(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 53 : 32 : SUGA's honey 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,093
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    14 ก.ค. 60

 
  CR.SQW


Title: SUGA's honey 1

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin ) 

Genre: Alternative Universe, Fem!Jimin, Rich!Yoongi

Rate: ?

Word: 

Note: Lucky for you that's what I like ;) 
OST : That's what I like - Bruno Mars





อากาศปลายเดือนมิถุนายนของมหานครนิวยอร์กดีกว่าลมร้อนของกรุงโซลอยู่ค่อนข้างมากเมื่อมันสัมผัสกับผิวเนื้อเจ้าของรองเท้าส้นสูงพื้นสีแดงของคริสติยอง ลูบูตองและชุดเสื้อเชิ้ตราฟท์ลอร์เรนสีฟ้าอ่อน ก้าวผ่านจากประตูเครื่องบินสู่ประตูทางออก ทุกย่างก้าวด้วยความมั่นใจทำให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องเหลียวมองจนลืมโบกป้ายที่เขียนผู้โดยการเปลี่ยนเครื่องไปมิชิแกนหรือว่าเท็กซัส เธอไม่เคยมาอเมริกามาก่อน นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลย คิดแล้วก็ตื่นเต้นจนอดไม่ได้ที่จะเสยเส้นผมยาวสีน้ำตาลเข้มดัดเป็นลอนของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้


ยินดีต้อนรับสู่นิวยอร์ก

            

             ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไปจนถึงที่รับกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่ซึ่งถูกวางอยู่บนรถเข็นของสนามบินอยู่แล้วซึ่งเป็นบริการสำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ เข็นรถไปจนถึงทางออกก็ได้แต่คิดว่าควรจะมองหาป้ายชื่อของตัวเองแต่ไม่ทันจะทำอย่างอื่นก็ถูกเรียกชื่อเสียก่อน


            “จีมิน! ทางนี้!” จีมินหันไปตามเสียงเรียกชื่อก่อนจะเจอเจ้าของร่างสูงโปร่งในเสื้อโค้ทสีครีม “พี่เยจิน” เธอยิ้ม ก่อนจะเข็นรถไปทางเจ้าของเสียง


            “เหนื่อยมั้ย นั่งเครื่องมาตั้งนาน” เธอส่ายหัว สิบสี่ชั่วโมงในการนั่งเครื่องบินมันไม่เหนื่อยหรอก อาจจะแค่เมื่อยบ้างเพราะไม่ได้ขยับตัวมากแค่นั้นเอง


            “ไม่เห็นต้องมารับด้วยตัวเองเลยนี่คะ ยุ่งอยู่แท้ๆ” เจ้าหล่อนเป็นสาเหตุในการมาเยือนในครั้งนี้ พอคิดว่าเยจินมีเรื่องต้องทำมากมายแต่ก็ยังอุตส่าห์ขับรถมารับเธอด้วยตัวเองทั้งที่จีมินบอกแล้วว่าไม่เป็นไรแท้ๆ สองคนเดินเคียงข้างกันออกมาจนถึงบริเวณหน้าประตูสำหรับให้รถจอดรับผู้โดยสาร


            “จีมินมาทั้งที เดี๋ยวพี่โทรบอกให้ยุนกิวนรถมาก่อน”


            รอเพียงไม่นานรถเอสยูวีสีดำสนิทก็วนเข้ามาจอดที่ตรงหน้า ก่อนคนขับจะเปิดไฟกะพริบเพื่อเป็นสัญญาณจอดชั่วคราว จีมินยังไม่ทันพูดอะไรกับคนที่เปิดประตูรถลงมาช่วยเขาขนกระเป๋าไปไว้ที่ท้ายรถ รู้ตัวอีกทีทั้งหมดก็นั่งอยู่ตรงที่ด้านหลังแล้ว


“ยุนกิ อันยอง”


“เวลคัมทูนิวยอร์ก จีมิน”สำเนียงอย่างเจ้าของภาษาทำให้จีมินหัวเราะ พอคิดว่าตั้งแต่เมื่อก่อนพวกเราทั้งหมดต่างก็สอบตกวิชาภาษาอังกฤษด้วยกันแท้ๆ สองพี่น้องตระกูลมินมาอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึงสิบปีกลับทำตัวกลมกลืนได้อย่างดี เป็นจีมินเสียอีกที่ยังงงๆอยู่บ้างเวลาที่ต้องใช้มันกับใครก็ตามที่เขาพบเจอ


ไม่มีใครคิดว่าพี่สาวจากแดกูในวันนั้นจะมีโอกาสได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวชาวอเมริกันทีอาศัยอยู่ในนิวยอร์ก จากวันที่เยจินหน้าบึ้งคิ้วขมวดเพราะถูกที่บ้านบังคับให้ไปเรียนต่อที่อเมริกา กลายเป็นว่าเจ้าตัวที่เคยโหยหาการกลับเกาหลียิ่งกว่าข้าวสามมื้อจะได้สามีเป็นนักธุรกิจหนุ่มตาน้ำข้าวเสียได้


ใช่ และงานแต่งงานของพวกเขาก็กำลังจะมาถึงในวันเสาร์นี้แล้ว ซึ่งนั่นมันก็อีกแค่สองวัน


            “เจ้าบ่าวของพี่ไม่ว่าเหรอที่มารับฉัน”


            “เคลวินไม่ใช่คนแบบนั่นน่า อีกอย่างนะ เขารู้จักเธอด้วย”


            “รู้จักฉัน?” จีมินไม่เคยคุยกับเคลวินมาก่อน หนึ่งก็คือเรื่องภาษาแน่ละ อีกอย่างก็เพราะทุกครั้งที่คอลคุยกันมักจะเป็นตอนที่เจ้าบ่าวยุ่งอยู่กับการทำงาน ดังนั้นแม้จะช้าไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ก่อนวันงานพอดี


            เยจินเหล่ไปทางที่นั่งคนขับ ได้ยินเสียงยุนกิกระแอมไอก็หัวเราะ “ก็ฉันเล่าให้ฟังบ่อยน่ะซี่”


            “เรื่องของฉันมีอะไรน่าเล่ากัน”


            “เยอะแยะ ตั้งแต่ที่เธอร้องไห้เพราะฉันกับยุนกิต้องมาอยู่นี่ ตอนที่เธอโมโหอาละวาดเพราะยุนกิลืมวันเกิด ไหนจะเรื่อง” แก้มของจีมินขึ้นสีเพราะเรื่องที่สาวเจ้าพูดมาแต่ละเรื่องมีแต่เรื่องน่าอายของเธอทั้งนั้น


            “แล้วเขาจะมองฉันยังไงกันละเนี่ย พี่อ๊ะ”


            พอได้เจอเพื่อนสมัยเด็กจีมินก็รู้สึกว่าวันนี้เธอพูดมากกว่าปกติจริงๆด้วย อันที่จริงพวกเขาไม่ได้เชิงขาดการติดต่อกันเสียทีเดียวเมื่อเทคโนโลยีต่างก็พัฒนากันไปมาก อีกทั้งคู่ก็บินกลับมาเยี่ยมบิดามารดาออกจะบ่อยเป็นประจำ แต่คุณและคุณนายมินมาถึงที่นี่ก่อนเขาได้เดือนเศษแล้ว กลายเป็นจีมินเองที่ติดธุระนู่นนี่จนกลายเป็นแขกที่มาถึงล่าช้าที่สุด


            เพราะทั้งอาชีพนางแบบและธุรกิจเครื่องเพชรของครอบครัวทำให้จีมินค่อนข้างจะงานรัดตัว กว่าจะรีบอัดตารางงานทุกอย่างเข้ามารู้ตัวอีกทีก็แทบจะไม่มีเวลาเก็บกระเป๋า


            “พี่มีอะไรให้ฉันช่วยอีกมั้ย” จีมินมาทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวของเยจิน นอกจากเพื่อนๆของเยจินแล้วก็มีจีมินนั่นละที่เจ้าสาวย้ำเด็ดขาดว่าไม่อนุญาตให้เธอพลาดงานแต่งครั้งนี้แม้ว่าเดือนถัดไปทั้งคู่จะบินไปจัดพิธีที่เกาหลีอีกครั้งก็ตาม


            “มี เธอแค่ไปเที่ยวให้สนุกก็พอ” เยจินเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ที่ทุกอย่างราบรื่นแทบจะไร้อุปสรรคก็เพราะอำนาจเม็ดเงินของทั้งคู่นั่นเอง


            “พี่เยจิน ฉันจะมาอยู่เฉยๆไม่ได้หรอกนะ!


            “ก็ไม่ได้ให้อยู่เฉยๆ ยุนกิบอกแล้วว่าจะพาเธอเที่ยว”


            “หืม โอปป้านะเหรอจะพาฉันเที่ยว” มิน ยุนกิคนนี้งานรัดตัวไม่แพ้เจ้าบ่าวของพี่เยจินสักนิด เขาเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายของเฟิร์มชื่อดัง ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน


            “ให้ทายว่าใครทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อจะเป็นสารถีให้เธอตลอดสิบวันนี้”


            “พี่ทำอย่างนั้นจริงๆเหรอ?” จีมินหันไปมองคนที่ไม่ได้มองตาเธอแต่มองทางข้างหน้าแทน ยุนกิแกล้งทำเป็นไออีกครั้ง คิดในใจว่ากลับไปถึงบ้านจะต้องจัดการพี่สาวตัวเองขั้นเด็ดขาด


            “ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วใครจะพาเธอเที่ยวละ เยจินก็ต้องไปฮันนีมูนนี่”


            จีมินเบิกตากว้าง พยายามจะกลั้นยิ้มแต่ก็กลั้นไม่อยู่ “จริงอ่ะ”


            “เออ” เสียงต่ำตอบกลับมาห้วนๆเหมือนไม่สบอารมณ์


            “รักพี่ที่สุดเลย”


            “don’t you dare xing faint min yoongishut up!


            จีมินได้ยินสองพี่น้องพูดภาษาอังกฤษใส่กันเร็วๆจนเธอฟังไม่ออก ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งทั้งรถคันใหญ่เลี้ยวเข้าไปจอดในอพาร์ทเมนท์หรูหราในย่านแมนแฮตตัน บ้านของเยจินและยุนกิเป็นอพาร์ทเมนท์สี่ชั้น พอยุนกิจอดรถเยจินก็รีบควงแขนจีมินเดินเข้าไปในตัวห้องทันที


            “ปล่อยให้หน้าที่ขนของเป็นของสุภาพบุรุษเถอะ”


            “มิน เยจิน! จีมินหัวเราะคิก ที่ถือติดตัวมาก็มีแค่กระเป๋าบาลองเชียก้าของตัวเองเท่านั้น

 


            ถ้าถามว่าพวกเรารู้จักกันได้ยังไง ต้องย้อนกลับไปสมัยที่จีมินต้องย้ายที่อยู่จากปูซานมาที่แดกูเพราะพ่อกับแม่ต้องไปทำงานอยู่ที่ต่างประเทศถึงหนึ่งปีเต็มๆ เพราะจีมินเพิ่งจะอายุสิบสี่ที่บ้านถึงไม่วางใจจะให้จีมินต้องไปปรับตัวกับชีวิตที่ต่างแดน บ้านของคุณย่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนั้น


            เพราะสำเนียงแบบคนปูซานทำให้เด็กหญิงมักจะถูกล้ออยู่เสมอแต่ไม่ค่อยมีเพื่อนคบเพราะพวกเด็กเก่าก็มักจะคบกันเองอยู่แล้ว จีมินต้องกินข้าวคนเดียว ตามบทเรียนที่ขาดหายไปในช่วงต้นเทอมคนเดียวแต่นั่นไม่ได้ลำบากมากนักสำหรับคนหัวดีอย่างจีมินเพราะโรงเรียนเก่าของเธอค่อนข้างจะเคร่งเครียดกับการเรียนมากกว่าโรงเรียนนี้


            นั่นรุ่นพี่มิน ยุนกินี่นา เขามาทำอะไรน่ะหนึ่งสัปดาห์จากที่จีมินเพิ่งจะเข้าเรียน มิน ยุนกิคนนั้นถึงได้เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามา เขาเดินดุ่มๆอย่างไม่สนใจใคร แค่เดินไปจ้องเด็กเจ้าของที่นั่งหลังสุดติดริมหน้าต่างเจ้าของที่ก็ต้องย้ายที่ไปนั่งตรงอื่น ฟังเสียงกระซิบกระซาบต่ออีกหน่อยก็พอจะจับใจความได้ว่ายุนกิโตกว่าจีมินหนึ่งปี แต่เพราะขาดสอบก็เลยต้องซ้ำชั้น


            ซ้ำชั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ในประเทศที่เด็กนักเรียนมัธยมทุกคนให้ความสำคัญกับการศึกษา อีกทั้งชื่อเสียงของยุนกิก็ไม่ได้ดีอยู่แล้วดังนั้นจึงไม่มีใครคบค้าสมาคมกับรุ่นพี่คนนี้ เรียกได้ว่าค่อนไปทางกลัวมากกว่า แต่เหมือนยุนกิเองก็ไม่ได้สนใจเพราะทันทีที่วางกระเป๋ากับเก้าอี้ได้แล้วเจ้าตัวก็ฟุบหัวลงกับโต๊ะ หลับทันทีโดยที่ไม่สนใจเสียงนินทาของคนทั้งห้อง


            คำถามต่อมาคือคนสองคนที่ไม่มีคนคบมาสนิทกันได้ยังไง ก็คือตอนที่คุณครูให้ทำรายงานวิชาประวัติศาสตร์เป็นคู่สองคน คนที่ไม่มีคู่สองคนก็เลยต้องมาคู่กันเอง


            “เธอเลือกเลยว่าอยากจะทำตรงไหน อืมเธอชื่ออะไรนะ” จีมินไม่ได้โกรธที่ยุนกิจำชื่อตัวเองไม่ได้ เพราะอันที่จริงยุนกิก็จำชื่อใครในห้องไม่ได้เลยสักคนแม้กระทั่งหัวหน้าห้อง


            “จีมินค่ะ ปาร์ค จีมิน”


            ยุนกิหรี่ตา “เธอก็ไม่ได้ดูแย่นี่ ทำไมถึงไม่มีเพื่อนละ” คำถามตรงๆนั้นก็ไม่ได้ทำให้จีมินคิดอะไรอีกอยู่ดี


            “ฉันเพิ่งย้ายเข้ามาเทอมนี้ มาจากปูซานค่ะ”


            “อ้อ โอเค จีมิน ฉันชื่อยุนกิ”


            “ต้องเรียกโอปป้ามั้ยคะ?”


            “แล้วแต่เลย” และยุนกิก็ไม่ได้ดูแย่เหมือนกัน ดังนั้นจีมินถึงไม่ได้วางสถานะทั้งรุ่นพี่หรือว่าเพื่อนให้กับยุนกิ วันไหนที่อารมณ์ดีก็จะเรียกเขาว่าโอปป้า หรือถ้าโมโหก็จะเรียกชื่อเขาห้วนๆ ยุนกิไม่ได้แคร์ ยังไงก็ไม่มีใครคบเขาเป็นเพื่อนอยู่แล้ว


            การทำงานคู่กันกับยุนกิห่างไกลจากคำว่ายาก เพราะถึงจะหลับในคาบแต่เจ้าตัวก็มีความรับผิดชอบ ทั้งคู่แบ่งเนื้อหาตามหัวข้อที่ต้องทำตามส่วน โดยจีมินจะเป็นคนทำรูปเล่มส่วนยุนกิจะทำเนื้อหาใส่สไลด์เอาไว้สำหรับรายงานหน้าชั้น ทั้งคู่เป็นคนขยันดังนั้นรายงานถึงเสร็จก่อนเวลาและมีเวลาปรับแก้ พอถึงเวลารายงานก็ได้คะแนนเป็นอันดับต้นๆ


            เราเป็นเพื่อนกันก็เพราะเหตุผลอย่างนั้น หลังจากวันรายงานจีมินก็ย้ายที่นั่งมานั่งข้างยุนกิ แน่นอนว่าคนที่นั่งข้างเขายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนที่กับจีมิน แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังไม่ได้สนิทกันมาก เป็นแค่เพื่อนเรียนร่วมชั้นที่พอถึงเวลากลับบ้านก็ต่างแยกย้ายกันไปตามทาง


            จนกระทั่งวันนั้นที่ยุนกิขาดเรียน และจีมินบังเอิญเดินไปเจอฉากที่ไม่น่าเจอที่แปลงเกษตรหลังโรงยิมระหว่างทางเดินไปประตูใหญ่เพื่อกลับบ้าน


            มันไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยเจอเด็กผู้หญิงคนอื่นถูกกลั่นแกล้ง จีมินไม่ใช่คนประเภทที่อยากจะเป็นฮีโร่ แน่ละเพราะทุกวันนี้เธอก็แทบจะไม่คุยกับใครเลย แต่พอเห็นว่ากลุ่มรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นรุมทึ้งเสื้อผ้าของคนที่โดนแกล้งก็รู้สึกว่ามันเกินไปจริงๆ จีมินไม่รู้จะทำยังไงเพราะถ้าเข้าไปห้ามเธอก็จะซวยไปด้วย โชคดีที่พอเหมือนกลุ่มผู้หญิงพวกนั้นพอใจแล้วก็แยกย้ายกันไป เหลือคนที่กลางวงนั่งคากับพื้นอย่างนั้น


            และจีมินไม่ใช่คนใจแข็ง พอเธอเดินไปถึงคนเจ็บตัวก็เห็นแถบที่ป้ายว่าเธอเป็นรุ่นพี่ของจีมินอยู่ถึงสองปี


            “ปะเป็นอะไรมากรึเปล่าคะ” เสื้อตัวนอกของรุ่นพี่คนนี้ถูกกรีดออกไม่เหลือเป็นชิ้นดี แม้กระทั่งเสื้อเชิ้ตตัวในก็ถูกทึ้งจนขาดออกจากกันจนเห็นเสื้อชั้นในสีอ่อน จีมินส่ายหัวให้กับความรุนแรงในโรงเรียนก่อนจะถอดเสื้อนอกคลุมให้กับคนที่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร


            “สวมนี้ไว้ก่อนนะคะ ฉันจะพาพี่ไปห้องพยาบาล”


            “ปะไปไม่ได้หรอก”


            “ทำไมละคะ?”


            “พวกนั้นคงจะไปดักรออยู่แล้ว” จีมินส่ายหัว เจ็บตัวแบบนี้จะแล้วจะไปที่ไหนได้ รอยช้ำบนแก้มเด่นเกินกว่าจะใช้แป้งกลบทับ แต่จีมินเข้าใจเหตุผลที่รุ่นพี่คนนี้ไม่อยากจะไปห้องพยาบาล ลองพูดแบบนี้ก็เดาได้คร่าวๆว่ามันคงจะเคยเกิดขึ้นแล้ว


            “งั้นฉันจะพาพี่กลับบ้าน ลุกไหวมั้ยคะ”


            โชคดีที่รุ่นพี่คนนี้ไม่ได้ถูกกระทำจนถึงขั้นขาหักหรือเป็นอะไรสาหัส พอประคองกันออกมาได้จีมินก็เลือกที่จะเรียกรถเพราะสภาพแบบนี้คงจะให้ไปรถประจำทางก็คงไม่ไหว ปล่อยให้รุ่นพี่คนนี้บอกทาง ไม่นานรถโดยสารส่วนบุคคลก็จอดลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่งในย่านเงียบสงบ


            “กดกริ่งก็ได้ น้องชายฉันอยู่บ้านน่ะ” พอจีมินกดออด รอไม่นานก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากตัวบ้านด้านใน แต่ที่เธอคาดไม่ถึงก็คือคนที่เปิดประตูออกมาก็คือมิน ยุนกิคนนั้นที่ขาดเรียนไปวันนี้


            “เยจิน! เกิดอะไรขึ้น!” ยุนกิดูตกใจมากเกินกว่าที่จะสังเกตว่าจีมินเองก็ยืนอยู่ตรงนั้น


            “เรื่องเดิมๆน่ะ เธอเข้ามาก่อนสิ” เยจินพูดเหมือนไม่สนใจอะไร เพียงแค่หันมาชวนจีมินให้เข้าไปด้วยกัน ตอนแรกจีมินคิดจะปฏิเสธแต่พอคิดว่าถ้าปล่อยให้ยุนกิทำแผลให้พี่สาวตัวเองก็คงจะไม่ดีนักก็เลยเดินตามเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้


            “ฉันไปล้างตัวก่อนนะ ยุนกิ น้องคนนี้เขาช่วยฉันไว้น่ะ”


            “อืม เดี๋ยวผมไปเอากล่องยาก่อน”


            จีมินมองสองพี่น้องแยกย้ายกันไปคนละทาง นั่งลงที่โซฟาอย่างงงๆ ไม่เคยรู้เลยว่ายุนกิมีพี่สาวด้วย ไม่นานยุนกิก็เดินกลับมาพร้อมกล่องยากล่องใหญ่


            “ไปเจอพี่ที่ไหนน่ะ…  จีมิน”


            “หลังแปลงเกษตรค่ะ แต่พอฉันไปถึงก็ไม่ทันแล้ว” ยุนกิพยักหน้ารับแกนๆ “ขอบคุณนะ”


            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ จริงๆก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไรเลย”


            “แค่พาพี่กลับมาก็ดีมากแล้วละ ทำไมวันนี้ฉันถึงไม่ไปโรงเรียนนะ” ประโยคหลังเหมือนยุนกิต้องการจะพูดกับตัวเองมากกว่า


            พอเยจินล้างตัวเสร็จก็เป็นหน้าที่จีมินที่จะทำแผลให้เพราะยุนกิเองก็เป็นผู้ชาย พื้นที่บางส่วนของหญิงสาวไม่ใช่ส่วนที่จะสามารถจับต้องได้แม้ว่าจะเป็นพี่น้องกัน พอคุยกันไปสักพักก็รู้ว่าพี่สาวของยุนกิชื่อเยจิน พอจะรู้อยู่แล้วว่าโดยเพื่อนร่วมชั้นไม่ชอบหน้าที่สวยกว่าแต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะพามาจนถึงจุดที่โดนรุมซ้อมแบบนี้


            “พวกนั้นคิดว่าฉันไปแย่งจุนฮวานมาจากอึนบี แต่ก็นั่นละ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับหมอนั่นซะหน่อย”


            เพราะสองพี่น้องค่อนข้างจะเป็นคนรักสันโดษไม่ค่อยคบใครดังนั้นเยจินถึงไม่มีเพื่อนที่สนิทกันมากพอจะคอยดูแล จีมินมารู้ทีหลังก็ตอนที่เยจินเล่าให้ฟังว่าที่ยุนกิต้องซ้ำชั้นก็เพราะไปตีกันกับพวกที่มารังควาญพี่สาวไม่เลิกจนขาดสอบไป


            หลังจากวันนั้นพวกเราก็สนิทกันมากขึ้น ตอนพักเที่ยงก็กินข้าวด้วยกันสามคน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดทั้งวันหยุด เรียนพิเศษ และนั่นทำให้จีมินเริ่มจะรักชีวิตที่แดกูมากขึ้น พวกเราสอบตกวิชาภาษาอังกฤษด้วยกันและต้องมาเรียนพิเศษเพื่อสอบซ่อมในช่วงหน้าร้อน จีมินคิดว่าเธอไม่ต้องการคนอื่นอีก จนกระทั่งพ่อแม่ของสองพี่น้องค้นพบสิ่งที่เกิดขึ้นกับเยจินและมีคำสั่งเด็ดขาดว่าทั้งคู่จะต้องย้ายไปเรียนที่อเมริกาทันทีที่เรียนจบชั้นมัธยม แล้วจีมินจะทำอะไรได้นอกจากยืนส่งคนทั้งคู่ไปเรียนต่อด้วยกันและเริ่มชีวิตด้วยตัวคนเดียวที่มหาวิทยาลัยในโซล

 


            “กระเป๋าของเธอหนักเป็นบ้า” ทันทีที่กระเป๋าของของเธอถูกวางลงกับห้องพักแขกที่ชั้นล่างสุด จีมินก็ได้แต่ยิ้ม เพราะยุนกิน่ะชอบบ่นไปอย่างนั้นแต่ลงท้ายก็ตามใจเธอกับพี่เยจินทุกอย่าง


            “วางกระเป๋าแล้วก็ออกไปได้แล้วย่ะ นี่ห้องของผู้หญิงนะ” เยจินโบกมือไล่น้องชายที่เพิ่งจะลากกระเป๋าอีกใบอย่างยากลำบากมากับพื้นพรม ยุนกิถลึงตา “ใช้งานเสร็จแล้วก็ไล่เลยนะ”


            “ใช่แล้ว” ผู้ชายคนเดียวในห้องยักไหล่ เหลือบมองผู้หญิงอีกคนที่คลานไปเปิดประเป๋าของตัวเองอย่างไม่สนใจอะไรก็ยักไหล่ ยอมเดินออกไปอย่างช่วยไม่ได้


            พอประตูห้องปิดจีมินก็หัวเราะ “อารมณ์เสียแล้วนะ”


            “แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย หมอนั่นเคยโกรธพวกเราได้นานที่ไหน ไหนดูซิเธอเอาอะไรจากเกาหลีมาบ้าง”


            จีมินหยิบพวกแผ่นมาส์กหน้าและครีมบำรุงผิวที่เยจินฝากซื้อมา หลังจากนั้นก็เปิดกระเป๋าถือที่ตัวเองประคับประคองขึ้นเครื่องมาอย่างดี ล้วงเอากล่องแบบแบนสีน้ำเงินกำมะหยี่ออกมาพอเห็นเยจินอ้าปากร้องห้ามก็ส่ายหัว


            “ไม่ได้นะ จีมิน


            “ไม่ได้ค่ะ ห้ามเด็ดขาด ฉันนั่งบิสมาก็เพราะเจ้านี้เลยนะ” เยจินเห็นคำว่า เดอะ แจมส์ ซึ่งเป็นชื่อแบรนด์ยี่ห้อเครื่องประดับของที่บ้านจีมินก็กลืนน้ำลาย เพราะแต่ละชิ้นน่ะใช่ราคาถูกที่ไหน หรือที่ขอดูรูปชุดแต่งงานของเธอเมื่อเดือนก่อนก็เพราะการนี้กัน


            “แต่นี่มันมากเกินไป” เซ็ทต่างหู สร้อยคอระย้าและรัดเกล้าที่ดูก็รู้ว่าราคามหาศาลยิ่งทำให้เธอส่ายหัวรัวๆ รู้ว่ามูลค่าของมันไม่ใช่ราคาถูก


            “ไม่ได้เด็ดขาดเลยค่ะ ฉันกับแม่ตั้งใจทำมันขึ้นมาให้พี่เลยนะ ถ้าพี่ไม่ใส่ละก็คุณแม่ต้องเสียใจมากแน่ๆ” จีมินเลื่อนมันไปวางบนตักของเยจิน ตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้เป็นของขวัญแต่งงานเพราะตอนนั้นจำได้ว่าชุดเจ้าสาวของพี่สาวคนนี้ไม่ได้อลังการฟู่ฟ่ามากนักเพราะเยจินไม่ชอบเนื้อผ้าที่ทำให้เธอดูอ้วน (ซึ่งจริงๆแล้วเยจินไม่ได้อ้วนเลยสักนิด) เครื่องประดับชุดนี้จีมินกับแม่ช่วยกันออกแบบเอง ใช้เวลาทำนานเป็นเดือนกว่าจะออกมาเสร็จเรียบร้อยดี


            “จีมิน


            จีมินเห็นดวงตาของเยจินเหมือนจะคลอไปด้วยน้ำตาก็คว้าพี่สาวคนสนิทเข้ามากอด “พี่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลก”


            “ฉันไม่รู้ว่าจะตอบแทนมันยังไง” “เรื่องนั้นมันไม่จำเป็นเลยละ พี่เป็นคนสำคัญของฉันนะ พี่ก็รู้ว่าฉันเป็นห่วงพี่ขนาดไหน”


            และจีมินคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะในที่สุดหลังจากที่โดนผู้หญิงคนอื่นกลั่นแกล้งเพราะเรื่องความรักมาตลอด ในที่สุดก็มีวันที่เยจินจะได้มีความสุขเหมือนกับคนอื่นสักที ตอนแรกที่เยจินพูดว่าจะแต่งงานกับเคลวิน จีมินทั้งเข้าไปตามสืบเรื่องของเขาในเฟซบุ๊คและช่องทางอื่นๆเพื่อหาดูว่าผู้ชายคนนี้จะคู่ควรกับพี่สาวคนดีของเธอรึเปล่า แต่สุดท้ายก็ค้นพบว่าเคลวินเป็นผู้ชายที่ดี และจะสามารถดูแลเยจินได้แน่นอน


            “แล้วเธอละ ยัยบ้า เอาแต่เป็นห่วงฉัน” เยจินแอบปาดน้ำที่ข้างตา พอมองจีมินดีๆก็รู้สึกผิดทุกครั้งที่ตัวเองทิ้งน้องสาวคนนี้ไว้ที่เกาหลีคนเดียว


            “ฉันทำไมละ ฉันไม่เห็นเป็นอะไรเลย”


            “ก็เรื่องของเธอกับยุนกิน่ะมันเพราะฉันที่” “ไม่เกี่ยวกันซะหน่อย ไม่เกี่ยวเลยจริงๆนะ”


            จีมินไม่เคยโทษว่ามันเป็นความผิดของเยจิน ไม่เคยเลย

 


            และในตอนนั้นที่เรามีกันสามคน มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จีมินกับยุนกิจะเกิดชอบพอกัน ความรักแบบเด็กๆที่เกิดจากความใกล้ชิดและความชอบเหมือนๆกัน จีมินไม่ได้มีเพื่อนคนอื่น ยุนกิเองก็เช่นกัน และทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ถ้าเราไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน ก็จะเป็นจีมินที่มาขลุกตัวอยู่ที่บ้านของสองพี่น้องจนสนิทสนมกับพ่อแม่ของทั้งคู่ไปแล้ว


            เพราะทั้งคู่ไม่ใช่คนท่ามาก ปกติมีอะไรก็จะพูดกันอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อยุนกิขอจีมินคบในวันหนึ่งที่เขาเดินไปส่งจีมินที่บ้าน จีมินก็ตอบตกลงอย่างง่ายดายเพราะตอนนั้นก็พอจะเดาเชิงกันออกว่าชอบกันแล้ว มันไม่มีอะไรหวือหวา ก็แค่เพื่อนสนิทที่สุดท้ายแล้วตกหลุมรักกัน ยุนกิไม่ใช่คนเกเรเหมือนอย่างภาพลักษณ์ที่แสดงออกมา เป็นพวกปากแข็งแต่ใจอ่อนนั่นละ


            “เป็นแฟนกันนะ จีมิน” ยุนกิพูดคำนั้นตอนที่เขารั้งปลายเสื้อของจีมินที่กำลังจะเดินเข้าบ้าน เพราะคุณย่าของจีมินเข้านอนแล้วดังนั้นมันจึงไม่มีใครมาคอยยืนกดดันให้ต้องรู้สึกประหม่า จีมินหันมา เลิกคิ้วด้วยความงุนงงเพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นในวันนี้ วันที่เธอสวมเสื้อยืดหลวมๆกับกางเกงขาสั้น เพิ่งกลับจากการไปเล่นวิดิโอเกมส์ที่บ้านของยุนกิและเยจิน


            “อื้ม” แต่เธอก็ยิ้ม พอจะรู้ว่ายุนกิหาโอกาสนี้มาสักพัก ไม่มีดอกไม้ ไม่มีของขวัญ และไม่ได้มีจูบแสนหวานแบบในนิยาย แค่ยุนกิดึงเธอเข้าไปกอดแน่นๆจนจีมินหัวเราะ พอยุนกิผละออกจีมินก็เป็นฝ่ายเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มเจ้าตัวก่อน


            “นึกว่าจะไม่ขอแล้วนะเนี่ย”


            จีมินเห็นว่าแก้มของยุนกิขึ้นสีระเรื่อหน้ามอง เจ้าตัวไม่ใช่คนมือไวใจเร็วอยู่แล้ว ค่อนไปทางเป็นสุภาพบุรุษตามประสาคนที่ถูกเลี้ยงมาด้วยกันกับพี่น้องที่เป็นผู้หญิง กลายเป็นจีมินนั่นแหละที่เริ่มตั้งแต่หอมแก้มครั้งแรก หรือแม้กระทั่งจูบแรกในอีกสองสัปดาห์หลังจากนั้น


            ระหว่างทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก นอกจากเสียงแซวของเยจินในวันต่อมา พวกเราก็ยังไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิม อาจจะมีบางครั้งที่เยจินปฏิเสธที่จะไปกินไอศกรีมกับทั้งคู่ มีบ้างที่เยจินไปเดทกับรุ่นพี่คนอื่นและทิ้งยุนกิกับจีมินไว้ที่บ้าน จนกระทั่งตอนที่พ่อแม่ของสองพี่น้องจับได้ว่าเยจินถูกเพื่อนร่วมชั้นกลั่นแกล้งในวันหนึ่ง


            จีมินไม่เคยคิดเรื่องที่จะต้องเลิกกับยุนกิ และยุนกิเองก็ไม่เคยพูดคำว่าเลิกออกมา อาจเพราะเราทั้งคู่ไม่ได้อยากเลิกกันเลยไม่มีใครกล้าพูดคำนั้น ส่วนเยจินได้แค่ขอโทษคนทั้งคู่ซ้ำๆที่เป็นต้นเหตุให้ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่จีมินไม่เคยคิดว่ามันเป็นความผิดของเยจินเลย ไม่เคยเลยจริงๆ จนถึงตอนนี้ทุกอย่างมันก็เลยถูกทิ้งค้างเอาไว้เหมือนคราบกาแฟบนแก้ว รู้ว่ากาแฟมันขมก็เลยไม่ดื่ม แต่ความหอมกรุ่นของมันก็ทำให้เราตัดสินใจทิ้งมันไว้อย่างนั้นไม่ยอมเททิ้งไปเพราะเสียดาย

 


            “ไม่คิดเลยเนอะว่าพี่เยจินจะแต่งงานแล้ว” หลังจากส่งว่าที่เจ้าสาวเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะพรุ่งนี้เยจินจะต้องเจอศึกหนักในการแต่งหน้าทำผมแต่เช้า กลายเป็นว่าสุดท้ายก็เหลือคนสองคนนั่งจิบเบียร์กระป๋องอยู่ที่ห้องนั่งเล่นขณะดูกัปตัน อเมริกาซึ่งนำมารีรัน


            “นั่นสิ ฉันเพิ่งจะเจอเคลวินวันนี้เองด้วยซ้ำ” จีมินไม่ได้ละสายตาจากจอโทรทัศน์ แต่รู้ดีว่าตัวเองกำลังโดนจ้อง


            “เวลาผ่านไปเร็วจังเนอะ”


            ยุนกิมองใบหน้าด้านข้าง ปีนี้ทั้งเขาและจีมินก็อายุจะเข้าช่วงเลขสามแล้ว แต่จีมินกลับไม่ได้ดูเปลี่ยนแปลงไปเลย อาจเพราะเจ้าตัวทำงานในวงการบันเทิงถึงได้ดูแลตัวเองอย่างดี เป็นเขาเสียอีกที่ดูแก่ลงไปทุกปี และยิ่งพอเห็นจีมินยังดูเหมือนเดิม มันทำให้ยุนกินึกถึงสมัยที่พวกเรายังอายุน้อยกว่าตอนนี้ สงสัยว่านอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่ได้เปลี่ยนไปแล้ว ในใจของจีมินเองก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปเหมือนกันใช่รึเปล่า


            “อืมผ่านไปเร็วมาก”


            “ยังจำตอนนั้นที่ฉันพาเธอไปกินไอศกรีมได้อยู่เลย”


            จีมินไม่รู้ว่าอะไรทำให้ยุนกิเริ่มพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่แน่นอนว่าเธอก็จำได้เหมือนกัน

 


            ทำไมพี่เยจินถึงเบี้ยวพวกเรานะ ไม่เข้าใจเลยยุนกิหันไปมองเด็กสาวในชุดไปรเวท ยอมรับกับตัวเองในใจว่าวันนี้จีมินดูน่ารักเป็นพิเศษจริงๆ เสื้อยืดสีขาวสกรีนลายกราฟิกและกระโปรงเทนนิสสั้นสีชมพูอ่อนกับรองเท้าผ้าใบสีเดียวกัน เขานึกถึงคำพูดของพี่สาวตัวเองที่ว่า ยังไงวันนี้ก็ต้องมีจูบแรกกับจีมินให้ได้ละ เข้าใจมั้ย ยุนกิก็นึกปวดหัวขึ้นมาดื้อๆว่าจีมินไม่รู้จริงๆเหรอว่าเยจินแค่อยากจะเปิดโอกาสให้พวกเขาทั้งคู่เท่านั้นเอง


            ยัยนั่นคงจะขี้เกียจมั้งเขาได้แต่ตอบไปแบบนั้น ไม่ได้คิดเลยว่าจะพาจีมินไปที่ไหนเพราะปกติแล้วก็มีแต่พี่สาวตัวดีของเขานั่นละที่ร่ำร้องอยากจะไปนู่นไปนี้ แดกูไม่ได้มีสถานที่เที่ยวเยอะ ส่วนมากเวลาคู่รักมาเดทกันก็แค่ไปสวนสาธารณะกับร้านคาเฟ่ ซึ่งเขากับจีมินก็ไม่ได้ทำตัวเหมือนคู่รักหวานแหว๋วอะไรแบบนั้น


            จีมินเม้มปาก งั้นเราลองไปร้านไอศกรีมที่เปิดใหม่ดีมั้ย เห็นพวกผู้หญิงในห้องคุยกันว่าใช้ได้เลยนะ


            ยุนกิมีหรือจะค้าน และเพราะมันเป็นวันหยุดคนถึงได้เนืองแน่นเต็มไปหมดทั้งย่านร้านค้า ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กมัธยมเหมือนกับพวกเขานี่ละ


            ไอศกรีมสตอเบอร์รี่ของจีมิน ส่วนช็อคโกแลตของยุนกิ เพราะคนเยอะเราสองคนถึงเลือกที่จะใส่โคนแล้วเดินกินไปเรื่อยๆมากกว่าจะรอที่นั่งในร้าน พวกเราแวะร้านหนังสือเล็กๆที่หัวมุมถนน ร้านขายแผ่นเสียงและเครื่องดนตรีที่ยุนกิมักจะหยุดดูอยู่เสมอทุกครั้งที่มาแถวนี้


            “ถ้านายอยากได้เล่มนั้น ฉันว่าเล่มนี้ดีกว่านะ” พอจีมินเห็นยุนกิถือหนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ก็ดึงมันออกมาจากมือของเจ้าตัวและหยิบเล่มที่เธอเคยแสกนมาแล้วว่ามันดีกว่าส่งให้


            “เธอรู้ได้ยังไง”


            “ก็เคยเปิดแล้วนี่ เล่มที่นายถือตอนแรกมันไม่ค่อยละเอียด เล่มนี้ละเอียดกว่าเยอะ”


            “ถ้าเธอเก่งภาษาอังกฤษแบบที่เก่งวิชาพวกนี้ป่านนี้พวกเราก็สบายแล้ว”


            “นี่ล้อกันเหรอ? อย่ามาให้ติววิชาประวัติศาสตร์อีกนะ”


            “งั้นเธอก็อย่าให้ฉันติวคณิตให้ละกัน”


            ยุนกิพูดแล้วก็หัวเราะไปพลางเอามือไปยีเส้นผมที่ถูกจัดแต่งมาเป็นทรงของจีมิน รู้ดีว่านั่นเป็นวิธีที่จะทำให้จีมินโมโหและลืมเรื่องที่กำลังเถียงกันอยู่ พอจีมินอ้าปากจะโวยวายเขาก็เอานิ้วมาแตะที่ปากของเจ้าตัว “เบาๆสิ นี่ร้านหนังสือนะ”


            และจีมินปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอใจเต้นเพียงเพราะปลายนิ้วเรียวยาวที่แตะอยู่ที่ปากเท่านั้นเอง


            “แล้วเธอว่าฉันควรซื้อแผ่นไหนระหว่างแผ่นนี้กับแผ่นนี้” พอพวกเขามาถึงร้านแผ่นเสียง จีมินก็ได้แต่มองยุนกิยืนลังเลระหว่างซีดีสองแผ่นของศิลปินที่เจ้าตัวชื่นชอบ แต่เพราะเขาเป็นคนรู้จักใช้เงินถึงเลือกที่จะซื้อแค่แผ่นเดียว


            “epic high สิ”


            “ทำไมละ”


            “ก็นายชอบเขามากกว่าที่ชอบนี่นา” และยุนกิก็ไม่ปฏิเสธว่าจีมินรู้จักเขาดีที่สุด แน่นอนว่าเขาเลือกซีดีอย่างที่จีมินรู้ว่ายุนกิเองอยากจะซื้อ พอเย็นวันนั้นที่ยุนกิเดินไปส่งจีมินที่บ้าน เพราะเขามัวแต่คิดเรื่องซีดีที่ซื้อมาจนไม่รู้ตัวเลยว่าจะเห็นจีมินยืนทำหน้างอนอยู่ที่หน้าประตู


            “หา เป็นอะไรเนี่ย”


            “ก็เอาแค่คิดถึงทาโบลโอปป้าอีกแล้ว ชวนคุยอะไรก็ไม่เห็นตอบเลย” จีมินไม่ได้โกรธจริงๆหรอก แต่แค่แหย่เล่นไปอย่างนั้นเองแต่นั่นทำให้ยุนกิบื้อใบ้ไปเพราะพูดไม่ออก เขาไม่ได้คิดว่าจีมินจะสนใจเขาถึงขนาดนั้น


            และยุนกิไม่ใช่คนช่างพูด เขาได้แต่ยืนนิ่งๆ มองใบหน้าที่เหมือนจะติดงอนให้ง้อของจีมินอย่างนั้น เพราะเขาไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเขาไม่เคยต้องง้อใครมาก่อนอย่างนี้


            “ขะขอโทษ”


            พอเห็นสีหน้าเหรอหราของคนที่ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลยจีมินก็ได้แต่ขำในใจเพราะเธอรู้ดีอยู่แล้วว่ากับเรื่องที่เจ้าตัวสนใจเป็นพิเศษอย่างดนตรีหรือว่าเพลง ต่อให้มีเรื่องร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถจะเรียกสติของยุนกิให้กลับมาได้อยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังปั้นหน้าบึ้ง “ฉันโกรธจริงๆนะ”


            พอเห็นคิ้วของคนสูงกว่าเริ่มขมวดย่นจีมินก็ได้แต่หัวเราะในใจ “ไม่รู้ละ วันนี้อุตส่าห์ได้มาเดทกันทั้งที นายไม่เห็นจะสนใจกันบ้างเลย”


            “แล้วต้องทำยังไงถึงจะหายโกรธละ?”


            จีมินเกือบจะหัวเราะออกมาอยู่แล้ว เพราะมีอย่างที่ไหนที่ผู้ชายจะอ้าปากถามเรื่องอย่างนี้กับผู้หญิงตรงๆ ก็คงจะมีแค่มิน ยุนกิคนนี้เท่านั้นนั่นละ


            ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกลอกไปมา ในหัวมีแต่เรื่องราวมากมาย


            “อืมยังไงดีนะ” เธอพิงหลังตัวเองกับกำแพงหน้าบ้าน


            “นี่เธอโกรธจริงๆรึเปล่าเนี่ย?”


            “โกรธสิ ถ้าแฟนตัวเองไม่สนใจก็ต้องโกรธกันทั้งนั้นแหละ” ยกเว้นคนแบบเธอที่มีแฟนอย่างยุนกิละนะ


            “จะให้ทำอะไรละ”


            ยุนกิเลิกคิ้ว พอเห็นจีมินกวักมือให้เขาเดินเข้าไปใกล้ๆก็ทำตาม ไม่ได้คิดอะไรเลยตอนที่อยู่ดีๆใบหน้าของตัวเองก็ถูกโน้มลงไป ดวงตาเบิกกว้างตอนที่ริมฝีปากสัมผัสได้ถึงความนุ่นหยุ่น และนั่นคือกลีบปากนุ่มของจีมิน


            สัมผัสเบาบางเหมือนแมลงปอเล่นน้ำนั้นอยู่เพียงชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจีมินจะผละริมฝีปากออก ดวงตาของเขาก็ยังลืมค้างจนเห็นแสงของพระอาทิตย์ยามเย็นสะท้อนจนสีน้ำตาลในดวงตาของจีมินกลายเป็นสีส้ม


            “หายโกรธแล้วละ กลับบ้านดีๆนะ คนซื่อบื้อ”


            เขาไม่ทันได้ตอบอะไรเลยด้วยซ้ำ กว่าสติจะกลับมาก็ได้ยินเสียงจีมินปิดประตูบ้านไปแล้ว

 



            “จำได้ด้วยว่าเธอจูบฉันก่อน” “ฮื้อ อย่าพูดนะ!และจีมินรู้ว่ายุนกิจะต้องพูดเรื่องนี้! เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาคู่นั้นแพรวพราวระยิบระยับไม่เหมือนกับวันนั้นที่เจ้าตัวเองแต่อึ้งค้างอยู่นานจนจีมินที่แอบมองอยู่ผ่านหน้าต่างชั้นบนกลัวว่าเขาจะกลับบ้านไม่ถูกเลยสักนิด หญิงสาวหน้าร้อนจนจะระเบิด ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เธอถึงตัดสินใจกล้าทำอะไรบ้าๆอย่างนั้น อาจเพราะตอนนั้นจีมินคิดว่ายุนกิไม่มีทางที่จะเป็นฝ่ายเริ่มอะไรก่อนหรืออาจเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของเด็กสาวที่ไม่เคยมีจูบแรกมาก่อนก็เป็นได้


            จีมินไม่กล้าหันไปสบตาของคนข้างๆหลังจากที่เผลอโพล่งคำต้องห้ามนั้นออกมา ทั้งที่ไม่ได้อยากจะพูดมันขึ้นมาก่อน เรื่องระหว่างเราที่ต่างฝ่ายต่างก็ค้างคาใจแต่ไม่มีใครอยากเริ่มพูดมัน ทั้งที่ตอนนั้นกว่าจะทำใจกลับมาคุยกันได้มันก็นานแล้ว


            “ผ่านมาหลายปีแล้วนะ เธอว่ามั้ย”


            เวลาผ่านมานานมากแล้วจริงๆ เพราะตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่มิน ยุนกิคนน่าอาย ไม่ชอบสุงสิงกับใครนอกจากเรื่องเพลงจะกลายเป็นหนุ่มสังคมเพื่อนเยอะ คุยเก่งกว่าแต่ก่อนมาก


            “อืม”


            ยุนกิมองใบหน้าที่หันไปทางอื่น ไม่ได้มองกลับมาทั้งที่เขารู้ว่าจีมินก็รู้ว่าเขามองอยู่แท้ๆ เส้นผมสีอ่อนสยายไปกับแผ่นหลังเล็ก เห็นมือของสาวเจ้าที่กำลังกำกระป๋องเบียร์จนแน่นก็รู้ว่าจีมินเองก็คงคิดเรื่องของเราอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน


            “นี่รู้ใช่มั้ยว่าตอนนั้นฉันไม่ได้อยากไปเลย”


            จีมินนึกถึงตอนที่ยุนกิกับเยจินพูดว่าจะไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก เธอยังหัวเราะขำอยู่เลยเพราะคิดว่ามันคงเป็นแค่การไปพักร้อนสั้นๆ ร่ำจะเอาของฝากให้ได้แต่กลายเป็นว่าทั้งคู่ก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย


            “อืม” รู้ จีมินรู้


            “จริง?” ขนาดรู้แล้วตอนนั้นเขายังจำได้ดีเรื่องที่เจ้าตัวอาละวาดโวยวายจนทุกคนต้องหันหน้าหนี


            “อื้อ รู้น่า” ได้ยินเขาหัวเราะเสียงต่ำในลำคอก็รีบตอบกลับไปทันทีแบบส่งๆ


            “แล้วรู้รึเปล่าว่าฉันคิดถึงเธอมากแค่ไหน”


            คำพูดนั้นทำให้จีมินชะงัก “ฉัน ฉันจะไปนอนแล้ว”


            “บทจะหนีก็หนีกันดื้อๆอย่างนี้เลย?” เขาไม่ได้โกรธหรอกที่จีมินพูดออกมาอย่างนั้น ไม่ได้คาดหวังด้วยว่าในใจของจีมินจะยังมีเขาอยู่ เพราะที่ผ่านมาพวกเราทำตัวเหมือนเพื่อนทั้งตอนที่ยังเป็นเพื่อนหรือว่าตอนที่ยังคบกันแล้ว พอมาถึงตรงนี้กลับกลายเป็นว่าท่าทีที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยต่างหากที่ทำให้ยุนกิไม่สามารถเดาได้เลยว่าจีมินกำลังคิดอะไรอยู่


            “ไม่ได้หนีสักหน่อย!” พอจีมินหันกลับมาพูดใส่ก็กลายเป็นเขาที่มองดวงตาคู่นั้นเหมือนอย่างคนถูกสะกดให้อยู่ในภวังค์ จีมินไม่ใช่คนสวยโดดเด่น ท่ามกลางผู้หญิงมากมายในวงการบันเทิง ไม่ใช่คนที่สวยที่สุด หุ่นดีที่สุด ผิวดีที่สุดหรือว่าเก่งที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเพราะผิวสีน้ำผึ้ง ดวงตาหวานซึ้งและริมฝีปากอิ่มคู่นี้ที่ทำให้ใครๆก็ต่างเข้าหา อยากจะจับจองมีพื้นที่อยู่ในใจของจีมินทั้งดารานักแสดง นักธุรกิจ มีข่าวรักลับๆลือกันให้ว่อนถึงใครก็ตามที่อยากจะเป็นเจ้าของจีมิน แต่เขาไม่รู้หรอก ไม่เคยแม้แต่จะกล้าถามด้วยซ้ำ


            “ในที่สุดก็ยอมมองหน้ากันแล้ว” พอฟังคำนั้นของยุนกิหญิงสาวก็เม้มปากแน่น ตั้งแต่ลงเครื่องมาเพราะมีเยจินอยู่ด้วยตลอดก็เลยมัวแต่คุยเรื่องนั้นคุยเรื่องโน้นและเลี่ยงประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ของเรามาโดยตลอด รู้ดีหรอกว่าตอนที่ยุนกิเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมชูเบียร์สองกระป๋องในมือจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ


            หรือเพราะจริงๆจีมินเองก็อยากจะรู้จุดจบของความสัมพันธ์นี้เหมือนกัน ก็เลยตกลงรับคำชวนนั้นไป


            และค้นพบว่ามิน ยุนกิคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่มิน ยุนกิคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่พูดถึงรูปลักษณ์ภายนอก แต่พูดถึงอุปนิสัย ผู้หญิงมากมายต่างแวะเวียนเปลี่ยนผ่านเข้ามาไม่หยุดทั้งที่เยจินหรือว่าใครคนอื่นเล่า ผ่านวันข้ามคืน เพียงเพื่อให้ได้รับรอยยิ้มจากคนคนนี้เท่านั้น ก็ไม่เคยคิดหรอกว่ายุนกิจะยังจำความรู้สึกนั้นได้ ก็เราทำตัวเป็นเหมือนเพื่อนกันมาตลอด


            “นี่ จีมินคิดถึงฉันบ้างมั้ยละ?”

            “หรือว่าเธอเองก็ลืมไปแล้ว มีคนอื่นเข้ามาในใจแทนที่ฉันแล้วรึยัง?”


            แทนที่คำถามนั้น จีมินอยากให้ยุนกิเปลี่ยนเป็นถามว่า คิดถึงกันมากแค่ไหนมากกว่าคงจะดี เพราะเธอคิดถึงมาก และไม่เคยหยุดคิดถึงอีกฝ่ายเลยตั้งแต่วันที่เครื่องบินลำนั้นบินออกจากสนามบินอินชอน

            คำตอบของคำถามนั้น มีทั้งใช่และไม่


            จีมินไม่รู้ว่ายุนกิเมาแล้วรึเปล่าถึงได้ถามแบบนี้ แต่เพราะรู้ดีว่ายุนกิเองก็ไม่ได้คออ่อน ถึงได้ทำใจหยิบกระป๋องที่ยังมีน้ำขึ้นมาดื่ม “คิดถึงมากแล้วก็ไม่เคยมีใครแทนที่ยุนกิได้เลย”


            เธอตอบไปตามตรงและเลือกที่จะถามกลับ “ถามแบบนี้อยากจะกลับมาจีบฉันอีกรอบรึไง?”


            ยุนกิเขยิบตัวเข้ามาจนแทบจะประชิด รวดเร็วไม่ปล่อยให้จีมินได้เขยิบหนีก็รวบตัวอีกคนเข้ามาใกล้


            “สาวน้อย จำไม่เห็นได้ว่าเราเคยเลิกกัน” และสรรพนามนั้นทำให้จีมินแทบละลาย ก็จริงของยุนกิที่ว่าเราไม่เคยเลิกกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าต่อให้ความรู้สึกไม่เปลี่ยน แต่เราสองคนต่างเปลี่ยนไปแล้วในหลายๆเรื่องจากวันและเวลา


            “โอปป้า จำไม่เห็นได้เลยว่าพี่เคยจีบฉัน” จีมินยิ้ม ทั้งปากและตาเมื่อเห็นแววตาไหววูบ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนตอนที่ยุนกิดึงเธอขึ้นไปนั่งบนตักทั้งที่พื้นที่ในห้องก็มีตั้งกว้าง กลิ่นโคโลนจ์อ่อนๆแบบผู้ชายทำให้จีมินอดไม่ได้ที่จะยิ้มเพราะมันรู้สึกเหมือนได้กลับมาอยู่ในที่ของตัวเองจริงๆ


            นี่แสดงว่ายุนกิเองก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมใช่มั้ย?


            “ไหนเธอบอกว่าไม่ชอบเรื่องหวานแหว๋วพวกนั้นไง” จีมินเคยบอกเขาว่าไอ้ที่คุกเข่าบอกรักกันกลางโรงอาหารนี่ไม่ต้องเลยนะเพราะเธอรู้สึกอายแทนที่จะชอบ


            “นั่นมันก็ตั้งหลายปีแล้ว ตอนนี้ฉันชอบแล้วละค่ะ”


            “แสดงว่าเธอรู้สึกเหมือนเดิม?”


            “แล้วโอปป้ายังคิดกับฉันเหมือนเดิมรึเปล่าละคะ?”


            ยุนกิยิ้ม “ให้พูดก่อนนี่ไม่ได้เลยนะ”


            และพอเห็นจีมินยิ้มจนตาหยีกลายเป็นจันทร์เสี้ยว ยุนกิก็อดไม่ได้ที่จะโน้มหน้าลงมาใกล้ดวงหน้าที่ขึ้นสีเพราะแอลกอฮอล์ หวังจะเชยชิมริมฝีปากอิ่มหลังจากที่ได้แต่ทนมองมัน ตั้งแต่ตอนที่เห็นเจ้าตัวเดินคู่กันมากับพี่สาว ตอนที่ได้ยินเสียงหัวเราะของสองสาวและเขาคิดถึงเสียงหัวเราะของจีมินเหลือเกิน


            แต่ความคิดนั้นก็ถูกหยุดไปเมื่อตัวเองถูกหยุดด้วยปลายนิ้วที่แตะโดนกับปากตัวเอง เห็นประกายแพรวพราวในดวงตาของจีมินก็พอจะรู้ว่าเจ้าหล่อนนึกอยากจะแกล้งเขาอีกแล้ว


            “หื้ม ใจคอจะใจร้ายกับโอปป้าอย่างนี้จริงๆเหรอครับ คนดี”


            และมันทำให้จีมินหน้าแดง หวังให้ยุนกิคิดว่าเป็นเพราะเบียร์สามกระป๋องนั่นก็แล้วกัน เมื่อก่อนยุนกิเป็นคนเงียบๆ จีมินไม่เคยคิดหรอกว่าอยู่ดีๆเจ้าตัวจะกลายมาเป็นผู้ชายเจ้าชู้แบบนี้กับเธอ


            “ไม่ได้ใจร้ายสักหน่อย”


            “งั้นก็ให้โอปป้าจูบหน่อยครับ”


            “คนเจ้าชู้ ไม่มีทางหรอก” พอยุนกิยิ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จีมินก็รีบขยับหน้าให้หนีห่าง หวังไม่ใช่ยุนกิได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเธอ


            เขาเลิกคิ้ว “เจ้าชู้? แต่เจ้าชู้กับเธอคนเดียวนะ”


            ให้ตายเถอะ เธอไม่ชินกับอะไรแบบนี้เลยจริงๆ







TO BE CON



First published : 2017.07.14

Talk;

 

คัมแบคแล้วค่า จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนค้างเอาไว้สักพัก

(ตั้งแต่ที่จะแก้บนไซน์สาวๆเรดเวลเวท แล้วก็ไม่ได้ลงสักที)

ช่วงนี้เป็นวันเกิดพี่ที่สนิทกัน แล้วพี่ก็บ่นว่าอยากอ่านเฟม

เขียนให้แล้วนะ! มีตอนต่ออีกตอนนึงค่ะ เดี๋ยวมาลงให้เนอะ

 

ชอบไม่ชอบยังไง คอมเม้นหรือว่าติดแท็กได้ที่ #luvstoryoonmin

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นดีๆเสมอมาเลยนะคะ :)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

2,922 ความคิดเห็น

  1. #2835 zxcvbnmm (@croseloveyesung) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 11:20
    โอป้ากับสาวน้อย ฮื้อออ น่ารักมากจริงๆ เขินมาก
    #2835
    0
  2. #2727 Popcorn (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:29

    ถ้าบอกว่าอยากอ่านตอนต่อไปจะได้ไหมคะTT เรื่องน่ารักมากเลยค่ะ

    #2727
    0
  3. #2155 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:25
    งือออออ โอปป้ากับสาวน้อยยยยย หัวใจเขาาาาาาT///v///T
    #2155
    0
  4. #2058 AnY.an* (@anyan) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 04:07
    ว้ากกกกก เขินมากกกกกกำ
    #2058
    0
  5. #2023 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 08:23
    นี่ถึงขั้นย้อนกลับไปดูใหม่หลายรอบ สงสัยตั้งแต่เรียกอทนจีมินว่าเธอมนครั้งแรกแล้ว ฮือออออ จีมินเป็นผู้หญิงอ้ะ จีมินเป็นผู้หญิง???
    แต่ให้ตายสิ เขินมากๆ ยุนกิเจ้าชู้ 5555
    #2023
    0
  6. #1968 เพิธ (@huskyguy) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 11:15
    ฮือออจาบ้าแล้วววววววววว แงกนหยหนผจหวมปยปาำสดแ
    #1968
    0
  7. #1962 Maysquidz (@piemintza) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 13:17
    โอยยยย ตอนนั้นที่เจ้าจีมรุกจีบคนพี่คือแบบน่ารักอะ พี่กิคือความมึนซึนบื้อมากๆ น่าแกล้ง555555555555555 แต่พอโตขึ้นกลับมาเจอกันอีกครั้ง โอ้โห คารมเปลี่ยนไปเยอะมากกกกก แบบตั้งรับไม่ทันเลยอะ ไม่ชินแรง /-\ ชอบจัง ทั้งคู่ยังมั่นคงกับใจตัวเอง โอยยยย อยากมีแฟนแบบคูมยุนกิ ฮือออออออ สุภาพที่สุด T___T<3 รอตอนต่อไปนะคะ~
    #1962
    0
  8. #1955 'schdapt (@junkim) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 23:45
    ง่อวววว เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน คารมก็เปลี่ยนค่ะ สมัยเด็กๆก็ปั้ปปี้เลิ้ฟธรรมดา โตมาชั้นเชิงเลยเยอะเป็นปกติ อะฮึ้ยยย แบบว่ามันกร๊าวมาก พูดจาเจ้าชู้เว้อออออ คิดถึงพี่กุ๊กจังเลย อิอิ สู้ๆนะค้าบบบ
    #1955
    0
  9. #1954 armywriter007 (@armywriter007) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 22:56
    น่ารักกกกกกกก ว่าแต่ทำไมจีมินไปรุกจูบเขาอย่างนั้นล่ะ เป็นไงตอนนี้5555555555
    #1954
    0
  10. #1951 myyada (@myyada) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 17:47
    ชอบพี่ยุนกิตอนแรกจังสเปคมากเราชอบคนสุภาพบุรุษแบบนั้นเห็นแล้วแพ้TT แต่พอโอปป้าโตแล้วจากกากๆรุกไม่เป็นตอนนี้รุกเป็นแล้วเด้อออ555555 เขินมากค่ะไรท์ใจบางหมดแล้วฮือออ
    #1951
    0
  11. #1944 강이슬 (@seulkook) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 11:37
    คุณคะ เราจะบ้าแล้ว โฮรกกกกกกกกกกดด่าพหกนขาทิะำำำยยสสบยมืแผไไพึตขว่ะ
    #1944
    0
  12. #1941 iamiammee (@iamiammee) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 21:13
    ไม่องไม่อ่านแล้วหนังสือสอบ ชอบบบบบบบฮื้อฟินตัวจาขาดแล้ว ชอบเพลงนี้มากกกกกกโอ้ยยยยยจะตายยยยยย เขิน
    #1941
    0
  13. #1940 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 13:35
    โว้วววววแายไสดยำสนดำานแหาก่ /หนีกองหนังสือสอบมานั่งอ่านนิยาย
    #1940
    0
  14. #1939 suprw_ (@_suprw) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:33
    โอ้ยนนพี่ยุนกิ ฮือออออออ เจ้าชู้กับเธอคนเดียวนะ ถถถถถถถถถถ เขินนนนนนนน งุ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1939
    0
  15. #1937 Mintarisreal (@Mintarisreal) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:19
    โอ้ยยยยย น่ารักมากกกกกก มินยุนกิคือแบบ ฮื่อออออ แาหาาหาาฟาฟาาฟสหาากาหา
    #1937
    0
  16. #1936 llookpadwu (@0810113721) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 09:30
    คิดถึงๆๆๆ อยากมียุนกิอปป้าเป็นของตัวเองบ้าง หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า ฮื่อออ แต่ก่อนยัยจีมคงแก่นกว่านี้ ตอนนี้โตกันละ เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เขินๆ รอตอนต่อไปน้า
    #1936
    0
  17. #1935 pnnx (@smilefinn12) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 23:11
    โอ้ยย บอกก่อนว่าคิดถึงไรต์มากกก คัมแบคทีนี่เอาสะเขินเลยนะคะ ฮือ ยุนกิแพรวพราวมากค่ะะ ฮือ เขินแทนสาวน้อย ;-; รอค่า
    #1935
    0
  18. #1934 JumpingRABBIT (@jincoolnet) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 21:10
    เขินโอปป้าค่ะ พอแก่ขึ้นแล้วก้ดูจะหัวงูขึ้นนะคะ แหมแพรวพราวเหลือเกิน เมื่อก่อนต้องเป็นจีมินเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทุกครั้ง แต่มาดูตอนนี้สิโอ่ยยยยหน้าร้อนแทนยัยจีมเลย
    ตอนไปเที่ยวกันทำคะแนนให้เยอะๆนะคะยุนกิโอปป้าเผื่อจะได้จัดงานแต่งเป็นคู่ต่อไป>< รอคอยค่า
    #1934
    0
  19. #1933 Laxyz (@armanie) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 20:05
    อยากมีโมเม้นท์แบบนี้บ้างงงง พี่ชาย เพื่อนชายคนสนิทคนสำคัญ ที่เลื่อนเป็นแฟน ล่าสุดจะรีเทิร์น ชอบๆๆ
    #1933
    0
  20. #1932 Fern_Fern (@21821) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 18:48
    งื้อออ เขินนน ยุนกิโอปป้าาา >\\\<
    #1932
    0
  21. #1931 MaylodyMin (@Maylody--MKC_TH) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 18:28
    อยากมีโอ้ปป้าแบบนี้เป็นของตัวเองว้อยยยยยยยยยยยยย!!! ฮรือออเขินสุดดดด นี่ขนาดไม่ชอบอ่านคู่ชายหญิง แต่อ่านแล้วแบบ อยากมีโอ้ปป้าไว้ที่บ้านสักคนจังขร่ะ-////-
    #1931
    0
  22. #1930 pmin1013 (@pmin1013) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 18:24
    เขินมากกกกกกกกกกกกกกกกก
    #1930
    0
  23. #1928 Ice\'zz Be\'Icossest (@inspirit_ice) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 16:48
    ฮือออออออออออ เขินมาก อยากมีโฮปป้าในชีวิตจังข่ะ พวี้ดดดดดด คุณยุนกิร้ายมากได้โอกาสนี่หยอดเอาๆถ้าเราเป็นจีมินนี่จะละลายเป็นของเหลวซะเดี๋ยวนั้นเลย :_;;;;;
    #1928
    0
  24. #1927 Ravipat_2003 (@Ravipat_2003) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 16:43
    มาบ่อยๆนะไรท์ ~ ชอบมากอ่านครบทุกตอนจน วน4 5 รอบแล้วค่ะะ ชอบภาษามากๆ ??
    #1927
    0
  25. #1926 LoveN (@LoveLNLove) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 16:15
    ฮืออ หวานซะ
    #1926
    0