(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 48 : 29 : GOAL! 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    1 เม.ย. 60


 

' สุขสันต์วัน APRIL FOOL DAY '
















จะมีคนเชื่อมั้ยนะ




55555555555555













Title: GOAL!

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin ) 

Genre: Alternative Universe, Light Against, With happy ending 

Rate: G

Word: 8,051/14,076 (total)

Note: Maybe we don't need no reason why

BGM: Perfect Strangers by Jonas Blue

          Barcelona by Ed Sheeran 

       






6

 

            ถ้านับรวมกับครั้งที่เขามากับยุนกิ นี่ก็เป็นบาร์เซโลน่าครั้งที่สองในชีวิตของเขาแล้ว มันไม่ได้แตกต่างกันมากนักเพราะไม่ว่าในฤดูกาลไหนมันก็เป็นเมืองที่คึกคักอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืนตามประสาเมืองแห่งแสงสีเสียง โชคดีที่หอพักของจองกุกอยู่ไม่ไกลนัก จีมินถึงสามารถนัดเจอกับคนอายุน้อยกว่าได้ที่ด้านล่างล็อบบี้โรงแรม


            “จีมินฮยองอยากจะไปไหนเป็นพิเศษรึเปล่าครับ”


            “อืม…  ที่ไหนก็ได้ เอาเป็นว่าพาไปกินของอร่อยๆก็แล้วกัน”


            จีมินไม่ได้คิดมาก่อนเพราะแผนเดิมของเขาคือการที่จีมินตั้งใจมาเซอร์ไพรซ์ยุนกิและเราสองคนอาจจะไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากห้องนอน (อ่า และอาจจะรวมถึงห้องน้ำบาร์เซโลน่าที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของยุนกิทำให้เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องวางแผนท่องเที่ยวด้วยตัวเอง


            “ไม่มีหรอก ว่าแต่นาย… มีตั๋วของแมชต์ถัดไปรึเปล่านะ” เพราะทีมของยุนกิชนะในครั้งนี้ทำให้ได้เข้าไปแข่งต่อในรอบชิงแชมป์ โอเค จีมินยอมรับเลยว่าเขาไม่ได้วางแผนมาก่อนว่าจะต้องมาหาซื้อบัตรเอาหน้างาน เพราะปกติแล้วเขาก็แค่เดินตามยุนกิเข้าไปในสนามเท่านั้น แต่เมื่อทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ เด็กจองกุกตรงหน้าก็ดูเหมือนจะเป็นความหวังสุดท้าย


            พูดตรงๆเลยนะ จีมินไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับการซื้อตั๋วดูบอลเลย เขาให้ใครสักคนในกลุ่มเพื่อนทำให้หมดทุกอย่างนั่นละ


            “ผมไม่ได้ไปหรอกครับ เพราะตั๋วมันราคาแพง ยิ่งหาซื้อตอนนี้อาจจะยิ่งถูกอัพราคาด้วย”


            “แล้วมันยังมีคนขายอยู่เหรอ”


            “มีสิครับ พวกที่ทีมของตัวเองไม่ได้เข้ารอบ เดี๋ยวก็เอามาขาย แต่ราคาก็โหดอยู่”


            “ไม่ต้องคิดเรื่องราคาหรอก ถ้านายหาได้ฉันจะเป็นคนจ่ายเอง นายก็หาให้ตัวเองด้วย”


            “หา… ไม่เอาหรอกครับ ของราคาแพงแบบนั้น” จองกุกปฏิเสธรัวๆ เขากับคนตรงหน้าไม่ได้สนิทกันถึงขั้นที่จะจ่ายอะไรแพงแบบนั้นให้กันได้


            “น่า หามาเถอะ ฉันไม่ชอบดูบอลคนเดียวน่ะ”


            “แต่ฮยองก็มาคนเดียว?”


            ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ต่างหาก


            “ตอนแรกก็มีคนมาด้วย แต่เขาไม่มาแล้ว” เขาโกหก


            “อ่อ อย่างนี้นี่เอง ผมคิดว่าผมมีคนรู้จักนะ เดี๋ยวผมขอลองคุยกับเขาก่อนแล้วกัน”

 


            เราทั้งคู่ไม่ได้ไปเที่ยวที่ตื่นตาตื่นใจมากนัก แต่ชายหาดบาร์เซโลเนตาเป็นสถานที่ที่จองกุกบอกว่าไม่ควรพลาด จีมินไม่ได้รู้สึกว่ามันพิเศษ โอเค สำหรับเขาแล้วชายหาดที่ไหนก็เหมือนกัน แค่แปลกตาตรงที่บาร์เซโลเนตายาวขนาบกับชายหาดไปพร้อมกันกับตัวเมืองก็ดูจะเป็นวิวที่ถ่ายรูปได้หลายจุดอยู่ จองกุกเสนอว่าให้พวกเขาเช่าจักรยานขับ แต่จีมินปฏิเสธ เขาไม่ชอบที่ร้อนๆที่ต้องแออัดกับคนมากมาย


            “แต่ฮยองก็เข้าไปดูบอล ในนั้นน่ะหายใจยากกว่าที่นี่อีก”


            “ฉันเองก็ไม่ได้ชอบดูบอลหรอก”


            “อืม… พี่บอกว่าที่จริงมีคนที่จะมาดูด้วยกัน เอ่อ ผมไม่อยากละลาบละล้วงแต่ว่า


            “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร อย่างที่นายคิดละ” แค่ตัวจริงของเขาต้องอยู่ในสนามแค่นั้นเอง


            “พวกพี่ทะเลาะกัน?”


            “แค่ไม่เข้าใจกันมากกว่า”


            จีมินสูดลมทะเลเข้าลึก พิงร่างกับรั้วไม้ที่กั้นระหว่างสะพานกับผืนน้ำ มองขึ้นไปก็ยังเห็นท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้า ทั้งที่เป็นสีฟ้าเหมือนกันแต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่าง


            “นาย… โตขนาดนี้แล้วก็น่าจะเคยมีแฟนสักคนแล้วละมั้ง”


            “กะ… ก็มีบ้างครับ”


            “นายว่าคนเรา… กว่าจะสามารถเชื่อว่ามันเป็นความรักได้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกัน ตามทฤษฎีที่คนพูดกันทั้งบ้านทั้งเมืองบอกว่าสี่เดือน แต่เราจะการันตีได้ยังไงว่ามันจะใช่ความรักจริง”


            จองกุกเกาหัว “ไม่รู้สิครับ ความรู้สึกมันคงบอกละมั้ง”


            “แล้วนายคิดว่าคนเราหนึ่งคนสามารถรอคนอีกคนได้นานแค่ไหน”


            “ฮยองหมายถึงว่า… คบกันแบบไม่มีสถานะอะไรแบบนั้นรึเปล่าครับ”


            “ก็… ใช่”


            “ของแบบนี้มันกำหนดให้ตายตัวไม่ได้หรอกครับ ขึ้นอยู่กับว่าเขามีความรู้สึกมากขนาดไหนมากกว่า คนบางคนก็รอได้ คนบางคนก็แค่ต้องการความมั่นใจ คนบางคนก็อาจจะรู้สึกว่าการให้รอนานๆมันหมายความว่าเขาไม่จริงจัง”


            “แล้ว… ถ้าคนที่ให้รอ เขาให้รอเพราะเขากลัวละ?”


            “กลัว? มีอะไรต้องกลัวเหรอครับ”


            “ก็กลัวว่ามันอาจจะไม่เวิร์ก… อย่างนั้นละมั้ง”


            จองกุกได้ยินแล้วกลับหัวเราะ เห็นสีหน้าของคนอายุมากกว่าก็พอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเรื่องของตัวเอง


            “งั้นคนคนนั้นต้องถามตัวเองก่อนแล้วละครับ ว่าเขามีความสุขรึเปล่า”


            “ความสุข?”


            “ทุกความสัมพันธ์มันก็มีโอกาสห้าสิบจะดีห้าสิบจะร้ายกันทั้งนั้น แต่ถ้าเรามีความสุขมันก็คุ้มค่าที่จะลองรึเปล่าครับ สมมุตว่าเป็นตัวฮยองเอง ก็ลองถามตัวเองดูว่าเรามีความสุขมากกว่าก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้มีคนนั้นรึเปล่า ถ้ามันใช่ ต่อให้สุดท้ายแล้วมันจะจบไม่สวย แต่มันก็ยังเป็นความสุขอย่างที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้น แต่ถ้าเราไม่ลอง เราก็จะไม่มีโอกาสเลย เหมือนเราไม่เข้าสอบ ก็จะไม่รู้หรอกว่ามันจะผ่านหรือตก”


            จีมินซึบซับถ้อยคำเหล่านั้น


            “มีฮยองอีกคนก็เจอสถานการณ์คล้ายๆอย่างนี้ ตอนแรกผมก็คิดหรอกว่ามันอาจจะไม่เวิร์ก แต่ฮยองคนนั้นพูดว่า ตาของเขามองเห็นทุกสิ่งรอบด้านเป็นสีขาวดำ ส่วนคนคนนั้นเป็นภาพสีคมชัดท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น ผมเลยคิดว่าถ้าเรารู้สึกกับใครแบบนั้น มันก็น่าจะไปรอดนะถ้าอีกคนรู้สึกเหมือนกัน”


            มองเห็นภาพดีท่ามกลางภาพขาวดำ


            เป็นคนที่โรแมนติกจังเลยนะ


            “นั่นสินะ”

 

            “ผมแค่รู้สึกว่าถ้าผมรักใครมากๆแล้วก็อยากจะทำให้มันชัดเจน อยากให้ทุกคนบนโลกรู้ว่าเขาเป็นของเราละ”


            “ทั้งที่คนนั้นเขาอาจจะไม่ใช่คนดี มีคนไม่ชอบเยอะอะไรแบบนี้เหรอ”


            “คนเราทุกคนก็มีคนที่ไม่ชอบทั้งนั้นละครับ แต่ถ้าผมชอบเขาผมก็ไม่แคร์หรอก ก็ผมชอบเขานี่นา”

 


“ผมไม่อยากให้คุณมาเป็นข่าวกับผมเลย”

“คุณก็รู้ว่าผมไม่แคร์กับพวกคนแบบนั้น”


            จองกุกมองภาพคนที่กำลังเหม่อมองไปท่ามกลางน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียว ยิ้มออกมาเบาๆก่อนจะพูดว่า “แดดเริ่มร้อนแล้ว เราไปหาที่นั่งกันดีกว่าครับ”

 

            จองกุกบอกว่ารุ่นพี่ที่รู้จักกันจะเอาตั๋วเข้าสนามมาให้พวกเขาขณะที่เราสองคนกำลังจิบกาแฟและรอพาเฟ่ต์ถ้วยใหญ่มาเสิร์ฟท่ามกลางอากาศร้อนๆของคาเฟ่แห่งหนึ่งใน ลา รามบลา 


            “เดี๋ยวผมไปรับพี่เขาก่อนนะ”


            จีมินพยักหน้ารับ เริ่มเปิดสถานที่ช้อปปิ้งแถวนี้เพื่อวางแผนต่อไปในช่วงบ่าย จีมินลองแวะไปถ่ายรูปแบบผ่านๆกับพวกสถาปัตยกรรมเก่าแก่พอให้มีที่เช็คอินในโซเชี่ยลมีเดียแล้วแต่นั่นน่ะไม่ใช่ทางของเขาเลย


            ถึงบาร์เซโลน่าจะช้อปไม่สนุกเท่าฌ็องเซลิเซ่หรือว่ามิลาน แต่ผมว่าคุณน่าจะชอบนะ


            พ่อดาวซัลโวเคยบอกกับเขาอย่างนั้นละ


            เขาคิดนะ ว่าหลังจากจบแมตช์ที่กำลังจะมาถึงเขาคงจะต้องหาทางสักวิธีที่จะคุยกับมิน ยุนกิให้รู้เรื่อง อย่างที่จองกุกว่านั่นละ


            เขาน่ะ ไม่ชอบเอาเสียเลยพวกหมื่นล้าน 


            จีมินถอนหายใจก่อนจะสะดุ้งจนตัวโยนเมื่ออยู่ดีๆเหยือกแก้วที่มีเครื่องดื่มสีม่วงถูกเลื่อนเข้ามาที่ตรงหน้าพร้อมภาษาเสปนแปลกหูที่ถูกสำทับเป็นภาษาบ้านเกิดเมื่อเขาทำหน้างงงวย


            “อากาศแบบนี้คุณน่าจะชอบแซงเกรียมากกว่ากาแฟนะ”


            จีมินอ้าปากค้าง


            เจ้าของเสียงทุ้มต่ำที่พูดกับเขาคือมิน ยุนกิ


            คนเดียวกับที่มีหน้าสกรีนอยู่บนแก้วรุ่นลิมิเต็ดที่ทำเอาเขานอยด์อยู่เป็นวัน


            “คุณ!


            พ่อดาวซัลโวขยิบตา สายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มสมกับคลุกคลีอยู่กับคนเสปนมานาน


            จีมินหน้าขึ้นสีระเรื่อ แทบจะเป็นสีเดียวกับช่อดอกกุหลายสีแดงช่อยักษ์ในมือของยุนกินั่นละ

 


            “ได้ข่าวว่าเจ้าเด็กจองกุกมันเป่าหูคุณเรื่องผมไว้เยอะเลยนี่” จีมินยอมรับว่าเขางงไปหมดแล้วเมื่อคนที่เดินตามหลังยุนกิมาก็คือจองกุกที่กำลังทำหน้าแหยๆ         


            นี่อย่าบอกว่า?


            “จีมินฮยอง นี่ยุนกิฮยอง รุ่นพี่คนนั้นที่ผมบอกละครับ”


            โอ้ ใช่เลย เขาน่ะโดนต้มจนเปื่อย

            พ่อดาวซัลโวยิ้มแห้งเมื่อถูกเซเลปหนุ่มถลึงตาใส่ แต่มันก็ยังดีกว่าสีหน้าเศร้าซึมของเจ้าตัวเป็นไหนๆ

 


            “ไม่มีเรื่องเป่าหูอะไรทั้งนั้นละครับ ผมเห็นกับตาทั้งนั้น” 


            ยุนกิยื่นเงินให้จองกุกออกไปซื้ออะไรก็ได้ และแน่นอนว่าจองกุกเองก็ไม่ได้อิดออดที่จะรับมันไว้และเฟดตัวเองออกไปเงียบๆ 


            “ผมกับแดฟเน่?”


            “ผมจำชื่อเธอไม่ได้หรอก รู้แต่ว่าผมบลอนด์ผิวแทน นุ่งสั้นอย่างงี้ คนที่คุณคว้าคอเข้ามาจูบไงละ”


            จีมินใส่เป็นชุดพร้อมกับทำท่าทางประกอบอธิบายความสั้นของกางเกง ในเมื่อเจ้าตัวปัญหามาอยู่ตรงหน้าเขาก็พอจะใจชื้นขึ้นว่าอีกฝ่ายคงมีคำอธิบาย เขาคิดเอาไว้แต่ไม่ได้คิดว่าอยู่ดีๆจะถูกเซอร์ไพรซ์ แต่จีมินก็คือจีมิน เขาไม่ใช่คนที่จะทำท่าทางอ่อนแอ ยิ่งกับคนที่มีคดีความกันอยู่ด้วยแล้ว


            “ที่รัก คุณหึงผมอย่างนั้นซี่?”


            “ผมไม่ใช่ที่รักคุณ ไปบอกแม่สาวเสปนคนนั้นสิ”


            “แต่ผมว่าที่รักของผมหน้าตาเหมือนคุณนะ”


            “คุณมันคิดไปเอง!


            “โอเค โอเค ผมยอมรับละว่าจูบเธอจริง แบบจงใจ”


            นั่นไงละ อย่างที่จีมินคิดไว้ไม่มีผิด มิน ยุนกิกำลังจะเขี่ยเขาทิ้งอย่างที่แทฮยองเคยทำ


            “แต่ถ้ามันทำให้คุณรู้ตัวว่าคุณรักผม ผมว่ามันก็ไม่เลวหรอกนะ”


            “ผมบอกรักคุณตอนไหน” จีมินแหวใส่ แต่ยุนกิกลับไม่มีท่าทีที่จะโกรธเลยแม้สักนิด


            “ถ้าคุณหึงผมก็แสดงว่าคุณรักผมไง”


            จีมินแทบสะอึก เพราะเขารู้ตัวตั้งนานแล้วว่าเขารักพ่อหนุ่มตรงหน้า เพียงแต่เขายังไม่อยากยอมรับ และเขาก็ยังไม่เลิกคิดมาก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายุนกิทำทุกอย่างนี้ไปเพื่ออะไร เล่นกับความรู้สึกของเขารึไงกัน


            “แล้ว… ทำไม”


            “ปาร์ค จีมิน… ผมน่ะ รู้ตั้งแต่ที่คุณผ่านตม.เหยียบเท้าเข้าบาร์เซโลน่าแล้วว่าคุณน่ะอยู่นี่ คุณนั่นละที่ไม่ยอมบอกผมว่าคุณมาถึงแล้ว”


            “ก็ผมอยากจะ” เซอร์ไพรซ์คุณ ถ้าเขาไม่แอบมาก็คงไม่รู้หรอกว่าจะเจออะไรแบบนี้


            “อ้อเหรอ แล้วคุณรู้มั้ยว่าคิม แทฮยองก็อยู่ที่นี่”


            จีมินอ้าปากค้าง


            แน่นอนว่าเขาไม่รู้ เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าแทฮยองอยู่ที่นี่ในเมื่อเขาไม่ได้ติดต่อกันเลยด้วยซ้ำ


            ยุนกิหรี่ตา


            “คุณนั่นละที่เล่นแง่อะไรกับผม จีมิน”

 

 



7

 


            ยุนกิยอมรับว่าตอนที่เขาเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่คอนโดราคาแพงของจีมิน เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าที่จอดรถสปอร์ตคาร์ที่เขาจอดอยู่เป็นประจำจะถูกแทนที่ด้วยเฟอร์รารี่สีดำของคิม แทฮยอง


            เจ้าตัวยืนพิงรถอยู่ ในมือกำลังกดรัวที่หมายเลขซึ่งยุนกิไม่ได้โง่พอที่จะไม่รู้ว่าเป็นหมายเลขของจีมิน และแทฮยองดูอารมณ์เสีย… อย่างมาก


             ยุนกิจอดแลมโบกินี่สีเพลิงของตัวเองในซองถัดออกไปหน่อย เขาทักทายยามพร้อมกับยื่นถุงเครื่องดื่มชูกำลังให้อย่างคุ้นเคย ขณะที่จะสาวเท้าเข้าไปในส่วนล็อบบี้ก็ถูกเสียงทุ้มต่ำเรียกไว้เสียก่อน


            “โอ้ ผมเพิ่งจะเห็นว่าคุณอยู่นี่” เขาแสยะยิ้มอย่างไม่เป็นมิตร เพราะเขาไม่มีความจำเป็นต้องเป็นมิตรกับคนที่เป็นคู่แข่งอย่างเป็นทางการ


            “คุณมาหาจีมินทำไม”


            แทฮยองยืนอยู่ตรงหน้า ล้วงมือข้างที่ไม่ได้จับสมาร์ทโฟนเครื่องหรูลงไปในกระเป๋าเสื้อสูท ดูหล่อสมกับเป็นหนุ่มหล่อรวยและโสดในอันดับท็อปห้าของนิตยสารคลีโอ แต่เขาคงจะถูกคัดออกในเร็วๆนี้ละ ก็แทฮยองกำลังจะแต่งงานนี่


            “แล้วคุณจะทำไม” 


            “คุณคิดว่าจีมินรักคุณเรอะไง”


            “แต่คุณก็เลิกกับเขาแล้วนี่ คุณนั่นละจะมาที่นี่อีกทำไม”


            แทฮยองอึกอัก ยุนกิดูก็รู้ว่าคงจะมาง้อ เขาเหลือบตาไปเห็นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่วางอยู่ตรงกระจกรถ พ่อนักธุรกิจหนุ่มคงจะมีปัญหากับการขึ้นไปแน่เพราะคอนโดของจีมินมีระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม และคนทั้งประเทศก็คงจะไม่ได้ตกข่าวว่าทั้งคู่น่ะเลิกรากันไปได้สักพักแล้ว


            “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว” ยุนกิไม่ใช่คนที่มีน้ำอดน้ำทนนัก เพราะเขารู้ดีว่าขืนมีปัญหากันละก็รังแต่จะฉุดให้คนที่รออยู่บนห้องต้องเหนื่อยใจกว่าถึงเลือกที่จะไม่กล่าวว่าอะไรไปมากกว่านี้ ยุนกิไม่ได้ต้องการให้จีมินคิดมาก แต่ก็อยากจะบอกคิม แทฮยองให้ชัดเจนว่าต่อจากนี้เขาจะเป็นคนดูแลจีมินเอง


            “ยังไงจีมินก็จะกลับมาหาผม” แทฮยองโพล่ง


            “กลับไปหาคุณ เหอะ เขารับโทรศัพท์คุณรึยังละ” ยุนกิโต้


            “เขาอาจจะกำลังอาบน้ำอยู่”


            อาบน้ำ? ยุนกิอยากจะบอกว่าจีมินยังไม่ได้อาบน้ำหรอก ทำไมเขาถึงรู้น่ะเหรอ เพราะวันนี้เขากับจีมินมีนัดอาบน้ำด้วยกันนี่นา แต่นั่นมันคงจะเป็นการดูใจร้ายไปเสียหน่อย เขาถึงเลือกที่จะลองต่อสายเดียวกับที่แทฮยองพยายามจะโทรเป็นร้อยๆครั้ง รอเพียงไม่นานปลายสายก็รับ


            คุณมาถึงแล้วเหรอ?


            “อื้อ ผมมาถึงแล้ว กำลังจะขึ้นไปนี่ละ คุณอาบน้ำอยู่เหรอ”


            นี่สรุปคุณจะให้ผมรออาบพร้อมคุณหรือยังไงกันแน่ ผมเหนียวตัวจะแย่แล้วนะ’ ปลายสายติดจะหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ยุนกิไม่ใส่ใจนำพา เรื่องสนุกที่สุดคือหน้าซีดๆของแทฮยองตรงหน้ามากกว่า


            “ผมก็ถามเผื่อว่าคุณจะแกล้งผมไง ผมซื้อบาร์ทบอมบ์กลิ่นที่คุณชอบกับแชมเปญมาด้วยละ”


            งั้นก็รีบขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย ผมถอดเสื้อผ้ารอแล้ว’ โอ๊ะ เขาไม่ได้ตั้งใจนะ แทฮยอง จีมินเป็นคนพูดเอง


            your wish is my command princess


            ‘I’m not princess’ จีมินปฏิเสธอย่างรวดเร็วแต่ยุนกิรู้ว่าจีมินน่ะชอบชื่อเล่นที่เขาใช้เรียกอยู่ลึกๆ


            “yes you are princess, my princess” เขาเน้นย้ำ จีมินรับคำเสียงสั่นๆก่อนจะกดวาง อีกฝ่ายก็อย่างนี้ แสดงตัวว่าหงุดหงิดแต่พออยู่บนเตียงน่ะ

 


            “งั้นผมคงจะต้องตัวก่อน มีภารกิจต้องรีบไปอาบน้ำ ขอตัวนะครับ” แสยะยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังแล้วเดินเข้าล็อบบี้ไปโดยไม่สนใจคนที่ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม


            “โอ้ แล้วผมก็ว่าไม่ใช่เขาไม่รับสายคุณหรอก ผมว่าเขาบลอคคุณมากกว่านะครับ”


            ยุนกิเดินผิวปากเข้าไปอย่างอารมณ์ดี ไม่สนใจเสียงทุบรถดังปังที่แว่วเข้าหูมา ดูท่าพรุ่งนี้ที่แทฮยองจะต้องไปไม่ใช่ออฟฟิศแต่เป็นอู่ซ่อมรถละมั้ง


            กว่าจีมินจะยอมเปิดใจให้เขาไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเลือกที่จะไปแล้วก็อย่าคิดว่าจะกลับมาง่ายๆเลยแทฮยอง

 


            “คุณไม่เห็นบอกผมเลยเรื่องนั้น!” จีมินอ้าปากค้าง


            “ถ้าบอกแล้วคุณก็จะกลับไปคิดถึงเขางั้นสิ ไม่มีทาง” มือหยาบแตะเชิดคางของคนที่กำลังอายให้มองสบตากัน “คุณไม่รู้เรอะไงว่าเขาบินมาไฟลท์เดียวกับคุณด้วยซ้ำ”


            “มะ… ไม่รู้” เพราะตอนนั้นเขาเอาแต่คิดมากเรื่องคนตรงหน้าก็เลยไม่ได้มองใครทั้งนั้น


            ยุนกิแสยะยิ้ม “งั้นก็ดี เพราะคุณเป็นของผม”


            “ใครเป็นของคุณ! ผมยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่คุณจูบ” “แดฟเน่เป็นเลสเบี้ยน”


            จีมินเบิกตา


            “ผมจูบเธอเพราะว่าผมอยากทำให้คุณหึง เรื่องมันก็อย่างนี้ละ”

 


            ยุนกิรู้ดีว่ามันดูเหมือนไม่แฟร์ถ้าเขาทำอย่างนั้น แต่เขายอมรับว่าเขาคิดเรื่องของจีมินจนเขาไม่มีสมาธิแทบจะทำอะไรเลย


            “คุณไม่รู้หรอกว่าหลายเดือนที่ผ่านมาผมคิดเรื่องคุณจนแทบบ้า”


            ยุนกิไม่ใช่คนอัพเดทอะไรเกี่ยวกับตัวเองบ่อยนักไม่ว่าจะทั้งเฟซบุคหรือว่าอินสตาแกรม แต่เขาก็คอยติดตามจีมินอยู่อย่างห่างๆเสมอ ตั้งแต่เจอแทฮยองที่คอนโดวันนั้น ยุนกิยอมรับว่าต่อให้เขาจะพูดกับอีกฝ่ายไปอย่างนั้นแต่ในใจของเขากลับแกว่งไปมาเหมือนกับลูกตุ้มนาฬิกา

            คนเรา… จะชนะอะไรก็ได้ แต่ที่จะไม่มีวันชนะคือคนที่อยู่ในใจของจีมิน


            ยุนกิไม่รู้หรอกว่าจีมินยังรักแทฮยองอยู่รึเปล่า

            ตอนที่พวกเขาทั้งคู่พบกันครั้งแรก ยุนกิแทบจะหยุดหายใจเมื่อเห็นจีมินเป็นภาพสีภาพเดียวท่ามกลางเครื่องเพชรวูบวาบ เขาไม่เคยนึกชอบงานเลี้ยงสังสรรค์ที่เต็มไปด้วยพิธีรีตอง เขาชวนจีมินไปก็ด้วยเพราะอยากนึกสนุก แต่พออีกฝ่ายปฏิเสธ มันกระตุ้นความสนใจบางอย่างในตัวเขาขึ้นมา หลังจากคืนนั้นยุนกิรู้สึกเสียดายที่จีมินกลับไปคบกับแทฮยองทั้งที่เขาดูก็รู้ว่าเจ้าตัวไม่โอเค แต่ยุนกิก็แฟร์พอที่จะไม่เข้าไปเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์ของใคร


            เขาติดตามอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ จนกระทั่งเราเจอกันอีกครั้งและเขาก็เริ่มรุกคืบเมื่ออีกฝ่ายแปะป้ายชัดเจนว่าเลิกรากับนักธุรกิจคนนั้นไปแล้วและไม่มีใคร


            แล้วแทฮยองจะกลับมาทำไม ทั้งที่เป็นฝ่ายทิ้งจีมินไปเอง


            จีมินบอกว่าให้เขารอ แต่กลับมาที่ถิ่นของเขา ในวันที่เขาแข่ง หูตาของเขากว้างไกลพอจะรู้ว่าแทฮยองเองก็มาที่นี่พร้อมกัน


            จีมินคิดจะเหยียบหัวใจเขาเล่นอย่างนั้นเรอะไง


            “ถ้างั้นก็พิสูจน์ให้รู้กันไปเลย คนอย่างฮยองมีคนรออยู่เป็นล้าน” ยุนกิรู้ว่าเขาเชื่อถืออะไรคำพูดของจองกุกไม่ได้ เพราะไอ้เด็กนี่มันก็ดีแต่พูด เคยมีเซ็กส์กับผู้หญิงรึยังเขาก็ไม่แน่ใจ แต่ในช่วงที่ความอ่อนไหวเข้าครอบงำ เขาเลยเลือกที่จะทำตาม แดฟเน่กับแครอลเป็นเลสเบี้ยนคู่เดียวที่เขารู้สึกและสนิทด้วย ดังนั้นหล่อนจึงไม่ลังเลที่จะช่วยเขา แน่ละ เธอโดยแครอลล้างปากไปไม่รู้กี่ครั้งที่ต้องจูบกับเขา มิน ยุนกิคนนี้นี่ละ


            เขาไม่ได้คิดว่าจองกุกจะเข้าไปประกบติดจีมินแบบนั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจองกุกยุยงอะไรจีมินไปบ้าง ยุนกิคิดว่านี่คือการเอาคืนที่เขาไม่ยอมให้ตั๋วดูแข่งรอบชิงเพราะรำคาญ

            


            “คุณไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกยังไงบ้างตอนที่เห็นคุณจูบกับเธอ” จีมินพูดเสียงแหบเครือ


            “คุณก็ไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกยังไงที่เห็นคุณแลนดิ้งพร้อมแทฮยอง”


            เขาไม่ได้คาดคิดว่าจีมินจะมาดูแข่งเขาด้วยซ้ำ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่คิดอะไรเลย ยุนกิยอมรับว่าเขาทำไปเพราะอยากประชดประชัน


            “จีมิน… ผมรู้ตัวว่าผมไม่ใช่คนดี และผมยังมีอะไรหลายอย่างที่ไม่ถูกใจคุณ เราเริ่มจากการเป็นคนแปลกหน้า แต่คุณรู้อะไรมั้ยว่าตั้งแต่วันนั้นที่ผมเจอคุณครั้งแรก หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยสลัดคุณออกจากหัวได้เลย”


            จีมินกลั้นหายใจ


            “เราไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง แล้วก็ทำอะไรหลายๆอย่างร่วมกัน รวมถึงเซ็กส์ โอเค เราสองคนไม่ใช่มือใหม่ในเรื่องความรัก แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมจริงจังกับคุณ หลายเดือนที่ผ่านมา มันไม่ได้พิสูจน์อะไรเลยเหรอ คุณคิดเรื่องของเราบ้างมั้ย”


            คิด คิดสิ จีมินตะโกนอยู่ในใจ 


            ยุนกิหยิบช่อดอกไม้ออกจากมือเล็ก ก่อนจะกุมมันไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของเขา “เฮ้ ที่รัก ผมรู้ว่าคุณเสียใจ ผมยอมรับว่าผมประชดคุณและผมขอโทษที่ทำแบบนั้น แต่คุณรู้อะไรมั้ย ผมไม่อยากเล่นลูกไม้อะไรอีกต่อไปแล้วกับคุณ”


            ใช่ และเขาไม่อยากรอแล้ว


            “ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะบอกคนทั้งโลกว่าคุณเป็นของผม”


            “และผม ก็จะเป็นของคุณแค่คนเดียว”


            จีมินที่อยู่ตรงหน้าเขาสว่างไสวเจิดจ้ายิ่งกว่าแชนเดอเลียในห้องจัดเลี้ยง ตั้งแต่มองสบดวงตาคู่นั้นเป็นครั้งแรก ยุนกิค้นพบว่าคนแปลกหน้าในวันนั้นจะต้องกลายมาเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเขาสักวันและมันก็เกิดขึ้น


            “ผมก็แค่กลัวว่าคุณจะมีข่าวคาวเพราะอยู่กับผม” จีมินก้มหน้า มองมือของตัวเองที่ถูกดึงเข้าไปจูบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน เพราะพระเจ้า แม้กระทั่งแทฮยองก็ยังไม่เคยจูบมือเขาแบบนี้ ส่วนพ่อดาวซัลโวส่ายหัว “ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่เคยแคร์คนพวกนั้น ดีซะอีกที่คุณมีข่าว จะได้ไม่มีใครเข้ามายุ่งกับคุณ”


            “คนทั้งโลกคิดว่าคุณคบกับยัยคนนั้นไปแล้ว คุณเห็นผมเป็นอะไรกันแน่”


            “คนทั้งบาร์เซโลน่ารู้ว่าแดฟเน่เป็นเลสเบี้ยน จีมิน รู้พอๆกับที่รู้ว่าผมเป็นเกย์และกำลังพยายามจีบคุณอยู่นั่นละ” ที่จูบกันอย่างนั้น เพราะเขารู้ว่าคนอื่นจะไม่คิดอะไร


            “ผมน่ะ… ไม่เหมือนแทฮยองหรอกนะ”


            คำพูดนั้นทำให้ความหนักอึ้งในใจของจีมินเบาลงอย่างประหลาด ส่วนยุนกิมองใบหน้ากระจ่างกำลังขบริมฝีปากเข้าหากันก็ใช้นิ้วเขี่ยปากนิ่มเพราะกลัวว่าจีมินจะเผลอกัดมันจนได้แผล


            คิม แทฮยองน่ะ โง่จะตายที่ปล่อยจีมินไป


            “ที่รัก เซย์เยสเถอะนะ”


            Mi niña, te amo mi cariño ( ที่รัก ผมรักคุณนะ สุดที่รักของผม )


            เขาไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย

            จีมินหน้าแดงก่ำ เขาไม่ได้รู้จักภาษาเสปนหรือเรียนเป็นจริงเป็นจังและยุนกิก็รู้มันมากพอๆกันกับที่รู้ว่าเขาเป็นแฟนเพลงตัวยงของ เอ็ด ชีราน

            


            จีมินไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่เขาสัญญาว่าจะให้คำตอบนั้นกับยุนกิก่อนที่จะกลับเกาหลี ยุนกิไม่ได้เรียกร้องเซ้าซี้ เพียงแค่จูบเขาเบาๆที่ข้างแก้มแล้วบอกว่าเราสองคนควรไปเปิดหูเปิดตาที่อื่นบ้าง

 

           “แล้วงานที่เกาหลีของคุณเป็นยังไงบ้าง ผมเห็นคุณเพิ่งจะออกคอลเลคชั่นใหม่อีกแล้ว”


            “ก็ดี แต่ผมไม่ได้คิดว่ามันจะดังเปรี้ยงหรอก” จีมินมองบริกรที่กำลังเสิร์ฟแซงเกรีย เราไม่ได้ดินเนอร์กันในห้องอาหารสุดหรูของโรงแรมห้าดาวเพื่อหลีกเลี่ยงนักข่าวเหมือนทุกที แต่เป็นร้านอาหารท้องถิ่นเล็กๆในตรอกซึ่งเป็นร้านอาหารประจำของพ่อนักฟุตบอล จีมินบอกคนที่กำลังก้มหัวไถสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะ ถามว่าเขาโกรธมั้ย เขาโกรธที่ยุนกิลองใจกันแบบนี้ แต่ก็เข้าใจพอกันถึงความรู้สึกที่ยุนกิมีกับคนที่เอาแน่เอานอนอย่างเขาไม่ได้


            “แล้วคุณละ ผมเห็นคุณเอาแต่เก็บตัวซ้อม”


            “ผมยังทำได้ไม่ดีพออย่างที่อยากทำ”


            “น่า คุณก็เพิ่งจะทำลายสถิติไปเองนี่”


            จีมินยอมรับละว่าแพชชั่นในการเป็นนักฟุตบอลของยุนกิรุนแรงจนบางทีเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ สำหรับยุนกิที่เป็นคนเอเชียได้ก้าวเข้ามาอยู่ในลีคเสปนแบบนี้ก็ถือว่ารุ่งมากพออยู่แล้ว เขาไม่รู้หรอกว่ายุนกิตั้งเป้าไว้ที่เท่าไหน


            “ผมอยากดีมากพอที่ทำให้คุณเลือกผม”


            คำพูดนั้นทำเอาคนถามหน้าร้อนอีกเป็นครั้งที่ร้อยของวัน เขาว่ากันว่าหนุ่มเสปนมักจะมีคารมคมคายในการเกี้ยวพาราสี แต่ไม่คิดว่ายุนกิจะติดมันมา “คุณมันเจ้าชู้”


            “ผมไม่ได้เจ้าชู้ ผมพูดแบบนี้กับคุณแค่คนเดียว”


            จีมินเบือนหน้าหนี ยอมรับว่าตัวเองไม่มีอะไรจะยกขึ้นมาสู้ได้เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมายุนกิก็แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่ได้มีใครนอกจากเขา


            แต่เขายังไม่หายโกรธหรอกนะ ต่อให้จะใจอ่อนไปแล้วก็ตามที ก็ใครที่โดนสายตามุ่งมั่นแบบนั้นจ้องเข้าไม่ให้ใจอ่อนก็คงแย่ ดวงตาสีดำสนิทวาววับท่ามกลางแสงไฟสีส้มจากหลอดแขวน ร้อนฉ่าเหมือนกับแสงอาทิตย์ท่ามกลางเดือนเมษายน


            “ปากที่กำลังพูดว่ามีผมคนเดียวก็จูบผู้หญิงคนอื่นมาแล้วนี่”


            “ก็มันกำลังรอให้คุณล้างรอยอยู่นี่ไง… ไม่ใช่แค่ปากหรอกนะ ตรงอื่นก็เหมือนกัน”


            “นี่คุณ


            เขาไม่ใช่พวกไร้เดียงสาที่จะไม่รู้ว่าคนที่กำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากหมายถึงเรื่องไหน ยอมรับตรงๆว่าก็อยากอยู่เหมือนกัน เฮ้ เขาก็ผู้ชายคนหนึ่งที่มีอารมณ์มีความใคร่ สัมผัสมือหยาบที่ต้นขาทำเอาเขาต้องรีบสะบัดขาหนี “เอามือออกไปห่างๆเลย” ชวนคุยอะไรสุดท้ายก็เข้าเรื่องอย่างว่าทุกที


            “จับนิดจับหน่อยก็ไม่ได้ ให้ผมจูบคุณหน่อยก็ไม่ได้เหรอ” ยุนกิโอดครวญ แต่จีมินพยักหน้า ตราบใดที่เขายังไม่เซย์เยส อย่าหวังเลยว่าจะฉวยโอกาสเอากับเขาได้


            เพราะถ้าเผลอจูบแล้ว คนอย่างมิน ยุนกิไม่มีทางหยุดแค่นั้นแน่นอน     


            ยุนกิยอมแพ้ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหมือนโจรร้ายถูกจับ


            ถึงตอนนั้นอาหารก็มาเสิร์ฟพอดี รสชาติแบบท้องถิ่นค่อนข้างถูกปากเขามากกว่าร้านอาหารแฟรนไชส์ที่ขายตามย่านท่องเที่ยวเสียอีก


            “คุณต้องกินเยอะๆเข้าใจมั้ย คุณผอมลงไปเยอะมาก” ในจานของเขามีเนื้อเพิ่มมาอีกชิ้น จีมินรู้ดีว่างานหนักทำเอาเขาแทบไม่ค่อยอยากอาหาร แต่ก็นั่นละ เขาคีบอาหารเข้าปาก พอคนให้เห็นก็ได้ใจ คีบให้เพิ่มอีกหลายอย่าง


            “ผมกินเยอะไม่ได้ ผมกำลังลดความอ้วนอยู่”


            “คุณจะผอมอะไรนักหนา หืม” ยุนกิใช้นิ้วเขี่ยเกี่ยวกับนิ้วก้อยของจีมินที่วางอยู่บนโต๊ะ เห็นข้อกระดูกที่ปูดขึ้นมาก็ยิ่งไม่เข้าใจ เพราะสำหรับนักฟุตบอลแล้วเรื่องกล้ามเนื้อเป็นสิ่งสำคัญ เขามีเทรนเนอร์สำหรับเรื่องนั้น


            “ผมอ้วน” จีมินไม่เคยพอใจกับตัวเองทุกครั้งที่ส่องกระจกนั่นละ


            “คุณจะบอกว่าคุณอ้วนก็ได้ แต่ผมอยากให้คุณอ้วนกว่านี้อีก” จับแล้วมันเต็มไม้เต็มมือดี ประโยคหลังยุนกิไม่ได้พูดออกไป เพราะรู้ดีว่าต้องโดนค้อนเข้าให้แน่ๆ


            “คุณเป็นคนแรกที่บอกว่าผมไม่อ้วนรู้มั้ย”


            “งั้นเหรอ แสดงว่าเพื่อนของคุณต้องสติไม่ดีแน่ๆ”


            เพื่อนส่วนใหญ่ของจีมินก็เป็นคนในวงการที่ต้องออกกล้องกันทั้งนั้น เขารู้ดีว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับมุมและอุปกรณ์เลนส์มักจะทำให้คนเราดูอ้วนกว่าความเป็นจริง แต่เมื่อเห็นตัวเองในนั้นเรื่อยๆเขากลับกลายเป็นว่ารู้สึกต้องลดลงให้มากกว่านี้อีก กับแทฮยองเจ้าตัวไม่ได้พูดกับเขาตรงๆ แต่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายชอบแบบไหน ซึ่งก็ชอบแบบที่คนทั่วไปชอบนั่นละ


            “คุณต่างหากที่สติไม่ดี คนที่ไหนเขาชอบคนอ้วน”


            “อ้วนกว่านี้ผมก็อุ้มคุณไหวแล้วกันน่า” เขาสะบัดมือจากนิ้วที่กำลังจิ้มอยู่ขึ้นมาตบบ่าแน่นดังเพี๊ยะ ของแบบนี้ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้


            “คุณนี่มัน


            “ผมรู้ ผมรู้ ผมไม่ใช่พวกพวกสุภาพบุรุษหรอก แต่ผมพิสูจน์ได้จริงๆถ้าคืนนี้เราสองคนไป


         “มิน ยุนกิ!


            “พระเจ้า ในที่สุดคุณก็เรียกชื่อผม ผมคิดถึงมันจะแย่”


            จีมินถลึงตา สุดท้ายคนคนนี้ก็ไม่วายเอาแต่จะเข้าเรื่องเบื้องล่างอีกจนได้


            “ผมอุ้มคุณวิ่งรอบสนามยังได้เลย เชื่อผมสิ ที่รัก” จีมินถูกบังคับโดยสายตานั้นให้มองสบ ความมุ่งมั่นอีกอย่างหนึ่งที่เขาหลงใจในตัวยุนกินั้นก็คือความมุ่งมั่นที่มีต่อตัวเขาเองนั่นล


            แล้วเขาก็พ่ายแพ้

 



8

 


            จีมินเลือกนั่งที่นั่งวีไอพีติดขอบสนามฝั่งทีมของยุนกิ แน่นอนว่าก่อนหน้านี้เขาได้เข้าไปทักทายแดฟเน่เรียบร้อยแล้วและขอโทษขอโพยสาวเจ้าในความบ้าบอของยุนกิ แน่นอนว่าหล่อนไม่ได้ใส่ใจแถมยังจูบแก้มเขาอีกด้วย ส่วนจองกุกที่ทิ้งเขาไว้และหายหน้าหายตาไปกลับหัวเราะหน้าชื่นตาบานที่หลอกเขาสำเร็จ


            เจ้าเด็กร้ายกาจ


            ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อจีมินไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าที่นั่งอีกข้างหนึ่งของเขาจะเป็นคิม แทฮยองในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองและกางเกงขาสั้นสีกากีของราล์ฟลอว์เรน


            เมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามานั่งที่ด้านข้าง เขาเม้มปากและพยายามทำเป็นหันไปคุยกับจองกุก เขาอยากจะอ้าปากเรียกยุนกิแต่อีกฝ่ายกำลังประชุมทีมกับลูกทีมคนอื่นและโค้ช


            “ไม่คิดจะทักกันหน่อยรึไง จีมิน” เจ้าของเสียงทุ้มต่ำเอ่ยคำที่ข้างหู อาศัยจังหวะที่จองกุกขอตัวไปเข้าห้องน้ำเอียงหน้าเข้ามาจนเขาต้องเขยิบหนี


            “คุณไม่กลัวเป็นข่าวรึไง” เขากระซิบกลับ


            “ผมซื้อตัวพวกนั้นไว้หมดแล้ว”


            ถ้าไม่รวยอย่างแทฮยองก็คงทำแบบนี้ไม่ได้ เขาร้องเหอะในใจ แทฮยองไม่ได้คิดจะเป็นข่าว แต่กลับมาหาเขาถึงที่นี่


            “ผมไม่ยักรู้ว่าคุณชอบดูกีฬามาก่อน”


            “คุณก็เหมือนกัน แต่บางทีคุณอาจจะไม่ได้มาเพราะลูกกลมๆแต่เพราะ… ใครบางคน” จีมินไม่ได้แปลกใจที่แทฮยองรู้ข่าวของเขากับยุนกิ มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังอะไรกันอยู่แล้ว


            “ถ้าผมมาดูคน… แล้วคุณจะใส่ใจทำไมละ”


            “จีมิน… ผมรู้ว่าคุณยังไม่หายโกรธ โอเค ผมยอมรับว่าผมผิด แต่ผมไม่ได้เลิกรักคุณ”


            คำว่ารักจากปากแทฮยองทำให้จีมินเบ้ปาก แม้จะรู้สึกเจ็บในใจลึกๆแต่เขาก็ท่องไว้ว่าอีกฝ่ายมีครอบครัวแล้ว และภรรยาของแทฮยองกำลังตั้งครรภ์


            “ภรรยาคุณคงจะดีใจที่ได้ยินอย่างนี้”


            “ผมจะหย่าเธอ”


            สายฟ้าฟาดเปรี้ยงเข้าที่ใจของจีมิน เขารีบหันหน้ากลับไปหาคนพูดคำนั้น เห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของแทฮยองก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล้อเล่น


            “ผมพูดจริงเรื่องที่ผมจะหย่า ทันทีที่เธอคลอด… ผมจะหย่า”


            “คุณจะบ้าเรอะไง”


            “คุณก็รู้ว่าผมกับฮเยจีไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรัก คุณก็รู้ดีว่าผมรักคุณนี่”


            จีมินส่ายหน้า “ถ้าคุณรักผม… แล้วคุณจะบอกเลิกกับผมทำไม”


            “ที่รัก… คุณก็รู้ว่ากิจการของผมกำลังจะควบรวมกับจอง กรุ๊ป”


            ในหัวของแทฮยอง… อะไรก็ล้วนเป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาที่เรื่องของเขาเหมือนจะเป็นที่หนึ่งแต่ก็เป็นที่สอง และตอนนี้ทั้งภรรยาและลูกก็กำลังจะถูกเขี่ยทิ้งอย่างที่เขาเคยโดน


            “ผมไม่สนใจเรื่องควบรวมกิจการอะไรของคุณหรอก ที่ผมรู้คือคุณแต่งงานแล้วและกำลังจะเป็นพ่อคน แทฮยอง”


         คำขอแต่งงานจากปากแทฮยองไม่ได้ทำให้หัวใจเขาเต้นอีกต่อไปแล้ว


            “แต่งงานกับผมนะ จีมิน”


            สายฟ้าเส้นที่สองฟาดเปรี้ยงลงที่กลางใจ จีมินเบือนหน้าหนีไปยังเก้าอี้ที่ว่างเปล่าของจองกุก แต่มือใหญ่ของแทฮยองกลับจับให้เขาหันกลับมา


            ที่จีมินเห็นคือแหวนสองวงในกล่องเล็กเรียบหรูที่เขาบอกมันได้แทบจะในทันทีว่ามันคือคาเทียร์


            “ที่รัก คุณก็รู้ว่าผมรักคุณแค่คนเดียว”


            ถ้ารักเขาแล้ว ที่ผ่านมาหายไปไหนมาละแทฮยอง


            “จบแมตช์นี้ยังไงคุณก็ต้องสวมแหวนของผม จีมิน”


            แทฮยองเห็นความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นในดวงตาสีน้ำตาลที่เขาเคยคุ้น รู้ว่าแหวนวงนี้เป็นสิ่งที่จีมินรอมาตลอดระยะเวลาที่เราคบกัน จีมินมักจะพูดถึงเรื่องสตูดิโอเวดดิ้ง ดอกไม้ และแหวนรุ่นสั่งทำพิเศษจากคาเทียร์อยู่เสมอเพียงแต่เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ในตอนนั้น เขาจงใจมาที่นี่ในวันนี้ อย่างแรกคือต้องการคนของเขาคืน อย่างที่สองคือต้องการเห็นสีหน้าของใครบางคนตอนที่รู้ว่ากำลังจะแพ้เขา


            ของที่เป็นของเขา ยังไงมันก็ต้องเป็นของเขา


            จีมินไม่พูดตอบ เกมส์กำลังจะเริ่มแล้ว เขาหันไปโบกไม้โบกมือให้ยุนกิที่โบกมือตอบ เจ้าตัววิ่งเหยาะๆไปตามสนามหญ้าหลังจากวอร์มร่างกาย ริมฝีปากแสยะยิ้ม ไม่มีทีท่ากังวลใจเมื่อเห็นใครอีกคนที่นั่งอยู่ข้างเขาเลย


            เมื่อจองกุกกลับมาพร้อมกับน้ำและป๊อบคอร์น จีมินก็เมินเฉยใครอีกคนที่นั่งอยู่อีกข้าง เขาไม่รู้หรอกว่าแทฮยองหาตั๋วที่นั่งนี่มาได้ยังไง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายอีก เขาอยากแลกที่กับจองกุก แต่เขาไม่มีเหตุผลที่ดีพอและจองกุกก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแทฮยองเป็นใคร


            จีมินยอมรับว่าเขาแทบจะเป็นลมตอนที่เห็นแทฮยองในรอบหลายเดือนที่ไม่เจอกัน ยอมรับอีกด้วยว่าลึกๆแล้วเขาเคยคิดอยู่เหมือนกันว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าเราได้กลับไปคบกันอีกครั้ง แต่เมื่อแทฮยองประกาศแต่งงาน เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ตัวตลกที่วิ่งไปวนมาในฝ่ามือของอีกฝ่าย


            เลิกราทิ้งขว้างกัน ครั้งแรกมันเป็นเพราะเขา


            แต่ครั้งต่อมาแทฮยองบอกว่าระหว่างเรามันไม่มีทางไหนให้เดินอีกต่อไปแล้ว จีมินจำได้ดีถึงวันที่เขาร้องไห้และขอร้องว่าแทฮยองอย่าไปเลย ละทิ้งซึ่งศักดิ์ศรีและความยโสที่เคยมีมาตลอด แต่แทฮยองกลับเพียงปรายตามองเขาเพียงครั้งสุดท้ายแล้วปิดประตูห้องที่เคยเป็นของเราไปอย่างไม่มีวันกลับมา


            จีมินไม่ได้โง่พอที่จะไม่รู้ว่าเดี๋ยวมันก็จะมีครั้งที่สามตามมา


            ชีวิตแต่งงานกับแทฮยองที่เขาวาดฝันไว้มันจะไม่เกิดขึ้นและไม่มีวันเกิดขึ้น


            “จีมิน… คุณอยากไปฮันนีมูนที่ประเทศไทยไม่ใช่เหรอ หรือจะยุโรป เยอรมัน? ฝรั่งเศสผมก็พาคุณไปได้ทั้งนั้น”


            คำพูดของแทฮยองมันก็แค่คำลวง


            จีมินเมินเฉยต่อเสียงกระซิบที่ข้างหู ดวงตาไม่ละไปจากพ่อดาวซัลโวในสนามแม้สักครู่เดียว สูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อยุนกิล้มลงไปเมื่อถูกผู้เล่นของฝั่งตรงข้ามชน กรรมการเป่านกหวีดก่อนจะให้ลูกโทษ แน่นอนว่าคนยิงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเจ้าตัวนั่นเอง


            จีมินเอามือปิดปาก เมื่อยุนกิชี้มาที่เขาแล้วชี้นิ้วลงไปที่ลูกบอลใต้ฝ่าเท้า เขาเหลือบตาขึ้นไปมองจอขนาดยักษ์ อ่านปากขมุบขมิบของเจ้าตัวได้ว่า ลูกนี้ของคุณ’ ก็ต้องกลั้นยิ้ม


            คนแทบนั้นหันมามองกันและกันเหมือนจะหาว่าใครกันแต่เป็นคนที่ถูกชี้ จากนั้นยุนกิก็หันไปรวบรวมสมาธิ ถอยออกมาแล้ววิ่งเข้าไปแตะจนสุดแรง


            โกล!’


            “เขาก็ให้คุณได้แค่ลูกบอล” แทฮยองค่อนแคะเมื่อยุนกิทำประตูได้ เห็นจีมินลุกขึ้นยืนและกอดกับจองกุกก็พูดเสียงดังสำทับ “ผมให้คุณได้มากกว่านั้นอีก”


            จีมินหันควับ “คุณไม่รู้หรอกว่าผมอยากได้อะไร”


            “คุณก็บอกผมสิว่าคุณอยากจะได้อะไร” 


            “คุณขอผมแต่งงาน… แน่ใจแล้วเหรอ แทฮยอง”


            “ผมไม่เคยเสียใจกับอะไรที่ทำ จีมิน”


            “งั้นคุณก็คงไม่เสียใจกับเรื่องที่คุณบอกเลิกผม”


            ขอบตาของเขาร้อนผ่าว แทฮยองก็เป็นอย่างนี้เสมอ เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง โดยไม่เคยจะสนใจความรู้สึกของเขาเลย


            “คุณไม่รู้หรอกว่าตอนที่คุณแต่งงานกับเขา ผมต้องร้องไห้ให้กับคำถากถางของคนพวกนั้นกี่ครั้ง”


            “คุณมันก็แค่คนเห็นแต่ตัว”


            ต่อให้เขาไม่มียุนกิ ต่อให้ยังรักแทฮยอง แต่แทฮยองจะเคยคิดบ้างมั้ยว่าสังคมจะมองเขาแบบไหน ถ้าเขากลับไปโดยเลือกให้อีกฝ่ายทิ้งเมียและลูกของตัวเอง เคยคิดบ้างมั้ยว่าใครจะมองเขายังไง


            กี่ครั้งแล้วที่จีมินต้องเสียน้ำตาให้กับคำพูดเหล่านั้น


            “ใช่ผมยอมรับว่าผมเห็นแก่ตัว แต่ไอ้คนนั้นมันก็ไม่ได้ต่างจากผมหรอก คุณคิดว่ามันรักคุณจริงรึไง”


            รักหรือไม่รัก จีมินไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าในตอนที่เขากำลังเสียใจ คนที่อยู่กับเขาก็คือมิน ยุนกิที่กำลังอยู่ในสนาม ตอนที่เขากลัวว่าจะไม่มีใครยอมรับ คนที่บอกเขาว่าให้ตบหน้าคนเหล่านั้นด้วยความสามารถก็คือคนเดียวกับที่บอกเขาว่าลูกโทษนั้นแตะออกไปเพื่อเขา ตอนที่จีมินกลัวว่าจะทำให้ยุนกิต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ยุนกิกลับเป็นคนเดียวที่บอกว่าไม่แคร์ใครเลยนอกจากจีมิน


            “คุณกับมันรู้จักกันมาสักเท่าไรกันเชียว จีมิน”


            ใช่ เขาอาจจะไม่ได้รู้จักยุนกิมากพอที่รู้จักกับแทฮยอง บางทีเราอาจจะไปกันไม่รอดสักวันในอนาคต แต่ความรู้สึกอย่างที่ใจเขาโหยหามาตลอด มีแค่มิน ยุนกิคนเดียวที่มอบให้เขาได้ อย่างที่คิม แทฮยองทำไม่ได้ 


            “ผมรักยุนกิ แทฮยอง”


            เก้าสิบนาทีผ่านไปราวกับชั่วอึดใจ


            “ผมไม่ได้รักคุณอีกต่อไปแล้ว”

         คำรักของคนตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขาหัวใจเต้นแรงอีกแล้วเช่นกัน

 


            เสียงเฮดังขึ้นจากที่นั่งฝั่งของพวกเขาเพราะชัยชนะเป็นของทีมเนื่องจากลูกโทษลูกสุดท้ายของยุนกิ ทำให้แต้มประตูนำอีกฝ่ายไปถึงหนึ่งลูก เลขหนึ่งในเกมส์กีฬาไม่ต่างอะไรกับการตัดสินแพ้และชนะ จีมินยิ้มออกมาทั้งที่ขอบตาของเขาร้อนผ่าว อะไรบางอย่างที่เขาเคยคิดว่ามันฉุดรั้งเขาไว้กับอดีตถูกผลักออกไปนาทีเดียวกับที่ยุนกิแตะลูกบอลลูกนั้นเข้าประตูฝั่งตรงข้ามเต็มแรง


            เขาเคยคิดว่าที่เขาลังเล เป็นเพราะเขายังตัดใจจากแทฮยองไม่ได้ เขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายเพราะเขากลัวว่าเขาจะยังลืมไม่ได้ แต่เมื่อมาถึงวันนี้ที่แทฮยองเดินมาอยู่ที่ตรงหน้า ใจเขาไม่ได้เจ็บปวดเหมือนไฟลามอีกแล้ว


            จีมินไม่รู้หรอก ว่าทำไมเขาถึงคิดอย่างนั้น แต่เขาไม่อยากจะหาเหตุผลกับมันอีกต่อไปแล้ว


            ท่ามกลางเสียงกองเชียร์ จีมินตะโกนออกไปสุดแรง


            ผมรักคุณ มิน ยุนกิ


            จีมินไม่ได้คาดหวังให้ยุนกิได้ยินเสียงเล็กๆของเขาท่ามกลางเสียเชียร์ดังสนั่น แต่ยุนกิกลับละจากเพื่อนร่วมทีมแล้วหันมาที่เขา เจ้าตัวเบิกตากว้างที่สุดในชีวิตและกระตุกรอยยิ้มเพราะอะไรจีมินไม่รู้ แต่เมื่อยุนกิเพียงกระดิกนิ้วเรียก จีมินกลับโหนตัวกระโดดลงไปจากขอบรั้วแล้ววิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล


            ทันทีที่ตัวเข้าโถมปะทะเข้ากับกลิ่นเหงื่อ เขารู้สึกเหมือนตัวเบาโหวง เขาได้ยินเสียงกรีดร้อง หากถูกยกขึ้นจนตัวลอย มือแกร่งกระชับเขาแน่นจนจีมินต้องเกี่ยวขาตัวเองไว้กับสะโพกสอบ ก่อนจะจูบปากเค็มๆของยุนกิทั้งอย่างนั้น


มือสองข้างโอบเกาะที่หลังคอ สัมผัสเส้นผมทรงอันเดอร์คัทเปียกชื้น


ยุนกิจูบ ไม่ ต้องเรียกว่าดูดกลืนริมฝีปากเขาจนจีมินแทบจะหน้ามืดตาลาย กลืนกิน ช่วงชิงลมหายใจของเขาราวกับว่ามันเป็นน้ำหยดสุดท้ายในโอเอซิสท่ามกลางทะเลทราย มันคือสงครามระหว่างเรียวลิ้นชื้นแฉะ อย่าถามถึงรสชาติหวานล้ำอย่างในนิยายประโลมโลกเลยเมื่อคุณจูบนักฟุตบอลที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นการแข่งขัน เหงื่อ น้ำลาย และน้ำตาอย่างที่เขาไม่ได้รังเกียจ แต่กลับทนไม่ไหวเมื่อมือหนาขยำสะโพกเขาอย่างอุกอาจต่อหน้าคนทั้งสนาม


“ที่รัก คุณทำเอาผมหัวใจแทบวาย” ยุนกิไม่ได้คิดว่าจีมินจะวิ่งตรงมาหาเขาจริง


“คุณไม่รู้หรอกว่าผมกล้าทำอะไรอย่างอื่นให้คุณตกใจได้มากกว่านี้อีก”


“แสดงว่าคุณเซย์เยส?”


จีมินหรี่ตา


“ถ้าผมเซย์โนคงไม่จูบคุณต่อหน้าคนทั้งสนามหรอกมั้ง”


ยุนกิหัวเราะ “พระเจ้า นี่มันเหมือนฝันไปเลย”


“งั้นผมจะทำให้คุณดูว่าคุณไม่ได้ฝัน” แล้วเขาก็ก้มหน้าลงจูบยุนกิอีกครั้ง


จีมินรู้ดีว่าแสงแฟลชที่กำลังรัวอยู่จะทำให้เขาและยุนกิเป็นข่าว ต่อให้แทฮยองจะซื้อนักข่าวเกาหลีหมดแล้ว แต่ใครจะแคร์กันถ้าคุณได้ออกซีเอ็นเอ็นหรือว่าบีซีซี ถ้ายุนกิบอกว่าไม่แคร์ เขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแคร์เหมือนกัน


“ถ้าสักวันหนึ่งผมหัวใจวายไปคงไม่ต้องสงสัยว่าเป็นเพราะคุณแน่” ยุนกิพึมพำเสียงพร่า


จีมินหลุดขำออกมาทั้งที่ปากของเรายังไม่ผละห่างออกมาด้วยซ้ำ หลับตาลง ปล่อยให้ภาพของคนทั้งสนามกลายเป็นสีขาวดำส่วนมิน ยุนกิคือภาพสีเพียงหนึ่งเดียว

Sure

 

Maybe we don’t need no reason why


 

 

and

 

 


            จีมินรู้ดีว่าทันทีเขาแตะเท้าลงบนแผ่นดินเกาหลี ชีวิตอันแสนสุขสงบของเขาจะต้องหายไปและมันก็เป็นเรื่องจริง เขากวาดสายตาเกรี้ยวกราดไปยังบรรดาเจ้าของแฟลชกล้องก่อนจะหยิบแว่นกันแดดเบอเบอร์รี่ใหม่เอี่ยมขึ้นมาสวม


            “คุณไม่ยิ้มหน่อยเหรอ พวกเขาอุตส่าห์แหกขี้ตาตื่นขึ้นมารอคุณเลยนะ”


            จีมินก้มหน้าลงให้พ่อดาวซัลโวเห็นดวงตาภายใต้แว่นกันแดดของเขา ยุนกิเห็นความหงุดหงิดในนั้นก็หัวเราะ โอบไหล่คนที่กำลังทำปากยื่นเข้ามาใกล้ ได้ยินเสียงฮือฮาก็กระชับมือกับไหล่แคบให้แน่นขึ้นไปอีก


            “คุณก็อย่ายิ้มให้มากนัก”


            “คุณก็อย่าเดินห่างผมนักซี่” จีมินมองปลายคางซึ่งมีตอหนวดขึ้นให้เห็นจางๆเลยไปถึงรอยยิ้มบนใบหน้าก่อนจะบอกให้ยุนกิปิดแมสก์ขึ้น


            ขอโทษนะคะ ตอนนี้ไม่ทราบว่าคุณจีมินกับคุณยุนกิคบกันแล้วรึเปล่าคะ

            ‘ที่บอกว่ากำลังพัฒนาความสัมพันธ์อยู่ตอนนี้เรียกว่าแฟนแล้วใช่มั้ยคะ

            ‘แล้วคุณคิม แทฮยองที่ไปปรากฎตัวพร้อมกันหมายความว่ายังไงคะ

            ‘คุณจีมินแล้วความสัมพันธ์กับคุณคิม แทฮยองเป็นยังไงบ้างคะ


            ยุนกิไม่ได้คิดที่จะตอบคำถามแทนจีมิน แต่เมื่อได้ยินชื่อของใครอีกคนที่ยืนเก้ออยู่ที่ข้างสนามก็อดยิ้มเยาะในใจไม่ได้ เขาลดผ้าปิดปากลงก่อนจะหันไปยิ้มอย่างเจ้าชู้ให้นักข่าวที่ยื่นจ่อไมค์แทบจะเข้าปาก


            “ฟังนะครับสาวๆ ผมไม่สนหรอกว่าจีมินจะเคยคบ เคยชอบกับใครมาก่อน แต่ตอนนี้เราอยู่ด้วยกัน… อืม พวกคุณเคยขึ้นหัวข่าวว่าอะไรกันนะ อ๋อ ใช่ หนุ่มหมื่นล้านที่กำลังดามใจจีมินอยู่ตอนนี้ก็ผมนี่ละ


            “เฮ้ คุณไม่ได้ดามใจผมสักหน่อย ผมรักคุณแล้วต่างหาก” จีมินสวน


            ยุนกิหัวเราะ ก่อนจะโบกมือให้สื่อเป็นครั้งสุดท้ายแล้วตามจีมินขึ้นรถลีมูซีนคันหรู จุดมุ่งหมายก็คือรังรักของพวกเขาไม่ใช่ที่อื่น


            คืนนี้เขาวางแผนจะทำประตูกับแฟนหมาดๆของเขาสักหลายประตูเลยละ
    




GOAL!


first published; 2017.04.01


talk;
จบแล้วววว พ่อดาวซัลโวของพี่
ไม่ได้คิดว่าจะมาอัพช้าแบบนี้เลยค่ะ แต่ช่วงนี้มีหลายๆเรื่องเกิดขึ้น
ทำให้เรายุ่งมากเลยไม่ได้เขียนต่อ จนมาถึงวันนี้นี่แหละ

จริงๆเราไม่ได้คิดเลยค่ะว่าประเด็นพี่เค้าจูบสาวจะทำให้ดราม่าขนาดนี้ ฮา
ใครออกตัวแรงก็นะคะ 

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นแล้วก็แท็กมากๆเลยค่า อ่านแล้วชื่นใจ
อยากเขียนตอนพิเศษคุณดาวซัลโวต่อเลย แต่ขอเคลียร์เล่มกับแก้บนก่อนนะคะ

ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นได้ที่ด้านล่าง หรือติดแท็ก #luvstoryoonmin เหมือนเดิมเลย

รักเหมือนเดิม สุขสันวันโกหกค่า 55555555555
  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

2,923 ความคิดเห็น

  1. #2887 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 19:53
    จ้าาาาาา5555
    #2887
    0
  2. #2830 VPALSLS (@fem0730) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 14:08
    เขินพ่อดาวซัลโวมาก แงงงงงงงง
    #2830
    0
  3. #2828 EntOo (@EntOo) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 01:53
    โอ้โห เขินมาก ร้อนแรงมากพ่อดาวซัลโว ฟิคเรื่องนี้สุดยอดมากอะ เห็นภาพตามเป็นฉากๆๆๆเลย
    #2828
    0
  4. #2633 Nenula_la (@chanbaek-eye) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:02
    เขินมาก กี่รอบก็เขิน แงงงง
    #2633
    0
  5. #2521 SWPP (@Monsterpatt) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 23:43
    อิพ่ออิแม่อยากจะกรี๊ดให้คอแตก พ่อดาวซัลโวหล่อมากคือฟาดแบบปั๊วะๆๆๆ คุณดีไซเนอร์จีมินก็คือแซ่บเผ็ดฟาดๆๆๆๆ โอ้ยเคมีแบบนี้คือดีสุดยอดชอบมากค่ะ
    #2521
    0
  6. #2332 beer3341 (@beer3341) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 16:31
    คำพูดคำจา มินยุนกิ เจ้าชู้มาก แต่ก็รักจีมินคนเดียวอยู่ดี ละลายไปกับ สนามหญ้าแล้ว เขินมาก พ่อดาวซัลโว พ่อหนุ่มสเปน ตาเจ้าชู้
    #2332
    0
  7. #2325 friedcheeze (@mr_blacx) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 21:01
    คิดถึงเรื่องนี้><
    #2325
    0
  8. #2240 BBBBMTMT (@BBBBMTMT) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 18:42
    มีตอนพิเศษมั้ยคะ5555555555ชอบมากเว่ออ
    #2240
    0
  9. #2234 INCHANN (@INCHANN) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 14:07
    ละลายแล้วค่าฮือออ พี่กิคนบ้าเอ้ยยย ทำคนอ่านเขินไปหมดแล้ว กี๊สสสส
    #2234
    0
  10. #2045 P950807 (@twangmanao) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 03:24
    ดีต่อใจจจจฮืออออ
    พ่อดาวซัลโว พ่อนักฟุตบอล!!
    โอ้ยเขินไม่รู้จะไปมุดอยู่ตรงไหนแล้วอะ ฮื่อออ
    #2045
    0
  11. #2044 P950807 (@twangmanao) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 03:24
    ดีต่อใจจจจฮืออออ
    พ่อดาวซัลโว พ่อนักฟุตบอล!!
    โอ้ยเขินไม่รู้จะไปมุดอยู่ตรงไหนแล้วอะ ฮื่อออ
    #2044
    0
  12. #2043 P950807 (@twangmanao) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 03:24
    ดีต่อใจจจจฮืออออ
    พ่อดาวซัลโว พ่อนักฟุตบอล!!
    โอ้ยเขินไม่รู้จะไปมุดอยู่ตรงไหนแล้วอะ ฮื่อออ
    #2043
    0
  13. #2018 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:56
    ฮืออออออ ใครมันจะไปคิดว่ามันจะพลิกล็อคแบบนี้กัน ให้ตายสิ ลองใจเนี่ยนะ มินยุนกิ ดีนะที่ตอนที่แล้วแค่ด่าพี่ไปว่าเลว ยังไม่ได้ว่าอะไรมาก
    แล้วก็แบบ เมนช้านนนนนนนนน 555555 แทฮยองของเรา น่าสงสารอ่ะ ฮือออออ กลายเป็นตัวร้ายไปแล้ว 55555
    อ้อ แล้วก็ ประโยคสุดท้าย โคตรล่อแหลมเลย 5555555
    #2018
    0
  14. วันที่ 14 กันยายน 2560 / 22:40
    ฮือออ ชอบบบบ5555555 ดาวซัลโว
    #1976
    0
  15. #1833 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 19:28
    สะดุดตรงคำว่าทำหลายๆประตูกับจีมิน5555555
    #1833
    0
  16. #1620 Mjwong (@mataveewong) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 12:41
    อ่านจบแล้วเริ่มไม่ถูกเลยค่ะ คือแบบจำได้ว่าตอนที่แล้วเหมือนจะด่าพิเค้าไว้เยอะมากโลยย
    กี้ดดดดด ชั้นทำอะไรลงไปพี่คะน้องขอโทดตอนนั้นสถานการณ์มันพาไปจริง
    จกุกนี่ร้ายจริงๆเลยค่ะพี่นี่เชื่อหนูสนิทใจเริ่มมาตงิดนึดนึงตอนบอกพี่ที่รู้จักมีบัตรแล้วยิ่งตอนพูดถึงคนรู้จักนั่นแหละค่ะ
    นี่แบบต้องเป็นพิยุนกิแน่ๆชั้นรู้ชั้นเห็นนนนน พ่อดาวซัลโวของน้องจีมมาง้อน้องแล้ว วี้ดดดดด
    หนูรักสายตาแพรวพราวเจ้าชู้ของเค้ามากที่สุดคือกัดหมอนแน่นมากกกก
    อยากมีพิยุนกิเป็นของตัวเองอิจฉาน้องจังเลยค่ะ เห้อมมม
    เรื่องนี้คือแทแทแบบตามสเต็ปแฟนเก่าไม่มีคุณภาพมากหล่อรวยแล้วไงคะทิ้งน้องเลาสองรอบแล้วก็ไม่ควรมีโอกาสที่สามค่ะ
    ถึงพ่อดาวซัลโวจะหล่อสู้ไม่ได้แต่ความแพรวพราวนี่ให้เต็มร้อยความรวยน่าจะสู้ได้อยู่งี้
    แต่ความจริงก็แอบกรี้ดออร่าความหนุ่มคลีโอของแทแทไปหลายครั้งอยู่5555555555555 คนเค้าหล่อจริงหง่ะทำไงได้

    ชอบตอนที่พิสรรหาคำหวานๆมาเรียกน้องมากๆเลยเจ้าหญิงงี้คือแบบ โอ้ยยยยยย
    ดูเลอค่าน่าทะนุถนอมเจ้าหญิงตัวน้อยๆของคูมแม่เจอคนที่ดีแล้วแม่น้ำตาจะไหล
    เป็นการตอกหน้าคิมแทฮยองได้เจ็บแสบมากด้วยตอนที่พิยุนกิโทรไปหาน้องอ่ะ
    มีความร้ายกาจไม่ใช่เล่นนะคะคนเราเนี่ยยย ยัยน้องนี่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นตอนนี้น้องมีแค่พิยุนกิค่ะ
    ใครอะไรที่ไหนยังไงไม่รู้เรื่องทั้งนั้นนน ดีใจที่แทฮยองมาพอดีจีมจะได้เคลียร์ปัญหารู้ตัวเองซักที
    ว่าตัวเองควรตอบตกลงกับพ่อดาวซัลโวมานานแล้วค่ะ สำหรับเราที่แทฮยองกลับมาดูเป็นความอยากเอาชนะมากกว่า
    อาจจะยังรักน้องอยู่บ้างแต่ยังไงก็แค่อยากเอาชนะมินยุนกิอ่ะ อาจจะรู้สึกเสียหน้าฟิลหวงก้างงี้
    เชิญคุณนักข่าวพากหัวใหญ่ๆเลยนะคะคบกันแล้วววว อยากอ่านสเปตอนคุณดาวซัลโวเค้าทำประตูกับคุณแฟนเลยค่ะ-////////////- 
    เป็นฟิคอีกเรื่องที่ดีอีกแล้ววว ดีงามเหมือนทุกๆเรื่องที่ผ่านมาแต่เรื่องนี้ยกให้เป็นอีกเรื่องในดวงใจเลยชอบมากๆ♥
     

    #1620
    0
  17. #1572 lazuliite (@lazuliite) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 09:11
    ไม่ไหวแล้วหมั่นไส้พ่อดาวซัลโวมากๆๆๆๆอะไรจะลักกี้อินเกมและลักกี้อินเลิฟแบบนั้น พิทำบุญด้วยอะไรคระะะะะะะ แต่ว่าความรักและการกระทำของพิมั่นคงมากเลย ประทับใจ แต่พิเจ้าชู้อ่ะแต่ละคำที่ออกมาจากปากมันคนเจ้าชู้ชัดๆ ที่รักอย่างงั้นที่รักอย่างงี้ ใครสอนให้พูดจางี้อ่ะไม่โอเครสงสารใจเราด้วย ในใจนี่ไม่อยากให้จีมยอมง่ายๆเลย หนูต้องอย่ายอมมมมนั่นมันลมปากคนเจ้าชู้ และจูบกับคนอื่นนะถึงจะทำเพราะประชดก็เถอะ โอ้ยชั้นจะบ้าตายสรุปแล้วหวีดพิมาก5555555555 ไม่ค่อยได้อ่านฟิคที่พิแสดงความรู้สึกตัวเองเยอะแบบนี้เท่าไหร่เลย ชอบนะ งอแงเยอะมากด้วย พอมีคิมแทฮยองเข้ามาพิเปลี่ยนโหมดเลย เทอมันร้ายมินยุนกิ นอกจากขยันทำประตูในการแข่งแล้วยังมาขยันทำประตูกับนจีมอีก พูดจาก็นะพะะะสดสดสกสกา ฮื่อ เขิน5555555555555 สรุปว่ายอมยกนจีมให้พิข่าชนะเลิศไปเลยข่า จะมองข้ามเรื่องที่ทำให้น้องหน่วงใจไป ต้องขอบคุณนกุกด้วยข่า เราชอบมากเลยตอนคุยกันเรื่องความรัก สิ่งที่จองกุกพูดออกมานี่แบบ ฮรึก จริงมากๆๆๆ น้องคนแต่งนี่มีมุมมองความรักที่ดีจังน้า และฟิคเรื่องนี้อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนอ่านนิยายแปลอ่ะ ชอบจัง สุดท้ายเราก็กลืนน้ำลายตัวเองอีกจนได้ น้องชนะแล้วค่ะเรายอม5555555555
    #1572
    0
  18. #1569 bubibu (@bubibu) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 14:20
    โอ้มายก้อชๆชๆๆชชๆ แพ้ทุกทาง แพ้ทุกประตูให้กับพ่อดาวซัลโว โอ้ย คำพูดแต่ละคำมันทำใจอ่อนระทวยไปหมด ฮือๆๆๆๅ
    #1569
    0
  19. #1568 blugarxx (@sehunyehet92) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 05:25
    เรามาตายตรงประโยคสุดท้าย กรี้ดดดดดดดกดดกกฮือทำประตูอารัยกันคะฮือๆๆๆๆ จริงๆก้อรู้คำตอบอ่ะแต่มันก้อแบบ เน้นย้ำคำว่าหลายประตู ย้ำ!!!! หลายประตูเลยเหรอคะพิ ก้อพิว่าไงก้อว่างั้นค่ะเชิญทำประตูให้สาแก่ใจ TTTT_TTTT ฮือตายแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เปนประโยคที่ออลคิลจนต้องร้องขอชีวิต คิดว่ายาดมทั้งโรงงานคงเอาไม่อยูุ่แล้วแง ถ้าตายเพราะอ่านฟิคจะมีใครช่วยเราได้มั้ยคะขอความเหนใจกัน เรื่องนี้พิเท่มากกกจนอยากจะโขกหัวกับกำแพงมันเกินเหตุไปมาก เกลียดคาแรคเตอร์เจ้าเล่ห์ ปากหวานแบบนี้มากเพราะมันจะทำให้เรากลายเป็นผีบ้า ฮือช่วยด้วย T_T ฉากในสนามคือคุนคะมันโซรุนแรง เป็นฉากที่ก็แค่จูบอ่ะแต่จิตใจอันชั่วช้าของเรามันคิดไปเลยเถิดละละลแล้วก็บีบเอวนุจีมอีก พิยุนกิไอคนผีทะเล คนมือปลาหมึก ึเปนคนที่ป่าเถื่อนและกระทำอุกอาจโจ่งแจ้งมากโอ้ย T_____T
    #1568
    0
  20. #1566 LoveN (@LoveLNLove) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 17:32
    ทำประตูเยอะๆเลยนะพี่กิ
    #1566
    0
  21. #1565 กดเเดก (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 12:22
    หือออออชอบมากกกกกกก ดสเ่สดาหเ่สกดหาเ่ เหดกสา่ดเหกสดเก
    #1565
    0
  22. #1562 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 07:17
    โถถถพ่อดาวซัลโว ทำประตูได้แล้วนะโกลทั้งลูกกลมๆและความรักเลย
    #1562
    0
  23. #1560 ฝัน หวานนน (@fhunwhannn) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 23:53
    ฮือออออออ-////-ชอบมากกกกค่ะ ไรท์แต่งดีมากกกกกกก ดุเดือดกันกลางสนามเลยทีเดียว ชอบในความมินยุนกิพ่อดาวซัลโวทำไมพี่นิสัยโคตรหล่ออย่างงี้ฮรือออ ดีจริงๆค่ะขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ??
    #1560
    0
  24. #1559 ppakkizz_nm (@ppakkizz_nm1) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 20:35
    อะไรคือวางแผนทำประตู 555555555 โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย
    #1559
    0
  25. #1558 llookpadwu (@0810113721) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 19:22
    กรีดร้องงงงงงง ร้อนแรงและแซ่บเวอร์ เหมือนกำลังดูหนังฝรั่งอยู่อ่ะ 555555555555 10 10 10 ไปเลยจ้ะ ตอนแรกดราม่าจ้น คิดว่าจะไม่แฮปปี้ซะละ ชอบจีมตรงที่ใจเด็ดมาก แทมาง้อ มาขอก็ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ใจอยู่ที่คนในสนามไปแล้ว ฮรืออออ เด็ดมาก ทำประตูกันเยอะๆนะจ้ะ//ปาดเลือด
    #1558
    0