(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 32 : 09 : ALWAYS (4/4) !!END!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59




Title: ALWAYS

Relationship: yoongi/jimin

Genre: Alternative Universe, Against, Fluff?

Word: 9818 (total : 

Note: And I will always protect you

Note2: แนะนำให้ย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ตอนที่หนึ่งใหม่ (เพราะเช่ือว่าทุกคนลืมแล้วว่าเนื้อหามันเป็นยังไง) และมีคีย์เวิร์ดบางคำที่อาจนำมาจากตอนก่อนๆ แนะนำ แนะนำ!




ไม่ต้องตกใจนะคะ มาอัพตอนจบแล้วจริงจริงค่ะ 



10




เขาจำไม่ได้ว่าตอนนั้นอายุเท่าไรแล้ว บางทีอาจจะเป็นช่วงปีสอง หรือว่าปีสามของการเป็นนักเรียนแพทย์ละมั้ง เพราะบ้านอยู่ห่างไกลจากมหาวิทยาลัยค่อนข้างมากทำให้การเดินทางไม่สะดวกทำให้จีมินตัดสินใจเช่าหอพักอยู่แถวๆที่เรียน ช่วงปีแรกก็กลับบ้านตรงเวลาคือทุกวันศุกร์เย็นกลับหอพักวันอาทิตย์ตอนค่ำหลังจากรับประทานอาหารกับครอบครัวเสร็จแล้ว แต่พอเริ่มเข้าสู่เนื้อหาที่เข้มข้น กับการเข้าเรียนแลปทำให้เขาแทบไม่มีเวลาทำอะไรเลย นึกสงสัยเจ้าเพื่อนซี้อย่างคิม แทฮยองว่ามันเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟน แค่ทำการบ้านอ่านหนังสือก็ไม่มีเวลาจะหายใจอยู่แล้ว


เขาก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังจบช่วงสอบไฟนอล ที่บ้านของเขาถามว่าอยากจะไปเที่ยวไหนช่วงปิดเทอม (ที่มีเวลาพักแค่เกือบสองสัปดาห์) เขาตอบกลับไปทันทีว่าไม่อยากที่จะไปไหน อยากจะทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วหลับยาวๆติดกันสักสองสามวัน


‘ปีนี้มีฝึกคงไม่ได้กลับไปนะ’


ข้อความที่ใครบางคนส่งกลับมาหาล่วงหน้าทำให้เขารู้ดีว่ามันคงจะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่วันหยุดที่เขาโหยหากลายเป็นวันหยุดที่น่าเบื่ออีกครั้ง


มัวแต่ทำอะไรของเขาอยู่นะ ทำงานเหมือนที่บ้านมีหนี้เป็นร้อยล้านอย่างนั้นละ


จีมินไม่ได้เป็นคนเพื่อนน้อยหรือไม่มีเพื่อนอย่างนั้นหรอกนะ แต่เขาเป็นคนที่โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ทั้งกับตัวเองกับครอบครัว ตอนเด็กๆไม่อยากจะนับเพราะว่าตอนนั้นพี่สาวของเขาก็กำลังอยู่ในวัยรักสวยรักงาม ออกไปเที่ยวเพื่อนมากกว่าจะมานั่งเห่อน้องชายแล้ว ส่วนยุนกิเองก็เหมือนกัน ทั้งคู่เลยสนิทกันมากจริงๆเหมือนกับพี่น้องท้องเดียวกันยังไงยังงั้น 


แต่มัน...


ที่จริงแล้วไม่ใช่แค่นั้นหรอก


ตอนยุนกิหายไปปีแรก เขาไม่ได้คิดว่าจะเหงาขนาดนั้น เหมือนของบางอย่างที่มันเคยอยู่ติดตัว เคยหยิบเคยใช้มันทุกวันหายไป ก็แค่คิดว่ามันคงเป็นแค่ความเหงาเพราะไม่มีใคร


แต่มันไม่ใช่


มีปัญญาสอบเข้าเรียนหมอ จีมินไม่ได้เป็นคนโง่


มันจะมีสักกี่ความรู้สึกบนโลกนี้เชียว ที่โหยหาอยากให้ใครสักคนอยู่ข้างๆ หรืออยากจะเห็นหน้ากันทุกวัน พอเขาไม่อยู่ก็เป็นเราที่ไม่อยากจะทำอะไรเลย หนังสือที่ตะบี้ตะบันอ่านเหมือนคนบ้าไม่ได้ช่วยให้ความอ้างว้างมันจางหาย


ชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัยไม่มีอะไรยุ่งยาก แต่ชีวิตการฝึกทหารมันไม่ใช่ สังคมของอีกฝ่ายเข้มงวดกว่ามาก กินนอนตรงเวลา จำกัดการติดต่อสื่อสาร 


‘อยากให้กลับมาไม่ได้เหรอ’ อยากจะถามออกไปแต่ก็ไม่กล้า


ให้เขาไปอยู่ข้างๆ... ก็ไม่ได้อย่างนั้นเหรอ


จีมินเคยคิดจะเรียนเป็นแพทย์ทหาร แต่เขารู้ดีว่ายังไงที่บ้านก็คงไม่มีวันยอม


ตอนที่อยู่ในมหาลัยก็เห็นแต่วิวตึกสูงไม่ก็ถนนที่เต็มไปด้วยรถ ที่บ้านของเขาด้วยความที่ทำอาชีพหมอกันทั้งตระกูลถึงเล็งเห็นความสำคัญของการรักษาสุขภาพ นอกบ้านถึงปลูกต้นไม้ทำสวนร่มรื่นทั้งหมด เวลาเหนื่อยๆเครียดๆก็ออกมาเดินเล่นให้ดวงตามองเห็นสีเขียวบ้าง ไม่ใช่มองแต่คอมพิวเตอร์ 


พ่อของเขามีงานอดิเรกก็คือดูแลต้นไม้พวกนี้นี่ละ


เซอร์ไพรส์!!!/เฮ้ย!!!!”


คนที่เขากำลังบ่นว่าอยู่ในใจอยู่ๆก็โผล่มาจากพุ่มไม้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าโตขนาดนี้แล้วอีกฝ่ายยังเล่นอะไรเป็นเด็กๆไปได้


“มาได้ไงอ่ะ ไหนบอกว่าไม่ว่างไง”


คนถูกถามเกาหัวแกร็กๆ ไล่เศษใบไม้ที่ติดหัวอยู่ให้ออกไป “ก็อยากมาเซอร์ไพรส์อ่ะ ไหนบอกว่าสูงขึ้นไง โกหก?”


“คนที่สูงกว่าแค่เซ็นเดียวไม่มีสิทธิ์พูดอะไรแบบนี้หรอกนะ”


“ตรงแก้มมีแผลด้วยอ่ะ มีคนบอกมั้ยว่าหน้าตาน่าเกลียด”


“ไม่มีนะ มีแต่คนบอกหล่อ แต่ถ้าคุณหมอว่างั้น คุณหมอก็ช่วยทำแผลให้หน่อยนะ เอาให้กลับมาหล่อมากๆเหมือนเดิมเลย”


ทั้งๆที่เถียงกันตลอดทางเดินเข้าบ้าน แต่บางอย่างในหัวใจมันอุ่นขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ เหมือนการรอคอยที่ได้รับการเติมเต็มมันแล่นขึ้นมาจนต้องระบายออกมาเป็นรอยยิ้ม


เพียงเพราะอีกฝ่ายกลับมา



.






“เฮือก!!!”


ดวงตาสีเปลือกไม้ลืมขึ้นเมื่อภาพทั้งหมดกลายเป็นเกลี้ยวโค้งหายไปกลายเป็นสีขาว มันคือความฝัน


“จีมินฟื้นแล้วซอกจินฮยอง” เสียงคุ้นเคยของเพื่อนสนิททำให้เขาหรี่ตาลงสู้แสงไฟนีออน มันคือเพดานของค่ายทหาร ได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาก็ต้องหลับตาลงข้างนึงเมื่อคุณหมอคิม ซอกจินเอาไฟฉายมาส่องที่ตาเขาเพื่อทำการตรวจเช็ค


“เจ็บตรงไหนมั้ย จีมิน นี่รู้ตัวรึเปล่าว่าโดนยิง”


พออีกฝ่ายพูดคำว่าโดนยิง เหตุการณ์ก่อนหน้ามันก็ไหลเข้ามาในหัวเอง


‘จีมิน อย่าหลับนะ’


‘ผม... คู่ควรที่จะเดินข้างฮยองได้รึยัง’


“ฮยอง... กัปตันละครับ”


ก่อนหน้านี้เขาถูกพวกมาเฟียท้องถิ่นพาตัวไปรักษาหัวหน้าใหญ่ที่ชื่ออิไล ก่อนที่ยุนกิจะมาช่วยเขา จำได้ว่าภาพสุดท้ายที่เห็นคือตอนที่ยุนกิยิงอีกฝ่าย ส่วนเขาก็ถูกยิงเหมือนกัน


“กัปตันช่วยนายมาจากซ่องของพวกมาเฟีย ตอนนี้ได้ยินว่าเขาออกไปทำภารกิจอยู่ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปที่ไหน”


“ผมหลับไปนานแค่ไหน”


“สามวัน”


เมื่อพยายามจะลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บที่สีข้างจนต้องนิ่วหน้า เป็นคุณหมอคิม แทฮยองที่ช่วยประคองเขาให้นั่งพิงกับเตียงแล้วก็ยื่นแก้วน้ำจ่อให้ถึงปาก


“ตอนกัปตันอุ้มนายมาพวกฉันตกใจแทบตาย จีมิน นายเป็นหมอนะไม่ใช่คนเหล็กจะเอาตัวไปรับกระสุนสุ่มสี่สุ่มห้าไม่รักชีวิตตัวเองรึไง”


เขาหัวเราะแหะๆ ที่จริงตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรเลย เหมือนตัวมันไปเองด้วยซ้ำ


โชคดีที่กระสุนไม่ได้โดนที่จุดสำคัญ ร่างกายถึงฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดไว้ผ่านไปสองสัปดาห์แผลก็หายจนเหลือเพียงแค่รอยเท่านั้น แต่จนแล้วจนรอดกัปตันก็ไม่ติดต่อกลับมาเลยแม้สักครั้ง แต่ละวันผ่านไปจากเหนื่อยหน่าย พอถามใครก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่าเขาไปที่ไหน การฝ่าฝืนคำสั่งครั้งนี้ของกัปตันเพื่อไปช่วยเขาถือเป็นการทำผิดวินัยทหาร (จองกุกบอกเขาว่ากัปตันไม่ได้สนใจอะไรเลย) ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายป่านนี้จะโดนคุมตัวหรือว่าลงโทษยังไงไปแล้ว คิดกี่ทีก็รู้สึกผิด


“ปาร์คซอนแซงไม่ต้องรู้สึกผิดไปหรอกครับ คุณก็รู้ว่าต่อให้มีโอกาสเลือกซ้ำอีกครั้ง ยังไงเขาก็ต้องเลือกที่จะไปช่วยคุณอยู่แล้ว”

“ผมรู้ครับ แต่เขาเล่นหายไปเลยแบบนี้... ยังไงก็อดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ครับ”


“กัปตันก็อย่างนี้ละครับ เวลาฝึกหรือทำภารกิจจะจดจ่ออยู่กับงานมากกว่าอย่างอื่น ถ้าเขามีโอกาสยังไงก็ต้องติดต่อมาถามอาการปาร์คซอนแซงอยู่แล้วละครับ”


“ผมหวังว่าอย่างนั้นครับ”


แต่ก็ไม่มีการติดต่อกลับมาจากอีกฝ่ายเลยสักครั้ง 


สามวันผ่านไป จ่าจอนบอกเขาว่ากัปตันดีใจที่เขาฟื้นแล้ว ให้ดูแลตัวเองดีๆ


หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป แผลของเขาเกือบจะหายสนิท กัปตันกลัวว่าเขาจะไม่อยากอาหารเลยให้อีกฝ่ายต้มรามยอนใส่กิมจิมาให้เขาเยอะๆ


หนึ่งอาทิตย์กับอีกสี่วัน เขาพยายามจะขอร้องให้จ่าจอนต่อสายเขาให้คุยกับกัปตัน แต่อีกฝ่ายกลับยุ่งจนเกินไป


จีมินรู้ดีว่ายุนกิเป็นคนเก่ง ที่จริงเขาไม่ควรเป็นกังวลให้มากจนเกินไป แต่หลายครั้งที่กลางดึกต้องแอบออกมานั่งมองดาวคนเดียว หวังจะให้ความกังวลที่มีมันหายไป


ป่านนี้จะทำอะไรอยู่นะ? กำลังยิงใครสักคนอยู่รึเปล่า?


เขาไม่รู้หรอก มีแต่อีกฝ่ายเท่านั้นละที่รู้ว่าเขาจะกิน จะนอน ปวดแผล บ่นอะไรบ้าง เขารู้ว่าความเคลื่อนไหวของเขาอยู่ในสายตาของอีกฝ่าย คิดยังไงมันก็โคตรจะไม่ยุติธรรม


กัปตันจะรู้มั้ยว่าที่เขาต้องการ คือเพียงได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายปลอดภัยหรือไม่เท่านั้นเอง


จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงคุยกันที่ข้างบ้านพักในคืนนี้




“ว่าไงนะ? ต้องการหมอ จะให้ผมไปหาหมอจากไหนดึกป่านนี้แล้ว”


จีมินหรี่หูเงี่ยฟังเสียงของจ่าจอน มองนาฬิกาที่ข้อมือก็พบว่าเป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว ทุกคนเข้านอนกันหมดเพราะความเหนื่อยล้าจากการตรวจคนไข้ ส่วนเขาที่ไม่ได้ทำอะไรมากก็นอนไม่หลับเพราะนอนมาทั้งวันแล้ว


“ฮยองจะบ้าปะ ในเมืองปิดการสื่อสาร ขืนขับรถไปสุ่มสี่สุ่มห้าผมก็โดนตรวจยับหรอก”


ต้องการหมอ?


“นัมจุนฮยอง... ผมรู้ว่ากัปตันเป็นห่วงปาร์คซอนแซงแต่ในเวลาแบบนี้ก็เหลือแค่เขากับคิมแทฮยองซอนแซง คิมซอกจินซองแซง ถ้าฮยองไม่เลือกก็...”

ยุนกิฮยอง!?


“โอเค... ผมจะลองเข้าเมืองดู”


เมื่อจ่าจอนวางสายจากคิมนัมจุนรหัสมอนสเตอร์ เขาก็เตรียมตัวจะกลับห้องไปหากุญแจรถโฟร์วิลล์ที่จำไม่ได้ว่าเก็บไว้ที่ไหน มันยากเหมือนกันที่จะหักห้ามใจตัวเองเมื่อเหลือเขาคนเดียวจากทั้งทีมที่ถูกทิ้งไว้ที่นี่เพราะต้องดูแลค่าย จองกุกยอมรับว่าด้วยเลือดรักทีมตามแบบฉบับทหารทั่วไป เขาตื่นเต้นที่จะได้ช่วยเหลือทีม แต่ไอ้ที่ให้เขาขับรถเข้าเมืองไปร้องขอหมอทหารสักคนจากท่านนายพลเรื่องนี้...


“หวะ เหวออออ ปาร์คซอนแซง”


จีมินตัดสินใจเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายตรงๆ จองกุกมองคุณหมอที่ยังอยู่ในชุดเสื้อนอนลายตารางกับเสื้อคลุม พอจะเดาได้จากหน้าตาเอาเรื่องว่าอีกฝ่ายคงจะรู้เรื่องหมดแล้ว


“ทีมต้องการหมอเหรอครับ”


จีมินฉีกรอยยิ้มสดใสออกมา


“มะ ไม่มีทางครับ กัปตันสั่งแล้วว่ายังไงก็ไม่ให้ปาร์คซอนแซง...”


“คุณไม่มีปัญญาไปหาหมอจากที่ไหนหรอก เชื่อผมสิ”


“ยังไงก็ไม่ได้ครับ”


จีมินจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดเมื่อครั้งนี้จ่าจอนไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาเหมือนที่ผ่านมา


“ผมได้ยินหมดแล้ว ให้เดานะ พวกคุณกำลังมีคนเจ็บที่ต้องการหมอด่วนๆ ผมอาสา คุณก็ไม่ต้องเหนื่อยขับรถไปในเมือง ไม่คิดว่านี่เราวิน-วิน กันทั้งสองฝ่ายเหรอครับ?”


จองกุกกลืนน้ำลาย ส่ายหัวอย่างหวาดๆ ไม่มีใครวินทั้งนั้นถ้ากัปตันรู้เรื่องนี้ และยังไงกัปตันก็ต้องรู้เรื่องนี้


“ไม่ได้หรอกครับ ปาร์คซอนแซง คำสั่งของกัปตันไม่ใช่..”


“ถ้าอย่างนั้นผมจะตามไป จ่าจอนก็รู้ใช่มั้ยว่าสกิลซ่อนตัวของผมมันไม่ใช่เล่นๆเลย”


เขาพยักหน้า ได้ยินว่าตอนนั้นที่เขาโดนยิง ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายขึ้นมาได้ยังไงและที่มากกว่านั้นคือทีมอัลฟ่าเป็นทีมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งเป็นตัวท๊อปของกองกำลัง สัญชาตญาณของแต่ละคนไม่ใช่ขำๆ ตัวเขาที่เข้าทีมมาได้ด้วยพละกำลังและฝีมือการสู้ล้วนๆไม่ใช่สมอง ให้ตายยังไงก็คงไม่มีทางตามอีกฝ่ายเจอ


“จ่าจอนจะบอกว่าผมแอบตามมาก็ได้ครับ ถ้ากลัวกัปตันลงโทษ”


“เฮ้อ... ปาร์คซอนแซงก็เพิ่งหายบาดเจ็บไม่ใช่เหรอครับ”


“ไม่ได้เจ็บมากขนาดนั้นแล้วครับ” ที่จริงแล้วเขาโกหก บางครั้งเวลาที่เอี้ยวตัวยังมีความเจ็บแปลบเกิดขึ้นอยู่บ้าง


“ซอนแซงครับ... ภารกิจครั้งนี้... มันไม่ใช่เล่นๆเหมือนอย่างที่กัปตันไปช่วยคุณหรอกนะครับ”


เมื่ออีกฝ่ายทำหน้าจริงจัง จีมินก็แอบขนลุกไม่ได้ พอจะรู้อยู่ว่าในตอนนั้นกลุ่มมาเฟียของอิไลแตกของเป็นสองฝ่ายทำให้การรับมือไม่ได้ยากอะไรนัก แต่ตอนนั้นเขายังรู้สึกกลัวจนตัวสั่น 



“ผมรู้ครับ แต่ยังไงผมก็ยืนยันที่จะไป ถ้าเปลี่ยนเป็นจ่าจอนกำลังต้องการความช่วยเหลือ ถ้าเปลี่ยนจากผมเป็นแทฮยอง ยังไงหมอนั่นก็คงพูดแบบนี้ จ่าจอนเข้าใจใช่มั้ยครับ”

จองกุกจ้องเข้าไปในดวงตาสีเปลือกไม้เพื่อหาความลังเล ความหวาดกลัว แต่เขากลับไม่สามารถหามันได้พบ ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นหมอ เป็นแค่หมอพลเรือนแท้ๆ แต่กลับมีความกล้ามากกว่าตัวเขาที่ไม่อยากจะให้อีกฝ่ายไปเสี่ยงอันตราย ครั้งแรกที่เจอกัน... เขาไม่เคยเห็นใครสามารถทำให้กัปตันหลุดจากการควบคุมตัวเองได้ถึงขนาดนี้ กัปตันที่เขารู้จักเป็นคนเก่ง ไม่เคยทำเกินหรือขาดไปจากหน้าที่ ในนาทีที่กัปตันพูดว่า ‘สามารถที่จะแลกทุกอย่างที่มี’ ใ้ห้กับปาร์คซอนแซงคนนี้ ความกลัวในใจของเขาก็เกิดขึ้น มันเหมือนกับว่ากัปตันกำลังบอกพวกเขาว่า ไม่เสียใจ ไม่เสียดายที่จะต้องแลกความภูมิใจและเกียรติยศทั้งหมดให้กับคนคนนี้ เขาเคยสงสัยว่าทำไม แต่เมื่อเห็นแววตาและความมุ่งมั่น จองกุกคิดว่าเขารู้แล้ว


ถอนหายใจหนักๆแล้วก็ยักไหล่เท่ๆอีกครั้ง


“งั้นคุณหมอไปเปลี่ยนชุดเถอะครับ ผมจะไปเอาของใช้ที่จำเป็น อีกยี่สิบนาทีเจอกันที่จอดฮอนะครับ”





“ผมมีเรื่องที่จะต้องบอกปาร์คซอนแซงก่อนที่เราจะแลนดิ้งครับ”


จีมินหันหน้ามาจากหน้าต่างที่มีวิวท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มขณะที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปหาทีมอัลฟ่า เขาเห็นจองกุกกำลังเตรียมอุปกรณ์มากมายที่เขาไม่รู้จัก


“ครับ จ่าจอนพูดมาได้เลย”


“ผมไม่อยากให้คุณถือของพรรค์นี้ แต่ยังไงมีไว้ก็อุ่นใจมากกว่าครับ” จองกุกยื่นปืนพกที่หน้าตาธรรมดาที่สุดมาที่ตรงหน้า 


“กัปตันเคยพูดว่าไม่มีทางยอมให้มือที่มีเอาไว้ช่วยเหลือคนต้องมาเปื้อนเลือด แต่ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจากนี้...”


“ภารกิจนี้เป็นภารกิจระดับ SSS ที่จริงกัปตันหลีกเลี่ยงไม่อยากให้ทีมของเราต้องรับภารกิจหนักๆเพราะไม่อยากให้พวกเราต้องเอาชีวิตไปทิ้ง โชคดีที่เขาเป็นลูกนายพลใหญ่ถึงทำได้ตลอดมา...”


“แต่เร็วๆนี้เพราะเขาทำผิดวินัยทหาร เรื่องที่ปาร์คซอนแซงก็ทราบดีอยู่แล้วนั่นละครับ เขาเลยตัดสินใจรับภารกิจนี้เพื่อล้างความผิด แต่นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณหมอหรอกนะครับ กัปตันเป็นคนตัดสินใจและพวกผมเองก็ตัดสินใจแล้วว่าจะติดตามเขาไปทุกทีที่เขาไป”


มือของจีมินสั่น ไม่ใช่เพราะเขากลัวปืน แต่เป็นเพราะอีกครั้งแล้วที่ยุนกิได้ช่วยเหลือเขาไว้ ทำให้ต้องเสี่ยงชีวิตตัวเอง เขารู้ดีกว่าต่อให้อีกฝ่ายมีโอกาสเลือกใหม่อีกครั้ง ก็คงจะตัดสินใจแบบเดิม แต่จะให้เขาไม่รู้สึกอะไรเลย... มันก็เป็นไปไม่ได้


เขาเอื้อมมือไปรับปืนมา มันหนักกว่าที่เขาคิด


“ผมยังไม่ได้บรรจุกระสุน เพราะอยากจะสอนปาร์คซอนแซงใช้ก่อน” 


จากนั้นจองกุกก็สาธิตวิธีการใช้ ตั้งแต่ปลดเซฟ เหนี่ยวไก วิธีบรรจุกระสุน รวมทั้งการใช้ระเบิด ซึ่งเขาได้ย้ำว่าถ้าไม่ฉุกเฉินจริงๆก็ไม่อยากให้ใช้เลย



“ผมขอเล่าคร่าวๆแล้วกันนะครับ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่อยู่ทีมเบต้า โค้ดเนมเจโฮป เขาเป็นแฮคเกอร์ฝีมือดีของเราที่เพิ่งจะเจาะข้อมูลสำคัญบางอย่างมาได้ ฝ่ายศัตรูเลยส่งคนมาลักพาตัวเขาไป พวกกัปตันออกไล่ล่าตั้งแต่ยี่สิบสี่ชั่วโมงแรก แต่กว่าจะตามเจอเขาก็ถูกคุมตัวหน้าแน่น พวกเรากลัวว่าระหว่างนั้นเขาจะถูกทรมานก็เลยอยากให้มีหมอแสตนบายไว้เผื่อว่าเขาถูกทำร้าย”


“ผมเคยทำงานกับเขามาบ้าง หมอนั่นฉลาดเป็นกรดแถมเป็นคนรู้จักพูด หวังว่าปากของเขาจะช่วยทำให้เขาไม่ต้องเจ็บมากละนะ ยิ่งสู้ไม่ค่อยเป็นอยู่ด้วย”


ได้ยินอย่างนั้นจีมินก็เหลือบมองไปที่กระเป๋ายาสีดำที่วางอยู่ข้างๆ มันมีที่ล็อคติดกับเข็มขัดเพื่อให้ติดตัวแน่นไม่กระเด็นหายไปไหน ด้านในมืยาพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการช่วยชีวิต เลือดสำรองทุกกรุ๊ป เข็มฉีดยา และยาชา ตัวเขาในตอนนี้ก็เปลี่ยนมาใส่ชุดดำเพื่อพรางตัวในที่มืด เคยคิดเหมือนกันว่าตอนนั้นที่เห็นกัปตันใส่แล้วอีกฝ่ายก็ดูเท่ดี ไม่คิดว่าวันนี้เป็นเขาเองที่จะได้มีโอกาสสวมใส่มัน นอกจากนั้นยังมีเสื้อกันกระสุน หมวกกันน็อก รองเท้าคอมแบทซึ่งเป็นรองเท้าของกัปตันที่มักจะมีสำรองเอาไว้เสมอ


“ปกติเห็นปาร์คซองแซงใส่แต่ชุดกาวน์ ได้มาเห็นแบบนี้ก็แปลกดีเหมือนกันครับ”


เขาหันไปยิ้มให้คนที่กำลังเหน็บระเบิดไว้ที่เข็มขัดข้างเอว “ที่จริงก็แอบรู้สึกผิดอยู่เพราะปาร์คซอนแซงเป็นหมอของพวกพลเรือนละนะครับ”

“ไม่หรอกครับ พวกคุณตอนนั้นเองก็บุกน้ำลุยไฟมาช่วยผมเอาไว้นี่นา”


“ครับ... แต่... ปาร์คซอนแซงครับ ผมไม่รู้ว่าคุณหมออย่างพวกคุณ จะเข้าใจอย่างที่พวกผมเข้าใจรึเปล่า ที่จริงแล้ว พวกเราเองก็ไม่อยากจะลั่นไกหรอกนะครับ”


ถึงจะถูกฝึกมาเป็นทหารก็เถอะ


“ผมรู้ว่าคนที่ไม่เคยยิงใครมาก่อน... ครั้งแรกตอนที่เล็งปืน มันจะตื่นเต้นมากๆ สองจิตสองใจระหว่าง จะยิงดี หรือว่าไม่ยิงดี แล้วถ้าอีกฝ่ายมีครอบครัวละ จะทำยังไง”


“หลายครั้งที่คิดว่าไม่อยากยิงเลย แต่ถ้าไม่ยิงเขา ก็เป็นเราที่ต้องตาย หลายครั้งที่ต้องสูญเสียเพื่อนร่วมงาน หรือว่าคนที่รักไป หลังๆมานี้ก็เลยคิดว่า เพื่อที่ช่วยบางอย่างเลยต้องยิง คิดอย่างนี้แล้วก็จะสบายใจกว่าครับ”


“ผมรู้ว่าระหว่างปาร์คซอนแซงตัดสินใจมาที่นี่ก็เพราะกัปตัน ถ้าถึงเวลาต้องยิงขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่อยากให้ลังเลเลยครับ ไม่ว่าคนที่ปาร์คซอนแซงจะต้องยิงเป็นใครก็ตาม”


ดวงตาของจองกุกสะท้อนความปวดร้าวบางอย่างที่จีมินไม่สามารถอธิบายออกมาได้


“ยังไงความรู้สึกหลังจากนั้น... ถ้าเรายิงออกไปแล้วสามารถช่วยได้ ก็ยังดีกว่าที่ไม่ยิงแล้วต้องสูญเสียคนที่รักไป ผมน่ะ... คิดอย่างนั้นมาตลอดเลยครับ”


ยิง... เพื่อที่จะปกป้องใครสักคน นี่คือสิ่งที่จอนจองกุกเชื่อมาตลอดสินะ




เมื่อฮอแลนดิ้งลงกับพื้นหญ้าห่างออกจากจุดโจมตีหลายกิโล มันเป็นเวลาตีสามกว่าแล้ว เขาทั้งคู่ลงจากฮอโดยที่มือหนึ่งของจีมินช่วยจองกุกแบกกระเป๋าอาวุธที่เอามาเผื่อทุกคนในทีมด้วย มันหนักจนเขาคิดว่าทำไมทุกคนสามารถเหน็บสิ่งนั้นสิ่งนี้ไว้กับตัวแล้ววิ่งไปวิ่งมาได้โดยไม่รู้จักเจ็บ



“หนักมั้ย” 


เมื่อกระเป๋าในมือถูกดึงออกไปแทนที่ด้วยใบหน้าของใครบางคนที่เขาแสนคิดถึง จีมินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาทั้งที่ทั้งคู่กำลังอยู่ในสถานที่ที่ตึงเครียด ใบหน้าของมินยุนกิไม่มีรอยยิ้ม ในดวงตาเต็มไปด้วยความกังวลมากมาย


ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้ว


กัปตันดูซูบลงไปนะ


“นิดหน่อยครับ ฮยองละ ปลอดภัยดีนะ” เมื่อเขามองสำรวจอีกฝ่ายแล้วไม่พบบาดแผลก็โล่งใจ ทันใดนั้นช่วงเอวก็รู้สึกร้อนเมื่อแผ่นหนังจากสนับมือของกัปตันแตะลงที่สีข้างซึ่งโดนยิง “ยังเจ็บอยู่มั้ย”


เขาส่ายหัว


“ฮยองอ่า ผมไม่เป็นไร”


เมื่อได้ยินคำว่าไม่เป็นไรออกจากมาจาก ยุนกิก็อดไม่ได้ที่จะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้แน่นอย่างที่ใจนึกอยาก ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายหายดีแล้วและไม่ได้รับความลำบากอะไรมา แต่ความรู้สึกที่ว่าเขาไม่สามารถอยู่ข้างๆอีกฝ่ายในระหว่างที่กำลังรักษาตัวได้มันเป็นความรู้สึกขมขื่นอย่างหนึ่งที่ยากจะอธิบาย ปาร์คจีมินไม่มีวันรู้หรอก ว่าคนที่ไม่เคยกลัวอะไรเลยแม้กระทั่งความตายอย่างเขา ก็พลีนรู้จักความกลัวได้ก็เพราะอย่างนี้


“ตอนนายโดนยิง ฮยอง... ฮยอง...”

“ผมรู้... แต่ผมก็หายแล้วนี่ไง”


“รู้ใช่มั้ยว่าพี่ไม่อยากให้นายมาเลย”


“ผมจะดูแลตัวเองดีๆ เราสองคนจะกลับไปด้วยกัน โอเคมั้ย”


กัปตันยิ้ม... ที่จริงทุกครั้งที่ออกทำภารกิจ พวกเขามักจะต้องเขียนพินัยกรรมทิ้งเอาไว้เสมอเพราะไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่าชีวิตนี้จะสามารถแบกกลับไปถึงบ้านเกิดเมืองนอนได้หรือไม่ 


“ฮยอง...” ที่จริงแล้วไม่อยากให้นายต้องมาเจออะไรแบบนี้เลย


“ผมใช้ปืนเป็นแล้วนะ ใช้ระเบิดเป็นด้วย ไม่ต้องกลัวว่าผมจะเอาแต่หนี ผมจะยิงพวกนั้นจนเละเลยเป็นไงละ”


ได้ยินคำล้อเลียนยุนกิก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “นายนะเหรอจะไปยิงใคร ตอนเด็กๆยังวิ่งหนีเขาอยู่เลยไม่ใช่เหรอไงเล่า” 


ไม่มีเวลาให้พวกเขาพูดคุยกันนานนักเพราะว่าภารกิจจะเริ่มในอีกครึ่งชั่วโมงและกัปตันยังมีสิ่งที่ต้องทำ จีมินถูกกำชับมาว่าให้อยู่ข้างหลังกัปตันเอาไว้จนกว่าเราจะไปถึงห้องที่คุมขังตัวประกันโดยโคนันกับอากุม่อนจะเป็นคนปูทางให้ก่อน เมื่อพาตัวประกันออกมาได้ ให้จองกุกรีบคุ้มกันทั้งคู่ออกมาก่อนเพื่อกลับไปที่ฮอและถ้าเจโฮปได้รับบาดเจ็บมากละก็... ให้รีบออกฮอเพื่อพาอีกฝ่ายไปรักษาตัว ซึ่งหวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น


“ตื่นเต้นมั้ยครับ ภารกิจแรกของปาร์คซอนแซงเลยนี่ครับ” นัมจุนหรือมอนสเตอร์ยังคงเป็นฝ่ายกลยุทธ์อยู่เช่นเดิมจึงได้รับหน้าที่ให้คอยควบคุมพื้นที่ปลอดภัยจากตรงนี้


“ตื่นเต้นสิครับ แต่ยังไงเรื่องช่วยคนก็สำคัญกว่า” เขามองดูอาวุธสีดำเมื่อมในมือ ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากจะใช้มันหรอก



“เทคนิคของการยิงนะครับ ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลมั้ย แต่ต้องอย่าไปมองมากครับ ถึงเวลาก็ยิงๆไปเลยถ้าแน่ใจว่าจะไม่โดนคนของฝั่งเรานะ” นัมจุนหัวเราะ “เพราะถ้ามองแล้วจะเกิดความสงสารครับ”


“ผมกลัวว่าผมจะสงสารมากเลยละครับ” เกิดมาเขาเคยมีแต่ช่วยคน ไม่เคยคิดหรอกว่าจะได้มีโอกาสฆ่าใคร


“ผมบอกความลับของกัปตันให้คุณหมอสักอย่างดีมั้ยครับ” 


“ความลับ?”


“ครั้งแรกที่ผมทำภารกิจเป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอกับกัปตันครับ กัปตันตัวเล็กกว่าผมแต่ใจสู้โคตรๆ ปฏิบัติงานจริงไม่เหมือนกับตอนฝึกซ้อม แต่เขานิ่งมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ผมเคยถามเขาว่าทำไม”


“เขาตอบกลับมาว่า ที่บ้านยังมีคนให้รอวัดส่วนสูงด้วยอยู่ เพราะอย่างนั้นถึงต้องกลับไปให้ได้ ว่าจะต้องเสียอะไรไปก็ตาม คาดว่าคนคนนั้นคงจะเป็นคุณหมอละมั้งครับ?”


จีมินไม่รู้ว่าทำไมในตอนนั้นความร้อนบางอย่างถึงได้รื้นขึ้นที่กระบอกตา ความกลุ้มใจ ความลังเล ความสับสนทั้งหมดมันสลายหายไปเพียงเพราะได้ยิน ‘ความลับ’ ครั้งนี้


ถ้าจอนจองกุกยิงใครสักคนเพื่อที่จะปกป้อง สำหรับมินยุนกิ ที่ลั่นไกออกไปก็คงเพราะอยากจะกลับไปหาใครสักคน อย่างนี้ใช่หรือไม่?



ไม่มีเวลาให้กังวลมากไปกว่านั้น ไม่นานกัปตันก็ทำสัญญาณมือเรียกรวมทุกคนไปที่จุดรวม จีมินเองก็เช่นกัน เมื่อตัดสินใจจะร่วมภารกิจ(เขารู้ดีว่าเขาฝ่าฝืนคำสั่งมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว) เขาเองก็จำเป็นจะต้องเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด


“เราจะดำเนินการตามแผนเดิมที่เคยแจ้งไปแล้ว ที่ต้องชี้แจงเพิ่มคือ ให้ทุกคนจำหน้าปาร์คซอนแซงเอาไว้ เขาเป็นหมอที่จะมาช่วยเจ้าหน้าที่เจโฮป ส่วนปาร์คซอนแซง คนพวกนี้คือคนของเราทั้งหมด ใครที่ไม่ใช่พวกนี้...” เขาละมันค้างไว้ เหมือนกับว่าลังเล “ถ้าใครที่ไม่ใช่พวกนี้ ให้ยิงให้หมด”


“รับทราบครับ” 


ที่ข้างเอวของเขามีปืนห้อยอยู่สองกระบอก กระบอกแรกมาจากจ่าจอน ส่วนอีกกระบอกเป็นคนที่กำลังพูดอยู่กลัวว่าเขาจะเผลอยิงกำแพงยิงหินจนกระสุนหมดแล้วไม่มีปืนใช้ถึงได้ติดอาวุธให้เขาเพิ่ม คิดแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะโล่งใจขึ้นดีหรือไม่ทั้งที่มีอาชีพเป็นหมอแต่กลับพกอาวุธเยอะขนาดนี้


“ทีมเอ นำโดยโคนันกับอากุม่อนจะกรุยทางไปก่อน ให้ทุกคนฟังวิทยุให้ดีเผื่อมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เป้าของของเราคือการช่วยและคุ้มกันเจ้าหน้าที่เจโฮปออกมาเท่านั้น เส้นทางของเราจะเป็นอย่างในแผนที่ที่ผมเคยให้ทุกคนดู...”


แต่เขาไม่ได้ดูนี่!


เมื่อจะรู้ทันความคิดของเขา กัปตันรีบหันมา “ส่วนปาร์คซอนแซง คุณแค่ตามผมไว้ อย่าให้ห่างเข้าใจมั้ย”


“อันนี้ก็รับทราบครับ”


“จีมิน! นี่ไม่ใช่เล่นซ้อมรบอย่างที่เราเคยเล่นนะ” เหมือนเพราะรอยยิ้มของเขาทำให้ยุนกิรีบขมวดคิ้ว จะให้เขาไม่เครียดได้ยังไงเมื่อสมัยเด็กๆพอชวนเล่นซ้อมรบทีไรจีมินก็ทำหน้าเหม็นเบื่อ รีบเดินออกมาตายคนแรกแล้วก็ไปนั่งรอเขาเล่นกับตุ๊กตาหน้าโง่นั่น อีกฝ่ายไม่ชอบอะไรแบบนี้ เป็นคนรักสงบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแถมยังขี้กลัว...


“น่า... ชูก้า คุณให้ทีมบีคอยประกบปาร์คซอนแซงไว้แล้วนี่ ไม่เป็นไรหรอก”


ตำแหน่งการเดินของทีมบีคือกัปตันที่อยู่ข้างหน้าสุดและจีมินที่เดินตามหลัง ข้างซ้ายข้างขวาข้างหลังมีคนประกบอีกที ที่จริงแล้วออกจะเป็นการสิ้นเปลืองคนมากไปหน่อย แต่เพื่อความสบายใจของกัปตันก็ไม่มีใครกล้าแย้ง


กัปตันทำท่าว่าจะเถียงบางอย่าง แต่นัมจุนกลับพูดขึ้นมาก่อน “เจาะผังของโกดังได้แล้วครับ”


เขารีบเดินไปดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แผนที่ของโกดังเป็นอย่างที่เขาเคยเห็น แต่มีจุดแดงๆแสดงถึงสิ่งมีชีวิตข้างในอยู่


“งั้นก็เริ่มเลยเถอะ”


กัปตันมองไปที่คุณหมออีกครั้ง คราวนี้ใบหน้านั้นเรียบสนิทไม่มีรอยยิ้มอย่างที่เคย




11



ปฎิบัติการเริ่มขึ้นเมื่อได้รับสัญญาณมือจากกัปตัน ทุกฝีเท้าย่างทุกก้าวด้วยความเงียบกริบจากที่ซ่อนไปจนถึงหน้าโกดังขนาดสองชั้น โชคดีที่จีมินไม่ใช่คนเดินเสียงดังหรือว่าลากเท้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรเพราะการทำงานในโรงพยาบาลต้องอาศัยการเดินที่ไม่รบกวนเจ้าหน้าคนอื่นหรือคนไข้ จึงทำให้ฝีเท้าของเขาพอจะถูไถกลมกลืนไปกับหน่วยอัลฟ่าคนอื่นได้


เสียงของนัมจุนดังขึ้นในอินเอียร์ที่ทุกคนในหน่วยใส่ติดหูไว้สำหรับการสื่อสาร


‘กัปตัน อีกหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรจะมีคนเฝ้าอยู่’


“โคนันกับอากุม่อน” เพียงแค่พูดชื่อเจ้าตัวก็รู้ว่าต้องทำอะไร ทั้งคู่ที่ได้รับหน้าที่ให้เป็นหน่วยบุกเพราะหนึ่ง มีฝีเท้าที่ดีกว่าคนอื่นในทีม ฝีมือการใช้มีดที่ไม่ธรรมดา และประสาทสัมผัสดีเยี่ยมไวต่อการตอบสนองเมื่อเจอศัตรูที่ไม่คาดคิด


‘รับทราบ’


ที่จีมินไม่ทราบคือโดยปกติ นิสัยชอบลุยของมินยุนกิไม่เคยทำให้เขาอยู่กองหลังหรือหน่วยสนับสนุน กัปตันมักจะอยู่ทีมกรุยทางเข้าตะลุมบอนกับศัตรูเป็นคนแรกๆเสมอไม่ค่อยเหลือเหยื่อมาให้ถึงมือลูกน้อง ด้วยเป็นคนถือคติว่าถ้าจะมีใครคนหนึ่งในทีมต้องตายก่อน คนคนนั้นจะต้องเป็นหัวหน้าไม่ใช่ลูกน้อง แต่ครั้งนี้... การมาของจีมินแม้จะพอคาดการณ์ได้ว่าอีกฝ่ายต้องดื้อแพ่งรับอาสา(และคนขี้ใจอ่อนอย่างจองกุกก็ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้) ทำให้เขาต้องย้ายตัวเองมาเพื่ออยู่ข้างๆคุณหมอ


ก็ถ้าถามว่าจะมีใครสักคนที่เขาสามารถไว้ใจให้คุ้มกันจีมินได้ละก็ คนคนนั้นก็ต้องเป็นเขาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?


ตั้งแต่วินาทีที่จีมินล้มลงไปต่อหน้า ยุนกิตัดสินใจแล้วว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยให้คนคนนี้ต้องอยู่ห่างข้างจากเขาอีก


แม้ใจจะคิดว่าเขาเองจะมาเป็นภาระไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องลุยจริง จีมินก็ทำได้แค่มองซ้ายที ขวาที คอยดูคนรอบตัวเขาต่อสู้แทน สนามรบของจริงไม่เหมือนกับในหนังตรงที่ความรู้สึก ความเป็น ความตายคือเรื่องจริง แต่เพราะยังอยู่ในรอบนอกอยู่ทำให้อัลฟ่าทีมไม่ได้ลำบากมากนัก แขนของเขาเกาะหลังกัปตันสองเท้าก้าวตามไปเรื่อย ไม่จำเป็นต้องมองทางเพราะเขารู้ดีว่ากัปตันมิน ยุนกิคนนี้ไม่มีวันพาเขาไปในที่แห่งใดก็ตามที่ไม่ควร


‘อีกสองร้อยเมตรเลี้ยวซ้าย’


ยิ่งใกล้ถึงห้องขังเป้าหมาย ศัตรูก็ยิ่งเพิ่มจำนวน จีมินพยายามจะแตะมือไปที่ปืน แต่มือของเขาสั่นจนไม่กล้าหยิบออกมา


ปัง! ปัง! ปัง!


ตู้มมมมมม


“ไป! ไป! ไป!” ฝีมือการยิงที่แม่นยำทำให้พวกเขาฝ่าดงศัตรูมาได้อีกกลุ่ม จีมินขอสารภาพว่าเขาแทบไม่สามารถอธิบายได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น รู้สึกแค่ว่าถูกดันให้เดินไปข้างหน้า บางทีก็เกือบจะเดินตามกัปตันไม่ทัน ทำใจเดินเขย่งชะโงกหน้าก็เห็นว่ากำลังฝ่ากลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง เสียงรัวปืน ทีมของจ่าจอนที่อยู่ข้างหน้าแทบจะไม่ปล่อยให้มีใครเข้ามาในระยะใกล้ เมื่อทั้งทีมหยุดเดิน จีมินเห็นว่าจองกุกถอยหลบมีดแล้วพุ่งไปปักมีดสั้นในมือใส่คอของคนที่พยายามจะแทงเขาอีกที เลือดสดพุ่งใส่แขนของเขาเต็มๆแต่ดวงตาคู่นั้นไม่มีแม้แต่ความสั่นไหว


“บล็อกซี เคลียร์”


พวกเขาใกล้จะถึงจุดหมายคือห้องที่ขังตัวประกันเอาไว้ พอมาถึงจุดที่มีคนเฝ้าเพียงแค่สองคนที่ด้านหน้า กัปตันยกมือขึ้นให้สัญญาณหยุดเดิน จองกุกถีบประตูก่อนที่เขากับอากุม่อนจะสไลด์ตัวลงต่ำเข้าไปในห้อง จีมินได้ยินเสียงปืนดังขึ้นสามสี่นัดก่อนจะได้ยินเสียงจองกุกตะโกนดังเข้ามาว่า ‘เคลียร์!’ คนที่เหลือจึงตามเข้าไป



ในห้องถูกกั้นด้วยแผ่นเหล็ก มีร่างสามร่างนอนอยู่โดยไม่มีสัญญาณชีวิต เจ้าหน้าที่โค้ดเนมเจโฮปถูกมัดนั่งติดกับเก้าอี้ที่มุมห้องด้านหนึ่งโดยที่คนสองคนที่เข้ามาก่อนเข้าไปแก้มัดมือมัดปาก 


เขาดูไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก


สาเหตุที่ต้องพาหมอเข้ามาด้วย เพราะเคยมีกรณีที่ตัวประกันถูกทำร้าย หรือถูกตรึงไว้ด้วยอุปกรณ์บางอย่างซึ่งไม่อาจเอาออกได้สุ่มสี่สุ่มห้า หมอจะเป็นคนวินิจฉัยว่าควรทำอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุดหรือโดยที่ตัวประกันจะไม่เจ็บปวด เพราะเคยมีเคสที่ดึงตัวประกันจากแท่งเหล็กแล้วเสียเลือดจนสิ้นชีวิตไปก่อนเป็นอันทำให้ภารกิจล้มเหลว ส่วนจองโฮซอกที่อยู่ตรงหน้า นอกจากแผลฟกช้ำและรอยเลือดที่มุมปากก็ดูแล้วยังไม่ได้บาดเจ็บไปมากกว่านั้น


“เจ้าหน้าที่เจโฮป คุณปลอดภัยดีนะ”


อีกฝ่ายพยักหน้ารัวๆขณะที่ถูกแก้เชือกมัดปาก “พวกคุณคงเป็นทีมอัลฟ่า”


“ใช่แล้ว ผมกัปตันชูก้า หัวหน้าปฏิบัติการครั้งนี้ คุณพอจะยืนไหวมั้ย? ผมจะให้คนรีบพาคุณออกไปก่อน พวกนั้นได้ทำอะไรคุณมั้ย”


โฮซอกส่ายหัว ยิ้มทะเล้น “คงต้องขอบคุณปากของผมนั่นแหละที่ทำให้พวกมันไม่อารมณ์เสีย” 


เพราะโฮซอกไม่ใช่สายบู๊มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ผู้คนส่วนใหญ่จึงมักจะประมาทไม่ค่อยระวัง อีกทั้งยังเป็นคนพูดจาดี ที่เจ็บตัวเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นโชคดีแล้ว


“งั้นคุณพอจะลุก...” “ผมลุกไม่ได้”


โฮซอกรอยยิ้มนั้นก็บอกความเศร้าหมองออกมา “ถ้าผมลุกออกจากเก้าอี้ตัวนี้ ระเบิดเวลาที่วางอยู่ทั่วโกดังจะทำงาน ในทีมพวกคุณมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการปลดล็อคระเบิดมั้ยละ”


คำว่า ‘ระเบิด’ ทำให้ทุกคนชะงักค้างก่อนจะมองไปที่รอบตัว ก่อนทุกสายตาจะมองไปที่กัปตัน


ยุนกิมีสีหน้าเครียดขึ้น “ผม” อันที่จริงเขาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรนัก แต่ถ้าเทียบกันแล้วกับคนในทีม วันนี้เขาไม่ได้พามือปลดระเบิดมาด้วยเพราะอีกฝ่ายยังบาดเจ็บอยู่จากการต่อสู้ครั้งที่แล้ว


“พวกคุณพากันออกไปให้หมด ผมจะ...” “ไม่!” 


“จีมิน... ฮยองน่ะ” เขารู้ดีว่าจีมินคิดจะพูดอะไร แต่อย่างที่บอกว่าพวกเขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าระเบิดที่อยู่ใต้ที่นั่งของจองโฮซอกคือระเบิดชนิดใดดังนั้นเหมือนอีกฝ่ายลุกขึ้น เวลาจะเริ่มนับถอยหลังและถ้าพลาด เท่ากับทั้งโกดังนี้จะระเบิดทันที


จีมินส่ายหัว ให้ตายยังไงเขาก็ไม่มีวันปล่อยยุนกิทิ้งไว้คนเดียวเป็นอันขาด


“พวกเราก็ไม่...” คนอื่นในทีมพยายามจะสวนขึ้น แต่กัปตันยื่นคำขาด “พวกนายต้องคุ้มกันจองโฮซอกกลับออกไป เขาคือเป้าหมายของเรา ไม่มีใครรู้ว่าข้างนอกพวกมันจะเตรียมคนไว้อีกกี่คน”


“แต่กัปตันครับ...” “นี่เป็นคำสั่ง เข้าใจมั้ย” —คำสั่งที่พวกเขาไม่สามารถฝ่าฝืนมัน


“ผมไม่ไป!” จีมินยังคงยืนยันคำเดิม “จีมิน ฮยองขอสั่งให้—”


“ผมไม่ใช่ทหาร ผมไม่ฟังคำสั่ง ถ้าฮยองไม่ไป ผมก็ไม่ไป ถ้าจะตาย.. ก็ตายด้วยกันที่นี่


จีมินมั่นใจว่ากัปตันจะทำทุกทางให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน


‘กัปตัน! จะทำอะไรก็รีบทำ เรดาร์จับรังสีความร้อนได้ พวกมันกำลังจะแห่กันมา’


เสียงของนัมจุนผ่านวิทยุสื่อสารทำให้ยุนกิส่ายหัว ก่อนจะหยิบกล่องเครื่องมือสำหรับปลดล็อกระเบิดมาจากลูกทีมอีกคนหนึ่งซึ่งได้รับมอบหมายให้ถือมันมาเผื่อมีกรณีฉุกเฉิน เขาเปิดล็อก เตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดออกมาวางแผ่เพื่อให้สามารถหยิบจับได้ถนัด


“จีมิน ฮยองจะปิดวิทยุสื่อสาร ถ้ามีอะไรนายบอกฮยองนะ”


“ครับ”


เพราะยุนกิไม่อยากที่จะตกใจจากเสียงรายงานจนเผลอตัดสายไฟผิดสีจึงให้จีมินเป็นคนรับสารแทน จีมินรับคำก่อนจะหยิบปืนที่ข้างเอวขึ้นมาปลดเซฟ เตรียมให้มันพร้อมเผื่อมีศัตรูเข้ามาในห้องกระทันหัน


“…นับถอยหลัง สิบ...เก้า” นั่นหมายถึงสัญญาณที่จะให้โฮซอกลุกจากเก้าอี้ ทุกคนเตรียมพร้อมโดยไม่เปิดปาก ทุกอย่างเต็มไปด้วยความตึงเครียด


“แปด...เจ็ด...หก”


สองคนเข้าไปพยุงปีกของโฮซอกโดยที่เจ้าตัวยังคงไม่ลุกขึ้น สีหน้านิ่งสงบ



“ห้า...สี่...สาม”



จีมินสูดหายใจเข้าลึก



“สอง...”


หลับตาลง



หนึ่ง ศูนย์ ไป! ไป! ไป!



ทันทีที่ร่างของโฮซอกโผล่พ้นจากเก้าอี้ ยุนกิก็มองไปที่หน้าปัดระเบิดสีดำซึ่งตั้งเวลาเป็ยตัวเลขสีแดงไว้ห้านาที เริ่มนับที่สี่นาทีห้าสิบเก้า ทุกคนพุ่งตัวออกไปจากห้อง ยุนกิสำรวจมันก่อนจะเริ่มแก้ไปทีละขั้นอย่างที่เขาร่ำเรียนมา


เป็นจีมินที่เป็นฝ่ายเงียบสนิท


“ไม่กลัวตายเรอะไงครับ ปาร์คซอนแซง”


จีมินไม่ได้หันไปตอบเพราะมัวแต่จดจ้องอยู่ที่ประตูทางเข้าเผื่อจะมีใครเข้ามา ยิ้ม


“ผมรู้ว่ากัปตันคงไม่ปล่อยให้ผมตายง่ายๆ”


“แล้วถ้าผมเกิดพลาดขึ้นมาละครับ คุณหมอ”


“เราก็ตายคู่ไงครับกัปตัน”


ยุนกิหัวเราะ แม้จะรู้สึกตื่นเต้นแต่เขาจำเป็นจะต้องใจเย็นในสถาณการณ์แบบนี้ รูปแบบของมันโชคดีที่เป็นเพียงระเบิดแบบท้องถิ่นซึ่งยุนกิเคยศึกษามาก่อนแล้ว เขาจึงค่อนข้างจะทุ่มสติไปที่การแก้ได้อย่างไม่ตื่นตระหนกนัก


“รู้ใช่มั้ยว่าถ้ามีพวกมันเข้ามาต้องทำยังไง”


จีมินรับคำ เขารู้ดีว่าหากมีคนที่ไม่ใช่พวกเดียวกันเข้ามา สิ่งที่เขาต้องทำคือการสาดกระสุนใส่พวกมันทั้งหมด เพราะหากไม่ทำอย่างนั้นพวกมันก็จะต้องฆ่าพวกเขาอยู่ดี การที่ยุนกิวางใจให้เขาเป็นคนระวังหลังให้แสดงว่าอีกฝ่ายจะต้องมั่นใจในตัวของเขามากๆเพราะสายตาของยุนกินั้นไม่ละไปจากสิ่งที่ต้องทำเลยแม้สักนิด


“นายกล้ามั้ย ปาร์คจีมิน กล้าลั่นไกใส่ใครสักคนรึเปล่า”


กล้าทำให้มือสะอาดคู่นั้นของนาย... เปื้อนเลือดหรือไม่


จีมินรวบรวมความคิดอยู่ชั่วครู่ มือของเขาชื้นเหงื่อ


“ถ้าถามว่าผมกล้ามั้ย ผมบอกเลยว่าผมไม่เคยอยากทำมัน”


เขาร่ำเรียนวิชาอาชีพที่ใช้ช่วยเหลือคนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลการผ่าตัดไม่เคยทำคนไข้ต้องเสียชีวิตมาก่อนแม้ว่าจะเป็นวอร์ดฉุกเฉิน ถามว่าเป็นเขาที่อยากจะพรากชีวิตคนหรือไม่ เขาตอบเลยว่าไม่


“แต่...” ทันใดนั้นเสียงฝีเท้ามากมายก็วิ่งดุ่มมาตามทาง จีมินรู้ดีว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาเองจะต้องทำมัน


ชั่วอึดใจที่เขาหันไปมองที่กัปตัน เขายังคงใช้คีมในมือตัดสายไฟอย่างไม่รู้ร้อน ไม่มีทีท่าว่าจะเงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ


ทันทีที่เสียงภาษาท้องถิ่นตะโกนโหวกแหวกเข้ามา จีมินคิดว่าเขาจะหลับตา แต่เขาไม่ ไม่เลยแม้สักนิด หัวใจของเขาเหมือนหยุดเต้นทันทีที่มีร่างซึ่งเขาจำได้ว่าไม่ใช่พวกเดียวกันวิ่งถือปืนกลเข้ามาและเขา



ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!


เขาไม่ได้กระพริบตาด้วยซ้ำในตอนที่ตัดสินใจยิงออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี เมื่อมีจังหวะเว้นว่าง เขาปล่อยปืนที่มีอยู่ในมือทิ้งแล้วหยิบปืนอีกกระบอกที่เหน็บอยู่ที่ข้างเอวอีกข้างขึ้นมายิงต่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายิงไปถูกอะไรบ้าง เพียงแต่ใครหน้าไหนที่พยายามจะยิง เขายิงมันก่อน พวกมันไม่ได้มีจำนวนมาก เพียงแค่สองถึงสามคนแต่จีมินไม่หยุดจนกระทั่งเขาเห็นพวกมันทั้งสามล้มลงไป เมื่อเป้าหมายกลายเป็นเป้านิ่ง จีมินยิงซ้ำเข้าที่ตำแหน่งสำคัญ เมื่อแน่ใจแล้วว่าพวกมันไม่มีทางรอดชีวิต ร่างทั้งร่างของเขาทรุดลงกับพื้น หอบหายใจด้วยความเหนื่อย น้ำตามากมายมันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่สายตายังไม่ละออกไปจากที่หน้าประตู


เขามองไปที่ศพทั้งสาม... ศพที่เขาเป็นคนฆ่าเองกับมือ


หลับตาลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “กัปตันรู้ใช่มั้ยว่าผมเอง... ต่อให้ต้องฆ่าคนอีกสิบคน ร้อยคน ถ้ามันทำให้พวกเราได้อยู่ด้วยกันแล้ว ยังไงผมก็...”


แกร๊ก!


ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ร่างทั้งร่างถูกเรี่ยวแรงมหาศาลโอบเข้าไปให้อยู่ในอ้อมอกอุ่นร้อน จีมินไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงร้องไห้ ไม่รู้ด้วยซ้ำในตอนนั้นว่ายุนกิสามารถปลดล็อคระเบิดได้แล้ว รู้เพียงว่า


“ชู่ว... ไม่ร้องแล้ว ฮยองอยู่นี่แล้วน่า”


“มะ... ผะ... ผมไม่ได้ร้อง”


ถ้อยคำคุ้นเคยทำให้อยู่ๆยุนกิก็นึกถึงบทสนทนาที่พวกเขาเคยพูดกันเมื่อสมัยเด็กๆ


‘ไม่ร้องแล้ว ฮยองอยู่นี่แล้วจะกลัวอะไร’


‘จีมิง... ฮึก... ไม่ได้ร้อง’


เมื่อนึกอย่างนั้นได้ ปากมันก็โต้ตอบไปเอง


“โกหกฮยองแบบนี้ต้องโดนลงโทษนะ” “ผมไม่ใช่ลูกน้องของฮยองซักหน่อย!”


จีมินสวนกลับทันทีแล้วเงยหน้า มองสบดวงตาสีดำสนิทของยุนกิ ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา


นิ้วขาวปาดเกลี่ยน้ำที่หางตาออกไป “ครับ ครับ ปาร์คซอนแซง งั้นพวกเราไปจากที่นี่กันนะ เอ้า ลุกไหวมั้ย” 


ยุนกิมีคำพูดมากมายที่เขาอยากจะพูดกับจีมิน แต่ในตอนนี้ไม่ว่าคำใดก็ไม่สามารถที่จะแทนคำในใจทั้งหมดของเขาได้ จีมินพยักหน้า ลุกขึ้นก่อนจะเซล้มลงไปอีกเพราะสะดุดเชือกรองเท้าคอมแบทที่หลุดลุ่ย


ยุนกิยิ้มขำ ก่อนจะก้มลงผูกเชือกร้องเท้าที่หลุดนั้นให้แน่นโดยไม่ลืมที่จะหันไปแก้เชือกอีกข้างที่ใกล้หลุดเต็มที่ให้กลับมาแน่นเหมือนเดิม แต่เมื่อเขาลุกขึ้น กลับเป็นจีมินที่ก้มลงมา เขาก้มลงมองด้วยความไม่เข้าใจ 


อ่า เป็นเพราะเชือกรองเท้าของเขาเองก็หลุดเหมือนกันนี่นา


จีมินผูกมันด้วยวิธีเดียวกับที่ยุนกิผูกมันให้กับเขา ดึงแรงๆเพื่อเช็คว่าปมนั้นจะไม่หลุดไปไหนโดยที่ยังกลั้นน้ำตาให้ไหลย้อนกลับเข้าไป


เมื่อเช็คความเรียบร้อยแล้ว ยุนกิก็ดึงหมวกกันกระสุนลงมาให้เข้าที่ก่อนจะส่งปืนพกอย่างเดียวกับที่จีมินใช้ได้ให้แทนปืนสองกระบอกที่เจ้าตัวสาดอย่างไม่เกรงใจใครที่ไหนไป ส่วนตัวเขาดึงสายคาดปืนกลให้มาอยู่ในมือ


เปิดสัญญาณคลื่นวิทยุ


“มอนสเตอร์ ได้ยินมั้ย”


‘กัปตัน! แก้ระเบิดทันใช่มั้ย ก่อนพวกเราออกมา เคลียร์ทางให้คุณหมดแล้ว พวกคุณออกมาที่ทิศตะวันออกของโกดัง มีฮอของพวกมันทิ้งอยู่ไว้ลำนึง’


“รับทราบ”


พวกเขาจับจูงกันมา ตลอดทางแทบจะไม่มีคนหรือถ้ามีก็เพียงแค่คนสองคนเพราะลูกน้องในทีมคนอื่นจัดการเคลียร์ทางให้พวกเขาหมดแล้วซึ่งยุนกิก็จัดการพวกมันในทันที ย่องมาจนถึงพุ่มไม้ที่ซ่อนฮอตามที่นัมจุนบอกไว้ ยุนกิสำรวจเพื่อพบว่าไม่มีใครอยู่รอบๆและด้านในพวกเขาจึงรีบเข้ามา ปิดประตูฮอให้เรียบร้อย กัปตันก็รีบไปที่ตรงแผงควบคุม


“มอนสเตอร์ เดี๋ยวจะส่งรหัสควบคุมไปให้ ฝากนายตั้งจีพีเอสด้วย”


‘รับทราบ’


เขารีบทำการเดินเครื่องอย่างชำนาญ อันที่จริงตำแหน่งกัปตันที่ได้มาไม่ใช่เพียงเพราะชื่อ แต่เพราะเขาเป็นนักเรียนดีเด่นที่ทำได้ดีในทุกวิชา เมื่อเครื่องค่อยๆลอยขึ้นตามจังหวะการหมุนของใบพัด พวกเขาลอยสูงขึ้น จีมินยินอยู่ห่างๆเพื่อให้กำลังใจเพราะตัวเขาไม่มีความรู้ในเรื่องนี้แม้สักนิด


ส่วนยุนกิเมื่อทำการส่งรหัสควบคุมให้กับนัมจุนแล้วเขาก็ถึงได้นั่งพัก เมื่อหันไปมองที่จีมิน เจ้าตัวเพียงแค่มองเขานิ่งๆยิ้มๆ


“เป็นอะไรจีมิน”


จีมินส่ายหัวทั้งที่ยังยิ้ม


“มีใครเคยบอกกัปตันมั้ยว่าตอนกำลังปฏิบัติหน้าที่เนี่ยฮอตเป็นบ้าเลย” ยามที่อีกฝ่ายกำลังสื่อสารทางวิทยุกับคนในทีม มือไม้ก็สับคันโยกนี้กดปุ่มอีกปุ่ม หมุนไกตรงนั้นที เปิดคัทเอาท์ตรงนี้ทีมันโคตรจะเท่ ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยได้สังเกตเพราะต่างอยู่ในสถานการณ์คับขัน


“ปากดีนักนะจีมิน”


“กัปตันยังไม่เคยลองชิมเลยจะรู้ได้ยังไงว่าดี”


“ย่าห์ ปาร์คจีมิน! มันใช่เวลามั้ย”


จีมินหัวเราะ ทั้งที่เขาเองก็ไม่ควรจะอยู่ในสถานการณ์ที่หัวเราะออกมาง่ายๆอย่างนี้ แต่เพราะความมั่นใจและไว้วางใจว่าอย่างไรคนที่อยู่ตรงหน้าเขาตรงนี้ไม่มีวันที่จะปล่อยให้เขาเป็นอะไรไป ด้วยความเชื่ออย่างนั้น เขาถึง...


“จีมินอา วันหลังถ้าฮยองบอกให้หนีไปก็ต้องหนีไปรู้มั้ย” ครั้งนี้ยุนกิกลับมาพูดเสียงเครียด ในตอนนั้นเพราะเงื่อนเวลาทำให้เขาต้องตัดสินใจปล่อยให้จีมินดื้อแพ่งอยู่กับตัวเอง เหมือนเขาจะยิ้มได้ แต่ในใจที่จริงแล้วเขามีความกังวลอยู่


“ไม่เอา ยังไงผมก็ไม่ทิ้งฮยองไว้คนเดียวหรอก”


“ย่าห์ นี่นายเป็นพลเรือนนะ อยู่ๆจะมากล้าเสี่ยงตายแบบนี้มันไม่ถูก”


“ผมไม่ได้กล้าทุกครั้งซะหน่อย เพราะผมมั่นใจต่างหาก”


ยุนกิยกมือนวดที่ขมับ “จีมินอา... นี่มันไม่ใช่เกมต่อสู้แบบที่พวกเรา—”


“ผมก็ไม่ได้หมายถึงเกม ฮยองลองคิดดูว่าถ้าเป็นฮยองต้องทิ้งผม ยังไงฮยองก็ทำไม่ได้ ผมก็เหมือนกันนั่นแหละ” 


“จีมินอา อย่ามั่นใจ...”

“ผมมั่นใจเพราะเป็นฮยองหรอก”



“จีมิน ฮยองน่ะ...”


“ที่ผมเคยถามฮยองว่าผมจะเดินข้างฮยองได้...” ‘กัปตัน! แย่แล้วละ’


เสียงของนัมจุนที่แทรกเข้ามาในวิทยุทำให้ทั้งคู่หยุดเถียงกัน


‘ตอนที่กัปตันส่งโค้ดให้ผม ในนี้มันมีรหัสป้องกันไว้พอผมปลดล็อกมัน ในฮอมีระเบิด คุณได้ยินเสียงมันมั้ย—”


ไม่ทันขาดคำยุนกิก็รีบผลุบออกไปจากห้องควบคุมโดยมีจีมินตามไป เมื่อมาถึงส่วนเกือบท้ายเครื่อง จีมินได้ยินเสียงที่คุ้นเคย มันคือระเบิดเวลาอย่างที่เขากับกัปตันเพิ่งจะรอดตายจากมันมาเมื่อครู่นี้เอง


“สี่นาที ยังไงก็แก้ไม่ทัน” เขาเห็นกัปตันมองซ้ายที ขวาทีก่อนจะพุ่งไปหยิบร่มชูชีพเข้ามา ใส่มันให้คุณหมอที่ยังยืนนิ่งก่อนจึงสวมให้กับตัวเอง


“นัมจุน เดี๋ยวผมกับปาร์คซอนแซงจะโดดร่มลงไป ข้างล่างนี้เป็นป่าไม่น่าจะอันตรายอะไร พวกคุณวนมารับเราด้วย”


‘ผมสั่งหักหัวฮอตั้งแต่ที่รู้ว่าคุณมีระเบิดแล้วครับกัปตัน’


“good”


เมื่อเขาสั่งการเสร็จ มือทั้งสองข้างก็หันมาจับที่ไหล่ของคนเด็กกว่าที่นิ่งค้างไปแล้ว


“จีมินฟังนะ พวกเราต้องโดด ฮยองแก้ระเบิดนี่ไม่ทัน เข้าใจใช่มั้ย”


ความกลัวเริ่มกลับเข้ามาในใจ จีมินไม่เคยโดดร่ม เขา...


“ฮยองจะผูกสายของพวกเราเข้าไว้ด้วยกัน ฟังนะ มือขวาจับที่เชือกตรงนี้ พอฮยองสั่งให้ดึงก็ดึงให้สุดแรงเลยเข้าใจมั้ย ส่วนมือซ้ายจับฮยองเอาไว้แน่นๆห้ามปล่อยเด็ดขาด”


จีมินคิดว่าเขาฟังอีกฝ่ายรู้เรื่อง แต่ แต่ แต่เขา


เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะร้องไห้อีกครั้ง


“ชู่ว อย่าร้อง นายเป็นคนบอกเองว่ามั่นใจในตัวฮยอง ฟังนะ ทำตามที่ฮยองบอก ฮยองจะไม่มีวันปล่อยนาย เข้าใจมั้ย”

เสียงสัญญาณเริ่มดังถี่ขึ้น ไม่มีเวลาแล้ว


ยุนกิพาจีมินไปที่ประตู กดเปิดมันจนลมแรงที่ชั้นอากาศตีเข้าที่หน้าเขา


ขาของเขาสั่น


“ฮยองนับ หนึ่ง สอง สาม แล้วโดดเลยนะ อย่าลืมนะ” ยุนกิพูดรัวในขณะที่เขาจัดการผูกสายเชือกของร่มชูชีพของทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน


“ฮะ...ฮยอง ผม” เขาคิดว่าเขาทำมันไม่ได้



“ไม่ต้องพูดคำนั้น ยังไงฮยองก็จะไม่ทิ้งนายไว้ ไม่ต้องสนใจอะไร มองแค่ตาฮยอง นี่ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นคำขอร้อง นายอยากให้เราได้อยู่ด้วยกันใช่มั้ย”


เขาไม่ได้ละสายตาไปเลยเมื่อยุนกิคว้ากำเข้าที่ข้อมือเขาทั้งสองข้างอย่างแน่น


“หนึ่ง”


เพียงเพราะคำเดียว


“สอง”


คำว่าเชื่อใจ


ต่อให้หนทางที่อีกฝ่ายจะนำพาเขาไปคือหนทางสู่ความตายก็ตาม


“สาม”



จีมินยิ้ม แล้วทิ้งตัวลงสู่ความเวิ้งว้างว่างเปล่า สิ่งเดียวที่เขามองเห็นคือดวงตาสีดำสนิทของมิน ยุนกิเพียงเท่านั้น


เขารู้ดีว่าเขายินดีที่จะเดินตามอีกฝ่ายไปจนสุดทาง




ทั้งตัวกระตุกวูบลงมาด้วยความเร็ว ยุนกิไม่ได้ละสายตาไปจากจีมินเช่นเดียวกันจนถึงระยะที่เขามั่นใจ


“ดึง”


จีมินปล่อยมือขวาของเขามากระตุกเชือกสุดแรง!!!!


จนผืนร่มที่ด้านหลังกางออก จนความเร็วของการร่วงหล่นค่อยเนิบช้าลง เขาเห็นรอยยิ้มสว่างไสวเจิดจ้าที่สุดของมินยุนกิ


มือของทั้งคู่จับกันแน่นระหว่างที่กำลังร่วงหล่นลงจากฟ้าสีดำมืด


จีมินยิ้มทั้งน้ำตา


“ผมรักฮยอง”


เขาพูดมัน แต่ยุนกิกลับไม่ได้ยินเพราะแรงลมที่ตีเข้าหูทั้งสองข้าง เมื่อยุนกิทำหน้าไม่เข้าใจ จีมินก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง


“ผมรักฮยอง”


ครั้งนี้เขาตะโกนออกมาจนสุดเสียง ยุนกิยิ้ม ก่อนที่เสียงระเบิดจะดังขึ้นดังตูม แรงระเบิดซัดพวกเขาให้เฉไปสู่อีกทิศหนึ่ง แต่เป็นอย่างที่ยุนกิบอกคือแรงที่กำจับไว้ไม่ได้คลายลง กัปตันไม่มีทางปล่อยเขาเด็ดขาดและเขาก็ทำได้อย่างที่พูด


“ฮยองก็รักจีมิน”


กัปตันตะโกนกลับ จนสุดท้ายแล้วทั้งคู่ร่วงไปติดกับกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง จีมินหลับตาปี๋ตอนที่พวกเขาปะทะกับอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้ในตอนแรก จนกระทั่งกัปตันกระชากเขาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้งนั่นละ


เขา...ไม่ได้ตาย


จีมินคิดว่าเขารู้ตัวช้าไปเสียด้วยซ้ำเมื่อหมวกที่หัวของเขาถูกกระชากออก ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนจะบดเบียดเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ว่า ‘นี่คือจูบนะ’ เขาก็เผลอแยกกลีบปากออกจากกันให้กัปตันสอดลิ้นเข้าไปสำรวจโพรงปากอุ่นร้อนของตัวเอง รสชาติของมันเค็มจัดจนเมื่อเขาตัดสินใจลืมตา เขาเห็นน้ำตาลูกผู้ชายของกัปตันอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อพยายามจะพูดอะไรบางอย่างออกไป กัปตันกลับส่ายหัวแล้วกดผลักร่างของเขาให้ชิดกับลำต้นแข็งแรง จุมพิตเขาอย่างดูดดื่มเหมือนทั้งคู่ไม่ได้เพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาในค่ำคืนนี้ 


เมื่อกัปตันตัดสินใจไม่ให้เขาพูดอะไร เขาจึงไม่ได้ฝืนมันเลยโอบแขนทั้งสองข้างที่รอบคอปกชุดสีดำ กัปตันผละออก แล้วก็จูบเขาอีกครั้งด้วยความดุดัน กลืนกินลมหายใจเหมือนเขาเป็นน้ำในโอเอซิสท่ามกลางทะเลทรายซึ่งเขายินดีให้อีกฝ่ายตักตวงอย่างเต็มใจ


จีมินจะรู้หรือไม่ ว่าน้ำตาที่ยุนกิไม่สามารถเก็บซ่อนมันเอาไว้ได้อีกต่อไป คือน้ำตาของความตื้นตันอย่างหนึ่งที่เขาจะไม่มีวันบอก


‘ผมเชื่อว่ายังไงฮยองก็จะทำทุกทางให้เราอยู่ด้วยกัน’


‘ถ้ามันทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน จะให้ฆ่าอีกสิบคน ร้อยคน ผมก็จะทำ’


จีมินจะรู้มั้ยว่าตอนนี้หัวใจของเขา...


จนกระทั่งพวกเขาได้ยินเสียงเรียก ‘กัปตัน!’ กับ ‘ปาร์คซอนแซง’ มาจากที่ไกลๆ ยุนกิตัดสินใจผละออก มองใบหน้าแดงระเรื่อต้องแสงแรกของวัน


ใบหน้าของอีกฝ่ายพร่าเบลอเพราะแดดแรกจ้า หากความรักในดวงตาคู่นั้นกลับสลักลึกอยู่กลางหัวใจของเขา


“ที่นายเคยถามฮยองว่า นายคู่ควรจะเดินข้างฮยองได้รึยังในตอนนั้น”


ที่เขาอยากจะบอกอีกฝ่ายมาตลอด คำถามที่เขาไม่เคยคิดว่าจะสามารถคิดคำตอบสวยหรูใดๆให้กับอีกฝ่ายบนเส้นทางสีเลือดเช่นนี้


แต่ในตอนนี้



“จีมินอา... ที่จริงแล้ว พวกเราก็อยู่ข้างๆกันตลอดมาเลยไม่ใช่หรือไง”


ไม่ว่าในตอนที่อีกฝ่ายกำลังสอบเอนทรานซ์ ไม่ว่าในเวลาที่เขากำลังฝึกทหาร ไม่ว่าในเวลาที่จีมินร้องไห้เพราะท้อแท้ หรือในเวลาที่ยุนกิเหงื่อไหลโทรมกายเพราะการฝึก แม้กระทั่งในเวลาที่เขาบาดเจ็บและอีกฝ่ายเป็นคนทำแผลให้



มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทางหรือว่าความห่าง


พวกเราที่จริงแล้วอยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอด



“อื้อ...นั่นสินะครับ” จีมินฟังแล้วก็เข้าใจ


ตลอดมา... และตลอดไปต่อจากนี้เลยนะ





END



finally published : 2012.12.12



เป็นการเดินทางที่ยาวนานมากจริงๆ ในที่สุดก็จบแล้วค่ะ **จุดพลุ**

2016.04.16-2016.12.12


นานมากจริงๆด้วย (ตอนจบใครคิดว่าสั้นนี่ยาวสุดในบรรดาตอนแล้วนะคะ ฮา)

สำหรับตอนจบกัปตัน เป็นตอนจบที่เราพิมพ์ แก้ พิมพ์ลบ อยู่หลายรอบมาก

(เกินสิบ)

เพราะเรากลัวมากในตอนหลังๆว่า ถ้าเกิดตอนจบมันไม่เป็นอย่างที่คนอ่านคาดหวังเนี่ย

มันจะเป็นยังไงนะ คนอ่านจะชอบตอนจบแบบนี้มั้ยนะ

มันเลยทำให้เราแบล้งกับเรื่องนี้ไปเลย (แล้วก็ไปแต่งเรื่องอื่นแทน ฮา)


คนก็ทวงนะคะไม่ใช่ไม่ทวง 

แต่ไอ้โรคขี้ระแวงของเราเนี่ยมัน มันเกินเยียวยาจริงงง


จนสุดท้ายก็คิดว่า ตอนจบแบบนี้แหละ

คือตอนจบแบบที่เราต้องการ ก็เลยลงค่ะ

(ในฟอร์มสำรวจฟิคมีคนถามด้วยว่ากัปตันมีตอนจบยัง ใครคะ!!!สารภาพมาเดี๋ยวนี้555555)


คงไม่ใช่ตอนจบที่ถูกใจทุกคน แต่เราชอบแบบนี้ที่สุดแล้วค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่รักและรอคอยตอนจบของกัปตันมาตลอดนะคะ


(ต่อไปก็เคลียร์คุณจิ้งจอกแล้ว!)


ชอบไม่ชอบยังไง /ข้อมูลผิดพลาดอะไรยังไง เตือนเราได้ตลอดเลยนะคะ

เราเองไม่ค่อยมีความรู้เรื่องพวกนี้ก็ลองหาอ่านๆมาบ้าง

ออกมาเป็นแบบนี้แหละค่ะ ถ้าเขินก็มาบอกใน ask.fm ในทวีตก็ได้นะคะ^____^


ขอขอบคุณทุกคนที่รักแล้วก็รอเรื่องนี้มาตลอดเลยค่ะ

ถึงกัปตันจะจบแล้ว แต่เรา... ก็ยังจะหน้าด้านเขียนตอนพิเศษต่อไปค่ะ

เป็นตอนพิเศษที่จะลงในเล่มนั่นเองงง เพราะอะไรก็... ลองๆไปคิดกันนะคะ 55555

ใครยังไม่ได้กรอกก็ไปกรอกฟอร์มซ้าาาา


ขอบคุณสำหรับคอมเม้น แท็ก คำติชมทุกคำเสมอมาเลยค่ะ 

อ่านทุกเม้นนนนนนะคะะะะะะะะะะ

ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมคอมเม้นกับติดแท็ก #luvstoryoonmin ด้วยนะคะ :)


อ้อ พรุ่งนี้จะมาอัพ loving you keeps me alive ตอนที่สองล่วยย ชดเชยที่หายไปค่า


รักเสมออออออ,


kolevf


  CR.SQW

  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

2,913 ความคิดเห็น

  1. #2575 Seoky (@earniii) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 02:49
    บรรยายดีที่สุดเลย เลิ้บบบบ
    #2575
    0
  2. #2294 twynse (@twynse) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 00:14
    กัปตั๊นนนนน โอยกุมหัวใจหนักมากลุ้นละทึกมาก ตอนจบคือดีต่อใจ อยากหอมแก้มไร้ท์20ทีแล้วบอกว่าสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ
    #2294
    0
  3. #2275 MAYBEV (@MAYBEV) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 11:42
    น่ารักมากกกก เป็นตอนจบแบบที่นึกตามแล้วปริ่มเลยค่ะ ทั้งบรรยากาศรอบข้าง ทั้งคำพูดบรรยาย มันดึงเราเข้าไปจริงๆ ภาษาสวยมาก กัปตันมินปาร์คซอนแซง .ปาหัวใจ
    #2275
    0
  4. #2245 saowwaluk (@saowwaluk) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 16:02
    คิดถึงเลยกลับมาอ่านอีกแล้ว :)))
    #2245
    0
  5. #2070 brunette_ (@brunette_) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 01:12
    เขิลมากกกกกกกกกกชอบบบบบบบบ
    #2070
    0
  6. #2057 nnnnnn28 (@nnnnnn28) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 19:13
    ร้องไห้เลยอ่ะ แงงงงงงงง ซึ้งมากเลย
    #2057
    0
  7. #2003 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 17:36
    ฮืออออออ ในใจนี่ยังห่วงแม้กระทั่งขึ้นฮอลแล้ว เพราะคิดว่ายังนั่นมันก็ของศัตรู และมันก็มีจริงๆด้วย
    ชอบอ่ะ เป็นตอนจบที่สมดีนะ แอยหวานด้วย ฮืออออ มีดีงามมากเลย
    #2003
    0
  8. #1998 ButterChanel (@ButterChanel) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 23:48
    ดีมากอะ แอบหน่วงนิดๆ ประทับใจที่สุดเลยอะ ทั้งฟินทั้งยิ้มภูมิใจไปหมด ฮือออออออ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกก
    #1998
    0
  9. #1966 Maysquidz (@piemintza) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 17:57
    ที่ดีมากๆเลย น้ำตามา โคตรคูลเลยคุณหมอปาร์ค คือแบบ T/////T เราชอบความที่เขาปกป้องกันและกันและก็เชื่อใจกันมาก เชื่อแล้วว่าไม่มีใครมาทำลายความรักของสองคนนี้ได้ แล้วก็ถึงตรงที่คนเป็นหมอต้องมากราดยิงปลิดชีพคนแล้วมันก็... หน่วงอะ ช่วยคนมาเกือบทั้งชีวิต ช่วยเขาไม่ได้ยังจะร้องไห้เลย TT สรุปคือประทับใจมากๆเลยค่ะ><
    #1966
    0
  10. #1871 Capriccioso (@june-j) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 19:23
    ประทับใจจริงๆค่ะ ;______; ประทับใจมากๆเลย
    #1871
    0
  11. #1868 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 01:47
    อ่านไปน้ำตาก็รื้นขึ้นมาฮะ การที่จะมาอยู่ข้างๆกันแบบนี้
    มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในสถานการ์ณแบบนี้แล้ว มันอันตราย
    อย่างที่พี่ยุนกิบอกหละเนอะ เขียนพินัยกรรมไว้ก่อนออกไปทำภารกิจ
    เพราะไม่รู้ว่าจะรอดกลับมาไหม แบบนั้นน่ะ .. แต่ก็รอดกลับมาเพราะมีคนรอวัดส่วนสูง
    ความลับของกัปตันทำให้คุณหมอปาร์ครู้สินะว่าไมไ่ด้คิดถึงอีกคนเดียว ไม่เคยพูดอะไรแบบนี้
    คำว่ารักเนี้ย ช่วงเวลาที่อยู่ระหว่างควาเป็นความตายถ้าหากพลาดแค่นิดเดียว พอผ่านมาแล้ว
    ก็ทำให้รู้สึกว่าดีจริงๆที่เรารอดผ่านกลับมาด้วยกัน  ฮื่อ จริงๆแล้วอยู่ด้วยกันตลอดนั่นหละ ㅠㅠ 

    #1868
    0
  12. #1822 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 09:24
    ฮรืออออชอบมาก  คือชอบอะ เท้าความไปถึงอดีต รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของพวกเขายิ่งใหญ่จริงๆ
    #1822
    0
  13. #1454 bubibu (@bubibu) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 13:35
    น้ำตาไหลตอนนัมจุนเล่าความลับของกัปตัน ต้องกลับไปวัดส่วนสูงกับจีมิน จะตายไม่ได้ ฮืออออออออออ น่ารักมาก คนสองคนจะอยู่ด้วยกันความรักอย่างเดียวมันไม่พอจริงๆ มันต้องมีความเชื่อใจกันแบบนี้ด้วย ห่างกันแค่ไหนก็ยังคิดถึงกันอยู่
    #1454
    0
  14. #959 cinnamello -) (@beerbiere) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 16:07
    โอ้ยยยยยนนจะร้องงงงงงงงงง ชอบหมดเลยยยย ชอบมากตรงที่จีมินบอกว่าต่อให้ต้องฆ่าอีกกี่คนเพื่อให้เราอยู่ด้วยกัย มันแบบบบบบบบจุดนั้นพร้อมจะทำทุกอย่างแล้วอะ ชอบที่เจอกันครั้งแรกหลังจากโดนยิงด้วยเข้าใจฟีลเลยว่าไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ตอนจีมินรักษามันเป็นยังไง ชอบสุดก็ตรงโดดร่มอะ ความเชื่อใจมันล้นออกมาแล้ว แงงงง ชอบ ชอบความอบอุ่นของกัปตัน ความฮอตด้วย ตอนปฏิบัติภารกิจนี่ภาพในหัวเราคือกัปตันฮอตมากกกก แง ชอบ
    #959
    0
  15. #958 kangineung (@banoffeepie027) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 00:58
    ฮืออออออ จบแล้วจริงๆด้วยยยย แงงง เราดีใจที่น้องจบอย่างที่น้องอยากนะเราก็ชอบมากๆๆๆเลยมันโคดอิ่มเอมใจเลยอะเรื่องนี้ อบอุ่นหัวใจมากๆไมโครเวฟกันทั้งคู่ ตอนท้ายนี่บู๊แหกมากกก อ่านแล้วแบบลุ้นโค่ดดด แต่ที่ชอบที่สุดรองจากประโยคเด็ดสุดของเรื่อง (มั้ยนะ แต่เรารักปยนั้นมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆคูณร้อยพันล้านเลย) คือตอนโดดร่มอะ เราว่ามันแบบ คือนึกภาพสถานการณ์ตอนนั้นตามแล้วมันใจหวิวเลยอะ ณ นาทีนั้นถ้าไม่เชื่อใจกันทำใจโดดไม่ได้หรอก อ๊อยยยเค้าแน่นแฟ้นกันเหลือเกินนน แล้วก้ตอนปาร์คซอนแซงยิงศัตรู คือแบบ ปวดใจมากอะยิ่งเหนการใช้คำว่าปังๆๆๆๆๆๆๆแบบรัวๆแล้วเหมือนหัวใจแตกสลายเลยเพราะเข้าใจว่าจีมินจะรู้สึกแย่แค่ไหนนน แต่แบบ มันไม่มีทางเลือกนี่นา ฮือ ดีใจที่น้องกล้ายิงนะเพราะมันเป็นทางที่ทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน ตอนพิมากอดนี่แบบฮือออ อยากฝากกอดด้วย ละตอนจูบบบบบ บ้าเนเนยเำนยๆกวแหวอวไวเๆววๆดวดวดๆวดยดยดยยดยดๆยดยบอบอบอบอบอบอยอยอยอบอยอยออบอมากกกกกกกเราเขินนนนนอะะะ เข้าใจอารมท่วมท้นของความกดดันทั้งหมดทั้งปวงที่เพิ่งจะผ่านมาด้วยกันแล้วกัปตันสุดหล่อล้องงงงงห้ายยยยย แง สวยงามง่ะฮือๆๆๆๆๆเราชอบตอนจบมากเยยน้อง ดีที่สุดเยยยจะมีพาร์ทแยกจ่าจอนคิมซอนแซงมั้ยนะหืมๆๆ พอได้อ่านปุ๊บก้ทวงต่อปั๊บงี้ กร้ากก เปนคนอ่านที่นิสัยมะดีเรรรร55555 ฮือ ขอบคุณน้องสำหรับฟิคดีๆๆที่พิยุนกิหล่อบ้านบึ้มชนิดที่ว่าทีมกู้ระเบิดเก่งแค่ไหนก้ไม่สามารถแก้ความหล่อบึ้มนี้ได้55555555555555จีมินเรื่องนี้ก้น่ารักมาก แบบ น่ารักอะๆๆๆๆเด็กจิตใจดีที่เข้มแข็งแข็งแกร่งมากๆๆของพิ สุดยอดไปเลยยย เราหิวรามยอนจัง ขอโทดนะที่อ่านช้ามั่กกกดองตอนสามไว้จ๊นนนนนนน ตอนจบออก55555555
    #958
    0
  16. #938 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 09:44
    โอ้ยยยยยยย อ่านไปตื่นเต้นลุ้นไปด้วยกับกัปตันมินสุดๆ กู้ระเบิดเนี้ย ฮือออออ ตอนสุดท้ายนี่แบบ....ฮือออออ ทำไมมันดุเดือดขนาดนี้คะT////T
    #938
    0
  17. #934 lpeachx (@mynameiselle) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 00:33
    ฮืออออรอตลอดดดดนึกว่าจะไม่มาแต่งเรื่องนี้ต่อซะอีกแงงงงขอบคุณที่มาต่อจนจบเลยยยติดตามทุกเรื่องเสมอมา
    #934
    0
  18. #933 myjmx (@dream-bam) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 00:30
    สุดยอดมากค่ะแต่งดีทุกเรื่องเลย น้ำตาขะไหลกับปาร์คซอนแซงของเรา ฮือออออ
    #933
    0
  19. วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 22:14
    สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดด ฮือออออออออออออออ ยังไม่ได้อ่านตั้งแต่ตอนแรกเลยค่ะ เราดองไม่อ่านตอนนี้เพราะรอตอนจบแน่เลย ฮ่าา แต่อ่านแล้วแบบ ลุ้นมากกกกกกกก ทั้งบู๊มันส์หยด ทั้งอ่อนหวาน ดีอ่าาาาา ชอบทุกอย่างที่ยุนกิสอนจีมินเลยด้วยค่ะ อ่านแล้วก็ได้อะไรมากกว่าความบันเทิงด้วยน้า
    อินในหลายๆบทบาทของทุกตัวละครเลยค่ะ น้ำตาซึมเลย คือแบบ มันเป็นความรักแบบที่ลึกซึ้งมากจริงๆอ่ะ ผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็โตขึ้นมาเพื่อกันและกัน พร้อมจะตายเคียงข้าง ชอบมากกกกกกกกกกกกค่ะ คุณหมอปาร์คออกจะตลกขี้เล่น น่ารักกกกก ชอบเวลากัปตันสติแตกเพราะคุณหมออ่ะ น่ารักกกกก เหมือนดูหนังรักสมัยสงครามอะไรแบบนั้นเลยค่ะ ดีมากเลย ชอบสุดๆ ไม่รู้จะอวยไงเลย 5555555
    รอเรื่องอื่นๆอีกนะคะะะะ สู้ๆค่าาาา

    ปล.จนท.เจโฮปมาแป๊บเดียวแต่แอบหวีดหนักมากกกก ฮ่าาาาาา
    #932
    0
  20. #931 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:46
    ฮือออออ. มันตื่นเต้นมาก ชอบที่เค้าอยู่ข้างกันเชืีอใจกันไม่ทิ้งกันผลที่ได้มันดีงามมากเลย แม้จะเพิ่งผ่านความตายมาหยกๆแต่เวลานี้มันเหมาะสุดแล้วที่เราจะมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันอ่ะเนอะ
    #931
    0
  21. #929 Honey.Hennessy (@honey-hennessy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 19:00
    ชอบค่ะ ชอบมากกกกกกกก. อ่านแล้วขนลุกเลยค่ะ ประทับใจในแต่ละฉากแต่ละตอนที่เขียนมา เขินด้วย รู้สึกตามไปกับตัวละครจริงๆ คือมันดีมากจริงๆค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่มาต่อตอนจบให้ น่ารักที่สุดเลยค่ะ
    #929
    0
  22. #928 Imnoone (@chanbaek-eye) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 16:59
    ฮือออออออ ชอบมาก ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ขอบคุณไรท์มากที่แต่งจนจบ ชอบมากน้าาาาาาา ^3^
    #928
    0
  23. #927 Yimine_yim (@153792nc) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 16:57
    หวานนนนนนนนนนมากกกกกกก
    #927
    0
  24. #926 แตมป์ (@stampna) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 16:16
    นี่น้ำตาคลอ ปากสั่นเลยค่ะตอนจีมินบอกกัปตันว่า ถ้ามันทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน ฆ่าอีกสิบคน หรือร้อยคนก็จะทำ มันแบบ ฮือออออ ขอบคุณที่ไรท์จบแฮปปี้ค่ะ ตอนมอนสเตอร์บอกมาว่ามีระเบิดที่ฮอล์อีกนี่แทบลมจับ T_T ปล.แอบอยากรู้ว่าคู่จ่าจอนกับแทฮยองซอนแซงจะยังไงอ่ะค่ะ คึคึ ดีใจมากที่คุณจิ้งจอกไรท์จะมาต่อแล้ววว
    #926
    0
  25. #925 c h i m (@zariana) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 16:09
    คุณคะน้ำตาจะไหลที่สายเลือด นี่ก็เม้นยาวซะแต่เน็ตหลุดค่ะคุณTT______________________TT จะบอกว่ามันดีมากๆเลยแกแบบมันดีอะ ตอนแรกนี่โคตรกลัวหักมุมมากๆเลยเว้ยแต่สุดท้าย ฮือ เขารักกันค่ะคุณแค่จูบน้องก็พอแล้วไม่ต้องหวือหวาอะไรมากมาย(เพราะฉากบู้ก็เหนื่อยแล้ว ลุ้นซะ)แกแบบหลังอ่านจบมันโคตรฟีลกู๊ดเลยอะแกมันสามารถฮีลนี่มาจากกองงานแสนล้านปีแสนได้เลยอะ งื้อ ขอบคุณไรท์มากๆเลยนะคะที่ทำเรื่องนี้ขึ้นมา นี่โคตรชอบอะ ชอบตอนจบมากๆ ฉากประทับใจก็ตอนเขาบอกรักกันนี่แหละค่ะ มันแบบเออมากกว่ารักอะสองคนนี้ ความไว้เนื้อเชื่อใจความยอมเสียสละให้กันและกันได้อะ ฮือมันดีมากๆๆๆๆๆๆๆไม่รู้จะสรรหาคำมาบรรยายอะไรเลยคือมันดีจริงๆ ตอนพี่ยุนกิร้องไห้นี่แบบโอ้ยหัวใจ ฮือ - สุดท้ายรอคุณจิ้งจอกนะคะ เป็นกำลังใจให้น้า ฉู้ฉู้
    #925
    0