(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 36 : 22 : loving you keeps me alive 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    26 ธ.ค. 59




Title: Loving you keeps me alive 3

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: 슈짐 /yoonmin ( yoongi x jimin )

Genre: Alternative Universe/FANTASY, Horror, Thriller, Light angst, Romantic

Rate: G

Word: ?

Note: Love and the collapse fortress or… someone who still believe in love and another one who’s not

Note2: ความรักกับซากประหักพังที่ล่มสลาย

Note3: (supposed to be) Halloween project 2016 


Special Remark: สำหรับเรื่องนี้เป็นโปรเจคร่วมกับ writer เคเคไลน์ / twitter @kkline93  เนื้อหามีความสัมพันธ์กันกับเรื่อง Bloody Resonance สามารถอ่านแยกกันได้แต่แนะนำให้อ่านเพื่ออรรถรสนะคะ อ่านได้ที่ >> LINK <<




“คุณจีมินเป็นนักเขียนเหรอครับ นิยายแนวรักโรแมนติกอะไรเทือกๆนั้นรึเปล่า”


“ประมาณนั้นแหละครับ ดูภายนอกคงจะไม่เหมือนเลยสินะ”


จีมินเข้าใจแล้วว่าเมื่อคนเราถูกชะตาใครสักคนแล้วพูดคุยกันได้เหมือนรู้จักกันมานานทั้งที่เจอกันครั้งแรกเป็นอย่างไร อาจเพราะอายุที่ไล่เลี่ยกัน(เขาไม่ได้ถามอายุอีกฝ่ายตรงๆแค่รู้สึกว่าจากคำพูดคำจาแล้ว จองกุกพูดภาษาเดียวกันกับเขามากกว่าคนอื่นๆ) ทำให้ทั้งคู่สามารถคุยกันได้เรื่องภาพยนตร์ที่เข้าฉาย เทคโนโลยี หรืออะไรก็ตาม


“ครับ คุณดูเด็กมากๆ ปกตินักเขียนส่วนใหญ่น่าจะดูมีอายุแล้วทั้งนั้น ว่าแต่... ผมไม่อยากละลาบละล้วงนะครับ มาไกลได้ถึงนี่คือคุณคงไม่มีครอบครัวใช่มั้ยครับ”


จีมินยิ้ม “ครับ คุณเดาถูกเลย ผมไม่มีคนรักหรือว่าครอบครัวอะไรทำนองนั้นหรอก”


คนส่วนใหญ่มักจะเดาว่าเขามีหญิงคนรักสวยๆสักคนไม่ก็ลูกตัวน้อยเป็นครอบครัวที่อบอุ่นเพราะเขาเป็นคนเขียนนิยายรักโรแมนติก ดูขัดกันเพราะช่วงที่ผ่านมาเขาเองไม่เคยมุ่งหน้ามองหาความสัมพันธ์เลยสักนิด


“แค่แปลกใจเฉยๆครับ ผมเข้าใจว่านักเขียนน่าจะเข้าใจพวกอารมณ์รักๆมากกว่าคนทั่วไปเลยสามารถถ่ายทอดมันออกมาได้ดีเท่านั้นเอง”


จีมินนึกส่ายหัวอยู่ในใจ อาจเป็นเพราะภูมิหลังหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มักจะทำให้เขามองหาและพยายามรับรู้เรื่องราวของความรักดีๆอยู่เสมอทำให้เขาสามารถบรรยายมาออกมาก็เป็นได้ มันไม่ได้เกี่ยวกับประสบการณ์อะไรสำหรับเขา สำหรับเขานิยายเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของตัวละครสองคน ไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย หากเป็นเมื่อก่อนเขาเองคงเลือกที่จะอธิบายออกไปอย่างที่คิด ทว่าในตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปถึงได้เก็บมันเอาไว้


“ที่จริงแล้วคุณอาจจะเข้าใจความรักมากกว่าผมก็ได้นะครับ” เมื่อจองกุกทำหน้าสงสัย จีมินก็พยักเพยิดไปที่ล็อกเก็ตในมือซึ่งเจ้าตัวยังไม่ยอมวาง


“อย่าหาว่าผมละลาบละล้วงเลยนะครับ คนในล็อกเก็ต... คงจะเป็นคนสำคัญของคุณ”


จองกุกนิ่งไปสักพักเหมือนจะลังเลอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจ “ครับ... เขาเป็นคนสำคัญของผม”


“พวกคุณดูมีความสุขมาก”


“ครับ... ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก”


“อา... เขาเสียชีวิตไปแล้วละครับ”


“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ”


“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้เศร้ามากอย่างนั้นแล้วละ ที่จริงมันก็ดีเหมือนกันที่มีคนถามเรื่องของเขาบ้าง”


“ผมเคยคิดว่าถ้าเลิกคิดเรื่องของเขา สักวันก็คงจะลืมได้ แต่เมืองที่น่าเบื่อแบบนี้ ได้นั่งคิดถึงเมื่อก่อนก็ดีเหมือนกัน”


“พวกเราเป็นเด็กกำพร้า... ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีครอบครัว อยู่ด้วยกันมาตลอดตั้งแต่เด็ก ผมเคยคิดว่าเราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เคยคิดถึงว่าถ้าจะอยู่ก็อยู่ด้วยกัน ถ้าต้องตายก็ตายพร้อมกัน คิดแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้เขาตายไปแล้ว ส่วนผมทั้งที่อยากตายแต่กลับยังมีชีวิตอยู่”


“คุณคงจะรักเขามาก”


“ถ้าเมื่อก่อนก็รักมากครับ แต่ตอนนี้ถ้าให้พูดก็ไม่แน่ใจว่าแล้วว่ายังรักมากขนาดนั้นอยู่มั้ย ก็ผ่านมาหลายปีแล้วนี่นะ ผมก็ลืมๆไปบ้าง”


“กี่ปีครับ”/“หกปีครับ”


“คุณตอบได้ทันทีเลยแสดงว่าไม่เคยลืม”


“ลืมไม่ลงต่างหากละครับ”


“เด็กกำพร้าส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยมีใครเหมือนเขา ต้องเรียกว่าเขาไม่เหมือนใครมากกว่า อ่อนโยน ชอบสวดมนต์ แต่ถ้าตอนที่โมโหหรือว่าหงุดหงิดก็จะชอบประชดประชัน”


“คุณจองกุกไม่เคยลืมเลยนี่ครับ ขอโทษนะครับ พอดีผมเป็นพวกชอบอยากรู้ไปเรื่อยเลย”


“ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ….ว่าแต่ คุณจีมินชอบที่นี่มั้ยครับ”


“ชอบมากครับ ที่จริงมันดีมากๆจนผมยังคิดอยู่เลยว่าถ้าให้เลือกได้ก็ไม่อยากจะกลับไปอยู่ในเมืองด้วยซ้ำ” จีมินคิดอย่างที่พูดจริง ละวางเรื่องของอีกฝ่ายไปเมื่อจองกุกเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องเขาก็ไม่เซ้าซี้ เพราะเขาเองไม่ใช่คนชอบแสงสีอะไรอยู่แล้วด้วยนิสัยส่วนตัว จองกุกฟังแล้วเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง ทำท่าอ้าปากจะพูด แต่ก็ไม่พูด สุดท้ายเงียบไป


“คุณจองกุกสนิทกับคุณหมอมินมั้ยครับ” เมื่ออีกฝ่ายไม่อยากที่จะพูดต่อจีมินก็คร้านจะซัก จึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง


“ก็... เรียกว่าสนิทได้นะครับ ผมกับฮยองไม่ค่อยได้สุงสิงกับใครเท่าไหร่ แต่เพราะฮยองอยู่โรงหมอ ส่วนผมเองก็ไม่ค่อยได้กลับมาเพราะต้องดูแลโรงแรม ช่วงนี้เลยไม่ค่อยได้คุยกัน”


“อย่างนี้นี่เอง...” 


“คุณจีมิน... คิดว่าฮยองเป็นยังไงเหรอครับ”


“ก็...”


เมื่อจีมินนึกถึงตอนที่เขาเห็นคุณหมอมิน อีกฝ่าย... ถ้าไม่อ่านหนังสืออยู่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำธุระที่โรงหมอ อีกฝ่ายไม่ใช่คนพูดเยอะหรือว่าชวนคุยเก่งแต่ถ้าคุยด้วยก็จะตอบกลับมาอย่างจริงใจ ทุกคำตอบที่คุณหมอพูด จีมินรู้ดีว่าผ่านการคิดมาแล้วอย่างลึกซึ้ง ไม่มีคำถามไหนที่จะตอบแบบส่งๆเลยสักครั้งเดียว 


“เป็นคนที่... คุยสนุกมากคนนึงครับ”


“คุยสนุก? จริงเหรอ ผมว่าฮยองบางทีก็ดูแก่ๆน่าเบื่อๆยังไงไม่รู้ คุณจีมินไม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ”



จีมินหัวเราะ “คุณหมอเคยบอกผมว่ามักจะโดนหาว่าเป็นคนน่าเบื่อบ่อยๆ คงเป็นคุณจองกุกเองสินะครับ สำหรับผม... ก็ไม่นะครับ ที่จริงแล้ว...”


เขาเม้มปาก ไม่รู้ว่าควรจะพูดประโยคต่อไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะพูดมันออกมา


“คุณหมอ... ทำให้ผมรู้สึกว่าที่นี่น่าอยู่มากเลยละครับ”


จีมินรู้สึกได้ว่าจองกุกกำลังรู้สึกแปลกใจ หมายถึงเขาเห็นความแปลกใจอยู่ในดวงตาคู่นั้น มันเหมือนกำลังถามเขาออกมาโดยไม่ต้องใช้คำพูดว่า ทำไม หรือเป็นเพราะอะไร


“คุณจองกุกเคยได้ยินมั้ยครับว่าที่จริงแล้วสถานที่ไม่สำคัญเท่ากับคนที่อยู่ด้วยกัน ที่ผมจะสื่อ... ก็หมายถึงประมาณนี้แหละครับ”


เขาพูดจบแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างน่าไม่อาย เขาเห็นจองกุกเบิกตากว้าง


“นี่คุณจีมิน...”


“อา... ช่วยลืมมันไปได้มั้ยครับ พอดีเห็นคุณจองกุกเป็นแบบนี้แล้วมันก็เลยเผลอพูดออกมา”


“เห็นผม?”


จีมินยิ้ม “คือ... อย่าหาว่าผมเป็นพวกน้ำเน่าเลยนะครับ แต่ผมน่ะ... เห็นความรักในดวงตาของคุณจองกุกนะครับ”


จีมินหมายความตามที่พูด แม้จะไม่ใช่คนที่เคยมีประสบการณ์อะไรมาก่อน แต่ดวงตาของคนมักจะไม่โกหก กับคนอื่นๆตั้งแต่คนรับใช้ แม่บ้าน หรือแม้กระทั่งคุณหมอมินเอง จีมินรู้สึกว่าเขาไม่สามารถเดาได้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดหรือว่ารู้สึกอะไร อย่างเช่นดวงตาของคุณหมอมิน ต่อให้คุณหมอกำลังจะยิ้มหรือว่าหัวเราะ แต่ดวงตาของอีกฝ่ายกลับไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นไปด้วย เมื่อพูดกันเรื่องของบทกวีรักตราตรึงใจ คุณหมอจะพยักหน้าเห็นดีเห็นงามกับเขาก็จริง แต่ดวงตาไม่สะท้อนความรู้สึกรักหรือคนที่เข้าใจซาบซึ้ง


ต่างกับดวงตาของคนที่อยู่ตรงหน้าเขา เมื่อเห็นจองกุกจ้องมองล็อกเก็ต จีมินรับรู้ได้ว่าคนที่อยู่ในนั้นมีความหมายต่ออีกฝ่ายเพียงใด สำคัญมากพอที่จะให้ออกตามหาทั้งที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เมื่อคนเรามองที่บางสิ่ง มันง่ายที่จะบอกได้ว่าคนเรามีความรู้สึกต่อสิ่งนั้นอย่างไร และเขามองไม่เห็นสิ่งอื่นเลยนอกจากความรัก


ทั้งที่รักมากขนาดนั้น แต่อีกฝ่ายไม่อยู่แล้ว ในใจของอีกฝ่าย... จะรู้สึกเศร้าขนาดไหนนะ

แล้วต้องผ่านไปห้าปี สิบปี หรือว่ากี่ปีกว่าที่เราจะลืมความรู้สึกรักใครสักคนอย่างนั้นได้


“ผม... ไม่รู้สิครับ ผมไม่เคยเห็นฮยองมีแฟนหรือว่ารักใครมาก่อน ก็เลยรู้สึกแปลกๆที่คุณจีมินจะ... เอ่อ มีความรู้สึกแบบนั้น คือผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไม...”


“นั่นสินะครับ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม”


เพราะสำหรับเขา แค่คิดว่าต่อให้จะกลับบ้านแล้ว หรือว่าไปที่อื่น มันคงจะรู้สึกขาดอะไรไป และก็แค่คิดว่ามันคงจะดีถ้าได้คุยกับคุณหมอในทุกๆวัน เขาไม่ได้คิดว่ามันเป็นความรักความชอบที่ลึกซึ้งอะไร แค่รู้สึกว่าชอบอยู่กับคนที่มักจะพูดอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นคนน่าเบื่อแต่ปฏิบัติกับทุกคนอย่างดีเท่านั้นเอง


“นี่ยุนกิฮยองรู้...”


“ชู่ว... อย่าไปบอกคุณหมอเชียวนะครับ คือเรื่องแบบนี้... มันออกจะน่าอายไปหน่อย คุณจองกุกเคยมีความรักก็คงจะเข้าใจใช่มั้ยครับว่าผมกำลังรู้สึกยังไง”


“คือ... คุณจองกุกไม่คิดบ้างเหรอครับว่าถ้าได้อยู่ด้วยกันกับคนที่รักในที่แบบนี้ ไม่ต้องไปเจอความวุ่นวายในเมือง กลางวันก็นอนมองฟ้า กลางคืนนอนดูดาว ออกจะเป็นชีวิตที่น่าใฝ่ฝันจะตาย”


“ถ้าคุณรู้ว่าที่จริงแล้วฮยองเป็นยังไง... คุณอาจจะไม่คิดอย่างนี้ก็ได้นะครับ”



—————


‘หลังจากหญิงสาวหายจากอาการบาดเจ็บ หล่อนรู้สึกเหงาเพราะเจ้าของคฤหาสน์ผู้นั้นงานยุ่งเหลือเกิน เธอเดินเข้าไปในสวนเพื่อชื่นชมดอกไม้ในสวน ลมเย็นพัดแตะต้องผิวเนื้อนวลเนียนยิ่งทวีความอ้างว้าง นึกถึงตอนที่เขาอุ้มหล่อนไว้แนบกาย ไอ่อุ่นนั้นเหมือนกับเพิ่งแยกจากกันไม่กี่ชั่วอึดใจ ในใจนึกอยากพบหน้าแต่ก็ไม่กล้า หล่อนไม่รู้ว่าเขาจะคิดอย่างไรกับหล่อน ไม่รู้เลย’


นับวันที่ยิ่งจรดปลายปากกาลงที่หน้ากระดาษ จีมินก็คิดว่านับวันเขาเองก็ยิ่งจะน้ำเน่ามากเกินไปเสียแล้ว



เรือนกระจกหลังเดิมแต่ให้ความรู้สึกเงียบวังเวงอย่างยิ่งเมื่อไม่มีคนขยันรักต้นไม้อย่างซึงอู เขาเองไม่ได้ออกมาเดินเล่นแต่ด้วยสาเหตุบางอย่างในใจทำให้สองเท้าอยู่ๆก็เดินมาแถวนี้โดยไม่รู้ตัว อาจเพราะเขาไม่มีอะไรทำกระมัง


จีมินไม่รู้ว่าทำไมหญ้าที่เคยเป็นระเบียบถึงถูกทิ้งขว้างให้ขึ้นรก หัวใจของเขายิ่งเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุเหมือนยิ่งเข้าใกล้เท่าไร คำตอบที่ตามหาซุกซ่อนอยู่ภายใต้ต้นไม้และแผ่นกระจก


จีมินจับลูกบิดประตูเรือนค้าง สัมผัสของไฟฟ้าสถิตทำให้เขารู้สึกลังเล


มีอะไรบางอย่างกำลังบอกเขาไม่ให้เข้าไปในนั้น


‘อย่าเข้าไป’


แต่ทำไมจะเข้าไปไม่ได้ละ


จีมินเชื่อมาตลอดว่าเขาคือนักสัจนิยมของแท้ แม้จะมีบางอย่างกำลังบอกว่าไม่ควรเข้าไปในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่ที่จริงแล้วก็เป็นแค่กระถางต้นไม้ใหญ่ที่เขาเคยเข้าไปเยี่ยมชมแล้วรอบหนึ่ง เขาเป็นประเภทอยากรู้ อยากลอง อยากค้นหาคำตอบ เขาน่ะ—


~สำหรับเธอ ความรักก็คงเหมือนแค่เกมส์ บอกว่ามันง่ายแถมยังสนุกไปกันมัน

ทำไมเธอเอาแต่พูดอะไรแย่ๆแบบนั้นละ จะคอยหลบเลี่ยงฉันไปทำไม—


เสียงเพลงนี้!?


เพลงโปรดที่คุ้นเคยทำให้ความรู้สึกขนลุกแผ่ซ่านเมื่อไขบิด เขาเปิดประตูเข้าไป ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม


แต่ก็ไม่เหมือนเดิม


เขาเดินไล่ตามเสียงเพลงที่กำลังเล่นอยู่ มันคือเครื่องเล่นเพลงของเขาไม่ผิดแน่ เสียงของมันดังขึ้น ดังขึ้น ดังขึ้นเมื่อเขาสาวเข้าเข้าไปข้างใน


จีมินคิดว่าคงเป็นเพราะซึงอูไม่อยู่ที่นี่แล้วบรรดาต้นไม้ดอกไม้เลยพากันเหี่ยวเฉาเพราะไม่มีคนดูแล ซึงอู เมื่อคิดถึงซึงอู เขาก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว โลกที่ไม่มีคนคอยมาเจ๊าะแจ๊ะมันเงียบเหงาอย่างนี้นี่เอง สองเท้าก้าวไปตามทางเดินพลางคิดว่าป่านนี้เจ้าเด็กนั่นจะได้งานดีๆทำรึยังนะ หรือยังคงเดินเตะฝุ่นอยู่ในย่านร้านค้า ไปลุยดูต้นไม้ตามสวนนู่นสวนนี่ แล้วแฟนเก่าของเขาละ จีมินจำชื่อเธอไม่ได้แล้วแต่ก็ยังคาดหวังว่าเธอคงยังไม่มีใคร แล้วซึงอูจะง้อผู้หญิงคนนั้นได้สำเร็จหรือไม่


ดอกไม้กับความรักอย่างนั้นเหรอ


กลิ่นคาวเหม็นคลุ้งชวนอาเจียนทำให้จีมินขมวดคิ้ว เบื้องหน้าคือแปลงดอกไม้แปลงเดิมซึ่งดอกกุหลาบผลิบานสวยงามเพิ่มจำนวนกว่าครั้งที่แล้วที่เขามา จมูกของเขาฟุดฟิดเพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์ซึ่งไม่ควรมี มันคือกลิ่นบางอย่างที่เขาคิดว่าเขารู้ว่ามันคือกลิ่นอะไรแต่นึกไม่ออก เขาคิดว่าเขารู้มัน แต่กลับพูดมันออกมาไม่ได้ 


กลิ่นเหมือน...


รอยเลือด!?


เพราะมัวแต่มองรอบๆทางจนไม่ได้สังเกตพื้นที่ตัวเองเหยียบ จีมินเห็นสีคล้ำซึ่งไม่เป็นระเบียบจางซีดเป็นรอยยาว ใช้นิ้วปาดมันขึ้นมาดม เป็นกลิ่นเลือดจริงอย่างที่คิด


มีหมาแมวเข้ามาในนี้ได้ด้วยเหรอ?


รอยเลือดลากยาวเข้าไปในดงซึ่งจีมินจำได้ว่าเชือกสีแดงตุ่นมีเอาไว้เพื่อกั้นไม่ได้คนเข้าไปเหยียบดอกไม้เล่น คงเป็นแมวสักตัวลากหนูเข้าไปกินในนั้น จีมินตัดสินใจลอดเอาตัวเองผ่านด้านใต้เชือกเพราะจะปล่อยให้เหม็นอย่างนี้ต่อไปก็สงสารพวกดอกไม้แย่ ถือซะว่าเขาช่วยซึงอูดูแลดอกไม้พวกนี้ก็แล้วกัน


กลิ่นเหม็นนั้นทวีความแรงเมื่อเข้าไปลึกขึ้น ลึกขึ้น 


โอ๊ะ!



เท้าของเขาสะดุดเข้ากับบางอย่างซึ่งใบหน้าและสายตาก้มลงมองด้วยสัญชาตญาณ สมุดเล่มสีเขียวเข้มคุ้นตาแต่เลอะคราบโคลน จีมินนึกไปถึงตอนที่ซึงอูหยิบมันขึ้นมาจดบันทึก


ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?


สมุดบันทึกพวกนี้น่าจะเป็นของสำคัญของนักพฤกษศาสตร์ไม่ใช่เหรอ?


เขาหยิบมันขึ้นมา พินิจให้ดีแล้วพบว่าเป็นเล่มเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน ของสำคัญที่เด็กคนนั้นมักจะพกไปไหนมาไหนด้วยเป็นไปได้เหรอที่จะถูกลืม นิ้วเรียวเปิดผ่านๆไปตั้งแต่หน้าแรก เป็นเรื่องบันทึกเกี่ยวกับคฤหาสน์ สถานที่ต่างๆ แปลงดอกไม้ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเขาไม่เข้าใจความหมาย ลายมือของอีกฝ่ายเป็นระบบระเบียบเหมือนกับเครื่องพิมพ์ เปิดผ่านภาพวาดตั้งแต่ต้นหน่อของรากไม้ ใบไม้หลายชนิด ดอกกุหลาบซึ่งมีสีสันเหมือนกับพันธุ์ที่อยู่รอบล้อมเข้าไม่มีผิด จีมินคุ้นเคยเหมือนว่าเขาเคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อนแต่กลับจำไม่ได้ ความหงุดหงิดที่ตนเองนึกอะไรไม่เคยออกในช่วงเวลาเร่งรีบกดดันเขาจนเหงื่อออก มือที่พลิกหน้าไปเรื่อยก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่ดี


เหมือนว่า


คำตอบ


ของทุกอย่าง


กำลัง


จะปรากฎ




‘ หนีไป ’



ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ตัวอักษรขนาดใหญ่ยุ่งเหยิงกลางหน้ากระดาษว่างเปล่าพร่าเบลอเหมือนถูกทุบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ ชั่วขณะหนึ่งที่เสียงหวูดรถไฟแล่นปราดขึ้นท่ามกลางหัวสมองว่างเปล่าของเขา คำตอบของทุกอย่างที่เขาตามหาคือสองคำซึ่งปรากฎอยู่เบื้องหน้า



“หนีไป”


ครั้งนี้เขาพูดมันออกมา


ตัวอักษรซึ่งถูกเขียนด้วยเลือด




ไม่จริง



โกหก


ที่มุมลึกสุดของแปลงถูกซ่อนอยู่ด้วยสีดำของเค้าโครง แม้ความกลัวจะปกคลุมเขาอยู่ทั้งกายและใจแต่สมองกลับสั่งว่า ‘ไปสิ’ ไปพิสูจน์ให้แน่ใจว่ามันเป็นแค่เรื่องตลกร้าย เป็นเพียงการละเล่นขำๆของอะไรบางอย่างซึ่งต้องการหลอกล่อให้มัวเมา ขาของเขาสั่น มือของเขาสั่น ทั่วทั้งร่างของเขาสั่น ลมหายใจติดขัด ภาพเบื้องหน้าเดี๋ยวชัดเดี๋ยวเบลอเหมือนเลนส์กล้องสักตัวที่กำลังจับโฟกัส 


เหยียบ


ย่าง


เข้า


สู่


ความ


มืด



ว่ากันว่าในเวลาที่คนเราหวาดกลัวถึงอย่างที่สุดมักจะแค่นรอยยิ้มหนึ่งออกมาได้ จีมินเคยนึกสงสัยว่าทำไมทั้งที่คนเรากำลังกลัวแต่ยังยิ้มได้ ในเวลานี้เขาได้พบคำตอบแล้วว่า ที่ยิ้มออกมาได้ไม่ใช่เพราะเรารู้สึกอยากที่จะยิ้ม แต่เป็นเพราะบางครั้ง เรากำลังพยายามบอกกับตัวเองว่า ‘มันไม่ใช่เรื่องจริงหรอก’ หรือ ‘มันเป็นเพียงแค่ฝันไปเท่านั้น’ จึงยิ้มออกมาได้ก่อนจะค้นพบว่าเรากำลังกลัว เขาเองก็คงไม่พ้นข้อแม้เหล่านั้น



ร่างหนึ่งนอนแห้งเกรอะกรังอยู่ท่ามกลางดอกเหี่ยวเฉา ซากหนอนแมลงไต่ยั้วเยี้ยจนเขาเผลอสำรอกอาหารมื้อล่าสุดออกมาตรงหน้า เขาไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่พบเจออยู่คือเรื่องจริง อาจเป็นความฝัน อาจเป็นแค่จินตนาการฝันเฟื่องไร้สติ แต่หากเป็นความฝันหรือว่าจินตนาการแล้วคงเป็นสิ่งที่สมจริงยิ่ง เพราะสีฟ้าอ่อนของเสื้อคลุมอย่างเดียวกับที่เขามี ใบหน้าที่ยังคงเค้าโครงเดิม รองเท้าเปื้อนดินคู่นั้น


เจ้าของมันคือคนที่ทุกคนบอกเขาว่าจากไปแล้วอย่างเร่งรีบ


เจ้าของร่างนั้นคือซึงอู


ในตอนนั้นเองที่ไอพอดทัชของเขาส่งเสียงร้องหวานกังวาลของนักร้องสาวคนโปรด


~ความลับที่แพรวพราวเหล่านั้น เธอหันหน้าหนีต่อไปไม่ได้อีกแล้ว~




“…..า.....”



เสียงของเขาไม่อาจเปล่งออกได้อย่างใจคิด สมองของเขาสั่งให้ตัวเองละสายตาไปจาก ‘มัน’ แต่ดวงตาของเขาเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นจับบังคับให้มอง มองกระบอกตากลวงโบ๋ซึ่งถูกแมลงชอนไช มองริมฝีปากอ้าค้าง ลำคอซึ่งถูกบางอย่าง เหมือนเหล็ก เหมือนเคียวเหล็กคมทะลวงจากด้านหลังขึ้นมา ปลายของมันแหลม พาลให้ภาพหมูถูกแขวนเชือดผุดขึ้นมาเสี้ยววินาทีหนึ่งแล้วหายไป มองเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนเปื้อนสีคล้ำของเลือด 


เลือด


ทำไมเขาถึงนึกไม่ออกนะ


/   “เหรอครับ ได้ยินเสียงเพลงก็เลยนึกว่ามารบกวนอะไรคุณสองคนรึเปล่าน่ะ”

ประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคนทั่วไป ต่อให้เสียงเบาแค่ไหนก็ไม่อาจเล็ดรอดพ้น  /



/   “เก่ามากจริงๆด้วยนะครับ ท่าทางจะหลายสิบปีแล้ว”


“หลายร้อยปีต่างหากละครับ” 


“ผมอายุเยอะแล้วครับ”   /



/  เขาหันไปบอกลาจีซอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าไส้กรอกทอดสิบกว่าไม้ที่เขาทำมาจะลงไปอยู่ในท้องของเด็กตัวเล็กๆได้โดยที่เจ้าตัวยังดูไม่อิ่มด้วยซ้ำ ดวงตาแวววาวของจีซองจ้องมาที่เขาก่อนจะส่งรอยยิ้มกว้างให้เมื่อจีมินโบกมือลา


ทั้งที่ยังเด็กแต่กลับกินได้เยอะขนาดนั้นโดยไม่รู้จักอิ่ม  /



/ เสียงกรีดร้อง /


/ ความฝันของกระจกที่ไม่สะท้อนเงา /


/ “ปะ เปล่าครับ... แค่กลัวคุณหมอจะหนักแค่นั้นเอง”


“ไม่หนักหรอกครับ คุณเบามากจนผมรู้สึกว่าอาหารที่นี่มันไม่อร่อยรึเปล่า แขกของเราถึงได้ผอมขนาดนี้”

เรี่ยวแรง พละกำลังที่มากกว่าคนทั่วไป /


/ “แฟน? อา คุณคงหมายถึงคนรัก...”


คำพูดที่ดูเหมือนคนโบราณในบางครั้ง คล้ายคนหลุดออกมาจากหนังยุคเก่า /





คนพวกนี้



ไม่สิ



พวกมันไม่ใช่แม้กระทั่ง ‘  ฅน  ’




“คุณฉลาดกว่าที่ผมคิดนะ ปาร์ค จีมิน



สายลมเย็นยะเยือกกระแสหนึ่งพัดผ่านแผ่นหลังไร้การป้องกัน จีมินไม่แปลกใจว่าทำไมเขาถึงถูกพบเจอเร็วกว่าที่คาด เพราะพวกมันไม่ใช่มนุษย์ แปลกประหลาดที่ ณ นาที แห่งความเป็นและความตายทำให้มนุษย์มีความกล้า จีมินหันหลังกลับ สบตาเจ้าของเสียงนุ่มซึ่งถ้าให้เขาเดาไม่ผิดแล้วละก็—


ดวงตาสีชาดหนึ่งคู่กำลังจ้องมองมาที่เขา จีมินพบว่ามันสงบกว่าที่เขาคิด


และริมฝีปากคู่นั้นกำลังแย้มรอยยิ้ม



6



คิม นัมจุน ให้ความรู้สึกเหมือนขุนนางที่ออกมาจากในนิยายย้อนยุคของแท้ เสื้อคลุมผ้าไหมปักเลื่อมพรายราคาแพง เสื้อชั้นในมีระบายเหมือนพวกชนชั้นสูงในแถบยุโรป รวมทั้งท่าทางสูงศักดิ์ชนิดที่ว่าคุณหมอมินที่เขาเคยคิดว่าเหมือนหลุดออกมาจากในนิยายเทียบกันไม่ติดฝุ่น เมื่อปลายมือซึ่งนิ้วสวมแหวนอัญมณีประดับผายไปที่ด้านนอก จีมินหันกลับไปทอดมองร่างของซึงอูเป็นครั้งสุดท้าย ขณะเดียวกันก็ยัดเจ้าบันทึกเข้าไปด้านในของเสื้อคลุม เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหนี เพราะเขาไม่สามารถหนี มันไม่มีทางหนีอยู่แล้วมาตั้งแต่แรก



ทุกอย่างคือกลลวง



“คุณดูไม่ตกใจเลยนะ คุณนักเขียน”


แกร๊ง


“คุณดูหล่อเกินกว่าจะเป็นผีดูดเลือดเหมือนอย่างที่ผมรู้จักครับ” จีมินรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อันตราย... ไม่ต้องบอกเพราะคำว่าอันตรายมันเหมือนกับว่าแปะอยู่บนหน้าของผู้ชายคนนี้เหมือนยีห้อสินค้าอย่างไรอย่างนั้น


“ผมดูไม่เหมือนแวมไพร์อย่างนั้นเหรอ”


เจ้าเมืองสปริงฟิลด์สูดควันจากไปป์ในมือ พ่นควันกลุ่มใหญ่ขึ้นไปบนอากาศ เมื่อดวงตาคู่นั้นลดลงเพื่อต้องมองที่เขา มันแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต


“ให้เวลาพวกสัจนิยมอย่างผมหน่อยเถอะครับ”


จีมินไม่ได้กลับไปที่ห้องเดิม แต่ถูกพามาที่ห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งใหญ่กว้างกว่าห้องเดิม ทั้งห้องถูกตกแต่งด้วยสีน้ำตาลของเปลือกไม้ให้ความรู้สึกเก่าแก่กว่าห้องพักเดิมเสียอีก 


แกร๊ง


เขาตวัดข้อเท้าอย่างไม่ชำนาญ มองโซ่ตรวนเส้นยาวที่เคยคิดว่ามีแต่ในภาพยนตร์ มันไม่ได้หนักอย่างที่นักแสดงแสดงออกเลยแม้แต่น้อย แต่หนาแน่น ไม่มีหนทางหลุดพ้น


“ผมเห็นคำถามในดวงตาคุณ” คิม นัมจุนนั่งลงที่เก้าอี้ ทั้งที่เพิ่งจะพบกันเป็นตัวเป็นตนครั้งแรกกลับได้พบกันในสถานะที่น่าอึดอัดที่สุด เหยื่อกับนักล่า


“หากผมพอจะได้ทราบว่าจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ด้วยเหตุใดก็คงจะดี”



จีมินไม่ได้คิดว่าเขาจะรอด หรือจะมีทางรอด กล่าวคือหากเจ้านายของคฤหาสน์แห่งนี้เป็นสิ่งที่พอจะอุปมาเรียกได้ว่าผีดูดเลือดแล้วละก็ คนรับใช้ ชาวบ้าน ก็คงจะไม่พ้นเป็นสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ชนิดนี้เช่นเดียวกัน


รวมทั้งคุณหมอมิน ยุนกิผู้นั้นด้วย


“ในฐานะที่คุณเป็นนักเขียน ทำไมคุณถึงไม่ลองเดาดูละ” คิม นัมจุนพ่นควันจากไปป์ขึ้นไปที่เพดาน ดวงตาหรี่ลง ทั้งที่ดวงตาคู่นั้นกลับมาเป็นสีปกติแล้วแต่อย่างไรก็ชวนขนหัวลุกจนไม่อาจทำใจจ้องมอง


จีมินพยายามรำลึกเหตุการณ์ทุกอย่าง


ทุกอย่างที่เคยนึกและเคยสงสัยถูกเกี่ยวโยงเชื่อมเข้าหากันจนต้องหัวเราะ


“พินัยกรรมนั่นเป็นเรื่องโกหก”


ประกายวาววาบในดวงตาของเจ้าเมืองตอบคำถามทุกคำถามที่เขานึกสงสัย


“บิงโก! คุณฉลาดกว่าที่ผมคิดไว้มากทีเดียว”


จีมินส่ายหัวให้กับคำชมเชย “เพราะผู้ชายคนนั้นดูไม่ใช่ประเภทจะตายอย่างสงบในเมืองที่ห่างไกลต่างหากละครับ หากจะบอกว่าเขาตายเพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังน่าจะเชื่อถือกว่า

เจ้าของจดหมายฉบับนั้นไม่ใช่พ่อของเขา ไม่แม้แต่จะใกล้เคียง




7



สปริงฟิลด์, เมืองในชนบทที่ห่างไกลไม่สุงสิงกับโลกภายนอกแท้จริงแล้วคือเมืองของผีดูดเลือด แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ผีดูดเลือด’ แต่ก็เป็นกลุ่มที่เรียกได้ว่ารักสงบกว่ากลุ่มอื่น บ้านเรือนทำจากหิน ใช้ชีวิตเหมือนในภาพยนตร์ย้อนยุคเพราะความเคยชิน ไม่ออกล่า แต่เมื่อถูกกำหนดไว้แล้วว่ามีเลือดเป็นอาหาร อย่างไรก็ต้องดื่มกินเพื่อความอยู่รอด



หนึ่งคนต่อหนึ่งเดือน


เมื่อเหยื่อเดินทางมาถึงเมืองซึ่งให้แผนที่ พวกมันจะรู้ตัวว่าแขกรายใหม่ได้มาถึงแล้วจึงส่งข่าวไปยังเมืองใหญ่ซึ่งต่อมาจะเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ เขาคือชายแก่ที่ไร้พิษสงเจ้าของดวงตาฝ้าฟาง ดูแล้วไม่อันตรายแต่อย่างใด


เป็นจำนวนที่น้อย ผู้ชาย-โสด-ไม่มีครอบครัว-ไม่มีชื่อเสียง คนธรรมดาหนึ่งคนซึ่งหากสักวันจะหายไปจากสังคมก็คงไม่มีใครให้ดิ้นรนตามหา นับว่าคิม นัมจุนเป็นผู้ชายที่มีความปราณีอย่างมากหากมองในแง่มุมของประชากรในเมือง เป็นนักล่าที่อ่อนแอในสายตาของนักล่า ทว่าตัวเขาที่เป็นเหยื่อ... ควรจะรู้สึกอย่างไร


วันเลี้ยงฉลอง ให้เรียกด้วยศัพท์ที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นไปกว่านั้น คือวันสังเวยชีวิตเหยื่อเพื่อดื่มกินเลือด


ความรู้สึกเหมือนเป็นหมูเป็นไก่ก็คงไม่ต่างจากที่จีมินกำลังรู้สึกในตอนนี้


เสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนที่เหมือนกัน เพื่อตักเตือนให้ชาวเมืองปฏิบัติตนอย่างมนุษย์เพราะถ้าเกิดมีใครสักคนเกิดเดินไปทักว่า “เฮ้! วันนี้นานตัวซีดกว่าปกตินะ ขาดเลือดเหรอ” ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ขำขันนัก สายตาแปลกปลอมที่จดจ้องในตอนนั้น เขาเข้าใจแล้ว


เหยื่อทุกคนจะรู้ความจริงก็ต่อเมื่อตอนที่จะถูกแขวนแล้วนั่นละ เจ้าเมืองเล่าว่าในค่ำคืนวันเลี้ยงฉลอง เหยื่อจะถูกปิดตาให้ขึ้นไปยืนบนเวที เมื่อเขาถูกเปิดตาจะค้นพบดวงตาสีแดงก่ำกระหายเลือดกระตุ้นความกลัวถึงขีดขั้นสุดเพราะเป็นช่วงเวลาที่เลือดอุ่นร้อนมีรสชาติดี พวกมันจะแขวนเหยื่อไว้บนขื่อคาน เหยื่อจะไม่ตายในทันทีและเลือดที่ไหลทะลุออกจากลำคอรินลงแก้วสู่แก้วหวานหอมเหมือนไวน์องุ่นรสเลิศ


แผลที่ลำคอนั่น...


‘แล้วคุณคัดเลือกเหยื่ออย่างไร ถึงจะรู้ว่าเขามีเลือดที่รสชาติดี?’


คำตอบของมันคือแอปเปิ้ล


ใช่ แอปเปิ้ลที่ถูกเสิร์ฟพร้อมกับมื้ออาหารทุกวันนั่นละ กลลวงชิ้นสำคัญ


กลไกของมันมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือมันเป็นผลไม้สายพันธุ์พิเศษซึ่งจะค่อยปรับล้างชำระเลือดสกปรกให้กลายเป็นเลือดสะอาดรสชาติดี ให้พูดอย่างเป็นวิชาการคือเลือดจะมีคุณภาพทางโภชนาการที่ดีต่อผีดูดเลือดนั่นละ กินทุกวันวันละหนึ่งผล หนึ่งเดือนจึงจะสุกงอม


กลไกที่สองคือ ‘ยานอนหลับ’


เพราะทุกเดือนจะต้องมีหนึ่งชีวิตที่ถูกสังเวย จึงต้องมีแขกหนึ่งคนเตรียมความพร้อมระหว่างที่อีกหนึ่งคนถูกเชือด เพราะทุกคนในเมืองจะต้องเข้าไปรับส่วนแบ่งเลือดทำให้ไม่มีใครสามารถอยู่เฝ้าเหยื่อที่กำลังหลับไหลได้ แอปเปิ้ลของเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่จีมินกัดไปเพียงคำเดียวก็รู้สึกง่วง หากกลืนมันไปทั้งลูกก็คงจะหลับสนิทจนถึงเช้า แต่เพราะเขาไม่ได้กินมันจนหมดถึงได้เผลอตื่นขึ้นมากลางดึก เสียงกรีดร้องของเหยื่อและเสียงคำรามของนักล่า ภาพคนงานกำลังลากศพของซึงอูไปไว้ที่เรือนกระจกตามคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย ทุกอย่างลงล็อกเหมือนจิ๊กซอว์ไร้ทิศทางถูกนำมารวมตัวต่อกันเป็นรูปภาพ


‘ใครจะไปคาดคิดว่าคุณไม่ได้กินมันเข้าไปจนหมด คงจะทำให้คุณตกใจกลัวแย่เลย’


‘ผมก็ไม่ได้หาเหตุผลเหมือนกันว่าทำไมรสชาติของมันถึงเปรี้ยวกว่าวันอื่น’


คำตอบข้อสงสัยทุกอย่างถูกตอบจนหายข้องใจ


ที่แท้มันคือหลุมพราง


ที่แท้มันคือกับดักของนักล่า


แท้จริงแล้วทุกอย่างเป็นเพียงกลลวง





TO BE CON


first published : 2016.12.26


ปริศนาไขกระจ่างแล้ว ใครที่ถามหาความน่ากลัว

ก็นี่แหละค่ะ ความน่ากลัว55555555 ฮือ น่ากลัวมั้ยอ่ะ

กลัวว่ามันจะไม่น่ากลัวจังเลย มีคนขำมั้ย

ต่อไปจีมินกับคุณหมอจะเป็นยังไงบ้างนะ T_____T


มาอัพดึกอีกตามเคยค่ะ หวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกคนหายงง(รึเปล่า)

มีคนเดาว่าเกิดอะไรกับซึงอูซึ่งก็ใช่แล้วค่ะ

พ่อหนุ่มรักต้นไม้ของพวกเราโดนกินไปแล้ว T____T


ขอบคุณสำหรับแท็กและคอมเม้นมากๆเลยนะคะ :)

สำหรับเรื่องนี้เหมือนจะยังไม่ค่อยมีคนอ่าน

(รอจบแน่เลย ฮา) แต่ก็ขอบคุณทุกๆฟี้ดแบคมากเลยค่ะ


เจอกันตอนหน้า(?) นะคะ อาจจะมาหลังวีคลี่ค่า

มาลุ้นกันว่าคุณนักเขียนจะรอดมั้ย

 
  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

2,922 ความคิดเห็น

  1. #2895 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 17:19
    พระเจ้า
    #2895
    0
  2. #2802 raina? (@numbea) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 13:14
    อ่านแล้วไม่กลัวเลยค่ะ แต่ระทึกมากกกกกกก

    เป็นความรู้สึกที่รับรู้ตอนที่จีมินกำลังจะพบกับความจริง แง คุณหมอมินช่วยจีมินด้วยยย
    #2802
    0
  3. #2643 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 17:42
    อะโหหห หลอนเพลงรัสเซียนรูเล็ตเลยค่ะ
    #2643
    0
  4. #2261 Nm Pair (@namussaya) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 13:41
    อมก นี่เค้าอ่านตอนเช้ายังกลัวเลยอะ มันพิศวงไปหมด ยิ่งตอนที่จีมินเริ่มคิดทุกอย่างหลังจากเจอศพคือระทึกไปหมดเลย
    #2261
    0
  5. #2079 brunette_ (@brunette_) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 23:53
    Holyyy อมกกกกก ตื่นเต้นนนน เราอ่านดึกๆคนเดียวขนลุกเกรียวเลยอะ
    #2079
    0
  6. #2032 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 02:23
    คุณพระคุณเจ้า คือแบบบ ตั้งสติก่อนแป๊ปนึง ฮื่ออออออออ
    เรานึกว่าหันมาจะเป็นหมอมินซะอีก แต่ไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร
    เพราะทุกคนน่าจะเป็นเหมือนกันหมด ให้ตายเถอะ นี่อะไรกัน
    จีมินเหมือนจะรู้ตัวตอนเหตุการ์ณต่างๆเข้ามาพร้อมกัน ถ้าเอะใจ..
    จดหมายจากปลายทางน่ะคงไม่ถึงหรอก ถ้าถึงคงไม่ได้อยู่จนเจอแบบนี้
    ฮื่อ จีมินอ่า พระเจ้าเมตตาน้องหน่อย แง
    #2032
    0
  7. #2007 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 09:05
    ถ้าเป็นนี่จะสลบไปตั้งแต่เจอศพซึงอูละอ่ะ
    ฮือออออ พ่อหนุ่มน้อยของช้านนนนนน

    จีมินต้องไม่ตายสิ ก็ได้แต่หวังล่ะนะว่าอย่างน้อยยุนกิจะมีความรู้สึกต่อจีมินบ้าง
    #2007
    0
  8. #1894 myyada (@myyada) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 09:24
    ลองคิดว่าถ้าตัวเองเป็นจีมินแล้วเจอบรรยากาศแบบนั้นเข้าไปฮือออออ หมอมินยังเชื่อใจได้อยู่ใช่มั้ยคะTT
    #1894
    0
  9. #1886 มีฟา (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 23:35
    ไว้อาลัยแดซึงวู....1 2 3พอ จีมมมมมม น่าสาร แบ้วงี้ใครจะช่วยลูกหมูน้อยของหมอกิง่าาา
    #1886
    0
  10. #1641 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 07:51
    ตื่นเต้นนนน สงสารซึงอูเลยอ่ะ
    #1641
    0
  11. #1606 Click-Clack (@samila-ppppp29) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 02:54
    โอยยยยย ลุ้นมากค่ะ
    #1606
    0
  12. #1370 TNT&NY (@nickte) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 20:46
    อ่า~~ ซึงอูไปแล้วอ่าา จีมินก็น่าสงสารที่ทุกอย่างเป็นเรื่องหลอกลวงโอ้ยย! อย่ามาม่านะไม่อยากกิ๊นนนน ยุนมินประทับว่าเป็นคู่ในดวงใจอีกคู่ คริๆ ^^ #รักไรท์น้าาา
    #1370
    0
  13. #1223 NANAYEERP (@NANAYEERP) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:19
    แงงงง กลัวแล้ว TOT ตอนเข้าไปเจอศพซึงอูนี่ลุ้นตัวเกร็งเลยอะ ฮือออ สงสารซึงอู มาทำงานเสร็จโดนฆ่าตายเฉย เห้อ แล้วจีมินล่ะจะเอาไงต่อไปปปป
    #1223
    0
  14. #1208 bubibu (@bubibu) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:11
    น่ากลัวมาก แงงงงงงคุนหมอมินของเราก็ด้วยหรอ แล้วจองกุกละ แววตาเค้ามีความรักนะ
    #1208
    0
  15. #1197 Louboutin (@jooooopz) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:28
    ตอนที่จีมินเดินเข้าไปแปลงดอกไม้นี้ลุ้นมากค่ะ อ่านไปกลัวไป ไรท์เขียนดีมากๆ โอยยย เม้นไม่ถูก ใจยังเต้นอยู่เลยยย
    #1197
    0
  16. #1113 lazuliite (@lazuliite) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 16:03
    โอ้ คือมันสนุกมากกกอีกแล้วอมกกกกกกสกสกมกวดว เหนือความคาดหมายของเราไปหมดยกเว้นเรื่องแวมไพร์ คือน้องคนเขียนคนเก่งของเราแทรกรายละเอียดไว้ในทุกตอนที่ผ่านมา ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมีเหตุผลของมันแล้ว แต่เราไม่ได้เอะใจเอง เรื่องอุบัติเหตุ ความไม่เชื่อเรื่องรักของคุณหมอมิน จอนจองกุกที่อยู่ๆก็โผล่มาบอกว่าถ้ารู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณหมอจีมินอาจจะเปลี่ยนใจ ใช่ และเรื่องแอปเปิ้ลนั่นด้วยเราก็ไม่คิดเลย น้องคะ ขอกราบ โอ้ย นี่มันสุดยอดไปเลย น้องงงงเก่งมากๆๆๆเราขอชื่นชมอีกครั้ง เราสนุก ลุ้น และตื่นเต้นตลอดเวลาที่อ่านเลยค่ะ จิกมือตัวเองแรงมาก นี่ถ้าได้อ่านตอนกลางคืนเราน่าจะอินได้มากกว่านี้เพราะมันมืดและเงียบอะ ตอนบรรยายที่จีมินเจอศพซึงอูเราจะร้องไห้ น่ากลัวมาก และคือตอนแรกคิดตามจีมินไปแล้วว่าซึงอูคงจะมีชีวิตที่ดี แต่มันไม่ใช่เลยจนได้ยินเสียงเพลงนั่น หลอนอ่ะฮือออออ นี่มันจะเป็นยังไงต่อไปนะคือโดนท่านเจ้าเมืองสุดหล่อในใจเราจับตัวได้แล้ว รู้ความจริงหมดแล้ว จีมินจะทำยังไงนะ แต่จีมินนิ่งมากและสมแล้วที่นัมจุนชมว่าฉลาด เข้าใจทุกอย่างได้ง่ายมาก เหมือนภาพทุกอย่างไหลย้อนกลับมา เราชอบนะตอนสองคนนี้คุยกันเพราะดูทันกันไปหมด แต่นัมจุนจะให้ทุกคนดื่มเลือดจีมินไม่ได้นะ คือน้องต้องได้ครองรักกับคุณหมอมินนี่คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดจากทุกอย่างที่สร้างมาลวงกัน พิ-ุนกิคนหล่อมาช่วยจีมินเร้วววววว อย่าทำฆ่าน้องนะใจพี่เจ็บปวด ;-;
    #1113
    0
  17. #1080 thutsuda (@thutsuda) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 23:17
    ยุนกิไปขอจีมินมาเป็นภรรยาจากนัมจุนเถอะ555
    #1080
    0
  18. #1061 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 22:02
    นี่มัน...TTความจริงเปิดเผยหมดทุกอย่างเลย เข้าใจแล้วววว แงงงง จากนี้น้องปาร์คจะเป็นยังไงเนี้ย ฮืออออออ จะว่าไปจีมินก็นิ่งแบบ...แปลกมากอ่ะ พอรู้ความจริงล่ะสงบนิ่งมากๆเลยTT
    #1061
    0
  19. วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 19:59
    โอ๊ยยยย กรี๊ดดดด เป็นแผนการที่แยบยลมากเลย หลอกให้เราอ่านไปสงสัยไป แต่ก็อยู่ในวงวนของความหอมหวานของคุณ-ุนกิกับคุณนักเขียน รู้ตัวอีกที จีมินจะโดนเชือดแล้วอ้ะะะ ว๊ากกก ลุ้นมากเลยค่ะว่าจัมินจะโดนกินจริงรึเปล่า คุณหมอจะมาช่วยมั้ยยย ฮือออ รอตอนต่อไปค่ะ สู้ๆ
    #1060
    0
  20. #1047 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 09:31
    ว่าแล้วเชียว ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังทไวไลท์เลย งือออ ซึงอูตายแล้วอะ ;-; จีมินจะรอดไหม น่าติดตามมากเลยค่ะ งั้นก็หมายความว่าจองกุกก็เป็นแวมไพร์ด้วยหรอ?? โหยย อาจจะต้องไปอ่านของคุณเคเคไลน์ด้วยแล้วมั้งเนี่ย จะรอนะคะ
    #1047
    0
  21. #1039 buffy_yiew (@buffylike) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 23:03
    ม่ายยยย คุณนักเขียนจะตายไม่ได้นะคะ คุณหมอรีบมาช่วยจีมินเร็ววว ไรต์สู้ๆนะคะรอเสมอ
    #1039
    0
  22. #1038 จินจ๋า (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 00:45
    ฮืออออสนุกลุ้นมากเลยค่ะตอนนี้หมอมินไม่โผล่เลยนัมจุนดูเป็นคนเลือดเย็นมาเลยแต่จีมินดันเย็นชากว่า5555เราเดาว่าจีมินอาจจะรู้แต่แรกรึปล่าวแค่ไม่รู้ว่าคืออะไรเพราะเห็นจดหมายเลยมาพิสูจไห้รู้เลยแล้วคุณหมอนี่น่าจะชอบจีมินเหมือนกันใช่ไหมที่แอปเปิ้ลเปรี้ยวกว่าทุกวันเพราะุนกิตั้งจัยช่วยเตือนจีมินทางออ้มรึปล่าวจะยังงัยก็ตามไรท์คะจบแบบไห้เขาสมหวังเถอะค่ะ555555จัยเราบางดราม่าหนักหน่วงไม่ค่อยได้เราไปอ่านอีกเรื่องมาที่จีมินตายจิตตกเป็นอาทิตเลย555ยังงัยก็รออยู่นะคะ
    #1038
    0
  23. #1037 Missx (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 14:57
    &#10084;ติดตามค่ะ สนุกมากเลย
    #1037
    0
  24. #1036 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 08:02
    เย้ยยยยย ยุนกิจะช่วยจีมินไหม ต้องช่วยนะ
    #1036
    0
  25. #1035 Im_Jinyoung (@Im_Jinyoung) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 23:34
    โอว....เกือบงง....
    #1035
    0