(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 55 : 34 : Love Coincidence 1 ( HBD SUGA 2018)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 234 ครั้ง
    10 มี.ค. 61




Title: Love Coincidence

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin ) 

Genre: Alternative Universe!Soulmate, Fluff, Fantasy

Rate: PG

Word: Total: 21,735

Note: Cupid!jimin, Soulmate!taekook
Note2: ลงให้ครบแล้วสองตอน แยกลงเพราะว่ายาวมากค่ะ 555
BGM: Koisuru Fortune Cookie Sung by AKB48




            แม่บ้านทำความสะอาดในโรงพยาบาลรู้ดีว่าแผนกห้องคลอดเป็นแผนกที่ต้องการความสะอาดมากเกือบจะที่สุดเมื่อเทียบกับสถานที่อื่น เพราะเด็กเกิดใหม่นั้นย่อมมีภูมิต้านทานที่น้อยกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นแม้จะต้องเหนื่อยกับการปัดกวาดเช็ดถูมากครั้งกว่าที่ชั้นอื่น แต่ถ้าให้เทียบว่าต้องไปอยู่ในบรรยากาศของความเศร้าหมองที่ห้องฉุกเฉินหรือความเงียบร้างหน้าห้องดับจิตแล้วละก็ เสียงแห่งความยินดีของพ่อแม่มือใหม่นั้นน่าฟังกว่ากันเยอะ

            อุแว้~

            และวันนี้ถ้าจำไม่ผิดคงจะเป็นเด็กคนที่ห้าแล้วที่ได้ลืมตามดูโลก ที่ช่วงนี้มีเด็กเกิดใหม่เยอะกว่าปกติก็เพราะได้ยินว่าช่วงเวลาปฏิสนธิของเด็กๆพวกนี้คือวันวาเลนไทน์เมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นมันก็ไม่แปลกที่หมอทำคลอดจะต้องงานยุ่งกันจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

            “ติดตามผลภารกิจที่ CP-230893 ระยะเวลาห้าปี สถานะล่าสุดคือฝ่ายหญิงคลอดบุตรชาย หน้าตาของคู่สมรสแจ่มใส ไม่มีสัญญาณของภาวะนอกใจ” หน้าห้องที่มีตู้อบเด็กแรกเกิด จีมินมองคุณพ่อคนหนึ่งมองตามพยาบาลสาวตาไม่กะพริบ พยายามจดจำเด็กชายในอ้อมกอดของคนในชุดสีฟ้าอ่อนไว้ทุกชั่วขณะเพราะกลัวจะเกิดการสลับตัวเด็กแบบในละคร แม้จะมีป้ายชื่อที่ข้อมือแล้วแต่เขาก็ยังไม่วางใจ จนกระทั่งเด็กน้อยเข้าไปอยู่ในตู้อบเขาถึงหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายภาพ ลอบยิ้มกับตัวเองอยู่อย่างเงียบๆโดยที่คิดว่าไม่มีใครเห็น

            “หมอนี่ยังไม่เลิกนิสัยขี้เก็กอีกเรอะเนี่ย ผ่านมาตั้งนานขนาดนี้แล้ว” เด็กหนุ่มเดินไปมองหน้าเขาชัดๆ แต่คุณพ่อมือใหม่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเห็นเขา ก็แหงละ! สายตาของมนุษย์ธรรมดาจะมองเห็นคิวปิดได้ยังไงกัน

            จีมินหัวเราะ ปีกสีชมพูที่ด้านหลังขยับไปมาอย่างอารมณ์ดี จำได้ว่าตอนนั้นต้องใช้ลูกล่อลูกชนเยอะจะตายไปกว่าเจ้าหมอนี่จะยอมสารภาพรัก หลังจากนั้นพวกเขาก็คบกันนานถึงสี่ปี พอแต่งงานแล้วฝ่ายหญิงก็ตั้งครรภ์ทันที แต่ถ้าถามว่าจีมินชอบภารกิจแบบไหนก็คิดว่าคงเป็นแบบนี้นั่นละ ที่ฝ่ายชายกับฝ่ายหญิงไม่ได้ตกหลุมรักกันอย่างง่ายดาย แต่ใช้เวลาเพาะปลูกความสัมพันธ์ นำไปสู่ชีวิตคู่ที่ยาวนาน

            ก็ถ้าคู่ไหนหย่ากันละก็เขานี่ละ ที่ต้องเขียนรายงานยาวเหยียด!

            “คู่สุดท้ายของวันนี้ ต่อไปก็เข้าไปรับภารกิจใหม่ ช่วงนี้งานเยอะจริงๆให้ตายเถอะ”

 

            เพราะสังคมสมัยนี้ค่อนข้างเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเพราะอะไรหลายอย่าง ดังนั้นองค์กรทูตสื่อรักของเขาถึงต้องปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยใหม่นี้ด้วย ไม่มีแล้วหรอกนะคิวปิดที่ยิงธนูส่งๆแล้วก็แจ้นหนีหายเข้ากลีบเมฆ ความซับซ้อนของคนสมัยนี้ทำให้การจับคู่ต้องเป็นไปอย่างชาญฉลาด พร้อมกับการติดตามผลในระยะยาวเพื่อนำมาปรับปรุงระบบในอนาคต นี่แหละนะ องค์กรกามเทพยุค 9G

            “ถ้าเป็นโซลเมทก็ง่ายเลยสิ” จีมินรับแฟ้มมาจากแผนกจ่ายงานที่ 14 หัวหน้าแผนกคิม ซอกจินส่ายหัว “ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก นายลองเปิดอ่านสิ”

            ปกติแล้วหากเป็นการจับคู่คนที่เป็นโซลเมทจะค่อนข้างง่ายกว่าคนที่ระบบประมวลผลให้เอง เพราะเกิดมาคู่กันแค่แผลงศร (เป็นคำเปรียบเปรย เดี๋ยวนี้เขาหันมาใช้อาวุธปืนกันหมดแล้ว) แป๊บเดียวก็จบ ไม่ต้องทำอะไรมากก็สามารถบันดาล รักแรกพบได้อย่างง่ายดาย

            “ชื่อคิม แทฮยอง?”

            “ที่จริงเขากับโซลเมทรู้จักกัน แต่มันออกจะซับซ้อนนิดหน่อย”

            จีมินมองเด็กหนุ่มเจ้าของหน้าม้าปรกหน้าปรกตากับแว่นกรอบสี่เหลี่ยมอันใหญ่ ไม่อยากจะเชื่อว่าหมอนี่จะมีโซลเมทกันกับเขาด้วย

            “ตั้งแต่เกิดมาจนอายี่สิบเอ็ดปีเพราะเอาแต่ดูการ์ตูนกับฝันหวานถึงสาวสองมิติก็ยังไม่เคยมีแฟนกับเขา? อกหักตอนสารภาพรักกับสาวชมรมคนรักอนิเมะตอนอายุสิบแปดจากนั้นก็เลยกลายเป็นคนไม่มั่นใจอีกเลย” ให้ตายเถอะ หมอนี่มันโอตาคุชัดๆ!

            “ปัญหาก็คือเนื้อคู่ของเขานี่แหละ” จีมินฟังแล้วก็เปิดไปที่หน้าถัดไปก่อนจะเผลออุทานคำว่า คุณพระช่วย

            “จอน จองกุก อายุน้อยกว่าสองปี สูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบ นิสัยรักเพื่อน หน้าตาเหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนตาหวาน เป็นหนึ่งในดาวของชมรมบาสเก็ตบอลและที่สำคัญคือหมอนี่น่ะฮอตสุดๆ”

            รูปภาพของเด็กหนุ่มในหน้าถัดมามองแล้วให้ตายยังไงก็ยังงงอยู่ว่าโชคชะตาดูเหมือนจะไม่ปราณีจองกุกเลยแม้แต่น้อย? ใครใช้ให้คนบนฟ้าส่งคิม แทฮยองสุดเฉิ่มมาคู่กับหมอนี่กันละ

            “ให้ตายเถอะ ผมรู้แล้วว่าทำไมนี่มันเคสระดับ SS” ปกติแล้วคิวปิดเองก็มีการแบ่งระดับชั้นอยู่เหมือนกัน เริ่มแรกสุดก็จะมีปีกสีชมพูอ่อนแทบจะเป็นสีขาว จับคู่กับภารกิจง่ายๆเพราะยังไม่มีประสบการณ์ ค่อยๆสะสมแต้มบุญจนเป็นคิวปิดแรงก์สูงก็จะต้องทำภารกิจที่ยากขึ้น ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นสิ่งเปราะบาง หากขาดคิวปิดที่มีความสามารถก็อาจจะหมายถึงความสัมพันธ์ของคนคู่หนึ่งต้องพังทลายลงไปเลยก็ได้ และแน่นอนว่าปีกสีชมพูที่ไม่เข้มและไม่อ่อนจนเกินไปของจีมินนั้นหมายความถึงระดับที่สูงพอสมควรของเขายังไงละ!

            “มันยังไม่หมดแค่นี้หรอก” ซอกจินยังคงเปิดไปที่หน้าถัดไป ทำเอาจีมินขมวดคิ้ว

            “ยังมีที่ยากกว่านี้อีก?”

            “ที่จริงไม่รู้ว่าเป็นโชคดีของนายรึเปล่า แต่แทฮยองแอบชอบจองกุกอยู่แล้ว”

            งั้นมันก็ควรที่จะง่ายน่ะสิ? ปกติทำให้คนที่รู้จักกันแล้วหรือคนที่มีความรู้สึกต่อกันลงเอยกันได้ย่อมง่ายกว่าทำให้คนสองคนที่ไม่มีความรู้สึกต่อกัน แต่แล้วมันมีปัญหาอะไรละ?

            “ทำไมนายไม่ลองไปดูเองละ?”

 

            เพราะคำพูดนั้นของหัวหน้าทำให้วันต่อมาจีมินถึงตัดสินใจมาสำรวจพื้นที่จริงก่อนลงมือ เวลาบ่ายสามโมงที่โรงยิมและคนที่แน่นขนัดทำให้เขาแอบแปลกใจอยู่หน่อยๆเพราะเวลาเรียนของแต่ละคณะย่อมไม่เท่ากัน พอเดินเข้ามาแน่นอนว่าเขาที่พรางตัวอยู่ก็รีบบินไปทั่วนั้นแสตนเพื่อหา

            โอ๊ะ นั่นไง!

            คิม แทฮยองในชุดเสื้อฮาวายตัวโครงกับกางเกงสีกากีตามสไตล์เด็กคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผมสีดำปรกหน้าปรกตากับแว่นสีดำอันใหญ่นั่นสะดุดตาเป็นบ้า เขานั่งอยู่คนเดียวที่แถวหน้าสุดที่เต็มไปด้วยผู้หญิงและดูเหมือนว่าจะมาคนเดียว

            เพื่อนน้อยอย่างที่ในรายงานบอกจริงด้วย

            จีมินบินไปหาที่นั่งใกล้ๆ ก่อนจะมองหาจอน จองกุกบ้าง เขาอยู่ในสนามเหมือนกับนักกีฬาคนอื่นๆ สวมชุดกีฬาสีดำที่ตอนนี้เริ่มจะชื้นเหงื่อ จีมินพยักหน้าหงึกๆแล้วจดลงไปในสมุดของตัวเอง นี่มันไม่ต่างอะไรกับเจ้าชายผู้สูงส่งกับภารโรงเฝ้าประตูวัง

            แต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่นี้?

            “แทฮยอง!” จีมินได้ยินเสียงทุ่มต่ำของใครบางคน ก่อนที่เจ้าของเสียงมันจะเดินเข้ามาหาเด็กในสังกัดของเขา เขาดูเหมือนจะเป็นผู้เล่นของคนในชมรมนี้เพราะสวมชุดที่ดูเหมือนกันกับเจ้าชายไม่มีผิด

            “ยุนกิฮยอง” พระเจ้าแล้วนั่นเด็กในสังกัดของเขากำลังยิ้มให้ชายอื่น? ส่งน้ำให้ชายอื่น? แล้วเนื้อคู่ละไปไหนแล้ว???

            จีมินรีบพุ่งเป้าสายตาไปยังผู้มาใหม่ทันที เขาไม่สูงมากนัก น่าจะพอๆกันกับจีมินแต่ขาวเหมือนกินหลอดไฟเป็นอาหารหลัก เสี้ยวนาทีที่หมอนั่นเงยหน้าเหมือนจะสบตาเขาแต่ก็มองผ่านไปอีกทางทำให้จีมินรู้สึกขนลุก เขารีบเหาะไปหยุดอยู่ที่คนตรงหน้าทันที ก่อนจะมองหน้าแทฮยอง

            “ฮยองเหนื่อยมั้ย ผมเอาน้ำมาให้”

            “มาหาทุกวันแบบนี้ไม่เหนื่อยรึไง ขอบใจมาก”

            “ผมชอบดูบาสมากๆเลย”

            นี่มันไม่ต่างอะไรฉากในการ์ตูนรักแต่เพียงว่าผิดตัวละครเท่านั้นเอง?

            “ย่าห์ คิมแทฮยอง! คนที่นายสมควรเอาน้ำให้มันเป็นจอน จองกุกที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่รึไง นี่นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย” เขาตะโกนใส่เด็กหนุ่มที่ไม่รู้เรื่อง พอหันไปมองในสนามก็เหมือนจะเห็นว่าจองกุกหันมามองตรงนี้แค่ครู่เดียวก่อนจะหันไปทำอย่างอื่น

            “วันนี้มีนัดกินหมูย่างกัน ไปด้วยกันมั้ย?” คนที่เป็นรุ่นพี่หัวเราะก่อนจะเอ่ยชวน จีมินมองดวงตาสีดำสนิทที่หรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ก็อ้าปากค้าง

            “หรือว่าหมอนี่คือคือ”

            ศัตรูของเขา เจ้าหมอนี่ต้องคิดไม่ดีกับเด็กแทฮยองนี่แน่! จะทำยังไงดี แถมดูสนิทกันขนาดนี้แล้ว? นี่หรือว่าเขามาช้าเกินไป?

            “มะ ไม่เอาครับ”

            “ทำไมละ? เมื่อวานเพราะนายบ่นอยากกินฉันเลยลองชวนคนในชมรมดู ไม่ไปด้วยกันจริงๆเหรอ?” และนี่มันสกิลหยอดสาวระดับไหนกัน! เด็กของเขาไม่มีทางตามหมอนี่ทันอยู่แล้ว

            ไม่ได้การแล้ว! ไม่ได้การเด็ดขาด นี่มันเรื่องฉุกเฉิน ได้ยินเสียงหว๋อมาเลย!

            “พรุ่งนี้ผมมีตรวจแบบครับ”

            “ว้า น่าเสียดายจัง งั้นไว้วันไหนเราไปด้วยกันสองคนแล้วกันนะ” เสียงนั้นย้ำเหมือนกับว่าเป็นเรื่องพิเศษ และนั่นยิ่งทำให้จีมินประสาทเสียเข้าไปใหญ่

            “ครับ รุ่นพี่”

            “นายทำไมถึงตกลงง่ายจัง ไม่คิดว่าเขาจะหลอกเรอะไง!เขาหันไปตะคอกใส่เด็กในสังกัดที่ยังคงทำหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว ไหนบอกว่าเป็นโอตาคุไง โอตาคุที่ไหนจะใสซื่อขนาดนี้!?

            “อื้อ งั้นฉันไปซ้อมก่อนนะ กลับบ้านดีๆละแทฮยองงี่”

            ถึงขั้นมีชื่อเล่นกันแล้วด้วย!?

            ดูเหมือนตัวร้ายในอนิเมะจะออกมาเร็วกว่าที่คิด จีมินมองตามแผ่นหลังที่ตัดกันกับเสื้อกีฬาสีดำสนิทก็ได้แต่ถอนหายใจ จากที่คิดว่าจะพักสักวันสองวันก่อนก็คงไม่ได้แล้ว

            ยังไงก็ต้องรีบแยกสองคนนี้ออกจากกัน ไม่อย่างนั้นเควสท์เขาล่มแน่!

 

            ในแฟ้มงานที่เคยมีเพียงแค่รูปของคนสองคนในตอนนี้ได้เพิ่มรูปบุคคลที่สามเข้ามาด้วยพร้อมกับกรอบสีแดงหรา จีมินตัดสินใจแล้วว่าก่อนที่จะเริ่มจับคู่แทฮยองกับจองกุก ก่อนอื่นเลยก็ต้องกำจัดก้างชิ้นโตที่อยู่ตรงหน้าก่อน วันรุ่งขึ้นเขาตัดสินใจซ่อนปีกของตัวเองแล้วซ่อนมิเตอร์ความรัก สวมเสื้อผ้าที่ดูสบายๆเหมือนนักศึกษาทั่วไปแล้วกลับไปที่โรงยิมอีกรอบ

            จีมินอาศัยจังหวะที่แทฮยองมองจองกุกไม่วางตาถือวิสาสะนั่งลงข้างๆเด็กหนุ่มที่ไม่ได้มีท่าทางจะรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย พอเกมส์ได้เวลาพักครึ่งแทฮยองถึงได้สำรวจคนที่เข้ามานั่งข้างเขาอย่างจริงจัง

            “เอ่อขอโทษนะครับ มีอะไรกับผมรึเปล่า”

            จีมินยิ้ม ฉีกยิ้มแบบผู้เชี่ยวชาญก่อนจะหัวเราะแหะๆ “ขอโทษที พอดีฉันเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก แต่รู้ตัวอีกทีก็หลงทางมาถึงนี่แล้ว ไม่กล้านั่งข้างผู้หญิงน่ะ นายคงไม่ถือหรอกใช่มั้ย”

            แทฮยองสำรวจไปรอบๆก่อนจะเออออไปกับจีมินเพราะเห็นว่าไม่มีที่ว่างตรงอื่นอีก ว่าแต่หมอนี่เป็นผู้ชายอย่างนั้นเหรอ

            ผมสีบลอนด์สว่างกับเสวตเตอร์สีฟ้าอ่อน ดูเหมือนพวกไอดอลในทีวีไม่มีผิด

            “ฉันชื่อปาร์ค จีมิน นายละ?”

            “คิม แทฮยอง

            “นายชอบบาสเก็ตบอลเหรอ” แทฮยองคิดว่าคนตรงหน้าน่าจะหมดธุระกับเขาแล้วแต่กลายเป็นว่าจีมินกลับชวนคุยต่ออย่างนั้น “อือใช่”

            “แล้วนายไม่เล่นบาส?”

            “ผมไม่เล่นกีฬาน่ะ”

            “เอ้า เหรอ งั้นแสดงว่ามาดูเพื่อนสินะ”

            จีมินเห็นดวงตาของแทฮยองขยับไปมาอย่างลุกลี้ลุกลน “ก็ประมาณนั้น”

            “ฉันก็ชอบดูบาสเก็ตบอลเหมือนกัน ถ้าพรุ่งนี้มาก็จะได้เจอนายสินะ”

            “ก็อาจจะ”

            “ดีจัง ว่าแต่ไหนเพื่อนของนายละ” แทฮยองทำหน้ายุ่งนิดนึงก่อนจะชี้ไปที่นักกีฬาที่สวมเสื้อหมายเลขเก้าสิบสาม นั่นคือศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งของเขา (โอเค อะไรก็ตามที่มาขัดขวางการทำภารกิจของเขาก็คือศัตรูหมด) ทำท่าลังเลก่อนจะชี้ไปที่จองกุกซึ่งสวมชุดหมายเลขห้าสิบแปดด้วย

            “โอ๊ะ คนนั้นหน้าตาดีนี่” จีมินแกล้งพูดเมื่อนิ้วเรียวของแทฮยองชี้ไปที่จองกุก เขาเห็นแทฮยองชะงักก่อนที่ประกายความเศร้าจะแผ่ออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้แต่จีมินกลับจับมันได้

            รักข้างเดียวสินะ?

            “อือ”

            “ชอบเขา?”

            “มะ ไม่ได้ชอบสักหน่อย!” จีมินนึกดีใจนิดหน่อยที่แทฮยองเป็นพวกซื่อๆเพราะไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงจะถูกชี้หน้าด่าแล้วว่ามาเสือกอะไรด้วยแล้ว เห็นหน้าเลิ่กลั่กของแทฮยองก็คิดว่าภารกิจนี้ของเขายังไม่ถึงกับหมดหวัง

            “แทฮยองอา!” ก่อนที่เสียงของมารผจญจะดังขึ้น จีมินเห็นนักกีฬาทั้งสองคนวิ่งเข้ามาก็สบโอกาสทำแต้มที่หนึ่ง!

            “ยุนกิฮยอง จองกุก” เห็นสีระเรื่อบนแก้มของแทฮยองจีมินก็คิดว่าหากเป็นเมื่อวานเขาคงจะแพนิคตายกันไปข้าง เหลือบตาลงมองก็เห็นถุงพลาสติกที่มีน้ำเปล่าอยู่หนึ่งขวด

            ซื้อน้ำมาแค่ขวดเดียว จะให้ใครกันนะ?

            เขาเห็นเด็กในสังกัดเม้มปาก ก่อนจะยื่นมันออกไปให้ยุนกิอย่างรวดเร็ว จีมินลอบถอนหายใจอย่างเสียดาย เหลือบตามองยุนกิกับจองกุกที่มองขวดน้ำในมือของคนโตกว่านิ่งๆก็นึกอยากทดลองอะไรบางอย่าง วินาทีที่แทฮยองหันไปทางอื่นจีมินก็ก้มลงไปกับพื้น ล้วงมือเข้าไปในถุงพลาสติกที่วางเปล่าก่อนจะเสกน้ำขวดที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบออกมา

            “อ่ะ แทฮยอง นายบอกว่าซื้อมาให้เพื่อนอีกคนด้วยนี่” เขายื่นขวดน้ำให้กับแทฮยองที่เบิกตากว้าง ก่อนจะมองมันอย่างงงวย

            “เอ่อนี่” เจ้าตัวมองน้ำในมือสลับกับหน้าจองกุกอยู่ครู่หนึ่ง จีมินแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นยุนกิที่เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจก็รีบกดดันแทฮยองทางสายตา

            “ให้นาย” หลังจากผ่านไปเกือบหนึ่งนาที แทฮยองก็ตัดสินใจยื่นขวดน้ำในมือให้กับจองกุก

            แน่นอนว่าพวกเขายังงงอยู่

            “ขอบคุณ” จองกุกรับมันมาอย่างเงียบๆก่อนจะเปิดแล้วยกขึ้นดื่ม จีมินหันไปเห็นดวงตาเป็นประกายของแทฮยองก็ยิ้มในใจ

            “นายเป็นใคร” เสียงของคนแก่สุดพุ่งมาที่เขา จีมินรู้อยู่แล้วว่าจะได้รับคำถามนี้เลยยิ้มสดใสที่สุดออกไป

            “ผมชื่อปาร์ค จีมิน บังเอิญผ่านมาทางนี้ก็เลยได้รู้จักกับแทฮยอง” เขาแนะนำตัวอย่างคล่องแคล่ว ตัดสินใจให้ตัวเองอายุเท่าแทฮยองก็ต้องถือว่าคนตรงหน้าแก่กว่า

            “นายเรียนที่นี่?” เสียงของเขาเหมือนไม่เชื่อ

            “ผมเพิ่งแลกเปลี่ยนมา อยู่คณะภาษาต่างประเทศ”

            และจีมินแอบหวาดเสียวอยู่เหมือนกันตอนที่ถูกมองเหมือนกับไม่ไว้ใจ ก่อนที่ยุนกิจะพยักหน้าเออออไปด้วยในที่สุด

            จองกุกที่ยืนเงียบไม่พูดอะไรมองหน้าแทฮยองก่อนจะหันกลับไปที่สนามบาส ยุนกิพูดอะไรกับแทฮยองสองสามคำก็หันมามองหน้าจีมินอีกครั้ง

            ทำไมรู้สึกกลัวหมอนี่ขึ้นมาได้

            “ผมจะกลับแล้ว” อยู่ดีๆแทฮยองก็ลุกขึ้น จีมินมองสีหน้าไม่สู้ดีก็เดินตามเด็กหนุ่มออกมาด้วย

           

“ตามผมมาทำไม”

            “เห็นว่านายบอกว่าจะกลับ ก็เลยเดินตามมา ฉันไปหน้ามหาลัยไม่ถูกน่ะ”

            แทฮยองยักไหล่ก่อนจะเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ จีมินเดินตามไปก็เห็นปากของแทฮยองขมุบขมิบประโยคบางอย่างไปด้วยก็เดินเข้าไปใกล้

            ‘ถูกเกลียดแล้วแน่ๆ ทำยังไงดีนะ ทำไมจองกุกไม่พูดอะไรเลย

            ‘หรือว่าหมอนั่นจะรู้สึกว่าฉันจุ้นจ้าน ว่าแต่วันนี้ฉันซื้อน้ำมาสองขวดอย่างนั้นเหรอ? ทำไมฉันถึงทำแบบนั้นกัน แย่จัง บิลก็ทำหายไปแล้วด้วย

            จีมินปล่อยให้แทฮยองที่ไม่รู้ตัวพูดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเดินมาเทียบที่ด้านข้างของเด็กหนุ่มที่มีความรักแล้วถามออกไป

            “นายชอบจองกุกเหรอ?”

            “ไม่ได้ชอบ!” แทฮยองแทบจะตะโกนออกมา ก่อนจะหน้าแดง

            “นายชอบเขาเห็นๆ”

            “นายจะมารู้อะไร”

            “คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่รู้ว่านายชอบหมอนั่น เวลานายมองเขาอย่างกับว่ามีกลิตเตอร์บนตานายน่ะ”

            อะไรกัน มันชัดเจนขนาดนั้นเลย!?จีมินได้ยินเสียงแทฮยองเผลอพูดกับตัวเองเบาๆก็ขำ

            “ที่แท้นายก็ซื้อน้ำมาให้หมอนี่แต่ดันไม่กล้าให้เสียอย่างงั้น”

            “นายรู้ได้ยังไง!

            ก็เพราะฉันเป็นคิวปิดของนายยังไงละ

            จีมินยิ้ม “แล้วทำไมนายไม่บอกเขาไปละ”

            “ไม่มีทาง”

            “เขาอาจจะชอบนายก็ได้นะ?” อาจจะไม่ใช่ตอนนี้แต่ในอนาคตละก็แน่นอน

            “ไม่มีทาง ว่าแต่นายมายุ่งอะไรด้วย”

            ก็เพราะฉันเป็นคิวปิดของนายยังไงละ

            “ก็แค่บังเอิญผ่านมา ว่าแต่นายไม่อยากสมหวัง?”

            แทฮยองแค่นหัวเราะ “สมหวัง ผมกับเขาเนี่ยนะ อย่าพูดตลกไปเลยน่า ถ้าไม่มีเรื่องอื่นจะพูดก็แยกกันตรงนี้ ประตูมหาลัยอยู่โน่น” เขาชี้ไปที่ประตูใหญ่ยักษ์ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

            อ่า ทำเจ้าตัวหงุดหงิดจนได้

            “ถ้าฉันบอกว่ามันไม่ตลกละ” แหงสิ เควสท์นายคนเดียวก็เท่ากับโบนัสสามเดือนของจีมินเลย ใครจะเอาปากท้องไปเล่นตลกกัน และที่สำคัญคือเขามีจรรยาบรรณของคิวปิดนะ! จะทำเล่นๆได้ยังไงกัน

            “ดูหมอนั่น แล้วดู” แทฮยองชี้มาที่ตัวเอง จีมินเห็นความน้อยเนื้อต่ำใจในแววตาคู่นั้นก็ถอนหายใจ

            “นี่ แล้วนายไม่คิดว่าจองกุกอาจจะชอบนายเหมือนกันก็ได้นะ”

            “แค่พูดกันยังไม่พูดเลย จะชอบกันได้ยังไง”

            คนไม่รู้จักกันก็ยังชอบกันได้ นายนั่นแหละที่ไม่รู้อะไร จีมินอยากจะบอกแทฮยองอย่างนั้น แต่เขาก็อยู่ในจุดที่เข้าใจแทฮยองว่าทำไมเจ้าตัวถึงคิดอย่างนี้ ก็ตอนแรกเขาเองยังคิดแบบนี้เลยนี่นา

            จนกระทั่งเห็นจองกุก จีมินคิดว่ามันยังพอมีหวัง อย่างน้อยเขาก็ไม่มีวันปล่อยให้โบนัสสามเดือนหลุดมือไปง่ายๆเด็ดขาด

            “ถ้าฉันบอกว่าฉันทำให้นายสมหวังได้ละ?”

            “ตลก นายเป็นคิวปิดเรอะไง” จีมินสะดุ้ง

            “เอ่อ ก็

            “นายก็เหมือนๆกับฉันนั่นแหละ แค่บังเอิญผ่านมาแล้วยังทำเป็นรู้ดีอีก”

            แทฮยองพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนจะเดินก้าวเท้าเร็วๆไปอีกทาง จีมินรีบเดินตามโดยใช้พลังวิเศษไม่งั้นเขาไม่มีทางตามขาที่ยาวกว่าของเด็กนี่ทันแน่ เขาได้ยินเสียงแทฮยองบ่นว่า โลกใบนี้มันไม่มีปาฏิหารย์อยู่แล้ว

            “นี่! โลกใบนี้มันไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ๆหรอกนะ ความรักคงจะอยู่ที่ไหนสักที่ ถ้านายไม่คิดจะพยายามก็ไม่มีทางสมหวังหรอก” เสี้ยวนาทีที่แทฮยองเหมือนจะหันมาด่าเขาอีกรอบ จีมินรีบคว้าปืนพกสีชมพูวิ๊งลายหัวใจสีแดงรุ่น LOVECHARGE2000 ขึ้นมาแล้วยิงไปที่แทฮยองทันที

            แรงก์นี้ของเขาที่ได้มาก็เพราะแม่นปืนเนี่ยละ!

            จีมินอาศัยจังหวะที่ กระสุนใจซอฟท์กำลังลดความเกรี้ยวกราดในใจของแทฮยองรีบวิ่งเข้าไปประชิดตัวก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง

            “แค่ฉันเห็นหน้านายก็รู้แล้วว่าเราสองคนจะต้องเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแน่ๆ นายไม่อยากสมหวังกับจองกุกอย่างนั้นเหรอ ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าโลกนี้จะไม่มีปาฏิหาริย์ ทำไมนายไม่ลองดูละ”

            แทฮยองถูกจีมินใช้จังหวะที่เขามึนเบลอเผลอปล่อยให้มือของตัวเองถูกกุมเอาไว้ พอมองดวงตาสีน้ำตาลของจีมินก็เห็นเหมือนกับว่ามีประกายสีชมพูพุ่งเข้ากระแทกตา

            “ตะ แต่ว่า

            “นายคิดดูนะ ตอนนี้นายอาจจะทนได้ แต่ถ้าเกิดวันหนึ่งจองกุกเกิดมีแฟนสาวน่ารักๆสักคนขึ้นมาละก็ จะทนได้อย่างนั้นเหรอ จะทนได้จริงๆเหรอ”

            ดวงตาของคิวปิดมักมีพลังอำนาจบางอย่างที่ทำให้มนุษย์ไม่สามารถต้านทานได้ เสี้ยววินาทีเดียวกันกับที่มองดวงตาคู่นั้น ในใจของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบกว่าที่ไม่เคยมีแฟนก็เกิดความหวังขึ้นมา

            ได้จริงๆเหรอเขากับจองกุกเนี่ยนะ

            “ถ้าเราช่วยกันละก็ จะต้องมีทางอย่างแน่นอน”

            “ทำไมนายถึงได้อยากช่วยผมละ” เราสองคนเพิ่งเจอกันวันนี้นี่นา

            “เพราะฉันถูกชะตากับนายน่ะสิ อีกอย่างนึงนะ ฉันเพิ่งเคยมาที่นี่ นายน่ะถือว่าเป็นเพื่อนคนแรกของฉันเลยนะ”

            คำพูดที่ราวกับออกมาจากการ์ตูนมังงะทำให้แทฮยองหัวใจพองโต ตั้งแต่เด็กเพราะเขามีงานอดิเรกที่ไม่เหมือนกับชาวบ้านก็เลยทำให้ไม่มีเพื่อนสนิทอย่างใครเขา พอฟังคำพูดของจีมินแล้วแทฮยองก็เผลอคิดไปว่าหรือวันนี้จะเป็นวันที่ดีของเขากันแน่

            “นาย

            แทฮยองเป็นประกายในดวงตาของจีมิน แม้จะรู้สึกแปลกๆแต่รู้ตัวอีกทีก็เผลอตอบตกลงไปแล้ว

 

            หลังจากที่แกล้งทำเป็นแยกกัน จีมินก็รีบเข้าสู่โหมดล่องหนแล้วบินกลับมาที่โรงยิม เห็นกลุ่มนักกีฬาชายที่เพิ่งอาบน้ำหลังเลิกซ้อมก็บินเข้ามาที่ใกล้ๆจองกุกกับยุนกิ วันนี้แทฮยองโดนกระสุนเขาไปรอบหนึ่งแล้วคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

            “ว่าแต่ได้ข่าวมาว่ามีร้านซัมกยอบซัลเปิดใหม่ตรงหน้ามหาลัย วันนี้พวกเราไปกันมั้ยฮยอง”

            “เอาสิ พรุ่งนี้ฉันไม่มีเรียนพอดี”

            จีมินเห็นจองกุกเวลาที่อยู่กับยุนกิแค่สองคนแล้วเหมือนกับว่าจะไม่ใช่จองกุกคนเมื่อกี้ก็คิดในใจ ทำไมต้องทำตัวขรึมต่อหน้าแทฮยองด้วย มีแค่สองเหตุผลก็คือไม่ชอบแทฮยองก็คือ ไม่ชอบเลยทำหน้าแบบนั้น

            แล้วจองกุกคนนี้เป็นแบบไหนกันละ

            เขาเห็นตลอดทางเดินมีคนเข้ามาทักทายจองกุกไปด้วยเจ้าตัวก็ยิ้มอย่างเป็นมิตร พอเปิดสมุดดูประวัติของเจ้าตัวก็เห็นว่าจองกุกเองก็ยังไม่มีแฟนตอนนี้

            หรือว่าเป็นพวกชอบเรียกเรตติ้ง? แต่ก็ไม่น่านะ

            “ไม่รู้ว่าแทฮยองกลับบ้านไปรึยัง ไม่งั้นน่าจะชวนไปด้วย”

            จองกุกพอได้ยินชื่อแทฮยองก็นิ่งไป “เขาอาจจะไปกับอีกคนก็ได้”

            “คนไหน?”

            “ก็ที่ชื่อจีมินอะไรสักอย่าง”

            “ไม่หรอก”

            “ฮยองรู้ได้ไง”

            จีมินเห็นยุนกิยิ้ม ก่อนจะยักไหล่ “ก็พวกเขาเพิ่งรู้จักกัน คงไม่ไปด้วยกันหรอกมั้ง”

            “ฮยองคิดอย่างนั้น”

            “อือ”

            จีมินมองจองกุกประหม่าก็เหมือนกับจะปะติดปะต่ออะไรได้ หรือที่จริงแล้ว

            สองคนนี้แอบชอบกันอยู่แล้ว?

            เขาเผลอเอาเข่าขึ้นมากอดขณะที่ลอยตามสองคนนั้นไป เห็นเด็กหนุ่มเกาหัวแกร็กๆคำว่าโบนัสที่ดูเหมือนจะเลือนลางก็กลายเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้นมา

            หลังจากสองคนนั้นกินข้าวก็แยกย้ายกันกลับบ้าน จีมินมองตามแผ่นหลังเด็กหนุ่มไปก็ได้แต่เริ่มคิดแผนการในใจ หันไปมองยุนกิที่มองตามไปก็คิดว่าหรือจริงๆแล้วหมอนี่ก็ยังเก็บไว้ได้กัน

 

            “นี่” เขาสะดุ้ง หันซ้ายหันขวาทีก็สงสัยว่ายุนกิกำลังเรียกใครกันแน่

            “นายนั่นแหละ” จีมินยิ่งงงงวย เพราะเขามองไปก็ไม่เห็นใครทั้งนั้น

            “นายที่มีปีกสีชมพูน่ะ หวังว่าคงจะไม่ต้องเรียกซ้ำนะ”

            จีมินอ้าปากค้าง เห็นรุ่นพี่ชมรมบาสมองมาที่ตัวเองตรงๆก็เผลอเอานิ้วชี้เข้าหาตัว พอยุนกิพยักหน้าก็เอียงคอ “คุณมองเห็นผม”

            “แล้วแถวนี้ดูเหมือนมีใครคนอื่นที่มีปีกสีชมพูเรอะไง”

            เขาหันซ้ายหันกว่าอีกที ก็ไม่มี

            “คุณมองเห็นผมได้ยังไง!” เขารีบดูมิเตอร์ที่นาฬิกาข้อมือตัวเอง ก็เห็นว่าสถานะทุกอย่างมันปกติดี

            “จะมองไม่เห็นได้ยังไง เล่นตามมาตั้งแต่ออกจากมหาลัยจนถึงตอนนี้ นี่เป็นสตอล์คเกอร์เรอะไง”

            เขา? สตอล์คเกอร์!?

            “คุณจะบ้าเหรอ”

            “แล้วจะตามมาทำไม”

            “ผมไม่ได้ตามคุณนี่” ก็แค่คนที่บังเอิญอยู่กับจองกุกเท่านั้นแหละ!

            “ตอนแรกก็เอาปืนประหลาดๆนั่นยิงแทฮยองไปที ตอนนี้ยังมาตามจองกุก นี่นายต้องการอะไรกันแน่ แต่เอเดี๋ยวนะ อีกพวกปีกชมพู คิวปิด?” แล้วจีมินก็ต้องอ้าปากค้างอีกรอบตอนที่ปากของคนตรงหน้าพูดเหมือนรู้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวมทั้งมองชาติตระกูลของเขาออกด้วย

            “คุณเป็นใครกันแน่!

            “ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกปีกชมพูแบบนายหรอก”

            “นี่นายไม่ใช่คนใช่มั้ย นายมาเกี่ยวอะไรกับจองกุกแถมยังมองเห็นผมอีกหรือว่า หรือว่าปีศาจ!” จีมินสันนิษฐานกรณีร้ายแรงที่สุดไว้ก่อนก่อนจะหยิบบัตรพกประจำตัวเองออกมาโชว์เหมือนพวกตำรวจ

            “ผมมีสิทธิ์ที่จะจับคุณนะเพราะผมกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่” ปกติพวกปีศาจชอบขึ้นมาวนเวียนเพื่อดูดเอาพลังชีวิตมนุษย์ซึ่งผิดกฎหมายสามโลก

            บัตรพกขนาดเท่าพาสปอร์ตสีชมพูแปร๋นไม่ใช่สิ่งที่จีมินโปรดปรานนักแต่ก็พกเอาไว้ตามกฎเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน โชคดีจริงๆที่เขาไม่เคยเผลอลืมมันไว้ที่

            ฉับพลัน คนตรงหน้าก็หัวเราะเสียงดังจนเห็นเหงือก ดวงตาของเขาเหลือเป็นขีดเส้นเดียว

            “คิวปิดจริงๆด้วย” พูดแล้วเขาก็ยิ่งเดินเข้ามาใกล้จีมินอีก “ปีกเหมือนพวกเทวดาเลย ขอจับหน่อยสิ”

            จีมินรีบกอดปีกตัวเองเข้ามาทันที หน้าแดง

            “ระ เรื่องอะไร!” ปีกของคิวปิดใครเขาให้จับกันง่ายๆ ปกติปกติต้องเป็นคู่รักกันเท่านั้นที่จะจับปีกของกันและกันได้เท่านั้น เรื่องอะไรอยู่ดีๆขอแล้วก็จะจับปีกเลย เห็นเขาเป็นอะไรกันแน่

            “โอ๊ะ หรือว่าที่เขาบอกว่าจะจับได้ต้องเป็นแฟนก่อน?”

            หมอนี่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง

            “คะ คุณเป็นใครกันแน่” จีมินถาม ไม่ได้คล้ายมือออกเพราะคนตรงหน้ายังไม่ได้ละมือออกไป

            “แล้วทำไมต้องบอกนายด้วย”

            “ก็คุณมายุ่งกับภารกิจของผมทำไม”

            “ภารกิจหมายถึงจองกุก? หมอนั่นก็เป็นภารกิจของฉันเหมือนกัน”

            “จองกุกจะเป็นภารกิจของคุณได้ยังไง!!” ในเมื่อจองกุกเป็นภารกิจของเขา!      

            “เหอะ แล้วทำไมจะไม่ได้ อย่างน้อยภารกิจของฉันก็ไม่ได้เป็นเรื่องจับคู่ชาวบ้านสุ่มสี่สุ่มห้าก็แล้วกัน”

            “ใครบอกว่าจับคู่สุ่มสี่สุ่มห้า!” หยามมาก นี่มันหยามกันชัดๆ

            “เอ้า ก็มีอย่างที่ไหนอยู่ดีๆก็มาเล่นละครตบตาชาวบ้านแบบนี้ อ๊ะๆ เก็บปืนนั่นไปเลย ใช้ไม่ได้ผลกับฉันหรอก” จีมินหยิบปืนพกของตัวเองนึกอยากจะยิงหมอนี่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยก็เจอยุนกิสกัดไว้ก่อน

            “ก็หยุดกวนประสาทเสียที!

            “ใครกวนประสาท ก็มีแต่คิวปิดเถื่อนเท่านั้นแหละที่ เฮ้ย!” จีมินทนฟังน้ำเสียงยียวนนั่นไม่ไหวสุดท้ายก็จัดไปเลยสักเปรี้ยง คาดหวังจะได้เห็นแขนหรือขาของคนตรงหน้าทะลุไปข้างแต่กลับได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดหวังอย่างนั้น

            ดวงตาของคิวปิดเบิกกว้าง นาทีเดียวกันกับที่เขาลั่นกระสุนออกไป ที่เขาเห็นไม่ใช่เลือดสีแดงแต่เป็นขนนกสีเทา

            ปีกสีเทา

            “คุณ

            “นี่ คุณคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์จะยิงใครบนโลกมนุษย์ก็ได้เรอะไง เอาชื่อมาเดี๋ยวนี้ผมจะไปฟ้องศาล” เจ้าของน้ำเสียงบูดบึ้งนั้นชูบัตรของตัวเองขึ้นมาบ้าง เล่มสีเทาดำกับปีกสีเดียวกันทำให้จีมินเผลอครางออกมาด้วยความตกใจ

            “คุณเป็นยมทูต?”

            จีมินจำได้ดีว่าตอนที่จบเทรนใหม่ๆ ครูฝึกของพวกเขาย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าไปยุ่งกับพวกยมทูตเด็ดขาด

 

            “เผลอยิงปืนใส่ยมทูต?”

            “ฮยอง จะทำยังไงดีอ่ะ ถ้าหมอนั่นไปฟ้องศาลขึ้นมาจริงๆละก็ผมซวยแน่” จีมินกลับมาคิดให้ถี่ถ้วนอีกทีก็คิดว่างานนี้ไปเหยียบตอเข้าแล้วจริงด้วย ปกติงานของพวกเขาจะถูกกันอยู่กันคนละส่วน แต่องค์กรยมทูตนั้นใหญ่กว่าพวกเขามาก น้ำหนักความน่าเชื่อถือก็มากกว่า ขืนมีเรื่องต้องขึ้นศาลจริงๆละก็เขาซวยแน่

            “ก็แล้วนายไปยิงเขาทำไม”

            “ก็ใครใช้ให้หมอนั่นไม่ยอมบอกแต่แรก ผมคิดว่าเขาเป็นปีศาจ!

            “แต่นายก็ห้ามยิงปีศาจสุ่มสี่สุ่มห้า นี่ไม่สมกับเป็นนายเลยนะจีมิน”

            จีมินนั่งลงอย่างฮึดฮัด พอนึกถึงสีหน้าของคนเป็นยมทูตก็กระทืบเท้าเสียงดัง

            “หมอนั่นก็ไม่เห็นเป็นไรเสียหน่อย”

            “ก็แหงละ กระสุนของพวกเราทำอะไรเขาได้ที่ไหน พวกยมทูตค่าพลังวิญญาณสูงติดเพดานขนาดนั้น มีแต่เอ๊ะ ว่าแต่นายยิงกระสุนอะไรออกไป?”

            พอถูกทักจีมินก็หน้าซีด รีบหยิบปืนขึ้นมาดูทันที ที่จริงกระสุนนัดนี้กะเอาไว้ใช้กับจองกุก แต่แต่ใช้อะไรเขาลืมไปแล้ว! ถ้าเกิดเป็นกระสุนความรักจะทำยังไงละ หมอนั่นไม่ชอบแทฮยองขึ้นมาเลยเหรอ?

            “ไม่รู้สิฮยอง”

            “โอ๊ย จะบ้าตาย” จีมินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆเขาถึงโมโหได้ขนาดนั้น ปกติจีมินไม่ใช่คนมุทะลุเอะอะก็ยิง แต่

            “ว่าแต่หมอนั่นมีภารกิจอะไรกับจอน จองกุกกันแน่ จองกุกดูแล้วก็ยังไม่เห็นว่าจะใกล้ตายเลยนี่”

            “นี่นายยังคิดเรื่องภารกิจอีกเรอะไง”

            “ก็มันแปลกๆนี่ฮยอง เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ไปดูท่าทีของหมอนั่นก่อน”

            “นายยังคิดจะไปโลกมนุษย์”

            “ฮยอง! หมอนั่นยังไม่ได้ฟ้องคดี เดี๋ยวพรุ่งนี้ลองไปตกลงก่อน ฮือถ้าโดนคดีก็ต้องโดนลดขั้นลดเงินเดือนน่ะซี่”

            แถมโบนัสของเขาด้วย!

            “ในหัวนายนี่คิดแต่เรื่องเงินจริงๆ”

 

            วันต่อมาหลังจากที่ใช้เวทมนต์เฉพาะตัวทำให้จองกุกยอมเอ่ยปากชวนทุกคนไปกินข้าวด้วยกันได้ จีมินไม่คิดว่ายุนกิจะยอมตามมาจริงๆ

            เขาเห็นยมทูตยิ้มเยาะเขาผ่านที่ดูดควันในร้านหมูย่างก็หลบสายตาอย่างไม่สบอารมณ์

            “จีมิน ไปเอาเครื่องเคียงด้วยกันหน่อยสิ”

            จีมินกำลังจะอ้าปากว่าทำไมไม่ชวนคนอื่น แต่พอหันไปก็เห็นว่าจองกุกกำลังทำท่าเหมือนจะชวนเด็กในสังกัดตัวเองพูดอะไรบางอย่างก็เก็บคำพูดเอาไว้ในใจ ลุกตามยุนกิไปที่เคาท์เตอร์เครื่องเคียง

            “ทำเป็นรีบเดินตามมาเชียวนะคุณ”

            “คุณจะเอายังไงกันแน่” จีมินที่นั่งหวาดผวาอยู่เกือบจะตลอดทั้งการกินนั่งแทบไม่ติดที่ เขารู้อยู่แล้วว่าที่หมอนี่เรียกเขามาจะต้องมีอะไรแน่

            “ทำไมละ อ้อ หรือว่าสำนึกผิดแล้วจะมาขอร้องไม่ให้ผมฟ้องคุณรึไง”

            “คุณนั่นแหละที่ไม่ยอมบอกผมก่อน ที่จริงคุณก็มีส่วนผิดด้วย”

            “นี่ แต่ที่คุณยิงผมน่ะมันเรื่องจริงนะ ถ้าคุณยังไม่สำนึกผิดละก็พรุ่งนี้เตรียมเจอหมายศาลที่โต๊ะทำงานได้เลย” จีมินกำลังจะอ้าปากเถียงว่าเขาไม่มีโต๊ะทำงาน แต่ก็ต้องรีบเก็บคำเอาไว้ไม่อย่างนั้นละก็มีหวังยุนกิเอาจริงแน่

            “แล้วคุณจะเอาไงละ”

            “ให้ผมจับปีกคุณ”

            “โรคจิต!

            “โรคจิตที่คุณว่านี่แหละกำลังจะฟ้องคุณเป็นจำเลย ไม่อยากจะคิดเล้ย ว่าคุณจะโดนปรับลดกี่ขั้น”

            จีมินถลึงตา “ก็คนดีๆที่ไหนเขาอยู่ดีๆจะจับปีกกัน”

            ยุนกิยักไหล่ “ก็เห็นหวงนักหวงหนาก็เลยอยากลองจับแค่นั้นเองว่ามันจะมีดีอะไร ว่าไงละ”

            “ก็ได้” เรื่องแบบนี้ไม่เห็นต้องคิดด้วยซ้ำ เขาเป็นผู้ชาย หมอนี่ก็เป็นผู้ชาย กะอีแค่ให้จับปีกนิดเดียวแลกกับไม่โดนหักเงินเดือนกับลดขั้น มีแต่เขาที่กำไรเห็นๆ

           

            หลังจากที่กลับมาที่โต๊ะจีมินก็เห็นว่าจองกุกกับแทฮยองเริ่มคุยกันมากขึ้น แน่นอนว่าเขาไม่ได้ขัดจังหวะ หนำซ้ำตอนที่ยุนกิทำท่าจะพูดเรื่องอื่นขึ้นมาเขายังรีบเหยียบเท้าอีกฝ่ายเป็นการส่งสัญญาณอีกต่างหาก ยุนกิมองเขาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแต่ช่วยไม่ได้ ไหนๆหมอนี่ก็รู้แล้วว่าเขาเป็นใครมีจุดประสงค์อะไร เรื่องอะไรจะให้ขัดจังหวะกันละ คิดแล้วก็แอบก้มลงมองมิเตอร์วัดความรู้สึกของคนทั้งคู่ ดูเหมือนจะมีอะไรคืบหน้าแล้วจริงๆ

            โบนัสจ๋า รอพี่จีมินก่อนนะ!

            หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับคนละทาง หลังจากที่มองคนของตัวเอง (โอเค เขายอมรับก็ได้ว่าจองกุกคือเด็กในสังกัดของยุนกิ ถึงจะยังไม่รู้ก็เถอะว่าหมอนั่นมีจุดมุ่งหมายอะไร) จีมินก็ถึงค่อยๆร่อนตัวลงที่หลังจากบ้านของจองกุกหลังจากที่ไปส่งแทฮยองแล้ว (เด็กหนุ่มอารมณ์ดีมากจนเขาไม่อยากขัด)

            ยุนกิที่นั่งรอเขาอยู่บนหลังคาบ้านข้างๆเหมือนจะกลับเข้าสู่ร่างแท้ของตัวเองแล้ว เส้นผมของเขาเป็นสีเทาสว่าง ปีกของยมทูตใหญ่กว่าของเขา มันดูดีมากจนจีมินนึกอิจฉาเพราะเขาที่คิดว่าตัวเองปีกใหญ่กว่าคิวปิดทั่วไปแล้ว พอมาเห็นปีกสีเทาของจริงใกล้ๆก็พบว่ามันดูน่าเกรงขามกว่าปีกของตัวเองมาก

            “ไง ไปส่งหนูน้อยกลับบ้านมาแล้ว?”

            “จะจับก็รีบจับเลย” เขาบังคับให้ปีกของตัวเองยื่นไปข้างหน้า

            “ไม่ยักรู้ว่าคิวปิดมีเคอร์ฟิวต้องรีบกลับบ้าน”

            “แค่ไม่อยากเสวนากับคุณเท่านั้นแหละ”

            “อ้อ ยังกล้าปากดีอีกนะ” พูดแล้วยุนกิก็คว้าหมับเข้าที่ขนปีกสีชมพูของจีมินทันที คนถูกจับสะดุ้งเฮือกก่อนจะหน้าแดงซ่านเพราะตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายคงต้องแอบเด็ดปีกของเขาแน่ ก็ใครใช้ให้จนปีกคิวปิดเอาไปขายให้พวกแม่มดทำน้ำยาแปลกๆได้กันละ

            สัมผัสของมือไม่ได้จาบจ้วงอย่างที่เขาคิด ยุนกิเพียงแค่ใช้มือลูบขนปีกของเขาอย่างช้าๆ นิ้วโป้งไล้ตามไรขนอ่อนด้านในจนเขารู้สึกขนลุก ถ้าถามว่าจุดอ่อนของจีมินอยู่ที่ตรงไหนก็คงจะเป็นตรงนี้ เพราะในขณะที่ยุนกิทำมัน เขาไม่ได้มองที่ปีกของจีมินเลยแม้แต่น้อยแต่กลับมองจ้องเข้ามาที่ตาของเขาแทน

            ดวงตาของยมทูตเป็นสีน้ำเงินเข้ม คล้ายกับท้องฟ้ายามราตรียิ่ง ยิ่งเวลาที่มันหรี่ลงเหมือนกับจะพิจารณาเขา จีมินเหมือนไม่สามารถต้านทานได้และต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อน

            เขาได้ยินเสียงหัวเราะ หึ ก่อนจีมินจะเม้มริมฝีปากแน่น ยิ่งถูกลูบปีกนานๆก็ยิ่งไม่อยากจะยอมรับว่า เขากำลังรู้สึกดี ทั้งน้ำหนักมือและปลายนิ้ว ถ้าให้อธิบายความรู้นั้นเป็นภาษาคนที่เข้าใจง่ายก็คงจะเหมือนเวลาแมวถูกเจ้าของเกาคางละมั้ง

            และเขาไม่อยากให้ยมทูตรู้ตัวว่ากำลังเพลิดเพลินกับความรู้สึกนั้นถึงได้แกล้งทำเป็นมองปีกของอีกฝ่ายบ้าง มันเป็นสีเทาดำ เหลือบสะท้อนเป็นสีเดียวกันกับแสงจันทรา ดูแล้วคงไม่ใช่ขนชนิดเดียวกันกับเขา

            “คุณจะจับปีกผมก็ได้นะ พวกเราไม่ได้ถือเรื่องปีกอะไรขนาดนั้น”

            จีมินชั่งใจอยู่เพียงครู่เดียวก็ลองยื่นมือไปสัมผัสมันบ้าง มันไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสง่ายๆนี่ที่ได้จับปีกยมทูต ในขณะที่คิวปิดอย่างพวกเขาทำงานกับความรู้สึกคน กับความรัก แน่นอนว่าโอกาสที่จะยุ่งเกี่ยวกับคนตายนั้นน้อยยิ่งกว่าร้อยละศูนย์ จีมินไม่เคยเห็นยมทูตตัวเป็นๆมาก่อน ปกติพวกเขาไม่ค่อยเปิดเผยตัว ทำงานเสร็จก็กลับโลกวิญญาณ ได้ข่าวว่ายมทูตงานเยอะมากแต่กลับมีจำนวนที่น้อย โอทีของพวกนี้ก็ไม่ใช่กระจอก

            และมันจริงอย่างที่ว่าที่ความรู้สึกของมันต่างจากเขาอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ขนของจีมินนุ่ม ละเอียด จับแล้วให้ความรู้สึกนิ่ม แต่ปีกของยมทูตกลับแข็งกระด้างยิ่ง จีมินลองเอานิ้วไล้ที่ขนปีกของยุนกิแล้วพบว่าขนของมันเรียงตัวเป็นเส้นและจับกันอย่างแน่นหนา โอกาสที่จะเจอกับปัญญาปีกขนฟูเกินความจำเป็นดูไม่น่าจะเกิดขึ้น (น่า เขาเจอปัญญาอย่างนั้นประจำจนต้องคอยหวีปีกตัวเองซ้ำๆทุกเช้า)

            จีมินไม่ได้รู้ตัวหรอกว่าในขณะที่เขากำลังนั่งเล่นปีกของอีกฝ่ายอย่างสบายใจ คนเป็นยมทูตกำลังมองเขาด้วยสายตาอย่างที่จีมินจะไม่นึกอยากให้มันมีขึ้นเลย

            ยุนกิคิดว่ามันเป็นเพราะอำนาจของกระสุนประหลาดที่เจ้าตัวยิงใส่เขาแน่

 

            ยิ่งปิดภารกิจได้เร็วแค่ไหนก็ยิ่งได้โบนัสมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจีมินถึงไม่รอช้าที่จะเริ่มแผนการของเขาทันที จีมินได้ยินว่า (อันที่จริงคือแอบฟัง) จองกุกกับยุนกินัดกันจะไปซื้อของอะไรบางอย่างที่ย่านช้อปปิ้งใจกลางเมืองในวันหยุดสุดสัปดาห์ แน่นอนว่าเขาไม่รอช้าทันทีที่จะชวนแทฮยองไปด้วยเพื่อให้กลายเป็นเหตุบังเอิญแบบตั้งใจ

            อันที่จริงต้องเรียกว่าบังคับมากกว่า เพราะแทฮยองวางแผนว่าจะดูการ์ตูนอนิเมะอะไรสักอย่างที่จีมินจำชื่อไม่ได้ กว่าจะลากอีกฝ่ายออกมาจากบ้านทั้งต้องโทรไปพูดดีๆยันขอร้องจนแทฮยองต้องออกมาด้วยความรำคาญ

            และเมื่อเห็นคุณชายคิมแทฮยองในชุดไปรเวทเต็มๆตัว จีมินไม่สงสัยเลยว่าทำไมแทฮยองถึงไม่เคยมีแฟน

            อันที่จริงอย่างที่ทราบกันว่าแทฮยองไม่ใช่คนหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่อะไร อันที่จริงออกจะค่อนไปทางหน้าตาดีด้วยซ้ำ แต่เพราะรสนิยมประหลาด ผมรกรุงรังกับแว่นอันหนานั่นละที่บดบังทุกสิ่งที่เจ้าตัวมี หลังจากที่พิจารณามาหลายวัน จีมินใช้ประสบการณ์การเป็นกูรูตัดสินใจว่าเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการเสริมความมั่นใจให้กับแทฮยอง คนส่วนใหญ่ชอบคิดเหมือนเด็กหนุ่มก็คือว่าพอหน้าตาไม่ดีก็จะไม่มีวันได้มีแฟนกับเขาหรอก จีมินไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับมันเสียทีเดียวเพราะมันก็คือเรื่องจริงที่ว่าคนสมัยนี้เอะอะอะไรก็ต้องหน้าตาไว้ก่อน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหลักของเด็กในสังกัดของเขาคนนี้ เพราะแทฮยองเป็นคนมีพื้นฐานมาดีมาก แต่แค่ไม่รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ต่างหาก

            และถ้าจะให้จีมินพูดตรงๆละก็ เซย์โนแหงๆ

            จีมินก็ไม่ได้เห็นด้วยกับคนที่อยู่เฉยๆ เอาแต่พูดว่ารอคนที่รักเราด้วยใจจริง ลองคิดง่ายๆว่าหากคุณชอบใครสักคน การพยายามทำตัวเองให้ดีขึ้นก็ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนเห็นแก่ภายนอกหรอก เราอาจจะไม่ต้องพยายามทำตัวให้เป็นตัวท็อปที่โดดเด่นที่สุด แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องทำให้คนที่เดินด้วยกันรู้ว่านี่มันดอกฟ้ากับหมาวัด อีกอย่างหากพยายามปรับปรุงตัวเองให้เป็นคนดีที่กว่า ความมั่นใจและอะไรหลายๆอย่างก็จะตามมาด้วยไม่ใช่แค่เรื่องความรัก

            แต่แทฮยองซึ่งเป็นผู้ชายอาจจะไม่ได้เก็ทถึงจุดนี้ตรงๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคิวปิดถึงมีงานทำยังไงละ

           

            “ไม่เอาเด็ดขาด”

            “เถอะนะ ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะเป็นคนออกเงินเอง” จีมินชี้ไปที่ป้าย ทำผมสองคน ลดครึ่งราคา ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ใส่คนที่ยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่หน้าร้านทำผม

            “นายจะออกให้ฉันทำไม อีกอย่างผมของฉันมันก็ยังไม่ได้ยาว

            “แต่มันเป็นสีดำ”

            “สีดำแล้วยังไง?” แทฮยองไม่เห็นจะเข้าใจจีมินเลยสักนิด

            “เถอะน่า ก็ถ้าต้องจ่ายราคาเต็มแล้วได้ทำผมแค่คนเดียวมันไม่คุ้มนี่หว่า นายไม่ได้เสียอะไรสักหน่อย”

            แทฮยองเม้มปาก รู้สึกงงนิดหน่อย

            “แล้วทำไมต้องเป็นฉันละ”

            เข้าใจอะไรยากจริง!

            “นายไม่อยากสมหวังกับจองกุกแล้วเหรอ” จีมินกระซิบเสียงเบา แต่แค่นั้นก็ทำให้แทฮยองหน้าขึ้นสี เด็กหนอเด็กแค่พูดชื่อคนที่ชอบหน่อยเป็นไม่ได้ต้องหน้าแดง

            “จองกุกมาเกี่ยวอะไรด้วย”

            “นายเป็นโอตาคุไม่เคยอ่านพวกการ์ตูนโชโจกับเขาบ้างเรอะไง” ที่แบบว่าผู้หญิงเขาอยากทำตัวน่ารักๆเพื่อให้ผู้ชายที่ตัวเองชอบหันมาสนใจ แล้วพอถึงฉากที่พระเอกเห็นนางเอกแต่งตัวสวยก็เขินจนหน้าแดง

            “นั่นมันการ์ตูนเด็กผู้หญิง!

            “มันก็คล้ายๆกันแหละน่า”

            “ขอเอาชื่อเสียงของความเป็นโอตาคุขั้นเทพมาเป็นประกันเลยว่ามันไม่เหมือนกัน” แทฮยองได้แต่ส่ายหัว ก็เพราะว่าจีมินต้องยังไม่เคยดูวันพีซแน่ๆถึงแยกความแตกต่างระหว่างมังงะไม่ออก ในระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังโน็ตไว้ในใจว่าจะต้องหาเวลาลากจีมินมาดูวันพีซด้วยกันสักวัน จีมินที่เห็นแทฮยองเหม่อก็รีบเป็นฝ่ายฉุดอีกฝ่ายเข้าไปในร้านทำผมทันที

            “เดี๋ยว จีมินไม่

            “สองคนครับ อยากทำสีผมแล้วก็ตัดผมทั้งคู่เลย”

            ก็ใครใช้ให้แทฮยองเอาแต่คิดเรื่องพวกนี้กันเล่า!

 

            แทฮยองคิดในใจเป็นรอบที่ล้านว่าการตัดสินใจทำตามที่จีมินบอกเป็นเรื่องผิดพลาด

            คิดแล้วก็หันไปมองคนที่กำลังยิ้มร่าอยู่ที่หน้ากระจก แทฮยองไม่ปฏิเสธหรอกว่าจีมินมีรสนิยมในเรื่องพวกนี้ดีทีเดียว ถ้าให้อธิบายภาษาโอตาคุละก็ ก็เหมือนพวกหนุ่มดอกไม้ที่ออกมาจากมังงะผู้หญิงอ่าน แบบตัวละครประเภทที่ปรากฏตัวครั้งแรกแล้วมีฟิลเตอร์ดอกไม้บ้านกับผู้หญิงทำตาเป็นรูปหัวใจประกอบอยู่ข้างหลัง แถมเจ้าตัวยังรสนิยมดีมากในเรื่องการแต่งตัว การพูดการจา ดูเต็มไปด้วยความมั่นใจ

            เป็นคนคนละแบบกับเขาเลย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ชอบจีมินนะ มันนานมากแล้วที่ไม่มีใครเข้าหาเขาแบบนี้ ออกมาเที่ยวกับจีมินก็ไม่ได้แย่ แค่มันออกจะแตกต่างจากที่แทฮยองชอบทำเป็นปกติเท่านั้นเอง ไม่มีเกมเซ็นเตอร์หรือเครื่องคีบตุ๊กตา แต่เป็นร้านทำผม แล้วครั้งสุดท้ายที่เขาเข้าร้านทำผมมันนานแค่ไหนแล้วละ

            “เสร็จแล้วค่ะ จริงๆแล้วน้องคนนี้หน้าตาดีมากเลยนะคะ พอทำผมสีสว่างก็ยิ่งทำให้หน้าดูขาวขึ้นเยอะเลย”

            แทฮยองมองคนในกระจก เห็นผมของตัวเองถูกตัดให้สั้นขึ้น หน้าม้าเองก็เหมือนกัน ผมของเขาถูกย้อมเป็นสีน้ำตาลอ่อน ดูแล้วเหมือนพวกพระเอกโชโจไม่มีผิด

            “น้องลองเปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์ดีมั้ยคะ พี่ว่าน่าจะเข้ากับน้องมากๆเลย”

            “เอ่อแต่ผมว่า

            “พี่คิดเหมือนผมเลยครับ ผมก็คิดว่าเขาควรเปลี่ยนมาใส่คอนแทคได้แล้ว”

            “สีนี้เข้ากับน้องมากเลย เหมือนที่เพื่อนน้องบอกไม่มีผิด”

            แทฮยองมองจีมินกับพี่ช่างทำผมคุยกันอย่างประหม่า ไม่เคยมีใครชมเขาว่าหน้าตาดีมาก่อน

            “ผมไม่รู้หรอกครับ”

            “มั่นใจในตัวเองหน่อย นายเองก็มีดีเหมือนกันนะ”

            เขาที่ชอบถูกคนอื่นหัวเราะบ่อยๆน่ะเหรอจะดูดีขึ้นมาได้ ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่ไม่รู้ว่าเพราะในน้ำเสียงของจีมินเหมือนมียาอะไรปะปนอยู่ แทฮยองกลับรู้สึกมั่นใจขึ้นมาจริงๆ

            รู้สึกแม้กระทั่งว่าเขากับจองกุกที่จริงแล้วก็อาจจะยังมีหนทางได้บ้าง

            แทฮยองไม่รู้หรอกว่าทำไมเขาถึงปักใจกับจองกุกขนาดนี้ แค่เหมือนกับว่าพอมองอีกฝ่ายแล้ว จองกุกให้ความรู้สึกว่าจะไม่ใช่คนที่แค่เดินผ่านมาแล้วเดินผ่านไปเหมือนอย่างคนอื่น ใช่ เขาคิดอย่างนั้นละ บางทีนี่อาจเป็นกลไลบางอย่างของธรรมชาติที่คนอย่างเขาไม่มีวันเข้าใจ เหมือนมีทั้งแรงผลักและแรงดึงอยู่ในตัว สุดท้ายก็ยังต้องหันกลับไปมองอีกครั้งให้แน่ใจ

           

            “จริงๆก็ยังไม่เคยเห็นนายมีแฟนกับเขาเลยนะ”

            “ทำไมอยู่ดีๆฮยองถึงถามขึ้นมา” จองกุกที่เดินดูเสื้อกีฬาขมวดคิ้ว หันไปมองคนแก่กว่าที่ยืนเลือกเสื้ออยู่ข้างๆ ยุนกิไม่ได้หันกลับมามอง แต่ก็ถามต่อ “ก็แค่อยากรู้ นายเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีคนมาชอบนี่”

            ตั้งแต่เข้ามหาลัยมา ยุนกิรู้ว่ามีเด็กผู้หญิงหลายคนให้ความสนใจกับจองกุก แหงละ หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ แถมยังเล่นกีฬา เพียงแต่เขาไม่เคยเห็นจองกุกให้ความสนใจกับใครจริงๆจังๆสักที พอมีคนมาบอกชอบก็ปฏิเสธไปตลอด

            “ก็ไม่รู้สิ ก็แค่ไม่ได้สนใจมั้ง”

            “นายไม่เหงาบ้างเหรอ เห็นเด็กวัยเดียวกันกับนายมีแฟนกันไปหมดแล้วนะ”

            “ฮยองพูดเหมือนตัวเองแก่มากเลยนี่ ฮยองก็ไม่มีแฟนเหมือนกัน” จองกุกขำ

            ยุนกิได้แต่โคลงหัว เขาเป็นยมทูตนะ จะให้มีแฟนได้ยังไงกันเล่า

            อันที่จริงไม่ได้มีกฎอะไรเคร่งครัดว่ายมทูตห้ามมีแฟน แหงละ พวกเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกันนะ เพียงแค่ยุนกิคิดว่าการให้ความรู้สึกกับมนุษย์ที่มีอายุขัยสั้นกว่ามากเป็นเรื่องที่เปลืองหัวใจและเวลา กับยมทูตคนอื่นก็ไม่มีใครที่เข้าตา เขาก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธอะไรถ้าเกิดเจอคนที่ชอบเข้าจริงๆ

            แล้วภาพของจีมินก็แวบเข้ามาในหัวเขา ยุนกิส่ายหัวอย่างจนใจ ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ ภารกิจของจีมินคือแทฮยอง ส่วนเขาเป็นยมทูตที่ดูแลจองกุก เนื้อคู่แห่งโชคชะตาของแทฮยองอีกที

            ไม่รู้ป่านนี้จะไปทำอะไรอยู่ที่ไหน

            “ใครจะไปรู้ ฉันอาจจะมีแฟนเร็วๆนี้ก็ได้”

            “ตลกละ ฮยองแอบไปมีสาวที่ไหนไม่เห็นเคยเล่า” จองกุกชกที่ไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ ไม่ได้คิดว่ายุนกิจะจริงจังอะไร

            “เอ้า ใครจะรู้ เกิดฉันเจอเนื้อคู่ขึ้นมาจริงๆนายก็เตรียมตัวตกกระป๋องได้เลย”

            “ฮยองเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วย?” ก็เชื่อเพราะเจอพวกปีกชมพูนั่นละ

            “นายไม่เชื่อรึไงละ” มีคนจ้องจะงาบนายให้เด็กในสังกัดอยู่นะ

            “ก็คงมีอยู่จริงละมั้ง” จองกุกเองก็ไม่ได้เชิงว่าไม่สนใจเรื่องความรู้สึกอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ทุกคนที่ผ่านเข้ามา มองดูให้ดีก็แค่รู้สึกว่าไม่ใช่หรอก เลยไม่ได้ตกลงคบด้วยเท่านั้นเอง จะเรียกว่าเขามีเซ้นส์ก็ได้ละมั้ง

            “แล้วถ้าเนื้อคู่ของนายเกิดไม่ใช่ผู้หญิงขึ้นมาละ”

            “ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่” จองกุกไม่ใช่คนเคร่งครัดอะไรขนาดนั้น สำหรับเขา แค่คนที่ใช่ก็คือคนที่ใช่เท่านั้นเอง

            “ง่ายขนาดนั้นเชียว?”

            “ฮยองถือเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?”

            “เปล่า แค่เห็นว่าคนในประเทศนี้เคร่งเรื่องพวกนี้มากก็เท่านั้นเอง”

            “ก็แค่ค่านิยมนั่นละ แล้วแต่คนมากกว่า”

            และยุนกิเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะชะตายมทูตที่จองกุกถือครองอยู่ที่ทำให้เจ้าตัวมีเซ้นส์ที่ดีขนาดนี้ หมายถึงไม่เอนเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ซ้ายไปไม่ขวาเกิน มีลางสังหรณ์เกี่ยวกับตัวเองมากกว่าคนอื่นๆ

            งานนี้ของจีมินอาจจะไม่ได้ยากอย่างที่เจ้าตัวคาดการณ์ไว้ก็ได้

            “แล้วฮยองละ?”

            “ฉัน?”

            “ถ้าเนื้อคู่ของฮยองไม่ใช่ผู้หญิง ฮยองจะรู้สึกยังไง”

            “เฉยๆ ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้คิดเรื่องความรักมากเท่าไร” อันที่จริงก็เริ่มคิดนิดหน่อย แต่ยุนกิอยากให้มันค่อยๆเป็นค่อยๆไปมากกว่า เพราะเขาไม่ได้เป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนจองกุกในตอนนี้ที่มีอายุขัยสั้น ดังนั้นมีเวลาเกือบชั่วนิรันดร์ในการหาใครมาครองคู่ ยมทูตบางตนอาจจะมีนิสัยรักสนุก เปลี่ยนคนรักไปเรื่อยๆ แต่ยุนกิไม่ใช่คนแบบนั้น ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาตั้งแต่ที่เขายังเป็นแค่มนุษย์ก็ไม่ได้มีคนรักเยอะอะไร ดังนั้นให้มันค่อยๆเป็นไปตามจังหวะและโอกาสนั่นละดีที่สุด

            หลังจากจ่ายเงินซื้อเสื้อกันคนละตัว ยุนกิเกือบจะคิดว่านี่คือเรื่องบังเอิญ หรือคือโชคชะตาเสียแล้ว ถ้าไม่เห็นรอยยิ้มสมใจของจีมินเข้าเสียก่อน

            “บังเอิญจังเลยนะ มาซื้อของกันเหรอครับ?”

            แต่เขารู้ดีว่าจีมินวางแผนมาทุกอย่างแล้ว

            ยุนกิมองเด็กหนุ่มที่ด้านข้างจีมินก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ วันนี้บนใบหน้าของแทฮยองไม่ได้มีแว่นกรอบหนาเหมือนอย่างทุกวัน ทรงผมก็เปลี่ยน สีผมก็ไม่เหมือนเดิม แต่ยุนกิไม่ได้ปฏิเสธว่ามันไม่เข้ากันกับอีกฝ่ายนะ

            และพอหันไปเห็นจองกุก ยุนกิก็แอบอมยิ้มเพราะอีกฝ่ายยืนอึ้งไปแล้ว

            “มาทำอะไรกันละ”

            “เห็นว่าร้านทำผมลดครึ่งราคา ก็เลยชวนแทฮยองมาทำผมเล่นๆ ดูดีมั้ยครับ” พอเจ้าตัวพูดถึงตรงนี้ยุนกิก็ร้องอ๋อ เห็นสีผมของจีมินเปลี่ยนไปกลายเป็นสีน้ำตาลเทาก็คิดว่าอีกฝ่ายดูเข้ากับสีนี้มากกว่าสีชมพูเสียอีก

            จีมินรู้จากเครื่องติดตามตัว (อันที่จริงมันเป็นทักษะเฉพาะของคิวปิดที่สามารถติดตามเนื้อคู่ของเป้าหมายได้) ว่าจองกุกอยู่ที่ไหน เขารู้ด้วยว่ายังไงคนที่จองกุกมาด้วยก็จะต้องเป็นยมทูต แต่ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้เขาก็ต้องคิดหาแผนสอง ยังไงก็ต้องให้จองกุกกับแทฮยองลงเอยกันให้ได้!

            “อือ ดีกว่าเดิมเยอะเลย อย่างนี้แทฮยองก็จะกลายเป็นหนุ่มฮอตเหมือนจองกุกแล้วสิ?”

            ยุนกิยิ้ม นั่นทำให้แทฮยองยิ่งก้มหน้าลงด้วยความอาย “ไม่หรอกครับ ฮยอง”

            “ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ นายว่างั้นมั้ย จองกุก” พูดแล้วก็ศอกไปที่ข้างเอวของเจ้าเด็กยักษ์ที่ยืนเงียบ พอจองกุกถูกสะกิดก็เหมือนได้สติ พยักหน้าหงึกหงัก “อือ”

            “ทั้งสองคนมีไปไหนต่อรึเปล่าครับ เห็นมีร้านเค้กเปิดใหม่อยู่แถวๆนี้ พวกเราไปด้วยกันดีมั้ย?”

            “จีมิน!

            “อะไรละ แท ไปด้วยกันหลายคนก็น่าสนุกดีออก”

            จีมินยิ้ม และนั่นทำให้ยุนกินึกอะไรบางอย่างออก ถ้าเขาลองปฏิเสธดูจะ

            แต่เหมือนจีมินจะล่วงรู้ความในใจของเขา เจ้าตัวรีบหันมาถลึงตาใส่เขาทันทีว่าอย่าพูดคำว่าไม่ออกมาเชียว

            และนั่นทำให้ยุนกิหัวเราะ เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจีมินมีแผนอะไรต่อจากนี้

            ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าพอเห็นเจ้าเด็กหน้าตายมีปฏิกิริยากับอะไรแบบนี้ก็น่าสนุกจริงๆนั่นละ

            “ไม่มีหรอก จองกุก นายว่าไงละ?”

            “ผมยังไงก็ได้”

            “งั้นก็ไปด้วยกันนี่ละ”

 

            และคาเฟ่สไตล์ลอฟท์ที่เพิ่งเปิดใหม่ก็ไม่ได้ทำให้ยุนกิผิดหวัง ถ้าจะบอกว่าจีมินเป็นคิวปิดก็คงจะเป็นคิวปิดแรงก์สูงที่มีประสบการณ์การทำงานเยอะมาก มันไม่ใช่คาเฟ่ผู้หญิงที่ทำให้ผู้ชายสี่คนรู้สึกประหม่าเมื่อเข้าไป มีมุมส่วนตัวที่ทำให้สามารถพูดคุยกันได้โดยที่ไม่ต้องเบาเสียงมาก กาแฟก็ดี ขนมก็ใช้ได้

            “ตอนนี้มีโปรโมชั่นฉลองเปิดร้าน แจกคุ้กกี้เสี่ยงทายให้ลองเล่นกันสนใจมั้ยคะ”

            พนักงานสาวอุ้มขวดโหลสีใสที่ด้านในบรรจุคุ้กกี้สีน้ำตาลอ่อนสไตล์จีนเอาไว้ ยุนกิที่เห็นจีมินยิ้มร่าก็รู้ดีว่าเรื่องสนุกกำลังจะเกิดขึ้น เขายิ้มร้าย เห็นจีมินแตะที่ขวดโหลคนแรกก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังใช้เวทมนต์

            ออร่าสีชมพูเล่นสว่างขนาดนั้น ตายมทูตของเขาเกือบจะบอดแล้ว!

            พอทุกคนหยิบขนมเสี่ยงทายของตัวเองครบแล้วพนักงานสาวก็เดินไปที่โต๊ะอื่น จีมินมองแทฮยองที่กำลังแกะเปลือกคุ้กกี้ด้วยหัวใจเต้นระรัว

            ก็นี่แหละที่เขาวางแผนไว้ มนุษย์น่ะเชื่อพวกดวงชะตาจะตายไป ยังไงคราวนี้ก็ต้องได้ผล

            “แทฮยองของนายเป็นยังไงบ้าง” เขาไม่ได้สนใจคุ้กกี้ของตัวเองสักนิด

            “อืมแปบนึง” แทฮยองค่อยๆบรรจงแกะเปลือกออก ก่อนจะหยิบกระดาษชิ้นเล็กที่พับเอาไว้มาเปิดอ่าน

            มั่นใจในตัวเองหน่อย! แล้วจะสมหวังในความรักจีมินไม่รู้ละว่าเนื้อความเดิมของมันคืออะไร รู้แต่ว่าแทฮยองจะต้องได้เจอข้อความนี้!

            “ให้ระวังคนแปลกๆที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตในช่วงนี้”

            ห๊ะ พูดยังไม่ทันขาดคำ แทฮยองรีบหันมามองจีมินทันที ก็แน่ละสิ ช่วงนี้ก็มีแค่จีมินที่เขาเพิ่งรู้จัก!

            จีมินเบิกตากว้าง ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มของยมทูตหัวเราะ

            เขาหันไปถลึงตา รู้แล้วว่าตัวเองถูกแกล้ง

            หมอนี่เปลี่ยนเนื้อความในคุ้กกี้ของเขา!

            “จองกุกของนายว่าไงละ”

            “เขาบอกว่าอืมให้ใช้สัญชาตญาณ? เหมือนกับว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจนะ”

            จีมินไม่ได้เล่นลูกไม้อะไรกับคุ้กกี้ของจองกุก แต่เขารู้ดีว่าคุ้กกี้ของแทฮยองมีปัญหา!

            จีมินกำลังเม้มปาก พยายามกลั้นใจไม่ได้ด่าคนเป็นยมทูตออกไปพี่กับที่แทฮยองถามขึ้นมาว่าคุ้กกี้ของจีมินว่ายังไงบ้าง

            เขาเลยต้องแกะคุ้กกี้ของตัวเอง อันที่จริงขนมชนิดนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อให้คนกินอยู่แล้วเลยไม่ต้องประณีตบรรจงอะไรมาก เขาไม่ได้สนใจอะไรกับมันอยู่แล้ว ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่พอก้มหน้าลงอ่านเนื้อความในกระดาษ คนเป็นคิวปิดก็ถึงกับต้องหน้าแดงกับเขาเหมือนกัน

            ระวังจะได้แฟนเป็นยมทูต

            “จีมินทำไมหน้าแดง? คุ้กกี้นายว่ายังไงอ่ะ”

            จีมินส่ายหน้าแรงๆ “เปล่า ไม่มีอะไร”

            นั่งมองมันอยู่สักพักจีมินก็รีบขอตัวไปห้องน้ำ

            “เออ ฉันก็ปวดเหมือนกัน ไปด้วยดีกว่า” ยุนกิรีบลุกขึ้นตามไปทันที

            “ฮยอง คุ้กกี้ของฮยองว่ายังไงอ่ะ?”

            ยุนกิเลิกคิ้วก่อนจะยิ้ม “ความลับน่ะ”

            แน่นอนว่าไม่มีใครเล่นกลอะไรกับคุ้กกี้ของเขา คิดแล้วก็รีบสาวเท้าตามคิวปิดที่นำลิ่วไปแล้ว

 

            “นี่ คุณโกรธผมเหรอ”

            “คุณแกล้งผม!

            “แกล้งอะไร?” เขาพยายามที่จะไม่ยิ้ม แต่พอเห็นดวงตาวาวโรจน์ของจีมินยุนกิก็ไม่อยากจะปฏิเสธกับตัวเองว่ามันเป็นอะไรที่โคตรจะน่ามอง นี่หรือว่าเขาเป็นพวกเอสกันละ?

            “คุณเปลี่ยนข้อความในคุ้กกี้ของผม!

            “เอ้า ก็ไม่รู้นี่ว่าคุณวางแผนอะไรไว้ คุณเปลี่ยนมันเหรอไง?” เขายิ้ม ในที่สุดเขาก็กลั้นมันไม่ไหว

            “คุณทำลายแผนของผมหมดเลย!” นี่เขาโกรธจริงๆนะเนี่ย

            “ผมขอโทษแล้วกัน ผมล้อเล่น นี่ก็ไม่รู้ว่าคุณคิดไว้แล้ว”

            “คุณตั้งใจชัดๆ ไม่งั้นคุณจะ” ทำแบบนั้นทำไมกับคุ้กกี้ของเขา

            และสีแดงบนหน้าของจีมินทำให้ยุนกิรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ คนเป็นยมทูตเอนหน้าเข้าไปใกล้ “ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงบ้างเรอะไง”

            “เรื่องจริงอะไร”

            “ก็อย่างที่คุณเห็น” เขาหยิบกระดาษข้อความของจีมินขึ้นมาอ่าน นึกตลกตัวเองเหมือนกันที่ทำอะไรแบบนี้

            “ผมไม่ชอบ” แต่น้ำเสียงจริงจังของจีมินทำให้ยุนกิชะงัก

            “ถ้าคิดจะเล่นๆก็อย่าทำแบบนี้” และจีมินไม่ชอบจริงๆที่ยุนกิทำเหมือนกับว่าความรู้สึกของเขาเป็นเรื่องเล่นสนุก อาจจะเพราะจีมินทำงานกับความรู้สึกของมนุษย์จนทำให้เขาซึมซับเรื่องราวต่างๆมามากมาย ทำให้เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุก

            “ถ้าไม่คิดจะจริงจังกับผมก็อย่าทำแบบนี้”

            “คุณคิดว่าผมล้อคุณเล่น?”

            “ก็คุณพูดอยู่ว่าคุณล้อผมเล่น!

            “ถ้าหมายถึงคุ้กกี้ของแทฮยอง ใช่” พอเห็นจีมินจะเขยิบตัวหนี ยุนกิก็รีบเอาแขนข้างหนึ่งพาดไว้กับผนังห้องน้ำ ไม่ให้คนเด็กกว่าหนี

            “แต่ถ้าคุ้กกี้ของคุณ ผมเอาจริง”

            คำพูดนั้นทำให้จีมินเป็นฝ่ายหลบสายตาจริงจังไปก่อน เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย

            “เอาจริงอะไรเล่า”

            “เรื่องคุณ”

            “ผมไปเกี่ยวอะไรด้วย” เขารู้อยู่ละ ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร แต่นาทีนี้แล้ว เขาไม่ยอมพูดหรอก

            “คุณเป็นคิวปิดก็ไม่น่าจะเข้าใจยากนะ” พวกคิวปิดน่ะชินกับเรื่องพวกนี้จะตาย ทำเป็นแกล้งโง่

            แต่ก็น่ารักดี

            “ผมจะจีบคุณไง ไม่เห็นยากตรงไหนเลย”

            จีมินหลับตาปี๋ ไม่คิดว่ายุนกิจะพูดออกมาจริงๆ

            “อย่าเงียบดิ ตอบผมหน่อย”

            “จะให้ผมตอบอะไรเล่า”

            “ก็ผมพูดว่าจะจีบคุณไง คุณว่าไงละ”

            จีมินไม่กล้ามองมิเตอร์ของตัวเองเลยจริงๆ

            “ก็เรื่องของคุณสิ แต่อย่าเล่นๆแล้วกัน ผมไม่มีเวลากับเรื่องล้อเล่นหรอกนะ”  พูดจบแล้วก็เบี่ยงตัวเดินออกจากห้องน้ำไป ปล่อยให้ยุนกิยมทูตยืนยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก

            ยุนกิก้มลงมองกระดาษยับย่นในมือตัวเอง แน่นอนว่ามันเป็นคุ้กกี้หนึ่งเดียวจากในสี่อันที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยนเนื้อความใดๆ

            คนนี้ละคือคนที่ตามหา






Note:

ตอนสองกดได้เลยนะคะ ลงให้แล้วค่ะ :)

มาเลทนิดนึงยังดีกว่าไม่มาเนอะ ฮาา





 
  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 234 ครั้ง

2,912 ความคิดเห็น

  1. #2698 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 09:36
    เขินแบบเขินมากๆ
    #2698
    0
  2. #2451 hugegirl (@hugegirl) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 19:09
    น่ารักมากกกกกก
    #2451
    0
  3. #2384 mpjmxx (@MMMOJI_BBH) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 14:27
    กี้ดดดดดน่ารักมากเลยค่ะเขินแทนจีมินน้องไม่ไหวแงแงแงแงแง
    #2384
    0
  4. วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 07:13
    ชอบมากกกกก;-;
    #2362
    0
  5. #2251 짐른 (@bamlit20612) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 01:46
    บ้าเอ้ยยยย บ้าบ้าบ้า ยิ้มเหมือนคนบ้า ดีงามมมเหมือนเดิมมม พล็อตตตดี เขากุ๊กกิ๊กๆน่ารักจังเลยฮือเขินนนยเว่อ ยิ้มเห็นเหงือกเลยด้วย ฮืออชอบบจังงงงง
    #2251
    0
  6. #2224 puzzle97 (@jktfb97) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 01:39
    ชอบบบบบบบ
    #2224
    0
  7. #2217 'schdapt (@junkim) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 13:14
    พี่!!!! หนูจะช็อก!!!!!!!! หายใจๆม่ทัน แสงสีชมพูมันแยงตา โอ้ยยย จะกดตอนสองก็ต้องทำใจ ยิ้มเหมือนคนบ้า เผลอๆยิ่งปว่าตอนพี้ยาอีก แงงงงงง
    #2217
    0
  8. #2215 stptaex2 (@gogokan122) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 02:18
    อมก.. ดีมากเลยฮื่ออ ดีมากๆแบบมากๆเลยค่ะพี่ ชอบภาษาของพี่มากๆ หนูชอบนิยายของพี่ฮื่อทำไงดี ไม่เคยผิดหวังกับนิยายของพี่เลยค่ะ ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ
    #2215
    0
  9. #2213 บันจี้ <3 (@Jirapha-2546) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 17:34
    อยากอ่านฟิคแฟนตาซียุนมินแนวๆ นี้มานานแล้วค่ะ TT____TT ซึ้ง ในที่สุดพี่กุ๊กก็สานฝันให้เป็นจริง
    คือจีมินนี่ในเรื่องเป็นคิวบิดที่น่ารักแต่ก็เท่แฮะ โดยเฉพาะฉากสายตาพิฆาตกับฉากยิงปืน(สีชมพู) แต่พอมาเจอพี่ยุนกิร่างยมทูตนี่อื้อหือ กลายเป็นน้องจ๋าปีกนุ่มนิ่มเหมือนเดิม5555555555555
    #2213
    0
  10. #2204 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 02:36
    ชอบบบ แฟนตาซีอีกแล้ว ชอบมากเลยค่ะ ทั้งอุปกรณ์ปืนน้อยของจีมินและบัตรประจำตัวสีชมพูแปร๋น 5555 ตอนแรกไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าพี่ยุนกิจะเป็นยมทูต งี้หมายความว่าถ้าจองกุกตายก็จะเป็นยมทูตล่ะสินะ
    #2204
    0
  11. #2203 minusmars (@minusmars) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 02:12
    คุณยุนกิเขาร้ายนะคะหัวหน้า *ยิ้มเขินบิดตัวเป็นเลขแปด* น้องจีมินอย่าไปยอมพี่เขาลูกหนูต้องสู้สิคะ ทำให้คุณเขาหลงหัวปักปัวปำไปเลยค่ะ!! #ใต้ความอิน #ใต้ความสาดฟีลเตอร์ลูกใส่จีมิน #ใต้ความเขินของรีทเดอร์ //แงงง พยายามยั้งมือไม่กดตอนต่อไปก่อน5555
    #2203
    0
  12. #2200 cynrpp20 (@cynrpp) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 23:46
    พรี่กิคะะะะะะ ทำไมแอ๊วน้องเก่งจังเลยคะะ 55555555
    #2200
    0
  13. #2198 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 17:23
    งืออออออ ใจเต้นแรงงงงงงงง อ่านแล้วยิ้มไม่หุบเลยยยยT//v//T
    #2198
    0
  14. #2197 Lala (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 15:48
    ว่าแล้วว่ายุนกิต้องไม่ธรรมดาๆๆๆๆๆๆๆ ฮือออออ ชอบบบบ ไม่รู้จะพิมพ์บรรยายความรู้สึกยังไงว่าชอบมากๆๆๆๆๆๆ แบบมากๆๆๆๆๆ สนุกมากๆๆๆไเลยค่ะ อ่านแล้วหัวใจพองโตเหมือนโดนคิวปิคมายิงปืนใส่!!!!! ฮืออออออ ชอบพล็อคมากเลย แบบว่ามันแหวกแนวในรายละเอียดของคิวปิคลงไปอีก! ทำให้ไม่เหมือนใคร555555555
    #2197
    0
  15. #2190 lunatic.august (@kanityada2) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 03:04
    บ้าจีง ฮืออออสสเสดวกงหงหงกดงเส พี่มันเจ้าตัวร้าย ขี้แกล้ง โอ้ยตายๆๆๆๆ ยมทูตนิสัยแบบนี้ทุกคนรึเปล่าคะ 5555555555555
    #2190
    0
  16. #2188 brunette_ (@brunette_) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 22:02
    พี่ยมทูตเค้าร้ายยยย
    #2188
    0
  17. #2180 Mmnexia (@mimimix) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 19:16
    ฮืออออน่ารักมากๆค่ะ คุณคิวปิดกะคุณยมฑูต~
    #2180
    0
  18. #2179 saowwaluk (@saowwaluk) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 19:02
    โอ้ยยยน่ารักกกก คุณยมฑูตตต
    #2179
    0
  19. #2177 ppopoyy (@popoyy) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 18:02
    น่ารักจังงงงงงง
    #2177
    0