(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 54 : 33 : HEAVEN.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 266 ครั้ง
    24 ก.พ. 61

 
  CR.SQW



Title: HEAVEN.

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin ) 

Genre: Alternative Universe!Omega-verse

Rate: PG

Word: 14,401

Note: alpha!yoongi, omega!jimin
BGM: Heaven Sung by Troye Sivan

Warning: มีคำศัพท์ที่อาจจะทำให้เข้าใจยากสำหรับคนที่ไม่เคยอ่านฟิคแนวโอเมก้าเวิร์ส
1. ฮีท (heat) : ช่วงฤดูผสมพันธุ์ของโอเมก้าที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมความต้องการทางเพศของตัวเองได้ ฟีโรโมนจะส่งผลรุนแรงกับอัลฟ่ามากกว่าเวลาอื่น
2. รัท (rut) : ช่วงฤดูผสมพันธุ์ของอัลฟ่าที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมความต้องการทางเพศของตัวเองได้ ฟีโรโมนจะส่งผลรุนแรงกับโอเมก้ามากกว่าเวลาอื่น ซึ่งสามารถนำไปสู่การข่มขืนและการเมทที่ไม่ต้องการได้
3. เมท (mate) : มีหลายความหมาย 1.คู่ชีวิตระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้า 2.การที่อัลฟ่าและโอเมก้าทำสัญลักษณ์ตีตราจองระหว่างกันและกันระหว่างทำการผสมพันธุ์เพื่อเป็นการเตือนไม่ให้อัลฟ่าหรือโอเมก้าคนอื่นมายุ่งกับคู่ของตัวเอง

*เป็นการอธิบายความหมายแบบคร่าวๆตามความเข้าใจของเรา แต่ส่วนใหญ่คิดว่าทุกคนน่าจะเคยอ่านแนวนี้มาบ้างอยู่แล้ว เอนจอยค่ะ :)










If I’m losing a piece of me,

Maybe I don’t want heaven

 


            สิบโมงของเช้าวันจันทร์ที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับมนุษย์เงินเดือน สำหรับเด็กมหาลัยที่อยู่ในช่วงปิดเทอมอย่างมิน ยุนกิที่ใช้ชีวิตตรากตรำกับการทั้งต้องทำงานพิเศษและเรียนหนังสือไปด้วย งานพิเศษทุกวันอังคารถึงวันเสาร์เป็นเหมือนภาระอันหนักอึ้ง เขาจึงตัดสินใจประชดคนทั้งโลกด้วยการให้วันนี้เป็นวันหยุดของเขา ไม่มีคาบเรียน ไม่มีงานพิเศษ อะไรจะเรียกว่าสวรรค์ได้สำหรับเขาละ? นอกจากห้องที่ทำความสะอาดเรียบร้อย ตู้เย็นที่มีอาหารพอสำหรับทั้งสัปดาห์ และตัวเขาบนเตียงนุ่มกับแก้วกาแฟที่โต๊ะข้างเตียงกับภาพยนต์ที่ดาวโหลดฟรีจากเว็บไซต์

            แต่ยุนกิรู้ว่าความสุขอันน้อยนิดของเขามักจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ

            เสียงเคาะประตูดังต่อเนื่องหลังจากที่เขาเพียงแค่จะเอนตัวล้มลงมันผ้านวม เขาแค่นเสียงด้วยความหงุดหงิด รู้ดีว่าเจ้าของเสียงเป็นใครและมาที่นี่เพราะเหตุผลใด

            “รู้แล้ว! เลิกเคาะซะที”

            เขาได้กลิ่นส้มผสมมะลินั่นก่อนที่จะเดินไปถึงประตูเสียอีก ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังจากที่ด้านนอกก็ยิ่งทวีความตงิดในใจ

            บ้าจริง คนกำลังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ

            “กินข้าวกัน!” เสียงหวานพูดขึ้นทันทีที่เขาเปิดประตู ถุงพลาสติกตราร้านอาหารแฟรนไชส์สำหรับชนชั้นกลางบนบังใบหน้าคนถือเสียมิด

            เฮ้อ อย่างน้อยครั้งนี้ก็ไม่ได้มาจากโรงแรมหกดาวแล้วกัน

            เขารู้ดีว่าหากเขาตอบว่า ไม่เจ้าตัวก็คงจะยังนั่งรออยู่ไม่ยอมไปไหน ก็ใครใช้ให้ปาร์ค จีมินเป็นโอเมก้าที่ดื้อด้านขนาดนี้กัน

            “บอกแล้วไงว่าจะนอน”

            “กินข้าวก่อนแล้วค่อยนอนก็ได้นี่ฮยอง”คราวนี้คนถือถุงลดมันลงมาแค่ระดับต่ำกว่าสายตาจนยุนกิเห็นดวงตาฉ่ำน้ำกะพริบติดๆกันและให้ตายเถอะ ใครใช้ให้เขาไม่มีภูมิต้านทานกับสายตาลูกหมาลูกแมวแบบนี้กันละ?

            “เฮ้อ เข้ามา” เขาปล่อยมือจากลูกบิด ปล่อยให้โอเมก้าเดินตามเข้ามาในห้องที่เป็นระเบียบของตัวเอง จีมินยิ้มร่า เดินไปที่หน้าเคาท์เตอร์ส่วนครัวอย่างรู้งาน

            มันไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนสองคนซึ่งไม่มีสถานะอะไรเลยอย่างเขากับจีมินจะทำร่วมกัน

            หมายถึง พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ไม่เลยแม้สักนิด

            คิดอย่างนั้นแต่ยุนกิก็เดินเข้าไปที่ด้านข้างโอเมก้า เพราะถึงจะเป็นอัลฟ่า แต่ยุนกิไม่ใช่ประเภทที่คิดว่าโอเมก้าจะต้องทำงานบ้านทุกอย่างและเขาเองก็มีสองมือสองเท้าเหมือนอย่างคนอื่น แถมจีมินยังเป็นคนออกค่าอาหารแล้วจะให้มานั่งแกะก็ดูเหมือนจะผิดสามัญสำนึกอยู่หน่อยๆ

            “ซื้ออะไรมาเยอะแยะ” เขาเห็นคนตัวเล็กกว่าหอบของกินมาสองถุงใหญ่ก็ได้แต่คิดว่านี่มันมากเกินไปสำหรับสองคน จีมินเป็นคนชอบกินก็จริงแต่ไม่ใช่ประเภทกินจุ

            “ก็ไม่รู้ว่าฮยองชอบอะไรก็เลยซื้อมาหมดเลย”

            “หมดเลย?”

            “อื้อ ทุกเมนูในร้านเลย”

            ยุนกิสูดลมหายใจเข้า ความคิดเมื่อครู่ว่าจีมินอาจจะมีสำนึกในการประหยัดถูกกลืนลงท้องไปอีกครั้ง

            “จีมิน นี่

            “ถ้าไม่หมดก็เก็บไว้กินวันอื่นได้!

            “แต่นี่”

            “ก็กลัวซื้อมาแล้วฮยองไม่ชอบ

            “ต้องให้บอกกี่ครั้งว่าเลิกหว่านซื้ออาหารได้แล้ว นึกถึงคนไม่มีจะกินบ้างสิ”

            เห็นจีมินทำปากยู่แล้วยุนกิก็ได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง โดยปกติแล้วอัลฟ่าอย่างเขาก็ไม่ใช่ประเภทที่ขี้เหนียวอะไร แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ที่สุดท้ายมันจะต้องมีอะไรสักอย่างที่ต้องลงไปอยู่ในถังขยะ

            ตามหลักนิยายรักสมัยนิยมทั่วไปแล้ว อัลฟ่าสมควรที่จะมีฐานะร่ำรวย พบรักกับโอเมก้าสาวใช้ตามสูตรนิยายรักชวนฝัน แต่ทว่าเรื่องราวของเขากลับกลายเป็นหนังคนละม้วน กลายเป็นเรื่องของอัลฟ่าตกยากกับโอเมก้าร้อยล้านแทนอย่างนั้นและยุนกิไม่แน่ใจว่าอะไรกันที่จีมินเห็นว่าดีในตัวเขาจากอัลฟ่าฐานะรวยอีกเป็นสิบในคณะนิติศาสตร์ที่พวกเขาเรียนอยู่

            “ขอโทษ”

            “ไม่ต้องทำหน้าสำนึกผิดเลย คราวหน้าซื้อมาแค่สองสามอย่างพอเข้าใจมั้ย?”

            จีมินทำตาโต “แสดงว่ายังมีครั้งหน้าได้?”

            เขาส่ายหัว “ไม่ใช่เร็วๆนี้แน่นอน”

            พวกเขาช่วยกันยกจานไปที่โต๊ะญี่ปุ่นที่กางอยู่ข้างเตียง เพราะห้องของยุนกิไม่ได้มีพื้นที่อะไรมากจึงไม่มีโต๊ะกินข้าวเป็นกิจจะลักษณะ โต๊ะตัวนี้ใช้ทั้งทานอาหาร อ่านหนังสือ ทำการบ้านและอย่างอื่น เขาเดินไปหยิบเบาะรองนั่งที่ซื้อมาจากร้านทุกอย่างพันวอน อันที่จริงมันไม่ใช่ของที่เขาซื้อไว้สำหรับตัวเอง แต่เพราะจีมินมักจะเผลอลูบบั้นท้ายที่ปวดเมื่อยเพราะพื้นแข็งๆ ถึงเข้าตัวจะไม่ได้บ่นอะไรแต่ยุนกิก็ไม่อยากเพิกเฉย

            นี่ละน้า พวกลูกคุณหนูนั่งแต่โซฟา

            “ฮยองอา ไม่เมื่อยบ้างเหรอ นั่งแต่กับพื้นแข็งๆ”

            “ไม่อ่ะ ชินแล้ว” ยุนกิคีบเส้นบะหมี่ในน้ำซอสสีนำขึ้นมากินเป็นอย่างแรก เห็นจีมินค่อยๆละเลียดกินก็นึกขำในใจ เพราะลูกคุณหนูอย่างจีมินน่ะมีโอกาสได้กินอาหารจีนราคาถูกแบบนี้ที่ไหนกันละ?

            “กินได้มั้ยเนี่ย?”

            “กินได้! ฮยองกินได้จีมินก็กินได้” เจ้าตัวตักน้ำซุปเข้าปากทันที ตอนแรกๆที่รู้จักกันจีมินเคยกินอะไรแบบนี้ได้ที่ไหนละ ตอนพาไปดัดนิสัยที่ร้านเพิงข้างทางก็เอาแต่เช็ดจานช้อนตะเกียบไม่หยุด

            “ดี กินเยอะๆด้วยนะ เจ้ามือ”

            เห็นจีมินคิ้วขมวดยุนกิก็หัวเราะขึ้นมาในใจอีกรอบ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันตั้งแต่เมื่อไรที่อยู่ดีๆชีวิตของเขาก็มีจีมินเข้ามาเป็นส่วนประกอบด้วย

            อาจเพราะตอนนั้นอาจารย์ขอให้เขาช่วยติวกลุ่มรุ่นน้องเมื่อสองเทอมที่แล้ว? ปกติเขาไม่ได้อยู่ในสายตาคนในคณะด้วยซ้ำ ถึงจะผลการเรียนดีกว่าคนอื่นแต่เพราะเขาเป็นนักเรียนทุนท่ามกลางนักศึกษาฐานะดีก็เลยถูกละเลยไป ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาแปลกใจอะไร

            ส่วนจีมินเป็นโอเมก้าที่พรีเซ้นท์ช้ากว่าชาวบ้าน ไม่ค่อยมีให้เห็นหรอกที่โอเมก้าจะเรียนคณะนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นอัลฟ่าเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แต่เพราะตอนที่เจ้าตัวเข้ามาเรียนปีหนึ่งยังไม่มีวี่แววของสถานะโอเมก้า ก็เลยถูกเหมารวมว่าเป็นเบต้าไปเสียอย่างนั้น

            “ฮยองกินนี่” เขาเห็นจีมินก้มหน้าทำอะไรบางอย่างในจาน ก่อนจะเห็นกุ้งที่ถูกแกะแบบทุลักทุเลวางลงบนจานก็มองคนคีบ

            “อะไร”

            “กุ้งไง จีมินแกะให้”

            “อ้อเหรอ” เพราะกุ้งของปาร์ค จีมินมันช่างดูไม่สมส่วนเอาเสียเลย แต่ก็ไม่อยากให้เสียน้ำใจคนแกะถึงได้กินเข้าไป เห็นจีมินมองมาด้วยสายตาคาดหวังก็พูดคำว่า “ขอบคุณ”

            “จีมินแกะให้อีกนะ”

            “ไม่ต้องเลย” ดูก็รู้ว่าหากจีมินเอาแต่แกะละก็คงไม่ได้กินอะไรแน่ๆ ยุนกิรีบควานหากุ้งในซุปสีแดงก่อนจะเป็นคนแกะเปลือกอย่างชำนาญ คีบใส่จานของอีกฝ่ายบ้าง

            “ทำไมฮยองคล่องจัง”

            “แค่แกะกุ้งเองเนี่ยเอง” ลูกตาสีตาสาที่ไหนทำก็ได้รึเปล่า

            ลูกคุณหนูอยู่บ้านมีคนรับใช้ทำให้ก็เลยทำอะไรไม่เป็นสินะ

            “ถ้าพ่อเธอรู้ว่ามากินของแบบนี้ของฉันจะทำยังไง”

            “ก็ไม่ทำยังไง”

            “พ่อเธอรู้รึเปล่าที่มาสุงสิงกับคนแบบฉัน?”

            “รู้แล้วยังไง ไม่รู้แล้วยังไง ฮยองเป็นฆาตกรรึไงถึงห้ามยุ่งด้วย?”

            “หมายถึงคนจน คนรวยๆอย่างเธอทำไมไม่คบกับเพื่อนคนรวยด้วยกัน”
            “อัลฟ่าพวกนั้นน่าเบื่อจะตายไป ไม่พูดเรื่องรถก็เรื่องม้า บ้าบอ”

            “ฉันก็เป็นอัลฟ่า”

            “แต่ฮยองไม่เหมือนอัลฟ่าพวกนั้น”

            “ชอบฉันขนาดนั้นเลย?”

            “เขินจัง”

            “ไม่ต้องเขิน กินเข้าไป”

            จีมินย่นจมูกจนยุนกินึกอยากจะเอื้อมมือไปบีบมันแรงๆแต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้ทำ ในความคิดของเขาอัลฟ่าไม่ควรที่จะไปจับเนื้อต้องตัวโอเมก้าสุ่มสี่สุ่มห้าโดยพลการ

            “ไม่โรแมนติกเลยฮยอง”

            “แล้วทำไมต้องโรแมนติก?”

            “นี่จีบตั้งนานยังไม่ติดอีกเหรอ ฮือ”

            “ฝันไปเถอะ อีกนานเลย”

            ยุนกิรู้ว่าจีมินไม่ได้เข้ามาหาเขาในลักษณะอยากเป็นเพื่อนแต่แรก จีมินเองก็ไม่ใช่คนเก็บงำความรู้สึกอะไร เจ้าตัวเป็นคนน่ารัก แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเพราะเขาเป็นแค่นักศึกษาทุน ส่วนจีมินเป็นทายาทเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ติดท็อปสิบของเกาหลีใต้นี่ละ

            “จีมินชอบฮยองจริงๆนะ”

            “อือ รู้แล้ว”

            “เปิดใจให้หน่อยสิ”

            “ถ้ายังไม่หยุดพูดเรื่องนี้ก็กลับไปเลย”

            “ใจร้าย!

            “ใจร้ายมากมั้ย?” เขาถาม เห็นจีมินหน้างอก็กลัวเหมือนกันว่าตัวเองจะพูดแรงไปรึเปล่า

            “มาก แต่ก็ยังชอบอยู่ดี”

            “เฮ้อ มาชอบอะไรฉันกัน อัลฟ่าดีๆมีตั้งเยอะในคณะทำไมไม่ไปชอบเขา”

            “ฮยองดีที่สุดเลย”

            “เฮ้อ ไปชอบคนที่เขามีรถหรูพาไปกินร้านแพงๆได้ไม่ดีกว่าเหรอ?” โอเมก้าส่วนใหญ่ก็ชอบอะไรแบบนั้นไม่ใช่เรอะไงกัน

            “ร้านแพงๆไปกินเองก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องให้พวกนั้นพาไปเลย” อา แต่เขาลืมไปว่าจีมินเองก็รวยมาก

            “คบกันฉันไม่มีรถสปอร์ตไปรับหรอกนะ”

            “รถสปอร์ตนัมจุนฮยองมีตั้งหลายคัน ไม่เห็นต้องง้อคนอื่นเลย”

            “ไม่มีช่อดอกกุหลาบหนึ่งพันดอกให้ถ่ายรูปลงไอจีด้วยนะ”

            “โอ๊ย ก็ซื้อมันทั้งสวนเลยสิ ไม่เห็นต้องซื้อแค่ช่อเดียวเลย”

            เฮ้อ คนรวยนี่มันคนรวยจริงๆ

            “ไม่พูดละ กินต่อเถอะ”

            แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านช่องหน้าต่างกระทบกับเส้นผมสีอ่อนของจีมิน นาทีที่เจ้าตัวก้มลงไปสูดเส้นบะหมี่เข้าปาก ยุนกิเห็นแพขนตายาวงอนเหมือนตุ๊กตาก็ไม่ปฏิเสธว่าจีมินดูดีมากจริงๆ แต่มันยังมีอีกหลายอย่างให้ต้องพิจารณา

            ตัวเขาในตอนนี้ อาจจะไม่เหมาะเป็นอัลฟ่าของใครสักคน

 

            สายฝนพรำในฤดูร้อนมีบ้างให้เห็น แต่ไม่ใช่ฝนที่กระหน่ำตกลงมาเหมือนโลกจะถล่มแบบนี้

            ให้ตายเถอะ

            วันนี้เป็นวันพุธ และเขาต้องรีบไปทำงานพิเศษต่อ แต่ดูจากสภาพร่มคันเล็กที่มีมันไม่มีทางที่จะฝ่ากระแสน้ำฝนออกไปได้เลย

            และให้ตายเถอะ เขาไม่ได้คิดว่าฝนจะตกหนักขนาดนี้

            ยุนกิเดาะลิ้น เคาะปลายเท้ากับพื้นด้วยความหงุดหงิด

            เมื่อไรฝนจะหยุดตกกันละ

            ก่อนจะสบถเพราะรถหรูคันหนึ่งได้ปาดหน้าเขาไปด้วยความเร็วและแรงจนถึงขนาดที่ว่าตัวเขาที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดยังเปียกเพราะน้ำโคลนที่พื้นไปด้วย และรองเท้าผ้าใบของเขาดูหมดสภาพไปเลยทันทีจากที่ก็ไม่ได้ดูดีอะไรอยู่แล้ว

            “เหี้ยเอ้ย!” เขานึกสาปแช่งเจ้าของรถในใจ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้

            “ฮยอง!” รถมินิคูเปอร์สีเหลืองค่อยๆแล่นมาจอดที่หน้าเขาอย่างช้าๆ ปาร์ค จีมินที่บอกว่าตัวเองกลับบ้านไปแล้วตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อนเปิดหน้าต่าง “รีบขึ้นมาเร็ว”

            เขาส่ายหัว “บ้าเหรอ เดี๋ยวรถเธอก็เลอะหรอก” เขาเละไปหมดทั้งตัวแล้วเนี่ย

            “โอ๊ย คิดอะไรมาก รีบๆขึ้นมาเลย”

            ยุนกิไม่มีทางเลือก ก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งฝั่งข้างคนขับ เห็นน้ำที่ล้นจากรองเท้าตัวเองลงมาเปื้อนแผ่นยางของรถจีมินก็เผลอกลั้นหายใจ

            “ไม่มีเงินพาไปล้างให้หรอกนะ”

            “รถล้างได้ แต่ถ้าฮยองป่วยไปจะทำยังไงละ เรื่องนั้นช่างมันเถอะ” คนตัวเล็กเอี้ยวตัวไปที่เบาะด้านหลัง หยิบเสื้อแห้งกับผ้าขนหนูมายื่นให้เขา “ใส่นี่ก่อน เสื้อเปียกหมดแล้ว”

            ยุนกิขอบคุณก่อนถอดเสื้อเปียกออก จีมินยื่นถุงพลาสติกที่เขานึกสงสัยว่าเจ้าของพกของแบบนี้ติดรถไว้ได้ยังไงให้เขาใส่เสื้อตัวเองลงไป มองหน้าคนเด็กกว่าก็เห็นว่าจีมินหันหน้าไปทางอื่น แก้มขึ้นสีระเรื่อ

            เขายกยิ้ม เห็นเจ้าตัวชอบเกาะแขนชอบจีบเขาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอแค่ถอดเสื้อนิดเดียวกับไม่มองกันอย่างนั้น

            “อนุญาตได้มองได้ อัลฟ่าเขาไม่เขินกันหรอกนะจีมิน”

            จีมินสะบัดหัวแรงๆ “ไม่เอา”

            “เขินรึไง” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ เห็นจีมินถอยไปจนแผ่นหลังติดกับประตูรถก้มหน้าก้มตาก็หัวเราะ

            “เขิน

            พอเจ้าตัวยอมรับยุนกิก็ถอยออกมา เขาไม่ได้คิดจะเอาเปรียบจีมินอะไรแต่ก็แค่อยากลองหยอกจีมินเหมือนอย่างที่เจ้าตัวชอบทำกับเขาบ้างเท่านั้น พอสวมเสื้อเรียบร้อยจีมินถึงยอมมองหน้ากันตรงๆ

            “ใส่ได้มั้ย?”

            “ได้ดิ่” เขากับจีมินตัวพอๆกันแต่ยุนกิเป็นคนไหล่กว้าง แม้เสื้อจะพอดีตัวไปนิดนึงแต่ก็ยังดีกว่าต้องทนใส่เสื้อตัวเดิม

            “เดี๋ยวไปส่งนะ” และยุนกิไม่จำเป็นต้องบอกทางด้วยซ้ำ เพราะจีมินรู้ดีว่าแต่ละวันเขาทำงานที่ไหนยังไงบ้าง บางวันเจ้าตัวก็แวะมานั่งมองเขาทำงานก็มี

            “แล้วไหนบอกว่ากลับบ้านไปแล้วไง?”

            “ก็ก็ฝนมันตก”

            “ฝนตก?” แล้วมันเกี่ยวอะไร

            “เดี๋ยวฮยองไปทำงานไม่ทัน”

            “นี่วนกลับมารับ?”

            “อือ”

            ถึงจะรู้ดีว่าไม่ควรแต่หัวใจที่อกข้างซ้ายกลับเต้นไม่เป็นจังหวะจนได้ “โอเมก้าที่ไหนเขามารับอัลฟ่ากัน”

            “เขาก็ไปรับคนที่ชอบกันทั้งนั้นแหละ!

            “อ้อเหรอ” ยอมรับก็ได้ว่ารู้สึกดีอยู่เหมือนกัน

            “ฮยองหัวใจเต้นแรงบ้างรึยัง”

            อืม ก็นิดนึง

            “ก็เต้นปกติเนี่ยละ” แต่เขาจะไม่บอกให้จีมินย่ามใจหรอก

            “นิดนึงก็ไม่ได้เหรอ?”

            อย่าทำตัวน่ารักมากได้มั้ยละปาร์ค จีมิน

            “ขอพิจารณาก่อน”

            จีมินไม่ได้พูดอะไรต่อแต่ทำปากมุบมิบๆเหมือนที่เจ้าตัวชอบทำ ยุนกิไม่ได้เอื้อมมือไปยีเส้นผมสีอ่อนของจีมิน เขาอ้างกับตัวเองว่าเขาไม่อยากทำมัน แต่ที่จริงเพราะมือของเขายังคงชื้นอยู่ต่างหาก

 




            “จีมิน ทำไมเพิ่งถึงบ้าน ไหนบอกว่าเลิกเรียนบ่ายสามไง” ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำแล้วตอนที่จีมินก้าวผ่านประตูหินอ่อนเข้ามาในบ้าน แก้วแชมเปญในมือนัมจุนสะท้อนกับแชนเดอเลียร์ที่ด้านบนโถงขณะที่เจ้าตัวเดินผ่านห้องครัวมายังห้องส่วนกลาง

            “ไปส่งยุนกิฮยองมา” จีมินไม่มีอะไรจะต้องโกหกกับพี่ชายตัวเอง นัมจุนเป็นอัลฟ่าที่ใจดีมากเมื่อเทียบกับพ่อของเขาและตามใจเขาโดยตลอดหากมันเป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดอะไร

            “หมอนี่อีกละ” และเขารู้ว่าถึงปากนัมจุนจะพูดไปเหมือนไม่ชอบ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้อะไรกับยุนกิฮยอง เพราะทุกครั้งที่มีใครเข้ามา หากคนนั้นไม่ใช่คนที่ดีพี่ชายของเขาคนนี้จะไม่เปิดทางให้เด็ดขาด

            “วันนี้ฝนตกไง”

            “หมอนั่นไม่มีร่มเรอะไง”

            “มีแต่ฝนตกหนักมากกกกก”

            “แล้วนั่นอะไร ในมือเราน่ะ”

            “เสื้อยุนกิฮยองเปียก”

            “แล้วหมอนั่นให้เอามาซัก?”

            “เปล่า จีมินอยากซักเอง”

            “เฮ้อ เป็นหนักแล้วนะเนี่ย ชอบเขาขนาดนั้นเลย” นัมจุนเห็นประกายในดวงตาจีมินก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรต่อ จีมินไม่ใช่คนที่จะสนใจอะไรง่ายๆแต่ถ้าสนใจแล้วจะไม่เบื่ออะไรรวดเร็วเช่นกัน

            “อย่าให้มันแตะเนื้อต้องตัวก็แล้วกัน” ยังไงน้องเขาก็เป็นโอเมก้า อัลฟ่าสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน ออกข่าวกันให้ว่อนทั่วบ้านทั่วเมือง

            “โอ๊ย ยุนกิฮยองอย่างกับพวกนักบวช ได้แต่ภาวนาให้จับจริงๆซะทีเถอะ” จีมินรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนแก่นแก้วอะไรแต่ก็พูดไว้ก่อนนัมจุนจะได้มองยุนกิดีๆ

            “ก็ยังนับว่าพอมีดีอยู่บ้าง รีบไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวไม่สบาย”

            “เครรรรรร”

           

    



        และถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้จีมินปักใจในตัวอัลฟ่านักเรียนทุนขนาดนั้น มันคงจะเป็นตอนที่อาจารย์ประจำวิชาของเขาเกิดเข้าสู่ช่วงรัท กะทันหันทำให้ไม่สามารถมาสอนในช่วงสุดท้ายของการเรียนการสอนได้ แน่นอนว่าวิชากฎหมายการเงินการธนาคารค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับนักเรียนกฎหมายและค่อนข้างสำคัญ ดังนั้นรุ่นพี่มิน ยุนกิ ว่าที่เกียรตินิยมเหรียญทองถึงต้องสละเวลาอันน้อยนิดของตัวเองเพื่อมาให้ความรู้กับพวกเขา

            และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้าอีกฝ่ายจริงๆจังๆ ยุนกิไม่ใช่ตัวเด่นของคณะ โอเคทุกคนอาจจะรู้ว่าเจ้าของชื่อนี้เป็นนักเรียนที่อยู่ในรายชื่อของคณบดี แต่เขาไม่ใช่พวกชอบปรากฏตัว ไม่สุงสิง ไม่ทำกิจกรรมหากไม่จำเป็น เขารูปร่างเล็กเมื่อเทียบกับมาตรฐานของอัลฟ่าโดยทั่วไป แต่ไม่ได้ทำให้เขาดูเหมือนจะถูกคุกคาม มีอัลฟ่าหลายคนในตอนแรกที่ไม่ได้สนใจฟังที่เขาสอน แต่ทั้งหมดนั้นก็ถูกรุ่นพี่คนนี้ไล่ออกจากห้องโดยไม่เกรงกลัวถึงอิทธิพลใดๆ

            และที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นๆคือ

            ‘คุณ อัลฟ่าเสื้อเทาคนนั้นน่ะอยู่ดีๆเจ้าตัวก็ชี้มาที่อัลฟ่าที่นั่งอยู่หน้าสุดติดกับจีมิน โอเค จีมินไม่ได้รังเกียจอะไรนักเรียนร่วมคลาสคนนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็อดรู้สึกอึดอัดไม่ได้เพราะกลิ่นกายของอัลฟ่ามักจะทำปฏิกิริยาบางอย่างกับสะสารในตัวโอเมก้าเสมอ มันทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกคุกคามและอยู่ไม่สุก

            ครับ รุ่นพี่?

            ‘ช่วยสลับที่กับเบต้าคนนั้นหน่อยสิ วันนี้ผมจมูกไม่ดีเขาชี้ไปตรงที่มีเบต้าอีกคนนั่งถัดจากจีมินไปอีกห้าที่เพื่อเว้นระยะห่าง โชคดีที่อัลฟ่าคนนั้นไม่ได้ติดใจอะไรเพราะบางครั้งกลิ่นของอัลฟ่าคนหนึ่งอาจจะส่งผลต่ออัลฟ่าอีกคนได้ในทางลบ มันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดมา แต่จีมินที่ถูกรุ่นพี่คนนี้ปรายตามองเพียงเสี้ยววินาทีกลับรู้ว่าตัวเองนั่นละที่เป็นเหตุ เบต้าไม่ได้มีกลิ่นที่คุกคามโอเมก้าอย่างที่อัลฟ่ามี

            และเขาแอบขอบคุณอีกฝ่ายในใจไม่ได้ เพราะปกติหากเป็นห้องเลคเชอร์ใหญ่ๆ จีมินมักจะเป็นคนปลีกวิเวกไปนั่งตรงที่ไกลจากคนอื่น แต่เพราะห้องนี้ไม่ได้ใหญ่เท่าห้องอื่นเขาเลยไม่สามารถหาที่นั่งได้อย่างที่เคย

            มันเป็นครั้งแรกที่จีมินเริ่มรู้สึกถึงตัวตนของอัลฟ่ามิน ยุนกิ

            หลังจากนั้นจีมินก็เริ่มที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยความสงสัยใคร่รู้ จากคำถามเกี่ยวกับวิชาเรียนก็กลายเป็นเรื่องทั่วๆไปเช่นรสนิยมในเรื่องต่างๆ รุ่นพี่คนนี้ไม่ได้เข้าถึงยากอย่างที่ใครคิดเพียงแต่เป็นคนหน้านิ่งไปอย่างนั้นเอง

 


            และเรียนรู้ว่าเขาเป็นนักเรียนทุนของแท้ ยุนกิไม่เคยพูดถึงครอบครัวและจีมินเองก็ไม่กล้าถาม แต่เคยเรียนรู้มาบ้างว่าอัลฟ่าบางคนก็ไม่ถูกกับอัลฟ่าอีกคนจนต้องย้ายออกมาอยู่ตัวคนเดียว เมื่อสนิทกันถึงขั้นสามารถเคาะประตูห้องได้อย่างไม่เกรงใจ (แต่จีมินมักจะส่งข้อความมาก่อนเสมอแม้ยุนกิจะไม่เคยอ่านมัน) จีมินรู้ว่าฐานะทางบ้านของยุนกิไม่ได้ถึงขั้นจนยาก แต่การศึกษาวิชากฎหมายเป็นที่รู้กันว่าใช้เงินเยอะเพียงใด และนั่นทำให้เขาต้องเป็นเด็กทุนที่ต้องทำตามเงื่อนไขของมหาลัยหลายข้อ รวมทั้งทำงานพิเศษไปด้วย

            เพราะอย่างนั้นเขาถึงไม่ค่อยมีเวลาว่าง ไม่มีเวลาสุงสิงเข้าสังคมจนไม่มีใครรู้ว่าที่จริงแล้วยุนกิเป็นอัลฟ่าใจดี

            “ข้าวมาแล้ว” ยุนกิเงยหน้าจากเคาท์เตอร์ในห้องธุรการ มองลอดผ่านกระจกเห็นกล่องข้าวที่ถูกส่งลอดผ่านด้านล่างของหน้าต่างกระจกก็เห็นจีมินกำลังยืนยิ้ม ทุกวันพฤหัสตอนเที่ยงเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องอยู่เวรในห้องธุรการในฐานะเด็กทุนระหว่างที่เจ้าหน้าที่คนอื่นออกไปหาอะไรทานข้างนอก ปกติแล้วไม่ค่อยมีใครมายื่นเอกสารในช่วงนี้เพราะเจ้าหน้าที่ตัวจริงไม่อยู่ ดังนั้นมันก็เหมือนยามเฝ้าห้องดีๆนี่เอง

            “เข้ามาสิ” โดยปกติยุนกิมักจะซื้อขนมปังง่ายๆมาทานรองท้อง เพราะหลังจากนี้เขามีเวลาว่างจนกว่าจะถึงคาบบ่ายสามโมง แต่จีมินส่งข้อความมาก่อนว่าวันนี้ทำข้าวกล่องมาเผื่อเขาเลยไม่ได้ซื้อขนมปังไส้กรอกเหมือนทุกที เขาเดินอ้อมไปเปิดประตูพนักงานที่ล็อกเอาไว้

            “เลิกเรียนแล้ว?”

            “วันนี้อาจารย์ปล่อยเลทนิดหน่อย” จะว่าไปมันก็เหมือนความเคยชินอย่างหนึ่งที่อยู่ดีๆชีวิตอัลฟ่าหนุ่มโสดตลอดชีวิตของเขามีโอเมก้าเข้ามาเป็นส่วนประกอบอย่างจริงจัง หมายถึงก่อนหน้าที่มันก็มีคนที่เข้ามาบ้างทั้งเบต้าหรือโอเมก้าคนอื่น แต่เมื่อโดนยุนกิปฏิเสธไปตรงๆทั้งหมดก็ไม่ได้ตื้ออะไร มีจีมินนี่ละที่ดูเหมือนจะไม่ย่อท้อเลย

            ยุนกิเลื่อนขวดน้ำไปตรงหน้า เห็นจีมินหอบเพราะความร้อนด้านนอกก็อดสงสารไม่ได้

            “กินน้ำ”

            เห็นจีมินจ้องขวดนั้นอยู่ครู่หนึ่งก็สงสัย จนเขาดันมันไปทางคนตัวเล็กกว่าจีมินถึงยอมเปิดฝาแล้วยกดื่ม

            “ทำไมหน้าแดง?”

            แล้วจะให้จีมินตอบออกไปเหรอว่านี่มันเหมือนจูบทางอ้อมเลย? เขาส่ายหน้า ก่อนจะเสทำเป็นหยิบข้าวกล่องของตัวเองขึ้นมาบ้างทั้งที่ความรู้สึกมันตีตื้นขึ้นมา บางทีเขาก็คิดว่าเป็นเพราะความไม่คิดไม่สนใจอะไรของยุนกิรึเปล่าที่ทำให้เจ้าตัวไม่ได้สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นและระหว่างเราก็เหมือนเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างเคยชิน ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไร จีมินอยู่ติดตัวยุนกิแทบทุกวันไม่ไปไหน เพราะอย่างนั้นเขาถึงเห็นว่าไม่ได้มีโอเมก้าคนอื่นอยู่ข้างยุนกิ หรือจริงๆแล้วฮยองอาจอยากจะหาโอเมก้าคนอื่นที่ไม่ใช่เขารึเปล่า

            กระบวนความคิดของเริ่มตีกัน

            “รีบกินดีกว่า”

            พวกเขากินข้าวท่ามกลางความเงียบ

            “ฮยอง รำคาญมั้ยอ่ะ” อยู่ดีๆจีมินก็ถามขึ้นมา ถึงปกติเขาจะเห็นอัลฟ่าทำหน้าเฉยๆแต่ก็อดคิดในใจไม่ได้ เดี๋ยวยุนกิมีเรียนต่อแล้วก็ทำงานพิเศษ เวลาเล่นเหมือนเด็กทั่วไปก็ไม่ค่อยจะมีแล้วยังมีเขาคอยมากวนอีก จีมินนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ระหว่างที่เดินมาที่ห้องทะเบียน เคยคิดอยากถามอะไรแนวๆนี้อยู่แต่ก็ไม่กล้า

            “รำคาญ?”

            “ที่มาหาบ่อยๆ ที่มายุ่มย่าม”

            “ทำไมถึงถาม” สีหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายทำให้บางทีจีมินนึกกลัว

            “ก็กลัวฮยองจะรำคาญ ที่เป็นอยู่ ที่ทำอยู่”

            “ถ้าบอกว่ารำคาญแล้วจะทำยังไง”

            “ไม่รู้”

            “ไม่รู้?”

            “ก็ปกติแล้วมีแต่อัลฟ่าที่จีบโอเมก้า เคยมีโอเมก้าจีบอัลฟ่าที่ไหน” ปกติแล้วในสังคมทั่วไปเวลาอัลฟ่าสักคนสนใจโอเมก้าก็จะเริ่มจากการให้ดอกไม้ เครื่องประดับเล็กๆน้อยๆก่อนเช่นพวกต่างหู สร้อยข้อมือ หากโอเมก้าสวมมันก็แปลว่าอัลฟ่าคนนั้นมีโอกาสขยับพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไป

            “อยากให้ฉันจีบกลับ?”

            “ไม่ใช่อย่างนั้น หมายถึงทุกวันนี้ฮยองก็ยุ่งหลายเรื่อง พอมาคิดอีกทีก็ไม่รู้ว่าเผลอทำให้รำคาญรึเปล่า”

            ยุนกิละสายตาจากอาหารเพื่อมองโอเมก้าที่ทำหน้ายุ่งยากใจ ไม่รู้ในหัวสมองน้อยๆของจีมินคิดอะไรมากขนาดนั้น

            “ไม่หรอก” ตารางชีวิตของเขาค่อนข้างลงตัวและจีมินเข้าใจมันเป็นอย่างดี อีกฝ่ายไม่เคยขอให้เขาเลิกทำงานพิเศษเพื่อพาตัวเองไปเที่ยว พอคิดมาถึงตรงนี้ก็เพิ่งรู้ตัวว่าพวกเราไม่เคยไปดูหนังด้วยกันด้วยซ้ำ ยุนกิก็แค่เรียน ทำงานพิเศษ ทบทวนบทเรียนแล้วจีมินก็เอาตัวเองเข้ามาเป็นส่วนประกอบของกิจวัตรเหล่านั้นเท่านั้นเอง จีมินไม่เคยขอให้เขาเลี้ยงข้าวหรือจ่ายอะไรให้ บางทีพอคิดดูแล้วนี่มันก็ออกจะไม่ปกติจริงๆด้วย

            “เบื่อแล้ว?” หรือบางทีจีมินจะเบื่อแล้ว? ในใจของเขาเผลอคิดขึ้นมา เหมือนกับบางอย่างกำลังร่วงดิ่งจากที่อกข้างซ้ายลงไปที่ข้อเท้า

            “ไม่ๆไม่ใช่ ไม่ได้เบื่อ แต่แค่คิดว่าบางทีฮยองก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้างมั้ย มาหาทุกวันจะเบื่อมั้ย”

            อ้อ

            “คิดเยอะขนาดนั้นเลย?” เขาเผลอขำ พอเห็นจีมินถลึงตาใส่ก็เลิกคิ้ว “จะคิดอะไรมากขนาดนั้นเชียว จีมิน”

            “ก็คิดสิ เรื่องความสัมพันธ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะ” จีมินไม่อยากทำให้ยุนกิลำบากใจ แต่อีกใจก็อยากเห็นหน้าอีกฝ่ายทุกวัน

            “กับฉันเธอไม่ต้องคิดเยอะขนาดนั้น” อาจเพราะยุนกิมีเรื่องให้คิดเยอะอยู่แล้ว พอกับเรื่องจีมินเขาก็เลยแค่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเท่านั้นเอง

            “ฮยองไม่ได้มีโอเมก้าคนอื่นที่ชอบอยู่แล้วใช่มั้ย?” พอเห็นจีมินมองมาอย่างคาดหวัง ใจที่นึกอยากจะลองถามคำถามวกวนให้อีกฝ่ายคิดเล่นๆก็หายไป รอบตัวของเขาไม่ได้มีโอเมก้าคนอื่น เจ้าตัวเองก็รู้ดีแต่กลับยังคิดมากอีก ดูเหมือนความคิดของโอเมก้าจะซับซ้อนมากเกินกว่าที่หนังสือสุขศึกษาอธิบายไว้

            “เธอเห็นรอบตัวฉันมีโอเมก้าคนอื่น?”

            “มันไม่เหมือนกัน ก็เผื่อก็เผื่อ”

            เป๊าะ! ยุนกิใช้ด้ามที่ไม่ได้ใช้คีบอาหารเคาะไปที่กลางกระหม่อมของจีมินเบาๆ “ไม่ต้องคิดอะไรขนาดนั้นแล้ว ถ้าฉันไม่โอเค เธอก็ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้หรอก” เริ่มแรกจากที่จีมินไม่ได้ล้ำเส้นอะไร จนกลายเป็นว่าการมีอีกคนอยู่ข้างๆมันก็ไม่ได้แย่จนถึงตอนนี้

            “ก็ต้องคิดอยู่แล้ว ก็สัปดาห์หน้า

            “สัปดาห์หน้า?”

            “สัปดาห์หน้าจะไม่อยู่”

            “อ้อ หรือคุณหนูจีมินเกิดเบื่อแล้วจริงๆ?”

            “ไม่ใช่นะ! แค่ แค่มีเรื่องสำคัญมาก” จีมินแทบจะตะโกน แต่เขาก็ไม่รู้จะพูดยังไง

            “เรื่องสำคัญ?” ยุนกิไม่ทันสังเกตว่าจีมินหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ

            “ก็นั่นน่ะ”

            “นั่นไหน?”

            “ฮีทไง” จีมินพูดเสียงค่อย แต่เพราะในห้องมีแค่เสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นทำให้ยุนกิได้ยินมันชัดเต็มสองหู นี่เขาอยู่ในคณะที่มีแต่อัลฟ่าจนลืมไปแล้วว่ามหาลัยและออฟฟิศต่างก็มีวันลาฮีทสำหรับโอเมก้า เพื่อไม่ให้ฮอร์โมนของโอเมก้าทำให้เกิดการผิดปกติของวงจรของแต่ละคน การลาฮีท หรือรัทเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนเข้าใจดี แค่เวลาการลาของโอเมก้าอาจจะนานกว่าอัลฟ่าเท่านั้น

            มิน่าละ ถึงได้คิดซับคิดซ้อนอะไรกันขนาดนั้น

            “ลืมไปเลย กี่วันละ”

            “ก็ประมาณสามสี่วัน” โดยปกติหากเป็นอัลฟ่าหรือโอเมก้าที่มีเมท เมทเองก็สามารถใช้วันลาเพิ่มในกรณีนี้ได้เหมือนกัน แต่จีมินเป็นโอเมก้าที่ไม่มีเมท ดังนั้นส่วนใหญ่ก็จะเลือกเก็บตัวที่บ้าน หรือไม่ก็ไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยา ซึ่งทางเลือกหลังนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะมันค่อนข้างจะมีผลในระยะยาว

            “โอเค อยู่ดีๆ ห้ามออกไปไหนรู้มั้ย?” เขารู้ว่าจีมินคงไม่กล้าออกไปไหนในช่วงฮีท แต่ก็อดเตือนไม่ได้ โดยปกติกลิ่นฟีโรโมนของเจ้าตัวค่อนข้างจะโดดเด่นอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าตอนฮีทจะขนาดไหน

            “มีแม่บ้านเฝ้าด้วย”

            “ดี”

            “ฮยอง

            “หืม” เขาเงยหน้า มองเห็นความคาดหวังในดวงตาของจีมินก็รู้สึกแปลกขึ้นมา

            “ฮยองจะคิดถึงกันบ้างมั้ย”

            “ถ้าไม่ลืมนะ” เขาหัวเราะ แต่ดูเหมือนจีมินจะไม่ขำด้วย เพราะท่าทีเหมือนลูกแมวหูพับหางลู่นั่นมันทำให้กำแพงในใจเขาเหมือนว่าจะลดลงมานิดนึง

            “อย่าลืมส่งข้อความหาจีมินบ้างนะ”

            และเขานิ่งไป

            “อื้อ รู้แล้วน่า”

 




            และการไม่เจอจีมินถึงห้าวันทำให้เขายิ่งรู้สึกแปลกๆ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอกันทุกวัน แต่ยุนกิไม่เคยไม่เห็นจีมินนานขนาดนี้ ไม่เคยไม่ได้ยินเสียงจีมินนานขนาดนี้ เจ้าตัวไม่ได้ส่งข้อความมาบ่อยนักอย่างที่เคยทำ และนั่นทำให้เขากลับเป็นฝ่ายต้องเปิดเชคเกือบทุกชั่วโมงเพื่อดูว่าจีมินส่งข้อความมารึยัง เหมือนกับที่ผ่านมาเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะจีมินมาให้เห็น แต่กลายเป็นว่าตอนนี้เจ้าตัวทำอะไรเขาก็ไม่รู้

            มันแปลกดีเหมือนกันทั้งที่เขาเป็นฝ่ายห้ามเวลาอีกฝ่ายจะมาหา แต่ตอนนี้กลับเป็นคนที่คิดถึง

            หรือบางทีจีมินอาจเป็นคนนั้นสำหรับเขากัน?

            ยุนกิไม่ได้สนใจเรื่องความรักหรือความรู้สึกมากนัก เขาไม่คิดจะเมทในช่วงวัยเรียนเพราะมองว่าอนาคตและหน้าที่การงานควรจะมาก่อนเรื่องพวกนี้ หลังจากเรียนจบเขายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องสานต่อจึงไม่เคยคิดคบใครจริงจัง แต่

            หรือที่จริงแล้วเขามีความรู้สึกต่อจีมิน? อาจเริ่มจากความประทับใจแรกที่เขาไม่ค่อยเห็นโอเมก้าเรียนในคณะที่กดดัน ส่วนใหญ่โอเมก้าจะไปรวมตัวกันอยู่ที่คณะอักษร ไม่ก็นิเทศมากกว่า แต่นั่นก็ไม่เกี่ยวกัน

            เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอใจลอยจนหลอนกลิ่นที่คุ้นเคยไปเอง จนกระทั่งเห็นคนสองสามคนยืนมุงอยู่ที่หน้าคณะ

            และเขาเองก็ยังเป็นมนุษย์ที่มีความสงสัยใคร่รู้

            “ไปกินข้าวกับพวกเราเถอะ พวกเราเลี้ยงเอง”

            “ไม่เป็นไร เรามีนัดแล้ว”

            และให้ตายเถอะ ยุนกิไม่ได้หลอนไปเอง จีมินในเสื้อไหมพรมสีเทายืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าอึดอัดด้วยความไม่สบายใจที่ต้องอยู่ท่ามกลางอัลฟ่าหลายคน

            “จีมิน” เขาร้องเรียก เห็นจีมินเงยหน้า และแววตาโล่งอกก็รีบพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว

            “ยุนกิซอนเบ

            “อัลฟ่าหลายคนไม่ควรยืนรุมโอเมก้าคนเดียว มันทำให้หายใจไม่สะดวก ไม่ได้เรียนสุขศึกษามารึไง” แววตาคมกริบของอัลฟ่าตวัดมอง และบางอย่างในตัวยุนกิทำให้พวกเขาเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

            “พะ พวกเราไม่รู้ว่า น้องเค้า”

            “อย่าให้เห็นอีก” เขากำชับ “ไปกันเถอะ จีมิน”

            พอลากคนเด็กกว่ามาได้ไกลจากคนเหล่านั้นยุนกิก็ไม่แปลกใจว่าทำไม กลิ่นกายของจีมินที่เพิ่งพ้นช่วงฮีทมาหมาดๆเป็นตัวดึงดูดอัลฟ่าชั้นดีนี่เอง กลิ่นหอมอ่อนเหมือนเพิ่มดีกรีจนเขาเองก็อดรู้สึกไม่ได้

            “ทำไมมามหาลัย” เขาพาอีกฝ่ายเดินไปถึงลานจอดรถ ไม่นานก็เจอรถคันเล็กของจีมินจอดอยู่ เขาดันจีมินให้เข้าไปนั่งที่ข้างคนขับ เห็นหน้าแดงๆก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่หมดฮีท

            “ก็” เสียงของจีมินเหมือนจะหวานจากที่เป็นอยู่แล้วรึเปล่านะ

            “คิดถึงยุนกิฮยอง” ประโยคนี้เสียงของจีมินเหมือนจะเบาลง

            และนั่นทำให้เขาละลาย ยุนกิเป็นใครกันที่จะปฏิเสธเสียงเล็กๆนี้ได้ “แล้วทำไมต้องฝืนออกมา โทรมาก็ได้นี่” แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดบ่นไม่ได้ ถ้าหากเป็นเขากลับไปแล้วหรือไม่อยู่อีกฝ่ายจะทำยังไง

            “ก็คิดถึงนี่” เขารู้ดีว่าคงไม่ได้คำตอบอะไรจากจีมินอีกเพราะเจ้าตัวกำลังอารมณ์แปรปรวน

            “นัมจุนรู้รึเปล่า” เขาถามถึงพี่ชายของอีกฝ่ายที่เรียนสาขาการเงิน

            “รู้ ฮยองบอกว่าให้ขับรถดีๆ” ให้ตายทั้งพี่ทั้งน้อง

            “วันหลังห้ามมาอีกถ้ายังไม่หมดฮีทเข้าใจมั้ย”

            “แต่คิดถึงยุนกิฮยองนี่” และมันเหมือนมีไฟช็อตตอนที่จีมินวางมือลงกับมือข้างที่เขาจับเกียร์

            “รู้แล้ว แต่ถ้าเป็นอะไรไปขึ้นมาจะทำยังไง ถ้าเจออัลฟ่าแบบเมื่อกี้จะทำยังไง เรียนมาก็น่าจะรู้นี่ว่าอัลฟ่าอันตรายจะตาย”

            “แล้วฮยองอันตรายด้วยรึเปล่า” คำถามนั้นทำให้เขาชะงัก ระหว่างที่รอจังหวะเลี้ยวรถออกจากประตูมหาลัย ยุนกิหันไปมองใบหน้าขึ้นสีของจีมิน

            “อืม ใช่ ฉันก็อันตราย เพราะฉะนั้นอย่าไว้ใจละ เข้าใจมั้ย?”

            จีมินเอนหัวลงมาซบที่ไหล่ของเขา “ไม่เอาด้วยหรอก”

            แต่ให้ตายเถอะ ปาร์ค จีมินลืมไปรึเปล่าเขาเองก็เป็นอัลฟ่าคนหนึ่ง

 

            “จีมิน ถึงแล้ว” เขาจอดรถที่หน้าบ้านอีกฝ่าย ได้ยินเสียงจีมินครางฮือก็พยายามผลักจีมินออกไป

            “ไม่เอา อีกห้านาที”

            “เมื่อกี้ก็พูดแล้วว่าห้านาทีนี่” และทั้งหมดนั่นมันผ่านไปจะครึ่งชั่วโมงแล้วจีมินไม่ทำอะไร ไม่พูดอะไรนอกจากซุกหน้าลงกับเสื้อของเขา

            “ฮยองตัวหอม”

            “รู้แล้ว เราพูดเป็นสิบรอบแล้ว” และจีมินยิ่งกระชับชายเสื้อของเขาไว้แน่น ยุนกิรู้ดีว่ามันคือปฏิกิริยาของโอเมก้าในช่วงนี้ ยิ่งใกล้กันอัลฟ่าเองก็ยิ่งไม่อยากควบคุมตัวเอง

            แต่เขารู้ว่าสมองของจีมินไม่ได้ทำงานอย่างปกติ

            สัญชาตญาณกำลังบอกให้เขาหยุดความคิดทั้งหมดนั่นแล้วทำให้จีมินเป็นของเขา ฝังคมเขี้ยวลงกับผิวเนื้อนิ่มเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าจีมินมีเจ้าของแล้ว แต่สมองในส่วนเหตุผลกำลังบอกว่าให้เขาผลักอีกฝ่ายออกไป

            ยุนกิไม่ใช่อัลฟ่าวัยรุ่นอารมณ์ร้อนที่ต้องเพิ่งยาปรับฮอร์โมน

            “ฮยองงี่”

            “เฮ้อ”

            และเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากให้จีมินเขยิบตัวเข้ามาใกล้ กอดเขาไว้ทั้งตัวอย่างนั้น

            “จีมิน” เขาสะกิด

            “จีมิน”

            “ฮื่อ ไม่เอา” จีมินส่ายหัวทั้งที่ไม่เงยหน้า ความนุ่มนิ่มที่อกกำลังจะทำให้เขาใจละลายอีกรอบ

            “อย่างอแง”

            “ฮยองไม่เคยชอบกันบ้างเลยเหรอ สักนิดก็ไม่เลยเหรอ?”

            ยุนกิกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่พอโดนดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้น กับแก้มสีแดงระเรื่อที่เขารู้ดีว่ามันนิ่มเพียงใด

            “มันไม่

            “ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมถึงพูดแบบนี้ อัลฟ่าที่ไหนเขาปฏิเสธโอเมก้าของตัวเองกัน” ยุนกิกำลังคิดว่าจะอธิบาย แต่พอได้ยินคำว่าโอเมก้าของเขา ออกจากปากของจีมินอัลฟ่าในตัวเขากลับบอกให้เขาปิดปาก น้ำเสียงงอนง้อยิ่งทำให้ใจอ่อนยวบ

            “ฮยองชอบกันบ้างไม่ได้เลยเหรอ”

            ยุนกิเองก็เป็นแค่อัลฟ่าหัวโบราณที่ไม่อยากให้อะไรมันเลยเถิดจนกว่าจะจัดการให้เรียบร้อย แต่ดูเหมือนจีมินจะไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด

            และถ้าถามว่าเขากำลังรู้สึกแบบไหน เขาก็คงตอบได้ว่าเกมกำลังจะโอเวอร์แล้ว

 



            นัมจุนรู้ดีว่าเขาจะต้องโดนน้องชายโกรธแน่ๆที่ขัดจังหวะเจ้าตัวในเวลาสำคัญ แต่หากไม่ใช่เพราะเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้วและเขาเองก็รู้สึกกระวนกระวายใจจนไม่เป็นอันทำอะไร เขาคงจะไม่หน้าด้านพอที่จะไปเคาะกระจกหรอก

            เขากลืนน้ำลาย เพราะนาทีที่อัลฟ่าในรถลดกระจกลง เขาไม่ได้มีสีหน้ายินดีเท่าไรนัก นัมจุนรู้ว่าอัลฟ่าที่ไม่ใช่เมทเข้าใกล้โอเมก้าในช่วงฮีทมักจะทำให้อัลฟ่าที่เป็นเมทไม่พอใจ แต่เขาเป็นพี่ชายนะ นั่นมันไม่ควรเหมารวมไม่ใช่รึไงกัน

            “ฉันรู้ว่านายไม่พอใจ แต่พ่อกับแม่ของฉันกำลังจะกลับมา และท่านคงไม่ปลื้มเท่าไรถ้า” เหลือบตาไปมองน้องชายที่หลับสนิทในอ้อมอกของอัลฟ่าคนอื่น นัมจุนรู้สึกเหมือนตัวเองได้เสียจีมินให้กับมิน ยุนกิคนนี้แล้วจริงๆ

            “รู้แล้ว” นัมจุนเห็นยุนกิค่อยๆประคองจีมินให้กลับไปอยู่ในท่านั่งให้เรียบร้อย เขาใช้รีโมทกดเปิดประตูบ้านอย่างคุ้นเคยก่อนจะถอยรถเขาไปและ

            “ห้องนอนไปทางไหน”

            “เอ่อ เดี๋ยวฉัน

            “ทางไหนละ?” แต่ยุนกิเหมือนหูทวนลมกับคำพูดของเขาและนัมจุนก็จนใจ เขาได้แต่มองอีกฝ่ายช้อนอุ้มน้องชายของเขาขึ้นมาในท่าเจ้าสาว อีกฝ่ายไม่ได้มีสีหน้าอึดอัดเมื่อถูกมองด้วยสายตาของคนรับใช้ทั้งบ้าน

            นัมจุนพาเขาไปถึงห้องนอนของจีมิน ยืนมองยุนกิวางน้องชายตัวเองอย่างทะนุถนอม ถอดถุงเท้าของจีมินแล้วห่มผ้าในก็ราวกับว่าเกราะในใจของเขาเหมือนจะบางลงไปขั้นหนึ่ง

            ในโลกที่อัลฟ่าถูกมองว่าเป็นผู้นำ เป็นช้างเท้าหน้า มีไม่น้อยที่พวกเขาเผลอละเลยโอเมก้าคู่ชีวิตของตัวเองไปและกลายเป็นว่าโอเมก้าจะต้องเป็นฝ่ายอยู่กับบ้าน คอยดูแลลูกและไม่ได้มีบทบาทสำคัญในสังคมเท่าไรนัก ตอนที่จีมินพรีเซ้นท์ คนทั้งบ้านพยายามโน้มน้าวให้จีมินย้ายไปเรียนคณะที่มีความเครียดน้อยกว่านี้แต่จีมินก็ปฏิเสธ จีมินไม่เหมือนโอเมก้าทั่วไปตรงที่ครอบครัวไม่ได้มองว่าการศึกษาไม่สำคัญสำหรับโอเมก้า และเขาต้องการที่จะเป็นเสียงหนึ่งในสังคมที่บอกว่าโอเมก้าเองก็มีดีไปไม่น้อยกว่าอัลฟ่าหรือเบต้า

            ดูเหมือนว่าจีมินจะไม่ได้ประสบความสำเร็จเฉพาะในเรื่องการเรียนแล้วละมั้ง

            เพราะสายตาที่อัลฟ่าเหรียญทองแห่งคณะนิติก็ไม่ได้ต่างไปจากเวลาที่จีมินใช้มองเจ้าตัวเลย

 

            “เดี๋ยวฉันให้คนไปส่งนาย” “ไม่ต้องละ”

            บางครั้งนัมจุนก็ไม่อยากจะคิดว่ายุนกิเป็นนักเรียนทุนจริงๆ เพราะไม่ว่าท่าทาง ลักษณะการใช้คำพูด หรือท่วงท่าเวลาเดิน นัมจุนเคยคิดว่ายุนกิเองก็เป็นอัลฟ่าที่เกิดในตระกูลผู้ดีเหมือนกันกับเขา เจ้าตัวไม่ได้ดูตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งที่หรูหราภายในบ้าน เพียงปรายตามองอย่างเฉยเมยเท่านั้น

            และบางทีนัมจุนเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถอ้าปากเถียงอะไรได้ ทั้งที่ยุนกิเองก็ไม่ได้ตัวใหญ่ไปกว่าเขา ไม่มีฐานะที่ร่ำรวยไปกว่ากันหรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นเสื้อผ้าธรรมดา

            “ฝากดูแลจีมินด้วย” เมื่อได้ยินคำฝากฝัง บางทีนัมจุนเองก็รู้สึกตะหงิดในใจ

            “เผื่อนายลืมไปว่าจีมินเป็นน้องชายฉัน”

            ยุนกิแสยะยิ้ม “นายกล้าให้น้องชายที่เป็นฮีทออกจากบ้านคนเดียวได้ยังไง”

            “จีมินดีขึ้นแล้ว!

            “เฮ้อ เซ่อทั้งพี่ทั้งน้องจริงๆด้วย”

            นัมจุนอ้าปากค้าง ยังไม่ทันพูดอะไรต่อยุนกิก็หมุนตัวออกไป ไม่ได้พูดอะไรต่อ

            และคล้ายกันกับว่าคนที่ควรพูดฝากฝังมันไม่ใช่เขารึไงกัน?

            หมอนั่นทำอย่างกับว่าจีมินเมทกับมันแล้วงั้นละ!

 

            เย็นวันนั้นที่โต๊ะอาหาร คุณพ่อของจีมินทำจมูกฟุดฟิดทันทีที่ได้กลิ่นแปลกปลอมปะปนมาต่างจากทุกวัน เพราะคนรับใช้ทุกคนในบ้านนี้เป็นเบต้า ดังนั้นจึงแทบไม่เคยมีกลิ่นอัลฟ่าในห้องกินข้าวเลย

            “จีมิน! ทำไมลูกมีกลิ่นแปลกๆ” คุณพ่อรู้ว่าจีมินเป็นฮีทในช่วงนี้และเจ้าตัวก็อยู่แต่กับบ้าน

            “จีมินไปหายุนกิฮยองมา”

            “ยุนกิฮยอง?” คุณพ่อเหมือนว่าจะเคยได้ยินชื่อนี้มาแล้วแต่ยังจำไม่ได้

            “อัลฟ่านักเรียนทุนคนนั้นไงครับคุณพ่อ”

            “จีมินของแม่มีอัลฟ่าที่ถูกใจแล้ว?”

            “จีมิน แต่เขาเป็นนักเรียนทุนนะ ที่บ้านเขามีเงินมั้ย” มันไม่ใช่ว่าคุณพ่อจะดูถูกนักเรียนทุนแต่ลูกคนนี้ของเขาถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ ถ้าวันหนึ่งแต่งงานออกไปแล้วเกิดมีปัญหาขึ้นมาอยู่กันไม่รอดก็มีแต่จีมินที่เสียกับเสีย โอเมก้ารวยกว่าอัลฟ่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเหลื่อมล้ำและคุณพ่อก็ไม่อยากให้จีมินต้องรู้สึกผิดหวังในภายหลัง

            “ยุนกิฮยองไม่เหมือนคนอื่น” จีมินยืนกรานเสียงแข็ง กอดตัวเองในเสื้อตัวเดิมแน่นเพราะมันยังมีกลิ่นของยุนกิอยู่

            “แต่เขาไม่รวย?”

            “แต่เรียนเก่งมากๆ เดี๋ยวก็รวยเอง”

            “ลูกจะคิดแบบนี้ไม่ได้ เฮ้อ มันไม่ใช่ทุกคนที่จะเริ่มจากศูนย์แล้ว” แล้วคุณพ่อก็ตวัดสายตามาที่พี่ชายคนโต “นัมจุน ทำไมแกไม่ดูน้อง” ลักษณะน้ำเสียงเปลี่ยนกันไปเป็นคนละอย่าง

            “พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย แค่นั่งอยู่ด้วยกันบนรถ พ่อก็รู้ว่าจีมินยังไม่หมดฮีท”

            “อ้อ แสดงว่าแกเจอตัวหมอนี่แล้ว?”

            “ก็ครับ”

            “แล้ว?”

            นัมจุนหันไปทางน้องชายที่มองเขาอย่างกดดัน อันที่จริงเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่เลวร้ายอะไรต่อยุนกิ

            “เขาอุ้มจีมินมาส่งที่ห้องนอน แต่เขาก็ไม่ได้แย่ หมายถึงว่าที่เกียรตินิยมเหรียญทองก็ไม่ได้แย่ เหมือนจะมีบริษัทมาทาบทามแล้วด้วย”

            “ขนาดนั้นเลย?” คุณพ่อของจีมินเริ่มคิดอีกอย่าง

            “แต่จีมินแม่ว่าลองดูกันไปนานๆดีมั้ยลูก” คนเป็นโอเมก้าเหมือนกันก็พอจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึก แต่จีมินก็ยังเด็ก ที่จริงก็ไม่เด็กแล้วถ้านับกันตามอายุ แต่เพราะเจ้าตัวพรีเซ้นท์ช้าถึงมีประสบการณ์ในแง่ของโอเมก้าน้อยกว่าคนอื่น

            “แม่ยังไม่รู้จักยุนกิฮยองเลย”

            “แล้วถ้าเขามาเพื่อแค่เกาะบ้านเรากินละลูก?” ถึงจะไม่อยากมองในแง่ร้ายแต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีให้เห็น

            “ยุนกิดูไม่เป็นอย่างนั้นหรอกครับ น้องเราต่างหากที่ไปตื้อเขา”

            “ฮยอง!

            คุณแม่หัวเราะ “ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีอะไรต้องห่วงมาก ที่แท้จีมินก็ไปจีบเขาก่อนนี่เอง แล้วเขาหล่อมั้ยลูก”

            จีมินหน้าแดง

            คุณพ่อที่ดูเหมือนจะไม่พอใจที่คุณแม่ถูกซื้อไปแล้วถึงตัดบทสนทนาในที่สุด

            “เอาเป็นว่างานเลี้ยงเดือนหน้าลูกไปกับพวกเราแล้วกัน ลองไปเจออัลฟ่าคนอื่นบ้างเผื่อจะเปลี่ยนความคิด”

            และที่จีมินไม่ชอบที่สุดก็คืองานเลี้ยง

 



            “ไม่อยากไปจริงๆนะ ฮยอง!” เขาบ่นกระปอดกระแปด ความคิดที่ว่าเขาอาจจะต้องไปเจออัลฟ่าอีกเยอะมากในงานทำให้เขารีบบอกยุนกิฮยองตั้งแต่เนิ่นๆ

            “งานเลี้ยงของคิมกรุ๊ป?”

            “อื้อ มีแต่พวกผู้ใหญ่สังสรรค์กัน น่าเบื่อ ยิ่งพ่อบอกว่าจะให้ไปเจออัลฟ่าคนอื่นด้วยไม่เอาไม่เอาไม่เอา”

            “อืมไปก็ดี เธอจะได้ไปเจอคนอื่นบ้าง” เขาเหมือนคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูด

            “ฮยองไม่หึงเลย?”

            ยุนกิยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “เธอคิดว่ายังไงละ”

            “ฮยอง อัลฟ่าทุกคนเขาก็ไม่อยากให้โอเมก้าไปเจอคนอื่นทั้งนั้น ถ้าคุณพ่อเกิดถูกใจอัลฟ่าคนอื่นจะทำยังไง”

            “แล้วถ้าเธอก็ถูกใจอัลฟ่าคนนั้นด้วยละ?”

            “ไม่มีทาง”

            “เขาอาจจะรวยมากๆเลย?”

            “ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น”

            “จีมินมองแต่ฮยองคนเดียว”

            “แต่พ่อเธอคงไม่แฮปปี้?” ดูเหมือนที่บ้านของจีมินจะรู้เรื่องพวกเขาแล้วคุณพ่อถึงใจร้อนขึ้นมา

            “ก็ไม่เชิงอย่างนั้น คุณพ่อแค่อยากให้ลองไปเจอคนอื่นบ้าง แต่คุณแม่ก็ไม่ได้รวยมาตั้งแต่แรก”

            “ถ้าเธอถูกไล่ออกจากบ้านเพราะคบฉันจะทำยังไงเนี่ย”

            จีมินนิ่งไปครู่หนึ่งแต่ช่วงเวลานั้นไม่รู้ทำไมยุนกิถึงเกิดกลัวขึ้นมา

            เขาไม่น่าถามเลย

            “จีมินก็มาอยู่กับยุนกิฮยอง”

            “ห้องฉันเล็กมากเลยนะ เล็กกว่าห้องน้ำเธอห้องเดียวอีก”

            “ก็ลองดูก่อน ถ้าอยู่ไม่ได้ค่อยให้นัมจุนฮยองช่วย”
            “ห้ามตอบคำตอบโลกสวยแบบนั้น”

            จีมินพ่นลมหายใจ “ไม่ได้โลกสวย หมายถึงก็ลองอยู่ก่อนจริงๆ ถึงตอนนั้นถ้าไม่ไหวก็ให้มันเป็นไป แต่ฮยองยังไม่เคยลองเปิดใจให้กันจริงๆจังๆเลยแล้วมาตีความไปว่าจีมินจะอยู่ไม่ได้มันก็ไม่ถูกมั้ยอ่ะ”

            และกลายเป็นยุนกิที่เป็นฝ่ายนิ่ง

            “ทุกอย่างมันก็ต้องลองผิดลองถูกด้วยกันทั้งนั้น จีมินรู้นะว่าฮยองมองกันยังไง ก็แค่โอเมก้าบ้านรวย โลกสวย ไม่ค่อยคิดอะไรใช่มั้ย? ที่จริงจีมินคิดเรื่องของเรามากกว่านั้นนะ”

            “จีมินใจเย็นๆ” เขาไม่ได้คิดอย่างนั้น

            “ไม่ได้ ต้องพูดกันให้เข้าใจสิ ฐานะมันก็สำคัญแต่จีมินเชื่อว่าฮยองไม่ใช่คนไม่เอาการเอางาน ถึงตอนนั้นก็ค่อยๆสร้างเนื้อสร้างตัวก็ได้ จีมินยังมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่ง ก็ใช้ตอนเรียนไปก่อน พอจบแล้วเดี๋ยวก็หางานไง มันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก ถ้าแค่ฮยองเปิดใจ

            บางทีเขาก็น้อยใจเหมือนกันนะที่ยุนกิฮยองทำเหมือนว่าไม่ได้มีใจให้กันเลยสักนิด

            “แล้วใครว่าไม่เปิดใจ”

            “ก็ฮยองพูดแบบนั้นทำไมอ่ะ” เรื่องหัวใจเป็นเรื่องสำคัญนะ อัลฟ่าทำไมเข้าใจเรื่องพวกนี้ยากจัง

            “ขอโทษครับ” เขาดึงมือของโอเมก้าเข้ามากุม ใครจะไปรู้ว่าเรื่องล้อเล่นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

            “ทำไมพูดครับ เขินไปหมดแล้ว”

            พอเห็นจีมินทำปากยื่นอย่างนั้น ยุนกิก็คิดว่าควรจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว จะได้จูบคนตรงหน้าได้อย่างถูกต้องเสียที

            “เอาเป็นว่าเธอไปงานเลี้ยงกับพ่อเธอก่อน ถ้ายังไม่เปลี่ยนใจ อีกวันเราเข้าไปหาที่บ้านเธอด้วยกันดีมั้ย?”

            พอเห็นจีมินทำหน้าโต ยุนกิก็เผลอคลึงนิ้วมือของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว

           

 




            จีมินไม่ชอบออกงานสังคมอย่างแรกก็พอในงานต่างๆที่พ่อและพี่ชายหอบเขาไปด้วยมักจะเต็มไปด้วยรัศมีกดดันกันระหว่างอัลฟ่าทั้งหลายที่คนเป็นอัลฟ่าไม่มีทางเข้าใจดีกว่าโอเมก้า อย่างที่สองก็คือพวกผู้ใหญ่มักจะชอบพูดอะไรไม่เป็นเรื่องเป็นราวและลากเขาไปเกี่ยวข้องกับอะไรที่เขาไม่อยาก

            “หนูจีมินเมทรึยังละ ลูกชายคนรองของลุงยังไม่ได้เมทนะ”

            “จีมินยังไม่ได้เมทครับ แต่ผมแล้วแต่เขา” โชคดีที่พ่อแม่ของเขาไม่เชื่อว่าการแต่งงานจะทำให้ธุรกิจที่บ้านรุ่งเรืองไปกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นทั้งเขาและพี่ชายถึงได้มีโอกาสได้เลือกเมทด้วยตัวเอง

            “ผมยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นครับ อยากเรียนให้จบก่อน”

            “โถ่ โอเมก้าถ้าไม่มีเมทเดี๋ยวก็แก่หรอก แต่ก็แล้วแต่ละนะ” คนถามหัวเราะเหมือนกับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

            จีมินรู้สึกไม่ดีกับคำพูดนั้น แต่เขารู้มารยาทดีถึงไม่ได้โต้ตอบ เขาขอตัวมายังไลน์อาหารที่จัดไว้อีกฝั่งหนึ่ง อัลฟ่าลูกนายทุนทั้งหลายมองไปมองมาแล้วก็เหมือนกันหมด เห็นโอเมก้าเป็นสมบัติที่บ้านไม่ก็มองโอเมก้าเป็นคนที่อยู่ชนชั้นล่างกว่า ไม่เห็นจะดีเลยสักนิด เขากำลังคิดว่าจะหยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความหายุนกิฮยองหลังจากงานเลิก ก่อนจมูกจะฟุดฟิดกลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ กลิ่นของ

            “ฮยอง?”

            มิน ยุนกิในชุดสูทกำลังยืนอยู่ที่มุมห้องเหมือนไม่ได้สนใจอะไร แต่สายตาของเจ้าตัวกำลังมองมาที่เขา จีมินไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปทันที

            “จีมิน?”

            “ฮยองมาทำอะไรที่นี่?” จีมินเห็นดวงตาของยุนกิเป็นประกาย แต่เจ้าตัวไม่ได้ตอบ         

            “งานพิเศษ?” หรือยุนกิจะรับจ๊อบ แต่เขาไม่ได้แต่งตัวดูเหมือนบริกร

            “ประมาณนั้น ไม่คิดว่าจะได้เจอนายที่นี่”

            “โดนที่บ้านลากมาน่ะสิ ฮยองทำไมมาอยู่ตรงนี้ละ”

            “ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจนี่ มีแต่พวกคนรวยสังสรรค์กัน”

            จีมินรู้ว่ายุนกิคงไม่ได้คุ้นเคยกับสังคมแบบนี้นัก เขาเดาในใจว่ายุนกิคงรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลงาน อารมณ์แบบผู้จัดการโรงแรมอะไรประมาณนั้น

            ว่าแต่ฮยองใส่สูทแล้วดูดีจัง

            ปกติเขาเคยเห็นแต่อีกฝ่ายในชุดลำลอง ไม่ก็พวกเสื้อยืดย้วยๆกางเกงขาสั้น ไม่เคยเห็นยุนกิแต่งตัวเต็มยศแบบนี้ ดังนั้นมันถึงดูแปลกตาแต่ไม่ติดขัด

            “งั้นจีมินอยู่ด้วย”

            “ไม่ต้องไปหาพ่อรึยังไงเรา”

            “พวกผู้ใหญ่คุยกันน่าเบื่อ สมน้ำหน้าพี่นัมจุน”

            จีมินไม่ได้พูดเรื่องที่เขาเจออะไรมา แต่ยุนกิเหมือนจะเข้าใจอาจจะเพราะเขามองจีมินอยู่ตลอดเวลา หรือเพราะนาทีเดียวกับที่เขาเห็นจีมินเดินเข้ามาในชุดสูทสีอ่อน สมาธิของเขาก็แตกกระเจิง

            “ปวดหัวมั้ย ในนี้มีแต่อัลฟ่า”

            จีมินส่ายหัว “ฉุนแต่ว่าชินแล้ว”

            “อยากออกไปข้างนอกมั้ย?”

            จีมินเม้มปาก หากแค่สิบนาทีก็คงไม่เป็นไร

 

            นอกระเบียงของโรงแรมห้าดาวถูกตกแต่งด้วยหินอ่อนชั้นเลิศสมแล้วที่ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงสำหรับสังคมชั้นสูง ด้านนอกชายออกไปเป็นสวนสีเขียวเข้มไม่ฉูดฉาด มีรูปปั้นหินเทพกรีกโรมันและป้ายเขียนชื่อสวนสวรรค์ในเทพปกรณัม

            จีมินเห็นยุนกิเอาแต่มองรูปปั้นพวกนั้นก็ยิ้ม

            “สรุปว่าไม่เจออัลฟ่าที่ถูกใจ?”

            “ฮยอง!

            “ล้อเล่น” เขาลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะถูกเจอตัวเร็วขนาดนี้

            “ที่นี่แต่งสวยดี เหมือนในเทพนิยายเลยเนอะ”

            “จีมินชอบอะไรแบบนี้?”

            “อือ ตอนแต่งงาน อยากได้งานแต่งงานในสวนแล้วก็ตกแต่งแบบนี้เลย” ยุนกิหรี่ตา

            “งั้นอาจจะต้องแต่งกับคนรวยแล้วละมั้ง” คนที่สามารถจัดงานแต่งงานแบบนั้นได้มีแต่พวกคนรวยทั้งนั้น

            “ไม่เอา อยากแต่งกับฮยอง”

            “ไม่มีเงินแต่งแพงๆหรอกนะ”

            “ไม่แต่งแพงๆก็ได้”

            “ไม่อยากได้งานแต่งอลังๆเรอะไง”

            “แค่มีฮยองอยู่ด้วยก็พอแล้ว”

            “ยังไม่ได้พูดเลยว่าจะแต่งด้วย?” ทำไมพูดกันไปพูดกันมาถึงกลายเป็นเรื่องนี้ไปได้กัน

            จีมินหันไปมองดวงตาที่คล้ายกับจะยิ้มหรือจะไม่ยิ้มมุมปากก็เผลอยกขึ้น “ฮยองไม่ชอบจีมินบ้างเลยเหรอ”

            “นั่นเป็นเรื่องที่เธอต้องรู้?”

            “ต้องรู้สิ เรื่องใหญ่มากๆเลยด้วย พวกผู้ใหญ่ชอบพูดเรื่องแต่งงานบ่อยๆยังไงก็ต้องมีในหัวบ้างแหละ”

            “พ่อแม่เธอคงไม่แฮปปี้กับฉันเท่าไรละมั้ง ฉันไม่ได้รวย”

            “เดี๋ยวทำงานไปเรื่อยๆก็รวยเอง พวกเราก็มีลูกช้าหน่อยก็ได้”

            ยุนกิขำในใจ ทำไมจีมินถึงได้คิดอะไรเป็นตุเป็นตะไปได้ถึงขนาดนี้

            “ทำไมถึงพูดเรื่องลูกแล้วละ”

            “ไม่ได้นะฮยอง เราต้องรีบวางแผนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆพอทำงานก็ต้องกันเงินไว้ส่วนสำหรับค่าเทอมลูก ไหนจะค่าบ้านอีก”

            “คิดเยอะ”

            “นี่จริงจังนะ!

            ยุนกิมองคนที่พูดด้วยท่าทางเอาจริงอย่างว่าก็เขยิบเข้าไปใกล้ เห็นจีมินนิ่งค้างไปนิดก็เอื้อมมือไปแตะที่ข้างสันกรามของคนเด็กกว่า เห็นความสั่นไหวในดวงตาที่สะท้อนกับแสงเทียนที่ขอบมุมรั้วก็ถามขึ้น

            “แต่ฉันคงมอบสวนสวรรค์อย่างที่เธอต้องการให้ไม่ได้หรอกนะ”

            “บอกแล้วไงว่าแค่มีฮยองก็พอแล้ว”

            “ทั้งที่ยังมีอัลฟ่ารวยๆในงานอีกเป็นร้อยเลย?”

            “ฮยองไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าผมไม่มีฮยองแล้ว ผมอาจจะไม่ต้องการสวรรค์ก็ได้นะ”

            และจีมินเป็นคนซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเอง เขารู้ดีว่ามีอยู่แล้ว อัลฟ่าที่รวยกว่า เหนือกว่าอัลฟ่าที่อยู่ตรงหน้าเขา แต่คนที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้เป็นแค่อัลฟ่าธรรมดาทั่วไป ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร อาจเพราะตอนนี้เขาเริ่มขยันเข้าหาคนที่อยู่ตรงนี้ที่มิน ยุนกิเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาโดยไม่รู้ตัว ตอนที่กลิ่นของเขาผสมกับกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนน้ำหอมนักกีฬาชายของยุนกิ ตอนที่อีกฝ่ายพยายามช่วยเหลือเขาโดยที่ไม่อยากให้เขารู้ตัว แต่เขารู้

            รู้ดีว่ามันไม่สำคัญหรอก ใครจะบอกว่าเขาเป็นโอเมก้าร้อยล้านพันล้านก็ช่าง ต่อในตอนนี้เงินในบัญชีของยุนกิจะมีไม่ถึงล้านวอนมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เพราะทุกอย่างที่ว่ามามันจะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าเขาไม่มียุนกิ

            ขอแค่คนตรงหน้ายอมตกลง เขารู้ดีว่ามันจะต้องมีทางออก

            ใครเป็นคนกำหนดกฏเกณฑ์กันว่าคนรวยจะต้องแต่งงานกับคนรวยเมื่อความรักมันเป็นเรื่องของความรู้สึกด้วยเกินกว่าครึ่งหนึ่ง

            เขาได้ยินเสียงถอนหายใจ ก่อนที่ฝ่ามืออุ่นจะเลื่อนลงไปที่ต้นคอและสัญชาตญาณทำให้จีมินต้องเอียงคอไปอีกข้างเพื่อให้อัลฟ่าได้เห็นลำคอเปลือยเปล่าที่ไร้ร่องรอยใดของเขา มันเป็นสัญชาตญาณของการยอมรับและความเชื่อใจ เพราะส่วนคอคือส่วนที่สำคัญที่สุดของโอเมก้า

            เขาหรี่ตา ปล่อยให้อัลฟ่าซุกใบหน้าลงกับซอกคอของเขาอย่างเต็มใจ ปลายจมูกของยุนกิซุกไซร้ไปตามเส้นเลือดที่นูนขึ้นจากการขยับของกล้ามเนื้อ มือเล็กกว่าขยำเสื้อเชิ้ตสีดำตัวในของยุนกิเป็นรอย ไม่สนใจด้วยว่าจะเผลอโดนเสื้อสูทสีเทาดำตัวนอกของอีกฝ่ายรึเปล่า

            ประสาทสัมผัสของเขาเหมือนถูกช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าตอนที่ลิ้นอุ่นร้อนของอัลฟ่ากวาดลงตั้งแต่ส่วนด้านล่างใบหู ผ่านสันกรามไปยังซอกคออีกด้าน

            “ฮื่อ

            จีมินได้แต่ซุกหัวกับไหล่ของอัลฟ่าเพราะทำอะไรไม่ถูก ถึงเขาจะเปิดเผยเรื่องความรู้สึกแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขามีประสบการณ์กับเรื่องพวกนี้ เขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่กระจายจากตัวอัลฟ่าและความรู้สึกสั่นเหมือนกับเจ้าตัวกำลังควบคุมตัวเองอยู่

            “ฮยอง” พอยุนกิผละจากเขา เขาไม่สามารถละสายตาจากริมฝีปากบางของอีกฝ่ายได้เลย

            จีมินปรือตาลง ความเต็มตื้นเมื่ออัลฟ่าโน้มตัวลงมาให้ริมฝีปากสัมผัสกันทำให้เขารู้ดีว่าเขาไม่มีทางที่จะเสียใจภายหลัง

            มันเต็มไปด้วยความรู้สึกและความทรงจำมากมาย ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน หรือตอนที่ยุนกิสละเวลาอันที่ค่าของเขาเพื่อติวหนังสือให้จีมิน ตอนที่เขาหัวเราะแต่ก็เป็นฝ่ายง้อแบบอ้อมๆทุกครั้งที่จีมินงอน หรือตอนที่ยุนกิไม่ได้สนใจคนที่กล่าวหาว่าเขาคิดอยากจะเกาะจีมินกิน มันผ่านมาราวกับเป็นภาพยนตร์จากฟิล์มม้วนหนึ่ง และมันอาจเป็นความจริงที่ว่าเขาไม่ได้ต้องการสวรงสวรรค์ที่สวยงามเลยแม้สักนิดหากเขาจะต้องสูญเสียความรู้สึกนี้ไป

            เขาดื่มด่ำกับรสจูบของอัลฟ่าจนกระทั่งรู้สึกถึงความเย็นที่นิ้วมือ

            หอบหายใจก่อนจะผละออกเพื่อมองว่ามันคืออะไร เป็นแหวนเงินเรียบๆวงหนึ่งที่ถูกดันเข้ามาโดยที่เขาไม่รู้ตัว

            “ฮยอง นี่มัน?”

            “แหวนแต่งงานของแม่ฉัน ไว้จะหาวงที่สวยกว่านี้ให้ทีหลัง”

            และมันทำให้เขารู้สึกร้อนที่ขอบตา จีมินยกมันขึ้นมาดูใกล้ๆ แน่นอนว่าเขามีแหวนที่สวยและแพงกว่าแหวนวงนี้อีกหลายวง แต่มันคงไม่มีวงไหนจะมีค่าเทียบเท่ากับแหวนเงินของยุนกิอีกแล้ว

            “ฮยอง นี่แปลว่า

            เขาเงยหน้าขึ้นมองสบดวงตาที่คราวนี้เจ้าตัวตั้งใจมองเข้ามาในตาเขาอย่างจริงจัง

         “เป็นของฉัน ปาร์ค จีมิน”

            เขาเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตา ก่อนจะโผเข้ากอดอัลฟ่าจนรู้ว่าอีกฝ่ายเผลอสูดลมหายใจเข้า จีมินไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนี้ ไม่มีวันเด็ดขาด

 




            แต่มันก็ยังมีบางเรื่องที่เขากังวล

             หลังจากตอนนั้น ยุนกิไม่ได้พูดอะไรแต่จูงมือเขากลับไปในงาน รอจังหวะที่ครอบครัวของเขาไม่ได้พูดกับใครก็พาจีมินเดินดุ่มๆเข้าไปทั้งอย่างนั้น

            พ่อของจีมินขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นแปลกปลอมจากตัวเขา ส่วนแม่ของเขาไม่ได้พูดอะไร พี่ชายที่เหมือนว่าจะตกใจอยู่หน่อยๆได้แต่อ้อมแอ้มแนะนำขึ้นมา

            นี่ไงครับ มิน ยุนกิที่ผมเล่าให้ฟัง

            ‘อ้อ เธอคือมิน ยุนกิคนนั้นนี่เองจีมินรู้ดีว่าสายตาของพ่อเขาเวลากำลังตรวจสอบหรือพิจารณาใครสักคนเป็นอย่างไรและตอนนี้พ่อเขากำลังใช้มันกับคนตรงหน้า

            ครับ มิน ยุนกิครับ ท่าน จีมินเห็นอัลฟ่าโค้งหลังลงเก้าสิบองศาก็อ้าปาก

            ‘จีมินจะเมทกับยุนกิฮยอง!’ พูดแล้วก็ชูนิ้วที่มีแหวนขึ้นมา

            มีแหวนด้วย? แหม น่ารักจังเลยแม่ของเขาคว้ามือของเขาเข้ามาดู ปกติการให้แหวนแต่งงานก่อนจะเมทไม่ค่อยมีให้เห็นแล้วในสมัยนี้

            คุณ!’ พ่อของเขาทำหน้าเครียด

            ‘น่า คุณจำไม่ได้เหรอว่าตอนนั้นคุณก็ให้แหวนฉันก่อนแต่งงานนี่คะ

            และเขาโล่งใจนิดหน่อยที่อยากน้อยแม่ก็ดูโอเคกับฮยอง ส่วนนัมจุนฮยองไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองยุนกิอย่างพิจารณา

            ว่าแต่นายมางานนี้ได้ยังไง ยุนกิที่เป็นแค่นักเรียนธรรมดาไม่น่าจะสามารถเข้ามาร่วมงานนี้ได้นี่?

            ‘ฉันกำลังจะเริ่มงานกับคิมกรุ๊ปเดือนหน้า

            คิมกรุ๊ป?

            ถ้าในโลกใบนี้มีมังกรอยู่หนึ่งฝูง จีมินรู้ดีว่าคิมกรุ๊ปก็คือมังกรในหมู่มังกร พวกเขาไม่ค่อยสุงสิง ไม่ชอบจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ปรากฏตัวต่อหน้าสังคม แต่กิจการของพวกเขามีแต่จะแผ่ขยายไปทั้งในและต่างประเทศ การเข้ามาทำงานกับคิมกรุ๊ปได้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบแค่เอาไปพูดก็เป็นการการันตีความสามารถของอีกฝ่ายแล้ว

            อ้า ไม่แปลกใจ ไม่แปลกใจ! พ่อครับ มิน ยุนกิเป็นนักเรียนทุนว่าที่เกียรตินิยมเหรียญทองของคณะนิติไงครับ

            พ่อของจีมินเม้มปาก

            ถ้าเธอกล้าจูงมือลูกชายฉันเข้ามาในงาน ก็คงจะรู้สินะว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง

            ยุนกิคลี่ยิ้มอย่างไม่ถือตัว ผมทราบดีครับ

            ‘ดี! หน่วยก้านใช้ได้ ในระหว่างที่ยังรอเริ่มงานอยู่ก็เข้ามาที่บริษัท อย่างน้อยอัลฟ่าของจีมินก็ควรจะมีความสามารถติดตัวบ้าง

            ‘พ่อออออ!’

            ‘เงียบไปเลยจีมิน เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างอัลฟ่า

            ‘แต่ฮยอง…’ เขากำชายเสื้อของยุนกิแน่น พยายามดึงให้อีกฝ่ายหันกลับมาสนใจตัวเองก็เห็นว่าอีกฝ่ายส่ายหัว

            พ่อของเธอพูดถูก

            ‘แต่พ่อ…’

            ‘อยากเป็นลูกเขยตระกูลปาร์คจะไม่ลงแรงได้ยังไง ใครใช้ให้เธอเป็นโอเมก้าหมื่นล้านกันละ หืม และพอจีมินได้ยินคำว่าลูกเขยออกจากปากอีกฝ่าย เขากลับไม่สามารถต่อความยาวสาวความยืดกับอีกฝ่ายต่อ ได้แค่ยืนหน้าแดงอยู่อย่างนั้น

 




            “จีมิน? ทำไมถึงมาที่นี่”

            “มาหายุนกิฮยอง!” จีมินเดินพรวดๆผ่านส่วนต้อนรับของชั้นสูงสุดตึกปาร์คคอร์ป พี่ชายเขาที่มักจะเข้าบริษัทเพื่อเรียนรู้งานอยู่แล้ว

            “ฮยองอยู่ไหนอ่ะ”

            “อยู่ในห้องกับพ่อโน่นนนน แน่ใจเรอะว่าอยากเข้าไป”

            จีมินไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากเดินผ่านโต๊ะทำงานของพี่ชายไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องประธานบริหาร เคาะเพียงแค่สองสามครั้งก็เปิดเข้าไปโดยไม่รอ

            “จีมิน?” บรรยากาศในห้องเงียบสงัดเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิต มีแค่เสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดกับเสียงลากปากกา

            “คุณพ่อ! วันนี้แกล้งยุนกิฮยองรึเปล่า”

            พ่อของเขาหัวเราะ เหลือบไปมองคนที่ก้มหน้าก้มหน้าพิมพ์งานก็ส่ายหัว

            “เปล่า แล้วลมอะไรหอบหนูมาครับลูก” การที่พ่อจะให้สรรพนามแบบนี้กับเขาแสดงว่าเจ้าตัวจะต้องอยู่ในอารมณ์ที่ดีมากๆ

            “จีมินเอาข้าวกล่องมาให้ยุนกิฮยอง นัมจุนฮยองโทรไปฟ้องว่าคุณพ่อไม่ยอมให้ยุนกิฮยองไปกินข้าว”

            คุณพ่อของจีมินหรี่ตา

            ไอ้ลูกทรยศ

            “เปล่าหรอก งานยังไม่เสร็จเฉยๆ ถ้าเสร็จแล้วก็ว่าจะลงไปกินพอดีน่ะ” จีมินรีบผละจากโต๊ะตัวใหญ่สุดไปยังโต๊ะที่ด้านข้าง เห็นอัลฟ่าแบมือก็วางข้าวกล่องลงไป เห็นดวงตาที่แม้จะอิดโรยไปบ้างแต่ก็เปื้อนรอยยิ้มของอีกฝ่ายจีมินก็ใจชื้น

            “ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำนะฮยอง คุณแม่บอกว่าจะช่วยแล้ว”

            “ฉันไม่ได้ฝืนใจ”

            ฉันรู้ว่าเธอมีดี แต่อย่างน้อยคนที่จะมาดูแลลูกฉันในอนาคตก็ควรเป็นคนมีความสามารถ ถ้ารู้สึกอยากเลิกทำก็ได้ แต่ให้ลองคิดถึงความรู้สึกของคนเป็นพ่อ และความรู้สึกที่เธอมีต่อจีมินก่อนที่จะพูดอะไรถ้อยคำของคนเป็นพ่อทำให้เขารู้ว่าที่จริงแล้วพ่อของจีมินก็ไม่ได้ร้ายกาจอะไร เป็นแค่อัลฟ่าหวงลูกเท่านั้นเอง ยิ่งกลับลูกที่เป็นโอเมก้ายิ่งแล้วใหญ่

            “จีมิน! แล้วไหนข้าวกล่องของพ่อละ!

            “นี่ไงครับแต่” จีมินเดินกลับไปที่ด้านหน้า เหมือนจะยื่นข้าวอีกกล่องในมือลงไป

            “แต่อะไร”

            “พ่อก็รู้!” เขาโวยวาย ได้ยินเสียงขบฟันก่อนที่ประธานปาร์คกรุ๊ปจะพูดขึ้นมา “ก็ได้! ชั่วโมงเดียวพอดีห้ามขาดแม้แต่วินาทีเดียวเข้าใจมั้ย!!!

            “รักคุณพ่อที่สุดเลย”

            โอเมก้าคนเดียวในห้องหัวเราะร่า รีบจูงมือว่าที่อัลฟ่าของตัวเองออกจากห้องไปทันที

 



            “ฮยองกินเยอะๆ” แต่พวกเขาก็ไม่ได้ไปไหนไกลเกินกว่าห้องพักพนักงานที่อยู่ถัดไปอีกแค่นิดเดียวเท่านั้น ยุนกิส่ายหัว ถ้าลูกชายท่านประธานยังแวะเวียนมาทุกวันแบบนี้แล้วเขาจะมีสมาธิทำงานได้ยังไงกัน

            “ขับรถมาเหนื่อยมั้ย”

            “ไม่เหนื่อยเลย กินนี่นะฮยอง” เขามองมือเล็กที่คีบกับข้าวลงในจาน เพราะยุนกิอยู่ในช่วงระหว่างรอรับปริญญาแล้วถึงได้ว่างส่วนจีมินยังต้องไปมหาลัยอยู่ เวลาของพวกเขาก็เลยไม่ค่อยตรงกัน

            “ฮยองงานหนักมั้ย”

            “ก็ใช้ได้” เขาไม่ได้บอกว่าที่จริงมันเป็นงานที่หนักมากและต้องใช้เวลาศึกษาอยู่พอสมควร

            “ใต้ตาดำไปหมดแล้ว”

            “ถ้าใต้ตาดำแล้วเธอจะทิ้งฉันมั้ยละ?”

            “ไม่มีทาง”

            จีมินไม่ใช่คนกินเยอะอย่างที่บอก แต่เขาเอนจอยกับการมองยุนกิกินข้าวเข้าไปทีละคำมากๆ ช่วงนี้อีกฝ่ายต้องใช้พลังงานเยอะเขาถึงเตรียมอาหารบำรุงร่างกายมาแบบไม่อั้น

            “สู้ๆนะฮยอง ห้ามยอมแพ้คุณพ่อละ”

            อัลฟ่าเลิกคิ้ว “ถ้ายอมแพ้แล้วเธอจะทำยังไง?”

            “ก็หมายถึงว่าห้ามยอมแพ้เด็ดขาด”

            “นี่ยังไม่ทันเมทกันเลยนะเนี่ย เสียงแข็งซะด้วย”

            “อย่าแซว!

            “โอเมก้าอารมณ์ร้อน”

            “ไม่ได้ร้อน!” จะให้จีมินทำยังไงละ? ก็พ่อเขาเล่นเป็นแบบนี้ แต่ละวันก็ได้แต่เห็นหน้าที่โทรมลงของอัลฟ่า เวลาก็แทบไม่มี พออีกฝ่ายเลิกงานดึกๆเขาก็ไม่อยากกวนเวลาพักผ่อน ถ้ายุนกิยอมแพ้แล้วทิ้งเขาไปจะทำยังไงได้

            “มานี่มา” พอเห็นจีมินตั้งท่าจะงอนยุนกิก็รีบดึงคนที่นั่งข้างๆมาใกล้ ก้มลงสูดกลิ่นส้มและมะลิเฉพาะตัวของจีมินก็เหมือนกับว่าอารมณ์ร้อนของจีมินจะหายไปหมด

            และจีมินคิดว่ามันน่ารักที่ยุนกิทำแบบนี้ อัลฟ่าทำมันเพราะต้องการจะให้อัลฟ่าคนอื่นรู้ถึงร่องรอยของอัลฟ่าบนตัวโอเมก้า เพื่อให้คนอื่นรู้ว่าโอเมก้ามีเจ้าของแล้ว

            เขายกมือขึ้นกอดตอบ ปล่อยให้อัลฟ่าทำตามใจอย่างที่ต้องการ

            “ฮยองสู้ๆ”

            “รู้แล้ว พอเสร็จก็กลับบ้านไปได้ วันนี้ไม่ต้องรอรู้มั้ย”

            เพราะวันนี้ดูท่าทางแล้วเขาคงจะอีกนานที่จะทำงานเสร็จ คุณพ่อจีมินเห็นยิ้มๆกับลูกตัวเองแต่กับคนอื่นกลับไม่ยั้งมือไว้ไมตรีกันเลยสักนิด

            “ก็ได้ แต่ฮยองกลับบ้านแล้วโทรหาได้มั้ย แป๊บเดียว”

            “ถ้าจีมินนอนไปแล้ว?”

            “แค่สิบนาทีก็ได้ อยากได้ยินเสียง”

            แล้วยุนกิเป็นใครที่จะปฏิเสธจีมินกัน?

 

            ช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเหมือนจะผ่านไปช้ามากแต่ในที่สุดมันก็ผ่านไป จีมินไม่รู้ว่ายุนกิทำยังไงถึงสามารถทำให้พ่อของเขาพึงพอใจได้จนถึงขั้นเอ่ยปากให้สองครอบครัวมาเจอกัน จีมินรอคอยวันนี้แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้มันมาถึง

            “ฮยอง! แล้วแม่ฮยองชอบโอเมก้าแบบไหนยังไม่บอกเลย”

            ก็ทั่วไปนะ

            “ไม่ทั่วไปสิ! เอาเป็นว่าต้องใส่เสื้อสีไหนดีกว่า”

            จีมิน แม่ฉันไม่ใช่คนเรื่องมากแต่จีมินก็ยังกังวลใจอยู่ดี พ่อของเขาเลือกห้องอาหารชั้นเลิศของโรงแรมหกดาวเป็นสถานที่นัดพบระหว่างสองครอบครัว ทั้งที่พรุ่งนี้มีเรียนแต่เขาก็ยังนอนไม่หลับ

            “ฮยองไม่รู้จักคำว่าความประทับใจแรกเหรอไงกัน?”

            ถ้าฉันชอบใครแม่ฉันก็ชอบด้วย

            “ฮยอง นี่มันไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด”

            ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ เธอจะเครียดไปทำไมกันละ

            “ฮยองไม่ตื่นเต้นเลยรึไง?”

            ก็นิดนึงยุนกิพูดคำว่านิดนึงด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยจนจีมินเริ่มจะหงุดหงิดแล้วจริงๆ ตอนนี้เขาได้แต่เดินวนไปเวียนมา สมองซีกหนึ่งคิดว่าควรจะแต่งตัวยังไงหรือว่าพูดจากแบบไหนให้พ่อแม่ของยุนกิที่เขาไม่เคยเจอชอบตัวเอง อีกซีกหนึ่งก็คิดไปด้วยว่าทำยังไงพ่อเขาถึงจะโอเคกับครอบครัวอีกฝ่าย

            “ฮยองงงงงง”

            ทำไมละ เธอไม่ได้จะแต่งงานกับแม่ฉันซะหน่อย ไม่เห็นต้องกังวลอะไรเลย

            “ฮยองไม่เข้าใจ” แม่สามีเป็นเรื่องที่เซ้นซิทีฟจะตายไป

            ไม่ต้องคิดมาก พ่อแม่ฉันใจดีมาก ใส่เสื้อสีเหลืองตัวนั้นที่เธอใส่บ่อยๆก็ได้

            “โอเค โอเค” จีมินรีบพุ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าทันที ภาวนาในใจว่ามันต้องอยู่ในนั้น ไม่ใช่ว่ากำลังส่งซักอยู่

            ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เธอมีเรียนตั้งสองคาบ

            “อื้อ ฮยองจะมารับใช่มั้ย?”

            ใช่ เลิกบ่ายโมง?

            “หน้าคณะนะฮยอง เดี๋ยวเดินไปไม่ทันรถเมล์”

            อืม…….’

            “ฮยองไปนอนเถอะ พรุ่งนี้เจอกัน เดี๋ยวตื่นแล้วทักแชทไป”

            ราตรีสวัสดิ์ จีมิน

            ‘กู๊ดไนท์

            จีมินไม่ได้นอนหลับอย่างสบายเลยด้วยซ้ำ เขาเอาแต่ฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงวันพรุ่งนี้

 

  




          และบางทีเขาอาจจะยังไม่ตื่นจากฝันด้วยซ้ำ


            จีมินเดินลงมาที่ด้านหน้าอย่างมึนๆ เห็นว่าคนกำลังรุมล้อมอะไรบางอย่างอยู่ถึงจะรีบแต่ก็ยังเกิดสงสัยขึ้นมา พอคนแถวนั้นเห็นเขาก็ได้แต่แหวกทางให้เหมือนว่าเขาเป็นตัวเชื้อโรคอะไรแบบนั้น

            และเมื่อจีมินเห็นว่าอะไรที่ถูกคนมุง เขาก็ได้แต่ขยี้ตาอีกรอบ และอีกรอบ

            อัลฟ่าของเขา เพียงแต่วันนี้เจ้าตัวอยู่ในชุดสูทเนี๊ยบกริบ แต่จีมินไม่ได้สนใจกับลุคออลแบล็กของอีกฝ่ายเพราะที่มากกว่าคือที่เจ้าตัวกำลังยืนพิงนั้นมันคือรถ ไม่ใช่รถของเขาแต่เป็นรถของใครก็ไม่รู้

            มาเซราติสีเหลืองเฉดเดียวกับรถของจีมินไม่มีผิดเพี้ยน

            “เลิกขยี้ตาได้แล้วเดี๋ยวก็แสบ” ยุนกิเดินเข้ามาก่อนจะคว้าเอากระเป๋าของเขาไปทั้งหมด จีมินไม่รู้ตัวด้วยซ้ำตอนที่อีกฝ่ายเปิดประตู พาเขาเข้าไปอยู่ข้างในตัวรถแล้วก็ปิดประตู รู้ตัวอีกทีคือตอนที่อัลฟ่าเลี้ยวรถออกจากมหาลัย

            “ฮยอง”

            “หือ?”

            “ฮยองไปยืมรถใครมา”

            ยุนกิหัวเราะ “นี่รถฉัน”

            “ฮยอง นี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะ” จีมินรู้ว่าพ่อเขาไม่ได้ใช้งานยุนกิเปล่าๆ แต่ก็ไม่ได้คิดว่ารายได้ที่อีกฝ่ายได้รับจะมากพอที่จะสามารถซื้อรถแบบนี้ได้

            “ก็พูดเรื่องจริง”

            จีมินอึ้ง ก่อนจะไล่สายตาไปที่ทั้งตัวของอัลฟ่า เห็นนาฬิกาโรเล็กส์ที่ข้อมือของอีกฝ่ายก็อ้าปากค้าง

            “ฮยองนี่มันอะไรกัน”

            “เอ้า ไม่ชอบอัลฟ่าที่แต่งตัวดีๆรึไง”

            “ไม่ คือไม่ นี่มันแบบ

            คือมันมากเกินไป อะไรคือทั้งรถ ทั้งนาฬิกา เกิดอะไรขึ้นกับอัลฟ่าของเขา หรือนี่คือพวกเรากำลังอยู่ในอีกจักรวาลหนึ่ง? หรือจีมินกำลังฝันอยู่

            “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดี๋ยวไปถึงก็รู้เอง”

 

    



        ห้องอาหารเกาหลีชั้นสูงถูกปิดเงียบไม่มีวี่แววลูกค้าคนอื่น ตอนที่พนักงานพาพวกเขาทั้งคู่ไปที่ห้องส่วนตัวจีมินก็คิดว่าควรจะได้ยินเสียงพ่อของเขาพูดเสียงดังออกมาแน่ๆ แต่กลายเป็นว่าพอไปถึงพ่อของเขากลับเงียบขรึมกว่าที่คิด

            “ห้องนี้ค่ะทั้งสองท่าน”

            ตอนที่จีมินเดินเข้าไป แน่นอนว่าสายตาแรกที่เขากวาดไปมองคือคนแปลกหน้าทั้งสามในห้อง ทั้งคู่หันมามองเขาด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน มีคู่ชายหญิงวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะเป็นพ่อกับแม่ของยุนกิฮยองและเด็กวัยรุ่นที่อายุพอๆกันกับเขา จำได้ว่ายุนกิฮยองเคยพูดว่ามีน้องชายไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวอยู่คนหนึ่ง ก็คงจะเป็นคนตรงหน้า

            “จีมิน มานี่สิ” พ่อของเขารีบลุกขึ้นทันที

            “สวัสดีครับ คุณลุง คุณป้า”เขาโค้งตัวลงอย่างนอบน้อม เกร็งขึ้นมาทันที

            “สวัสดีจ๊ะ ยุนกิพูดถึงจีมินบ่อยมากเลย ตัวจริงน่ารักกว่าที่คิดอีกนะ”

            “นี่คือคุณคิม ฮยอนซูกับคิม มยองจี จีมินก็เคยเจอเขาที่งานเลี้ยงจำได้มั้ย” จีมินจำไมได้หรอกเพราะเขาเจอคนที่งานเลี้ยงเยอะมาก

            “งานเลี้ยง?”

 

            “พ่อหมายถึงคุณลุงคุณป้าจากบริษัทคิมกรุ๊ปไง”

            “คิมกรุ๊ป?”

            จีมินรู้สึกหน้ามืดตาลาย แต่สัมผัสที่ข้างเอวทำให้เขาได้สติ เดินไปนั่งลงตรงที่ว่างที่เหลืออย่างเบลอๆ

 

            จีมินเคยคิดว่าพล็อตเกี่ยวกับโอเมก้าพันล้านกับอัลฟ่าตกยากเป็นอะไรที่เหมือนในนิยายน้ำเน่าแล้ว แต่กลับมีเรื่องที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นอีกในโลกใบนี้

            “มันเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาในตระกูลคิมที่ประธานคนต่อไปจะต้องออกไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้านก่อนจะรับสืบทอดตำแหน่ง พวกเราไม่อยากให้ประธานบริษัทเป็นประเภทติดความสบายจนฝังหัวหรือมัวแต่ยึดติดกับชีวิตหรูหราเลยทำแบบนั้น การที่เขาได้ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองทำให้เขาเรียนรู้เร็วกว่าคนอื่น หวังว่าคุณปาร์คจะไม่ถือสานะคะ”

            คุณแม่ของยุนกิพูดขึ้นยิ้มๆ

            “ปกติจะให้เงินติดตัวไปก้อนนึง แต่ยุนกิเป็นพวกดันทุนรังอยากออกไปยืนด้วยลำแข้งตัวเองพวกผมก็จนใจ เขาไม่ได้ติดต่อที่บ้านบ่อยนักแต่อยู่ดีๆก็พูดว่าเจอคนที่อยากเมทด้วยแล้ว พวกเราก็ตกใจกันใหญ่”

            จีมินก้มหน้างุด หันไปมองสีหน้าที่คล้ายกับจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มของยุนกิก็ได้แค่คิดในใจ

            เจอพล็อตทวิสท์เข้าให้จนได้!

            “พวกเราเห็นน้องจีมินวันนั้นก็รู้สึกว่าน่ารักมาก แต่เจ้าตัวเขาไม่ยอมให้บอก ไม่งั้นก็ได้รู้จักกันตั้งแต่วันนั้นแล้ว”

            ใครจะไปคิดว่านักศึกษาทุนที่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปช่วงสิ้นเดือนจะกลายเป็นทายาทธุรกิจล้านล้านได้กันละ?

            “ตอนยุนกิบอกว่าผ่านด่านพ่อตาแล้วพวกเราแทบจะเปิดแชมเปญฉลอง หวังว่ายุนกิคงไม่ได้ทำให้คุณปาร์คผิดหวังหรอกนะครับ” คุณพ่อของยุนกิหัวเราะ และมันทำให้พ่อของจีมินเกือบจะยิ้มแห้งออกมา

            จีมินรู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นที่วางลงที่หน้าตักของตัวเองก็หันไปมอง ย่นหน้าใส่

            หลอกกันได้

            “ที่จริงพวกผมก็เอะใจตั้งแต่วันนั้นแล้วเพราะงานเลี้ยงของคิมกรุ๊ปไม่ใช่ว่าจะจัดกันง่ายๆ ยิ่งเห็นความสามารถเขาก็ยิ่งคิด แต่เพราะเขา เอ่อค่อนข้างจะติดดินมาก เลยไม่คิดว่าจะเป็นคิมกรุ๊ปแค่นั้นเองครับ” ก็คิดอยู่แล้วว่ามังกรคงไม่ออกลูกเป็นสุนัข แต่ก็อย่างที่ว่า

            “ยุนกิเขาเหมือนพ่อเขาค่ะ เป็นพวกติดดินแล้วก็ขี้เหนียว บางทีก็ปวดหัวเหมือนกัน” คุณแม่ของยุนกิหัวเราะ

            “จะว่าผมขี้เหนียวได้ยังไง ขนาดผมจะซื้อแหวนใหม่ให้คุณยังไม่เอาเลย” คุณพ่อของยุนกิโวยวาย

            “ตอนนี้ฉันเอาแล้ว! เพราะวันนั้นอยู่ดีๆลูกก็โผล่มา ร้องจะเอาแหวนฉันไม่หยุด”

            แล้วคุณแม่ของยุนกิก็หันมามองที่จีมิน

            “ที่จริงพวกเราเองไม่ได้เป็นครอบครัวที่รวยอะไรมาแต่แรก คุณพ่อของยุนกิทำงานเก็บเงินอยู่พักใหญ่ กว่าจะได้แหวนนี่มาให้ฉันก็นานมาก หวังว่าเธอคงจะไม่รังเกียจอะไรที่มันไม่ใช่ของราคาแพงนะ”

            จีมินรีบส่ายหัว “ไม่มีทางหรอกครับ แหวนวงนี้ เป็นสิ่งที่มีค่ากับผมมากๆ”

            ยิ่งรู้ถึงที่มาของมันจีมินก็ยิ่งกลัว เพราะยุนกิฮยองไม่ใช่คนพูดเยอะ ไม่เคยเล่าอะไรแต่พอมารู้เรื่องราวจริงๆยิ่งทำให้เขาคิดถึงความสำคัญของมันกว่าเดิม

            มือข้างซ้ายของจีมินเอื้อมไปวางทับกับมือของอัลฟ่าที่วางอยู่ที่หน้าตักตัวเอง

            “ตอนนั้นพวกเราตกใจกันแทบแย่ อยู่ดีๆฮยองก็กลับมาที่บ้านตอนดึกๆ แล้วก็บอกว่าจะไปงานเลี้ยง เขาเคยไปงานแบบนั้นที่ไหนกัน แถมยังไปเคาะประตูห้องพ่อกับแม่แล้วบอกว่าจะเอาแหวนแต่งงาน” เป็นน้องชายของยุนกิที่แนะนำตัวเองว่าชื่อแทฮยองในภายหลังพูดขึ้นมา

            “ปกติเขาเป็นคนใจเย็น แต่พอกับเรื่องของจีมินเลยใจร้อนขึ้นมาเลย”

            “แม่ฝากยุนกิด้วยนะลูก”

            “เป็นทางนี้ต่างหากละค่ะที่ต้องฝากจีมินกับยุนกิ”

            ต่างฝ่ายต่างฝากกันไปมา แต่พูดตรงๆว่าจีมินงงไปหมด จนถึงตอนนี้ก็เหมือนกับว่าจะยังไม่หายงงเลยด้วยซ้ำ

            “ผมก็คิดอยู่แล้วละครับว่ายุนกิต้องไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่คิดว่าจะไม่ธรรมดาขนาดนี้” นั่นเป็นประโยคแรกที่ออกจากปากนัมจุนหลังจากที่เขาเงียบไปนาน

 

  


          “งั้นสรุปว่าฮยองก็คือรวยมาก?”

            “ไม่ได้รวย นั่นเงินพ่อแม่ฉันหามาไม่ใช่เงินฉันซะหน่อย” รถสปอร์ตคันหรูจอดที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลปาร์ค จีมินที่ซักอีกฝ่ายเต็มที่ก็ดูเหมือนจะยังไม่พอใจ

            “ก็คือครอบครัวฮยองรวยมาก”

            “ก็จะพูดแบบนั้นก็ได้”

            “หลอกกันนี่”

            “ไม่ได้หลอกแต่มันบอกไม่ได้” เมื่อพูดว่าจะทำอะไรแล้วเขาก็เป็นพวกต้องทำให้สุดทาง จริงๆยุนกิไม่ได้คิดว่าเขาจะต้องเปิดเผยความจริงเร็วขนาดนี้ แต่ใครใช้ให้วันนั้นเขาทิ้งรอยของตัวเองไว้เต็มตัวจีมินกันละ แต่เขาไม่ได้เสียใจภายหลัง

            เหลือบมองดูแหวนที่นิ้วมือเล็กๆนั่นก็อดใจไม่ได้ต้องเอื้อมมือไปแตะ นิ้วมือคลึงแหวนที่นิ้วของจีมินไปมา ตอนแรกที่ตัดสินใจไปงานเลี้ยงก็เพราะในใจกลัวเหมือนกันว่าหากจีมินเกิดไปเจออัลฟ่าที่ดีกว่าจริงๆจะทำยังไง สมองซีกที่ใช้เหตุผลของเขาบอกว่างั้นก็ดี จะได้รู้ว่าจีมินสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากโอเมก้าคนอื่น ส่วนสมองซีกตามอารมณ์กลับบอกเขาว่าให้ไปแย่งชิงโอเมก้ากลับมาเป็นของตัวเอง

            “บอกแล้วใช่มั้ยว่าพ่อแม่ฉันใจดีมาก”

            “นั่นมันไม่เกี่ยวกัน”

            “พ่อกับแม่ฉันชอบเธอมากเลยนะ” อาจเพราะทั้งคู่ประทับใจที่จีมินไม่ได้สนใจถึงสถานะการเงินของเขาด้วยซ้ำตอนที่เรารู้จักกัน มันเป็นเหมือนการพิสูจน์ตัวอย่างหนึ่งเพียงแต่จีมินไม่ต้องทำอะไรเลยก็สามารถเอาชนะได้ต่างกับเขาที่โดนพ่อของจีมินให้ทำงานสารพัดกว่าจะผ่านด่าน

            “จริงรึเปล่า”

            “อื้อ พวกเขาชอบโอเมก้าที่มีการศึกษามากกว่าพวกแต่งตัวสวยไปวันๆอยู่แล้ว”

            นโยบายของคิมกรุ๊ปคือไม่มีการแบ่งแยกระหว่างเพศในการรับคนเข้าทำงาน หากมีความสามารถจริงก็ไม่มีความจำเป็นต้องกลัวอะไร

            “ฮยองอ่ะ ยังไม่หายตกใจเลยนะ”

            “เรื่องอะไร? ที่ฉันกลายเป็นคนรวย? หรือเธอไม่ชอบที่ฉันเป็นทายาทคิมกรุ๊ป?”

            “นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ก็แค่ไม่คิดว่าคนอย่างฮยองจะมาชอบคนอย่างผม” นั่นคิมกรุ๊ปเลยนะ มังกรในหมู่มังกรเข้าใจมั้ย

            และคำพูดของจีมินทำให้เขารู้สึกตลก

            “แล้วอะไรที่ทำให้เธอมาชอบนักศึกษาทุนตกยากคนนึงละ?” ทั้งที่เขาพยายามผลักไสครั้งแล้วครั้งเล่าแต่อีกฝ่ายก็ยังเดินเข้ามา ไม่สนใจว่าเขาจะพูดหรือทำอะไรและรู้ตัวอีกทีจีมินก็สวมแหวนของเขาที่นิ้วนางข้างซ้ายแล้ว

            “มันไม่เหมือนกัน ก็นั่นมันยุนกิฮยองนี่”

            “ไม่เหมือนตรงไหน นี่ก็ปาร์ค จีมินไง” เอื้อมไปบิดแก้มโอเมก้าเบาๆให้จีมินร้องโอดโอย และมันไม่ใช่เขาที่เลือกจีมินแต่เป็นจีมินต่างหากที่เลือกเขา

            “ไม่ต้องห่วงหรอก ที่บ้านฉันไม่ใช่พวกเหยียดโอเมก้า ถ้าเธออยากจะทำอะไรในอนาคตก็ทำไป เบื่อก็ค่อยนอนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ต้องฝืนตัวเองเข้าใจมั้ย” ยุนกิรู้ว่าจีมินไม่ได้คิดไปถึงเรื่องนั้น แต่ด้วยสัญชาตญาณอัลฟ่าทำให้เขาอยากทำทุกอย่างให้โอเมก้าของตัวเองมีความสุขที่สุด ตราบใดที่ไม่ต้องเห็นจีมินตรากตรำ ทำเอาสนุกๆก็พอ

            “ก็ฮยองเป็นแบบนี้อ่ะ” พอกำลังจริงจังอยู่ก็ชอบพูดอะไรที่เหมือนว่าจะไม่ใส่ใจแต่ก็ใส่ใจ แล้วจะไม่ชอบได้ยังไงกัน

            “ชอบฉันที่ตรงไหนกัน?” จนถึงตอนนี้แล้ว เขาก็ยังอยากจะฟังจากปากจีมินอีก

            “ตอนแรกสุดชอบที่ฮยองทำดีกับโอเมก้า” มันหาได้ยากและยากขึ้นไปอีกเมื่อพูดถึงอัลฟ่าที่มีฐานะ สำหรับบางคนโอเมก้าก็ไม่ต่างอะไรกับสิ่งของหรือสมบัติหนึ่งชิ้น แต่ยุนกิกลับปฏิบัติต่างกันออกไป ไม่ใช่แค่กับเขาแต่กับโอเมก้าคนอื่นที่พวกเขาเคยเจอด้วยกัน แม้มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มันก็สำคัญสำหรับจีมิน ยุนกิไม่ใช่พวกปั้นแต่ง ไม่เสแสร้งทำดีเหมือนพวกอัลฟ่าที่ทำเป็นพูดดีแต่สุดท้ายก็เหลวไปหมด

            หาได้ที่ไหนกันคนแบบนี้ ไม่ใช่ว่ายุนกิตกถังข้าวสารในตอนแรกแต่เป็นจีมินต่างหากที่เกิดถูกล็อตเตอร์รี่เงินล้านล้านมาโดยไม่รู้ตัว

            หลังจากนั้นที่เป็นเรื่องต่อมา จีมินคิดว่าหากเป็นใครที่ได้รู้จักอีกฝ่ายจริงๆแล้วละก็มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่จะตกหลุมรักคนคนนี้ มันยากมากกว่าหากจะทำใจไม่ให้ชอบมิน ยุนกิ

            และยุนกิไม่ใช่คนพูดมากอะไร แต่คิดอยู่เหมือนกันว่าหากไม่ใช่จีมินเอาตัวเข้ามาอยู่ในจักรวาลของเขาแล้วละก็ เขาเองก็คงจะมองอีกฝ่ายเหมือนพวกลูกคนรวยทั่วไปที่ไม่ทำอะไรนอกจากเสพสุขไปวันๆ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น จีมินมีบางอย่างในตัวที่ทำให้เขารู้ว่าเขาไม่สามารถปล่อยมือจากอีกฝ่ายไปได้ กลิ่นของจีมิน ดวงตา ริมฝีปาก นิ้วมือ ทุกอย่างคือองค์ประกอบและมันจะเป็นของเขาตลอดไปเหมือนอย่างที่เขาเป็นของจีมิน

            เขาออกจากบ้านตั้งแต่อายุสิบห้า ใช้ชีวิตอย่างอดทนและอดกลั้นแม้มันจะไม่ได้ลำบากอะไรนักแต่ก็ทำให้เขารู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้สะดวกสบายสำหรับคนไม่มีเงิน มันทำให้เขาเข้าใจอะไรหลายๆอย่างว่ามันก็มีคนประเภทที่ตัดสินคนด้วยเงินและคนที่ไม่ ซึ่งจีมินเป็นคนอย่างหลัง อาจเพราะเจ้าตัวไม่ได้สนใจเพราะมีเงินอยู่แล้วหรืออะไรก็ช่าง

            “เธอยังอยากแต่งงานในสวนอยู่มั้ย?”

            “ไหนฮยองบอกว่าไม่มีเงินไง”

            “ตอนนี้มีแล้ว”

            “งั้นก็อยาก” จะแต่งแบบไหนก็ได้ ขอแค่คนที่ยืนข้างกันเป็นคนคนนี้ จีมินก็โอเคหมดนั่นละ

            “ดี เตรียมตัวมีงานแต่งงานที่หรูที่สุดในโซลได้เลย” ถึงมันจะเป็นเรื่องที่อยู่ไกลออกไป แต่เขาก็คิดจริงทำจริง สองครอบครัวตัดสินใจให้จีมินเรียนให้จบก่อนถึงจะดำเนินการเรื่องพิธีการต่างๆ แต่ยุนกิชอบคิดอะไรล่วงหน้ายิ่งกับเรื่องอนาคตแล้วเขาคิดให้ความสำคัญเข้าไปอีก แล้วใครใช้ให้อยู่ดีๆชีวิตตะลุยด่านของเขาเกิดมีโอเมก้าอย่างจีมินเข้ามากัน เขาไม่ได้คาดหมายเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ เคยคิดว่าเดี๋ยวจีมินก็คงจะเบื่อไปเองแต่สุดท้ายแล้วกลายเป็นคนที่ไม่ปล่อยอีกฝ่ายไป

            และยุนกิไม่ได้โกหกเรื่องงานแต่งงาน ถึงจีมินจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆแต่เป็นเขาเองที่อยากบันดาลสรวงสวรรค์ในความฝันจีมินให้เป็นจริงและเขารู้ว่าเขาทำได้ เขาไม่เคยโกหก เพราะอัลฟ่าไม่เคยโกหก

         “เป็นของฉัน ปาร์ค จีมิน”

            จีมินไม่ได้ตอบ แต่ยุนกิรู้ พวกเขารู้ดีว่าคำตอบคืออะไร






-----------------------------


Talk; 

ไม่ได้กลับมาเขียนนานมาก
รู้สึกเขินๆอยู่เหมือนกัน
ก่อนหน้านี้มีเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าเขียนไม่ได้แล้ว
แต่ขอบคุณมากๆที่ทุกคนยังรออยู่ เลยเค้นออกมาได้ในที่สุดค่ะ /อีโมร้องไห้
ชอบไม่ชอบยังไงคุยกันได้ที่ > #luvstoryoonmin หรือคอมเม้นไว้ที่ด้านล่างได้เลยค่า
หวังว่าจะชอบกันนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจริงๆค่ะ
ปล. ไม่ได้เข้านานจนลืมไปแล้วว่าอัพนิยายยังไง ฮา
ปล. วันนี้ครบรอบลงฟิค 2 ปีพอดี ใครอ่านตั้งแต่แรกๆบ้างนะ 555














  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 266 ครั้ง

2,922 ความคิดเห็น

  1. #2902 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 01:33
    ว้ากกกกยัยน้องงง
    #2902
    0
  2. #2822 iPrsc_9889 (@iPrsc_9889) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 13:35
    อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ เขียนบรรยายดีมาก จีมินน่ารักสุด ๆ ยุนกิก็อบอุ่นมาก ตัวละครอื่น ๆ ก็มีบทบาทสมเหตุสมผล อ่านไปเขินไป แงงง ชอบ ;-; ขอบคุณมากนะคะ
    #2822
    0
  3. #2819 Whale.Girl.91 (@Prince_B) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 02:12
    พี่คนนั้นเขาหล่อจังเลยค่ะ หล่อมาตั้งแต่คุณพ่อ
    หล่อยันทัศนคติ หล่อยันการกระทำ ยันกระเป๋าตัง แล้วก็โรเล็กซ์บนข้อมือด้วย
    อยากได้แบบนี้ค่ะ ฮรือออออ (แต่ยกให้จีมินก่อน 555)
    #2819
    0
  4. #2788 blackskyyellowknit (@notsoinnocent326) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 16:12
    เป็นฟิคที่ให้ทัศนคติดีมากๆเลยค่ะ เป็นทัศนคติที่ไม่ได้โลกสวย ดูเข้าใจธรรมชาตืของคนมีอันจะกินมาแตั้งแต่เกิด กับความเป็นห่วงอย่างบริสุทธิ์ของพ่อแม่ แล้วเจ้าจีมินก็ทำตัวน่ารักเหลือเกิน อ่านไปเรายังเอ็นดู พี่ยุนกิจะไม่หลงได้ไงถามจริ๊งงงงงง ส่วนยุนกิก็ขยันทำให้เขินเหลือเกินค่ะ มานิ่งๆ แต่ฮุคแรง เป็นของฉัน ปาร์ค จีมิน ฮืออออออออ เป็นคำพูดที่ไม่ดูคุกคาม ดูมีความรู้ มีการศึกษา หรู แพง เพราะคนพูดเค้ามีครบทุกอย่างไงคะ!!!!!
    #2788
    0
  5. #2783 mmsays (@sunshineisty) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 12:52
    น่ารักกกกกก เขินอะ จีมินน่ารักมากเลย
    #2783
    0
  6. #2779 pnnx (@smilefinn12) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 07:34
    พลิกมากกก แต่ชอบจีมินมากๆเลยแง เป็นคาที่น่าเอ็นดูมาก น่ารักมากๆเลยค่ะ ;///; พี่ยุนกินี่ใครว่าไม่โรแมนติกกันคะ คนอ่านเขินไปหมดแล้วเนี่ยยยย!
    #2779
    0
  7. #2776 Tooktik_Tuan (@Tooktik_Tuan) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 06:47
    ชอบบบบบบบ
    #2776
    0
  8. #2772 - Bbbee (@Littel_Gwang) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 01:29

    ฮืออ น้ำตาไหล เขิลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ตัวจะแตกแล้ว
    #2772
    0
  9. วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 18:28
    โหหหห พล็อตทวิสต์!!!! อึ้งเลยค่ะ ไม่คิดว่าครอบครัวยุนกิจะรวยขนาดนั้น ให้ข้อคิดเรื่องเงินและฐานะในสังคมดีมากๆค่ะ ;______;
    #2760
    0
  10. #2747 Marco1997 (@Marco1997) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 13:32
    เขินมากกกกก แบมากๆๆๆชอบควาน้องจีมินอะ สู้ไม่ถอยจริงๆ จะจีบให้ได้555555
    #2747
    1
    • #2747-1 Marco1997 (@Marco1997) (จากตอนที่ 54)
      7 มิถุนายน 2562 / 13:37
      เคยอ่านเรื่องนี้รอบนึงกลับมาอ่านอีก555555 ชอบที่ยุนกิเป็นแบบนี้อะ รวยก็จริงแต่ก็เป็นเงินของพ่อแม่ทั้งนั้น แงงงเขิน น้องจีมินเลือกคนถูกแล้ว
      #2747-1
  11. #2745 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 12:56
    เขิน เขิๆยๆๆๆๆๆๆ ทำไมน่ารักแบบนี้ ยุนกิคือแบบบบบบบ หากสสแดวงกงหวกสกวหากสเบเบกสหากาไืกยยดสเเสดใบกใกมกทกทาา พูดไม่ถูกแต่อบอุ่นมาก เจ้าอัลฟ่าาาา แงงงงงทับใจยุนกิเรื่องนี้มากค่ะ จีมินโชคดีจริงๆถูกลอตเตอรี่หนักมากกกก
    #2745
    0
  12. #2739 lunatic.august (@kanityada2) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 11:37
    แงงงงงงฟฟหกดวดงหสฟว อร่อยมากเลยค่ะ อ่านอันนี้กี่นอบก็อิ่มใจยิ้มแก้มปริตลอดเลย ทั้งจีมินทั้งยุนกิ ทำไมน่ารักแบบนี้นะ น้ำตาจะไหล ฮือ ชอบนิสัยของทั้ฃสองคน แล้ว ตาพี่ก็คือเป็นอะไรอะ ทำไมโรแมนติกแบบนี้ จะเป็นลมแล้วนะทำไมต้องมีมินยุนกิคนนี้คนเดียวด้วย แงงง
    #2739
    0
  13. #2735 raina? (@numbea) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 11:25
    อ่านไปก็บิดไป

    อ๊ากกกก

    เขินคุณมินยุนกิมากอะ โดยเฉพาะวิธีการพูด

    เหมือนไม่สนใจแต่ใส่ใจน้องตลอดเลย

    ยัยน้องก็น่ารักขนาดนี้พี่เขาจะทนใจแข็งได้ยังไงล่ะเนอะ
    #2735
    0
  14. #2734 alicé (@xxibalice) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 11:21
    กรี้ดๆๆๆ นี่นุ้ไปอยู่ไหนมาเพิ่งได้มาอ่าา omegaverse ยุนมินที่ดีเหมือนฝันเเบบนี้ ฮืออออ มันดีมากค่ะ อ่านไปคือเเบบม้วนไป เขินมาก เหมือนชีวิตจริงพี่ยุนกิกับจีมินเลยอ่ะ น่ารักมากๆๆ ค่ะ พี่กุ๊กไม่ทำให้ผิดหวังจิงๆ ค่ะ เลิ้ฟๆ ^3^
    #2734
    0
  15. #2711 ybbbbj (@ybbbbj) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 00:56
    ฮือ ชอบมากเลยค่ะ หวานมาก
    #2711
    0
  16. #2694 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 12:22
    มันแบบดีไปหมดจริงๆค่ะ
    #2694
    0
  17. #2516 Mintarisreal (@Mintarisreal) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:41
    ว่าแร้วววววววว พีคจีงแม่
    #2516
    0
  18. #2450 hugegirl (@hugegirl) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 13:54
    Aโอ้โหหห ชอบมากกกกกกกก ถ้ามีคนแบบจีมินในเรื่อง กับยุนกิ อยู่จริงๆคงดี
    ประทับใจจีมินมาก น้องรัก น้องเอาใจใส่ น้องดูแลพี่ดีมากๆ
    พี่ยุนกิก็คือ มาเหนือทุกพระเอกฟิคว่ะ แบบ กิ่งทองตึกใบหยก ไปเลย
    #2450
    0
  19. #2433 SirimaHongngam (@SirimaHongngam) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 00:50
    พีคคคคมากกจะมีภาคต่อไหมคะ?*-*แง้งงสนุกมากเลยไรต์แต่งดีมากอ่ะ ไรต์สู้ๆนะคะ
    #2433
    0
  20. #2402 โรโรโนอา、 (@earniii) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 04:32
    มันดีมากมากมากมากมากกกกกก
    #2402
    0
  21. #2329 lunatic.august (@kanityada2) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 17:25
    กลับมาอ่านอีกรอบค่ะ ฮือ ฮีลใจดีมากเลย พล็อตเหมือนจะเหมือนนิยายหวานแหววทั่วไปแต่พอเป็นคุณมินนี่ทำเรากรี๊ดไม่หยุด ดีอะไรขนาดนี้อะมิน ยุนกิ ;_; น้องจีมินในเรื่องก็น่ารักมากเลย โอเมก้าอ่อนไหว โรแมนติก นึกภาพสองคนอยู่ด้วยกันแล้วเราก็ เห้อ สบายใจ มีความสุข รู้สึกดีมาก ๆ แง เป็นฟิคที่อ่านแล้วสบายหัวมาก ๆ เลยค่ะ คิดถึงนะคะ ;-;💗💗💗
    #2329
    0
  22. #2238 PYC-18 (@PYC-18) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 01:26
    น่ารักมากๆเลย ฟีลกู้ดสุดๆ ร้ากกกเลย จีมินน่ารักมากก
    #2238
    0
  23. #2227 fonshinon (@fonshinon) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 21:20
    ไม่รู้ว่าไรท์จะเห็นเม้นนี่มั้ย แต่อยากบอกว่าแอบมากดให้กลจทุกวันเลย อยากให้ไรท์อัพอีก เราชอบภาษาชอบวิธีวางเรื่องมากๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ อยากให้แต่งต่อไปเรื่อยๆจริงๆ สู้ๆนะคะ
    #2227
    0
  24. #2196 โพซิตรอน (@kimtahayon) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 14:35
    ตอนที่ยังไม่รู้ความจริงของยุนกินี่ก็ว่าน่ารักแล้ว อัลฟ่าคนนี้น่าฝากชีวิตด้วยจังค่ะ จีมินเลือกคนได้ถูกจริงๆ มันน่ารักมากๆ เลย บุคลิกที่ดูนิ่งไม่คิดอะไรนี่ที่จริงก็แพลนไว้เยอะเหมือนกันนะคะคุณอัลฟ่าา -.,- ชอบความหนักแน่นของจีมินจัง แบบยังไงก็ต้องเป็นยุนกิฮยอง5555555
    ฮือ แอบอยากเห็นงานแต่งงานและชีวิตคู้หลังจากนี้จังเลยค่ะ มันต้องเหมือนสวรรค์อย่างที่จีมินต้องการแน่ๆ เลย

    คำว่าเป็นของฉัน ปาร์คจีมิน นี่แบบบ ... ถึงกับต้องยกหมอนขึ้นมาอัดหน้าแล้วกรี๊ด มันๆๆๆทหมหสหวหงหงฟงฟงงผไบลไะวลำฃไฟงกา แงเงงงงงงงงงงงง มิไหวเลี้ยวว รู้สึกเหมือนจิตรัยยย T////T

    ดีใจที่ไรท์กลับมานะคะ รักผลงานไรท์เสมออออ เดอะเบสจริงๆ แง
    #2196
    0
  25. วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 03:15
    เป็นโอเมก้าเวิร์สที่ดีมากๆอีกเรื่องเลย ดีมากๆๆๆๆๆๆๆ T__T รวมเล่มมั้ยคะ มีแค่5หน้าก็จะซื้อ โฮ
    #2191
    0