(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 39 : 25 : won-der-wall / 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    2 ก.พ. 60



Title: won-der-wall

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: 슈짐 /yoonmin ( yoongi x jimin )

Genre: Alternative Universe, Light Angst

Rate: G

Word: 13,120

Note: FOR @BTSXWEEKLY PROJECT W.30 Movie Quote

Note2: Cinderella Story (2004) : 'Because waiting for you is like waiting for rain in this drought. Useless and disappointing.'

Note3: 120%

Wonderwall

 

Because waiting for you is like waiting for rain in this drought.

Useless and disappointing.

 

 

01

 

            ภาพที่ชัดเจนที่สุดในความทรงจำอันพร่าเบลอของเขาคือตอนที่เสียงกระดิ่งลมแว่วพัดผ่านที่กั้นลวดดัดประตูขอบโค้งสไตล์วิคตอเรียนทำให้คนที่กำลังนอนมองท้องฟ้าลุกขึ้นจากผืนหญ้าที่นอนเอนกายอยู่ เจ้าของเส้นผมสีทองสว่างยิ้มกว้าง วันนั้นเองก็เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง

            “ยุนกิฮยอง”

            แล้วก็ได้รับรอยยิ้มกลับมา

            “วันนี้เป็นเด็กดีระหว่างที่ฮยองไปทำงานรึเปล่า”

            “บอกไปยุนกิฮยองก็ไม่รู้หรอก!” เด็กหนุ่มทำเสียงง้องอน เพราะอีกฝ่ายมาช้ากว่าที่เขาคิดไว้ ยุนกิทำมือซ่อนของเล่นแปลกตาไปไว้ที่ด้านหลัง ทั้งที่รู้ดีกว่าอีกฝ่ายเห็นเจ้าของสี่เหลี่ยมชิ้นเล็กในมือของเขาแล้ว

            “ถ้าอย่างนั้นเด็กดีก็อดเล่นเจ้านี่กับฮยองน่ะสิ”

            “ฮื่ออออ ไม่ได้นะ!

            ยุนกิหัวเราะ เอื้อมมือในแขนเสื้อสีดำไปยีเส้นผมกลุ่มนุ่มเบาๆ ก่อนจะยินยอมยื่นของเล่นสี่เหลี่ยมหลากสีในมือออกไป จีมินชอบที่ได้ใช้เวลากับยุนกิเพราะเขาไม่รู้จักใครคนอื่น มากไปกว่านั้น เขาชอบที่สุดเวลาที่ยุนกิมักจะมีของเล่นแปลกใหม่มาให้เขาได้แปลกใจอยู่เสมอ

            “อันนี้คืออะไร?”

            “เรียกว่ารูบิค จีมินเห็นมั้ยว่าคุณรูบิคมีสีเต็มไปหมดเลย” จีมินพยักหน้า “ดูนี่นะ”

            ยุนกิค่อยๆหมุนของเล่นในมือไปทางซ้าย พลิกกลับแล้วหมุนไปทางขวา จากนั้นก็เคาะเบาๆให้จีมินสนใจเมื่อสีที่ปะปนของมันเริ่มจะเรียงตัวเป็นแถบสี ค่อยเข้าที่เข้าทางทีละน้อย สุดท้ายก็ไม่มีสีไหนที่ปะปนกัน ทุกสีเรียงตัวกันสวยงานเป็นแถบแต่ละด้าน

            “ว้าว! ยุนกิฮยองทำได้ยังไง สอนจีมินบ้างสิ”

            ยุนกิยิ้ม เขานำสิ่งนี้มาเพราะตั้งใจจะให้เจ้าตัวตื่นตาตื่นใจเล่นเจ้าสิ่งนี้นี่ละ

 

            หลังจากสอนเขาให้เล่นเจ้ารูบิค จีมินก็จมจ่อมอยู่จนเกือบครึ่งวัน ยุนกิไม่ได้รบกวนหรือส่งเสียง จนกระทั่งเขาทำมันสำเร็จ! จีมินหันมาอีกทีก็พบว่าอีกฝ่ายนอนเอนลงกับต้นไม้ ดวงตาหลับพริ้มเหมือนกับจะพักผ่อน จีมินไม่เคยเห็นยุนกิหลับมาก่อนเพราะอีกฝ่ายมักจะอยู่กับเขาเสมอไม่ว่ายามหลับหรือว่ายามตื่น มีน้อยครั้งที่ยุนกิจะไม่อยู่ เช่นวันนี้ ที่จริงไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขารู้จักกับยุนกิตั้งแต่เมื่อไร เพราะตอนที่จีมินลืมตาตื่นขึ้นมา เขาเพียงแต่เห็นสีขาวสะอาดของเพดาน

ขาว ขาวโพลนไปหมดเหมือนว่ามันเป็นสีเดียวที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ เขาเผลอร้องครางเมื่อค้นพบว่าตัวเองรู้สึกเจ็บเสียดไปหมดเมื่อพยายามจะลุกขึ้น และเขาเลือกที่จะฝืนมัน ลุกขึ้นนั่งก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอน ห้องนอนที่เขาไม่คุ้นเคย

            “อ่า อย่าลุกขึ้นอย่างนั้นซี่” เสียงหนึ่งเรียกเขา จีมินกะพริบตา เห็นร่างของใครบางคนที่เปิดประตูเข้ามา เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำตัวหลวมรวมทั้งกางเกงและรองเท้าของเขาเป็นสีเดียวกัน มันทำให้ผู้ชายคนนั้นดูตัดกันกับสีสันของทั้งหมดในห้อง จีมินมองเห็นเขาเป็นสีขาวดำ แต่นาทีถัดมาเส้นผมนั้นเหมือจะอ่อนลงจนเป็นสีเทาเข้ม? จีมินส่ายหัวไปมา เพราะเขารู้สึกเหมือนตามันพร่าเมื่อเวลาที่จดจ้องอีกฝ่ายนานๆ

            “คะคุณ?”

            ผู้ชายคนนั้นนิ่งไปเมื่อได้ยินคำถาม นิ่งค้าง เหมือนกำลังตกใจกับอะไรบางอย่าง จีมินถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนั้น

            “อืมฮยองชื่อยุนกิ ต่อจากนี้จะดูแลจีมินเองนะ” ยุนกิฉีกรอยยิ้มเป็นมิตรให้อีกเขา จีมินไม่แน่ใจว่าเขารู้จักคนตรงหน้ามาก่อนรึเปล่า แต่เพราะเขาไม่รู้อะไรเลยและยังคงมึนเบลออยู่ ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายถามว่าเขารู้สึกปวดตรงไหนหรือไม่ จีมินก็บอกถึงอาการเมื่อยขบตามร่างกายไปตามตรง ซึ่งยุนกิก็เข้ามาจับนวดเหมือนกับมันเป็นเรื่องปกติ

            ใช่ เขาชื่อจีมิน

            เพียงแต่ทุกอย่างมันเบลอพร่าไปหมดเมื่อเขาพยายามจะคิดเรื่องอื่น ทั้งเรื่องที่ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา ความวูบโหวงพลันแล่นขึ้นมาเมื่อค้นพบว่านอกจากชื่อแล้ว เขาจำไม่ได้เพียงสักนิดเดียวว่าที่จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่

            “ผะผมจำอะไรไม่ได้เลย”

            ขอบตาของเขาร้อนผ่าว

            “ชู่วไม่เป็นไรน่า อาการของจีมินจะดีขึ้นในเร็วๆนี้ แค่เชื่อฟังทำตามที่ฮยองบอกแล้วก็ทำใจให้สบาย โอเคนะ”

            จีมินไม่รู้ว่าอะไรทำให้น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ที่กระบอกตาของเขาไหลย้อนกลับเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความรู้สึกคุ้นเคย เขารู้ว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนที่ไว้ใจได้ทั้งที่เขาไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับคนคนนี้เลยแม้แต่น้อย

            “ฮยอง?”

            “อื้อ เรียกฮยองนะ ยุนกิฮยองยังไงละ”

            “ยุนกิฮยอง?” เมื่ออีกฝ่ายฉีกรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิมออกมา จีมินก็รู้สึกโล่งใจ ในตอนนั้นความง่วงงุนจู่โจมเข้ามาโดยไม่รู้ตัว เขาอ้าปากหาววอด ยุนกิเห็นอย่างนั้นก็รีบประคองเขาให้นอนลง ห่มผ้าให้ทั้งยังบอกให้เขาพักผ่อนให้มาก

            จีมินไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาเป็นอย่างนี้ แต่ก็ยอมฟังคำพูดของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย หลับตาลง

            ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยความสับสนมึนงง

            ภาพนั้นยังคงเป็นภาพที่ชัดเจนที่สุด เพราะตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทุกวันของเขาก็ไม่เคยไม่มียุนกิฮยองคนนี้เลย

 

02

 

            ภาพนั้นเบลอเหมือนกับถูกใส่ฟีลเตอร์ฝุ่นสีขาว ทั้งห้องสีขาวสะอาดซึ่งเริ่มมีสีสันขึ้นมาตอนที่จีมินตื่นนอนในเช้าในวันที่แสงสว่างเจิดจ้ากว่าทุกวัน จีมินชอบนอนมากกว่าที่จะลุกขึ้นมาทำอะไร แต่เพราะเสียงกรุ๊งกริ๊งที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ดวงตาของเขาปรือขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีแสงของบางอย่างลอดเข้ามาผ่านหน้าต่าง เขาเพิ่งรู้ว่าห้องนี้มีหน้าต่างตอนที่เห็นยุนกิกำลังเอามือรวบผ้าม่านให้ไปทางฝั่งหนึ่ง เปิดผลักบานกระจกให้ออกไปทางด้านนอก สิ่งที่เรียกความสนใจของเขาก่อนที่ความสงสัยว่าทิวทัศน์ที่อยู่ด้านนอกเป็นอย่างไรก็คือตัวแขวนรูปสัตว์หลากสีที่กำลังพัดไหวตามกระแสลม

            “ยุนยุน อันนั้นอะไร?” เจ้าของชื่อหันกลับมาส่งยิ้มให้คนที่ยังงัวเงียไม่ตื่นดีบนเตียง เจ้าตัวกำลังใช้แขนเสื้อชุดนอนลายตารางสีฟ้าอ่อนบังแสงสว่างที่ลอดเข้ามา “ตื่นแล้วเหรอ? ชิมชิม”

            ยุนกิรู้ดีว่าที่อีกฝ่ายเรียกเขาอย่างนั้นเพราะเจ้าตัวยังไม่ตื่นดี เขาใช้มือปัดผ่านโมบายล์ นอกจากตัวพลาสติกรูปสัตว์แล้วยังมีกระดิ่งลมแขวนติดอยู่ด้วยทำให้เกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งทุกครั้งที่เจ้าแก้วอะคริลิคกระทบกัน    “ยุนยุน นั่นคืออะไร”

            ยุนกิอยากจะเข้าไปฟัดใบหน้าที่บวมเล็กน้อยจากการตื่นนอนนั่นเหลือเกิน ดวงตาอ่อนแสงลงเมื่อจ้องไปที่นิ้วเล็กๆที่โผล่จากชายแชนเสื้อไม่หมด เขาชี้นิ้วไปที่สัตว์ตัวสีเหลือง เมื่อจีมินพยักหน้าก็ตอบ “นี่คือคุณเป็ดไง คุณเป็ดที่ร้องก๊าบก๊าบ”

            เจ้าตัวหัวเราะชอบใจเมื่อได้ยินยุนกิทำเสียงเลียนแบบเป็ด ก่อนจะชี้ไปที่เจ้าตัวสีเขียวที่อยู่ข้างโมเดลรูปเป็ด

            “แล้วนั่นละ!

            “นี่คุณกบครับ”

            “แล้วคุณกบร้องว่าอะไรละยุนยุน”

            “ร้องว่าอ๊บอ๊บ!

         “อ๊บอ๊บ!

            ยุนกิหัวเราะเมื่อจีมินทำเสียงเลียนแบบเขา อดไม่ได้ที่จนพุ่งเข้าไปหอมแก้มซ้ายแก้มขวา จีมินหัวเราะคิกคัก ชอบสัมผัสเวลาที่ริมฝีปากบางแตะโดนแก้มของเขา

            “ฮยอง ร้องอ๊บอ๊บอีก”

            “จีมินไม่อยากรู้แล้วเหรอว่าตัวอื่นเรียกว่าอะไร”

            “อยากรู้!

           

            ยุนกิกำลังนวดขาให้จีมินเบาๆขณะที่เจ้าตัวกำลังครุ่นคิด จดจ้องภาพสีสันสดใสจากสมุดภาพ ยุนกิอมยิ้ม เมื่อเห็นว่าคิ้วของจีมินกำลังขมวดเข้าหากันจนเกือบจะเป็นปม

            “คนเก่งของฮยองคิดออกรึยังน้า”

            “ไม่ออก ยุนกิฮยอง ตัวนี้เรียกว่าสิงโตรึเปล่านะ” เขาชี้ไปที่สัตว์สี่ขาซึ่งมีสีเหลืองและมีจุดสีดำเต็มตัว ยุนกิส่ายหน้า “ไม่ช่าย ให้ตอบอีกรอบนึง ไม่อย่างนั้นจะโดนหอมแก้ม!

            จีมินยู่ปาก วันนี้เขาโดนยุนกิหอมแก้มไปหลายรอบแล้วนะ!

            “ตะแต่จีมินคิดไม่ออก”

            ภาพตรงหน้าคุ้นเคยอย่างยิ่ง แต่เขากลับไม่สามารถนึกออกได้ว่ามันเรียกว่าอะไร ยุนกิจับสังเกตอาการนั้นได้เมื่ออารมณ์ของจีมินเริ่มจะไม่คงที่ คนโตกว่ารีบโยกหัวทุยให้เข้ามาหาตัว “ชู่ว ไม่เป็นไรน่า นี่คุณเสือไงครับ เสื้อชีต้าร์ที่ฮยองบอกจีมินว่ามันวิ่งเร็วสุดๆไปเลยไง”

            เสียงนุ่มนั้นทำให้เกิดเสียงเป๊าะ! ในหัวของจีมิน หัวเราะ ใช่แล้ว เสื้อชีต้าร์เป็นเสือที่วิ่งเร็วมากๆจริงด้วย

            “ยุนกิฮยองเก่งจังเลย”

            “เดี๋ยวอีกนิดเดียวจีมินก็เก่งกว่าฮยองแล้ว ไหน ตัวนี้เรียกว่าอะไรนะครับ?”

            นิ้วขาวชี้ไปยังสัตว์ที่ตัวที่อยู่ในภาพถัดมา แน่นอนว่าจีมินตอบออกมาโดยไม่ต้องคิด “คุณหมูน้อย ร้องอู๊ดอู๊ด”

            ยุนกิหอมแก้มนุ่มนั่นเพื่อให้รางวัล “เก่งมากครับ”

            จีมินหัวเราะ ก่อนที่เขาจะรู้สึกง่วงงุ่นขึ้นมากะทันหันแล้วเผลอหาวออกมา ยุนกิหยิบหนังสือในมือของจีมินออกมา “ได้เวลานอนของคนเก่งแล้ว”

            “แต่จีมินยังไม่ง่วงเลย” เขาประท้วง!

            “แล้วเมื่อกี้ใครหาวกันนะ? ใช้ชิมชิมของยุนยุนรึเปล่า?” เขาไม่สนใจคำประท้วงของจีมิน แต่ค่อยจัดท่าให้อีกฝ่ายนอนราบไปกับเตียง จีมินหาวออกมาอีกครั้งเมื่อศีรษะของเขาแตะกับหมอนใบนุ่มนิ่ม แต่เขายังไม่หลับ มองยุนกิที่กำลังจัดผ้าห่มให้กับตัวเอง

            “ยุนยุนจะไปทำงานแล้วเหรอ?” เขารู้ว่ายุนกิไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา อีกฝ่ายบอกว่าเพราะเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาถึงต้องไปทำงาน จีมินเคยถามยุนกิว่าแล้วเขาไม่ต้องทำงานเหรอ? แต่ยุนกิบอกว่าเขายังเด็กอยู่ ดังนั้นจีมินจึงยังไม่ต้องทำงานเหมือนยุนกิ

            “ยังหรอก จะอยู่กับชิมชิมจนกว่าจะหลับเลยละ”

            “แต่ชิมชิมยังไม่ง่วงเลย” แม้ชื่อที่ใช้เรียกตัวเองจะถูกเปลี่ยน แต่ยุนกิก็ยังคงส่ายหน้า ยืนยันว่าถึงยังไงก็ได้เวลานอนของเขาแล้ว

            “ถ้าชิมชิมนอนหลับเร็วๆ พรุ่งนี้จะมาเพื่อนใหม่มาด้วยละ”

            “เพื่อนใหม่!?” จีมินพยายามเบิกตาโตทั้งที่ตาของเขาแทบจะปิดสนิทอยู่แล้ว ยุนกิพยักหน้า

            “อื้ม จะพาคุณนก เอหรือว่าคุณกระต่ายมาดีนะ”

            “คะคุณหอยทากละ ยุนยุนจะพาหอยทากมาด้วยรึเปล่า”

            ยุนกิหัวเราะ “ได้! งั้นชิมชิมนอนนะครับ แล้วพรุ่งนี้พอตื่นขึ้นมาจะมีคุณหอยทากมาอยู่ด้วยละ”

            เสียงของอีกฝ่ายแผ่วเบาจนภาพตรงหน้าพร่าเบลอ จีมินผลอยหลับไปในที่สุด

 

            “นายว่าตัวไหนน่ารักกว่ากัน โฮซอก เจ้าของชื่อทำหน้าปุเลี่ยนเมื่อพิจารณาแค็ตตาล็อคของเล่นสำหรับเด็กที่เพื่อนสนิทเปิดผ่านหน้าจอเบราเซอร์ให้ดู มันคือตุ๊กตาหอยทาก ตัวหนึ่งเป็นหอยทากสีชมพูสดใส ส่วนอีกตัวเป็นสีเขียวซึ่งให้พูดตรงๆเลยก็คือว่าเขาไม่ชอบมันทั้งหมดนั่นละ

            “ให้จีมิน?”

            “อืม” นิ้วเรียวเคาะกับโต๊ะทำงานเบาๆเพราะเขาไม่สามารถตัดสินใจได้ โฮซอกมองยุนกิอย่างเห็นใจ ก่อนจะเอื้อมมือคลิกกลับไปที่หน้าจอก่อนหน้า ในสมัยที่มีตุ๊กตาของเล่นออกมามากมาย แน่นอนว่าตุ๊กตาหอยทากอาจจะไม่ได้รับความนิยมนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแค่สองแบบบนโลก

            “ตัวนี้เป็นไง?” เขาเลื่อนเม้าส์ไปที่ตุ๊กตาที่ดูสมจริงที่สุดในบรรดาตัวที่เหลือ โอเค แน่นอนว่ามันไม่ได้มีปากที่กำลังยิ้มสดใสเป็นขอบโค้งเหมือนสองตัวแรกที่ยุนกิให้เขาช่วยเลือก แต่มันก็ไม่ได้ดูน่าบึ้งจนเกินไป ลำตัวเป็นสีน้ำตาลไข่ไก่ ส่วนเปลือกเป็นสีน้ำตาลอมเขียว ซึ่งดูสมจริงมากกว่าตัวอื่นๆ

            “นี่มันไม่น่าเกลียดไปหน่อยเรอะไงวะ?”

            “งั้นนายก็น่าจะคิดตั้งแต่แรกแล้วว่าควรจะเลือกตัวที่มันน่ารักกว่านี้ เช่นกระต่าย ไม่ก็แฮมสเตอร์ ถ้าอยากจะได้อะไรที่น่ารัก เหอะ หอยทากน่ะนะ” เขากลอกตา โอเค โฮซอกไม่เคยมีลูกมาก่อน แน่นอนว่าไม่มีหลานด้วย แต่เขาก็พอจะรู้ว่า ให้ตายเถอะมีพ่อแม่ที่ไหนกันที่เลือกหอยทากให้เป็นตุ๊กตาตัวแรกของลูกน้อยวะ

            “แต่จีมินอยากได้หอยทาก”

            “แหม ช่างเป็นความชอบที่บังเอิญเหลือเกินนะ” ก็ยักไหล่ เพราะไม่ว่าจะมองยังไง เจ้าหอยทากตัวที่เขากำลังนำเสนอดูยังไงก็ออกจะเหมือนยุนกิมากจริงๆ ทั้งตาตี่ๆที่เหมือนจะหรี่ลงเพราะหลับ ปากขีดโค้งเป็นเส้นเล็กน้อยเหมือนจะยิ้มก็ยิ้มไม่สุด

            “มันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้”

            “น่า ยุนกิ นายก็รู้ว่ามันไม่มีเรื่องบังเอิญจริงๆหรอก ทุกอย่างถูกผูกไว้ตามกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ ส่วนนาย! ก็แค่ตกลงใจเลือกเจ้านี่ซะ เพราะมันดูดีที่สุดแล้วจริงๆในบรรดาหอยทาก ถ้ามีประกวดมิสหอยทาก เจ้านี่ก็ต้องชนะเลิศละ”

            “แม้กระทั่งจีมินยังคิดเลยว่านายเหมือนหอยทาก” ถ้าจีมินเป็นอย่างที่โฮซอกบอกก็ดีนะสิ

            “โอเคๆ ตกลงเลือกตัวนี้นี่ละ”

            ยุนกิเบื่อจะฟังคำประชดเสียดสีของโฮซอก ก็มิสหอยทากมันมีจริงที่ไหนกันเล่า! เขากดเลือกไปเจ้าตัวตุ๊กตาที่ว่า ทั้งยังกดทำรายการอีกครั้งเมื่อระบบถามย้ำขึ้นมา

            “น่า เดี๋ยวจีมินก็จะดีขึ้น”

            ยุนกิไม่กล้าคาดหวังให้สิ่งที่โฮซอกเป็นจริง หมายถึง เขาพอใจกับสิ่งที่จีมินเป็นทุกวันนี้ โฮซอกเห็นเพื่อนสนิทนิ่งไปอีกก็ถอนหายใจ ตบที่บ่าซึ่งเขารู้ดีว่าแบกรับภาระเอาไว้มากเพียงใด

            “จีมินจะดีขึ้นจริงๆ นายเองก็ทำเต็มที่แล้วนี่”

            คนถูกปลอบใจยักไหล่ พยายามไม่ใส่ใจกับสิ่งที่โฮซอกพยายามจะสื่อ เขาคิดแค่ว่าจีมินจะมีสีหน้ายังไงตอนเห็นเจ้าเพื่อนใหม่ก็ตื่นเต้นจะแย่แล้ว

 

            จีมินยังผ่อนลมหายใจสม่ำเสมออยู่เหมือนเมื่อคืนตอนที่เขารอให้อีกฝ่ายหลับสนิท เขาเดินเข้าไปนั่งที่ขอบเตียงเบาๆ พยายามไม่ให้เกิดเสียงรบกวนจนอีกฝ่ายตื่น เขารู้ดีว่าจีมินมักจะตื่นเวลาไหน ถึงจงใจมาก่อนเวลาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าอยู่ตัวคนเดียว

            ใบหน้าของจีมินตอนกำลังหลับดูผ่อนคลาย ยุนกิรอไม่นานเจ้าตัวก็ขยับตัวยุกยิก ตรงเวลากับที่คาดเดาเอาไว้ เขาค่อยๆเอาตุ๊กตาหอยทากที่สัญญากับจีมินไปจ่อใกล้ๆใบหน้าที่เริ่มยู่เพราะกำลังจะตื่น รอให้แพขนตาหนากะพริบถี่ๆ ก่อนเปลือกตาจะปรือขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสวยงามที่สุด

            จีมินจะรู้ตัวมั้ยนะ ว่าเจ้าตัวน่ารักที่สุดก็ตอนที่ตื่นนอนนี่ละ

            “อะเอ๋” ตอนที่จีมินลืมตาตื่น เขาไม่ได้เห็นยุนกิเหมือนทุกวัน แต่เป็นเจ้าสัตว์ที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดีจากหนังสือภาพที่ยุนกิเอาให้เขาดูเมื่อวาน

            “ใครจะมาอยู่เป็นเพื่อนจีมินกันนะ ตอบฮยองสิครับคนเก่ง”

            เหมือนกำลังทบทวนอะไรบางอย่าง จีมินนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะตอบด้วยเสียงพร่า “คุณหอยทาก”

            เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจ เขาก็รู้สึกได้ว่าคุณหอยทากถูกส่งเข้าสู่อ้อมแขนของตัวเอง ดวงตาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอีกครั้ง

            “อรุณสวัสดิ์ครับ คนดี”

            “อื้อ ยุนยุน อรุณสวัสดิ์”

 

            เสียงกระดิ่งลมกระทบกันไปมาทำให้จีมินเริ่มสนใจใคร่รู้ที่จะมองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่าง ภาพที่เห็นไม่ชัดเท่าภาพอื่น เพราะมันเหมือนจะเป็นสีเขียวของทุ่งหญ้า? เขาคิดอย่างนั้น เขาไม่เคยออกไปจากห้องนี้ เพราะขาของเขาไม่ค่อยมีแรง เขาเห็นสวนดอกไม้ที่ด้านนอก ยุนกิบอกว่ารอให้เขาแข็งแรงขึ้นกว่านี้ก่อนแล้วจะพาเขาออกไปเดินเล่น

            “ยุนยุน ทำไมคุณหอยทากถึงไม่เดินละ”

            อ่านั่นสิ ทำไมตุ๊กตาถึงเดินไม่ได้กันนะ? หากเป็นคนอื่นที่ถามคำถามนี้กับเขา ยุนกิคงจะตอบกลับไปว่า แล้วตุ๊กตามันมีชีวิตแล้วก็เดินได้ที่ไหนกัน? นั่นคือในจังหวะที่เขาอารมณ์ดี แต่ถ้าเขากำลังจะอารมณ์ไม่ดีน่ะเหรอ อย่าหวังเลยว่าจะได้คำตอบง่ายๆแบบนั้นกลับไป แต่เพราะนี่คือจีมิน และจีมินก็ยังเด็กเกินกว่าจะรู้อะไร เขาจึงทำได้เพียงแค่ตอบกลับไปว่า “เพราะคุณหอยทากยังไม่ตื่นครับ”

            “ทำไมคุณหอยทากขี้เซาจัง”

            “อืมเพราะว่าคุณหอยทากไม่สบายละ”

            “จริงเหรอ แล้วทำยังไงคุณหอยทากถึงจะหายป่วยละ ยุนยุน”

            ยุนกิเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันถูกรึเปล่าที่เขาตอบจีมินไปแบบนั้น ใบหน้าเรียบนิ่งแต่ในใจกำลังคิดหาคำตอบร้อยแปดพันเก้า “อืมจีมินก็ต้องกอดคุณหอยทากเยอะๆแบบนี้” ว่าแล้วก็พุ่งเข้าชาร์จจนร่างทั้งคู่ล้มทับไปบนเตียง จีมินหัวเราะคิกคัก ถึงจะรู้สึกตื่นเต้นกับเพื่อนใหม่ แต่ถึงยังไงคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาก็คือยุนกิ ทั้งกอดทั้งหอมจนพอใจ สุดท้ายจีมินก็ลืมไปว่าเขาเคยสงสัยอะไร จึงทำให้ไม่เกิดคำถามต่อมา ยุนกิรู้สึกโล่งใจที่มันเป็นแบบนั้น

            เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะไปถามใครถึงคำตอบเหมือนกันว่าทำไมตุ๊กตาหอยทากถึงเดินไม่ได้

 

            ยุนกิไม่ใช่คนที่ชอบสีสันสดใส โดยปกติทั่วไปในตู้เสื้อผ้าของเขามักจะมีแต่ชุดสีสุภาพ สีดำเยอะที่สุด สีขาวรองลงมา จากนั้นก็เป็นสีจำพวกน้ำเงิน น้ำตาลเข้ม ไม่ก็สีฟ้าอ่อนจางไม่ฉูดฉาด แม้กระทั่งในห้องของเขาก็ยังตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน ไม่นับในสตูดิโอทำงานของเขาที่มีแต่สีดำขาว สำหรับเขาแล้วสีสดใสเหล่านั้นจ้องมองนานๆทีไรมักจะทำให้ปวดหัวทุกที

            แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น นั่นคือห้องของจีมิน ห้องนอนของจีมินเต็มไปด้วยของเล่นหลากสีสัน เจ้าตัวกำลังนอนหลับสนิทหลังจากที่พวกเขาเล่นคิดเลขกันตอนเช้า จีมินไม่ใช่คนที่ชอบทำรกเลอะเทอะ แต่มันก็มีบ้างที่ของเล่นบางอย่างมักจะเผลอหลุดออกมาวางเกะกะจากกล่องสีสันสดใสที่ยุนกิเตรียมไว้ให้จีมินจัดเก็บของเล่นต่างๆ กล่องสีเหลืองสำหรับตัวต่อไม้ กล่องสีแดงสำหรับหนังสือนิทานภาพ แม้กระทั่งกล่องสีฟ้าสำหรับหุ่นยนต์ (ซึ่งจีมินไม่ค่อยแตะต้องมันเท่าไรนัก)

            อ่า ส่วนเจ้าตุ๊กตาหอยทากน่ะเหรอ ก็อยู่กับเจ้าตัวบนเตียงอย่างไรเล่า

            ถึงจะเป็นผู้ใหญ่กว่า แต่การใช้เวลาอยู่กับเด็กไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะเด็กพิเศษอย่างจีมิน ยุนกิรู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร เมื่อจีมินอาจจะไม่ได้เข้าใจหลายๆสิ่งได้ง่ายอย่างที่เด็กคนอื่นเข้าใจ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเข้าจะไม่รู้สึกเหนื่อย ในขณะที่อีกฝ่ายหลับมันไม่ใช่ว่าเขาจะได้พัก เขาคิดถึงเรื่องของจีมินตลอดเวลา ตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายตื่นนอน เล่นของเล่น อ่านนิทาน หรืออะไรก็แล้วแต่ คอยคิดคัดสรรสิ่งแปลกใหม่นำมาเสนอให้อีกฝ่ายได้รู้สึกตื่นเต้นในทุกวัน

            ก็ได้แค่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนี่นะ

            เพราะพัฒนาการของจีมินเป็นไปอย่างเชื่องช้าและยังไม่มั่นคงพอที่จะให้เจ้าตัวออกไปเจอสิ่งแวดล้อมด้านนอก ยุนกิต้องพยายามเต็มที่เพื่อให้อีกฝ่ายเป็นเด็กดีไม่ออกไปไหน เขาไม่ได้อยู่กับจีมินตลอดเวลาแม้อีกฝ่ายจะเข้าใจอย่างนั้น ที่จีมินคิดอย่างนั้นเพราะว่าเจ้าตัวใช้เวลาพักผ่อนนานกว่าคนทั่วไป นานมากพอที่จะให้ยุนกิสะสางงานต่างๆที่คั่งค้าง

            เขาเดินไปนั่งที่ด้านข้าง จีมินกำลังนอนหลับสนิท ซึ่งเป็นการหลับลึกกว่าคนทั่วไป หลายครั้งที่ยุนกิกลัวว่าจีมินจะไม่ตื่นขึ้นมา บางครั้งกลัวมากพอที่จะทำให้เขาไม่กล้าออกไปไหนไกลๆเพราะกลัวว่าจีมินตื่นมาแล้วจะไม่เจอเขา แตะนิ้วลงที่ข้างแก้มอีกฝ่ายเบาๆ จีมินชอบเวลาที่เขาคอยลูบเนื้อลูบตัว เพราะจะทำให้เจ้าตัวนอนหลับสบายมากขึ้นแม้จะนอนไปถึงสามชั่วโมงแล้ว เจ้าตัวเริ่มไม่ค่อยหลับในเวลากลางคืน แต่เริ่มที่จะชอบนอนตอนกลางวันมากขึ้น

            อืมหรือเขาควรจะหาอะไรให้จีมินทำเพิ่มอีกนะ

 

03

 

            ดวงตาสีอ่อนกำลังเพ่งมองภาพที่อยู่ในหนังสือ เสียงแปลกประหลาดที่ไม่คุ้นหูทำให้จีมินละสายตาจากนิทานภาพเรื่อง ซินเดอเรลล่าไปมองยุนกิที่กำลังเริ่มทำอะไรบางอย่างกับเจ้า สิ่งนั้นมันใหญ่กว่าของเล่นทุกชิ้นที่เขาเคยมีมา มันเข้ามาอยู่ในห้องของเขาตอนเช้าวันนี้ แต่ยุนกิบอกว่ากำลังจัดการมันให้เสร็จสมบูรณ์ อืมว่าแต่ทำไมมันถึงจะเล่นไม่ได้กันนะ ไม่เห็นเหมือนตัวต่อของเขาเลย

            “จีมินนา มานี่มา” เขาลุกเดินไปหายุนกิแต่โดยดี สิ่งนั้นมีรูปทรงสีเหลี่ยมเหมือนกล่องเครื่องมือของเขา แต่มันมีสีน้ำตาลอ่อน มีอะไรไม่รู้ขาวๆดำๆยื่นออกมาด้วย ยุนกิตบลงตรงที่ด้านข้างของเก้าอี้เป็นเชิงให้เขานั่ง จีมินก็นั่งลงไม่อิดออด

            “อันนี้เรียกว่าเปียโน”

            “เปียโน?”

            “อื้ม จีมินชอบร้องเพลงนี่ ใช่มั้ยครับ”

            ยุนกิไม่เคยบอกใคร แม้กระทั่งโฮซอกว่าคนอย่างเขานี่ละ ที่เป็นคนร้องเพลงกล่อมจีมินนอนบ้างในบางวันที่อีกฝ่ายนอนไม่หลับ แน่นอนว่าเสียงของเขามันไม่ได้เพราะอะไร ออกจะติดไปทางแหบมากด้วยซ้ำไม่เหมาะที่จะร้องเพลงกล่อมเด็กแบบที่แม่ร้องให้ลูกฟัง ไม่แม้แต่จะใกล้เคียง เขาเคยมีความคิดที่จะเปิดเทป แต่คุณหมอบอกว่ายังไงให้เป็นเสียงที่มนุษย์ร้องออกมาเองจะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางการได้ยินดีกว่าเปิดเทป โชคดีที่จีมินไม่ได้รู้เรื่องอะไรมาก จึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ตัวเองมักจะฮัมบ่อยๆคือเพลงที่เพี้ยนไปจากความเป็นจริงมาก

            อ่า แต่ถึงยุนกิจะร้องเพลงไม่ได้ แต่เขามั่นใจในสกิลเปียโนของตัวเองมากเลยละ!

            เขาเริ่มพรมนิ้วลงบนเปียโน ไล่ไปตามคีย์พร้อมกับร้องออกมาเบาๆ มันเป็นเพลงที่เขามักจะร้องให้อีกฝ่ายฟังบ่อยๆในช่วงนี้ “Twinkle, twinkle, little star, how I wonder what you are.

            จีมินรู้ดีว่ามันคือเพลงโปรดของเขา “Up above the world so high, Like a diamond in the sky

            “Twinkle, twinkle, little star, how I wonder what you are

            “ยุนกิฮยองเก่งจังเลย” เขาตบมือแปะๆ

            “แล้วจีมินอยากจะเล่นเป็นบ้างมั้ยครับ?”

            จีมินส่ายหัว “จีมินไม่เก่งเหมือนฮยอง จีมินทำไม่ได้หรอก” เขาละมือออกจากแป้นสีขาว ยุนกิรีบโอบไหล่บางเข้ามาใกล้ “ไม่หรอกน่า จีมินทำได้ ลองดูสิ เดี๋ยวฮยองจะสอนนะ”

            ยุนกิจัดมือเล็กให้วางอยู่ตรงคีย์ที่ต้องการ ก่อนจะวางมือของตัวเองทับลงไป จากนั้นก็ค่อยๆเริ่มกดไปทีละโน็ต ทีละโน็ต ออกมาเป็นทำนองอย่างที่คิดว่าจีมินน่าจะพอรู้ มันไม่ได้ยาก เขาไม่ได้สอนอย่างตามหลักทฤษฎีเพราะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ เขาไม่ได้ต้องการให้จีมินเล่นเก่งระดับไปแข่งหรือว่าเป็นครู แค่ต้องการให้จีมินรู้สึกมีความสุขกับเสียงเพลงเท่านั้น

            พวกเขาเริ่มร้องมันด้วยกันอีกรอบ เชื่องช้ากว่ารอบแรก ค่อยเป็นค่อยไป จีมินคลี่รอยยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนมันเป็นรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่ยุนกิเคยเห็น

            และแค่นั้นที่เขาต้องการ

 

            หลายวันต่อมาจีมินก็เริ่มเล่นได้คล่องขึ้นจนสามารถจดจำและเล่นเองได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งมือของยุนกิ แต่จีมินไม่ได้เรียกร้องที่จะเล่นเพลงอื่นๆอีก เพียงแต่ชอบให้ยุนกิเล่นให้ฟังไม่ว่าจะเป็นเพลงอะไรก็ตาม ความสนใจของจีมินเริ่มจดจ่ออยู่ที่เสียงเพลง นั่นถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีสำหรับเขา

            จีมินหัวเราะมากขึ้น เมื่อยุนกิพยายามจะสอนเขาเล่นเพลง เราทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกันที่เปียโนหลังนั้นนานกว่าของเล่นชิ้นอื่น

            พวกเขาเล่นเพลงนั้นด้วยกันเหมือนทุกวัน จนกระทั่งจีมินเริ่มร้องเนื้อเพลงที่เขาไม่ได้สอนออกมา

            When the blazing sun is gone, when there’s nothing he shines upon, then you show your little light, Twinkle, twinkle, through the night.

            นิ้วที่กำลังไหลไปตามคีย์ดนตรีชะงัก เขาเคยร้องเพลงนี้ให้จีมินฟังก็จริงแต่นั่นเป็นตอนที่เจ้าตัวหลับไปแล้ว เขาหันไปมองจีมินที่ร้องมันออกมาได้อย่างถูกต้อง จีมินไม่ได้สนใจจนกระทั่งเจ้าตัวร้องคำสุดท้ายออกมา แล้วก็หันมามองเขาอย่างสงสัย

            “ทำไมหยุดเล่นไปละ ฮยอง?”

            เขาอ้าปากจะถาม แต่ก็เลือกที่ไม่พูดมัน ดวงตาอ่อนแสงลงตอนที่เอามือไปลูบผมของจีมิน

            “ไม่มีอะไร แค่จะบอกว่าจีมินเก่งมากครับ”

            จีมินหัวเราะ “จีมินไม่เก่ง ยุนกิฮยองเก่ง จีมินรักยุนกิฮยองที่สุด”

            เขากระชับร่างที่โผเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแน่น “ฮยองก็รักจีมินที่สุดครับ”

            และคิดว่านั่นคือสัญญาณ


50%


03

 

            จีมินนอนกลิ้งเกลือกบนผืนหญ้า ท้องฟ้าที่เขามองเห็นไม่ใช่สีฟ้าอย่างที่ยุนกิเคยสอนเขา มันเป็นสีฟ้าที่ขุ่นมัวกว่า เมื่อไม่นานมานี้ที่ยุนกิพาเขาออกมาเดินเล่นข้างนอก สนามหญ้าสีเขียว ท้องฟ้าสีฟ้า และดอกไม้หลายสีเป็นอะไรที่เขาไม่คุ้นเคย โอเค จีมินชอบห้องเล็กๆของเขา ห้องที่มียุนยุน (คุณหอยทาก) มีคุณตัวต่อ แล้วก็มีหนังสือนิทานที่เขาชอบ แต่อย่างไรข้างนอกก็ดูกว้างกว่าข้างใน สวนดอกไม้เล็กๆ ที่ยุนกิไม่อนุญาตให้เขาไปไกลกว่านั้น เพราะยุนกิบอกว่าจีมินยังเด็กเกินกว่าที่จะไปไหนมาไหนคนเดียว

            แน่นอนว่าจีมินเชื่อฟัง เพราะเขารู้ดีว่ายุนกิรักเขาที่สุด

            เลยออกไปเป็นกำแพงอิฐสีขาว ยุนกิย้ำเตือนว่าไม่ให้เขาเข้าไปใกล้มัน เพราะมันมีเอาไว้ป้องกันเขาให้ปลอดภัยจากอันตรายข้างนอก อันตรายที่จีมินถามว่ามันคืออะไร และยุนกิก็ตอบกลับมาว่ามีคนไม่ดีรออยู่ข้างนอก ถ้าจีมินไม่เชื่อฟังและออกไป คนเหล่านั้นจะพาจีมินไปจากยุนกิและจีมินก็จะไม่ได้พบยุนกิอีกตลอดไป จีมินไม่แน่ใจว่าตลอดไปนั้นนานแค่ไหน เพียงแต่เขาอยากอยู่กับยุนกิ ดังนั้นจีมินจึงไม่เคยเฉียดกรายเข้าไปใกล้มัน มือขาวหมุนรูบิคในมือให้เข้าที่เข้าทางเป็นรอบที่ห้า มันเริ่มง่ายขึ้นเรื่อยๆจนเขารู้สึกเบื่อ

            ยุนกิบอกว่าวันนี้มีงาน ดังนั้นจีมินจะต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังยุนกิและยุนกิสัญญาว่าจะเอาของเล่นชิ้นใหม่มาให้เขา

            จีมินไม่รู้ว่าคนอื่นที่อยู่ข้างนอกเป็นยังไง ถึงแม้จะสงสัยว่าทำไมที่นี่ถึงไม่มีคนอื่นอีกนอกจากเขาและยุนกิ แต่จีมินคิดว่าเขาชอบมัน ชอบที่จะได้อยู่กับแค่ยุนกิเพราะถ้ามีคนอื่นอยู่ที่นี่ ยุนกิก็จะเล่นกับคนอื่น ไม่เล่นกับเขาอีก

            “จีมินนา”

            “ฮยองอา” เขาหันไปเห็นยุนกิพร้อมกับกล่องของเล่นที่เขาไม่คุ้นกับมัน จีมินยิ้มกว้างเพราะเขาเอนจอยกับทุกอย่างที่ยุนกิเอามาให้เขา ยุนกิทรุดตัวละนั่งที่ด้านข้าง ก่อนจะวางกล่องใหญ่ที่ข้างตัว

            “เป็นเด็กดีรึเปล่าวันนี้”

            “เป็น จีมินเป็น!

            “ดูซิว่าวันนี้ฮยองมีอะไรมาด้วย”

            ยุนกิเปิดกล่องกระดาษ หยิบเอารถแข่งและรีโมทสำหรับควบคุมออกมา จีมินมองมันอย่างสงสัยใคร่รู้

            มันคือรถบังคับวิทยุ

            ยุนกิเขยิบเข้าไปใกล้จีมินขึ้นอีกนิด เริ่มสอนให้เขาใช้รีโมทในมือคอนโครลเจ้ารถคันน้อยให้วิ่งไปมาในสวน

            “ฮยอง! มันขยับละ!

            “อื้ม ไหนลองไปทางซ้าย” เขาบังคับให้มันไปทางซ้ายที ขวาที จีมินดูเหมือนจะเพลิดเพลิน ต่อมายุนกิก็เริ่มเป็นคนบังคับ แล้วบอกให้จีมินวิ่งไปตามทางโดยอย่าให้รถของเขาตามทัน จีมินหัวเราะ มันคล้ายกับการวิ่งเล่นไล่จับอย่างที่พวกเขาชอบเล่นในห้อง แต่สนามกว้างกว่าทำให้จีมินรู้สึกดีกว่าการอุดอู้อยู่ในห้องแคบๆ

            จนกระทั่งตอนที่จีมินหยุดวิ่ง แล้วรถคันน้อยชนปุเข้าที่ขาของเขา

            ดวงตาคู่สวยชะงัก มองสิ่งที่ยังคงล้มคาอยู่ที่ขา อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนเหนื่อยมาก ทั้งที่เขาไม่เคยเหนื่อย เขาจ้องมัน อยู่ดีๆก็รู้สึกปวดหัว

            ใช่ ปวดหัว

            “จีมิน?”

 

         “จีมิน?”

 

            ภาพบางอย่าซ้อนทับขึ้นมา ภาพที่จีมินคิดว่าเขาไม่รู้จัก แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยคลับคล้ายคลับคลาว่ามันเคยเกิดขึ้นมาก่อน

            จีมินเพิ่งจะนึกได้ว่าในโลกนี้เองก็มีสิ่งที่เรียกว่า ความฝันอยู่ด้วย เขาไม่แน่ใจว่ามันใช่ความฝันรึเปล่า เหมือนเป็นภาพที่กำลังเคลื่อนไหวภาพหนึ่งมากกว่า เขากำลังเดินไปตามทางที่มืดสนิท รอบข้างเหมือนเป็นกำแพงแต่มันมีสีเทาดำ ยากเหลือเกินที่จะสามารถระบุได้ว่ามันคือที่ไหนกันแน่ เขาไม่รู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งนี้ จนกระทั่งที่สุดปลายทาง แสงสว่างสีขาวจ้ากำลังพุ่งมาที่เขา เขาพยายามหนีไปอีกทางแต่เหมือนตัวเองถูกล็อกเอาไว้กับที่ เขาไม่สามารถหนีไปไหนได้ เขาได้ยินเสียงหวีดสูงของอะไรบางอย่าง เขารู้ว่ามันคืออะไร แต่เขากลับไม่สามารถเอ่ยชื่อของมันออกมาได้

            “ยะยุนกิ ช่วยด้วย”

            แสงนั้นพุงเข้ามาใกล้อีก ใกล้ ใกล้ ใกล้อีก ใกล้เอามาอีก ใกล้จนเขารู้ว่าเขาไม่สามารถหลบหลีกหนีไปจากมันได้พ้น

            “ยะ ยุนกิ ยุนกิ!

 

            เขาเกือบจะไปแล้ว แต่มันไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส

 

            ต้องทำยังไงครับหมอ ให้ทำอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น

 

            แต่คุณรู้ใช่มั้ยว่าคุณต้องรอนานนานมาก

 

            นานเท่าไหร่ผมก็จะรอ

 

            “จีมิน!

            “ยุนกิ?” ภาพเหล่านั้นหายไป ภาพที่ชัดเจนที่สุดในความทรงจำอันพร่าเบลอของเขาไม่ใช่ภาพอื่น แต่เป็นภาพยุนกิ

            “จีมินนา คนเก่ง ปวดหัวรึเปล่าครับ”

            “อื้อปวด”

            สัมผัสที่คุ้นเคยคือสัมผัสของเตียง เขาโผเข้าหาอ้อมกอดที่อ้ากว้าง รับเขาเข้าไปในนั้นอย่างยินยอม “ฮะฮยอง จีมินกลัว”

            “ไม่มีอะไรแล้วครับ เกิดอะไรขึ้นไหนบอกฮยองสิครับ คนเก่ง”

            “มะมันพุ่งเข้ามา มัน มัน แสงนั่น”

            “มันไม่อยู่แล้ว ชู่ว คนดีไม่เป็นไรแล้วนะ”

            “ตะ แต่ว่า

            “เด็กดี ฮยองอยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วนะ”

จีมินรู้สึกเหมือนภาพตรงหน้าเขาเริ่มสั่นไหวอีกครั้ง เขารู้สึกปวดหัว แต่ไม่มากเท่าเมื่อครู่ สิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน กับสิ่งที่รับรู้เหมือนภาพที่ไม่ปะติดปะต่อกัน

“ฮยองจีมินง่วง”

“ง่วงก็นอนนะครับคนเก่ง”

“ฮยองจะอยู่กับจีมินใช่มั้ย?”

“อื้อ อยู่ตลอดเลยละ จีมินตื่นมาก็จะเจอฮยองคนแรกเลย” คนเด็กกว่าเอื้อมมือไปกุมมือของยุนกิไว้ หวังให้มันเป็นแหล่งที่พึ่งไม่ให้อีกฝ่ายหายไปไหน เขาไม่ได้อยากหลับเลย แต่ดวงตาเริ่มหนักอึ้งจนไม่สามารถบังคับให้ลืมขึ้น เขามองเห็นรอยยิ้มของยุนกิ รู้ดีว่าเมื่อตื่นมาแล้วอีกฝ่ายจะอยู่กับเขา จะยังอยู่กับเขา

“จริงนะ”

“อื้อ” จีมินหลับตาลง รู้สึกถึงสัมผัสซึ่งลูบไล้ตามเส้นผมจนความเหนื่อยล้าพาเขาดำดิ่งสู่ความมืดมิดอีกครั้ง

แต่ครานี้เขาไม่ได้ฝันร้ายอีก

 

“เจ้าแมว! อยู่เฉยๆสิ”

ยุนกิยืนกอดอกจากที่รั้วดัดนอกบ้านสี่เหลี่ยม มองจีมินกำลังเล่นกับเจ้าสัตว์ตัวขนนุ่มฟู มันเป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียสีขาวปลอด เมื่อสองสามวันก่อนเขาพาเจ้าเหมียวมาให้จีมินโดยหวังว่ามันจะสามารถปลอบประโลมเจ้าตัวจากฝันร้าย ซึ่งมันก็ทำได้ เพราะจีมินแทบจะไม่พูดถึงมันอีกเลยราวกับว่าเขาได้หลงลืมมันไปแล้ว

มากไปกว่านั้นมันยังทำให้ยุนกิมีเวลาออกไปจัดการงานข้างนอกอีกด้วย

“เอ๊ะ วินนี่! เราสั่งให้อยู่เฉยๆไง!

 จีมินเบ้ปากพลางชะเง้อมองเมื่อเจ้าเหมียวดิ้นหลุดออกจากอ้อมกอดของเขา มันเดินเข้ามาคลอเคลียที่ขาในกางเกงแสลคสีอ่อนของยุนกิ ร้องแง้วๆให้เขาอุ้มมันแล้วยุนกิเป็นใครกันละ? แน่นอนว่าเขาย่อลงมาให้เจ้าเหมียวปีนขึ้นบนตัวก่อนจะกอดมันไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง จีมินไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมวินนี่ถึงไม่เล่นกับเขา

“ยุนยุนทำได้ไงน่ะ”

“จีมินไปจับวินนี่แรงๆรึเปล่าครับ”

“ก็วินนี่ไม่ยอมให้เราอุ้ม”

เจ้าแมวเริ่มส่งเสียงประท้วงเมื่อเห็นยุนกิพาตัวเองเดินเข้าไปใกล้คนที่มันเพิ่งจะเดินหนีมา ยุนกิลูบขนตรงคอมันเบาๆ

“จีมินต้องลูบมันเบาๆนะ ไม่งั้นวินนี่จะเจ็บ”

จีมินทำหน้าลังเล แต่สุดท้ายก็ค่อยๆลูบขนนั้นเบากว่าตอนที่เขาพยายามจะอุ้มวินนี่ เจ้าแมวสะดุ้งเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เขาลูบต่อไป

“ทำไมวินนี่ถึงไม่ดื้อกับยุนยุนละ”

“เพราะว่ายุนยุนไม่จับวินนี่แรงๆแล้วก็ไม่ไล่จับวินนี่ไงละครับ ลองฮยองจับจีมินแรงๆแล้วจีมินจะอยากเล่นกับฮยองมั้ยละ?”

จีมินคิดไปครู่หนึ่ง ส่ายหัว

“ไม่อยาก”

ยุนกิยิ้ม ดูเหมือนว่าจีมินจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว “เพราะอะไรครับ”

“เพราะจีมินเจ็บ”

“อื้อ วินนี่ก็เจ็บเป็นเหมือนกันไงละ เพราะฉะนั้นต้องเล่นกับวินนี่ดีๆนะรู้มั้ย”

“แล้วถ้าวินนี่หนีไปละ?”

“วินนี่ไม่หนีไปหรอก แต่จีมินจะอุ้มวินนี่ตลอดไม่ได้ เพราะวินนี่ก็เมื่อยเป็น เหมือนตอนที่ฮยองกอดจีมินแน่นๆนานๆ จีมินก็เมื่อย เห็นมั้ยละ”

“แต่จีมินชอบ!” เขาชอบเวลาที่ฮยองกอดเข้าแน่นๆที่สุด

“โอเค แต่วินนี่อาจจะไม่ชอบ แต่เพราะว่าวินนี่พูดไม่ได้ ดังนั้นจีมินจะต้องคอยดูนะ”

“อื้อ ก็ได้”

พอจีมินรับปาก ยุนกิถึงส่งเจ้าแมวในอ้อมแขนให้กับจีมิน ซึ่งเจ้าตัวก็รับมาอุ้มอย่างระวัง ไม่พยายามจะรัดให้แน่นเหมือนตอนแรก เจ้าแมวดิ้นเหมือนจะหาองศาให้กับตัวเอง สุดท้ายก็อยู่นิ่งๆ

“อื้อ วินนี่ไม่ดิ้นแล้ว”
            “เก่งมาก”

 

หลังจากมีวินนี่เข้ามา ยุนกิก็รู้สึกโล่งอกมากขึ้นเพราะวันหนึ่งๆ จีมินค่อนข้างจะให้เวลากับวินนี่มากกว่าของเล่นทุกชิ้น รูปภาพที่วาดออกมาก็มีแต่รูปเจ้าแมวสีขาวจนเขาต้องคอยบอกให้จีมินวาดอย่างอื่นบ้าง ในห้องเริ่มมีสีสันขึ้นมาอีกและจีมินเริ่มจะแยกแยะสีอื่นๆได้มากขึ้นแล้ว

“จีมินว่าสีฟ้านี้หรือสีฟ้าอันนี้ดีกว่ากันนะ” ยุนกิกำลังให้จีมินช่วยเลือกระหว่างสีฟ้าอ่อนกับสีฟ้าที่เข้มขึ้นมาอีกหน่อย ที่ด้านหน้าของทั้งคู่มีกล่องดินสอสีกล่องใหญ่ที่มีสีให้เลือกเกินห้าสิบสี แน่นอนว่ามันทำให้จีมินเริ่มตื่นตัวที่จะวาดภาพมากขึ้น

“อืม… ยุนยุนอยากจะระบายอะไรละ”

“ทะเลตรงนี้ครับ”

เขาชี้ไปที่ขีดแบ่งกั้นระหว่างท้องฟ้ากับทะเล (ในความคิดของเขา) จีมินพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่ได้เลือกทั้งสองสีแต่กลับหยิบสีน้ำเงินเข้มจากในกล่องส่งให้ยุนกิแทน

“อันนี้”

“เอ๋ ทำไมไม่เป็นสีฟ้าละ”

“เพราะว่าเดี๋ยวท้องฟ้าก็จะเป็นสีฟ้าแล้ว ถ้ายุนยุนระบายสีฟ้าตรงน้ำๆ จะแยกออกได้ยังไงว่าอันไหนเป็นท้องฟ้าอันไหนเป็นน้ำทะเลละ?”

ยุนกินิ่งไปพักหนึ่ง จีมินเห็นอย่างนั้นก็ทำท่าจะดึงสีไม้ที่ยัดใส่ในมือยุนกิกลับมา ยุนกิกะพริบตา

“อ๊ะ เอามาให้ฮยองสิครับ”

“ก็นึกว่ายุนยุนไม่ชอบสีนี้”

ยุนกิยิ้มเมื่อเห็นหางตาของจีมินตก ชวนให้นึกถึงลูกหมาไม่มีผิด

“ทำไมจะไม่ชอบละ ฮยองชอบจะตาย ก็ชิมชิมเป็นคนเลือกให้นี่นา”

เขาหยิบสีในมือของอีกฝ่ายมาระบายลงตรงที่ว่าง จากนั้นก็เอาสีดำมาย้ำให้เป็นเส้นหยักของคลื่น

“แล้วฮยองชอบสีไหนที่สุด ไม่เอาสีที่ชิมชิมเลือกให้นะ” ยุนกิมองประกายคาดหวังในดวงตาของจีมิน ก่อนจะหยิบสีน้ำตาลอ่อนออกมา

“เอ๋? ทำไมถึงเป็นสีนี้ละ”

สีนั้นเรียบ ไม่เข้มไม่อ่อน กลืนกับสีอื่นๆเช่นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ สีชมพูอมส้มของพีช สีเหลืองเข้มแบบเลม่อน

            “นั่นสินะ” ยุนกิยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบอะไรอีก

            “จีมินยังไม่เห็นระบายเลย ของฮยองจะเสร็จอยู่แล้วนะ”

            “อ๊า จริงด้วย!

            จีมินลืมสิ่งที่เขาสงสัยไปเสียสนิท

 

            “ฮยองต้องไปแล้ว จีมินอยู่ได้ใช่มั้ยครับ”

            วันนี้ยุนกิไม่ได้ส่งจีมินเข้านอนเหมือนทุกวันเพราะเจ้าตัวมีงานต้องทำ จีมินพยักหน้า ไม่รู้ว่าเพราะอะไรวันนี้เขาถึงไม่ง่วงเหมือนทุกวัน

            “จีมินอยู่ได้ จะดูแลวินนี่ด้วยละ”

            “อีกแป๊บนึงต้องเข้านอนแล้วนะ สัญญากับฮยองก่อนเร็วคนเก่ง”

            “อื้อ สัญญา”

            จีมินมองยุนกิเดินออกไปทางประตู เขาไม่เคยเห็นมาก่อนว่ามีประตูอยู่ตรงนั้น ตรงกำแพง เพราะเขาไม่เคยคิดแม้แต่จะย่างกรายเข้าไปใกล้มัน เพราะยุนกิบอกว่าที่ด้านนอกมีสิ่งไม่ดี สิ่งที่อันตรายเกินกว่าที่เขาจะออกไปคนเดียว

            จีมินปรารถนาจะรู้เหลือเกินว่าที่ด้านนอกนั้นมีอะไร

            แต่เขาไม่กล้าขัดคำสั่งของยุนกิ

            เพราะยุนกิบอกว่าถ้าจีมินออกไปที่ด้านนอกนั้นแล้วจะไม่ได้เจอกับเขาอีกเลย

            แต่ยุนกิก็ออกไปแล้วก็กลับมาหาเขาได้นี่นา

            จีมินพยายามข่มตาหลับ พยายามจะยื่นมือไปลูบขนนุ่มฟูของวินนี่แต่มือขาวกลับชะงักค้างเมื่อเขาคลำไม่พบกับความนุ่มนิ่มที่ตามหา เขาลุกขึ้น มองซ้ายมองขวาก็หาเจ้าแมวไม่เจอ

            วินนี่ไปไหน!?

 

            เขาเดินไปเปิดไฟ เห็นของเล่นทุกอย่างวางระเกะระกะ แต่ไม่เจอวินนี่ เขาเงี่ยหูฟัง แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงของมัน จีมินรู้สึกกระวนกระวายเพราะเขาสัญญากับยุนกิไว้แล้วว่าจะดูแลวินนี่ให้ดี

            เหมียว~ เมี๊ยว~

            ทันใดนั้นเสียงร้องของเจ้าแมวทำให้จีมินต้องรีบเดินไปที่หน้าต่างแล้วถึงเห็นว่าเจ้าแมวกำลังปีนเล่นอยู่บนขอบกำแพงสีขาว กำแพงที่เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้

            “ไม่นะ วินนี่!

            จีมินรีบเดินออกจากห้อง ผ่านสวนสวยไปจนถึงที่เกือบติดริมกำแพง เขาเห็นว่ามันมีต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ที่ข้างกำแพง คาดวินนี่คงจะเริ่มจากการปีนขึ้นไปบนกำแพงแล้วลงมาไม่ได้

            “วินนี่ ลงมานี่เร็ว!

            เขาแบมือ แต่เจ้าแมวกลับไม่ยอมขยับเขยื้อน ดวงตาข้างหนึ่งสีฟ้า ข้างหนึ่งสีอำพันจดจ้องมาที่เขา จีมินจ้องมองกลับไปก่อนจะเริ่มรู้สึกปวดหัว

            “เมี๊ยว”

            เจ้าแมวยังคงไม่ขยับ

            “วินนี่! ลงมานี่เร็ว เดี๋ยวยุนยุนจะโกรธนะ!

            ก็ยุนกิบอกว่าห้ามออกไปที่ข้างนอกนี่นา ข้างนอกนั้นมันอันตรายนะ

            “เมี๊ยว”

            “ลงมาไม่ได้?”

            อาจะทำยังไงดีนะ

            ด้านหน้านั้นคือกำแพงต้องห้าม แต่ทว่าชีวิตของวินนี่เองก็สำคัญกับเขาเหมือนกันนะ!

            จีมินเหลือบตาไปมองที่ต้นไม้ถ้าแค่ปีนขึ้นไปช่วยวินนี่ลงมา ยุนยุนคงจะไม่โกรธหรอกมั้ง เขาไม่ได้จะออกไปเสียหน่อย

            จีมินเริ่มปีนต้นไม้ที่ด้านข้างอย่างทุลักทุเล แต่เขาไม่ได้ร่วงลงมาทั้งที่เขาไม่เคยปีนต้นไม้มาก่อน เมื่อขึ้นไปเกาะอยู่อย่างมั่นคงแล้วจีมินก็พาดขาหนึ่งข้างไว้กับด้านบนของกำแพงคอนกรีตสีขาว ยื่นมือไปที่วินนี่ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

            “มานี่เร็ว วินนี่”

            เจ้าแมวร้องเมี๊ยว ก้าวถอยหลังไปไกลกว่าเดิม

            “ไม่ต้องกลัวน่า ไม่หล่นลงไปหรอกนะ”

            “เมี๊ยว”

            “ถ้าวินนี่ไม่ลงมา ยุนยุนจะโกรธมากๆเลยนะ” เขาขู่ แต่เจ้าแมวได้ฟังชื่อของยุนกิแล้วกลับไม่ได้มีทีท่าว่าจะกลัวแต่อย่างใด กลับพยักเพยิดไปที่ด้านนอกนั่น ราวกับว่ามันฟังเขาออก

            “อะไรนะ วินนี่?”

            “เมี๊ยว”

            เห็นเจ้าแมวเหม่อมองออกไปที่ด้านนอกนั่น เขาก็เห็นว่าที่ด้านนอกนั้นไม่มีอะไรเลย เป็นพื้นและเส้นทางสีดำสนิท อย่างที่เขาเคยเห็น เขาคิดว่าเขาเคยเห็นมันมาก่อน

            เหมือนในความฝัน

            “วะวินนี่ อย่าลงไปนะ”

            “เมี๊ยว?” เจ้าแมวเอียงคอเหมือนกับไม่เข้าใจคำบอกของเขา

            “วินนี่ มานี่เร็ว”

            เพราะจีมินเริ่มที่จะปวดหัวอีกแล้ว จู่ๆภาพตรงหน้าของเขาก็เบลอ เขาได้ยินเสียงเจ้าแมวร้องอีกครั้ง ก่อนที่มันจะกระโดดลงไปที่อีกฟากของกำแพง!

            จีมินเบิกตากว้าง เมื่อเขามองไปอีกครั้งเจ้าแมวก็ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงพื้น หันมามองเขาเหมือนต้องการจะให้เขาตามมันไปอย่างนั้น

            ตามมันไป?

            ให้เขาออกไปจากกำแพงนี้ ออกไปจากห้องของเขากับยุนกิอย่างนั้นเหรอ

            “เมี๊ยว”

            “ไม่ได้หรอกวินนี่ ฉันไปไม่ได้” ถ้ายุนกิกลับมาไม่เจอเขาละ

            แต่จะปล่อยให้วินนี่หายไปอย่างนั้นเหรอ? เขาเพิ่งสัญญากับยุนกิว่าจะดูแลวินนี่ให้ดีนะ

            เมื่อเห็นว่าจีมินจะไม่ตามมา วินนี่ก็หันไปมองสีดำมืดทึบที่ตรงหน้า จีมินจ้องมองไปที่มัน

            แล้วถ้าแค่แป๊บเดียวละ?

            ถ้าแค่ออกไปตามวินนี่ ยุนกิจะต้องเข้าใจเขาอย่างแน่นอน

            เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าที่ข้างนอกนั้นมันมีอะไรกันแน่

            มันเป็นชั่วขณะหนึ่งระหว่างการตัดสินใจเพียงชั่ววูบซึ่งความลังเลเกาะกุมที่หัวใจซึ่งกำลังเต้นระรัวของเขา ทันใดนั้นจีมินก็ได้ยินเสียงกระพรวนของวินนี่! กระพรวนนั้นไม่เคยดังรัวขนาดนี้เพราะวินนี่ไม่เคยวิ่ง!

            เมี๊ยว~ เมี๊ยว~

            เขาได้ยินเจ้าแมวซึ่งเดินหายลับไปในความมืดหวีดเสียงร้องออกมา

            เกิดอะไรขึ้นกับวินนี่!?

            จีมินส่ายหัว ถ้าไม่ไปแล้วเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับวินนี่จะทำยังไงละ!

            ชั่วนาทีเดียวกับที่เจ้าแมวร้องออกมาอีกครั้ง จีมินก็หลับตา

            ฮยองอ่าจีมินแค่ออกไปช่วยวินนี่แป๊บเดียวเท่านั้นเองนะ

            แล้วตัดสินใจกระโดดกำแพงออกไป

 

            เท้าของจีมินไม่ได้สัมผัสพื้น

 

            มโนภาพของจีมินสลับภาพสีกันราวกับจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายไม่รวมกับ มันวิ่งวนไปมารอบตัวเขาอย่างน่าปวดหัว เขารู้สึกคลื่นไส้เมื่อเห็นรอบข้างมืดดำสนิท เขาหันหลังกลับไปหวังจะวิ่งกลับเข้าไปในรั้วกำแพงที่ซึ่งเขารู้ดีว่ามันจะปลอดภัย

            แต่มันกลับไม่มีกำแพงอยู่อีกแล้ว

            เขาเบิกตากว้าง แล้วภาพเลือนรางเหล่านั้นจึงเบลอชัดขึ้นเหมือนถูกหมุนจับโฟกัสด้วยเลนส์กล้อง สีของมันเก่าซีดเกือบจะไร้สี แต่เขากลับรู้จักมันดี

 

04

 

            นี่! เจ้าแมว ลงมานี่สิ มันคือกำแพงสีเทาเข้มของโรงพยาบาล เจ้าลูกแมวสีขาวตัวจ้อยขยับขาอย่างกล้าๆกลัว ส่งเสียงร้องเรียกเขาเพราะมันไม่กล้าที่จะขยับตัว

            เมี๊ยว

            ย่าห์ อย่าขยับไปทางนั้นสิ เดี๋ยวก็หล่นลงไปหรอก

            จีมินขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีก เอนเอียงจากกิ่งไม้ซึ่งเป็นแหล่งยึดเพียงแหล่งเดียวของเขา ในที่สุดเจ้าแมวก็เขยิบเข้ามาอยู่ในอุ้งมือของเขา ตัวของมันเล็กมาก ดูเหมือนยังไม่หย่านมแม่ด้วยซ้ำ

            ทำไมมาอยู่ที่นี่กันนะ?

            เฮ้ คุณทำอะไรนะ คุณกำลังจะตกนะรู้ตัวรึเปล่าน้ำเสียงแหบแห้งของใครบางคนร้องเรียก ทำให้จีมินที่กำลังตั้งสติเผลอกันไปมองที่มาของมันจนมืออีกข้างที่จับกิ่งแข็งแรงเผลอคลายออก

            เหวออออ เฮ้ย!’

            จนในที่สุดทั้งคนทั้งแมวก็ร่วงลงจากต้นไม้! แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกอย่างที่ควรจะเป็น

            จีมินหลับตาปี๋ จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ที่ข้างแก้ม

            นี่! คุณจะลุกออกไปได้รึยัง มันหนักนะ ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ

            จีมินเบิกตากว้างเมื่อสิ่งที่รองรับเขาอยู่ที่ด้านล่างไม่ใช่พื้นหญ้าแต่เป็นร่างอุ่นๆของคน! เขารีบลุกออกมา ก่อนจะเห็นว่าเจ้าของน้ำเสียงนั้นคือเจ้าของเรือนผมสีเทาดำ ผิวขาวหยวก เจ้าตัวสะบัดไปมาเหมือนจะเมื่อยขบ สุดท้ายก็ลุกขึ้นมายืนเสมอเขา ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้สูงไปกว่าเขาเท่าไรนี่นา!

            ขะขอโทษ คือผมไม่ได้ตั้งใจ

            อื้อ ผมรู้

            จีมินเม้มปาก ตัวพวกเขาก็พอๆกัน คนตรงหน้าจะต้องเจ็บมากแน่เลย

            ว่าแต่คุณขึ้นไปทำอะไรบนต้นไม้น่ะ

            พอถูกถามจีมินก็เบิกตาโต มองซ้ายมองขวาก็เห็นเจ้าลูกแมวตัวน้อยตกลงไปบนกระเป๋าของเขาที่วางทิ้งไว้ข้างล่างพอดี เขาค่อยๆอุ้มมันขึ้นมาให้ฝ่ามือ พลิกซ้ายพลิกขวาก็เห็นว่ามันไม่ได้บาดเจ็บถึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

            ค่อยยังชั่วหน่อย เด็กคนนี้ติดอยู่บนกำแพงผมก็เลย…’

            หา ขึ้นไปช่วยลูกแมวเนี่ยนะ

            จีมินตวัดสายตามองแววตาที่มองมาเหมือนจะไม่เชื่อ พยักหน้ารับ

            ก็มันน่าสงสารนี่ คุณไม่สงสารมันเรอะไง แม่มันไปไหนก็ไม่รู้

            คนตรงหน้าถอนหายใจออกมาแรงๆ ผมก็นึกว่ามีอะไร แค่แมวนี่เอง

            พูดเสร็จแล้วเขาก็เดินหนีไปเลย จีมินมองตามไปอย่างไม่เข้าใจ พอได้ยินเสียงร้องเมี๊ยวๆของลูกแมวในฝ่ามือเขาถึงละความสนใจจากผู้ชายคนนั้น

            ว่าไงเจ้าตัวน้อย

 

            จีมินทำงานเป็นนักวาดภาพประกอบหนังสือ นอกจากนั้นแล้วเขายังเป็นอาสาสมัครช่วยสอนศิลปะให้กับเด็กๆที่โรงพยาบาล ดังนั้นเขาถึงได้มาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ทุกวันพฤหัส เพียงแต่วันนี้ในมือของเขาไม่ได้มีแค่อุปกรณ์ศิลปะกลับมีตะกร้าเล็กๆอยู่ด้วย

            บิงโก! มันคือเจ้าเหมียวนั่นเอง เจ้าตัวน้อยนั่นเหมือนตาจะยังไม่เปิดไม่หมดด้วยซ้ำเขาถึงไม่กล้าปล่อยมันไว้ที่ห้องตัวเดียว

            “คุณจีมิน วันนี้มาเร็วจังเลยนะคะ”

            “ครับ ช่วงนี้ผมเลิกงานไวน่ะ” เพราะสำนักพิมพ์ที่เขาทำงานให้วันนี้ไม่ได้มีงานเยอะมากทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเขาถึงได้มาเร็วกว่าปกติ

            “ตอนนี้เด็กๆกำลังเรียนร้องเพลงกันอยู่ คุณจะเข้าไปดูก็ได้นะคะ”

            จีมินยิ้มรับ ก่อนจะเดินไปที่ห้องประจำซึ่งใช้สอนเด็กๆทำกิจกรรม โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ค่อนข้างใส่ใจกับสุขภาพของคนไข้เด็ก มีบางคนที่ป่วยหนักจนไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ ถ้าต้องหมกตัวอยู่แต่ในห้องอุดอู้ก็คงจะไม่ดีแน่ๆ ถึงได้คอยหากิจกรรมมาให้เด็กๆทำอยู่เสมอ แน่นอนว่านี่เป็นกิจกรรมอาสาสมัครซึ่งจีมินยินดีมากที่จะทำมัน

            เสียงเปียโนและเสียงร้องเพลงทำให้มือค่อยๆเลื่อนเปิดประตูอย่างระมัดระวัง เขาเดินเข้าไปนั่งที่ด้านหลังสุดที่มีผู้ปกครองอยู่บ้างประปราย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนางพยาบาลมากกว่า

            เอ๊ะ!?

            เขามองไปที่เปียโนหลังเล็ก คนที่กำลังนั่งดีดมันคือผู้ชายคนนั้นที่เขาเจอเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่นา เขาไม่ได้สังเกตเห็นจีมินแต่ยังเล่นเพลงอยู่ จีมินถึงได้มีโอกาสพิจารณาชายคนนี้ให้มากขึ้น เขามีผมสีเทาดำ จีมินจำได้ แต่วันนี้เขาไม่ได้ดูหงุดหงิดเหมือนวันนั้นแล้ว

            ดวงตาเรียวเล็กและจมูกที่มีสัน กับริมฝีปากที่ร้องเพลงคลอไปเบาๆกับเด็กๆทำให้จีมินเผลอยิ้มออกมาไม่ได้ พอดีกับที่เขาจ้องจนพอใจ ดนตรีนั้นก็หยุดลง

            “เอ้า เด็กๆขอบคุณพี่ยุนกิก่อนสิจ๊ะ”

            คุณพยาบาลบอกให้เด็กๆพูดตาม ก่อนที่จะพาเด็กๆไปล้างมือหรือว่าเข้าห้องน้ำ ใครที่รู้สึกง่วงก็กลับไปนอน ส่วนใครที่ยังไม่ง่วงก็จะรอทำกิจกรรมต่อไปซึ่งก็คือคลาสวาดภาพของจีมินนั่นเอง

 

            “คุณ!” จีมินเงยหน้ามองคนที่เล่นเปียโนซึ่งตอนนี้เดินเข้ามาอยู่ที่ตรงหน้าเขา

            “คะครับ”

            “คุณจ้องผม?” ใบหน้านั้นเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์จนจีมินนึกกลัว เขาเห็น!

            “เราเจอกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไม่รู้ว่าคุณจำ” “อ่า นายแมว! จำได้สิ ทำไมจะจำคุณไม่ได้ละ”

            จีมินพยักหน้ารัวๆ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อเพราะเขาไม่คอยคุ้นชินกับการคุยกับคนแปลกหน้า คนตรงหน้าถอนหายใจ “ผมชื่อยุนกิ มิน ยุนกิ คุณละ?”

            “จีมินครับ ปาร์ค จีมิน”

            เมี๊ยว

            ยุนกิเลิกคิ้ว จีมินหัวเราะก่อนจะเปิดในตะกร้าให้ดูแล้วอุทานออกมาเมื่อเห็นวาเจ้าแมวที่ไม่เคยลืมตาเลยกลับเปิดตามองเห็นดวงตาสีฟ้าข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นสีเหลืองของอำพัน

            “อ่าเจ้านั่นนี่นา”

            จีมินยิ้มแฉ่งเมื่อเห็นยุนกิใช้นิ้วขาวไล่ไปลูบเบาๆที่หูของเจ้าแมวที่กำลังนอนบิดไปบิดมาท่ามกลางผ้าแพรสีชมพูอ่อน

            นั่นคือการรู้จักกันอย่างเป็นทางการของทั้งคู่

           

 

            แต่นำพามาถึงครั้งต่อๆมา ยุนกิเป็นนักเปียโนและนักแต่งเพลง นอกจากทำงานให้กับค่ายเพลงแล้วเขายังทำอาสาสมัครที่หลายโรงพยาบาล ปกติยุนกิจะทำกะเย็นซึ่งก็คือหลังจากช่วงของจีมินไปอีกแต่วันนั้นเป็นพอดีกับที่เขามีธุระในช่วงเย็นจึงเลือกมาตอนช่วงเช้าแทนที่จึงทำให้พวกเขาได้เจอกัน

            มันเริ่มจากการที่จีมินเลี้ยงแมวไม่เป็น ส่วนยุนกิเคยเลี้ยงแมวมาแล้วก่อนหน้านี้

            อุ้ย คุณจับเบาๆสิ วินนี่เจ็บหมดแล้วนะ!’

            ยุนกิถอนหายใจ จีมินนี่ขี้เวอร์จริงๆ มันไม่เจ็บหรอก

            ดูสิ มันยังจ้องผมตาแป๋วอยู่เลย

            จีมินมองเจ้าลูกแมวที่ตอนนี้ขนขึ้นจนเหมือนเป็นก้อนไหมพรมสีขาวละเอียดก้อนหนึ่งแล้ว เขาตั้งชื่อให้มันว่า วินนี่พ้องกับลูกแมวในนิทานภาพสำหรับเด็กที่เขาเคยวาดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

 

            ตึ๊ง ตึง ติ๊ง?

            ไม่ใช่โน็ตนั้นซะหน่อย ต้องกดตรงนี้ต่างหาก

            หลังคาบดนตรีแทนที่ยุนกิจะรีบกลับสตูดิโอไปทำเพลงเหมือนทุกวันแต่กลับมีนักเรียนเด็กโข่งอีกคนเพิ่มเข้ามา จีมินยู่ปาก ก็ผมเล่นไม่เป็นนี่นา

            ไม่ยากหรอก กดตามผมนี้

            มือขาวซึ่งใหญ่กว่าทาบทับลงบนมือเขา ค่อยๆกดลงไปบนโน็ตทีละตัว

            ‘Twinkle, twinkle, little star, how I wonder what you are’

            มันเป็นไปอย่างเชื่องช้า ที่พวกเขาเริ่มร้องมันด้วยกัน เสียงหวานสูงคลอไปกับเสียงทุ้มต่ำ ไม่รู้เพราะว่าความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจขยับเต้นไม่เป็นจังหวัง ทันทีที่น็ตตัวสุดท้ายจบลงจีมินก็สูดหายใจเข้าลึกเมื่อค้นพบว่าลมหายใจร้อนของคนที่ซ้อนหลังเขาอยู่รินรดที่ข้างแก้ม เขาค่อยหันไปมอง ใบหน้าหล่อเหลาของยุนกิใกล้เพียงแค่เอื้อมหากเจ้าตัวไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกรู้สาอะไร

            ‘Twinkle, twinkle, little star, how I wonder what you are

            หน้าของเขาร้อนไปหมดแล้ว

 

            เฮ้ ทำไมผมจะระบายน้ำด้วยสีฟ้าไม่ได้ละ?

            จีมินหัวเราะ เห็นรูปภาพทะเลกับท้องฟ้าที่มีพระอาทิตย์หนึ่งดวงลอยอยู่ก็ถอนหายใจกับความไม่มีหัวทางศิลปะเลยแม้สักนิดของยุนกิ

            ก็ถ้าคุณระบายน้ำทะเลด้วยสีฟ้าแล้วมันจะกลืนกันกับสีของท้องฟ้าน่ะสิ

            เขาหยิบแท่งดินสอสีฟ้าอ่อนออกมาจากมือขาว ก่อนจะหยิบสีน้ำเงินที่ไม่เข้มมากส่งให้แทนที่ ยุนกิระบายมันลงไปอย่างไม่สนใจ สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสีที่ตัดกันระหว่างสีฟ้าอ่อนกับสีน้ำเงิน

            นี่ภาพวิวหรือว่าธงชาติวะ?

            จีมินหัวเราะ เหมือนจะรู้ว่ายุนกิกำลังคิดอะไรถึงได้หยิบสีดำมาวาดเส้นหยักๆลงไปพอให้รู้ว่าเป็นคลื่น

            คุณสู้เด็กๆไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาพยักเพยิดไปที่เด็กๆซึ่งกำลังระบายสีอย่างตั้งใจ

            ยุนกิเบ้ปาก ก็ลองให้จีมินมาเล่นเปียโนบ้างมั้ยละ? เหลือบมองภาพของอีกฝ่ายก็เห็นเป็นเจ้าแมวโปรดลูกรักของจีมิน อีกฝ่ายวาดรูปเก่งเป็นบ้าสมกับเป็นนักวาดภาพประกอบสุดๆ

            คุณลองมาเล่นเปียโนแข่งกับผมมั้ยละ

            ไม่เอาละ

            จีมินเสหน้าหนีไปอีกทาง ยุนกิเลื่อนมือข้างที่ไม่ได้จับดินสอสีไปกุมมือของจีมินไว้ ยิ้มเยาะ แล้วพูดออกมาเบาๆเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน

            จริงๆไม่ต้องแข่งกันก็ได้ เล่นด้วยกันแบบวันนั้นผมก็ว่าดีนะ

            บ้าบอกันไปใหญ่แล้ว!

            จีมินชักมือออกมา เรียงสีที่วางระเกะระกะให้เข้ากล่องให้เรียบร้อย ไม่รู้จะพูดอะไรถึงเลื่อนกล่องสีไปอยู่ที่ด้านหน้ายุนกิ

            นี่ คุณดูไม่ค่อยใช้สีเลยนะ คุณไม่มีสีที่ชอบเลยเรอะไงตัวเขายังชอบหลายสีจนบางทีก็เลือกไม่ถูก

            ยุนกิหัวเราะ รู้ดีว่าจีมินพยายามจะเปลี่ยนเรื่อง

            อืม…’ เขาไล่มือไปตามแถวซึ่งเรียงรายด้วยสีสันสดใจ ผ่านไปจนถึงสีโทนส้ม เหลือง และน้ำตาล

            สีนี้เขาหยิบสีน้ำตาลที่จะว่าเข้มก็ไม่เข้ม อ่อนก็ไม่อ่อนออกมา จีมินขมวดคิ้ว เพราะมันเป็นแค่สีน้ำตาลธรรมดาเท่านั้นเอง

            ทำไมละ คุณไม่ชอบพวกสีสดๆเหรอ แบบพวกส้ม ฟ้า ชมพู?

            ยุนกิอาศัยจังหวังที่จีมินเงยหน้าขึ้นมามองตาเขา ก่อนจะทาบดินสอสีกับแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะคำพูดของเขาเมื่อครู่

            สีอื่นก็สวยดี แต่ผมชอบสีนี้ เพราะมันเหมือนสีดวงตาของคุณเลย

            จีมินลุกหนีไปดูเด็กคนอื่นแล้ว ส่วนเขาทำได้เพียงแค่หัวเราะในลำคอเพราะเห็นว่าหน้าของจีมินขึ้นสีแดงก่ำไม่แพ้กับสีดวงอาทิตย์ในรูปของเขาเลย

 

            พวกเขาทำความรู้จักกันอย่างเชื่องช้าเรียบเรื่อยไม่สนุกสนานตื่นตาตื่นใจอย่างดนตรีแจ๊ซ ทว่ามันกลับอบอุ่นในตอนที่พวกเขาพาวินนี่ไปฉีดวัคซีนด้วยกันครั้งแรก ที่โรงพยาบาลสัตว์มีที่คาดผมรูปสัตว์ให้กับคุณพ่อคุณแม่น้องแมว จีมินหัวเราะเมื่อเห็นที่คาดกระดาษหลายอันวางอยู่ในตะกร้า หยิบอันที่เป็นตาตี่ๆมาสวมที่บนหัวของยุนกิ

            นี่มันตัวอะไรเนี่ยคุณ

            หอยทาก

            หอยทาก? ให้ผมเนี่ยนะทีเขายังเลือกหูหมาน้อยดีๆให้จีมินเลยนะ

            ก็คุณเหมือนหอยทาก ดูดิ่ ตาตี่ๆปรือๆเหมือนกันไม่มีผิด

            ยุนกิอ้าปากจะค้าน แต่เมื่อเห็นว่าจีมินหัวเราะออกมาอย่างนั้นเขาก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ไม่มีเวลาให้เลือกมากหรือว่าเปลี่ยนอันเพราะคุณพยาบาลดันประกาศเรียกชื่อวินนี่ออกมาพอดี

            หอยทากก็หอยทากวะ

 

            จนถึงตอนที่จีมินย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันกับยุนกิที่คอนโด แล้วยุนกิค้นพบว่าในกล่องเก็บของของจีมินมีเจ้าของเล่นทรงสี่เหลี่ยมปะปนอยู่กับอุปกรณ์ศิลปะ

            จีมินอา เล่นรูบิคด้วยอย่างนั้นเหรอ?

            อื้อ เอาไว้กล่อมวินนี่นอนอ่ะ ฮยองก็รู้ว่าเจ้าตัวแสบไม่ยอมหลับง่ายๆนี่นา

            นายเล่นเจ้านี่กล่อมวินนี่นอนรึไง

            ใช่! ฮยองเล่นเป็นมั้ย?

            เหอะ เล่นอะไรไร้สาระ

            รูบิคไม่ได้ไร้สาระซะหน่อย มานี่เลย ฮยองต้องรู้ไว้นะจะได้เล่นมันตอนที่ผมไม่อยู่นี่ไง

            ยุนกิไม่ได้ตั้งใจจะเล่นมันในตอนแรก แต่เพราะเขานึกชอบตอนที่เขานั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียง มีจีมินนั่งอยู่ในอ้อมกอดพยายามจะสอนเขาเล่นมันโดยมีเจ้าแมวจ้องมองตามจังหวะการเคลื่อนไหวของรูบิคไปมา พอรู้ตัวอีกทีเจ้ารูบิคที่เคยกระจัดกระจายก็เรียงตัวกันอย่างสมบูรณ์

            โอ้ แล้ววินนี่ก็หลับแล้วจริงๆด้วย

 

            มันเริ่มต้นขึ้นจากวันนั้น

            เขากับยุนกิไปซื้อของเข้าบ้านด้วยกันที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เพราะจำนวนของที่ค่อนข้างเยอะทำให้ยุนกิตัดสินใจให้จีมินยืนรอเขาอยู่ที่ด้านหน้า ส่วนตัวเขาจะไปเอารถ ตอนนั้นน่าจะสักสามสี่ทุ่มแล้วทำให้การจราจรไม่หนาแน่นเหมือนช่วงหัวค่ำ จีมินยืนห่อตัวเพราะความหนาว

            เขาได้ยินเสียงโครมครามและเสียงบีบแตรดังก้องเข้ามาในโสตประสาท

            เขาหันไปมอง เห็นไฟสีขาวสว่างเจิดจ้าพุ่งเข้ามาที่เขา

            เร็ว เร็ว เร็วขึ้นอีก

            จนเขาขยับตัวไปไหนไม่ทันและเขา

 

            ปรี๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

 

 

         มันเหมือนความฝันที่ไม่มีวันจบสิ้น

 

05

 

            “คุณหมอเขาเป็นยังไงบ้างครับ” ยุนกิมองใบหน้าซึ่งดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยปิดสนิทเหมือนเจ้าตัวกำลังนอนหลับเท่านั้น

            แต่คงเป็นการพักผ่อนที่ยาวนานมาก เพราะดวงตาคู่นั้นไม่เคยเปิดขึ้นอีกเลยมาเป็นเวลาสามปีแล้ว

            “ผลการรักษาเป็นไปได้ด้วยดีมาก ตอนนี้ก็เหลือแค่แรงใจของเจ้าตัวแล้วละว่าเขาสู้รึเปล่า”

            คุณหมอวัยกลางคนตบบ่าชายหนุ่มรุ่นน้องอย่างเห็นใจ เพราะสามปีที่ผ่านมาเขารู้ดีว่าคนตรงหน้าทุ่มเททั้งเวลาและต้องสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างไปมากเพียงใด

           

            ทุกคนบอกว่าให้เขาเลิกรอ

            คุณพ่อกับคุณแม่ของจีมินบอกเขาว่าให้เลิกรอ พวกเขาไม่ได้โทษว่ามันเป็นความผิดของยุนกิเลยแม้แต่น้อย เพราะจากหลักฐานการพิสูจน์ทั้งจากกล้องวงจรปิดและผลตรวจเลือดแสดงแน่ชัดแล้วว่าคนขับรถบรรทุกเมาหนักจนขับรถแหกเลนมาชนกับซุปเปอร์มาร์เก็ตซึ่งจีมินบังเอิญยืนอยู่ตรงหน้านั้นพอดีด้วยความเร็วเกิดกว่าจะแตะเบรก

            มันรุนแรง รุนแรงมากพอที่จะทำให้ร่างกายทั้งร่างเสียหาย

            ไม่มีใครคิดว่าเขาจะรอด

            เพราะถึงแม้กายเนื้อด้านนอกสามารถเพาะกลับมาได้ด้วยวิทยาการ แต่ทว่าทั้งประสาทสัมผัส ทั้งความทรงจำรวมถึงความสามารถทุกอย่างกลับถูกทำลายตามก้านสมองไปจนเกือบหมดสิ้น

            ทุกคนบอกว่าให้เขายอมแพ้ แต่ไม่มีวันไหนเลยที่ยุนกิคิดจะยอมแพ้

 

            มันชื่อ won-der-wall

            ยังไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จกับโปรแกรมรักษาระบบการทำงานและเส้นประสาทของสมองมาก่อน เป็นเพียงแค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกคิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ มันยังใหม่อยู่มาก ทุกคนไม่กล้าเสี่ยง แต่ยุนกิเลือกที่จะเสี่ยง

            มันก็เหมือนกับเขาเกิดใหม่ในร่างเดิม ที่จริงไม่ถึงกับหายไปทั้งหมดเพราะสมองซีกขวาของเขาไม่ได้ปะทะโดยตรง ผมคิดว่าพวกเรากู้มันได้ เหมือนกับคอมพิวเตอร์โดยไวรัส คุณนึกออกใช่มั้ย?

            พวกเราสร้างโลกเสมือนจริงขึ้นมา เหมือนเกมส์ออนไลน์นั่นแหละถ้าเอาให้เข้าใจง่ายๆ เพียงแต่ในเกมส์นี้ไม่มีไอเทม ไม่มีสกิล ไม่มีทางลัดไปสู่การพิชิตเกมส์ มีหลายคนนักละที่ท้อแล้วก็ล้มเลิกมันไปก่อน ผมไม่ได้คาดหวัง ไม่ได้การันตีว่ามันจะสำเร็จหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นเพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เฉพาะตัวโปรแกรม แต่เป็นคุณ

         เขาเกือบจะไปแล้ว แต่มันไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส

ต้องทำยังไงครับหมอ ให้ทำอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น

            มันก็เหมือนกับคุณเข้าไปเล่นเกมส์ คุณเป็นเพลเยอร์ คุณจะได้เจอเขา แต่เขาจะไม่ใช่เขาคนเดิม

            ไม่มีความทรงจำ เหมือนเด็กเพิ่งเกิด อาจจะพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ ร้องไห้น่ารำคาญเหมือนเด็กทารก

            ที่คุณต้องมีก็แค่ความอดทน พวกคุณเป็นคนรักกันถูกมั้ยละ แต่เขาจะไม่ให้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาจะไม่ได้ยิ้มให้คุณเหมือนวันเมื่อวาน ไม่รู้ว่าคุณชอบอะไรไม่ชอบอะไร อะไรที่เขาเคยทำได้ เขาทำมันไม่ได้อีกต่อไป

            หมายถึงให้ผมเข้าไปเลี้ยงเขา?

            ประมาณนั้นละ ถ้าโชคดีหน่อยเขาก็พูดได้แล้ว เราการันตีไม่ได้ว่าสมองของเขาจะย้อนกลับไปจนถึงช่วงอายุกี่ขวบ ตอนแรกเขาก็เหมือนคนปกตินี่ละ จำอะไรไม่ได้ แต่พอคุ้นชินแล้วสมองจะปรับตัวเข้าสู่การเรียนรู้ที่เริ่มจากศูนย์

            มันมีโอกาสใช่มั้ยครับ

            แน่นอนว่ามี เพราะถ้าไม่มีเราคงไม่เสนอโปรแกรมนี้ให้คุณฟรีๆหรอก พวกผมเองก็ท้อเหมือนกัน คิดแล้วว่าถ้าเคสนี้ไม่สำเร็จก็คงล้มเลิกละ

         ผมจะทำมันครับ

            ‘……………………..’

            แต่คุณรู้ใช่มั้ยว่าคุณต้องรอนานนานมาก

นานเท่าไหร่ผมก็จะรอ

 

“คะคุณ?”

            ยุนกินิ่งไปเมื่อได้ยินคำถาม นิ่งค้าง เพราะสุดท้ายแล้วที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือจีมิน จีมินคนเดิมอย่างที่เขานึกอยากจะคว้าเจ้าตัวมากอดแรงๆอย่างใจอยากแต่กลับทำมันไม่ได้

            พวกเราก็เหมือนคนแปลกหน้า

            “อืมฮยองชื่อยุนกิ ต่อจากนี้จะดูแลจีมินเองนะ” เขาฉีกร้อยยิ้มเป็นมิตรออกไป มันเหมือนกับตอนที่เขาเจอกับเจ้าตัวครั้งแรกเพียงแต่กลับกันที่ครั้งนี้เจ้าตัวทำหน้าเหมือนกับไม่ไว้ใจเขาเสียอย่างนั้น เห็นจีมินบิดไปบิดมาก็จำได้ว่าคุณหมอเตือนว่าจีมินอาจจะมีอาการปวดเมื่อยเพราะมีผลเอฟเฟ็คจากการเชื่อมต่อโปรแกรมครั้งแรก เขาถึงเข้าไปนวดที่ขาแขนอย่างที่ควรทำ

            “ผะผมจำอะไรไม่ได้เลย”

            ขอบตาของเขาร้อนผ่าวเมื่อได้ยินมันออกมาอย่างชัดเจน ทว่าเขากลับต้องกลืนก้อนสะอื้นกลับเข้าไป เพราะถ้าเขาไม่เข้มแข็งก็จะเป็นหลักให้จีมินไม่ได้

            “ชู่วไม่เป็นไรน่า อาการของจีมินจะดีขึ้นในเร็วๆนี้ แค่เชื่อฟังทำตามที่ฮยองบอกแล้วก็ทำใจให้สบาย โอเคนะ”

            “ฮยอง?”

            “อื้อ เรียกฮยองนะ ยุนกิฮยองยังไงละ”

            “ยุนกิฮยอง?” ยุนกิยิ้มกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของจีมินที่ดูโล่งใจกว่าตอนแรก ในตอนนั้นที่เจ้าตัวอ้าปากหาววอด ยุนกิเห็นอย่างนั้นก็รีบประคองเขาให้นอนลง ห่มผ้าให้ทั้งยังบอกให้เขาพักผ่อนให้มากเพราะคุณหมอย้ำเตือนมาตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ควรคาดหวังอะไรกับการเชื่อมต่อครั้งสองครั้งแรก

            การให้จีมินนอนเป็นการพักฟื้นสมองอย่างแท้จริง

            ยุนกิมองจีมินที่หลับตานอนไปแล้ว ลูบเส้นผมกลุ่มนุ่มที่เขารู้ว่ามันเป็นเพียงภาพสมมุติของคอมพิวเตอร์ ภาพนั้นเป็นภาพที่ชัดเจนที่สุด เพราะตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาต่อจากนี้เขาจะเป็นคนดูแลจีมินเอง

 

            ทว่ามันก็ไม่ได้ง่ายดาย เพราะหลังจากนั้นอีกวันมา จีมินลืมตาตื่นขึ้นมา ถามเขาด้วยคำถามเดิมว่า

            คุณเป็นใครกันครับ

 

            ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่ามันต้องใช้เวลา แต่มีบางครั้งที่ยุนกิต้องยิ้มให้กับจีมินแล้วเดินหนีออกมาเพื่อปล่อยหยาดน้ำตาแห่งความเหนื่อยล้า เพราะมันคือการรอคอยที่ไม่สิ้นสุด ไม่รู้ว่าปลายทางที่รอคอยจะมาถึงรึเปล่าด้วยซ้ำ

            ในตอนแรกทุกอย่างเป็นสีขาว เพราะสมองของจีมินยังไม่สามารถรับสีได้มากนัก เริ่มจากขาว ดำ แล้วค่อยใส่สีอ่อนอย่างสีฟ้าเข้ามา

            เริ่มจากการมองเห็นและการได้ยิน ดวงตาของจีมินกลอกไปมาตามโมบายล์ที่มีตัวพลาสติกรูปสัตว์ตัวน้อยและกระดิ่งแขวนอยู่ ว่ากันว่าการมองวัตถุที่เคลื่อนไหวไปมาจะมีผลต่อระบบสติปัญญา เป็นการกระตุ้นประสาทตาโดยอ้อมรวมทั้งเสียงกระดิ่งที่จีมินชอบนักหนานั่นละ

            ไม่ว่าจะคุณเป็ดก๊าบก๊าบ คุณกบอ๊บอ๊บ เขาต่างสอนคำเหล่านั้นให้จีมินใหม่ทั้งหมด อดไม่ได้ในบางครั้งที่จะเข้าไปฟัดเมื่อจีมินทำสีหน้างงงวยซึ่งชวนให้เขาคิดถึงตอนที่เจ้าตัวเพิ่งจะตื่นนอนหลังจากปั่นงานมาทั้งคืน เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

            คุณหมอย้ำนักหนาละ ว่าต้องคอยนวดกระตุ้นประสาทการทำงานของกล้ามเนื้อให้มาก ถ้าจีมินรู้สึกเหนื่อยนั่นแสดงว่าถึงขีดจำกัดของการทำงานแล้วให้หยุดทันทีโดยการเข้านอน ในช่วงแรกจีมินพูดแค่ประโยคสองประโยคก็ง่วงนอนเสียแล้ว หลังๆมานี่ถึงเริ่มเรียนรู้อะไรได้มากขึ้น เริ่มจากสมุดภาพสัตว์ที่เจ้าตัวตอบผิดๆถูกๆ แต่ยุนกิคอยย้ำอย่างใจเย็น เขารู้ดีว่ามันยากเพียงใดสำหรับจีมิน

           

            ความชอบของเขาจะกระตุ้นให้ระบบสมองทำงานดีขึ้น คุณจีมินชอบตัวอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ บางทีเราอาจจะเขียนมันขึ้นมา

            แมวมั้งครับ พวกเราเลี้ยงแมวด้วยกันชื่อวินนี่

            อาถ้าเป็นโปรแกรมแมวมีชีวิตอาจจะมากเกินไปสำหรับเขาในตอนนี้ อืมมีอะไรที่ทำให้เขานึกถึงคุณบ้างมั้ยครับ ตัวอะไรก็ได้ สิ่งของ?

            หอยทากรึเปล่าครับ เขาเคยบอกว่าผมเหมือนหอยทากมั้ง?

            งั้นคุณลองไปหาตุ๊กตาหอยทากมา ผมจะเอามันมาทำเป็นโปรแกรมให้เขา

 

            โฮซอกบอกกับเขาว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ยุนกิไม่อยากคาดหวังเลย โฮซอกบอกว่าจีมินจะดีขึ้น แต่ยุนกิกลับไม่กล้าคิดฝัน คนรอบข้างเขาพยายามปลอบใจเขา แต่ยุนกิกลับกลัว

 

            จากนั้นก็เริ่มพาออกไปเดินเล่นที่สวน ให้เจ้าตัวเห็นอะไรที่เป็นสีเขียวซึ่งเป็นสีที่ดีสำหรับการพัฒนาจิตใจเพราะเป็นสีโทนที่ไม่ร้อนมาก แต่ก็ไม่เย็นมากเหมือนพวกสีน้ำเงิน เขาอยู่กับจีมินในโปรแกรมเสมือนแทบจะตลอดเวลาของการพักผ่อน โชคดีที่มันไม่ได้มีผลกระทบต่อการงานของเขามากเกินไป แต่เวลาส่วนตัวของเขาก็ถูกใช้มันกับจีมินจนหมด ใช้ห้องทดลองที่โรงพยาบาลแทนห้องนอน ใช้เตียงคลื่นสมองแทนเตียงนอนที่ห้องของทั้งคู่ซึ่งมันก็ดี เพราะทุกครั้งที่เขากลับไปเห็นห้องที่ว่างเปล่าไม่มีจีมิน หัวใจก็เหมือนถูกกรีดด้วยมีดเล่มบางอยู่เสมอ

            หลายครั้งที่ยุนกิเข้าไปในโปรแกรม เห็นจีมินนอนหลับสนิทโดยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นก็นึกกลัวว่าสักวันจีมินจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้วแม้กระทั่งในโปรแกรม กลัวมากพอที่จะทำให้เขาไม่กล้าทิ้งจีมินไว้แม้สักวันทั้งที่ความจริงแล้วเขาสามารถเข้ามาในโปรแกรมแค่เพียงสัปดาห์ละสองครั้งก็ได้

            วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งคุณหมออนุญาตให้ยุนกิสอนจีมินเล่นเปียโน

            ในห้องเต็มไปด้วยสีสันเพราะจีมินเป็นนักศิลปะ เขาเรียนรู้สีสันได้อย่างง่ายดาย

            รวมทั้งการวาดรูปที่ทำให้เขานิ่งไปเมื่อจีมินพูดคำบางคำนั้นออกมา

            “ทำไมถึงชอบสีน้ำตาล”

            เพราะมันเหมือนดวงตาของจีมิน เขาอยากตอบออกไปใจจะขาด แต่เขาทำไม่ได้ การใส่ความทรงจำใหม่เข้าไปจะมีผลกระทบต่อสมองของจีมินแน่ๆ เขาไม่กล้า

            เพราะอย่างนั้นเขาถึงไม่ได้ตอบออกไป

            พวกเขาทำมันอย่างเชื่องช้า มีบางวันที่จีมินลืมตาตื่นแล้วลืมสิ่งที่เรียกว่าเปียโนไปเสียสนิทจนเขาต้องสอนอีกฝ่ายจับคอร์ดทุกวัน เขาทำมันซ้ำๆด้วยความกลัวว่าสักวันหนึ่งนอกจากเปียโนแล้วจีมินอาจจำไม่ได้แม้กระทั่งเขาด้วยซ้ำ

            ในตอนนั้นเองที่จีมินเริ่มจำได้ เริ่มร้องมันออกมาได้ในท่อนที่เขาไม่ได้สอน

            คุณหมอบอกว่านั่นคือสัญญาณ

 

            มันมีหลายเหตุการณ์เกินขึ้นในโลกเสมือนที่เหมือนกับกล่องสีขาวแคบๆ ยุนกิไม่รู้ว่าจีมินจะจำมันได้ทั้งหมดรึเปล่า เพราะคุณหมอบอกว่ามันไม่แปลกถ้าจีมินจะลืมมันไปบ้าง หรืออาจจำได้ทั้งหมด เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้ภาพในหัวของจีมินกลายเป็นความทรงจำที่ไม่ปะติดปะต่อกัน อาจจำได้วันนี้ แต่วันพรุ่งนี้อาจจำไม่ได้ ต้องคอยพัฒนาความนึกคิดไปเรื่อยๆ

และเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่จนพัฒนาการของจีมินหยุดชะงัก มันจึงต้องมีการกระตุ้น

            หัวใจของเขาสั่นระรัวเมื่อบังคับให้รถของเล่นไปชนที่ขาของจีมิน เจ้าตัวเบิกตากว้างก่อนจะเป็นลมไปโดยที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะรถของเล่นคือโปรแกรมกระตุ้นความทรงจำ ของเล่นแทนรถบรรทุกที่ชนจีมิน และมันลงล็อกเมื่อผลการทดลองออกมาว่าจีมินเริ่มจะเห็นภาพลางๆของเหตุการณ์ที่ว่านั้นผ่านโปรแกรม

            จากนั้นวินนี่ก็มีตัวตนขึ้นมา

            และเขาเริ่มพูดถึงเรื่องกำแพง

            ที่มาของชื่อโปรแกรมไม่ได้เป็นเพียงการอุปโลกน์ กำแพงพิศวงซึ่งชวนให้เราสนใจใคร่รู้ เขาบอกให้จีมินอย่าไปที่กำแพงเพราะเบื้องหลังกำแพงก็เหมือนโค้ดลับสำหรับปลดล็อกความทรงจำซึ่งมันแทนด้วยคลื่นไฟฟ้าขนาดสูงซึ่งไม่ทำให้ฟื้น ก็เท่ากับว่าทุกอย่างจะถูกทำลายลงไปอย่างแท้จริง

            ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่เคยมีใครอดทนมาจนถึงจุดนี้

            วินนี่ในโปรแกรมเป็นโปรแกรมแทนพัฒนาการทางความรัก อาจเพราะมันมีชีวิตในสายตาของจีมิน ซึ่งเจ้าตัวชอบนักละ เจ้าพวกสิ่งมีชีวิตจำพวกนี้ ไม่รู้ว่าเพราะลึกๆแล้วอาจจะมีบางส่วนของจีมินที่รักแมวอยู่ถึงทำให้เจ้าตัวชอบวินนี่มากขนาดนั้น และเพราะวินนี่มีชีวิต ในขณะจีมินจะทำตามที่ยุนกิบอกทุกคำแต่วินนี่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันเป็นการกระตุ้นความกระวนกระวายใจ การตัดสินใจ การละเมิดกฎ ความอยากรู้อยากเห็นว่านอกกำแพงที่ว่าอันตรายแล้วที่จริงเป็นอย่างไรรวมทั้งเป็นการกระตุ้นความกลัวของจีมินอีกด้วย

            วินนี่ซึ่งเป็นโปรแกรมจะข้ามกำแพงมา และส่งเสียงร้องเหมือนอยู่ในอันตราย เสียงกระดิ่งและความรู้ที่ว่าเขาอยู่ที่ด้านนอกนั้น ถ้าจีมินอยากจะข้ามกำแพงไปหาเขา ร่วงหล่นลงมาเพื่อพบเขาอีกครั้ง

            เหมือนกับในตอนนั้น ตอนแรกที่พวกเขาพบกัน

            ยุนกิไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เขามั่นใจว่าจีมินจะข้ามกำแพงมา

            กำแพงของความปรารถนา

            ได้แต่ภาวนาว่าดวงตาคู่นั้นจะลืมขึ้นอีกครั้งในทุกเช้าวันใหม่

            แม้ทุกคนจะบอกว่ามันเป็นการรอคอยที่ไม่มีวันเป็นจริง

 

 

            จีมินมองเห็นเส้นสายมากมายอยู่ระโยงรยางค์ ภาพตรงหน้าเบลอพร่าเหมือนกับมันเป็นความฝัน ทั้งห้องสีขาว ทั้งตุ๊กตา นิทานภาพ เปียโนหลังนั้น ตุ๊กตา โมบายล์ และแมวเปอร์เซียสีขาวที่มีดวงตาต่างสีกัน

            วินนี่ของพวกเขา

            จี….มิน”

            เมื่อเขาเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย ภาพที่เกือบจะชัดแล้วกลับพร่าอีกครั้งเพราะหยาดน้ำตาของเขาซึ่งคลอเต็มหน่วย เขาสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่ไม่มีในความฝัน หยาดหยดของมันรินรดลงที่ข้างแก้ม

            เขารู้สึกเหมือนถูกฉายแสงที่รูม่านตา ก่อนที่เจ้าอุปกรณ์นั้นจะหายไป แทนที่ด้วยสัมผัสบางเบาที่เกลี่ยหยาดน้ำที่ข้างตาออกไป

            เสียงแหบต่ำของใครบางคนพูดขึ้นมา

            “รู้มั้ยการรอคุณแม่งไม่ต่างอะไรกับการรอให้ฝนตกในฤดูแล้งเลยว่ะ”

            มือของเขาถูกสัมผัสด้วยความอุ่นชื้น มันคือมือ มือของอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ตรงหน้าเขา รู้สึกถึงหยดน้ำตาซึ่งเป็นจริง มันร้อน กลั่นออกมาจากคนที่อยู่กับเขาเสมอไม่ว่าจะทั้งในความฝันจนถึงตอนนี้

            “ทุกคนแม่งบอกว่ามันไร้ค่า มีแต่จะผิดหวังเปล่าๆ”

            รู้ เขารู้ดี

            เขาถึงพลันถามกลับ สัมผัสได้ถึงลำคอแห้งผากของตัวเอง เสียงของเขาแห้งมากเหมือนกับไม่ใช่เสียงของตัวเอง “แล้วทำไมถึงยังรออยู่ละ”

            มิน ยุนกิ ยิ้มกว้างเจิดจ้ากว่าสีขาวของห้องสีเหลี่ยมทั้งห้อง

            “ถามโง่ๆ ก็เพราะเป็นคุณไง มันถึงคุ้มค่าที่จะรอ”

 

 

 Waiting for you is like waiting for rain in this drought.

Useless and disappointing.

 

But because it is you

That’s why all of this worth waiting for


first published : 2017.01.21

edit: 2017.02.02 < +100% >


จบแล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!

พระเจ้าช่วย ตอนที่ได้โควทนี้มาก็ปวดหัวมากๆ

แต่ยังไงก็อยากจะแต่งมันจนจบเพราะว่าขอโจทย์เค้ามาแล้วไงเล่า!

มาจากเรื่อง Cinderella Story ค่ะ เราจำได้ว่าเคยดูนะ เมื่อนานมาแล้ว

(บ่งบอกอายุมาก) แต่จำไม่ค่อยได้แล้วเลยไม่อยากจะเขียนอิงเรื่อง

ซึ่งพอต้องมานั่งคิดเนี่ย T______T 

ก็ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ


จริงๆแล้ว Wonderwall คือชื่อโปรแกรมจำลองระบบการพัฒนาสมองค่ะ

(ฟังดูแล้วไซไฟเว่อร์ๆมากกกกก แต่จำกัดด้วยตอนเดียวง่ะ)

ตอนที่คิดมาก็ต้องจดนู่นจดนี้เอาไว้เต็มไปหมดเพราะว่ากลัวลืมค่ะฮ่าๆ

ทุกอย่างคือโลกจำลอง ถ้าสำหรับจีมินก็คงเรียกได้ว่าเป็นฝันตื่นนึงละมั้ง

ที่มียุนกิอยู่ในนั้นด้วย 


เขียนเสร็จตอนตีสี่ครึ่ง ถ้ามีคำผิดหรืออะไรแปลกๆ

ก็ขอโทษไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ

ปรู๊ฟแล้วก็น่าจะยังมีผิดอยู่แหละ 55555


ชอบไม่ชอบยังไงก็คอมเม้นไว้เป็นกำลังใจให้กันนะคะ :)

หรือว่าติดที่แท็ก #luvstoryoonmin ขอบคุณมากๆค่า 




-------------------


มาลงวีคลี่นี้ก่อนแค่ 50เปอเพื่อเป็นประกันว่าเราจะแต่งมันให้จบค่ะ

ฮือ วันนี้วันเดดไลน์แล้ว แต่ยังไม่ไปถึงไหน ประกอบกับว่าพรุ่งนี้ยุ่งมาก

ไม่มีเวลามาลงแน่นอน อาจจะสักวันจันทร์นะคะ

เรื่องอาจจะงงๆหน่อยแต่ทุกคนน่าจะพอเดาได้แล้วมั้ง?


เป็นโควทที่คิดยากจังค่ะ 555

(เราไม่ได้คิดเองนะ) แต่ว่าเปลี่ยนแนวเรื่อง พล็อต หลายรอบมาก

กว่าจะได้ออกมาเป็นพล็อตนี้ 


อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้น/ติดแท็ก #luvstoryoonmin ได้เลยค่า

ทุกคอมเม้นและแท็กเป็นกำลังใจสำคัญมากๆ

จริงๆไม่ค่อยอยากลงให้เป็นพวกเปอร์เซ็นให้ค้างคา

แต่วีคนี้เรายุ่งมากเลย T_____T

จะกลับมาลงต่อให้จบนะคะ ขอบคุณค่า


kolevf


  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

2,912 ความคิดเห็น

  1. #2625 lunatic.august (@kanityada2) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:13
    โอ้โห อ่านแล้วรู้สึกถึงความเหนื่อยของยุนกิมากๆเลยค่ะ ตอนแรกงงๆ เอ๊ะ น้องเป็นIDรึเปล่านะ(ซึ่งไม่ใช่ แถมจำไม่ได้ด้วยเพราะอ่านนานมากแล้ว แง้) ตอนค่อยๆเลี้ยงน้องคือนึกถึงเด็กๆเลยค่ะ ยิ้มตาหายแก้มยุ้ยๆน่าฟัด มองจากมุมของจีมินคือทุกอย่างสมูทไปหมด แต่พอมาฝั่งยุนกิคือรู้เลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับอะไรแบบนี้ แอบเหนื่อยแทนพี่ลุงเข้าด้วย ;_; แต่ในที่สุดก็ดีจนได้ ตอนวินนี่ข้ามกำแพงไปนี่ตกใจแทบแย่ว่าจะเป็นอะไรมั้ย แต่ก็.. ฮือ แบบว่าโล่งใจ ต้องหลับไปนานแค่ไหนกันนะ แล้วตาคนเล่นดนตรีคนนั้นก็คืออดทนมาก แงแง ปาทับใจที่สุดเลยค่ะ ;_;
    #2625
    0
  2. #2076 brunette_ (@brunette_) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 01:22
    อมกกกชอบๆๆๆ ดีงามมมมม
    #2076
    0
  3. #2060 AUGUST P (@twangmanao) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:24
    ดีงามทุกเรื่องงงงงงงงงงงง เง้อ มันเป็นความรักที่แบบอ่านแล้วรู้เลยว่ายุนกิรักจีมินมากๆอ่ะ รักแบบยอมทำให้ทุกอย่างงี้ โห้ยยยยย คือดีมาก เรื่องนี้แบบ รั้กกกกกก(จริงๆก็รักทุกเรื่อง5555555555555) ชอบความรักบริสุทธิ์แบบนี้จังเลยค่ะฮื่อ อ่านแล้วอบอุ่นหัวจัยยยย
    #2060
    0
  4. #2056 nnnnnn28 (@nnnnnn28) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 18:31
    ไรท์สุดยอด ทำเราน้ำตาคลอเลยอ่ะ คุณยุนกินี่เค้ารักจีมินจริงๆถึงได้ยอมรอขนาดนี้ ปวดใจตอนที่บอกว่าพี่เค้าแอบไปร้องไห้ แงงงงงงง แต่มันสนุกมากค่ะไรท์
    #2056
    0
  5. #2012 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 21:12
    บอกก่อนเลยว่าตอนแรกๆงงมากกกกกก 5555
    แต่ก็พยายามระงับความงงไว้แล้วอ่านต่อไปเพราะรู้ว่ามันจะค่อยๆเฉลยออกมา จนในที่สุดก็เข้าใจทุกอย่าง
    สงสารยุนกิอ่ะ ฮือออออ พ่อคนดีของช้านนนนน
    เศร้านะ แต่ดีใจที่จบแบบแฮปปี้ เป็นความรักที่สุดยอดไปเลยล่ะ ไม่ใช่แค่รอ แต่คนๆนี้กลับยอมเสียสละเวลาในทุกๆวันเพื่อให้คนรักกลับมา
    ชอบมากๆเลย
    #2012
    0
  6. #1890 มีฟา (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 17:33
    ฮรืออออ ซึ้งอะ อยากได้คนแบบยุนกิ แต่ก็ลืมไปว่าตัวเองไม่เหมือนปาร์คจีมิน ทำไมถึงน่ารักแล้วดีต่อใจได้ขนาเนี้ มันใสสะจนจิตใจที่ขุ่นมัวเริ่มสว่างขึ้นมา เหมือนมีหลอดไฟledมาตั้งอยู่ที่กลางใจจ
    #1890
    0
  7. #1831 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 12:46
    สารภาพเลยค่ะ ว่าน้ำตาคลอ
    #1831
    0
  8. #1654 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 16:31
    แงงงง สุดยอดไปเลยค่ะ ยุนกิอบอุ่น อ่อนโยน และใจเย็นมากๆ พออ่านมาถึงท้ายๆ ก็ได้รู้ว่า ภายใต้รอยยิ้มนั้น ยุนกิต้องซ่อนน้ำตาไว้มากขนาดไหน ฮืออออ จีมินตอนที่อยู่ในโปรแกรมน่ารักมากๆ เลยค่ะ เด็กน้อยของยุนกิฮยอง~ คุ้มค่ามากๆ เลยนะคะ สุดท้ายแล้วยุนกิก็ได้จีมินของเขากลับคืนมา ฮือออ
    #1654
    0
  9. #1644 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 11:14
    ทั้งเนื้อเรื่องและเนื้อหาทางวิชาการ ไรท์ทำการบ้านมาดีมากเลยค่ะ ตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจว่าคนคนนึงสามารถรอไปได้ถึงไหน แต่เมื่อถึงตอนนั้นมันก็คุ้มค่าที่จะรอ ฮืออออออออ คุณยุนกิ
    #1644
    0
  10. #1517 cn20024 (@cn20024) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 12:31
    มันคุ้มค่ากับการอ่านมากค่ะ ฮึกกก;____; มันดีมากกก ชอบความข้อมูลแน่นในแต่ละเรื่องของคุณคนเขียนมากเลยค่ะ แบบทุกอย่างมันมีเหตุผลอะค่ะ. ไม่เว่อวังแบบอลังจนไร้เหตุผล. แงงงงงง พี่มินยุนกิพระเอกมากเว่อ. รักมาก. หนูหยักดั้ยเค้าาาา ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ชอบความหมายแฝงของแต่ละอย่างมาก. ทั้งแมว. หอยทาก. กำแพง. สี ฮยองอดทนมาก. เราชอบประโยค "รอคุณแม่งไม่ต่างอะไรกับรอฝนในฤดูแล้ง ทุกคนแม่งบอกว่ามันไร้ค่า มีแต่จะผิดหวังเปล่าๆ แต่เพราะมันเป็นคุณ มันถึงคุ้มค่าที่จะรอ" กรี๊ดแลงงงงงงง โฮ้ยอยากได้พี่เค้าอีกครั้งงงงงง
    #1517
    0
  11. #1228 NANAYEERP (@NANAYEERP) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:39
    ฮืออออ ยุนกิ TT ต้องอดทนมากแค่ไหนกันนะ แงงตะร้องไห้
    #1228
    0
  12. #1215 เนี่นฮิเร็ม (@elf-parnly) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:02
    รักความมินยุนกิจังค่ะ ฮืออออออออ ทำไมพี่เค้าถึงได้ดีแบบนี้คะ
    #1215
    0
  13. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:36
    เพิ่งได้กลับมาอ่านเรื่องนี้ค่ะ โห ดีมากอ่ะ จริงๆก็ดีทุกเรื่อง ฮ่าาา แต่เรื่องนี้มินยุนกิพระเอกมากกกกกกกกกกกก มากๆๆๆ อ่อนโยนมากๆๆๆ อบอุ่นมากๆๆๆๆๆ ละมุนจนแทบจะละลายเลยค่ะ
    ต้องอดทนแล้วก็ต้องใช้พลังใจมากขนาดไหนกัน ฮือออออ ดีมากอีกแล้วววววว เหมือนดูหนังอีกแล้วววววว อยากให้ทุกเรื่องเป็นภาพยนตร์มากเลยค่ะ เราคงดูวนไปจนตาแฉะ ร้องไห้น้ำตาหมด แฮ่

    รอเรืองใหม่อยู่เสมอค่ะ สู้ๆนะคะ
    #1204
    0
  14. #1193 Ice\'zz Be\'Icossest (@inspirit_ice) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:44
    ร้องไห้ได้มั้ย อ่านจบนี่แบบ หัวใจ คือดี ทุกอย่างแม่งดีไปหมด ชอบอ่ะ ชอบแบบพิมพ์ออกมาไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกข้างในที่พิมพ์เป็นคำพูดไม่ได้ ไรท์ทำอย่างงี้กับเราได้ไงวะ ฮืออออ
    #1193
    1
    • #1193-1 brownandapple (@brownandapple) (จากตอนที่ 39)
      5 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:50
      แงงง ขอบคุณนะคะที่ชอบดีใจมากๆเลยค่า
      #1193-1
  15. #1190 แตมป์ (@stampna) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:07
    ไรท์ ฮืออออออ เราอ่านแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้ควรทำเป็นหนังค่ะ 55555 ตอนจีมินถามว่าทำไมยังรอนี่ จุกถึงคอเลย น้ำตาปริ่ม
    #1190
    0
  16. #1178 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:12
    อ่านจบแล้วแบบ...น้ำตาคลอเบ้ามาก มันหน่วงในจิตใจเหลือเกินค่ะTT ถึงแม้ว่ามันจะต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่พี่ยุนกิก็ยังรอจีมินเสมออ่ะ แต่สุดท้ายมันก็คุ้มค่ากับที่รอคอยมายาวนานมากๆเลยล่ะค่ะTT
    #1178
    0
  17. #1173 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:02
    อหหหห พล็อตแบบยุดอนาคตมักๆ ไม่คิดเลยว่าจะมีโปรแกรมหรืออะไรแบบนี้ เก่งมากค่ะ ชอบ ดีใจที่จีมินข้ามกำแพงกลับมานะ
    #1173
    0
  18. #1171 Mmellowmochi (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:13
    โอ้โห อ่านจบแล้วเราแบบอยากชาบูๆๆๆพี่กุ๊กมากๆเลยค่ะ

    มันสุดยอดมากTT_______TT น้ำตาปริ่มคือ1อิน+2รู้สึกโชคดีมากๆได้อ่านอะไรแบบนี้

    มันดีมากๆๆๆๆๆๆแบบพี่สามารถทำให้เราเชื่อได้หมดใจเลยว่ามันมี อ่านแล้วเพลินมากสนุกมากด้วย

    ตอนลุ้นก็ลุ้นว่าน้องจะออกกำแพงจริงเหรอ แง แต่สุดท้ายก็ดีแล้วที่ออก พยกรออยู่!!

    ชอบตอนเฉลยทุกอย่างมากค่ะ เรานี่อ่านไปว้าว ว้าวไป โอ้โห ไม่รู้จะพูดยังไงคือพี่สุดยอดมากๆๆ ฮือ

    เก็บละเอียดหมดเลย ขนลุกมากค่ะ กราบๆๆ5555 ชอบทุกรายละเอียดเลย ฮือ

    วิธีเขียนสำนวนทุกอย่างคือเป็นสิ่งที่หนูรักฟิคพี่มาเสมอ ตอนนี้แบบยังไม่หยุดดีใจเลยค่ะ ฮือ ดีจังที่ได้อ่าน

    ขอบคุณสำหรับฟิคมากๆๆๆๆเลยนะคะ >/|\<
    #1171
    0
  19. #1166 'schdapt (@junkim) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:21
    จะร้องไห้ แงงงงงงงงง การรอคอยที่แบบ แงงง พี่คะ หนูจะร้องงงง
    #1166
    0
  20. #1165 Doyoung_Jae (@Im_Jinyoung) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:20
    โอ้ยยจะร้องไห้ฮือออน้ำตาคลอแล้วว??
    #1165
    0
  21. #1162 Yimine_yim (@153792nc) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:31
    คือรักมาก รักมากๆๆๆๆๆๆ มันดีอ่ะ งานดีอ่ะ
    #1162
    0
  22. #1161 Why so serious ? (@belly43) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:53
    ดีงามอีกเเล้วชอบไอเดียหลายๆอย่างของไรท์เตอร์อะ อบอุ่นมากๆ
    #1161
    0
  23. #1160 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:23
    อ่อออออ ยุนกิเข้าไปในโปรแกรมนีหรอ ตอนแรกเข้าใจว่าอยู่ในโลกจริงๆ ยุนกิต้องอดทนมากเลยเนอะแต่มันคุ้มค่ามากเลยที่ในที่สุดจีมินก็กลับมา
    #1160
    0
  24. #1159 myg.pjm (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:25
    ไรททททททททททท์! ทำกันได้ ฮืออออออออออ

    ตอนอ่านครึ่งหลัง ก็รู้สึกลุ้นไปตลอด ยิ่งพอเห็นว่าเป็นแค่เหมือนโปรแกรมจำลอง ก็ยิ่งใจไม่ดี คิดว่าจะ Bad End อีกแล้ว ยิ่งพอจีมินกระโดดจากกำแพง ใจนี่ไปแล้ว Bad End ล้านเปอร์เซ็น ทำใจเลย แต่ก็อ่านต่อจนจบ

    พอเฉลยว่าการกระโดดข้ามกำแพง คือการให้กลับมาพบยุนกิได้อีกครั้ง หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังลุ้นไปกับยุนกิอยู่ ทันทีที่จีมินลืมตาขึ้นมา นี่น้ำตาไหลเลยคะ 5555555555 รู้สึกดีใจกับพี่ยุนกิจริงๆ รอมานานมาก พี่อดทนมากจริงๆ ทั้งๆที่คนอื่นอาจจะคัดค้าน บอกว่าความหวังแทบไม่มี แต่ตราบใดที่ความหวังมันยังไม่ใช่ 0% ต่อให้มีแค่ 0.00000001% พี่เขาก็ยังหวัง แล้วสุดท้าย ปาฏิหารมันก็มีจริงๆ

    ยิ่งพอเจอโควทข้างล่าง "But because it is you that's why all of this worth waiting for" ฮือออ ความรักนี้ น้ำตาไหลไม่หยุด



    สุดท้ายคืออยากจะบอกว่าขอบคุณไรท์มากๆ ที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ จริงๆคือ ทุกเรื่องที่ไรท์แต่งมามันดีหมด

    ดูเป็นคนที่มีการวางแผนที่ดี และมีพล็อตเรื่องที่แปลกใหม่ และไม่เหมือนใครอยู่เรื่อยๆ

    รู้สึกโชคดีมากที่ชอบคู่ยุนมิน แล้วก็มีไรท์ที่แต่งฟิคยุนมินให้อ่าน

    ขอบคุณมากค่ะ รัก <3
    #1159
    0
  25. #1158 Louboutin (@jooooopz) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:13
    ดีอ่ะไรท์ ตอนจบน้ำตาซึมเลยยย
    #1158
    0