Childhood Friend (yaoi) AkaAmu

ตอนที่ 4 : CHILDHOOD FRIEND 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    23 เม.ย. 62

                                        FILE 04



 
 
                “ก็ไม่เห็นจะน่ากลัวสักเท่าไหร่” เสียงแรกที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความพูดเป็นของเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ซึ่งเดินนำขบวนทัวร์บ้านผีสิงครั้งนี้โดยมีเซระที่กอดแขนพี่ชายคนกลางไว้แน่น ส่วนคนโดนกอดก็ตีหน้านิ่งเพราะไม่อยากยอมแพ้ให้กับพี่ใหญ่ของบ้านที่ดูท่าจะไม่มีอะไรที่เจ้าตัวแสดงออกมาว่ากลัวเลยสักอย่างจนชูคิจิอดที่จะอิจฉาในความเท่ของพี่ชายไม่ได้
                “ยังไม่เจอของที่ต้องกลัวมากกว่า” น้ำเสียงเรียบนิ่งทำให้พี่ใหญ่ดูเท่ขึ้นมาอีกเท่าตัวแต่ในสายตาของเพื่อนสนิทผิวสีน้ำผึ้งกลับรู้สึกว่ามันน่าหมั่นไส้ยิ่งกว่าอะไร ถ้าเขาได้ยินเสียงเจ้าชูร้องออกมาตอนเจอเหล่าพี่ๆที่แต่งตัวเป็นผีล่ะก็เขานี่แหละจะล้อให้เจ้าตัวต้องอับอายต่อหน้าน้องๆทั้งสองเลย
                ยิ่งเดินเข้าไปตามทางเด็กทั้งสี่ชีวิตก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงอากาศที่เริ่มเย็นลงแถมแสงสว่างตามทางก็ยิ่งลดลงเรื่อยๆจนแทบจะมืดสนิท พี่ชายทั้งสองที่เป็นเหมือนพี่ใหญ่ของกลุ่มจึงต้องเพ่งสายตามากขึ้นเพื่อมองหาป้ายบอกทางที่จะไปยังเส้นทางถัดไป

                หมับ!

                “..นายจับแขนฉันหรอชู” เรย์หันไปถามอย่างไม่มั่นใจนักเพราะไม่คิดว่าเพื่อนสนิทที่กำลังทำเท่ต่อหน้าน้องทั้งสองจะยอมลดอีโก้มาจับข้อมือเขาแน่นขนาดนี้ “เปล่านี่” พลันคำปฏิเสธจากอีกฝ่ายก็ทำให้เรย์ไม่กล้าแม้จะหันไปมองเจ้าของมือปริศนาแต่กลับเลื่อนมืออีกข้างมาจับปลายเสื้อของอากาอิไว้แน่น
                “มาจับฉันทำไมเนี่ยเรย์ ฉันจะไปหาป้ายทางนั้น”
                “ไม่..อยู่กับฉัน” เสียงตอบอันแผ่วเบาทำให้เจ้าของแววตาสีมะกอกเริ่มสงสัยและค่อยๆหันไปมองทางเพื่อนรักผมบลอนด์ ทว่าสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่แค่ตัวที่สั่นเทาของอีกฝ่ายแต่เป็น..

                “ว๊ากกกกก!! ผี!!!”
                “อ๊ากกกกก!!”

                ผัวะ!

                “อูยย..” สองเสียงที่ร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจพร้อมกันไม่ได้สนใจเสียงที่ร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้ที่แต่งตัวเป็นผีแล้วโดนแรงเท้าของเด็กชายวัยเจ็ดขวบเตะเข้าที่กลางอกเลยสักนิด ซ้ำเจ้าตัวการที่ตะโกนคำว่าผีดังลั่นยังจับมือลากเพื่อนผมสีบลอนด์ให้วิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็วจนทำให้เขาต้องหันใบหน้าอันสยดสยองไปทางเด็กชายหญิงทั้งสองที่ยังยืนแข็งนิ่งไม่กล้าแม้จะก้าวเดินหนีไปไหน
                “ย๊ากกกกก!! ผี!!” พร้อมกับเสียงร้องของทั้งเด็กชายและเด็กหญิงที่แยกกันแทบไม่ออกว่าเด็กหญิงที่สวมกระโปรงอยู่ได้กรีดร้องแบบสาวน้อยออกมาแล้วหรือยัง...
 
 
 
 
                “เอาล่ะ พี่พาออกมาส่งแล้วนะจ๊ะ” เจ้าหน้าที่สาวบ้านผีสิงที่แต่งกายด้วยชุดเมทสีดำที่ดูน่ากลัวน้อยที่สุดเข้ามาเป็นผู้รับหน้าสถานการณ์ที่มีน้องเล็กทั้งสองถูกพี่ใหญ่ทิ้งไว้กลางบ้านผีสิงทั้งอย่างนั้นจนทุกอย่างจบลงด้วยดีแต่ชูอิจิก็ยังรู้สึกผิดที่เผลอไปเตะพี่ชายที่สวมบทบาทเป็นผีหน้าเละทั้งที่เขาเองก็รู้ดีว่าตัวเองมาที่บ้านผีสิงเพื่อมาเจอของแบบนี้แท้ๆ
                “ข..ขอบคุณมากนะครับพี่สาว แล้วก็ขอโทษด้วยนะครับพี่ชายที่ผม..เอ่อ..”
                “ที่นายเตะฉันน่ะเหรอ ไม่เป็นไรหรอกน่า” ชายหนุ่มซึ่งแต่งหน้าเป็นผีหน้าเละได้ถอดหน้ากากออกมากลายเป็นพี่ชายหน้าตาหล่อเหลานั่งลงตบบ่าของเด็กชายที่มีแววตาสีมะกอกที่ดูจะเป็นพี่ใหญ่ที่สุดในเด็กๆกลุ่มนี้ ท่าทางสุดเท่นั้นทำให้น้องสาวคนเล็กอย่างเซระอดมองด้วยแววตาชื่นชมไม่ได้ตามประสาเด็กหญิง “ขอโทษที่กลัวพี่ชายนะคะ” ชายหนุ่มเห็นท่าทีเขินอายที่ดูน่ารักของน้องเล็กก็อดไม่ได้ที่จะลูบผมนุ่มที่ตัดจนสั้นเพื่อปลอบใจเบาๆ
                “ไม่เป็นไรหรอกน่า พี่ต้องดีใจด้วยซ้ำที่แต่งแล้วมีคนกลัวน่ะ ฮ่าๆ”
                “พวกเธอน่ะโชคดีมากนะที่เข้ามาทัวร์ในวันนี้ เพราะพรุ่งนี้พี่ชายคนนี้ก็จะไม่ทำงานที่นี่แล้วน้า เขากำลังจะเป็นนักร้องดังน่ะจ๊ะ”
                “ว้าวววว” เด็กๆร้องออกมาพร้อมกันก่อนที่พี่ชายจะทำท่าเกาหัวหน่อยๆด้วยความเขินอายเมื่อเห็นแววตาชื่นชมจากเด็กๆทั้งสี่แถมยังมีรอยยิ้มจากเพื่อนร่วมงานสาวอีกคน
                “งั้นถ้าพี่ชายมีคอนเสิร์ต พวกเราขอไปดูได้มั้ยฮะ” เป็นชูคิจิพี่ชายคนกลางที่เอ่ยขอขึ้นมาก่อนจะได้รับรอยยิ้มกว้างจากเจ้าตัว “แน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะส่งบัตรที่นั่งวีไอพีไปให้ถึงบ้านพวกนายเลยล่ะ”
 
 
 
 
 
 
                “ไอศกรีมที่พี่ฮิโระเลี้ยงอร่อยที่สุดเลย เซระอยากไปกินอีกห้าถ้วย!” เซระว่าพลางลูบพุงลูกน้อยที่เริ่มป่องออกมาหน่อยๆจนเรย์ที่มองตามได้แต่คิดในใจว่าน้องสาวคนเล็กคงต้องโดนคุณนายของบ้านอากาอิดุเอาแน่ๆและดูเหมือนว่าพี่ใหญ่ของบ้านอากาอิจะคิดเหมือนกับเพื่อนสนิทไม่มีผิด ทั้งคู่ที่หันหน้ามาสบตากันพอดีจึงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
                ส่วนคุณโทซากะ ฮิโรโอมิที่เซระพูดถึงคือพี่ชายในบ้านผีสิงที่กำลังจะเข้าไปเป็นเด็กฝึกในค่ายนักร้องที่เด็กๆอย่างพวกเขาไม่ค่อยรู้จักเท่าไรแต่ก็สรุปใจความได้ว่าเมื่อคุณโทซากะมีคอนเสิร์ตครั้งแรกเมื่อไรพวกเขาจะต้องได้รับบัตรที่นั่งวีไอพีแน่นอน
                “ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะเซระ วันนี้เธอกินไปสามถ้วยแล้วนะ” เป็นอีกครั้งที่พี่ชายคนกลางดุน้องเล็กอีกครั้งจนเธอเริ่มหงุดหงิด
                “พี่ชูคิจิก็ดุเซระอยู่เรื่อย!”
                “ก็เพราะเธอชอบทำตัวให้พี่เป็นห่วงอยู่ตลอดไม่ใช่หรือไง!”
                “ฮึ่ย!”
                “อย่าเดินหนีพี่นะเซระ!” ชูคิจิหันมาเบ้ปากใส่พี่ชายคนโตของบ้านจนเจ้าตัวงุนงงไปหมดว่าตัวเองไปเกี่ยวข้องอะไรกับการวางมวยของน้องๆทั้งสอง กระทั่งเจ้าน้องคนกลางเดินกระแทกแรงเท้าขึ้นบันไดห้องไปทำให้ตอนนี้เหลือเพียงชูอิจิและเรย์ที่นั่งกึ่งนอนอยู่ที่โซฟาหน้าโทรทัศน์จอยักษ์
                “แล้วนายจะนอนบ้านฉันอีกคืนไหมเรย์” เป็นชูที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบแต่ไม่นานก็มีเสียงระบายลมหายใจของเรย์ที่ไล่เลี่ยกันมา “แด๊ดกับมัมของฉันยังไม่กลับมานี่”
                “ก็ดีแล้วนี่ เราจะได้เล่นเกมสืบสวนนั่นต่อให้จบ”
                “...อืม” เรย์ตอบรับแล้วเริ่มปล่อยให้เปลือกตาหย่อนลงปิดจนเกือบสนิทแต่ก็ได้ยินเสียงเพื่อนสนิทแทรกขึ้นมาก่อนและคำพูดของชูก็ทำให้เขาลืมตาขึ้นมาทันที “ฉันรู้นะว่านายยังไม่เห็นหน้าพี่ชายตอนที่แต่งเป็นผีหน้าเละ”
                “นายรู้ได้ไง!?”
                “เพราะนายเอาแต่หลับตาปี๋แล้วหันมาทางฉันตลอดน่ะสิ..โอ๊ยๆ! เรย์อย่าตีฉันดิ ฮ่าๆ” อากาอิพยายามรวบฝ่ามือสีน้ำผึ้งที่ระดมทั้งตีและทุบมาที่ไหล่ของเขาด้วยท่าทีที่ไม่ตั้งใจนักจึงโดนอีกฝ่ายทุบไปหลายครั้ง ทว่าการได้เห็นสีหน้าหัวเสียของเรย์ทำให้เกิดเสียงหัวเราะมาแทนที่ความเจ็บปวดเหล่านั้นแทน
                “นายอย่าไปบอกใครนะ!”
                “ก็ได้..ถ้านายยอมสอนฉันว่ายน้ำวันเสาร์หน้า”
                “เฮอะ..งั้นก็ได้” สองมือที่ต่างสีผิวตบมือแท็กดีลกันก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าท่าทางแบบนี้มันเหมือนกับอนิเมชั่นของคู่หูในเกมสืบสวนที่พวกเขาเล่นค้างไว้เมื่อคืนไม่มีผิด “เมื่อกี้นายทุบฉันใช่มั้ยเรย์?” ทางเจ้าของผิวสีเข้มไม่พูดอะไรแต่กลับยักคิ้วให้เป็นคำตอบก่อนเจ้าตัวจะโดนจิ้มเข้าที่เอวเล็กๆสองข้างซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุดในร่างกายโดยคนที่รู้ดีที่สุดก็มีแต่เพื่อนสนิทที่สุดอย่างชูเท่านั้น
                “ฮ..ฮ่าๆ พอแล้วชู..ฮ่าๆ!” ร่างของเจ้าของเรือนผมสีอ่อนบิดหนีแรงจิ้มเอวของอากาอิจนแทบจะตกจากโซฟาและคิดว่าตัวเองจะหลุดพ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างของตัวเองร่วงลงมาที่พื้นเท่านั้น ทว่าถูกมือขาวรั้งเอวให้กลับขึ้นมานั่งบนโซฟาอีกครั้งแล้วขึ้นคร่อมตัวคนผิวเข้มกว่าไว้ก่อนจะก้มลงมาระดมจั๊กจี้ไล่ตั้งแต่เอวขึ้นมาแล้วแกล้งลูบลำคอเล็กเล่น เมื่อคนถูกแกล้งยิ่งบิดหนีแล้วหัวเราะด้วยความจั๊กจี๋มากแค่ไหนอากาอิก็ยิ่งได้ใจมากเท่านั้น
                “พ..พวกพี่ทำอะไรกันฮะ..”
 
 
 
----------------------------
กลับมาเดินเรือชาวเฟรนด์โซนต่อแล้วฮับ! ขอบคุณทุกฟีดแบคเลยค่ะ ตอนแรกนึกว่าจะกริบมากแต่พล๊อตคือเต็มหัวมากนะ55555555555
แล้วพี่ใหญ่สองแสบจะตอบเจ้าน้องชายคนกลางยังไงล่ะเนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม(?)เลยนะคะ -..-
ฝากติดตามต่อด้วยฮับ!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #13 Alljae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:58
    ชั้นต้องไปต่อออ
    #13
    0
  2. #10 hanbell (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 14:22
    โอ้ยน่ารักกก
    #10
    0
  3. #6 bcy☁ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 03:27
    น่ารักก โมเม้นเพิ่งมาแบบรุนแรง555555555
    #6
    0
  4. #4 mikamigun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 19:45

    น่ารัก~
    #4
    0