(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 33 : 22 : loving you keeps me alive 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59




Title: Loving you keeps me alive 2

Fandom: 방탄소년단 /BTS

Relationship: 슈짐 /yoonmin ( yoongi x jimin )

Genre: Alternative Universe/FANTASY, Horror, Thriller, Light angst, Romantic

Rate: G

Word: ?

Note: Love and the collapse fortress or… someone who still believe in love and another one who’s not

Note2: ความรักกับซากประหักพังที่ล่มสลาย

Note3: (supposed to be) Halloween project 2016 


Special Remark: สำหรับเรื่องนี้เป็นโปรเจคร่วมกับ writer เคเคไลน์ / twitter @kkline93  เนื้อหามีความสัมพันธ์กันกับเรื่อง Bloody Resonance สามารถอ่านแยกกันได้แต่แนะนำให้อ่านเพื่ออรรถรสนะคะ อ่านได้ที่ >> LINK <<



3



เสียงเปียโนหวานคลอในห้องสี่เหลี่ยมเรียบง่าย มันมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณในห้องทำงานของคุณหมอมิน แขนของเขาหายดีแล้วแต่เพราะยังไม่มีจดหมายตอบกลับจากปลายทาง จีมินจึงตัดสินใจรั้งรออยู่ก่อนจนกว่าจะได้รับการติดต่อ โรงหมอ, ให้เรียกว่าบ้านหลังเล็กน่าจะดีกว่า แบ่งออกเป็นสองห้องกั้น ห้องที่ด้านหน้าคือห้องตรวจ มีโต๊ะไม้ เตียงนอน ตู้ยากินพื้นที่ไปหนึ่งฟากผนัง ดูสะอาดตาเพราะไม่มีเครื่องเรือนอะไรให้เกะกะ ส่วนห้องด้านหลังคือห้องทำงาน


“คุณจีมิน ผมบอกแล้วไงครับว่าอย่ายกของหนัก” 


“ไม่ได้หนักอะไรเลยครับ”


เขาวางกล่องผ้าพันแผลลงบนโต๊ะ นึกสงสารเสื้อคลุมตัวสวยของตัวเองที่ตอนนี้ถูกพับแขนถลกขึ้นเพื่อความสะดวกจนหมดราคาก็ได้แต่ส่งรอยยิ้มไปให้คนแก่กว่าที่กำลังตรวจอาการ คนไข้ส่วนใหญ่ที่นี่ก็ไม่พ้นชาวเมือง


“ออกไปเดินเล่นก็ได้นะครับ ผมบอกแล้วว่าอยู่แต่ในนี้มันน่าเบื่อ”


“ผมไม่เบื่อเลยครับ”


คุณหมอมินเป็นคนใจเย็นมากเท่ากับที่พูดน้อย เพราะอย่างนั้นคนที่มาหาส่วนใหญ่ถึงเก็บปากเก็บคำ ไม่ค่อยพูดจา จีมินพยายามส่งรอยยิ้มให้กับคนไข้แต่บางคนก็หลบตา จนกระทั่งเสียงร้องไห้จ้าดังมาแต่ไกล เจ้าของเสียงคือเด็กน้อยคนหนึ่งที่คนเป็นแม่กำลังพยายามปลอบ แต่เสียงก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยสักนิด


“จีซอง แม่บอกให้หยุดร้อง”


สายตาทุกคู่จดจ้องไปที่สองแม่ลูก จีมินถึงได้เห็นว่าที่เข่าของจีซองเป็นรอยแผลถลอกเหมือนคนหกล้ม 


“มะ... ไม่ จะ เจ็บ”


“คนอื่นมองหมดแล้ว จะให้คุณหมอทำแผลให้หรือจะให้แม่พากลับบ้าน” น้ำเสียงเข้มของแม่ไม่ได้ทำให้เด็กชายหยุด กลับทำให้น้ำตามากมายยิ่งพรั่งพรู


“ตะ... แต่”


“จีซอง!”


“ส่งมาให้ผมดีกว่าครับ” 


จีมินเดินไปหยุดอยู่ที่ตรงหน้าทั้งคู่ แม่เด็กมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง อาจเพราะเขาเป็นคนแปลกหน้า เจ้าเด็กในอ้อมกอดมองเขาเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง จีมินเลิกคิ้วสงสัยแต่ก็พูดต่อ


“คุณแม่คงจะเหนื่อยมากแล้ว ไปนั่งพักก่อน แล้วให้ผมอุ้มจีซองแทนดีกว่านะครับ”


“ขะ... ขอบใจ”


เด็กชายโผเข้าหาอ้อมกอดของจีมินแต่โดยดีเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีท่าทางว่าจะดุ โยกไปโยกมาจนเสียงสะอื้นหยุดถึงถาม “เป็นอะไรมาครับคนเก่ง”


เด็กน้อยลังเลเหมือนจะไม่พูดแต่หันไปมองสบตาคุณแม่ เมื่อเธอพยักหน้าให้ถึงได้เปิดปาก พูดเสียงค่อย


“ตะ... ตกต้นไม้... ฮะ”


“เห ตัวแค่นี้แต่ว่าปีนต้นไม้สูงๆได้แล้วเหรอเรา ไปเอาความกล้ามาจากไหนกันเนี่ย”


“…ว่าวของยูริลอยไปติดบนต้นไม้ ผมก็เลย...”


จีมินวางร่างเล็กลงบนเก้าอี้ที่เขาเคยนั่ง จีซองพอหยุดร้องไห้แล้วก็มีสีหน้าดีขึ้นกว่าตอนแรก 


“เก่งจังเลย แต่ว่าวันหลังต้องระวังหน่อยนะ ไม่งั้นจะเจ็บตัวแบบนี้แหละ”


“ฮะ...พี่ชาย”


“งั้นพี่ชายล้างแผลให้นะ คุณหมอจะได้ทำแผลให้แล้วจีซองจะได้กลับบ้านเร็วๆ ดีมั้ยครับ”


“จะเจ็บมั้ยฮะ”


จีมินทำหน้ายู่ “เจ็บนิดเดียวเอง” เขาตอบไปตามความจริง แต่พอจีซองทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้อีกรอบก็เอานิ้วมาทาบที่ปาก


“ถ้ายิ่งร้องจะยิ่งเจ็บนะ”


แอบขำในใจที่เห็นเด็กรีบเม้มปากเก็บเสียง เขาเดินไปขอน้ำเกลือสำหรับล้างแผลกับสำลี เมื่อก่อนเพราะแม่ของเขาทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเขาเหมือนครอบครัวอื่นๆ เวลาเจ็บตัวกลับบ้านมาก็ต้องดูแลทำแผลด้วยตัวเองเพราะอย่างนั้นกะอีแค่แผลถลอกเล็กน้อยไม่ใช่งานยากสำหรับเขา คีบเอาสำลีชุบน้ำเกลือแตะลงบนตรงที่รอบนอก ได้ยินเสียงสูดปากแต่เจ้าของแผลไม่ได้ร้อง พอเขาล้างแผลเสร็จก็พอดีกับที่คุณหมอมินตรวจคนไข้คนก่อนหน้าเสร็จพอดี


“ผมทำเองครับ”


จีมินเชื่อฟังโดยการถอยออกมาแต่โดยดี แต่เด็กน้อยยังมีท่าทีตื่นกลัวเมื่อคุณหมอหน้านิ่งเข้ามาใกล้ จีมินสัมผัสได้ถึงมันจึงจับที่บ่าเล็ก


“กลัวคุณหมอเหรอครับจีซอง”


“คะ คะ คือว่า...”


“ไม่ต้องกังวลนะ คุณหมอที่จริงแล้วใจดีมากเลย ทำแผลไม่เจ็บหรอกนะครับ”


คุณหมอคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กน้อยแล้วเริ่มใส่ยา คุณหมอมินมือนิ่งมาก พอมองจากตรงนี้แล้วเสื้อกาวน์ตัวใหญ่เหมือนจะหลวม ขนาดตัวเขากับคุณหมอก็พอๆกันแต่เพราะอีกฝ่ายไหล่กว้างกว่าทำให้เสื้อพอดีตัว


“เรียบร้อยแล้ว อย่าให้แผลโดนน้ำนะเจ้าหนู”


“ขอบคุณฮะคุณหมอ”


คุณหมอเอามือไปยีผมของจีซองก่อนที่เด็กน้อยจะจูงมือคุณแม่ออกไป


“ขอบคุณฮะพี่ชาย”


“บ๊ายบาย”


เขาโบกมือ ทั้งห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง จีมินมองใบหน้าหล่อเหลา เผลอจดจ้องจนอีกฝ่ายตวัดสายตากลับมามอง


เขาหัวเราะ


“คุณหมอครับ จะว่าไปแล้วผมไม่ได้โกนหนวดมาสักพักแล้วป่านนี้คงจะขึ้นครึ้มจนเด็กๆกลัว คือ...”


“เดี๋ยวกลับไปวันนี้ผมจะโกนหนวดให้คุณเอง”


“คือไม่เป็นไรครับ แค่ผมอยากจะยืม...”


แต่ที่ห้องของเขาไม่มีกระจกนี่นะ คุณหมอเลิกคิ้วอย่างรู้ทัน จีมินจึงส่ายหัวแล้วก็หัวเราะ นอกจากเป็นคุณหมอแล้วยังต้องคอยโกนหนวดให้เขาด้วยเนี่ย ปกติเรื่องแบบนี้... ถ้าไม่ใช่คนรักก็คงจะรู้สึกจั๊กจี้แปลกๆแน่



—————




เสียงหัวเราะสดใสกลายเป็นที่คุ้นชินของผู้คนแถวนั้นไปแล้ว จีมินกับจีซองเข้าขากันได้ดีเหมือนเป็นพี่น้องคลานตามกันมา คุณหมอไม่อยากยอมรับก็ต้องยอมรับว่าเขาไม่คุ้นชินกับโรงหมอที่มีเสียงพูดคุยแบบนี้ คนไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้ชวนเขาคุยเพราะเกรงใจคนไข้คนอื่น จีมินเป็นผู้ช่วยที่ดี ห้องตรวจที่เคยรกเพราะเขาไม่ค่อยมีเวลาดูแลก็ดูสะอาดสะอ้านขึ้นเพราะจีมินเป็นประเภททำไปเก็บไป ยุนกิยอมรับว่าเขารับมือกับคนไข้เด็กๆไม่ค่อยเก่ง ซึ่งที่จริงแล้วคนไข้ส่วนใหญ่ของเขาก็เป็นเด็ก ผิดกับจีมินที่ดูจะเข้ากันได้ดีกับเด็กเหลือเกิน



“เล่นอะไรกันอยู่” 


“คุณหมอมิน ลองกินนี่สิฮะ”


ดวงตาสีดำสนิทหรี่ตาลงเจ้าของหน้าตาประหลาด เป็นลักษณะสีน้ำตาลอ่อนทรงรีเสียบอยู่ในไม้ ของทอด? เขาคิดในใจแล้วลองกัดลงตามคำแนะนำ


ไส้กรอก?


“ช่วงนี้จีซองชอบบ่นว่าหิวบ่อยๆ ผมเองก็ว่างๆเลยลองทำของพวกนี้มา ไม่คิดว่าจะชอบกัน” 


มันเป็นไส้กรอกม้วนด้วยเนยแข็งรีดเป็นแผ่นแล้วชุบด้วยส่วนผสมคือแป้งที่เหลือจากการทำพาย เกลือ เครื่องเทศ แล้วเอาไปทอด ชวนให้นึกถึงพวกของทอดริมทางที่ชอบขายในเมืองตอนกลางคืน


“อร่อยดี”


“ว่าแต่คุณหมอมีอะไรรึเปล่าครับ”


ปกติคุณหมอมินมักจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานไม่ค่อยออกมาสุงสิงกับพวกเขาเท่าไหร่นัก


“วันนี้จะมีงานเลี้ยงส่งซึงอู เลยจะชวนกลับเร็วหน่อย”


อา... เขาลืมไปเสียสนิท ซึงอูเสร็จงานวิจัยของเขาไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เตรียมพร้อมจะกลับเมืองหลวงในเช้าวันพรุ่งนี้ 


“งั้นเรากลับกันเลยดีมั้ยครับ”


“อืม”


เขาหันไปบอกลาจีซอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าไส้กรอกทอดสิบกว่าไม้ที่เขาทำมาจะลงไปอยู่ในท้องของเด็กตัวเล็กๆได้โดยที่เจ้าตัวยังดูไม่อิ่มด้วยซ้ำ ดวงตาแวววาวของจีซองจ้องมาที่เขาก่อนจะส่งรอยยิ้มกว้างให้เมื่อจีมินโบกมือลา


—————



“วันนี้ต้องทานข้าวคนเดียว ดูคุณจีมินท่าทางจะเหงานะคะ” ถาดอาหารถูกวางลงบนโต๊ะเหมือนทุกวัน ทั้งที่ตอนแรกนัดกันไว้แล้วว่าจะเลี้ยงส่งซึงอู แต่อยู่ๆเจ้าตัวกลับรู้สึกไม่สบายเสียอย่างนั้นจึงต้องการพักผ่อนมากกว่าเพื่อเตรียมความพร้อมในวันพรุ่งนี้ ส่วนคุณหมอพอมีคนมากระซิบว่ามีเรื่องด่วนก็รีบผละตัวไปอีกคน แอบรู้สึกเสียดายแต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยบอกลากันก็ได้


“ก็นิดหน่อยครับแต่ผมชินแล้ว คุณไปพักผ่อนเลยก็ได้ ส่วนจานชามพวกนี้ค่อยมาเก็บพรุ่งนี้เถอะ”


เขาแอบได้ยินมาว่าวันนี้เป็นวันเลี้ยงฉลองในเมืองจากพวกคนสวน คงจะน่าเสียดายถ้าคนตรงหน้าไม่ได้ไปร่วมงานสนุกๆเพราะเขา


“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ใช้ดิฉันคอยรับใช้คุณดีกว่า เผื่อว่าขาดเหลืออะไร...”


เธอทำหน้าไม่แน่ใจ แต่แอบเลียริมฝีปาก จีมินคิดว่าเธอคงรู้สึกประหม่าเพราะหน้าที่ติดพัน หล่อนอาจจะมีนัดกับใครสักคนก็เป็นได้


“น่า... คุณอยู่กับผมมานาน ผมไม่ใช่คนที่ดูแลตัวเองไม่ได้เสียหน่อย”


“อีกอย่าง ผมยังเขียนนิยายติดพันอยู่เลยอีกนานกว่าจะหิว” เขายกเรื่องนิยายอ้างเพื่อที่เธอจะได้รีบไปอย่างสบายใจ


“แต่นายท่านบอกว่าให้ดูแลคุณจีมินให้ดี”


“แล้วคุณดูแลผมไม่ดีตรงไหนเหรอครับ? ไม่ต้องห่วงผมหรอกน่า ผมได้ยินว่าวันนี้พวกคุณมีกินเลี้ยงกัน ถ้าไม่รีบไปจะไม่ทันนะ”


“คุณจีมินรู้เรื่องงานเลี้ยง?” ดวงตาของเธอเบิกกว้าง จีมินหัวเราะเพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความรู้สึกอย่างอื่นต่อหน้าเขา


“รู้แค่ว่าวันนี้พวกคุณมีงานเลี้ยงกันก็เลยต้องรีบทำงานให้เสร็จเฉยๆครับ ผมไม่อยากให้คุณพลาดน่ะ”


“อย่างนั้นเหรอคะ... แต่... ถ้าอย่างนั้นคุณจีมินต้องสัญญานะคะว่าจะทานข้าวให้หมดแล้วก็...”


“เรื่องแบบนี้ต้องสัญญาด้วยเหรอครับ ไม่ต้องบอกผมก็กินเกลี้ยงอยู่แล้วละ”


เป็นจริงอย่างที่เขาว่าเพราะเดิมแล้วจีมินไม่ใช่คนทิ้งขว้างอยู่แล้ว แถมด้วยอาหารที่นี่ถูกทำขึ้นอย่างปราณีตจนเขารู้สึกเสียดายหากจะกินมันไม่หมด เขาจึงไม่เคยเหลืออะไรทิ้งไว้เลย


“งั้น...ถ้าคุณจีมินไม่ว่าอะไร”


“ไปเถอะครับ ขอให้สนุกนะครับ”



เขาส่งรอยยิ้มละไมให้กับคนที่โค้งแล้วรีบเปิดประตูออกไป ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง ครั้งนี้เงียบกว่าที่เคย ไม่มีแม้แต่เสียงคนพูดคุยหรือว่าทำงานเล็ดรอด เงียบสนิทเหมือนเหลือเขาเพียงคนเดียว


ที่จริงเขาควรจะเคยชินกับความเงียบ แต่ทำไมความเงียบในค่ำคืนนี้ถึงได้ชวนขนหัวลุกอย่างนี้นะ


เขาเปิดฝาครอบ เจอกับอาหารหน้าตาน่าทานเหมือนทุกวัน ใช้เวลาไม่นานก็จัดการมันจนเรียบร้อย แต่ที่แปลกกว่าทุกวันคือคือแอปเปิ้ลที่ควรจะหวานปานน้ำผึ้งกลับให้ความรู้สึกเปรี้ยวฝาดเมื่อกัดกร้วมเข้าไปหนึ่งคำ จีมินเป็นประเภทที่ไม่ถูกกับของเปรี้ยวถึงได้วางมันลง จะทิ้งไว้ในถาดก็กลัวว่าสาวใช้จะเสียใจถึงได้เอาไปวางไว้ที่อื่น กะว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยแอบเอาไปทิ้ง


คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์ส่องสว่างกว่าทุกวัน เขาตัดสินใจดับไฟในห้อง หวังจะชื่นชมแสงจากธรรมชาติ รู้สึกง่วงงุนก็เลยผลอยหลับไป





4





ดวงตาของเขาเบิกโพลงไม่ทราบสาเหตุ กลางดึก รอบด้านมืดสนิทเหลือเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านผ้าม่านสีขาวโปร่ง ผ้าห่มของเขากองไปอยู่กับพื้นโดยไม่รู้ตัว มิน่าถึงได้รู้สึกหนาวเย็นยะเยือก รู้สึกขี้เกียจจนต้องใช้นิ้วเท้ากวาดลงไปคีบผ้าห่มขึ้นมา ดวงตาที่กำลังจะปิดลงต้องเปิดขึ้นมาใหม่เพราะเสียงกรีดร้อง มันเป็นครั้งที่สอง เพราะครั้งแรกสติสัมปัญชะของเขายังไม่ดีพอจะรู้ว่าตนเองตื่นเพราะเสียงร้องโหยหวน เขานึกสงสัยจึงแอบโผล่หัวออกไปส่องตรงหน้าต่าง


ด้านนอกเงียบสนิท ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหรีดเรไร หรือว่านกฮูกนกเค้าแมวเหมือนทุกวันราวกับพวกมันเก็บซ่อนตัวจากอะไรบางอย่างที่อันตราย แว่วเสียงคำรามเหมือนสัตว์นักล่ากำลังฉีกเหยื่อออกเป็นชิ้นๆ


เสียงอะไร


แม้จะรู้สึกกลัว แต่ความอยากรู้อยากเห็นทำให้จีมินไม่สามารถข่มตาลงนอนได้ เขาหยิบเสื้อคลุมมาสวม เปิดแง้มประตูเห็นทางเดินว่างเปล่า ผนังฝั่งตรงข้ามประตูห้องคือบานหน้าต่างเรียงกัน เขาคุกเข่าลง ทิศทางของเสียงมาจากด้านนอกจึงแอบโผล่ให้สายตามองลอดออกไป


เงาร่างสีดำมุ่งตรงไปยังทิศทางด้านหลัง


ใจนึกอยากจะออกไปค้นหาความจริง เสียงร้องนั่นแว่วหายไปแล้ว แต่พลันกลับได้ยินสวบสาบ หัวใจแทบจะตกไปอยู่ที่ตาตุ่มจนต้องรีบกลับเข้าห้องแล้วปิดประตูให้เบาที่สุด


พยายามข่มตาให้หลับลงในความมืด แสงสีนวลด้านนอกที่เคยคิดว่าสวยงามพลันกลายเป็นน่าจนหัวลุก


มันเกิดอะไรขึ้น?


ใครก็ได้ช่วยบอกเขาที ทุกคนยังปลอดภัยหรือไม่ หรือว่ามีสัตว์ป่าดุร้ายหลงเข้ามา...


กระสับกระส่ายไปมาจนถึงใกล้เช้า แยกแยะไม่ออกว่าสิ่งไหนคือเรื่องจริงสิ่งไหนคือเรื่องลวง


ในความฝัน ท้องฟ้าเป็นสีขาวสะอาดเหมือนหน้ากระดาษ จ้องมองแขนและผิวกายส่วนอื่นของเขาเปล่งประกายราวกับเคลือบด้วยกากเพชร


‘ที่นี่ที่ไหน’


ความเจ็บแปลบที่เท้าทำให้เขาก้มลงมอง สิ่งที่ตนเหยียบย่ำอยู่คือทุ่งดอกกุหลาบสีประหลาดซึ่งอยู่ในเรือนกระจก เท้าของเขาถูกบาดด้วยหนามของมันจนเลือดไหลเป็นทางยาว


สมองของเขาคิดจะหยุดเดิน แต่เท้าทั้งสองข้างไม่เชื่อฟังก้าวผ่านหนามแหลมคมนั่น เขารู้สึกเจ็บ แต่อาจเพราะนี่คือความฝันจึงไม่สามารถควบคุมได้ เขาตัดสินใจปล่อยให้เลยตามเลย สองเท้าจะนำพาไปสู่ที่ใดสุดท้ายก็คือฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น


กระจกบานใหญ่หรูหรา ไม่รู้เมื่อใดที่เท้าของเขาหยุดที่เบื้องหน้ามัน กระจกโบราณ แกะสลักด้วยไม้ชั้นดีจนได้กลิ่นหอมอ่อนของเปลือกไม้ ลวดลายฝังด้วยอัญมณีล้ำค่าและเปลือกหอยเหลือบสีรุ้ง หากจะให้เขียนว่าใครที่เป็นเจ้าของมัน ใจของเขากระหวัดไปถึงหญิงสาวสูงศักดิ์ซึ่งอยู่ในรูปภาพ อาจเป็นคุณหนูตระกูลคุณนางสักคน หรือเจ้าหญิงของประเทศหนึ่ง 


มือของเขาทาบไปที่บาน ก่อนจะนึกประหลาดใจเพราะมัน ‘ไม่’ สะท้อนเงาของเขา


ไม่สะท้อนเงา?


เข่าทั้งสองข้างทรุดลงกับพื้น มือของเขาพลันเกี่ยวกับหนามแหลมคมของดอกไม้ที่เบ่งบานด้วยเลือด ‘ของเขา’ โดยไม่รู้ตัว มือของเขาแตะลงที่ส่วนซึ่งควรจะสะท้อน เมื่อบานแก้วถูกแตะต้องด้วยเลือด ภาพสะท้อนที่ควรมีมาตั้งแต่แรกจึงปรากฎขึ้น


ลมหายใจของเขาขาดห้วง เถากุหลาบเหล่านั้นเลื้อยเข้ามาใกล้ จนหนามของมันปาดเข้าที่ลำคอของ------



เพล้ง!


ตุบ!



เฮือก!



ภาพแปรกลับมาเป็นเพดานที่ขาวสะอาดที่คุ้นตา แสงจ้าของแดดส่องลอดผ่านผ้าม่านผืนเดิม สว่างมากพอจะทำให้เขารู้สึกได้ว่าตัวเองตื่นสายมากกว่าทุกวัน



ฝัน?



เขาเอามือแปะที่หัวของตัวเอง


มันก็แค่ความฝัน


ฝันประหลาด


ฝันที่ทำให้เจ็บได้... แต่เดี๋ยวนะ


เขาลุกจากพื้น จีมินไม่เคยนอนตกเตียงมาก่อน ความเจ็บแปลบทำให้เขาเพิ่งสำรวจตัวเองว่าทั้งที่มือและเท้าต่างเป็นแผลเพราะถูกเศษแก้วแตก



แผลที่เหมือนกับในความฝัน



โดยไม่รู้ตัว เขาหวีดร้องเสียงแหบ ดวงตาพร่าเบลอ ไวเท่ากับความคิดเสียงประตูเปิดออก อ้อมกอดอุ่นรัด แขนของเขาเกาะแน่นที่ความร้อนนั้นเหมือนมันเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียว น้ำตามากมายร่วงพรู ความฝันอันน่ากลัวที่เหมือนความจริงอย่างประหลาด รอยแผล เสียงสัตว์ป่าคำราม


“ผมอยู่นี่ จีมิน ไม่เป็นไร... คุณไม่เป็นไร”


“ยุนกิ!...  คะ คุณหมอ...”


ดวงตาหรี่ลงเมื่อรู้สึกถึงความปลอดภัย คุณหมอลูบไล่ไปตามแผ่นหลังสั่นระริกในขณะเดียวกันก็มองสำรวจรอยเลือดด้วยความแปลกใจ


“เกิดอะไรขึ้น จีมิน มีอะไรมาทำร้ายคุณเหรอ”


ไม่มี มันคือความฝันของผมเอง



“ผะ... ผม”


“ใจเย็นๆก่อน มองตาผม”


ดวงตาของเขามอสบกับดวงตาสีดำสนิทของคุณหมอหนุ่ม ใจที่เต้นระรัวสงบลงอย่างรวดเร็วเพราะประกายบางอย่างที่สะท้อนกลับมา


ใบหน้าหล่อเหลานิ่งราวกับรูปสลัก สองแขนของคุณหมอมินกักเขาไว้ราวกับเป็นปราการที่แน่นหนาที่สุดในโลก ในตอนนั้นเองที่จีมินรู้สึกถึงความไม่ปกติของตัวเอง



“ผมฝันร้าย”


“ฝัน?”


ดวงตาเหลือบมองไปที่พื้นก็เห็นเศษแก้วซึ่งคาดว่าเขาคงจะเผลอฟาดมันจนร่วงลงมาแตก มือของเขามีรอยแผลเพราะมันไม่ใช่เพราะอย่างอื่น


“ผมจำไม่ได้แล้ว...” เปล่า ที่จริงเขาจำมันได้หมดทุกอย่าง


“จำได้แค่ว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สงสัยผมคงจะเผลอทับเศษแก้วพวกนี้ละมั้งครับ”


“เผลอร้องซะดังเลย ทำให้คุณหมอต้องตกใจแล้วครับ”


คุณหมอเผลอหัวเราะออกมากับท่าทีเขินอายนั้นก่อนจะส่ายหัว “ไม่เป็นไรครับ เอาเป็นว่า เราต้องจัดการกับแผลที่เท้าคุณก่อนนะ”


ยุนกิก้าวข้ามผ่านเศษที่แตกไปยังเก้าอี้ที่จีมินพาดเสื้อคลุมเอาไว้ หยิบมันมาคลุมให้กับคนตัวเล็กกว่าแล้วช้อนอุ้มขึ้นทั้งตัว


“คะ คุณหมอจะทำอะไรครับ”


นึกสงสัยว่ามิน ยุนกิไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนทั้งที่ตัวของเขาก็พอๆกันติดออกจะหนากว่าเสียด้วยซ้ำ 


“ย้ายที่ครับ เตียงของคุณเลอะหมดแล้ว เดี๋ยวให้คนใช้มาจัดการก่อน”


ริมฝีปากของคุณหมอเผยรอยยิ้มที่หาได้ยากเมื่อแขนของคนเจ็บคล้องรอบคอเค้าเมื่อรู้สึกถึงความโคลงเคลง ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะทำหน้าแบบไหนอยู่เพราะเอาแต่ซุกหน้าอยู่กับไหล่ของเขา ไม่ถามเถียงอะไรอีก 


‘หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวเมื่อหล่อนเผลอเหยียบเข้าที่หนามแหลมคม เขาพุ่งตรงมาด้วยความตกใจ จับประคองฝ่าเท้าของเธออย่างทะนุถนอม เจ้าของคฤหาสน์แท้จริงแล้วไม่ใช่คนเย็นชาอย่างที่ใครเข้าใจ’ เขาพลันนึกถึงช่วงหนึ่งของนิยายที่เขาเพิ่งจะจรดปากกาเขียนไปได้ไม่นานนัก



ฝีเท้าก้าวไปตามทางที่จีมินไม่ได้มองว่ามันกำลังพาเขาไปที่ไหน ด้วยความอาย ตัวเขาเองก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งแต่ถูกอุ้มจนตัวลอยแถมคนอุ้มยังดูไม่รู้สึกหนักด้วย นี่ไม่ใช่เหมือนกับฉากในนิยายรักเรื่องหนึ่งหรอกเหรอ หญิงสาวที่พบเจอกับชายหนุ่มเช่นนี้หากไม่รู้สึกตกหลุมรักก็คงจะหวั่นไหวไปแล้วไม่มากก็น้อย เพียงแต่เขาเองไม่ใช่หญิงสาววัยแรกแย้ม ส่วนคุณหมอมินเองก็ไม่ใช่พระเอก ดังนั้นนิยายเรื่องนี้จึงให้ความรู้สึกแปลกอยู่บ้าง สิ่งที่ยากจะอธิบายคือความรู้สึกยุ่งเหยิงที่ทำให้ความหนาวเย็นตอนแรกกลายเป็นความอบอุ่น ชวนให้รู้สึกจั๊กจี้หัวใจอย่างนั้นจนต้องหลับตาปี๋


เขาถูกวางลงบนเก้าอี้โซฟาตัวนุ่ม ได้ยินเสียงหัวเราะแหบต่ำในลำคอจึงได้ลืมตา 


“หลับตาขนาดนี้... กลัวหล่นเหรอครับ” สายตาคู่นั้นมองกันเหมือนจะเย้ยเยาะ ล่วงรู้ความในใจของเขา


“ปะ เปล่าครับ... แค่กลัวคุณหมอจะหนักแค่นั้นเอง”


“ไม่หนักหรอกครับ คุณเบามากจนผมรู้สึกว่าอาหารที่นี่มันไม่อร่อยรึเปล่า แขกของเราถึงได้ผอมขนาดนี้” ตอบไปก็เดินไปหยิบเครื่องไม้เครื่องมือ แผ่นหลังของคุณหมอทำให้เขารู้สึกหายใจสะดวกมากขึ้นเมื่อไม่ต้องสบตากับเจ้าของมัน มองสำรวจแล้วที่นี่คงจะเป็นห้องของคุณหมอ


คุณหมอคุกเข่าลงตรงหน้า ประคองเท้าของเขาขึ้นมาข้างหนึ่งก่อนจะแตะสำลีลงเรียกเสียงสูดปากของเขาโดนอัติโนมัติ คุณหมอได้ยินแล้วก็เงยหน้ามองเขา


“ไม่ร้องนะครับ เจ็บนิดเดียวเอง”


“ผมไม่ใช่เด็กนะครับคุณหมอ ไม่ร้องหรอกครับ”


“เมื่อกี้ใครก็ไม่รู้กอดผมแน่นเชียว”


จีมินไม่รู้ว่าอะไรทำให้คุณหมอที่ปกติไม่มีอารมณ์ขันเหมือนคนอื่นกลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้ มันเป็นส่วนที่ทำให้เขาไม่กล้าจะต่อปากต่อคำด้วยอีกจนต้องหันหนีไปอีกทาง คุณหมอไม่ได้ซักอะไรต่อ แต่ทำแผลให้เขาอย่างระวัดระวังทีละแผลจนเสร็จ


“วันนี้อย่าออกไปเล่นซนที่ไหนแล้วกันนะครับ เดี๋ยวผมไปเรียกคนมาทำความสะอา--”


แผ่นหลังที่กำลังจะลุกออกไปทางอื่นถูกกระตุกรั้งไว้ด้วยมือเล็ก ยุนกิหันกลับไปเจอคนไข้ที่กำลังมองไปทางอื่น แต่นิ้วกำแน่นที่แขนเสื้อของเขา พอจะถามว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจีมินก็รีบพูดขึ้นมา


“คุณหมอ.. อยู่ตรงนี้ก่อนได้มั้ยครับ ผม... ไม่อยากอยู่คนเดียว”


ถึงจะน่าอายแต่จีมินก็พ่ายแพ้ให้กับความกลัวในใจ ความฝันติดตาเขาจนรู้สึกว่าการอยู่คนเดียวมันไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย โชคดีที่คุณหมอไม่ได้ถามอะไร เพียงแต่นั่งลงที่เก้าอี้อีกตัว จีมินเอนหลังกับแผ่นพนัก เมื่อแน่ใจว่าคุณหมอคงจะไม่ลุกหายไปไหนถึงได้หลับตาลง


กระจกที่ไม่สะท้อนเงา ดอกกุหลาบพวกนั้น เลือด


ทำไม


ทำไม





5





เกือบสัปดาห์แล้วที่จีมินไม่ได้ฝันถึงเหตุการณ์เหล่านั้นอีก รวมทั้งลืมเรื่องของเสียงแปลกๆในคืนนั้นไปด้วย ในสมองของเขามีแต่เรื่องของคุณหมอที่หลังจากวันนั้นแล้วเกาะติดเขาราวกับเงาตามตัวจนต้องออกปากไล่ให้ไปทำงานทำการ ความหวานล้ำที่ซ่อนอยู่ทำให้ตัวเขาไม่สามารถมองตาคุณหมอมินตรงๆได้อีกต่อไป 


สงบเงียบอย่างน่าแปลก


แม้แผลที่เท้าจะหายจนเกือบสนิทจนทำให้เขาสามารถเดินไปไหนมาไหนได้เองแล้ว แต่การอยู่ในห้องทำให้ทุกครั้งก่อนเข้านอนเขาได้แต่ผวาว่าจะฝันอะไรแปลกๆอย่างนั้นอีกเพราะอย่างนั้นช่วงนี้การออกมาสูดอากาศข้างนอกดูเหมือนจะเป็นเรื่องดี สวนดอกไม้ที่เงียบสงบไร้คนก่อกวนทำให้จิตใจของจีมินดีขึ้นมาก อีกส่วนหนึ่งที่เขาไม่สามารถปฏิเสธได้คือเพราะคุณหมอมินมักจะกลับมาจากโรงหมอเร็วกว่าช่วงที่ผ่านมา การใช้เวลาร่วมกับอีกฝ่ายแม้จะไม่ได้มีอะไรหวือหวาไปมากกว่าการอ่านหนังสือ หรือว่าถกกันเรื่องความคิด แต่มันเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบจนเขาไม่นึกอยากจากไปไหน เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าที่จริงเขาเองก็กำลังรอจดหมายติดต่อกลับจากญาติ และจะต้องจากเมืองนี้ไปในสักวัน


เอนตัวลงบนพื้นหญ้าเขียวชอุ่ม สมัยเด็กเขามักจะชอบแผ่ตัวเองลงกับหญ้าแบบนี้แต่เพราะหญ้าในเมืองมักจะถูกคนเหยียบจนสกปรกไม่ก็มีกลิ่นเหม็นเขียวทำให้แม่มักจะห้ามเขาเพราะกลัวเสื้อผ้าเลอะเทอะ แต่หญ้าของที่นี่ถูกดูแลอย่างดี ไม่มีกลิ่น นุ่มนอนสบาย ท้องฟ้าที่นี่ก็สดใสมากเกือบจะไม่มีเมฆมาบดบัง อาจเพราะอย่างนี้กระมังที่ทำให้คุณหมอมินหรือว่าใครถึงชอบอยู่ที่นี่ ไม่พลุกพล่าน มีแต่แสงสีเสียงและกลิ่นควันรถอย่างในเมือง


แกร๊บ


มือที่กำลังส่ายสะเปะสะปะถูกเข้ากับของแข็งบางอย่าง เขาลูบๆคลำๆเห็นว่ามันมีขนาดไม่ใหญ่มากถึงพลิกตัวไปดู มือหยิบได้เอากับวัตถุโลหะพื้นผิวไม่เนียนเรียบเพราะฉลุลาย มันร้อยอยู่กับสร้อยคอสีเงิน เขาหยิบมาดูใกล้ๆ เป็นจี้เงินทรงกลมสลักด้วยลายโบราณเหมือนในภาพยนตร์แฟนตาซี


ของใครมาทำหล่นไว้เนี่ย?


พลิกไปพลิกมาก็เห็นกลไก มันคือล็อกเก็ตนั่นเอง แม้จะไม่อยากเสียมารยาทแต่เขาจำเป็นต้องดูเพราะไม่อย่างนั้นคงจะไม่สามารถคืนมันได้ถูกคน กดที่กลไกเปิดเห็นรูปของชายหนุ่มรุ่นๆสองคนที่ดูอายุไล่เลี่ยกัน


แต่ไม่คุ้นหน้าเลย ไม่เคยเห็น


พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก


“นั่นของผมเองครับ”


เสียงนั้นทำให้จีมินสะดุ้งเฮือกเพราะเขาไม่รู้สึกแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าของอีกฝ่าย คนที่มาใหม่คือผู้ชายหนึ่งในสองคนที่อยู่ในรูป รูปถ่ายนั้นแม้จะไม่ได้ดูผ่านกาลเวลามายาวนานทว่าเจ้าของมันกลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่ร้อย จีมินรีบลุกขึ้น ค้นพบว่าผู้ชายคนนี้ตัวสูงกว่าเขามาก เอกลักษณ์ที่อยู่บนใบหน้าคือดวงตากลมโต จมูกโด่ง เรือนผมสีน้ำตาลโทนช็อกโกแลตซึ่งดูเหมือนพวกวัยรุ่นในเมืองทั่วไป ดวงตาคู่นั้นเป็นสีเทาคมกริบ เขาสวมเพียงเสื้อสีดำตัวยาวแนบลู่ไปกับแผ่นอกกว้างกับกางเกงขายาวเข้ารูปสีเดียวกันอวดเรียวขาแกร่ง แต่งตัวเรียบง่ายนี้ก็ชวนให้รู้สึกว่าหน้าตาดีมากจนเขาคิดว่าในคฤหาสน์แห่งนี้เป็นแหล่งรวมนายแบบชั้นยอด


“เอ่อ... นี่ของคุณครับ” เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเขาจึงทำได้แค่ยื่นสิ่งของคืนไป เจ้าของมันดูโล่งใจอย่างประหลาด คาดว่าของสิ่งนี้คงจะสำคัญมากกับเขา


“ขอบคุณมากครับ ผมเดินตามหาไปทั่วเลย ไม่รู้ว่ามาหล่นอยู่แถวนี้ได้ สงสัยจะรีบเดินไปหน่อย”


“ครับ... ผมเองก็นอนๆอยู่แล้วมือเผลอไปโดนเข้า ไม่อย่างนั้นละแย่เลย แถวนี้มีแต่หญ้าด้วย”



“อ่า นั่นสินะครับ งั้นยิ่งต้องขอบคุณใหญ่เลยที่คุณไปเจอเข้า คุณคงจะเป็นคุณจีมิน... แขกของยุนกิฮยองสินะครับ”


จีมินพยักหน้ารับอย่างงงๆ “ครับ ผมเอง ว่าแต่คุณรู้จักผม...”


“อา ที่นี่... จะว่ายังไงดี ไม่ได้มีคนมาบ่อยนักหรอก แต่ถ้ามีแขกก็ต้องรู้จักกันไว้บ้าง ผมชื่อจองกุก ปกติไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก”


“คุณจองกุกนี่เอง ถึงว่าผมถึงไม่คุ้นหน้าเลยตอนเปิดดูในล็อกเก็ต... คือ ขอโทษนะครับ แค่อยากจะหาเจ้าของให้เจอก็เลยเสียมารยาทไปซะแล้ว” 


จองกุกส่ายหัว “ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่หามันเจอก็ดีใจมากแล้ว”


“ครับ เห็นคุณดูโล่งใจมากเลย น่าจะเป็นของสำคัญสินะครับ”


“ครับ สำคัญ... มาก”


คงจะหมายถึงคนที่อยู่ในรูป แต่จีมินไม่ได้อยากจะละลาบละล้วงนักเพราะเพิ่งเคยจะเจอหน้ากันครั้งแรก จองกุกตัวจริงดูเด็กกว่าที่เขาคิดไว้ อีกฝ่ายลูบๆคลำๆดูว่าล็อกเก็ตที่เพิ่งได้คืนเสียหายตรงไหนมั้ย พอไม่พบก็ฉีกรอยยิ้มหล่อเหลาออกมา


“ดีจังที่มันไม่ได้พัง ว่าแต่... ผมไม่เคยมาเจอหน้าคุณจีมินเลย เสียมารยาทแล้ว”


“ไม่เป็นไรหรอกครับ ที่นี่ทุกคนก็ดูยุ่งๆอยู่แล้ว กับคุณนัมจุนเองผมก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปทักทายเลย ปกติก็มีแค่คุณหมอมินเนี่ยละที่อยู่เป็นเพื่อน งานที่โรงแรมคงจะยุ่งมาก ผมเข้าใจดีครับ”



ผู้ชายคนนี้คือจองกุก เจ้าของโรงแรมซึ่งเป็นหนึ่งในนายท่านของคฤหาสน์ที่เขาอาศัยอยู่นั่นเอง




TO BE CON




first published : 2016.12.12



ตอนแรกจะอืดๆหน่อย ตอนนี้เหมือนจะมีอะไรแล้ว?


ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว

และนักอ่านที่ตามมาจาก Bloody Resonance ขอบคุณสำหรับคอมเม้นมากเลยค่า ^___^

สำหรับลิ้งของ BD ที่เราแปะไว้เป็นเนื้อเรื่องตอนแรก แต่เคเคไลน์มาอัพตอนสองไปแล้วเมื่อวานนะคะ

กดไปอ่านกันได้เลย (นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงอัพนั่นเอง ฮา)


ไม่รู้ว่ายังมีคนรออยู่มั้ย แต่ก็อัพค่ะ 55555555 


ขอบคุณกำลังใจดีๆจากคอมเม้นและก็แท็กด้วยนะคะ สำหรับเรื่องนี้เราจะไปกันอย่างช้าๆ

คงไม่ได้มีบู๊แหลกอะไรเหมือนกัปตันขนาดนั้นค่ะ

ส่วนเรื่องนี้กำลังอยู่ในการตัดสินใจว่าจะอยู่ในรวมเล่ม(คือมันแอบยาว)

ใครสนใจ หรือมีความคิดเห็นยังไงก็ไปกรอกฟอร์มได้เลย อยู่ในตอนที่ 30 ค่า

(ขายของอีกๆๆๆๆๆ)


อย่าลืมแวะให้กำลังใจกันที่แท็ก #luvstoryoonmin นะคะ :)

ขอบคุณมากค่า



  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

2,923 ความคิดเห็น

  1. #2894 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 17:03
    ลางหรืออะไร จะบอกกับจีมรึเปล่า
    #2894
    0
  2. #2031 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 02:12
    จีมินมีความเกี่ยวข้องกับที่นี่รึเปล่า ถ้าฝันแล้วเจ็บจริงๆขนาดนั้นฮื่อ 
    แต่ลืมตาขึ้นมาก็ยังเจ็บอยู่เลย คนแรกที่เข้ามาก็คือคุณหมอมิน
    คืนนั้นที่เห็นคืออะไรกันแน่ ไม่น่าใช่สัตว์ป่านะ คือแบบมันไม่น่าหลุดมางะ
    ฮื่อ จีมินอ่า อย่าไปอยากรู้อะไรอีกนะ เดี๋ยวจะเจ็บตัวอีก 
    ส่วนจองกุก ยินดีที่ได้รู้จักแล้วกันนะ 
    #2031
    0
  3. #2004 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 08:20
    ความฝันน่ากลัวมากๆเลยอ่ะ แถมเสียงร้องอะไรนั่นก็ดูจะยิ่งเพิ่มความลึกลับเข้าไปอีก
    ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนว่ามันจะพัฒนาขึ้นนะ หมอมินดูน่ารักไปเลย 5555
    อ้อ หนูจีมเราได้ไอพอดคืนยัง 55555
    แล้วก็อีกอย่าง ทำไมเร่ถึงรู้ว่าเป็นของกุกตั้งแต่บรรยายแค่ดวงตากลมโต 55555
    #2004
    0
  4. #1841 Maysquidz (@piemintza) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 13:11
    ฝันคือแบบน่ากลัวมาก.. เหมือนน้องละเมอจริงๆอะ สองตอนกับความสงสัยนับพันอย่างแหนะ ;-;
    #1841
    0
  5. #1640 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 07:36
    ความลึกลับแบบสุด เสียงนั้นคิดว่าเดาออกว่าของใคร
    #1640
    0
  6. #1368 TNT&NY (@nickte) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 20:06
    สงสัยอะไรเยอะมากเลยอ่ะ เสียงที่ว่านั่นคงเป็นเสียงของ...เอ่อไม่พูดดีกว่าเนอะ มันดูลึกลับน่าค้นหาดีนะเราชอบภาษาที่ไรท์ใช้นะมันอ่านไม่ยากนัก แล้วเนื้อเรื่องเองก็ไม่ได้ยืดจนเกินไปด้วย #รักไรท์น้าาา^^
    #1368
    0
  7. #1222 NANAYEERP (@NANAYEERP) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:13
    โหดมากตอนจีมินฝัน แอบน่ากลัว ได้แต่คิดแล้วก็สงสียว่าทุกอย่างมันคืออะไรกันแน่ TT
    #1222
    0
  8. #1207 bubibu (@bubibu) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:10
    สนุกมากเลยค่ะ แบบว่านิยายแฟนตาซีสุดๆ อ่านละลุ้นมาก -ุนกินี่คือใครกันแน่ นี่จีมหลุดเข้าไปที่ไหนกันแน่เนี่ย
    #1207
    0
  9. #1112 lazuliite (@lazuliite) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 15:33
    สนุกมากกกกกกกกแบบมากๆๆๆ มันคือเสียงอิรุยยยย และคือความฝันของจีมินสุดยอดมาก โหวตให้เป็นเดอะเบสซีนเลยจากเราเอง คิดภาพตามแล้วเหมือนดูหนังเลย ตื่นเต้นและกลัวอ่ะ คือเราคิดตามทุกคำบรรยาย ใจหวิวเพราะกลัวเลือด55555555 ที่เอะใจสุดคือทำไมจีมินไม่มีเงา จะเกิดอะไรขึ้นกับจีมินกันนะ แต่เอาจริงเราก็พอรู้เพราะเจอสปอยโดยบังเอิญ พรากกกก แต่ไม่เป็นพอได้มาอ่านก็ยังตื่นเต้นอยู่ แล้วคือตอนนี้ทำไมคุณหมอมินหล่อจัง อบอุ่น อ่อนโยนมาก แง อยากได้เลยอะแต่เราจะไม่สู้ ฮือตอนอุ้มจีมินไปทำแผลก๊าวใจมากกสกาแทหใหวดสกส พ่ายแพ้ ความจริงที่ว่าจอนจองกุกปรากฎตัวออกมาก็ต้องมีอะไรแน่ๆ แบบไม่ใช่แค่จำต้องออกมาเพราะเป็นหนึ่งในตัวละครของเรื่องนี้อ่ะ หรือเราจะคิดมากอีกแล้วนะ55555 เดี๋ยวต้องได้ตามไปอ่านฟิคกุกจินด้วยแน่เลย รู้สึกต้องการเติมเต็มทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุณหมอกับฟิคเรื่องนี้
    #1112
    0
  10. #1045 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 08:22
    ตื่นเต้นจัง รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังเลยค่ะ > <
    #1045
    0
  11. #997 eunset1663 (@eunset1663) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 00:06
    รอค่ะ เนื้อเรื่องดีมากเลย อยากให้เปิดเป็นเรื่องยาวเลยยย ชอบทั้งยุนมิน และ กุกจินเลยค่ะ
    #997
    0
  12. #950 minitsme13 (@minitsme13) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 23:56
    เราอ่านทั้งยุนมินและกุกจิน เมืองนี้เริ่มไม่น่าอยู่แล้วสิฮ่าา รู้สึกระแวงกับฝันของจีมินจัง เป็นลางอะไรรึเปล่านะ? แต่คุณหมอจะดูแลจีมินอย่างดีใช่มั้ยคะ??? รออ่านนะคะ
    #950
    0
  13. #948 ณ. ล้านนา (@deluxe_555) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 22:52
    อ่านของกุกจินมาบอกเลยว่าค้างมากเลยค่ะ พอมาอ่านนี่เหมือนจะเริ่มมีอะไรแล้ว นี่ก็เริ่มเดาแล้วว่าจีมินอาจจะโดนเปลี่ยนไม่ช้านี้แน่ๆเลยอ่ะ ส่วนล็อกเกตที่จีมินเจอต้องเป็นรูปจองกุกกับจินแน่ๆ
    #948
    0
  14. #946 Milklove2547 (@Milklove2547) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 21:31
    ชอบคร้าาา
    #946
    0
  15. #945 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 21:12
    ไรอ่ะ เอ้ะๆๆ เดาไม่ถูกเลย;-;
    #945
    0
  16. #944 Im_Jinyoung (@Im_Jinyoung) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 20:56
    แงงงงสงสารจีมิงงงฮือออออย่าให้เป็นแบบนั้นอีกนะ คุณหมอมาดูแลจีมิงหน่อย??
    #944
    0
  17. #943 Jdppp (@Jdppp) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 18:50
    สู้น้าา เรารอไรท์นะค้า รู้สึกเสียวคอ บรึ๋ย..
    #943
    0
  18. #942 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 18:06
    จีมินฝันน่ากลัว มันคือเรืีองจริงไหมเนี่ยหรือลางบอกเหตุอะไรรึเปล่า
    #942
    0
  19. #940 แตมป์ (@stampna) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 12:53
    แอบอ่านคอมเม้นมีคนบอกกลัวจีมินตาย กี้ดดด กลัวด้วยเลยค่ะ ;----; ทำไมอ่านแล้วรู้สึกถึงบรรยากาศชื้นๆ อึมครึม ถึงตอนกลางวันมีแสงก็ไม่ได้สว่างมาก ฮรึกกก จีมินเป็นอะไร คุณหมอเป็นอะไร คนในเมืองเป็นอะไร แล้วดอกไม้นี่ทำอะไรได้รึเปล่า ซึงอูไม่สบายจริงๆหรอหรืออะไรทำ ฮือออ สงสัยอยากรู้เต็มไปหมดเลยค่ะ แต่ความสัมพันธ์ของคุณหมอมินกับจีมินก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
    #940
    0
  20. #939 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 10:11
    โง้ยยยย เราตื่นเต้นอ่ะ กลัวความฝันจีมินมากๆเลย มาตอนนี้ได้เจอจองกุก ล็อคเก็ตนั้นคงสำคัญมากแน่ๆ ว่าแต่เสียงนั้นที่จีมินได้ยินคือเสียงอะไรอ่ะ ไหนจะความฝันนั้นอีกและรอยแผลนั้นTT
    #939
    0
  21. #937 'schdapt (@junkim) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 02:27
    นี่เรื่มกลัวใจแล้วว่าจีมินจะตายจริงๆเพราะไปอ่านของคุณเคเคไลน์มาก่อน โอ้ยยย เป็นเรื่องที่ต้องค่อยๆอ่านเก็บทีละประโยค กลัวหมดตอนเร็ว แต่ก็จบจนได้ ฮืออ นี่สงสัยเหมือนจีมินเลย สรุปแล้วโดนอะไร กุหลาบ กระจก อะไีร ยังไง สงสัยมาก รอติดตามนะคะะ
    #937
    0
  22. #936 c h i m (@zariana) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 01:25
    แงง คุณหมอน่ารักมากๆเลยค่ะ ฮือ ว่าแต่ทำไมจีมินถึงมาอยู่กับคุณหมอได้นะ เรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร!! รอนะคะะ
    #936
    0
  23. #935 jaepytn (@jaepytn) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 01:03
    รอน้าค้า
    #935
    0