(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 17 : 10 : BLIND

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    5 มิ.ย. 59







Title: BLIND

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin )

Genre: AU!depressive disorder #angst #drama

Rate: PG


Note: and I’ll try to fix you

BGM: Love is not ever Sung by 방탄소년단

          Fix you Sung by Coldplay

Words: 9,227








มีสักกี่เหตุผลในโลกนี้กัน ที่ทำให้คนรักต้องเลิกรา




จีมินรู้สึกได้ว่ามีสายตาคู่นึงกำลังจับจ้องที่เขา แม้ว่าจะแสร้งทำเป็นสนใจโทรศัพท์มือถืออยู่ แต่เขาก็รู้ดีกว่าสายตาที่ว่ายังไม่ละไปเกือบสิบนาทีแล้ว จนอดทนไม่ไหวที่จะทำเป็นเมิน เขาหันหลังกลับ อีกฝ่ายไม่ได้หลบสายตาไปเมื่อดวงตาทั้งคู่สบกัน



และเขาก็รู้ดีว่ามันเป็นของใคร




เพียงชั่วเสี้ยวนาทีที่เห็นสีดำสนิทของนัยน์ตาคู่นั้น มีอารมณ์หลากหลายแฝงอยู่ ทั้งความห่วงหา อาลัยอาวรณ์ แม้กระทั่งความเจ็บปวดภายใต้หน้าตาบึ้งตึงนั้น



เขารับรู้ได้หมด



ผู้ชายคนนั้น มักจะซุกซ่อนความเกรี้ยวกราดไว้ภายใต้ท่าทีง่วงงุนอยู่เสมอ ต่างจากรูปลักษณ์ภายนอก ผิวขาวหยวกตัดกับจิวสีดำสนิทที่ใบหู ผมสีเทาตัดสั้นเหมือนผู้ชายทั่วไป ดวงตามักจะหรี่ลงอย่างเสมอเวลาที่ใครก็ตามพูดถึงเรื่องตลก เขาไม่สูงมาก ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่จัดแต่กลับมีริมฝีปากสีชมพูสวยอย่างที่ผู้หญิงทุกคนฝันอยากจะมี มักใส่เสื้อผ้าสีเอิร์ทโทนแต่สวมหูฟังอันเขื่องสีแดงไม่เข้ากัน



ทุกอย่างทั้งตัดกันแต่ก็ลงตัว



จีมินไม่เข้าใจว่าทำไม 'ลักษณะ' ของแฟนเก่าที่เลิกรากันไปถึงสองปีกว่าแล้วถึงยังติดค้างอยู่ในหัว แม้นี่จะเป็นการเจอกันครั้งแรกในรอบสองปี



อาจเพราะการพบเจอกันอีกครั้ง

อาจเพราะต้องกลับมาทำงานร่วมกัน

หรือเพราะบางอย่างที่อยู่ในดวงตาคู่นั้นยามที่เราพบกันอีกครั้ง 



มันคิดถึงนาย" เขาได้ยินเสียงของใครสักคนกระซิบบอก



รู้ เขารู้อยู่เต็มอก



มีสักกี่เหตุผลในโลกนี้กัน ที่ทำให้คนที่รักกันมากต้องเลิกรา



จีมินพยายามคิดแล้วว่าเขาหลุดพ้นจากความรักที่มียุนกิเป็นส่วนหลักของวงโคจร 



ทั้งที่รักกัน แต่เขาก็นึกชังอีกฝ่ายเหลือเกิน



"ถ้านายไม่โอเค พี่จะย้ายให้นายไปทำงานกับคนอื่น"



นัมจุนหมายถึงโปรเจคเพลงคัมแบคของศิลปินหน้าใหม่ที่ค่าย



ในฐานะที่เป็นคนออกแบบท่าเต้น และฐานะของคนแต่งเพลงของยุนกิ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พูดกัน จีมินรู้ และเลือกที่จะสั่นหัวเป็นการปฏิเสธ



"ผมแยกได้"



"แต่ยุนกิทำไม่ได้"



สองปีที่จีมินไปเรียนต่อด้านการเต้นเฉพาะทางนัมจุนเป็นยุนกิที่ล่มสลายมานักต่อนัก แม้ยุนกิจะรู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของใครที่คนทั้งคู่ต้องเลิกรา แต่เขาไม่เคยทำใจได้เลย นัมจุนไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจีมินใช้ชีวิตที่ปราศจากยุนกิได้อย่างไร ทั้งที่เห็นซากแห่งความทรงจำมากมายอยู่ในแววตาคู่นั้น



คนที่ไม่พูด กับคนที่ไม่ถาม



คนที่ไม่เข้าใจกับคนที่ไม่พยายามจะเข้าใจ



เหตุผลมันไม่ได้ยากอะไรเลย



แต่ทั้งคู่กลับยังรักกันมากเหลือเกิน




.




มือที่กำลังควักเงินเพื่อซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื่อเมื่อทำนองเพลงคุ้นหูถูกเปิดจากรายการเพลงช่วงดึก



แม้จะยังไม่มีเสียงร้อง แต่เขาก็จำได้ดี



'고엽'



เมื่อไหร่กันนะ...ที่ยุนกิแต่งเพลงได้เศร้าขนาดนี้...




เพลงนั้นคือเพลงแห่งความรักที่ร่วงหล่นหายไปของเราใช่หรือไม่



เขานึกถึงตอนที่เจอกับยุนกิครั้งแรก มันคือเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้



ทั้งที่นานมาก แต่เขากลับไม่เคยลืมมัน







2



 

‘ยุนกิ นี่ครูสอนเต้นคนใหม่ ปาร์ค จีมิน’


จีมินทำหน้าแหยออกมาเมื่อ ‘พี่เลี้ยงคนใหม่’ ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเขาสักนิดแม้ว่าเจ้าของค่ายเพลงกำลังแนะนำเขาอยู่ จีมินเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานและถูกกำหนดโปรเจคให้คิดท่าเต้นของนักร้องบอยแบนด์ฮิปฮอป ซึ่งคนแต่งเพลงที่ว่าก็อยู่ตรงหน้านี้ แน่นอนว่าเขาจะต้องอยู่ภายใต้การปกครองของมินพีดีนิม ที่หลายๆคนเรียกกันแบบนี้ไปอีกนาน



‘อือ’



‘เฮ้ ฉันรู้ว่านายงานยุ่งแต่ช่วยมีมารยาทสักหน่อย แค่นี้ก็ไม่มีใครอยากทำงานกับนายแล้วนะ’



ถึงขั้นนั้นเชียวหรอ? จีมินคิดในใจ แต่ลมหายใจก็ต้องขาดห้วงเมื่อคนคนนั้นหันหน้ากลับมาพร้อมสายตานิ่งเฉียบที่จดจ้องที่เขาเพียงไม่กี่วินาทีก่อนเจ้าตัวจะหันกลับไปจ้องคอมพิวเตอร์



‘ไง ยินดีที่ได้รู้จัก พอใจรึยังนัมจุน’



‘อ่า จีมินนี่ มันก็เป็นแบบนี้ละ ไม่ต้องไปสนใจหรอกนะ’



กลืนน้ำลายลงอึกใหญ่เมื่อนัมจุนก้มลงมากระซิบที่ข้างหูว่า ‘ช่วงนี้มันเพิ่งเลิกกับแฟนเลยอารมณ์ไม่ดี สู้ๆนะ’


.



.



แต่ทุกอย่างกลับดีกว่าที่เขาคาดมาก หมายถึง---ใช่แหละ ที่มินพีดีนิมของทุกคนเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดอะไรมากนักนอกจากเรื่องงานแต่ยุนกิก็ใจดีกับเด็กในปกครองทุกคน เหมือนจะรู้ว่าน้องๆเกร็ง บางวันก็จะซื้อกาแฟมาเลี้ยงทุกคนในทีม ในตอนแรกเขาไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้สนิทกับอีกฝ่ายขนาดนี้ แต่กลายเป็นว่าทั้งคู่กลับชอบเพลงแนวเดียวกัน มีงานอดิเรกหลายอย่างที่คล้ายกันเช่นการชอบถ่ายรูป ทุกอย่างค่อยทำลายกำแพงระหว่างเขาทั้งคู่ มากพอที่ทำให้จีมินรู้ว่าลึกๆแล้วยุนกิเป็นคนใจดี ปากร้าย แต่ก็เอาใจใส่ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว



มันไม่รู้เมื่อไหร่ที่ระยะห่างระหว่างเขากับยุนกิลดน้อยลง น้อยลงจนบางครั้งต่างฝ่ายต่างก็มีพื้นที่ให้โลกของกันและกัน



ไม่รู้เมื่อไหร่ที่จีมินรู้สึกรัก ทั้งท่าทีแข็งกร้าวเวลาที่อีกฝ่ายทำงานหรือว่าดุลูกน้องในฝ่าย น้ำเสียงทุ้มหนักแน่นเวลาเข้าห้องอัดตอนที่บอกความผิดพลาดและกล่าวคำชื่นชมออกมา ใบหน้าไม่แยแสต่อสิ่งใด ดวงตาที่มักหรี่อยู่เสมอจนไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ได้เลยแม้แต่น้อย รวมถึงรอยยิ้มที่หาได้ยากจากริมฝีปากที่มักมีกลิ่น -Virginia Slims- บุหรี่ลูกรักติดอยู่ เส้นเลือดที่แขนแกร่งซึ่งมักจะพบเห็นเวลาที่อีกฝ่ายถลกแขนเสื้อเพราะรู้สึกร้อน ทั้งที่กำแพงที่ยุนกิสร้างไว้มันสูง แต่จีมินกลับค้นพบว่าหากได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะตกหลุมรักคนอย่างมิน ยุนกิเลย


ในแววตาคู่นั้นมีรอยร้าว รอยร้าวบางอย่างซึ่งทำให้จีมินอยากจะทำให้มันหายไป



ปีกว่ากับการเข้าไปอยู่ในใจของใครสักคนที่เรารู้อยู่ว่าเขามีรอยร้าวลึก



ทั้งที่รักกันมากอย่างนั้น



แต่บางครั้งการถอยออกมามันก็ดีกว่า



.



.




ยุนกิพ่นควันออกมาไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ของวัน แฟนเก่าของเขานั่งอยู่ ‘ตรงนั้น’ ในที่ที่เพียงแค่สามก้าวก็จะถึงกัน แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไป



สองปี สองปีแล้วนะ



ครั้งแรกที่เห็นปาร์ค จีมิน ยุนกิจำไม่ค่อยได้แล้วว่าเขารู้สึกยังไง ในตอนนั้นเขาเองก็กำลังอยู่ในช่วงอารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะเพิ่งเลิกกับแฟนสาว หมายถึงเขาไม่ได้อาลัยอาวรณ์เธอเท่าไหร่นัก (เขาคิดว่า) จนกระทั่งได้เจอกับจีมิน---คนที่มักจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนหน้าเสมอ เจ้าของนัยน์ตาที่เหมือนลูกหมาตัวเล็กๆ ชวนให้ใจอ่อน ทำให้รู้สึกว่าอยากใจดีด้วยและเขาก็ทำมัน ยุนกิไม่ได้คิดว่าจีมินจะกลายเป็นเจ้าของรอยแผลเป็นที่เจ็บที่สุดแต่มันก็เป็นอย่างนั้น



อายุของเขาไม่มากนักแต่ชีวิตกลับผ่านเรื่องราวมามากเหลือเกิน ปมในใจทำให้เขาไม่อยากเข้าใกล้ หรือว่าใกล้ชิดสนิทกับใครแต่เขากลับปล่อยให้จีมินรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ดำมืดนั้น



ยุนกิรู้ว่าเขาไม่ดี



และรู้ว่าบางทีจีมินอาจจะลืมไปแล้วว่าในครั้งนึง เราต่างมีความรู้สึกต่อกันมากแค่ไหน 



แต่เขากลับยังรู้สึกเหมือนเดิม






3




‘ฮยองอ่า ทำไมถึงใจดีกับผมนักละ’



‘ไม่รู้สิ เพราะนายเหมือนลูกหมามั้ง’



‘ย่าห์ นี่ว่าผมเป็นหมาหรอ’



เวลาที่คิดงานไม่ออกเขากับยุนกิมักจะออกมานั่งเล่นที่ร้านกาแฟซึ่งอยู่ห่างจากออฟฟิศไปสามบล็อก อันที่จริงยุนกิค่อนข้างขี้เกียจและไม่ค่อยชอบเดิน แต่บรรยากาศดีๆก็ดีมากพอที่จะทำให้เขาหยุดบ่น แน่นอนว่ามันเป็นร้านที่พวกเขาค้นพบโดยบังเอิญ



และก็เป็นยุนกิที่ควักกระเป๋าจ่าย



‘แต่กาแฟของผมมันแพงกว่าฮยองนะ’



‘ก็หัดดื่มที่มันถูกๆ’ จีมินทำหน้าแหย มองอเมริกาโน่ร้อนในมือของอีกฝ่ายแล้วมองแก้วมอคค่าเพิ่มช็อคโกแลตของตัวเอง เรื่องอะไรจะให้เขาไปดื่มอะไรขมๆอย่างนั้นกันเล่า


เหมือนจะอ่านสีหน้าของจีมินออก ยุนกิถึงหัวเราะ


‘แค่กาแฟเองน่า ให้เลี้ยงทุกวันยังได้เลย’



ในตอนนั้นพวกเขาเพิ่งรู้จักกัน 


แต่รอยยิ้มกว้างของยุนกิกลับทำให้จีมินรู้สึกสั่นไหวเป็นครั้งแรก




.



.



.




‘ฮยองอ่าาาาา ทำไมยังไม่กลับบ้านกลับช่องอีก’


ยุนกิไม่ได้ตอบ เพียงแค่เหลือบสายตามองรุ่นน้องที่เดินเข้ามาในห้องสตูสลับกับนาฬิกาแขวนซึ่งบอกเวลาเที่ยงคืนครึ่ง



‘ยังไม่เสร็จเหลือเวิร์สสุดท้ายแล้ว’



จีมินทำหน้ายู่ในขณะที่ทิ้งตัวลงบนโซฟา



‘จีมิน กลับห้องไปนอนไป’



วันนี้จีมินก็ทำงานหนักทั้งวันเหมือนกัน และงานของอีกฝ่ายก็เสร็จแล้วด้วย



‘ไม่อ่ะ เดี๋ยวอยู่เป็นเพื่อนนะ’



‘จีมิน กลับไปนอนเถอะ’



‘ฮยองไม่หิวหรอ’



ถอนหายใจเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง เขาเองก็มักจะเป็นแบบนี้ เวลาทำงานก็มักลืมเวลาอยู่เสมอ รวมทั้งไม่รู้สึกหิวหรือกระหายน้ำด้วย



‘ไม่’


‘แต่ผมหิวนี่’



‘จีมินอ่า อีกนิดเดียว...’



‘งั้นผมออกไปซื้อรามยอนนะ’



‘กลับห้องซะ’



‘แต่ผมไม่อยากกินข้าวคนเดียว นะฮยองนะ’



‘……………………….’



ถูกสายตาลูกหมาของจีมินอ้อนเพียงแค่นิดเดียวเขาก็ต้องถอดแว่นแล้วก็เอนหลังตัวเองลงกับพนักเก้าอี้ ค้นพบเป็นครั้งที่ร้อยว่าไม่เคยเอาชนะอีกฝ่ายได้เลย



‘เฮ้อ ก็ได้’



แน่นอนว่าจีมินซื้อรามยอนรสโปรดของเขากลับมาได้โดยไม่ต้องถาม รวมทั้งของกินเล่นอื่นๆอีกด้วย ที่แย่กว่านั้นคือพอกินเสร็จเจ้าตัวก็บ่นว่าง่วงนอนอยากกลับห้องอีก



และก็เป็นเขาเองที่ปิดคอม



.



.



.




และตอนที่สารภาพรักต่อกันครั้งแรกก็เช่นกัน



จีมินนอนป่วยอยู่ที่ห้อง และยุนกิก็ร้อนใจมากจนเผลอซื้อยาและโจ๊กมา รวมไปถึงการเช็ดตัวและดูแลคนป่วยด้วย



‘ฮยองอ่า...รีบๆกลับไปเถอะ’



‘ทำไม นายรังเกียจรึไง’



จีมินสั่นหัวแรงๆก่อนจะไอออกมาอีก ‘ก็เดี๋ยวฮยองจะติดหวัด’


เห็นดวงตาคู่นั้นปรือลงด้วยความง่วงงุน ยุนกิก็บอกไม่ถูกว่าไม่รู้เมื่อไหร่ที่เขานึกชอบอีกฝ่ายมาขนาดนี้ มากจนกระทั่งเปิดงานที่ทำค้างไว้แล้ววิ่งออกมาตอนที่ใครสักคนบอกเขานั่นละว่าจีมินไม่สบาย



‘ไม่เป็นไรหรอกน่า’


‘ทำไมฮยองถึงดีกับผมแบบนี้ละ’


ยุนกินิ่งไปเมื่อได้ยินคำถาม ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้หรอกนะว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกับตัวเอง ถ้าจะมีใครสักคนที่แสดงออกชัดเจนที่สุดในโลกคนคนนั้นก็คงเป็นปาร์คจีมิน



‘แล้วนายคิดว่ายังไงละ’



จีมินซุกหน้าลงกับหมอนข้าง ‘ผมไม่รู้หรอก’



เสียงนั้นอู้อี้และก็แหบพร่าผิดกับเสียงใสของเจ้าตัวตอนเวลาปกติ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ยุนกิรู้สึกว่ามันน่าฟัง



‘ถ้าฮยองบอกว่าฮยองชอบนาย?’



‘งื้อออออออ’



ตัวเขาเองก็ชัดเจนมาสักพักแล้วเพียงแต่ไม่ใช่คนชอบแสดงออก รวมถึงปกติที่เจอกันก็อยู่แต่ในบริษัทซึ่งคงไม่ใช่สถานที่ที่ดีนักสำหรับเรื่องแบบนี้ วันนี้ได้มีโอกาสอยู่กันสองคนก็ดี



‘งื้อแปลว่าอะไรหื้มม’


‘ฮยองอย่าล้อเล่น’



‘ใครบอกว่าล้อเล่น’


‘ฮยองเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะ...’



‘แต่ฮยองชอบจีมินจริงๆนะ’



ในตอนนั้นที่เขาฉีกยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายอาทิตย์ ยามที่ร่างอุ่นๆลุกพรวดพราดออกจากผ้าห่มหนาแล้วโถมทั้งตัวลงมาในอ้อมกอดเขาทั้งที่เป็นคนพูดเองแท้ๆว่าไม่อยากเขาติดไข้



เด็กน้อย



‘พูดออกมาแล้วนะ พูดว่าชอบผมแล้วนะ ห้ามถอนคำพูดนะ ยุนกิฮยอง’


ลูบที่หลังนั้นเบาๆตอนที่ได้ยินเสียงสะอื้น รู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนของขมับยามที่เขากดจูบลงไป



‘อือ เป็นแฟนกันนะ จีมินอา’




.




ทั้งที่รักกันมากขนาดนั้น แต่ระหว่างเราทั้งคู่ กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าได้ยังไง



มันคงเกิดขึ้นตอนนั้น



ตอนที่จีมินบอกให้ยุนกิไปหาหมอ



"ไม่"



แม้จะไม่มีใครรู้ แต่จีมินรู้และจีมินก็รู้ว่ายุนกิรู้



ในฐานะคนที่ทำงานบริษัทเดียวกัน ออกไปแฮงเอาท์กินเหล้ากันทุกสุดสัปดาห์เพื่อที่จะเมาและตื่นมาในสภาพเมาค้างทุกเช้าวันศุกร์ ทั้งในฐานะรุ่นน้องและเพื่อนที่กลายมาเป็นคนรัก 



จีมินคิดว่ายุนกิเป็นโรคซึมเศร้า



มันเกิดขึ้นจากเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ก่อนที่ทั้งคู่จะพบกัน จีมินรู้ตัวว่าเขาเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวผิดกับเพศสภาพของตัวเอง แต่เขาก็ไม่คิดว่าอารมณ์อ่อนไหวจะถึงขั้นที่สามารถตกหลุมรักใครได้อย่างง่ายดาย



ยุนกิเป็นคนพูดน้อย ไม่ชอบอธิบายอะไรแต่ก็จะยอมตอบคำถามยาวๆทุกครั้งที่เขาถามหลังจากนั้นก็จะบ่น ไม่ชอบกินข้าวแต่ชอบกินรามยอนรสเผ็ด เบื้องหลังความเงียบคือความขี้หงุดหงิดโมโหรุนแรง ท่าทีก้าวร้าวไม่น่าเข้าใกล้ ไม่มีใครคบค้ากับเขานอกจากนัมจุนซึ่งเป็นเพื่อนกันมานาน


ไม่น่าเลย 



ไม่น่าตกหลุมรักความเศร้าในดวงตาคู่นั้นเลย



ใช้เวลานานนักกว่าจะทลายกำแพงหินกร้าวในใจของอีกฝ่าย จีมินไม่เคยรู้ว่าอะไรทำให้ยุนกิรักเขา ไม่เคย และไม่รู้มาจนถึงบัดนี้ นัมจุนเคยบอกว่าที่แฟนสาวคนเก่าของยุนกิที่เลิกกันไปเพราะยุนกิอารมณ์รุนแรงและกลัวที่ยุนกิเป็นโรคซึมเศร้า



แต่เขากลับคิดต่าง -สีเทาในตัวของยุนกิ- ทำให้จีมินอยากจะเป็นสีชมพูเพื่อเติมเต็มมัน ใครก็คงต้องเคยละ ที่เห็นใครสักคนแล้วอยากทำให้เขารู้สึกดี อยากทำให้เขามีความสุขแม้ว่ามันจะไม่ใช่เราก็ตาม



นั่นคือความรู้สึกของจีมิน



เมื่อคบกัน ยามดีก็ดีมาก ยามร้ายก็ร้ายจนใจหาย แต่จีมินเป็นคนใจเย็นและไม่ใช่คนชวนทะเลาะความรักถึงได้ยืนยาวมาถึงสี่ปีกว่า สี่ปีที่นานพอจะรู้ถึงความลับที่ซุกซ่อนอยู่ในใจอีกฝ่าย



ที่มาของรอยสักรูปดอกคามิเลียนกสีขาวกำลังโบยบินที่ไหล่เรื่อยไปถึงอกข้างซ้ายของยุนกิ



เยจิน




"ผมกลัวว่าพี่จะทำร้ายตัวเองตอนที่ผมไม่อยู่ ไปหาหมอเถอะนะ ขอร้องละ"



เมื่อไม่นานมานี้อากาศซึมเศร้าทำให้ยุนกิเผลอทำร้ายตัวเองอีกครั้ง หากจีมินไม่มาพบและขัดขวางมันก่อนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น



ที่ผ่านมาอาการของยุนกิไม่ได้แสดงออกชัดเจนนัก แต่ยิ่งใกล้วันครบวันตายของเยจิน ความเครียดจากการทำงานและความทรงจำเก่าๆกลับทำให้ยุนกิเครียดถึงขนาดที่สูบบุหรี่เป็นซองๆหมดภายในไม่กี่วัน นอนไม่หลับจนต้องพึ่งยานอนหลับอีกครั้ง จีมินไม่เคยนึกชอบมันเลยแต่ก็ขัดไม่ได้



"ฉันไม่เป็นไร"



"พี่กำลังเป็น พี่ยุนกิ"



"ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง!"



ยุนกิไม่ได้สนใจน้ำใสๆที่คลออยู่ในดวงตาคู่สวยของจีมินเหมือนอย่างเคย เขากลับไปโฟกัสที่แทร็คเพลงซึ่งทำค้างไว้ ไม่รู้เลยซักนิดถึงรอยร้าวที่ตัวเองเพิ่งก่อ



จีมินก็แค่อยากจะบอกว่า 'ไม่เป็นไร' ที่ยุนกิจะเป็นโรคซึมเศร้า อยากจะบอกออกไปเหลือเกินว่าเขาเข้าใจและพร้อมจะอยู่ข้างๆอีกฝ่ายตลอดไป แต่ยุนกิกลับกลัวที่จะยอมรับว่าตัวเองเป็นโรคของคนอ่อนแอ เขาไม่เคยพูด ไม่เคยแสดง ไม่เคยแม้แต่จะปล่อยให้น้ำตาร่วงไหลออกมาในยามที่สมควร ไม่เคยระบายและไม่ยอมแม้แต่จะไปจบแพทย์




จีมินพยายามอดทนแม้จะเป็นตัวเขาเองที่ต้องตื่นมาร้องไห้ยามดึกเมื่อได้ยินอีกฝ่ายละเมอถึงคนที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว



ยุนกิไม่เคยเล่าเรื่องเยจินให้เขาฟัง แต่จีมินรู้ว่ายุนกิรู้ว่าเขารู้



เมื่อนานมาแล้ว



ไม่เคยมีใครโทษยุนกิ เขามีสติตอนที่ที่ขับรถ และก็เป็นคนขับรถบรรทุกคันนั้นเองที่เมาจนขาดสติ ไม่มีใครอยากให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นตอนที่เยจินในชุดนางฟ้าน้อยๆกระเด็นออกจากรถไปกระแทกกับเสาไฟฟ้า และยุนกิต้องเห็นเยจินตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย



น้องสาวที่ยุนกิรักยิ่งกว่าชีวิต



ยุนกิพยายามแล้ว... พยายามทำเหมือนว่าเขาไม่เป็นไรตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่ความเศร้ากลับกลืนกินทั้งชีวิตและจิตวิญญาณ ภาวนาให้ตัวเองตายไปในทุกวันแต่กลับตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่ายังมีชีวิตอยู่ 



ในขณะที่จีมินพยายามขุดชีวิตที่หล่นหายไป ยุนกิเป็นฝ่ายที่เอาแต่ทำลายมันลง



รอยสักดอกคามิเลียที่เพิ่มจำนวนดอกตามจำนวนปีที่เยจินจากไปคือสิ่งที่บอกว่ายุนกิไม่เคยทำใจได้เลย แม้เพียงสักวัน



'ลาก่อน'



จีมินไม่เคยอยากพูดคำนั้นออกไปเลย แต่วินาทีที่เห็นยานอนหลับเกลื่อนกระจายพื้นพรมสีแดงเลือดหมูที่ทั้งคู่ไปเลือกซื้อด้วยกัน เห็นร่างที่แน่นิ่งไปของยุนกิ



ในตอนนั้นที่ครึ่งนึงของเขาได้ตายลง




4





ผ่านมาสามเดือน แต่รอยร้าวที่ว่าก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น จีมินกับยุนกิยังทำงานร่วมกันเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ได้คุยหรือว่าปรึกษากันเยอะเหมือนเมื่อก่อน มันมีแต่เรื่องงานแล้วก็งาน จีมินยังคงเมินเฉยต่อมอคค่าเย็นของโปรดที่ยุนกิต้องเดินไปกว่าสามบล็อกเพื่อที่จะซื้อมันและรวมถึงคีย์การ์ดรูปแมวสีส้มที่มันเคยเป็นของเขา



ยุนกิเปิดประตูเข้าห้องมาอีกทีก็เป็นเวลาสามนาฬิกาของวันใหม่ ภายในห้องไร้ซึ่งเสียงของเครื่องปรับอากาศทำให้รู้ว่าไม่มีใครอยู่



ก็เขามันตัวคนเดียว



จีมินไม่กลับมา



ริมฝีปากเม้มลงเมื่อค้นพบความจริงที่ว่ามันจบแล้วระหว่างทั้งคู่และมันก็เป็นความผิดของเขาเอง



ทั้งที่บอกให้ตัวเองเลิกคิด แต่กลับไม่เคยซ่อนความผิดหวังไว้ได้เลย



แล้วต้องทำอย่างไรจีมินถึงจะกลับมา



กลับมาในชีวิตที่มืดมน ชีวิตซึ่งไร้ค่าและไร้ซึ่งความหมายใดเมื่อไม่มีจีมินอยู่ด้วย



มีบางครั้งที่ยุนกิคิดว่าจีมินอาจเป็นเพียงความฝัน



เพราะโลกของเขาไม่ได้กว้างนัก ตั้งแต่เด็กที่ยุนกิฝักใฝ่หลงใหลในการทำเพลงและยอมรับว่าช่วงเวลาที่ได้ทำมันส่งผลให้เขาลืมเรื่องของเยจินไปได้ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่ชอบพูด ทั้งกับครอบครัวและกับเพื่อนฝูง ปราการในใจที่สร้างขึ้นมาแข็งแกร่งพอที่ใครก็ตามที่พยายามจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาต่างก็ต้องพ่ายแพ้



มีแต่จีมินเท่านั้นที่ไม่เคยยอมแพ้



ยุนกิตอบไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงรักจีมินทั้งที่รักอีกฝ่ายมากเหลือเกิน



รักในขณะเดียวกันเองที่กลัว



กลัวว่าสักวันนึงจีมินจะไม่รัก จะไม่ยิ้มและอยู่ข้างกันเหมือนที่เคย



เขารู้ว่าตัวเองเป็นภาระในชีวิตอีกฝ่ายมากแค่ไหน ยุนกิก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาที่นอกจากการทำเพลงแล้วก็ไม่สนใจเรื่องอื่น ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน จีมินไม่เคยโกรธเลยสักครั้งที่เขาทำห้องรกหรือว่าถอนเสื้อผ้าโยนเกลื่อนไม่เป็นที่ แม้แต่จานที่บางทีเขาลืมล้างจีมินก็จะแค่บ่นๆเท่านั้น



จีมินที่ต้มรามยอนให้เขาตอนตีสามแต่ก็บ่นเพราะมันเป็นอาหารขยะ จีมินที่หาทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำหายเจอและแขวนกุญแจห้องที่เขาโยนส่งๆไว้ให้เข้าที่ จีมินคนที่ฟังเพลงทุกเพลงของเขาด้วยความตั้งใจ จีมินที่ไม่กลัวเขาทั้งที่คนอื่นต่างไม่กล้าเข้าใกล้คนอย่างเขา จีมินที่เข้าใจทุกอย่าง



จีมินที่เป็นทุกอย่าง



หลับตาลงครั้งใดก็มีแต่ภาพรอยยิ้มของจีมินอยู่เต็มไปหมด



จำได้หมดทุกสิ่ง


ตัวเขาเองที่ไล่อีกฝ่ายไป


ตัวเขาเองที่ทำร้าย


สมควรแล้วที่อีกฝ่ายจะทิ้งไป



‘ยุนกิฮยอง ไปหาหมอเถอะ มันไม่เป็นไรเลย...’



‘ก็บอกว่าไม่ไง! จีมินอย่าเซ้าซี้ได้มั้ย’



‘แต่....’



‘จะอะไรนักหนาละ จีมิน ทำไมถึงพูดไม่รู้สึกแบบนี้วะ กับยองอายังไม่เรื่องมากเท่านี้เลยนะ’



การพูดถึงคนรักเก่ากับคนรักคนปัจจุบันเป็นเรื่องที่ทำให้ครอบครัวหลายครอบครัวต้องพังลงมาแล้ว และเขาก็เป็นคนทำมันพังลง ทุกอย่าง ทุกสิ่ง


ไร้คำพูดและเสียงใด



ทุกอย่างมันจบ อย่างนั้น





เขาถอดเสื้อออก ล้มตัวลงบนเตียง ลูบรอยแผลที่นูนออกมาจากรอยสักรูปนกพิราบ รอยสักที่ดูเผินๆแล้วเป็นเพียงรอยสักธรรมดา


แต่เขากลับใช้มันเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาไม่เคยลบมันออกไปจากใจได้เลย


เรื่องลงไปถึงที่อกข้างซ้าย มีรอยสักที่จีมินไม่เคยรู้ว่าเขาสักมันครั้งที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน


ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่อ่านได้อย่างง่ายดายด้วยชนิดตัวอักษรสามัญธรรมดา


I love you J.



.



'ทำไมต้องใช้ฟ้อนท์ Times New Roman เวลาพิมพ์งานภาษาอังกฤษด้วย'



'เพราะว่ามันเป็นฟ้อนท์พื้นฐานที่มีทุกเครื่องไง ฮยอง ไอ้ฟ้อนท์ประหลาดๆของฮยองน่ะ ใครเค้าจะไปมีในเครื่องกัน เปิดทีไรก็เจอแต่ตัวสี่เหลี่ยม'


'Hiphop is dead'


เขาบ่นเมื่อถูกอีกฝ่ายบังคับให้เปลี่ยนลักษณะของตัวอักษร ฟ้อนท์ทางการราบเรียบเห็นกี่ครั้งก็รู้สึกจืดชืดไปเข้ากับ Cypher ของเขาเลยสักนิด


'เอาน่า แค่ส่งงานเอง รู้มั้ยว่านัมจุนฮยองน่ะบ่นทุกครั้งเลยที่อ่านมันไม่ออกนะ'



Please come back J.



ในตอนนั้นที่ฝนตกลงมา และโดยไม่รู้ตัวที่ยุนกิหยิบเสื้อที่เพิ่งถอดออกมาใส่ หยิบเสื้อโค้ท ร่ม แล้วก็เปิดประตู


.



.




จีมินกลัวฟ้าผ่า



เขาไม่ชอบฝน ไม่ชอบเวลาที่มันตกปรอยๆจนผมของเขาต้องเปียกชื้น ไม่ชอบตอนที่มันตกหนักเพราะเขาไม่เคยที่จะพกร่ม และไม่ชอบที่สุดก็คือเสียงฟ้าผ่าที่มาพร้อมกันเวลาที่ท้องฟ้ามืดสนิทเหมือนจะเป็นวันสุดท้าย



หากเป็นเมื่อสมัยก่อน ก็คงไม่เป็นแบบนี้



ทุกครั้งที่ฝนตก ยุนกิจะยอมทิ้งทุกอย่างรวมถึงงานที่คั่งค้างก็ยังหอบกลับมาที่ห้อง มาเพียงเพื่อเช็คว่าจีมินไม่ได้กำลังร้องไห้ มาเพียงเพื่อที่จะเสียสละมือซ้ายของตัวเองให้จีมินได้ยึดเอาไว้เหมือนเขาเป็นปราการที่ปลอดภัยที่สุดในโลก และเพื่อโอบกอดร่างที่สั่นเทาของจีมินไว้จนเขาหลับไป



หากว่าเรายังอยู่ด้วยกันก็คงดี



ไม่ใช่ว่าจีมินไม่อยากกลับไป


แต่ในความรักของเขามีความกลัว



ทั้งที่ทำเหมือนไม่ได้คิดอะไรแต่การทำงานกับยุนกิไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครเข้าใจ จริงอยู่ที่ทั้งคู่ต่างก็เป็นมืออาชีพไม่อย่างนั้นการเตรียมงานที่ผ่านมาเกือบเดือนคงล่มไปแล้ว 



แต่ยิ่งเห็นอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ากำแพงที่ตั้งไว้แทบจะพังลงทุกที



คิดแล้วก็ขดตัวเข้าไปอยู่ในผ้าห่ม และฝนที่ตกอยู่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลยแม้แต่น้อย หากใครจะบอกว่าเขาเป็นคนที่ทำร้ายใจยุนกิเขาก็อยากจะบอกเหมือนกันว่าอีกฝ่ายก็เป็นรักที่เขาไม่สามารถลืมได้



‘ยุนกิฮยอง ไปหาหมอเถอะ มันไม่เป็นไรเลย...’



‘ก็บอกว่าไม่ไง! จีมินอย่าเซ้าซี้ได้มั้ย’



‘แต่....’



‘จะอะไรนักหนาละ จีมิน ทำไมถึงพูดไม่รู้สึกแบบนี้วะ กับยองอายังไม่เรื่องมากเท่านี้เลยนะ’



คิดถึง ‘ตอนนั้น’ ทุกครั้งน้ำตามันก็รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ยุนกิจะรู้มั้ยว่าคำพูดของเขาสร้างรอยแผลให้จีมินไว้ลึกมากเพียงใด



ถึงจะเป็นคำพูดด้วยอารมณ์ แต่เขาก็ยังทำใจไม่ได้สักที




ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลตรงหัวเตียงซึ่งบอกเวลาเกือบเช้าวันใหม่ เขารู้ดีกว่ามันคงไม่ผ่านไปอย่างง่ายดายนักอย่างที่ผ่านมา



ก๊อก ก๊อก ก๊อก



ใคร?



ใจของเขาสั่นสะท้านเมื่อคิดไปว่าจะมีใครที่จะเคาะประตูห้องในเวลาที่เกือบจะเข้าสู่เช้าวันใหม่แล้ว



เขาลุกขึ้นทั้งที่ยังเอาผ้าห่มคลุมทั้งตัว ฝืนกลั้นสะอื้นแล้วเดินไปเปิดประตู



“มาทำไม”



ทั้งร่างของอีกฝ่ายเปียกปอนไปด้วยละอองฝน ยุนกินิ่งไปอย่างไม่รู้ว่าจะตอบอะไร เพียงแค่ใช้นิ้วเย็นชืดของตัวเองเกลี่ยน้ำที่หางตาของจีมินเท่านั้น



“ให้ฮยองเข้าไปนะ สัญญาว่าถ้าฝนหยุดตกแล้วจะกลับ”



จีมินได้คำตอบ ทั้งที่ยุนกิไม่ได้ตอบมันอย่างชัดเจน



.


.



ยุนกิอาบน้ำแล้วก็ใส่เสื้อของตัวเองซึ่งจีมินยังเก็บไว้อยู่ เช็ดผมลวกๆจนมันแห้ง พยายามทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดเพราะเขาไม่รู้ว่าฝนจะตกอีกนานแค่ไหน และคงมีแค่เวลานี้ที่จีมินจะยอมให้เขาอยู่ข้างๆ



ในตอนแรกเขาไม่คิดหรอกว่าคนที่มักจะร่าเริงอยู่เสมออย่างจีมินจะกลัวอะไรแบบนี้ แต่มันก็ดีเหมือนกันเพราะทำให้เขาสามารถกอดอีกฝ่ายได้แน่นๆโดยที่ไม่โดนว่า



แม้ในตอนนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ยุนกิก็อยากจะกอดจีมินเอาไว้


แม้จะไม่ได้รักกัน



มือขาวแปะลงไปบนก้อนผ้าห่มกลมๆ ก้อนนั้นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อยุนกิโหมทับลงกอด



ยุนกิเงี่ยหูฟังเสียงสะอื้นเพราะความกลัวแล้วก็ยิ้ม



“จะร้องไห้อีกทำไม ฮยองอยู่นี่แล้วนี่นา จีมินอา”



แต่เสียงร้องนั้นกลับทวีความหนักหน่วง และยุนกิก็ปวดใจทุกครั้งที่จีมินต้องเสียน้ำตา โดยเฉพาะน้ำตาที่เป็นเพราะตัวเขาเอง



“จีมินอา เป็นฮยองที่ไม่ดีเอง อย่าร้องเลยนะ”



และในตอนที่ฝนตกหนักขึ้นจนกลบเสียงทุกอย่าง ยุนกิเองก็ร้องไห้ออกมาเช่นกัน จีมินจะรู้มั้ยว่าเขาไม่สามารถแต่งเพลงรักได้อีกเลยนับตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายจากไป






넌 내게 안녕이라 말했지 매번 잠들 때마다 

เธอมักจะพูดกับฉันว่าลาก่อนทุกครั้งก่อนที่เธอจะเข้านอน

난 그게 죽기보다 더 싫었어 

และฉันก็เกลียดมันยิ่งกว่าความตายเสียอีก

이 밤이 괜히 너와 내 끝인 것 같아서 

เหมือนว่าค่ำคืนนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้อยู่กับเธอ

I don't know you 

you didn't know me

ฉันไม่รู้จักเธอ และเธอไม่รู้จักฉัน

헤어짐의 원인은 꽤나 심플했지 

แต่เพราะการจากลาของเรามันแสนจะเรียบง่าย

이제 내가 그 말을 말해 

ในตอนนี้... ฉันจะเป็นคนพูดมันออกมาเองว่า

넌 안녕 처럼 내 시작과 끝에 

그 곳에 

คำว่า ‘ลาก่อน’ ของเธอเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบสำหรับฉัน





เสียงฝนค่อยๆซาลงแล้ว ยุนกิรู้สึกปวดหนึบที่หัวเพราะเขาไม่ได้หลับเลยแม้สักวินาทีและจีมินเองก็เช่นเดียวกัน


เพราะยุนกิขยับตัว ถึงทำให้ใบหน้าที่ซุกอยู่ที่อกถึงเงยขึ้นมามองเขาได้


“ไปไหน”


ไม่รู้ว่าเพราะจีมินงัวเงียหรืออะไรถึงได้เผลอใช้น้ำเสียงที่เป็นกันเองกับเขาเหมือนกับตอนที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันในอดีต เขาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มร้าว


“ฝนหยุดตกแล้ว ฮยองจะกลับ...ตามที่บอก”


จีมินเงียบไปก่อนจะพลิกตัวกลับไปอีกทาง เขายิ้มชืด เดินไปหยิบกางเกงจะสวมแล้วก็พบว่ามีแรงกระตุกที่ชายเสื้อ



“อยู่จนกว่าจะเช้าเถอะ”


แล้วเจ้าของเสียงก็เขยิบไปจนเหลือพื้นที่ว่างบนเตียง ไม่ได้พูดอะไรต่อจนลมหายเริ่มสม่ำเสมอ


จีมินหลับไปแล้ว ยุนกิไม่รู้ว่าเขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้มั้ย แต่เขาก็ทิ้งตัวลง ดึงร่างที่เขยิบไปจนเกือบสุดเตียงเข้ามาในอ้อมกอด ซุกหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของจีมินและพบว่ามันอุ่นจนทำให้น้ำตาเกือบจะรื้นออกมาอีกครั้ง



จีมินจะรู้สึกเหมือนกันบ้างมั้ย ว่าเตียงมันกว้างเกินไปกว่าจะนอนคนเดียว



เขาอยากถาม แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป



.



.



เจ้าของห้องตื่นอีกทีก็บ่ายแล้ว จีมินลุกขึ้นนั่งพร้อมกับค้นพบว่าที่นอนด้านข้างตัวเองเย็นชืด ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาถึงรู้สึกไม่ชอบใจกับความกว้างของเตียงเอาซะเลย



เดินออกมาจากส่วนห้องนอนก็เห็นจานอุ่นที่มีฝาครอบ มันคือรามยอนผัดแห้ง อาหารชนิดเดียวในโลกใบนี้ที่มิน ยุนกิทำได้ดี 



‘กินแล้วค่อยเข้าออฟฟิศนะ ลาครึ่งเช้าให้แล้ว’



เห็นโน็ตที่แปะไว้ด้านข้างถึงได้เริ่มกิจกรรมยามเช้าอย่างช้าๆ อาบน้ำ แล้วก็กินสิ่งที่อีกฝ่ายทำไว้ให้ รสชาติของมันเค็มเพราะเจ้าตัวเป็นคนติดรสเค็มในขณะที่จีมินชอบกินหวาน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็กินมันจนหมด



คิดถึง


คิดถึงทุกสิ่งทุกอย่าง



กว่าจะถึงออฟฟิศก็เป็นเวลาบ่ายสามกว่า เขาพยายามทำตัวปกติทั้งที่ขอบตาแดงก่ำ พยายามหัวเราะ และทำเหมือนว่าตัวเองไม่เป็นไรทั้งที่ใจก็อยากจะแอบไปดูว่าคนที่แทบไม่ได้นอนเลยทั้งคืนจะเป็นยังไง



ในห้องสตูส่วนตัวของยุนกิเงียบสงัด เจ้าของห้องนั่งเอนหลับอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม ลมหายใจเป็นจังหวะเดียวกัน



จีมินทำเพียงแค่ยืนจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าทั้งที่กำลังหลับ ใต้ตามีรอยช้ำไม่ต่างกันกับเขาทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน มือเกือบจะเอื้อมออกไปแตะที่แก้มขาว แต่กลับหดกลับ


วางของที่ตั้งใจทิ้งไว้แล้วก็เดินออกไป เมื่อเสียงปิดประตูลง เจ้าของห้องถึงได้ลืมตาตื่น



สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือแก้วอเมริกาโน่ร้อนแบบเทคอะเวย์ ปั้มตราโลโก้ร้านแห่งความทรงจำระหว่างเขากับจีมิน





5




“ห่วย พวกเธอมันห่วยแตก”



“ทำไมทำได้แค่นี้”



อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะถึงวันคัมแบคของเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่ค่าย กลุ่มเด็กๆเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าบนหน้าเมื่อยิ่งซ้อม ยิ่งร้องเท่าไหร่ก็ไม่เป็นที่พอใจของโปรดิวเซอร์ 



จีมินเหลือบมองยุนกิที่กำลังอารมณ์เสีย



ก็จริงที่ว่าพวกเธอยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ในฐานะคนที่ออกแบบท่าเต้นและดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิด แม้จะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่พวกเธอค่อนข้างติดเล่นแต่จีมินก็ไม่อยากทำเสียงดัง



“ขะ... ขอโทษค่ะ โอปป้า”



จีมินเม้มริมฝีปาก ลีดเดอร์ของเกิร์ลกรุ๊ปหน้าซีดปากสั่น ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ จีมินพอจะเข้าใจว่ารุ่นน้องสาวคนนี้แอบมีใจให้กับมินพีดีนิม แล้วเวลายุนกิทำเสียงแข็งน่ากลัวน้อยที่ไหน



“พวกเธออยากคัมแบคจริงๆหรอ อยากเป็นนักร้องจริงๆรึเปล่า”



“อะ... โอปป้า” 



เขาแกล้งหันหน้าหนีเมื่อเห็นปลายมือเรียวเล็กจับที่แขนของยุนกิก่อนจะ



“กรี๊ดดดดดดด”



ร่างของเมมเบอร์อีกคนร่วงลงไปกับพื้นทั้งที่ร้องไห้ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นไอดอลซักคนเป็นลมจากความตกใจถ้าไม่ใช่เพราะมือคว้าที่เสื้อของคนเป็นลีดเดอร์จนร่วงลงไปพร้อมกันและทำให้เสื้อฉีกขาดจนเห็นชั้นใน



ที่เร็วกว่าคือเสื้อสีขาวตัวใหญ่ของยุนกิที่ถอดออกแล้วโยนลงไปลวกๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้องทันที



.



.



“ขอตัวนึง”



จีมินแบมือ



เขาไม่ได้ใช้เวลาหายุนกินานนักเพราะในบริษัทมีโซนสำหรับสูบบุหรี่โดยเฉพาะ มือปัดควันที่อวลไปทั้งห้องจนเห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยสัก 



“จะสูบทำไม”



“แล้วพี่สูบทำไม”



ยุนกิไม่ได้ตอบแต่ก็ไม่ได้ยื่นมวนสีขาวให้ จีมินไม่ได้เซ้าซี้


เขาไม่อยากทะเลาะอีกแล้ว



“เพราะเยจินใช่มั้ย”


เยจินที่ว่านี้ไม่ใช่น้องสาวที่ตายไปแล้วของยุนกิ แต่เป็นลีดเดอร์วงเกิร์ลกรุ๊ปที่เขาเห็นเป็นเหมือนน้องสาว ดวงตาของยุนกิไหววูบไปก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม



เพราะคิดเหมือนน้องเลยเข้มงวดหนัก


เพราะเห็นน้องร้องไห้เลยเอามาเครียดเอง


ยุนกิก็เป็นแบบนี้เสมอ เป็นคนที่ไม่สามารถก้าวผ่านความเจ็บปวดไปได้ ทั้งที่ตั้งใจทำเพลงให้เด็กๆเหล่านั้นกว่าใครแท้ๆ



“เมื่อไหร่จะเลิกโทษตัวเองซักที”



สายตาเหลือบไปมองรอยสักตามตัวของอีกฝ่าย มีดอกคามิลเลียเพิ่มขึ้นมาอีกสองดอกซึ่งเป็นรอยที่เขาไม่เคยเห็นและมันบอกได้ดีว่ายุนกิไม่เคยลืม



“ไม่รู้หรอว่าผมต้องเจ็บปวดขนาดไหน”



“ทุกครั้งที่ฮยองเป็นแบบนี้”



“คิดว่าตัวเองเจ็บเป็นคนเดียวหรอไง”



เสี้ยววินาทีที่สายตาเหลือบไปเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นประโยคที่สักเป็นคำภาษาอังกฤษที่อ่านง่ายและเขาเข้าใจความหมายของมันเพียงแค่เสี้ยวนาทีที่ค้นพบ



รอยสักที่อีกฝ่ายสักเพราะว่าเขา



“แต่มันเจ็บ...” เสียงแหบพร่าตอบกลับมา จีมินมองเห็นภาพของอีกฝ่ายไม่ชัดเพราะทั้งโซนถูกปกคลุมด้วยควันสีเทาที่เกือบกลืนกับสีผมของยุนกิ



“ตั้งแต่นายไป... มันก็ไม่เคยดีอีกเลย”


ยุนกิหมายถึง -ทุกสิ่ง- ทุกอย่าง รวมถึงตัวเขาด้วย เหมือนจิ๊กซอว์ที่ชิ้นส่วนขาดหายมาอยู่ตรงหน้าแต่กลับมาไม่สามารถนำมันกลับคืนมาได้



“จีมิน... เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย”



จีมินพยายามบอกตัวเองอยู่ว่าน้ำตาที่ร่วงลงมาเป็นเพราะว่าเขาแสบตา


ถึงเขาจะรู้ว่ามันไม่ใช่



“แล้วฮยองจะไปหาหมอได้มั้ย”



“จะเลิกสูบบุหรี่เป็นซองแบบนี้ แล้วก็เลิกสักทุกวันครบรอบวันตายของเยจินได้มั้ย”



จีมินเอื้อมมือไปสัมผัสกับรอยสักที่หน้าอกข้างซ้าย ได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นเป็นจังหวะ


ใครที่เคยได้เห็นรอยสักของยุนกิต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันสวยงาม ทั้งที่เป็นผู้ชายแต่กลับเข้ากันกับรอยสักรูปดอกไม้หรือว่านกกำลังโผบิน



แต่จีมินไม่เคยนึกชอบมันเลย



เพราะคนบางคนไม่ได้สักเพื่อความสะใจ หรือว่าความเท่ แต่สักเพื่อพยายามลบบางอย่าง อาจเป็นรอยแผลเป็นบางรอยที่แม้ไม่ปรากฎให้เห็นแล้ว


รอยสักอาจปิดบังแผลเป็นได้บางรอย แต่แน่นอนว่ามันไม่สามารถลบแผลเป็นที่อยู่ในใจได้


เพราะเขารู้ดีว่ายุนกิสัก


เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองลืมความเจ็บปวด ทุกครั้งที่เผลอมีความสุข ก็สักเพื่อย้ำเตือนตัวเอง ถ้าจะมีใครสักคนที่ขังยุนกิไว้ คนคนนั้นก็คือตัวเขาเอง




ไม่เคยมีใครโทษยุนกิเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนั้น





ทุกคนรู้ ตัวเขารู้ วิญญาณของเยจินที่อยู่บนสรวงสวรรค์ก็รู้



เพียงแต่บางอย่าง ต่อให้เรารู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นออกมาจากมันได้



เหมือนที่คนเราตื่นจากฝันร้ายเพื่อพบกับความเป็นจริง



เพียงแต่เขาตื่นจากฝันร้าย เพื่อมาเจอกับความจริงที่ว่าฝันร้ายไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป



จีมินเพียงแค่อยากจะโอบกอดยุนกิให้แน่นที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำใดปลอบประโลมอย่างที่ใครทุกคนพยายามพูดมันหลายต่อหลายครั้ง ไม่ได้พยายามจะเป็นกาวที่ประสานแก้วซึ่งแตกสลายครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างอีกฝ่าย



ทุกครั้งที่ยุนกิพยายามบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร ทุกครั้งที่ยุนกิแสร้งยิ้มแย้มหรือว่าทำตัวร้ายกาจเพื่อซ่อนบางสิ่งที่อยู่ในใจ แต่พังทลายลงทุกครั้งที่ประตูห้องปิดลง



รูปนกโบยบินที่หัวไหล่ซ้ายคือคำตอบ มันคือตัวแทนของเยจินซึ่งได้โบยบินไปล่วงหน้าซึ่งเขาคาดหวังจะได้บินตามไป ไปสู่ที่ไหนซักแห่งซึ่งเขาจะสามารถโอบกอดน้องสาวผู้งดงามได้อย่างในความฝัน ดอกคามิเลียคือดอกไม้ที่เป็นทั้งตัวแทนของความรักทั้งหมดที่เขามีให้คนที่จากไปแล้ว




เหมือนเขาวงกตที่ไร้ทางออก วงกตแห่งใจที่คดเคี้ยวเลี้ยวลด ซึ่งยุนกิหลงทาง ท่ามกลางสายฝนซึ่งกระหน่ำอยู่ในใจตลอดเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่สูญเสียเยจิน ไม่มีแสงแดด ไม่มีแสงสว่าง ทุกอย่างมืดมิดไปหมดจนกระทั่งจีมินเข้ามา



“จีมิน.. . เรื่องนี้”



“ผมกลับไปไม่ได้หรอก”



“เพราะสุดท้ายแล้วตอนจบมันก็จะเหมือนเดิม ฮยองก็จะเอาแต่เมาหัวราน้ำ ละเมอว่าอยากตายทุกวันครบรอบบ้าๆนั่น แล้วผมก็จะกลายเป็นคนบ้า กลายเป็นคนที่ต้องเอาแต่ร้องไห้อย่างคนโง่เพราะทำอะไรเลยไม่ได้ซักอย่าง”



“มันไม่ใช่เพราะว่าเราไม่ได้รักกันหรอก”



“แต่เป็นเพราะ... ผมไม่เข้มแข็งพอเอง”



“จีมินอา....มันไม่ใช่”



“ให้ผมดูแลฮยองไม่ได้หรอ... ความเจ็บปวดที่ยุนกิฮยองมี แบ่งมันมาให้ผมบ้างไม่ได้หรอ”



“เพราะจีมินเป็นคนรักที่ไม่ดีใช่มั้ย ฮยองถึงไม่เคยพูดอะไรเลย”



กี่ครั้งแล้วที่ต้องทำเป็นไม่รู้ กี่ครั้งที่ต้องปิดตาลงข้างนึง อีกครั้งที่ทำอะไรไม่ได้เลย



“ตอนฮยองอัดยานอนหลับครั้งนั้น ผมคิดว่าฮยองตายไปแล้ว รวมทั้งตัวผมด้วย มันชา เจ็บไปหมดตอนที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากโทรเรียกรถพยาบาลให้มารับฮยอง ตอนที่ต้องรอจนกว่าฮยองจะฟื้น”



“โดยที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคนรักของตัวเองยังอยากมีชีวิตอยู่รึเปล่า”


ใครกันแน่... ที่เป็นฝ่ายพูดคำว่า ‘ลาก่อน’ 


ไม่ใช่มิน ยุนกิหรอกเหรอ



จีมินกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือดจนยุนกิก็รีบใช้นิ้วเขี่ยมันให้เปิดออก


มันทำให้ยุนกินึกถึงคำพูดที่จีมินพูดกับเขาตอนที่ลืมตาตื่นจากฝันร้ายครั้งนั้น



"you know I'm with you right?"



"forever?"



“always”



มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยุนกิอยากให้จีมินเข้าใจ


แต่เขาก็ไม่กล้าพูดมันออกไป



เพราะไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รักของเรากลายเป็นหนามที่ทิ่มแทงใจ



.



.



.




6




มันไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม ถึงปากจะบอกอย่างนั้นแต่ในใจของเขากลับยิ่งกังวล โดยเฉพาะวันนี้ -วันครบรอบวันตาย- ของเยจิน วันเดียวที่มิน ยุนกิจะลางาน แล้วก็หมกตัวอยู่ในห้องแคบๆ สูบบุหรี่ทั้งซองแล้วก็เมาหัวราน้ำ ไม่ก็พยายามฆ่าตัวตาย ทำตัวเหมือนชีวิตไม่มีทั้งความหมายและคุณค่าใด



“จะไปหามันมั้ย” นัมจุนถามย้ำ



“ไม่รู้สิครับ...”



คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว จะสามารถ---มีสิทธิ์ไปหาหรือ ทั้งที่ตัวเขาเองก็เป็นคนผลักไสมิน ยุนกิไปเองแท้ๆ



“จีมินอา... ยุนกิเอง ไม่ใช่ว่าไม่พยายามหรอกนะ” คนเป็นเจ้านายถอนหายใจ ทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ทำงานในห้อง คนเป็นครูสอนเต้นไม่ได้มอง เพียงแต่ขยับตัวไปตามจังหวะเพลงเบาๆเท่านั้น



“ปีที่แล้วมันพยายามฆ่าตัวตาย”



ไม่ใช่เรื่องแปลก



“แต่มันไม่ได้ละเมอถึงเยจินหรอกนะ...”



แผ่นหลังที่กำลังโค้งลงไปชะงัก 



“มันคิดถึงนายจริงๆ”



“ยุนกิ... รักนายมากนะ”



.



.



.




เขาหนาว



ในห้องอวลไปด้วยควันที่เขาคุ้นชิน ยุนกิเทซองที่ว่างเปล่า สบถเมื่อพบว่าเขาเพิ่งสูบบุหรี่ตัวสุดท้ายไปเมื่อสองนาทีก่อน ดวงตาเห็นสีสันแปลกตาต่างจากปกติ -แต่เขารู้ดี- วันนี้คือวันตายของเยจิน เยจินที่เขาไม่เคยทำใจกล้าพอที่จะไปเคารพศพของเธอ



ในช่วงเวลาที่ล่วงเลยมา



ในหัวของเขามีแต่เรื่องว่าเยจินจะเจ็บปวดแค่ไหนตอนที่รถคันนั้นพุ่งชนที่เธอ ไม่รู้ว่าป่านนี้นางฟ้าตัวน้อยของเขาจะมองพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องคนนี้จากบนนั้นหรือไม่ เขาผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นอย่างยากลำบากเขายอมรับ


แต่ในไม่กี่ปีมานี้



จีมิน...จีมินอา...



จีมินจะรู้หรือไม่ว่ายุนกิกำลังพยายามอยู่นะ


แต่จีมินไม่รอแล้ว ไม่รอเขาแล้ว



คนรัก ความรัก และการลาจาก สามสิ่งนี้วนเวียนอยู่ในหัวเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จีมินจะรู้มั้ยว่าเขาไม่ได้คิดเรื่องเยจินมากเท่าเมื่อก่อนแล้วและมันเป็นเพราะจีมิน



‘ฮยองอ่า... กอดกันนะ ฮยองหนาวใช่มั้ย’



มือขาวกระชับอ้อมกอดที่ว่างเปล่าเข้ามา สัมผัสน้ำตาที่ไม่ไหลมาหลายปีแล้ว



“จีมิน.. .จีมินอา อยู่ที่ไหนกัน”



ยุนกิรู้ว่าการฝืนยิ้มมันยากแค่ไหน เพราะเขาทำมันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยกเว้นเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันกับจีมิน ยุนกิแค่อยากให้จีมินมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น ไม่อยากให้ตัวเองเป็นภาระ ไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะความงี่เง่าของตัวเขาเอง -คนที่ถูกความโศกเศร้าปกคลุมอยู่- ตลอดเวลาเช่นเขา ทั้งที่ข้างในท่วมท้นไปด้วยน้ำตาแต่ก็ทำเป็นหัวเราะ และคนที่ดึงเสียงหัวเราะที่แท้จริงของเขาออกมาได้ก็คือจีมิน จีมินคนเดียวเท่านั้น



จีมินเป็นคนเดียวที่รู้ว่าทะเลแห่งความโศกเศร้าในใจของเขากว้างใหญ่และลึกกว่ามหาสมุทรทุกแห่งที่มีบนโลกใบนี้



จีมิน คนเพียงคนเดียวที่ประกอบยุนกิที่แตกสลายในทุกวัน



แต่วันนี้จีมินไม่อยู่แล้ว



จีมินจะไม่กลับมาแล้ว



ยุนกิไม่สามารถที่จะหลอกตัวเองได้อีกแล้ว



จีมิน ฮยองพยายามแล้ว พยายามแล้วนะ



“ฮึก...”



เสียงสะอื้นดังก้องไปทั่วทั้งห้องกลบเสียงเปิดประตูที่เงียบงัน จีมินกลับมาอีกครั้ง ทั้งที่เขาเองก็ไม่รู้ว่า -เพราะอะไร- 



เพราะรักหรือเพราะอะไร



ยุนกินั่งขุดคู้อยู่ตรงนั้น ขดตัวเหมือนลูกแมวที่กำลังได้รับบาดเจ็บ ด้านหน้าเกลื่อนกระจายด้วยซองบุหรี่และยาเม็ดสีขาวที่เขาไม่ได้กินมัน



‘ยุนกิซื้อยานอนหลับมาแล้วก็เทมันทิ้งลงชักโครก’



‘จีมินอา... มันรักใครไม่ได้แล้วนะ’



‘ถ้ายังรักกันอยู่... ก็ช่วยกลับไปได้มั้ย... ไม่ได้สั่งในฐานะเจ้านายหรอกนะ แต่ขอร้องในฐานะเพื่อนน่ะ’



‘มีแค่นายคนเดียวเท่านั้นที่จะซ่อมมันได้ นายเองก็รู้ใช่มั้ย’



“จีมินอา... จีมิน ฮึก”



เสียงกระซิบละเมอของยุนกิทำให้เขาหมดความอดทน โถมตัวเข้ากอดร่างที่ผอมบางลงมาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา 



“อย่าร้อง... บอกแล้วไงว่าอย่าร้องไห้”



“จีมิน?”



ดวงตาของยุนกิเบิกกว้าง สีดำในนั้นเข้มลึกจนจีมินมองไม่ออกว่ามันยังคงมีแววอยู่หรือไม่ หรือเป็นแค่เวลาที่ยุนกิเมายา หรือไร้สติ เขาอ้าปากจะถาม แต่เมื่ออีกฝ่ายกระชับตัวเขาเข้าไป แล้วเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมา



“ทำไมทำตัวเองแบบนี้”


“จีมิน จีมินจริงๆใช่มั้ย”



“ฮยองขอโทษ... ฮยองจะทำทุกอย่าง จะไปหาหมอตามที่นายบอก กลับมานะ... กลับมานะ จีมินอา กลับมาเถอะนะ” เสียงแหบปนสะอื้นพูดเร็วๆจนแทบไม่เป็นภาษาทำให้ตัวเขาแทบจะร้องไห้ออกมา แล้วเขาก็ร้องจริงๆตอนที่ยุนกิประคองตัวเขาให้ลุกขึ้นยืนแล้วคุกเข่าต่อหน้า กอดสะโพกของเขาให้เข้ามาใกล้อย่างกลัวว่าจีมินจะหายไปไหน



แล้วจะให้จีมินทำได้ยังไง?



จะให้ทิ้งคนที่รักไปได้ยังไง



มือลูบลงตรงคำว่า I love you J. บนหน้าอกเปลือยเปล่า หัวใจเต็มตื้นไปทั้งความเจ็บปวดและความท้อใจ ในตอนที่เขาไม่อยู่ ยุนกิจะต้องเจ็บปวดมากขนาดไหนกัน เจ็บถึงขนาดไหนถึงจะต้องไปสักคำคำนี้ คำที่ตัวยุนกิไม่สามารถพูดออกมาได้แม้จะอยากพูดออกไปแค่ไหนก็ตามตลอดเวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน



จีมินไม่รู้ว่าเขาจะทำมันได้หรือไม่



แต่เขาเองก็อยากเสี่ยงดูอีกครั้ง



“มากับผม”


เขาดึงตัวยุนกิให้ลุกขึ้น สวมเสื้อให้อีกฝ่าย รวมทั้งหมวกบีนนี่สีดำใบโปรด ยุนกิมีสีหน้างงงวยแต่ก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดี เขาพายุนกิไปที่รถส่วนตัว เปิดประตูแล้วประคองให้นั่งรวมทั้งคาดเข็มขัด แล้วถึงเดินไปนั่งตรงที่คนขับ



“ผมมีข้อแม้หนึ่งข้อ”



“…………………”



“อย่าหนีอีก”



ในตอนนั้นยุนกิไม่เข้าใจความหมายที่จีมินต้องการจะสื่อจนกระทั่งรถเริ่มขับเคลื่อนไปตามท้องถนน ทางในกรุงโซลค่อนข้างสับสน จนกระทั่งทั้งคู่ออกจากนอกเมือง ยิ่งทิวทัศน์เปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งคุ้นตา



ทางไปแดกู



บ้านเกิดของเขา



“จะ... จีมิน นี่”



“อืม”



ยิ่งใกล้ถึงจุดหมายยุนกิก็ยิ่งกลัว มือสั่นจนจีมินต้องใช้มือข้างที่ไม่ได้จับพวงมาลัยกุมมันเข้าไว้ด้วยกัน โชคดีที่ในเวลาเที่ยงคืนกว่ารถไม่มากนักทำให้หนทางค่อนข้างโล่ง เมื่อเห็นอาการของยุนกิจีมินก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะเขาไม่ได้คิดที่จะล้มเลิกมัน เมื่อสบโอกาสก็เปิดเพลงจากไอพอด มันเป็นเพลงภาษาอังกฤษที่ยุนกิไม่คุ้นเคย เขาฟังมันไม่เข้าใจจนกระทั่งจีมินร้องมันออกมา




When the tears come streaming down your face

When you lose something you can’t replace

When you love someone but it goes waste

Could it be worse?



Lights will guide you home

And ignite your bones

and I will try to fix you




มือของจีมินกระชับมือขาวซีดที่เย็นชืด มันเย็นจนบางครั้งเขาเองก็นึกกลัวว่ายุนกิเหมือนคนที่ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว



แต่เขาตัดสินใจแล้ว



เพราะไม่ว่ามันจะดีหรือร้าย ในเวลาที่ตกหลุมรักยุนกิ จีมินรู้ว่าเขาไม่มีทางปล่อยอีกฝ่ายไปได้ เพราะรัก รักเหมือนคนหูหนวกตาบอด และแม้จะพยายามแล้วล้มเหลว แต่มันก็พยายามได้อีกต่อไปแม้ยุนกิจะไม่รู้ก็ตาม



แต่มันคุ้มค่า



‘อดีตวันครบรอบของพวกนาย... ยุนกิพาพี่ไปที่ร้านสัก’



‘ช่างสักนึกว่ามันจะมาสักดอกไม้อีกแต่มันบอกว่ามันจะไม่สักดอกไม้อีกแล้ว...’



‘ให้รอยสักนี้เป็นของจีมิน รอยสักสุดท้าย ให้กับรักครั้งสุดท้าย’



‘ยุนกิน่ะ... ออกวิ่งมาตลอดเลยนะ ถึงนายจะไม่รู้ก็เถอะ’



‘จีมินอา... อย่ายอมแพ้เลยได้มั้ย’



High up above or down below

When you’re too in love to let it go

But if you never try you’ll never know

Just what you’re worth




.



.


ยุนกิไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะมีวันนี้ วันที่ตัวเขาได้มายืนอยู่ที่หน้าหลุมศพของน้องสาว พวกเขาไม่มีดอกไม้เพราะคงไม่มีร้านดอกไม้ที่ไหนจะเปิดตอนนี้ 



‘มิน เยจิน’



“วันนี้ผมพาฮยองมาที่นี่... ไม่ใช่เพราะว่าผมสะใจที่เห็นว่าฮยองกำลังเจ็บปวด แต่เพราะผมต้องการจะบอกว่า ผมเองก็เจ็บปวดเหมือนกัน”



ใบหน้าของจีมินแม้อาบไปด้วยน้ำตากลับสวยงามที่สุดกว่าภาพวาดใดที่เขาเคยเห็น



ยุนกิเห็นจีมินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า สูดลมหายใจเอาอากาศที่เริ่มชื้นเข้าปอดแล้วก็อ้าปากตะโกนเสียงลั่น



“เยจินอา! ได้ยินมั้ย!”



“โอปป้าชื่อจีมินนะ ปาร์ค! จี! มิน!”



ในตอนนั้นที่ฝนห่าใหญ่ตกลงมา ยุนกิสะดุ้งพยายามจะโอบเอาอีกฝ่ายเข้ามาแต่จีมินโบกปัด เขาจับมือที่เย็นชืด



แต่จีมินก็ยังตะโกนออกไป 



“โอปป้าจะดูแลยุนกิฮยองเองนะ!”



“เยจินไม่ต้องเป็นห่วงนะ”



ยุนกิตัวแข็งทื่อเหมือนโดนสาป น้ำฝนตกลงมาจนใบหน้าเปียกปอนจนยากจะแยกระหว่างน้ำตาและน้ำฝน และไม่แน่ชัดว่าน้ำตาที่กำลังไหลเป็นเพราะใครกันแน่



มือของจีมินสั่น เพราะความกลัว



“เยจินอา! ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะ!”



“โอปป้าจะอยู่กับยุนกิฮยองไปตลอดชีวิตเลย”



ฝนทวีความรุนแรงเหมือนจะสนองรับคำของจีมิน แต่เขายังไม่ทันอ้าปากจะพูดสิ่งใด จีมินก็หันกลับมาที่เขา



“ฮยองอ่า... มันไม่เป็นไรหรอกนะที่ฮยองจะเจ็บปวด ถึงฮยองจะลืมมันไปไม่ได้ก็ช่างมัน จะแหลกสลาย จะพังทลายอีกกี่ครั้ง ก็ให้ผมอยู่ข้างฮยองนะ”



“ฝนตกหนักขนาดนี้ผมกลัว... กลัวมากเลย” จีมินไม่ชอบสายฝน เป็นเขารู้ดีกว่าใคร



“แต่ฮยองจะอยู่กับผมทุกครั้งที่ฝนตกใช่มั้ย?”



“เพราะอย่างนั้นผมจะไม่กลัวมันแล้ว ฮยองก็อย่ากลัวอีกเลยนะ”



“เราจะผ่านมันไปด้วยกัน.. .นะ ฮยอง นะ”



โดยไม่รู้ตัว เขากระชากร่างของจีมินเข้ามาในอ้อมกอดแล้วกดจูบลงไปบนปากเย็นชืด ริมฝีปากเปียกปอนด้วยน้ำฝนเจือด้วยรสชาติของ /ความเจ็บปวด/ /น้ำตา/ และ /ความรัก/ ชะล้างทั้งความไม่เข้าใจและความเศร้าทั้งปวงที่กดทับอยู่ในใจของเขามาเนิ่นนาน



แล้วจีมินก็ถามขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ ตัวของจีมินสั่นและยุนกิก็กระชับให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันใกล้กว่าเดิม



"you know I'm with you right?”



“forever?" เขากระซิบ ถามย้ำทั้งที่จำมันได้ไม่เคยลืม



“always”







ไม่มีคำรักอื่นใด จะมั่นคงไปกว่านี้อีกแล้ว




Keep going


.



first published : 2016.06.03



talk; 




ก่อนอื่นมีใครงงมั้ยคะ

ถ้างงก็ไม่แปลกหรอกค่ะ คนเขียนมันยังงเลย

เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลหลายอย่างมาก

เช่น ทวีตเกี่ยวกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า

เพลง Love is not over ของบังทัน

ขอบคุณคำแปลจาก RainnyDolly THSUB ค่ะ

ท่อนนัมจุนตอนที่ฟังครั้งแรกก็ร้องไห้เลยค่ะทั้งที่ไม่รู้ความหมาย

ถึงได้เลือกให้เขามาคนที่คลายปมระหว่างยุนกิกับจีมิน


การอธิบายความรู้สึกของคนที่เป็นโรคซึมเศร้า เรายอมรับนะคะ

ว่าคงทำได้ไม่สมจริง หรือไม่ดีมากเท่าไหร่

แต่นี่คือสุดแล้ว มีคนอาจจะคิดว่ามันดูค้างคา

เราไม่อยากให้จบค่ะ ปมในใจของคนไม่ได้คลี่คลายง่ายขนาดนั้น

รวมทั้งตัวจีมินเองที่ก็ยังสับสน อย่างที่บอกว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น


ยุนกิกับจีมินก็เป็นแค่คนที่ทั้งรักกันมาก

แต่ก็กลัวใจของอีกฝ่ายก็แค่นั้นเอง

(ทั้งเรื่องต้องการจะสื่อแค่นี้หรือบ้าแล้ว)

จีมินก็เคยหนี ยุนกิก็หนีมาตลอด

ไม่ได้มีบทสรุปอะไรว่าจะทั้งคู่จะผ่านมันไปได้มั้ย

เพราะตอนนี้ก็แค่ตัดสินใจว่าจะ ‘ลอง’ พยายามไปด้วยกันอีกครั้ง

จะผ่านได้ผ่านไม่ได้ก็อีกเรื่องนึง



ไปคิดกันต่อเอาเองค่ะ55 คิดอะไรได้ก็บอกเราด้วยนะ55

อีกหนึ่งเพลงคือ Fix you ของ Coldplay เป็นเพลงที่เราชอบมาก

เป็นเพลงที่แบบ แทนความรู้สึกของจีมินเลยค่ะ

คือต่อให้ยุนกิจะผ่านมันไปไม่ได้ แต่ก็อยากจะอยู่ข้างๆ

ถ้าสามารถรักใครซักคนด้วยความรู้สึกแบบนี้ได้ก็คงดีเหมือนกันนะ


ขอบคุณทุกคอมเม้นและกำลังใจค่ะ เป็นแรงปั่นที่ดีของเรามากแบบมาก

พูดคุยกันได้ที่ทวิตเตอร์ @kolevf_

และเปิดบล็อก kolevf.wordpress แล้วจะลงฟิคทุกเรื่องในนั้นค่ะ

อะไรที่เด็กดีลงไม่ได้ก็... นั่นแหละ55555



แล้วถ้าใครชอบคู่ก้ากุกก็ขอโฆษณาซักหน่อย

เราเข้าร่วมโปรเจค #บังทันวีคลี่ ลองไปอ่านกันได้ค่ะ

ชื่อเรื่องว่า WILD ไม่ได้ลงในนี้นะคะ เพราะ...นั่นแหละ


ลงไว้ให้ในทวีตแล้วค่ะ :)



ขอบคุณอีกครั้งสำหรับกำลังใจค่า

ป.ล ทำไมทอล์คชอบยาวจังครัช

ป.ล มีใครไม่เข้าใจสงสัยถามได้ตลอดเลยนะคะ


แท็ก #luvstoryoonmin ค่า :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

2,913 ความคิดเห็น

  1. #2905 pizz_y (@pizz_y) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 08:31
    แงงงง มันดีมากเลยค่ะ ย้อนกลับมาอ่านหลายครั้งแล้ว
    #2905
    0
  2. #2604 fallforyou (@chomkyv) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 01:11
    ร้องไห้เลย ขอบคุณนะคะไรท์
    #2604
    0
  3. #2257 hana hi18 (@0882746003) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 23:37
    ฮืออออออออออ ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ
    #2257
    0
  4. #2071 brunette_ (@brunette_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 12:31
    ฮืออดีมากๆๆๆๆ ชอบบบบบบบบบบ เศร้า หน่วง เเต่อบอุ่นมากกกกก ดี!!
    #2071
    0
  5. #1989 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 12:38
    ฮือออออ น้ำตาไหลเลยกับตอนนี้
    เศร้าอ่ะ สงสารทั้งคู่เลย
    เอาจริงๆ เราก็เคยเจอคล้ายๆแบบนี้มาเหมือนกัน อยากเป็นแสงสว่างในใจของเขาที่มืดมน แต่สุดท้ายเรายอมแพ้อ่ะ เพราะเหมือนยื้อไปตัวเราเองก็ยิ่งเจ็บปวด สุดท้ายเลยยอมถอยออกมาและจบทุกอย่างลง
    #1989
    0
  6. #1876 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:50
    อ่านจบแอบน้ำตาซึมเลย ฮื่อ อยากจะกอดปลอบพี่เขา แต่ว่าจีมินคงทำหน้าที่ได้ดีกว่า
    เขารู้ว่าจะต้องซ่อมมันยังไงบางครั้งมันก็เจ็บปวด คนที่รักที่สุดในชีวีตอีกคนนึงอยู่ข้างๆแต่ช่วยอะไรไม่ได้เลย
    ยุนกิจะต้องเจ็บปวดทรมานกับตัวเองซ้ำๆอยากจะตายซ้ำๆเพื่อนชดเชยความผิดที่ตัวเองเอามาตั้งไว้น่ะ
    จีมินใจเย็นมากๆเลยสำหรับเรื่องนี้ มีผลต่อจิตใจพี่เขามากๆด้วย แต่ว่านะพี่เขาพูดกับจีมินแบบนั้นก็ไม่โอเค
    ถึงแม้จะด้วยอารมณ์ก็เถอะ แต่มันเป็นแผลน่ะ .. เวลาผ่านไปหลายอย่างมันเปลี่ยนแปลงทีละนิดทีละหน่อย
    มาถึงตอนนี้มินยุนกิไม่ได้มีใครแล้วนอกจากปาร์คจีมิน ช่วยอยู่ข้างๆพี่เขาด้วยนะ ฮื่อ แม้ว่าจะพังทลายกี่รอบ
    แต่อยู่ข้างๆตรงนี้ รักษาตัวรักษาใจซะ ไม่ใช่แค่พี่ที่วิ่งคนเดียว จีมินก็อยู่ข้างๆพี่นะ ㅠㅠ
    แม้ว่าฝนจะตกหนักอากาศจะเย็นชืดขนาดไหนแต่หัวใจรู้สึกอบอุ่นมากๆเลยค่ะ 
    #1876
    0
  7. #1873 โพซิตรอน (@kimtahayon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 21:31
    ย้อนกลับมาอ่าน อยู่ๆก็ร้องไห้กับเรื่องนี้เฉย เข้าใจทุกอย่างที่ไรท์สื่อ ทั้งอารมณ์ตัวละคร มันหน่วง แต่แบบมันดีมากเลย เข้าใจความเจ็บปวดของยุนกิและจีมินจริงๆ TT
    #1873
    0
  8. #1839 xxpploypoy (@xxpploypoy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 18:00
    เป็นครั้งแรกที่อ่านฟิคแล้วร้องไห้แบบไม่รู้ตัว ชอบทุกอย่างเลยค่ะ มันดีมากจริงๆค่ะ บ้าไปแล้ววว ภาษาก็ดีมาก เนื้อเรื่องก็ดีมาก อินทุกๆอย่างเลย TT
    #1839
    0
  9. #1683 klkstn_sg (@klkstn_sg) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 11:35
    ฮือออ น้ำตานองหน้าเลยในเวลาที่เศร้าก็อยากมีคนแบบจีมินอยู่ข้างๆนะ ไรท์สื่ออารมณ์ได้ดีมากๆ การจะเขียนให้คนอ่านร้องไห้ได้มันยากนะ แต่ไรท์ทำได้อ่ะ แง้ น้ำตาไหลไม่หยุดเลย ชอบทุกเรื่องเลยยยชอบภาษาชอบเนื้อเรื่องการวางเรื่อง อ่านแล้วสนุกมากกก
    #1683
    0
  10. #1645 'schdapt (@junkim) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 14:09
    เอาจริงเรายังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ ... เออข้ามไปได้ยังไง นี่นอนน้ำตาพรากเป็นลิตรเลย โอ้ยใจเรา ฮือ ชอบมากค่ะ มันแบบ.. เออเขารักกันมากจริงๆ ชอบมากชอบบจริงๆ ;--;
    #1645
    0
  11. #1174 Lovelyfananime (@Lovelyfananime) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:47
    ไรท์รู้ใช่มั้ยคะ ว่ารีดจะเจ็บปวด TT
    #1174
    0
  12. #646 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 16:33
    ยังคงชอบแนวคิดและเนื้อเรื่องของไรท์เหมือนเดิม สนุกมากค่ะ หน่วงดีจริงๆ
    #646
    0
  13. #437 MonaLis (@isarean_ice) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 02:54
    เราเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ แต่เป็นแค่อ่อนๆเท่านั้น อ่านเรื่องนี้แล้วร้องไห้เลย คุณเขียนสื่ออารมณ์ของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าได้ดีนะ เราอ่านแล้วนึกถึงตัวเองเลย บางครั้งมันไม่ง่ายจริงๆที่จะไม่เศร้า มันไม่ใช่ว่าเราไม่พยายาม แต่มันไม่ง่าย และไม่มีใครเข้าใจ รู้สึกอิจฉายุนกิในเรื่องที่มีจีมิน อ่า.... ชอบมากจริงๆค่ะ ที่ตอนพิมพ์น้ำตายังไหลอยู่เลย ? ? ชอบมากๆ
    #437
    0
  14. #426 lazuliite (@lazuliite) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 08:49
    อ่า กว่าจะอ่านจบบอกไม่ถูกเลยว่าปวดใจไปกี่ครั้ง ร้องไห้แงงงงงงงงงงงงงงง T_____________T น้องเก่งมากเลยดึงความเป็นจีมินที่เราชอบมากๆและเพลงนี้ก็เป็นเพลงสุดโปรด ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ชอบฟิคดีๆเรื่องนี้เลย ฮือ จีมินนี่ที่เป็นเหมือนนางฟ้าจีมินที่แสนดีของยุนกิฮยอง ต้องขอบคุณจีมินที่กลับมาอีกครั้งจะต้องใช้ความกล้าแค่ไหนในการปลอบคนรักและทำเหมือนว่าไม่กลัวสิ่งที่ตัวเองกลัวที่สุดในชีวิต โอยยยยย ฮือ ไหนจะยุนกิฮยองที่เลิกสักอะไรเดิมๆเพื่อจีมินในตอนที่น้องไม่อยู่แล้ว นี่มันยิ่งกว่าความเศร้า ไม่ไหวแล้วหัวใจ อ่านจบแล้วรักพี่นัมจุนมากถ้าไม่มีพี่นัมจุนนะจีมินคงกลับมาหายุนกิฮยองยากกว่านี้ แค่คิดก็ปวดใจแล้ว ก่อนอ่านอารมณ์เราสดใสมากเลยนะพออ่านจบเป็นสีเทา อึมครึมมากเลยตอนนี้ หน่วงไปหมด  เฮอ สุดท้ายก็กลับมารักกันซึ่งดีมาก ค่อยๆซ่อมส่วนที่พังๆกันไป แต่ใจเราพังแล้วใครซ่อมได้บ้าง จีมจ๋าช่วยพิด้วย ยกให้เป็นหนึ่งในฟิคที่เราชอบมากๆเลย ภาษา พล็อต การดำเนินเรื่องชอบไปหมดเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอเลยน้าน้องคนเก่ง จากใจเลยว่าฟิคของน้องคือที่สุดของเรา อินทุกเรื่องแต่เรื่องนี้มันเจ็บปวดและสวยงามมากจนไม่ชอบมากๆไม่ได้ แงน้องแม้แต่ตอนนี้ก็ยังร้องไห้อยู่อ่ะ นึกถึงแล้วน้ำตาไหลเฉย ความยุนมินดึงทุกอย่างกลับมาแล้ว5555555555555555
    #426
    0
  15. #411 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 11:23
    อ่านไปชอบมากเลย ชอบการดำเนินเรื่อฝราวของทั้งสอง มันเป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่....พูดยากจังเลยค่ะ แต่เป็นอันว่าเราเข้าใจมากนะคะ5555555 อยากบอกตัวทุกครั้งว่าพล็อตแต่ละเรื่องที่แต่งมาให้อ่านนี่สุดยอดมากเลย เราชอบทุกเรื่องมากเลยค่ะ ไม่รู้จะอวยยังไงดีTvT
    #411
    1
    • #411-1 lazuliite (@lazuliite) (จากตอนที่ 17)
      15 มิถุนายน 2559 / 08:34
      กรี๊ดดดขอโทษค่ะกดคอมเม้นท์ผิด T_____T

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 มิถุนายน 2559 / 08:42
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 15 มิถุนายน 2559 / 08:43
      #411-1
  16. #410 pp_sebastianoon (@pp_sebastianoon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 00:20
    น้ำตาจะไหลลล~ 
    #410
    0
  17. #405 cinnamello -) (@beerbiere) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 11:15
    ไรรรรรรรรรรท์ T _____________ T เราร้องไห้เลยยยยยยยย ฮือ ไม่รู้ร้องทำไมเหมือนกันน เรื่องนี้มีความเทามีความหน่วงมีความบลู ร้องหนักสุดตอนที่รู้ว่ายุนกิก็พยายามอยู่เหมือนกัน งืออ จะร้องอีกแล้ว ไรรรรรรรท์ ?? ตอนแรกคิดว่าเยจินคือแฟนเก่า ะ นี่จะโกรธด้วยแหละแต่มันก็มีความคิดนึงที่ว่าเฮ้ยนั่นเป็นเรื่องที่มันลืมไม่ได้จริง ๆ เลยโกรธไม่ลง พอรู้ว่าเป็นน้องสาวนี่โกรธไม่ลงไปใหญ่เลย แต่เราก็เข้าใจจีมินนะ ไม่มีใครอยากให้ยุนกิขังต้วเองไว้กับอดีตที่ลืมยากมาก ๆ แบบนั้นหรอก ไม่อยากให้ทำร้ายตัวเองอีก แต่พอตอนหลัง ๆ มานี่ทำร้ายตัวเองเพราะจีมินอีกอะ T - T กลายเป็นรู้สึกผิดกว่าเดิมเลย จบแบบแฮปปี้มั้ย เราไม่ค่อยรู้สึกแฮปปี้เลย ยังรู้สึกหน่วงอยู่ มีความอารมณ์ค้าง มีความอิน
    #405
    0
  18. #402 kangineung (@banoffeepie027) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 02:08
    ร้องไห้!!! นับยอดอยู่ใช่มั้ยยย ฮือ ดีใจมากๆด้วยที่ตัวเองร้อง เรายังรักกันดีใช่มั้ยยุนมิน แง อืมม ตรงไหนก่อนดี เราว่าโทนเรื่องนี้มันหมองมากกกกๆๆๆเลยอะ คือคิดมาตลอดว่าฟิคแบบนี้คือหมองสุดแล้ว เรื่องที่แบบ คนรักพยายามฆ่าตัวตายอะ มันทำให้อีกคนรู้สึกล้มเหลวในการเป็นคนรักมากเลยนะ คือแบบเราไม่สามารถเป็นเหตุผลให้เค้าอยู่ต่อได้เลยหรอ พยายามจะเปลี่ยนเค้าแล้วแต่เค้าก็ยังเปลี่ยนไม่ได้ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเค้าเปลี่ยนไม่ได้เพราะรักเราไม่พอ/ไม่รักหรือไรงี้ป้ะ แต่บางคนเค้าเปลี่ยนยากจริงๆเพราะมันเป็นโรคของเค้า อย่างพิยุนกิงี้ จริงๆก็รักจีมมากแต่ตอนที่คบกันก็ยังทำตัวแบบที่จีมไม่ชอบ เฮ้ยงงมากเลยนี่เม้นอะไรมีใครเข้าใจบ้าง55555555555555 เออนั่นแล้ แต่ขอบคุณมากเลยนะนุ้งที่ให้เยจินเป็นน้องสาว ถ้าให้เป็นแฟนเก่าจะเป็นความปวดใจอีกรูปแบบนึง แต่นี่เป็นน้องอะ ก็เศร้ามากกว่าถ้าจะเป็นแฟน(อัลไลลลล) 55555555555555 ตอนขึ้นท่อนพินัมจุนมานี่แบบบ มีความพีคมากๆๆๆๆคือแบบบทันเข้ากับเรื่องมากกกกกกกกกกๆๆๆอย่างถึงที่สุดจนแบบ แค่อ่านเนื้อเพลงก็ร้องแล้วอะ fix you ด้วยอีก เราเชื่อนะว่าสุดท้ายจีมจะซ่อมพิยุนกิที่พังๆนี้ได้ นี่พิเค้าก็ดีขึ้นตั้งเยอะมากแล้ว จีมเก่งและอดทนมากๆๆๆเลยอะพูดถึง ทลายกำแพงในใจจนกลายเป็นเรื่องหลักของพิก้าได้ แง ตอนเห็นรอยสักไอเลิฟยูเจนี่ฮื่อ จัลล้อง เห็นมั้ยอะพิเค้าก็รักน้องแค่ไหน ตอนฟังความจริงจากพินัมจุนนี่ก้แบบบ โอยยย ดีใจนะที่จีมตัดสินใจจะมาลองพยายามไปด้วยกันอีกครั้ง เอ้อแล้วบทสนทนา always นี่แบบบ เป็นคำที่เราชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆตอนอ่านแฮร์รี่ละสเนปพูดalwaysนี่เราไหลตายไปเลย พอมาอยู่ในนี้คือดีงาม แง ซาบซึ้ง สู้ๆนะทั้งสอง น้องงง ชอบมากอีกแล้ว ฟิคน้องหมองทั้งเรื่องแต่มีหนทางสว่างอะ นี่ก้ฮึบๆมาทั้งเรื่องแต่มาโฮสุดท้ายด้วยความปริ่มใจอะ ตอนจีมไปตะโกนคุยกะเยจินนี่แงงงงง ร้องเลยๆๆๆๆๆฮือออออ โอ๊ยยย ดีอะน้องงง ชอบๆๆๆๆๆแบบบนี้ แนวนี้มากๆๆๆๆ ขอบคุณน้า เรายังอ่านได้55555555รักกกก
    #402
    0
  19. #401 opop9798 (@opop9798) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 22:37
    ขอบคุณนะคะไรท์ที่เขียนฟิคดีๆแบบนี้ให้รีดอ่านตลอดTT ชอบภาษา และเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นมากค่ะ ไรท์แต่งดีมากๆเลยค่ะ เราชอบฟิคของไรท์ทุกเรื่องนะคะ เราก็อธิบายไม่เก่งค่ะ55555 บอกได้แค่ว่าอ่านแล้วเศร้าแต่มันก็รู้สึกดีนะ รู้สึกถึงความรักที่สองคนมีให้กัน ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน สู้ๆนะคะไรท์ ไม่ต้องกังวลอ่ะไรนะ ยังไงเราก็จะติดตามอ่านฟิคของไรท์ตลอดนะคะ ชอบทุกเรื่องจริงๆ ;__;
    #401
    0
  20. #399 P I I M . (@choi-minki) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 18:16
    ชอบมากๆ เราชอบฟิคแต่ละเรื่องที่ไรท์เขียนมาก ชอบทั้งภาษาและฟีลของฟิค เศร้าทีคือบีบหัวใจสุดๆ นี่นั่งร้องกลางห้องเรียนเลย มันเศร้าจริงๆอะ อธิบายไม่ถูก ตอนแรกก็เรียบๆ แต่ยิ่งอ่านยิ่งพีค ต่างฝ่ายต่างรักกัน อยากกลับไปแต่ก็กลัว กลัวทุกอย่างจะจบเหมือนเดิม เราก็เป็น พอรักใครมากๆแล้วเลิกกันมันจะเคว้งมากเราก็เลิกกับแฟนนานแล้ว จนตอนนี้ยังไม่กล้าเริ่มใหม่กับใคร ชอบจัง ในที่สุดจีมินก็เลือกที่จะกลับมาดูแลยุนกิ ร้องไห้หนักมาจริงๆตอนรู้ว่าพี่ยุนกิเองก็เจ็บปวดแค่ไหน ให้รอยสักน้องเป็นรอยสักสุดท้าย เป็นคนสุดท้ายที่จะรัก ตอนจีมินกลับมาหาแล้วเหมือนพี่ยุนกิยังเพ้อหาจีมินนี่แบบ ฮือๆๆๆ น้ำตาจะหมดตัวให้ได้ ตอนไปหลุมศพอีก คือทั้งเรื่องมันดีมาก ถ้าให้ชมจริงๆนี่ชมได้ทุกย่อหน้าอะ อยากจะขอบคุณซักร้อยบรรทัด ที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้มาให้อ่าน แต่ละเรื่องมันดีจริงๆ กล้าพูดเลยว่าชอบภาษาของไรท์ที่สุด สู้ๆนะคะ เราให้กำลังใจน้า (รองานแต่งงานของจิ้งจอกอยู่น้า) (ALWAYSด้วย)
    #399
    0
  21. #398 JM95X_ (@noopopzaa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 16:47
    สะดุ้งตื่นมาอ่านตอนตีห้า อ่านจบนอนไม่หลับเลย... จะว่ามันหน่วงมันก็หน่วงไม่สุดจะว่ามันแฮปปี้ไหมมันก็ไม่สุดอยู่ดี อ่านแล้วนึกถึงเรื่องของตัวเองเหมือนกันเลยค่ะ ตาค้างเลยทีนี้ เหตุผลที่ทำให้คนเลิกกันทั้งๆที่รักกันนี่เป็นเหตุผลที่เขาสองคนเข้าใจกันเองนะเราว่า ต่อให้คนอื่นจะรู้เรื่องมากแค่ไหนแต่สุดท้ายก็เป็นเขาสองคนที่รู้ดีกว่าใคร ตอนแรกแอบนึกว่าเยจินคือแฟนเก่าพี่ยุนกิแต่ที่ไหนได้เป็นน้องสาว สัมผัสได้เลยว่าพี่ยุนกิรักน้องมากและยังไม่เคยยกโทษให้ตัวเองได้ ยังจมอยู่กับวันนั้นวันที่น้องตายจนจีมินเข้ามามันแบบ มันเป็นอะไรที่บรรยายไม่ถูกเลยอะ คนๆนึงเขาต้องแบกรับความเจ็บปวดไว้ขนาดไหนแล้วอีกคนต้องพยายามมากขนาดไหนจนกว่าจะเข้าไปอยู่ในโลกของอีกคนได้ นี่อินอะไรเบอร์นั้น ฮือออออ T___T มันมีความดีงามในทุกๆด้านเลยค่ะ ชอบมาก ชอบรอยสักพี่ยุนกิด้วย วันครบรอบของพี่ยุนกิกับจีมินคือพี่ยุนกิไปสักแล้วรอยสักคือตัวหนังสือธรรมดาทั้งๆที่มันไม่ควรมีความพิเศษอะไรเลยในตัวหนังสือแต่พี่ยุนกิก็ยังจำได้ว่าจีมินเคยบอกไว้ว่าอะไร พี่ยุนกิเป็นคนไม่พูด จีมินเป็นคนไม่ถาม ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ความรักกลายเป็นหนามทิ่มแทงใจ ประโยคนี้พีคมากกกก คือแบบมันสุดจริงๆว่าเมื่อไหร่กันที่ความรักของเรากลายเป็นแบบนั้น อะไรทำให้กลายเป็นแบบนั้นกันแน่ ความเคยชิน ? ความอิ่มตัว ? หรืออะไรหลายๆอย่างที่เขาทั้งสองคนไม่รู้และไม่เข้าใจกัน มีความหน่วงในใจมาจนถึงตอนนี้ คนรักกันมากๆเวลาเขาเลิกกันทั้งๆที่ยังรักนี่เขาใช้ชีวิตยังไงกันนะ บางทีเหมือนอาจจะลืมไปแล้ว บางทีก็คิดว่าตัวเองลืมได้แล้วจนกระทั้งเจอหน้ากันความรู้สึกเดิมๆมันก็ตีตื้นขึ้นมาเหมือนม้วนฟิล์มที่ฉายซ้ำเหตุการณ์เดิมๆ เราคิดว่าจีมินกับพี่ยุนกิคงเป็นแบบนั้น เราอาจจะลืมแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในตอนนั้นแต่ที่เด่นชัดที่สุดคงเป็นความรู้สึกในตอนนั้นที่มันฝังแน่นมากกว่า ไม่รู้จะอธิบายยังไงเลยคือมันดีมากกก ;___; จีมินเป็นคนเข้มแข็งมากเช่นเดียวกับพี่ยุนกิ อ่านตอนนี้แล้วมีความร้าวรานในใจมาก ยิ่งตอนที่พี่นัมจุนบอกว่าพี่ยุนกิไม่เคยลืมมันยิ่งกร้าวใจหน่วงสุดคือตอนที่จีมินไปหาพี่ยุนกิที่ห้องแล้วพี่ยุนกิกอดจีมินไว้คือมันแบบ มันหน่วง มันชาไปหมด พี่ยุนกิพยายามแล้วนะถึงตอนนั้นจีมินจะไม่ได้รอแต่ตอนนี้จีมินกลับมาหาพี่แล้วนะ เราชอบมากจริงๆค่ะ ถึงตอนจบมันจะไม่ได้คลี่คลายทุกอย่างว่าเขาสองคนจะไปกันรอดไหมแต่เราเชื่อในคำพูดจีมินนะว่าจีมินจะอยู่กับพี่ยุนกิตลอดไปเลย อาจจะไม่ใช้ในความสัมพันธ์ของคนรักแต่เชื่อว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันวิเศษที่สุดแล้วจริงๆค่ะ ขอบคุณไรท์มากที่แต่งฟิคดีๆมาตลอด เราแอบชอบท่อนนัมจุนเหมือนกันเลยค่ะ T^T มันดีงามพระรามแปดมาก เป็นกำลังใจให้นะคะ ♥ 
    #398
    0
  22. #397 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 10:12
    พฮึก ชอบอ่ะ always
    #397
    0
  23. #396 Prezwag_ (@prezwag) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 09:55
    ชอบความรู้สึกมากเลยค่ะ ฟีลลิ่งแบบ มันดีมากอ่ะ จากเรื่องเลาๆมันค่อยๆหนักขึ้นแล้วจบได้แบบ เฮ้ยยย ดีอะ น้ำตาคลอเลย55555 ต่างคนต่างก็มีเหตุผลเนอะ แตกสลายมาด้วยเหตุผลคนละแบบแต่สุดท้ายก็กลับมาเยียวยากัน ชอบมากค่ะ ชอบฉากที่ยุนกิคุกเข่ากอดจีมิน ฮือ มันดีมากเลยไม่รู้จะอวยยังไงแล้ว ขอบคุณที่แต่งฟิคเรื่องนี้ออกมานะคะ จะรอเรื่องต่อไปด้วยใจจดใจจ่อเลยค่ะ :3
    #396
    0
  24. #395 SollycLNtp (@sollyclntp) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 09:01
    เป็นเรื่องที่เรารู้สึกเรียบๆในช่วงแรก แต่มันเริ่มอิมแพคมากขึ้นทุกเหตุการณ์เลย ปกติเราจะอ่านแต่ฟิคที่มี3ช่วง ช่วงเริ่ม ไคลแมกซ์ ช่วงคลาย แต่เรื่องนี้คือเหมือนเจอไคลแมกซ์สองรอบเลย คือตอนที่จีมินกลับมาหา ซีนที่พี่ก้าคุกเข่ากอดเป็นอะไรที่เราชอบมาก คุกเข่ามันเหมือนว่ายอมหมดแล้วทุกอย่าง แล้วก็ตอนที่จีมินพามาหาน้องสาว ตอนที่จีมินตะโกน อยู่ๆน้ำตาเราก็ไหลเงียบๆ มันอิมแพคกับใจมากจริงๆ
    #395
    1
  25. #394 PIP'3 (@-pit-) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 08:59
    หน่วงๆครึ้มๆแต่ก็ชอบมากคะ
    #394
    0