(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 52 : 31 : tomorrow land 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    21 พ.ค. 60




Title: tomorrow land 2

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin ) 

Genre: Alternative Universe!Against Religion, Fluff, Light Against 

Rate: ?

Word: TOTAL 29,200

Note: Satan!Yoongi, human!jimin
Note2: BTSXWEEKLY x แก้บน
WarningChristian BEWARE!
NOTE3: ในธรรมบัญญัติของพระคัมภีร์ อัครทูตเปาโลพบว่ากฎหมายทั้งหมดของพระเจ้าสามารถสรุปออกมาเป็นข้อเดียวคือ "จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง" (กาลาเทีย 5:14, โรม 13:9) ตีความได้ว่ามนุษย์ทุกคนควรจะหนุนใจ ปลอบใจ และห่วงใยซึ่งกันและรัก มีความรักให้เพื่อนมนุษย์เหมือนที่รักตนเอง


*รบกวนอ่าน Talk ด้วยนะคะ :)
(ต้องการจริงๆนะคะ)




             “ซิสเตอร์ครับผมพาเพื่อนมาหา” เมื่อประตูบานนั้นถูกเปิด สิ่งที่ซาตานรู้สึกคือกลิ่นอายบริสุทธิ์อย่างที่เขาไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว ซิสเตอร์ของจีมินมีหน้าตาเหมือนหญิงชราทั่วไป หากแต่ครอบครองรอยยิ้มอบอุ่นที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา


            “สวัสดีจ๊ะ จีมินอาในที่สุดก็มีเพื่อนกับเขาเสียทีนะ”


            “ปะเป็นเพื่อนที่ทำงานพิเศษด้วยกันครับ” ยุนกิโค้งหัวลงตามมารยาทของมนุษย์ ก่อนจะถูกเชื้อเชิญให้นั่งที่ข้างเตียง


            “ผมชื่อยุนกิครับ”


            “ยุนกิที่แปลว่าประกายแวววาวอย่างนั้นใช่มั้ยจ๊ะ เข้ากับเธอดีจังนะ”


            ซาตานแค่นหัวเราะในใจ เพราะมันเป็นชื่อที่เขาตั้งขึ้นเพื่อประชดเสียดสีตัวเอง ในนรกนอกจากเพชรนิลจินดาแล้วก็ไม่มีสิ่งใดที่ส่องประกายได้อีก ไม่มีสักอย่าง


            “ใช่มั้ยละครับ ซิสเตอร์ ครั้งแรกที่ผมเจอเขาผมก็คิดอย่างนี้แหละ” จีมินพูดด้วยความกระตือรือร้น นั่นทำให้ซาตานรู้สึกแปลกใจ เพราะเขาไม่ได้คิดว่าจรมินจะคิดอย่างนั้น


            “ดีใจที่ได้เจอเธอนะจ๊ะ ยุนกิ ว่าแต่วันนี้มาหาคนแก่อย่างฉันแต่เช้า จะไปเที่ยวเล่นที่ไหนกันละ?”


            จีมินยิ้มค้าง เขาลืมไปเสียสนิทว่าปกติแล้วซิสเตอร์มักจะรู้ว่าเขาจะไปทำงาน


            “วันนี้เป็นวันหยุดของจีมินครับ พวกเราก็เลยจะไปสวนสนุกกัน” ยุนกิตอบแทนคนที่นิ่งเงียบไป


            “สวนสนุก นั่นมันดีมาก! เธอไม่เคยไปสวนสนุกเลยนี่จีมิน” เมื่อเห็นความสุขในดวงตาของหญิงชรา จีมินเกิดสองความรู้สึกในใจ อย่างแรกคือเขาดีใจที่ซิสเตอร์มีความสุขไปกับเขา ส่วนอย่างที่สองคือความขมลึกเพราะในขณะที่กำลังจะไปเที่ยวสนุก ซิสเตอร์กลับไม่สามารถออกไปไหนได้เลย


            “ผม


            “น่า เธอยังเป็นวัยรุ่นอยู่เลย ควรได้ออกไปเที่ยวบ้างก็ถูกต้องแล้ว ไม่ต้องห่วงฉันหรอกนะจ๊ะ” แน่นอนว่าหล่อนล่วงรู้ความกังวลในใจของเด็กหนุ่ม


            “ไม่ห่วงไม่ได้หรอกครับ จะว่าไปแล้ว ซิสเตอร์ได้ไปโรงพยาบาลบ้างรึเปล่าครับ ผมคุยกับหลวงพ่อเมื่อวันก่อนบอกว่าทางโรงพยาบาลบอกว่าอาการของซิสเตอร์


            “พวกเขายังไม่ได้บอกอะไรหรอกจ๊ะ แต่คงจะเร็วๆนี้ละ จีมินอา เธอไม่ควรจะนำเรื่องของคนแก่อย่างฉันมาเป็นเรื่องหนักใจนะ”


            ไม่ให้คิดได้ยังไงกัน


            “แต่ว่าซิสเตอร์


            “จีมินอา พระคัมภีร์บอกว่าคนเราทุกคนมีหน้าที่บนโลกมนุษย์ และเมื่อเราทำตามหน้าที่ของเราเสร็จแล้ว วิญญาณบริสุทธิ์ของเราก็จะคืนกลับไปหาพระบิดาบนสวรรค์ ดังนั้นฉันจึงรอคอยวันนั้นโดยปราศจากความกลัว เธอเองก็เช่นกันนะ”


            “ทุกคนมีหนทางของตัวเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องของฉันหรอกนะจ๊ะ”


            มือทั้งสองข้างของเขากำแน่น


            “ครับ ซิสเตอร์”


            ยุนกิสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของจีมินถึงได้เอามือไปจับกำปั้นที่ตักนั้น บีบเบาๆ


            “พวกเธอไปเที่ยวกันได้แล้วละจ๊ะ ออกสายกว่านี้เดี๋ยวแดดจะร้อนเอานะ”


            รอยยิ้มของซิสเตอร์ทำให้ซาตานเม้มปาก เพราะเขารู้ดีว่าวันนั้นที่หล่อนรอคอยจะมาถึงในไม่ช้าไม่เร็ว ที่เขาห่วงก็คือความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเขา สำหรับเขาที่เห็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนนั้นชินชาเสียแล้ว แต่จีมินไม่ใช่อย่างเขา

 

            “ซิสเตอร์ของเธอเป็นคนเข้มแข็ง เพราะอย่างนั้นเธอไม่ควรจะต้องเสียน้ำตาหรอกนะ” เขาพูดเพียงแค่นั้นระหว่างที่รถโดยสารจอดลงที่หน้าสวนสนุก จีมินที่นั่งเงียบมาตลอดทางพยักหน้า พยายามปรับความรู้สึกของตัวเองให้เป็นปกติ


            “ผมขอโทษครับ”


            “ขอโทษทำไม เธอไม่ได้ทำอะไรผิดนี่?”


            “ผมคงทำให้คุณรู้สึกแย่ไปด้วย ทั้งที่คุณเป็นแต่ผมยังพาคุณไปเจอซิสเตอร์อีก” คนฟังได้ยินอย่างนั้นก็โคลงหัว เอาแขนไปคล้องคอของเด็กหนุ่ม “ไม่หรอกน่า ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย” นอกจากเรื่องความรู้สึกของเธอ จีมิน


            “คุณรู้สึกไม่สบายตัวบ้างรึเปล่าครับ ที่ต้องอยู่ในโบสถ์”


            “หืม?”


            “ก็ผมเคยได้ยินมาว่าปีศาจเข้ามาในโบสถ์ไม่ได้ มันจะร้อน”


            “เฮ้อ ถ้าเข้าไม่ได้ก็คงไม่อยู่กับเธอมาตั้งนานแบบนี้หรอกจีมิน ถามอะไรแปลกๆไปได้”


            จีมินหัวเราะ และยุนกิรู้สึกดีที่เป็นอย่างนั้น หลังจากที่ทั้งคู่รับตั๋วเข้าสวนสนุกที่จองเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันก่อนก็รับแผนที่สวนสนุกมาจากพนักงาน


            “เครื่องเล่นแต่ละอย่างจะแบ่งออกเป็นโซนๆตามคอนเส็ปของแต่ละพื้นที่ คุณอยากเล่นแบบไหนละ”


            “เอาแบบที่สนุกสุดๆ”


            “รถไฟเหาะ?” จีมินมองหาเครื่องเล่นดังกล่าว ก่อนจะพบว่ามันค่อนข้างไกลพอสมควร


            “งั้นก็เดินไปเล่นไปดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา” ถึงจะมีเวลาทั้งวันแต่พื้นที่ก็ไม่ใช่ใกล้ๆ ต้องใช้เวลาเดินพอสมควรเลยทีเดียว


            “แล้วแต่เธอเลย”


            ยุนกิไม่ได้คิดว่าคำพูดนั้นจะทำร้ายเขาในภายหลัง

 


            “คุณลองใส่หูอันนี้สิ” ก่อนจะถึงเครื่องเล่นอันแรกที่หมายตาไว้ พวกเขาถูกหยุดไว้ด้วยร้านกิฟท์ช้อปของสวนสนุกที่มีที่คาดผมลายต่างๆแขวนอยู่และของที่ระลึก จีมินเห็นคนหลายคนที่เดินเที่ยวอยู่ในสวนสนุกใส่มัน ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเขาควรจะลองใส่ดูบ้างเพราะไหนๆก็ได้มีโอกาสมาแล้วและมันก็น่าอายเกินกว่าที่จะใส่ที่คาดผมเหล่านี้คนเดียว


            “ไม่เอา” เรื่องอะไรที่เขาจะต้องใส่คาดผมพวกนี้ด้วย ในเมื่อเขามี เขาแห่งความภูมิใจที่ดูดีที่สุดในนรกอยู่แล้ว


            “ทำไมละครับ”


            “ถ้าเธอชอบ ฉันจะเสกให้เขาของฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาดนะครับ!


            “ทำไม” ครั้งนี้จ้าวปีศาจถามบ้าง


            “เขาของคุณมันเหมือนของคนอื่นที่ไหนเล่า เลือกมาสักอันเถอะครับ นะ ตามใจผมหน่อยได้มั้ย”


            คำพูดนั้นทำให้ยุนกิกลืนน้ำลาย ไม่อาจต้านทานประกายในดวงตาของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ จีมินไม่เคยร้องขอมาก่อน และนั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนเด็กหนุ่มกำลังอ้อนวอน


            “นะครับ คุณตามใจผมหน่อยนะ”


            “ก็ได้” จีมินเกือบจะร้องเย้ออกมาแล้ว “แต่ต้องให้ฉันเลือกที่คาดผมของเธอนะ”


            “ไม่มีปัญหาเลยครับ!


            ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มสองคนเดินออกจากร้านกิฟท์ช้อป ซาตานหนุ่มซึ่งมีที่คาดผมหูหมีสีดำสนิทจึงถูกเด็กหนุ่มที่มีหูแมวสีขาวเดินจับจูงไปจนถึงหน้าเครื่องเล่น น่า ถึงยังไงก็คงไม่มีใครตามเขาเจอหรอก

 


            แต่เขาคิดผิด


            หลังจากที่เล่นเครื่องเล่นอันแรกผ่านไป จีมินก็ขอตัวเขาไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้ยุนกิยืนรออยู่ที่ด้านหน้า


            เขาอยากจะถอดที่คาดผมไปให้รู้แล้วรู้รอดแต่ติดที่ว่าจีมินชอบมันก็เลยต้องเลยตามเลย สวนสนุกมีสีสันฉูดฉาด แอบทำเอาตาของเขาพร่าในความสดใสซึ่งต่างกับในนรกที่เขาอยู่แบบหน้ามือและหลังมือ


            จะว่าไปก็ดูสดใสเกินไปจริงๆนั่นละ


            ฉับพลันกลิ่นอายบางอย่างที่คุ้นเคยทำให้เขาต้องรีบหันหลังกลับ เขารู้ดีว่ามันคือกลิ่นที่เขาเกลียดชังที่สุดจนเขาคิดจะเรียกอาวุธของตัวเอง แต่ปรากฏว่าภาพที่เห็นกลับทำให้เขาต้องชะงักค้าง ไม่สามารถพูดอะไรได้


            เป็นมัน!


            “คุณยุนกิ คือว่า


            “เอามันออกไป”


            “แต่น้องเขาหลงทางกับพี่ชายพี่สาว


            จีมินจูงเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักเดินออกจากห้องน้ำ เด็กคนนั้นตัวเล็กนิดเดียว ผิวขาวจั๊วะ เส้นผมสีอ่อนตัดกับดวงตาสีฟ้าสวย เด็กคนนั้นสวมชุดเสื้อและกางเกงลายดาว มีที่คาดผมรูปวงแหวนเทวดาอยู่ที่ด้านบน


            หลงทาง! ยูริเอลเนี่ยนะจะหลงทาง!


            “มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย” เขาเอ่ยปากอย่างไม่ไยดี จีมินอ้าปากค้าง ก่อนจะรีบทรุดลงไปกอดเด็กน้อยเอาไว้ “ทำไมพูดจาใจร้ายแบบนั้นละครับ! น้องเขาน่าสงสารออก”


            “พะพี่ชายกับพี่สาวบอกว่าให้รอตรงนี้ ตอนเย็นจะมารับ แต่ว่าแต่”


            เล่นละครเก่งนักนะ ไอ้พวกปีกขาว!


            “พวกเราพาเขาไปที่ประชาสัมพันธ์เถอะครับ เดี๋ยวพี่เขาจะได้มารับ


            “มะไม่ไปนะ ถะ ถ้าไปละก็พี่ชายจะดุ ผม


            จีมินขมวดคิ้ว คิดเรื่องออกมาได้เป็นฉากๆ พี่ชายต้องพาแฟนตัวเองมาเดทโดยเอาน้องมาด้วยจะได้ดูดี เสร็จแล้วก็ให้น้องชายนั่งรอในขณะที่ตัวเองไปสนุกกับแฟน ไอ้แบบนี้มันใช่ได้ที่ไหนเล่า


            “แล้วพี่ชายบอกให้หนูรออยู่ถึงกี่โมงครับ?”


            “เย็นๆครับคือ


            “พวกใจร้าย! คุณไม่เห็นเหรอว่าพี่ชายเขาใจร้ายมากแค่ไหน พวกเราทิ้งเขาไว้ไม่ได้นะครับ”


            มันแต่งเรื่องจีมิน! เธอได้ยินมั้ย!


            ปากที่กำลังจะอ้าปากพูดความจริงกลับถูกขัดด้วยเสียงบางอย่างที่แล่นขึ้นมาในหัวเสียก่อน


            ถ้าท่านเปิดเผยเรื่องของข้าละก็ ข้าจะเอารูปที่ท่านใส่หูหมีดำนี้ไปติดประกาศทั่วนรก!’


            ซาตานหนุ่มถลึงตา เจ้ากล้า!’


            ‘ทำไมจะไม่กล้า อันที่จริงท่านก็ดูดีไม่หยอกเลยนะ หูนี่ดูดีพอๆกับเขาของท่านเลย


            ‘หุบปาก เจ้าโง่ เจ้ามาที่นี่ทำไมกันแน่!’ เขาอุตส่าห์ขึ้นมาโลกมนุษย์เพื่อหนีมันแท้ๆ


            ข้าเองก็มาเล่นสนุกตามประสาเทวดาน่ะซี่ เอาเป็นว่าให้ข้าอยู่ด้วยแป๊บเดียวแล้วจะไม่รบกวนท่านอีก ตกลงหรือไม่


            ‘เจ้าอยากไปเล่นก็ไปเล่นเองสิ จะมายุ่งกับข้าทำไม


            ‘เล่นเครื่องเล่นคนเดียวมันสนุกที่ไหน ต้องเล่นกันหลายๆคนต่างหาก


            ‘ข้าไม่—’


            “คุณยุนกิให้เขาไปด้วยเถอะนะครับ เขาน่าสงสารออก นะ”


            ซาตานพ่นลมหายใจออกมาดังพรืด


            “ก็ตามใจสิ”


            ทั้งเด็กหนุ่มและเด็กเล็กร้องเย้กันทั้งคู่ ในขณะที่จีมินอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาและเดินนำหน้าไป ยุนกิก็ได้แต่เดินตามไปห่างๆอย่างไม่สบอารมณ์


            เพิ่งเคยจะเห็นท่านเป็นแบบนี้ครั้งแรกเลยนะซาตาน


            ‘หุบปากแล้วก็เก็บรอยยิ้มนั่นซะ! เดี๋ยวความก็แตกหรอกเจ้าโง่!’


 

            “ว่าแต่หนูชื่ออะไรนะครับคนเก่ง พี่ชายจะได้เรียกถูก” ขณะที่พวกเขากำลังต่อแถวเล่นรถคุณปู (เพราะจีมินเห็นว่าเด็กต่อแถวเครื่องเล่นนี้เยอะมากจึงคิดเอาเองว่ามันน่าจะสนุก) เขาก็ถามชื่อของคนที่จับมือเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย


            “ชื่อวีคับ พี่ชาย” วีเป็นเด็กที่ดีมาก พูดรู้เรื่อง บอกให้จับไว้อย่าให้หลงกันก็ทำตาม


            “เฮอะ” ไอ้พวกเล่นละคร! ยุนกิคิดในใจ


            “วีชอบพี่ชายมากๆเลย พี่ชายใจดี” เขาส่งรอยยิ้มให้จีมิน ก่อนจะหันไปทางยุนกิ “พี่ชายใจดีมากับพี่ชายน่ากลัวแค่สองคนเหรอครับ”


            พรืดจีมินหัวเราะ หันไปมอง พี่ชายน่ากลัวที่ถลึงตาใส่วีไม่รู้รอบที่เท่าไรของวันแล้ว


            “พี่ชายคนนั้นน่ากลัวมาเลยเหรอครับ?”


            “อื้อ วีกลัว” เด็กน้อยตอบก่อนจะซุกหน้าลงกับต้นขาของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย


            เสแสร้ง


            ท่านก็เลิกทำหน้าตาแบบนั้นใส่ข้าสักที


            ‘เจ้าก็อยู่ให้ห่างจากจีมินซะสิ!’


            ‘อ๊ะ อ๊ะ ซาตาน ท่านกำลังหวงเด็กหนุ่มชาวมนุษย์นี่อย่างนั้นหรือ


            คำนั้นทำให้ยุนกิชะงัก ก่อนจะหรี่ตา หวง เขานะเรอะ หวง


            เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า


            ‘ท่านกำลังหวงเด็กมนุษย์นี่กับข้า ซาตาน


             และนั่นทำให้ซาตานเสียสมาธิทั้งหมดที่มีไปกับคำนั้น เครื่องเล่นๆไม่ได้อยู่ในความสนใจของซาตาน มีเพียงแต่กรอบหน้าของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ที่กำลังหัวเราะคิกคักกับเทวดาจำแลง ไม่ว่าพวกเขาจะไปเล่นอะไร จะทำอะไร ก็ไม่สามารถสลัดมันออกไปจากหัวได้เลย

           


            “ฉันไม่ไหวแล้ว” หลังจากที่ได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่ารถไฟเหาะยุนกิยอมรับออกมาทื่อๆว่าในที่สุดแล้วก็ยังมีสิ่งที่เขาต้องกลัวบ้างอยู่เหมือนกัน ปีศาจทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้สาธารณะทันทีหลังจากเดินโซซัดโซเซไม่เป็นท่า


            ส่วนคนเป็นมนุษย์กับเทวดานะเหรอ ก็ต้องสนุกอยู่แล้ว


            “วีอยู่ตรงนี้กับพี่ชายใจร้ายก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่จะไปซื้อน้ำก่อน” เขาหยิบใบปลิวมาพัดให้ที่ใบหน้าซีดเซียว ไม่รู้จะสงสารหรือว่าจะหัวเราะดี


            “โอเคคับ! วีจะดูแลพี่ชายใจร้ายเอง”


            ลับแผ่นหลังของจีมินไปแล้ว เทวดาก็กระโดดขึ้นไปนั่งข้างๆยุนกิ ท่าทีเกรงกลัวเมื่อกี้หายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


            “หมดสภาพเลยนะท่าน”


            “เฮอะ ส่วนเจ้าก็คงสนุกมากเลยสิท่า”


            “สนุกตรงที่เห็นท่านมองเด็กมนุษย์นั่นไม่วางตาเลยต่างหาก” ยูริเอลยิ้ม


            “สรุปเจ้ามีธุระอะไรก็พูดมา” และเขารู้ว่าเจ้าตัวมีบางอย่างถึงได้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่


            “ซาตาน โชคชะตาของท่าน


            โชคชะตา เอาอีกแล้ว โชคชะตา


            “ข้าไม่


            “ข้าจริงจัง เด็กคนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับ” เทวดาหนุ่มไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมซาตานถึงดูไม่แยแสกับสิ่งนี้ ในเมื่อ เดี๋ยวเขาก็จะปฏิเสธเกี่ยวกับมันอีก


            “ข้ารู้แล้วน่า” แต่คำตอบที่ได้ยินครานี้กลับทำให้เทวดาเป็นฝ่ายแปลกใจ


            “ข้าไม่ได้โง่ เจ้าปีกขาว”


            ซาตานไม่แน่ใจว่าเพราะเขารำคาญหรืออะไรถึงได้เลือกที่จะถลกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นมา เหนือข้อแขนขาวสะอาดเป็นรอยตรารูปหน้าปัดนาฬิกาโบราณ เข็มเวลาสีดำสนิทเข็มเดียวชี้อยู่ที่เลขสอง


            “ไม่จริงน่า”


            “เฮอะ ทีแบบนี้มาพูดว่าไม่จริง เจ้าจะเอายังไงกันแน่”


            แต่ถ้อยคำของเขาไม่ได้เข้าผ่านสมองของเทวดาเลยแม้แต่น้อย เพราะดวงตาสีฟ้างดงามกลับจดจ้องอยู่ที่เลขสองบนหน้าปัดนั้นนิ่งนาน

            เพราะเข็มนาฬิกาของจอมมารหยุดที่เลขสิบสองมาตั้งนานแล้ว


            นานนานมากจนเขาไม่อาจจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มันขยับคือเมื่อไรกัน


            เดินแล้วอย่างนั้นเหรอ? แถมยังเดินถึงสองครั้ง


            “เข็มนาฬิกาของท่าน


            “อืม


            เข็มนาฬิกาที่ไม่เคยบอกเวลาอื่นใดได้ทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง และเขารู้ดีว่ามันเป็นเพราะเด็กหนุ่มคนนั้น


            “ซาตานท่าน”


            “ถึงเจ้าจะมาย้ำอีกกี่ครั้งก็เปล่าประโยชน์ ข้าคือซาตาน และเจ้าแห่งนรกไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใดแม้จะเป็นโชคชะตาของตัวเอง”


            จ้าวปีศาจไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายแล้วหากเข็มนาฬิกานี้ไปจะไปหยุดอยู่ที่เลขใด เพราะนาฬิกาของเขาไม่เคยบ่งบอกแต่แรกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นแค่เครื่องมือเพื่อเตือนภัย เตือนเพื่อจะย้ำว่าสุดท้ายแล้วอะไรบางอย่างจะเกิดขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ไม่เคยเป็นปัญหา


            เจ้าของปีกสีขาวรู้ว่าที่จอมมารทำตัวให้ตลกขบขันไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนตลก แต่เพราะเขากำลังมีจุดมุ่งหมายบางอย่าง ซึ่งเทวดาไม่รู้ว่าสิ่งที่จอมมารคิดจะทำเป็นเรื่องดีที่หรือไม่


            น่าขำ อันที่จริงเขาไม่คิดว่าปีศาจจะทำความดีได้อยู่แล้ว


            “ท่านกำลังมีความรัก รู้ตัวหรือไม่?”


            ความรัก ความรู้สึกแบบนี้เรียกว่าความรักอย่างนั้นเหรอ?


            “ไม่มีทาง”


            “ยอมรับเถอะว่าท่านตกหลุมรักเด็กหนุ่มนั่นเข้าแล้ว”


            “ซาตานไม่เคยรักใคร เจ้าปีกขาว” ความคิดที่ถูกยัดเยียดทำเอาเขาตกตะลึง ก่อนจะหันไปเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยของเทวดาในร่างของเด็กเล็ก


            “หัดวางศักดิ์ศรีของท่านแล้วยอมรับความจริง ท่านมอบใจให้กับเด็กนั่นไปแล้ว นาฬิกาของท่านเดินตั้งแต่ที่ได้พบเด็กหนุ่มคนนั้น เขาคือคนที่โชคชะตาส่งมาให้ท่าน”


            “เขาเป็นแค่มนุษย์ทั่วไป ยูริเอล” เหมือนคนอื่นๆ


            “ท่านคิดว่าการที่ได้พบเจอกับเขาคือเรื่องบังเอิญ? การที่พลังของท่านใช้ไม่ได้ผล? การที่เขาช่วยเหลือท่าน เด็กหนุ่มผู้ถูกกักขังอยู่ในดินแดนของพระเจ้ากับซาตานผู้ปกครองนรก ท่านคิดว่ามันคือเรื่องบังเอิญจริงๆอย่างนั้นเหรอ?”


            หนึ่งคำก็โชคชะตา สองคำก็โชคชะตา


            ความรักที่ได้มาพร้อมชะตากรรม มันง่ายดายถึงเพียงนั้นเลยหรือ


            “ข้ารู้ว่าท่านไม่อยากรักเขา แต่ท่านรักเขา”


            “นรกไม่ใช่ที่ที่จีมินสมควรจะไป”


            ตั้งแต่ที่เขาเห็นจีมินครั้งแรก เขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นคงจะโบยบินกลับไปหาจ้าวสวรรค์ทันทีที่หมดลมหายใจ เพราะอย่างนั้นซาตานถึงเล่นตลก และใช่ เขาตั้งใจ เขาตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น ล่อหลอกเด็กหนุ่มให้ตายใจและ


            “แล้วท่านรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่อยากไป” ฉับพลันบรรยากาศโดยรอบก็มืดคล้ำ ชวนอึดอัดด้วยแรงพิโรธของจ้าวแห่งนรกเพราะเทวดาชักจะพูดมากเกินไปแล้ว


            “เพราะไม่เคยมีใครอยากไปนรก ไม่เคยมีคนไหนอยากจะเดิมพันกับวันพรุ่งนี้ เจ้าโง่”


            ผู้คนในนรกไม่ได้ต่างอะไรกับคนบนโลก แค่เลวทรามกว่า ยากจนกว่า ต้องดิ้นรนมากกว่า เพื่อความสุขสบายของวันพรุ่งนี้ วันนี้ถึงต้องทำงานหนัก แต่จะให้ทำยังไงได้ ก็มันเป็นสถานที่ของคนเลว คนเลวคือคนที่ต้องถูกลงโทษ


            และเขาเพียงแต่นึกสงสัยว่าสุดท้ายแล้วเด็กหนุ่มคนนี้จะนำพาเขาไปสู่สิ่งใดกันแน่เท่านั้น


            “และข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไร”


            ดวงตาสีฟ้ากระจ่างกะพริบ ชั่วเสี้ยววินาทีที่เห็นความอ่อนหวานในดวงตาสีดำสนิท


            ดูเหมือนว่าเขาจะส่งสานส์สำเร็จแล้ว?


            “ได้ยินอย่างนี้ข้าก็เบาใจ” พูดแค่นั้นแล้วเด็กชายก็ลุกขึ้น ปัดเสื้อและกางเกงให้เรียบร้อย “อย่างนั้นข้าก็ไม่กวนแล้วละ”


            “ขอให้ท่านโชคดีกับโชคชะตาก็แล้วกัน จอมมาร”


            ยุนกิไม่ได้กะพริบตาด้วยซ้ำตอนที่ปีกสีขาวเจิดจ้ากระพือขึ้น ทิ้งขนนกมากมายลอยเกลื่อน ขัดขวาทัศนียภาพในการมองเห็นของเขาไปจนหมด เขามองมันนิ่งนาน รู้ตัวอีกทีก็ต้อนที่มีความเย็นสายหนึ่งแตะลงที่ข้างแก้ม


            “สีหน้าคุณดีขึ้นมากแล้วนี่ ว่าแต่วีละครับ”


            “เด็กนั่นเจอกับพี่ชายแล้ว” เขารับขวดน้ำมาจากมือ จีมินพยักหน้ารับรู้ก่อนจะนั่งลงข้างๆที่ซึ่งเทวดาเคยนั่งมาก่อน


            “คุณนี่ไม่ไหวเลยนะครับ แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วได้ยังไงกัน?”


            “ฉันเป็นปีศาจนะจีมิน ไม่ใช่นักกีฬาโอลิมปิค” จีมินหัวเราะ เพราะคนตรงหน้าดูหมดสภาพเหมือนไปวิ่งมาทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย


            “เย็นขนาดนี้แล้วไปเล่นชิงช้าสวรรค์กันเถอะครับ แสงตอนพระอาทิตย์ตกน่าจะกำลังสวยเลย”


            “ก็ตามใจเธอสิ”


            “ว่าแต่เมื่อกี้มีนกอะไรบินมาแถวนี้รึเปล่าครับ ทำไมมีขนนกเต็มไปหมดเลยละ” รองเท้าผ้าใบของเขาเขี่ยขนนกสีขาวสะอาดซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนซึ่งร่วงหล่นอยู่เต็มพื้น หยิบมันขึ้นมาพิจารณาก็นึกสงสัยว่ามันคือขนของนกอะไร


            “อ้อ ก็แค่นกพิราบน่ะ นกพิราบพูดมากตัวนึง”


            ซาตานข้ายังรู้อยู่นะว่าผู้ที่ลั่นวาจาไว้ว่าไม่เคยกลัวอะไรที่แท้จริงแล้วยังกลัวรถไฟเหาะ!’


            ยุนกิยิ้ม ไม่ตอบอะไรเพียงแต่เป็นฝ่ายลุกขึ้นและยื่นมือให้เด็กหนุ่มที่ยังทำหน้างงงวยไม่เลิก


            “ไปเถอะ ก่อนที่แถวชิงช้าสวรรค์อะไรของเธอจะยาว”

 



            กว่าจะถึงคิวขึ้นชิงช้าสวรรค์ก็เป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มไปแล้ว ซาตานมองทิวทัศน์ด้านนอกเพียงครู่เดียว ก่อนจะเบนสายตากลับมาหาเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ที่ยังตื่นเต้นกับวิวด้านนอกไม่เลิก สีของพระอาทิตย์ตกสะท้อนกับลูกแก้วสีน้ำตาลอ่อน นั่นทำให้ดวงตาของเขาอ่อนแสงลง


            “คุณรู้มั้ยว่าหากคู่รักจูบกันบนชิงช้าสวรรค์ตอนที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้วความรักของทั้งคู่จะคงอยู่ตลอดไปละ”


            “เป็นความเชื่ออย่างนั้นเหรอ?”


            “ครับ จริงบ้างไม่จริงบ้างก็แล้วแต่คน” จีมินยิ้ม ที่มีความเชื่อแบบนั้นก็คงเพราะทิวทัศน์ที่สวยงาม ชวนให้ใจสั่นไหวได้อย่างง่าย ทั้งยังอยู่กันแค่สองคน บรรยากาศก็ชวนเป็นใจเหลือเกิน


            “นอกจากนั้นแล้วยังมีอีกความเชื่อด้วยนะครับ เรื่องคำอธิษฐานน่ะ ถ้าขอพรแล้วจะเป็นจริง”


            “แล้วเธออยากขออะไรละ?”


            “หลายอย่างเลยละครับ ทั้งขอให้ซิสเตอร์หายดี ขอให้มีเงินเยอะๆ มีชีวิตที่สุขสบาย ไม่เจ็บไม่ป่วย ได้ไปโรงเรียน แล้วก็มีเพื่อนเหมือนคนอื่น รวมทั้งได้ทำตามความฝันของตัวเองด้วย”


            “เธอมีความฝันด้วยอย่างนั้นเหรอ? เธอไม่เห็นเคยพูดถึงเลย”


            “ก็ความฝันมันมีไว้สำหรับคนรวยนี่ครับ คนอย่างผมวันๆแค่จะเลี้ยงตัวให้รอดยังยากเลย”


            ใช่ ความฝันนั้นมันก็เป็นแค่เรื่องเพ้อฝันหนึ่งเรื่องเท่านั้นเอง


            “เล่าความฝันของเธอให้ฉันฟัง”


            “ที่จริงแล้วผมอยากเป็นนักเต้นครับ” เขานึกภาพตัวเองเต้นรำอยู่บนเวที อันที่จริงสมัยเด็กเขาเคยเต้น แต่ทว่ามันกลับเป็นได้แค่เรื่องสมัยเด็กเท่านั้น การเรียนศิลปะต้องใช้เงินเยอะและใช้เวลามหาศาล คนที่ไม่มีทั้งสองอย่างแบบจีมินจะไปมีปัญญาที่ไหนจะคิดเรื่องการเป็นนักเต้นเล่า


            คนที่ไม่เคยต้องทนหิว ทนหนาว ไม่มีวันเขาใจหรอก พวกเขาก็แค่มีความสุขและพร่ำเพ้อหาสิ่งที่เรียกว่าความฝัน


            “เธอเคยคิดบ้างมั้ยว่าถ้าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ บางทีเธออาจจะสามารถทำความฝันให้เป็นจริงก็ได้นะ” เขาว่า ทำให้จีมินนึกภาพตัวเองที่ไม่มีโบสถ์ ไม่มีซิสเตอร์ ไม่มีพระเจ้าในใจ


            แต่เขากลับส่ายหัว


            “พระเจ้ามักจะตระเตรียมทุกสิ่งไว้แล้วครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม ก็เป็นสิ่งที่พระเจ้าให้มา ผมจึงไม่เคยเสียใจเลยและไม่ลังเลที่จะเดินตามทางที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้”


            อย่างที่ซิสเตอร์บอก ถ้าเรามีศรัทธา


            คำพูดนั้นทำให้ซาตานชะงัก จ้องมองจีมินอยู่นาน


            “ว่าแต่คุณไม่ชอบวิวข้างนอกเหรอครับ?” จีมินหันมาเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องตัวเอง ก่อนที่เขาจะต้องหยุดลมหายใจ เพราะดวงตาสีดำสนิทของยุนกิกำลังเปลี่ยนกลายเป็นสีเดียวกับกับท้องฟ้าด้านนอก เกลียวสีทองกลายเป็นสีเพลิง ราวกับจะผลาญเขาให้ตายที่ตรงนี้


            “เปล่า ฉันชอบ” เขาหมายถึงดวงตาของจีมินไม่ใช่สิ่งอื่น


            เด็กหนุ่มชักจะมีศรัทธาเยอะเกินไปแล้ว


            ราวกับความรู้สึกของเขาจะส่งผ่านถึงเด็กหนุ่ม เพราะจีมินรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ท่าทางซาตานคงกำลังใช้ดวงตาคู่นั้นล่อลวงเขาแล้วเป็นแน่


            เขากำลังนั่งกระเช้ากับซาตาน และซาตานที่อยู่ตรงหน้าเขากลับไม่เหมือนปีศาจทุกตัวที่พระคัมภีร์เคยสอน นั่นทำให้หัวใจของเขาถูกระบายด้วยความอ่อนหวานอย่างที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น เขาไม่ได้คิดว่ามันเป็นความรู้สึกแบบไหน เพราะเขาเป็นคน ส่วนอีกฝ่ายเป็นปีศาจ มันไม่เคยถูกต้องและชวนให้สร้อยกางเขนที่คอของเขาร้อนวูบวาบทุกครั้งที่เขาคิดว่าเขารู้สึกอย่างนั้น


            จนกระเช้าของทั้งคู่ลอยขึ้นเหนือตึกสูงใหญ่สู้ท้องฟ้าสวยงามที่ไร้สิ่งบดบัง จอมมารแห่งขุมนรกรู้ว่าพวกมนุษย์มีความเชื่อแปลกๆเกี่ยวกับยามสนธยาว่าเป็นช่วงเวลาที่ผู้ปกครองไม่ควรจะปล่อยให้เด็กเล็กเล่นอยู่ด้วยคนเดียวเพราะจะถูกปีศาจทั้งหลายในมนต์ลักซ่อนผู้คนเหล่านั้น เขามองเด็กหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้าม นึกชิงชังกางเขนที่เด็กหนุ่มพกติดตัวยิ่งนัก เพราะทุกครั้งเขาที่เห็นมัน มันราวกับจะสร้างปีกสีขาวบริสุทธิ์ที่ด้านหลังของแผ่นหลังบางนั้น และทำเขาผู้ซึ่งไม่เคยหวาดหวั่นต่อสิ่งใดรู้สึกละอาย


            แต่โชคชะตาเป็นของข้า


            เดินตาม ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลง สุดแล้วแต่เจ้าของมันจะปรารถนา


            ใช่แล้วไม่มีความจำเป็นต้องหวาดระแวงต่อสิ่งใด นาฬิกาแห่งชะตากรรมที่ข้อมือของเขาเต้นตุบราวกับจะเรียกร้อง มันทำให้ดวงตาของจอมปีศาจดำมืดลงจนเห็นพายุสีทองคำ


            “จีมินอา


            “ว่าไงครับ?” เด็กหนุ่มหันกลับมา พอดีกับที่กระเช้าลอยขึ้นสู่จุดสูงสุดของเครื่องเล่น ช่วงเวลานั้นใบหน้าของเด็กหนุ่มแทบจะกลายเป็นสีเดียวกันกับท้องฟ้าเพราะแสงสนธยา ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับชัดเจนไม่เลือนไปกับสิ่งอื่น


            “ฉันจะให้พรหนึ่งประการกับเธอ


            จีมินไม่เห็นสิ่งอื่นนอกจากเปลวเพลิงสีทอง


            “แลกกับการที่เธอยอมเป็นของฉัน”


            มันไม่ได้เกี่ยวกับพรหนึ่งประการ ไม่ได้เกี่ยวกับแสงสวยงามของท้องฟ้า ไม่ได้เกี่ยวกับความโลภในตัวจีมิน หรือศักดิ์ศรีหยิ่งผยองทรนงของซาตาน เพียงแต่เด็กหนุ่มปิดเปลือกตาลง ปล่อยให้แพขนตาระกับผิวเนื้อเมื่อใบหน้านั้นขยับเข้ามาใกล้ ใกล้เข้ามาอีกเหมือนนาฬิกาทุกตัวบนโลกใบนี้ตายและไม่บอกเวลาอีกต่อไป


            รสชาติของจอมมารหอมหวานและขื่นขมเหมือนกาแฟที่ใส่น้ำตาลมากเกินความพอดี


            ริมฝีปากนั้นร้อนยิ่งกว่าไฟ ชวนเมามายอย่างสุรา เต็มไปด้วยคำลวงหลอกและคำโกหก ไม่มีความสัตย์ใดอยู่ในนั้นเลยแม้แต่คำเดียว


            ทว่าจีมินกลับหลงเชื่ออย่างยินดียิ่ง


            เขากลายเป็นคนบาป


            ปล่อยให้ซาตานตักตวง ช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเขา ยอมแม้กระทั่งหากมือนั้นจะเด็ดปีกและหนทางสู่สรวงสวรรค์ของเขาไปจนหมดสิ้นและเขาไม่เหลือทางอื่นใดให้เลือกเดินนอกจากทางขวากหนามสู่นรก


            เกลียวสีทองเส้นหนึ่งสว่างวาบเป็นประกายระยิบระยับระหว่างทั้งคู่ ไหลวนราวกับเป็นพยานของคำตอบรับที่ไร้เสียงด้วยใจศิโรราบของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ กลายเป็นนาฬิกาที่ข้อมือด้านขวาของจีมิน

 


            จีมินไม่เคยคิดว่าดวงตาของใครคนหนึ่งจะสามารถหลอมละลายสิ่งของได้ แต่ทว่าแววตาของจอมมารที่จดจ้องมาทางเขากลับทำจีมินรู้สึกเหมือนภายในของเขากลายเป็นเหล็กลนไฟ ตัวของเขาอ่อนยวบ ก้าวเดินแต่ละก้าวก็รู้สึกติดขัด


            “เธอกำลังเขิน เธอรู้ตัวรึเปล่า”


            “คุณก็เลิกมองผมแบบนั้นสักที”


            “ฉันห้ามตัวเองไม่ให้มองเธอไม่ได้หรอกนะ เด็กน้อย” จีมินผินหน้าไปอีกทาง ทั้งที่เขาเองก็เป็นผู้ชายทั้งแท่งที่ไม่เคยมีความคิดเรื่องเบี่ยงเบนมาก่อน ทว่าคำเกี้ยวของจอมมารกลับทำให้คนอย่างเขารู้สึกอย่างที่ว่า


            พวกปีศาจเก่งเรื่องล่อลวงจริงด้วย


            เด็กหนุ่มรีบเดินเข้าไปในร้านอาหารหลังจากทั้งคู่ตัดสินใจจะกินข้าวเย็นก่อนกลับโบสถ์ ร้านที่เลือกก็คือร้านหมูกระทะราคาถูกแบบที่พวกนักเรียนนักศึกษาชอบกินกัน เป็นหมูผัดในกระทะกับถั่วงอกและอย่างอื่น แน่นอนว่าปีศาจที่ไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับร้านปล่อยให้จีมินเป็นคนสั่ง ส่วนตัวเองก็นั่งจ้องคนที่กำลังคุยกับพนักงาน สายตาไม่ละไปจากต้นคอ และลูกกระเดือกที่กำลังขยับระหว่างที่เจ้าตัวสั่งอาหาร


            “แล้วก็เอาน้ำพีชด้วยนะครับ ขอบคุณครับคุณ! ยังไม่เลิกมองผมอีก”


            ยุนกิไม่ตอบ แต่กลับแสยะยิ้มอย่างที่ชอบทำ และครั้งนี้มันทำให้จีมินรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ตั้งแต่ตอนนั้น สายตาของจอมมารที่มองเขามันก็เปลี่ยนไป ชวนให้รู้สึกวูบวาบอยู่ไม่สุข


            “นรกเป็นสถานที่แบบไหนเหรอครับ” เขาเปลี่ยนเรื่องในที่สุด เพราะรู้ดีว่าคงห้ามอะไรอีกฝ่ายไม่ได้แล้ว


            “ทำไมจู่ๆถึงถามขึ้นมา”


            “ก็ผมทำสัญญากับคุณไปแล้วนี่ เท่ากับว่าผมก็ต้องตกนรกถูกมั้ยละ” เขาไม่ได้ไม่มีสติขนาดที่จะไม่รู้ว่านาฬิกาที่อยู่ดีๆก็ปรากฏที่ข้อมือด้านขวานั้นเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ


            “ทั้งใช่และไม่ใช่” เมื่อเห็นจีมินทำหน้าฉงน ยุนกิก็พูดต่อ “แต่จะบอกให้ก็ได้ว่านรกเป็นยังไง”


            “เป็นสถานที่ที่ทุกคนเรียกว่าดินแดนแห่งวันพรุ่งนี้”


            ดินแดนแห่งวันพรุ่งนี้? แปลกประหลาด แค่ชื่อก็แปลกแล้ว


            “ทำไมถึงต้องพรุ่งนี้ละครับ”


            จอมมารยิ้มอีกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มที่หม่นหมองกว่าเดิม ไม่ฉายแววยิ้มเยาะเหมือนอย่างเคย


            ซาตานนึกถึงความอดอยาก เมื่อแพ้สงคราม ไม่ต่างอะไรกับทาส ทุกคนดิ้นรน เพราะมีความหวังว่าวันพรุ่งนี้จะดีกว่า น่าขำ ความหวังในนรก ช่างเป็นเรื่องที่ตลกสิ้นดี


            “เพราะวันนี้มันบัดซบสุดๆไปเลยละมั้ง ทุกคนถึงคิดว่าวันพรุ่งนี้คงจะดีกว่า”


            “แล้วทำไม “อ้าว จีมิน!


            เจ้าของเสียงที่ไม่คุ้นเคยคือหนึ่งในเพื่อนร่วมงานของจีมินที่สถานบันเทิง ซึ่งตอนนี้เขาไม่ได้กลับไปทำงานที่นั่นแล้ว


            “ได้ข่าวว่านายมีเสี่ยเลี้ยง ไม่เชื่อว่าจะจริง เป็นยังไงบ้างละ ชีวิตที่เต็มไปด้วยกองเงินกองทองน่ะ”


            จีมินนิ่งค้าง “คือว่า


            “ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า คงไม่ใช่เสี่ยจริงๆใช่มั้ยละ ก็ตอนนั้นผู้จัดการบอกจะหาให้นายสักคนจะได้ไม่ต้องมาทนล้างจานเก็บขยะนายยังไม่เอาเลย”


            “แต่ว่า คือมันไม่ใช่


            “เพื่อนคนนี้ของนายดูท่าจะรวยไม่เบา นายนี่ช่างโชคดีจริงๆ” ผู้ชายคนนั้นหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยคำเสียดสี เย้ยหยัน และถากถาง จีมินที่คิดว่าเขาเกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้วกำลังจะพูดตอบ ทว่าก้อนบางอย่างที่จุกอยู่ที่คอของเขากลับไม่ยอมให้เขาทำแบบนั้น


            “เสี่ยเลี้ยง?” ยุนกิขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมจีมินถึงได้ดูย่ำแย่ขนาดนั้น


            “หา ไม่รู้จักเสี่ยเลี้ยงรึยังไง ก็พวกคนรวยๆที่จ่ายเงินเพื่อเลี้ยงดูเด็กแลกกับเซ็กส์ไงละ เฮ้อ นายก็ไม่ได้ดูแก่หรอกนะ แต่ก้นของจีมินมันดีมากเลยใช่มั้ยละ พวกเรายังเคยคิดเลยว่า


            ปัก!


            กำปั้นของซาตานที่ทุบลงบนโต๊ะทำเอาคนเกือบจะทั้งร้านหันมามอง แววอำมหิตทำใหชายสองคนที่เดินเข้ามาทักจีมินถึงโต๊ะถึงกับหน้าซีด


            “เฮ้ ชิล เพื่อน คือ


            “ฉันดีใจนะที่พวกแกรู้สึกว่าฉันรวย ใช่ ฉันรวย รวยมากด้วย รวยกว่าพวกนายเป็นพันๆเท่า ไม่สิอาจจะเป็นล้านเท่าด้วยซ้ำ” มือขาวคว้าหมับเข้าที่ข้อแขน ออกแรงบีบจนคนถูกกระทำหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด


            “แต่จีมินใช่คนที่พวกแกจะเล่นตลกได้ด้วยเรอะไง” แววตาของเขาไม่มีการล้อเลียน


            “คะ คือว่า


            “ไสหัวไปแล้วอย่ามาให้จีมินเห็นหน้าอีก ต่อให้พวกแกจะมีเสี่ยอีกสักกี่ร้อยล้านคนก็รวยไม่ได้เท่าฉันหรอกวะ เห็นแล้วเกะกะลูกตาเป็นบ้า”


            และเขามั่นใจมากว่ามันมีหลายวิธีที่จะทำให้พวกมันหายไปจากสายตาของเขาและ ซาตานหมายความอย่างนั้นจริง


            ชั่วขณะหนึ่งที่พวกมันเห็นเขาโค้งงองอกออกจากกลุ่มผมสีเทาเงินนั่น ดวงตาสีดำสนิทมีพายุสีทองไหลวนอยู่ที่ด้านใน และนั่นทำให้พวกมันขนลุก เกิดความกลัวขึ้นมา


            “วะ เหวอ กลัวแล้ว กลัว” พวกเขารีบวิ่งกลับออกไปทางประตูร้าน หายลับไปเร็วยิ่งกว่าติดเทอร์โบ


            ยุนกิหันกลับมาหาคนที่ก้มหน้าลงกับโต๊ะ น้ำตาหยดแหมะทีละหยด


            เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่พอจะเข้าใจสิ่งที่พวกนั้นพูด พวกมันหาว่าจีมินเป็นโสเภณี หรืออะไรก็ตามที่มีความหมายในทำนองนั้น


            “จีมิน เธอไม่ควรฟังคำพูดของพวกขยะ” เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไร


            “แต่มันก็จริงไม่ใช่เหรอไงครับ” เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แค่พายุนกิไปไหนต่อไป แล้วก็ใช่เงินของอีกฝ่ายเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดเรื่องอย่างอื่นนอกจากเรื่องเงินจำนวนหลักล้านที่จะได้รับ


            “ไหนเธอบอกว่าระหว่างเราคือการจ้างงานยังไง ทำไมวันนี้ถึงได้คิดเป็นอย่างอื่นแล้ว”


            “แต่ผม


            “ฟังนะ เธอมีค่ากว่าที่พวกนั้นพูด พวกนั้นก็แค่อิจฉาที่เธอมีงาน มีชีวิตที่ดีกว่าเท่านั้น”


            จีมินพยายามซึมซับกับคำพูดเหล่านั้น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมปีศาจอย่างยุนกิ คนที่อยู่ในนรกถึงได้ทำแบบนี้ ทำไมถึงได้ปกป้องเขา ทำไมถึงได้พูดจาดี และเอาใจใส่กับคนอย่างเขา


            “พวกนั้นไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นคนดี เป็นเด็กดี และที่เธอทำก็เพื่อซิสเตอร์ เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากหรอก”


            เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมปีศาจถึงไม่เหมือนกับปีศาจ และมนุษย์ก็ไม่รักเพื่อนบ้านอย่างที่รักตนเอง


            ในพระคัมภีร์กล่าวไว้ว่าเพราะพระบิดารักพวกเราทุกคนเท่าเทียมกัน จึงได้จัดเตรียมหนทางสำหรับทุกคนไว้แล้ว ทว่าเส้นทางที่จีมินเห็นกลับเป็นมนุษย์ที่ทำร้ายซึ่งกันและกัน หันอาวุธเข้าหาเพื่อประหัตประหารกัน ครอบครัวทะเลาะ เพื่อนฝูงแตกขาด ผู้คนพูดสิ่งที่ทำให้คนอื่นเจ็บปวดเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดี มันมีเหตุผลที่คนเราต้องทำอย่างนั้นด้วยหรือ เขานึกสงสัยยิ่งนัก


            “คุณรู้มั้ยว่าคุณไม่เหมือนปีศาจอย่างที่ผมจินตนาการไว้เลย”


            จ้าวแห่งนรกยิ้ม “เธอเองก็ไม่เหมือนมนุษย์ที่ฉันรู้จักเหมือนกัน จีมิน”


            และนาทีที่เด็กหนุ่มยิ้ม นาฬิกาที่ข้อแขนของซาตานก็ปวดตุบ เขารู้โดยที่ไม่ต้องมองว่าเข็มของมันเลื่อนขยับอีกครั้งแล้ว


            ใช่ เพราะว่าซาตานน่ะ

 

 

 

            จอมมารไม่ได้ล้อเล่นเรื่องพรที่เขามอบให้แก่จีมิน ปกติแล้วการที่ปีศาจจะมอบพรให้กับมนุษย์พวกมันย่อมล่วงรู้ความปรารถนาในใจของมนุษย์คนนั้นอยู่แล้ว และพรในใจของจีมินนั้นก็มีแค่ข้อเดียว แต่โชคชะตามักจะเล่นตลกกับคนเราเสมอ ปีกของโอกาสแตะลงเพียงแผ่วเบาที่มือซึ่งเอื้อมคว้า จากนั้นก็สลายหายไปอย่างที่ไม่เคยมีอยู่


ความปรารถนาของจีมินกลับดับมอดไปเสียแล้วยามที่เขาเห็นไฟสีน้ำเงินของรถฉุกเฉินซึ่งจอดขวางที่หน้าโบสถ์ยามที่ทั้งคู่กลับมาถึงโบสถ์ ทุกคนที่เห็นเขาเม้มปาก โดยไม่ต้องพูด ใจของเขาตกลงไปอยู่ที่พื้น ถูกเหยียบซ้ำๆ


            “จีมิน! จีมินซิสเตอร์เขา


            จีมินไม่ได้ขยับ ไม่ได้ยินเสียงอย่างอื่น ไม่แม้แต่จะหายใจยามที่เห็นร่างซึ่งถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวบางเบาถูกหามเข้ารถฉุกเฉิน


            ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำบอกลา


            โลกของเด็กหนุ่มหมุนคว้างเหมือนดวงดาวที่ไร้วงโคจร โซซัดโซเซจนยุนกิต้องคว้าประคอง


            “ซิสเตอร์


            ทั้งที่รักษามาตั้งขนาดนี้แล้ว


            ทั้งที่อุตส่าห์ทำทุกอย่างแล้ว แต่ทำไม


            “จีมิน”


            “ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! อีกแค่นิดเดียวแท้ๆก็จะ” ร่างของเขาทรุดลงไปกับพื้น


            “จีมิน


            “คุณทำอะไรสักอย่างสิ ซิสเตอร์ มันเพิ่งจะเกิดขึ้น มันเพิ่งจะ” จ้าวปีศาจเห็นความหวังที่แตกสลายของเด็กหนุ่ม เขารู้ว่าจีมินคาดหวัง แต่เขารู้ว่าเขาจะทำอะไรก็ได้ ทุกอย่างนอกจาก


            “จีมินฉันทำไม่ได้”


            คำพูดนั้นทำให้ลมหายใจของจีมินขาดห้วง


            “ทำไม


            “ทำไมละครับ”


            “ทำไมคุณถึงช่วยซิสเตอร์ไม่ได้ละ? คุณทำได้ไม่ใช่เหรอ พลังของคุณ ทุกอย่างที่


            ยุนกิส่ายหัว “วิญญาณของเธอไปสู่สรวงสวรรค์แล้วจีมิน


            หากเป็นนรก หากเป็นรอยต่อ หากเป็นสักที่ในโลกแห่งนี้หรือโลกวิญญาณ เขาสามารถทำได้ แต่เพราะสัมผัสวิญญาณของหญิงชราได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของพระผู้เป็นเจ้าแล้ว และสวรรค์คือสถานที่เดียวที่อำนาจของเขาไม่อาจไปถึง เช่นเดียวกันกับที่พระเจ้าไม่สามารถแหย่มือลงมาในนรก


            “ตะแต่ว่า


            ยุนกิคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ เข่าแตะพื้นอย่างที่เขาไม่เคยทำกับใครไม่ว่าจะที่ไหน แว่วเสียงของรถพยาบาลได้จากไปแล้วพร้อมเจ้าหน้าที่ของโบสถ์อีกสองสามคน แต่เขารู้ว่าจีมินยังไม่พร้อมที่จะรับฟังทุกอย่างที่เกิดขึ้น


            “เด็กดีซิสเตอร์ของเธอได้กลับเข้าสู่พระหัตถ์ของพระเจ้าแล้ว และนั่นคือความปรารถนาสุดท้ายของเขา เธอจำได้มั้ย?”


            จีมินรู้ เพราะแม้กระทั่งวาระสุดท้าย ซิสเตอร์เองก็ไม่หวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อยไม่เกรงกลัวต่อความตาย ไม่ร่ำร้องเพื่อยังมีชีวิตอยู่


            “เธอเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ? ว่าพระเจ้าได้เตรียมหนทางของคนทุกคนเอาไว้อยู่แล้ว เส้นทางของซิสเตอร์บนโลกอาจจะสิ้นสุด แต่ตอนนี้ซิสเตอร์ของเธอได้กลับคืนสู่หนทางแห่งโลกเบื้องบน เธอควรจะดีใจสิถึงจะถูก ซิสเตอร์ไม่ต้องเจ็บป่วย ไม่ต้องถูกขังอยู่ในห้องแคบๆ เช่นนี้ไม่ดีแล้วหรือ?”


            คำพูดนั้นทำให้เกิดแสงสว่างในใจของคิดว่ามืดดับแล้วซึ่งทุกหนทางของจีมิน และช่างน่าขันยิ่งนักเมื่อคนที่มอบแสงสว่างนี้ให้กับเขากลับเป็นปีศาจ เจ้าของดินแดนแห่งความมืดมิด


            ในใจของเขาสงบลง เหมือนจะค้นพบความจริง


            “คุณพูดถูก ผมควรทำใจได้ตั้งนานแล้ว”


            ทุกวันนี้ที่จีมินสามารถอดทนกับการทำงานหนักและเรื่องราวทุกอย่าง ทั้งอดทนต่อความไม่มีได้ก็เพราะเขาคาดหวังและคิดฝันไปเองว่าทุกอย่างที่อดทนมาจะทำให้เกิดผลอะไรบางอย่าง ทำให้ซิสเตอร์หายจากโรคร้าย ดังนั้นเขาจึงมีแรงพอที่จะสู้กับทุกอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต


            แต่…  เขาแค่เขาก็แค่


            เสียใจบ้างไม่ได้รึยังไงกัน



            อ่อนแอไม่ได้ พ่ายแพ้ไม่ได้ ทั้งยังร้อง

                       


            “ร้องออกมาให้หมดเถอะ เธอทำดีที่สุดแล้ว”

 


            ก็แค่อยากได้รับความรักบ้าง มีไหล่ของใครสักคนให้ร้องไห้ ได้รับคำชื่นชม ได้รับการปลอบประโลม บนโลกที่ทุกอย่างหมุนวนด้วยเงินตรา ผู้คนจ้องแต่ละทำลายซึ่งกันและกัน หันมีดเข้าหากัน ซึ่งมันขัดกับทุกสิ่ง ความเชื่อทุกอย่างที่เขาถูกสั่งสอนมา ทั้งที่คิดและรู้ว่ามันไม่มีทาง แต่ทำไมคนเราจึงยังพากเพียร ไขว่คว้าหาสิ่งที่เป็นไม่ได้

 

            “ฉันอยู่ตรงนี้”

 


            แค่ใครสักคนที่จะอยู่เคียงข้างและเป็นหลักให้ยึดพิงในวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้กับเขา

 

            จีมินไม่ได้ต้องการอะไรเลย ไม่เลยแม้แต่สักนิดเดียว นอกจากสิ่งนี้

 


เสียงระฆังตีบอกเวลาเที่ยงคืน เข็มนาฬิกาแห่งโชคชะตาขยับจนสรรพเสียงแห่งความเงียบงันต้องสั่นสะเทือน

 

 


 

 


            “คุณแน่ใจเหรอครับว่าจะอยู่กับผม คุณกลับไปนอนที่ห้องก็ได้นะ” จีมินที่กำลังปูเบาะกับพื้นพรมในห้องนอนของซิสเตอร์ เขาตั้งใจว่าจะนอนที่นี่เพื่อเป็นการส่งท้ายดวงวิญญาณ แต่พื้นที่ข้างเตียงนั้นค่อนข้างแคบ เรียกได้ว่านอนได้แค่คนเดียว


            “ฉันทิ้งเธอไว้ไม่ได้หรอก จีมิน” เพราะเขากลัวจีมินจะคิดอะไรบ้าๆขึ้นมา


            “ผมไม่กลัวผีหรอกนะครับ คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก อีกอย่าง ที่ตรงนี่ก็แคบด้วยผมว่ามันนอนไม่


            ฉับพลันร่างทั้งร่างของซาตานก็เปลี่ยนกลายเป็นแมวดำตัวเล็ก


            “ถ้าแบบนี้ก็นอนได้แล้วใช่มั้ยละ?”


            “น่ารักมาก!” จีมินรีบอุ้มเจ้าแมวดำเข้ามาในอ้อมกอด ถึงจะรู้ว่ามันคือร่างจำแลงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุนกิในร่างนี้ดูน่ารักมากกว่าแมวทั่วไป ขนสีดำขลับฟูนุ่มและหอมเหมือนได้รับการดูแลอย่างดี เขาหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจดังออกมาจากจมูกแมวเล็กๆ รู้ว่าเจ้าตัวกำลังไม่สบอารมณ์


            “ฉันทำไปเพราะรู้ว่าเธอชอบหรอกนะ” ที่จริงร่างแปลงที่ถนัดที่สุดของเขาคืออีกา แต่เขากลัวว่ากรงเล็บของตัวเองจะไปโดนส่วนใดส่วนหนึ่งของจีมินและทำให้จีมินอาจจะเลือดออกได้ แถมยุนกิยังแอบรู้ว่าเด็กหนุ่มมีความชอบพิเศษให้กับเจ้าสัตว์หน้าขนชนิดนี้ ดังนั้นเขาถึง… 


            “คุณรู้ว่าผมชอบแมวเหรอครับ?”


            “รู้สิ” จีมินลืมไปรึเปล่าว่าเขาคือซาตาน กะอีแค่เรื่องยิบย่อยนี่ไม่เกินความสามารถของเขาอยู่แล้ว


            “ผมกอดคุณตอนหลับได้มั้ย?”


            “ตามใจเธอเถอะ” เขาปล่อยให้จีมินเดินไปปิดไฟ ในขณะที่ตัวเองก็นอนขดอยู่ที่ด้านข้าง หลังจากที่จีมินกลับมาแล้วก็นอนลงกับเบาะ มือเล็กวางพาดกับเส้นขนสีดำสนิท มองเข้าไปในดวงตาแมวสีทองสว่างยิ่งกว่าแสงจันทร์


            “ขอบคุณนะครับ ที่ทำเพื่อผมขนาดนี้”


            เจ้าแมวไม่ตอบ หันหน้าหนีไปอีกทาง


            “คุณเขินเหรอครับ?”


            “เปล่า ฉันก็แค่ล่อลวงเธอเท่านั้นเอง”


            “ล่อลวงผม?”


            “ให้เธอตายใจ เดี๋ยวพอเธอไปอยู่กับฉันก็จะรู้เองว่ามันเป็นยังไง” ยุนกิโกหก ที่จริงแล้วเขาอยากจะให้เด็กหนุ่มสบายใจและใช่ เขาทำเพื่อจีมิน เขายอมรับกับตัวเอง


            “คุณจะใช้งานผมหนักเลยเหรอครับ?”


            “อืม หนักมาก”


            “ให้ผมทำอะไรครับ ทำไร่ ทำสวน? ในนรกมีอะไรให้ผมทำบ้าง”


            “นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องคิด” เพราะเขายังไม่ได้คิดถึงวันนั้นเลยด้วยซ้ำ แม้จะลั่นคำสัญญาไปแล้ว แต่ยุนกิไม่ได้อยากจะช่วงชิงชีวิตของจีมินไปอย่างที่เขาว่า อีกอย่าง เขายังไม่ได้ทำตามความปรารถนาของจีมินด้วยซ้ำ และจีมินก็คงยังไม่มีเรื่องที่อยากจะได้ในช่วงนี้ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าคงจะไม่เร่งรัดให้มันเกิดขึ้นในเร็ววัน


            เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว


            “ถ้าไปอยู่นรกแล้วผมจะมีแปลงร่างได้แบบคุณมั้ยครับ?”


            “นั่นเป็นเรื่องที่สอนกันได้”


            “คุณจะสอนผมจริงๆเหรอ?”


            “อืม เธอไม่ง่วงเหรอจีมิน?”


            “ผมอยากแปลงร่างได้ คุณสอนผมได้มั้ย?”


            “ได้สิ เธออยากแปลงเป็นตัวอะไรละ?”


            “เป็นแมว แมวสีขาว คนจะได้แยกผมกับคุณออกไง ผมเป็นแมวสีขาว ส่วนคุณเป็นแมวสีดำ” ซาตานจินตนาการถึงภาพพวกเขาสองคนเป็นแมวหน้าตาโง่ๆแล้วก็เกือบจะขำ อันที่จริงแมวสำหรับเขาไม่ได้เหมือนแมวกับที่จีมินคิดด้วยซ้ำ


            คุณคิดว่าแมวในนรกจะน่ารักเหมือนแมวบนโลกเรอะ?


            ยุนกิไม่รู้หรอก แต่สาวเผ่าแมวแต่ละคนนั้นไม่ใช่ว่าจะลืมได้ง่ายๆเลย


            “นอนเถอะจีมิน


            “ผมยังอยาก” ขณะที่ยุนกิพยายามจะหลับ ทว่าโสตประสาทของเขากลับสว่างวาบเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ก่อนที่เจ้าแมวจะหันหน้ากลับมาหาจีมิน “ชู่ว จีมินอ้าปากค้าง ก่อนจะเงียบเสียงเมื่อได้ยินเสียงประตู รีบหันหน้าเข้าหาเตียงนอน


            ผู้มาเยือนยามวิกาลเปิดประตูเข้ามาแล้วพูดกันเสียงค่อย โชคดีเหลือเกินที่จีมินเลือกที่จะปูเตียงฝั่งที่ติดกับหน้าต่าง ดังนั้นคนมาใหม่จึงไม่ได้สังเกตว่ามีเขาอยู่ และผ้านวมของเขาเป็นสีเข้ม กลืนสนิทไปกับสีของราตรีกาล


            “แกทำมันหล่นไว้ที่ไหนนะ” เสียงแรกถามทัก จีมินจำได้ว่ามันเป็นเสียงของหลวงพ่อ


            “แถวนี้แหละ ยังไงก็ต้องหาให้เจอก่อนใครจะมาเจอเข้า”


            “แกแน่ใจเหรอว่าทำหล่นเอาไว้ที่นี่จริงๆ” พวกมันสองคนเดินค้นตามลิ้นชัก พื้น จีมินนึกแปลกใจว่าทำไมพวกมันถึงไม่เห็นเขา ทั้งที่เดินมาเกือบจะถึงตัวเขาอยู่แล้ว


            ก่อนจะนึกได้ว่าอาจเป็นเพราะพลังของยุนกิที่ซ่อนตัวพวกเราไว้


            “ถ้าไม่ใช่ที่นี่จะที่ไหนวะ ตอนบีบคอยัยแก่นั่น แม่งจิกเสื้อข้าจนเกือบจะขาด ดีนะมันตายก่อน


            ลมหายใจของจีมินขาดช่วง


            ว่าอะไรนะ


            “เออ ว่าแต่ทำไมแกถึงฆ่ายัยแก่นั่นวะ ไหนบอกว่าจะเลี้ยงไว้หลอกเงินไอ้เด็กคนนั้นไม่ใช่เรอะไง ชื่ออะไรนะ จีมิน?”


            “ก็ข้าน่ะซี่ เสียม้าเป็นหลักแสนเลย เพิ่งจะหลอกเอาเงินงวดนี้กับไอ้เด็กนั่นด้วย จะมีอะไรอีกนอกจากเงินประกัน เห็นแบบนี้ยัยแก่นั่นก็ทำประกันไว้หลายแสนอยู่นา”


            “มันทำประกันชื่อแกไว้เรอะไง พูดเหมือนจะได้มาง่ายๆ”


            “ก็ไม่เห็นยากเลย ชื่อผู้รับประโยชน์ก็เจ้าเด็กจีมินนั่นละแหละ เหอะ ยัยแก่นั่นคงหวังไว้ว่าจะให้มันเอาไปจ่ายค่าเทอม แต่แค่ตีหน้าเศร้านิดหน่อย บอกว่าต้องใช้เงินค่าทำศพก็พอแล้ว เจ้านั่นมันโง่จะตาย”


            โลกของเขาเหมือนกับหยุดหมุนไป


            “แกนี่ก็ฉลาดนะ แต่ไม่น่ามาเป็นบาทหลวงเลยว่ะ ฮ่าฮ่า”


            “ไม่เป็นบาทหลวงแล้วจะเป็นอะไร๊ ข้าวก็มีให้กิน งานก็ไม่ต้องทำ แถมยังได้เงินอีก นี่ รู้มั้ย นี่จริงค่ารักษายัยแกนั่นน่ะ ศาสนจักรเขาก็ให้มาหว่ะ”


            “แต่ไม่ถึงโรงพยาบาลสักวอนเลยละซี่ เข้ากระเป๋าแกหมดแล้ว”


            “ฮ่า ถ้าไม่เข้ากระเป๋าข้าแล้วจะเข้ากระเป๋าใคร รีบหากระดุมนั่นโว้ย”


            “แก!


            จีมินกระโจนจากฟากหนึ่งของเตียง ทะยานเข้าตะครุบคอเสื้อของมัน เห็นดวงตาปูดโปนที่ที่เสแสร้งทำเป็นอารีกับเขาแล้วจีมินก็รู้สึกคลื่นเหียน ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้แม้แต่คำเดียว


            เงินของเขา ที่หามาได้อย่างยากลำบาก


            เป็นเพราะมัน


            เป็นเพราะมันเอาเงินของเขาไป


            เอาเงินที่ควรจะใช้รักษาซิสเตอร์ไป ไม่อย่างนั้นซิสเตอร์ก็คงจะ


            “แกมาอยู่นี่ได้ยังไง”


            จีมินไม่ตอบ แต่ฝ่ามือกลับบีบแน่นที่ลำคอเหี่ยวย่นจนเจ้าของมันสำลัก


            “นั่นแกจะทำอะไร แกจะฆ่าเขาเรอะ!” คนที่มาด้วยกันกับบาทหลวงร้องลั่น พยายามจะขยับขาเพื่อเข้าไปห้าม แต่ขาของมันกลับไม่ขยับ


            ฆ่าเมื่อได้ยินคำนี้ บางอย่างในตัวของเขาถูกปลุกขึ้นโดยสัญชาตญาณ ซาตานที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืดไม่พูดอะไร ไม่ใช่เพราะยุนกิทำไม่ได้ แต่เพราะเขาเองก็อยากจะเห็นยามที่ปีกสีขาวบริสุทธิ์คู่นั้นของจีมินต้องแปดเปื้อนและกลายเป็นสีดำเช่นเดียวกันกับเขา


            “ฆ่า? นั่นสิ แกตายไปก็ดีเหมือนกันนี่นา” จีมินพร่ำเหมือนคนละเมอ มองความหวาดกลัวในดวงตาสีดำเทาแล้วก็นึกแค่ว่า ก็แค่ฆ่าทิ้งเท่านั้นเองนี่คนแบบมันไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว มันเป็นคนชั่ว นอกจากมันจะหลอกเงินของเขาไปแล้วมันยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้ซิสเตอร์ต้องตาย


            เลือดของเขาพล่านด้วยความเกลียดชัง เหงื่อของเขาเกิดขึ้นเพราะความกระวนกระวาย และเนื้อที่ส่วนคอของมันกำลังเต้นตุบตับด้วยความระแวง


            ทำไมละ? ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม


            เขาคือคนที่พระเจ้าทอดทิ้งอย่างนั้นเหรอ?


            เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา อดทนหาเช้ากินค่ำ เหนื่อยสายตัวแทบขาด อดมื้อกินมื้อ เพื่อให้ทั้งนั้นสูญเปล่าไปกับการพนัน ในของเขารู้สึกอึดอัด เหมือนมีอะไรบางอย่างจะระเบิดออกมามันคือความปรารถนา

 

           จีมินไม่เคยคิดว่าเขาจะต้องการอะไรอีกในชีวิตนอกจากนี้ นอกจากเห็นซิสเตอร์ได้มีชีวิตอยู่และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ทว่าทุกอย่างกลับสูญเปล่า กระจายหายไปราวกับเม็ดทรายซึ่งถูกลมพัด


            “แกฆ่าซิสเตอร์ แก


            ดวงตากลิ้งกลอกคู่นั้นเหมือนจะยิ้มเยาะ มันทำให้เขาหวาดกลัวแหละเผลอคลายมือ จนมันได้มีโอกาสเอ่ยปาก


            “ก็เอาซี่ ฆ่าพ่อให้ตายตรงนี้เลย จีมิน แกจะได้ตกนรกยังไงละ” มันสะกิดบางอย่างในตัวเขา มันท้าทาย เพราะมันคิดว่าเขาไม่กล้า เพราะมันคิดว่าเขาเกรงกลัวและละอายต่อบาป ทว่าตอนนี้เขากลับเกิดความปรารถนาขึ้น ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่จนพื้นห้องสั่นสะเทือน


            “เดี๋ยว! นี่แกจะฆ่าหลวงพ่อจริงๆเรอะ นี่มันในโบสถ์นะว้อย!


            ในโบสถ์แล้วอย่างไร มันก็บีบคอซิสเตอร์ให้ตายคาเตียงนี้เหมือนกัน


            ใช่ เขาอยากจะฆ่ามันให้ตายไปซะ ให้วิญญาณของมันต้องวนเวียนอยู่ในนรกขุมสุดท้าย ไม่ได้ไปผุดไปเกิดอีกเลย

 



            เด็กหนุ่มร่วงหล่นลงจากปุยเมฆ เพราะเขาไม่มีปีก ปีกของเขาถูกขโมยไป ทั้งความฝัน ความหวัง ไม่หลงเหลืออะไรแม้สักอย่าง เขารู้ดีว่ามือที่กำลังจะรับเขาไว้ จากการร่วงหล่นนั้นคือมือของปีศาจ ทว่าเขากลับเต็มใจอย่างยิ่งที่จะทำมัน เปลี่ยนปีกสีขาวให้กลายเป็นปีกสีเลือด ให้เลือดของมันชะล้างความบริสุทธิ์ทั้งหมดในตัวของเขาให้หมดไป เขาไม่ต้องการที่จะเดินอยู่ในหนทางของพระเจ้าอีกต่อไป

 


            ไม้กางเขนสีทองที่แขวนอยู่บนฝาหนังร่วงหล่นลงตามความปรารถนาของเขา กระแทกกับพื้น สะเทือนถึงสรวงสวรรค์

            ซาตานซึ่งเฝ้ามองอยู่มองภาพนั้นด้วยหัวใจลิงโลด


            แล้วจีมินจะกลายเป็นของเขาโดยสมบูรณ์ เป็นของเขาอย่างถูกต้องโดยไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะเอื้อมมือเข้ามาพรากจีมินไปจากเขาได้

 


            นรกเป็นสถานที่แบบไหนเหรอครับ?


เป็นสถานที่ที่ทุกคนเรียกว่าดินแดนแห่งวันพรุ่งนี้


ทำไมถึงต้องพรุ่งนี้ละครับ


เพราะวันนี้มันบัดซบสุดๆไปเลยละมั้ง ทุกคนถึงคิดว่าวันพรุ่งนี้คงจะดีกว่า

           

นั่นสินะ ในเมื่อวันนี้มันบัดซบเลวทรามขนาดนี้แล้ว อย่างนั้นโลกใบนี้มันก็ไม่คู่ควรกับเขาหรอก

 

“ซาตาน เสียงของเด็กหนุ่มแหบพร่าและสิ้นหวังยิ่งนัก


สิ่งที่ผู้ถูกขานนามมองเห็นมิใช่เด็กหนุ่ม หากแต่เป็นลูกแกะหลงทาง ลูกแกะหลงฝูงซึ่งถูกพระเจ้าทอดทิ้ง


“ผมมีความปรารถนาละ”


เอ่ยคำปรารถนาของเจ้าสิ แล้วข้าจะทำให้มันเป็นจริง


“ช่วยพาผมไปที”


หัวใจของเจ้าอยากไปสู่ที่ใด


จีมินหลับตา ใช้แรงเฮือกสุดท้ายบีบจนได้ยินเสียงดังแกร็ก! และใช่ เขาทำมัน


ผมอยากจะไปที่นั่นที่ซึ่งทุกคนคาดหวังว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดีกว่า


ช่างแม่งเถอะถ้าใครอยากจะไปสวรรค์ ไม่ใช่เขาก็แล้วกัน

 


เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นปราศจากความลังและไม่หวั่นไหวเลยสักนิดเดียวขณะที่เจ้าของมันยกฝ่าเท้ากระทืบลงบนไม้กางเขนสีทองจนมันหักกลายเป็นเพียงท่อนไม้ผุพัง ทำลายมันถูกทำลายไปพร้อมกับศรัทธาของเขา


จอมมารได้รอคำนั้นอยู่แล้ว เขาร่ายวงเวทย์ จนเส้นสีทองได้ไหลเวียนอยู่ระหว่างพวกเขา เกลียวสีทองที่ว่าคือเม็ดทรายสีทองคำ มันคือศักดิ์ศรีของจอมมารผู้ปกครองยมโลกซึ่งมีค่ากว่าทุกทรัพย์สมบัติใดในนรก เพียงแค่ตรามันลงกับหัวใจซึ่งถูกพรากเดียงสา เท่านั้นจีมินก็จะกลายเป็นสมบัติของเขาโดยสมบูรณ์

            

แต่ว่า


ข้าหมายถึงคนที่ท่านนึกรักชอบด้วยใจจริงต่างหาก คนที่ท่านยอมละทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างเพียงเพื่อหนึ่งรอยยิ้มของเขา ปรารถนาดีต่อเขาอย่างบริสุทธิ์ใจ


อ๊ะ อ๊ะ ซาตาน ท่านกำลังหวงเด็กหนุ่มชาวมนุษย์นี่อย่างนั้นหรือ


เด็กคนนั้นคือโชคชะตาของท่าน


แล้วเธออยากขออะไรละ?

            

               หลายอย่างเลยละครับ ทั้งขอให้ซิสเตอร์หายดี ขอให้มีเงินเยอะๆ มีชีวิตที่สุขสบาย ไม่เจ็บไม่ป่วย ได้ไปโรงเรียน แล้วก็มีเพื่อนเหมือนคนอื่น รวมทั้งได้ทำตามความฝันของตัวเองด้วย


            ก็ความฝันมันมีไว้สำหรับคนรวยนี่ครับ คนอย่างผมวันๆแค่จะเลี้ยงตัวให้รอดยังยากเลย  


            ที่จริงแล้วผมอยากเป็นนักเต้นครับ


คุณไม่เข้าใจเหรอ คุณให้เงินผมได้ แต่คุณจะอยู่ที่นี่นานอีกสักเท่าไรให้ผมแบมือขอ ถ้าผมรับเงินจากคุณโดยที่ไม่ทำงาน ผมก็จะกลายเป็นคนขี้เกียจเสียนิสัย เงินที่ได้มาจะง่ายเกินไปจนผมไม่รู้จักคุณค่าของเงิน แล้วถ้าคุณไม่อยู่ผมจะทำยังไง ความรู้ที่ต้องกลับไปหาเช้ากินค่ำหลังจากที่มีเงินใช้สบายๆมันไม่ง่ายหรอกนะ


            ‘ดวงตาของคุณเป็นสีทอง


            ‘เหมือนพายุเลย


คุณรู้มั้ยว่าคุณไม่เหมือนปีศาจอย่างที่ผมจินตนาการไว้เลย

 


            แต่ดวงตาของเขากลับเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนที่เขากลายเป็นเพียงซาตานปีกหักอยู่ข้างกองขยะ เขาไม่ได้คิดว่าเขาจะตาย แต่รู้ว่ามันเจ็บ เขาไม่เคยเป็นแบบนั้นและนั่นเกิดจากฝีมือมนุษย์ มากกว่าที่เขาสงสัยว่าทำไมพลังของเขาถึงหายไป คือเด็กหนุ่มผู้นั้น มือคู่นั้นที่แตะลงบนบาดแผลของเขาอย่างใจเย็น และปัดเป่าทุกความเป็นเจ็บปวดให้หมดไป


คุณรู้มั้ยว่าคุณไม่เหมือนปีศาจอย่างที่ผมจินตนาการไว้เลย


            เพราะอะไรละ?


            เขาเห็นเด็กหนุ่มวางบางสิ่งบนมือของเขา


            บางสิ่งที่ไม่เคยมีใครมอบให้เขามาก่อน


            และมันคือ


เขามองเกลียวสีทองในมือหายไปอย่างตกตะลึง


            ความรักกลืนกินทุกศักดิ์ศรีของเขาให้หายไป


            กลางวงเวทย์มีเพียงแค่เขากับจีมิน ทั้งที่เขาควรจะทำมัน ทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้ากลายเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ ดวงตาของเด็กหนุ่มเว้าวอน ร่ำร้องของให้เขาพาอีกฝ่ายติดตามเขาไปทุกที่ไม่ว่าจะที่ไหน กว่าเขากลับรู้ตัวในที่สุดว่าเขาไม่สามารถทำได้


            เขาทำไม่ได้


            “ทำไม


            ทั้งที่เขาควรจะทำมัน แต่สุดท้ายแล้วเขาทำได้แค่กางอ้อมแขนของตัวเอง ปล่อยให้เด็กหนุ่มซึ่งดวงตาพร่าเบลอด้วยน้ำตาวิ่งเข้าสู่เสื้อคลุมสีดำสนิทของตนเท่านั้น เด็กหนุ่มโผเขาหาเขา เพราะเขาไม่หลงเหลือใครอีกแล้วหรือเพราะเด็กหนุ่มได้มอบศรัทธาทั้งหมดนั้นให้แก่เขากันแน่?


            หรืออาจเพราะนั่นคงจะเป็นความปรารถนาที่แท้จริงของจีมิน


            “พาผมไปกับคุณนะ ผมไม่เหลือใครอีกแล้ว”


            แต่เขาทำไม่ได้


            ทั้งอาวุธ พลังอำนาจ และศักดิ์กลับไม่มีสิ่งใดเชื่อฟังเขาแม้สักนิด พวกมันหมอบกราบลงกับพื้น ไม่ฟังคำบัญชาของผู้เป็นนาย เพราะความรักของจีมิน


            จอมมารคุกเข่าลงกับพื้น กระชับอ้อมแขนจนหน้าผากของเขากับจีมินชนกัน ระวังไม่ให้เขาโค้งงอของตัวเองต้องกับส่วนใดของเด็กหนุ่ม


            ถ้าพาไป วิญญาณของจีมินจะถูกกลืนกิน เพราะเขาไม่ได้ก้าวสู่นรกภูมิด้วยเส้นทางที่ถูกต้อง วิญญาณนั้นจะวนเวียนติดอยู่กับเขา กลายเป็นส่วนหนึ่ง เป็นเพียงวิญญาณโลภที่ต้องตอบแทนสัญญาฉบับนั้น


            สุดท้ายแล้ววิญญานนั้นก็จะถูกทำลาย สูญเสียซึ่งปัจเจคของตนเองไปทั้งหมด


            “ไม่ได้หรอก”


            “ทำไมละครับ”


            “ไม่”


            “ทำไมผมถึงไปกับคุณไม่ได้” ทั้งที่เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้วนอกจากคนตรงหน้า


            “เพราะฉันจะไม่ขโมยโชคชะตาของเธอ”

           


            เจ้าปีกขาว ข้าเข้าใจแล้ว

 


            แต่จีมินไม่เข้าใจ เพราะเขาเป็นมนุษย์และอีกฝ่ายเป็นปีศาจอย่างนั้นเหรอ จีมินไม่รู้ ไม่เคยรู้เลยว่าทำไมทุกอย่างถึงเกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าเขาควรรู้สึกอย่างไรกันแน่ เขารู้ว่ามันผิด แต่เขากลับห้ามใจตัวเองไว้ไม่ได้ เขารู้ว่าเขารู้สึกกับจอมปีศาจอย่างไร แต่มันกลับไม่ถูกต้อง


            “จีมิน อย่าร้องไห้”


            ทั้งที่คุณเป็นปีศาจ แต่คุณกลับสู้เพื่อผม ปกป้องผม แต่ในขณะเดียวกันคนอื่นกลับทำร้ายผม


            “ผมไม่รู้ว่าผมควรเชื่ออะไรอีกต่อไปแล้ว”



เขาสูญเสียความเชื่อไปทั้งหมดแล้ว

           

            และถ้าเธอไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร

 


            “หลับตาซะ แล้วเชื่อในตัวฉัน ถ้าเธอไม่เหลือศรัทธาให้กับสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว” เพราะฉัน จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง และมอบวันที่ดีกว่าวันนี้ให้กับเธอ


            “ผมรักคุณ”


            “ฉันจะทำให้คำอธิษฐานของเธอเป็นจริง” ทั้งความฝัน ความหวัง และทั้งหมดจะต้องไม่มีซาตานอยู่ในนั้น ให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น


            “ให้ผมไปกับคุณเถอะนะ ได้โปรด”


            “จีมินได้โปรดฟังฉัน” เพราะฉันวางแล้วทั้งหมดซึ่งศักดิ์ศรี วางทุกสิ่งตรงหน้าไว้ตรงหน้าเธอ เพื่อเธอ อย่างที่ฉันไม่เคยทำมันได้ เพราะฉัน เพราะปีศาจทุกตัวไม่เคยปรารถนาดีต่อใคร ไม่ต้องการความรัก และไม่เคยรัก


            แต่เขากลับแหกทุกกฎที่ตนเองเป็นคนวาง ปกป้อง คุ้มครองไม่ให้จีมินได้รับอันตราย ทีแรกเพราะเขาเป็นฝ่ายต้องการที่จะเหยียบย่ำหัวใจของจีมินด้วยตนเอง แต่กลับกลายเป็นว่าเขากลับไม่ได้ทำอย่างนั้นในตอนสุดท้าย


            ทำให้เขาเป็นผู้ให้ ทั้งที่เขาไม่เคยให้ใคร


            “เราจะได้เจอกัน สักวันข้างหน้า เธอเป็นคนอดทนเก่งไม่ใช่หรือยังไง ช่วยทำมันเพื่อฉันจะได้มั้ย” ใช้ชีวิตอย่างที่เธอควรจะได้รับ มีความสุขอย่างที่เธอควรจะมี และก้าวเดินตามดวงวิญญาณนี้ไป จนกว่าจะสุดปลายทางนั้นและที่นั่น


            “แล้วฉันจะมารับเธอ ฉันสัญญา”


            ริมฝีปากของเขาจูบซับ ทุกหยาดหยดแห่งความเจ็บปวดของจีมิน เอื้อนเอ่ยคำสัญญาที่ไม่รู้ว่าจะได้รับการชดใช้เมื่อใด


            “ถ้าอย่างนั้นก่อนที่คุณจะไป


            “คุณช่วยกอดผมได้มั้ยครับ”


            กาลเวลาหยุดเดิน เมื่อเข็มนาฬิกาของซาตานหยุดลงที่เลขหก


            “กอดผมให้ผมรู้ว่าผมจะเจอคุณที่ปลายทาง” ปลายทางที่สักวันจีมินจะเดินทางไปถึง


            “ได้โปรด”


            “ถ้านั่นคือความปรารถนาของเธอ จีมิน”



FALLEN ANGEL

(password : 6 NUMBERS : BTS debut day)

ex. 170521


            



            แสงของวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องรูหนูของจีมิน ผ่านวงแหวนสีขาวซึ่งลอยตัวอยู่เหนืออากาศ มันขยับวิบวับตามจังหวะที่เขากลอกตา กะพริบตาอีกครั้งก็เห็นควันสีเทาลอยละล่องไม่เป็นรูปร่าง


            สิ่งแรกที่เขาเห็นคือแผ่นหลังซึ่งเต็มไปด้วยริ้วรอยขีดข่วน


            เส้นผมสีเทายุ่งเหยิง เป็นเขาเองที่ขยุ้มจนมันไม่เป็นทรง


            “คุณบอกว่าไม่รู้จักร้านสะดวกซื้อ แต่สูบบุหรี่อย่างชำนาญเหมือนสูบมันมาทั้งชีวิตเนี่ยนะ” เสียงของเขาแหบพร่า ขณะจดจองมวนสีขาวซึ่งซาตานคีบถือเอาไว้ในมือ ริมฝีปากซึ่งตรารอยรักไว้ทั่วตัวของเขาคือริมฝีปากเดียวกับที่กำลังปล่อยควัน


            “โลกใบนี้มักมีสิ่งที่เธอคาดไม่ถึงเสมอ จีมิน” เขาหันกลับมา ใช้ดวงตาสีทองจดจ้องเขา มันไม่เคยเห็นสีทองสว่างแบบนั้นมาก่อน สว่าง และย้ำเตือนให้เขารู้ว่าถึงอย่างไรยุนกิก็ไม่ใช่มนุษย์ มองผ่านไปถึงเขาโค้งงอ และใช่ เขาคือซาตาน


            “คุณจะไปแล้ว?”


            คนถูกถามยักไหล่ “ฉันคิดว่าเธอต้องการคำบอกลา”


            เขานิ่งไป นึกไปถึงตอนนั้นที่ซิสเตอร์จากไปโดยไร้คำลาและมันเจ็บ “ก็ยังดี”


            ซาตานพาดแขนข้างที่ว่างกับพนักหัวเตียง ให้จีมินได้เขยิบตัวเข้าหาไออุ่นของร่างเพื่อคลอเคลียอย่างแมวตัวน้อย เขาหลับตา ริมฝีปากนั้นยังเจือรสบุหรี่ด้วยซ้ำตอนที่แตะลงกับปากเขา ไม่เร่าร้อนรุนแรงเหมือนเมื่อคืน ให้ความรู้สึกเหมือนขนนก แต่เป็นขนนกสีดำที่ดำกว่าคนนกกา


            “ที่จริงแล้วคุณเป็นแค่ความฝันรึเปล่าครับ?” เขาถาม


            เขารู้สึกถึงรอยยิ้มแต่มองไม่เห็นมันขณะที่เราจูบ ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ


            “เดี๋ยวเธอก็รู้”


            เมื่อซาตานจูบที่เปลือกตาของเขา จีมินรู้สึกว่ามันหนักอึ้ง ภาพสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่นิทรารมย์คือรอยยิ้มเย้ยหยันซึ่งเต็มไปด้วยการเสียดสีประชดประชัน


            “หลับซะ เพราะพรุ่งนี้ของเธอจะเป็นวันที่ดีกว่า”

           

 


มันเหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นความฝัน

 


            “ไอ้จีมิน! ไอ้จีมินตื่นโว้ย เอาแต่หลับอยู่ได้ ไปอดนอนจากไหนกันแน่เนี่ย”


            โลกของเขาพลิกกลับราวกับมันไม่ใช่โลกใบเดียวกับที่เขาเคยอยู่ จีมินตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อจะพบว่าตัวเองกำลังเป็นนักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุดในโซล


            “แทฮยอง เขย่าเบาๆหน่อย ฉันปวดหัว” เพื่อนคนแรกในชีวิตของเขาชื่อคิม แทฮยอง เป็นนักศึกษาคณะเดียวกันแต่เรียนเอกขับร้อง เราเจอกันครั้งแรกตอนที่จีมินบังเอิญโดนเรียนมาตอนหลับที่ใต้ต้นไม้ ส่วนแทฮยองว่าวิ่งไล่จับผีเสื้อ


            “ปลุกเท่าไรก็ไม่ตื่น เมื่อคืนไปทำไรมาสารภาพมาซะ นายมัวแต่ดูแฟนแคมโซชินูนาใช่มั้ย!!!” แทฮยองเขย่าคอจีมินจนเขารู้สึกเหมือนจะอ้วก


            “ไหนสัญญาแล้วไงว่าจะดูพร้อมกัน ไอ้เลว!


            “เปล่าโว้ย”


             เขาสะบัดหัวจากมือของแทฮยอง เก็บของใส่กระเป๋าบาลองเซียก้าของตัวเองอย่างมึนๆ อ้อ และที่สำคัญคือเขาเป็นมหาเศรษฐีที่มีเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีเป็นหมื่นล้าน ทุกครั้งที่เขาใช้เงินก็เหมือนว่าจะมีเงินเข้ามาอีกเท่าตัวในแบบที่เขาไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าทำไมจนเขาคร้านที่จะยุ่งกับมัน ในเมื่อมีเงินให้ใช้ฟรีๆแบบที่ไม่มีกรมสรรพากรมาถามหาให้จ่ายภาษีงั้นเขาก็จะใช้เงินนี่อย่างไม่เกรงใจก็แล้วกัน


            “รีบๆเก็บของได้แล้ว เดี๋ยวไปคอนเสิร์ตไม่ทัน”


            ว่างจากการเรียนแล้วทำอะไร? หนังสือเรอะ? จะอ่านไปทำไมกันในเมื่อเขาเรียนเอกเต้น นอกจากเรื่องเต้นแล้วเขาไม่สนใจเรื่องอื่น เบื่อเหรอ? ก็บินไปเที่ยวยุโรปสักเดือนค่อยกลับมาสอบ ใช้ชีวิตเสเพลแบบสุดเหวี่ยง อยากได้อะไรก็ซื้อ เบื่อแล้วก็ปาทิ้ง นี่ก็กำลังจะไปดูคอนเสิร์ต ไม่ต้องรีบร้อนแย่งพวกปลายสวายต่อคิวก่อนงานเริ่มสามชั่วโมงเพราะไปบัตรนั่ง บัตรหน้าสุดโซนวีไอพี ถ้าถามว่าได้มาได้ยังไงก็ไม่ได้กดจองบัตรได้เองหรอก แต่มีเงินเหลือเยอะมากก็เลยกว้านซื้อมา ของตัวเองหนึ่งที่ ของแทฮยองหนึ่งที่ อีกที่หนึ่งเอาไว้วางกระเป๋าแอร์เมส


            ใช้ชีวิตแบบนายสักวันนรกจะถามหา ไม่ใช่แค่คนเดียวที่พูดแบบเขา


            ก็เอาสิ ฉันก็อยากไปนรกอยู่แล้ว


            นายนี่ก็แปลก คนดีๆเขาอยากขึ้นสวรรค์กันทั้งนั้น


            ฉันนับถือซาตานน่ะ


            เพราะความแปลกประหลาดของเขาทำให้ไม่ค่อยมีคนคบ ไม่สิ ไม่มีใครกล้าคบเขามากกว่า โชคดีที่แทฮยองไม่ได้ถือสาความเชื่อแปลกๆดังนั้นชีวิตในมหาวิทยาลัยของจีมินจึงผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีอะไรขาดเหลือ ออกจะเกินไปเสียหน่อยด้วยซ้ำ


            “แต่นายไม่มีแฟนนี่”


            “ใครบอกนายว่าไม่มี”


            “ก็เห็นๆกันอยู่ปะว่าไม่มี”


            ถึงโชคชะตาทุกอย่างของเขาจะเปลี่ยนไปหมด แต่สิ่งที่ไม่หายไปคือความทรงจำ เขายังจำได้ดีว่าในอดีตเคยเกิดอะไรขึ้นทั้งกับตัวเองและคนอื่น ที่เขาได้พบเจอปีศาจผู้นั้น ความเป็น ความตาย สิ่งที่เกิดขึ้นเขายังจำได้แม่นเหมือนว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นาฬิกาที่เป็นสิ่งซึ่งผูกพันเขากับซาตานเอาไว้ด้วยกันยังปรากฎให้เห็นที่ผิวเนื้อ ทว่ามันกลับไม่เดิน เข็มของมันนิ่งค้างอยู่ที่เลขหก  ตัวเลขของปีศาจ


            เขาเคยคิดจะลองตามหาอดีตของตัวเอง แต่เมื่อเขาไปถึงที่โบสถ์นั่น มันกลับไม่มีอยู่แล้ว เปลี่ยนเป็นอาคารพาณิชย์และซุปเปอร์มาร์เก็ตเกรดเอ ไม่มีร่องรอยอะไรหลงเหลืออยู่เลย


            “จะมีไปทำไม ยุ่งยากจะตายของแบบนั้น”


            “เพราะงี้ไงนายถึงได้ดูไม่มีความสุข”


            “ไม่มีความสุข ฉันดูไม่มีความสุขตรงไหน?” เขาเลิกคิ้วอย่างสงสัย ทุกวันนี้เขาก็มีอย่างที่เขาอยากมีแล้ว ทุกอย่าง ทุกสิ่ง


            “นายไม่มีความสุขหรอก โลกใบนี้น่ะหมุนได้ด้วยความรัก คนที่ไม่มีความรักในใจอย่างนายไม่มีทางเข้าใจ”


            “เออ งั้นก็ช่างหัวความสุขมันเถอะวะ” ทุกวันนี้เขาพอใจกับที่เขาเป็นอยู่ ไม่ได้คิดจะรักใคร เพราะการที่ไม่มีคนรัก ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีความรัก แต่อธิบายไปแทฮยองก็จะบ่นราวกับเป็นแม่ เพราะอย่างนั้นเก็บไว้เงียบๆกับตัวเองดีกว่า


            มันเป็นช่วงเวลาที่ดี ผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ก็ผ่านไปอย่างที่เขารู้สึกพอใจกับมัน


            หลังจากเรียนจบ พวกเขาก็ยังอยู่ด้วยกันอย่างนั้นจนกระทั่งแทฮยองได้เจอกับคู่ชีวิตของตัวเอง พวกเขาเดบิวท์เป็นนักร้องไอดอลและได้เจอกับเด็กหนุ่มเจ้าของดวงตากลมโตและฟันกระต่าย ไม่ได้มีแค่ฟันที่เหมือนแต่ยังดื้อเหมือนกับกระต่ายป่า แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของเขาเช่นกันเมื่อแทฮยองดูเหมือนจะมีความสุขกว่าทุกวันที่ผ่านมา และแทฮยองไม่ใช่คนทิ้งเพื่อน พวกเขาสามคนไปไหนมาไหนด้วยกัน สนิทกันเหมือนกับพี่น้องคลานตามกันมาแท้ๆ แม้ว่าจะจองกุกจะดูตกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของจีมิน แต่รวมๆแล้วเด็กนั่นก็เป็นเด็กดี จีมินเชื่อว่าจองกุกจะกลายเป็นความสุขตลอดชีวิตของแทฮยอง และกลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อนเขาคนนี้


            อย่างที่บอกว่าจีมินไม่นับถือศาสนา เพราะเขาหมดแล้วซึ่งศรัทธาเกี่ยวกับมัน แต่มันก็มีบางวันที่เขาขนข้าวของไปบริจาคตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า วันไหนที่เหงามากหน่อยก็จะไปเล่นกับเด็กๆที่นั่นเพราะเขารู้ดีว่าความรู้สึกของการไม่มีพ่อแม่มันเป็นอย่างไร


            เขาเข้าใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกคนมีโชคชะตาเป็นของตัวเอง ต่อให้มันจะห่วยแตกบัดซับก็เถอะ


            “พี่ชายคะ พี่ชายที่ดูใจร้ายคนนั้นเป็นใครเหรอคะ” เด็กหญิงตัวน้อยชี้ไปที่ด้านหลังของจีมิน ซึ่งไม่มีคนอยู่


            “นั่นสิครับ ทำไมพี่ชายคนนั้นถึงมีเขาด้วย เขาไม่ใช่คนเหรอครับ” เด็กชายอีกคนถาม เกาะแขนเสื้อเขาไว้แน่น


            จีมินยิ้ม ลูบหัวเด็กทั้งคู่ก่อนจะตอบอย่างใจเย็น “เขาเป็นปีศาจน่ะ แต่เขาเป็นปีศาจที่ใจดีนะ”


            “ปีศาจใจดีเหรอคะ แต่ทำไมคุณครูบอกว่าปีศาจนิสัยไม่ดีละคะ” เด็กหญิงเอียงคอ ไม่เคยมีใครบอกเธอมาก่อนว่าปีศาจเป็นอย่างไร ที่เธอรู้คือปีศาจเป็นคนไม่ดีในหนังสือนิทาน


            “ปีศาจที่นิสัยไม่ดีก็มีครับ แต่ปีศาจตนนี้ใจดี” ตอบเสียงนุ่มแล้วก็ไล่ให้เด็กทั้งสองไปเล่นกับเพื่อน


            เหมือนกับมนุษย์ที่มีทั้งคนดีและคนชั่ว เมื่อผ่านความเป็นและความตาย ในที่สุดทุกคนก็จะเข้าใจว่ามันไม่มีขาวที่สะอาดที่สุด ไม่มีดำที่สกปรกที่สุด จีมินลุกขึ้นหันหลังไป แน่นอนว่าพบเพียงความว่างเปล่า เขารู้ดีว่ายุนกิไม่เคยคิดจะเปิดเผยตัวตนกับเขาอยู่แล้ว เขามองไม่เห็น หูไม่ได้ยินเสียง แต่รับรู้ได้ว่าเจ้าตัวยืนอยู่ที่ตรงนั้น ไม่เคยห่างจากเขาไปไหนเลย


            “คุณรู้มั้ยว่าทุกวันนี้ผมมีทุกอย่าง ทั้งเงินทอง อำนาจ ชื่อเสียง แต่วันนี้ของผมมันยังบัดซบเลวทรามเหมือนเดิม เพราะว่าไม่มีคุณ”


            มันไม่ได้เกี่ยวกับเงินทอง ชื่อเสียง หรือว่าอะไรทุกอย่างที่เขามี แต่ใช่ แทฮยองพูดถูก เขาขาดมันไป ขาดเจ้าของอ้อมกอดอบอุ่นที่สุดเท่าที่เขาเคยมี และเขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันไหนดีไปกว่าการที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของซาตาน


            เขาคิดถึงวันพรุ่งนี้

 

 

            แต่การรอคอยนั้นก็ไม่ได้ยาวนานมากนัก เมื่อวันนั้นมาถึง


            เด็กหญิงคนนั้นหลงทาง เหมือนเขาในอดีตไม่มีผิด เพียงแต่สถานที่ที่เธอยืนอยู่คือกลางสี่แยกไฟแดง รถบรรทุกคันนั้นวิ่งมาด้วยความเร็ว และจีมินรู้ว่ามันถึงเวลาของเขาแล้ว


            เขานึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ที่เห็นเป็นสิ่งสุดท้ายคือรอยยิ้มเย้ยหยันของใครบางคนที่กำลังรอเขาอยู่ในนรก


            ดังนั้นเขาจึงไม่มีน้ำตา แม้จะในนาทีที่รถคันนั้นกระแทก บดเขาเป็นจนกลายเป็นชิ้นเนื้ออย่าน่าขยะแขยง


            เขาหลับตา ปล่อยให้อะไรก็ตามนำพาเขาไปสู่ดินแดนของวันพรุ่งนี้

 


            เพื่อที่จะลืมตาขึ้นมา พอว่าเขาเองกำลังเดินอยู่เส้นทางที่ทอดยาว ท้องฟ้าสีเทา ไม่มีสิ่งอื่น เป็นเพียงเส้นทางที่ดูเหมือนจะไร้ปลายทาง ก่อนเขาจะเห็นขอบประตูทั้งสองบานที่อยู่ไกลลิบ บานหนึ่งเป็นสีทองอร่ามส่วนอีกบานหนึ่งเป็นสีดำสนิท ผู้คนที่เดินทั้งก่อนหน้าและหลังเขาปรารถนาจะได้เดินผ่านสู่เส้นทางสีทอง ทว่าเขากลับมีอีกตัวเลือกในใจ ฟังเสียงคร่ำครวญโหยหาครอบครัว คนรัก ชื่อเสียง เงินทอง แต่มันกลับไม่ได้สำคัญต่อเขา เขาเป็นห่วงแทฮยองแต่ก็มั่นใจว่าจองกุกจะคอยอยู่เคียงข้างแทฮยองในวันที่เขาจากไป


            เขาค่อยๆก้าวเดินตามเส้นทางนั้นอย่างใจเย็น รู้ดีว่าการรอคอยของตนเองใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว


            “ปาร์ค จีมิน”


            เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง เขาลืมตา เห็นประตูทั้งสองบานและเสื้อคลุมสีดำสนิท เกลียวสีทองซึ่งเขาโหยหามันทุกชั่วยามที่ยังมีลมหายใจ เจ้าของรอยยิ้มเย้ยหยันและนกกาสีดำ ฝ่ามือขาวนั้นยื่นมาที่ตรงหน้า โดยที่เขาวางมือของตัวเองลงบนฝ่ามือนั้นอย่างไม่ลังเล


            “ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนของวันพรุ่งนี้” นาฬิกาที่ข้อแขนของจีมินปวดหนึบ เป็นสัญญาณว่ามันกำลังจะขยับ


            เขารู้ดีว่าวันพรุ่งนี้เขาจะมีความสุขมากกว่าวันนี้

                       

           


END


( + EXTRA : ใครที่พอใจตอนจบแบบนี้ และไม่อยากให้ขัดฟีลไม่ต้องอ่านตอนต่อแล้วก็ได้ค่ะ :) เลือกอ่านได้ตามอัธยาศัยเลย )

















 

            “ยุนกิ มึงมาทำอะไรที่นี่ ถ้าลูกน้องไม่รีบวิ่งมาตามกูจะรู้มั้ยว่ามึงกำลังจะขโมยดวงวิญญาณกูเนี่ย” ก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้น จีมินได้ยินเสียงโวยวาย ทำเอาขบวนวิญญานที่กำลังเดินเข้าแต่ละประตูชะงักกันไปหมด


            “วิญญาณดวงนี้เป็นของกู โฮซอก”


            ผู้มาใหม่อยู่ในชุดคลุมสีเทา เขาเลิกคิ้วอย่างสงสัย “เขาจะเป็นของมึงหรือไม่ยังไงเขาก็ต้องชั่งน้ำหนักก่อน”


            ชั่งน้ำหนักในที่นี้หมายถึงน้ำหนักของความดีและความชั่ว หากความดีหนักกว่าก็จะได้ไปสวรรค์ หากความชั่วหนักกว่าก็ไปนรก ถ้าหนักเท่ากันก็อยู่ที่โลกวิญญาณนี่


            “จีมินเป็นของกู”


            “เพ้ย ไอ้บ้านี่ เดี๋ยวบัญชีวิญญาณของกูก็รวนอีก มึงคิดว่าโลกวิญญาณได้กำไรมากนักเรอะไงวะ” ประชากรก็น้อยกว่าที่อื่นเขาแถมคนบนโลกยังตายได้ตายดี ตายทุกวันเหมือนไม่เคยตาย ไอ้คนที่ความดีความชั่วเท่ากันก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย พนักงานทุกคนต้องทำโอทีเหนื่อยสายตัวแทบขาด


            “กูไม่สน แต่จีมินของกู”


            “ไม่ได้ว้อย แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับดวงวิญญาณคนอื่น”


            “มึงคิดว่ายังมีอะไรยุติธรรมอีกเหรอวะ ความยุติธรรมมันหมดไปตั้งแต่ที่ไอ้นัมจุนมันให้พวกเราจับฉลากแล้ว”


            เออ เรื่องนี้ก็จริงของมัน ตอนนั้นไอ้นัมจุนมันเป็นคนทำฉลาก สงสัยมันโกงแหงๆ ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงได้นอนกอดเมฆสบายไปแล้ว


            “เรื่องนั้นก็ช่างมันก่อน ยังไงคนนี้ก็ต้องชั่ง ใครจะรู้เขาอาจจะได้ไปสวรรค์”


            “ไม่ได้ จีมินต้องไปกับกู”


            “ไอ้เหี้ยนี่ ตั้งแต่ที่มึงมาบังคับเอาที่ไปจากกูได้แล้วก็เอาใหญ่เลยนะ ไม่ได้โว้ย ยังไงก็ต้องชั่ง” ไม่ชั่งได้ยังไง เกิดความดีความชั่วเท่ากันแล้วเป็นคนของโลกวิญญาณแล้วเขาไม่เสียเปรียบเรอะ ไม่ได้เด็ดขาด


            “ไอ้ยมบาล กูไม่ได้เอาของมึงฟรีๆ นี่กูเช่าที่ ทองกูก็จ่ายครบทุกเหรียญ หัดสำนึกเสียบ้างว่าถ้าไม่ได้กูป่านนี้โลกวิญญาณคงขาดทุนย่อยยับ น้ำหน้าอย่างมึงจะเอาที่ไหนไปจ่ายโอทีพวกยมฑูติถ้าไม่ใช่เพราะกู”


            “โอ๊ย ทวงบ่อยจังบุญคุณเนี่ย แต่ยังไงก็ไม่ได้กฎก็คือกฎ ไป หนู ไปชั่งน้ำหนักกับพี่ก่อน”


            จีมินยังจับต้นชนปลายไม่ถูกทั้งถูกลากถูกดึง แต่สุดท้ายเขาก็ถูกบังคับให้มายืนที่ตาชั่ง ตรงหน้าคือขนนกสีขาวและขนนกสีดำที่ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ


            เสียงดนตรีเหมือนเวลาพวกห้างสรรพสินค้าชอบเปิดเวลาจะมีประกาศประชาสัมพันธ์ดังขึ้น ก่อนจะมีเสียงผู้หญิงแบบโมโทโทนพูดว่า “ปาร์ค จีมิน อายุยี่สิบห้าปี ณ วันที่เสียชีวิต ขณะมีชีวิตอยู่เป็นคนฟุ่มเฟือย ใช้ของทิ้งขว้าง ไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่น ขี้โม้ อวดรวย ชอบชวนเพื่อนไปกินเหล้าเมาหัวราน้ำ ทิ้งบุหรี่ในที่สาธารณะ”


            ยุนกิมีสีหน้าภาคภูมิใจมากเมื่อได้ยินประโยคนั้น ส่วนจีมินไม่แน่ใจว่าเขาควรรู้สึกดีหรือไม่ที่การกระทำก่อนหน้าในชีวิตถูกนำมาประจาน นี่วิญญาณทุกดวงต้องโดนแบบนี้เลยเหรอ มันชักจะน่าอายเกินไปแล้วนะ


            แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนมีน้ำใจกับเพื่อน ช่วยเหลืออาจารย์ ชอบบริจาคสิ่งของให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จัดตั้งมูลนิธีเกี่ยวกับผู้ยากไร้และคนป่วยโรคมะเร็ง เสียชีวิตเพราะช่วยเหลือเด็กผู้หญิงจากสี่แยกไฟแดงจนรถชนตาย”


            “จีมิน! เธอทำความดีทำไม”


            “เอ้า ก็คุณไม่ได้บอกนี่ว่าห้ามทำความดีนี่” เขาก็แค่อยู่ของเขาเฉยๆนี่หว่า


            โฮซอกหัวเราะ “เผลอๆจะได้ไปสวรรค์”


            “ไม่มีทาง”


            “ระบบกำลังประมวลผล กรุณารอสักครู่”


            เขาเห็นวงแหวนสีรุ้งกำลังหมุนรอบตัวเขาเหมือนจะแสกนอะไรบางอย่าง จีมินไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้เวลาคัดวิญญาณเขาต้องใช้เครื่องมือสุดล้ำแบบนี้ด้วย


            “น่า ทุกที่ก็ต้องมีการพัฒนากันบ้าง ใช้คนมันไม่พอหรอก ใช้เครื่องเร็วกว่า สะดวกกว่า แถมไม่เหนื่อยด้วยนะ” โฮซอกรีบโฆษณาทันที เหลือแค่คนคุมแถวไม่ให้พวกวิญญาณแตกตื่นก็พอแล้ว


            ประมวลผลเสร็จสิ้น ค่าความดีและค่าความเลว


            ซาตานรู้สึกได้ว่ามือของเขาชื้นเหงื่อ ให้ตายเถอะ เขาคือจ้าวปีศาจจะ ทำไมต้องมาลุ้นอะไรแบบนี้ด้วย


            “เท่ากันค่ะ” “ไอ้เครื่องนี้มันโกง!


            “ประสาท! เครื่องมันโกงได้ที่ไหน มานี่ เวลคัมปาร์ค จีมินสู่โลกวิญญาณ


            “ไม่ได้! ไม่ว่ายังไงจีมินจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”


            “ไม่ได้โว้ย จะไปโกงชาวสวรรค์กี่คนก็ได้ แต่จะโกงคนของกูไม่ได้ เข้าใจมั้ยว่าที่นี่กำลังขาดแรงงาน!


            “มึงจะเอาเงินเท่าไรก็ว่ามา แต่คนนี้ไม่ได้!


            โฮซอกหรี่ตา “มึงพูดจริงเรอะ”


            “เออ จริงสิ เอาเขาที่ดูดีที่สุดในนรกเป็นเดิมพันเลย”


            “เฮ้อ ก็แค่เขากากๆละว้า มึงกล้าเซ็นเช็คเปล่ามั้ยละ” จ้าวแห่งโลกวิญญาณเสกกระดาษสีขาวว่างเปล่าขึ้นมา


            “มึงจะปอกลอกกูเรอะไง ไอ้นี่” ขืนมันกรอกว่าสมบัติทั้งหมดขึ้นมา เขาไม่กลายเป็นคยล้มละลายเรอะ ประชากรชาวปีศาจยังต้องกินต้องใช้นะ


            “ยุนกิ คือมึงต้องเข้าใจนะว่าตอนนี้ที่นี่กำลังขาดคน ไม่มีอะไรสำคัญเท่าคน


            “แทฮยอง”


            “หา” ยุนกิหรี่ตาก่อนจะพูดออกมาชัดๆ “ไอ้หมอนั่น คิม แทฮยอง อย่าคิดว่ากูไม่รู้


            “มึงรู้แล้วจะทำไม”


            จีมินสงสัย แทฮยองคนไหน ใช่คนที่เป็นเพื่อนเขารึเปล่า


            “คิม แทฮยอง เจ้าเด็กซื่อบื้อที่วันๆเอาแต่วิ่งไล่จับผีเสื้อ คนแลกคน ถ้าหมอนั่นตกนรก นายก็มาเอาไปเลย”


            แทฮยองที่ไล่จับผีเสื้อก็มีแต่แทฮยองเพื่อนเขา!! จีมินรู้


            “หา มึงมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะตกนรก เขาอาจจะขึ้นสวรรค์ก็ได้นะโว้ย” โฮซอกไม่ใช่คนโง่นะ


            “กูมีวิธีของกูแล้วกัน เออๆ แถมไอ้เด็กจองกุกนั่นให้ด้วยก็ได้ หนึ่งคนแลกสอง จะเอาไม่เอา”


            ไม่เอาก็โง่แล้ว!!!!


            “เอาก็ได้ แต่ถ้าพวกนั้นได้ขึ้นสวรรค์นะ กูจะไปตามทวงปาร์ค จีมินคืนจากมึง คอยดู!


            ยุนกิแสยะยิ้ม ถ้าเขาทำไม่ได้อย่างที่พูด ป่านนี้ผลประกอบการของนรกก็คงไม่งอกเงยเป็นกอบเป็นกำอย่างนี้หรอก ผู้หญิงหนึ่งคนชอบคนดี รักคนเลว แต่เลือกแต่งงานกับคนรวย ตรรกะนี้ไม่ว่าจะใช้ยุคไหนก็ทันมั้ย เลือกติดตามคนรวยยังไงก็ดีที่สุด


            โฮซอกส่ายหัว ก่อนจะจดไปที่หลังชื่อของจีมินที่ควรจะเป็นประชากรของเขาว่า แลกเปลี่ยนให้ตายเถอะ เขาเล็งแทฮยองไว้ตั้งนานแล้ว ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีข้อตกลงแบบนี้เกิดขึ้น


            ไอ้นัมจุนมันโกงพวกเรามานานแล้ว ขอแก้แค้นหน่อยเหอะว่ะ

 


            “ทำไมคุณไม่พาผมเข้าประตูไปละครับ นี่เรากำลังจะไปที่ไหนกัน”


            “ฉันต้องแวะซื้อของนิดหน่อยก่อนจะกลับนรก เธอไปด้วยกันก่อน” เบื้องหน้าของเขามีประตูสีดำบานหนึ่ง ซึ่งยุนกิแนะนำว่ามันคือประตูสารพัดนึกที่เขาได้ไอเดียจากการศึกษาโลกมนุษย์ เลียนแบบจากการ์ตูนเจ้าแมวหุ่นยนต์อ้วนสีฟ้า


            เอาก็เอาเถอะ จนถึงตอนนี้จีมินเชื่อว่าอะไรๆก็เกิดขึ้นได้


            แต่เขาไม่ได้คิดว่ายุนกิจะถึงขั้นมีซุปเปอร์เป็นของตัวเอง


            ทันทีที่ก้าวผ่านประตูบานนั้นมา สิ่งที่จีมินเห็นคือซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่ผิดแน่ มันหน้าตาเหมือนกับของโลกมนุษย์แบบเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน ที่หน้าบนมีป้ายเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงมองดูแล้วเสร่อๆหน่อยเขียนว่า ซาตานส ซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขาโลกวิญญาณ เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง


 

           “นะ นี่คุณ


            “ตอนนี้ฉันมีซุปเปอร์เป็นของตัวเองแล้วนะ เธอจะได้เลิกห้ามฉันซื้อของสักที” คราวนี้จะกินอะไร จะซื้ออะไรก็ได้แล้วแต่ตามใจเขา            ยุนกิไม่ได้พาเขาเดินไปที่ล็อกต่างๆ แต่กลับพาเดินมาที่แคชเชียร์


            “คุณไม่ซื้ออะไรเหรอ”


            “เปล่า ของที่ฉันต้องการมันอยู่ตรงนี้” จีมินนึกสงสัยว่ายุนกิต้องการที่จะซื้ออะไรกันแน่ ก่อนที่เขาจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นกล่องสีเงินสะท้อนแสงสีรุ้งขนาดเท่าฝ่ามือ หน้ากล่องสกรีนรูปผลสตอเบอร์รี่และ เดี๋ยว!? หูแมวกับหางแมวสีขาว!?


            “เดี๋ยว นี่คุณนำเข้าเซ็กส์ทอยด้วยเหรอ!


            “ก็เธอบอกเองว่าเธออยากเป็นแมวสีขาวนี่ แต่กว่าจะแปลงร่างได้เองมันนานนะจีมิน” เขารอมานานกว่าวันนี้จะมาถึง ยังไงเดี๋ยวเขาค่อยสอนจีมินอีกทีก็แล้วกัน


            “แล้วก็นะ เธอไม่เคยตอบคำถามเลยว่าทำไมฉันถึงไม่จำเป็นต้องใช้มัน ฉันเลยต้องไปหาคำตอบเอาเอง” พูดแล้วก็หยิบเจ้ากล่องนั่นวางลงอีกสามสี่กล่อง ก่อนจะวางธนบัตรที่สกรีนหน้าตัวเองลงกับแคชเชียร์


            “แต่จีมินฉันคิดว่าเธอเข้าใจผิดแล้วละ”


            จีมินหัวเราะ เพราะเขาคิดผิด


            เขารู้ดีว่าเขาไม่มีทางจะมีความสุขไปมากกว่านี้แล้ว

 

 

 

Happily Ever After ?



first published : 17.05.21


TALK:

จบแล้ว ด้วยจำนวนทั้งหมดเกือบจะสามหมื่นคำ (มันยาวอะไรขนาดนั้น)

            ที่จริงแอบอ่านคอมเม้นเมื่อวานแล้วว่ามัน Christian Beware ตรงไหน ที่จริงแล้วมันอาจจะไม่ได้มีฉากล่อลวงอะไรมากในตอนแรก แต่ถ้าคนอ่านสังเกต จะมีคำล้อเลียนเสียดสี (ซึ่งจริงๆแล้วเราค่อนข้างใส่ใจกับจุดนี้ ดังนั้งจึงใส่คำเตือนไว้ เพราะคนเป็นคริสเตียนที่อาจจะบังเอิญผ่านมาทางนี้น่าจะไม่แฮปปี้กับมันเท่าไร) คือเรื่องศาสนาเป็นเรื่องเซ้นซิทีฟ ดังนั้นกันไว้น่าจะดีกว่าแก้ทีหลัง

            เราไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อต้องการลบหลู่/สร้างความเกลียดชัง/ให้เกิดความตลก(ในแง่ของความเชื่อ)

            ทุกอย่างเป็นเกิดจากจินตนาการบ้าๆบอๆ อย่าเอามันไปคิดจริงจัง ที่อยากให้ทุกคนอ่านโน็ตก็เพราะอยากจะชี้แจ้งส่วนนี้เองค่ะ

            เนื้อหายาว ตัดเป็นสองตอนซึ่งตอนแรกอาจจะดูไม่มีอะไรเท่าไร แต่ที่จริงที่ผ่านมารู้สึกว่าเขียนเรื่องเกี่ยวกับศาสนาแล้วมันค่อนข้างจะเครียด อีกทั้งรู้สึกว่าตัวละครค่อนข้างจะมีโรคที่เคร่งครัดจนเกินไป ถึงได้ใส่เรื่องตลกเข้ามาบ้าง เพราะที่จริงชีวิตคนเรามันก็ไม่ได้ขนาดนั้น (ในความคิดของเรา)

            Against Religion ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องเพศ (แล้วเขียนทำไม ฮา) เพราะมันไม่ใช่แค่นั้น แต่ทั้งคำด่าเสียดสี ถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้ จริงๆไม่ค่อยอยากอธิบายมาก แต่คิดว่าถ้าไม่มีเลยคงจะไม่ได้ เพราะอย่างนั้นก็อ่านเอาสนุกแล้วกันนะคะ เราก็เขียนเอาสนุกเหมือนกัน (สนุกจนนิ้วล็อกเลย)

            แอบประทับใจคนที่เดาเรื่องถูกด้วย อ่านทุกคอมเม้นแล้วนะคะ ขอบคุณมากเลยที่ชอบ แล้วก็คอมเม้นด้วยแม้ว่าเด็กดีจะแอบป่วนๆจนโนติไม่เด้ง

            ชอบ/ไม่ชอบยังไง คอมเม้นหรือติดแท็ก #luvstoryoonmin กันนะคะ

            ขอโทษด้วยในเรื่องของคำผิดเพราะฟิคเรื่องนี้เขียนเสร็จทีไรก็ตีสี่ตีห้าตลอด ปรู๊ฟแล้วก็ยังมีส่วนที่ยังผิด ไว้จะตามไปแก้ทีละจุดนะคะ ขอบคุณและขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ :)

 

            รักเสมอ KOLEVF






  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

2,922 ความคิดเห็น

  1. #2876 Lee_Je_taime (@tam-tae) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 03:13
    เรื่องนี้ไปสุดมากเลยค่ะ ไรเตอร์ก็กล้าเขียนมากๆ เราก็อ่านด้วยความสนุกสุด ไม่ใช่ว่าเราจะได้เจอยุนกิกะบจีมินที่นู่นกันใช่ไม๊คะ 55555 จากใจคนเคยอ่านมังงะที่แทบจะถล่มนรกสวรรค์จนแบบ อื้มมมม มาแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ประทับใจมากอีกเรื่องค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่า ชอบมากๆ
    #2876
    0
  2. #2814 EntOo (@EntOo) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 03:12
    ชอบมากกกก ชอบมากอะ อ่านไปก็อเมซิ่งไป ประหลาดใจกับการดำเนินเรื่อง น่าติดตามมาก ฉีกสุดๆเลย ตอนอ่านชื่อเรื่องแล้วก็ไม่คิดว่ามาแนวนี้เลยอะ แต่ชอบมากจริงๆ
    #2814
    0
  3. #2781 - Bbbee (@Littel_Gwang) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 09:41
    ชอบมากกกกกกก แง ไรท์แต่งดีมากก
    #2781
    0
  4. #2677 kannikajah211 (@kannikajah211) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 18:30
    ฉากคัทนี่รหัส​อะไรง่ะ​ อุแงงง​ เข้ารหัสไม่ดั้ยย​เข้าหลายรอบมาก​ ฮื่อออออออT^T
    #2677
    2
    • #2677-1 starforseongwu (@starforseongwu) (จากตอนที่ 52)
      8 มิถุนายน 2562 / 14:29
      วันเดบิวต์บังทันค่ะ
      #2677-1
    • #2677-2 phattarasayakla (@phattarasayakla) (จากตอนที่ 52)
      6 กรกฎาคม 2562 / 01:34
      รหัสคืออะไรหรอคะ คิดแล้วคิดอีก แก้นานมากก้ไม่ได้ค่ะแง
      #2677-2
  5. #2634 Nenula_la (@chanbaek-eye) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 22:16
    อ่านอีกครั้งก็ชอบ5555555555555 ตลกตอนสุดท้าย พี่แกเป็นซาตานที่ตลก555555555555
    #2634
    0
  6. #2632 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:01
    โชคชะตายุนมิน ชอบบ
    #2632
    0
  7. #2594 Vaerolenv (@royjiza_) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:34
    แก...ตอนนี้ตอนเดียวฉันอ่านไปครึ่งชั่วโมง อ่านแบบทุกตัวอักษร โอ้มาย....
    #2594
    0
  8. #2590 Seoky (@earniii) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 05:15
    พึ่งกลับมาอ่านย้อน ข้ามเรื่องนี้ไปได้ไง!!!! ชอบมากกกกกก
    #2590
    0
  9. #2584 qiaoqiao (@iqiaox2) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 17:27
    แง เขียนแีมากๆเลยค่ะ ชอบการบรรยาย มันได้อารมณ์ดีอ่ะ ฉากคัทนี่รุนแรงใช่เล่นนะคะในเรื่องของศาสนา 55555 ชอบมากๆเลยค่ะ สนุกมาก เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆน้า
    #2584
    0
  10. #2475 nightcrown (@nightcrown) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 19:24
    ดีงามมากค่ะไรท์
    #2475
    0
  11. #2237 ourekaja (@ourekaja) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 21:20
    ฮือออออ มันดีมากเลยอะไรท์ ขอบคุณมากๆนะคะที่เขียนอะไรดีๆออกมาให้อ่าน ตื้นตันใจและนับถือมาก จะติดตามตลอดไป 💗
    #2237
    0
  12. #2173 Mimie P. Hansiripongsakul (@secretname030) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 17:29
    ชอบเรื่องนี้ มากกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆ
    #2173
    0
  13. #2075 brunette_ (@brunette_) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 21:32
    ชอบมากค่ะไรต์ สนุกมากๆๆๆ
    #2075
    0
  14. #2074 brunette_ (@brunette_) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 21:32
    55555555555555ตลก ยุนกิเป็นซาตานที่ตลกเเละน่ารักมากกฮืออ
    #2074
    0
  15. #2022 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 20:29
    กะไว้แล้วว่าเงินส่วนที่จีมินให้ไปมันไม่น่าไว้วางใจ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเลวได้ขนาดนี้
    สงสารจีมินอ่า เป็นเราเราก็แค้นนะ อุตส่าห์ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้ชีวิตนึงได้อยู่กับเขา แต่กลับกลายเป็นว่าโดนทำลายทุกสิ่งทุกอย่างจากคนที่เขาไว้ใจ

    ส่วนคุณซาตาน โคตรเกรี้ยวกราดค่ะบอกเลย ตัดภาพคุณซาตานแสนน่ารักในตอนที่แล้วออกไป แทนที่ด้วยท่านซาตานที่สมกับเป็นซาตาน ถึงแม้ว่าในตอนท้ายจะยังต๊องเหมือนเดิมก็เหอะ 5555

    อีกคนที่น่าสงสารคือแทฮยองกับจองกุก ไม่ได้ไปสวรรค์แล้วค่ะที่รัก 5555 แต่ก็ดีนะ ทำชั่วแค่ไหนก็ไม่มีทางไปนรกอ่ะ กลายเป็นวิญญาณคู่รักเลยทีนี้ 5555
    #2022
    0
  16. #1981 agustpraew♡ (@praew_i) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 23:57
    ดีอ่ะไรท์ เข้าใจฟีลเลยว่ารู้ว่าผิดว่าบาปก็ยอมดดนล่อลวงอ่ะ โลกมันโหดร้ายไปสำหรับจีมินจริงๆ ฮรือ แต่ตลกกล่องลายสตรอเบอรี่ตอนสุดท้าย จีมินอาจจะขำ แต่คนอ่านเขินค่ะ555555555555555555 ชอบตอนนี้มากกกกกก 
    #1981
    0
  17. วันที่ 16 กันยายน 2560 / 13:52
    สนุกมากกกกกกกก
    #1978
    0
  18. #1961 มีฟา (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 01:40
    แหมมมมมมมมมมมทททททท แบบนี้ก็ได้หรอออ-..-ดีแล้วละจันได้ว่าhappy ending นาจาาาา ชอบจังเลย อ่านแล้วเสพติดมากกกก ฉากคัทนี่หาอ่านได้ที่ไห-ค--ะ-//ค้นพบคนใจบาป
    #1961
    0
  19. #1938 มนุษย์ง่วง (@grace-sk) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:25
    ชอบอ่ะ ชอบเรื่องนี้มาก ชอบจนไม่รู้จะอธิบายยังไง #กราบไรท์เตอร์
    #1938
    0
  20. #1929 MaylodyMin (@Maylody--MKC_TH) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:56
    บางทีก็คิด ว่าแร็พเปอร์ไลน์จำเป็นต้องจี้ทุกเรื่องขนาดนี้เลยเหรอ55 นี่แหละสายจี้ที่ตามหามานาน คุณโฮซอกกับคุณยุนกิเถียงกันโคตรฮา555 คือแบบมาเรื่องนรก สวรรค์ โลกวิญญาณอะไรแบบนี้ก็คิดว่ามันต้องเครียดถูกป้ะ?? แต่พออ่านทูมอโร่แลนด์แล้วแบบ.. ลืมคิดเลยว่าเรื่องนี้มันดูแฟนตาซีเกินไป555 ไหนจะเรื่องน้องแมวขาวดำอีก โอ้ยยยยอีคุณปีศาจ!!! ความอินโนเซ็นต์ในตอนแรกมันหายไปไหนคะ!! ฮรืออออ ยิ้มทั้งเรื่องอย่างกับคนเป็นบ้าเลยอ่ะ:-; เขรินนนาดากนดนาำนปสไากยานนนาำตอาำนักบไทกคจกาไนปนโว้ยยยย
    #1929
    0
  21. #1843 Capriccioso (@june-j) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 17:45
    ไปอยู่ไหนมาถึงเพิ่งได้อ่านฟิคเรื่องนี้ ;-; มันดีมากๆ ดีมากๆจริงๆค่ะ ขอบคุณที่แต่งนะคะ
    #1843
    0
  22. #1842 skygdrgn (@skygdrgn) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 14:23
    เราเป็นคริสเตียนค่ะ ที่บ้านค่อนข้างเคร่งด้วย55555555555 แต่เราชอบเนื้อเรื่องแบบนี้นะ มันคอมเมดี้ดี พี่เขียนและอ้างอิงพระคัมภีร์ได้เจ๋งมากเลยอะ จนแอบสงสัยว่าพี่เองก็เป็นคริสเตียนรึเปล่า จากที่อ่านพระคัมภีร์คงจะเป็นคัมภีร์รุ่นเก่า ยังไม่ได้เป็นรุ่นใหม่เท่าไหร่ เพราะศัพท์สวยกว่า55555555555 เราชอบมากเลยพี่กุ๊ก มันเหมือนเปิดโลก3ด้านให้เรามากขึ้น (ไม่ได้จะเบี่ยงเบนศาสนาตัวเอง) แต่มันทำให้เขามองทุกอย่างไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป คือเพราะที่บ้านเคร่ง เลยมีความสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นแบบนั้นอยู่บ่อยครั้ง? เราก็ยังคงภาวนาอธิษฐานเหมือนที่จีมินทำค่ะ เชื่อและหวังไปหมด แต่ช่วงนี้รู้สึกอะไรๆก็ไม่ค่อยดีเลย พอมาอ่านเรื่องนี้ก็กลัวจะเป็นคนไร้ศาสนาเหมือนกัน555555555 (ตรงนี้พี่อย่าใส่ใจนะคะ แค่บ่นตัวเองเฉยๆ)

    คือชอบการบรรยาย ศัพท์พี่กุ๊กสวยไม่เปลี่ยนแปลง และที่อัศจรรย์ใจมากๆก็คือฉากNC อ่านแล้วโอ้โห...ใจฉัน.. นรกถามหาแล้วแน่ๆ55555555555 เขียนดีค่ะ เขียนดีมาก

    เอาตรงๆพี่กุ๊กทำให้ทัศนะคติของเรามันเปิดกว้างขึ้น จากที่เคยคิดว่าคำว่าโชคชะตามันน่ากลัว ความตายมันน่ากลัว การสารภาพบาปมันน่ากลัว หรือแง่คิดอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เรารู้สึกกลัว จนไม่กล้าทำอะไร
    เรื่องนี้ทำให้มองเห็นว่า อะไรหลายๆอย่างมันไม่ได้น่ากลัว มันกำลังสอนเรา และทำให้เรากล้าที่จะเดินทางไปกับมัน

    ความเชื่อของเรามันค่อนข้างเคร่ง5555555 แม่เคร่งมาก ทุกครั้งที่กลับบ้าน ก่อนนอนเราต้องอธิษฐานสารภาพความผิดบาป และขอพระพรทุกคืน
    มันทำให้เราสบายใจมากขึ้นค่ะ

    อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกตัวเองเริ่มจะเป็นมารศาสนา แต่เอาตรงๆคริสเตียนดีๆก็มีเยอะ และเป็นอยากที่พี่กุ๊กเขียนก็แยะอะ เราเห็นเรื่องแบบนั้นและหยาบกว่านั้นในศาสนาของเราเยอะ เพราะงั้นเนื้อเรื่องนี้มันเอามาตัดสินไม่ได้หรอก5555555555555

    เอาเป็นให้ทุกคนเป็นคนดี และหมั่นทำให้คนรอบข้างมีความสุขโดยที่เราก็มีความสุขละกันนะคะ ศาสนาของเรา ส่วนใหญ่จะสอนให้เรารักผู้อื่น เพราะฉนั้นเราจะรักพี่กุ๊กและคอยสนับสนุนต่อไปนะคะ ส่วนเรื่องที่เม้นเยอะแยะไป อะไรที่มันไม่เกี่ยวกับเนื้องเรื่อง พี่กุ๊กไม่ต้องสนใจก็ได้น้า5555556555
    เรารักพี่กุ๊กและเรารักบังทัน เรารักเนื้อเรื่องตอนนี้

    เม้นยาวมาก ควรพอแล้ว
    สวัสดีค่ะ อิอิ
    #1842
    0
  23. #1837 `มนุษย์ล่องหน (@zincoei) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 18:33
    ชอบมากกกกกกกกก ไม่รู้จะเม้นอะไร เราเพิ่งมาอ่านสองตอนจบ คือแบบ ชอบมากกกกแแแมมกกกกแกปใหวกงแลงกส มากๆๆๆๆๆๆๆๆ อ่านละยิ้มตลอดเลยอะ เห่ย จริงๆมันก็ควรซีเรียสบ้างปะ แต่ยุนกิกับจีมินน่ารักเกินไปอะ โอ้ยยยยยยยยยย ถ้าไอ่คุณซานตายไม่เสกเงินให้ใช้นี่ว่าจีมินไปสวรรค์แล้วอะ5555555555 ตลก แงงง อชชออบอะะะ อยากอ่านซ้ำๆๆๆๆ ฮือออ ชอบหมดเลย เรื่องหมาป่าเราก็ยังรอนะ555555
    #1837
    0
  24. #1836 _meunonswxgd9 (@non-thug) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 01:13
    โอ๊ยยยยย คืออ่านเอ็นซีแล้วรู้สึกบาปมาก55555555 บาปจริงๆ พลิกล็อกกันน่าดู ชอบความซาตานของคุณยุนกิจัง ดูจะโหดแต่ตลกมากกว่า ซุปเปอร์มาร์เก็ตนี้ทำเราทำจริงจังมาก55555555 ไหนจะมาแย่งประชากรกันอีก โอ๊ยยย ยอมใจ เราชอบภาษาของไรท์มากเลย เราเองก็เป็นไรท์เตอร์แต่เรานับถือเลย อ่านแล้วอินตาม เห็นภาพ เป็นยุนมินที่สุดยอดมากจริงๆ คาราวะ คือfav ไว้นานมากแล้วแต่ไม่เคยได้อ่าน แต่เชื่อไหม เรานอนอ่านเพลินจนลืมนอนเลย 5555555 คือดีมากจริงๆค่ะ ขอเป็นเอฟซีไปทุกภพทุกชาติ แงงง ติดตามนะคะ
    #1836
    0
  25. #1829 ชิมชิม s1 (@Am_Nat) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 21:57
    ชอบเเนวนี้ อยากให้มีสเปเชี่ยวอีกอ่ะ ชอบบ
    #1829
    0