ประตูนั้นเปิดออก


            สายลมของฤดูใบไม้ร่วงปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ด้านนอกมืดสนิทแล้วเมื่อพวกเขามาถึง แต่สายตาของเขาไม่ได้วอกแวกไปกับทิวทัศน์แปลกตา เคาะไม้เท้าในมือหนึ่งครั้ง ก่อนที่เสียงอื่นๆจะตามมาอย่าฮึกเหิม


            เขาไม่ได้คาดหวังอะไรจากการมาเยือนครั้งนี้ นอกจากชัยชนะที่จอน จองกุกจะนำมาให้เดิร์มแสตรงก์




 

            จีมินเอามือทั้งสองข้างไขว้อยู่ที่ด้านหลังเหมือนอย่างนักเรียนโบซ์บาตงคนอื่นเมื่อพวกเขาเดินไปยืนเรียงกันที่มุมหนึ่งของห้องโถง เสียงกระซิบกระซาบของนักเรียนในชุดคลุมสีต่างๆเป็นภาพที่แปลกตาสำหรับเขาเมื่อนักเรียนทุกคนในโบซ์บาตงมักจะสวมเครื่องแบบอย่างเดียวกัน ในฐานะนักเรียนชายเพียงคนเดียวในขณะผู้มาเยือน จีมินได้รับสิทธิ์ให้ยืนเคียงข้างอาจารย์ใหญ่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่นั่นเป็นเรื่องดีเพราะที่แถวด้านหลังนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมฉุนของดอกไม้ที่พวกสาวๆใช้เวทมนต์เสกขึ้นยามเดินเข้ามาในห้องโถงของฮอกวอตส์เพื่อเป็นการเปิดตัว ได้ยินว่านักเรียนที่นี่แบ่งโต๊ะกินข้าวออกจามสีประจำบ้าน ผีเสื้อจำแลงสีเงินบินวนขึ้นล้อสู้แสงเทียนที่ประดับอยู่ด้านบนของห้องโถง บรรยากาศเก่าแก่ในปราสาทจะว่าเก่าก็เก่าแต่มีความคลาสสิคอยู่ในตัว


            นี่เป็นครั้งแรก และอาจจะเป็นครั้งเดียวที่เขามีโอกาสได้มาเยือนฮอกวอตส์ จีมินได้ยินเกี่ยวกับสถาบันเวทมนต์แห่งนี้มาเป็นเวลานาน เมื่อเทียบกับความหรูหราแล้ว ฮอกวอตส์ไม่สามารถเทียบเคียงกับโบซ์บาตงได้ก็จริงแต่จีมินกลับชอบมัน ทั้งที่เพิ่งจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแต่อากาศกลับเย็นแล้วต่างจากที่ที่เขาจากมาอย่างสิ้นเชิง จีมินเห็นแทฮยอง เพื่อนสมัยเด็กในชุดคลุมสีแดงกำลังโบกมือให้เขาอย่างบ้าคลั่งทั้งที่เราเพิ่งเจอกันไปเมื่อตอนปิดเทอม แน่นอนว่าเขาไม่สามารถโบกมือกลับได้ถึงได้แต่ยิ้มกลับไป บางทีการตัดสินใจตามซอนมีและจูฮยอนมาที่นี่อาจจะถูกต้องแล้วก็ได้


            การประลองเวทไตรภาคี โชคดีจริงๆที่เขาอยู่ในช่วงเวลาที่มันจัดขึ้นพอดี ปีการศึกษานี้ของเขาดูท่าว่าจะไม่น่าเบื่อแล้ว


            “และขอต้อนรับ เหล่าผู้มาเยือนจากเดิร์มแสตรงก์!


            ผีเสือจำแลงของพวกเขาพลันสลายไปเพียงแค่ประตูของห้องโถงถูกเปิดออก จีมินมองไปที่นั่น เห็นกลุ่มนักเรียนชายในเครื่องแบบสีน้ำตาลพากันเคาะไม้เท้าเป็นจังหวะนำ บรรยากาศนั้นกลายเป็นว่าน่าพรั่นพรึงอึดอัด สมแล้วกับที่มาจากโรงเรียนชายล้วน เมื่อเหล่ากลุ่มคนในชุดขนสัตว์เดินเข้ามา เรียงชิดไปยังอีกมุมของห้อง มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งตีลังกาน่าหวาดเสียวก่อนจะเป่านกไฟสีแดงเพลิงขึ้นมาอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ


            ไม่สวยงามอย่างโบซ์บาตง แต่กลับแข็งแกร่ง สถานที่ซึ่งต่างจากโรงเรียนของเขาอย่างสิ้นเชิง


            จีมินได้ยินเสียงฮือฮาเมื่อนักเรียนชายคนหนึ่งเดินตามหลังเพื่อนคนอื่นของเขา เด็กหนุ่มคนนั้นสูงโปร่ง เขาได้ยินเสียงกระซิบกระซาบว่า จอน จองกุก’ ก็ร้องอ๋อ คนดังประจำเดิร์มแสตรงก์นั่นเอง เขารู้จักคนจากเดิร์มแสตรงก์ไม่มาก แต่เคยได้ยินเวลาที่เพื่อนนักเรียนของเขาพูดเรื่องซุบซิบกัน และจอน จองกุกก็เป็นหนึ่งในหัวข้อที่แทฮยองมักจะเอามาพูดกับเขาอยู่เสมอ แต่จีมินก็ยังไม่เคยได้เจอกับเจ้าตัวจริงๆจังๆสักครั้ง

            และจีมินเห็นเขา

            ท่ามกลางกลุ่มคนในชุดสีน้ำตาล คนคนนั้นซึ่งเดินมาหลังจากคนอื่น เขาสวมชุดเสื้อสีแดงเลือดนกคลุมทับด้วยผ้าคลุมขนสัตว์สีน้ำตาลดำตัวยาว เขาไม่ได้สูงใหญ่เหมือนอย่างนักเรียนเดิร์มแสตรงก์คนอื่น แต่เรียวขาในรองเท้าบู๊ทสีน้ำตาลเข้มสาวเท้าเข้ามาด้วยจังหวะเร็วเร่ง เข้มแข็ง มั่นคงอย่างนักรบ ตามหลังเด็กนักเรียนคนอื่นเคียงข้างกับอาจารย์ใหญ่ของเดิร์มแสตรงก์ในชุดคลุมสีขาว


            จีมินเห็นเด็กนักเรียนฮอกวอตส์กระซิบกันเมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นเข้ายืนประจำตำแหน่ง เมื่อเขาเคาะไม้เท้าลงหนึ่งครั้ง เด็กหนุ่มทั้งหมดจากสถาบันเดิร์มแสตรงก์ถึงเคาะตามดังกังวานไปทั้งโถง จีมินไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร เพียงแต่เขาไม่สามารถละสายตาจากอีกฝ่ายได้เลย


            ครู่หนึ่งที่ดวงตาของเขาสบกับดวงตาสีเขียวมรกตของเด็กหนุ่มคนนั้น มันไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ดวงตาคู่นั้นไม่มองหลบ ไม่หันไปที่ทางอื่น มุ่งตรงและแน่วแน่ราวกับจะถามว่าเขามองอีกฝ่ายเพราะอะไร ริมฝีปากของเจ้าตัวเม้มสนิทเรียบเป็นเส้นตรง เส้นผมของคนคนนั้นเป็นสีดำสนิทเหมือนรัตติกาล ต่างกันกับเส้นผมสีเงินของจีมินเหลือเกิน


            และเป็นจีมินที่ต้องหันหน้าหนี ดวงตาคู่นั้นราวกับจะแผดเผาเขาให้ไหม้เป็นจุล


            เด็กหนุ่มจากเดิร์มแสตรงก์นี่ช่างเร่าร้อนจริงๆ จีมินรำพึงในใจ




 

            การลงสมัครงานประลองเวทไตรภาคีเริ่มขึ้นแล้ว นักเรียนทุกคนต่างพากันพูดคุยว่าใครจะใส่ชื่อลงไปในถ้วยอัคนีบ้างหรือใครจะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนบ้างละ เสียงดังน่ารำคาญที่สุดจนเมื่อเข้าร่วมพิธีการเสร็จเขาถึงได้หาโอกาสปลีกตัวออกจากงานจนได้ ตั้งแต่เข้าเรียนที่เดิร์มแสตรงก์มา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับฤดูใบไม้ร่วงอย่างจริงจัง อาจเพราะที่เดิร์มแสตรงก์อากาศหนาวแทบจะตลอดทั้งปียิ่งในช่วงฤดูหนาวที่ไม่อยากจะออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ


            ใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว แต่ยังพอมีดอกไม้ให้เห็นหรืออาจเป็นสิ่งที่ถูกเสกขึ้นมาเพื่อประดับ


            แตกต่าง แต่เป็นความแตกต่างที่ดี เขาได้ยินมาว่าฮอกวอตส์ถูกล้อมไปด้วยป่าเขา ไม่แห้งแล้งไร้ชีวิตชีวาอย่างเดิร์มแสตรงก์ เพื่อนนักเรียนชายที่มีพี่น้องเรียนอยู่ฮอกวอตส์ก็เคยโม้เสียงดังว่าฮอกวอตส์มีสวนดอกไม้ แต่มีไหนกันละ เขาคิดในใจ


            อย่างน้อยก็มีสีเขียวให้เห็น เขาเดินไปตามทาง รู้ตัวอีกทีก็มาหยุดอยู่ที่หน้าทะเลสาบ


            อาจเพราะอากาศที่ฮอกวอตส์ดีกว่าที่ที่เขาจากมามากนัก ดังนั้นแม้จะเป็นเพียงพื้นหญ้าธรรมดาก็พอจะมีดอกไม้ดอกเล็กๆเบ่งบานให้เห็นตามซอกหินอยู่บ้าง


            เขาเอื้อมมือไปแตะที่กลีบดอกเล็กบาง กลัวว่าจะเผลอทำมันช้ำ


อากาศที่เดิร์มแสตรงก์หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี และดอกไม้ส่วนใหญ่ไม่บานท่ามกลางพายุหิมะ ดังนั้นอย่าว่าแต่ดอกไม้บานสะพรั่ง เพียงแค่ให้ดอกไม้เบ่งบานที่เดิร์มแสตรงก์ก็เรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดแล้ว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องเดือดเนื้อร้อนใจของเด็กโรงเรียนชายล้วนอย่างเขา




            “ได้ยินมาว่าดอกไม้ไม่มีวันผลิบานในเดิร์มแสตรงก์ ไม่รู้ว่าเป็นจริงอย่างที่ว่ากันหรือเปล่า” นิ้วเรียวที่กำลังไล้กลีบดอกสีโอล์ดโรสชะงัก เมื่อยุนกิเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับเจ้าของเสียง เด็กหนุ่มคนนั้นสวมเครื่องแบบสีฟ้าอ่อนทำจากไหมฝรั่งเศสเนื้อดี


            เขารู้ว่าวิทยาลัยโบซ์บาตงไม่ใช่โรงเรียนหญิงล้วน แต่เด็กหนุ่มที่มาจากโรงเรียนที่คนทั้งโลกเกือบเข้าใจว่าเป็นโรงเรียนสตรี เขาเพิ่งได้เคยเจอเป็นครั้งแรก


            ดวงตาใต้แพขนตายาวของเขาเป็นสีเดียวกันกับท้องฟ้าในวันที่มีเมฆปกคลุม เส้นผมสีเงินเป็นประกายเมื่อต้องกับแสงจันทร์ สีผมที่หาได้ยากเช่นนี้ทำให้เขารู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่พ่อมดธรรมดา


            “ข่าวลือเกี่ยวกับเดิร์มแสตรงก์ที่เคยได้ยินมีแต่เรื่องน่ากลัว ไม่ยักรู้ว่าจะมีเรื่องเกี่ยวกับดอกไม้ด้วย” ยุนกิยันตัวจากพื้นหญ้าขึ้นมายืมพร้อมปัดเสื้อคลุมขนสัตว์ให้เข้าที่ทางของมัน อากาศที่ฮอกวอตส์เมื่อเทียบกันกับที่ที่เขาจากมาแล้วนั้นเรียกได้ว่าค่อนข้างร้อน แต่เขากลับรู้สึกอุ่นใจมากกว่าเมื่อได้สวมเครื่องแบบเต็มยศ


            “อยู่กับเด็กผู้หญิงมากมาย มีเรื่องให้พูดคุยกันไม่รู้จักจบสิ้น” เด็กหนุ่มจากโบซ์บาตงยิ้ม ก้าวเข้ามาให้ใกล้เขาอีก ยุนกิถึงได้จำได้ว่าเป็นเจ้าของดวงตาที่มองเขาในห้องโถงเมื่อตอนนั้นนั่นเอง


            เด็กหนุ่มเพียงคนเดียวจากโบซ์บาตง


            “อากาศที่นี่อึมครึมหดหู่ เป็นอย่างที่หนังสือของพวกมักเกิ้ลบรรยายไว้ไม่มีผิด” เด็กหนุ่มรำพึง


            “อย่างนั้น? แต่ฉันกลับคิดว่าบรรยากาศที่นี่ดีกว่ามากเมื่อเทียบกับเดิร์มแสตรงก์ สงสัยที่โบซ์บาตงคงจะเต็มไปได้ด้วยงานเลี้ยงรื่นเริงกระมัง” อาจเพราะเดิร์มแสตรงก์เป็นโรงเรียนที่สอนศิลปะการต่อสู้ควบคู่ไปกับการใช้เวทมนต์ กลิ่นคาวเลือดที่เคยคุ้นถึงไม่ปรากฏที่นี่ ยุนกิเคยได้ยินมาว่าเด็กนักเรียนโบซ์บาตงแม้กระทั่งเวลากินข้าวก็ยังต้องมีเสียงนางไม้ขับลำนำ สงสัยคงจะไม่ใช่เพียงแค่ข่าวลือ


            “ไม่ผิด แต่พวกเราก็ไม่ได้เอาแต่จัดงานเลี้ยงรื่นเริงทุกวันหรอก” เด็กหนุ่มขยับหมวกสีเดียวกันกับเครื่องแบบให้เข้าที่ ก่อนจะยื่นมือมาที่ตรงหน้าเขา “ปาร์ค จีมิน”


            ยุนกิมองมันอย่างชั่งใจ ไม่คุ้นกับพวกธรรมเนียมจับมือของพวกมักเกิ้ลเท่าไร แต่ตัดสินใจเอื้อมมือไปจับกันกับมือขาวเนียนราวกับกระเบื้องเคลือบชั้นดีเพื่อเป็นการรักษามารยาท


            “มิน ยุนกิ”

            “กัปตันคนดังของเดิร์มแสตรงก์นี่เอง” จีมินยิ้ม ยุนกิสัมผัสได้ถึงประกายบางอย่างที่ลอยฟุ้งไปทั่วอากาศเมื่อจีมินยิ้ม มันราวกับว่ามีเวทมนต์


            “ไม่เห็นรู้ว่าชื่อของฉันจะดังไปถึงโบซ์บาตง เมดิเตอร์เรเนียนหรือพิเรนิสนะ?”


            “อยากรู้ก็บอกที่ซ่อนของเดิร์มแสตรงก์มาก่อนสิครับ” จีมินไม่หลงกล ที่อยู่ของ

เดิร์มแสตรงก์นั้นลึกลับกว่าโบซ์บาตงนัก หากล้วงเอาความลับจากคนตรงหน้ามาได้ไม่รู้จะดีแค่ไหน


            “นั่นเป็นความลับ” เขายิ้ม ไม่หลงกลคนตรงหน้า


            “สงสัยว่างานเลี้ยงของฮอกวอตส์จะไม่ถูกใจเธอ เพราะไม่มีเสียงนางไม้อย่างนั้น?”

            “ต่อให้มีเสียงนางไม้ผมก็ไม่ชอบอยู่ดี แล้วคุณละ หนีออกมาแบบนี้ไม่สมกับเป็นกัปตันเลยนะครับ หรือคุณไม่คิดจะเข้าร่วมงานประลองเวทไตรภาคีกับเขาบ้าง”


            ดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลกันทั้งสองฝ่าย จีมินรู้ดีว่าเขาไม่เหมาะกับการประลองใช้กำลังแบบนั้น แต่กับมิน ยุนกิตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกัปตันของเดิร์มแสตรงก์ที่รักการต่อสู้ยิ่งกว่าใคร ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้ไม่สนใจงานเลี้ยง 


            “ถ้าฉันบอกว่าไม่ชอบเรื่องใช้กำลัง คงจะไม่น่าเชื่อสำหรับเธอกระมัง” ยุนกิรู้ว่าจองกุกใฝ่ฝันอยากจะเข้าร่วมการประลองเวทไตรภาคีมาตลอด ไม่เกี่ยวกับเด็กชายในชุดคลุมสีแดงจากบ้านกริฟฟินดอร์ที่ชื่อคิม แทฮยองหรอก แต่เพราะเจ้าเด็กนั่นอุตส่าห์ซักซ้อมอ่านประวัติศาสตร์การประลองเวทมาอย่างดิบดี จากการคาดคะเนของยุนกิแล้วหากเขาใส่ชื่อของตัวเองลงไปพร้อมๆกันก็อาจจะมีสิทธิ์ในการถูกขานนามได้ และจองกุกก็คงจะต้องอารมณ์ไม่ดีไปอีกหลายวันแน่ ในเมื่อเขาไม่ได้สนใจการประลองอยู่แล้วก็ไม่รู้จะใส่ชื่อของตัวเองลงไปทำไม


            สำหรับเขา ก็แค่มาคุ้มความประพฤติเจ้าพวกเลือดร้อนเท่านั้นละ


            “แล้วถ้าผมบอกว่าเชื่อละ” จีมินยิ้มอีกครั้ง ข้อดีของการอยู่ท่ามกลางเด็กผู้หญิงจำนวนมากคือพวกหล่อนมักจะมีเรื่องราวมาพูดคุยไม่รู้จักจบสิ้น เรื่องของเด็กผู้ชายจากโรงเรียนอื่นก็เช่นกัน จีมินเคยได้ยินเรื่องราวของเด็กนักเรียนฮอกวอตส์มามาก แต่กับเดิร์มแสตรงก์นั้นเรื่องราวทุกอย่างกลับถูกซ่อนไว้ลึกลับราวกับใต้ภูเขาน้ำแข็งในท้องทะเล เรื่องของจอน จองกุกคนดังนั้นพอจะมีให้พูดคุยอยู่บ้าง แต่กับกัปตันมิน ยุนกิคนนี้ นอกจากรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในเลือดบริสุทธิ์ที่ครอบครองพลังและความสามารถอันร้ายกาจที่ยังไม่ถูกเปิดเผย จีมินก็ไม่รู้อะไรเลย


            อ้อ อย่างน้อยเขาก็ได้เห็นหน้าตาของคนคนนี้แล้วนี่เอง


            ผิวของกัปตันมิน ยุนกิคนนี้ขาวมาก ตัดกับหมวกขนสัตว์สีดำและชุดเครื่องแบบสีเลือดหมูใต้เสื้อคลุมขนสัตว์สีน้ำตาลเข้ม จีมินนึกสงสัยว่ามันเป็นขนของตัวอะไรกัน


            “หมี” ยุนกิพูดขึ้นมา เมื่อเห็นดวงตาสีเทาจับจ้องที่เสื้อคลุมของเขาไม่วางตา ท่าทีเหมือนเด็กที่ไม่เคยเห็นขนสัตว์จริงๆมาก่อน ไม่รู้ว่าที่โบซ์บาตงสวมใส่กันแต่ชุดผ้าไหมละมั้ง


            “เดิร์มแสตรงก์มีสอนวิชาอ่านใจด้วยอย่างนั้นเหรอครับ?”

            “ไม่เห็นต้องเรียนวิชาอ่านใจก็รู้ได้”


            “ขอจับได้มั้ยครับ” และเขาไม่ได้ห้าม เมื่อมือเล็กสัมผัสลงบนเสื้อคลุมบริเวณตำแหน่งไหล่ของเขา ลูบเบาๆจนลงมาถึงตำแหน่งหัวใจ


            เจ้าตัวจะรู้หรือไม่ว่าไม่เคยมีใครใกล้ชิดเขาแบบนี้มาก่อน แม้กระทั่งคู่ต่อสู้ที่มิน ยุนกิคนนี้เคยดวลด้วยก็ไม่เคยมีใครสามารถเข้าใกล้เขาได้ขนาดนี้


            เขาไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร อาจะเพราะสัมผัสของคนตรงหน้านั้นไม่คุกคามกระมัง


            “ไม่เห็นรู้ว่าที่เดิร์มแสตรงก์จะมีหมีให้ล่าเอามาทำเป็นเครื่องแบบเยอะขนาดนี้”

            

                   ยุนกิหัวเราะ “ไม่ใช่ทุกคนที่จะล่าหมีเอามาทำเป็นเครื่องแบบหรอกนะ”


            แม้ทุกคนที่ว่าจะไม่ได้รวมถึงเขาก็เถอะ

            

            เขาเห็นดวงตาของจีมินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยถึงได้กระเซ้าต่อ “หรือที่โบซ์บาตงทุกคนต้องทอผ้ามาตัดชุดเองกันละ?”


            “นี่แซวกันเหรอครับเนี่ย” เห็นจีมินทำมือเป็นกำปั้นจะทุบลงมาสัญชาตญาณก็ทำให้ยุนกิรีบยกมือขึ้นรวบกำปั้นนั้นไว้ด้วยมือที่ใหญ่กว่าของตัวเอง นิ้วโป้งสัมผัสกับฝ่ามือเรียบลื่นที่เย็นเพราะไม่คุ้นชินกับอากาศ


            จีมินชะงักค้าง เห็นแววยั่วเย้าในดวงตาสีมรกตก็รีบดึงมือออก


            ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะเผลอทำตัวสนิทชิดเชื้อกับคนที่เพิ่งจะได้เจอกันเป็นครั้งแรก


            แต่ไม่ใช่ว่าพวกเดิร์มแสตรงก์เป็นพวกไร้หัวใจกันหมดหรืออย่างไรกันเล่า!? เขาก้มหน้าด้วยความอับอาย มือสากของกัปตันคนเก่งอุ่นร้อน อาจเพราะอากาศที่นี่ไม่เย็นยะเยือกเหมือนที่โน่น


            “ผมกลับเข้าไปดีกว่า”


            ยุนกิไม่ได้ว่าอะไร มองดูเสื้อคลุมผ้าไม้ตัวสั้นสะบัดตามการขยับหันหลังของจีมิน ตอนที่อีกฝ่ายสาวเท้าเร็วๆกลับไปยังปราสาท สีฟ้าของมันสะท้อนกลายเป็นเส้นสีเงิน ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาได้สักพัก เพื่อนของเขาทยอยทำความรู้จักกับเด็กต่างโรงเรียนกันหมดแล้ว มีแค่เขาที่คร้านจะต้องไปคุยกับใคร นอกจากเฮดบอยคิม นัมจุนจากเรเวนคลอคนนั้นที่ต้องประสานงานกันก็ไม่ได้ทำความรู้จักกับใครคนอื่น


            แต่กับปาร์ค จีมิน เด็กหนุ่มจากโบซ์บาตงคนนั้น


            ตอนที่ยังไม่ลงเรือ เขาเคยคิดว่าฮอกวอตส์คงจะเป็นสถานที่ที่สวยงามอลังการเมื่อเทียบกับที่เดิร์มแสตรงก์ แต่ใครจะรู้ว่าดอกไม้จากโบซ์บาตงกลับสวยงามยิ่งกว่า

 







            “ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะได้รับเลือกจริงๆ” จูฮยอนโวยวายใส่ซอนมีเมื่อพวกเขากลับมาที่ห้อง จีมินไม่ได้คิดอะไรตอนที่ซอนมีหย่อนชื่อตัวเองลงไปในถ้วยอัคนี อาจเพราะมีนักเรียนหลายคนที่โดดเด่นใส่ชื่อตัวเองลงไปเหมือนกัน แต่กลับกลายเป็นว่าเพื่อนซี้ของเขากลับได้เป็นผู้รับคัดเลือกจนได้


            “ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน เธอเห็นพวกนายอนมั้ยละ ไม่อยากจะเชื่อ” ซอนมียิ้ม

 

            “แต่ว่ามันอาจจะอันตรายก็ได้นะ แล้วเธอยังเป็นตัวแทนผู้หญิงคนเดียวอีก” จูฮยอนอดรู้สึกเป็นกังวลไม่ได้ จริงอยู่ที่ซอนมีอาจจะมีความสามารถไม่เป็นรองใคร แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ในโบซ์บาตงเท่านั้น เรื่องศิลปะการต่อสู้จะให้เอาเธอไปเทียบกับตัวแทนของเดิร์มแสตรงก์อย่างจองกุกก็ไม่น่าเทียบกันได้ ความรู้ในเรื่องเวทมนต์จะให้เอาไปเทียบกับปาร์ค จินยองตัวแทนจากฮอกวอตส์ก็ยิ่งแล้วใหญ่


            “น่า เธอก็รู้ว่าถ้าเรื่องโลดโผน ยังไงฉันก็พอทำได้อยู่ อีกอย่างมันเป็นการแข่งกระชับมิตร ฉันไม่ได้หวังจะชนะอยู่แล้ว ปล่อยให้พวกผู้ชายฟาดๆกันไปดีกว่า ฉันก็แค่ทำส่วนของตัวเองให้เต็มที่ และพวกเธอก็ต้องช่วยฉัน”


            “ไอ้ช่วยน่ะมันช่วยอยู่แล้ว แต่พวกฉันเป็นห่วงนี่นา” จีมินท้วง 


            “น่า คนที่เขาคิดการแข่งขันขึ้นมาก็ต้องคิดให้ดีละว่าจะทำยังไงให้มันยุติธรรมสำหรับทุกคน คงไม่มีให้สู้กันเองหรอก พวกเธอคิดมากไปแล้ว”


            “ไม่ใช่ว่าเธอคิดน้อยไปเองหรอกเรอะไงเล่า” จูฮยอนตะโกน

 

            และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร บ่อยครั้งที่สายตาของจีมินมักจะไปหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มจากเดิร์มแสตรงก์คนนั้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่แทฮยองชี้ให้เขาโบกมือให้กับจองกุกตอนที่เรานั่งกินข้าวด้วยกัน ที่ด้านข้างของตัวแทนจากเดิร์มแสตรงก์คนนั้นจะต้องเป็นคนที่ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรเลย เขาไม่ได้เสียงดังเหมือนเดิร์มแสตรงก์คนอื่น ดวงตาสีเขียวมรกตมักจะมองตอบกลับมาทุกครั้งที่เจ้าตัวรู้ว่าจีมินกำลังมอง


            และเป็นทุกครั้งที่เขาต้องหลบตาก่อน ทั้งที่ปกติไม่เคยมีใครชอบมองตาของเขาเพราะชาติกำเนิด


            “ฮยอง… นั่น กำลังมองวีล่าอยู่?”


            จองกุกไม่เคยเห็นยุนกิหยุดสายตาอยู่ที่ใครนานขนาดนี้มาก่อน อาจเพราะนอกจากเรื่องงานแล้วยุนกิมักจะไม่สนใจเรื่องอื่นๆ มันเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นว่าดวงตาของพี่ชายที่สนิทกันหยุดจ้องอยู่ที่สิ่งหนึ่งสิ่งใดนานๆ


            ยุนกิไม่ตอบอะไร เพียงแค่ฮึมฮีมในลำคอตอบรับ


            สายตาของพวกเขาทั้งคู่มักจะชอบมาบรรจบกันโดยไม่ตั้งใจอยู่เสมอ ท่ามกลางเส้นผมสีดำ น้ำตาล ทอง บลอนด์ สีเงินของเด็กหนุ่มจากโบซ์บาตงคนนั้นโดดเด่นขึ้นท่ามกลางสีสันอื่นๆ หลายครั้งที่ยุนกิไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องมอง แต่รู้แค่ว่ามันเป็นทิวทัศน์ที่ดีที่สุดในห้องโถง


            “ฮยอง อย่าไปมองวีล่ามากๆซี่ ไม่รู้เหรอไงว่าพวกเขามีเวทมนต์”

            “ไร้สาระ”


            “ก็จริงนี่ ถึงแทฮยองจะเอาแต่พูดเรื่องดีๆของปาร์ค จีมินก็เถอะ แต่ยังไงหมอนั่นก็เป็นวีล่านี่นา จะไปยุ่งด้วยบ่อยๆทำไมก็ไม่รู้”


            “นายกลัวว่าปาร์ค จีมินจะใช้มนต์วีล่ากับแทฮยองเรอะไง”


            “ไม่มีทาง พวกเขาแค่เป็นเพื่อนสมัยเด็กกันเท่านั้นละ”


            ดวงตาสีมรกตหรี่ลงเมื่อเห็นนิ้วมือของวีล่าไล้กับดอกไม้ในแจกัน ฮอกวอตส์เป็นสถานที่ที่ใช้ดอกไม้ได้สิ้นเปลืองเสียจริง แม้กระทั่งดอกไม้ในห้องโถงก็ต้องเปลี่ยนสีทุกวัน ยุนกิยักไหล่ ก้มลงมองแจกันที่อยู่ด้านหน้าตัวเอง รู้สึกว่าดอกไม้ในแจกันของเขาช่างจืดเหลือเกิน

 


            ยุนกิได้ยินเสียงแหกปากโวยวายตอนที่เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้ห่างไกลจากกลุ่มคนอื่น


            แน่นอนว่าเขาไม่ชอบความวุ่นวาย ในระหว่างที่ผู้เข้าแข่งขันกำลังเตรียมตัวเข้าร่วมการประลอง คนที่ไม่มีอะไรทำอย่างเขาไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะหาที่ปลีกวิเวก หาเวลาดีๆให้ตัวเอง อากาศที่ฮอกวอตส์ไม่หนาวอย่างที่เดิร์มแสตรงก์ พอจะให้ดื่มด่ำกับธรรมชาตินอกอาคารได้อย่างดี


            เขาเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า เห็นอะไรบางอย่างกำลังพุ่งมาที่เขา ไม่ใช่อะไร แต่เป็นใครบางคนต่างหาก


            ใครบางคนบนไม้กวาด


            “ยัยบ้า ฉันไม่น่าช่วยเธอเลย” เขาได้ยินเสียงตะโกน และก่อนที่สิ่งนั้นจะพุ่งเข้าชนเขา ยุนกิหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมา




 

            จีมินรู้สึกว่าความเร็วบนไม้กวาดของเขาค่อยๆช้าลงอย่างไม่มีสาเหตุ มันไม่ได้ร่อนลงบนพื้นอย่างนิ่มนวล แต่อย่างน้อยสิ่งที่เขาคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างขาหัก ไม้กวาดพัง หน้าเละกลับไม่ได้เกิดขึ้นอย่างที่เขาใจ


            เมื่อเขาลืมตาขึ้น สีแรกที่เขาเห็นคือสีเขียวมรกตของมิน ยุนกิ คนที่เขาเพิ่งจะได้รู้ว่ากัปตันที่ใครก็หมายความถึงนั้นมีดีกรีเป็นถึงกัปตันทีมควิดิชที่อายุน้อยที่สุดของทีมชาติเกาหลีใต้


            เขาเอียงหัวไปอีกข้างหนึ่ง รู้สึกว่าวันนี้โชคร้ายเป็นสองเท่าที่อีกฝ่ายจะต้องมาเจอเขาในสภาพน่าอับอายอย่างนี้ เมื่อมือขาวยื่นมาที่ตรงหน้า จีมินก็ไม่ปฏิเสธให้ที่จะให้อีกฝ่ายช่วยดึงเขาขึ้นจากพื้น


            “ขอบคุณครับ”


            “ดูเหมือนว่าเธอกำลังพยายามที่จะขี่ไม้กวาด?”


            “ช่วยเพื่อนซ้อมเฉยๆครับ แต่ดูเหมือนว่าผมจะไม่ค่อยมี… พรสวรรค์เท่าไรนัก”


            อันที่จริงคือจีมินสอบตกวิชาล่องบนไม้กวาดต่างหาก แต่ซอนมีก็รู้ดีแต่ยังยืนยันจะให้เขาเป็นผู้ชายฝึกซ้อม!เพื่อที่จะทำลายสถิติความเร็วของตัวเองยังต้องให้คนที่ห่วยแตกอย่างเขาช่วยอีก


            เขาจะบ้าตาย สภาพตอนนี้ของเขาคงดูไม่จืดเลย


            ยุนกิมองคนที่กำลังปัดเศษใบไม้บนตัว ชุดเครื่องแบบตัวในสีขาวของจีมินทั้งขาดวิ่นและเต็มไปด้วยใบไม้ติดอยู่ ใบหน้ามอมแมมยับย่นเพราะเจ้าตัวกำลังหงุดหงิด


            เขาเพิ่งนึกได้ว่าอีกฝ่ายมักจะไปไหนมาไหนกับผู้เข้าแข่งขันจากโบซ์บาตงอยู่เสมอ


            เมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าจากชุดเลอะเปื้อนของตัวเอง ยุนกิถึงเพิ่งได้สังเกตดีๆอีกครั้ง

            เด็กหนุ่มคนนี้เป็นลูกครึ่งวีล่า


            “เจ็บมากมั้ย วีล่า” เขาเผลอถามออกไป


            “เจ็บสิครับ ตกไม้กวาดมานี่ แล้วก็ชื่อของผม จีมิน ไม่ใช่วีล่า” เด็กหนุ่มดูเหมือนจะอารมณ์เสียขึ้นไปอีก และยุนกิไม่ได้ตั้งใจ มันแค่นานมากแล้วที่เขาไม่ได้พบเจอกับวีล่าตัวเป็นๆ


            “ขอโทษด้วยฉันไม่ได้ตั้งใจ”


            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ใครๆก็ไม่ได้ตั้งใจกันทั้งนั้น”


            เขาน่ะ เฉยๆแล้วกับการที่ใครต่อใครก็มองมาที่เขา แล้วก็กระซิบกันกับคนข้างตัวว่า ดูสิ นั่นไงวีล่า เธอว่าเขาจะใช้มนต์วีล่ากับใครบ้างรึเปล่า


            วีล่า หนึ่งคำก็วีล่า สองคำก็วีล่า เขาดูเหมือนคนที่อยากจะให้ใครก็ได้มาตกหลุมรักอย่างนั้นรึไงกัน


            “ไม่ใช่แบบนั้นก็แค่” และเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ ยุนกิไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาต้องพูดแบบนั้นออกไป เพียงแต่เขารู้สึกถึงออร่าที่ไม่เป็นมิตรนักจากอีกฝ่ายตอนที่เขาพูดคำว่า วีล่า’ ออกไป เดาได้ว่าคงมีเรื่องที่ไม่ดีนักเกิดขึ้นกับเจ้าตัว


            “อยากให้ผมยืนออกห่างไปอีกสักหน่อยมั้ยครับ”


            “มานั่งตรงนี้” ยุนกิชี้มาที่ข้างตัว ก่อนจะใช้ปลายนิ้วดึงแขนเสื้อของเด็กหนุ่มลูกครึ่งวีล่าเข้ามาใกล้ๆ


            “คุณไม่กลัวผมเหรอ” จีมินสงสัย หลายคนไม่กล้าเข้าใกล้เขาเพราะกลัวว่าจีมินจะให้มนต์วีล่ากับตัวเอง หลายคนที่พยายามเข้าหาเขาเพราะอยากจะลองมีอะไรกับวีล่าสักคืน และหลายคนที่เอาแต่เอาเรื่องของเขาไปใส่สีแต่งเติมเพิ่มความน่ากลัว


            นอกจากเพื่อนสนิทของเขาสองคนแล้ว ไม่มีใครกล้าคุยกับเขาสักคนแบบจริงๆจังๆ

            “วีล่ามีอะไรน่ากลัวกันละ”


            “ก็คุณไม่กลัวว่าถ้าสบตาผมแล้ว” และจีมินรู้สึกถึงปลายนิ้วที่เชิดคางเขาขึ้นมาให้มองสบกันกับดวงตาของกัปตันแห่งเดิร์มแสตรงก์ ดวงตาคู่นั้นเมื่อมองสบมาที่เขามันไม่หวั่นไหว ไม่วอกแวก ไม่มีทีท่าเหมือนว่าจะต้องมนต์อย่างเด็กหนุ่มคนอื่น


            กลายเป็นว่าเขาต่างหากที่ต้องเบือนหน้าหนี


            “ฉันไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่ากลัว”


            ยุนกิไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น แต่ดวงตาสีฟ้าอมเทาที่ดูเหมือนจะมีประกายในดวงตาเป็นของตัวเองกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์หรือต้องมนต์ให้ตกหลุมรักเจ้าของมันอย่างที่ใครว่า มีเรื่องเล่าลือกันว่าหากได้พบกับวีล่าตัวจริงละก็ห้ามมองตาของวีล่าเด็ดขาดเพราะจะตกหลุมรักและตกเป็นทาสรัก ก็แน่ละว่ามันอาจจะไม่เป็นเรื่องจริงด้วยซ้ำ และยุนกิรู้ว่าเขาไม่มีทางต้องมนต์อยู่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะต้องบอกให้วีล่าตรงหน้ารู้


            น่าเสียดาย ทั้งที่เป็นดวงตาที่สวยงามมากแท้ๆ แต่กลับไม่สามารถให้ใครก็ตามมองมันดีๆได้


            “คุณแปลก”


            “แล้วเธอไม่แปลกอย่างนั้นรึไง” พ่อหมดสายเลือดบริสุทธิ์ตอบกลับ ก่อนจะดึงแขนข้างซ้ายที่มีรอยบาดจากกิ่งไม้ขึ้นมา ใช้ไม่กายสิทธิ์จ่อแล้วเสกคาถา


            “คุณรู้พวกบทรักษาด้วยเหรอ?”


            “เผื่อเธอจะลืมว่าฉันมาจากเดิร์มแสตรงก์”


            “ที่เดิร์มแสตรงก์ พวกคุณเจ็บตัวทุกวันอย่างที่เขาพูดกันมั้ย” ได้ยินมาว่าเดิร์มแสตรงก์เป็นโรงเรียนที่เน้นเรื่องการสู้กันด้วยเวทมนต์ ทุกเดือนจะต้องมีคนตาย ทุกวันจะต้องสู้กันจนเจ็บตัว ไม่รู้ว่าจริงอย่างที่เขาพูดกันหรือเปล่า


            “อาจจะจริงสำหรับบางคน แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน”


            จีมินมองรอยแผลที่ค่อยๆสมานกันอย่างช้าๆ มองมือใหญ่ที่จับข้อมือเขา ไม่ได้รู้สึกว่าสัมผัสนั้นจาบจ้วงแต่อย่างใด


            ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายขนาดนี้มาก่อน อาจจะเพราะเขาเป็นวีล่าด้วยส่วนหนึ่ง นั่นทำให้ทั้งตัวเขาและคนรอบข้างระแวงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นอยู่เสมอ


            แต่กัปตันจากเดิร์มแสตรงก์คนนี้ ไม่กลัวบ้างเหรอยังไงว่าจะต้องมนต์วีล่าของเขา


            จีมินนึกสงสัย แต่เขาไม่ได้ถามย้ำอีก


            วีล่าน่ะ ไม่น่ากลัวสำหรับคุณจริงๆอย่างนั้นเหรอไงกัน?

 

            “จีมินฉันคิดว่านายจะตายไปแล้ว”


            “หยุดพูดเลยยัยบ้า แล้วก็เลิกตื้อให้ฉันช่วยเธอซ้อมขี่ไม้กวาดได้แล้ว เห็นมั้ยว่าฉันเจ็บตัวแค่ไหน” จีมินโวยวาย


            “แล้วทำไมนายไม่มีแผลแล้วละ แล้วทำไมเสื้อของนายขาด แล้วเดี๋ยวก่อนนนะ เสื้อคลุมนี้ของใครกัน!?” อุตส่าห์คิดแล้วว่าจะแอบเงียบๆแท้ๆ


            “ก็คนที่ช่วยฉันน่ะสิ เธอคิดว่าฉันจะเดินไปไหนมาไหนได้ทั้งๆที่เสื้อขาดแบบนี้เหรอไงเล่า”


            เสื้อเชิ้ตตัวในของเขาขาดแหว่งไม่เหลือชิ้นดี คงจะเป็นตอนที่เขาเผลอคิดว่าพุ่มไม้ตรงนั้นน่าจะเป็นที่แลนดิ้งที่ดีที่สุดแต่มันกลับไม่ใช่


            “สีน้ำตาลแบบนี้ หรือว่าเด็กเดิร์มแสตรงก์?” ซอนมีขมวดคิ้ว


            “แล้วถ้าเด็กเดิร์มแสตรงก์แล้วจะยังไงละ?”


            “ก็แค่อยากรู้ว่านายไปเจอใครเข้า”


            แต่จีมินไม่อยากบอกเลย


            “ก็ก็แค่ใครสักคนที่บังเอิญอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ”


            “ให้มันจริงเถอะ แล้วพ่อหนุ่มคนนั้นไม่หลงมนต์นายแย่แล้วเหรอไงป่านนี้ ถึงกับให้ยืมเสื้อคลุมที่ แค่-มอง-ก็-รู้-ว่า-มา-จาก-เดิร์ม-แสตรงก์แบบนี้เนี่ย”


            “เขามีน้ำใจมั้ยละ แล้วเธอละตอนที่ฉันตกไม้กวาด หายไปไหนมา”


            “ฉันถูกเรียกตัวจริงๆสาบานได้ ฉันพยายามหานายแล้วนะ อย่าโกรธกันเลยนะจีมิน”


            และจีมินแกล้งทำเป็นเหมือนว่าโกรธทั้งๆที่เขาไม่ได้โกรธหรอก แค่อยากให้ซอนมีเลิกเซ้าซี้เรื่องเจ้าของเสื้อคลุมนี้สักทีต่างหาก


            “แล้วนั่นอะไรที่กระเป๋าเสื้อคลุมน่ะ” เป็นจูฮยอนที่ตาดีกว่า เขามาแย่งเอาเสื้อคลุมในมือของจีมินไปถือ จีมินก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรและเข้ามาอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมของเดิร์มแสตรงก์คนนั้นตั้งแต่เมื่อไรเหมือนกัน


            “ดอกไม้?”

            เป็นไฮเดรนเยียสีฟ้าอมเทา


            “ไฮเดรนเยีย? มาจากที่ไหนกันน่ะ”


            “ดูสิ สีเหมือนตานายเลย” ซอนมีแย่งมันมาจากมือของจูฮยอนเพื่อเอามาเทียบกับหน้าของเขา ในเมื่อจีมินไม่ได้เป็นคนเก็บมาเองแล้วมันจะมาจากที่ไหนได้นอกจากเจ้าของเสื้อคลุม


            ไฮเดรนเยีย ทำไมถึงเป็นไฮเดรนเยียกัน


            จีมินครุ่นคิดอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะนึกถึงภาษาดอกไม้ที่เคยสนใจอยู่ครู่หนึ่ง


            ขอโทษ’ ขอโทษอย่างนั้นเหรอ เจ้าไฮเดรยเยียนี่มันเหมือนกับสีตาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน หรือจะหมายถึงเขากันนะ? หรือจะเป็นเรื่องที่เรียกเขาว่าวีล่า? เขาไม่ได้โกรธอะไรมากมายสักหน่อย


            จีมินไม่ใช่คนโง่ แต่เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าคนจากเดิร์มแสตรงก์คนนั้นก็มีมุมแบบนี้อยู่ด้วย


            “นี่ ทำไมทำหน้าน่าขนลุกแบบนั้นละ!บอกมาเลยนะว่าใคร”

 






            และเจ้าไข่นั่นเสียงดังเป็นบ้า


            มันแผดเสียงบ้าบออะไรก็ไม่รู้ตรงห้องโถงรถม้าของโบซ์บาตงจนทุกคนต้องรีบเอามืออุดหู หลายวันมานี้ซอนมีเอาแต่คร่ำเคร่งเรื่องการทายปริศนาที่ซ่อนอยู่ในไข่ทองคำ จีมินพยายามหาเวลาปลีกตัวเพื่อจะเอาเสื้อคลุมไปคืนใครบางคนที่ดูเหมือนจะไม่ใจร้อนมาเอาเสื้อคลุมคืนจากเขาก่อนเลย ในที่สุดก็หาเวลาเหมาะๆได้ในวันหนึ่ง ลังเลอยู่นานเพราะทุกทีที่หันไปมองเห็นเจ้าไฮเดรนเยียที่ตอนนี้ปักอยู่ในแจกันที่หัวนอนแล้ว เขาก็รู้สึกเหมือนพูดไม่ออกบอกไม่ถูกแปลกๆ


            ก็เกิดมาเขาเพิ่งเคยได้ดอกไม้เป็นครั้งแรก ถึงจะเป็นดอกไม้เพื่อแทนคำขอโทษก็เถอะ


            จีมินหาเป้าหมายของเขาพบตอนที่ได้ยินเสียงปะทะกันของไม้คทาด้ามยาว สองร่างในชุดเครื่องแบบสีน้ำตาลเข้มต่างผลัดกันโจมตีใส่กันและกันด้วยกระบวนท่าพิสดารอย่างที่จีมินไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เขารู้ว่าเดิร์มแสตรงก์เป็นโรงเรียนต่อสู้ แต่ไม่คิดว่าจะได้เห็นมันกับตาตัวเอง เจ้าของร่างสูงกว่าคือจอน จองกุกที่หวดฟาดไม้แต่อีกร่างหนึ่งกลับหลบมันได้อย่างทันท่วงที จากนั้นทั้งคู่ก็พุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครยอมใคร จีมินอธิบายไม่ถูกเพราะมันเร็วจนตาของเขาจับภาพไม่ทัน ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหนเขาถึงเห็นทั้งคู่หยุดลงโดยที่ปลายไม้คทาต่างหยุดอยู่ที่ลำคอของฝ่ายตรงข้าม


            เป็นจองกุกที่เห็นจีมินก่อน


            “ฮยอง นั่นวีล่านี่” จองกุกเป็นคนเห็นวีล่าเจ้าของผมสีเงินยืนด้อมๆมองๆพวกเขาอยู่จากที่ฝั่งหนึ่ง ยุนกิเดินกลับมาที่ม้านั่งเพื่อหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม


            “ฮยองคิดว่าเขาจะมาล้วงความลับเรื่องไข่ทองคำจากเรารึเปล่า?”


            “ทำไมนายไม่คิดบ้างละว่าเขาอาจจะมาบอกวิธีแก้ปริศนานี้กับนาย ซอนมีอาจจะหามันเจอแล้วก็ได้” ยุนกิหันไปมองตามที่จองกุกเอาแต่จ้องคนที่ดูเหมือนจะไม่เดินเข้ามาสักที ส่ายหัวให้กับความคิดเด็กๆของน้องชายคนสนิท หันไปเห็นเสื้อคลุมของตัวเองในมือวีล่าก็พลันรู้จุดประสงค์ของจีมิน


            วันนี้เจ้าตัวไม่ได้อยู่ในชุดเครื่องแบบสีฟ้าอ่อนเหมือนอย่างเคย แต่กลับสวมเสวตเตอร์สีครีมสะอาด


            “จีมิน” เขาเห็นอีกฝ่ายไม่เข้ามาสักทีถึงได้เป็นคนเรียกก่อน


            “ฮยองรู้จักกับวีล่า?”


            “เขาชื่อจีมิน ไม่ได้ชื่อวีล่า จองกุก”


            จองกุกรู้ดีว่าเขาไม่ควรที่จะมองดวงตาของวีล่า แต่ให้ตายเถอะ มันเป็นดวงตาที่สวยมากจริงๆ ร่างโปร่งของวีล่าเดินเข้ามาที่โต๊ะของพวกเขา ก่อนเจ้าตัวจะวางเสื้อคลุมสีน้ำที่คุ้นตาลงตรงหน้าฮยองคนสนิทของจองกุก


            “ผมเอามาคืน ขอบคุณนะครับ”


            “ขอบใจ” จองกุกนึกสงสัยจริงๆว่าอะไรทำให้ฮยองคนสนิทของเขาถึงได้กล้ามองตาวีล่าตรงๆอย่างนั้น


            “นั่งก่อนมั้ยละ”


            “ไม่กลัวผมล้วงความลับเรื่องปริศนาไข่เหรอไงครับ”


            “ถ้าเธอคิดว่าจะง้างปากเจ้าเด็กนี่ได้แล้วละก็ ฉันก็รอดูอยู่”


            โอ้ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่รู้จักกันธรรมดาด้วย


            “ผมชื่อปาร์ค จีมิน” จีมินเป็นฝ่ายแนะนำตัวเองก่อน และจองกุกได้แต่พยักหน้าตาม


            “จอน จองกุกครับ”


            “ผมรู้ คนดังของเดิร์มแสตรงก์” จองกุกรู้สึกดีที่วีล่าไม่ได้จ้องหน้าเขาตรงๆ แถวเจ้าตัวยังดูเป็นคนพูดจารู้เรื่อง อันที่จริงถ้าใครก็ตามที่ยุนกิฮยองคุยด้วยละก็น่าจะเป็นคนที่โอเคหมดนั่นละ


            “ผมก็รู้จักจีมินเหมือนกัน เป็นเพื่อนกับแทใช่มั้ย”


            หากเพื่อนสาวทั้งหลายได้เห็นว่าเขามานั่งคุยกับกัปตันมินและจองกุกละก็มีหวังเขาจะต้องถูกซักไซ้แน่ๆ


            “ใช่แล้ว แทเล่าเรื่องของนายให้ฟังเต็มเลย” อันที่จริงแล้วจีมินไม่ได้สนใจเรื่องของจองกุกมาตั้งแต่แรก ถ้าไม่ติดว่าทุกครั้งเวลาที่แทฮยองพูดถึงอีกฝ่ายจะต้องมีรอยยิ้มประหลาดๆบนหน้า เขาก็คงไม่สนใจอีกฝ่ายขนาดนี้หรอก


            “เรื่องดีๆ?”


            “เรื่องแปลกๆทั้งนั้นแหละ”


            ยุนกิมองคนทั้งคู่คุยกัน ทั้งที่ปกติเขามักจะรำคาญเวลาต้องฟังคนอื่นต่อล้อต่อเถียงกัน แต่เขากลับไม่ได้รำคาญเวลาที่เห็นจีมินพูด บรรยากาศรอบตัวของวีล่าให้ความรู้สึกแตกต่างจากคนทั่วไป อย่างเด็กในชุดคลุมหลากสีมันจะให้ความรู้สึกเร่งรีบ วุ่นวาย เป็นไปด้วยกลิ่นคาถา ผิดกับเดิร์มแสตรงก์ที่รอบตัวเหมือนจะมีกลิ่นคาวเลือดจางๆอยู่เสมอ แต่กับวีล่าที่อยู่ตรงหน้าเขา


            เหมือนจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ใช่กลิ่นที่เลวร้ายอะไร

            แปลกดีจริงๆ


            “ผมไปดีกว่า ไม่กวนพวกคุณไขปริศนาแล้วละ” จีมินนั่งสนทนากับสองหนุ่มจากเดิร์มแสตรงก์อยู่ไม่นานก็รีบขอตัว เขาไม่อยากจะกวนเวลาในการไขปริศนาของคนทั้งคู่ไปมากกว่านี้


            ยุนกิอ้าปากอยากจะบอกออกไปว่าจีมินไม่ได้รบกวนเลย และเขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าคำตอบของปริศนานั่นจะได้คำตอบว่าอะไร แต่เขาไม่รู้ว่าจะบอกไปทำไม ในเมื่อจีมินไม่ได้ทำทีเหมือนจะอยากคุยกับเขาต่อเหมือนอย่างเด็กสาวคนอื่น นั่นทำให้เขาทำตัวมไม่ถูกและไม่กล้ารั้งอีกฝ่ายไว้ จีมินยิ้มให้เขา ก่อนจะยื่นกล่องเล็กๆที่ใส่คุ้กกี้ชิ้นเล็กรูปต่างๆมาที่ตรงหน้า


            “ขอบคุณที่คุณช่วยรักษาแผลให้ผมไง ผมรู้สึกว่าคุณไม่น่าจะชอบของหวานเลยทำรสกาแฟ ถ้าไม่ชอบก็โยนทิ้งได้นะครับ”


            ยุนกิไม่ทันได้ขอบคุณ อีกฝ่ายก็เดินหนีหายไปแล้ว เขาก้มลงมองกล่องขนมในมือ คุกกี้สีน้ำตาลสวยเป็นรูปดาว หัวใจ ดอกไม้


            “ฮ้า ฮยอง นี่ฮยองไปจีบวีล่ามาจริงๆเหรอ”


            “ไม่ได้จีบ” เขาไม่ได้จีบวีล่าสักหน่อย ก็แค่อีกฝ่ายอยากจะขอบคุณเขาเรื่องวันนั้นเท่านั้นเอง


            “งั้นผมกินนะ”


            “ก็ไม่ได้ห้ามนี่” เขามองจองกุกเปิดกล่องนั่นแล้วทำท่าจะหยิบขนมรูปหัวใจขึ้นมากัด นิ้วมือดันยื่นไปปัดก่อนสมองจะสั่งการเสียได้


            “อะไรอ่ะ ฮยองได้บอกว่ากินได้ไง”


            “กินรูปอื่นสิ” แล้วชิงเป็นฝ่ายหยิบคุ้กกี้ชิ้นนั้นมาเข้าปากก่อน


            “อะไรอ่ะ ฮยองไหนบอกว่าไม่ได้จีบไง” แล้วจะให้ความสำคัญอะไรกับอีแค่คุกกี้รูปหัวใจ แปลกดีจริงๆ


            “แล้วนี่อะไร ฮยองเกลียดของหวานไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงกินคุกกี้ละ!


            ยุนกิไม่ตอบ เคี้ยวขนมในปากกร้วมๆ


            ก็อันนี้มันไม่ได้หวานมากน่ะสิ เขาถึงได้กินมันได้


            ไม่ได้เกี่ยวกับคนที่ให้มาเสียหน่อย


            “นี่มันคนมีความรักชัดๆ ให้ตายเหอะยุนกิฮยอง”


            “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย จอน จองกุก”












TO BE CON



>> อัพตอนสองให้ที่ตอนถัดไปแล้วนะคะ :)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 297 ครั้ง

2,922 ความคิดเห็น

  1. #2884 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 01:16
    วั้ยยยยยยย
    #2884
    0
  2. #2827 VPALSLS (@fem0730) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 01:23
    เขินไปปปปปปปป หยุดยิ้มไม่ได้เลยยยย ชอบมากเลยค่าาา
    #2827
    0
  3. #2811 โพซิตรอน (@kimtahayon) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 07:57
    คุณไรท์คะ ฮือ ทำไมมันถึงมีกลิ่นบรรยากาศของความอบอุ่นลอยไปมาขนาดนี้ ;—; น่ารักมากๆเลยค่ะ เป็นการเริ่มต้นที่ไม่ฉาบฉวยแต่แอบละมุนหัวใจมากๆ
    #2811
    0
  4. #2709 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 21:24

    แค่ตอนแรกก็แบบเขินแล้วอะ ฮืออออ

    #2709
    0
  5. #2629 frIen6341 (@frIen6341) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 08:04
    หยุดยิ้มไม่ได้เลยค่ะฮือออ
    #2629
    0
  6. #2612 pnnx (@smilefinn12) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 08:44
    กลับมาอ่านแล้วก็ยังรู้สึกดีอยู่เลยค่ะ น่ารักมากๆเลย ;///(
    #2612
    0
  7. #2578 euphoric9 (@euphoric9) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 11:01
    ฮืออออิออ น่ารักจนจะบ้า
    #2578
    0
  8. #2462 aImma98 (@aImma98) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 14:39
    น่ารักกกกก
    #2462
    0
  9. #2456 Thirananmm (@Thirananmm) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 15:20
    ใช่เเล้วครับ ยุนกิไม่กินของหวาน เเต่ของที่น้องจีมินให้มาเป็นข้อยกเว้น อรุมมมมมมมมมมมมม☻☻☻☻
    #2456
    0
  10. #2452 짐른 (@bamlit20612) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 11:53
    เขียนดีตลอดเลยยยยฮืออออดีต่อใจมากกก
    #2452
    0
  11. #2449 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:26
    ฟิคที่จรรโลงใจนุ
    #2449
    0
  12. #2439 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 04:48
    อหหห มาแนวแฟนตาซีอีกแล้ว ยาวจุในเหมือนเดิม ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วหัวใจเต้นตุ้บๆ ต่อมๆ ตลอดเลย แงงงงง เขาตกหลุมรักกันทางสายตาค่าาาา
    #2439
    0
  13. #2437 krachao_ (@sasiphak) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 16:07

    อ่อยยยยยยยยย คุณกัปตัน
    #2437
    0
  14. #2427 BunnyJ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:23

    ก่อนอื่น *สูดหายใจ* กรี๊ดดดดดเเดเเเด้ส่อเสสเเสดัน่เสวลบเดกห จองกุกจากเดิร์มแสตรงก์!! จองกุกเดิน์มแสตรงก์!!!! ว้ากกกก *เอาหมอนอุดปาด* ขอโทษพี่ยุนกิจริงๆค่ะแต่พออ่านถึงประโยคนี้แล้วไม่ไหวจริงๆ คือมัน my goddddd! Damn hot! Holy f*cking hot!!! ฮือออออ อะไรนะ วิดพื้นมือข้างเดียวหรอ เห็นภาพ! นั้มตาไหลลล TT


    โอเค *ดึงสติ* พี่ยุนกิกัปตันคนขนึมคือพอบรรยายละเห็นภาพเลยอะ หน้านิ่งๆถ้าทางขึงขัง ตัวขาวจั๊วตัดเครื่องแบบขนสัตว์ พ่อคุณเอ้ยยยยยยยย หล่ออะไรเบอร์นั้น! แล้วจริงๆก็คือผูชายซึนๆอะ ปากหนักแต่ใจอ่อนโยน เจอมนต์(รัก)น้องวีล่าคนงามไปก็ใจเหลวเป็นขี้ผึ้ง ปากบอกไม่หวงๆแต่ใครอย่ามาแตะคุ้กกี้รูปหัวใจพี่นะพี่ไม่ยอม!! กี๊สสสส นี่มันความรักชัดๆ *ทำเสียงจองกุก*


    ส่วนน้องจีมผู้ชายที่งามกว่าดอกไม้ก็ต้องถูกถนอมมาในโบบาตงน่ะถูกแล้ว ยิ่งพอบอกเป็นลูกครึ่งวีล่าคือความงามกระจ่างชัดมากกกก ให้อารมณ์แบบ เฟลอร์ เดอลากูร์ ในแฮร์รี่เลย แบบสวยจนแค่สบตาก็ตกหลุมรักอะ แต่น้องน่าสงสารตรงที่ความสวยดันเป็นภัยซะนี่ ก็ได้แต่หวังว่ากัปตันจะถนอมน้องดีๆให้สมกับความน่ารักน่าเอ็นดูที่น้องมีนะคะ

    #2427
    0
  15. #2419 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 08:47
    เเงงงงงงงงงงง เขินแรงงงงงง // คิดไรท์มากกก
    #2419
    0
  16. #2416 INCHANN (@INCHANN) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 02:13
    อะ เขินมากค่ะ ฮือออ มันดีมาก ภาษาดีตลอดเลย ปลื้มม น้องจีมินก็น่ารักมักๆ ฮือออ เจ้าวีล่าน้อยของเรา
    #2416
    0
  17. #2414 บันจี้ <3 (@Jirapha-2546) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 21:12
    คุณกู๊กกกกกกกกก กรี๊ดดดดดด การคัมแบคครั้งนี้เหมือนกันจะบีบคอเราเลยค่ะ สำหรับแฮร์รี่เฮดที่เป็นอาร์มี่อย่างเรา นี่คือสวรรค์ชัดๆ เลย ให้ตายสิ tt อ่านแล้วไม่มีตรงไหนติดขัดเลยค่ะ ชอบความที่แบบจีมินเป็นครึ่งวีล่า แล้วเป็นผู้ชายที่สวยจริงๆ คือไม่ได้สวยแบบหญิงสาว แต่อารมณ์แบบผู้ชายรูปงาม แง้งงงงง พ่อหนุ่มคะ คุณกัปตันเขานี่ก็...คุกกี้อร่อยมั้ยเอ่ย อิอิ
    #2414
    0
  18. #2411 'schdapt (@junkim) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 19:10
    เขินอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือคิดถึงพี่กุ๊กมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เห็นวุ่นกับเรื่องเรียนไม่นึกว่าจะอัพฟิค แล้วก็ยังคงความดีงามไว้เหมือนเดิม คิดถึงภาษา การดำเนินเรื่อง ทุกอย่างที่มีกลิ่นอายความเป็นพี่ จีมินน่ารักขยี้ใจสุด คือเป็นวีล่าแล้วก็ต้องสวยที่สุดในปฐพีแร้วมั้ยนะ แงงงงงงงง ยุนกิค่ดหล่อออ จะล้องงงงงง
    #2411
    0
  19. #2407 52Hz_alone (@momo281919) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 17:16
    น่ารักกกก แงงงง
    #2407
    0
  20. วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 07:14
    ฮืออออ น่ารักมากเลยยยย คิดถึงคู่นี้จริงๆ;-;
    #2404
    0
  21. #2403 eieiei (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 07:14

    คือดีอ่าาาาา ชอบบรรยากาศที่ดูละมุนๆเวลากับตันกับของน้องจีมินเค้าอยู่ด้วยกันค่ะ แถมยังมีการผลัดกับให้ของด้วยน่าร้ากกกก

    คิดถึงไรเตอร์มากๆเลยค่ะ รอเรื่องนี้ตลอดเลยน้าาาา สู้ๆ

    #2403
    0
  22. #2396 pnnx (@smilefinn12) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:27
    โอ้ยยยยยดีมากๆค่ะไรต์ คิดถึงไรต์มากเลยด้วย แงงงง เพิ่งมีเวลามาอ่าน
    #2396
    0
  23. #2395 Marco1997 (@Marco1997) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:23
    ยุนกิแบบผู้ชายเข้มๆที่รู้ภาษาดอกไม้อะ ฮื้อออชอบบอยากให้เขาได้กัน
    #2395
    0
  24. #2382 KaLipZo (@morpaisaru) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 13:43

    โอ้โหหหหห จีมินนี่โบซ์บาตงงงงงงงงงงงงงงง แงงงง คือแค่คิดว่าน้องอยู่ในเครื่องแบบสีฟ้าอ่อน ผมสีเงิน ตาสีเทา นุก็แบบบ แงงงง พลีชีพ แล้วคุณพี่ยุนกิ ฮืออ กัปตันนน ก็จริง เหมาะกับเดิร์มแสตรงก์จริงๆ นั่นแหละ นุเขินตอนนจีมยกกำปั้นขึ้นมาเตรียมจะทุบ และพี่เขาก็คว้าหมับเข้าให้ แง แค่คิดถึงขนาดมือก็จะตายแล้ว แล้วแบบ เขินอ่ะ เขินที่สายตาเขามักจะไปหยุดอยู่ด้วยกัน เขินตอนตาพี่มองนจีมไล้นิ้วลงบนกลีบดอกไม้ เขินตอนเขาง้อด้วยดอกไฮเดนเยียร์ คือตอนแรกก็ไม่รู้ว่าวีล่าคือแบบไหน แต่ตอนที่เขาเชยคางนจีมขึ้นมาสบตา... ตายไปเล้ยยยย คนอ่านเนี่ยตายไปเล้ยยย อ่าๆ ไม่ได้ตกหลุมรักรักด้วยมนตร์วีล่า แต่จะตกหลุมรักที่ตัวนจีมเองนั่นเอง แน่ๆ T______T

    ดีใจที่ได้อ่านฟิคบรรยายของพี่กุ๊กตลอด แบบ พี่เป็นคนที่ต่อให้ยังไม่ได้อ่าน แต่พอเห็นว่าพี่อัพ นุก็รู้สึกได้ว่ามันต้องสนุก และมันก็สนุกจริงๆ

    #2382
    0
  25. #2381 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 13:42
    ยังไม่ได้จีบจริงๆๆๆๆ ยังไม่เริ่มไงแต่สนใจถูกใจและจะจีบแน่นอนใช่มะ อิอิ
    #2381
    0