(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 42 : 22 : loving you keeps me alive 6 ( END )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    4 ก.พ. 60



Title: Loving you keeps me alive 6

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: 슈짐 /yoonmin ( yoongi x jimin )

Genre: Alternative Universe/FANTASY, Horror, Thriller, Light angst, Romantic

Rate: G

Word: 38,153 (total)

Note: Love and the collapse fortress or… someone who still believe in love and another one who’s not

Note2: ความรักกับซากประหักพังที่ล่มสลาย

Note3: (supposed to be) Halloween project 2016
Note4: รบกวนอ่านทอล์คด้านล่างนิดนึงนะคะ 



จะมีสักคนที่แม้ว่าปากจะบอกว่ากลัวมาก แต่สุดท้ายแล้วเขาจะเลือกที่จะยืนเคียงข้างท่าน บอกท่านว่าอย่ากลัวไปเลย เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแล้ว เขาจะอยู่เคียงข้างท่านต่อให้มันจะเป็นวันสุดท้าย

         หากมีใครที่รักเราได้อย่างนั้น นี่ไม่นับว่าเป็นโชคชะตาที่แสนวิเศษที่สุดอย่างนั้นหรือ?

 

       ฉั๊วะ!!!!!!!!!!

       สีแดงก่ำในดวงตาของเจ้าเมืองเบิกกว้าง ในนาทีที่ตะขอเหล็กกำลังจะทิ่มแทง กลับถูกคมมีดบินสกัดไว้ก่อนจนมันทั้งสองต่างกระเด็นไปคนละทิศทาง

         นัมจุนพ่นลมหายใจออก เพราะเรี่ยวแรงที่มากพอจะสกัดแรงของเขาได้มีอยู่เพียงแค่คนคนเดียวเท่านั้น เขาหันไปมองคุณหมอซึ่งเขาแน่ใจว่าเป็นเจ้าของมีดบินคู่นั้น

         ดวงตาของมิน ยุนกิ ไม่ได้มีแววกระหายเลือดให้เห็นเช่นนี้มาหลายร้อยปีแล้ว

         นัมจุนคิดว่าเจ้าตัวคงจะแค่เผลอเลอะเลือนไปชั่วขณะถึงกำลังจะอ้าปากท้วง ทว่าเขากลับเห็นสิ่งที่คุณหมอสะพายอยู่ที่ด้านหลังเสียก่อน

         มันคือดาบสองมือ อาวุธคู่กายที่ยุนกิแทบจะไม่หยิบมันออกมาเลยแม้สักครั้งหากไม่เอาจริง

         นายจะ...ฉึก! มีดอีกเล่มในมือของคุณหมอพุ่งผ่าเฉียดใบหน้าของนัมจุนเพียงเล็กน้อยก่อนจะตัดเข้าที่เชือกซึ่งมัดตัวของจีมินอย่างพอดิบพอดี

         คุณหมอแสยะยิ้ม

         ถ้าปาร์ค จีมินคนนี้คือโชคชะตาที่วิเศษที่สุดของเขา ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะมีใครแย่งชิงไปได้เลย

 

         ชั่วอึดลมหายใจซึ่งจีมินคิดว่าเขา ตายไปแล้ว แต่เขากลับยังหายใจอยู่ เสียงของความโกลาหลวุ่นวาย ตัวเขาถูกบางอย่าง ไม่ บางคนอุ้มขึ้นพาดบ่า ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วไปหมด เขาได้ยินเสียงต่อสู้ แต่ไม่มีเสียงใครร้องเจ็บปวด เสียงกระทบกันของเหล็กและบางอย่าง

         นายจะทำอะไร ยุนกิ

         ต้องให้บอกจริงๆรึไง เสียงของคุณหมอใกล้เพียงแค่ที่ข้างหู จีมินรู้ว่ามือที่กำลังโอบอุ้มเขาเพียงข้างเดียวนั้นสั่นสะท้าน คุณหมอ... ช่วยเขา?

         นายรู้กฎระเบียบดี...นี่

         ฉันไม่เสียใจในสิ่งที่เลือกหรอกนะ นัมจุน

         งั้นก็ช่วยไม่ได้ จีมินมองไม่เห็นแต่รู้สึกโคลงเคลงเหมือนกำลังเล่นรถไฟเหาะฉวัดเฉวียนไปมา เขาได้ยินเสียงคนมากมาย คุณหมอกระชับมือที่กุมไว้ เขาเองถูกมัดมือมัดเท้าถึงไม่สามารถจับยึดเกาะไว้ได้ดังใจ

         เคร้ง!

         จองกุกจีมินรู้สึกได้ว่าตัวเองถูกส่งต่อไปให้จองกุก คนที่รับเขามาเองก็ยืนนิ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะส่งเขาให้กับเจ้าเมืองแต่อย่างใด

         ทำไม?”

         จองกุก นี่นายอีกคนจะ?” นัมจุนเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

         คงจะน่าเสียดายแย่ถ้าโลกใบนี้ต้องขาดนักเขียนฝีมือดีไป...ละมั้งครับ

         นายแน่ใจเหรอว่าจะเลือกข้างฉัน?” ยุนกิถามจองกุกอีกครั้ง เพราะการเลือกเป็นศัตรูกับนัมจุนก็เท่ากับว่าเป็นศัตรูกับคนทั้งเมือง

         เขามองร่างเด็กหนุ่มซึ่งยืนบังจีมินเอาไว้จนมิด เห็นดาบในมือก็เข้าใจ ปกติคนในเมืองไม่ได้รับอนุญาตให้พกอาวุธ และที่จริงแล้วไม่มีเหตุอะไรเลยที่จะต้องพกสิ่งของเหล่านั้น ครั้งนี้จองกุกเหมือนจะรู้ว่าเขาจะต้องเคลื่อนไหว เพราะในดวงตาคู่นั้นปราศจากความลังเล

         น่า ฮยอง ผมรู้ว่าที่จริงฮยองก็ไม่ได้แย่หรอก

         งั้นก็ฝากจีมินด้วย

         ทั้งที่เขากลัว แต่จีมินกลับยิ้มออกมาทั้งน้ำตาจนเปียกเลอะชุมผ้าที่ปิดคาดการมองเห็นของเขาทั้งหมดเมื่อได้ยินคำนั้น

         นายคิดว่านายจะเอาอยู่รึไง ยุนกินัมจุนถามด้วยความหงุดหงิด

         ยุนกิโคลงศีรษะ และท่าทางนั้นทำให้นัมจุนรู้ว่าอีกฝ่ายเอาจริง ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาเองก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกรงใจ คิดอย่างนั้นแล้วคนเป็นเจ้าเมืองก็ชักดาบเรเปียร์ที่ข้างเอวออกมา ชี้มันไปที่คุณหมอซึ่งนานมาแล้วที่เขาไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะจับพวกอาวุธมีคม โดยเฉพาะ... อาวุธที่คิดจะฟาดฟันกับเขา

         งั้นก็มาดูกันว่านายจะถ่วงเวลาได้สักแค่ไหน"

         คนเป็นหมอยักไหล่ ก่อนจะสะบัดเสื้อกาวน์สีขาวออกไปให้พ้นทางเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำ ค่อยพับแขนมันอย่างไม่ใจร้อน เพราะผู้ล่าไม่เคยปล่อยให้สัญชาตญาณเข้าครอบงำจนเหยื่อรู้ตัวก่อน ในตอนนั้นนัมจุนถึงเพิ่งจะสังเกตว่ายุนกิไม่ได้สวมชุดสีขาวเหมือนทุกวัน เขากับยุนกิผ่านเรื่องราวในอดีตมาด้วยกันค่อนข้างมาก เขารู้ว่าที่อีกฝ่ายชอบแต่งตัวเรียบๆโทนสีขาวอยู่เสมอเพราะเจ้าตัวไม่เคยเอาจริงเอาจังกับการแก่งแย่งชิงดีในเรื่องอำนาจเพราะยุนกิยอมลงให้เขาหลายส่วนเพื่อความเคารพนับถือของคนในเมือง เหมือนหมาป่า... ที่ทำตัวเป็นลูกฝูงที่ดี แต่เมื่อใดก็ตามที่ต้องการ ยุนกิเองก็พร้อมที่จะสลัดคราบลูกฝูงที่ไม่มีพิษมีภัยเพื่อเข้าสู่สนามรบ สีดำบนตัวคุณหมอทำให้ทุกคนตระหนักว่าถึงเขาจะเป็นหมอ แต่ก็อย่าได้ลืมไปว่าที่จริงเขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ก่อตั้งที่นี่ สำดำบนตัวยุนกิทำให้ทุกคนรู้สึกพรั่นพรึงเพราะมันคือสัญลักษณ์ของอำนาจ

         ทำให้ยุนกิเอาจริงได้อย่างนั้นเหรอ? ไม่เบาเลยนี่ ปาร์ค จีมิน

         เขากับยุนกิแทบไม่ได้วัดฝีมือกันมาหลายร้อยปีแล้ว

         นัมจุนสั่งให้ลูกน้องที่เหลือตามจองกุกที่พาจีมินหนีเข้าป่าไปก่อนหน้า ทว่าเมื่อคนรับคำสั่งต้องการจะขยับตัว มีความกดดันอย่างหนึ่งซึ่งกดตัวเขาไว้ไม่ให้ขยับตัวไปไหน มันถูกถ่วงด้วยแรงโน้มถ่วง เขามองไปโดยรอบก็เห็นว่าทุกคนในหมู่บ้านก็เป็นเช่นเดียวกัน ขยับไปไหนไม่ได้ ทำไม่ได้แม้แต่จะออกเสียง

         พวกเขาทำร้ายกันไม่ได้ แต่ก็ไม่มีใครผ่านไปได้เช่นเดียวกัน

         จะไม่เข้ามาก่อน?” คุณหมอถามด้วยน้ำเสียงเฉยชา โยนมีดสั้นที่ใช้ช่วยเหลือจีมินเมื่อครู่ทิ้งไปแล้วชักดาบสองมือขึ้นมาตั้งท่า

         ดาบสองมือ อาวุธที่ยุนกิเชี่ยวชาญที่สุด

         แม้กระทั่งสนามรบที่ดุเดือดเข้มข้นที่สุดยังไม่สามารถทำให้เจ้าตัวชักมันออกมาได้ ประกายคมของมันสะท้อนต้องแสงจันทร์ ความเงียบคว้างไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจเดียวเข้าครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่

         ถ้าฉันยังยืนยันจะเอาชีวิตปาร์ค จีมินให้ได้?” นัมจุนถาม รู้สึกว่าเลือดในกายไม่ได้ไหลเวียนเร็วรวดเช่นนี้มานาน

         ผ่านทางนี้ไปให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูดน่าจะดีกว่าละมั้ง นัมจุน

         คุณหมอกลั้วหัวเราะในลำคอ ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะกลายเป็นสีเลือด

         เช้ง!!!! พริบตาเดียวที่เรเปียร์และดาบสองคมเข้าปะทะกัน

         เลือดที่แขนของคนเป็นเจ้าเมืองพุ่งกระฉูดจนเปรอะเลอะใบหน้าขาวกระจ่างของคุณหมอ ดวงตามองไปที่ปากแผลที่แขน ขณะเดียวกันที่ขาของเขาก็มีแผลเช่นเดียวกัน ยุนกิยิ้มเยาะ แลบลิ้นเลียคราบเลือดที่ปาก

         เลือดนายยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะ

 

—————

 

         คุณจองกุกครับ คุณหมอจะไม่เป็นไรจริงๆเหรอครับ

         ไม่เป็นไรหรอกครับ สองคนนั้นเขาฝีมือสูสีกันจะตาย จองกุกไม่ได้กลัวหรอกว่าจะมีใครตาย เพราะแวมไพร์ฆ่ากันเองไม่ได้ ภาวนาขอแค่อย่ามีอะไรถล่มพังลงมาก็พอ

         แล้วคุณจองกุกช่วยผมเอาไว้ทำไมครับ

         เพราะผมมีเรื่องที่ยังต้องบอกคุณจีมินละมั้งครับเขาไม่ได้บอกว่าที่จริงเพราะเขาคิดว่ายุนกิมีความรู้สึกพิเศษต่อเจ้าตัว เพราะเรื่องนั้นยังไงก็รอให้ยุนกิมาบอกเองน่าจะดีกว่า

         ที่จริงแล้ว... จิน... ผมหมายถึงคนในล็อกเก็ต

         คนในความทรงจำของจองกุก

         ผมยังรักเขาอยู่ ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่รักเลย ที่บอกว่าลืมน่ะ เขาโกหก เพราะอย่างนั้นเขาไม่ต้องการให้ยุนกิเองต้องมีความรู้สึกที่เหมือนกับเขา

         สักวันคุณกับเขาจะได้พบกันอีกครับ ผมเชื่ออย่างนั้นทั้งที่จองกุกบอกว่าอีกฝ่ายตายไปแล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไรที่ทำให้จีมินถึงได้พูดอย่างนั้นออกไป

         จองกุกหัวเราะ  เพราะเขารู้ว่าคนที่เขากำลังแบกอยู่กำลังทำสีหน้าอย่างไร บางทีเพราะอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้กระมังถึงได้ละลายน้ำแข็งในใจของคุณหมอได้

         เหมือนกับใครคนนั้นของเขาไม่มีผิด ถ้าหากอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนี้คงจะดีไม่น้อย

         เพราะอย่างนี้ละมั้ง ที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกข้างยุนกิ

         ทำไมถึงเลือกที่จะช่วยอย่างนั้นเหรอ? คงเพราะถ้าหากคนที่อยู่ตรงนี้เป็นคนคนนั้นของเขา และคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับยุนกิตอนนี้คือเขาละก็ คุณหมอมินคนนั้นก็คงเลือกที่จะทำแบบนี้เหมือนกันกระมังเพราะถึงจะเป็นคนไร้ใจในตอนแรก แต่กับพวกพ้องยุนกิเป็นคนมีน้ำใจ ตอนที่เขาเพิ่งจะมาที่นี่เป็นครั้งแรกก็ได้อีกฝ่ายช่วยเอาไว้หลายอย่าง ในตอนนั้นเองที่ความเร็วของจองกุกลดลงจนกระทั่งเขาหยุดฝีเท้าเพราะรู้สึกถึงกลิ่นของคนที่กำลังนึกถึงอยู่พอดี แล้วเสียงของจองกุกเงียบหายไปแทนที่ด้วยบางสิ่งแปลกปลอมที่เปื้อนกลิ่นคาวแตะจมูก

         เชือกที่มัดเขาไว้ถูกแก้ ผ้าปิดตาถูกถอดออก

         น้ำตาของจีมินรื้นขึ้นเมื่อสิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกที่ลืมตาคือดวงตาสีแดงแวววาวราวกับอัญมณีเลอค่าที่เขารู้ดีว่ามันสวยงามกว่าทุกสิ่งที่เขาเคยมองเห็น

         นิ้วเรียวของคุณหมอปาดเกลี่ยน้ำที่หางตาของมนุษย์ตรงหน้าออกไป จีมินไม่เคยเห็นคุณหมอใส่เสื้อผ้าสีเข้ม แต่รู้ดีว่ามันเปื้อนไปด้วยเลือด

         ผมไม่ได้โกหกหรอกนะครับ ที่บอกว่าผมชอบตาของคุณหมอมากจริงๆเขารู้ว่าคำทักทายนั้นห่วยแตกเป็นบ้า เผลอหลุดคำออกมาทั้งที่ตัวเองเพิ่งจะผ่านความเป็นความตายมาด้วยซ้ำ

         ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณยังมีชีวิต

 

         เสี้ยววินาทีที่ร่างอ่อนปวกเปียกของเขาถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดเย็นชืด จีมินหัวเราะทั้งน้ำตาที่ไม่หยุดไหล กอดรัดแผ่นหลังนั้นกระชับแน่น

         ผมก็ไม่เคยรู้ว่าที่จริงแล้วคุณหมอชอบทำเรื่องตื่นเต้นแบบนี้เหมือนกัน

         คุณหมอไม่ตอบคำแต่กลับกระชับอ้อมกอดนั้นให้แน่นขึ้น ชั่วเสี้ยววินาทีที่จีมินได้ยินเสียงกระซิบว่า เรามาอยู่ด้วยกันตลอดไปดีมั้ยอู้อี้อยู่ที่ซอกคออุ่นร้อนเปียกเหงื่อของเขา ความอุ่นซ่านแผ่กระจายอยู่ในหัวใจของยุนกิเป็นครั้งแรกหลังจากที่ผ่านมานานราวกับชั่วชีวิต เป็นครั้งแรกที่ยุนกิคิดว่าเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมความรักถึงไม่น่ากลัว มันคือตอนที่เขายังเห็นว่าจีมินมีชีวิต ยังมีชีวิตอยู่ แต่วินาทีต่อมาที่คุณหมอรีบลุกขึ้น

         คุณเดินไหวมั้ย ผมจะพาคุณไปที่รถ จีมินพยักหน้าแม้จะยังจับต้นชนปลายไปถูก ด้วยแรงนำพาของยุนกิทำให้ทั้งคู่ไปจนถึงรถยนต์ยี่ห้อดังคันใหม่ป้ายแดงที่เขารู้ดีว่าราคาแพงหูฉี่ คุณหมออุ้มเขาไปที่นั่งข้างคนขับแล้วเดินมาเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วนั่งลงสตาร์ทรถ เส้นทางสองข้างเป็นป่าที่เขาไม่คุ้นตา แต่คุณหมอขับเลี้ยวซ้ายทีขวาทีบนถนนพื้นดินขรุขระไปจนถึงแนวชายป่า มันคือสถานที่ที่เขาจำได้ว่าเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดำมืด

         คะ คุณหมอ... นี่

         ของของคุณอยู่ที่เบาะหลัง ขับกลับไปตามเส้นทางเดิมจนกว่าจะเจอเมืองแรก มันเป็นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ ถึงตรงนั้นน่าจะมีสัญญาณโทรศัพท์แล้ว ถึงตอนนั้นผมรู้ว่าคุณรู้ว่าต้องทำยังไง ผมมากับคุณได้แค่นี้ คุณทำได้ ผมรู้

         แต่คุณหมอ แล้วคุณหมอจะ...”​ เสียสละช่วยเขาไว้อย่างนี้... ยุนกิส่ายหัว ยิ้มอย่างอ่อนโยนที่สุดอย่างที่เขาไม่เคยได้รับ มันทำให้น้ำตาของจีมินร่วงพรู

         หรือที่จริงแล้วนี่คือเนื้อแท้ที่ซุกซ่อนอยู่ในเปลือกของคนคนนี้กัน

         แวมไพร์ทำร้ายกันและกันไม่ได้ ผมจะไม่เป็นไร อย่างมากก็แค่โดนลงโทษ เฮ้ อย่าร้องยุนกิไม่ได้กลัวด้วยซ้ำ

         คุณหมอที่จริงแล้วผม...

         อยากจะรักคุณหมอ / ชู่ว... ผมรู้ ผมรู้แล้ว... แต่คุณต้องไป เข้าใจมั้ย เด็กดี

         ทำไมต้องเรียกเขาด้วยเสียงอ่อนโยนแบบนั้น ทั้งที่คุณหมอรู้ว่าพวกเรากำลังจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว

         ทำไมคุณหมอถึงปล่อยเขาไป คุณหมอก็รู้ว่าหัวใจของเขาถูกคุณหมอผูกมัดไว้จนหมดสิ้นอิสระแล้ว

         จีมิน... ฟังผมนะ

         ที่นี่... ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะตามหาสิ่งที่คุณตามหาได้เจอ มันคือเมืองของผู้ต้องสาป คนที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีอะไรที่เหมาะกับคุณเลย

         จีมินมีหัวใจที่อบอุ่นเกินกว่าจะอยู่ในที่ที่เย็นเหยียบเช่นนี้

         ผมจะอยู่ที่นี่ ไม่มีทางปล่อยให้ใครแม้กระทั่งนัมจุนติดตามหาคุณเจอ จะเป็นปราการที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งจะปกป้องคุณจนกว่าคุณจะปลอดภัยต่อให้หลังจากนี้พวกเราจะไม่ได้เจอกันอีก

         ผมทำมันไม่ได้ถ้าไม่มีคุณหมอ

         คุณทำได้ คุณจะปลอดภัย กลับไปที่เมืองใหญ่ของคุณ เขียนนิยายรักที่ผมสัญญาว่าผมจะอ่านมัน คุณจะมีความรัก ลงหลักปักฐานกับใครสักคนแล้วก็มีลูก มีครอบครัวที่อบอุ่น จากนั้นนิยายของคุณจะมีชีวิต เพราะมันถูกเขียนด้วยความรัก

         แปลกเหลือเกินที่เขาซึ่งหวาดกลัวในความรักมากอย่างนั้นกลับตกหลุมรักคนที่บอกว่าความรักไม่น่ากลัว

         คุณเคยบอกว่าอยากรักใครสักครั้งไม่ใช่เหรอไง จีมิน

         แต่คนที่ผมอยากรักคือคุณหมอ

         คุณทำได้ เข้าใจมั้ย จีมิน

         แต่คุณรักผมไม่ได้ จีมิน

         จีมินส่ายหัว ไม่ เขาไม่เข้าใจ

 

         เด็กดี มานี่มายุนกิโอบร่างที่กำลังร้องไห้เข้ามาใกล้ จูบจุมพิตเพื่อปกปิดเสียงร้องไห้ของจีมินซึ่งร้องไห้อย่างที่เขาไม่เคยร้องมาก่อน ร้องทั้งที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะร้องไห้ได้มากอย่างนี้อีกครั้งมั้ยหลังจากนี้ ริมฝีปากดูดดึงซึ่งกันและกันเพราะมันคือจุมพิตแรกและครั้งสุดท้าย ความโหยหาอาวรณ์ อารมณ์และความรู้สึกที่จีมินไม่เคยรู้ว่าคุณหมอคิดกับเขาอย่างไร มันสับสน ตีวนเหมือนดวงดาวซึ่งเรียงกันอย่างยุ่งเหยิงไม่ถูกต้องในจักรวาลทางช้างเผือก จูบของคุณหมอคือหลุมดำสนิทซึ่งฉุดรั้งให้เขาตกลงไปในหลุมนั้นด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง โดยขาดสติโดยสิ้นเชิง ทั้งที่เขาไม่รู้ว่าระหว่างเขากับคุณหมอนั้นคืออะไร มันอาจไม่ใช่ความรัก หรือไม่แม้แต่จะใกล้เคียงแต่เขาภาวนาขอให้มันเป็นความรัก เพราะความรู้สึกเช่นนี้ มันเกิดขึ้นครั้งแรกและเขาไม่อยากให้มันมีครั้งที่สอง เขาไม่อยากมีความรู้สึกแบบนี้ให้กับใครอีกที่ไม่ใช่คุณหมอ เขาจึงภาวนาให้มันคือความรัก

         จูบของคุณหมอให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน เหมือนปราการที่ปลอดภัยที่สุด เขาแค่รู้สึกว่ามันคือความถูกต้อง คือสถานที่ที่เขาอยากจะลงหลักปักฐานอยู่ตลอดไป

         เมื่อยุนกิถอดถอนริมฝีปากออก เขามองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเปลือกไม้คู่นั้น

         เงาร่างซึ่งไม่คุ้นตาปรากฎอยู่ในดวงตาคู่นั้น ต่อให้กระจกเงาบานใดจะไม่สะท้อนเงาก็ตาม

         แล้วมันจะผ่านไปนะเขาค่อยๆดึงร่างนั้นให้มาแทนที่เขาซึ่งถอยตัวออกไปที่ด้านนอก

         แต่ผมอยากอยู่กับคุณหมอ

         ผมก็อยากอยู่กับคุณตลอดไปเหมือนกัน จีมิน

         แต่ยุนกิส่ายหัว อย่าเลย คุณไม่รู้หรอกว่ากาลเวลามันโหดร้ายขนาดไหน ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ผมทำไม่ได้หรอก

         จีมินไม่รู้หรอกว่าถึงจะไม่รู้ตัวแต่เจ้าตัวได้ปลูกเมล็ดพันธุ์บางอย่างลงในใจของเขามาเนิ่นนานแล้ว

         คุณหมอ... เกลียดผมเหรอครับ

         แล้วเขาก็ส่ายหัวอีกรอบ

         ผมไม่ได้เกลียดคุณจีมิน แต่ด้วยความสัตย์จริงอย่างที่สุด ผมทำมันไม่ได้ ผมช่วงชิงเอาชีวิตจากคุณมาไม่ได้

         มันไม่ใช่ว่าเขาไม่รัก แต่เพราะความรักของเขาคือการปล่อยให้จีมินไปในที่ที่ดีกว่า ที่นี่เองก็ไม่ต่างอะไรกับกรงขัง มีแสงสว่าง แต่แสงสว่างกลับเข้ามาไม่ถึงเสี้ยวใจ

         ยุนกิรีบปิดประตูรถ ถึงเขาจะรู้ว่านัมจุนยินยอมปล่อยให้จีมินออกไปจากที่นี่ทั้งที่มีชีวิต แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าให้เวลาเราสองคนได้ร่ำลากันนานนัก รีบไป ถือว่าผมขอร้อง จีมิน...

         ไม่

         ผมสั่งให้ไป จีมิน

         จีมินเหมือนเห็นเงาคนมากมายจากที่กระจกหลัง คนพวกนั้นเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้ามาเอาชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ ด้วยสัญชาตญาณและความกลัว เขารู้ดีว่าคุณหมอต้องแลกอะไรหลายๆอย่างเพื่อให้เขามีชีวิตรอด ดังนั้นมือของเขาขยับเปลี่ยนเกียร์ เท้าของเขาเหยียบคันเร่งจนมิด รถของเขาออกเดินทาง ทอดทิ้งสปริงฟิลด์และคุณหมอมินให้เหลือเพียงจุดดำสนิทเมื่อท้องฟ้าฉายแสงแรกของวัน

         ทั้งที่เขาได้ชีวิตกลับคืนมาแล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย

         ไม่...แม้แต่สักเสี้ยวเดียวจะมีความปรีดา

 

10

 

         รถยนต์คันใหม่เอี่ยมหยุดลงที่เมืองซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน จีมินหยุดรถ รู้สึกเหนื่อยล้าจนต้องเอาหัวฟุบลงกับคอนโซล เขาแวะจอดในปั๊มน้ำมันก่อนจะลงจากรถเพื่อไปหาน้ำดื่มในร้านสะดวกซื้อ ก้าวเท้าได้หนึ่งก้าว เขาถึงรู้ตัวว่าเขาไม่มีเงินแต่จำคำพูดได้ว่าคุณหมอทิ้งข้าวของของเขาไว้ จีมินเดินไปเปิดที่ประตูด้านหลัง เป็นจริงอย่างที่ว่า ทั้งกระเป๋าเสื้อผ้า สมาร์ทโฟน ต้นฉบับนิยาย รวมทั้งเงินฟ่อนหนาซึ่งเขาจำได้ว่าไม่ใช่ของเขา

         แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่เขามองเห็นไม่ได้เตะตาเท่ากับสิ่งนั้น

         ชั้นกลีบสีฟ้าอมม่วงไล่ไปจนถึงชั้นนอกซึ่งเป็นสีชมพู จีมินหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของมันบอกเขาว่าทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน

         เขาเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ

         หยิบน้ำขวดใหญ่ เกลือแร่ ขนมปังหนึ่งห่อ รวมทั้งบุหรี่ซึ่งเขาไม่คิดว่าเขาจะอยากสูบมันอีก เขาเดินไปที่แคชเชียร์ เป็นเวลาเช้าตรู่ซึ่งพนักงานเอาแต่คุยโทรศัพท์ไม่สนใจ

         เฮ้ ที่รักอย่างอนไปเลยน่า คุณก็รู้ดีนี่ว่าผมต้องทำงาน

         จีมินยืนนิ่ง ไม่คิดจะรบกวนบทสนทนาดังกล่าว

         ผมรู้ ผมก็คิดถึงคุณที่รัก แต่คุณก็รู้นี่ว่าอเมริกาไม่ใช่ใกล้ๆเลย ผมรู้ว่าการแหกขี้ตาตื่นมานั่งเฝ้าร้านที่ไม่มีคนอย่างนี้มันไม่ดี แต่ผมอยากจะบินไปหาคุณจริงๆนะ เราจะได้ไปเที่ยวเวสท์โคสต์ด้วยกันยังไงเล่า

         ผมคิดถึงคุณหมอ

         น่าคุณทำได้ผมรู้ ก็คุณอ่านหนังสือสอบมาตั้งแต่เดือนที่แล้วนี่ อาจารย์ก็บอกว่าคุณเก่ง สอบแค่นี้เรื่องนิดเดียวเอง

         คุณทำได้ จีมิน

         ที่คุณไม่ชอบเปิดกล้องคุยกับผมเพราะคุณกลัวผมเห็นตอนคุณโทรมอย่างนั้นเหรอ? ตลกแล้ว ผมไม่สนใจเรื่องอย่างนั้นหรอกนะ

         ผมชอบเวลาที่ได้อ่านหนังสือกับคุณหมอ

         ที่รัก คุณก็รู้ว่าผมอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีคุณเฮ้ย คุณลูกค้า!

         จีมินยิ้มแห้งแล้งที่สุดอย่างที่เขาไม่เคยยิ้มให้ใคร ปล่อยให้พนักงานคิดเงินอย่างช้าๆ เจ้าตัวแอบยัดหมากฝรั่งหนึ่งซองมาในถุงพลาสติก

         ขอร้องอย่าบอกผู้จัดการเลยนะครับ คือผมไม่อยากถูกไล่ออกจริงๆ คือผม...

         น่า... เวลาเช้าๆแบบนี้ไม่มีคนเยอะอย่างที่คุณว่าละ ผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ คุณคุยโทรศัพท์ต่อเถอะ

         เขาโบกไม้โบกมือ เดินกลับไปที่รถทิ้งพนักงานหนุ่มไว้ที่ด้านหลัง รถคันหรูแล่นออกจากปั๊มน้ำมัน มาถึงทางแยกสองทาง

         ทางขวาคือเส้นทางกลับสู้เมืองหลวงซึ่งปลอดภัยที่สุดในโลก

ส่วนทางซ้ายจะนำพาเขากลับไปสู่ดินแดนของผีดูดเลือดซึ่งไม่รู้ว่ากี่ชีวิตแล้วที่ต้องสังเวยไป

         สถานที่ซึ่งปลอดภัยกับสถานที่ซึ่งมีแต่ความตาย

         เขาตัดสินใจหักพวงมาลัยสุดแรง

 

11

 

         ยุนกิพิงตัวเองกับต้นไม้หักโค่นซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเขาเองที่ทำลายมันเพื่อให้รถของจีมินพลิกคว่ำ หลังจากที่จีมินหนีไปจนพ้น ร่างของจองกุกก็ถูกโยนตรงมาต่อหน้า ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเพราะแวมไพร์ไม่สามารถทำร้ายกันเองมักจะมีพลังอำนาจบางอย่างมาขวางกั้นอยู่เสมอเมื่อใครก็ตามคิดที่จะฆ่า ยุนกิคิดว่ามันคงเป็นกฎธรรมชาติอย่างหนึ่งซึ่งเขาคร้านจะคิดหาคำตอบ

         ครั้งแรกที่เขามองเห็นปาร์ค จีมิน

         ท่าทีเซ่อซ่าเงอะงะอย่างที่สุด ขับรถวนลงมาอย่างไม่ระมัดระวัง ถูกจับได้อย่างง่ายดาย เมื่อลืมตาตื่นก็เอาแต่ขอบอกขอบใจเขายกใหญ่ทั้งที่เจ้าตัวไม่รู้อะไรเลยว่าที่จริงแล้วตัวเองก็เป็นแค่เหยื่อ หนึ่งในอาหารมื้อหนึ่งในจำนวนหลายพันหมื่นมื้อของเขา

         เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะมีความรู้สึกแบบนั้นต่อจีมิน

         เด็กหนุ่มที่ไม่เคยมีความรักแต่กลับฉายศรัทธาต่อสิ่งนั้นออกมาจนคนที่อยู่ในความมืดมิดอย่างเขาตาพร่า ยุนกิเคยคิดว่าจีมินก็คงเหมือนคนอื่น เป็นคนที่มองความรักสวยหรูงดงาม แต่ความรู้สึกของกลับค่อยเบ่งบานเมื่อเขามองเห็นความเจ็บปวดของจีมิน

         เมื่อเขามองเห็นปาร์ค จีมิน ไม่ว่ายามที่เจ้าตัวกำลังพูดกับดอกไม้หรือกำลังเล่นกับเด็ก ทุกสิ่งกลับดูสวยงามอย่างที่เขาไม่เคยกล้าฝันถึง

         หัวใจของเขาด้านชา มันไม่ใช่ว่าไม่เคยมีใครตกหลุมรักเขาอย่างจีมิน แต่เพราะไม่มีใครเหมือนจีมิน นักเขียนซึ่งมีกิจกรรมของตัวเองอยู่เงียบๆ ในฐานะคนชอบอ่านหนังสือ ยุนกิไม่ได้บอก แต่ว่าที่จริงเขาเคยอ่านนิยายของอีกฝ่ายมาก่อน มันเป็นนิยายรักลึกซึ้งสวยงามเรื่องหนึ่งซึ่งทำให้เขารู้สึกข้องใจสงสัยว่านักเขียนคนนั้นจะเป็นคนอย่างไร เมื่อเขาเสนอ นัมจุนก็คิดกลอุบาย นำพาจีมินเข้ามาที่นี่ พินัยกรรมลึกลับ พ่อของจีมินที่จริงแล้วเขายังไม่ตาย แต่จะทำอะไรอยู่ที่ไหน ยุนกิไม่ได้สนใจ

         เขาแค่อยากจะรู้ว่าทำไมจีมินถึงได้เขียนมันลงในหนังสือเล่มนั้นว่า ความรักไม่น่ากลัว

         เพราะเขากลัว กลัวอย่างมาก

         ร้องเพลงให้ดอกไม้ฟัง? นั่นไม่แปลกไปหน่อยหรอกหรือ?

         ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยเวลาที่อยู่กับคุณหมอ

         นั่นคือคำจริงหรือคำลวง จะมีใครรู้สึกชอบใจคนอย่างเขา?

         เสี่ยงทายจนกว่าจะโชคดี เพราะเขามีช่วงชีวิตที่ยาวนานกว่าคนอื่นกลับเป็นโชคดีไม่ใช่โชคร้ายอย่างนั้นจริงหรือ?

         ทั้งที่ตัวเองเจ็บแขนอยู่แต่ก็ยังดึงดันจะมาที่โรงหมอน่าเบื่อ อุ้มเด็กคนนั้นขึ้นมาปลอบ ทำแผล ทำอาหาร นำพาเสียงหัวเราะที่ไม่เคยมีมาสู่ที่โรงหมอเงียบงันแห่งนี้

         คุณหมอที่จริงแล้วใจดีมากเลย

         เขานะหรือ ใจดี จีมินคงไม่เคยเห็นตอนที่เขาเอาจริงมากกว่า

         แต่ถึงอย่างนั้นเวลาที่ตกใจกลัวเพราะฝันร้ายก็ดูน่าสงสารถึงขนาดนั้น ที่จริงแล้วเป็นคนขี้กลัวแต่กลับบอกว่าไม่กลัว

         คนที่เขารู้ว่าดวงตาคู่นั้นสั่นไหวแค่ไหนเมื่อถูกเขาอุ้มจนตัวลอย เขาได้ยินเสียงหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ตักเตือนเขาในนึกถึงว่าในตอนนั้นที่เขายังมีหัวใจอยู่ หัวใจของเขาเองเคยเต้นแบบนั้นบ้างหรือไม่

         คนที่รู้ความจริงแต่ก็ยอมรับมันได้อย่างง่ายดายเหมือนชีวิตไม่มีค่าอะไร แต่กลับบอกให้เขาใช้ชีวิตอย่างดี

         ผมอยากจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่จริงผมเองก็ไม่ต่างจากกระจกบานนั้น ต่อให้ชีวิตของคนเราจะถูกช่วงชิงไป แต่ความรู้สึกของผมจะอยู่ที่ตรงนั้น เป็นปราการที่แข็งแกร่ง และจะยังคงอยู่เพื่อเขาตลอดไป

         คนแบบนั้นน่ะ...

         คนแบบนั้น...

         คุณหมอ... ทำให้ผมรู้สึกว่าที่นี่น่าอยู่มากเลยละครับ

         จะไม่รักได้อย่างไรกัน

         เรามาอยู่ด้วยกันตลอดไปดีมั้ย?’ ยุนกิไม่กล้าคิดว่าทำไมเขาถึงได้เผลอพูดประโยคแบบนั้นออกไป อาจเพราะเขาคิด คาด คิด ว่าจีมินอาจเป็นคนหนึ่งซึ่งจะเข้ามาบรรเทาและแบ่งปันช่วงเวลาอันเดียวดายต่อจากนี้ ทั้งที่ในนาทีที่กำลังจะตาย เขายืนอยู่ตรงนั้น พยายามบอกตัวเองว่า เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป เหมือนกันกับคนก่อนๆที่ผ่านมา แต่คำรักนั้น ไม่ว่าเจ้าตัวจะพูดออกมาโดยไม่ตั้งใจ หรือว่าพลั้งเผลอ กลับสั่นคลอนกำแพงในใจของเขา ปราการป้องกันตัวเองจากอันตรายที่เรียกว่าความรู้สึกกลับถูกเด็กคนนั้นทำลายไม่เป็นชิ้นดี เขาไม่กล้าคิดว่าทำไมถึงช่วยมาแล้วถึงปล่อยไป ทั้งที่เขารู้ดีและเป็นคนบอกจีมินว่าให้หนีไปและอย่าได้หันหลังกลับมาอีก

         เพราะรักต่างหาก ถึงได้ไม่ช่วงชิงนาฬิกาชีวิตนั้นมาจากจีมิน

         เขาไม่อยากเห็นสักวันที่จีมินจะต้องเป็นบ้าเหมือนอย่างใครที่เขาเคยเห็น เหมือนเป็นข้อแลกเปลี่ยน ชีวิตที่ยาวนานกว่า เมื่อตายก็จะต้องเจ็บปวดกว่า สมัยนี้พวกนักล่าแวมไพร์แข็งแกร่งขึ้นมาก ถึงพวกเขาจะไม่ล่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกนั้นจะยอมรามือ ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีอะไรเป็นประกันว่าพวกเขาจะปลอดภัย

         พวกมันไม่เคยปราณีพวกปีศาจอย่างพวกเขา ไม่มีวัน

         ได้มีชีวิตและตายอย่างเป็นมนุษย์คือสิ่งเดียวที่เขาสามารถมอบให้จีมินได้

         ยุนกิรู้ดีว่าเขาจะต้องถูกลงโทษที่ทำแบบนี้ อาจจะเป็นการหาเหยื่อเพิ่ม ทั้งเขาและนัมจุนต่างเกี่ยงกันเพราะการคิดหาวิธีการหลอกเหยื่อช่างน่าเบื่ออย่างที่สุดเพราะต้องทำทุกทางไม่ให้ฮันเตอร์พวกนั้นจับได้ แต่ก็ช่างมันเถอะ นัมจุนเองเพราะตั้งใจจะปล่อยจีมินไปแต่แรกถึงได้ยอมลงให้เขาถึงขนาดนั้น ยุนกิไม่รู้ว่าอะไรในตัวจีมินทำให้นัมจุนถึงยอมรามือ พวกเขาคิดหาทางออกกันได้อยู่แล้ว

         ขอแค่อีกฝ่ายไม่กลับมา

         ขอแค่ให้หนีไปให้ไกล

         ขอแค่...

 

         สัญชาตญาณของเขาพลันตื่นตัวเมื่อกลิ่นที่คุ้นเคยฟุ้งแตะจมูก แสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาจนถึงเขา

         รถคันเดิม และคนขับคนเดิม

         ยุนกิไม่สามารถห้ามตัวเองได้เมื่อจีมินซึ่งลงจากรถมาได้ก็คุกเข่าลงไปกับพื้น ด้วยสัญชาตญาณ ยุนกิไปถึงเพื่อประคองร่างที่เหน็ดเหนื่อยจากการขับรถติดกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงไว้ได้ทัน

         คุณ...

         จะถามว่าผมกลับมาทำไมใช่มั้ยครับเขาแอบยิ้มขำกับท่าทีตื่นตระหนกที่เขาไม่เคยเห็นในตัวของคุณหมอมาก่อน

         ผม... กลับมาบอกสิ่งที่ยังอยากบอกกับคุณหมอ

         คุณจะบ้ารึไงจีมิน”/“ใช่! ผมว่าผมบ้าไปแล้ว

         คุณไม่กลัวรึไง จีมิน...

         กลัว ผมกลัวมากที่จริงแล้ว...

         “…แต่ผมคิดว่ามันน่ากลัวมากกว่าที่จะไม่ได้บอกสิ่งนี้กับคุณหมอ

         คุณหมอเคยบอกว่าคุณหมอเป็นคนน่าเบื่อ แต่ผมไม่เคยนึกเบื่อคุณหมอเลย... คุณหมอเชื่อผมมั้ย

         เชื่อ ผมเชื่อคุณ จีมิน

         คุณหมอ ผมกลัวมากจริงๆนะ ที่จะต้องตาย แต่ผม... ผมกินแอปเปิ้ลนั่นเข้าไปแล้วถ้าต่อไปผมกลายเป็นสัตว์ประหลาดละ

         ลิ้นของเขาพันกัน แล้วเขาก็หัวเราะออกมา

         ที่จริงมันเป็นแค่ข้ออ้าง ผมแค่รู้สึกว่าผมคงจะไม่โอเคถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วจะไม่เจอหน้าคุณหมออีก คุณหมอบอกว่าผมจะลืม แต่พอคิดว่าถ้าผมต้องถูกคุณหมอลืมเหมือนที่คุณหมอเคยลืมแล้วผมก็ไม่อยากยอมเลย ผมอาจจะไม่เคยรักใคร ส่วนคุณหมอเป็นพวกไม่อยากรักใคร ผมไม่รู้วันนี้อาจเป็นคนรู้จัก วันหน้าอาจเป็นคนรัก วันหลังอาจเป็นแค่คนแปลกหน้า...

         คุณหมอบอกผมผ่านบันทึกว่าคุณหมอลืมไปแล้วว่าชีวิตมันเป็นยังไง สำหรับมนุษย์อายุขัยสั้นๆอย่างผมเขาว่าคนเราจะมีชีวิตได้ก็ต่อเมื่อได้เริ่มรักใครหรือหลงใหลอะไรบางอย่างจนอยากทุ่มเทชีวิตให้... คุณหมอ... อยากจะลองเริ่มใช้ชีวิตร่วมกันกับผมตลอดไปมั้ยครับ

         คุณหมอนิ่งค้างไปเมื่อจีมินปลดกระดุมเสื้อแล้วแหวกออกจนสาบเสื้อแยกจากกันเผยให้เห็นลำคอขาว ยังคงพูดอะไรไม่ออกเมื่อจีมินเดินเข้ามาใกล้ ตวัดแขนโอบรอบคอจนริมฝีปากของทั้งคู่แนบสนิทกันอีกครั้งอย่างใจกล้า

         เขารู้ดีว่านี่มันหมายถึงอะไร

         ผมอยากรักคุณหมอ... นะครับ

         จีมินรู้สึกถึงบางอย่างเย็นเหยียบ คือคมเขี้ยวซึ่งนาบค้างกับซอกคอของเขา เขาหลับตาปี๋ หัวใจเต้นแรงเหมือนมันจะรู้ว่ามันจะได้เต้นเป็นครั้งสุดท้ายในตอนนี้ คุณหมอไม่ได้พูดอะไรเลย เหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง

         คุณแน่ใจนะ?” น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ไม่เหมือนกับน้ำเสียงเฉยชาที่เขาเคยได้ยิน

         จีมินหัวเราะ เขาตัดสินใจแน่วแน่ตั้งแต่เลือกหักพวงมาลัยรถจนสุดแรงนั่นแล้ว

         ผมรู้ว่าเส้นทางที่อยากจะเดินข้างคุณหมอคงไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ตอนที่ผมมองเห็นมัน ดอกกุหลาบที่คุณหมอวางไว้ที่เบาะด้านหลัง ผมรู้ว่าผมปล่อยคุณหมอไว้คนเดียวไม่ได้

         ผมรู้ว่าทั้งผมและคุณหมอยังต้องเจออะไรอีกมากต่อจากนี้ ผมรู้ว่าผมอาจจะตาย

         ที่คุณหมอพูดว่า เรามาอยู่ด้วยกันตลอดไปดีมั้ยผมไม่รู้ว่าคุณหมอแค่หลุดปากออกมาเพราะพลั้งเผลอหรือคุณหมอหมายความตามอย่างนั้นจริง แต่ผมเป็นพวกสัจจนิยมซึ่งไม่ปักใจเชื่ออะไรโดยง่าย เหมือนอย่างที่ผมไม่เคยเชื่อว่าผีดูดเลือดมีจริงจนกระทั่งเห็นดวงตาสีแดงของคุณหมอผมจึงไม่เชื่อในความรักชั่วนิรันดร์อะไรนั่น...

         “…ชั่วนิรันดร์อะไรนั่นน่ะ... ผมไม่เชื่อมันหรอกนะ... แต่... ถ้าได้ใช้เวลาต่อจากนี้ร่วมกับคุณ... ก็คงไม่เลวนักหรอก

         เขามองเข้าไปในดวงตาสีแดงที่ฉายแววซึ่งเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน หัวเราะออกมาอย่างขลาดเขิน

         จีมินกำลังบอกกับยุนกิว่าเขาจะอยู่กับอีกฝ่ายตลอดไปต่อให้มันจะดีหรือมันจะร้าย จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์หรือพังทลาย

         แล้วคุณหมอรู้ตัวบ้างมั้ยครับ ว่าเวลาที่คุณกระซิบก่อนจะกินเลือดนี่มันโคตรเร้าใจเลย วันหลังผมไม่อนุญาตให้คุณหมอไปดูดเลือดคนอื่นแล้วนะ ผมหวงละ

         จะมีสักคนที่แม้ว่าปากจะบอกว่ากลัวมาก แต่สุดท้ายแล้วเขาจะเลือกที่จะยืนเคียงข้างท่าน บอกท่านว่าอย่ากลัวไปเลย เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแล้ว เขาจะอยู่เคียงข้างท่านต่อให้มันจะเป็นวันสุดท้าย

         หากมีใครที่รักเราได้อย่างนั้น นี่ไม่นับว่าเป็นโชคชะตาที่แสนวิเศษที่สุดอย่างนั้นหรือ?’

         ชั่วครู่ที่ถ้อยคำซึ่งเคยนึกปฏิเสธมันมาตลอดกลับกลายมาเป็นความจริงในตอนนี้

         ถ้อยคำติดตลกนั้นทำให้ความอบอุ่นอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในใจของเขาอีกครั้ง และเขารู้ว่ามีแค่คนตรงหน้านี้เท่านั้นที่จะมอบมันให้แก่เขาได้ ยุนกิไม่คิดว่าเขาจะปฏิเสธ ถ้าจีมินคิดจะเป็นถังเลือดให้เขาต่อจากนี้ ไม่สิ ที่จริงแล้วเขาไม่สามารถปฏิเสธมันได้แล้วตั้งแต่วินาทีแรกที่เขามองเห็นจีมิน

         และวินาทีเดียวกันกับที่เขาคิดว่าเขาจะรักจีมิน คือวินาทีเดียวกับที่เขาคิดว่าเขาได้ชีวิตซึ่งเผลอทำหล่นหายไปท่ามกลางเวลาอันยาวนานกลับมา

         เพราะโชคชะตาได้มอบสิ่งที่มีค่าที่สุด มากกว่าทรัพย์สมบัติ มากกว่าเงินตรา มากกว่าทุกสิ่ง และมากกว่าชีวิต คือมอบคนคนนี้ให้กับเขา

         งั้นคุณก็เตรียมใจไว้เลยว่าอย่าได้คิดอยากจะลองเลือดคนอื่น

         จีมินรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาไม่เคยคิดอยากจะลองฝ่าฝืนคำห้ามนั้นแม้สักนิดเดียว

         ก็ถ้าคุณหมอคิดจะไปมีคนอื่น ผมบอกเลยว่าผมจะกินพวกนั้นให้เกลี้ยงเลยละเขาพูดออกมาทั้งที่ไม่รู้วิธีกินด้วยซ้ำ ก็แน่ละ เขาไม่เคยกินอย่างอื่นนอกจากอาหารคนมาก่อนนี่

         และเขาก็ไม่รู้หรอกว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป นี่อาจเป็นโชคชะตาซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันจะนำพาเขาไปในทิศทางไหน เขารู้ว่าเขาจะไม่มีทั้งอนาคตแล้วก็อดีตต่อจากนี้ ไม่ได้รู้สึกอร่อยกับอาหาร หรือแม้กระทั่งอาจออกมาสูดอากาศท่ามกลางแสงอาทิตย์แรงกล้าไม่ได้ด้วยซ้ำ ทั้งสิ่งที่เขามองหาและทุกสิ่งที่เขาเฝ้าตามหาจะหายไป จะมีแต่ปัจจุบันที่มีคุณหมอมิน ยุนกิ คนนี้เท่านั้น

         ยุนกิมองดวงตาที่หลับลง เพราะจีมินวางใจและไม่ลังเลที่จะวางทั้งชีวิตทั้งหมดให้อยู่ในกำมือเขาจากนี้ จึงแนบคมเขี้ยวจรดกับผิวเนื้อเนียน รู้ดีว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล

         เพราะหลังจากนี้... สำหรับสถานที่แห่งนี้แล้วไม่ว่าจะฤดูอะไร เขาอยากจะมองเห็นให้แจ่มชัดว่าจีมินจะอยู่ที่นี่ ที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะในตอนฤดูร้อนที่เราสองคนหงุดหงิดเพราะเหงื่อไหลไคลย้อยแต่ยังอิงแอบแนบชิดไม่ห่างกันทั้งที่อากาศเป็นอย่างนั้น ในตอนที่เขารู้ว่าจีมินจะทำสีหน้าอย่างไรเพราะความตื่นเต้นในฤดูใบไม้ผลิซึ่งดอกกุหลาบเหล่านั้นจะเบ่งบานจนทั้งสวนปกคลุมด้วยสีฟ้าและสีชมพูสดใส ในฤดูใบไม้ร่วง ทุ่งหญ้าจะถูกย้อมเป็นสีส้มและสีน้ำตาล เราจะอ่านนวนิยายรักซึ้งกินใจและขอบคุณที่เราสองคนยังมีกันและกัน หรือแม้กระทั่งในฤดูฝนที่เขารู้ว่าตัวเองจะหงุดหงิด แต่ก็ยินยอมให้จีมินลากออกไปเล่นน้ำฝนจนตัวเปียกปอน จนถึงฤดูหนาวที่จีมินจะห่อตัวอยู่ในเสวตเตอร์สีเทา เขาจะคอยเรียกให้อีกฝ่ายหันมาเพื่อที่เขาจะพันผ้าพันคอผืนหนาให้เพราะกลัวจีมินจะหนาว และจีมินก็จะทำอย่างเดียวกันทั้งที่เจ้าตัวรู้ว่าเขาไม่หนาวหรอก ในสถานที่นี้ ซึ่งนาฬิกาของชีวิตที่เคยหยุดเดินจะเริ่มเดินอีกครั้ง

         จีมิน... ผม...

         ก็อยากรักคุณจะแย่อยู่แล้วเหมือนกัน

 

เจ้าปีศาจจ้องมองดวงตาสุกสกาวของหญิงสาวราวกับมันเป็นดวงจันทราในคืนเดือนมืด เพราะศรัทธาอันปราศจากความกลัวทำให้คำสาปซึ่งตรวนมันเอาไว้พลันสลายกลายเป็นความรักซึ่งจะเป็นแสงสว่างนำทางทั้งคู่ จากนี้ตลอดไปจนนิจนิรันดร์

 

because loving you keeps me alive… from now on to eternity.


END



first published : 2017.02.04


TALK;


ในที่สุดก็จบแล้ว จบแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย *จุดพลุ* ฉลองเร้วววววววว

เป็นเรื่องที่เขียนนานมาก นานมากๆ นานแบบว่าเป็นเดือน แต่ก็ชอบมากๆเหมือนกัน

เพราะรีไรท์แล้วรีไรท์อีก

ตอนแรกทุกคนอาจจะงงๆกับโน็ตว่ามันเกี่ยวอะไรกัน

ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ 55555

กุกจินก็อัพตอนจบแล้วน้า ไปอ่านกันได้เล้ย อุอิ 


เพราะได้เขียนกันกับเพื่อนด้วยเลยสนุกมากๆ เพราะได้คุยกันว่าจะให้เนื้อเรื่องเป็นยังไง

แล้วก็ได้เขียนติ่งกุกจินที่ไม่เคยเขียนด้วยแล้วก็ค้นพบว่าก็น่ารักดีนี่!

(ฟิคกุกจินของ kkline93 กำลังจะเปิดจองนะคะ สนใจก็ไปดูกันได้ค่า)


ทำไมต้องเกลียดพี่นัมจุนกันคะ! พี่เค้าออกจะหล่อ /ผิด

แต่เค้าก็มีสตอรี่ของเค้าน่ะนะ


ขอบคุณทุกคนมากที่ชอบเรื่องนี้ จากตอนแรกที่ไม่ค่อยมีฟีดแบ้กก็รู้สึกว่าเอ๊ะ 

หรือคนไม่ชอบอ่านแนวนี้กันนะ แต่ตอนหลังๆก็คนอ่านเยอะขึ้นจนตกใจเลย

ขอบคุณที่ให้ความรักกับเรื่องนี้มากๆนะคะ อ่านคอมเม้นกับแท็กแล้วก็รู้สึกมีกำลังใจเยอะมาก

ไม่รู้ว่าจะเป็นตอนจบที่ตรงใจคนอ่านมั้ยด้วย แต่เราคิดว่าไม่ค่อยอยากให้เป็นแบดเอนด์เลยแหละ


ฮี่ๆ สำหรับตอนนี้ เปิดจองรวมเล่มอยู่นะคะ มีเรื่องนี้ด้วยแล้วก็จะมีตอนพิเศษของคุณหมอกับคุณนักเขียน

อยู่ในเล่ม MOONSTRUCK (เก็บเงินวันละ 15 บาทก็ได้แล้วนะ!)

ชอบไม่ชอบยังไง คอมเม้นไว้หรือว่าจะติดแท็ก #luvstoryoonmin เป็นกำลังใจให้กันได้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับฟีดแบ้กดีๆเสมอมาเลยนะคะ 


รักเสมอ


kolevf, 

ลิ้งเปิดจองฟิค <3

link : goo.gl/lhwb53

   CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

2,922 ความคิดเห็น

  1. #2898 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 19:11
    น้ำตาซึม ดีมากๆ
    #2898
    0
  2. #2882 St_Serenity (@St_Serenity) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 13:21
    เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยค่ะ ยิ่งช่วงหลังๆเราร้องไห้ตลอดเลย คำเปรียบเปรยต่างๆในเรื่องนี้ เหมือนอ่านหนังสือดีๆสักเล่มจริงๆ คุณไรท์แต่งออกมาได้ดีมากๆ ตอนที่จีมินขอว่า ถ้าตายแล้วขอให้ฝังเขาไว้ที่ปราการ เราแบบบบบบ บีบหัวใจมากกกกก ร้องไห้ไม่หยุดเลย จีมินคนที่มีแต่ความรักและหวังดีให้กับทุกๆคนอยู่เต็มหัวใจ ไม่ว่าใครที่ได้สัมผัสราวกับละลายน้ำแข็งใจหัวใจได้เลย ไม่ว่าจะคุณนัมจุนหรือจองกุก โดยเฉพาะคุณหมอคนที่ใครต่อใครต่างบอกว่าเย็นชา ไร้หัวใจ

    เราไม่รู้จะอธิบายทั้งหมดที่เรารู้สึกออกมาได้ยังไง แต่ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ออกมานะคะ เราชอบมากๆ ประทับใจมากๆ
    #2882
    0
  3. #2826 VPALSLS (@fem0730) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 20:47

    กลับมาอ่านรอบที่สามแล้ว เนื้อหากินใจมากๆ ภาษาก็ดีมากๆ ประทับใจและชอบมากๆเลยค่าไรท์ เป็นกำลังใจให้นะคะะะะ
    #2826
    0
  4. #2726 WHATTHEPN (@poonb) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 02:44
    อ่านเรื่องนี้มาหลายรอบแล้วแต่ก็รู้สึกกินใจทุกครั้งที่อ่านเลยค่ะ อยากรู้ชีวิตทั้งสองคนหลังจากนี้เหมือนกันนะเนี่ยยย555555
    #2726
    0
  5. #2645 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 21:57
    ฮืออออออชอบตอนที่เขาจะอยู่ด้วยกันทุกฤดูนี่แหละ
    #2645
    0
  6. #2488 BlueBm (@BlueBm) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:31
    เรื่องนี้กินใจเรามาก เราชอบที่ไรท์บรรยายเรื่องความรักได้ลึกซึ้งมาก ภาษาก็ดีมากๆเลยค่ะ ดีใจที่ happy ending นะ 555555 อยากอ่านตอนพิเศษจัง ToT
    #2488
    0
  7. #2487 BlueBm (@BlueBm) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:30
    เรื่องนี้กินใจเรามาก เราชอบที่ไรท์บรรยายเรื่องความรักได้ลึกซึ้งมาก ภาษาก็ดีมากๆเลยค่ะ ดีใจที่ happy ending นะ 555555 อยากอ่านตอนพิเศษจัง ToT
    #2487
    0
  8. #2434 SirimaHongngam (@SirimaHongngam) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 01:14
    ชอบแนวนี้คือดีมากเลยค่ะอยากให้มีภาคต่อจังคิดถึงเนื่องนี้แง้งงชอบบบบไรต์สู้ๆนะคะ
    #2434
    0
  9. #2256 Nutnutnara (@Nutnutnara) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 02:45
    ตกใจหมดเลย นึกว่าจีมินจะไปแล้วจริงๆ พี่กิจะต้องทรมานแบบพี่นัม น้ำตามาเป็นโกดังเลยที่เดียว คิดว่าตอนจบจะเป็นไปตามนั้นที่จีมินใช้ชีวิตในเมืองหลวงตามปกติกับนิยายรักที่หวนคิดถึงเจ้าชายของเค้า อ่าาา จบประทับใจมาก ความรักไม่น่ากลัวหรอ #จริงๆ ถ้าได้รักก็รักให้สุด ถ้าได้หยุดก็แค่บอกตัวเองว่าพอ ถึงจะเสียดายที่เข้ามาอ่านช้า #แต่ก็ได้อ่านนะ ชอบทุกเรื่องจริงๆ #ขอบคุณฟิคดีๆข้อคิดดีๆ ที่ไม่ใช้แค่การเพ้อฝันของคนอ่าน
    #2256
    0
  10. #2052 august p (@twangmanao) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 07:19
    ประทับใจจจจจ แง้ ตอนแรกก็กลัวว่าคุณหมอจะปล่อยจีมินไปจริงซะอีก55555555555 น้ามตาจะไหลลล
    ชอบมากๆเลยค่ะ เหมือนได้เห็นมุมมองความรักหลายแบบดี ไรท์เก่งมากๆแง้55555 จะรอติดตามผลงานต่อๆไปนะคะ
    #2052
    0
  11. #2051 august p (@twangmanao) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 07:19
    ประทับใจจจจจ แง้ ตอนแรกก็กลัวว่าคุณหมอจะปล่อยจีมินไปจริงซะอีก55555555555 น้ามตาจะไหลลล
    ชอบมากๆเลยค่ะ เหมือนได้เห็นมุมมองความรักหลายแบบดี ไรท์เก่งมากๆแง้55555 จะรอติดตามผลงานต่อๆไปนะคะ
    #2051
    0
  12. #2035 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 03:05
    ความรักน่ะไม่น่ากลัวหรอก มีแต่ความกลัวนี่หละกัดกร่อนจิตใจ ฮื่อ 
    เราเข้าใจจีมินน่ะ จะทำได้ไงหัวใจอยู่ที่นั่น ที่ที่ตัวเองหนีมาน่ะ มัน..
    ทิ้งให้คุณหมออยู่คนเดึยวไม่ได้หรอก การเริ่มต้นใหม่อาจจะไม่แย่เท่าไหร่
    แค่แบบเรียนรู้อะไรที่ไม่เคยเรียนรู้น่ะ จีมินอ่า พลังของความรักมันมีอำนาจ
    ทรงพลังมากกว่าที่คิดเสียอีก ว่าแต่นะแบบนี้นักเขียนจะได้เขียนต่อไปไหม
    ต่อไปจะเป็นเรื่องราวของใครกัน เป็นเรื่องราวของตัวเองใช่รึเปล่า
    เพราะว่าชื่นชมในความรักและทำเพื่อความรักและคนที่รักถึงขนาดนี้
    ผลงานคงจะได้ตีพิมพ์ซ้ำๆแน่ๆ จีมิน จากนี้ขอให้มีความสุขแบบที่ปรารถนานะ
    #2035
    0
  13. #2011 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 15:30
    ฮืออออออออ ขอบคุณ ขอบคุณๆๆๆ ที่ทำให้เรื่องนี้จบแบบแฮปปี้
    ตอนแรกก็ซีเรียสอยู่เหมือนกันว่าจะจบแบบแบดเอนดิ้ง บอกเลยว่าจบแบบนี้เราดีใจมาก ฮึก
    ตอนที่พี่หมอไล่จีมินบอกเลยว่าในตอนนั้นเราแทบร้องไห้อ่ะ // ร้องไม่ได้ แม่อยู่ข้างๆ 5555
    ขอบคุณนะคะ สำหรับนิยายดีๆ ชอบมากๆเลย
    #2011
    0
  14. #1896 myyada (@myyada) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 13:51
    ตอนคุณหมอบอกให้จีมินไปใจเราไปตาตุ่มแล้วค่ะคิดว่าจะไม่ได้รักกันซะแล้วแงงงงงงงง ตอนจบประทับใจมากๆเลยค่ะจะดีกว่านี้ถ้าไรท์เขียนต่อค่ะ555555 รู้สึกดีมากที่มาเจอฟิคพล็อตสนุกภาษาสวยของไรท์ นี่เป็นคนที่ชอบพล็อตเกี่ยวกับหมาป่าแวมไพร์มากๆ ไม่คิดว่าไรท์จะแต่งแนวๆนี้มาให้อ่านด้วยขอบคุณนะคะ
    #1896
    0
  15. #1892 มีฟา (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:40
    ตื้นตันใจ...ทำไมมันซึ้งได้ขนาดนี้ ยิ่งกว่าประกันถัยชีวิตก็ฟิคเรื่องนี่อกละ อิจคนมีความรัดได้มั้ย 555+เดี๋ยวมันด็มาเงไม่ได้หมายถึงความรักนะ หมายถึงคาน ขีวิตis I'm alone. เออก็ไม่นัฝะฉันมีครอบครัว แต่ชีวิตหนูมินคือน่าสงสารจริงจังมาด
    #1892
    0
  16. #1607 Click-Clack (@samila-ppppp29) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 04:00
    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ มันลึกซึ้งมากๆเลยชวนให้คิดอยู่ตลอด
    #1607
    0
  17. #1561 cn20024 (@cn20024) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 05:22
    ฮร่อกกก ตีห้า เรื่องเรียนไม่เคยทุ่มขนาดนี้555 มีความหวานน้ำผึ้งเดือนห้าในทุกองค์ประกอบของเรื่องนี้เลยค่ะ ทั้งคาแรคเตอร์จีมผู้ตะมุตะมิอ่อนโยนยิ้มสวยและรักเด็ก. อะโหขนาดนี้มอบมงเลอออ. คุณหมดก็แบบ เจนเทิ้ลอะไรเบอร์หนี่ยยยย์ โห้ยยยยยย สุภาพมากเว่อ สุภาพเจนเทิ้ลแบบฮ่อลลลลลล จีมินนี่คือแบบเหมือนแอบหอกตัวเองว่าไม่กลับแต่ก็กกลัว ใครมันจะไม่กลับฟระเจอศพรู้ว่าตัวเองจะตายอนาคตไม่มี แต่จะมีปัจจุบันกับคุณหมอตลอดไปเลย. ฮิ้วววว ภาษาเขียนก็แบบ ฮือออออดีอะ. ดีต่อใจ ชอบทุกเรื่องเลยค่ะ ฮรึกกกก;_____; ประทับใจมากเด้อออ ให้ตายสิ ตกหลุมระกผ่านตัวอักษรอีกเรื่องหนึ่งแล้วนะคะ ฮือออออ /เพ้อเจ้อสุดอะไรสุด อยากอ่านตอนพอเศษชรังง คาไลโดสโคปต้องมาอยู่ในครอบครอง ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    #1561
    0
  18. #1383 TNT&NY (@nickte) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 00:01
    บรรยายไม่ถูกเลยว่ารู้สึกยังไง..แค่มันรู้ว่ามันไม่เสียเวลาที่เข้ามาอ่านเลยจริงๆและก็คุ้มค่ามากกับเวลาที่เสียไปอ่านจากทั้งของไรท์เคเคไลน์แล้วก็ตัวไรท์เองมากเราชอบฟิคแนวนี้มากอ่ะมันดูมีเสน่ห์เฉพาะตัวแล้วก็ไม่ซ้ำใครแสดงความรักออกมาได้อย่างแนบเนียนซึ่งเราคิดว่าไรท์เองก็สารารถเขียนบรรยายความรู้สึกเหล่านั้นออกมาได้แบบกลมกลืนมากจนเรารู้สึกว่าเห็นภาพชัดเจน เข้าใจความรู้สึกนั้นมากเลยล่ะค่ะ// เขียนยาวไปไหมหวังว่าไรท์เตอร์+รีดเดอร์จะได้อ่านแล้วรู้สึกแบบเดียวกันนะค่ะ ^^ >\\\< #ขอบคุณค้าไรท์
    #1383
    0
  19. #1231 PlayBoyKoshi (@kirino2543) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 22:23
    ชอบแนวแบบนี้มากกก อยากให้มี Special ต่อจากนี้จัง
    #1231
    0
  20. #1227 Imnoone (@chanbaek-eye) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:42
    คือแบบ มันเป็นเรื่องนึงที่ดีมากๆอ่ะไรท์ เราชอบมากๆๆๆมากของมากอ่ะ ภาษาสวย ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมากกกกกก ฮืออออออ เยี่ยมสุดๆไปเลย???? ปรบมือๆ
    #1227
    0
  21. #1226 NANAYEERP (@NANAYEERP) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:05
    ตอนอ่านๆ แล้วเลื่อนลงมาเจอคำว่า End นี่อทบปาไอโฟนเลยนะ 5555555555 แบบ เหื้ออออ จะขาดใจ ต่ออีกนิดได้ไหมคนดี 555555 เรื่องนี้ทำเราอบอุ่นใจมากเลยค่ะ แม้มันจะเลือดสาดผสมด้วยแต่มันซึ้งมากจริงๆ ภาษาของไรท์ดีมาก เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจผ่านตัวอักษรเลย แล้วที่บอกว่าเขียนเป็นเดือนนี่เชื่อเลยค่ะ 5555555 คือทุกอย่างดูละเอียดอ่อน ปราณีตั้งใจ และเหมือนใส่ความรู้สึกกับความทุ่มเทลงไปให้ฟิคนี้จริงๆ ขอบคุณมากเลยค่ะ สำหรับการสร้างสรรค์อะไรดีๆ แบบนี้ขึ้นมา บทความนี้เป็นบทความยุนมินที่เราชอบที่สุดเลยค่ะ สู้ๆ นะคะ รอเรื่องต่อๆ ไปอยู่นะ~
    #1226
    0
  22. #1212 Saimon area (@Saimon_area) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:06
    ไม่ไหวแล้ว ชอบเรื่องนี้มากมายฮือออออ ภาษาของไรท์มันทำให้เรานึกภาพออกได้อย่างง่ายดายคือคุณหมอเท่มากกกกกก ตอนคุณหมอมาช่วยนี้บ่อน้ำตาเกือบแตกคุณหมอเท่มากกกกกกก แต่พอมาถึงตอนที่ต้องจากกันคืออแบบอัดอั้นน้ำตาไม่ไหวแล้ว ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่ขาดสายเลยฮืออออ ชอบฟิคของไรท์มากทุกๆเรื่องเลยไม่ว่าจะเป็นฟิคปีศาจ(ชื่อไรนะ55555) wonderwall age และบลาๆๆๆอ่านแล้วหยุดไม่ได้จริงๆใจจะขาด ขอบคุณไรท์ที่เขียนฟิคดีๆมาให้อ่านนะคะ สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้เสมอเลยนะคะ ฮืออออออ
    #1212
    0
  23. #1211 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:49
    ชอบ...ชอบมากๆๆๆๆๆของมากๆๆๆๆเลยล่ะค่ะ ฮือออออ มันเท่มากเลยตอนที่พี่ยุนกิมาช่วยจีมิน ไหนจะตอนที่ต่อสู้กับนัมจุนอีก คือเท่มากๆๆแบบมากๆๆๆเลยล่ะค่ะT////T มันพีคสุดๆตอนที่จีมินกลับมาหาพี่ยุนกิอีกครั้ง ชอบในสิ่งจีมินบอกกับพี่ยุนกิมากๆอ่ะ
    #1211
    0
  24. #1206 ตาลนิม [- historypepo -] (@Pepo_Garcia) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:26
    หลังจากดองเพื่อรออัพครบในที่สุดเราก็ได้ฤกษ์อ่านแล้วค่ะ5555


    ก่อนอื่นเลยก็ขอบอกว่าชอบการถ่ายทอดทัศนคติในเรื่องความรักของแต่ละคนที่ทำออกมาได้ลึกซี้งมาก อ่านช่วงแรกๆยังไม่ค่อยเข้าถึงชื่อเรื่องเท่าไหร่แต่พออ่านไปเรือยๆจนจบ ประโยคที่บอกใจความทั้งหมดก็คือ loving you keeps me alive มันสื่อถึงเรื่องนี้จริงๆ เอาซะเราย่อชื่อเรื่องไม่ลงเลยค่ะ มันเต็มไปด้วยความรู้สึก คือ loving you keeps me alive จริงๆ

     ในเรื่องนี้นำ มนุษย์ แวมไพร์ ความรัก มาเชื่อมกันและเขียนออกมาเป็นเรื่องราวได้อย่างลงตัว มีการเล่นในประเด็น คนที่ไม่เชื่อในความรัก คนกลัวที่จะรัก คนที่ไม่เคยมีความรักแต่เชื่อในความรัก  ซึ่งส่วนตัวเราชอบคนสองคนที่ไม่เหมือนกันแต่สามารถเติมเต็มในส่วนที่ขาดของกันและกันได้อย่าง วิเศษ-อัศจรรย์-สวยงาม-ลงตัว  มีการเปรียบความรักกับสิ่งต่างๆ,ทัศนคติที่ทำให้เราทึ่งเพราะในเรื่องนี้ไม่ได้สื่อออกมาจากความคิดตัวละครเพียง 1 แต่มีถึง 3 นั่นก็คือ ยุนกิ นัมจุน จีมิน คนแต่งคนเดียวแต่สามารถเล่าเรื่องราวของตัวละครทั้ง 3 ได้อย่างเยี่ยมยอดและเฉียบขาด ทำให้เรารู้สึกว่าเขาคือคนล่ะคนจริงๆ ทั้งยังทำให้รู้สึกถึง 'ตัวละครมีชีวิต' เขามีความคิด การกระทำ เหตุผล

    นับถือเรื่องนี้มากๆค่ะที่สามารถวิเคราะห์และตีคาแรคเตอร์ของตัวละครได้แตก(แบบละเอียดเลยทีเดียว)

    ในช่วงตอนแรกของเรื่องจะเอื่อยๆเพราะเป็นการปูเรื่องราว(มีแอบแทรกปมต่างๆเข้ามาอย่างแนบเนียน)พอเนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นก็ไต่ระดับความสนุกขึ้นมาเรื่อยๆยิ่งช่วงที่จีมินรู้ความจริงคือพีคในด้านของอารมณ์มากๆโดยเฉพาะ pressure นึกภาพตามแล้วใจแทบทะลุออกมาเลยค่ะนึกว่าจีมินจะโดนแขวนเดี๋ยวนั้นซะแล้ว5555

     ขอพูดถึงจีมินนิดนึงนะคะ เป็นคนที่ฉลาดและเข้มแข็งมากในชีวิตของมนุษย์คนนึงก็ถือว่าผ่านอะไรมามากเลยโดยเฉพาะเรื่องครอบครัวแต่ก็ยังเติบโตมาได้อย่างดี (ในส่วนก็คงต้องขอบคุณคุณทั้งแม่และตัวจีมินเองด้วย) แต่ถึงอย่างนั้นพระเจ้าก็ยังพรากแม่ไปจากเขา...ทั้งๆที่ยังไม่ได้บอกกับแม่ในสิ่งที่อยากจะพูด...หรือสิ่งที่อยากให้อ่าน แต่อย่างน้อยก็ได้พูดบอกกับยุนกิ...ไม่งั้นคงตายตาไม่หลับแน่ๆ หมายถึงเราอ่ะ555555

     ตอนจีมินบอกถึงผมจะไม่ใช่คนคนนั้นสำหรับคุณหมอแต่ผมก็อยากให้คุณหมอได้พบเจอใครสักคนนะครับ” ประโยคนี้ทำเอาเราเจ็บไปทั้งใจเลยค่ะเพราะยังไงตัวเองก็คงตาย ก็ไม่ได้หวังอะไรไปมากกว่าได้รักและให้คนที่เราเจอคนๆนั้นของเขา

    ส่วนตัวชอบประโยคที่จีมินบอกกับยุนกิว่า

    'ในเมื่อคุณหมอมีโอกาสเสี่ยงทายเยอะกว่าคนอื่น ทำไมถึงไม่ทำมันละครับ?' เป็นพิเศษแต่อธิบายไม่ถูก

     

    ยุนกิโชคดีที่ได้เจอจีมิน จีมินก็โชคดีเช่นกันที่ได้เจอยุนกิคนที่ยอมปล่อยจีมินไปทั้งๆที่รัก แต่สุดท้ายจีมินก็กลับมาเพราะรักยุนกิ

     

    ขอบคุณ'คุณ'ที่กล้าพอที่จะเสี่ยงถึงแม้ว่าจะกลัว

     

    ขอบคุณ'คุณ'ที่พร้อมจะเดินไปด้วยกันจากนี้และตลอดไป

     

    Together นะคะ คุณหมอคุณนักเขียน ; ;

     

    Because loving you keeps me alive from now on to eternity.

     

    เดี๋ยวยังไม่จบ!

    ไหนใครว่าพี่นัมจุนร้าย!! นี่ว่าเขาไม่ร้ายเลยนะอาจจะมีเผลอทำอะไรไปบ้างแต่คือไม่ร้ายนะะ!!555

    ในส่วนอื่นๆพี่เขาก็ทำตามหน้าที่นะแถมยอมลงให้ยุนกิช่วยจีมินได้สำเร็จด้วย ก็หวังว่าพี่เขาจะเจอคนๆนั้นสักทีนะคะคนอื่นเขาเจอกันหมดแล้ว ไม่ทราบว่าจะเป็นคุณเหยื่อคนใหม่หรือเปล่า  เราไปอ่านของกุกจินมาแล้วมีพาร์ทของจีมินตอนเป็นแวมไพร์แล้วด้วย...

    ทำไมเข้าขากันขนาดนั้นคะคุณ! สัมผัสได้ถึงความ สามีภรรยา(พิมแบบสุภาพ) นี่แอบคิดว่าถ้ามีสู้กันตอนหมาป่าบุก-ลอบเข้ามานี่จีมินต้องเก่งมากๆแน่เลย ไาก่ดพาาหาฟาฟ้ฟฟฟหหฟหก

    ในส่วนความเท่ของหมอมินเราจะไม่พูดถึงนะรู้ๆกันอยู่คนอื่นก็คงหวีดแทนเราไปหมดแล้ว อิจฉาจีมินที่ได้จ้องตาหมอขนาดนั้นอ่ะๆๆต้องสวยมากแน่ๆ สิ่งที่เราอยากรู้อยากเห็นมากที่สุดในตอนที่อ่านจบก็คือฉาก 'อยากรักคุณอยากอ่านจังค่ะฮือๆๆๆๆ แค่คิดก็มีแต่คำว่าฮอตเข้ามาในหัว ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ  ละยิ่งตอนยุนกิแบบ

    จีมิน... ผม...

     ก็อยากรักคุณจะแย่อยู่แล้วเหมือนกัน 

    อื้อหื้อเสียงกระเส่า สะท้านไปทั้งทรวงอ่ะ บ้าที่สุด แล้วแบบแวมไพร์อ่ะคุณเขาก็แรงเยอะกันใช่ไหมอะคะ...ฟฟฟฟ หน้าร้อนน อยากรู้ตอนจีมินโดนยุนกิกัดคอกินเลือด แล้วก็แบบตอนจีมินกินเลือดครั้งแรก เยอะแยะมากมาย ทำไมอยากรู้อยากเห็นขนาดเน้  
    #เปล่ากาม

     

    ชอบช็อทฟิคทุกเรื่องเลยทั้งมีเสน่ห์มีความยูนีคแล้วก็มีความโตถึงจะเป็นเรื่องราวของเด็กแต่ให้ความรู้สึกว่ามีความคิดเราชอบตรงนี้มากๆ

    เรื่องภาษาและองค์ประกอบทำได้ดี(มากๆ)มาตลอดเลยแต่ก็ขอให้พัฒนาฝีมือยิ่งๆขึ้นไปอีกนะคะ

    ถ้าบังทันไม่ประกาศคอนมาก่อนวันที่ 26 เราจะโอนรอบโอนเร็วนะคะ ฮ่าา

     

    ชอบรูปเล่มฟิคมากๆเลยค่ะ สวยงามล้ำค่าน่ามีไว้ในครอบครองมากๆเลยฮืออออ มีแบ่งเป็น before sunrise กับ moon stuck อีกเล่มนึงเป็น fluff อีกเล่มนึงจริงๆก็น่ารักแต่ม่นๆกว่าเนื้อหาหนักกว่า แต่คงไม่ถึง angst เนอะ

     ชอบการจัดการงานฟิค-งานรูปเล่มของพี่กุ๊กมากเลยค่ะดูมีระบบระเบียบเท่อ่ะดูคูล

     ชอบฮวายังยอนฮวาแล้วก็ชอบฟิคเรื่องนี้ด้วย เป็น  The most beautiful moment of life จริงๆ

     

    สุดท้ายยยย คิดเรื่องออกมาได้ดีมากๆทั้งพี่กุ๊กแล้วก็คุณKKlineเลยค่ะโคกันได้โปรสุดๆ พออ่าน ยุนมินจบแล้วไปอ่านของกุกจินก็ทึ่งมากเลยทั้งๆที่มันก็อาจจะธรรมดาปกติทั่วไปแต่เรากลับรู้สึกว่ามันเจ๋งมากๆ

    ประทับใจความเชื่อมโยงของทั้งสองเรื่อง,การวางแผนจัดการเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ

    ชอบที่จีมินกับยุนกิไปโผล่ในเรื่องนู้นน้องกุกมาโผล่ในเรื่องนี้ดูเรียลดีค่ะ55555 แล้วก็มีเรื่องฝันร้ายของจีมินไปอยู่ในเรื่องนู้นด้วยยยยย

    ตอนจีมินพูดถึงเรื่องความรัก,ตอนจะโดนแขวน เราน้ำตาคลอตั้งหลายรอบแง ถ้าไม่ติดว่าอ่านนอกบ้านคงร้องไปแล้วอ่ะะ ช่วงหลังยุนกิอ่อนโยนมากถึงจะใช้คำสุภาพเหมือนเดิมแต่เราสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนะคะ ฮือ แพ้เขาทุกชาติไป

     

    ปล.บทพูดของยุนกิกับจีมินพี่กุ๊กเป็นคนเขียนใช่ไหมคะทั้งในเรื่องนี้แล้วก็เรื่องนู้นเลยหรือเปล่าแล้วบทพูดของจองกุกคุณKKlineเป็นคนเขียนใช่ไหมคะทั้งเรื่องนี้แล้วก็เรื่องนู้น

    ปล.2 ขอบอกอีกรอบว่าชอบทัศนคติความรักของแต่ละคนมากๆจริงๆค่ะ คือแต่ล่ะคนมีความคิด-รู้สึก ต่อความรักแตกต่างกันจริงๆ

    ปล.3.เวิ่นเว้อเหลือเกินพูดถึงภาพรวมซะเยอะไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องราวในเรื่องเท่าไหร่เลยค่ะ555

    ปล.4 ชอบหลายประโยคในเรื่องมากๆทั้งคำพูดและบรรยายแต่ถ้าแคปมาก็คงจะแคปหมดทั้งเรื่อง55555

    ปล.5 เยิ้ปๆ รักยุนกิจีมินนัมจุนพี่จินจอกกุกแล้วก็พี่กุ๊กด้วยยย 

    loving you keeps me alive



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:27
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:28
    #1206
    1
    • #1206-1 brownandapple (@brownandapple) (จากตอนที่ 42)
      8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:36
      โหดมากๆๆๆๆเม้นนี้ อ้อ แล้วก็ฟิคนี่คุยกันค่ะแต่ต่างคนต่างเขียนเนาะในแต่ละเรื่อง แต่ก็จะมีบอกๆกันว่าเออคาแรคเตอร์เป็นยังไง พูดอะไรไปบ้างเพื่อให้เกิดความสมจริงของแต่ละเรื่องเนอะ ไม่ดูแบบว่าขัดๆกัน กว่าจะเขียนเสร็จก็นานมากๆ ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นดีๆเสมอมาเลยนะคะ /ปาหัวใจ
      #1206-1
  25. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:03
    คือน้ำตาจะหยดแล้วอ่ะค่ะ ตอนคุณหมอปล่อยจีมินไป ตอนแรกเราก็ว่า ความรักของคุณหมอก็สวยงามแบบนี้สินะ เราเข้าใจคุณหมอนะ แต่มันรวดร้าวเกินไปรึเปล่าสำหรับทั้งคู่ มันจะทรมานขนาดไหนกัน แต่พอจีมินหันหัวรถกลับ ยิ้มออกเลยค่ะ รักนิรันดร์จริงๆ อยู่กันไปอีกนาน หลายพันฤดู 555555
    ดีใจมากกกกกกกก สวยงามมากกกกกกก แอบบู๊นิดหน่อย และคุณหมอเท่มากกกกกกกกก 5555555
    ตอนจบจีมินก็ยังไม่วายน่ารัก นึกออกเลยว่าถ้าน้องร้องไห้ไป หัวเราะไปจะน่ารักขนาดไหน ฮือออออออ จบไปอีก 1 เรื่องที่ดีงามมากกกกกกกกกกกกกก

    รออ่านเรื่องต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ
    #1203
    0