(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 40 : 22 : loving you keeps me alive 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    27 ม.ค. 60



Title: Loving you keeps me alive 5

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: 슈짐 /yoonmin ( yoongi x jimin )

Genre: Alternative Universe/FANTASY, Horror, Thriller, Light angst, Romantic

Rate: G

Word: ?

Note: Love and the collapse fortress or… someone who still believe in love and another one who’s not

Note2: ความรักกับซากประหักพังที่ล่มสลาย

Note3: (supposed to be) Halloween project 2016 


Special Remark: สำหรับเรื่องนี้เป็นโปรเจคร่วมกับ writer เคเคไลน์ / twitter @kkline93  เนื้อหามีความสัมพันธ์กันกับเรื่อง Bloody Resonance สามารถอ่านแยกกันได้แต่แนะนำให้อ่านเพื่ออรรถรสนะคะ


**ตอนนี้กำลังเปิดเล่นเกมส์แจกของนะคะ ไปเล่นกันได้ตาม ลิ้ง  นี้เลยค่า

**รบกวนอ่านทอล์คกันนิดนึงนะคะ ขอบคุณค่า





—————



“ฮยอง”


ยุนกิหันไปมองคนเด็กกว่าก่อนจะหันกลับไปจดจ้องหน้าต่างบานหนึ่งซึ่งเขารู้ดีว่าสถานการณ์

ในนั้นไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ไม่ใช่เพียงเพราะยุนกิเป็นแวมไพร์เขาถึงสัมผัสถึงความกลัวของจีมินได้ แต่สายใยบางอย่างที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกของเขากำลังบอกว่าจีมินกำลังเจอกับเรื่องที่ยากลำบาก


“จะไม่เข้าไปห้าม?”


“มีใครเคยห้ามนัมจุนได้รึไง?” ถึงปากจะพูดอย่างนั้น ถึงในที่สุดแล้วมันกำลังจะวนเวียนซ้ำเหมือนเดิมอีกครั้ง เหมือนที่เคยเป็นเมื่อไม่นานมานี้ สี่สิบ หรือห้าสิบปี? แต่นัมจุนไม่ใช่ประเภทที่จะไม่รู้ว่าขีดจำกัดอยู่ที่ไหน เขาและจองกุกสัมผัสได้ถึงไอสังหารถึงได้มาที่นี่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ยุนกิรู้ว่าจองกุกกังวล แต่สำหรับตัวเขาไม่คิดว่านัมจุนจะลงมือ... ไม่สิ อาจจะเคยคิดแต่ตอนนี้ก็น่าจะได้สติแล้ว


จองกุกสัมผัสได้ถึงรังสีกดดันบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวคุณหมอ

 

“ไม่เอาน่าฮยอง ทุกคนแม้กระทั่งผมยังรู้ว่าพี่ดีกับเขามากกว่าคนอื่น”


ถึงจองกุกจะมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน และคนที่เขาสนิทสนมที่สุดก็คือยุนกิ และถึงจะเรียกได้ว่าสนิทแต่เส้นขีดขวางระหว่างทั้งคู่ก็มาพอที่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่เหยียบผ่านความส่วนตัวระหว่างกัน เท่าที่เขารู้ คุณหมอมินของทุกคนไม่ใช่ประเภทจะยิ้มง่ายหรือดูแลทุกคนอย่างจริงใจ ทุกคนล้วนรู้ดีว่าคุณหมอแค่เปิดโรงหมอไว้เพื่อทำการ ‘ควบคุม’ คนในเมือง ตรวจสุขภาพ? รักษา? สิ่งมีชีวิตอย่างพวกเขาต้องการของแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งยุนกิและนัมจุนแค่ต้องการแน่ใจว่าไม่มีใครที่ออกล่า หรือไปท้าทายพวกกลุ่มอื่นๆเท่านั้นเอง จะบอกว่ามันคือการย้ำเตือนกรายๆก็ได้ว่าอย่าคิดจะมีเรื่องหรือฝ่าฝืนข้อบังคับของเมือง


ถ้าจะเรียกคิม นัมจุนว่าเป็นพวกเลือดเย็น มิน ยุนกิคนที่อยู่ตรงหน้าเขาก็เรียกได้ว่าเป็นพวกไร้ใจอย่างแท้จริง


เขาพูดจากับทุกคนอย่างสุภาพแต่เหินห่างเว้นระยะ ในขณะที่นัมจุนยังพอจะเข้าสังคมบ้างด้วยการคบค้ากับพวกกลุ่มอื่น แต่มิน ยุนกิเป็นประเภทเก็บตัวอย่างแท้จริง ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นอะไรก็แทบจะไม่ออกจากคฤหาสน์ด้วยซ้ำ


เหมือนต้นไม้ยืนต้นที่รอวันถูกโค่นล้ม


จองกุกถึงได้รู้สึกว่าปาร์ค จีมินคนนี้มีอะไรพิเศษ


คนที่ทำให้คนไร้ใจอย่างมิน ยุนกิ ถึงกับตั้งท่าว่าจะชนกับท่านเจ้าเมืองผู้นั้น


“ฮยองเคยคิดจะเปลี่ยนคุณจีมินบ้างมั้ย”


คำถามนั้นทำให้คุณหมอชะงัก 


เปลี่ยน? เปลี่ยนให้จีมินกลายมาเป็นแบบพวกเขานะเหรอ


นั่นมันไม่ต่างอะไรกับการฆ่ากันทั้งเป็นชัดๆ


“ไม่มีทาง”


“ฮยองก็รู้ว่าคุณจีมินคิดยังไง”


รู้ เขารู้ แต่รู้แล้วได้อะไร มันไม่มีวันเป็นไปได้อยู่แล้ว เขาผ่านโลกใบนี้มานานมากพอที่จะรู้ว่ามันไม่มีอะไรยั่งยืน ความรักเองก็เช่นเดียวกัน วันนี้รักกัน พรุ่งนี้รักกัน สิบปีต่อจากนี้รักกัน แต่มันไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่ามันจะคงอยู่ยืดยาวตลอดไป ไม่ใช่เพียงแค่จีมินแต่ยังเป็นตัวเขา ตัวเขาซึ่งไม่เคยคิดจะรักใคร ไม่ เพราะเขาไม่อยากที่จะรักใครต่างหาก


บางทีเขาอาจเริ่มเข้าใจนัมจุนขึ้นมาแล้วก็ได้


ที่ไม่เปลี่ยน ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะรักมากต่างหาก


ที่ไม่รัก ไม่ใช่เพราะว่าไม่รัก แต่เพราะเขามีชีวิตอยู่ยาวนานเกินพอที่คิดว่าความรักสามารถทนทานต่อทุกอย่างได้


ดวงตาของคุณหมอเหม่อมองไปที่กำแพงหินซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยเป็นเกราะป้องกันชั้นดี ในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับซากสิ่งของรอวันถูกทำลาย


สักวัน... ความรักของเรามันก็จะเป็นอย่างนั้น พังลงไม่เหลือเพียงซากใด


คนอย่างปาร์ค จีมิน... ไม่คู่ควรหรอก


ไม่คู่ควรที่จะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ ไม่คู่ควรกับคนแบบเขา


ได้เกิดและตายไปพร้อมกับความรัก ที่จริงแล้วอาจเป็นพรที่วิเศษที่สุดแล้ว


“ฮยอง?”


จองกุกร้องเรียกอีกครั้ง แต่ยุนกิกลับไม่ใส่ใจนำพา ราวกับเขาได้ครุ่นคิดตัดสินใจและเลือกที่จะเดินในเส้นทางเช่นนี้แล้ว


ยุนกิมาที่นี่ทำไมในตอนนี้? มาเพื่อที่จะมาดูอย่างนั้นเหรอว่าจีมินจะตายในน้ำมือของท่านเจ้าเมืองหรืออย่างไร


จองกุกคิดจะถาม แต่ยุนกิกลับตวัดสายตาเย็นชากลับมามองก่อนราวกับรู้ทัน สายตาคู่นั้นทำให้จองกุกรู้ว่าไม่ควรเอ่ยถามสิ่งใดก็ตามที่เขาคิดอยู่ในใจเพราะมันคือการล้ำเส้นของอีกฝ่าย


แน่ละ... ไม่มีใครคิดอยากลองดีกับคุณหมอหรอก แม้กระทั่งเขา... หรือแม้กระทั่งนัมจุน



—————


‘...ถึงจะเป็นเจ้าของรางวัลนักเขียนนิยายรักอันดับหนึ่งติดกันมาสามปีซ้อน แต่ที่จริงแล้วเรารู้ว่าครอบครัวคุณค่อนข้างมีปัญหา?’


จีมินหัวเราะเมื่ออยู่ๆนักข่าวคนหนึ่งก็ยิงคำถามซึ่งเขาจำได้ว่า ‘มันไม่ได้อยู่ในลิสท์’ ที่สำนักพิมพ์อนุญาตให้ถามได้ในงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือนิยายรักเล่มใหม่ของเขา แต่จีมินไม่ใช่มือใหม่อย่างที่เขาเคยเป็นเมื่อนานมาแล้ว เขารู้ดีและได้รับการเตือนจากหลายๆคนว่าในงานแถลงข่าวในงานหนังสือซึ่งมีทั้งสื่อและแฟนนิยายของเขา มันเป็นไปได้ที่อะไรก็ตามที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น ยิ่งมีชื่อเสียงก็ยิ่งถูกขุดคุ้ย


อีกทั้งนิยายเล่มล่าสุดของเขามีเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักกว่าเล่มก่อนๆ ด้วยตัวเขาเองก็มีอายุและประสบการณ์ที่มากขึ้นในวงการนี้ จีมินรู้ดีว่าจะต้องมีหลายคนที่ตั้งคำถามกับมัน


‘อ่า... ใช่ครับ ที่จริงแฟนนิยายของผมก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าพ่อกับแม่ผมหย่ากัน แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว’


‘ครับ แล้วตอนนี้คุณเองก็ยังโสด หมายถึงคุณไม่เคยคิดจะคบใครเลย?’ นักข่าวคนนั้นยิงคำถามออกมาอีกครั้ง ซึ่งจีมินได้ยินเสียงประท้วงจากแฟนนิยายที่เริ่มคิดแล้วว่าคำถามเหล่านี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเนื้อหาสาระของหนังสือเลยแม้สักนิด ผู้จัดการของเขาสะกิด ตั้งใจจะบอกให้จีมินเลี่ยงที่จะตอบคำถามโจมตีเหล่านั้น


นักเขียนนิยายรักที่ไม่เคยมีความรัก อย่างนี้ไม่ใช่ต้องการจะกล่าวหากันหรอกเหรอว่าเนื้อหาของเขาก็เป็นเพียงแค่การเพ้อพกขึ้นเอง


‘ครับ ที่จริงผมค่อนข้างจะงานยุ่งด้วย เลยไม่ได้มีเวลาให้กับเรื่องพวกนี้มากนัก’


‘มันไม่ใช่เพราะเรื่องของพ่อกับแม่คุณใช่มั้ยครับ?’


‘ถ้าคุณกำลังจะถามว่าที่ผมไม่เคยเดทใครเลยเพราะเรื่องของครอบครัว ผมคงจะต้องบอกคุณว่าไม่ใช่ อันที่จริงผมเป็นคนที่ชื่นชมในความรักมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่เขียนนิยายเกี่ยวกับความรักโรแมนติกออกมาแบบนี้หรอกมั้งครับ’


โอเค นิยายเรื่องล่าสุดของเขาอาจมีเนื้อหาของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าและกลัวความรัก แต่นั่นมันไม่เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวของเขาเสียหน่อย


‘แต่คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่านิยายเรื่องนี้มอบให้เป็นของขวัญของแม่คุณเนื่องในโอกาสที่...’


นักข่าวคนนั้นถูกลากตัวออกไปก่อนที่จะถามคำถามนั้นจบ จีมินซ่อนความสมเพศเอาไว้ใต้รอยยิ้มอ่อนโยน ใช่ ที่จริงแม่ของเขาเพิ่งจะเสียไปได้ไม่นาน ที่จริงเขายอมรับว่าลึกๆแล้วเขาเขียนมันออกมาเพราะเคยคาดหวังไว้เมื่อในอดีตว่าสักวันแม่ของเขาจะได้มีจุดจบที่ดี... อย่างตัวละครในเรื่องที่แม้จะเคยมีอดีตที่ไม่ดีกับความรัก แต่สุดท้ายแล้วก็ได้พบเจอความสุขที่แท้จริง ใช่ เขาเคยคิดหวังไว้อย่างนั้นมาตลอด แต่สุดท้ายจุดจบของแม่คือการที่หล่อนยังคงเรียกชื่อของพ่อ ทั้งด่าทอ ทั้งสาปแช่งแต่สุดท้ายชื่อนั้นก็ยังเป็นชื่อของผู้ชายเพียงคนเดียวในชีวิตของหล่อน


แม่... พ่อกับแม่ของเขาหย่ากัน ตอนนั้นเขายังไม่รู้เรื่องอะไรด้วยซ้ำ เขาโตมากับหญิงที่ยังคงพร่ำเพ้อถึงความรักที่จบลงอย่างสิ้นหวัง โอเค ในฐานะแม่ แม่ของเขาทำมันได้ดีทุกอย่าง จีมินไม่เคยขาดอะไร แม่ไม่ได้ทำร้ายเขา หล่อนเป็นคนดีและแน่นอนว่าเป็นแม่ที่ดีมากด้วย แต่ลึกๆแล้วจีมินรู้ว่าหล่อนยังคงเห็นเงาของผู้ชายคนนั้นในตัวเขา จนกระทั่งโตมาจนรู้ความ จีมินถึงได้เริ่มที่จะซึมซับเรื่องราวในอดีต บางครั้งที่แม่เมา แม่มักจะเริ่มพูดถึงเรื่องเก่าๆ มีทั้งความสุข ความเศร้า และความกลัว


แม่ของเขาบอกว่า ‘ความรักเป็นสิ่งน่ากลัว’ แม่บอกกับจีมินว่าความรักเป็นเรื่องน่ากลัวเพราะเมื่อคุณไม่สามารถที่จะหาทางออกจากวงกตของมันได้ ก็มีแต่จะต้องเดินหลงวนเวียนอยู่ในใจตัวเอง ทั้งต้องมีชีวิต ทั้งต้องทำงาน ทั้งต้องอยู่รอดอยู่ในทะเลใจที่ซับซ้อน แม่เป็นคนสวย แต่แม่ยังคงจมอยู่ในทะเลของความขมขื่น แม่ถึงไม่เคยเปิดใจรับใครใหม่เข้ามาได้เลยทั้งที่มีผู้ชายดีๆอยู่รอบตัวตั้งมากมาย จีมินรู้สึกลึกๆว่าอาจเพราะเธอเป็นลูกสาวของตระกูลหัวเก่าคร่ำครึที่เชื่อว่าการหย่าเป็นสิ่งอัปยศอดสูก็ได้


แม่ตายตั้งแต่ตอนที่เขายังเขียนมันไม่จบ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเขียนมันต่อ


พ่ออาจจะเป็นความผิดพลาดครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น แม่อาจจะคิดว่าแม่อยู่ตัวคนเดียว แต่ในตอนนี้เขาอยากจะให้แม่เปิดใจรับใครใหม่เพื่อให้เธอมีความสุข เพราะต่อให้มันจะดี หรือจะร้าย จะต้องผิดหวังหรืออาจสมหวัง ตอนนี้แม่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว แม่ยังมีเขาอยู่ ถึงแม่จะพังทลายอีกสักกี่ครั้งแม่ก็จะมีเขาอยู่ตลอดไป


แต่วันนี้แม่ไม่อยู่แล้ว


และจีมินแค่อยากจะบอกให้แม่รู้เท่านั้นเองว่า ‘ที่จริงแล้วความรักนั้นไม่น่ากลัวหรอก’


ถึงมันจะกลายเป็นหนังสือยอดฮิตติดชาร์ต ตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูกนำไปทำเป็นภาพยนต์และได้รับการกล่าวถึงเสียมากมาย แต่จีมินรู้ดีว่าที่จริงคนที่เขาอยากให้อ่านมันมากที่สุด สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้อ่านมัน


เขาเพียงคาดหวังขอให้ใครสักคนอย่าได้สิ้นศรัทธาในความรัก อย่า... ให้มันสายเกินไป


แต่แม่ไม่ได้อยู่ฟังเขาพูดคำนั้น


ตอนที่จองกุกถามว่า “คุณจีมิน... คิดว่าฮยองเป็นยังไงเหรอครับ”


จีมินเห็นเรือใหญ่โตลำหนึ่งซึ่งแล่นอยู่ในทะเล รอบด้านเต็มไปด้วยเกาะที่อุดมสมบูรณ์แต่เรือลำนั้นกลับยังยืนยันว่าจะลอยอยู่กลางน้ำตลอดไปไม่เข้าฝั่งเพราะกลัวว่าบนเกาะเหล่านั้นจะมีอันตราย ทั้งที่ความจริงแล้วกัปตันเรือยังไม่คิดที่จะไปสำรวจเสียด้วยซ้ำ


ความรักมันก็เหมือนกับการพนันนั่นละ


ถึงจะพ่ายแพ้แต่ก็ยังมีวันลุกขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าไม่คิดแม้แต่จะลองเสี่ยงก็จะไม่มีวันได้รับชัยชนะ


ครั้งแรกที่เขาทอดสายตาลงมองแผ่นหลังอ้างว้างเดียวดาย


เขาเห็นคนที่ทำให้เขาอยากจะขึ้นไปบนเรือลำนั้นแล้วบอกกับกัปตันว่า ‘ไม่มีอะไรอันตรายหรอกนะ’


คุณหมอครับ... ที่จริงแล้ว—



—————


ยุนกิถึงจะเป็นพวกชอบเก็บตัวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ใช่ประเภทล้าหลัง เขารู้จักหนังสือเล่มนั้นก่อนที่จะได้เจอกับปาร์ค จีมิน หนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือที่ว่ากันว่าเป็นงานเขียนที่โดดเด่นออกมาจากหนังสือที่มีเนื้อหาและลักษณะอย่างเดียวกัน สำหรับคนที่มีเวลาเหลือเฟืออย่างเขาก็อดไม่ได้ที่จะซื้อหามาอ่านสักเล่ม


หนังสือเล่มนั้นทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว


‘เจ้าหญิงเรียกข้าพเจ้าไปฝากฝังนัมจุนไว้ก่อนที่นางจะตาย นางกล่าวว่า ‘ความรักนั้นไม่น่ากลัว’  แต่ข้าพเจ้าคิดว่าไม่จริงหรอก เพราะตอนนั้นเป็นนางเองต่างหากที่ไม่ยอมให้นัมจุนเจอนางอีกจนกว่าจะวาระสุดท้าย อา... ใช่ วาระสุดท้าย พวกเราได้กลิ่นความตาย ไม่รู้เพราะว่าอะไรถึงทำให้นัมจุนยอมทำเพียงนั่งเฝ้าที่ประตูโดยไม่ปริปาก แต่ข้าพเจ้ารู้ดีว่านัมจุนได้ยินทุกอย่าง 


ท่ามกลางไฟของสงครามที่กำลังจะมาถึงเพราะต่างดินแดนต่างจ้องจะตะครุบเอาพื้นที่นี้เป็นอาณาเขต นางกล่าวว่าหากวันหนึ่งข้าพเจ้าจะได้พบความรักอย่างเช่นที่นางได้พบ แต่ข้าพเจ้ากลับคิดว่าพวกเราคงไม่มีเวลาเช่นนั้น ข้าพเจ้ากับนัมจุนต่างต้องร่อนเร่ต่อไป ต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่น แย่งชิงเพื่อการครอบครอง เพียงแค่คิดถึงช่วงเวลาต่อจากนี้ก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจเสียแล้ว นางหัวเราะด้วยเสียงแหบแห้ง บอกว่าสักวันหนึ่งเราสองคนจะเจอสถานที่ซึ่งสามารถเรียกว่าบ้านได้อย่างแท้จริง


‘ ถึงตอนนั้นความสงบสุขปลอดภัยคงจะน่าเบื่อจนต้องหาใครสักคนมาผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นไปด้วยกันเชียวละ ’


ข้าพเจ้าขอยอมรับจากใจว่าไม่เข้าใจคำพูดของนางเลยแม้สักนิด’



แล้วปาร์ค จีมิน จะให้คำตอบของสิ่งนั้นกับเขาได้หรือเปล่า?




“คุณดูเอาจริงเอาจังกับการอ่านบันทึกของผม”


ยุนกิเลิกคิดเรื่องความรู้สึกแล้ว เขาปวดหัวและเลือกที่จะโยนมันทิ้งไป เผชิญหน้ากับต้นเหตุของความรู้สึกประหลาดซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าเขารู้ว่ามันคืออะไร


ยุนกิไม่ใช่นักเขียน ไม่เคยขายงาน ไม่เคยเขียนหนังสือเหมือนอย่างจีมิน ที่จริงแล้วเขารู้สึกแปลกใจอย่างมากว่าทำไมถึงยอมขนเอาบันทึกหลายสิบเล่มมาให้คนตรงหน้าอ่าน ตอนแรกเขาคิดว่าคงเป็นเพราะเขาขี้เกียจที่จะเปิดปากเล่าเรื่องถึงได้โยนบันทึกให้อีกฝ่ายอ่านไปให้จบๆ แต่อีกใจหนึ่งก็คาดหวังให้มีใครสักคนรู้เรื่องราวของ ‘เขา’ 


หรือที่จริงเขาเพียงแค่หวังลึกๆว่าอาจจะมีใครบางคนที่ได้รับรู้เรื่องราวของเขาแล้วอยากจะร่วมเดินทางด้วยกันต่อจากนี้


เรื่องราว... ที่บางครั้งเขาคิดว่าเขาลืมไปแล้ว


“นี่ขนาดคุณหมอเขียนไม่เก่งนะครับ ยังทำผมร้องไห้ไปตั้งหลายครั้ง”


“นัมจุนบอกผมแล้วว่าคุณร้องไห้ ให้ตายเถอะ... หมอนั่น...”


“ที่จริงแล้วผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกคุณไม่ใช่มนุษย์”


เหมือนมาก กลมกลืนจนเกินไป หากไม่ติดว่าเขาเคยเห็นดวงตาสีแดงของนัมจุนแล้วก็คงไม่เชื่อ จะว่าไปแล้ว...


“คุณหมอเอง ก็มีร่างแวมไพร์เหมือนอย่างคุณนัมจุนใช่มั้ยครับ”


“ร่างแวมไพร์?”


“ผมหมายถึงดวงตาสีแดงเหมือนเลือด เขี้ยว อะไรประมาณนั้นครับ ผมพอจะรู้อยู่บ้างเพราะเคยเห็นดวงตาของคุณนัมจุนแต่ตอนนั้นผมมัวแต่กลัวก็เลย...”


“อยากเห็นว่าอย่างนั้น?”


เมื่อจีมินพยักหน้ารับยุนกิก็ถอนหายใจ ไม่อยากจะเชื่อว่านักสัจจนิยมอย่างปาร์ค จีมินจะซ่อนเอาความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้เหมือนกัน เขาหลับตา ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีทับทิม


น่ากลัวแต่ในขณะเดียวกันก็น่าหลงใหล



“ว้าว นี่มันของจริงละ ขอดูใกล้ๆได้มั้ยครับ ต้องมีระยะห่างมั้ยแบบว่าถ้าเข้าใกล้มากเกินไปคุณจะอยู่ๆกัดผมจนจมเขี้ยวเลยรึเปล่า”


“ผมเป็นแวมไพร์จริงๆครับ” คุณหมอถอนหายใจ


จีมินถลาตัวเข้าไปใกล้แวมไพร์ซึ่งนั่งนิ่งให้เขาสำรวจ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนเกือบชิด 


“สวยจังเลย”


“คุณเป็นคนแรกที่ชมเลย ขอบคุณมากครับ” ยุนกิไม่ได้บอกต่อว่าคนที่เหลือที่ได้เห็นดวงตาคู่นี้ของเขาล้วนตายจากไปหมดแล้ว ต่อให้ยังมีชีวิตอยู่ ไม่วิ่งหนีก็เอาแต่ร้องขอชีวิตกันทั้งนั้น


สวย...อย่างนั้นเหรอ


“ปกติจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเนื่องในโอกาสอะไรเหรอครับ”


“ปกติดวงตาของแวมไพร์เป็นสีแดงอยู่แล้ว แต่เพราะพวกเราต้องพรางตัวจากมนุษย์เลยต้องเปลี่ยนสีตาเพื่อความกลมกลืน ถ้าถามว่าเราเปลี่ยนสีตอนไหน...”


“ก็คงเป็นเวลาที่จะล่า ไม่ก็หิวละมั้งครับ”


“หิว คุณหมายถึงหิวเลือดใช่มั้ยครับ หิวเลือดเป็นความรู้สึกแบบไหน เหมือนหิวน้ำ—” ยุนกิคิดว่าเขาเป็นคนที่อดทนเก่ง แต่เมื่อใบหน้าถูกแนบสนิทจนเกือบชิด ชั่วขณะที่ยุนกิเพิ่งจะรู้ตัวว่ามันไม่เคยมีใครเข้าใกล้เขาขนาดนี้มานานแล้ว กลิ่นตัวเฉพาะของจีมินไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมหรือกลิ่นของดอกไม้ เป็นกลิ่นเหมือนกับแป้งในชั่ววินาทีแรกที่เขารู้สึก แต่นาทีต่อมากลับให้ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้าในฤดูใบไม้ผลิซึ่งไม่เป็นที่คุ้นเคยและเขา...


ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างเมื่อร่างทั้งร่างถูกพลิกให้เอนราบลงกับเตียง ก่อนจะค้นพบว่าตัวเองถูกคร่อมทับ คุณหมอกักขังเขาไว้ด้วยท่อนแขนซึ่งมีเรี่ยวแรงมหาศาล พวกเขาจ้องหน้ากันด้วยความอึ้ง และครานี้เป็นใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงมาจนชิดจนเขาเกือบหยุดหายใจ ไล่ตั้งแต่ดวงตา จมูกโด่ง สันกราม ริมฝีปากสีซีด จีมินไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่ายใกล้ขนาดนี้มาก่อน หากแวมไพร์มีลมหายใจเขาเองก็คงจะได้ยินมัน


คุณหมอหรี่ตาลง แนบแก้มกับแผ่นอกซึ่งมีเสียงหัวใจมนุษย์เต้นแรงเป็นจังหวะเหมือนเครื่องกลอง ซึ่งเขาไม่ได้ยินมานานมากแล้ว 


“กระหาย... อยากได้น้ำดื่มเหมือนอยู่ในทะเลทราย ไปที่ไหน กลิ่นของเหยื่อก็มักจะหอมหวานเหมือนขนมเค้ก รู้สึกถึงลมหายใจซึ่งผมไม่มีมัน จังหวะชีพจรและเสียงหัวใจที่เต้นด้วยความหวาดกลัวซึ่งผมไม่มีมันทำให้ความอยากอาหารพุ่งพล่าน แม้จะกินอะไรอย่างอื่นมากเท่าไรแต่ก็ไม่เคยอิ่มได้เท่ากับที่ดื่มเลือด”


ภาพจีซองกินของทอดเข้าไปเป็นสิบๆไม้แวบขึ้นมาในหัวของจีมิร


ยุนกิเผยอปาก เผยให้เห็นคมเขี้ยวแหลมคมคู่หนึ่ง แนบมันลงสร้างสัมผัสเย็นวาบที่ซอกคอซึ่งยิ่งทำให้หัวใจของเขาทวีเต้นเป็นจังหวะ ตุบ ตับ รุนแรงขึ้นกว่าเดิม


“เสียงหัวใจที่เต้นด้วยความหวาดกลัวคือสิ่งที่พวกเราชอบมากที่สุด ได้ยินอย่างนี้แล้ว... คุณกลัวมั้ยละครับ” 


ยุนกิคาดหวังจะเห็นความหวาดกลัว ความเกลียดชัง หรือแม้กระทั่งความรังเกียจอยากดวงตาคู่นั้น มันนานมากแล้วที่เขาไม่เคยรู้สึกสนใจในตัวใครสักคนมากขนาดนี้มาก่อน นานมากแล้วที่เขาหลงลืมความสวยงามจนไม่สามารถบอกได้ว่าจีมินมีใบหน้าที่เรียกได้ว่าหล่อเหลาคือดูดีหรือไม่ หรือว่าต่างจากเขาอย่างไรเพราะกระจกที่ไม่สะท้อนเงาทำให้เขาหลงลืมไปแล้วว่าตนเองมีใบหน้าอย่างไร หลงลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งกระจกเคยสะท้อนเงาของผู้ชาย, มนุษย์คนหนึ่ง จีมินพยักหน้า แต่ยุนกิไม่เห็นความหวาดกลัวในดวงตาคู่นั้นสักนิดเดียว



“ผมกลัว แต่ผมขอพูดอย่างนึงได้มั้ยครับ”


“อาจเพราะชาตินี้ไม่ได้รู้สึกต้องขวนขวายหรือคาดหวังอะไรกับชีวิตมาก ไอ้เรื่องรักตัวกลัวตายก็เรื่องหนึ่ง แต่ผมมันเป็นแค่คนธรรมดา ในสถานที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกแบบนี้จะให้เอาอะไรไปสู้กับคุณ ต่อให้สู้ได้ผมจะสู้ไปทำไมให้มันเหนื่อยในเมื่อผมหนึ่งคนต้องสู้กับพวกคุณทั้งหมด เอาเป็นว่าหากชาติหน้ามีอยู่จริงแล้วคุณได้บังเอิญเจอผม ถ้าเกิดเป็นลูกคุณหนูคุณชายบ้านรวย มีชีวิตอยู่บนกองเงินกองทอง ถึงตอนนั้นก็ขอให้คุณละเว้นให้ผมได้เสวยสุขเอากับเขาบ้าง ถือซะว่าใช้ชีวิตนี้แลกกับชีวิตหน้า ฟังดูแล้วก็โอเคอยู่นะครับ”


“มันไม่ใช่ว่าผมไม่เสียดายชีวิตหรือว่าไม่กลัว แต่อย่างน้อยเพราะคุณเป็นคนที่ยังจะต้องอยู่ต่อ ผมขอให้คุณทำอย่างนึงให้ผมได้มั้ยครับ”


“?”


คุณหมอ...ที่จริงแล้วคุณหมอน่ะ...


เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา


“ทุกครั้งที่ผมมองเห็นคุณหมอ... ผมรู้สึกเหมือนคุณหมอกำลังตามหาอะไรบางอย่าง ผมไม่อยากละลาบละล้วงกับเรื่องส่วนตัวของคุณหมอ... แต่... จะพูดยังไงดีละ คุณหมอเหมือนคนคนนึงที่ผมรู้จัก และคนคนนั้นเองก็ตั้งคำถามเหมือนกัน”


“ผมพยายามให้คำตอบกับคนคนนั้นมานาน แต่... จะว่ายังไงดีละ เขาไม่ได้อยู่ฟังมันด้วยซ้ำแต่...”


“คุณหมอ... อย่ากลัวเลยนะครับ”


“คุณเคยบอกว่าคุณเองก็เหมือนซากประหักพังเหล่านั้น คุณหมอบอกว่าสักวันความรักเองก็จะตายจากคุณหมอไป แต่สถานที่แห่งนี้เองก็เคยเป็นสนามรบมาก่อน ถูกย้อมด้วยเลือด ชีวิต ความแห้งแล้ง ความอดอยากและความตาย 


แต่ดูตอนนี้สิ ที่เห็นอยู่ไม่ใช่ต้นไม้เหรอครับ เมืองที่สวยงามอย่างนี้ คุณบอกว่าคุณตามหาปราการของตัวเอง ผมรู้ว่ามันไม่ง่ายนักกับการตามหามัน อาจนานแค่หนึ่งลมหายใจหรือว่าชั่วอายุขัยของมนุษย์อย่างผมเสียด้วยซ้ำ คุณบอกว่าชีวิตของคุณเองก็ไม่ต่างอะไรกับมัน คุณเขียนเอาไว้ว่าคุณไม่อยากมีความรักเพราะคุณกลัวว่าคุณจะเจ็บปวดหรือครับ กลัวว่าจะต้องสูญเสียใครสักคน หรือกลัวว่าจะต้องโดดเดี่ยว


คุณลองคิดเอาเถอะ ความรักที่เป็นเหมือนป้อมปราการของคุณอาจพังลง ไม่มีความรักไหนสวยงามเหมือนอย่างในนิยายหรอกครับ ถึงมันจะพังทลาย ล่มสลายอย่างที่คุณว่า แต่ไม่ใช่ว่ามันจะตายไปแล้ว อย่างคุณ ที่คุณบอกว่าคุณตายไปแล้ว ผมขอพูดอย่างที่มนุษย์เราอุปโลกเลยแล้วกัน หากหัวใจยังเต้นอยู่ หากยังมีชีวิตอยู่ คุณก็เหมือนพื้นดินเหล่านั้นละครับ สักวันคงมีต้นหญ้าที่กล้าแข็งต้นหนึ่งเจริญเติบโต โดยไม่ทันรู้ตัวมันจะกลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา เป็นต้นไม้ต้นใหญ่ที่ให้ร่มเงาเหมือนอย่างเมืองนี้


ผมเคยบอกว่าชีวิตไม่ต่างอะไรกับการพนัน ในเมื่อคุณหมอมีโอกาสเสี่ยงทายเยอะกว่าคนอื่น ทำไมถึงไม่ทำมันละครับ?


คุณบอกว่าคุณกลัวว่าคุณจะหลงลืมความเป็นมนุษย์ เช่นนั้นแล้วอะไรคือมนุษย์แล้วอะไรไม่ใช่มนุษย์หรือครับเป็นแวมไพร์แล้วจรักใครไม่ได้ มันจริงหรอกครับ อะไรคือสิ่งที่คุณหมอตามหาอยู่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา คนเราทุกคนย่อมมีสิ่งที่ตัวเองตามหาครับ คุณหมอออกจะโชคดีด้วยซ้ำที่มีเวลายาวนานกว่าคนอื่นที่จะตามหามัน


สำหรับผม ชีวิตหนึ่งชีวิตจะกลายเป็นชีวิตที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อคนเริ่มมีความหลงใหลรักใคร่ในบางสิ่ง ผมเอง... เป็นคนช่างเลือกสักหน่อย แต่เคยคิดว่าเดี๋ยวพออายุมากเข้า ก็คงจะลงหลักปักฐานกับใครสักคน ที่จริงแล้วเพราะอายุขัยของมนุษย์ช่างสั้นนัก เอาเป็นว่าได้รักใครสักคนอย่างลึกซึ้งจนกว่าจะหมดลมหายใจก็คือว่าประสบความสำเร็จแล้ว 


ผมอยากให้คุณหมอพบใครสักคนที่ในที่สุดแล้วจะเป็นปราการที่แท้จริง ใครสักคนที่คุณหมออยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตลอดอายุขัยที่ยาวนาน ใครสักคนที่คุณหมออยากจะรักและเสียน้ำตาให้โดยไม่รู้สึกเสียดาย


อย่างที่คุณนัมจุนรักคุณเจ้าหญิงเหลือเกินแม้ความตายจะพรากจาก ผมอยากให้คุณหมอตามหาความรักของตัวเองให้เจอครับ”


จีมินโน้มคนที่คร่อมเขาลงมาจนใบหน้านั้นซุกแนบกับลำคอ อาจเพราะคนด้านบนกำลังอึ้งค้างกับคำพูดของจีมินถึงได้ไม่ขัดขืน จีมินไม่รู้ว่าไออุ่นของเขาจะสามารถส่งไปถึงคนที่ตัวเย็นแบบคุณหมอได้หรือไม่


แต่...


“ถึงผมจะไม่ใช่คนคนนั้นสำหรับคุณหมอ แต่ผมก็อยากให้คุณหมอได้พบเจอใครสักคนนะครับ”


“ก็เมืองที่แม้จะอยู่ในฤดูหนาวก็ยังสวยงามอย่างนี้ ในตอนฤดูใบไม้ผลิ... คงจะอุ่นขึ้นมากเลยถ้าเรามีใครสักคนอยู่ข้างๆ... ผมแค่คิดอย่างนั้นละครับ”




รักก็แค่รักเท่านั้นเอง


จีมินรู้สึกเหมือนกับบางอย่างกำลังตีตื้นขึ้นมาในห้วงอารมณ์ หากในตอนนี้... หากแม่ยังอยู่ละก็... และถ้าเขายังอยู่กับแม่ แม่จะหาคนคนนั้นของแม่เจอรึเปล่านะ


เขาน่ะ... สำหรับสถานที่แห่งนี้แล้วไม่ว่าจะฤดูอะไร ก็อยากจะอยู่มองให้เห็นกับตา อยากจะอยู่ข้างๆคุณหมอ ทั้งในตอนที่ฤดูร้อนจนเราสองคนต้องหงุดหงิดเพราะเหงื่อไหลไคลย้อย ในฤดูใบไม้ผลิซึ่งดอกกุหลาบเหล่านั้นจะเบ่งบานจนทั้งสวนปกคลุมด้วยสีฟ้าและชมพูสดใส ในตอนที่ฤดูใบไม้ร่วง ทุ่งหญ้าจะถูกย้อมเป็นสีส้มและสีน้ำตาลชวนให้อ่านนวนิยายรักซึ้งกินใจเรื่องนึงและซาบซึ้งไปพร้อมกัน ในฤดูฝนที่ทั้งคุณอาจจะหงุดหงิดและสบถออกมาอย่างไม่พอใจเพราะถูกผมฉุดรั้งชวนให้ออกไปเล่นน้ำฝนจนชุ่มปอด ในฤดูหนาวที่คุณสวมเสื้อกาวน์ที่ขาวเพื่อต้อนรับเกล็ดหิมะ ผมพันผ้าพันคอสีเขียวอ่อนทับเสื้อคอเต่าตัวหน้าเพราะกลัวว่าคุณจะหนาว ทั้งที่ผมรู้ดีว่าคุณไม่หนาวหรอก


จีมินไม่ได้พูด แต่เขารู้ว่ายุนกิสามารถล่วงรู้ทุกความคิดเพียงจ้องเข้ามาที่นัยน์ตา


ไม่มีดอกไม่เบ่งบาน ไม่มีอากาศร้อนชวนให้คิดถึงลมเย็นพัดผ่านเพียงชั่วคราว ไม่มีทุ่งหญ้าสีทอง ไม่มีสายฝนปรอย ไม่มีเกล็ดหิมะ ไม่มีอะไรอย่างที่เขาคิดไว้สักอย่าง


ยุนกิพลันรีบลุกจากร่างนั้นเมื่อได้สติ จ้องเข้าไปดวงตาของนักเขียนราวกับว่าจะควานหาความจริงที่อยู่ในนั้น


เป็นจีมินที่ละสายตาไปก่อน เขายิ้มออกมาอย่างเก้อเขิน หยิบแอปเปิ้ลสีแดงดั่งเลือดขึ้นมากัดเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรดี


รสชาติของมันช่างหวานราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า


เลือดของเขาเองก็คงมีรสชาติหวานล้ำไม่ต่างกัน




—————


นัมจุนกำลังนึกถึงตอนนั้นที่เขาคิดว่าเขาเกือบจะคร่าเอาชีวิตของปาร์ค จีมินอยู่แล้ว


นอกจากสัมผัสของหยดน้ำที่ช่องระหว่างนิ้วมือที่ทำให้นัมจุนเผลอคลายมือออกราวกับต้องของร้อน เขารู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งซึ่งกำลังจดจ้องผ่านกำแพงแน่นหนา แน่ละ เขารู้ดีว่ายุนกิอยู่ที่ด้านนอก ที่รู้ไม่ใช่เพราะนัมจุนอยากจะรู้ แต่เพราะยุนกิกำลังบอกให้เขารู้ ว่าเจ้าตัวยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อเตือน และย้ำว่าเขาอยู่ที่ตรงนั้น เขาคิดเย้ยหยันในใจว่าหรือที่จริงยุนกิเองก็กำลังจะพ่ายแพ้? กระนั้นสุดท้ายเขาก็ปล่อยมือ พลันเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง


“ถ้าอย่างนั้น... ขอผมขอลองอะไรได้มั้ยครับคุณนัมจุน”


นัมจุนไม่ได้ว่าอะไรเมื่อถูกขอร้องให้เดินมาที่หน้ากระจก ได้ยินเสียงอีกฝ่ายไอค่อกแค่ก เมื่อเขามองไปที่กระจกบานนั้น ช่วงเวลาที่ผ่านมาเพราะอะไรบางอย่างทำให้เขาตัดสินใจสั่งให้คนทำลายกระจกทุกบานที่มีอยู่ บางชิ้นเป็นสมบัติล้ำค่าเกินการตีราคา มีเพียงกระจกเงาบานนี้เท่านั้นที่เขาไม่เคยทำใจทำลายมันทิ้งลงได้เลยเพราะเชื่อว่าส่วนหนึ่งของผู้หญิงคนนั้นยังซุกซ่อนอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของมันถึงแม้ว่ามันจะไม่เคยแสดงอำนาจพิเศษอะไรให้เขาเห็นเลยก็ตาม เขามองมัน กระจกไม่สะท้อนเงาของเขาจึงเห็นแค่จีมินที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ใกล้ๆ เขาไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แต่เดี๋ยวจีมินก็คงจะพูดมันออกมาเอง


“คุณนัมจุนดูนี่สิครับ”


เขาเดินเข้าไปตามที่อีกฝ่ายเรียก แต่มองดูแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่ชวนให้ตื่นเต้นเลยสักนิด


“คุณจีมินต้องการจะสื่ออะไรเหรอครับ”


“มองที่ดวงตาของผมในเงาสะท้อนสิครับ”


จีมินไม่กล้าบอกให้อีกฝ่ายมองเข้ามาที่นัยน์ตาของเขาตรงๆจึงทำได้แค่ให้นัมจุนชะโงกหัวเข้ามาจนแนบชิดกับกระจก 


เงาภาพของใครบางคนที่นัมจุนคิดว่าเขาไม่รู้จักปรากฎขึ้นอยู่ในดวงตาของจีมิน



“ถึงเธอจะกลัวว่าไม่ได้เห็นตัวเอง ต่อให้เธอจะไม่เห็นเงาของตัวเองในกระจก แต่ที่จริงแล้ว... ดวงตาของคุณจะสะท้อนเงาภาพของเธอตลอดไปต่างหากละครับ”


ถึงจะมองไม่เห็น แต่ถึงอย่างไรเราก็รู้ว่าเรากำลังมองตากันและกัน


ถึงจะรับรู้ไม่ได้ด้วยตา แต่รับรู้ได้ด้วยหัวใจ


เพราะดวงตาของเขามักจะมีภาพใครบางคนอยู่ในนั้นเสมอ



เมื่อดวงตาของนักเขียนจับจ้องเข้ามาที่ดวงตาของเขา มันทำให้นัมจุนรู้สึกเหมือนบางอย่างแล่นจุกขึ้นมาที่ลำคอ เหมือนถูกค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ไว้ซึ่งไม่เคยมีใครค้นเจอมาก่อน คอขาวของอีกฝ่ายเป็นรอยแดงซึ่งเขาเป็นคนทำมันและดวงตาคู่นั้นคลอด้วยน้ำตา 


“คุณนัมจุนรู้ตัวบ้างรึเปล่าครับว่าที่จริงแล้วดวงตาของคนเรามักจะสะท้อนความจริงอยู่เสมอ กระจกที่จริงแล้วเป็นเพียงสิ่งของอย่างหนึ่งซึ่งทำเลียนแบบขึ้นมา ดวงตาต่างหากที่เป็นหน้าต่างที่แท้จริง”


นัมจุนไม่รู้ว่าเพราะอะไรในตอนนั้นเขาถึงไม่กล้าคร่าเอาชีวิตของจีมิน


ทำไมเขาถึงรู้สึก... กลัว?



เมื่อถึงไปถึงตอนนั้น กับตอนนี้ที่เขากำลังฟังบทสนทนาของคนที่อยู่ในห้อง


ความรักกับป้อมปราการ? ที่จริงก็เป็นคนที่น้ำเน่าไม่แพ้กันเลยนี่ มิน ยุนกิ”


นัมจุนที่ยินพิงประตูอยู่ที่ด้านนอกรำพึงกับตัวเองเบาๆก่อนจะเริ่มฝีเท้ากลับห้องของตัวเอง ไม่คิดอยากแอบฟังบทสนทนาของคนในห้องอีกต่อไป




9



ข้าวของของเขาถูกวางเรียงลงบนโต๊ะ ที่จริงมันไม่มีอะไรมากโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แพลนเนอร์ ปากกาหมึกซึม ที่ชาร์จแบต เสื้อผ้าไม่กี่ชุด ไอพอดทัชและหูฟัง ที่เพิ่มมา... มีเพียงแค่สมุดบันทึกสีเขียวของซึงอู และต้นฉบับนิยายซึ่งเขียนไม่จบ 


เขารู้ดีว่าจุดจบของหญิงสาวไม่เรื่องคงไม่พ้นไปจากความตาย ทว่าเขียนแล้วได้อะไร ในเมื่อเขาไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อส่งต้นฉบับ ส่วนใครก็ตามที่นี่ก็คงจะไม่ช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอนต่อให้จะเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ก็เถอะ 


เขาไม่รู้ว่าข้าวของของตัวเองจะถูกจัดการต่อไปยังไง แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเขาก็เอามันติดตัวไปไม่ได้อยู่แล้ว


ก็... นะ ทั้งที่เขารู้ดีว่าตอนจบเป็นอย่างไร แต่เขากลับไม่กล้าเขียนมัน


แค่คิดว่าตัวเองกำลังกลัว แค่จับปากกามือก็สั่นถึงเพียงนี้แล้ว


พอคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย มือไม้มันก็สั่นไปหมดจนทำให้ปากกาที่ถืออยู่ร่วงหล่น เนื้อผิวเกลี้ยงกลิ้งไปจนสุดทาง หยุดอยู่ตรงที่กำแพงหลังกระจกบานนั้น


จีมินเดินไป คุกเข่าลงก่อนจะล้วงมือเข้าไปเพื่อควานหยิบมัน แต่กลับไม่สำเร็จ เขาจึงต้องเคลื่อนบานกระจกเล็กน้อยเพื่อให้มือของเขาสามารถเข้าถึงปากกานั้นได้ ในตอนนั้นเองที่สายตาซึ่งกวาดไปโดยไม่ตั้งใจค้นพบบางอย่างซึ่งซุกซ่อนอยู่ที่ด้านหลัง เป็นคำสองพยางค์ที่ถูกสลักไว้


มันคือชื่อ


ชื่อของผู้หญิงคนหนึ่ง


‘………………………’


ชื่อที่อาจหลงลืมไป แต่รู้ได้ว่าจะหามันเจอได้จากที่ไหน



อา... อย่างนี้นี่เอง เพราะว่า—/“คุณจีมินคะ”


“คะ...ครับ?”


สาวใช้คนเดิมเปิดประตูเข้ามา


ที่จริงแล้ววันนี้เป็นวันตายของเขา


“ลาก่อนนะ ปาร์ค จีมิน” เขาพูดกับตัวเอง


ลุกขึ้นยืนหลังจากฉวยเอาปากกามาไว้ในมือได้แล้ว จ้องมองเงาร่างของตัวเองในเงากระจก กว่าคนในนั้นกลับยิ้มให้เขาทั้งที่เขาไม่ได้รู้สึกอยากจะยิ้มเลย สาวใช้คนนั้นมองเขาด้วยความรู้สึกผิดแต่จีมินเลือกที่จะส่ายหัว ก่อนจะหลับตาลงยอมให้อีกฝ่ายผูกผ้าปิดตาเขาแต่โดยดี


รถเข็นถูกเลื่อนไปตามทาง อาจเพราะกลัวเหยื่อจะหนีไปกลางทางถึงต้องทำเช่นนี้ แต่เขาไม่ได้ถูกมัดมือมัดเท้าอะไร คงเพราะนัมจุนคงจะคิดว่าเขาคงจะไม่หนี หรือเพราะเขากลัวเกินกว่าที่จะคิดหนีเพราะเห็นสภาพดูไม่จืดของซึงอูมาก่อน เพราะอะไรก็ช่าง ดีแล้วที่เขาไม่ถูกมัดเพราะแผลที่ข้อเท้าซึ่งเคยถูกตรวนยังคงรู้สึกเจ็บแปลบอยู่ เข้าหายใจเข้า หายใจออก เป็นจังหวะ ความกลัวที่คิดว่าหลีกลี้มาได้ตลอดกลับตีกลับเข้ามาจนเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ในหัวสมองของเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่


“มีใคร...เคยคิดจะหนีบ้างมั้ยครับ”


บรรยากาศพลันเงียบสงัด


“ก็...มีบ้างค่ะ อย่างคุณซึงอู แต่ก็ถูกจับได้ก่อนก็เลย...”


อา... ซึงอูคงจะรู้ตัวเพราะอะไรบางอย่างสินะถึงได้รีบหนีไป เพราะฉะนั้นในตอนนั้น...ยังไม่ทันได้ร่ำลากันแท้ๆ


แต่เดี๋ยวเขาเองก็เป็นคนที่จะต้องตามไป


“อา... อย่างนั้นนี่เอง”


“คุณจีมิน... ไม่กลัว...บ้างเหรอคะ”


“กลัวครับ แต่ผม—”


เหตุผลมากมายที่เคยคิดว่าสามารถยกขึ้นเพื่อกลบความอ่อนแอของตัวเอง ในตอนนี้กลับไม่สามารถเอื้อนเอ่ยมันออกมาได้ “ที่จริงก็กลัวมากครับ”


“นั่นสินะคะ”


“จะเจ็บมากมั้ยครับ”


ความตายที่ไม่มีใครรู้ว่าที่จริงแล้วคืออะไรกันแน่


“ฉันไม่ค่อยรู้หรอกค่ะ บางคนก็ไม่ทันได้— อา คือ ฉันกลัวว่าจะทำให้คุณจีมิน—”


กลัวมากขึ้น


“คุณคงไม่อยากเล่าเท่าไหร่ ทำให้คุณลำบากใจแล้วต้องขอโทษด้วยนะครับ”


ไม่นาน จีมินได้ยินเสียงผู้คน อากาศในวันนี้หนาวเย็นยะเยือกกว่าที่เคย รถเข็นหยุดลง ตัวเขาถูกประคองให้ยืนติดกับของแข็งบางอย่าง คาดว่าจะเป็นเสาซึ่งแขวนด้วยตะคอแหลมคม ใช่ มันเรียกว่าตะขอ แต่มีขนาดใหญ่เพราะไม่ได้ถูกเอาไว้แขวนไก่หรือเป็ด แต่เอาไว้แขวนคอของคน


ตอนนี้เขาถูกมัดมือให้แนบสนิทกับลำตัวด้านหลัง คงเพราะการดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดคงจะทำให้การดื่มเลือดจากคอของเขาไม่สะดวกแน่ๆ


หมดเวลาแล้ว


“ปกติแล้ว... เวลานี้คงจะเป็นเวลาคลายความสงสัยเพราะคนอื่นก่อนหน้าคุณไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองต้องเจอกับอะไร...” เป็นเสียงของนัมจุนที่อยู่ในระยะประชิด


“แต่คุณกลับรู้มาก่อนแล้ว ผมพอใจมากที่ไม่ต้องปวดหัวเพราะคุณไม่เคยคิดที่จะหนี มีอะไรอยากจะสั่งเสียมั้ยครับ...” เขาเดินมาพูดใกล้ๆ 


“ช่วยฝังผม... ตรงที่ป้อมเก่าได้มั้ยครับ”


จีมินไม่แน่ใจว่าที่ซึงอูถูกโยนลงไปไว้อย่างง่ายดายที่ตรงแปลงดอกไม้เป็นความปราถนาครั้งสุดท้ายของเขาหรือไม่ เหงื่อของเขาไหล พูดจาก็ตะกุกตะกักไปหมด เขาน่ะ... ที่จริงแล้วกลัวมาเลย รู้สึกอุ่นร้อนตรงที่หางตา มันคงจะเป็นน้ำตาสินะ 


“ป้อมเก่า? ทำไม...”


จีมินไม่เห็นคุณหมอ แต่รับรู้ได้ว่าเขาคงจะอยู่ที่ใดสักที่แถวนี้ ก็คงเป็นเรื่องที่ดีเพราะมันคงไม่น่าดูเท่าไรที่จะต้องหมดลมหายใจต่อหน้าคนที่ตัวเองมีความรู้สึกด้วย


“มีคนคนนึงเปรียบเทียบความรักกับปราการซึ่งมักจะผุพังไปตามกาลเวลา มีคนอีกคนหนึ่งซึ่งยึดมั่นอยู่กับกระจกบานเก่าแก่ ผมนึกสงสัยว่าทำไมมันถึงถูกตั้งอยู่ในห้องนั้น ที่จริงแล้ว... อาจเพราะมันเป็นสิ่งของซึ่งย้ำเตือนให้คนคนนั้นจดจำในเรื่องบางอย่าง คนแรกชอบที่จะเดินไปเยี่ยมชมที่ป้อมเก่าอยู่เสมอ มันเลยทำให้ผมอยากจะอยู่ที่ตรงนั้น ผมอยากจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่จริงผมเองก็ไม่ต่างจากกระจกบานนั้น ต่อให้ชีวิตของคนเราจะถูกช่วงชิงไป แต่ความรู้สึกของผมจะอยู่ที่ตรงนั้น เป็นปราการที่แข็งแกร่ง และจะยังคงอยู่เพื่อเขาตลอดไป”


กระจกบานนั้น ที่จริงแล้วมีความลับซ่อนอยู่


ชื่อของเจ้าหญิงที่ถูกลืมเลือน


เขาไม่จำเป็นต้องจดจำ เพราะมีสิ่งของบางอย่างซึ่งจะย้ำเตือนให้เขานึกถึงมัน


นึกถึงสาวงามสูงศักดิ์ผู้โปรดปรานชุดผ้าไหมและดอกกุหลาบ เจ้าของเส้นผมเงางามและดวงตาดุจดังขนนกกา


ทุกครั้งที่เขาลืมชื่อของนาง เขาจะไปที่กระจกบานนั้น ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าชื่อเจ้าของมันยังคงอยู่ที่นั่น เมื่อช่วงเวลาที่ยาวนานผ่านไปกี่ร้อยกี่พันปี แต่เขาจะยังไม่ลืมเลือนแม้สักวันนึงอาจจะตั้งคำถามว่าเจ้าหญิงในรูปซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางโถงนั้นคือใคร เขารู้ดีว่าจะหาคำตอบได้จากที่ไหน


ตายแล้วอย่างไร


พรากจากแล้วอย่างไร


นี่ไม่ใช่ความรักสวยงามลึกซึ้งที่สุดเรื่องหนึ่งหรอกเหรอ ที่แม้จะถูกช่วงชิงสักกี่ครั้ง แต่คุณรู้ดีว่านำมันกลับคืนมาได้อย่างไร ถูกหนามแหลมคมทิ่มแทงสักเท่าไรแต่เรากลับก้าวเท้าเดินต่ออย่างไม่ลดละ กระจกซึ่งไม่สะท้อนเงา แต่เรารู้ดีว่าเราคือใคร


ความรักที่แม้จะไม่สมหวัง แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังเป็นความรัก 


ถ้าคุณเจ้าหญิงยังอยู่ที่ตรงนี้... ก็คงอยากจะบอกคำคำนี้กับคุณสินะครับ คุณนัมจุน



—————



‘ความรักนั้นไม่น่ากลัวหรอกนะ ท่านหมอ’


‘ที่จริงแล้วเพราะความรักนั่นละ...ที่ต่อให้เป็นหรือว่าตาย ก็ทำให้คนเรามีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ไม่ว่าจะที่ไหน’


‘เพราะอย่างนั้นท่านเลยเลือกที่จะตายอย่างนั้นหรือขอรับ’


‘เปล่าหรอก... เพราะข้ากลัวต่างหาก ข้าไม่รู้ว่าวันคืนต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ข้าเจ็บป่วยจนลุกไปไหนมาไหนไม่ได้ จนถึงตอนนี้ถึงได้รู้สึกเหนื่อยจนยินยอมพร้อมใจแล้วที่จะตาย ไม่ใช่ว่าข้าไม่รักนัมจุนหรอกนะ แต่ข้าคงกลัวมากเกินไปในวันข้างหน้าถึงทำได้แค่มอบกระจกนี้ไว้ต่างหน้าให้เขาเท่านั้น การมีชีวิตอยู่บางทีก็เป็นเรื่องน่ากลัว จนทำให้ข้าต้องผิดต่อนัมจุนแล้วในครั้งนี้ ไว้มีโอกาสได้เจอกันใหม่ ข้าขอให้ตัวเองเป็นคนที่กล้าหาญ... ส่วนนัมจุนเอง...เพราะเขารู้ดีว่าการมีชีวิตเป็นเรื่องน่ากลัว ถึงได้ไม่ยอมรั้งชีวิตนี้ของข้าไว้อย่างไรเล่า’


เพราะไม่มีใครรู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ดินแดนที่ล่มสลาย บ้านที่ถูกทำลาย ต้องทุกข์ทนกับกาลเวลาที่หยุดนิ่งโดยที่ต้องมีชีวิตอยู่ทั้งที่อยากตาย ไม่มีใครรู้ว่าเราจะมีชีวิตรอดไปจนได้เจอคำว่า ‘สงบสุข’ ที่แท้จริงเมื่อไร ดังนั้น...  เพราะรัก ถึงต้องยอมปล่อยไปเพื่อไม่ให้ต่างฝ่ายต่างเป็นทุกข์


‘ท่านหมอ หากมีสักวันที่ท่านคิดว่าช่วงชีวิตนั้นปลอดภัยอย่างยิ่ง หากรู้สึกรักใครสักคนอย่างแท้จริง ก็ให้หยิบฉวยเขาไว้ คนที่อยากจะผ่านช่วงเวลาอันโหดร้าย ไม่ว่าจะฤดูหนาวอันยาวนาน ฤดูใบไม้ผลิแสนสั้น หรือแม้ในวันที่ฝนกระหน่ำโหมแรงเหมือนโลกนี้จะถล่มทลายลงตรงหน้า...’


‘จะมีสักคนที่แม้ว่าปากจะบอกว่ากลัวมาก แต่สุดท้ายแล้วเขาจะเลือกที่จะยืนเคียงข้างท่าน บอกท่านว่าอย่ากลัวไปเลย เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแล้ว เขาจะอยู่เคียงข้างท่านต่อให้มันจะเป็นวันสุดท้าย’


‘หากมีใครที่รักเราได้อย่างนั้น นี่ไม่นับว่าเป็นโชคชะตาที่แสนวิเศษที่สุดอย่างนั้นหรือ?’ 


.


.


.



ฉั๊วะ!!!!!!!!!!


ดวงตาสีแดงก่ำของเจ้าเมืองเบิกกว้าง ในนาทีที่ตะขอเหล็กกำลังจะทิ่มแทง กลับถูกคมมีดบินสกัดไว้ก่อนจนมันทั้งสองต่างกระเด็นไปคนละทิศทาง 


นัมจุนพ่นลมหายใจออก เพราะเรี่ยวแรงที่มากพอจะสกัดแรงของเขาได้มีอยู่เพียงแค่คนคนเดียวเท่านั้น เขาหันไปมองคุณหมอซึ่งเขาแน่ใจว่าเป็นเจ้าของมีดบินคู่นั้น


ดวงตาของมิน ยุนกิ ไม่ได้มีแววกระหายเลือดให้เห็นเช่นนี้มาหลายร้อยปีแล้ว


นัมจุนคิดว่าเจ้าตัวคงจะแค่เผลอเลอะเลือนไปชั่วขณะถึงกำลังจะอ้าปากท้วง ทว่าเขากลับเห็นสิ่งที่คุณหมอสะพายอยู่ที่ด้านหลังเสียก่อน


มันคือดาบสองมือ


อาวุธคู่กายที่ยุนกิแทบจะไม่หยิบมันออกมาเลยแม้สักครั้งหากไม่เอาจริง


“นายจะ...”“ฉึก!”


มีดอีกเล่มในมือของคุณหมอพุ่งผ่าเฉียดใบหน้าของนัมจุนเพียงเล็กน้อยก่อนจะตัดเข้าที่เชือกซึ่งมัดตัวของจีมินอย่างพอดิบพอดี


คุณหมอแสยะยิ้ม


ถ้าปาร์ค จีมินคนนี้คือโชคชะตาที่วิเศษที่สุดของเขา ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะมีใครแย่งชิงไปได้เลย












TO BE CON/

LAST CHAPTER COMING SOON



fist published : 2016.01.27


Talk; 


ไม่ได้มาลง Won-der-wall นะคะ สารภาพเลยว่ายังปรู๊ฟไม่เสร็จ T____T

/โดนรุมเหยียบ


แฮ่ จะมาต่อเร็วๆนี้แหละค่ะ 5555555 ฮืออออเลยมาอัพคุงหมอให้ก่อนนะคะ

สารภาพ(อีกและ) ว่ามันไม่จบอ่ะค่ะ 555 ตอนแรกมันจบจะคะ

แต่รีไรท์ไปรีไรท์มา เห้ย ผุดเพิ่มมาอีกตอนเฉยยยย (แบบไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาด้วยนะ)


ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามอยู่นะคะ ฮี่ๆ

ส่วนถ้าใครที่ฟอลโลวจะเป็นว่าเปิดเรื่องใหม่ (อีกแล้ว)

คือไม่ใช่เรื่องใหม่ซะทีเดียวค่ะ คือเรื่องพวกซีรี่ส์ Reๆ ทั้งหลายนั่นแหละ

เดี๋ยวจะเอา Requiem กับ Rebellion ไปใส่ในนั้นแล้วก็ลงต่อ pt.3 ในบทความใหม่

เพราะเราก็รู้สึกจริงๆค่ะอย่างที่มีคนเสนอมาว่าช็อตฟิคบ้าไรลงทีละ 20,000

ถ้าลงในบทความใหม่จะแบ่งพาร์ทได้ดีกว่า+หาง่ายกว่าด้วย

เพราะรู้สึกว่ามันยาวมาก (ยาวอีกแระ เคยเขียนไรสั้นๆบ้างมั้ย ตอบ!!!!!)


ก็เข้าไปติดตามในนั้นได้เลยค่ะ แม้ว่าจะยังเป็นศูนย์ตอนอยู่ก็ตาม555555

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นและก็แท็กมากๆเลยนะคะ

เป็นกำลังใจให้เขียนอะไรออกมาได้เยอะมากๆเลย

ชอบไม่ชอบยังไงก็คอมเม้นทิ้งไว้ได้เลยค่ะ ยินดีรับทุกความเห็นนะคะ :) 


ส่วนเรื่องรวมเล่ม มาละค่ะ มาแระ ปกเสร็จแล้วเดี๋ยวจะลงแซมเปิ้ลให้ดูในทวีต

แบบภาพลางๆนิสเพราะยังมีแก้ไขอีกเล็กน้อยค่ะ อย่าเพิ่งเทกันนะคะ


ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจมากๆเหมือนเดิมเลยค่ะ

ถ้าไม่มีรีดเดอร์ก็คงจะเขียนอะไรแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน


ไปและค่าเจอกังตอนหน้า


รักเหมือนเดิม


kolevf











  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

2,912 ความคิดเห็น

  1. #2897 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 18:49
    มาแล้วววว เย้ๆ
    #2897
    0
  2. #2832 EntOo (@EntOo) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 03:16
    โอ้ยยยยยยยย อยากกรี๊ดออกมากดังๆ ในที่สุดก็ยอมรับสักที
    #2832
    0
  3. #2804 raina? (@numbea) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 14:28
    อ่านไปร้องไห้ไป

    ทั้งเรื่องของเจ้าหญิงแล้วตอนที่คุณหมอเลือกที่จะมาช่วยจีมิน

    ฮือ

    มันลึกซึ้งมาก

    ไรท์เก่งมากๆเลยค่ะ
    #2804
    0
  4. #2644 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 21:10
    จะร้องไห้เลยค่ะ แบบเป็นการบรรยายถึงความรักได้ลึกซึ้งมาก
    #2644
    0
  5. #2263 Nm Pair (@namussaya) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 14:48
    คำเดียวเลยค่ะ กรี๊ดดดด!!!!!!! ;A;
    #2263
    0
  6. #2034 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 02:52
    เหมือนคุณหมอตื่นจากภวังค์ ฮื่อ เราดีใจที่คุณหมอตื่นและเข้าใจ
    ดีใจที่เข้าใจที่เจ้าหญิงพูดจริงๆนะ ดีใจที่เข้าใจที่จีมินพูดด้วย
    นิยามความรักของทั้งคู่อาจจะไม่เหมือนกัน แต่ว่ายังไงเสีย
    รักก็คือรัก แต่ความรักแต่ละคนไม่เหมือนกันก็เท่านั้นเอง 
    จีมินซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองดีเหมือนกัน เราชอบจริงๆแฮะ 
    แต่ความเจ็บปวดน่ะ มันอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยหละ แต่เดี๋ยวก็หาย
    ฮื่อ ชอบอะไรแบบนี้ ยินดีที่คุณุนกิจะเอาจริงขึ้นมาหละ 
    #2034
    0
  7. #2010 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 14:19
    กว่าจะคิดได้นี่จีมินของเราเกือบต้องตายไปแล้ววววว ใจร้ายจังเลยคุณหมอมิน

    จีมินเคยบอกว่าไม่มีเวลาที่จะมีความรัก แต่พอมีแล้ว คนๆนี้กลับศรัทธาในความรักอย่างแรงกล้า และยังคงรักไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นอย่างไร เป็นคนที่สุดยอดไปเลยแฮะ
    #2010
    0
  8. #1895 myyada (@myyada) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 12:37
    ตอนที่จีมินจะตายมันแบบคนที่มีความคิดที่ดีในเรื่องความรักขนาดนี้ต้องมาตายจริงๆหรอแงงงงงง คุณหมอคะคุณคิดนานเกินไปจนอิชั้นไม่คิดว่าคุณจะโผล่มาแล้วแต่สุดท้ายคุณเค้าก็มาโล่งอกมากกกกกก จีมินรักคุณหมอมากจริงๆนะถ้าตายยังขอให้เอาร่างไปฝังตรงป้อมปราการเลย วินาทีสุดท้ายก็ยังคิดถึงคนที่รักอะเราซึ้งมากTT
    #1895
    0
  9. #1891 มีฟา (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:18
    หมอหล่อมาก ไม่รู้จะพูดยังไงเนื้อเรื่องมันดีอะ มีคติสอนใจเหมือนสุภาษิต--
    #1891
    0
  10. #1643 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 08:58
    น้ำตาลไหลเลย เป็นเรื่องที่บรรยายเกี่ยวกับความรักได้ดีมากเลยค่ะ อยากให้คุณแม่จีมินยังอยู่จัง
    #1643
    0
  11. #1381 TNT&NY (@nickte) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 22:23
    ฮือไรท์ใจร้ายไปแล้วนะทำเอาเราร้องไห้ได้เนี่ยไม่ธรรมดาเลยจริงง่ะ โอ้ยๆๆๆๆ ปวดตาไปหมดแล้วไรท์เขียนได้ดีเกินไปแล้วอ่ะ อธิบายไม่ค่อยถูกเลย T^T
    #1381
    0
  12. #1225 NANAYEERP (@NANAYEERP) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:45
    โอ๊ยยยย คิดนานจังเลยค่ะหมอออ นึกว่าจะไม่มาล้าวววว แงงงง แต่ชอบตอนพูดถึงนิยามความรักกับจีมินที่ขอฝังตัวเองที่ป้อมปราการมาก เราซึ้งมาก ปกติเราไม่ค่อยชอบโควทหรือการบรรยายเกี่ยวกับความรักอะไรเทือกนี้นะเรามองว่ามันเน่า แต่กับเรื่องนี้ลางอย่างเราว่ามันจริง เราชอบการเปรียบเปรยเรือกับเกาะมาก ชอบหลายอย่าง ซึ้งอะ โอ๊ย TOT
    #1225
    0
  13. #1210 bubibu (@bubibu) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:58
    กรี้ดดดดดด คุณหมอเอาจริงแล้ววว กว่าจะรู้ตัวได้เกือบสายไปแล้ว ถือมีดมาเท่มาก จะบ้าตาย ฮือออออ
    #1210
    0
  14. #1154 SWN (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:12
    ชอบตอนนี้มาก ชอบที่จีมินพูดกับนัมจุนว่า ถึงจะไม่รับรู้ได้ด้วยตาแต่รับรู้ได้ด้วยใจ เพราะดวงตาของเขามักจะมีภาพใครบางคนอยู่ในนั้นเสมอ อห คุณคะ น้ำตาแตก ตอนนี้แบบว่าดีมาก ชอบมาก คิดตามได้ทุกคำพูด แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นภาษานี่แหละ ถึงจะต้องค่อยๆอ่าน แต่เราว่านี่แหละเสน่ห์ของเรื่องนี้ ฮา รอลาสแชปเตอนะคะ แต่ไม่อยากให้จบเลยงะ ㅠㅠㅠㅠ
    #1154
    0
  15. #1153 แตมป์ (@stampna) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 08:10
    อ่านตอนนี้แล้วเข้าใจชื่อเรื่องเลยค่ะ TT เอาจริงๆเราก็มีความคิดที่คล้ายคุณหมอไปแล้วที่รู้สึกว่ารักวันหนึ่งมันก็จะพัง สลายลงไปอยู่ดี ไม่รู้จะมีไปทำไม แปลกดีที่พอคิดอย่างนั้นก็รู้สึกว่าชีวิตเป็นอะไรที่ว่างเปล่ามากๆจนคิดว่านี่เรากำลังมีชีวิตอยู่หรอแบบคุณหมอเลยค่ะ แต่พออ่านถึงตรงที่จีมินบอกพี่นัมจุนว่าให้ฝังร่างจีมินไว้ตรงป้อมปราการที่ที่คุณหมอชอบไปยืนดูแล้วเปรียบความรักไว้ว่าต้องผุพังไปเช่นนั้น เราเหมือนเริ่มกลับมารู้สึกถึงตัวเองอีกครั้ง พอประโยคที่บอกว่า ต่อให้ชีวิตผมจะถูกช่วงชิงไป แต่ความรู้สึกผมจะยังอยู่ตรงนั้น เป็นปราการที่แข็งแกร่ง และจะยังคงอยู่เพื่อเขาตลอดไป... อยู่ดีๆน้ำตาเราก็ไหลค่ะ รู้สึกถึงตัวเองตอนเด็กที่แม้จะไม่ได้รู้จักความรักดีแต่เราก็ไม่เคยกลัวมันและพูดได้อย่างเต็มปากว่าเรารัก กลับกันเมื่อเราเรียนรู้จักความรักมากขึ้น เรากลับกลัวที่จะรักทั้งๆที่เราตามหาและอยากรักมาตลอด คุณหมอเองในมุมมองเราก็เป็นแบบนั้นค่ะ ที่พอคิดว่าซักวันหนึ่งคนรักของเราก็ต้องจากกันไป นานปีเข้าความรักที่เคยมีก็เลือนหาย คุณหมอแค่กลัวที่จะผิดหวังกลัวการพังทลาย คุณหมอคงยังไม่เคยเจอคนที่ยอมพังทลายลงในสักวันแลกกับการได้รักคุณหมอในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ป้อมปราการต่อให้แกร่งแค่ไหน สักวันก็มีผุพังไปตามกาลเวลา แต่ความรักแม้จะตายจากกันไป ความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นจริงและมันยังคงอยู่ตรงนั้นเสมอ จีมินคงคิดแบบนี้ใช่มั้ยคะ ประทับใจมากๆเลยค่ะ เพราะการได้รักถึงทำให้เราได้มีชีวิต ที่ไม่ใช่แค่การมีชีวิตรอด
    #1153
    0
  16. #1152 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 01:10
    ชอบมากๆเลย ชอบในความนึกคิดและคำพูดของจีมินมากๆ มันตราตรึงใจเรามากเหลือเกินค่ะTT นี่ชอบในภาษาและคำบรรยายที่ตัวแต่งออกมามากๆเลยล่ะค่ะ
    #1152
    0
  17. #1151 Sesey (@Sesey) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 23:03
    ฮรือออลุ้นมากเลยนึกว่าจีมินจะตายเเล้วอ่านเเล้วใจเต้นตามเลยค่ะอินมากคุณหมอหล่อมากคิดถูกเเล้วที่ช่วยจีมินไว้ไรต์คะภาษาไรต์สวยมากเลยอ่านเเล้วลื่นไหลเเละก็อินมากๆเลยตอนนี้เป็นตอนหนึ่งที่ชอบภาษาของไรตฺ์มากรู้สึกดีจริงๆมันดีจนไม่รู้จะบรรยายยังไงเลยค่ะ^^
    จะรอตอนรวมเล่มนะคะ
    #1151
    0
  18. #1150 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 22:39
    กรี๊ดดดด ที่รอมาเนิ่นนานนนน โฮกก คิดถึงจุง นี่ลุ้นจนตัวเกร็ง นึกว่าจีมินจะตายซะแล้ว ช่วยนุ้งด้วยนะคะ ;-; จะรออ่านฉากสารภาพรัก อุอิ
    #1150
    0
  19. #1147 สะมอ (@thip-wan) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 20:24
    อยากจะกรี๊ดให้คอแตกกกก!! คุณ-ุนกิ!! นึกว่าจะปล่อยให้จีมินโดนแขวนซะแล้ว พระเอกของเรารู้สึกซักที รอลุ้นตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่ก็รอนะคะ :)
    #1147
    0
  20. #1146 lazuliite (@lazuliite) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 16:18
    ไฟนอลลี่ โอ้ยคือกำลังน้ำตาปริ่มๆก็หวีดหนักมากแทน คุณหมอมินทำหน้าที่พระเอกของเรื่องแล้วกรี๊ดดดดดดดดดดด สักทีอ้ะ!!!! ก่อนหวีดคุณหมอ ขอพูดถึงจีมินสุดแสนดีก่อน รักครตจีมินมาก เป็นคนที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง คือรักก็ยอมรับว่ารัก มุมมองความรักดีมาก มันสวยงามแต่ไม่ได้เพ้อฝันอ่ะ เราร้องไห้ตอนที่บอกว่าถ้าจะตายก็ขอให้ฝังตัวเองกับป้อมปราการนั่น มันมีความหมายแหละสำคัญมาก อีกตอนที่ชอบคือที่จีมินเปรียบความรักกับฤดูกาลต่างๆ คือแค่มีคุณหมอมินอ่ะแค่มีคนที่เรารักก็พร้อมจะอยู่ข้างๆตลอดเวลาแล้ว คุณหมอเห็นมั้ย missing piece ของตัวเองอยู่นี่แล้ว ฮือ ความรักของจีมินยิ่งใหญ่มาก ทุกคำพูดไม่ว่าจะพูดกับนัมจุนหรือยุนกิเองมันจริงใจอ่ะ อาจเพราะเป็นนักเขียนเลยมีความคิดและคำพูดที่สื่อออกมาให้คนฟังคิดตามได้ดี แง รัก ทั้งที่ตัวเองก็กลัวมากแท้ๆ ใจคิดไปแล้วว่าต้องตายแต่ก็ไม่เสียดายเพราะไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว คือมันเศร้ามากเลย จะต้องตายเพื่อไปเป็นอาหารของคนที่เรารักและเค้ายังไม่พร้อมเปิดใจ แต่ไฟนอลลี่ฮือออออ คุณหมอมีสติแล้ว กร๊าวใจมากเท่มากกวกากวหวกสกก ขอบคุณค่ะที่ระงับความใจเย็นการเมินเฉยต่อทุกสิ่งแล้วช่วยจีมินเอาไว้ คงต้องขอบคุณเจ้าหญิงด้วย อาจจะเพราะอะไรหลายๆอย่างเลยทำให้คุณหมอมินนึกถึงคำพูดของเจ้าหญิงและตัดสินใจได้ เพราะจีมินทำให้เชื่อด้วยแหละว่าความรักมันไม่น่ากลัว หนักแน่นมากจีมินจ๋า เอาจริงว่าน้องคนเขียนเก่งมากๆเลยน้า มีมุมมองความรักที่สวยงามจนเราประทับใจมาก ตอนนี้ดีมากบทบรรยายคือสุดมากๆ ขอบคุณนะคะสำหรับฟิคดีๆเรื่องนี้ อยากจะขอบคุณทุกครั้งที่ได้อ่านฟิคน้องเลย เรารู้ว่ามันไม่ง่าย ผ่านการคัดกรองและคิดมากอย่างดี อยากจะให้คอมเม้นของเราเป็นกำลังใจให้เวลาคิดฟิคไม่ออกหรือเหนื่อยๆ การที่ได้อ่านฟิคของน้องทำให้เรามีความสุขมากเลย รอคอยตอนหน้านะ คุณหมอจะทำยังไงต่อ!
    #1146
    0
  21. #1145 P I I M . (@choi-minki) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 13:46
    ฮือหกาดฟสวด่สเ คือ พออ่านไปถึงตอนที่จีมินจะตายก็รู้สึกเคว้งไงไม่รู้ ความตายนี่มันน่ากลัวจริงๆนะ อ่านไปก็กลัวเหมือนจะโดนเอง มันต้องยากแน่ๆอะกับการที่รู้ตัวเองจะตายตอนไหนเนี่ย นี่โคตรชอบความเจ้าบทเจ้ากลอนความนักเขียนนักกวีของจีมินมาก ภาษามันมากกว่าคำว่าสวยงามแล้วอะ เหมือนอ่านปรัชญาอะไรซักอย่างอยู่ มันดีมากเลยอะ เราร้องเลย ความรักนี่มันสวยงามจริงๆนะ ชอบที่บอกว่าการได้มีชีวิตแล้วตายไปพร้อมกับความรักมันสวยงามที่สุดแล้วอะไรนี่แหละ ม่างเง้ย มันสวยงามจนเราร้องเลยอะ ตอนแรกคิดว่าคุณหมอจะไม่ทำอะไรอะ คิดว่าจะปล่อยให้จีมินตายไป รู้สึกตัวทันก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง แง ชอบจัง
    #1145
    0
  22. #1144 Yimine_yim (@153792nc) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 03:15
    -ุนกิ คือดีมากกกกกกกกกกกกกกก
    #1144
    0
  23. #1143 lpeachx (@mynameiselle) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 01:28
    รอเล่มเลยฮืออออดีงามมากเรื่องนี้แงงงง
    #1143
    0
  24. #1142 Gnaet D (@alpaca) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 23:43
    โอ๊ยยยยคุณหมอ ฉันรักเขาาาา
    #1142
    0
  25. #1141 'schdapt (@junkim) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 21:29
    ก็รู้ทั้งรู้ว่าสุดท้ายจีมินจะเป็นยังไง(เข้าไปอ่านของคุณเคเคไลน์มา) แต่กลับลุ้นทุกครั้งที่อ่าน เหมือนปมมันยังเคลียร์ไม่หมด แต่ว่านะ ความคิดของจีมินนี่สุดยอดจริงๆ ก็กลัวแหละ แต่จะให้ทำไงได้ แงงง ไม่อยากเรียกร้องเลยค่ะ แต่อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว สู้ๆนะคะ
    #1141
    0