(bts) YOONMIN│LOVE STORY ♡

ตอนที่ 11 : 07 : 7월7일

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    23 มี.ค. 59

Titile:   7월7일

Cast: BTS

Pairing: yoonmin  ( yoongi x jimin )

Genre: Angst, AU

Rate: PG

Words: 6,071




Note: inspiration from 7월7일 sung by Red Velvet (เปิดฟังไปก็ดีนะคะ)

<ไม่ได้เอาจิ้งจอกมาลงอีกแล้วเพราะรีไรท์ยังไงก็ไม่ถูกใจ น้ำตามาเลยค่ะ อ่านเรื่องนี้ไปพลางๆก่อนนะ T____T>





just me waking for a dream and one star that has become dark again



please... stay for a minute






2014.07.08



หลังจากผ่านความฝันที่หนักหน่วงมาตลอดทั้งคืน ดวงตาสีเปลือกไม้ถึงลืมขึ้นพบกับเพดานสีขาวที่คุ้นตา มันคือห้องของเขา... จีมินได้กลิ่นน้ำหอมสะอาดโชยพัดผ่านลมโกรกจนผ้าม่านโปร่งขยับไปตามแรงลม เตียงของเขาถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาว มันยับยู่ยี่ มีซากของกลีบดอกกุหลาบสีขาวร่วงหล่น



นิ้วของเขาไล้ไปตามกลีบดอกซึ่งยังไม่เหี่ยวแห้งดีนัก สัมผัสของมันนิ่ม ราวกับว่าได้ตายไปแล้ว



จีมินไม่ได้จดจำว่ามันเกิดอะไรขึ้นในความฝันที่แสนยาวนาน เพียง. ค้นพบว่า


ดวงดาวซึ่งได้ส่องประกายนำทางให้กับเขาได้โคจรห่างออกไปอีกแล้ว เมื่อแสงแรกของตะวันฉายฉาบยามรุ่งอรุณมาถึง




.




Chicago, 2005




“ลาก่อนนะ”



ในตอนนั้นเขาจำได้ตนเองไม่ได้ร้องไห้ แต่กลับพูดออกอย่างเก้ๆกังๆ ไม่ได้เรียบเรียงคำพูดสวยหรูในตอนที่ความสัมพันธ์กำลังจะจบลง จีมินรู้. รู้ดีว่าความสัมพันธ์ฉันท์คนรักกับเพศเดียวกันนั้นไม่ยืนยาวเท่าไร พวกเขาอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ในโรงเรียนไฮสคูลที่เขาและใครคนนั้นเติบโตมามีสังคมที่เปิดกว้าง แต่กลับไม่ใช่ในปลายทางที่ ‘ใคร’ อีกคนกำลังจะไป ห่างไกลกว่าสิบกว่าชั่วโมงก็คือระยะทาง สมัยนั้นไม่มีคาทก ไลน์ หรือว่าเฟซบุ๊ค พวกเขามีเพียงแค่อีเมลล์ ไม่มีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ



มีคนกล่าวไว้ว่าหากเรายังมีใจรักต่อกัน ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่อาจลบล้างมันได้



แต่พวกเขากลับเห็นต่าง



สนามบินโอแฮร์ในวันนี้ต่างกับทุกครั้งที่ผ่านมา จีมินมาส่งและรับคุณพ่อของเขาไปทำงานบ่อยๆ แต่การส่งคราวนี้กลับไปการไปเที่ยวเดียวโดยไม่ตีตั๋วกลับ ไม่มีกำหนดระยะเวลาว่าเมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายจะหวนกลับคืนมา



มัน. ช่างไกล เหลือเกิน



“ดูแลตัวเองด้วย” 



คนคนนั้นเอื้อมมือขาวซีดมาตบบ่าเขาไว้ระหว่างรอผู้ปกครองไปเช็คอิน พวกเขาไม่ได้พูด ไม่ได้รั้ง ไม่มีแผนการใด เพียงแต่อยากซึมซับช่วงวินาทีสุดท้ายที่จะได้เห็นหน้ากันชัดๆเท่านั้น



“นายก็เหมือนกัน”



นาทีนั้นที่เขาตัดสินใจคว้าดอกกุหลาบสีขาวเหี่ยวๆออกมาจากกระเป๋ายื่นมันให้อีกฝ่าย จีมินไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ถึงความหมายของมันหรือไม่



เขามองร่างของอีกฝ่ายและครอบครัวเดินเข้าไปในเกท คุณมินและคุณนายมินชักชวนให้เขาไปเยี่ยม อา แต่นั่นมันจะอีกนานแค่ไหนกันเชียว



มันเป็นเพียงความรักบริสุทธ์ของเด็กน้อยเท่านั้น เขารู้



แต่หากเพียงจะได้พบกันอีกครั้ง

ให้เราได้พบกันอีกครั้ง

เพียงแค่นาทีเดียว





Seoul, 2009




ช่วงปิดซัมเมอร์เขาตัดสินใจขอพ่อกับแม่มาเที่ยวที่เกาหลี ประเทศตามสัญชาติที่ถืออยู่แต่ไม่เคยได้เหยียบมันสักครั้ง ทุกอย่างดูแปลกไปหมดแม้จะสามารถพูดและอ่านภาษาเกาหลีได้อย่างคล่องแคล่ว 



ไม่รู้ว่าอะไรที่นำมาเขาให้มาทีนี่ อาจเพราะอากาศกับร้อนระอุของเดือนกรกฎา จีมินอ่านข่าวของสภาวะเรือนกระจกบ่อยๆ เขาว่าอากาศจะร้อนขึ้นทุกปีก็คิดไปถึงอีกเจ็ดหมื่นปีข้างหน้า อาจมีดาวอะไรบางอย่างเช่นอุกกาบาตพุ่งเข้าชนโลกให้ระเบิดกระจัดจายแตกเป็นเสี่ยงๆก็เป็นได้



เคยอ่านอยู่ในอินเทอร์เน็ต



ถึงตอนนั้นความรักอาจจะสูญพันธุ์ไปแล้วก็ได้นะ



สี่ปีที่ผ่านมาเขาผอมลงเล็กน้อยเพราะเล่นกีฬาทั้งที่ใจเคยนึกไม่ชอบ ผิวกลายเป็นสีน้ำผึ้งอ่อน มันดูแปลกตาในเมืองที่มีแต่คนผิวขาวเต็มไปหมด คิดแล้วก็นึกถึงใครบางคนที่ขาวจนเกือบกลืนไปกับหิมะ



“จีมิน... ทางนี้”



คนคนนั้นโบกมือให้เขาท่ามกลางผู้คนมากมาย อา... เขาเห็น ไม่ได้รีบร้อนวิ่งเข้าไปแต่ก้าวเดินอย่างมั่นคง ปลายทางของเขา สาเหตุของการมาเหยียบแผ่นดินเกาหลีได้อยู่ที่นี่แล้ว



มิน ยุนกิ




.




ยุนกิสูงขึ้น เมื่อก่อนอีกฝ่ายเตี้ยกว่าเขาอีกเขาจำได้ พวกเขาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา มันไม่มากนักเพราะระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านไปก็มีแต่เรื่องราวเดิมๆ จีมินเข้าเรียนที่โคลัมเบีย ยุนกิเองก็เรียนต่อที่มหาลัยแห่งชาติโซล ชีวิตของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก สิ่งแรกที่สะดุดตาก็คือการแต่งตัวที่พวกเขาเคยพูดกันว่า ‘เยอะ’ นั่นละ ทั้งแหวน กำไล น้ำหอม ยุนกิเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละกันแต่คนเราเองก็เปลี่ยนไปในทุกวันอยู่แล้ว



เขาใจสั่นเมื่ออีกฝ่ายโชว์รูปแฟนสาวในดูผ่านทางโทรศัพท์มือถือ



อย่างที่บอกว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้จบลงไปแล้วที่สนามบินโอแฮร์ แต่กลับมีเขาเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ลืม พวกเขาตกลงกันไว้ว่าจะเป็นเพื่อนดีที่ของกันและกันเพียงเท่านั้น



“นายกับแฟนสาวดูจะไปกันได้ดีนะ” ผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนในคณะ สวย เรียนเก่ง แล้วก็นิสัยดี



“อืม แล้วนายละ ไม่มีแฟนใหม่บ้างรึไง” ยุนกิถามเสียงนุ่ม จีมินส่ายหัว ตอบไปอย่างขบขัน



“ที่นั่นมีแต่สาวเนิร์ดๆไม่ใช่เสป็กฉันละ”



เขาไม่ได้เล่าต่อว่าอันที่จริงมีใครมากมายผ่านเข้ามา เพียงแต่รักแรกยังคงฝังอยู่ในหัวใจ จึงไม่อาจเปิดใจรับใครใหม่เข้ามาได้





2009.07.07



โซลเป็นเมืองที่มีสีสัน จีมินชอบ อากาศไม่ได้หนาวหรือร้อนจนเกินไปแม้ว่าเกือบจะเข้าช่วงที่ร้อนที่สุดของปี อีกฝ่ายพาเขาไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆราวกับเป็นไกด์ ทั้งที่อีกฝ่ายน่ะ... ยังใช้รถไฟใต้ดินถูกๆผิดๆอยู่เลยด้วยซ้ำ



“นี่มีนิทรรศการของหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าด้วยละ นายสนใจมั้ย” 



ยุนกิชี้ไปที่โปสเตอร์ซึ่งติดอยู่ที่ผนังของซับเวย์ มันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก



“นายไปถูกหรอ” เขายิ้ม



“ย๊า ฉันอาศัยอยู่ที่นี่มาสี่ปีแล้วนะ แค่นี้จะไปไม่ถูกได้ยังไง”



ต้องขอบคุณที่อีกฝ่ายมีความมานะอดทน พวกเขามาถึงในที่สุด ตัวนิทรรศการงานไม่ได้อลังการอะไรนักแต่คนก็เยอะใช้ได้ ส่วนใหญ่เป็นคู่รักที่มาดื่มด่ำกับงานศิลปะ



ชั่วครู่เมื่อทั้งคู่ได้มาถึงห้องชมวิดิโอเรื่องราวของตำนานความรัก จีมินเผลอกระชับมือที่จับกันไว้ไม่ให้หลงแน่น



“หือ?”



“เรื่องนี้... มันแอบคล้ายๆเรานะว่ามั้ย” เขาพูดมันออกไปในที่สุด ยุนกิไม่ได้ตอบ เพียงแค่ทำเสียงตอบรับในลำคอ สายตาไม่ละจากตัวการ์ตูนในหน้าจอใหญ่



จีมินเอาหัวพิงไปที่ไหล่ของอีกฝ่าย นึกพูดคำขอหนึ่งออกมาโดยไม่รู้ตัว



“ถ้า... ให้วันนี้ มันเป็นวันของเราสองคนจะได้มั้ย”



“ไม่ว่าต่อไปอีกหนึ่งปึ... สองปี... สิบปี ฉันน่ะ...”



เขาหลับตา และ.



“เข้าใจแล้ว” อีกฝ่ายตัดบทเขา ยกมือขึ้นมาลูบผมสีน้ำตาลของจีมินเบาๆ



พวกเขาไม่ได้มองตากันเพราะรู้ว่ามันคงจะอึดอัดใจ ยุนกิรู้ว่าความรักของพวกเขาจบลงไม่ใช่เพราะต่างฝ่ายหรือใครหมดรัก แต่เพราะในตอนนั้นทั้งคู่เติบโตพอที่จะเรียนรู้ว่าคนเราจำเป็นต้องละทิ้งบางอย่างเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า



แต่หากจีมินยังไม่สามารถก้าวเดินออกไปจากสนามบินในวันนั้น



เขาเอง ก็ไม่อาจจะทำใจเดินออกมาได้โดยลำพังเช่นกัน



มันกลายเป็นคำสัญญา.




.




2010.07.08




ห้องพักของโรงแรมคือสิ่งแรกที่จีมินเห็นเมื่อเขาลืมตาตื่น ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนต้องสะบัดไปมาเพื่อไล่อาการดังกล่าว เนื้อตัวของเขาเปลือยเปล่า



ยุนกิทำตามสัญญา



หากใครจะหาว่าบ้าเขาก็คงไม่ปฏิเสธ ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อวันวันเดียวในรอบปีก็มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่คงทำ มันเป็นปีแรกของคำสัญญาทำให้พวกเขาสับสน พวกเขาเพียงไปเที่ยวสวนสนุกกันทั้งวันเพื่อลืมสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ จากนั้นก็ไปนั่งดื่มที่บาร์ จบลงที่เตียงเหมือนสมัยที่พวกเขายังเรียนไฮสคูลด้วยกันเมื่อหลายปีที่แล้ว



นึกขอบคุณที่อีกฝ่ายปิดโทรศัพท์ในเวลาที่อยู่กับเขา เมื่อวานนี้เป็นวันของเขาจริงๆ



คิดอย่างนั้นแล้วก้อนสะอื้นก็จุกขึ้นมาในลำคอ ในห้องปราศจากสิ่งมีชีวิตอื่นในแล้วนอกจากเขา ยุนกิเองก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ ตัวเขาเองก็เช่นกัน



เหลือบมองไปที่โต๊ะข้างเตียง เห็นดอกกุหลาบสีขาวธรรมดาไม่ได้ถูกจัดช่ออะไรวางอยู่ทั้งหมดในใจของเขาก็พังครืน



หาก.




2011.07.07



จีมินนั่งท้าวคางรอยุนกิอยู่ในร้านกาแฟเก่าแก่ อีกฝ่ายบอกว่ามีปัญหาเรื่องงานทำให้อาจจะมาช้า ระหว่างนั้นเขาก็นึกถึงเรื่องในสมัยเด็กที่ไม่ได้คิดถึงมันมานานมากแล้ว ในตอนนั้นพวกเขายังเด็ก แต่ยุนกิที่โตมากับครอบครัวแบบเกาหลีดูจะโตกว่าคนอื่นๆมากทั้งที่อาศัยอยู่ในอเมริกา จะว่าอย่างไรดี... เขาเองก็ไม่ได้อยากคิดถึงมันมากหรอก แต่คงจะไม่แปลกใช่มั้ยหากคนเราจะนึกถึงช่วงเวลาดีๆเพื่อเรียกรอยยิ้ม 



ตอนนั้นพวกเขาก็เหมือนกับเด็กทั่วไป ยุนกิเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียน ส่วนจีมินไม่ชอบอะไรที่ต้องเสียเหงื่อ เขาถึงเป็นแค่สต๊าฟกองเชียร์เมื่อยุนกิจะต้องไปแข่งบาสรอบทัวร์นาเม้นท์กับโรงเรียนในเขตเดียวกัน



‘ทำหน้าเครียดไปหมดแล้ว’ เขาซับผ้าขนหนูลงกับหน้าขาวเบาๆ เมื่อผ่านครึ่งแรกไป ฝ่ายเรายังตามอยู่นิดหน่อย แต่กัปตันทีมกลับขมวดคิ้วแน่นเหมือนแพ้ไปแล้ว



‘จะไม่เครียดได้ไง ก็ฝ่ายนั้นมันโกงนี่’ เขากระซิบลอดไรฟัน ลูกทีมยังยิ้มกันได้อยู่ก็จริงแต่คนเป็นหัวหน้าอย่างเขาไม่มีทางปล่อยผ่านมันไปได้หรอก



‘กินน้ำก่อน’ ว่าแล้วก็ยื่นน้ำให้ ยุนกิรับมันมากรอกเข้าปากอั่กๆ



‘คิ้วขมวดไปหมดแล้วนะ’ จีมินเอื้อมนิ้วไปแตะที่ตรงกลางระหว่างคิ้วสองข้างที่ขมวดเป็นปม ออกแรงนวดอยู่หน่อยมันก็คลาย



ยุนกิถอนหายใจ



‘หน้าฉันมีแต่เหงื่อ สกปรก’ เขาเล่นบาสจนตัวเหนียวไปหมด



‘สกปรกตรงไหน’ จีมินยิ้มแล้วก็โผเข้ากอดเนื้อตัวเปียกเหงื่อนั่น ได้ยินเสียงลูกทีมโห่แซว แน่นอนว่าคนทั้งโรงเรียนรู้ดีกว่ากัปตันมินยุนกิมีเจ้าของแล้วเป็นคนชาติเดียวกันชื่อจีมิน



‘กัปตันไม่ได้เครียดหรอก จีมิน มันแค่แกล้งเครียดจะอ้อนนายเท่านั้นละ’



‘หุบปากไปเลยไมค์’



แม้จะพูดอย่างนั้นแต่หูของยุนกิก็แดงเถือก กระชับอ้อมกอดของจีมินให้แน่นขึ้น 



‘เหม็นนายอีก’



จีมินได้ยินอย่างนั้นก็เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ 



‘ไม่เหม็นหรอก สู้ๆนะกัปตัน ถ้าชนะเดี๋ยวจะมีรางวัลให้’ ขยิบตาแล้วก็ผละออกทันทีที่กรรมการส่งสัญญาณว่าครึ่งหลังกำลังจะเริ่ม



คงไม่ต้องสงสัยใช่มั้ย ว่าแมตช์วันนั้นกัปตันมินจะทุ่มเทให้มันมากขนาดไหน?




.



“ทะ... โทษที เจ้านายโยนงานให้อ่ะ”



ยุนกิในชุดสูทเดินแบกกระเป๋าโน๊ตบุ๊คเข้ามาในร้าน จีมินไม่ได้กล่าวต่อว่าอะไรเพราะรู้ดีเช่นกันว่าสังคมการทำงานมันไม่ง่าย แพลนที่ชวนอีกฝ่ายไปแม่น้ำฮันในวันนี้คงจะล่มไปแล้ว



“คิดมาก นี่ต้องทำงานต่อใช่มั้ย นายอยากจะกลับรึเปล่า”



สำหรับจีมิน แค่ได้เจออีกฝ่ายเพียงหนึ่งนาทีก็คุ้มค่ากับการนั่งเครื่องบินหลายชั่วโมงแล้ว 



ยุนกิส่ายหัว



“ไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าขอเคลียร์งานก่อนนะ แป๊บเดียวเท่านั้นละ”



แป๊บเดียวของยุนกิปาเข้าไปสามชั่วโมง จีมินไม่ได้เบื่อกับการที่จะต้องนั่งมองอีกฝ่ายซึ่งมุ่งความสนใจให้กับคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค ออกจะเพลินด้วยซ้ำเวลาที่ต้องคอยเอานิ้วไปแตะตรงหว่างคิ้วที่ขมวดแน่นจนเกือบเป็นปม



ยุนกิเป็นคนจริงจัง เขารู้ดี



เมื่อเวลาผ่านไป ยุนกิเอื้อมมือจะไปแตะแก้วกาแฟซึ่งเย็นชืดกลับพบว่ามีช็อคโกแลตร้อนมาวางแทนที่ ไออุ่นของมันยังคงอยู่



เมื่อเขาเงยหน้าผ่านกลุ่มควันจางก็เจอกับรอยยิ้มแมวๆของจีมิน



“กาแฟเกินสามแก้วจะทำให้ตาค้างนะ ยุนกิ”




2012.07.07



00.40



แม่น้ำฮันยามค่ำคืนเงียบสนิท รถเบนซ์สีดำของยุนกิกลืนไปกับความมืด หลังคาของมันเปิดออกรับอากาศด้านนอกในขณะที่คนสองคนเพียงแค่นั่งพิงกัน



หมดไปอีกหนึ่งวันแล้ว



ในความเงียบงัน



มันเป็นช่วงเวลาแสนสั้น เจ็ดปีผ่านไปแต่พวกเขาก็ยังอยู่ด้วยกัน



ในเวลานี้ จีมินนึกอยากหยุดเวลาเอาไว้เหลือเกิน



“นี่...” เขาส่งเสียงเรียกอีกคนที่ไม่ได้พูดอะไร



“ว่าไง...”



“นายเคยคิดเบื่อมั้ย กับการต้องมาทำอะไรไร้สาระแบบนี้” เขาหมายถึงวันนี้ วันที่เจ็ดของเดือนที่เจ็ด



“ไม่นะ ทำไมละ นายเบื่อที่จะบินมาหาฉันแล้วรึไง”มืออุ่นนั่นลูบผมเขาอย่างที่เขานึกชอบมันมาตลอด



“ถ้าบอกว่าเบื่อนายจะบินไปหาฉันรึไงเล่า”



“……………………….”



จีมินยิ้มขื่น



“ล้อเล่นน่า”



เขาจะนึกเบื่อช่วงเวลาที่รอคอยมันมาตลอดทั้งปีได้ยังไง? แม้การรอคอยจะเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับจีมิน แต่มันก็ยังนานอยู่ดี นานเหมือนเกือบจะเป็นทั้งชีวิตเลย



“ยุนกิ... ไม่ต้องเครียดกับเรื่องของฉันหรอกนะ”



“แต่ถ้าฉันไม่สามารถก้าวออกไปจากตรงนี้ได้ตลอดไป”



ในตอนนั้นที่น้ำตาของเขาไหล



“ก็ช่วยอยู่กับฉัน... เถอะนะ”



มันเป็นคำขอที่เห็นแก่ตัว แต่แค่วันนี้...วันเดียวเท่านั้นที่เขาจะถามถึงปาฏิหารย์






2013.07.07




ยุนกิยังคบกับแฟนสาวคนเดิมในขณะที่จีมินเพิ่งทำใจกล้าเอารูปผู้ชายที่เดทด้วยให้ดูผ่านสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด กลิ่นหอมอ่อนๆของกาแฟทำให้ทั้งคู่รู้สึกผ่อนคลายกว่าทุกครั้ง ปีนี้พวกเขาเติบโตขึ้นไปอีกหนึ่งขึ้น ยุนกิทำงานแล้ว ส่วนจีมินเองก็เพิ่งทำเรื่องจบโทไปไม่นานมานี้และจะกลับไปเริ่มงานที่อเมริกาในสัปดาห์หน้า



“แล้วเขาเป็นคนดีรึเปล่า” ยุนกิถามเสียงนุ่มขณะที่เล่นกับเส้นผมของจีมิน จีมินพยักหน้า



“ก็ดีแหละ... มั้ง”



“ทำไมมีมั้ง”



“ไม่รู้สิ เพิ่งจะรู้จักกันเองด้วยละ” นอกจากจะทำเรื่องจบแล้วยุนกิยังจะต้องเข้ากรมอีก ดังนั้นปีหน้าจีมินคงจะไม่ได้มาเหยียบแผ่นดินเกาหลี 



พวกเขาไม่ได้ถามหรือพูดคุยกันในเรื่องเก่าๆ หากความทรงจำในตอนนั้นมันสวยงามดีอยู่แล้วก็ควรจะปล่อยมันไว้ ไม่นำมาคิดให้ขุ่นมัวหรือหมองเศร้าอีก



“เขา...เป็นคนดีจริงๆใช่มั้ย” วินาทีนั้นลำคอของยุนกิแห้งผาก น้ำเสียงนั้นกล่าวออกมาอย่างลังเล วินาทีเดียวกันกับที่จีมินอ้าปาก อยากจะสารภาพบางอย่างในใจออกไป แต่



“อืม...”



ในใจของเขาร้องไห้ แต่การปากที่พร่ำคำโป้ปดออกมากลับทำหน้าที่ได้ดีเหลือเกิน



“เขาเป็นคนดี”



เมื่อร่างโปร่งในชุดแจ็กเกตยีนส์เดินออกไป จีมินก็ถอนหายใจยาว มองรูปตัวเองกับชายในโทรศัพท์


เดทหรอ เดทที่ไหนกัน



เขากดลบรูปนั้นทิ้ง คนในรูปเป็นเพียงแค่เพื่อนเท่านั้น



แต่มันคงจะดีกว่า หากยุนกิจะรับรู้ว่าเขามีใครแล้ว รับรู้และเข้าใจว่าเขาไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องเป็นกังวลในเรื่องของเขา 



หากในตอนนั้นเขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยในเรื่องของคำสัญญา



แล้วเราทั้งคู่ในตอนนี้... จะเป็นอย่างไรกันนะ



.




เราทั้งคู่เป็นเด็กหนุ่มเอเชียเพียงคู่เดียวในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยฝรั่งหัวทองและคนผิวสี เปล่า จีมินไม่ได้เหยียด เพียงแต่มันยากเมื่อคุณเติบโตมาในครอบครัวแบบเอเชีย ที่ต้องปรับตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก 



มิน ยุนกิในวัยเด็กเป็นเด็กหนุ่มใจกล้า กล้าในที่นี้หมายถึงกล้าได้กล้าเสีย รักการสังสรรค์ เล่นกีฬา เปรียบเสมือนดวงดาวที่เจิดจรัส หน้าตาของเขาโดดเด่น แถมนิสัยบ้าๆนั่นทำให้หญิงสาวเกือบค่อนโรงเรียนยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเพื่อให้ได้เป็นคู่เดทในงานพรอมและอ่า... คนคนนั้นกลายมาเป็นของจีมิน



“เจ็บมั้ย”



พวกเรามีเซ็กส์กันครั้งแรกตอนอายุสิบหก เปล่า มันเป็นใช่ความใคร่แต่เป็นเพียงความอยากรู้อยากลอง ครอบครัวของยุนกิไปพักร้อนที่เวกัสทำให้สุดสัปดาห์นี้ช่างเป็นใจเหลือเกิน จีมินเจ็บจนแทบบ้าในตอนแรก พวกเขาทำมันอย่างเงอะงะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องใช้เจลหล่อลื่น ถุงยางถูกเปิดใช้ไปสองซองและยุนกิอ่อนโยนมากจนเขาร้องไห้ออกมา



“อือ... แต่ไม่เป็นไร นายโอเคนะ” เขาตอบกลับไป



“โอเค... ไม่ อ่า... นี่มันวิเศษที่สุดและเป็นเพราะนั่นคือนาย”



ยุนกิโอบร่างของจีมินซึ่งชื้นเหงื่อให้เข้ามาในอ้อมแขนของเขาเบาๆเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายกระกบกระเทือนถึงช่วงล่าง ด้วยตัวที่เท่าๆกันทำให้เขาหอมจีมินได้ถนัดขึ้นที่ผมสีน้ำตาลของจีมิน



ตอนนั้นพวกเราไม่ได้แบ่งกันด้วยซ้ำว่าใครจะเป็นรุกหรือจะเป็นรับ พวกเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนแต่เพราะยุนกิจำเป็นต้องเล่นบาส ทำให้จีมินตัดสินใจอย่างไม่ลังเลเลยว่าจะเป็นฝ่าย อ่า... ยอม


“ขอบคุณนะ จีมิน”



ยุนกิรักจีมินเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นดวงตา ริมฝีปาก แก้มอูมๆ ผม กระดูกที่นูนขึ้นตรงช่วงบ่า มันดีไปหมดเมื่อพวกเขามีกันและกัน


จีมินเหลือบตามองคนรักของเขา



มินยุนกิที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่หาเป็นของเขา ทั้งที่เขาเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนนึง 



“เป็นอะไร”



“ฉันไม่มีนมบึ้มๆเหมือนซูซานและขาเรียวเหมือนเคท” เขากล่าวถึงเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนที่เป็นแฟนคลับของยุนกิ



“ฉันอ่า... ไม่รู้เลยว่านายชอบฉันที่ตรงไหน”



ยุนกิฟังแล้วก็ยิ้ม



จีมินคิดมากและมักใส่ใจในความชอบของผู้อื่นอยู่เสมอ ความอ่อนโยนนั้นทำให้ยุนกิรักจีมิน ท่ามกลางหญิงสาวนับร้อยพันที่เป็นสีแดง หากเปรียบกับดอกไม้ก็คงจะเป็นดอกกุหลาบสีแดง และจีมินคือสีขาว ดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งล้ำค่ากว่าดอกไม้ใด



“เพราะนายเป็นแบบนี้ละมั้ง”



จีมินอ้าปากจะถามคำถาม แต่ยุนกิกลับโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากอิ่มไม่ให้เอื้อนเอ่ยคำใด



นั่นคือความหมาย




2014.07.07




ทั้งที่คิดว่าจะไม่กลับมา แต่เขาก็กลับมา



ยุนกิไม่รู้ เขาแน่ใจ



อีกฝ่ายกำลังรับใช้ชาติอยู่ในรั้วโง่ๆนั่นและกฎก็ถูกเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม เขารู้... รู้ก่อนที่จะมาถึงหน้ารั้วสังกัดที่จำได้ขึ้นใจว่าอีกฝ่ายเข้าไปอบรม



อีกปีหนึ่งได้ผ่านพ้นไปแล้ว



แต่ตัวของเขายังคงติดอยู่กับปฏิทินหน้าเดิม แม้ว่ามันจะถูกพลิกไปหลายต่อหลายครั้ง



แลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก



อีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรบ้างนะ จะอยู่ดี กินได้ นอนหลับหรือไม่ ยุนกิเป็นพวกหัวสมัยใหม่ที่ไม่ถูกกับระบบโซตัส เขารู้ แต่ในสถานที่ที่มีกฎแบบนั้นอยู่เต็มไปหมด เขานึกห่วงเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะใช้ชีวิตอย่างไร



อาจเพราะช่วงเวลาที่รักกันมันเนิ่นนานกว่าช่วงเวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน



เขาถึงไม่อาจตัดใจได้



สักที.



“คุณครับ มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้” 



คนถามทำหน้าตกใจเมื่อจีมินหันไปพร้อมกับน้ำตา



“ปะ... เปล่าครับ ผมแค่คิดถึงเพื่อน”



“อ่า... เพื่อนของคุณสังกัดอยู่หน่วยนี้อย่างนั้นหรอ” ชายในชุดทหารถอนหายใจ ไม่แปลก และบ่อยครั้งที่จะมีหญิงสาวมายืนร้องไห้อยู่ที่นี่ เพียงแต่คราวนี้เปลี่ยนเป็นชายร่างเล็กคนนี้



“ครับ...” ในมือของเขามีเพียงดอกกุหลาบสีขาว 



“คุณดู...เศร้ามากเลย”



“นิดหน่อยน่ะครับ ผมทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ มีเพียงแค่ช่วงนี้ถึงจะได้มาเยี่ยม แต่ปีนี้ยุนกิ... อ่า ผมหมายถึงเพื่อนผมเขาเข้ากรม ปีหน้าก็ไม่รู้ว่าจะได้มาเจอกันมั้ย เลยอดเศร้าใจไม่ได้”



นายทหารตรงหน้าทำหน้านิ่งไป “ยุนกิ... ใช่ มิน ยุนกิที่ตัวขาวๆหน่อยรึเปล่าครับ”



ดวงตาของจีมินเปล่งประกายเมื่อได้ยินคำนั้น “ใช่... ใช่ครับ เขาสบายดีมั้ย คุณเป็นเพื่อนของเขาหรอครับ”



อีกฝ่ายยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็พบว่าเหลือเวลาอีกนิดหน่อยก่อนจะต้องกลับเข้าตึก



“ครับ... เราอยู่หน่วยเดียวกัน หมอนั่นก็สบายดีนะ มีช่วงนึงซึมๆไปเพราะเลิกกับแฟน แต่ก็ อ่า... นั่นละ ใครๆก็เลิกกับแฟนช่วงเข้ากรมนี่นะ”



ในใจของเขาวูบไหวเมื่อได้ยินคำนั้น



“เลิกกับแฟนหรอครับ”



“อืม... ผมเองก็ไม่ได้ถามอะไรหรอก แต่เห็นมันบอกว่าอีกฝ่ายเขียนจดหมายมาบอกเลิก โคตรเศร้าเลย คุณว่ามั้ยละ? ว่าแต่ คุณชื่ออะไรครับ ผมชื่อซึงโฮ ยูซึงโฮ” ทหารคนนั้นถามแล้วก็ยื่นมือออกมาตามมารยาทสากล



จีมินทำหน้าเหรอหรา เอื้อมมือไปจับมือที่สากแล้วก็คิดว่ามือของยุนกิจะสากแบบนี้หรือไม่



“จีมินครับ ปาร์ค จีมิน”



“ผมจะต้องเข้าไปแล้ว แต่... อ่า คุณจะฝากจดหมายหรืออะไรเข้าไปมั้ยละ แต่อย่าบอกใครนะว่าผมแอบ มันผิดวินัยน่ะ” ซึงโฮขยิบตาให้เขา จังหวะนั้นที่จีมินส่งจดหมายในมือให้กับอีกฝ่าย เขาไม่ได้ให้ดอกกุหลาบสีขาวดอกนั้น เพราะมันใหญ่เกินกว่าจะซ่อน



“ขะ... ขอบคุณมากนะครับ”



เขาโค้งเก้าสิบองศาให้อีกฝ่ายจนซึงโฮหัวเราะ 



“ไม่เป็นไรหรอกครับ หมอนั่นเอง... ก็ช่วยผมไว้เยอะเหมือนกัน”




จีมินโบกมือลาพลทหารที่เดินหายลับเข้าไปในรั้วโง่ๆ ได้ยินว่ายุนกิสบายใจก็รู้สึกโล่งใจจนน้ำตาคลอ






ยุนกิเองก็เติบโตไปอีกขั้นแล้ว




คืนนั้นเขาเจอกับยุนกิในความฝัน อีกฝ่ายอยู่ในชุดทหารเต็มยศดูตลกไม่น้อย จีมินรู้ว่ามันเป็นความฝัน แต่ก็นึกขอบคุณ เขาไม่ได้ฝันถึงอีกฝ่ายมานานแล้ว 



เมื่อลืมตาตื่น ก็พบว่าตัวเองกำก้านสีเขียวของดอกไม้ไว้แน่น นิ้วเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่หางตาด้านซ้าย



ในช่วงเวลาอันแสนสั้น หัวใจของเขาก็ส่องประกายขึ้นอีกครั้ง .



.




2014.07.08



“เป็นไงบ้างวะ กลับบ้านไปวันเดียวหน้าตาดูดีขึ้นนี่” ยุนกิเอ่ยทักเพื่อนพลทหารของเขาเมื่อมันเดินเข้ามาในห้องพัก



“ก็ดีแหละ” ซึงโฮหยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิดและกรอกเข้าปากอย่างกระหาย ช่วงเวลาที่ขยับตัวก็รู้สึกว่ามีเสียงกรอบแกรบผ่านเสื้อผ้าที่เสียดสีกัน



“เอ้อ ยุนกิ นี่ของมึง” ว่าแล้วก็ล้วงมือเข้าไปในเสื้อสีเขียวลายพราง หยิบจดหมายที่ยับนิดหน่อยออกมา



“จดหมาย?”



“อือ... ว่าจะให้ตั้งแต่เมื่อวานแต่ลืม ว่าแต่ มีเพื่อนน่ารักแบบนั้นไม่เห็นบอกเลยนา”



เขาทำหน้างง “เพื่อน? เพื่อนคนไหน”



“ก็คนที่ตัวเล็กๆผมสีส้มไง คุณจีมินอ่ะ”



จีมิน?



“เมื่อวานตอนจะกลับเข้ามาเจอเขายืนร้องไห้อยู่ตรงรั้ว น่าสงสารชิบหาย คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าเป็นเพื่อนมึงไง นี่... ถ้าเราปลดประจำการแล้วแนะนำให้หน่อยสิ” ศอกไปที่ช่วงเอวของเพื่อนแล้วก็ขำ



“จีมินมาหรอ?” เขาพูดออกมาอย่างตกใจ ก็ไหนจีมินบอกว่า...



“มึงจะตกใจอะไร แฟนก็ไม่ใช่ เออ ตอนแรกเขามีดอกกุหลาบสีขาวมาด้วย เดี๋ยวนี้ผู้ชายเขา....”



มือที่รับจดหมายมารีบเปิดซองขาวหาข้อความด้านในทันทีโดยไม่ฟังเสียงใดๆต่อไป คำว่า ‘กุหลาบสีขาว’ มันทำให้เขารู้หมดทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้น



ที่นี่มันไม่ใช่ใกล้ๆจากโซลเลย แล้วจีมินมาได้ยังไง? นั่งรถมางั้นหรือ? แล้วขากลับเย็นขนาดนั้นจะมีรถกลับโซลหรอ ถ้าไม่มีแล้วคนตัวเล็กจะทำยังไงกัน?



ความวุ่นวายใจตีขึ้นมา



‘ยุนกิ... ฉัน... ไม่รู้ว่านายจะได้จดหมายโง่ๆนี่มั้ย แต่ ฉันก็มาแล้ว มาถึงหน้าประตูรั้วคือความตั้งใจของฉันเอง ฉันมีหลายอย่างที่อยากจะบอกนาย ยุนกิอ่า... ขอโทษที่โกหก ฉันไม่เคยมีใครเลย นับตั้งแต่วันที่เราเลิกกัน ผู้ชายคนนั้นในโทรศัพท์ฉัน เราเป็นแค่เพื่อนกัน และฉันไม่เคยลืมนายได้เลย ขอโทษ ขอโทษ....’



ลายมือภาษาเกาหลีของจีมินบิดเบี้ยวเหมือนลายมือของเด็กอนุบาล แต่นั่นก็ทำให้น้ำตาของยุนกิรื้นขึ้น



มันคือคำตอบ ของช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา



“นี่... มึงฟังอยู่รึเปล่า สรุปคุณจีมินน่ะ โสดมั้ย!?’



ปากของยุนกิมันขยับไปโดยไม่รู้ตัว



“ไม่... ไม่โสดเว้ย อย่าแม้แต่จะคิดเชียวไอ้เหี้ย”




.




2015.07.07




มันเป็นปีแรกที่เขาไม่ได้กลับเกาหลี เขารู้ว่ายุนกิยังคงไม่ปลดประจำการ



วันนี้เขาเดินผ่านย่านของคนญี่ปุ่น มันมีเทศกาลหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า ไม้ไผ่ซึ่งเป็นสิ่งหายากถูกนำมาประดับพร้อมกับมีแผ่นกระดาษหลากสีให้เขียนคำอธิษฐาน จีมินเห็นชาวเอเชียหัวดำเดินกันก็อดยิ้มออกมาไม่ได้



‘อธิษฐานต่อดวงดาว’



อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปตามเส้นทางที่ถูกจัดอย่างสวยงาม เขาหยอดเงินเข้าไปในกล่องบริจาค ก่อนจะรับกระดาษสีมา เขียนคำอธิษฐานของตัวเองลงไปบ้าง



‘ขอให้ยุนกิสุขภาพแข็งแรง มีความสุข แล้วก็ปลอดภัย’



จีมินคิดว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้น




.



ยุนกิยืนชะเง้อมองหาใครบางคนที่หน้ากรม... อันที่จริงวันนี้ไม่ใช่เวรของเขา แต่เขากลับขอแลกมันเพื่อที่จะได้เห็นแค่เงาของคนคนนั้น



เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะมา จีมินไม่ได้เขียนไว้ในจดหมาย เขาเองก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายมาเหมือนกันเพราะเส้นทางมันค่อนข้างทุรกันดาน แต่... อีกเสี้ยวหนึ่งก็มีความหวัง



ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น แต่จีมินก็ยังไม่มา



อีกฝ่ายจะลืมคำสัญญานั้นไปแล้วหรือไม่



จะพบรักกับใครคนอื่นไปแล้วหรือเปล่า



เขาไม่รู้เลย...




.



ปีที่แล้วจีมินได้แต่ยืนร้องไห้อยู่ที่นอกรั้ว ส่วนในปีนี้ เป็นยุนกิเองที่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการรอคอยแล้วถึงรู้ว่ามันยากลำบากเพียงใด



ในมือขาวนั้นมีดอกกุหลาบสีขาวแห้งๆอยู่



มันเป็นเหมือนตัวแทนของคำสัญญา.





.




2016.07.07







23.45


ยุนกินั่งอยู่ในรถเปิดประทุนรุ่นใหม่ของตัวเอง สีของมันเป็นสีขาวปลอดเหมือนหิมะ



จีมินหายไป



เขาถอนหายใจ



มันคงไม่แปลกหากจีมินจะลืมเขาไปแล้ว แต่ในปีนี้เหลือเพียงยุนกิที่รออยู่ ในตอนเช้าเขาไปที่ร้านกาแฟเจ้าประจำตั้งแต่เจ็ดโมง แน่นอนว่าเขาลางานเพื่อมัน แต่ก็ไร้วี่แววของจีมิน ยุนกิพยายามคิดในแง่ดีว่าอีกฝ่ายอาจจะเกิดปัญหากับไฟลท์บิน แต่เมื่อเช็คแล้วก็พบว่าไม่มีไฟลท์ไหนที่ล่าช้า



เขารอจนถึงห้าโมง ถึงได้ขับรถมาที่นี่



จีมินเคยถามเขาว่าเบื่อมั้ย



ในตอนนั้นเขาไม่ได้ตอบ แต่อยากบอกออกไปเหลือเกินว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เขารักที่สุดในรอบปี หากจีมินรอคอยมันอย่างใจจดใจจ่อ ก็เป็นเขาเองที่กระวนกระวายไม่แพ้กัน



มองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือก็พบว่าจะเที่ยงคืนแล้ว



ปีนี้... จีมินเองก็คงไม่มา



จีมินที่อยู่เคียงข้างและรอคอยเขาเสมอ



ยุนกิรู้



ความรักในวัยเด็กกลายเป็นรอยจารจารึกอยู่ราวกับรอยสักที่ไม่มีวันลบออก



หากจะมีสักวันที่จีมินคิดจะกลับมา ยุนกิก็คิดแล้วว่าเขาจะรอ



จะรอ...จนกว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง





พอคิดถึงตอนนั้นฝนก็เริ่มเทลงมา ยุนกิกดรีโมทให้มัหลังคารถเลื่อนปิด ในขณะที่เขาสตาร์ท ถอยรถออกมาไฟหน้ารถก็ส่องไปเจอสิ่งแปลกปลอมซึ่งวิ่งมาเกือบจะตัดหน้ารถ



ปรี๊นนนนนนนนนนนนนน



!



เขาหรี่ตาลง หัวใจเต้นระรัวเมื่อคิดว่าเกือบขับรถชนคน



ที่ด้านนอก ใครบางคนยืนตากฝนเปียกปอน เขาไม่มีร่ม สวมฮู้ดสีน้ำเงิน คนคนนั้นยืนหอบเหนื่อยท่ามกลางสายฝน และเพียงเท่านั้นยุนกิก็รู้ มือขาวเปิดประตูรถ



เขาโผเข้ากอดร่างนั้นทั้งที่เสื้อสูทเนื้อดีเปียกไปแล้วครึ่งหนึ่ง



“ขอโทษ... ฉันตกเครื่อง นี่เป็นไฟลท์ที่เร็วที่สุดแล้วจริงๆ”



จีมินกระวนกระวาย เขาไม่ได้เปิดเช็คเมล์ว่าไฟลท์มีการเปลี่ยนแปลงเวลา มาถึงสนามบินก็พบว่าตัวเองตกเครื่อง ไฟลท์อื่นๆก็เต็มหมด เขานั่งรออยู่ในหน้าเคาท์เตอร์อย่างหมดความหวัง สองชั่วโมงต่อมาถึงโชคดีที่มีคุณป้าแก่ๆคนนึงแคนเซิลทำให้จีมินได้รับสิทธิ์นั้น ทันทีที่เครื่องลงมาถึง จีมินไม่ได้สนใจกระเป๋าที่โหลดมา เขาทิ้งมันไว้อย่างนั้นแล้วก็บึ่งมาที่นี่



“ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร”



ยุนกิกอดปลอบ เสียงของจีมินสั่นเครือ จีมินคงจะหนาวมาก



“ขอโทษ...”



“ขอโทษที่รักนายมาตลอด ขอโทษที่ตัดใจไม่ได้ ขอโทษที่...”




ยุนกิก้มลงจูบที่ริมฝีปากเย็นชืด เขาเห็นใบหน้าของจีมินจากไฟหน้ารถ ดวงตาของอีกฝ่ายบวมช้ำ คิดว่าตลอดการเดินทางที่ผ่านมาจีมินคงจะไม่ได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อย



“ชู่ว...ไม่ต้องพูดแล้ว”



“แต่...”



“ฉันรู้”



ยุนกิประคองให้ร่างบางนั้นเข้ามาในรถของเขา ไม่สนใจว่าน้ำฝนจะเปียกเลอะเบาะแพงๆนั่น



จีมินมองหน้ายุนกิซึ่งไม่ได้ขยับเขยื้อนไปที่ไหน แต่กลับจ้องมองมาที่เขาเช่นเดียวกัน



“พอแล้วมั้ย... จีมิน ทำไมต้องเหนื่อยขนาดนี้” ยุนกิเกลี่ยน้ำตาที่หางตาข้างซ้าย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมจีมินต้องพาตัวเองมาไกลถึงเกาหลีใต้เพียงเพราะคำสัญญา



จนวันนี้ของเมื่อปีที่แล้ว



“ฉันไม่ได้เหนื่อย”



เขาตอบ ทั้งที่ความจริงเขาเหนื่อย เหนื่อยมาก



“นายเหนื่อย”



“นายพูดเหมือนไม่อยากจะเจอกันอีกแล้ว”



นั่นเป็นสิ่งที่เขากลัว กลัวมาตลอด



“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”



“แล้วนายหมายความว่ายังไง”



จีมินไม่ได้คิดว่าเราจะมีกันไปตลอดชีวิต แต่. เขาหมายถึงแค่อยากจะรักษาความทรงจำที่สวยงามระหว่างทั้งคู่ไว้ เขารู้ว่าในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้วันที่แปดของเดือนเจ็ดก็จะมาถึง และพวกเขาก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตปกติอย่างที่เคยเป็น



หรือเขาควรจะหยุดมันไว้ที่ตรงนี้



ยุนกิไร้คำพูด



เขามีหลายร้อยคำที่อยากจะพูดมันออกไป แต่มันยากเหลือเกิน 



“พูดสิ ยุนกิ”



“ชู่ว....” ดึงร่างของจีมินเข้ามาในอ้อมกอด จีมินเริ่มที่จะร้องไห้อีกครั้งและยุนกิไม่เคยนึกชอบมันเลย คนตรงหน้าจะต้องร้องไห้เพราะเขากี่ครั้งแล้ว



“นี่... รู้มั้ย มัน... อธิบายยากนะ” เสียงของเขาเองก็เริ่มสั่น



“แต่มันจะช้าไปมั้ย ถ้าฉันอยากให้เรากลับมารักกัน”



“………………………….” จีมินนิ่งไป



“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ หมายถึงอย่างนั้นจริงๆ”



“จีมิน เราสองคนอายุมากแล้วนายว่ามั้ย มันคงถึงเวลาแล้วมั้ง ที่เราควรจะอยู่ด้วยกัน ฉันหมายถึง ถ้านายอยากจะมาอยู่ด้วยกัน...”



“เลิกบินไปบินมา คำสัญญาของวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด เรายกเลิกมันไปดีมั้ย”



“ให้เราสองคน ตื่นมาเจอหน้ากันในเช้าวันที่แปด... ดีมั้ยจีมิน”




ตี๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด



00.00



2016.07.08




เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาถึงแล้ว จีมินเงยหน้าขึ้นและยุนกิก็เห็นรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดในชีวิตของเขา




และต่อจากนี้ จีมินจะไม่ต้องร้องไห้อีกแล้วเมื่อเช้าวันที่แปดเดือดเจ็ดมาถึง







END




Talk; 





เพราะว่าเป็นฟิคลำดับที่เจ็ด (โห ลงฟิคมาเจ็ดเรื่องแล้วนะนี่) เลยเอาลงก่อนค่ะ ฮืออออ ขอโทษร้อยครั้ง 

เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงของเรดเวลเวทค่ะ เพลงดีมากเลย 

ปั่นวิวไปเรื่อยๆก็ได้ออกมาเป็นเรื่องเลย (บ้าจริงพี่ชาย)


ไม่สอบแล้วสิน้าาาา ฮือออออออออ


ลองไปค้นการตีความเพลงนี้ได้ในแท็ก #OneOfTheseNight ค่ะ

เราว่าเป็นเพลงที่ซับซ้อนมาก การคัมแบคด้วยเพลงบัลลาด (แม้จะเคลมว่าเป็น R&B ก็เถอะ)

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เพราะมากจริงๆ ทั้งอัลบัมเลยไม่ได้โฆษณานะ T_____T


ชอบมากขนาดไหนอีกสองเพลงในบัมนี้ก็มาเป็นฟิคได้อีกอ่ะค่ะ

(แค่ยังไม่ได้เอามาลงแค่นั้นเอง...)


คงไม่อธิบายอะไรมากนะคะ เพลงนี้มันฟุ้ง เราก็ฟุ้ง จีมินในเรื่องก็ฟุ้ง

บ้ากันหมดเลย แต่ถ้าสงสัยอะไรถามได้เลยค่ะ @kolevf


ยินดีตอบทุกคำถาม ส่วนใครจะตีความอะไรยังไงเราให้อิสระเต็มที่เลย

เราใส่ความคิดตัวเองลงไปเยอะมากๆ ถ้าอ่านความคิดจีมินดีๆนะ #อ่าวสปอยอีก


มีหลายคนตีความเพลงนี้ไว้หลายแบบค่ะ ถึงข้อสรุปออกมาจะเป็นเรือเซวอล

แต่เรากลับชอบคอนเซ็ปวันที่ 7 เดือน 7 มากเลยออกมาเป็นงี้


เราเพิ่งรู้ว่าหลายเรื่องเป็นแนว Angst แต่ไม่เคยเขียนไว้เลย ขอโทษสิบห้าล้านครั้งค่ะ

เรื่องนี้ใส่ไว้แล้วพร้อมจำนวนคำ55555555555


สอบวันอาทิตย์นี้ไม่อ่านหนังสืออีกบายยยยยย



รักทุกคนเหมือนเดิมมมม ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ดีๆนะคะ :)

ทั้งในแท็ก #luvstoryoonmin ก็ขอบคุณมากๆเลยค่ะ อ่านทุกข้อความแล้วน้า


สำหรับเรื่องนี้ ใครอ่านแล้วคิดอะไรเม้นบอกได้เลยค่า อยากรู้จริงๆว่ามีใครคิดตรงกับเรามั้ย 555 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

2,913 ความคิดเห็น

  1. #2704 Yukime3424 (@SakawaraKeyjung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 18:54
    มันดีมากจริงๆค่าน้ำตามันไหลออกมา
    #2704
    0
  2. #2442 hugegirl (@hugegirl) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 13:26
    นึกว่าจะจบแบบเศร้ามากๆ น้ำตาไหลเกือบทั้งเรื่องเลย จีมินแสนดีมาก ชอบในความทานาบาตะ พบกันแค่นาทีใน 1 ปีก็เพียงพอ ฉากที่จีมินยืนร้องไห้อยู่หน้ากรมซึ้งมากๆ ฉากที่ตกเครื่องแล้วรีบมาหาทั้งที่ไม่ได้เอากระเป๋าก็รู้สึกโกรธที่หนูจีมคนดีของแม่ทุ่มเทให้เค้ามาก จนไม่ดูแลตัวเอง TTTTTTT นึกว่าจะจบเศร้าซะแล้ว ฮืออ
    #2442
    0
  3. #2305 MayKamon (@may-kamon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 14:27

    มีความเศร้ามากมายแต่ก็แฮปปี้ในตอนสุดท้าย

    #2305
    0
  4. #2290 twynse (@twynse) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:24
    น้ำตาไหลอีกแล้ว ไร้ท์สื่อสารออกมาได้ลึกซึ้งมากอะ เค้าอินจนไม่รู้จะอินยังไงแล้ว แง้
    #2290
    0
  5. #2148 AH-EYEZ (@parichatpopeye) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:16
    โอ้ย ภูมิใจในตัวเรดเวลเวทที่มีคนถ่ายทอดมาได้ดีขนาดเน้
    #2148
    0
  6. #2147 AH-EYEZ (@parichatpopeye) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:16
    โอ้ย ภูมิใจในตัวเรดเวลเวทที่มีคนถ่ายทอดมาได้ดีขนาดเน่
    #2147
    0
  7. #1984 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 00:19
    มันหน่วงอ่ะ แต่จบแบบละมุน
    ชอบอ่ะ
    #1984
    0
  8. #1862 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 00:24
    เราเข้าใจจีมินนะ ยุนกิเป็นอะไรหลายๆอย่าง รักครั้งแรก มันมีความหมายมากๆอ่ะ
    สำหรับตัวจีมินเองแล้ว ต่างฝ่ายต่างเติบโตขึ้นทำให้รู้ว่าความรักบางทีมันไม่ใช่แค่เรื่องคนสองคน
    ไหนจะวัฒนธรรมนู้นนี่นั่นสังคมที่อยู่อีกกับยุนกิคงวุ่นอยู่กับชีวีตทำงานเหมือนกับตัวเอง 
    แค่เสี้ยวนึงที่ให้มาแค่นั้นก็ดีใจมากๆแล้วใช่ไหม เวลาหนึ่งวันมันผ่านไปเร็วเวลาเรามีความสุข
    แต่เวลาของการรอคอยมันทรมาน เหมือนจะบีบหัวใจออกมาให้เป็นเสี่ยงๆ แต่สุดท้ายก็กลับมา
    เต้นเป็นจังหวะเดิมกับคนเดิม คนเดียว กับผู้ชายชื่อมินยุนกิเนี่ย บางครั้งเวลามันก็เป็นสิ่งสำคัญ
    รวมถึงคำสัญญาด้วย จีมินตื่นมาก็ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ :)
    #1862
    0
  9. #1817 monkeyp. (@any_praew) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 18:57
    หน่วงมาตั้งหลายปี  ดีใจที่จบแบบแฮปปี้
    #1817
    0
  10. #954 Bminepoy (@Poyb2uty) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 16:04
    จีมินทำให้รู้ ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคเลยสักนิด
    #954
    0
  11. #689 jimin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 14:21
    เหมือนเคยอ่านมังคล้ายๆแนวนี้เลยค่ะ

    แบบปีหนึ่งเจอกันครั้งนึง



    แต่รู้สึกแจ๊คพ็อตมากเมื่ออ่านมาถึง

    ตอนที่เขามีอะไรกันครั้งแรกอายุ 16...

    ฮืออออออออออ



    ความรักมันก่อเกิดมานานมากแล้วสินะคะ

    ต่อให้ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อเจอกันไม่กี่นาทีก็ยอม TT



    พี่กินี่ไม่ใจเลย รอให้แต่จีมินมาหาฝ่ายเดียว

    ถ้าจีมินไม่ได้ตกเครื่อง แต่ตั้งใจไม่มาจริงๆนี่เลาจะร้องห้ายยยยย

    ฮือออออออออออ

    รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง ไม่แพ้แม้เธอจะมีแฟนแล้ว

    รอเธอเลิกกันค่ะ 55555555555555
    #689
    0
  12. #675 aqmrtm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 15:53
    T_T ตอนแรก ไม่ได้คาดหวังแล้วค่ะว่าจะจบแบบนี้ คือไม่คิดว่าเค้าจะกลับมารักกันน่ะ เรารู้สึกยึดติดกับคำที่บอกว่าต่างคนต่างมีทางเดิน เราเองก็ไม่แน่ใจว่าจะมีแต่จีมินหรือเปล่าที่พร้อมจะปล่อยทุกอย่างแล้วมาหายุนกิ ที่ยังมาแค่วันนี้วันเดียวก็เพราะขอยุนกิเอาไว้ ขอแค่นี้ แค่วันเดียวเท่านั้น เรานับถือหัวใจจีมินมากๆที่มั่นคงเสมอ จริงๆจะบอกว่ามั่นคงก็ไม่ถูกไหมคะ ก็แค่ยังไม่เจอใครที่ทำให้รู้สึกได้แบบยุนกิสักที จากที่อ่านมาแล้วสองเรื่อง เราบอกเลยว่าฟิคคุณนึกภาพตามได้ดีมากๆ เราอินตามได้ง่ายมาก ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติไปพร้อมกับความรักที่ค่อยๆเติบโตไปพร้อมกับยุนกิและจีมินเลยค่ะ ชอบตอนที่เป็นกัปทีมบาส สมัยเรียนนั่นทุกอย่างดูเป็นรักที่ดีมากจริงๆ น่าอิจฉาทั้งคู่เลยค่ะ;----; ช่วงที่เลิกกันไปแล้ว จีมินยังคงมาหายุนกิเรื่อยๆมันทำเราปวดหนึบดีจริงๆ หน่วงๆหัวใจชะมัด โดยเฉพาะตอนที่จีมินขอร้องยุนกิว่าแค่วันนี้เท่านั้นน่ะค่ะ...หน่วงแบบไม่ไหวแล้ว และก็รู้สึกดีที่มีเพื่อนดีอย่างยูซึงโฮ ถ้าไม่ได้เจอจีมิน ไม่ได้เล่าให้ฟังว่าเลิกกันแล้ว จดหมายที่สารภาพทุกอย่างในนั้นไม่ไปถึงมือยุนกิ โชคดีจริงๆค่ะ มันดีมากเลย ขอบคุณที่กล้าจะพูดมันออกมานะจีมินTT ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วนะ ไม่ต้องบินไปหาแล้ว ฮือ รู้สึกเหมือนส่งลูกถึงฝั่งฝันเบาๆค่ะ555 แง(ตอนแรกมันมาซึ้งๆอยู่ดีๆมั้ย) แต่กับยุนกิก็รู้สึกดีนะคะที่เค้าเชื่อใจจีมิน แม้จะไม่ได้มาหาปีนึง เทียบไม่ได้กับจีมินก็จริง แต่ในจุดที่จะหมดวันก็ยังรอนี่เราดีใจมากๆ;---; ฮือ อบอุ่นหัวใจจริงๆค่ะ ชอบความรู้สึกแบบนี้ ไม่รู้จะชมอะไรแล้ว555 ขอบคุณนะคะที่แต่งให้อ่าน นี่เราค่อยมาเปิดฟังเพลงเอาทีหลังก็ยังอิ่มเอมขนาดนี้TT
    #675
    0
  13. #640 Nantashi (@hellbutterfly) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 05:34
    เชื่อว่ายังมีความรักของใครอีกหลายคนที่ซับซ้อนแบบนี้เช่นกัน รับรู้ได้ถึงความรักจริงๆ เลยค่ะแล้วก็ชอบคำบรรยายด้วย ทำให้คิดอะไรได้อีกหลายๆ อย่างเลย ฟิน?
    #640
    0
  14. #624 Knar' (@kanityada) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 19:33
    ไม่เคยฟังเพลงรวว.แต่คิดว่าคงจะจับมาฟังในเร็วๆนี้ค่ะ เรื่องนี้จำได้ว่าเคยอ่านไปแล้ว (แน่สิ ทุกเรื่องในนี้เราอ่านหมดแล้วนี่) แต่พอมาอ่านอีกครั้งก็รู้สึกแปลกใหม่ดีเหมือนกัน เพราะส่วนตัวแล้วไม่ได้ชอบอะไรที่มันคลุมเครืออึดอัดแบบนี้เลย แต่เพราะจำได้ว่ามันจบแฮปปี้ก็เลยกล้าอ่าน
    ตั้งแต่ 2005 ที่อึดอัดมาตลอด จนถึง 2014 ที่จีมินมาหาทุกครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรนอกจากหนึ่งวันที่เป็นของตัวเอง และเช้าวันใหม่ที่ไม่มียุนกิ สุดท้ายก็จบลงที่ 2016
    รักแรกนี่น่ากลัวจังเลยค่ะ ยึดติดมาตั้งกี่ปีเชียว ฟุ้งมาเกือบ 11 ปีแล้วในที่สุดก็รักกันจนได้ ทำเอาลุ้นจนเหนื่อยเลยคนพวกนี้นี่ พี่ยุนกินี่ก็เขาไม่รักแล้วจะมาหาตลอดแบบนี้เหรอโอ้ยฮือ ยังไงก็จบแฮปปี้ใช่ไหมล่ะ มีกันสักทีนะโอ้ยยย
    #624
    0
  15. #614 Pinocchio (@kisssss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 11:50
    ฟิคเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงหนังเรื่อง one day เลยค่ะ พระเอกนางเอกจะมาเจอกันได้แค่ปีละครั้ง
    หนึ่งปีก็จะใช้เวลาด้วยกันหนึ่งวัน พูดไม่ได้เต็มปากว่าเป็นคนรักแต่พวกเขากำลังมีความรัก และพวกเขาเป็นคนสำคัญของกันและกัน
    ประทับใจมากค่ะ ฮืออออ จีมินต้องเด็ดเดี่ยวแค่ไหนถึงจะรอคนๆ นึงได้ขนานขนาดนี้ ยุนกินี่ซื่อบื้อจริงๆ เลย
    เราอ่านแล้วรู้สึกว่ายุนกิเป็นคนที่โชคดีมากๆ หาแบบจีมินไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะพูดเลย
    ฉากตอนไปร้องไห้หน้ากรมทหารเป็นอะไรที่ซาบซึ้งปนเศร้าค่ะ แล้วก็ดีใจด้วยที่ยุนกิรู้ใจตัวเองสักที
    #614
    0
  16. #587 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 22:32
    จีมิน ต้องเข้มแข็งขนาดไหนกันนะถึงตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ได้ ตอนที่น้องไปรอพี่ยุนกิที่หน้ากรมมันสะเทือนใจมากเลยค่ะ แบบมาถึงแล้วนะ แต่เจอไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ได้อยู่ด้วยกันเนอะ อยู่ๆ ก็คิดตามว่าวันหนึ่งมันผ่านไปเร็วมากเลย เวลาที่ได้เจอกันสั้นมาก แต่ต้องรออีกตั้ง 1 ปีกว่าจะได้เจอกันอีก วันที่ 8 จีมินต้องแย่มากแน่ๆ ดีจังที่ยุนกิก็ยังคิดตรงกันกับจีมิน ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ เหมือนอย่างเคยนะคะ
    #587
    0
  17. #463 Mmm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 12:36
    อยากเม้นให้รู้ว่าชอบ

    แต่ขอโทษจริงๆนะคะที่บรรยายยาวๆสวยๆไม่ได้ T_T

    สงสัยตัวเองว่าไปอยู่ที่ไหนมาทำไมเพิ่งมาเจอฟิคนี้ โอ้ยยย

    น้ำตาปริ่มๆไม่ได้เพราะเศร้า แต่เพราะซึ้ง แปลกมั้ยนะคะ

    ชอบจีมินมากๆเลย ยุนกิคนบื้ออ่ะ

    ฉากสลับกันไปรอที่รั้วข้างกรมก็สะเทือนใจ โอ้ย T___T

    แอบโกรธพี่ยุนกิ คิดว่าจีมินจะไม่มาเหรอ เรายังเชื่อใจน้องกว่าอีกอ้ะน้องรอมากี่ปี

    ชอบการเปรียบเทียบการบรรยายทุกๆอย่างเลย

    ขอบคุณสำหรับฟิคมากๆนะคะ
    #463
    0
  18. #380 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 00:09
    ปีนึง ไม่ใช่น้อยๆเลยนะ ต้องสตรองเบอร์ไหนอ่ะยอมใจ
    #380
    0
  19. #369 cinnamello -) (@beerbiere) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 14:09
    โอ้ยยยยยยยฮืออออออออ คือมันนาน นานมาก ๆ ที่จะต้องรอคน ๆ นึง แล้วโอกาสที่จะได้เจอคือปีละหนึ่งวัน ฮือออ ปจม ของเราาาาา
    #369
    0
  20. #361 hyuuh (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 22:34
    สุดท้ายหัวใจก็ยังอยู่ที่สนามบินสินะ :)
    #361
    0
  21. #311 SK.Ploy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 19:20
    คือเศร้ามากอ่าTT ถึงตอนจบจะแฮปปี้แต่ก็สงสารจีมินอยู่ดี-_- จีมินต้องรอกี่ปีนะถึงจะได้สมหวัง ส่วนยุนกินี่ก็แอบปากแข็งนะ ถ้าจีมินไม่เขียนจดหมายยุนกิคงไม่ขอคบ?
    #311
    0
  22. #310 SK.Ploy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 19:20
    คือเศร้ามากอ่าTT ถึงตอนจบจะแฮปปี้แต่ก็สงสารจีมินอยู่ดี-_- จีมินต้องรอกี่ปีนะถึงจะได้สมหวัง ส่วนยุนกินี่ก็แอบปากแข็งนะ ถ้าจีมินไม่เขียนจดหมายยุนกิคงไม่ขอคบ?
    #310
    0
  23. #245 kangineung (@banoffeepie027) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 00:48
    แงเดี๋ยวจะต้องมาอ่านวนไปอีกห้ารอบ ตะกี้อ่านแบบไม่ปะติดปะต่อวิตกกังวลกลัวเฮิทไปอี๊ก แง เม้นซ้ำทำไม ชอบมากเลยนะเรื่องนี้ ขอบพระคุณที่เรคมาค่ะแงงงงงง
    #245
    0
  24. #244 kangineung (@banoffeepie027) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 00:47
    บ้าแร้วนู้งงงง แต่งดีขนาดนี้ได้ไงอะ เรื่องนี้มีสไตล์ดีจุง จะว่าไงดี เหมือนอ่านฟิคอินเตอไฮโซอยู่เลย นี่ปกติก็ชอบเพลงนี้ฟังแล้วเศร้าแต่ต่อไปนี้คงรู้สึกอินกับเพลงไปอีก รู้สึกแบบทุกวินาทีที่จีมร้องขอให้อยู่ด้วยกันนี่โคดจะมีค่าเลยเนอะ ปีนึงมีครั้งเดียว ฮือนี่ร้องไห้เลยง่ะเรื่องนี้5555555555 ทีแรกคิดว่าจะจบไม่แฮปปี้แล้วววคิดอยู่ทุกขณะจิตว่าบ่อน้ำตาแตกแน่นอน ปรากดจบแฮปปี้ ร้องไห้อยู่ดี งงเลอ ถถถถถถถ คลาสสิคมากเลยอะการนัดกันแบบนี้ ปีนึงอยู่ด้วยกันวันนึง ช่วงพิมีแฟนสาวเราปวดใจมากเลยนะ ถ้าเป็นจีมนี่อาจจะทนไม่ได้ละมีแฟนฝรั่งไปแล้ว แต่ทำไงดั้ยยยย ใจมันเป็นของพิเขาตลอดมาและตลอดไป รักพิขนาดนั้นเลยทีเดียว ฮือ ซึ้งใจแลงงงว
    #244
    0
  25. #180 เนี่นฮิเร็ม (@elf-parnly) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 01:41
    อ่านจบแล้วร้องไห้เลยอ่ะไรท์
    #180
    0