(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 23 : 16 : Nostalgia

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,032
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    17 ส.ค. 59

 
  CR.SQW


Title: Nostalgia

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin )

Genre: Drama

Rate: PG

Words : 6,645 

/for @BTSXWEEKLY project


Note: you think this love is so painful, won’t it last forever?

BGM: ‘ปลอบ’ - Moving and Cut






1






บ่ายวันเสาร์ฝนตกปรอยพอให้อากาศชุ่มชื้นจนยุนกิไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศในห้อง เขานอนเอกเขนกอยู่ที่โซฟาสีตุ่นตัวโปรดที่ขนมันมาจากบ้านที่แดกู กลิ่นคุ้นเคยทำให้เขายิ่งฝังซุกตัวในผ้านวมผืนนิ่ม เขาเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรื่อย ผ่านช่องเพลง ช่องภาพยนต์รัก หรือว่าแอคชั่น ทำหน้าหยีเมื่อได้ยินเสียงหวีดร้องของภาพยนต์สยองขวัญที่เลื่อนผ่านมาโดยบังเอิญ



ทั้งที่เป็นวันหยุดแต่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด



ติ๊ง ต่อง



ในตอนนั้นที่มีคนกดกริ่ง คงเป็นโฮซอกที่เครื่องต้มน้ำเสียอย่างเคยแต่เสือกอยากแดกรามยอน เขาลุกขึ้นช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบไปเปิดประตูแต่อย่างใด กะว่าปล่อยให้อีกฝ่ายโวยวายแต่กลับเงียบ


แกล้งงอนรึไงวะ ตุ๊ดจริงๆเลย มือขาวที่เปิดโพล่งออกไป เมื่อดวงตาสบกับสีอื่น



"มึงอีกแล้วหรอ โฮซอก"



แต่คนที่อยู่เบื้องหลังบานประตูกลับไม่ใช่โฮซอก



"ยุนกิฮยอง..."



แต่เป็นจีมิน



“ผมคิดถึงฮยอง”



.



.



.



มือขาวปาดคราบน้ำตาของคนรักเก่าที่นอนหลับสนิทไปแล้ว เขากดจมูกลงสูดกลิ่นหอมอันคุ้นเคยบนผมสีอ่อน หัวทุยซบลงที่อกของเขาโดยที่ยุนกิไม่เคยนึกรังเกียจ แม้เวลาผ่านไปและอาจมีใครหลายคนเข้ามาทั้งในชีวิตเขาแต่ไม่เคยมีรักครั้งไหนจะเจ็บปวด หยั่งรากลึกได้เท่ากับรักที่มีให้กับจีมิน ความเย็นชืดของสายฝนถูกกลบด้วยไออุ่นและกลิ่นเฉพาะตัวที่ทำให้ความเวิ้งว้างในหัวใจถูกเติมเต็ม



“อยู่ได้ใช่มั้ย... สบายดีรึเปล่า?” เขามักจะถามอีกฝ่ายเสมอในวันที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน



เขาถาม ดวงตาสีน้ำตาลหม่นแสงลงก่อนจะพยักหน้า



“อยู่ได้สิ สบายดี แต่ฮยอง..."



"หืม..."



"ผมคิดถึงฮยอง"



"......................"



"อย่าไปไหนนะ ได้รึเปล่า"



ยุนกิไม่ได้ตอบ เพียงแต่รัดอ้อมกอดที่มีให้แน่นขึ้นกว่าที่เคยเท่านั้น



.



.



.



"ฮื้อออ จีมิน เมาแล้วน่า"



ยุนกิโบกมือไปมาที่ด้านหน้าของอีกฝ่าย จีมินหน้าแดงก่ำเพราะโซจูหลายขวดที่วางอยู่บนโต๊ะ จีมินมองหน้ายุนกิแล้วก็ยิ้ม



"ฮยองอ่า ยังไม่เมาซะหน่อย"



"ไม่เมาที่ไหน..." นิ้วขาวเกลี่ยที่แก้มใสไล้ไปตามสีชมพูที่ปลายจมูก ขอบตา ข้างใบหู



"เมาก็ดีแล้ว จะได้ลืมๆไปซะที!"



"ทำไมเขาแม่ง...ใจร้าย"



มือที่กำลังเล่นกับกรอบหน้าใสชะงัก ดวงตาหม่นแสงลงเพราะเขารู้ดีว่าใครคือคนที่จีมินกำลังคิดถึง



"รักเขามากเลยหรอ...จีมินอา"



ดวงตาสีเปลือกไม้จ้องเขาอย่างเลื่อนลอยก่อนน้ำตาจะเอ่อคลอ ยุนกิเห็นรอยร้าวของการจากลาในดวงตาคู่นั้น



"อื้อ...รักมากเลย ปลอบผมหน่อยสิ"



ยุนกิไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กุมมือที่เย็นชืดของจีมินเอาไว้ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าความรู้สึกของตัวเองจะไปถึงอีกฝ่ายหรือไม่....


.


.


.


แต่เมื่อก่อน...มันก็มีบางครั้งที่เขาเป็นคนใจร้าย


.



.



.




"ฮยองทำไมไม่บอกเค้าไปว่าเราเป็นอะไรกัน!"



"จีมินอา มีเหตุผลหน่อยสิ"



"ไม่! จะให้ผมทนอยู่เฉยๆให้มันยั่วฮยองงั้นหรอ"



สีหน้าเบื่อหน่ายของยุนกิทำให้จีมินต้องกัดริมฝีปากแน่น ก็พอจะรู้อยู่ว่าการเป็นแร็ปเปอร์ใต้ดินทำให้อีกฝ่ายค่อนข้างจะมีชื่อเสียง ยิ่ง agust.d มีฝีมือในการโปรดิวซ์เพลง แร็ป แล้วก็หน้าตาดีด้วยยิ่งทำให้สาวๆยิ่งเข้าหากันใหญ่ จีมินทั้งพยายามจะใจเย็น พยายามพยายามหลับตาลงข้างนึงเพื่อที่ตัวเองจะไม่ต้องคิดมาก แต่ยุนกิไม่ได้พยายามจะปฏิเสธเลยสักนิดทั้งที่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่


แล้วครั้งอื่นๆที่เขาไม่ได้มาละ?



"เธอก็รู้ว่า..."



"รู้! รู้ว่าเรารักกันออกสื่อไม่ได้ ทำไมจะไม่รู้"



"งั้นจะ..."



"แล้วทำไมฮยองไม่ปฏิเสธเขาไป!"


จีมินไม่เคยเรียกร้องขอให้ยุนกิเปิดตัวเขาเหมือนอย่างคนอื่น พยายามอยู่เฉยๆในที่ของตัวเอง แต่การที่ยุนกิโอบผู้หญิงคนนั้นเข้ามาชิดจนหน้าอกหน้าใจสาวเจ้าแทบจะแนบไปกับหน้าตัวเอง เขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่ไหน



"จีมินอา..."



"ฮยองไม่เคยแคร์ความรู้สึกผมเลย"



"คนใจร้าย..."



เขาก็รู้แหละว่าเขามันคนใจร้าย



แต่จีมินจะรู้ตัวหรือไม่ว่าตัวเองน่ะ...ใจร้ายกว่าเขาอีก



.



.



.



ยุนกิไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมความรักที่เกิดขึ้นอย่างง่ายดายถึงคงอยู่ถาวรเช่นนี้ เหมือนรอยสักสลักจารึกลงกับผิวหนังอย่างไรอย่างนั้น เขารู้ดีกว่าจีมินน่ะรักเขา จีมินน่ะรักเขาก่อนที่เขาจะรู้จักจีมินซะอีก จากที่คิดว่าจะคบแก้เหงาเล่นๆก็กลายเป็นความจริงจัง ทั้งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะลงเอยกับผู้ชาย คิดว่าซักวันก็คงแต่งงานมีลูก...



แต่ก็ไม่รู้ทำไมนะ



เขาน่ะ...ยังจำวันแรกที่เจอจีมินได้อยู่เลย



เจ้าเด็กตัวเล็กนิดเดียวที่แอบอยู่ข้างหลังนัมจุน หน้าตาติ๋มๆ แต่งตัวอย่างกับลูกคุณหนูไม่รู้ว่าหลุดเข้ามาในคลับใต้ดินได้ยังไง แนะนำตัวเองด้วยเสียงหวานๆติดจะแผ่วเบาเหมือนเขินอายยังไงอย่างงั้น ยุนกิไม่ให้คนโง่ แล้วเขาก็รู้ตัวดีว่าตัวเองก็ฮอต ประกายระยิบระยับในดวงตาคู่นั้นแพรวพราวไม่ต่างอะไรกับแก้ววิสกี้สะท้อนแสงไฟในมือเขาซักนิด



"นี่จีมิน ลูกพี่ลูกน้องกู เป็น...เอ่อ แฟนคลับมึง"



น้ำเสียงเซ็งเหมือนโลกจะถล่มของนัมจุนน่ะบอกเขาว่า 'น้องเค้าชอบมึง' ชัดๆ ยุนกิมองริมฝีปากสีชมพูจิ้มลิ้มนั่นก็คิดได้ว่า งั้นก็เล่นด้วยซักหน่อยก็ได้


เด็กน้อยได้นั่งที่นั่งเอ็กซคลูซีฟก็คือที่ด้านข้างเขา แค่แขนพาดไปโอบก็สะดุ้งเหมือนโดนไฟลวก ยุนกิไม่ชอบหรอกพวกลูกคุณหนูอ่อนต่อโลกแต่เพราะน้ำเสียงติดจะเว้าวอนเวลาเรียกเขาว่า 'ยุนกิฮยอง' อย่างนั้น 'ยุนกิฮยองอ่า' อย่างนี้ ฟังดูแล้วก็เข้าที



รู้ตัวอีกที...ก็เลยให้เขาไปแล้วทั้งใจ



ก็เด็กมันน่ารัก ก็เลยเผลอรัก...อย่างนั้นละมั้ง



เขาไม่เคยรู้ตัวเลย จนกระทั่งตัวเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายโหยหาอาวรณ์ ทั้งที่เป็นคนบอกเลิก ทั้งที่เป็นคนไล่ไป



ในใจ...มันวูบไหวอย่างบอกไม่ถูก



.



.



.



"ยุนกิฮยอง! จีมินได้เล่นละครเวทีของมหาลัยด้วยนะ" 



ตัวเขานอนเอกเขนกดูรายการเพลงตอนที่จีมินเปิดประตูห้องเข้ามา จิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดเพราะบอกกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ว่าอย่ามาหาที่ห้องโดยไม่บอกก่อน ก็เขาน่ะ...รักชีวิตส่วนตัวน้อยซะที่ไหน



แต่พอเห็นรอยยิ้มแป้นแล้นเริงร่าทีไร มันก็พูดไม่ออกทุกที



"ก็บอกแล้วไงว่า... เฮ้อ"



"เล่นเป็นตัวอะไรอ่ะ ก้อนหิน? ต้นไม้?"



"น่ารักอย่างผมจะให้เล่นเป็นของพรรค์นั้นได้ยังไง"



"อ้อเหรอ งั้นน่ารักแบบนี้ได้เล่นเป็นอะไรละ หมา แมว?" เขายิ้มเยาะ ชอบที่สุดตอนที่ปากนั้นยู่ด้วยความไม่พอใจ ยั่วทีไรก็ขึ้นทุกรอบ 



"นางฟ้า! น่ารักแบบนี้ก็ต้องเป็นนางฟ้าสิ"



เขาเบิกตา "ใช่เรอะ นี่คิดไปเองรึเปล่าอ่ะ"



"เดี๋ยวก่อน...นี่แฟนเองไง จำไม่ได้หรอ ฮยอง..."



ยุนกิหัวเราะ คว้าเอวบางของคนที่ทำหน้างอนให้ลองมานั่งที่ตัก อีกฝ่ายยังคงเงียบจนกระทั้งตอนที่เขาไล้มือเข้าไปลูบที่แผ่นหลังภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวบาง



"จะ...จะทำอะไร"



เขาฝังจมูกลงกับซอกคอเนียน กระซิบให้คนฟังหน้าแดงซ่าน



"ก็บอกว่าเป็นนางฟ้าไม่ใช่หรอ..."



ดวงตาสีดำหรี่ลง แสยะรอยยิ้มร้ายที่จีมินไม่มีวันได้เห็นเพราะมัวแต่หลับตาลงด้วยความเสียวซ่าน



"เป็นนางฟ้า...ก็ต้องพาไปสวรรค์ได้สิ"



.



.



.




"อีกละ!"



เขามองร่างบางที่สวมเสื้อตัวโปรดของเขาออกมาจากห้องน้ำ จีมินไม่รู้ว่าติดใจเสื้อตัวนี้อะไรนักหนา ไม่ว่าจะครั้งไหนๆก็ต้องหาทางสวมมันให้ได้จนเขาแทบจะไม่ได้ใส่อยู่แล้ว



"ก็ชอบนี่ มีกลิ่นของฮยองติดอยู่ด้วย"



"ถามจริง? ก็ซักด้วยกันหมดก็ใส่ตัวอื่นมั่งดิ่"



จีมินยิ้มเขินก่อนจะโถมตัวลงบนเตียงจนเขาต้องรีบเปลี่ยนบุหรี่ในมือให้พ้นไปอีกข้าง สายตาสอดมองลงที่สะโพกเปลือยเปล่า ทั้งที่เพิ่งปลดเปลื้องสวาทไปไม่ได้แต่เขากลับรู้สึกว่าความต้องการของเขาดันพุ่งขึ้นสูงอีก คิดแล้วก็ใช้มือที่ว่างอยู่ขยำไปจนจีมินต้องร้องเหวอ



"จับอะไรอ๊ะ"



"ก็ยั่วเองทำไมวะ"



จีมินหน้าแดงเมื่อเขามองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามจะค้นหาความจริงที่อยู่ในใจที่ซ่อนเร้น



"ก็..."



เขาก้มลงจูบริมฝีปากแดงจัดนั้นแรงๆ 



"ก็อะไร..."



"ก็นัมจุนฮยองบอกว่าให้แต่งแบบนี้ ยุนกิฮยองจะได้..."



คนคนนึงจะทั้งน่ารักไร้เสียงสาโดยที่เซ็กซี่ขนาดนี้ได้ด้วยหรือไม่ยุนกิก็ไม่แน่ใจ เพียงแต่เขาเองที่เป็นฝ่ายดับบุหรี่ในมือทิ้งแล้วคว้าเอาทั้งตัวของอีกฝ่ายให้ขึ้นมาคร่อมที่หน้าตัก



"อือ...รู้ก็ดี"


"ไม่ต้องไปแต่งแบบนี้ที่ไหนนะ..."



"พี่หวง"



ตอนนั้นก็รู้สึกจั๊กจี้ชะมัดที่ต้องพูดอะไรแบบนี้เพราะมันไม่ใช่สไตล์เขาเลย ถ้ารู้ว่ามันจะมีวันที่อีกฝ่ายไม่อยู่ตรงนี้แล้ว...เขาคงจะบอกรักอีกฝ่ายทุกวัน ย้ำจนกว่าอีกฝ่ายจะรำคาญ



เพราะพอมารู้ตัวอีกที



จีมินก็หายไปแล้ว



.



.



.



"วันนี้เป็นยังไงบ้าง"



"ก็เรื่อยๆแหละ... ยากหน่อย"



เขานั่งอยู่ในสตูดิโอดำมืด มีเพียงแสงจากคอมพิวเตอร์ส่องว่างเป็นสีเดียวของทั้งห้อง จีมินนั่งอยู่บนโต๊ะ สวมเสื้อตัวโปรดของเขาเหมือนอย่างเคย



มิกซ์เทปตัวนี้เป็นโอกาสเดียวของเขาที่จะตัดสินว่ายุนกิจะได้ออกเพลงกับค่ายยักษ์หรือไม่ ทั้งที่ทำเพลงมาหลายปี แต่ก็ไม่มีครั้งไหนจะตื่นเต้นและทำให้กลัวได้อย่างครั้งนี้ มีความไม่มั่นใจแฝงอยู่ในน้ำเสียง และจีมินก็จับมันได้อย่างทุกครั้ง



"ฮยองทำได้อยู่แล้วน่า"



คำพูดนั้นทำให้ริมฝีปากยิ้มออกมาได้เป็นครั้งแรกของหลายวัน



เพราะจีมินเป็นคนเดียวที่รู้จักเขามากที่สุด บางครั้งก็มากกว่าตัวเขาเองเสียอีก



เพราะอย่างนั้นทุกคำอวยพรจึงสำเร็จ



เพราะยุนกิรู้ว่าอย่างน้อยท่ามกลางคนแปลกหน้าที่คอยแต่จะเหยียบย่ำ จะมีจีมินเป็นแสงสว่างเดียวที่ทำให้เขาผ่านพ้นมันไปได้



เพราะเขารู้ว่าจีมินเชื่อในตัวเขา



เขาถึงเชื่อในตัวเอง



"มองอะไร" 



เพราะดวงตาของเขาคงจ้องมากเกินไปจีมินถึงได้หันเหไปทางอื่น เขาได้ส่ายหน้า แต่รู้สึกเมื่อยแก้ม



"เปล่า"



"ว่าแต่...ฮยองลืมอะไรไปรึเปล่าอ่ะ"



"หืม?"



คนตัวขาวคิด วันเกิดอีกฝ่ายก็ไม่ใช่ วันครบรอบก็เพิ่งผ่านไป หรือว่านัดกัน เพราะเขายุ่งมากในช่วงนี้ถึงไม่ได้สนใจเรื่องอะไรเลย หรือว่า...



"หึ" จีมินส่ายหัวในขณะที่หันกลับไปล้วงเอาอะไรบางอย่างในกระเป๋าคลัทช์ ยุนกิเอนตัวลงกับเก้าอี้ออฟฟิศ พอคนรักคว้าเอากระดาษสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กออกมาสองใบก็ถึงนึกได้



"เฮ้ย! ไปเอามาได้ไง"



บัตรเข้าเทศกาลเพลง ULTA แบบวีไอพีที่หายากแสนยาก เขาน่ะชวนอีกฝ่ายมานานแล้วว่าอยากไปด้วยกัน จีมินไม่ค่อยชอบเพลงตื๊ดแต่ก็ตามใจเขา อย่างที่บอกว่าเขาน่ะยุ่งมาก... ลืมไปเลยว่าเปิดขายบัตรแล้ว



"ก็รู้ไงว่าฮยองต้องลืมแน่ๆ นี่อุตส่าห์ตื่นมารอกดบัตรเลยนะเนี่ย"



"รักจีมินที่สุดเลยยยยยย"



เขารวบคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะให้ลงมานั่งที่ตัก ซุกหัวกับแผ่นอกบาง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ความเครียดและความเหนื่อยล้ามันหายไป 



รัก



"รักเหมือนกัน ฮยองรู้ใช่ปะ"



“อื้อ”



นั่นน่ะ... เป็นทั้งหมดที่เขาต้องการ



.


.


.



“ฮยองงงง หันมายิ้มหน่อย”


“หื้อ ไม่เอาอ่ะ”



เขาปัดป่ายกล้องโพลารอยด์ในมือจีมินให้หันโฟกัสไปทางอื่น ได้ยินจีมินหัวเราะคิกคักก็จิ๊ปากในความขี้เล่นของคนรัก พวกเขายืนอยู่ที่ดาดฟ้าหลังจากยุนกิส่งเพลงในมิกซ์เทปให้กับค่าย วันนี้เป็นวันพักผ่อนแต่สำหรับคนขี้เกียจอย่างเขาแค่ได้นอนก็ไม่ต้องการสิ่งอื่นอีก ถ้าอีกฝ่ายไม่ลากเขาออกมาเขาก็คงนอนอยู่อย่างนั้น จีมินมีนิสัยอย่างหนึ่งคือไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะพกกล้องโพลารอยด์ไปด้วยตลอด แต่เขาน่ะไม่ชอบถูกถ่ายเอาซะเลย



“เอาหน่อยน่า ท้องฟ้าตรงนี้ก็สวยดีไม่ใช่หรอ”



เขาทำปากยื่นแล้วรีบกลับมาเรียบนิ่งเมื่อกล้องโพลารอยด์ถูกจ่อมาเพื่อการเซลฟี่ ไม่ใช่อะไรหรอกนะแต่มันเป็นสไตล์ 



“หนึ่ง...สอง...สาม”



แช๊ะ



“เอาอีกรูปนะ”



“ครับๆ จะถ่ายไรก็ถ่ายเลย”



พอคำพูดนั้นหลุดออกจากปากจีมินก็เริ่มถ่ายเรื่อยเปื่อย ทั้งท้องฟ้า ตัวเอง แล้วก็เขา เดทที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากการไปร้านกาแฟและดูท้องฟ้า ยุนกิไม่ชอบความวุ่นวายส่วนจีมินชอบแสงสี แต่เขาก็รักเกินกว่าจะบังคับให้ยุนกิไปช้อปปิ้งด้วยกันแล้วต้องเป็นยุนกิทำหน้าไม่พอใจ



“ฮยอง ยิ้มหน่อย...”



“ยิ้มอะไร....”



“ยิ้มเหมือนที่ยิ้มให้ผมไง :)”



คำพูดที่เหมือนหลุดออกมาจากในภาพยนต์ทำให้เขาเผลอหลุดยิ้มออกมาจริงๆ หลังจากที่ได้เห็นรูปนั้นเขาถึงเพิ่งรู้ว่าจีมินมองภาพเขาได้สวยงามกว่าที่เขาเห็นตัวเองเสียอีก



.



.



.



ยุนกิมองเหม่อไปที่ด้านนอก ฝนตกปรอยๆเหมือนอย่างวันนั้นไม่มีผิด เสียงเจื้อยแจ้วของคนรักใหม่ไม่ได้เข้าหูเขาเลยแม้สักนิดเดียว เขามองผ่านกลีบปากสีชมพูอ่อน หญิงสาวที่แสนดี ดูแลเขาทุกอย่าง ทั้งทำอาหาร ทำความสะอาด เธอสวย เธออ่อนหวาน แต่...



“ฮยอง!”



ประตูร้านกาแฟเปิดออก เขาไม่ได้แปลกใจเมื่อเห็นจีมินยืนอยู่ที่หน้าประตูเพราะร้านกาแฟนี้เป็นร้านโปรดของเขาตั้งแต่สมัยที่เรายังคบกัน หอบหายใจเพราะวิ่งมา ใบหน้าแดงซ่าน กระเป๋าสะพายใบโปรดเปิดอ้าที่แขวนอยู่ที่ไหล่ทำให้เขาอยากจะบอกออกไปว่า ‘อย่าลืมปิดประเป๋าสิ’ แต่เมื่อดวงตาประสานกันกลับไม่มีคำพูดใด เขามีหนึ่งหมื่นคำในใจ แต่น้ำเสียงที่มีอยู่กลับไม่สามารถเปล่งออกมาได้เหมือนถูกขโมยไปจากแม่มดใจร้ายอย่างในนิทานนางเงือก 



“จีมินอา...”



จีมินระบายยิ้มบางด้วยความเจ็บปวด เขาเห็นมัน แม้จะรู้ว่ามันจบไปแล้ว แต่เขากลับอยากย้อนเวลาให้เราทั้งคู่ได้เริ่มใหม่ หัวใจถูกบีบรัดเมื่ออีกฝ่ายส่ายหน้าแล้วหันหลังกลับให้เขา



“จีมิน...ไม่”


แต่ตัวที่กำลังจะก้าวตามไปกลับถูกรั้งด้วยมือ ปลายเล็บสีชมพูย้ำเตือนให้เขารู้ว่าตัวเองไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว



“ฮาจอง....”


“เจอคนรู้จักหรอคะ?” หญิงสาวทำหน้าฉงนเมื่อคนรักมองไปที่ประตูร้าน เขาชะงัก เมื่อหันกลับไปก็ไม่พบร่างของอีกฝ่ายแล้ว



“ปะ...เปล่าหรอก”



น้ำเสียงขมขื่นจำเป็นต้องบอกออกไปอย่างนั้น



.



.



.



“ฮะ...ฮยอง! จะทำอะไร!!!”



เขาดึงร่างเล็กกว่าเข้ามาในอ้อมกอดด้วยความรุนแรงจนร่มลายก้อนเมฆที่อีกฝ่ายถืออยู่หล่นร่วงลงไปที่พื้น จีมินพยายามผลักไสเขาท่ามกลางม่านหมอกแห่งความไม่เข้าใจ ยุนกิกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ส่ายหัว



“ไม่...ไม่ปล่อย”



“ฮยองบ้าไปแล้วหรอ” มันไม่ใช่ครั้งแรกที่จีมินตะคอกใส่เขา แต่เป็นครั้งแรกที่หัวใจรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้ 



ซา...ซ่า...ซา



“เออ ก็บ้าไปแล้ว ฮยองรักเธอ เข้าใจบ้างมั้ยวะ” เขาตะโกนออกมาด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี หวังให้เสียงที่ดังที่สุดก้องไปถึงใจของอีกฝ่ายบ้าง



เขาได้ยินเสียงจีมินร้องไห้



“ละ...แล้วมาพูดอะไรตอนนี้”



ตอนที่มันสายไปแล้ว



“ฮยองก็รู้ว่ามันสายไปแล้ว...”



เขารู้



เขารู้ดี



แขนทั้งสองข้างไม่ยกขึ้นกอดตอบเขาเหมือนอย่างที่เคย



“ไม่... ไม่เอา...” เขาสะอื้น เรี่ยวแรงที่มีพลันหายไปจนเขาดึงอีกฝ่ายลงมาคุกเข่าด้วยกัน ไฟรถสปอร์ตคันหรูของเขาส่องสว่างจ้าจนแทบมองไม่เห็นหยดน้ำตา เพียงแต่ยุนกิรู้ดีว่าอีกฝ่ายก็เสียใจเช่นเดียวกัน



“เราอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่ได้หรอวะ”



มองผ่านม่านน้ำตา เขาเห็นอีกฝ่ายนิ่งงันไปชั่วครู่ ครั้งหนึ่งที่จีมินทำท่าเหมือนจะพยักหน้า แต่กลับปฏิเสธ



“ฮยอง... ตื่นเถอะนะ”



“ไม่เอา ไม่ตื่น”



“ก็บอกให้ตื่นไงวะ!!!!” เขาตัวสั่นเพราะถูกเขย่า เห็นน้ำตา ความเจ็บปวด ความข่มขื่น และความรัก ในตอนนั้นที่จีมินหายไปอีกครั้ง หายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่



ร้องไห้ไปให้ตายเถอะ ปาร์ค จีมิน

ยังไงก็ไม่มีวันกลับมาอยู่แล้วนี่




2




ยุนกิรู้สึกเมื่อยขบเมื่อนาฬิกาปลุกร้องดัง ตาหรี่ลงรับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ยามเย็น... เขาเผลอหลับที่โซฟาอีกแล้ว วันหยุดพักผ่อนหมดไปกับการนอนหลับเหมือนทุกครั้ง คิดแล้วก็ขำ เขาเปิดเช็คโทรศัพท์เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครติดต่อมาระหว่างหลายชั่วโมงที่เขานอน พลิกตัวด้วยความเมื่อยขบก็เหลือบไปเห็นรูปโพลารอยด์หลายขนาดหลากสีที่ติดอยู่ที่ผนัง จำนวนของมันเยอะพอที่จะเติมเต็มผนังที่ว่างเปล่าให้ดูสวยงามราวกับแกลอรี่แสดงงานศิลปะ 



รวมทั้งพื้นที่หัวใจที่ว่างเปล่าของเขาด้วย



เขาลุกขึ้น บิดตัวไปมาแล้วหยิบน้ำขึ้นจิบ เขาไม่ชินกับเสียงอิเลคทรอนิคแต่เพราะต้องอยู่ตัวคนเดียวเทคโนโลยีก็ดูจะเป็นที่พึ่งพาที่ดีที่สุด ตั้งแต่นาฬิกาปลุก ระบบอุ่นอาหาร ไมโครเวฟ เตาไฟฟ้าที่เป็นคราบเลอะมัน



เขาอาบน้ำอุ่นต้อนรับลมหนาวก่อนจะแต่งตัว ขณะที่ผูกไทก็เหลือบมองปฏิทินที่แขวนอยู่ที่ผนังตู้เสื้อผ้า ท่ามกลางตารางงานที่แน่นขนัดแต่ตารางของวันนี้กลับถูกขีดด้วยไฮไลท์สีแดง ทับจนเด่นออกมาจากวันอื่นแสดงถึงความสำคัญ เขาสวมสูททั้งที่ปกติไม่ชอบมัน หยิบเสื้อตัวโปรดของจีมินใส่ถุงกระดาษ ตอนที่ไขกุญแจเพื่อจะล็อกห้อง ความวูบโหวงในใจกลับกลืนกินตัวตนของเขา



รถสปอร์ตคันใหม่เข้าจอดที่ลานจอดวีไอพีของตึกสีขาว เขาไม่ได้ตื่นเต้นหรือว่ารีบร้อน ก้าวผ่านเด็กๆที่กำลังหัวเราในชุดคนไข้ เข้าลิฟท์ไปกดชั้นที่ 12 เลขที่เขาคุ้นเคยดี เมื่อประตูเปิดก็พบกับความเงียบสงบอย่างที่หาไม่ได้จากที่อื่น 



‘ปาร์ค จีมิน’



เมื่อเปิดประตูเข้าไปเขาก็โค้งให้กับผู้ปกครองของเจ้าของชื่อ หญิงวัยกลางคนไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้แต่กลับพุ่งเข้ากอดเขา ยุนกิพยักหน้า พยายามบอกว่าเขาเข้าใจทุกอย่างดี แม้ในใจกำลังร่ำไห้อย่างหนักก็ตาม



ร่างที่นอนนิ่งสงบอยู่บนเตียงกระเพื่อมตามแรงหายใจอย่างแผ่วเบาราวกับไม่มีอยู่ ใบหน้าไม่ได้ซีดเซียวอย่างคนป่วย แต่ดูเหมือนคนกำลังนอนหลับฝันหวาน เขาเหลือบสายตาไปมองที่คนอื่น ทั้งนัมจุนและโฮซอกก็อยู่ที่นี่



เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้น ควานหาของในถุง ที่หยิบออกมาเป็นแผ่นซีดีสีขาวดำ เขาวางมันลงที่มือซึ่งประสานไว้ที่หน้าอก



“ผมชื่อมิน ยุนกิ เป็นแร็ปเปอร์ ไอดอล โปรดิวเซอร์ หรืออะไรก็ตามที่พวกคุณอยากจะเรียก แผ่นซีดีในมือผมถูกขายได้มากกว่าครึ่งล้านแผ่น นั่นแปลว่าผมรวยใช่มั้ยละ...” เขาพูดติดตลก



“จีมินอา... มิกซ์เทปของฮยองน่ะ... ขายได้ดีกว่าที่คิดละสิ”


เขามองไปที่ริมฝีปากที่เหมือนจะส่งยิ้มให้เขา



“เสื้อตัวนี้... ให้เป็นของขวัญละ สำหรับกำลังใจทุกอย่างที่ผ่านมาไง... ก็ฮยองน่ะ สัญญาไว้แล้วนี่” เสื้อตัวโปรดของเขาถูกวางลงไว้เช่นเดียวกัน เขาคิดว่าจะสวมให้อีกฝ่ายด้วยตัวเองด้วย



“แล้วเรายังสัญญาอะไรกันอีกนะ? เธอจำได้มั้ย?”



จีมินไม่ได้ตอบ



“เธอเอง... ก็ขี้ลืมเหมือนกันนี่นา”



ครั้งนี้มือขาวล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท เมื่อกล่องใบเล็กสีน้ำเงินเข้มถูกเปิดให้เห็นแหวนทองคำขาวเขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นของใครหลายๆคน



“ผมมีแหวน”



“เพราะเธอน่ะ...พูดอยู่เสมอว่าอยากให้เราสองคนมีครอบครัวด้วยกัน ในตอนนั้นผมไม่เคยเข้าใจเลยและมุ่งหาแต่ความสำเร็จ...ในขณะที่จีมินคิดว่ารักนั้นคือทุกอย่าง ทิ้งความฝันที่เคยต้องการเพื่อตัวผม ผมมักจะบอกจีมินเสมอว่าวันที่ผมประสบความสำเร็จ... พอถึงวันนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมี ผมอยากจะมอบให้จีมินทั้งหมด”



แล้วเขาก็หลุดขำ


“ตลกนะ... พอมาถึงวันนี้ เขาก็ไม่อยู่แล้ว”



‘ก้านสมองไม่ทำงานแล้วครับ... เขา...ไม่มีวันกลับมาแล้ว’



ขาของเขาพลันหมดเรี่ยวแรงอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดน้ำตาถึงไหลออกมาไม่หยุด ทั้งที่คิดว่าจะไม่ร้องไห้แต่กลับร้องไห้ราวกับจะขาดใจ



.



.



.



เพราะแม้เวลาผ่านไป อาจมีใครหลายคนที่เดินเข้ามา



บ่ายวันเสาร์ฝนตกปรอยพอให้อากาศชุ่มชื้นจนยุนกิไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศในห้อง เขานอนเอกเขนกอยู่ที่โซฟาสีตุ่นตัวโปรดที่ขนมันมาจากบ้านที่แดกู กลิ่นคุ้นเคยทำให้เขายิ่งฝังซุกตัวในผ้านวมผืนนิ่ม เขาเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรื่อย ผ่านช่องเพลง ช่องภาพยนต์รัก หรือว่าแอคชั่น ทำหน้าหยีเมื่อได้ยินเสียงหวีดร้องของภาพยนต์สยองขวัญที่เลื่อนผ่านมาโดยบังเอิญ


ทั้งที่เป็นวันหยุดแต่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด


เสียงหวีดร้องเพราะกลัวผีของจีมินน่ะ ตลกที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินน่ะสิ




ติ๊ง ต่อง



ในตอนนั้นที่มีคนกดกริ่ง เขากระวีกระวาดไปเปิดประตู คิดว่าคงเป็นจีมินที่กำลังเพิ่งกลับจากไปช้อปปิ้ง อีกฝ่ายจะต้องถือของหนักแล้วก็บ่นที่เขามาเปิดช้า



มือขาวที่เปิดโพล่งออกไป เมื่อดวงตาสบกับสีอื่นที่ไม่ใช่สีดวงตาของอีกฝ่าย



“เฮ้ ที่รัก หมดไปกี่ล้านละวันนี้” เขาถาม



แต่คนที่อยู่เบื้องหลังบานประตูกลับไม่ใช่จีมิน



“ยุนกิฮยอง... เครื่องต้มน้ำเสียวะ อยากกินรามยอนอ๊ะ”



.


.


.



มือขาวปาดคราบน้ำตา มองควันบุหรี่ที่ลอยไปตามริมระเบียง ผลการทำทีซีแสกนของจีมินไม่ดีเลย เขารู้ว่าเปอร์เซ็นการรอดชีวิตจากการเป็นมะเร็งในสมองไม่ใช่เรื่องง่าย ดวงตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า เคยมีเรื่องเล่าที่ว่าช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่สวยงามที่สุดของวัน


ที่จริงแล้วช่วงเวลานั้นอาจจะไม่มีอยู่จริง 


เพราะไม่มีจีมินอยู่ตรงนี้


ชั่วครู่ที่ความโหยหาของเขานึกถึงเสียงของอีกฝ่าย



“ฮยองอยู่ได้นะ?” อีกฝ่ายต้องกำลังอยากพูดคำนี้กับเขาอยู่แน่ๆ ก็จีมินน่ะขี้เป็นห่วงจะตาย แต่เขากลับไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลยเพราะแค่หลับตา ภาพจีมินก็ยังลอยอยู่เต็มไปหมดเหมือนหมอกหนายามเช้า



“อยู่ได้สิ สบายน่า แต่จีมินอา...”



“หืม?”


“อย่าไปไหนได้มั้ยวะ”


ในตอนนั้นที่เขาลืมตา จีมินไม่ได้ตอบ และอ้อมกอดของเขาก็ว่างเปล่า



.



.



.



“ฮื้ออออออ เมาแล้วน่า ฮยอง”



จีมินโบกมือไปมาที่หน้าเขาและยุนกิทำได้เพียงแค่หัวเราะ คนที่นั่งโต๊ะข้างๆมองเขาด้วยความแปลกใจ นั่นสิ ใครจะบ้านั่งหัวเราะคนเดียวละ



เขาหน้าแดงก่ำเพราะซัดโซจูหลายขวดไปคนเดียว 



“จีมินอา... ยังไม่เมาซะหน่อย”



“ไม่เมาที่ไหน...” สัมผัสนิ่มนวลราวกับขนนกไล้ไปตามใบหน้าของเขา



“เมาก็ดีดิ่ จะได้ลืมๆไปซะที”



“จีมินแม่ง... ทำไมใจร้ายจังวะ”



สัมผัสที่ใบหน้าชะงักค้าง ดวงตาของเขาหม่นแสงลง



“รักเขามากเลยหรอวะ มิน ยุนกิ”


เขาถามตัวเอง


ชั่วครู่ที่เขาจ้องมองไปยังกระจกรถที่จอดอยู่ข้างทาง เห็นเงาสะท้อนของตัวเอง ที่ชัดเจนคือรอยร้าวของการสูญเสียในดวงตา



“ถามโง่ๆเนอะ ก็รักมากอ่ะดิ่ จีมินอา... ปลอบฮยองหน่อยสิ



จีมินที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้พูดอะไร เขากระชับ กุมความว่างเปล่าไว้ในกำมือ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรู้สึกของตัวเองจะไปถึงอีกฝ่ายหรือไม่...


.


.


.



แต่มันก็มีบางครั้งที่จีมินเป็นคนใจร้าย



.


.


.



“ฮะ...ฮยอง... จีมินขอโทษ”



ผลทำทีซีแสกนของอีกฝ่ายบอกชัดเจนแล้ว ยุนกิทรุดนั่งลงกับพื้น โดยไม่รู้ตัวที่น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ 



“เรา...เลิกกันมั้ย”



น้ำเสียงหวานเอ่ยทำที่ทำร้ายใจเขามากที่สุด ยุนกิส่ายหัวอยากอ่อนแรง คว้ามือให้คนที่ยืนอยู่ล้มลงมาในอ้อมกอด



“ไม่เลิกหรอก... เราจะสู้ไปด้วยกัน”



“ไว้หายแล้ว... ไปเที่ยวยุโรปเหนือด้วยกันนะ อย่างที่เคยบ่นไงวะ จีมิน”



คนใจร้ายยิ้มทั้งน้ำตา



ในฝันที่มันเลื่อนลอย ฝนเริ่มตกในหัวใจของเขาและไม่เคยหยุดอีกเลย



.


.


.



“ทำไมโอปป้าไม่บอกเค้าไปว่าเราเป็นอะไรกัน!”



“เซนา... มีเหตุผลหน่อยดิ่วะ”



มันก็มีหลายครั้งที่เขาแกล้งทำเป็นว่าเขาไม่ได้รักจีมินแล้ว มีหลายครั้งที่ปลดความเงียบเหงาด้วยการหาใครสักคนมาร่วมเตียง 



“แล้วยังไง? จะให้อยู่เฉยๆให้มันยั่ว...”



“เซนา!”


เขากุมขมับ นึกอยากให้จีมินเป็นคนที่อยู่ตรงนี้ แม้ในอดีตเขาไม่เคยนึกอยากจะเปิดตัวให้ใครก็ตามในโลกรู้จักคนที่น่ารักอย่างจีมิน แต่... ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะจากกันไปในที่แสนไกลแบบนี้....



“โอปป้ายังลืมจีมินไม่ได้ใช่มั้ย!”


ในใจของเขาร่ำร้อง



“โอปป้าไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเซนาเลย”



“คนใจร้าย...”



เขาก็รู้แหละว่าเขามันคนใจร้าย


เซนาอ่า... ที่จริงแล้ว ยังมีคนที่ใจร้ายกว่าโอปป้าอีกนะ...



.



.



.



ทั้งที่ลองเลิกกันแล้ว แต่เพียงแค่สองชั่วโมงหลังจากที่จีมินไล่เขาไป ยุนกิกลับไม่ยอมไปไหน จีมินร้องไห้เมื่อเห็นยุนกิเปิดประตูกลับเข้ามาในห้อง คนป่วยอย่างเขาไม่ได้หน้าตาสดใสอีกต่อไป เขาเหมือนคนตาย เขาไม่อยากให้ยุนกิเห็นเขาในสภาพแบบนี้ เขาแค่ไม่อยากให้ยุนกิต้องมาจมปลักอยู่กับคนใกล้ตาย 



แต่ความโหยหาอาวรณ์ในความรักกลับมีมากกว่า



“ดอกไฮเดรยเยียที่เธอชอบไง มันสวยใช่มั้ยละ... แต่เธอน่ะ สวยกว่าอีกนะ”



มือขาวปาดเกลี่ยน้ำตาเมื่อจีมินมองดอกไม้ในมือของเขา



ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนผิดอะไร ทั้งที่โดนไล่ ทั้งที่จะไปก็ได้ แต่เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด



“ฮยองขอโทษนะที่พูดไม่เข้าหูจีมิน ยกโทษให้ฮยองนะครับนางฟ้า”


แขนที่เล็กลงกว่าเดิมเพราะป่วยตวัดร่างเขาเข้าไปในอ้อมกอดที่เย็นชืด ยุนกิกระชับร่างของจีมินให้เข้ามาใกล้ หวังให้ไออุ่นของตัวเองทำให้จีมินอุ่นขึ้น จูบซับน้ำตาที่ยังไม่ยอมหยุดร่วง


“ไม่ร้องไห้แล้วนะ ก็บอกแล้วไงว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน...”



.


.


.



ยุนกินั่งอยู่ท่ามกลางความเดียวดายในสตูดิโอ



ถ้าอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนี้



ก็คงจะถามเขาว่า...



‘วันนี้เป็นยังไงบ้าง’ ละมั้ง?



“ก็เรื่อยๆแหละ... ยากหน่อย” เขาตอบกลับไปในความเงียบงัน น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนภาพมันพร่าเบลอไปหมด



เห็นภาพจีมินนั่งอยู่บนโต๊ะ สวมเสื้อตัวโปรดของเขาเหมือนอย่างเคย


จีมินจะรู้หรือไม่ว่ามิกซ์เทปของเขายังไม่เสร็จเลย ทั้งที่ปากก็บอกไว้แล้วว่าจะทำให้เสร็จตั้งแต่เดือนที่แล้วแท้ๆ ทั้งที่ทำงานไม่ลืมหูลืมตาเพราะหวังว่าจะได้ลืมอีกฝ่ายไปบ้าง แต่กลับยิ่งคิดถึง คิดถึงมาก... จริงๆ



‘ฮยองทำได้อยู่แล้วน่า’ 



จีมินก็คงจะบอกเขาอย่างนี้ละมั้ง คิดแล้วริมฝีปากก็ยิ้มออกมาได้ในรอบหลายวัน



ก็อีกฝ่ายน่ะ... รู้จักเขามากที่สุด มากกว่าที่ตัวเขารู้จักตัวเองเสียอีก



เพราะต่อให้อีกฝ่ายจะไม่อยู่ตรงนี้ เพราะต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นนางฟ้าอยู่ข้างบนแล้ว แต่ก็ยังคงไม่หยุดให้กำลังใจเขาสินะ... เพราะฉะนั้นมันจึงสำเร็จ



เพราะเขารู้ดีในวันที่เอ็มวีออกเป็นครั้งแรก ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของแฟนคลับ ดวงตามองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากรอยยิ้มสว่างเจิดจ้าของจีมิน ที่ใดสักทีที่ไกลจากที่นี่



เพราะเขารู้ว่าจีมินเชื่อในตัวเขา


เขาถึงยังไม่ละทิ้งศรัทธาในตัวเอง



คิดอย่างนั้นสายตาก็ดันมองเห็นกระดาษสองใบที่เหน็บอยู่ที่หน้าจอ มีโพสท์อิทสีเหลือเขียนด้วยลายมือเหมือนเด็กมัธยมว่า ‘ULTA!!!! วันที่ xx/xx อย่าลืมมารับเด็ดขาด!!!!!!’


“ก็กลับมาได้ปะวะ จะได้ไปรับได้ไง...”


เขาตวัดจีมินในมโนภาพเข้ามาในอ้อมกอด ความเครียดและความเหนื่อยล้าที่มีอยู่ทำให้เขาหลับไปจนถึงเช้าของอีกวัน



“รักนะ... จีมินอา”


‘อื้อ’



หากอีกฝ่ายตอบกลับมาเช่นนั้น เขาเองก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว



.



.



.



แล้วใครจะคิดว่ารูปถ่ายโพลารอยด์ที่ถูกเก็บเอาไว้ในกล่องกลับถูกเอากลับมาติดฝาผนังทั้งหมด ยุนกิติดไปร้องไห้ไปราวกับคนบ้า ทั้งที่คิดว่าถ้าไม่เห็นกันแล้วก็คงจะลืมกันได้ง่ายๆ แต่ความรักที่มีให้กับจีมินกลับตราตรึงใจมากกว่าครั้งไหน



ทั้งที่คิดว่าลืมได้แล้ว ทั้งที่คิดว่าไม่ได้รักแล้ว



‘ฮยองอ่า ยิ้มหน่อย’



เขามองรูปจีมินที่ฉีกยิ้มให้กล้องอย่างโง่งม ส่วนตัวเขาที่ทำหน้านิ่งๆดูแล้วน่าเกลียดเป็นบ้า



ในตอนนั้นที่เขายิ้มออกมาทั้งน้ำตา



“ยิ้มอย่างนี้ใช่มั้ยวะ ที่เธอต้องการ”



.



.



.



“ยุนกิ... พรุ่งนี้----“



เขาเหม่อออกไปที่ด้านนอก น้ำเสียงของเซนาไม่ได้เข้าหูเลยสักนิด วันนั้นฝนก็ตกปรอยๆแบบนี้ ที่ใดสักที่ที่จีมินอยู่จะฝนตกแบบนี้มั้ยนะ แล้วจีมินจะมีร่มรึเปล่า? 



“โอปป้า!”



เขาได้ยินเสียงเซนาเรียกเขา แต่ดวงตากลับจ้องไปที่ประตูร้าน คาดหวังให้ใครสักคนในชุดเสื้อกันฝนที่คุ้นเคยเปิดประตูเข้ามาแล้วก็พูดว่า ‘ข้างนอกฝนตกหนักเป็นบ้า ผมเสียทรงหมดแล้ว’ เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายจะอารมณ์เสียเวลาที่ไม่สามารถเสยผมได้อย่างที่ต้องการและเขาก็จะหัวเราะเหมือนทุกครั้ง 



เขาอยากจะหันกลับไปหาเซนา



แต่ทั้งตัวกลับนิ่งค้างเหมือนถูกคำสาปของดวงตางูในนิทานปรัมปราให้มืดบอดมองไม่เห็นสิ่งใดและไม่สามารถขยับได้อย่างใจต้องการ ดวงตาของเขามองผ่านสีเทาของคอนแทคเลนส์คู่สวย



“จีมินอา...”



“โอปป้า!”



“อ่า... หะ ว่าไงนะ เซนา”



หญิงสาวทำหน้าฉงนที่เรียกแล้วเขาไม่ตอบ



“เจอคนรู้จักหรอคะ ทำไมไม่ฟังที่เซนาพูดเลย”



ยุนกิยิ้มชืด...



“ปะ...เปล่าหรอก”



ถ้าได้เจอกัน... ก็คงดีน่ะสิ



.



.



.



‘ฮะ...ฮยอง! จะทำอะไร’



ในใจปราถนาให้มีร่างอุ่นชื้นอยู่ตรงนี้ เขาอยากดึงให้จีมินเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดทั้งที่สายฝนตกกระหน่ำแบบนี้ ต่อให้อีกฝ่ายจะไม่รักกันและผลักไสเขาก็ไม่เป็นไร ท่ามกลางม่านหมอกแห่งความร้าวราน เบื้องหน้าคือความมืดมิดที่ว่างเปล่า



“ไม่... ไม่ปล่อยหรอก”


‘ฮยองบ้าไปแล้วหรอ’ ถ้าอีกฝ่ายเห็นว่าเขาเป็นอย่างนี้ก็คงตะโกนด่าเขาเหมือนอย่างตอนที่เขาทำรามยอนห่อสุดท้ายในหอใหม้โดยไม่รู้ตัว



ซา...ซ่า...ซา



“ฮึก...” เขาได้ยินเสียงสะอื้นของตัวเองทั้งที่ฝนตกหนักเหมือนฟ้าจะถล่มทลาย



“เออ ก็บ้าไปแล้วไง ฮยองรักจีมิน ได้ยินปะวะ” เขาตะโกนขึ้นบอกท้องฟ้ามืดครึ้มที่ไม่เคยเห็นใจเขาเลย



ที่ทำได้ตอนนี้...ก็คงทำได้แค่กอดตัวเอง



เพราะจีมินไม่อยู่กอดเขาแล้ว



“ไม่เอาไม่ได้หรอวะจีมิน”



“เราอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่ได้จริงๆหรอ”



เขาถาม มองที่ประตูรั้วบ้านของอีกฝ่าย ไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนั้นเขารู้ดี



ดวงตาสีดำสะท้อนกับแสงไฟรถสปอร์ต... คันที่จีมินร่ำร้องขอให้เขาซื้ออยู่ทุกวัน แต่ตัวเองกลับไม่อยู่นั่งนั่นละ



‘ฮยอง... ตื่นเถอะนะ’



ตื่นมายอมรับกับความจริง



“ไม่เอา ไม่ตื่น”



โลกที่ไม่มีจีมินแล้ว



‘ก็บอกให้ตื่นไงวะ!!!!!’


เขาได้ยินเสียงส่วนที่ลึกที่สุดในใจของตัวเองตะโกนบอก น้ำตาหยดลงรวมกับน้ำฝน ความเศร้า การสูญเสีย ความรักที่ร่วงหล่น และครึ่งหนึ่งที่หายไปพร้อมกับจีมิน



ร้องไห้ไปให้ตายเถอะ มิน ยุนกิ

ยังไงเขาก็ไม่มีวันกลับมาอยู่แล้วนี่






3




ดวงตาพร่าเหลือบตามองคนรักเป็นครั้งสุดท้าย



‘หมดเวลาแล้ว’



จีมินบอกเขาอย่างนั้น



ยุนกิประคองแหวนสวมใส่ที่นิ้วมือของจีมิน และเกี่ยวให้มือของอีกฝ่ายสวมแหวนเข้ากับนิ้วของตัวเองอย่างติดขัด ในตอนนั้นเองเสียงที่แม่มดใจร้ายขโมยไปจากนางเงือกพลันกลับคืนมาด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดและแน่นอนว่ายิ่งใหญ่กว่าความตายด้วย



“มีแต่พระเจ้าเท่านั้นละ ที่รู้ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน”



เขานึกถึงทั้งความรัก คำปลอบโยน ตลอดสองปีที่ผ่านมาซึ่งเขาทำได้แค่หลอกตัวเอง มันคงถึงเวลาแล้วที่เขาจะไม่หน่วงรั้งปีกสีขาวของอีกฝ่ายอีกต่อไป



“แต่งงานกันนะครับ นางฟ้าของพี่”



เขากำมือที่เย็นชื้นเป็นครั้งสุดท้าย หลับตาลงแล้วสูดลมหายใจ


ดวงตาแดงก่ำหันไปสบตากับแพทย์และพยาบาลซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง



หลับตาลง



“ถอดเครื่องช่วยหายใจเถอะครับ...หมอ”



ความรักในใจของเขาจะทำให้จีมินยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปตลอดกาล




END




first published : 2016.08.17








Talk; 



กลับมาอีกครั้งหลังห่างหายไปนาน

ฟิคเรื่องนี้ฉลองที่โปรเจคบังทันวีคลี่กลับมาแล้ว!

สารภาพว่าจะลงตั้งแต่เมื่อวาน

แต่พอกลับมามิกซ์เทปของยุนกิก็ออกมาพอดีเลย

ก็ไป....แหก...มาอ่ะค่ะ เป็นเพลงที่ดีเนอะ :-)


หัวข้อที่เราได้แรนด้อมมาคือ B comforting a sad A หรือว่าการปลอบคนที่กำลังเศร้าอยู่


ตอนที่ได้หัวข้อนี้มา เราลำบากใจมากเลยค่ะเพราะไม่ถนัดเขียนเลย

เรื่องการปลอบคนเราก็ไม่ถนัดด้วย เรื่องจริงนะ


ปกติไม่ค่อยอยากที่จะพูดถึงเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้คงไม่พูดไม่ได้

ทุกคนคิดว่า ใครกำลังปลอบใครอยู่หรอคะ?


ตอนที่เราคิดว่าจะให้ใครปลอบใคร เรางงมากเลยค่ะฮา

ชื่อเรื่องชื่อว่า Nostalgia แปลแบบตรงๆตามพจนานุกรม

ก็แปลว่า ความอาลัยอาวรณ์,ความรู้สึกโหยหา,ความคิดถึง


ใช่...ค่ะ 

เกือบทั้งหมดของเรื่องไม่มีอยู่จริง ไม่มีจีมิน ไม่มีอะไรเลย

เป็นแค่ความโหยหากับความทรงจำของยุนกิล้วนๆเลย

ที่ต้องบอกในจุดนี้เพราะกลัวงงค่ะ เราไม่ได้บรรยายไว้อย่างชัดเจน

เพราะต้องการเขียนถึงความรู้สึกที่ยุนกิรู้สึกจริงๆ


ในตอนแรกดูเหมือนว่ายุนกิจะปลอบจีมินใช่มั้ยคะ

แต่จริงๆแล้ว...ถ้าจีมินยังอยู่ก็คงจะเป็นฝ่ายปลอบยุนกิละมั้ง

ต้องการจะสื่อแบบนี้แหละค่ะ ตรงๆ


พูดถึงเพลงที่เป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้หน่อย

ไม่ได้เป็นเพลงในกระแส เรียกว่าถ้าคนที่ไม่ได้ฟังเพลงเยอะๆ

หรือว่าชอบเพลงแนวนี้อยู่แล้วก็คงจะไม่รู้จัก

แนะนำให้ไปฟังแล้วก็ดูเอ็มวีด้วยค่ะ เป็นเพลงที่ดีมากๆเลย :)


อีกจุดหนึ่งที่คนอาจจะงง

คือเรื่องสรรพนามที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของยุนกิ

บางทีก็ฉัน-เธอ, ผม-คุณ, ฮยอง-จีมิน


อยากให้ลองนึกภาพตามว่าคนเราเวลาอารมณ์ขึ้นๆลงๆ

ก็พูดแปลกๆบ้างใช่มั้ยคะ อารมณ์แบบพูดกับเพื่อนว่า


“กูอยาก....งี้ว่ะ” แต่แบบพอหันไปเจอเพื่อนอีกคนที่ไม่ได้พูดคำหยาบ

ก็จะแบบ “เออแก...ฉัน”


การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาคือคำพูดที่ยุนกิต้องการจะพูดบางที

ก็อาจจะเกิดจากอารมณ์ที่อ่อนไหว ใครงงก็...อ่านวนไปค่ะ บาย



เป็นการเดบิวต์ฟิค BAD END(?) เรื่องแรกของเราเลย

ช่วยให้ความรักกับมันเยอะๆนะคะ

สำหรับใครที่ยังงง ไม่เข้าใจเกี่ยวกับแนวเขียนลองเข้าไป

อ่านในทวีตเราได้ค่ะ มีเล่นแท็กไว้เผื่อจะเข้าใจกันมากขึ้นเนอะ


ขอบคุณสำหรับความรักและคอมเม้นดีๆเสมอมาเลยนะคะ



รักเสมอค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

2,922 ความคิดเห็น

  1. #2906 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 00:38
    หน่วงง
    #2906
    0
  2. #2619 lunatic.august (@kanityada2) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 03:23
    โอ้ยคือมัน พี่คะ มาอ่านกี่รอบก็ร้องไห้ ขนาดตอนยังเป็นเด็กเด๋อกว่านี้ อ่านแล้วงงๆยังร้องไห้เลย พอฉลาดขึ้นมา(นิดหน่อย)แล้วกลับมาอ่านก็ยังร้องไห้เหมือนเดิม ฮือ ร้องไห้กับความรักของทั้งสองคนเลย ร้องไห้กับความจริงที่ว่ายุนกิใช้ชีวิตแบบเพ้อๆไปอยู่คนเดียวตั้งครึ่งเรื่อง โอย ปวดลูกตามากค่ะ555555 พอนึกภาพตาพี่แบบนั้นแล้วมันปวดใจจึ้กเลย เฮ้อ ในที่สุดก็ทำใจได้แล้วนะพี่ยุงกิ แบบว่า น้องนางฟ้าก็จะอยู่กับพี่ไปตลอดในใจยังไงล่ะ 😢😢😢
    #2619
    0
  3. #2315 twynse (@twynse) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:20
    ไม่มีอะไรจะพิมพ์นอกจากเศร้ามาก บรรยายได้แบบฮือใจหนูววว
    #2315
    0
  4. #2243 Nm Pair (@namussaya) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 16:57
    <p>ไรท์แต่งดีมากเลย บีบหัวใจมากๆ .__.</p>
    #2243
    0
  5. #1994 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 23:06
    อ่านๆไปนี่คืองงมาก ตอนแรกๆมาอย่างนี้ พออยู่ไป อ้าว ไหงกลายเป็นอย่างนั้น พออ่านไปอีกก็ อ๋อ โอเค เข้าใจละ แม้จะงงๆในตอนแรกๆ แต่ในตอนหลังคือเริ่มเข้าใจว่าทั้งหมดนี่ มันคือความทรงจำ และในบางครั้งมันเป็นความทรงจำที่บิดเบือน หรือเป็นสิ่งที่อยากให้เป็น
    เศร้าอ่ะ จีมินของเราโดนทำร้ายอีกแล้วววส ฮืออออออ ทำไมต้องดราม่าอีกแล้วววว เราเศร้า!!
    #1994
    0
  6. #1943 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 01:50
    ขอตั้งสติก่อนนะ เราไม่คิดว่าน้ำตามันจะไหลออกมาได้มากมายขนาดนี้
    ไม่ได้รู้สึกแบบนี้นานแล้ว รู้สึกเหมือนกับว่าหัวใจมันหน่วงๆ กำลังจะแหลกเลย
    ในตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงแค่การบอกเลิกกันเฉยๆ จีมินคงเป็นคนเยียวยาและปลอบโยนยุนกิ
    ในช่วงเวลาหลายๆอย่างของยุนกิมีจีมินอยู่ด้วยหมดเลย อะไรที่ยุนกิไม่ชอบจีมินก็ไม่ทำ
    การพบกันครั้งแรกไม่ได้คิดว่าหลังจากนั้นจะยาวนานแบบนี้ เป็นรักจริงๆ เป็นรักที่สวยงาม
    ในวันที่ต้องการกำลังใจที่สุดคนที่อยากให้อยู่ด้วยก็ยังคงเป็นจีมิน จีมินน่ะเป็นนางฟ้านี่นา 
    หลายๆอย่างที่ถูกเขียนออกมา มันลงตัว ไม่ได้ให้เห็นแค่ช่วงๆเดียวแต่ว่าเป็นช่วงสำคัญเลย
    ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวด ... เราไม่เข้าใจตอนที่บอกว่าจีมินน่ะใจร้ายกว่า แต่พออ่านมาเรื่อยๆ
    จีมินน่ะใจร้ายที่สุดแล้วจริงๆด้วย กับยุนกิน่ะ แต่ว่ายุนกิบอกเองนี่นาว่าจีมินน่ะเป็นนางฟ้า
    นางฟ้าก็ต้องอยู่บนสวรรค์นะ จีมินอ่า จนตอนนี้น้ำตากลับมาไหลอีกแล้ว ช่วยไม่ได้เลยอ่ะ 
    หัวใจเราทำงานหนักมากเลยวันนี้ ความรักเป็นสิ่งสวยงามนะถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวดแต่ลืมไม่ได้จริงๆ

    #1943
    0
  7. #1858 มีฟา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 22:47
    น้ำตาไหลพราก บรรยายาสวยมากอ่ะซึ้งจุง ฮรืออออ ไอมะเร็งตัวร้ายแกพรากคู่รักให้จากกัน!!
    #1858
    0
  8. #1826 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 13:56
    สารภาพเลยค่ะว่าร้องไห้ ฮรึกกกกก
    #1826
    0
  9. #1684 Misuyo Maki (@ployzaza4477) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 23:24
    โอ้ยยยยยย เป็นฟิคที่ดีงามพระรามเก้ามาก เข้าใตความรู้สึกพี่ก้าเลยอ่ะ ตอนอ่านจบนี่น้ำตาไหลพรากเลยอ่ะ ขอบคุณนะคะที่เขียนมาให้อ่าน
    #1684
    0
  10. #1571 Doyoung_Jae (@Im_Jinyoung) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 01:30
    โอยย ค้างบบรทัดที่ก้านสมองไม่ทำงานแล้ว10วิ แล้วมาน้ำตาร่วงตอนบอกให้ถอดเครื่องช่วยหายใจอีก โฮฮฮฮ??
    #1571
    0
  11. #1451 apcwhat (@apichaya-w) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 03:19
    เขียนดีมากจริงๆค่ะ เจ็บที่หัวใจเลย
    #1451
    0
  12. #848 'schdapt (@junkim) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 11:52
    คือแบบ.. ตอนแรกก็ลุ้นว่ารักษาจีมินหาย น้องอาจจะความจำเสื่อมแล้วกลับมาหายุนกิงี้ พออ่านไปเรื่อยๆละแบบ โอ้ก้อช นี่มันอะไร ฮือ พอน้องเข้ารพ.ละต้องเลิกกันมันแบบ โอ้ย บีบใจมาก ยิ่งตอนที่พี่ยุนกิพยายามมีใครใหม่แต่ในใจยังมีแต่จีมินก็น้ำตาคลอละ พออ่านช่วงท้ายที่ขอแต่งงานเท่านั้นแหละ ร้องไห้เลย ร้องไห้กลางห้องเลคเชอร์ อายก็อาย แต่เศร้ามาก เจ็บปวดอ่ะ ทำใจได้ยังไงกับการพูดขอให้หมอเอาเครื่องช่วยหายใจออก ฮืออ สงสาร ไม่ไหวแล้ววว
    #848
    0
  13. #726 เนี่นฮิเร็ม (@elf-parnly) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 21:57
    ร้องไห้หนักมากจริงๆค่ะไรท์ มันเจ็บค้างมากจริงๆ
    #726
    0
  14. #715 แตมป์ (@stampna) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 01:57
    ไรท์ทำเราร้องไห้แบบ.... เซรั่มที่ทาคงไม่ได้อะไรแล้ว แงงงงงงงงง เราเข้าใจฟีลยุนกิเลยค่ะ เวลาต้องสูญเสียคนสำคัญ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยอมรับ อยากจะผลักความจริง อยากให้ใครก็ได้มาเปลี่ยนความจริงข้อนั้นไป แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นแล้ว ที่ยุนกิยังเศร้าหนักมากๆอาจจะเพราะตอนมีโอกาสอยู่กับจีมิน คนที่ทุ่มให้ความรักก็คือจีมิน ยุนกิไม่ได้แสดงออกหรือทบทวนความรู้สึกตัวเองว่ารักจีมินมากขนาดไหน พอเหตุการณ์ที่จีมินต้องจากไป มันเลยรวมกับความรักโหยหาที่ยุนกิมีต่อจีมิน ฮรอลลลล เรารักฟิคไรท์ทุกเรื่องเลย
    #715
    0
  15. #708 เพิธ (@huskyguy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 16:32
    รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบฮือ มันเศร้า มันหน่วงบีบหัวใจแง้งงง
    #708
    0
  16. #699 lazuliite (@lazuliite) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 00:51
    เราบอกไม่ถูกเลยว่าตอนนี้เรารู้สึกยังไง ฮือ ปวดใจ บีบมาก คือนี่เป็นคนอินฟิคง่ายและชอบอ่านฟิคหน่วงอยู่แล้วร้องไห้สิคะจะเหลือหรอ ฮือออออออ เราอ่านจบแล้วต้องพักก่อนเลยคอมเม้นท์เลยไม่ได้มือสั่นอะ55555555 คิดไว้แล้วตั้งแต่อ่านชื่อฟิคกับโน้ตต้องมีอะไรแน่ๆแล้วก็จริง เป็นฟิคของน้องเรื่องแรกที่เราสงสารพิยุนกิมากขนาดนี้มากกว่าที่สงสารจีมินเพราะคนที่อยู่คือคนทรมานสุดยังไงก็ลืมไม่ได้หรอก เหมือนพิรู้ตัวตอนที่สายไปซึ่งพิก็ไม่ผิด จีมินก็ไม่ผิดฮืออ เรื่องแบบนี้มันไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก เวลาพิคิดถึงตอนที่มีจีมินอยู่ด้วยเราอยากเข้าไปกอดปลอบเลย วันนี้มันไม่มีแล้วคนที่เป็นเหมือนแหล่งพลังงานของชีวิต เราอ่านไปนึกภาพตามตลอดเลย ตอนที่มีความสุขเราก็ยิ้มตามนะ ที่จีมินมาอวดว่าได้เล่นละครเวทีเป็นตัวเอง น้องนางฟ้าจ๋า น่ารักมากๆ พิหื่นใส่น้องด้วย! แต่พอจะหน่วงเราก็สุดอะ สงสารพิจริงๆจะอยู่ต่อไปได้ยังไง แต่ก็ต้องอยู่เวลาจะทำให้พิยุนกิดีขึ้นนะ ยังไงนจีมก็ยังอยู่ในใจตลอดเวลา ความทรงจำมันมีค่านะ แม้ว่าตอนนี้จะมีทุกอย่างที่ต้องการแต่ไม่มีจีมิน จริงๆเรามีสิ่งที่อยากบอกเยอะกว่านี้แต่พออ่านจบนึกอะไรไม่ออกเลย อารมณ์เราไม่ปกติน้องอย่าว่ากันนะ55555 เรื่องนี้พิยุนกิเค้าก็หล่ออีกแล้วตอนไปสวมแหวนนี่เราชอบมากเลยชอบพอๆกับประโยคสุดท้ายของเรื่อง อย่างน้อยก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำให้คนที่รักมากๆคนที่เป็นทุกอย่างเป็นครั้งสุดท้าย ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่งงเราเข้าใจหมดเลย สมแล้วที่น้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนมาสเตอร์พีซ มันคือความเจ็บปวดที่สวยงามและมีค่าอ่ะ เรายอมแล้ว ขอบคุณค่าสำหรับฟิคที่ดีมากๆอีกเรื่อง <3
    #699
    0
  17. วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 01:22
    ตามมาจากบังทันวีคลี่ค่ะ  คือ  เป็นคนชอบฟิคเศร้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
    เจอเรื่องนี้ไป  เศร้าได้อีกกกกกกค่ะ  ชอบมากกกกกกก
    ชอบรายละเอียดของแต่ละเหตุการณ์ค่ะ  อาจจะงงๆบ้าง แต่ก็พอเข้าใจว่าเป็นสไตล์ด้วย
    แต่ก็ชอบค่ะ ชอบนิสัยยุนกิแบบนี้  เป็นคนชอบพระเอกแบบที่ไม่เพอร์เฟค
    แต่อันนี้เศร้ามากจริงจัง  ไว้จะตามอ่านเรื่องอื่นๆอีกค่ะ  เศร้าๆนี่ชอบนักแหละ อิอิ
    สู้ๆนะคะ  ขอบคุณมากๆค่ะ
    #692
    0
  18. #690 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 19:32
    เราเหมือนโดนอะไรทุบตอนบอกว่าก้านสมองจีมอนตายอ่ะ อื้อหือ เป็นฟิคดราม่าที่ม่าที่สุดที่เคยอ่านมา แต่มันก็สวยงามดีนะ,_,
    #690
    0
  19. #685 Elpidaangela ; (@nps1997) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 01:15
    เราอ่านตอนนี้ไปสี่รอบแล้วอะไรท์55555555 ร้องไห้จนปวดจมูกไปหมดเลยให้ตาย เราไม่รู้เลยอะว่ารู้สึกยังไง5555แต่แบบฮืออเศร้า (ก็รู้นิ่55) หน่วงมากเลยอะ ร้องไห้ทุกรอบเลยอะเป็นไปได้ไง555ละฟังเพลงคลอไปด้วยอะ เราชอบประโยคของยุนกิหลายประโยคมากเลยอะ ทั้ง "ยิ้มอย่างงี้ใช่มั้ยวะที่เธอต้องการ" "ก็กลับมาได้ปะวะ จะได้ไปรับไดไง" "เธอเองก็ขี้ลืมเหมือนกันนี่นา" ร้องไห้เป็นเขื่อนแตกเลยอะ ไม่รู้จะอธิบายยังไงยุนกิอาลัยอาวรณ์จีมินมากเลย ชอบมากๆอะไรท์ โดยเฉพาะ "มีแต่พระเจ้าเท่านั้นล่ะ ที่รู้ว่าฉันรักเธอขนาดไหน" นี่แบโฮรรรรรรรรรรรรรรรรรรรตราตรึงมากมั่ยหวัยแร้ววววววววววววว เม้นท์ไปก็อยากร้องไห้อีกสักรอบฮืออออ
    #685
    0
  20. #680 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 22:25
    ตอนแรกก็งง แต่พออ่านไปซักพักก็เริ่มที่จะเข้าใจเรื่องมากขึ้น ไม่รู้ว่ามันจะตรงกับที่คนเขียนตั้งใจจะสื่อหรือเปล่านะคะ แต่ที่เราอ่านเราเข้าใจว่าตอนแรกพี่ยุนกิปลอบจีมิน เหมือนว่าจีมินมีปัญหากับแฟนใหม่? แล้วก็มีพี่ยุนกิคอยปลอบคอยอยู่เคียงข้างเพราะยังรักจีมินมากอยู่ ไหนจะฉากที่จีมินทะเลาะกับพี่ยุนกิอีก แล้วก็เรื่องในร้านนั้นที่จีมินเปิดประตูเข้ามา นี่ก็เข้าใจว่าเป็นจีมิน แต่ก็ไม่ใช่ กลับกลายเป็นว่าคือเซนา ทุกอย่างที่พี่ยุนกิเห็นตอนนี้มันราวกับว่าเป็นภาพซ้อนทับที่อยู่ในใจของพี่ยุนกิยังคงมีจีมินอยู่เสมอ มันเหมือนว่าพี่เขาหลอกตัวเองว่าเลิกรักจีมินแล้ว แต่มันไม่ใช้เลย ถึงจะจบแบบนี้แต่เราก็ชอบมากเลย มันเศร้า หดหู่ และรู้สึกอึดอัดแปลก ความจริงก็เข้าใจมากกว่านี้อีก แต่อธิบายออกมาไม่ค่อยถูกเท่าไร เป็นเนื้อเรื่องที่ทำเราน้ำตาตกในมากๆเลยค่ะ เจ็บปวด....;_;
    #680
    0
  21. #678 cupz (@cupz) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 20:14
    ยุนกิคิดภาพตอนที่จีมินยังอยู่ซ้อนทับภาพในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเจอใครก็จะคิดว่าเป็นจีมิน เพราะรักจีมินมาก แต่จีมินป่วย แล้วยุนกิขอจีมินแต่งงานวันสุดท้ายก่อนจะปล่อยให้น้องจากไป แต่ตัวเองไม่ยอมรับความจริง ยังพยายามมองหาจีมินอยู่ เหมือนกับว่าน้องสลักอยู่ในทุกๆพื้นที่ของหัวใจ มีเซนาเพื่อหลอกตัวเองว่าเลิกรักน้องแล้ว แต่ก็เอาเซนามามโนว่าเป็นน้อง ชอบคำลงท้ายมาก มันก็จริงนะ แบบเวลารักใครมากๆ เจอใครต่อใครก็ไม่เหมือนเขาสักคน อย่างน้อยความรักก็ทำให้จีมินมีตัวตนในหัวใจยุนกิตลอดไป
    #678
    0
  22. #674 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 13:58
    อ่าาา ตอนที่บอกว่า 'ถอดเครื่องช่วยหายใจเถอะครับหมอ' นี่มันจี๊ดมากจริงๆ ค่ะ แบบถึงเวลาแล้วที่ต้องปล่อยเค้าไป

    เอาจริงๆ เราก็งงๆ ช่วงแรกอยู่นะคะ แต่พอมาอ่านที่ไรท์เตอร์เขียนอธิบายแล้วก็ อ๊าาา มันแบบนี้นี่เอง

    คิดถึงงานเขียนของไรท์เตอร์ ดีใจที่ได้อ่านอีก เรารอเรื่องต่อๆ ไปนะคะ เป็นกำลังใจให้น้าาา :)
    #674
    0
  23. #673 susinehy (@taewhale23) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 02:22
    เรามาอ่านอีกรอบ(ความอยากหน่วง) แบบฟังbgmด้วย เราเสิร์ชแล้วเห็นเอ็มวีเราเลยกดเข้าไปดู แล้วอินมากเลยละนึกถึงเรื่องนี้ไปด้วยยิ่งแบบอินหนัก แล้วเราก็เริ่มอ่านแบบละเอียดกว่าคืนเมื่อวาน น่าจะเวลาพอๆกันกับเมื่อวานเลยนะคะที่เราอ่านอีกรอบนี้555555 แต่ละประโยคที่ไรท์เขียนนี่มันแบบทำให้เจ็บปวดใจได้มากเลยจริงๆ เราอ่านประโยคนึง มันก็ตีตื้นขึ้นมาละ ปกติเราไม่ใช่คนร้องไห้ง่ายเลย
    แต่เราคงอินมากๆอะเราชอบภาษากับประโยคที่ไรท์บรรยายด้วยเลยอินโคตรๆ ฮือ ตอนนี้เจ็บปวดใจหนักมากร้องไห้อีก 555555ไปแล้วค่ะแค่มาบอกว่าชอบเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือร้องไห้หนักมาก 5555555
    #673
    0
  24. #672 alice_alitsara (@alitsara12) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 22:47
    มันเศร้ามากๆเลยอ่ะ อ่านและสะเทือนใจTT
    #672
    0
  25. #671 Yimine_yim (@153792nc) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 21:12
    ชอบนะ เราเข้าใจ
    #671
    0