(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 43 : 26 : fine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    2 มี.ค. 60

 
  CR.SQW



Title: fine

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin ) 

Genre: Alternative Universe

Rate: G

Word: 2,947

Note: we'll be fine





ผมลืมตาตื่นขึ้นมานาฬิกาบอกห้าโมงสิบเอ็ดนาที ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู ผมมองมันจนมันกลายเป็นสีม่วงเข้ม นาฬิกาตีบอกเวลาสองทุ่ม แต่คุณก็ยังไม่กลับมา

 

ผมลุกขึ้น บิดแขนไล่ความเมื่อยล้าออกไปจากร่างกาย กลางคืนของฤดูร้อนอากาศชวนอบอ้าว ผมหาวหนึ่งวอดเพราะรู้สึกเหมือนยังไม่ตื่นดี แต่ถึงอยากนั้นก็ฝืนตัวเองลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา สวมเสื้อสีขาวตัวนั้นที่คุณไม่ชอบ ใช้เจลแต่งผมจัดผมสีอ่อนที่ผมไม่ชอบแต่คุณกลับชอบมันเหลือเกินให้เป็นทรงไม่ยุ่งเหยิง

 

พอมาคิดอีกที อากาศก็ยังไม่ร้อนเท่าฤดูร้อนครั้งนั้น

พอคิดต่อไปอีก ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้คุณมีงานถึงยังไม่กลับมา

 

พอนาฬิกาตีบอกเวลาสี่ทุ่ม ผมก็หยิบสมาร์ทโฟนกับกระเป๋าใส่เงินที่คุณซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด เปิดประตู ปิดมันและรอให้รหัสล็อกทำงาน จุดหมายปลายทางเป็นสถานที่ที่ผมไม่เคยนึกชอบมันแต่คุณกลับฝังตัวอยู่ในนั้นราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง

 

กลิ่นควันบุหรี่ แอลกอฮอล์ เสียงกระซิบกระซาบครางกระเส่า ถูกเบียดครั้งแล้วครั้งเล่า ผมบอกคุณว่าผมไม่ชอบมัน แต่เพราะผมอยากอยู่กับคุณผมถึงต้องมา ก็คุณมันคนกลางคืน พอแสงแรกของวันมาเยือนผมก็ไม่เคยกล้าปลุกคุณที่นอนหลับอย่างสบายทุกที

 

คุณรักดนตรีฮิปฮอป จมอยู่กับมันราวกับมันเป็นศาสนาหรือที่พึ่งทางใจ ผมไม่เข้าใจมันนัก แต่กลับหลงรักคุณเวลาที่คุณจดจ่ออยู่กับมันอย่างนั้น

 

วันนี้ในสถานบันเทิงคนแน่นแออัดกว่าทุกวัน อาจเพราะเป็นวันฉลองที่เปิดร้านมาได้สี่ห้าปีแล้ว ผมจำได้ว่าเจอกับคุณเมื่อสามปีก่อนที่นี่แล้วก็หลงรักคุณอย่างที่ไม่เคยรักใครอย่างนั้น ในตอนนั้นอากาศก็ร้อนอย่างนี้ อาจจะร้อนกว่านี้เพราะสายตาของคุณแผดเผาจนท่วมหมดจิตวิญญาณ เสียงทุ้มต่ำขอคุณที่ข้างหูผมเหมือนกับเสียงสะกดจิต บอกกับผมว่าหลังจากนี้ชีวิตของผมจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

และมันก็ไม่เคยกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

แต่ฤดูร้อนนี้กลับไม่ได้ร้อนอย่างนั้น อาจเพราะผมใจเย็นลงแล้วหรืออาจเพราะผมเหนื่อย

 

“ทำไมวันนี้ใจลอย” ผมเงยหน้า เห็นคนคุ้นเคยที่กำลังชงเครื่องดื่มอยู่ เราสองคนคุ้นเคยกันดีเพราะเขาเป็นเพื่อนคุณ ส่วนผมก็เป็นคนที่คุณคบหาอยู่ด้วย

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ” ผมพูดอย่างนั้นออกไป คลี่รอยยิ้มเพื่อหวังให้มันกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่ผมนึกกลัว

 

เพราะตั้งแต่วันที่ผมบอกว่าผมรักคุณ นั่นหมายความรวมถึงผมไม่อยากจะรักใครคนอื่นอีกเลย

 

“ไม่ไปหามันเหรอ?” เขาถาม ผมส่ายหัว ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากไป แต่เพราะไม่รู้ว่าจะไปทำไม

 

ทุกครั้งที่คุณอยู่กับคนอื่น หลายครั้งที่บทสนทนาของเรากลายเป็นคำถามที่ว่าเรากำลังพูดเรื่องอะไร ผมฟังในสิ่งที่คุณพูดไม่เข้าใจ ส่วนคุณอาจจะฟังไม่เข้าใจเหมือนกัน หรืออาจไม่ได้ฟัง หลังจากที่มันทำให้เกิดความประหม่าระหว่างเราก็กลายเป็นคนสองคนที่นั่งกินข้าวด้วยกันแต่ก้มลงมองโทรศัพท์มือถือ

 

“ไปหามันสิ อยู่ตรงนี้คนเดียวไม่เหงารึไง”

 

เหงา นั่นสิ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา ผมไม่เคยคิดถึงคำนี้เลย เพราะผมคิดว่าการมีคุณอยู่ด้วยคือความสุข แต่อยู่ดีๆความสุขนั้นก็กลายเป็นความเหงา

 

ผมลุกขึ้น พยักหน้าให้คนตรงหน้าก่อนจะเดินไปที่ทางเข้าหลังเวที ผมรู้ดีว่าคุณอยู่ข้างใน กำลังซ้อมอย่างใจจดใจจ่อเพราะสำหรับคุณแล้วดนตรีคือทุกอย่าง ผมรู้ว่าคุณรักมันมากแค่ไหนถึงไม่เคยเอ่ยปากท้วงออกไปเมื่อคุณบอกว่าคุณมีงานในวันครบรอบของเรา

 

เพราะผมรู้ว่าคุณจำมันไม่ได้หรอก

 

ผมลังเลอยู่หลายทีว่าจะเปิดประตูบานนั้นเพื่อเข้าไปเจอคุณดีรึเปล่า ถ้าเปิดไปแล้วเจอคุณกำลังอยู่กับผู้หญิงคนอื่นละจะต้องทำยังไง หรือถ้าคุณไม่พอใจที่ผมมาเกะกะคุณ ผมต้องพูดยังไงเพื่อให้คุณหายโกรธ

 

ผมลังเลอยู่อีกครั้งก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เห็นคุณกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ สวมเสื้อโค้ทกำมะหยี่ตัวยาว ผมจำได้ว่าคุณเคยเปรยถึงชุดแสดงชุดใหม่ แต่เพิ่งจะเคยเห็นมันเป็นครั้งแรก คุณเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของคุณปรากฏความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ไม่พอใจ คุณเรียกผมให้ไปนั่งข้างๆ ผมก็ทำ

 

“มาทำไม ไหนบอกว่ามีสอบ”

 

“ก็อยากมา” ผมพูดออกไปอย่างที่ใจคิด คุณยิ้มให้ผม แต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ พึมพำเนื้อเพลงที่ผมจำได้ว่าได้ยินมันก่อนนอนเกือบทุกวันในช่วงนี้ เวลาที่คุณท่องมัน ปากของคุณจะขยับไปมาเหมือนคนกำลังบ่น ผมว่าจะทักคุณหลายครั้งแต่ก็กลัวคุณจะเสียสมาธิอย่างนั้น

 

เราไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น ผมก็แค่มองคุณซ้อมไปอย่างนั้นจนเพื่อนของคุณมาเรียก ผมเดินออกไปตรงที่เวที พอคุณและเพื่อนของคุณยืนอยู่บนนั้นมันเหมือนกับคุณไม่ใช่คนที่นอนอยู่ข้างกันทุกเช้า มันร้อน เหมือนลุกเป็นไฟ ผมหลงใหลคุณที่เป็นอย่างนั้นไม่ว่าจะเป็นตอนที่คุณตะคอกหรือแม้ตอนที่คุณสาดน้ำทั้งขวดลงมาจนผมเปียกปอน

 

ผมมองมันอยู่อย่างนั้น จนเห็นว่ามีผู้หญิงขึ้นไปเต้น ผมรู้ว่าหล่อนเมา รู้ว่าคุณก็กึ่มๆอยู่ไม่น้อย ผมรู้แม้กระทั่งว่ามันเป็นแค่การแสดง แต่ไม่เคยชอบใจเลยที่มือของคุณที่เอาไว้กอดผมตอนนอนหลับจะต้องไปแตะต้องเอวของคนอื่น หล่อนเหมือนได้ใจถึงได้รีบขยับแนบชิด ผมรู้ว่าคุณไม่คิดอะไร แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่พอใจ

 

ผมรู้ว่าคุณไม่คิดหรอกว่าผมจะไม่พอใจ

 

แต่ผมไม่พอใจหลายครั้งเวลาที่คุณแตะต้องคนอื่น แต่ผมกลับไม่เคยกล้าพูดมันเลยสักครั้ง

 

เพราะว่าอะไรกันที่ทำให้ผมเป็นแบบนั้น เพราะผมรักคุณ หรือเพราะผมกลัวจะสูญเสียคุณไปอย่างนั้นเหรอ เมื่อคุณกับผมเหมือนอยู่กันคนละโลก เท้าของผมก้าวไปบนหนามแหลมคมเพียงเพื่ออยากจะเข้าใกล้คุณเข้าไปอีกนิด ในขณะเดียวกันคุณมองเท้าผมเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด แต่กลับไม่แม้แต่จะขยับเพื่อให้เราใกล้กันกว่านี้

 

ผมรู้ว่าผมกำลังฟุ้งซ่าน มันไม่ดีเลย ผมเคยร้องไห้ต่อหน้าคุณ แต่คุณบอกว่าไม่ชอบน้ำตาของผม

 

หลังจากวันนั้นผมเลยไม่กล้าร้องไห้ต่อหน้าคุณอีก

 

ทั้งที่คุณไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น แต่หัวของผมร้อนราวกับว่าจะระเบิด ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมทั้งที่ผมเพิ่งจะคิดไปว่าวันนี้ตัวเองใจเย็นลงแล้วแต่มันกลับร้อนขึ้นมาอีก ผมโทษให้ทุกอย่างเป็นเพราะกลิ่นกัญชาที่ปะปนอยู่ในอากาศ แต่กลับไม่โทษขีดจำกัดตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นผมที่รักคุณอย่างนั้น

 

พอรู้ตัวอีกทีผมก็อยู่ที่สถานีรถไฟเสียแล้ว ในมือของผมมีตั๋วรถไฟเที่ยวแรกในเวลาตีห้าครึ่ง ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมทำแบบนั้น ปลายทางของมันคือบ้านเกิด ผมไม่แม้แต่จะหลับ แต่กลับเหม่อมองออกไปที่หน้าต่าง ราวกับกำลังตามหาอะไรบางอย่าง

 

ปูซานคือบ้านเกิดของผม ตอนที่เห็นทะเลครั้งแรกดวงตาของผมก็เหมือนกับว่ากลายเป็นอีกท้องทะเลหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก ผมมองหยดน้ำที่หยดลงมาที่ฝ่ามือ อากาศร้อนจัด เพราะอย่างนั้นฝนก็เลยตก

 

ผมเดินกลับบ้านที่ไม่มีใครอยู่ ควานหากุญแจสำรองในกระถางต้นไม้ข้างประตู พ่อกับแม่แล้วก็น้องชายของผมย้ายสำมะโนครัวไปที่ต่างประเทศหมดแล้ว ในบ้านเต็มไปด้วยฝุ่นละออง ตัวของผมเปียกปอน ผมรู้ว่าผมจะกลายเป็นหวัดในอีกไม่ช้า พอท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีทุกอย่างก็มืดมิด แบตโทรศัพท์ของผมหมดแล้ว เหลือแค่ไฟฉายเก่าๆที่พอจะเป็นแสงสว่างสะท้อนกำแพงสีขาวที่จำได้ดีว่าตอนเด็กเคยเอาไว้ใช้วัดส่วนสูง ตอนนั้นผมทุกข์ใจมากว่าทำไมถึงไม่สูงขึ้นสักที แต่พอตอนนี้มาคิดแล้วกลับค้นพบว่าความทุกข์แบบเด็กๆกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย อย่างน้อยในตอนนั้นผมก็กล้าที่จะแหกปากถามแม่ว่าเมื่อไรที่ผมจะสูงขึ้น ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่ผมไม่กล้าพูดอะไรสักอย่าง

 

ยกมือขึ้นประสานกัน เงาในกำแพงกลายเป็นนกกำลังโผบิน ผมไม่ได้อิจฉานกที่บินได้ แต่จำได้ว่าตอนนั้นก็เคยตื่นเต้นอยู่เหมือนกันกับเงารูปต่างๆที่เล่นเมื่อสมัยยังเป็นเด็ก

 

ตอนที่พ่อกับแม่ถามว่าอยากจะไปเมืองนอกมั้ย ผมปฏิเสธทันทีเพราะผมไม่อยากอยู่ห่างจากคุณ ตอนนั้นผมทั้งระแวง ทั้งกลัวว่าเราจะเลิกกัน แต่พอตอนนี้กลับคิดว่าเลิกแล้วยังไงเพราะสุดท้ายตัวผมก็ยังเป็นตัวผมอยู่ดี

 

ผมคิดถึงคุณ

 

คิดถึงตอนที่ผมมาดูคุณแสดงอยู่เสมอ จนวันนั้นที่เหมือนว่าความอดทนของคุณหมด ทั้งที่เราไม่รู้จักกันแต่คุณกลับดึงมือผมไว้ แล้วบอกว่าคุณมองผมอยู่นานแล้ว ผมยิ้มกว้างที่สุดในชีวิต แล้วก็ตอบกลับไปว่าผมมองแค่คุณเหมือนกัน วันนั้นก็เป็นวันหนึ่งในฤดูร้อน แต่ไม่มีอะไรร้อนไปกว่ามือที่เปียกเหงื่อของผมหรอก

 

คิดถึงตอนที่เราเจอกันแบบคนธรรมดาครั้งแรก พอคุณไม่แต่งหน้า สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็ดูแปลกตาดี คุณพาผมไปเลี้ยงไก่ทอด คุณบอกผมว่าคุณไม่มั่นใจเลยว่าผมจะชอบคุณที่เป็นแบบนี้มั้ย ตอนนั้นผมยิ้ม แต่ในใจกลับตอบแล้วว่าผมชอบคุณมาก

 

คิดถึงตอนที่ผมกำลังตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบ ผมขอให้คุณชงกาแฟแต่สุดท้ายคุณก็ชงโกโก้มาแทน บอกว่าผมต้องเลิกดื่มกาแฟได้แล้วถ้ายังไม่อยากน็อก

 

คิดถึงตอนที่คุณกำลังจะได้ออกเพลงแรก คุณตื่นเต้นกับมันแทบบ้า ผมจับมือคุณไว้แล้วบอกกับคุณว่าทุกอย่างจะโอเค

 

คิดถึงตอนที่คุณมีชื่อเสียงขึ้นมา คุณถูกจับคู่กับนางแบบคนหนึ่งอยู่บ่อยๆ คุณถามผมอย่างเป็นกังวลว่าผมคิดอะไรมั้ย ผมบอกคุณไปว่าผมเข้าใจ

 

คิดถึงตอนที่เราสองคนเริ่มห่างกันเรื่อยๆทั้งที่นอนข้างกัน ตอนที่เราไม่รู้แล้วว่าจะพูดกันไปทำไมแต่ยังอยู่ด้วยกันอย่างนั้น

 

คิดถึงตอนที่ผมพยายามเขียนจดหมายหาคุณเพราะผมพูดไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ฉีกมันทิ้ง

 

คิดถึงตอนที่ผมรู้ว่าผมไม่โอเคเลยแต่ปากมันกลับพูดว่าไม่เป็นไร ทั้งที่มันเป็น

 

ผมไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนั้นเลย

 

ผมลืมตาตื่นขึ้นมานาฬิกาเรือนเก่าบอกเวลาตีห้าสิบห้านาที ผมนึกอยากให้คุณกอดผมไว้เหมือนทุกเช้า แต่คุณกลับไม่ได้อยู่ตรงนี้ จนถึงตอนนั้นที่ผมค้นพบว่ามันไม่ใช่ว่าผมจะมีชีวิตต่อไปไม่ได้โดยไม่มีคุณ แต่ผมกลับอยากมีคุณอยู่ในชีวิตตลอดไป

 

พอนาฬิกาตีบอกเวลาเจ็ดโมง ผมถึงคิดได้ว่าผมควรจะทำอะไรสักอย่าง ผมถึงลุกขึ้น เป้าหมายของผมคือสถานีรถไฟ

 

ผมไม่รู้หรอกว่าคุณจะรู้ตัวมั้ยว่าผมหายไป แต่ผมคิดว่าผมควรบอกคุณให้เข้าใจ ผมไม่รู้ว่าคุณฟังสิ่งที่อยู่ในหัวผมแล้วอาจจะไม่พอใจ อาจจะไล่ผมไป แต่ผมก็แค่ไม่อยากหนีปัญหาอีกต่อไปแล้ว

 

ผมส่องเงาของตัวเองในกระจกห้องน้ำ หน้าตาของผมดูไม่ได้ ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง พอคิดว่าตัวเองเพ้อเจ้อได้ขนาดนี้ก็ขำออกมา ผมจัดเสื้อผ้าที่แห้งแล้วแต่ยับยู่ยี่ คิดแล้วว่าต้องหาสักที่เพื่ออาบน้ำ

 

ผมไม่ได้คิดว่าพอเปิดประตูบ้านแล้วจะเจอกับฝนตกปรอยๆ มากไปกว่านั้นคือผมไม่ได้คิดว่าผมจะเจอคุณ

 

คุณยืนหอบหายใจอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านผม สวมเสื้อยืดสีดำตัวนั้นที่คุณใส่มันไปวันเดทแรกของเรา ผมไม่ทันได้พูดอะไรคุณก็รีบปีนรั้วเข้ามา ผมไม่เคยเห็นคุณรีบร้อนแบบนั้นมาก่อนเพราะปกตินอกจากทำเพลงแล้วคุณก็เอาแต่นอน คุณกอดผมไว้อย่างนั้นอยู่เนิ่นนาน

 

“ขอโทษ” คุณพูดคำนั้นออกมาก่อนจะพร่ำเพ้อออกมาเสียยืดยาว คุณบอกว่าคุณแทบจะพลิกกรุงโซลเพื่อตามหาผม คุณคิดว่าผมแค่ไปนอนบ้านเพื่อนแต่ผมไม่ได้ไปมหาลัย พอคุณพูดมาถึงตรงนี้ผมถึงได้รู้ตัวว่าผมเผลอโดดเรียนไปทั้งวันเต็มๆ ผมอ้าปากจะพูดแต่คุณกลับพูดต่อว่าคุณเป็นห่วงผมจนแทบบ้า

 

ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยิ้มจนตาหยี คุณกอดผมแน่นจนผมรู้สึกเจ็บ แต่นั่นไม่เป็นไรหรอก

 

คุณบอกว่าคุณขอโทษที่คุณไม่เคยรู้อะไรเลย จนถึงตอนนี้เองที่ผมสวนกลับไปอย่างที่ผมไม่เคยทำว่าผมเองก็ขอโทษที่ไม่เคยบอกอะไรคุณเลย

 

ผมบอกคุณว่าผมรักคุณ คุณอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้นจนผมหัวเราะ แล้วชวนคุณไปกินข้าวร้านโปรดสมัยที่ผมยังเรียนมัธยมต้น พอเราสองคนท้องอิ่ม คุณก็พาผมเดินไปที่โรงแรม บังคับให้ผมอาบน้ำแล้วก็ใส่เสื้อผ้าที่คุณเตรียมมา คุณบอกผมว่าคุณคิดว่าคุณอาจจะต้องพลิกปูซานเพื่อหาผมแล้วทั้งที่คุณเคยมาปูซานแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง

 

ผมสวมเสื้อสีเทาตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นที่คุณเตรียมมา คุณมองผมอย่างไม่พอใจอยู่ดี ผมไม่รู้ว่าผมทำผิดอะไร แต่คุณกลับถอดเสื้อนอกที่สวมอยู่คลุมทับให้ผม บอกกับผมว่าคุณไม่ชอบเลยที่คอเสื้อมันกว้างแบบนี้

 

เรานอนคุยกันบนเตียงถึงเรื่องที่ผ่านมา ผมบอกคุณทั้งหมดว่าผมคิดอะไร คุณรับฟังมันเงียบๆ จนผมไม่มีอะไรจะพูดแล้วคุณถึงแตะจูบลงมาแผ่วเบา คุณขอโทษผมอีกครั้ง แต่ผมส่ายหัวเพราะผมไม่ได้โกรธคุณ ไม่เคยโกรธคุณเลย คุณถามผมว่าผมเหนื่อยมั้ย ผมพยักหน้า บอกว่าผมเหนื่อยแต่ผมอยากอยู่กับคุณตลอดไป ครั้งนี้คุณยิ้มจนตีนกาขึ้น หน้ายับย่นไปหมดดูแล้วน่าเกลียดเป็นบ้า ผมบอกคุณอย่างนั้น แล้วคุณก็ดีดหน้าผากผม ผมหัวเราะ ก็ผมคิดอย่างนั้นจริงๆนี่นา เราพูดกันถึงเรื่องที่เราไม่รู้ว่าจะพูดกันไปทำไมแต่ครั้งนี้ผมรู้ว่าคุณกำลังตั้งใจฟังผม

 

ผมลืมตาตื่นขึ้นมานาฬิกาบอกห้าโมงสิบเอ็ดนาที ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพูผ่านใบหน้าของคุณ ผมมองมันจนเงาบนใบหน้าของคุณกลายเป็นสีม่วงเข้ม พอนาฬิกาตีบอกเวลาสองทุ่ม คุณถึงลืมตา ดวงตาของคุณยังคงทำให้ผมตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

คุณไม่ได้พูดอะไร ผมเลยไม่รู้เหมือนกันว่าผมต้องพูดอะไร แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็กระชับมือที่วางอยู่บนเอวของผม จนถึงตอนนี้ผมถึงรู้ตัวว่าคุณไม่ได้ปล่อยมือจากผมเลย

 

“พี่กลัวว่านายจะหายไปเหมือนคืนนั้น”

 

ผมยิ้ม บอกคุณว่าผมจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว

 

คุณพยักหน้า ซุกหน้าลงกับซอกคอของผมซึ่งผมรู้ดีว่าคุณกำลังคิดมากอีกแล้วถึงได้เอื้อมมือไปกอดคุณบ้าง คุณรัดผมแน่นเหมือนกลัวว่าถ้าผ่อนแรงแล้วผมจะหายไป

 

ผมหลับตาและฟังเสียงลมหายใจของคุณ

 

ผมรู้ดีว่าเราจะไม่เป็นไร

 


first published : 2017.03.02



talk; 


มาแบบมึนมาก กลับมาแล้วค่ะ คิดถึงกันมั้ยน้อออ

เรื่องนี้อยู่ๆก็เกิดอยากเขียน ก็เขียนเลยแล้วก็ลงเลย

ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่

เขียนเสร็จแล้วไม่ได้อ่านด้วยนะเพราะรู้ว่าตัวเองคงอ่านไม่เข้าใจ ฮา

แค่ชอบเพลง fine ของ แทยอนมากๆเท่านั้นเองอารมณ์ล้วนๆเลยอีกแล้ว

 

ตอนนี้กำลังไล่อ่านคอมเม้นกับแท็กของ LYKMA มีคนมาตามอ่านเรื่องเก่าๆด้วย

พอคิดว่ามีคนชอบฟิคของเราก็ดีใจแบบบอกไม่ถูกเลย

ขอบคุณมากเลยนะคะ เป็นกำลังใจที่ดีมากๆจนอยากจะเขียนอะไรอีกเยอะมาก

สำหรับเรื่องนี้ชอบไม่ชอบยังไงก็บอกกันได้นะคะ ไม่เคยเขียนแบบนี้เลย

#luvstoryoonmin

.ล ตอนนี้กำลังเปิดจองรวมเล่มนะคะ ใครอยากได้ก็ลองไปดูรายละเอียดกันนะ


ไปนอนแล้วค่ะ ง่วงเนอะ ฝันดีค่ะทุกคน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

2,912 ความคิดเห็น

  1. #2903 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 12:15
    โอ้ววว
    #2903
    0
  2. #2376 nnchknoey (@nnchknoey) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 10:41
    ตอนนี้ปี61แล้วจะ62 กลับมาอ่านก็ยังซึ้งยังอินเหมือนเดิม เวลาเศร้าๆอ่านแล้วอยากร้องไห้จริงๆมันดีเนอะที่ยังมีคนให้ความสำคัญกับเราอยู่
    #2376
    0
  3. #2230 puzzle97 (@jktfb97) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 07:40
    ดีมากกกก
    #2230
    0
  4. #2055 nnnnnn28 (@nnnnnn28) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 22:29
    แงงงงง ชอบอ่ะ ชอบแบบเน้
    #2055
    0
  5. #2013 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 08:24
    ละมุนอีกแล้วอ่ะ แม้จะหน่วงนิดๆแต่สุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้ ชอบบบบบบบ
    ดีใจอ่ะที่ยุนกิตามหาจีมินถึงบ้านเลย นี่ถ้าไม่ตามไปเราจะโกรธพี่กิเลยนะ เอาจริงๆ 5555
    #2013
    0
  6. #1893 มีฟา (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:52
    มีความสามีภรรยาแบบนี้สิเรียกว่าอยู่เป็น
    #1893
    0
  7. #1518 cn20024 (@cn20024) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 13:43
    ชอบประโยคไม่ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้ถ้าไมทมีคุณ แต่อยากมีคุณในชีวิตตลอดไป เราไม่เคยชอบคำพูดที่ว่าฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอเลย ยงสำหรับเรามันดูฝันมาก อินี่จะคิดแบบเอ้าก่อนหน้าจะเจอเขาแกก็สบายดีแมะ หลังจากไม่มีเขาแกก็ต้องอยู่ได้เหมือนกันเสะ เราว่าทุกคนแค่อยากได้เขามาเติมเต็มมากกว่านะ. คือแบบมีเขาแล้วชีวิตดีขึ้นอะแก. แต่ขาดเขาไปก็ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้ ฮร่อก เพ้อเจ้อมาก. แต่ชอบมากเด้อค่า. ให้ความรู้สึกแปลกดี ไม่เคยเจอการบรรยายแบบนี้ ชอบชอบบบบ
    #1518
    0
  8. #1407 llookpadwu (@0810113721) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 12:54
    ชอบจังงง ชอบที่มีฟิคคำพูดน้อยๆแบบนี้ มันไม่ได้มีพล็อตอะไรมากมาย ไม่ค่อยได้เจอการอธิบายอะไรแบบนี้ สนุกแบบแปลกๆ อ่านไปน้ำตาซึมไป ดูเหมือนจะหน่วง แต่ก็ไม่ มันอึมครึมเฉยๆงะ เหมือนกำลังอ่านเรื่องราวของคนจริงๆ ชอบมาก
    #1407
    0
  9. #1334 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 07:49
    มาแบบหน่วงๆในตอนแรกแต่สุดท้ายกลับให้ความรู้สึกสบายใจในทีหลังมากเลย นี่อ่านไปล่ะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางฤดูร้อนจริงๆและเหมือนฝนกำลังจะตกลงมาเลยค่ะ
    #1334
    0
  10. #1309 9 3 9 5 % (@sugaplumps) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 13:27
    มันเป็นฟิคที่ดีมากนะ เอาจริงเหมือนละครใบ้เลยแหละ มันดูเงียบ อ้างว้างมากๆอะ แล้วคือมันเป็นเรื่องที่บรรยายจากชีวิตของจีมินคนเดียว มันเป็นฟิคนี่เริ่มต้นกับความอึดอัดอะแต่แกรู้ไหมหลังจากที่น้องเปิดประตูบ้านแล้วเจอคนพี่อยู่แล้วแบบมันยิ้มอะ มันยิ้มออกมาแบบไม่รู้ว่าจะยิ้มกับอะไรแต่มันฟีลกู้ดมากเลยแก;w; คือตอนแรกกลัวแบดเอนด์มากๆเลยค่ะแล้วยิ่งดูเอ็มวีมาอีก ฮือแต่ก็นะ เขาดีกันแล้ว/ปาดน้ำตา ชอบตอนที่พี่หวงน้อง ชอบตอนที่เขานอนคุยกันอะ มันโคตรน่ารักเลย เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ รอติดตามเรื่องต่อๆไปเน้อ
    #1309
    0
  11. #1268 แตมป์ (@stampna) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 01:24
    ไรท์อัพฟิคคค ฮืออออ ดีใจจังเลยค่ะ ภาษาการบรรยายเรื่องนี้ การดำเนินเรื่อง มันทำให้เรารู้สึกว่าเหมือนดู MV อยู่เลยง่ะ คือชอบบบ 555555 ประโยคที่ว่า ผมเหนื่อยแต่ผมอยากอยู่กับคุณตลอดไป มันเป็นประโยคที่เราคิดว่าสื่อได้ดียิ่งกว่าคำว่ารักอีกค่ะ การที่คนคนนึงจะยอมเหนื่อยกับอะไรได้ซักอย่าง ต้องรักมากกว่ารักตัวเองขนาดไหนกัน แต่คนเราคงไม่มีใครอยู่ทั้งๆที่เหนื่อยไปได้ตลอด ดีที่ยุนกิยังกลับมาทันก่อนที่จีมินจะเหนื่อยจนพอ ซึ่งนี่แหละคือสิ่งความสัมพันธ์ควรจะเป็น บางทีเราก็อาจจะทำให้คนรักของเราเหนื่อยแบบไม่รู้ตัวหรือไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้ายังรักกันอยู่ก็รีบกลับ ถ้าเรายังรักกัน มันก็น่าจะไม่เป็นไรไม่ใช่หรอคะ งื้ออ ฟิคดีตลอดเลย
    #1268
    0
  12. #1267 เอวาเจลีนจัง (@nada3535) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 12:25
    อึนจังงง TVT แต่ชอบจังเลยค่า
    #1267
    0
  13. #1266 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 20:50
    ดีงามอ่ะ อยู่ด้วยกันบางทีละเลยกันพออีกคนหายไป หรือห่างออกมามันทำให้รู้อะไรๆเยอะเนอะ
    #1266
    0
  14. #1265 minichoi (@sovipbigbang) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 17:07
    แงงงโครตชอบเลย อ่านอล่งเหมือนได้อ่านบทกวียังไงไม่รู้เลย ชอบมากก ??????????????
    #1265
    0
  15. #1264 Imnoone (@chanbaek-eye) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 07:31
    ฉันชอบอีกแล้ววว ชอบมากด้วย!! ขอบคุณไรท์มากที่แต่งอะไรดีๆแบบนี้555555555555555 รอผลงานชิ้นต่อไปค่ะ^3^
    #1264
    0
  16. #1259 cinnamello -) (@beerbiere) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 03:39
    ชอบมากกกกก อ่านแล้วอยากจะร้องไห้มาก ๆ งืออออ คือไม่ใช่แซดเอนอะ แต่อยากร้องไห้มากกกก ยิ่งมาถึงคำว่าขอโทษที่ไม่เคยบอกอะไรเลยนี่ยิ่งอยากร้องไห้อะ แบบเค้าไม่เคยคิดว่าพี่ยุนกิผิดอะแต่เค้ากลับคิดว่าตัวเองก็ผิดด้วย อ่านละคิดถึงความรู้สึกตัวเอง ฮือออ อินจ้นนนนนนนน ชอบอ่านความรู้สึกใครสักคนแบบนี้อะ มันทำให้มองเห็นมุมต่างได้อีกหลายมุม หน่วงจังเลยอะ แง ; ___ ;
    #1259
    0
  17. #1258 kangineung (@banoffeepie027) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 00:48
    ชอบจีมจัง ชอบจีมอีกแล้วว ทำไมเรื่องหลังๆนี่เราชอบจีมกว่าพิไปหมดเลย เฮรอ เข้มแข็งมากเลยอะจีม คือคิดแล้วว่ายังไงก็ต้องเป็นพิ ชอบตรงที่บอกว่าไม่ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้แต่ก็อยากจะอยู่ด้วยตลอดไปไรประมาณนี้อะ ดีมากเลย ชอบการบรรยายแบบนี้นะอ่านแล้วรู้หมดว่าสิ่งที่จีมไม่พูดแต่คิดคืออะไรบ้าง สงสารเลยอะอึดอัด เริ่มไม่ค่อยแฮปปี้แล้วแต่ก็ยังไม่อยากจะพูดเพราะกลัวกระทบความสัมพันธ์ ทั้งเรื่องปล่อยจีมคิดจนมาตอนสุดท้ายที่พิพลิกแผ่นดินตามหาจีมก็ทำให้เรารู้ว่าแบบ เอออออ เค้ารักกันมากๆแล่ะ คุยกันนะ อืม ชีวิตคู่มันก็แบบนี้ๆๆ สู่ๆๆๆเด้ออออออ
    #1258
    0
  18. #1257 Mintarisreal (@Mintarisreal) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 00:03
    หน่วงๆแต่แฮปปี้มาก ชอบมากที่เปิดประตูไปเจอพี่ยุนกิฮือออออ
    #1257
    0
  19. #1256 ตาลนิม [- historypepo -] (@Pepo_Garcia) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 23:08
    เย้พี่กุ๊กมาแล้วคิดถึงจังเลยค่ะ

     

    Too Many feels มากๆ โคตรอิมแพค มันไม่ได้จบเศร้าแต่ทำไมเราร้องไห้

    ตลบหลังเราหลายรอบมากๆคิดว่าพี่จะทิ้งน้องซะแล้ว

    เหมือนน้องไม่เผื่อใจไว้รักใครแล้วอะ ยังไงก็ต้องเป็นพี่เท่านั้น ถึงจะเป็นแบบนี้ก็ยังอยากมีพี่อยู่ด้วยกันต่อไป คนๆนึงจะรักใครสักคนได้มากมายขนาดนี้เลยหรอ // นับถือใจจีมินมากๆ #ไม่ได้ทีมใคร!

    ในใจเราตัดพ้อไปเรียบร้อยแล้วว่าคนรักมากกว่าก็แคร์มากกว่าเจ็บมากกว่า

    แต่พออ่านไปเรื่อยๆถึงได้รู้ว่าไม่มีใครหมดรักเพียงแต่มันยังไม่ถูกต้องในบางเรื่องก็เท่านั้น

    คนนึงเอาแต่เก็บความรู้สึกของตัวเองไว้เพราะความกลัว ถึงบอกก็เอาแต่บอกว่าไม่เป็นไร

    ส่วนอีกคนก็ไม่ได้รับรู้อะไรเพราะอีกคนไม่คิดที่จะบอกแต่ก็ไม่ได้สังเกตหรือรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของอีกคนเลย

    จริงๆการอยู่ด้วยกันนานๆเข้าเรื่องบางเรื่องไม่ต้องถามก็รู้กันเลยกลายเป็นว่าบทสทนามันก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ไหนจะเวลาที่ไม่ตรงกัน ความต่างหลายๆอย่าง อายุ นิสัย

    พี่ยุนกิก็คงพอรู้บ้างอะแต่พอน้องไม่ได้พูดอะไรมันก็เหมือนลืมไป พอน้องหายไปถึงได้รับรู้ ความโหวงในใจตอนที่กลับมาแล้วเขาไม่อยู่ตรงนั้นอะ

    ความเคยชินบางทีก็ทำให้คนเรานิสัยไม่ดีอะ ชินกับการมีจีมินอยู่ข้างๆตลอด อยากทำไรก็ทำ เขาไม่จากเราไปไหนอยู่แล้ว แต่พี่ก็รักน้องเน้ออออ มีแบบ ‘มาทำไม ไหนบอกมีสอบ ไม่รู้ว่าพี่เขาพูดออกมาเพราะไม่อยากให้มาหรืออะไร แต่เราแอบคิดไปแล้วว่ามันดึกแล้วและสถานที่แบบนี้พี่คงไม่อยากให้น้องมาแถมพรุ่งนี้มีสอบอีกต่างหาก

    แต่ยุนกิก็ทำให้เราเสียใจอะ โอบเอวหญิงต่อหน้าต่อตา แง อยากตีให้มือหายปลาหมึก ไมทำกับน้องงี้อะTTTTTTTTTTT

    ตอนที่พี่มาอยู่หน้าบ้านปีนรั้วเข้ามาแล้วมากอดน้องคือรู้สึกได้เลยอะว่าพี่ก็รักจีมินไม่น้อยไปกว่าที่จีมินรักยุนกิเลย #เอ๊ะหรือจะเป็นรู้สึกคิดไปเอง

     การพูดคุยกันมันคือสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาวจริงๆอะ พอจีมินได้พูดเราก็สบายใจเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกจริงๆน้องตั้งใจจะกลับไปคุยกับพี่อยู่แล้วแต่พี่มาพอดีเลยดีจังไม่งั้นคงรู้สึกว่ามีแต่เราที่ไล่ตามเขาอยู่ฝ่ายเดียวแน่ๆ งืออ

    ตอนเล่าถึงช่วงคบกันใหม่ๆคือหวานชื่นข้าวใหม่ปลามันน่ารักมากๆ55555แต่ก็น่าเศร้าที่บางช่วงเวลาก็ทำมันหล่นหายไป

    ช็อตนอนมองต ีนกาคือแบบคู่ชีวิตเลยอ่ะน่าเกลียดแค่ไหนก็รักกกกกกกกก

    ตอนจีมินบอกว่า ไม่เคยเอ่ยปากท้วงออกไปเมื่อคุณบอกว่ามีงานในวันครบรอบของเรา เพราะผมรู้ว่าคุณจำมันไม่ได้หรอก สะอึกเลย ทั้งจุกทั้งเจ็บ .___.

    จีมินคิดมากพอตัวเลยจริงๆก็คิดมากเลยแหละ ร้องไห้ใส่พี่แล้วเขาบอกไม่ชอบน้ำตาหลังจากนั้นก็ไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าพี่อีกเลย ฮืออออ หนูไม่รู้หรอลูกว่าน้ำตาของหนูมันเห็นแล้วเจ็บปวดใจขนาดไหนนนนน ; ;;;;;;;

    ค้นพบว่าความทุกข์แบบเด็กกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย อย่างน้อยในตอนนั้นก็กล้าที่จะแหกปากตะโกนถามแม่ว่าเมื่อไหร่จะสูงขึ้น ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่ไม่กล้าพูดอะไรสักอย่าง ชอบประโยคนี้โคตรๆเลยอะ อยากปริ้นไปแปะรอบบ้านพร้อมร้องไห้เป็นภาษาวอนแฮมันนีมันนี แง TTTTTTTTTTTTT

    ตอนท้ายน่ารักมากๆเลยบรรยากาศแบบนี้หุบยิ้มไม่ได้ถึงแม้จะหน่วงค้างจากช่วงแรกก็ตาม55

    ถึงจะชอบคิดนู้นคิดนี้กลัวนู้นกลัวนี้ยังไงเราก็คิดว่าจีมินเชื่อมั่นในตัวยุนกิอยู่ดี YY

    สรุปแล้วจีมินก็ไม่ได้ไปเรียนไม่ได้ไปสอบอะ555555555555555555555
    บอกตรงๆอ่านจบแล้วรู้สึกเหมือนโดนตีหัวเลยอะ มันยังไงไม่รู้แบบมึน หัวตื๊อไปหมด แล้วก็มาคอมเม้นเวิ้นๆเหวอๆอีกเช่นเคย55555

    ปล. พี่ตอบเม้นเราด้วยอะดีใจมากๆเลยค่ะ ตื่นเต้นทำไมก็ไม่รู้555555 ก็เขาตอบเอ็งเพราะทิ้งคำถามไว้ไม่ใช่เรอะ5555
    เห็น word แล้วตกใจ 3พันคำหรอ ใช่ตัวจริงเปล่า55555
    ขนาดมาสั้นๆ(กว่าปกติ)ยังทำใจเราบางขนาดนี้เลยอะ ฟิคพี่ดีเกินไปหรือใจเรามันง่ายเอง
    ชอบเพลง Fine ของแทยอนมากค่ะ เปิดฟังคลอตอนอ่านดนตรีมันแบบอธิบายไม่ถูกแต่อินมากเลย; ;
    ♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
    Fine
     👍


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มีนาคม 2560 / 23:11
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 2 มีนาคม 2560 / 23:12
    #1256
    0
  20. #1254 historypepo (@popolur) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 22:52

    ชอบมากค่ะ ความหน่วงที่มีความสุขนี้มัน TTTT



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มีนาคม 2560 / 22:53
    #1254
    0
  21. #1253 mintspirit07 (@playmzizi) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 22:28
    งืออออ ทำไมเราถึงร้องไห้อ่ะ มันไม่ได้ร้องเพราะเศร้าแต่มันบับ.. อธิบายไม่ถูก
    #1253
    0
  22. #1252 etnlbd (@pelasso-bd) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 20:21
    รอทุกวันเลยยย ตอนแรกนึกว่าจะเศร้า แต่มันแฮปปี้~ เอาจริงๆ เราชอบแนวนี้มากกกกก อ่านแล้วรู้สึกดีสุดๆ
    #1252
    0
  23. #1251 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 17:39
    นึกว่าพี่จะไม่มาตามน้องแล้ว ;_____; คราวหลังมีอะไรต้องพูดนะจีมิน ไม่คุยกันแล้วมันก็ห่างกันแบบนี้ เอาจริงๆ เราก็ไม่คิดว่ายุนกิจะกระวนกระวายขนาดนี้ที่น้องหายไป คิดว่าหมดรักน้องแล้วเนี่ย ฮือออ ชอบที่คนพี่กลัวว่าตื่นมาแล้วจะไม่เจอคนน้องอีก น้องรักขนาดนี้ น้องไม่ไปไหนแล้วค่ะยุนกิ~

    คิดถึงงงงง อยากให้ไรท์เตอร์อัพไปเรื่อยๆๆ ชอบบบบ สู้ๆ นะคะ :)
    #1251
    0
  24. #1250 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 16:35
    ฟิคนี้อัพทีเราน้ำตาจะไหล ดีใจมาก; ;
    #1250
    0
  25. #1249 เนี่นฮิเร็ม (@elf-parnly) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 12:48
    งืออออออ ชอบอ่ะ ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบเศร้าๆ ดีใจที่พี่กิตามมาง้อน้อง ไม่ติดว่าพี่กิจะมา คราวหน้าคราวหลังหนูรู้สึกอะไร คิดอะไรหนูต้องบอกพี่เค้านะคะ อย่าเป็นแบบนี้อีกนะคะ
    #1249
    0