(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 4 : 02 : Life (1/1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 155 ครั้ง
    27 ก.พ. 59



Title: Life

Cast: BTS

Pairing: yoonmin (yoongi x jimin)

Genre: AU

Rate: PG





Note: The Most Beautiful Moment in Life





จีมินไม่ได้เรียนนิติศาสตร์ แต่วิชากฎหมายเป็นวิชาบังคับที่นักเรียนปีหนึ่งทุกคณะจะต้องเรียนที่มหาลัยของเขา ดังนั้นต่อให้จะทำเป็นปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดจมูกหรืออะไรก็แล้วแต่ เขารู้ดี ว่าการที่นักเรียนปีสองซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วอย่างเขาถ้านึกอยากจะมีแฟนซักคนและอยากอยู่แบบสงบๆเนี่ย ไม่ควรเอาเด็กที่อายุต่ำกว่าสิบห้าปีมาเป็นแฟน



คือ... แบบ พรากผู้เยาว์อ่ะ เข้าใจตรงกันนะ



แล้วเรื่องพรากผู้เยาว์มันเกี่ยวอะไรกับเขาน่ะหรอ 



คือมันเป็นงี้............




13/20




กรุ๊ง กริ๊ง



จีมินเรียนอยู่เอกภาษาอังกฤษที่มหาลัยแห่งชาติซึ่งมีชื่อเสียง ปกติไอเด็กคณะเขาเนี่ย ถ้าว่างก็รับจ็อบสอนพิเศษตามบ้าน ตามร้านกาแฟบ้างอะไรบ้างหาเงินกินขนม จีมินก็เหมือนกัน สอนมาหมดแล้วตั้งแต่เด็กเตรียมเอนท์ ม.ปลาย คนแก่ เหนื่อยหน่อยแต่ทุกอย่างก็เป็นไปได้ดีเพราะเขาเป็นคนยิ้มง่าย คุยสนุก 




ปัญหามันเริ่มจากตรงนี้



“ยุนกิ ได้เวลาเรียนภาษาอังกฤษแล้วลูก”



เด็กชายมินยุนกิอายุสิบสามขวบ เพิ่งขึ้น ม.หนึ่งมาหมาดๆ 



จะว่าเป็นโชคดีของเขาก็ได้ที่คุณแม่ของเด็กชายยุนกิเห็นความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษถึงได้จ้างเขาด้วยเงินค่าสอนสูงลิบลิ่ว แถมสอนแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ไม่กระทบการเรียนด้วยนะ จะไม่รับเพราะเกรงใจก็ไม่ได้เพราะแม่ของยุนกิก็คือรุ่นน้องของแม่เขา อยากจะสอนให้ฟรี ตอนแรกก็คิดงั้นจนมาสอนมันเนี่ยแหละ



“ไม่เอาอ่ะ”



“ทำไมละคะลูก นี่พี่จีมินไง”



“I don’t give a shit”



ความกวนตีนของไอ้เด็กนี่ทำเอาจีมินอยากจะเอาตีนก่ายหน้าผากวันละสิบห้าล้านสามแสนรอบ มินยุนกิก็ไม่ใช่เด็กโง่อะไรเพราะชอบฟังเพลงฮิปฮอปสากลมาตั้งแต่เด็ก คุณแม่เห็นก็คิดว่าถ้าเด็กชายน่าจะชอบเรียนภาษาอังกฤษเพราะอย่างงี้ แถมยังเป็นการปูพื้นฐานที่ดีต่อไปด้วย




แต่เอาจริงมั้ย วันๆเด็กนี้ไม่เห็นจะพูดอะไรเลยนอกจาก I don’t give a f*uck เวลาเขาสอนก็ชอบแหกปากร้องเพลงห่าอะไรไม่รู้ที่เขาไม่เข้าใจ



เด็กชายน่ะบอกว่าตัวเอง SWAG แต่จีมินเห็นหนทางชีวิตของยุนกิแล้วช่างริบหรี่เหลือเกิน...



“เรียนอะไรไม่รู้น่าเบื่อ” อ่าว นี่ด่าเขาอีกหรอเนี่ย 



เห็นเด็กทำหน้ามุ่ยก็อดขำไม่ได้ ถึงมันจะปากหมาแล้ววันๆก็ไม่ทำอะไรเลยนอกจากฟังเพลง จีมินก็ยังนึกเอ็นดูอยู่ดี อาจเพราะยุนกิเป็นลูกหลงที่พี่ชายกับพี่สาวก็โตเกินกว่าจะมานั่งเล่นด้วยแล้วก็เลยเหงา แถมเจ้าตัวยังไม่ชอบพวกตุ๊กตา หุ่นยนต์อะไรอย่างนี้อีก สมัยนี้อะไรๆก็ไฮเทค ปล่อยเด็กไว้กับไอแพดมากๆเด็กก็เลยกลายเป็นพวกดิจิตอลไปหมด



“ทำไมพูดแบบนั้นละคะ ลูก”



“ไม่เป็นไรครับ” จีมินก้มลงฉุดเด็กที่กำลังนั่งจิ้มไอแพดให้ลุกขึ้น เมินเฉยเสียงโวยวายแล้วให้แรงมากกว่าลากอีกฝ่ายไปที่โต๊ะเรียน



“ปล่อยนะ! จีมิน” หากเป็นเด็กคนอื่นเรียกชื่อเขาห้วนๆจีมินคงตบหัวไปแล้ว แต่จีมินก็ทำเพียงยีผมสีดำนุ่มนั้นเบาๆ มือบางล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายติดตัวแล้วหยิบบางอย่างขึ้นมาโชว์



“ทายซิ นี่อะไร”



“แผ่นเสียงรุ่นลิมิเต็ดของ Epik High!!!!!!!!!!!” แหม ทีแบบนี้รีบตอบเลยนะ เวลาถามภาษาอังกฤษทำไมไม่ตอบฉะฉานแบบนี้บ้างวะ



อย่างที่บอกว่าเด็กยุคดิจิตอลอย่างยุนกิน่ะรู้มาก กะอีแค่แผ่นซีดีก็รู้จักอยู่แล้ว แต่ความสำคัญมันอยู่ที่แผ่นมันไม่มีให้ซื้อแล้วต่างหาก



“ไปหามาได้ไงง่ะ”



“ไม่บอก” จีมินจะไม่บอกหรอกว่าตอนที่แผ่นเสียงนี้ออกวางขายเขาก็เผลอซื้อเพราะนึกถึงยุนกิขึ้นมาทันที อีกฝ่ายยังเป็นเด็กแถมราคาซีดีก็ไม่ได้ถูก กว่าจะเก็บเงินครบจนซื้อได้มันก็คงไม่มีให้ซื้อแล้ว ได้ยินยุนกิบ่นอยู่นานสองนานก็ขำ เมื่ออาทิตย์ก่อนยุนกิเอาคะแนนสอบภาษาอังกฤษที่โรงเรียนมาอวดและคะแนนมันก็ออกมาดีพอสมควร 



ถือว่าให้รางวัลเด็กแล้วกันนะ 



“ให้ฉันหรอ”



“ถ้าทำตัวเป็นเด็กดีนะ”



“ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว” เชื่อมั้ยว่าเกือบร้อยเปอร์เซนต์ของคนที่พูดคำนี้ก็ยังเป็นเด็กทั้งนั้นแหละ



“งั้นก็อด เพราะซีดีนี่ของเด็กดี”



หน้าบึ้งๆปากยื่นๆโคตรตลกเลย นิสัยอีกอย่างของเด็กนี่คือเอาจริงเอาจังไปหมดซะทุกเรื่องแต่นั่นก็เรียกว่าเป็นข้อดีนะ มินยุนกิน่ะ พูดไว้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าอยากจะเป็นนักร้อง แต่ทุกวันนี้เห็นมันเอาแต่บ่นงึมงำๆอะไรไม่รู้เรื่อง



จีมินชอบเวลาที่ยุนกิทำหน้าหงุดหงิด...



“แต่ถ้าวันนี้ใครบางคนตั้งใจเรียนแล้วก็พูดดีๆกับพี่จีมิน จะให้ซีดีนี่ก็ได้นะ”



สิ้นประโยคนั้นยุนกิก็หน้าแดง รีบหยิบหนังสือออกมากางโดยไม่ต้องให้บอกแถมยังสั่งเขาอีกว่าให้เริ่มสอนได้แล้ว



เด็กยังไงก็เป็นเด็กละนะ 





14/21




“จีมิน วันนี้น่ะมีคนให้ช็อคโกแลตฉันมาด้วยนะรู้ป่าวววววววววววววว” 



อ่า วันนี้วันวาเลนไทน์ 




จีมินยิ้มขำๆเมื่อเด็กชายอายุสิบสี่เอาช็อคโกแลตรูปหัวใจโง่ๆที่หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตออกมาอวด ยุนกิดูจะภูมิใจกับมันมากๆเพราะหยิบมันมาจดจ้องหลายต่อหลายครั้ง



“สาวให้มาหรอ”



“อือออออออ ซูจีห้องสามอ่ะ สวยอย่างงี้เลย”



“จ้าๆ” นอกจากช็อคโกแลตแล้วก็มีสติ๊กเกอร์บนเสื้อนักเรียนนั่นแหละที่แสดงให้เห็นว่าเด็กตรงหน้านี่ก็ป๊อบพอตัว อย่างว่า ถ้าตัดนิสัยประหลาดๆออกไปแล้วยุนกิก็ถือว่าเป็นเด็กน่าคบคนนึง ตาตี่ๆหน่อยแต่ดูแล้วพอโตมาก็น่าจะหล่อใช้ได้เลย



เห็นสายตาคาดหวังจากเด็กตรงหน้าแล้วจีมินก็ขำ แหม อยู่กันมาเข้าปีที่สามทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเด็กนั่นคิดอะไรอยู่ จีมินหยิบดอกทานตะวันหนึ่งซึ่งแอบเด็ดมาจากแปลงเกษตรที่มหาลัยออกมาจากกระเป๋า ยื่นมันให้ยุนกิ



“อะไรเนี่ย”



“นี่ไง ของขวัญ”



“ผู้ชายที่ไหนเขาอยากได้ดอกไม้กัน” เด็กน้อยเบ้ปาก แต่พอจีมินจะเก็บยุนกิก็คว้ามันเอาไว้ จีมินหัวเราะ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าใบเดิมแล้วหยิบกล่องช็อคโกแลตรสชาเขียวสัญชาติญี่ปุ่นขึ้นมาแล้วโบกไปมาเบาๆ



“ก็เห็นยุนกิมีช็อคโกแลตของซูจีอยู่แล้วนี่ งั้นนี่ก็คงไม่จำเป็นแล้วมั้....”



ฟึ่บ



ยุนกิรีบคว้ากล่องช็อคโกแลตไปจากมือทันที เห็นหูแดงๆนั่นแล้วก็อดคิดในใจว่าจริงๆเด็กนี่ก็น่ารักออกนะ จีมินรู้นะว่ายุนกิน่ะคาดหวังช็อคโกแลตของเขาแน่ไหน



ก็แหม ชอบของขวัญจะตายไป ไอ้เด็กนี่ แล้วบอกว่าตัวเอง SWAG อย่างนั้นอย่างนี้



“เห็นว่าเอามาแล้วเดี๋ยวจีมินจะหน้าแตก งั้นจะรับนี่ไว้แล้วกันนะ”



คนรอบตัวยุนกิน่ะ มีแต่อะไรไม่รู้ ตลอดมาพ่อกับแม่ก็ให้ตุ๊กตาหมีโง่ๆ พี่ชายกับพี่สาวก็ให้เกมฝึกสมองปัญญาอ่อนมาให้เขาเพราะอยากให้น้องโตมาฉลาด มีใครเคนถามมั้ยว่ายุนกิชอบอะไรไม่ชอบอะไร มีแค่จีมินเท่านั้นแหละที่รู้จักครีเอท ยุนกิน่ะ... ชอบของขวัญของจีมินที่สุดเลย



“โอ้ ขอบใจมากนะ คิดว่าของพี่จะกลายเป็นหมันไปซะแล้ว”



ถึงจะชอบเห็นเด็กนี่ทำหน้าหงุดหงิด แต่จริงๆแล้วจีมินน่ะ ชอบเวลาที่เด็กนี่ยิ้มที่สุดเลย~







15/22



“ทำไมวันนี้เหนื่อยมางี้อ่ะ”



จีมินมองคนที่เดินแฮ่กเข้ามาในบ้านแล้วนึกสงสัย ช่วงนี้ยุนกิดูผอมลงไปแล้วก็ดูเหนื่อยๆไม่ค่อยกระตือรือร้นเหมือนทุกวัน สอนไปยุนกิก็เหมือนจะหลับไป สงสารก็ส่วนสงสารนะ แต่สงสัยด้วย



“เปล่า ก็แค่เดินกลับบ้าน”



เดินกลับบ้าน! คุณพระ



โรงเรียนของยุนกิอาจจะไม่ได้ไกลจากบ้านมากแต่ก็ไม่ใกล้พอที่จะเดิน อะไรทำให้เด็กนั่นถึงนึกทำอะไรแบบนี้ได้นะ



“จีมินวันนี้นอนนี้มั้ยอ่ะ ขอกินข้าวก่อน” เลทมามากแล้วแต่ถ้าให้เรียนตอนนี้มีหวังได้เป็นลมตายแน่เลย



ไปหิวมาจากไหนวะเนี่ย...



ตารางชีวิตที่เข้าใจของยุนกิคือตอนเย็นกินข้าวหลังเลิกเรียน ซ้อมบาสตอนหกโมง แล้วก็กลับบ้าน นี่อย่าบอกเขานะว่าเด็กนี่หิ้วท้องรอกลับมากินข้าวฝีมือแม่



สงสัย สงสัย สงสัย



มองคนหิวข้าวกระซวกทุกอย่างเข้าท้องอย่างหิวโหยแล้วจีมินก็นึกเอ็นดู เกิดอะไรขึ้นกับมินยุนกิกันนะ...






คืนนั้นว่าจะเริ่มติวก็ดึกแล้วรถเที่ยวสุดท้ายก็ไม่มี จีมินก็เลยตกลงใจนอนที่บ้านยุนกิ อันที่จริงมันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกเพราะก็มีบางวันเหมือนกันที่จีมินติดธุระทำให้มาสอนสายบ้าง พ่อแม่ของยุนกิไม่อยู่บ้านบ้าง พี่ชายกับพี่สาวก็ไม่ต้ิงพูดถึงเพราะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศตั้งนานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้เข้าในห้องของเด็กฮิปฮอปนี่เลยเพราะห้องอื่นๆไม่ได้ทำความสะอาด



“โห” 



จีมินให้ยุนกิไปอาบน้ำก่อนเพราะเห็นสภาพเหงื่อของยุนกิแล้วไม่ใช่เล่นๆ ห้องของเด็กหนุ่มอายุสิบห้าก็ไม่มีอะไรมาก ติดโปสเตอร์นักร้องฮิปฮอปไว้เต็มห้อง (ซึ่งบางคนจีมินก็ไม่รู้จัก) มีชั้นวางซีดีซึ่งซีดีลิมิเต็ดของ Epik High ที่จีมินเคยให้ก็ถูกวางเด่นเป็นสง่าที่ตรงกลาง กีต้าร์ นอกนั้นก็เป็นกองเสื้อผ้ารกๆ โต๊ะอ่านหนังสือที่มีกองหนังสือกับคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่และก็....



เอ๊ะ นี่อะไร



จีมินเดินเข้าไปพิจารณาวัตถุประหลาดที่เข้าใจว่าจะเป็นกระปุกออมสินรูปหมูน้อย(มันไม่เข้ากับคนคูลๆอย่างยุนกิเลยใช่มั้ยละ) หยิบมันขึ้นมาเขย่าๆก็พบว่ามีเงินอยู่พอสมควร ที่ข้างกระปุกมีโน๊ตแปะไว้อยู่ด้วย



‘เพื่อ MIXER!!!!!!’



อ่า เข้าใจและ เก็บเงินซื้อของนี่เอง



อันที่จริงช่วงอาทิตย์ที่แล้วก็เห็นยุนกิบ่นอยู่นะว่าอยากได้เครื่องทำเพลงราคาแพงใช้ได้ จีมินไม่ได้ฟังรายละเอียดเท่าไหร่เพราะเขาไม่รู้จักหรอกไอ้ของพรรค์นั้น แต่ได้ยินอีกฝ่ายพูดว่าอยากทำอย่างนั้น อยากทำอย่างดี แล้วก็แหกปากร้องแร๊พ (อ่า เข้าใจว่ามันเป็นเสียงบ่นมาตลอดหลายปี ขอโทษนะ ยุนกิ)



มีความพยายามใช้ได้นี่



“จีมินทำอะไรอ่ะ ไปอาบน้ำได้และ ถ้าไม่อาบอย่าหวังนะว่าจะได้นอนบนเตียง





วันถัดมา



“มาทำอะไรเนี่ย”



เด็กหนุ่มวัยสิบห้าในชุดนักเรียนมองรุ่นพี่ติวเตอร์ในชุดไปรเวทที่ยืนรออยู่หน้าประตูโรงเรียน วันนี้มีซ้อมบาสเลยนัดจีมินดึกกว่าปกติแล้วอีกฝ่ายมาทำอะไรที่นี่กัน



จีมินโบกมือทักทายเด็กหนุ่มแล้วก็ผายมือไปที่จักรยานสีเหลืองสดใส



“วันนี้ผ่านมาแถวนี้พอดีน่ะ มีร้านอร่อยแนะนำบ้างมั้ย อีกตั้งสองชั่วโมงกว่านายจะซ้อมบาสนี่”



“แต่...” 



“ฉันเลี้ยงเอง ไหนๆก็เพิ่งเคยมาโรงเรียนนายนี่ เจ้าถิ่นจะไม่มีน้ำใจหน่อยหรอ”



จีมินพาเด็กไปเลี้ยงบุพเฟ่ต์หมูกระทะ เห็นยุนกิกินข้าวอย่างสบายอกสบายใจ ตัวเขาเองก็อดยิ้มไปด้วยไม่ได้เลย



“ค่อยๆกินสิไอ้เด็กนี่ เลอะปากหมดแล้วนะ”




ทั้งที่อยู่ในช่วงปิดเทอม จีมินจะรับสอนพิเศษเพิ่มขึ้นก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงปฏิเสธงานทั้งหมดแล้วมาใช้ชีวิตอยู่ที่แดกู เมืองที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากมินยุนกิ





16/23



ตอนนี้จีมินเรียนจบแล้ว ทำงานเป็นล่ามอยู่ที่บริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งซึ่งเงินเดือนถือว่าใช้ได้เลยสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเขา แต่งานอดิเรกอีกอย่างที่กลายมาเป็นงานหลักของเขาแล้วก็คือการดูแลมินยุนกิ



เขาเลิกรับค่าจ้างจากแม่ยุนกิไปนานมากแล้ว อาจเพราะรู้สึกรักเด็กนี่เหมือนน้องชายแท้ๆก็เลยอยากสอน อยากช่วยเหลือ เรียกว่าอยู่ด้วยกันเฉยๆน่าจะเหมาะกว่า เพราะเด็กม.ปลายอย่างยุนกิมีกิจกรรมต้องทำเยอะแยะ แถมได้ข่าวว่ามีเดทด้วยเลยไม่อยากรบกวนมาก





“โธ่เว้ยยยยยยย!”



ฟ้ามืดแล้วเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนม.ปลายถึงเดินเข้ามา อ่า ลืมบอกไปสินะ ครอบครัวให้ยุนกิย้ายมาอยู่โซลแล้วเพราะพ่อแม่อยากให้ยุนกิมีการศึกษาที่ดี เด็กหนุ่มเลยต้องย้ายเข้ามาอยู่คอนโดเดียวกันกับจีมิน แถมโรงเรียนของยุนกิกับที่ทำงานของจีมินก็ไม่ได้ไกลกันมาก บางวันจีมินก็จะรับยุนกิไปกินข้าวเย็น ไม่ก็ไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต ทำอะไรง่ายๆกินด้วยกัน เด็กหนุ่มไม่ค่อยชอบออกไปไหน วันๆหมกตัวอยู่แต่ในห้องเพราะทำเพลง



“หน้าไปโดนอะไรมา” ใบหน้าของยุนกิมีรอยช้ำแถมเสื้อผ้าก็หลุดลุ่ย



ไปต่อยกับใครมาเนี่ย



แม้จะอารมณ์เสียแต่ยุนกิก็มีมารยาทพอที่จะไม่เอามาลงกับจีมิน เพียงแต่นั่งลงปล่อยให้คนโตกว่าค่อยๆเช็ดทำความสะอาดแล้วก็ทำแผลให้ พอเข้าม.ปลายมายุนกิก็เป็นสารวัตรนักเรียน แต่ละวันมีเรื่องกระทบกระทั่งกับเพื่อนที่เป็นนักเลงอยู่บ้าง นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะซวยโดนรุมกระทืบ



“วันละก็ระวังตัวเองหน่อยสิ...”



รู้หรอกนะว่ายุนกิคงระวังแล้วไม่งั้นป่านนี้ได้เข้าโรงพยาบาลหยอดน้ำเกลือ ความรู้สึกของการมีลูกมันเป็นยังไงเข้าใจก็วันนี้ และแม่ก็คือแม่ อดบ่นไม่ได้จริงๆ



“วันหลังมีอะไรก็โทรหาพี่ เข้าใจนะยุนกิ”



ปากอิ่มเม้มแน่นจนจีมินต้องแตะมันเบาๆให้คลายออก เขารู้ว่ายุนกิพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่เพื่อไม่ให้รบกวนจีมิน แต่ยังไงยุนกิก็เป็นแค่เด็กที่เพิ่งขึ้น ม.ปลาย จะมาดเยอะอะไรนักหนากัน ยังไงยุนกิก็เป็นเด็กในสายตาจีมินอยู่ดี



“ขอโทษ”



แถมเป็นเด็กน่ารักด้วยนะ



โถมตัวลงไปกอดเด็กที่นับวันหน้าตาก็ยิ่งดี ถึงจะไม่ได้เป็นพี่น้องแท้ๆ แต่จีมินก็คิดนะว่าตัวเองนะ สนิทสนมกับยุนกิมากกว่าพี่ชายพี่สาวจริงๆซะอีก



“เป็นห่วงนะ ยุนกิ”




17/24




ได้เวลาอาหารเย็นแล้วแต่ยุนกิก็ยังไม่ยอมออกจากห้อง ปกติยุนกิน่ะขี้หิวจะตาย ยังทำอาหารไม่เสร็จก็ต้องออกมาบ่นแง๊วๆแล้วว่าหิวอย่างนั้น หิวอย่างนี้ วันนี้เป็นอะไรไปหว่า



เคาะประตูห้องเบาๆ เปิดเข้าไปก็เจอแต่ความมืดกับไอเย็นยะเยือก 



“มีอะไร” เสียงแหบแห้งถาม



“เป็นอะไร” จีมินไม่ตอบแต่เลือกที่จะถาม พอทำท่าจะเปิดไฟยุนกิก็ไม่ให้เปิดอีก ถอนหายใจกับความดื้อแล้วถึงเดินไปนั่งลงบนเตียง คลำๆดูก็เจอก้อนอะไรบางอย่างที่คลุมด้วยผ้าห่ม อ่า ก้อนยุนกิ



“เปล่า” ปฏิเสธเสียงแข็งอย่างงี้



เพราะเป็นคนช่างสังเกต เลยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็นึกถึงสองสามวันที่ผ่านมาที่ยุนกิอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ช่วงนี้ยุนกิระหองระแหงกับแฟนสาวที่อยู่ห้องอื่น ได้ยินแว่วๆว่าเพราะยุนกิเอาแต่มุ่งมั่นกับเพลงจนเกินไปอีกฝ่ายเลยไม่ชอบ โทรมาทะเลาะง๊องแง๊งก็มีบ้าง หรือว่าจะเลิกกับแฟนงั้นหรอ?



ถ้าถามไปต้องโดนไล่แน่เลย



“ไม่หิวข้าวหรอ”



“ไม่หิว”


เด็กวัยรุ่นฮอร์โมนพลุ่งพล่าน เวลารักก็รักกันหวานจนน่าหมั่นไส้ พอเลิกกันก็ทำตัวโทรมเหมือนใกล้ตาย จีมินผ่านเรื่องราวประมาณนี้มาเยอะพอสมควรเหมือนกันก็เลยเข้าใจ



“นี่... รู้อะไรมั้ย”



“อะไร”



“วันนี้ทะเลาะกับเจ้านายมาอ่ะ”



“เรื่อง?”



“ก็เจ้านายอ่ะ บอกว่าพี่แปลงานผิด ทั้งๆที่คนอื่นก็บอกว่าถูกแล้ว เถียงไปเถียงมาตั้งนาน แต่เค้าก็ไม่ยอมฟังเลย”



“ก็ด่าไปเลยดิ่”



“บ้าหรอ จะด่าได้ไงเค้าเป็นเจ้านายนะ” มือเอื้อมไปยีผมของยุนกิที่พ้นออกมาจากปลายผ้าห่ม



“อันที่จริงมันก็ไม่ได้แปลผิดหรอก แต่ถ้อยคำอาจจะไม่ได้ดีตรงใจกับเจ้านาย นึกออกใช่มั้ยละ งานแปลมันมีหลายรูปแบบ เจ้านายบอกให้พี่เปลี่ยน แต่พี่ก็ไม่เปลี่ยน เพราะพี่แค่รู้สึกว่าการแปลแบบที่พี่ทำมันไม่ได้ผิด มันแค่ต่างกัน”



“พี่เรียนภาษามากี่ปีแล้วก็ไม่รู้ มีแนวการใช้ของตัวเองมาก็ตั้งนาน ถ้ามันผิดก็แก้นะ แต่ถ้ามันไม่ผิด บางครั้งก็ไม่แก้มันหรอก พี่ว่าทุกอย่างที่พี่ทำมันดีแล้ว และพี่ก็พอใจแบบนั้น”



เหมือนที่เวลาเราอ่านนิยายแปลแล้วคนก็งงกันว่าทำไมใช้คำนี้ ทำไมไม่ใช้คำนั้นนั่นแหละ



“นอกจากเจ้านายแล้ว คนทั้งบริษัทก็ชอบงานพี่กันหมดเลยแหละ”



“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอไง” เสียงอู้อี้พูด อา... เด็กนี่ร้องไห้จนได้



“อื้อ บางครั้งเราอาจจะถามตัวเองนะ ว่าทำไมคนนั้นถึงไม่ชอบงานเรา หรือคนนี้อาจจะไม่ชอบเรา ทั้งที่เราก็คิดว่าสิ่งที่เราทำมันไม่ได้ผิด แต่ถามว่าเราจำเป็นต้องฝืนตัวเองเปลี่ยนมันด้วยหรอ จำเป็นด้วยหรอที่จะต้องมานั่งแคร์ว่าทำไมเค้าถึงไม่ชอบเรา สู้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นไม่ดีหรอ”



“ตอนที่เจ้านายด่านะ พี่ก็เครียดแหละ แต่นึกถึงตอนนายเด็กๆ จำได้มั้ย ตอนที่แม่นายถามว่าทำไมไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษ แล้วนายก็ตอบกลับมาว่า I don’t give a shit เอ้อ นั่นดิ่ จะไปสนทำไมกันกับคนพรรค์นั้น”



จีมินได้ยินเสียงสะอื้นจากกองผ้าห่ม ยิ้มออกมาแม้จะรู้ว่ายุนกิไม่เห็นมัน 



“เป็นเด็กอ่ะ ถ้าเสียใจก็แค่ร้องไห้ออกมา เชื่อดิ่ เดี๋ยวอะไรๆดีขึ้น”



นั่งฟังคนที่เงียบไม่พูดอะไรเอาแต่ร้องไห้ออกมาอยู่สามชั่วโมง ในที่สุดเด็กหนุ่มก็สะบัดออกมาจากกองผ้าห่ม เจ้าตัวยังอยู่ในชุดนักเรียนอยู่เลย



“จีมิน หิวแล้ว”



เขายิ้มจนตากลายเป็นขีด ยกนิ้วขึ้นเกลี่ยน้ำที่หางตาของอีกฝ่ายเบาๆ



“ออกไปกินข้าวกันนะ”




18/25




“ผมจะไป ผมอยากเป็นนักร้อง ผมไม่เห็นอยากจะเป็นไอ้วิศวะอะไรนี่เลย”



อ่า... ช่วงนี้หูของจีมินรับมลภาวะมากเกินไปสินะ



ช่วงอายุสิบแปดปีเป็นช่วงเวลาที่นักเรียนทั่วไปกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนหรือว่าจะทำอะไรต่อจากเรียนจบมัธยม ตอนจีมินเลือกเรียนเอกภาษาก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะแค่ชอบเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าอย่างอื่นเท่านั้นเอง



ส่วนความชอบของมินยุนกินั้น ชัดเจนมาตั้งแต่เพิ่งอายุสิบกว่าแล้วแหละ



“ลูกจะไปเป็นนักร้องเต้นแร้งเต้นกาแบบนั้นได้ยังไง รู้รึเปล่าว่ามันไม่ได้เป็นกันง่ายๆนะ” คุณแม่ของยุนกิที่แก่ลงทุกวันแย้ง 



ปัญหามันอยู่ตรงไหนนะหรอ...



ก็ตรงที่วันออดิชั่นของค่ายเพลงมันอยู่ก่อนวันสอบซูนึงน่ะสิ ปกติแล้วช่วงใกล้สอบแบบนี้นักเรียนจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง อ่านหนังสือไม่ก็ทำข้อสอบเก่าเพื่อที่จะสอบให้ได้คะแนนดีๆทั้งนั้นแหละ



“แล้วทำไมผมจะเป็นไม่ได้”



“ยุนกิ เอาเวลาไปอ่านหนังสือไม่ดีกว่าหรอลูก” น้ำเสียงของคนเป็นแม่อ่อนลงเล็กน้อย



“ผมอยากทำเพลงแม่ก็รู้ ผมชอบดนตรี อยากใช้ชีวิตแบบที่อยู่กับดนตรี แล้วนี่มันเปิดแค่ปีละครั้งเองนะ”



“งั้นก็ไปปีหน้าสิลูก”



ยุนกิกัดฟัน เขาออดิชั่นมาหลายปีแล้วแต่ก็ไม่ผ่าน ช่วงเวลาที่ผ่านมาถึงได้ทุ่มสุดตัวไปกับการทำเพลงครั้งนี้ ถ้าปีนี้ไม่ได้ปีหน้าเข้าก็อายุสิบเก้าแล้ว มันจะแก่เกินไปรึเปล่าทำหรับการทำความฝัน แล้วเขาเองจะหมดไฟรึเปล่า



“แต่ผมอยากไป...”



“ก็ไปวันอื่น หลังวันสอบ”



“แม่ไม่เข้าใจ ค่ายนี้นะมัน...”



“หยุด”



“แม่ไม่อนุญาต แล้ววันนั้นแม่ก็จะอยู่เฝ้าลูกด้วย อย่าได้คิดจะออกจากห้องไปเชียวละ ยุนกิ”



จีมินเห็นยุนกิทรุดเขาลงอย่างอ่อนแรง เด็กหนุ่มไม่ได้ร้องไห้ แต่แววตานั้นก็ฉายให้จีมินรู้ ว่ายุนกิเจ็บปวดมากกว่าครั้งไหนๆ



.



เช้าวันนั้นคุณนายมินก็อยู่เฝ้าลูกตามที่บอกจริงๆ มันเป็นวันเสาร์ จีมินไม่ได้ออกไปไหนเหมือนกันเลยอาสาทำอาหารเช้า เวลาออดิชั่นของยุนกิคือสิบเอ็ดโมง แล้วตอนนี้ก็เจ็ดโมงแล้ว



“ยุนกิน่ะ... ที่จริงเป็นเด็กดีนะครับ”



“อะไร จะเข้าข้างน้องอย่างนั้นหรอ” อ่า เสียงเข้มมาเลย



“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ที่จริง ยุนกิเป็นคนหัวดีนะครับ แล้วตั้งแต่ขึ้น ม.ปลายมาก็ไม่ได้ทำตัวเหลวไหลด้วย”



“คุณน้าครับ ยุนกิชอบการทำเพลงมากจริงๆนะครับ คุณน้าจำได้มั้ยว่ามีตอนนึงที่ยุนกิผอมๆลงไปเพราะว่าเดินกลับบ้านทุกวันเลย”



“….จำได้”



นึกถึงช่วงเวลาเก่าๆแล้วรู้สึกแก่ยังไงไม่รู้นะ



“ตอนนั้นน่ะ ผมบังเอิญเข้าไปในห้องยุนกิ ก็เลยรู้ว่าเงินค่าขนมที่เอาไว้ขึ้นรถบัสกับเป็นค่าอาหารเย็น ยุนกิอดทนเก็บมันเพื่อที่จะซื้อเครื่องทำเพลง”



คุณนายมินเสหน้าไปอีกทาง เธอเป็นแม่มีหรือจะไม่รู้ว่าลูกตัวเองหลงใหลในการทำเพลงมากเพียงใด แต่อาชีพนักร้องมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราดี เราเก่งแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับความชอบของคนอื่นด้วย ยุนกิเป็นลูกหลงที่อายุห่างกับพี่ๆค่อนข้างเยอะ เธอถึงทั้งรัก ทั้งห่วง ใครจะไปอยากให้ลูกต้องทนลำบากทั้งที่รู้ว่าเส้นทางการเป็นนักร้องมันไม่ได้ง่ายเลย



“ผมไม่เคยเห็นยุนกิเสียการเรียนเพราะว่าทำเพลงเลยนะครับ”



เพราะไม่อยากให้ใครมาดูถูกสิ่งที่รัก เด็กนั่นเลยมักจะพยายามอย่างเกินตัวเสมอ



“ยุนกิน่ะ ดูเผินๆอาจจะเหมือนเด็กใจร้อน แต่จริงๆเขาเป็นเด็กดีมาก ถึงจะชอบแหกปากร้องเพลงบ้าๆบอๆ แต่เขาก็มีความสุขกับมันนะครับ”



“ถ้าพลาดวันนี้ไป... ใช่ โตขึ้นเขาอาจจะเป็นวิศวกรที่ดี เป็นลูกน้องหรือเจ้านายที่ดี แต่พอถึงตอนนั้น เขาจะมีความสุขหรอครับ ขอโทษนะครับที่ผมพูดมาก แต่จริงๆแล้วที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณน้า ไม่ใช่ความสุขของยุนกิหรอกหรอครับ”



จีมินเป็นน้ำตาของคนเป็นแม่ไหล น้ำตาของเขาเองก็เหมือนกัน ถึงจะไม่ได้เลี้ยงยุนกิมาตั้งแต่เด็กแต่เขาก็รู้ว่ายุนกิน่ะ พยายามมากกว่าใครเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง



และเขาก็รักยุนกิที่เป็นแบบนั้นที่สุด




“จะไปไหนก็รีบไป”



คุณนายมินยกหนังสือพิมพ์ขึ้นมาปิดหน้า นาทีนั้นหัวใจของจีมินเหมือนหยุดเต้นไปแล้ว เขารับเดินไปคว้ากุญแจรถกับกระเป๋าสตางค์ เปิดประตูผั๊วะเข้าไปเจอยุนกิที่กำลังมองแผ่นซีดีกับใบสมัครที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างเงียบงัน



“อะไรกัน... จีม...”



“ไปเร็ว เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก” รีบเดินไปคว้ามือเด็กหนุ่มพร้อมกับเช็คของที่จำเป็นว่าไม่มีอะไรขาด จากนั้นก็ฉุดแขนของคนที่งงๆอยู่เดินลงไปที่ลานจอดรถ



นานๆทีเขาจะขับรถ แต่ขืนไปรถไฟคงได้ไปไม่ทันกันพอดี!!!!!!!!




.





วันนั้นยุนกิไปทันก่อนปิดรับลงทะเบียนเพียงสองนาที ถามไม่หยุดว่าไปทำอีท่าไหนแม่ถึงยอมให้จีมินลากตัวเขาดุ่มๆมาที่นี่ แต่เขาส่ายหน้า บอกไปว่าจะเล่าให้ฟังทีหลัง ให้ตอนนี้ยุนกิทำใจให้สบายๆแล้วก็รวบรวมสมาธิกับเพลงอย่างเดียวเท่านั้น



แม้จะสงสัยแต่ยุนกิก็เข้าใจ รีบหยิบหูฟังขึ้นมาซ้อมพึมพำของตัวเอง




จีมินเดินไปส่งยุนกิถึงหน้าห้องออดิชั่น นัดหมายว่าจะเจอกันที่ร้านกาแฟด้านหน้าแล้วถึงกอดให้กำลังใจเด็กหนุ่มไปอีกที มือของยุนกิสั่น ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้สมเด็กเป็นวันแรก



“ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว คิดว่าหลายปีที่ผ่านมามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรอไง”



“มะ...ไม่ได้...ตื่นเต้นซักหน่อย”



“จำได้มั้ยที่พี่เคยถามนายว่าบ่นพึมพำอะไรอยู่นั่น” ยุนกิพยักหน้า นั่นเป็นตอนที่เขาอายุสิบสาม



“นายบอกว่านายกำลังแร๊พเพลงของทาโบล แต่พี่ดันฟังไม่ออกแล้วนายก็โกรธ”



จำได้ว่าทะเลาะกันใหญ่โตมากด้วย



“นายใช้เพลงนั้นเป็นเพลงออดิชั่นใช่มั้ย”



“อือ.........”



“นายคงงงว่าทำไมพี่ถึงรู้ เพราะพี่ได้ยินนายซ้อมมันไง ยุนกิอ่า... พี่ฟังมันรู้เรื่องแล้วนะ มันดีแล้ว เก่งขึ้นเยอะเลยนี่เรา” เขาพูดรัวอย่างสะเปะสะปะ ในใจอยากนึกคำพูดให้ดีกว่านี้แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน



รีบเกลี่ยน้ำตาที่แก้มขาวก่อนที่มันจะไหลมากไปกว่านี้



“ถ้ากรรมการด่านาย ว่าอะไรนาย รู้ใช่มั้ยว่าต้องตอบไปว่าอะไร”



คราวนี้ยุนกิยิ้มออกแล้ว มองตากันอยู่สักพัก ถึงได้พูดออกมาพร้อมกัน



“I don’t give a shit”




.




มันมีกฎห้ามผู้ติดตามเข้าไปดูออดิชั่น จีมินถึงได้มาตั้งกระวนกระวายแบบนี้ เห็นคนเดินออกมาร้องไห้บ้าง ยิ้มบ้างก็พอจะเดาออกว่าพอร้องเสร็จก็คงประกาศผลเลยเหมือนทุกปี อ่า... ถ้าไม่ได้ยุนกิจะเสียใจมากมั้ยนะ



เหลือบดูนาฬิกาเป็นรอบที่ร้อย เด็กน้อยของเขาก็ไม่ออกมาซักที



เดินไปสั่งช็อคโกแลตเย็นของโปรดอีกฝ่ายแล้วก็กลับมานั่งจับเจ่าอยู่ที่เก้าอี้เหมือนเดิม



ฟุ่บบบบบบบบบ



อยู่ๆก็มีร่างของใครบางคนโถมเข้ากอดเขาอย่างแรง จีมินรู้ว่านั่นคือยุนกิ และอีกฝ่ายกำลังร้องไห้



อ่า.... ไม่ผ่านงั้นหรอ



จะทำยังไงดีนะ จะปลอบยังไงดีละ



ก่อนจะนึกคำอื่นใดออก ยุนกิก็ผละออกจากร่างของพี่คนสนิท น้ำตาไหลก็จริงแต่ริมฝีปากนั่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม



“ผ่าน ผ่านละ จีมิน”



นั่นเป็นรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดเท่าที่จีมินเคยเห็นมา






.


.


.




23/30




บรรยากาศคอนเสิร์ตในวันนี้จบลงแล้ว มีแฟนคลับมากมายส่งเสียงกรีดร้องให้กับนักร้องหกคนที่กำลังยืนอยู่บนเวที วันนี้คือวันปิดฉากเวิร์ลทัวร์ครั้งแรกของ ‘บังทันโซนยอนดัน’ ฮิปฮอปไอดอลที่มีชื่อเสียง แม้จะเดบิวต์ได้ไม่นานแต่แฟนคลับของบังทันก็เยอะมากจริงๆ หลังจากที่บังทันเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตทั้งในประเทศ ในเอเชีย และอเมริการวมถึงยุโรปในบางประเทศ ก็กลับมาแสดงคอนอังกอร์ที่เกาหลีและปิดฉากได้อย่างสวยงาม หลังจากนี้แฟนคลับจะต้องเพิ่มมากขึ้น และงานก็จะต้องเยอะขึ้นมากแน่ๆเลย เขารู้




“ชูก้าฮยองมีอะไรอยากจะพูดอีกหน่อยครับ” แรปมอนสเตอร์หัวหน้าวงยื่นไมค์ไปให้แร๊พเปอร์หลักของวง ชูก้าหายใจเข้าแรงๆถึงรับไมค์มาจากน้อง แล้วเริ่มพูด



“มีหลายๆคนเคยถามว่าทำไมภาษาอังกฤษผมถึงดี ทั้งที่ไม่เคยไปเรียนที่ต่างประเทศมาก่อน...” เสียงกรี๊ดดังจนจีมินต้องยกมือปิดหู อ่า หรือนี่เขาจะแก่ไปแล้วนะ



“ตอนเด็กๆผมโคตรเกลียดภาษาอังกฤษ พูดได้แต่คำ SWAG ไม่ก็ I don’t give a shit” พอชูก้าเอ่ยคำประจำตัวออกมาแฟนคลับก็หัวเราะ จีมินเองก็หัวเราะ



“มันมีคนๆนึงครับ ที่แม่จ้างพี่เค้ามาสอนภาษาอังกฤษให้ผม”



ปกติชูก้าไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่วันนี้เขาเลือกที่จะพูด และก็เตรียมคำพูดยาวๆนี้มาหลายวัน ไม่สิ หลายเดือน คิดตั้งแต่ที่แสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกวันแรกแล้ว



“จากวันนั้นมาผมก็ต้องทนเรียนมัน ไม่อยากก็ต้องเรียน ไม่ชอบเลยพี่เค้าเป็นผู้ชายแถมโตกว่า ทำไมแม่ถึงไม่จ้างผู้หญิงน่ารักๆมาสอนกันนะ แต่ผมก็เรียน เรียน แล้วก็เรียน เพราะนั่นเกรดเลยออกมาดีกว่าชาวบ้าน”



จีมินหัวเราะ อ่า เข้าใจสาเหตุที่โดนต่อต้านแล้ว



“ทำอะไรก็โดนพี่เค้ารู้ทันไปหมดทุกเรื่อง แต่ทุกคนครับ เพราะมีพี่คนนั้นแหละครับ ผมถึงได้มาเป็นชูก้าบังทันได้ พวกคุณคงจะเคยดูคลิปออดิชั่นของผมกันหมดแล้วมั้ง”



เอาจริงๆนะ โคตรน่าอาย อยากจะทำลายมันทิ้งให้หมด ตัวเขาใส่เสื้อโปโลสีเขียวเชยๆ ผมก็ไม่ได้เซท สภาพทุเรศมากจนยังคิดอยู่เลยว่าทำไมวันนั้นถึงได้ออดิชั่นผ่าน



“แม่ของผมไม่อยากให้ผมเป็นนักร้อง เลยนั่งเฝ้าไม่ให้ผมออกจากนั้น ตอนนั้นเจ็ดโมงแล้วด้วย ผมนั่งสิ้นหวังอยู่ในห้องนอนคิดแล้วว่าคงไม่มีวันได้เป็นนักร้อง” เสียงโห่ดังขึ้นเมื่อแฟนๆเห็นน้ำตารื้นขึ้นที่ขอบตาของชูก้า----คนที่ไม่เคยมีน้ำตา



“แต่อยู่ๆประตูก็เปิดออก เค้าเดินเข้าคว้ามือผม บอกผมว่า ‘ไปสิ! เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก’ ผมหยิบของทุกอย่างมาอย่างงๆ ผมก็ไม่ได้เซ็ท เสื้อก็ประหลาด รู้ตัวอีกทีก็มาถึงตึก BigHit แล้ว มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆครับ”



“ผมตื่นเต้น คิดอะไรไม่ออกแต่พี่เค้าก็ทำให้ทุกอย่าง บอกแค่ให้ผมตั้งใจ บอกว่าแร๊พโง่ๆของผมมันดีแล้ว...”



ชูก้ารู้ว่าจีมินอยู่ที่ ตอนนี้ ถึงอีกฝ่ายจะไม่บอกเขาว่านั่งอยู่ที่โซนไหน ปฏิเสธบัตรที่นั่งวีไอพีที่เขาให้แล้วซื้อบัตรมาด้วยตัวเองเพราะบอกเขาว่าอยากจ่ายเงินเพื่อมาดูคอนเสิร์ตดีๆ



“แล้ววันนั้นผมก็ออดิชั่นผ่าน”



สปอร์ตไลท์บนเวทีทำให้ยุนกิมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืดและแสงกระพริบของแท่งไฟ ตลอดคอนเสิร์ตก็พยายามใช้ทุกเวลามองหาจีมินให้เจอ แต่ก็ไม่เจอ หรือว่าจีมินจะไม่ได้มากันนะ



น้ำเสียงของชูก้าสั่นแหละแหบพร่า มันทำให้จีมินนึกไปถึงตอนที่อีกฝ่ายเลิกกับแฟนตอนอายุสิบเจ็ด



“ขอบคุณนะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลย สำหรับสิบปีที่ผ่านมา ขอบคุณจริงๆนะ จีมิน



จีมินได้ยินเสียงตัวเองสูดน้ำมูก พอๆกับแฟนคลับที่เหลือซึ่งร้องไห้ไปแล้วกับคำพูดของผู้ชายอ่อนโยนมินยุนกิ และแค่นั้นมันก็พอแล้ว



จากนั้นหัวหน้าวงก็ปิดคอนเสิร์ต หนุ่มๆเดินเข้าหลังเวทีไป คำพูดในวันนี้ของชูก้าจะต้องทำให้เขาโดนคุ้ยประวัติอีกแน่ๆ



เขาหอบช่อดอกทานตะวันช่อใหญ่ไปที่หน้าทางเข้าพิเศษ โชว์บัตรที่ได้รับมา การ์ดทำหน้าดุมากแต่ก็ให้จีมินเข้าไปพร้อมดอกไม้



เขาเดินเข้าไปในห้องพักศิลปิน ในห้องไม่มีใครอยู่นอกจากหนุ่มๆซึ่งกำลังเก็บของเตรียมกลับหอ จีมินจุ๊ปากเมื่อเห็นเจโฮปอ้าปากทำท่าจะเรียกเด็กน้อยของเขาที่ตอนนี้นั่งตัวขดสัปปะหงกกอดกระเป๋าอยู่ที่เก้าอี้ ทุกคนในบังทันต่างก็รู้จักและคุ้นเคยกับจีมินดีถึงไม่มีใครโวยวายอะไร



จึ๊กๆ



“หื้อ....อะไรวะ....จะไปแล้วหรอ” ตัวยุ่งพูดออกมาทั้งที่ยังไม่ลืมตา



จีมินยิ้ม บังทันเองก็ยิ้ม ปกติเคยเห็นชูก้าฮยองในลุคนี้ที่ไหน ชูก้าน่ะขรึมจะตาย มีอะไรก็ด่าเมมเบอร์ แต่กับจีมินคนเดียวเท่านั้นแหละที่ไม่เคยกล้าหือ แล้วเวลานอนตอนเด็กๆเป็นยังไง โตขึ้นมาก็เป็นอย่างนั้น



“ยุนกิอ่า... ได้เวลาเรียนภาษาอังกฤษแล้วนะ



นิ่งไปสักพักเมื่อได้ยินคำนั้นก่อนที่เขาจะรีบสะดุ้งตื่นมาพบกับช่อดอกทานตะวันที่ใหญ่จนบังใบหน้าคนถือมิด ยุนกิหัวเราะเมื่อเห็นภาพนั้นก่อนจะรับดอกไม้นั้นมา



แล้วพบกับคนที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเขา



ปีนี้จีมินอายุสามสิบแล้ว ใบหน้าที่ยิ้มอยู่เสมอเริ่มมีริ้วรอยนิดหน่อยแต่ดวงตายังยิ้มหยีเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด จีมินเคยย้อมผมสีส้มสมัยเรียน ตอนนั้นยุนกิคิดว่ามันเท่มากแต่ก็ด่าออกไปว่าเสร่อ พออายุมากขึ้นจีมินก็เลิกย้อมผมเพราะต้องทำงาน ตอนนี้อีกฝ่ายตัวเล็กกว่าเขาแล้วทั้งที่เมื่อก่อนเขายังต้องกระโดดเพื่อจะคว้าของในมือจีมินอยู่เลย



“คิดว่าจะไม่มาหาแล้ว”



“จะไม่มาได้ยังไง วันสำคัญของนายนี่” 



ช่วงที่ผ่านมาจีมินยุ่งๆเพราะบริษัทกำลังขยายกิจการทำให้พลาดคอนเสิร์ตรอบแรกที่มีพ่อแม่พี่ชายและพี่สาวของยุนกิ พออีกฝ่ายไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ต่างประเทศก็ไม่มีโอกาสได้ไป วันนี้วันสุดท้ายแล้วเขาถึงกับลางานมาเลยนะ



“ได้ยินใช่มั้ย” ยุนกิโผเข้ากอดเขาเป็นเด็กๆ ซุกหน้าเข้ากับหน้าท้องแบนเรียบใต้เสื้อเชิ้ตของจีมิน



“รู้แล้วน่า โตขึ้นแล้วนะ ยุนกิ” ชูก้าซึ่งอายุมากเป็นอันดับสองทำได้ดีมาก เต็มที่ทั้งร้อง เต้น เล่นและดูแลสมาชิกที่เหลือด้วย แฟนคลับทุกคนชอบบอกว่าชูก้าน่ะ เป็นผู้ใหญ่กว่าจินที่เป็นพี่โตอีกแถมมีบุคลิกเหมือนคุณพ่อ ที่จริงแล้วยุนกิก็แค่ติดชอบดูแลคนอื่นเหมือนที่จีมินเคยดูแลเขานั่นแหละ



“จีมิน ปีนี้ฉันอายุยี่สิบสามแล้วนะ”



“อื้ออออ รู้แล้วน่า”



“โตแล้วใช่มั้ย”



“อื้ออออ โตแล้ว” 



เป็นยุนกิที่ลุกขึ้นมา วางช่อดอกไม้ในมือลงข้างโต๊ะ แล้วใช้สองมือของตัวเองกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้ มันสั่น จีมินรู้ สั่นยิ่งกว่าตอนที่ยุนกิออกดิชั่นแต่ไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้ยุนกิประหม่าได้ถึงเพียงนี้



“ฉันรู้นะว่าตัวเองก็เพิ่งโต มีอะไรที่ไม่ดีอยู่ตั้งเยอะแยะ แล้วก็ไม่มีเวลาด้วย...”



จีมินยิ้ม ชอบที่เห็นแววตาของยุนกิวูบไหว



“แต่ถ้าจีมินโอเค ฉันสัญญานะ ว่าจะดูแลจีมินให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำได้”



“จีมิน ฉัน....ผม”



ใบหน้าของแร็ปเปอร์หนุ่มขึ้นสี สูดลมหายใจแล้วถึงพูดสิ่งที่ค้างคาในใจมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา



“ให้ผมดูแลจีมินนะ ต่อจากนี้ ไม่ว่าอีกห้าปี สิบปี ผมอยากจะมีจีมินอยู่ในชีวิตจริงๆ อยู่กับผมนะ ให้ตายเถอะ นี่มันยิ่งกว่าออดิชั่นอีกนะ” แววตาของยุนกิเว้าวอน เขินเพราะเมมเบอร์คนอื่นยังไม่ได้ย้ายตัวเองออกจากห้องไปไหน แต่ถึงตอนนี้แล้วเขาไม่แคร์ เขาต้องสตรอง



คำสารภาพนั่นตลกเป็นบ้าไม่สมกับที่ชูก้าคนคูลเป็นคนพูดเลยแม้แต่น้อย แต่น้ำตาก็เอ่อล้นที่ขอบตาของจีมินและคราวนี้เป็นยุนกิที่ปาดเกลี่ยมันออกไป



ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของยุนกิเขาไม่เคยสนใจอะไรนอกจากการทำเพลง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาคือตอนที่รู้ว่าออดิชั่นผ่าน แต่ตอนนี้เขาคงจะต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่แล้ว สาบานเลยว่าจะไม่มีวันลืมภาพที่จีมินยิ้มทั้งน้ำตานี้เป็นอันขาด




“yes, I do”






Just begin.





Talk;


ไม่ได้เอาปั๊บปี้มาต่อค่ะ 555555 ยังรีไรท์ไม่เสร็จนั่นเอง

เรื่องนี้จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ชอบมากเลยค่ะแบบไม่มีเหตุผล 

(เขียนเองไม่รู้เองด้วยนะ 5555555555)



แต่แรงบันดาลใจของฟิคเรื่องนี้มาจาก 화양연화/The Most Beautiful Moment in Life

หรือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตนั่นเอง เราว่าฮวายังยอนฮวามันเกิดขึ้นได้ไม่กี่ครั้งนะ ในชีวิตนึงเนี่ย

แล้วพอนึกว่ามันจะมีอะไรได้บ้างก็ออกมาเป็นแบบนี้เลย แบบงงๆ



มีเรื่องของพี่จีมินกับแร็ปเปอร์ที่อยากจะเขียนอีกเยอะมากแต่ไม่รู้ว่าจะมีไฟมั้ย

เรารู้สึกพี่จีมินทำไมเค้าดี๊ดีอย่างนี้นะ



ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นท์เลยนะคะ อ่านแล้วฟีลกู๊ดมากกกก

เสนอแนะกันได้นะคะ

เจอกันกับปั๊บปี้ตอนหน้าค่ะ รักกกกกกกกกกกก.







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 155 ครั้ง

2,922 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 09:15
    เป็นฮวายังยอนฮวาที่ซึ้งกินใจที่สุดเลยค่ะ ;________;
    #2722
    0
  2. #2718 EntOo (@EntOo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 23:57
    มันดีมากเลย น้ำตาจะไหลอะ ชอบที่อยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือกันแบบนี้ เข้าใจกัน ในวันแย่ๆ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้นะคะ //กอด
    #2718
    0
  3. #2702 Yukime3424 (@SakawaraKeyjung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 09:54
    ตอนถึงก้อนยุนกิคือขำเอ็นดูมากพอยุนกิเริ่มเล่าถึงจีมินนี่น้ำตาไหลเลยจร้าhow to เป็นคนอบอุ่นแบบนี้55555555
    #2702
    0
  4. #2489 SWPP (@Monsterpatt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 10:00
    พออ่านมาถึงประโยค ถึงเวลาเรียนภาษาอังกฤษแล้วนะ น้ำตารื่นเลยค่ะ มันแบบโห เกินจะบรรยาย ประทับใจสุดๆ
    #2489
    0
  5. #2481 POP2540 (@pop032540) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 09:58
    เขาดูแลกันมาตั้งแต่แต่ไรแล้วนะ
    #2481
    0
  6. #2309 zxcvbnmm (@croseloveyesung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 22:46
    น้ำตาไหลเลยค่ะ มันดีมากจริงๆ ดีมากเลย ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้มานะคะ ในตอนมปลายช่วงจุดเปลี่ยน เราก็เคยโดนให้ไปเรียนวิศวะ ต้องเสียเวลา 1 ปีกับคนรอบตัวที่คิดว่าดีสำหรับเรา ทั้งที่เราไม่มีความสุขเลย ตอนอ่านที่จีมินไปพูดกับแม่ แล้วเราร้องไห้เลย ความฝันที่ประสบความสำเร็จ มันต้องผ่านอะไรมามากมาย ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้นะคะ ชอบสุดๆเลย ;-;
    #2309
    0
  7. #2295 MayKamon (@may-kamon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 00:17

    พี่จีมินก็แสนดี น้องชูก้าก็แสนน่ารัก ดูแลนางฟ้าบังทันดีๆนะคะมินชูก้า

    #2295
    0
  8. #2281 twynse (@twynse) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:25
    น้ำตารื้นเบาๆ อบอุ่นหัวใจแบบบอกไม่ถูกเลย ชอบทัศนคติของไร้ท์ที่ส่งผ่านจีมินออกมามาก อบอุ่นจริงๆ ฮือออ
    #2281
    0
  9. #2277 Newmong (@Newmong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 02:37
    เราไม่มีอะไรจะบอกนอกจากขอบคุฯขิบคุณมากนะคะ เราร้องไห้หนักมากจริงๆกับตอนนี้ เราเป็นคนนึงที่มีความฝันเหมือนกัน ถึงตอนนี้อาจจะไม่ได้ไปได้ไกลแบบพี่ยุนกิ แต่เราก็กำลังพยายาม ขอบคุณมากนะคะที่แต่งเรื่องนี้ออกมา มันเป็นแรงผลักดันทำให้เรามีพลังมากเลย เราเพื่งรู้วันนี้เองว่าการทำตามฝันมันเหนื่อยและปัญหาเยอะขนาดนี้ แต่เราอ่านตอนของคุณแล้วเรามีแรงฮึดมากค่ะ เราร้องไห้หนักมากจริงๆตอนอ่านถึงตอนที่พี่ยุนกิพูดบนเวที แล้วก็ตอนที่จีมินพูดกับคุณแมายุนกิ เพราะเรากำลังเป็นแบบนั้นเลยค่ะที่บ้านกีดกันและบอกให้เลิกคิดไปซะ แต่ถึงยังไงเราจะพยายามนะคะ เพราะบังทันทุกคนพยายามมากมากจนิงๆกว่าจะมาถึงตอนนี้ กว่าจะเป็นบังทันที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ จากใจเด็กอายุ17ที่เกือบหลงทางคนนี้ขอบคุณมากค่ะที่ทำให้เรามีแรงทำมันอีกครั้งนึง อาจจะพิมผิดไปบ้สงขอโทษด้วยนะคะเพราะตอนที่พิมก็ร้องไก้อยู่จริงๆ ขอบคัณจริงๆค่ะ เป็นกำลังใจให้สร้างผลงานดีๆออกมาอีกเยอะๆเลยนะคะ
    #2277
    0
  10. #2140 brunette_ (@brunette_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:39
    ดีทากๆๆๆๆกรี้ด
    #2140
    0
  11. #2134 NeEdM (@NeEdM) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:20
    ชอบเรื่องนี้มากที่สุดดลยค่าาา รักส์มากๆ
    #2134
    0
  12. #1973 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 15:47
    ชอบอ่า ละมุนมากๆเลย ><
    #1973
    0
  13. #1852 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 02:17
    นึกถึงตอนนัมจุนพูดก่อนจบคอนเลย ช่วงเวลาที่สวยงามหรือดีที่สุดในชีวีตของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน
    นิยามของแต่ละคนคงไม่เหมือนกันแต่ทุกคนมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวีตเหมือนกันไม่ว่าความรู้สึกนั้นจะเป็นอะไร
    แต่ว่าไม่เสียใจที่ได้ทำลงไป ดีใจที่ยุนกิมีคนที่คอยเคียงข้าง สนับสนุน เข้าใจ รับฟังและช่วยเหลือ มากจริงๆ
    พออ่านแล้วนึกถึงสิ่งที่บังทันเจอแล้วอยากจะขอบคุณไรท์เตอร์ด้วยเลยที่ทำให้นึกถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง
    กว่าจะทำตามความฝันของตัวเองไม่รู้ว่าผ่านอะไรมาบ้าง แต่ขอบคุณนะที่ยืนอยู่บนเวทีนี้ บังทันโซยอนดัน 
    ความฝันและช่วงเวลาในชีวีตของแต่ละคนอาจจะดีอาจจะแย่ แต่อย่าหยุดสู้เพื่อความฝันแลพคนที่รักเรา 
    อ่านบจบแล้วมันทำให้คิดอะไรหลายอย่างเลยทีเดียว แฮ่ ขอบคุณอีกทีนะคะ ; w ;
    #1852
    0
  14. #1691 sinnerfff (@minmin555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 12:22
    โหหหห คือชอบมาก อ่านแล้วโคตรสร้างแรงบันดาลใจในชีวิตเลยคุณ คือชอบหลายจุดมากแต่ที่ชอบที่สุดคงจะเป็นตอนที่ยุนกิจะเข้าออดิชันแล้วจีมินถามว่ารุ้ใช่มั้ยว่าถ้าโดนกรรมการด่ามาต้องตอบว่าอะไรงี้ เป็นจังหวะที่แบบ เชี่ยย ประโยคนี้แหละ!!! ขอหยาบคายนะคะ แต่มันต้องพิมลงไปถึงจะได้ฟีลลลลลลลล ><
    #1691
    0
  15. #1461 Jann99 (@Khantharat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 19:37
    ฮืออออออออ เขิลลล
    #1461
    0
  16. #1399 Doyoung_Jae (@Im_Jinyoung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 01:37
    ล้องห้ายย;__;
    #1399
    0
  17. #1229 NANAYEERP (@NANAYEERP) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:57
    ฮือออออ TT ชอบความสัมพันธ์ที่มันทั้งผูกพันธ์แล้วก็พัฒนามาเรื่อยๆ ชอบที่จีมเข้าใจยุยกิทุกอย่างคอยดูแลอยุ่ในช่วงเวลาของยุนกิมาตลอด อบอุ่นมากเลยยยย
    #1229
    0
  18. #1169 Lovelyfananime (@Lovelyfananime) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:12
    ไม่รู้จะเขียนแสดงความคิดเห็นยังไง แต่อยากจะบอกไรท์ว่า"มันดีมาก รู้สึกดีมากๆ"ขอบคุณค่ะ
    #1169
    0
  19. #1073 kkim_sky (@kkim_sky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 11:15
    ชอบอ่ะะ เฮ้ออ ยุนกิโตแล้วจริงๆสินะ ความสัมพันธ์แบบพี่น้องกลายมาเป็นความผูกพันที่ขาดกันไม่ได้อ่ะ มันดีอ่ะะะ
    #1073
    0
  20. #1070 sugamybae_ (@vlikeabutterfly) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 02:45
    ชอบตรงที่จีมินปลอบยุนกิเรื่องเจ้านายมากๆเลยค่ะ เหมือนเป็นการบอกให้ยุนกิไม่ต้องแคร์เรื่องใครจะว่าเรื่องทำเพลงด้วยใช่มั้ย ฮือดีจัง เป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยๆโตมาด้วยกัน รู้สึกได้เลยว่าเขารักกันดูแลกันได้ดีจริงๆ ตอนแรกเราคิดว่าจะจบแบบเป็นพี่น้องกันไปเรื่อยๆ แค่นั้นก็โอเคแล้วนะคะ แต่พอจบแบบยุนกิขอดูแลนี่แบบ โอ้ยยยยยยเด็ก i don't give a - คนนั้นมันโตแล้วนะะะ ฮืออออ เป็นฟิคที่อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยย ไม่ได้ดีเพราะความฟินหรือฟลัฟอะไรมากมาย แต่มันเป็นเรื่องราวดีๆจริงๆค่ะ อยากมีความสัมพันธ์แบบนี้ในชีวิตบ้าง คนแบบจีมินนี่เป็นทุกอย่างของยุนกิจริงๆ ชอบมากเลยฮือออ
    #1070
    0
  21. #949 Bminepoy (@Poyb2uty) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 23:07
    มันน่ารักมากเลยไรท์ เป็นอะไรที่ดีมาก ชอบที่จีมินคอยอยู่ข้างชูก้าตลอด ละมุน~
    #949
    0
  22. #842 taehyungs_ (@_suprw) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 20:48
    อหหหหหหหห ดีอ่ะ โคตรดีเลย อ่่านแล้วแบบรู้สึกดีตามเลยอ่ะ ด้วยภาษา ด้วยการบรรยายที่เข้าใจง่าย อ่านแล้วอิน การเล่าเหตุการณ์ในช่วงอายุต่างๆก็ดูใกล้เคียงกับความจริง คือแบบ เหมือนนั่งอ่านเรื่องจากชีวิตจริงจริงๆเลย อ่านแล้วน้ำตารื้นเบาๆ ดีใจที่มีคนคอยสนับสนุนพี่กิให้ทำตามความฝันอ่ะ คือแบบมันทำให้มีแรงบันดาลใจจริงๆนะ สำหรับหลายๆคนที่อาจจะกำลังพบกับความยากลำบาก เหมือนตอนที่พี่กิถูกห้ามไม่ให้ไปออดิชั่น เข้าใจฟีลเลย การถูกสั่งไม่ให้ทำในสิ่งที่รักในสิ่งที่ชอบมันโคตรแย่จริงๆอ่ะ พอมีใครสักคนที่เข้าใจ คอยเชียร์คอยเป็นแรงผลักดันให้เราทำในสิ่งที่เรารักต่อไป มันเหมือนได้รับพลัง มีแรงสู้ต่อ เป็นฟิคที่โคตรฮีลลิ่งเลย อ่านแล้วก็ทำให้นึกถึงว่าในชีวิตที่ผ่านมาเราเคยมีช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดบ้างมั้ย อ่านแล้วทำให้ย้อนกลับมามองตัวเองดีค่ะ ชอบมาก จะติดตามผลงานต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ
    #842
    0
  23. #722 queen s (@nwoum) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 21:44
    โอ้ยชอบเรื่องนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากๆเลยค่ะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วเนี่ย พี่จีมินกับน้องยุนกิ ไม่ค่อยได้อ่านอะไรแบบนี้ ชอบมากเลย ;_;
    #722
    0
  24. #683 jimin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 00:14
    น้องกิคน Swag

    55555555555555



    มีความเอ็นดูปนๆตะมุตะมิอ่ะ

    คือยังไงนี่ก็งง 555555555555



    ไม่ค่อยอ่านฟิคที่พี่กิอายุน้อยกว่าจี้เท่าไหร่

    นี่ห่างกันเท่าไหร่ 7 ปีมะ กิเป็นน้อง 7 ปี

    5555555555555



    แต่พล็อตดีเหลือเชื่อเลยค่ะ

    ยิ่งตอนอายุ 23/30

    ฮืออออออออออ

    เธอจะปล่อยให้จี้แก่กว่านี้ไม่ได้แล้วนะ 555555555



    ดูมีความผูกพันธ์อ่านแล้วอบอุ่นจิตอบอุ่นใจ

    เอาตรงๆบ่าวอินมากไปหน่อยค่ะ

    5555555555555

    แต่ชอบค่ะ ฮือออออออ
    #683
    0
  25. #633 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 01:38
    ซึ้งอีกแล้วค่ะ ;-; ละมุนจริงๆ
    #633
    0