(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 13 : 09 : ALWAYS (1/4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    13 พ.ค. 59

Title: ALWAYS

Cast: BTS, Red Velvet, EXO, Original Character

Relationship: yoonmin ( yoongi x jimin )

Genre: AU, Angst, Fluff(?)

Rate: PG




Note: Inspiration from ‘Descendants of The Sun'

BGM: OST.Descendants of The Sun: ALWAYS sung by T Yoonmirae



Warning!: มีการใช้คำทับศัพท์ เช่น ปาร์คซอนแซง - หมอปาร์ค เป็นต้น





And I will always protect you





0




ตั้งแต่ลืมตาดูโลก นาทีที่ดวงตาของเขาปรือขึ้นเพื่อรับแสงแรกของชีวิต

จีมินจำได้ว่าเขารู้จักยุนกินับตั้งแต่นาทีนั้น เด็กชายหน้าบูดบึ้งที่อายุมากกว่าเขาเพียงแค่สองปี



ครอบครัวของเขาสนิทกัน คุณพ่อของยุนกิเป็นนายพล รับราชการทหาร ส่วนครอบครัวของจีมินเป็นแพทย์กันทั้งตระกูลเช่นเดียวกัน 



แม้จะยังไร้เดียงสา แต่ปลายนิ้วเล็กกลับจับเกี่ยวนิ้วก้อยของเด็กอีกคนซึ่งโตกว่าไว้ ตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่รู้เรื่องราวอะไร แต่มันกลับกลายเป็นสิ่งที่เหนี่ยวรั้งพวกเขาเอาไว้ด้วยกัน จนเกือบชั่วชีวิต




1




5 years.




‘ฮึก... ฮึก’



‘อย่าแกล้งจีมิงนะ’



‘หยุดร้องเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ตุ๊ด อี๋ หน้าตาก็น่าเกลียดอยู่แล้ว ยิ่งร้องยิ่งน่าเกลียดไปใหญ่’ 



เด็กชายจีมินวัยห้าขวบร้องไห้จ้าเมื่อถูกเด็กโตกว่าแย่งของเล่นตักทรายของเขา ใครต่อใครที่เดินผ่านไปมาไม่ได้คิดจะช่วยเพราะคิดว่ามันเป็นแค่การละเล่นของเด็ก เป็นเรื่องธรรมดาที่จะถูกแกล้ง เป็นเรื่องธรรมดา... ที่เด็กผู้ชายจะต้องเจอในชีวิต



‘จีมิงไม่ได้น่าเกลียด ยุนกิ.. .ฮึก ยุนกิบอกว่าจีมิงน่ารัก’



เด็กหัวโจกเบ้ปาก ‘แกน่ะหรอ น่ารัก โอ๊ย ไอ้หมอนั่นมัน... โอ๊ย!’



ปากที่กำลังจะพ่นคำหยาบเป็นอันต้องร้องโอดโอยแทนเมื่อพบว่าถูกบางอย่างโจมตี เขาหันกลับไปเจอกับเด็กชายอีกคนซึ่งสูงไล่เลี่ยกันยืนพิงกับเครื่องเล่นสีเหลืองสดใส ในมือมีหนังสติ๊กกับลูกหินเล็กจ้อย



‘ถ้าว่างก็กลับไปดูดนมแม่ไป เลิกแกล้งจีมินได้แล้ว’



ในสายตาของเด็กชายจีมินอายุห้าขวบ ไม่เคยมีใครเท่ไปกว่ายุนกิฮยอง พี่ชายข้างบ้านที่มักจะสวมชุดทหารเต็มยศกับติดดาวพลาสติกสีทองเต็มบ่าอยู่เสมอ ใครๆก็บอกว่ายุนกิน่ะ... บ้า วันๆนอกจากทำตัวเลียนแบบเป็นทหารแล้วยังถือเอาวอร์กี้ ทอล์คกี้ของเล่นนั่นมาเล่นเสมือนซ้อมการรบ ในขณะที่เด็กคนอื่นชอบเล่นหุ่นยนต์ ปืนของเล่นก็คือสิ่งที่ไม่เคยขาดหายไปจากข้างเอวเล็กๆของยุนกิ ในขณะที่เด็กคนอื่นชอบดูการ์ตูน แต่ยุนกิกลับชอบเล่นเกมซ้อมรบกับบรรดาพี่ๆทหารที่บ้าน



‘ยุนกิ... ฮึก...’



น้ำตาที่อุตส่าห์กลั้นไว้กลับไหลลงมาทันทีที่มือขาวแปะลงที่กลุ่มผมสีน้ำตาลนิ่ม ชุดทหารของยุนกิวันนี้ก็ต้องเปื้อนฝุ่นอีกครั้งเพราะต้องคอยไล่เด็กเกเรที่มักจะหาหนทางแกล้งจีมินเสมอเมื่อมีโอกาส 



‘ไม่ร้องแล้ว ฮยองอยู่นี่แล้วจะกลัวอะไร’



‘จีมิง... ฮึก... ไม่ได้ร้อง’



‘โกหกฮยองแบบนี้ต้องโดนลงโทษนะ’ เสียงของเด็กชายมินยุนกิเข้มขึ้นเมื่อเห็นใบหน้ากลมส่ายไปมา



‘ทำไมต้องลงโทษจีมิงด้วย จีมิงไม่ใช่ลูกน้องของยุนกิซะหน่อย... ฮึก’



เห็นคนเด็กกว่าทำหน้าจะปล่อยน้ำตาอีกรอบยุนกิก็ถอนหายใจ คำพูดเท่ๆที่เตรียมมาก็หายไปหมด ยุนกิอยากจะพูดว่า ‘เกิดเป็นชายชาติทหารจะต้องไม่เกรงกลัวต่ออันตราย’ แต่ร่างจ้อยตรงหน้าที่อายุน้อยกว่าเขาแค่สองปีกลับดู ‘บอบบาง’ ได้ขนาดนี้ ในตอนนั้นยุนกิไม่เข้าใจคำว่าบอบบาง แต่คุณพ่อพูดอยู่เสมอว่าผู้ชายจะต้องปกป้องเด็ก ผู้หญิง และคนแก่



‘ทำไมต้องปกป้องเด็ก ผู้หญิงแล้วก็คนแก่ด้วยฮะ’ เขาเคยถาม



‘เพราะพวกเขาบอบบาง ไม่แข็งแรงเหมือนยุนกิยังไงละลูก’



‘เกิดเป็นชายชาติทหาร ต้องยึดกฎนี้ให้มั่นนะ รู้มั้ย!’



‘รับทราบ!’



ในตอนนั้น ยุนกิเพียงแค่คิดว่าต้องปกป้องน้องซึ่งอายุน้อยกว่าและดู... เอ่อ บอบบาง ในตอนนั้น... เขาไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าตัวเองก็เป็นเพียงแค่เด็กคนนึง แต่เป็นมินยุนกิ ที่จะต้องปกป้องคุณธรรมความดีไว้



เขาลุกขึ้น ส่งมือให้กับคนที่นั่งกองอยู่ในกระบะทราย เลอะไปทั้งตัว



‘เอ้า ลุกไหวมั้ย’



เขาจำได้ว่าจีมินลุกขึ้น แต่เดินตามมาไม่กี่ก้าวก็ล้มลง พอหันไปเห็นว่าเชือกที่รองเท้าผ้าใบเป็นสาเหตุเพราะมันหลุดออกมายุนกิก็ถอนหายใจอีก 



แต่ร้องไห้แม้กระทั่งเชือกหลุดเนี่ยนะ... ไม่เกินไปหน่อยหรอ...



‘ฮึก...’



‘ไม่ร้อง... เป็นลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง... เหมือนฮยองไง’ 



‘จีมิงทำไม่ได้... จีมิงไม่เหมือนยุนกิ’



‘จีมินทำได้ ฮยองยังทำได้เลย’ เขาพูดในขณะที่ก้มร่างเตี้ยๆของตัวเองลง ผูกเชือกร้องเท้าให้จีมิน



‘ทำไมยุนกิถึงเข้มแข็งจัง’ คำถามนั้นทำให้ยุนกิเงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าของจีมินกำลังสั่น แต่เจ้าตัวกำลังกลั้นน้ำตา ฝืนจนหน้ากลายเป็นสีชมพูไปหมด



เด็กชายยุนกิอายุเจ็ดขวบยิ้ม



‘เพราะฮยองต้องปกป้องจีมินไง ฮยองก็เลยต้องเข้มแข็ง’



‘แล้วใครจะปกป้องยุนกิละ’



ได้ยินคำนั้นยุนกิก็ลุกขึ้นยืน ปาดเกลี่ยน้ำตาที่ดวงตากลมโต



‘จีมินก็รีบเข้มแข็ง แล้วมาปกป้องฮยองสิ อย่างนั้นดีมั้ย’






ในตอนนั้น... ยุนกิไม่ได้คิดว่ามันกลายเป็นคำสัญญา






15 years.





“หวาาาาาาา เด็กสมัยนี้เรียนกันเครียดขนาดนี้ทุกคนเลยหรอเนี่ย”



เฮือก!!!!!



จีมินอายุสิบห้าสะดุ้งเฮือกจากการอ่านหนังสือยามบ่ายในสวน ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหนาจ้องมองร่างสูงกว่าในชุดนักเรียนนายร้อยแล้วถึงถอนหายใจออกมา



“แล้วนักเรียนนายร้อยชอบแกล้งพลเมืองแบบนี้ทุกคนรึเปล่า”



ยุนกิยิ้มเผล่ มือขาวเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของจีมินแล้วถึงยื่นไปจีบแก้มยุ้ยๆนั่น



เขาส่งเสียงแง่งๆใส่คนขี้แกล้ง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยแผลที่มือ จีมินคว้ามือของยุนกิมาดูแล้วก็ทำหน้ามุ่ย



“ได้แผลมาอีกแล้วนะ ฮยอง”



หลังจากจบมัธยมตอนต้น ยุนกิก็ตัดสินใจเดินตามรอยเท้าตามพี่ชายคนโตโดยการเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อย แม้ที่บ้านของยุนกิจะอยากให้ลูกชายเป็นผู้พิพากษาหรือว่าแพทย์มากกว่า แต่ยุนกิก็ยืนกรานแล้วว่าต้องการจะรับใช้ชาติจริงๆ อีกอย่าง... พี่ชายคนรองของเขาก็เข้าศึกษาคณะนิติศาสตร์ไปแล้วด้วย ในตอนนั้นจีมินคิดว่ายุนกิจะต้องทะเลาะกับที่บ้าน แต่สุดท้ายคุณพ่อของยุนกิก็ต้องยอม และในแววตาคู่นั้นฉายความภาคภูมิใจในตัวลูกชายคนเล็กอย่างมาก



“คุณหมอก็ทำแผลให้ผมหน่อยสิ” 



จีมินรู้ว่าสังคมนักเรียนนายร้อยมีระบบระเบียบที่เข้มงวดกวดขันกว่าคนทั่วไป ยุนกิไม่ได้กลับบ้านบ่อยนักนับตั้งแต่เข้ารับการฝึก แต่ถึงอย่างนั้นทุกครั้งก็ไม่มีครั้งไหนที่ยุนกิจะไม่แวะมาหา แวะมากวนใจเขา หรือแม้กระทั่งแวะมาวัดส่วนสูงของทั้งคู่ว่าใครจะสูงกว่ากัน และทุกครั้งยุนกิก็จะได้บาดแผลติดตัวกลับมาเสมอ



“ยังไม่ใช่คุณหมอซะหน่อย” ถึงจะเตรียมสอบเป็นแพทย์ในอนาคตแต่ก็ยังใช้คำนั้นกับเขาไม่ได้ จีมินถือเรื่องพวกนี้มากยุนกิก็รู้แต่ยังเอามาล้อบ่อยๆ



“น่า... ยังไงก็ได้เป็นอยู่แล้วนี่ เรียกตอนนี้เลย จะได้ชินไง ดีมั้ยละ ปาร์คซอนแซง”



และก็ยังเป็นยุนกิคนเดิมที่มักจะเชื่อในตัวเขาเสมอ



“โม้”


พูดอย่างนั้นแต่เขาก็เดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล



“อะ... โอ๊ย เจ็บนะจีมิน”



“สมน้ำหน้า ตอนซ่าทำไมไม่คิดบ้างละว่ามันเจ็บ”



“ย่าห์! พูดกับฮยองแบบนี้ได้ยังไงละ โอ๊ยยยยย เจ็บ จีมิน!” โวยวายกันเข้าไปกะอีแค่แอลกอฮอล์ทำแผล



จีมินไม่เคยบอกยุนกิหรอกว่าเขาดีใจแค่ไหนทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย ถึงแม้จะรู้ว่ายุนกิถนัดเรื่องเตะต่อยแค่ไหน แต่ใครจะไม่เป็นห่วง ที่นั่นจะต้องมีคนที่สูงกว่า มีแรงมากกว่า แล้วก็สู้เก่งมากกว่า จีมินไม่เคยบอกยุนกิว่า ‘ระวังตัวนะ อย่าให้บาดเจ็บ’ แต่เขารู้ว่ายุนกิรู้



“ก็อยากเจ็บตัวกลับมาทำไมละ”



“ฮยองไม่ได้ตั้งใจน่า” ทำแผลเสร็จแล้วยุนกิถึงได้เอามือข้างนั้นแปะลงบนหัวของจีมินเหมือนทุกครั้งที่เขาชอบทำ จีมินน่ะ... บ่นเยอะกว่าแม่เขาเสียอีก แต่เขากลับไม่เคยนึกรำคาญ



“ก็บาดเจ็บกลับมาทุกครั้งแบบนี้... จะปกป้องใครได้เล่า” 



ยุนกิหัวเราะเมื่อได้ยินประโยคนั้น เชิดคางคนที่นั่งก้มหน้าให้มองสบกัน จีมินไม่ได้หลบตา และมันทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงกันมากแค่ไหน



“ปกป้องนายได้ก็แล้วกัน”



“ให้มันจริงแล้วกัน”



“ชายชาติทหารเขาไม่โกหกกันหรอกน่า...”




18 years.




“ยินดีด้วยนะคะ รุ่นพี่/จีมินฮยองสุดยอดไปเลยครับ”



วันจบการศึกษาชั้นมัธยมปลายของจีมินเต็มไปด้วยเสียงแสดงความยินดีที่เขาได้เข้าเรียนต่อคณะแพทย์ที่มหาลัยชื่อดัง




จีมินยิ้ม หลังจากคร่ำเครียดอ่านหนังสือมาหลายปีในที่สุดความพยายามของเขาก็เห็นผล ที่บ้านของเขาไม่ได้ยินดีอะไรมากเพราะพี่น้องคนอื่นๆก็เรียนต่อทางด้านนี้เช่นเดียวกัน นั่นนับว่าเป็นความกดดันอย่างหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เอาชนะมันได้



จีมินจะได้เป็นหมอแล้ว




“วันทยาหัตถ์!” เสียงเข้มของใครบางคนดังขึ้นที่ด้านหลัง และเขาไม่จำเป็นต้องเดาว่ามันเป็นของใคร



“ฮยอง!”



จีมินยิ้ม และคราวนี้รอยยิ้มของเขานั้นมาจากทั้งปากทั้งตา ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งเพื่อทำตามมารยาทเหมือนครั้งอื่นๆ แต่แล้วจีมินก็ขำ ก็ดูพลทหารสิ ไม่รู้ไปรบที่ไหนมา ทั้งเปื้อนฝุ่นจนเป็นคราบดำตามใบหน้า แถมในมือนั่น... ดอกไม้?



“เห... ผมเรียนจบทั้งทีไม่คิดจะลงทุนเลยหรอไงนะ”



ขำแล้วก็รับดอกเดซี่ช่อเล็กๆมา ย้ำว่ามันเล็กมากๆจนเทียบช่ออื่นๆที่เขาได้รับมาไม่ติดเลย



“เงินเดือนทหารน้อยจะตายนะจีมิน นี่ฮยองกัดฟันซื้อมาเลยนะ” ยุนกิครางออกมาด้วยความน้อยใจ นี่จีมินไม่รู้รึยังไงว่าเขาใช้วันหยุดที่แสนล้ำค่ายิ่งกว่าทองพันชั่งนี่เพื่อใคร ยังมีหน้ามาบ่นอีก



“ฮ่าๆ พูดเล่นหรอน่า มาเร็ว ฮยองเป็นคนสำคัญเลยนะ มาถ่ายรูปกับผมเดี๋ยวนี้เลย” เขาคว้าคอพลทหารมินยุนกิเข้ามาใกล้ ไม่สนใจเสียงที่กำลังร้องว่า ‘อย่า พี่สกปรก’ หรือ ‘จีมิน มันเลอะ’



พอมาถึงตอนนี้จีมินจำไม่ได้แล้วว่าในตอนนั้นเขาต้องพูดโน้มน้าวคนโตกว่ามากเท่าไหร่ถึงจะยอมเอียงหน้ามาถ่ายรูปด้วยกันดีๆ อ่า... หรือว่าเขาขู่หรอ 



แต่มันไม่สำคัญหรอก เพราะรูปที่พลทหารมิน ยุนกิกำลังคล้องคอเขา อีกมือนึงยกนิ้วโป้งขึ้นมา รูปของทั้งคู่ถูกอัดกรอบวางไว้บนโต๊ะทำงานของนักศึกษาแพทย์ปาร์ค จีมินตลอดเวลาที่ผ่านมา



ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนเหล่าปีที่ 2 มิน ยุนกิกับว่าที่นักศึกษาแพทย์ปาร์ค จีมิน



ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนเหล่าปีที่ 4 มิน ยุนกิกับนักศึกษาแพทย์ปาร์ค จีมิน



หรือแม้กระทั่งร้อยตรีมิน ยุนกิกับนายแพทย์ปาร์ค จีมิน




จนถึงตอนนี้





2.




27 years.





“ว่าไงนะ หนูจะไปเป็นแพทย์อาสาที่อูรุคหรอคะลูก”




จีมินเรียนจบ ทำงานใช้ทุนแล้วก็เข้าเป็นแพทย์เต็มตัวของโรงพยาบาลเอกชนได้เกือบสามปีแล้ว เรียกว่าเป็นหมอมือใหม่ก็คงไม่ผิด คนทั้งครอบครัวไม่เคยมีใครคิดหรอกว่าจีมินจะไปทำงานอาสา หมายถึงจีมินไม่ได้รักงานอาสาและแน่นอนว่าเขารักความสะดวกสบายยิ่งกว่าเงินในกระเป๋า (อันนี้ไม่มีใครพูดแต่ว่าจีมินก็รู้ตัว) คนอย่างนี้น่ะหรอ จะไปเป็นแพทย์อาสา อูรุคเนี่ยนะ ประเทศบ้านี้มันมีอยู่บนโลกด้วยหรอคุณนายปาร์คยังไม่แน่ใจ



“ครับแม่”



“ทำไมละลูก ถ้าหนูอยากทำบุญเราก็แค่บริจาคเหมือนทุกๆครั้งไม่ดีหรอ พี่สาวกำลังท้องกำลังไส้ด้วยนะ”



จีมินรู้ รู้ดีกว่างานอาสาไม่ได้สบาย รู้ดีกว่าพี่จียอนเพิ่งจะตั้งครรภ์และพี่เขยเองก็ยุ่งอยู่กับการรับช่วงต่อโรงพยาบาลของครอบครัว รู้ดีทุกอย่างว่าเขาไม่ใช่อะไรที่จะคล้ายเคียงกับอาสาสมัครที่มีประสบการณ์ และหมอส่วนใหญ่ที่ไปกับคณะแพทย์อาสาไม่ถูกเตะถีบก็มาเพราะเรื่องเงิน



แต่



“ผมรู้ครับแม่ แต่... ถ้าหากพลาดโอกาสครั้งนี้ไป ผมก็คงไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้อีกแล้ว ผม... อยากจะช่วยคนจริงๆนะครับ”



“ถ้าแค่อยากช่วยคน เราไปจัดบู๊ทตรวจไข้ฟรี...”



“พอแล้ว”



คุณพ่อของเขาเป็นคนตัดบทในที่สุด นายแพทย์ปาร์คไม่ได้ยิ้ม แต่ก็ไม่ได้ทำท่าโมโห เขารู้สึกได้ถึงมือของพี่สาวที่กำลังกุมมือเขาอยู่เงียบๆ จียอนรู้เรื่องนี้มาสักพักแล้วและยอมรับการตัดสินใจของน้องชาย



“คิดดีแล้วใช่มั้ย”



จีมินไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจเป็นสิ่งที่ถูกต้องมั้ย อูรุคไม่ใช่ประเทศที่ทันสมัยและแน่ละ... ไม่มีใครรู้เลยว่าอะไรจะรออยู่ แม้จะมีเครื่อข่ายสัญญาณที่รัฐบาลของเขาจัดเตรียมไว้และโรงพยาบาลของเขาเองก็เตรียมเครื่องมือแพทย์รวมถึงเมดิคิวบ์สำหรับใช้รักษาพยาบาลแบบชั่วคราวแล้ว แต่... แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายเลย แม้กระทั่งตอนที่เขายกมือขึ้นท่ามกลางที่ประชุมเพื่ออาสาว่าจะไป ท่ามกลางหมออีกเกือบห้าสิบคนที่ทำได้แค่นั่งลุ้นว่าหวยจะลงที่ตัวเองรึเปล่า



“ครับ... ผมเรียนวิชาแพทย์เพื่อช่วยชีวิตคน อีกสิบปี ยี่สิบปีต่อจากนี้ผมอาจจะได้ดูแลคนไข้ของผมที่นี่ ที่โรงพยาบาลก็จริง แต่ถ้าไม่ได้ทำสิ่งนี้ ผมก็ไม่อยากจะเรียกตัวเองว่าเป็นหมอที่ดีได้”



เขาสูดลมหายใจเข้า



“ผมอยาก... จะช่วยเหลือผู้คนครับ”



ยุนกิฮยองเคยพูดไว้ว่าคนเราเข้มแข็งขึ้นเพื่อปกป้องใครสักคน แม้ตัวเขาจะไม่รู้วิธีการจับปืนวางระเบิด แต่เขา... ก็อยากจะใช้มือที่ถือมีดผ่าตัดคู่นี้ ช่วยเหลือใครสักคน ปกป้องใครสักคนเช่นเดียวกัน




เขาถึงได้มาที่นี่.




3




การมาเป็นแพทย์อาสาที่อูรุคไม่ได้เหงาอย่างที่คิด จีมินมีทั้งคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันอย่างคุณหมอซอกจิน รุ่นพี่คนนี้บ้านรวยมากและกำลังเบื่อกับชีวิตอันสะดวกสบายถึงไม่ลังเลที่จะกระโจนเข้าหาความเสี่ยง และเพื่อนสนิทของเขาอีกสองสามคนที่เกิดบ้าจี้อะไรไม่รู้เหมือนกัน บางทีอาชีพหมออาจจะเครียดเกินไปจนใครๆก็อยากมาผ่อนคลายละมั้ง... แต่ผ่อนคลายไกลไปหน่อยแค่นั้นเอง



“ปาร์คซอนแซงจะให้พวกเราเก็บของกันก่อนหรือว่าจะไปตรวจดูสถานที่ก่อนดีคะ”



“ผมว่าเราเก็บของเราให้เข้าที่ก่อนดีกว่าครับ อีกครึ่งชั่วโมงทุกคนมาเจอกันที่ข้างหน้าแล้วกันนะ”



ในฐานะหัวหน้าคณะแพทย์จีมินรู้ดีกว่าทุกคนในทีมเหน็ดเหนื่อยมากเพียงใดกับการต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่ แต่เท่าที่ดูแลพลทหารที่นี่ก็ดูเป็นมิตรและเตรียมสถานที่ไว้อย่างดี จีมินคาดหวังว่าเขาจะสามารถเป็นมิตรได้กับทุกคนรวมทั้งสามารถเข้าใจภาษาท้องถิ่นได้ในเร็ววัน



ห้องพักถือว่าดูดีมากกว่าที่คิดไปเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ มันเป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่ด้านในมีสองเตียง มีตู้สำหรับเก็บเสื้อผ้าและโต๊ะพับสำหรับทำงาน มีโคมไฟแขวนอยู่ที่ด้านบน เขายังไม่แน่ใจเรื่องความสว่างของมันแต่ก็จดไว้ในสมองว่าจะต้องเช็ค รูมเมทของเขาคือคิม แทฮยองเพื่อนสนิทซึ่งเป็นศัลยแพทย์มือดีแต่นิสัยเพี้ยนจัด ‘ผมอยากจะท่องโลกกว้าง’ แทฮยองได้กล่าวเอาไว้ และตั้งแต่ลงจากเฮลิคอปเตอร์จนถึงตอนนี้เขายังไม่เลิก... เอ่อ ถ่ายรูปเลยด้วยซ้ำ จีมินกลัวเหลือเกินว่าเมมกล้องโทรศัพท์ของแทฮยองจะเต็มตั้งแต่วันแรก



“อา....ห้องพักดีกว่าที่คิดจริงๆด้วย นายว่ามั้ยแทฮยอง”



“นั่นสิ แถมไม่ค่อยมีอะไรบ้างนอกจากเด็กชาวบ้านด้วย ตอนแรกนึกว่าจะต้องมาเป็นหมอกองทัพอะไรอย่างนั้นซะอีก ท้องฟ้าก็สวย อา... ดีจังเลยนะ” แทฮยองโถมตัวทั้งตัวลงบนเตียง



“แล้วเมื่อไหร่หัวหน้าทหารจะมากันนะ เห็นเค้าว่าไปที่ฐานหลักตั้งแต่เช้าแล้วนี่” เขาถามขึ้นมาอีก อันที่จริงจะต้องมีการแนะนำตัวแต่เพราะ ‘หัวหน้า’ ยังไม่มาก็เลยต้องเก็บพับความคิดนี้ไปก่อน



“เดี๋ยวก็มามั้ง ทหารคงมีเรื่องจุกจิกแบบพวกทหารนั่นแหละ” ก็ทหารน่ะ ระเบียบจัดจะตาย... 



“โว้ววววว แล้วนายไปรู้เรื่องอะไรของพวกเค้าเนี่ย ดูน่ากลัวจะตาย”



เขาไม่ได้สนใจคำถามของแทฮยองอีก เพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้น

สำหรับแพทย์อาสาที่ไม่เคยใกล้ชิดกับทหาร จีมินรู้ว่าทุกคนอาจตื่นกลัวในเสียงดังๆเข้มๆ ร่างกายใหญ่โต และความเป็นระเบียบจัด อย่างที่บอกว่าเราอยู่ในสังคมที่สะดวกสบาย ไร้ระเบียบเพราะไม่มีอะไรให้กังวล แต่กับพลทหารที่ต้องทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย คำสั่งของเจ้านายคือทองคำที่ต้องรักษาและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด



ยุนกิฮยองเคยบอกเขาไว้อย่างนั้น



อ่า... คิดถึงยุนกิแล้วจีมินก็ลืมไปเลยว่าเขาไม่ได้บอกยุนกิด้วยซ้ำเรื่องงานอาสา อาจเพราะระยะหลังยุนกิมักจะหายตัวไปบ่อยๆ โดยที่ไม่สามารถติดต่อได้ทำให้เขาไม่รู้จะหาทางบอกอีกฝ่ายยังไง ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนที่กลับไปเจอกันยุนกิจะบ่นหนักขนาดไหน อย่างเช่น...



‘รู้ว่าเป็นภูมิแพ้แต่ยังหน้าด้านไปอูรุคงั้นหรอปาร์ค จีมิน’


‘นายคิดว่าโตพอแล้วรึไงที่จะ... ชิท บ้าเอ้ย’


หรือ


‘ย๊าาาาา ปาร์ค จีมินนายกล้าได้ยังไงไปไหนโดยไม่บอกฮยอง’



คิดแล้วก็หัวเราะคิก เวลาสี่เดือนหลังจากนี้ จีมินคิดแล้วว่าเขาน่าจะจดบันทึกรายงานตัว (แบบเดียวกับที่ยุนกิบ่นอยู่เสมอทุกครั้งที่หยิบโน็ตบุ๊คออกมานั่นละ) แต่อย่างน้อย... อีกฝ่ายจะได้ลดเสียงของตัวเองลงซะหน่อยละนะ!




“แทฮยอง... ทหารไม่ได้น่ากลัวทุกคนหรอกนะ”



อย่างน้อยคนที่เขารู้จักคนนึงน่ะนะ...





เป็นเวลาบ่ายกว่าแล้วกว่าทุกคนจะพักเหนื่อย จีมินจัดการเก็บของและอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าที่เรียบร้อยแล้ว อันที่จริงงานของพวกเขาเริ่มในวันมะรืนนี้ แต่จีมินอยากจะ...



ปรี๊ดดดดดดดด



“ตั้งแถว!!!!!”



คณะแพทย์อาสาถูกตามให้มารวมตัวกันที่ด้านหน้าค่าย พวกเขาทำได้แค่ยืนสงบเสงี่ยมมองกลุ่มพลทหารที่ยื่นนิ่งเป็นระเบียบ จีมินอดทึ่งไม่ได้ว่าทำไมคนเราสามารถยื่นนิ่งแข็งเป็นหินได้ท่ามกลางแดดที่ร้อนขนาดนี้ พวกเขาไม่เหนื่อยหรือว่าเคยชินแล้ว หรือว่า...



“จัดแถว... ทำความเคารพ”



ทันทีที่รถจิ๊ปโฟร์วิลล์ลายพรางขับเข้ามาในค่ายด้วยความเร็ว จีมินก็ไอออกมาเพราะลมร้อนและฝุ่นที่มากับรถคันนั้นซึ่งจอดลงตรงหน้าเขาและ...



“วันทยาหัตถ์!!!!!!”



“เก็บมือได้”



เสียงเข้มๆที่คุ้นเคยของใครบางคนที่เดินลงมาจากรถในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศสีเขียวเข้มต่างกับชุดฝึกลายพราง ใครคนนั้นขยับหมวกซึ่งสวมอยู่ในเข้าที่ ยกมือทำสัญลักษณ์ทักทายกลับแล้วถึงหันหน้ามาที่เขา



จีมินเอาหลักการที่มีอยู่ทั้งหัวมายำรวมกันมาตั้งคำถามเมื่อพบว่าเสียงของคนหนึ่งคนจะไปคล้ายกับคนอีกคนได้ขนาดนี้เลยเหรอ หมายถึง เขาคิดว่าเขาไม่ได้หลอนไปเอง เอามือข้างหนึ่งจับชีพจรก็พบว่า... ก็ปกติดีนี่นา



ผมสีเทาต่างกับพลทหารหัวดำคนอื่น ผิวขาวจัดทั้งที่ถูกฝึกอยู่กลางแดด รวมทั้งดวงตาตี่และริมฝีปากราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกใด



บ้าแล้ว



“ผม... ร้อยเอกมิน ยุนกิ หัวหน้าสั่งการค่ายทหารกองแพทย์อาสาครับ”



ในตอนนั้นเองที่จีมินต้องเบิกตากว้างเมื่อสายลมพัดพาเอาเศษควันออกไปจนทำให้ใบหน้าของ ‘หัวหน้า’ ปรากฎชัดเจนเต็มสองลูกตา



“ผม... ปาร์ค จีมิน หัวหน้ากลุ่มแพทย์อาสาโรงพยาบาลแทมิน... ครับ”



มันมีทั้งความตกใจ ตลกระคนขบขันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน คนเราไม่พบหน้ากันเป็นปีในบ้านเกิด แต่กลับข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อพบกันไกลถึงตะวันออกกลาง ในวันที่สายลมและแสงแดดแรงจ้าแบบนี้ ท้องฟ้าสีฟ้าครามสดใสแบบนี้ ในตอนที่จีมินยังไม่ทันได้คิดข้อแก้ตัวของตัวเองแบบนี้



แต่มิน ยุนกิ กลับมาปรากฎตัวที่ตรงหน้าเขา กลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ต้องเจอหน้ากันทุกวันแบบนี้



หรือว่านี่จะเป็นพรหมลิขิต?




“จีมิน...”



“ฮยอง”



จีมินสาบานว่าเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน แต่เห็นสีหน้าบูดบึ้งและเสียงเข้มๆของอีกฝ่าย เขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าทำไมยุนกิถึงต้องขับรถด้วยความเร็วขนาดถึงที่ฝุ่นตลบไปทั้งหน้าค่ายแบบ... นั้น



คิดออกแล้วถึงได้พยายามฉีกยิ้มที่คิดว่าสดใสที่สุดออกไป อ่า ไม่อยากจะบอกเลยว่ามันใช้ได้ผลมาตลอด จริงๆนะ แต่ก็แค่เคยไงละ... ไม่นับ... ตอนนี้



“ปาร์คซอนแซงตามผมมาด้วย ส่วนคนอื่นไปพักได้ เรื่องกฎระเบียบค่ายเราจะพูดกันอีกทีก่อนเวลารับประทานอาหารเย็น”



เขาไม่เคยยิ้มได้แห้งเท่านี้เลย... ละ




.




ปัก!!!!



“อ่า... ฮยอง ใจเย็นก่อน...”



จะให้เย็นได้ยังไง!!!” ฝ่ามือของหัวหน้าค่ายตบลงบนโต๊ะไมโดยไม่กลัวเจ็บ ยุนกิไม่รู้จะยิ้ม จะดีใจ จะเศร้าหรือควรร้องไห้ดี ตัวเขาถูกมาประจำที่อูรุคในช่วงนี้หลังจากที่ ‘ทีมอัลฟ่า’ ปฏิบัติการลับสำเร็จที่อัฟกานิสถาน ยุนกิไม่ได้แคร์ แน่นอนว่าเขาไม่เคยแคร์พวกหมอเรื่องมาก ได้ทำค่ายร่วมกันทีไรก็ไม่เห็นทำอะไรมากมาย เอาแต่ถ่ายรูป เอาละ พักเรื่องนั้นไว้ก่อน จะบอกว่าเขาประมาทเองที่ไม่ได้เช็ครายชื่อแพทย์อาสาตั้งแต่แรก เพิ่งจะมาเปิดดูผ่านๆตอนเช้าแล้วก็ต้องถลึงตาเมื่อเห็นทั้งชื่อ ทั้งรูปภาพของหัวหน้าคณะแพทย์ ปาร์ค จีมิน หรือที่รู้จักกันในฐานะน้องชายข้างบ้านของเขา



ปาร์ค จีมิน คุณหมอเจ้าสำอางที่ไม่เคยรักอะไรมากไปกว่าความสะดวกสบายมาที่นี่ทำไม ทำไม ทำไม



คำถามนี้ก้องอยู่ในหัวของเขาทั้งวันจนกระทั่งเลิกประชุม ความเป็นห่วงกัดกินเขาจนยุนกิคิดว่าเขาจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ชนิดที่เหยียบมิดจนจองกุกต้องเกาะตัวเองไว้กับกรอบหน้าต่างเลยด้วยซ้ำ



“จีมิน นายไม่รู้หรอว่าที่นี่เป็นยังไง พี่คิดว่านายจะต้องกลับ ใช่ พี่จะต้องทำเรื่องส่งนาย...” เขาพูดรัวจนจับต้นชนปลายไม่ถูกและ...



ไม่



ทำไม!” 



จีมินสะดุ้งกับน้ำเสียงดุดัน ห้วนจัดที่หลุดออกมาจากปากคู่นั้น ยุนกิมักจะโมโหในเรื่องแบบนี้เสมอ หมายถึงเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของเขาและคนในครอบครัว



“ฮยอง ผมรู้และทราบดีว่ามันเป็นยังไงและผมก็อาสาที่จะมาเอง เพราะฉะนั้น...”



แต่นายจะมาที่นี่ไม่ได้!!!!” เขาเริ่มใช้เสียงดัง จีมินทำไมถึงดื้อด้านแบบนี้นะ



“ทำไมผมจะมาไม่ได้ ทีพี่ยังมาอยู่ที่นี่เลย อูรุคไม่ได้เป็นของพี่คนเดียวซะหน่อย”



“นี่มันหน้าที่การงานพี่”



“นี่มันก็หน้าที่การงานผม



ยุนกิอยากจะบ้าตาย ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะลงไปชักมันเสียเดี๋ยวนี้ ย๊า ปาร์ค จีมิน นายนี่...



จีมินสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง เขาเป็นหมอ เอาละ เขาเป็นหมอ และหมอจะต้องใจเย็น มิน ยุนกิ อาจจะเคยชินกับการสั่งการในกองทัพ แต่ ณ จุดนี้เขาไม่ใช่ลูกน้องของยุนกิที่จะต้องกลัว



ฮยอง ฟังนะ ผมรู้ว่าผมมาทำอะไรและมีหน้าที่อะไร ฮยองไม่ต้องห่วงผม ผมมาที่นี่ย่อมทำใจมาแล้วว่าจะต้องเจอกับอะไร อ่า... อันที่จริงมันดีกว่าที่คิดไว้ซะอีก” เขาพยายามใจเย็นยุนกิทำหน้าบึ้งขนาดนี้แล้วเขาจะ... แต่



“อะไร! นี่นายบ้าไปแล้วหรอ คิดว่าจะไปลำบากกว่านี้อีกหรอ จีมิน นี่มันไม่ใช่ในหนัง หรือว่า...”



“พี่นั่นแหละที่บ้า ยังไงผมก็จะอยู่ที่นี่ ถ้าพี่จะกลับ ก็กลับเองก็แล้วกัน!  ฮึ่ยยยยยยยย ” 




จีมินรู้ตัวอีกก็ตอนที่เกือบวูบอยู่ที่หน้าประตู เขาเดินกระทืบเท้าออกมา บ้าไปแล้ว! เขาไม่เคยโมโหขนาดนี้มาก่อน เขากับยุนกิไม่เคยทะเลาะกันหนักขนาดนี้ อันที่จริง คือเพราะพวกเขาไม่เคยมีเวลาแม้แต่จะได้คุยกันนานๆ มันทำให้ยุนกิไม่เคยรู้เรื่องอะไรของจีมินยกเว้นแค่รู้ว่าเขาเป็นหมอ ส่วนจีมินก็ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับยุนกิเลยเช่นกันยกเว้นแค่เขาเป็นทหาร... อ้อ แล้วตอนนี้ก็ได้เลื่อนขั้นเป็นร้อยเอกแล้วด้วย



ทั้งที่รู้จักกันมาตลอดทั้งชีวิต แต่วันนี้ จีมินกลับรู้สึกเหมือนเขาทั้งคู่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก





4




“คุณหมอครับ... คือว่า”



ผ่านมาได้หนึ่งอาทิตย์แล้วและยุนกิกับจีมินก็ยังไม่สามารถจะพูดกันดีๆได้ จีมินรู้ว่ายุนกิอยากจะเดินเรื่องให้เขากลับไปโซลมากแค่ไหนแต่ก็ทำไม่ได้หากแพทย์ไม่เต็มใจหรือไม่ได้บาดเจ็บสาหัส จีมินไม่ชอบเวลาที่เขาทะเลาะกับอีกฝ่าย ยุนกิเป็นพี่ที่ดี เป็นทหารที่ดี แต่กลับเข้าใจอะไรยากเหลือเกิน



“ครับ”



จ่าสิบเอกจอน จองกุก -- เหมือนจะเป็นรองหัวหน้าของที่นี่กลายๆแต่กลับสนิทกับพวกเขามากกว่าหัวหน้าซะอีก ทหารคนนี้แรงเยอะ ขี้เล่น และสนใจทางการแพทย์อยู่ไม่น้อย เข้ากันได้ดีกับแทฮยองเหมือนเป็นปี่เป็นขลุ่ย



“คือผมรู้ว่าหมอไม่ได้เข้าเวรตอนนี้ แต่ว่าเธอ...” จองกุกเบี่ยงไปข้างซ้ายอีกนิดหน่อยเด็กน้อยผิวดำตัวเล็กจ้อยก็ปรากฎเข้ามาในสายตาของเขา ที่เข่ามีแผลถลอกน่ากลัวใช้ได้



“โอ้ ไปทำอะไรมากันครับเนี่ย”สัญชาตญาณของความเป็นหมอทำให้เขารีบย่อเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อตรวจดูแผล เด็กน้อยเข้มแข็งใช้ได้เลย ไม่มีน้ำตาสักนิด



ผิดกับเขา...



“เขาวิ่งมาในขณะที่พวกผมกำลังซ้อมรบ อ๊ะ อ่า... ผมพูดไม่ได้ละ แต่ช่วยทำแผลให้เด็กคนนี้ได้มั้ยครับ ผมเอากล่องปฐมพยาบาลมาแล้ว แต่คุณหมอก็รู้ว่าผมมือหนัก เดี๋ยวเด็กจะเจ็บ”



“นี่มันงานผมครับ จ่าจอน วันหลังมีอะไรก็เรียกได้เสมอเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”





ยุนกิมองภาพคุณหมอกำลังทำแผลให้เด็กชาวบ้านด้วยความนิ่มนวล จีมินก็เป็นอย่างนี้เสมอ อ่อนโยนกับคนทุกคน เขารู้ดีกว่าทำไมจีมินถึงเลือกที่จะมาเป็นหมออาสาที่นี่ แต่ไม่รู้เลยว่าทำไมตัวเองต้องกระวนกระวายแบบนี้



เขาแค่อยากให้จีมินปลอดภัย ปลอดภัยในที่นี่หมายถึงได้อยู่ที่บ้าน กับคนที่เขารัก ได้กินอาหารดีๆแล้วก็นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ เขาไม่อยากให้จีมินต้องมาลำบากแบบเขา



สำหรับเขา การรับใช้ชาติแม้จะต้องลำบากแค่เขาก็ไม่กลัว กัปตันมินไม่เคยกลัวแม้จะต้องฝ่ากระสุนเข้าไปในดงศัตรู แต่ทำไม... ถึงกลัวเหลือเกินเมื่อรู้ว่าจีมินจะมาอยู่ที่นี่



เขาหลับตา ลืมตาอีกครั้งก็เห็นตอนที่จีมินส่งรอยยิ้มงดงามให้กับเด็กหลังจากที่ทำแผลเสร็จแล้ว



ยุนกิก็แค่อยากจะเห็นรอยยิ้มบนหน้าของจีมินตลอดไป เหมือนที่ผ่านมา.


.








“อันนี้คือวอร์กี้ ทอล์คกี้นะครับ ผมเห็นคุณหมอลำบากกันมากเลยเอามาให้ คลื่นสื่อสารของทีมแพทย์คือช่องสาม  กรุณาอย่าปรับเปลี่ยนนะครับ เดี๋ยวผมจะสาธิตให้ดูก่อนว่าใช้ยังไง”



จองกุกหันไปพยักหน้าให้ยุนกิก่อนจะกดเครื่องมือในมือของตัวเอง



โคนันเรียกชูก้า ทราบแล้วเปลี่ยน”



“ทราบแล้ว เปลี่ยน”



“ว้าวววววววววว”



ทุกคนในทีมแพทย์ตื่นเต้นกันใหญ่ที่จะได้ใช้วิทยุสื่อสาร หมายถึง มันเหมือนในหนังเลยใช้มั้ยละ จีมินรับมาหนึ่งอัน ปรับคลื่นให้ตรงตามที่บอกแล้วก็ลองส่งเสียงลงไปบ้าง



“จีมินเรียกแทฮยอง แทฮยองทราบแล้วเปลี่ยน”



“ย๊า จีมินนี่มันธรรมดาไปมั้ย มีใครเรียกชื่อจริงกันในวอร์กี้บ้าง ไม่เห็นเหมือนจ่าจอนหรือว่ากัปตันมินเลย” 



ซอกจินกันไปถามยุนกิ “พวกคุณมีโค้ดเนมกันด้วยหรอครับ”



“อ่า... ครับ มันทำให้สะดวกมากขึ้นน่ะ”



“แล้ว... ทำไมถึงเป็นโคนัน หรือว่า ชูก้าละครับ”แทฮยองช้อนตาขึ้นมองคนสูงกว่า ในสมองนี่คิดไปแล้วร้อยแปดอย่าง



จองกุกหัวเราะ “เพราะว่าผมชอบดูโคนันน่ะสิ ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกครับ”



“ส่วนของหัวหน้า... เขาบอกว่าอยากมีโค้ดเนมหวานๆบ้างก็เลย...”



จีมินเงยหน้ามองยุนกิที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แอบขำในใจ


โค้ดเนมหวานๆงั้นหรอ?



“พวกเราก็ควรมีโค้ดเนมด้วย เอาละ ของพี่ซอกจินยังไงก็ต้องเป็นอีทจีนละ...โอ๊ย” 


แทฮยองกุมหัวเมื่อโดนเขกเข้าให้ ซอกจินหันมาถลึงตาในความลามปามของรุ่นน้อง การที่เขาแค่ชอบกินไม่รู้ทำไมถึงได้หนักหัวไอ้เด็กเวรนี่จริงๆ



“อ่า... งั้นทุกคนก็คิดของตัวเองเลยแล้วกันนะ ส่วนผมจะให้ชื่อเดิม หมอปาร์ค หมอจีมิน ใครอยากเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ”



แทฮยองขำ



“ดี งั้นเรียกฉันว่า วี---มาจากทำว่าวิคตอรี่ยังไงละ!”



แทฮยอง... พวกเราไม่ได้มารบ”




.



.



.




คืนนั้นจีมินทำได้แค่นอนกลิ้งไปกลิ้งมา หยิบอุปกรณ์สื่อสารในมือมาดูเล่น อ่า... ใช่ นี่มันเหมือนในหนังเลยจริงๆด้วย เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่โทรศัพท์มือถือไม่สามารถใช้งานได้จนต้องหาอย่างอื่นมาใช้แทน ยุนกิเองก็ต้องอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอด เพราะอย่างนี้ละมั้งช่วงหลังๆเขาถึงไม่เคยตอบข้อความเลย



แล้วเมื่อไหร่จะได้พูดจากันดีๆนะ



แกร็ก!



“แย่ละ”



จังหวะที่กำลังถอนหายใจ จีมินเผลอปล่อยมือจนทำให้เอุปกรณ์สีแดงหล่นไปกับพื้นข้างเตียง ‘นี่ได้มาวันแรกก็จะเจ๊งเลยหรือไงนะ’ เขาคิดในใจก่อนจะหยิบมันขึ้นมาปัดๆ



‘โคนันเรียกชูก้า ฮอพร้อมแล้วครับ’



ห๊ะ



‘ชูก้าเรียกโคนัน บอกอากุม่อน ว็อดก้า มอนสเตอร์ให้เตรียมพร้อมไว้ด้วย อีกสิบห้านาทีฉันจะไปถึง’



‘รับทราบ!’



จีมินสะดุ้งเฮือก หยิบวอร์กี้ที่เมื่อกี้ปาลงไปบนเตียงขึ้นมาดูก็พบว่ามันถูกเปลี่ยนช่องเป็นเลขเจ็ด ตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้ว พวกทหารจะไปไหนกันนะ



ชูก้า โคนัน ยุนกิกับจองกุก?



ในตอนนั้นที่จีมินหันไปเห็นกระเป๋าอุปกรณ์พยาบาลของตัวเอง และ



อ่า... เขาแพ้ความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองอีกแล้ว.





.




“จะไม่ไปหาหน่อยหรอครับ”


จ่าจอนมองร่างของหัวหน้าในชุดฝึกสายพราง ใบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอาการใดๆอยู่เสมอแม้จะรู้ว่าตัวเองกำลังจะไป... เสี่ยงชีวิต นั่นคือสิ่งที่เขาชื่นชมในตัวยุนกิอยู่เสมอ 



“ไม่ละ ป่านนี้คงนอนไปแล้ว”



ยุนกิคิดไปถึงจีมิน... คุณหมอจีมินของเขา ไม่รู้ว่าป่านนี้จะกำลังปัดยุงอยู่รึเปล่า ยุนกิแน่ใจว่าเขาสั่งให้ลูกน้องแอบเอายากันยุงเข้าไปไว้ในห้องพักส่วนตัวของจีมินแล้ว เด็กนั่นขี้บ่น ไม่ชอบแมลงแต่ก็ยังมาอยู่ตามชนบทรากหญ้านี่ ได้แต่คิดแล้วก็ส่ายหัว



“แหม ก็แค่เข้าไปให้เห็นหน้าเองนะครับ”



“จ่าอยากให้ผมไป หรือว่าอยากไปเองกันแน่ละ” เขาหันมาหรี่ตา พยายามสื่อไปถึงใครอีกคนที่เป็นรูมเมทของจีมิน



อ่า... แต่จองกุกไม่ชอบเลยที่ยุนกิมักจะรู้ทันละนะ



“ผมเห็นหัวหน้าชอบส่องกล้องไปหาปาร์คซอนแซงบ่อยๆก็เลยเตือนด้วยความหวังดีครับ”



“ย๊าาา จอน จองกุก” มารู้ได้ยังไงว่าเขาชอบทำแบบนั้น 



วันทยาหัตถ์! เจอกันที่ฮอครับ”


.



.


.



“ชิ ไอ้เด็กบ้า”




.





บ้า


บ้า



นี่มันบ้าไปแล้ว



ย๊า ปาร์ค จีมินนายเป็นบ้าไปแล้ว



จีมินเกลียดความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง หมายถึง มันดีเวลาที่คนเรามีความใฝ่รู้ในหลายๆเรื่อง แต่นี่มันชักจะมากเกินไปแล้ว



เสียงใบพัดทำให้ร่างที่ซ่อนอยู่ในมุมมืด ใช่ เขาอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ บ้าเอ้ย ไม่ผิดหรอกมุมมืดต้องแอบหรี่ตาดูทหารในชุดเกราะกำลังพูดคุยกันถึงภารกิจที่จะถึง อันที่จริง... หลายคนคงสงสัยว่าทำไมทหารที่ดูเก่งโคตรๆเหมือนในหนังถึงไม่ระแคะระคายถึงการมีตัวตนของจีมินก็คงจะต้องอธิบายซะหน่อย



อย่างแรกคือ ครอบครัวของยุนกิเป็นทหาร อันนี้คงรู้ดีกันอยู่แล้ว



อย่างที่สองคือ ครอบครัวของยุนกิรักจีมินมากๆ 



อย่างที่สามคือ รักจีมินมากๆจากข้อสองคือมากพอที่จะให้จีมินเข้าไปเล่นในคฤหาสถ์ที่มีแต่เกราะป้องกัน ปืน อาวุธ หรือทหารคอยเฝ้ายามนั่นละ




‘ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ต้องซ่อนครับ ซ่อนได้เนียน แบบนี้แหละดีแล้ว’



ตอนเด็กๆที่จีมินไม่ใช่คนเข้มแข็ง ขี้ต่อยตีเหมือนใครบางคน แต่เขาฉลาดพอที่จะรู้ว่าถ้าสู้ไม่ได้ก็แค่หนี และถ้าหนีไม่ได้แล้วก็ต้องซ่อนตัวเอง



หลายปีที่ผ่านมา การเล่นซ่อนหาก็เป็นไอเดียที่ดีไม่ใช่น้อยในวันที่น่าเบื่อและไม่มีอะไรทำ ปัญหามันอยู่ที่ว่า... ไม่เคยมีใคร ไม่... แม้แต่จะมีใครหาตัวเขาเจออีกเลย ถ้าเขาไม่ต้องการ... น่ะนะ





“เอาละ ฉันขออธิบายภารกิจอีกครั้งก่อนที่เราจะทำการแลนดิ้ง ภารกิจของเราในวันนี้คือการช่วยตัวเจ้าหน้าที่รหัส ‘การ์เดี้ยน’ และ ‘โยดา’ จากหน่วยซิกม่า ฉัน... กับโคนันจะเข้าไปช่วยตัวประกัน ส่วนคนที่เหลือให้เปิดทาง อากุม่อนอยู่ด้านนอกประจำอยู่ที่สิบนาฬิกา มอนสเตอร์นายตรวจดูเผื่ออีกฝ่ายมีระเบิด ส่วนว็อดก้า.. หน้าที่ของนายก็เหมือนเดิม”



ระเบิด!?



นี่มันอะไรกัน



“ฆ่าให้เรียบ... ใช่มั้ยครับ หัวหน้า”



ฆ่า!!!!!!!!!!!



แม้จะตกใจจนเกือบช็อคแต่จีมินก็ยังไม่หลุดจากการควบคุมตัว ใครจะไปคิดว่าเขาจะต้องมาพัวพันกับอะไรแบบนี้ ถ้ากลับไปได้อยากจะตีตัวเองอีกสักสองพันรอบ จีมิน จีมิน ความอยากรู้อยากเห็นกำลังจะทำให้เขาตาย



ในตอนนั้นนั่นเองที่เฮลิคอปเตอร์ค่อยๆลดระดับลง ภาพสุดท้ายที่จีมินเห็นคือประตูที่เปิดออก แผ่นหลังของมินยุนกิดูกว้างกว่าทุกครั้งเมื่อเขาจับเชือกแล้วโรยตัวลงไปอย่างไม่เกรงกลัว



ในขณะเดียวกันนั้นเอง



ที่จีมินค้นพบความจริงบางอย่าง



ความจริงบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในใจของเขามาเนิ่นนาน





.




เสียงเครื่องติดทำให้จีมินซึ่งนั่งเป็นหนูติดจั่นสะดุ้งเฮือก เอาละ สองสามชั่วโมงที่ผ่านมาทำให้เขาพอจะรู้แล้วว่าอะไรรู้มั้ย รู้ว่าเขาไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้จักเลยไม่ว่าจะเป็นทั้งร้อยเอก มิน ยุนกิ หรือว่ากัปตันชูก้า



‘ยิง!!!!’



‘เข้าไปเลย เข้าไปเลย เข้าไปเลย’



‘สิบนาฬิกาครับ ชูก้า’



‘บ้าเอ้ย มันมีระเบิด’



‘ตูมมมมมมมมม’



‘โคนันเรียกชูก้า มันกำลังไป’



‘ปั่ก!!!! ได้ตัวประกันแล้ว ออกไป ออกไป ออกไป’



‘เปรี๊ยงงงงง!!!!!’



‘ชูก้าเรียกโคนัน’



‘ชูก้าเรียกโคนัน’



‘ตอบ!!! ฉันขอสั่งให้นายตอบ โค นัน’



‘หัวหน้าครับ เขาโดนยิง เราต้องรีบออกไป’




ร่างของ ‘โคนัน’ หรือจอนจองกุกถูกวางลงกับพื้นฮอทันทีที่ทุกคนช่วยกันหอบร่างนั้นเข้ามา ภารกิจเสร็จสิ้น ตัวประกันถูกช่วยเหลือ แต่ยุนกิกลับร้อนใจ เขาตบใบหน้าหล่อเหลานั้นเบาๆ ทำหน้าเครียดเมื่อพบว่าจ่าจอนไม่ลืมตาขึ้นมากวนตีนเหมือนทุกครั้ง



“ผมคิดว่าเราต้องผ่าเอากระสุนออก” เสียงของพลทหารอีกคนที่คุ้นเคยดัเข้ามาในโสตประสาท



“นายจะบ้าหรอ จองฮุน เราไม่มีหมอ”



“ก็ผ่าเหมือนทุกครั้ง...”



“เขาเสียเลือดเยอะเกินไป”



จีมินนั่งหลับตาปี๋ สามัญสำนึกกำลังตีกันในหัว ถ้าเขาเปิดเผยตัวเองตอนนี้มีหวังเขาตายแน่ๆ ไม่โดนจับโยนลงไปจากบนฟ้าก็ต้องถูกส่งตัวกลับโซล ไม่ก็.. อาจจะโดนฆ่าปิดปาก ไม่นะ เขาต้องซ่อน เขาต้องซ่อน แต่ แต่ จอน จองกุกนอนอยู่ตรงนั้น จีมินมอจากตรงนี้ก็พอรู้ว่าความเป็นความตายเท่ากันและยากเหลือเกินที่จะตัดสินใจปล่อยไปได้



เขาต้องเลือกระหว่างตัวเอง



กับชีวิตของจอน จองกุก



“หัวหน้าครับ เขาช็อค เขา เขา...”



“บ้าเอ๊ย จอน จองกุก ลืมตา ลืมตา”



ยิ่งได้ยินจีมินก็ยิ่งกลัว เขาไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้มาก่อน พอๆกับที่ตัวเองเริ่มขดเข้าไปกว่าเดิมในซอกตู้แคบๆ



ซ่อนสิ จีมิน



ซ่อน



ก็แค่ซ่อนตัวเหมือนที่นายเคยทำ



หรือเลือกที่จะเดินออกไป แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตัวเอง











Talk;


กราบเบญจางคประดิษฐ์ ไม่ได้เอาคุณจิ้งจอกมาต่อค่ะ เหตุผลเดิมๆคือมันไม่ถูกใจ

(อยากถามตัวเองว่าทำไมไม่พอใจซะที ต้องการอะไรนักหนา)

เราเพิ่งสอบเสร็จเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาและไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากดูบิ๊กบอส 555555555

ดูตอนสองตอนสามแล้วในใจมันแบบ

ไม่ได้แล้วอ่ะ ปาร์คซอนแซงกับกัปตันมินต้องมา ต้องมา ต้องมา

เพี้ยนขนาดที่พิมพ์ผิดเป็นมินซอนแซงกับกัปตันปาร์คด้วย บ้าแล้ว

แล้วยาวมากกก เป็นหมื่นคำแล้วก็เลยต้องตัดค่ะ ไม่อยากตัดแต่ไม่ไหวอัพไม่ได้เลยมันเครื่องค้าง


ปล.

1.เราไม่ค่อยรู้ศัพท์ทางทหารค่ะ ถ้าใช้อะไรผิดก็ขออภัยด้วย

2.อ้างอิงสถานที่จาก DOTS เกือบหมดเลยเพราะเราอินมาก แต่ไม่ได้เอามาทั้งหมดนะคะ ถ้าทั้งหมดนี่ควรเปิดเรื่องยาวแล้ว นี่ช็อคฟิคจริงรึเปล่า สำหรับคนที่ไม่ดูคือประเทศอูรุคเป็นประเทศสมมุตินะคะ ไม่มีจริง555555555 เรื่องนี้ยุนกิเป็นกัปตันค่ะ เป็นทหาร (แล้วเราอวยมากกกก อวยยุนกิมา จะไม่มียุนกิคนห่วย กากๆ คือกัปตันเค้าเท่ค่ะ ต้องให้เค้านะเรื่องนี้ จริงๆ 55555555)

3.ไม่มีรูปตัดต่อนะคะ แต่เคยเห็นแฟนอาร์ตยุนมินที่ผูกเชือกรองเท้าผ่านๆ แง ของใครไม่รู้แต่อยากเป็นจีมิน อยากให้พี่เค้าผูกเชือกรองเท้าให้บ้าง บ้า


อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าจะเขียนให้ตัวเองอวยยุนกิได้ขนาดไหน 5555



เอนจอยรีดดิ้งค่า ขอโทษคนที่รอพี่จิ้งจอกด้วยนะคะ แต่นาทีนี้ เรามีแต่กัปตัน กัปตัน กัปตันอยู่เต็มหัวเลย 5555555555 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นดีๆเสมอมาเลยนะคะ แล้วจะมาต่อทั้งคุณจิ้งจอกและคุณนักแสดงมินค่า :) 



รักใครชอบใครเชียร์ใคร ทีมกัปตัน ทีมหมอ ทีมจ่าจอน ทีมหมอแท ทีมอีทจิน ก็แสดงความเห็นได้ค่ะ รัก <3

พูดคุยกันได้ที่เดิม @kolevf_ กับ #luvstoryoonmin ค่าาาาา




first published: 2016.04.16

edit: 2016.04.25 <chap no.>

edit: 2016.05.13 <chap no.>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

2,912 ความคิดเห็น

  1. #2311 MayKamon (@may-kamon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 16:28

    อร้ายยย ชีวิตเพื่อชาติ หัวใจเพื่อเธอ

    #2311
    0
  2. #2291 twynse (@twynse) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 20:40
    คุณหมอจีมินไปช่วยโคนันเร็วแง้งงง ช่วยน้องด้วยนะคะ;__;
    #2291
    0
  3. #1986 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 15:30
    รู้สึกเหมือนมีช่วงนึงที่กัปตันมินแค่พูดลอยๆทั่วๆไปแต่มันเหมือนเป็นการหลอกด่าหมอแท ตรงที่ว่าชอบถ่ายรูป 55555

    แต่นี่ลุ้นมาก แต่ก็คิดว่าสุดท้ายหมอปาร์คต้องออกไปแน่ๆค่ะ ไม่งั้นหมอแทคงหม้ายรัก 55555
    #1986
    0
  4. #1963 Maysquidz (@piemintza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 16:35
    ชอบบรรยากาศมากๆๆๆๆ กัปตันเท่มากกกก เจ้าจีมคือแหวกจากชีวิตปกติมากลูก เป็นเราเราก็เป็นห่วงน้องอะ ;-; ประเด็นคือน้องดันไปฟังที่เขาคุยกันผ่านวอ แล้วใจน้องเป็นหมอไงงง เราว่าน้องยอมโดนโกรธ ว่าแต่จกุกห้ามเป็นอะไรนะ ;-;
    #1963
    0
  5. #1865 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 01:01
    โคนันอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ แงงงง ไม่รู้เลยว่าออกไปจีมินจะสภาพเป็นไง
    ถ้าช่วยชีวีตเสร็จยุนกิสวดยับแน่ๆ ให้ตายเถอะ ห่วงแค่ไหนคิดดู
    เข้าใจความห่วงของยุนกินะแต่แบบ จีมินก็ห่วงยุนกิเหมือนกันนั่นหละ
    แต่ว่าไม่คิดจะมาอยู่ที่นี่นี่นะ .. การมาอยู่ที่แบบนี้ไม่ได้สะดวกสบาย
    มันก็ไม่ไ้ด้แย่นะ มาท่องเที่ยวไงแบบที่แทฮยองบอกน่ะ จริงไหม /พยายามช่วยน้อง
    ฮื่อ เราลุ้นเกินไปรึเปล่าไม่รู้ นั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วเนี่ย แง คุณหมอปาร์คช่วยโคนันคุงด้วยค่ะ
    ไม่รู้ว่าเอาน้ำเย็นมาราดพี่ยุนกิจะช่วยให้พี่เขาเย็นลงได้ไหมถ้ารู้ว่าน้องชายข้างบ้านอยู่บนนี้ด้วย

    #1865
    0
  6. #1633 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 23:35
    คุณยุนกิมีความโซคูลมั่กเบย. จ่าจอนต้องไม่เป็นไรเด้อออออ
    #1633
    0
  7. #642 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 06:23
    โอ๊ยยย สนุกมากค่ะ เจ้มจ้นมาก ชอบๆ มาเป็นฉากๆ เลย 555
    #642
    0
  8. #627 cinnamello -) (@beerbiere) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 22:09
    โอ้ยยยยยยยยเราชอบบบบบ แงงงงงงง 55555555555555 ขำตัวเองงง ชอบอีกแล้ววววว กัปตันมินกับหมอปาร์ค กี้ดดดค่ดดี! ฮืออออออ ชอบจ่าจอนด้วยยยยจ่าจอนของเค้าที่รู้ว่ากัปตันมินแอบส่องกล้องมอง 555555555555 งานนี้กัปตันมินเท่สุด งานพระเอกต้องมา! เป็นห่วงน้องแต่ก็คอยดูแลเงียบ ๆ อะไร! งอนกันยังไม่ยอมเคลียร์กัน เดี๋ยว ๆๆๆๆ อยากตี
    #627
    0
  9. #370 iChukaihun (@kittynadear) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 02:20
    กรี๊ดดด เท่มากๆเลยค่ะ หลงคุณชูก้าและความน่ารักของหมอเอามากๆแง่
    #370
    0
  10. #249 OILRAINBOW (@OILRAINBOW) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 00:19
    ไรท์เราชอบบบบบบ แงงงง ทำให้เรานึกถึงซีรี่ย์ไปเลยน้ะค๊าาาา แต่งดีมากกก ยังติดตามนะคะ
    #249
    0
  11. #246 taewhale23 (@taewhale23) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 15:34
    อ๊ากกกกกกกกกก << นี่คือเสียงของเราตอนอ่านจบ 555555555555 แล้วทึ้งหัวตัวเอง คืออยากอ่านต่อมาก กรี๊ดดดดด
    เราไล่อ่านมาทีละเรื่องจนถึงเรื่องนี้แหละค่ะ ชอบทุกเรื่องเลยจริงๆนะแต่ยังไม่ได้เม้นเลย ขอเม้นเรื่องนี้ก่อนเนอะ(นิสัยไม่ดีเลยเนอะ555555) ชอบมากเลยอะค่ะ จะบอกว่าชอบการเขียนAU ของไรท์อยู่แล้วก็ว่าได้ ตอนนี้เลยทำให้เราชอบไปหมดแล้วไม่ว่าไรท์จะเขียนเรื่องใหม่ หรือเรื่องอะไรเราก็จะอ่านจะเข้ามาเม้นและคอยติดตาม ;^; กัปตันยุนเท๊เท่หล๊อหล่อและน่าหมั่นไส้ หมอปาร์คนี่ก็ดื้อเหลือเกิน ต้องโดนกัปตันยุนลงโทษแล้วล่ะ แต่จีมินโตขึ้นเยอะมาก อะไรหลายๆอย่างได้มาจากยุนกิทั้งนั้นเลย ชอบการที่เขาโตมาด้วยกันมากๆเลย TT อ่านมาถึงจ่าจอนกับหมอแทนี่กรี๊ดเลย เอร้ยยย แอบมีคู่นี้ น่ารักเชียวว ชอบๆๆๆ ไรท์รีบมาต่อนะคะะเรากำลังจะลงแดงตายแล้ว เรื่องจิ้งจอกด้วยนะ รักค่ะ สู้ๆ 
    #246
    0
  12. #243 dyodo_8812 (@bleach_pa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 09:24
    ยุนกิเท่มากกก คุณหมอปาร์คก็น่ารัก ยุนกิก็เป็นห่วงน้องชอบเอาตัวเองเข้ามาอยู่ในอันตรายตลอด รอไรต์มาต่อนะคะ
    #243
    0
  13. #242 เนี่นฮิเร็ม (@elf-parnly) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 02:19
    กรีดร้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง คุณกัปตันมินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #242
    0
  14. #241 kangineung (@banoffeepie027) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 00:33
    โอ้มายยยยยย ดีอีกแร้ววว นาทีนี้พิจุงกิหรือจะสู้ยุพิยุนกิ เท่มากข่าา ฮือเค้าสุดแสนจะเป็นห่วงคนที่เค้ารักเลยเนาะ อิจฉาจุงอยากเกิดเป็นปาร์คซอนแซงงงงงง วีกุกด้วยหรอนี่เรื่องนี้ โอ๊ยน้องน่าทำเป็นฟิคยาวมากอะะะะะะะ ชอบบบบ เออแล้วขำโค้ดเนมสุด อากุม่อนนงี้ มีความมิ้ง แต่ทุกคนต้องพ่ายให้อีทจินอะ อืม5555555555555 เที่ยวเสดแล้วมาต่อเร้ววว
    #241
    0
  15. #239 PIP'3 (@-pit-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 11:29
    สนุกกกกกก
    #239
    0
  16. #238 Mook_npp (@Mook_npp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 04:42
    ไม่เอาแค่2ตอนได้ม้ายยยย ขอฟิคยาวเลย มันสนุกเกินปายย~ ฮรึกก
    #238
    0
  17. #236 P I I M . (@choi-minki) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 22:37
    กรี๊ดดด ชอบมาก เอาจริงปะนี่อ่านเรื่องนี้ไปพูดแต่คำว่าโหๆๆๆๆ โหที่เขียนดีได้ขนาดนี้ แล้วคืออ่านไปยิ้มแก้มปริ จนป๊าถามว่าคุยกับใคร หนูไม่ได้คุยกับใคร ลหนูอ่านฟิค55555555555555555555555555 แบบ คือนี่ไม่เคยดูเรื่องนี้นะ แต่รู้กิตติศัพท์อยู่ว่าสนุกมาก นี่เลยกะจะให้จบก่อนแล้วตามไปย้อนดู แต่แบบ อ่านเรื่องนี้แล้วไม่ไหว กลับบ้านไปฉันต้องดู!!!! กัปตันมินคือดีงามมาก กรี๊ดดด ตอนเด็กๆคือน่ารักสุด เหมือนโตมากับความคิดในหัวว่าจะต้องปกป้องปาร์คจีมินให้ได้ ยุนกิน่ารักมากตอนรู้ว่าจีมินมาอูรุค เป็นห่วงสุดไรสุด แทบจะจับมัดแล้วเขวี้ยงกลับโซล รักมากไหมฮือ จองกุกตายไม่ได้นะะะ เราเชื่อว่าจีมินจะออกไปช่วยแน่ๆอะ ;__;
    #236
    0
  18. #235 c h i m (@zariana) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 22:35
    คือมันดีมากมันดีต่อใจ
    แงงงง โอ้ยตอนแรกก็งงทำไมไม่ใช่พี่จิ้งจอกแต่แบบแกกกมันคู่ควรมากๆ สมกับเป็นฟิคแก คือมันใช่อ่ะ โอ้ยมินยุนกิดีมากๆค่า อวยสุดจริง55555555555555
    แต่แบบปาร์คซอนแซงโง้ยยน่ารักเว้ย คือปริ่มตรงสกิลการซ่อนตัวของน้องมาก ฮือ ปาร์คซอนแซงกับพลทหารมิน คือดีจริงๆ รออยู่นะคะ
    แงงงง ชอบจริงๆค่ะ หลงงง

    มารอเร็วๆน้าา จ่าจอนอย่าเป็นอะไรนะ งื้ออออ
    #235
    0
  19. #234 Dokyungnur (@Dokyungnur) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 21:47
    โอ้ยยยยยยคือบับคือบับงื้อๆๆๆๆกยี้ดดดๆๆอะไรมันจะดีขนาดนี้อ่างื้อออฮืออออชอบจังชอบพลอตแบบนี้จังหวังว่าเราจะไม่เสียใครไปนะคะ;-; งื้อออๆๆๆไรท์มาเร็ววววว
    #234
    0
  20. #233 suga.suga (@first_first) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 20:43
    รอต่อออ ชอบมากเลยอ่ะ ><
    #233
    0
  21. #232 `มนุษย์ล่องหน (@zincoei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 20:31
    กรี้ดดดดรอค่าาาาาา
    โอ้ยยยยกับตันมินกับหมอปาร์ค แค่คิดก็ฟินแล้ว รีบมาต่อนะคะ ฮืออออออ
    #232
    0
  22. #229 galaxy.p (@thawanhathai12) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 19:06
    โอ้วววววว โอ้วววววว โอ้วววววววว ฟิคของไรท์ทำให้เราเปนบ้าอีกแล้ววว นี่โดนแม่บนว่าอ่านไปยิ้มไปนี่เปนอะไรมากมั้ยถถถถถถถถถถ แต่คือเรื่องนี้แบ๊บบบบบ กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด คือมันใช่ ความหลงบิ๊กบอสนี้ ความหลงยุนกินี้ เอามาผสมกันแล้วนี่จะบ้าาา ฮืออ มาต่อเร็วๆน้าา รอจิ้งจอกอยู่ด้วย ฮือ
    #229
    0
  23. #227 secret (@dream-secrent) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 18:56
    คืออ่านนี่แล้วรู้สึกว่าอินตามมากๆ มากจนคิดว่ากลับไปบ้านจะไปดูหนังเรื่องนี้ค่ะ5555555 ฮืออออ แบบสนุกมาก รู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วยเลยอ่ะ จีมินรีบออกไปช่วยจองกุกเร็ว จองกุกจะแย่แล้วT_T
    #227
    0
  24. #226 Kris's Alpaca (@alpaca) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 18:35
    ไรท์คะ พี่กิเรียนโรงเรียนนายร้อย จบมาจะยศร้อยตรีเลยน้าาาา นายร้อยเลยสอบเข้ายาก ถ้าจบมาเป็นสิบตรีคือจบจากนักเรียนนายสิบค่ะ ~
    #226
    1
  25. #225 OㅠO (@ggjiji) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 18:32
    จะเม้นขอบคุณไรท์เตอร์ที่อยู่คู่ยุนมินทุกครั้งเลยค่ะ ㅠㅠ ดีจังเลย ดีทุกเรื่อง ชอบทุกเรื่อง ฮืออออ
    จีมินคงไม่ปล่อยให้จองกุกตายแน่นอน... แต่จีมินจะถูกส่งกลับหรอ แงงง ไม่รู้เลย ละครก็ไม่ได้ดู เดาเรื่องไม่ถูกค่ะ ฮ่าๆๆๆ
    ชอบโค้ดเนมมากเลยนะ น่ารักกันทุกคน
    #225
    0