Childhood Friend (yaoi) AkaAmu

ตอนที่ 3 : CHILDHOOD FRIEND 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    1 เม.ย. 62

FILE 03

 

 

                “อืออ..”

                แววตาสีมะกอกยังคงกลิ้งกลอกไปมาในความมืดกระทั่งท่อนขาเล็กสีเข้มของคนที่นอนอยู่ข้างกันยกขึ้นมาพาดเอวเขาไว้พร้อมกับตะแคงข้างมาทั้งที่ยังคงหลับตาไม่รู้เรื่องอยู่ อากาอิมองใบหน้าของเพื่อนรักอยู่อย่างนั้นก่อนจะเลื่อนมือไปลูบเส้นผมสีบลอนด์ของอีกคนไปมาแบบที่อีกคนชอบ นี่เป็นเรื่องที่อากาอิรู้ดีเพราะเจ้าตัวหลุดปากเล่าให้ฟังว่ามัมของตัวเองชอบกล่อมนอนแบบนี้ก่อนที่เรียวปากบางเริ่มยกยิ้มเมื่อได้รับสัมผัสที่พอใจพลันเอ่ยปากเรียกมัมของตัวเองออกมาเหมือนทุกครั้ง

                อากาอิยังจำข้อมูลเกี่ยวกับอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี แม้จะต้องย้ายตามพ่อและแม่ที่ไปทำภารกิจพิเศษที่อเมริกาอยู่ปีหนึ่งแต่พอกลับมาก็ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนรักของเขาก็ยังคงรอให้เขากลับมาเล่นด้วยกันอีก เพราะการสื่อสารข้ามพรมแดนในตอนนี้ยังไม่สะดวกมากนัก นานครั้งเท่านั้นที่เขาจะได้รับโปสการ์ดจากอีกฝ่ายและกว่าจะได้มีโอกาสเขียนตอบกลับไปก็กินเวลาหลายเดือนเพราะเขาเรียนอยู่โรงเรียนประจำ แต่ก็เพราะอย่างนั้น..มันทำให้ทุกครั้งที่เขาได้รับจดหมายและโปสการ์ดจากญี่ปุ่นมันมีความหมายกับเขามากมายเหลือเกิน

                “Sweet dream...” คนที่ยังไม่หลับเอ่ยเสียงเบาค่อยๆปิดเปลือกตาลงหลับบ้างพร้อมกับเลื่อนมือมากุมมือสีเข้มของเพื่อนบ้างแล้วเคลิ้มหลับไปข้างกัน

 

 

 

 

 

                8.35 A.M.

 

                ก๊อกๆๆ

 

                “สองหนุ่ม~ ตื่นรึยังจ๊ะ อากาอิคุง~ เรย์คุง~” เสียงปลุกยามเช้าของคุณนายบ้านอากาอิหวานกว่าทุกเช้าจนคนเป็นพ่อหลุดหัวเราะออกมาทำเอาเธอหันกลับไปมองด้วยสายตาอาฆาตจนเขาต้องยกมือขอยอมแพ้เพราะไม่อยากมีเรื่องกับภรรยาแต่เช้า

                “วันอาทิตย์หน่าคุณ อย่าเพิ่งไปปลุกพวกเขาเลย นี่ตอนตีสามผมตื่นมาเข้าห้องน้ำไฟห้องเจ้าชูยังไม่ปิดด้วยซ้ำ” ว่าแล้วก็โอบไหล่ภรรยาหวังจะพาไปทานอาหารเช้าด้วยกันทว่าเธอกลับหันมาบอกเขาว่าอย่างไรก็ต้องปลุกขึ้นมาทานอาหารเช้าด้วยกันก่อนแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนลูกชายคนโตของบ้านทันที

                “เจ้าชู แม่เข้าไปนะลูก”

 

                แอ๊ดด..

 

                สิ่งที่เห็นทำเอาคุณนายบ้านอากาอิหลุดยิ้มคือภาพเพื่อนของลูกชายที่เป็นคนนอนดิ้นกำลังนอนแผ่ชิดริมกำแพง ส่วนลูกชายตัวดีของเธอก็นอนตะแคงหันไปอีกข้างทว่าสองหนุ่มเพื่อนรักที่แม้จะนอนหันหน้าไปคนละทางแต่ก็ยังกุมมือกันไว้ที่กลางเตียงกันอย่างนั้นเพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฟุรุยะนอนดิ้นจนกลิ้งตกเตียงไปและหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นอากาอิก็ขอให้พ่อของเขาช่วยดันเตียงไปชิดกำแพงด้านหนึ่งเสียเลย

                “ว่าไง จะปล่อยพวกเขานอนไปก่อนไหม”

                “ค่ะ..ว่าแต่น่ารักกันจังเลยนะคะ คิก..”

 

 

 

 

 

 

                9.45 A.M.

 

                “ชู..ชูตื่น” เสียงงัวเงียและแรงสะบัดมือที่ถูกกุมไว้ของฟุรุยะปลุกให้อากาอิตื่นจากห้วงนิทราก่อนจะปรือตาขึ้นมามองอีกคนที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียง

                “..หือ”

                “ปล่อยมือได้แล้ว ฉันปวดฉี่!”

                “อือ” สุดท้ายอากาอิก็ยอมปล่อยมือเหมือนว่าง่ายหลังจากที่ยื้อยุดอยู่นานแล้วแสร้งหลับตาเหมือนนอนหลับสนิทอย่างไม่สนใจอะไร ทว่าหูสองข้างกลับได้ยินเสียงเพื่อนรักบ่นถึงเขาที่ไม่ยอมปล่อยมือตั้งแต่ครั้งแรกๆที่เขาเรียกแล้วนึกขำจนแทบจะหลุดหัวเราะออกมา

                แววตาสีมะกอกค่อยๆลืมตาขึ้นมามองอีกคนที่วิ่งไปเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังปิดประตูห้องน้ำไม่สนิทจนเจ้าของห้องได้ยินทุกการกระทำของอีกฝ่ายแต่เสียงเรียกของฟุรุยะก็ทำเอาเขาสะดุ้งเล็กน้อย

                “ชู นายตื่นยัง”

                “...อือ” ตอบเหมือนเสียงครางในลำคอแต่แววตาสีมะกอกทั้งสองข้างกลับสว่างสุดๆ

                “หยิบผ้าเช็ดตัวให้ทีดิ ฉันว่าจะอาบน้ำเลย”

                “ได้ แต่ขอเข้าไปแปรงฟันด้วยได้ป่ะ”

                “เอาดิ เดี๋ยวปิดม่านไว้” เมื่อเป็นอันตกลง เพื่อนชายที่ผิวขาวกว่าก็ค่อยๆลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วหยิบทั้งผ้าเช็ดตัวของตัวเองและเพื่อนสนิทเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วเคาะประตูบอกเบาๆแล้วเปิดประตูห้องน้ำเข้ามา

                “อ่ะนี่”

                “ขอบใจ” หลังจากยื่นผ้าเช็ดตัวให้ผ่านการยื่นมือออกมาจากม่านเสร็จอากาอิก็เห็นเพียงเงาลางๆของอีกฝ่ายผ่านม่านสีอ่อนเท่านั้น เขาไม่ได้จดจ้องจะมองอีกฝ่ายถึงขนาดนั้นทว่าก็ยังเห็นเงานั้นปรากฎอยู่บนกระจกของอ่างล้างหน้าอยู่ดี เด็กชายอากาอิได้แต่รีบทำธุระส่วนตัวของตัวเองให้เสร็จแล้วหวังจะก้าวออกมาทว่ามีเสียงอื่นนอกจากเสียงน้ำแทรกเข้ามา

                “ไม่อาบด้วยกันอ่อชู”

                “...ได้เหรอ?” อากาอิหันไปมองท่าทางของเพื่อนสนิทที่ดูเหมือนจะก้มทำอะไรบางอย่างกับอ่างอาบน้ำอยู่

                “เอ้า ทำไมจะไม่ได้ เมื่อก่อนเราอาบด้วยกันออกบ่อย”

                “ก็คิดว่านายคงลืมไปแล้ว” ไม่แปลกด้วยถ้าฟุรุยะจะลืมเพราะพวกเขาอยู่ไกลกันตั้งปีกว่า อีกฝ่ายอาจรู้สึกอึดอัดขึ้นมาก็ได้ทว่าคำตอบของเพื่อนรักทำให้ริมฝีปากของอากาอิได้ฉีกยิ้มออกมา

                “ไม่ลืมหน่า เข้ามาดิ ฉันอยากเล่นน้ำในอ่างกับนายเหมือนเมื่อก่อน”

 

               

 

                “ฮ่าๆๆ นี่นายยังว่ายน้ำไม่แข็งอีกเหรอชู” ฟุรุยะนึกขันขึ้นมาเมื่อเพื่อนรักพูดน้อยของเขาถอนหายใจออกมาอย่างหมดท่าเมื่อสารภาพว่าตัวเองยังว่ายน้ำไม่แข็งทั้งที่อายุก็ตั้งห้าขวบแล้ว

                “อือ สระที่โรงเรียนประจำมันลึก ฉันเคยจมอยู่ครั้งสองครั้ง”

                “เอาหน่า ไว้เสาร์หน้าเราไปกัน ฉันจะสอนนายเอง”

                “นายว่ายแข็งแล้ว?”

                “แน่น๊อนนน แด๊ดฉันสอน” อากาอิร้องอ๋อขึ้นมาทันทีเพราะจำได้ว่าแด๊ดของฟุรุยะมีตำแหน่งเกี่ยวกับSeaอะไรสักอย่างและตอนที่ไปสระว่ายน้ำด้วยกันตอนเด็กๆแด๊ดคนนั้นก็ว่ายน้ำเก่งมาก ท่าทางมั่นใจเต็มขั้นของฟุรุยะทำให้อากาอิอดไม่ได้ที่จะแกล้งกดหัวอีกฝ่ายลงน้ำจนเกิดเสียงโวยวายดังลั่นห้องน้ำตามมาด้วยเสียงหัวเราะของอากาอิก่อนที่คนผิวขาวกว่าจะกอดคอง้อขอคืนดีอีกคนเหมือนทุกทีแต่ก็ไม่วายถูกเพื่อนรักหันมาแขวะใส่

                “เหอะ แกล้งกันแบบนี้เสาร์หน้าฉันจะแกล้งดึงขานายในน้ำบ้าง!”

                “ขอบใจที่บอก ฉันจะได้ระวังขาตัวเองไว้อย่างดี”

                “หนอยยย อากาอิ!” น้ำเสียงเคียดแค้นจากก้นบึ้งของหัวใจของเพื่อนรักทำเอาอากาอิค่อยๆถอยห่างไปโดยไม่รู้ตัวก่อนจะโดนจิ้มเข้าที่เอวสองข้างซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุดในร่างกายของคนเงียบขรึมอย่างเขา

                คนเป็นแม่ที่ฟังจากประตูด้านนอกได้แต่ยิ้มออกมาแม้ไม่เห็นภาพว่าทั้งคู่กำลังเล่นอะไรกันแต่นั่นก็ทำให้เธอโล่งใจทุกครั้งที่ได้ฟัง เธอเป็นห่วงก็แต่ความรู้สึกของฟุรุยะคุงในวัยห้าขวบ วัยนี้เป็นวัยที่เด็กเริ่มจะห่างจากพ่อแม่ไปบ้างแล้วก็จริง ทว่าเธอกลับรู้ดีว่าในใจลึกๆของลูกๆนั้นก็ต้องการความใกล้ชิดจากคนเป็นพ่อแม่เสมอ

                แมรี่ก็ได้แต่หวังว่าชูจะเป็นส่วนเติมเต็มสิ่งนั้นในใจให้กับเรย์คุงได้บ้างเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

                “แล้วยังไงจ๊ะ บ่ายนี้อยากไปไหนไหม” ฟุรุยะทำหน้าเซ็งขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่าแด๊ดกับมัมของตัวเองจะกลับมาหาเขาอีกทีตอนค่ำ ทั้งที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์กันไปเมื่อครู่แต่เด็กชายวัยห้าขวบก็ยังคิดถึงคนเป็นพ่อแม่มากกว่าสิ่งอื่นใดจนเพื่อนรักอดเป็นห่วงไม่ได้แต่ก็ทำได้เพียงกอดคออีกฝ่ายปลอบใจไว้

                “เซระอยากไปสวนซาหนุกกก”

                “ก็เป็นความคิดที่ดีนะ ชูคิจิคุงล่ะ” คนเป็นแม่หันไปถามลูกชายคนกลางบ้างจนได้รับคำตอบเป็นแววตาลังเลแต่เมื่อเจ้าตัวหันไปมองหน้าน้องสาวคนเล็กของบ้านก็ตอบออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจทันที

                “ไปฮะ ผมจะคอยไปดูแลเซระจัง!”

                “เย้ๆๆ พี่ต้องไปเล่นทุกอย่างที่เซระจะเล่นเลยนะ!”

                “เอ่อ..น..แน่นอน! พี่ไม่กลัวหรอก”

                “เย้~!” อากาอิเลิกคิ้วมองชูคิจิคุงที่มีแววตาเหมือนหวาดกลัวอะไรในใจอยู่ทำเอาน้องชายคนกลางถึงกับเชิดหน้าใส่เพราะไม่อยากแพ้พี่ชายคนโตจนโดนหาว่าดูแลกระทั่งน้องสาวคนเดียวยังไม่ได้ ชูอิจิได้แต่หัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะหันมาสนใจเพื่อนสนิทที่ยังตีสีหน้านิ่งแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

                “นายล่ะว่าไง จะไปด้วยกันไหม” อากาอิเป็นฝ่ายถามออกมาก่อนท่ามกลางความเงียบระหว่างเขาทั้งสอง

                “อยู่บ้านก็มีแต่จะคิดถึงแด๊ดนี่นะ ไปสนุกกันเหอะ!”

 

 

 

 

 

 

 

                “ไม่เอา! เซระกลัว เซระไม่ไปบ้านผีสิง!” น้องสาวคนเล็กเริ่มงอแงเพราะวันนี้โดนพี่ชายคนโตที่เมื่อก่อนเคยตามใจเธอมากกว่าใครขัดใจไปซะหมดตั้งแต่รสไอติมที่ซื้อไม่ตรงกันจนตอนนี้ยังจะขอแยกเข้าไปในบ้านพี่สิงกับพี่ชายเพื่อนสนิทกันสองคนอีก

                “งั้นพี่จะไปกับเรย์สองคน เซระก็ไปเล่นม้าหมุนกับเจ้าชูคิจิสิ”

                “แต่เซระก็อยากไปกับพี่ชู!”

                “ก็เรากลัวผีแล้วจะไปกับพี่ได้ยังไงเล่า” อากาอิว่าอย่างเหนื่อยใจที่น้องสาวคนเล็กไม่ยอมผละออกจากเขาสักทีซ้ำยังตามติดเป็นตังเมจนชูคิจิเริ่มหงุดหงิดไปด้วยทั้งที่ตกลงกันมาตั้งแต่ที่บ้านแล้วแท้ๆว่าพี่ชายคนกลางอย่างเขาเองนี่แหละจะคอยดูแลน้องสาวคนนี้เอง

                “ก็เซระอยากไปกับพี่ชู...”

                “งั้นเราก็ต้องเข้าไปในบ้านพี่สิงกับพี่ เพราะพวกพี่ตามใจเธอมาตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วนะ” ตั้งแต่มาถึงน้องสาวคนเล็กก็อยากขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่ต้องรอคิวนานกว่าสองชั่วโมง แล้วยังไปปั่นเป็ดน้ำด้วยกันจนตอนนี้ตกเย็นแล้วยังไม่ได้เล่นเครื่องเล่นที่หวาดเสียวสมกับเป็นลูกผู้ชายเลยสักชิ้น แต่ดันมาผิดใจกันตั้งแต่ตอนเลือกรสไอติมนั่นล่ะ

                “มันไม่น่ากลัวหรอกน่า ก็แค่พวกผู้ใหญ่เอง เซระอยากแข็งแกร่งเหมือนพวกเรามั้ยล่ะ” เรย์เห็นท่าไม่ดีจึงเริ่มคิดที่จะโน้มน้าวให้เซระเข้าไปบ้านผีสิงด้วยกัน ด้วยความที่เขาคิดว่าคนน้องก็พอมีนิสัยชอบลุยเหมือนพวกเขาอยู่บ้างจึงหวังว่ามันจะไปได้สวย

                “ถ้าเซระยอมเข้าไป พวกพี่ชายจะยอมตามใจเซระอีกหรอ”

                “แน่นอน”

                “แล้วมันไม่น่ากลัวจริงๆนะ?”

                “จริงสิ ใช่ป่ะชูคิจิ”

                “อ...อือ” เซระเห็นพี่ชายคนกลางตอบรับบ้างก็เริ่มมั่นใจ

                “งั้นก็ได้ เซระยอมเข้าบ้านผีสิงก็ได้! ป่ะะ~ พี่ชูคิจิ” น้องสาวคนเล็กที่สุดในกลุ่มเริ่มร่าเริงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ไปที่เดียวกับพี่ชายคนโตที่เธอติดแสนติดที่สุด แต่บทจะยอมก็ยอมง่ายๆจนอากาอิอดชมเพื่อนรักของตัวเองไม่ได้

                “เก่งนักนะเรื่องหลอกล่อเด็กผู้หญิงน่ะ” ท่อนแขนขาวโอบรอบคอเพื่อนสนิทอีกครั้งก่อนที่อีกฝ่ายจะเลื่อนมือมาผลักหน้าผากเขาตอบ

                “เขาเรียกโน้มน้าว”

                “แต่ฉันเรียกว่าหลอกล่อให้มาติดกับ”

                “งั้นฉันก็คงเก่งจริงๆ ขนาดนายยังไม่รู้เลยมั้ง” ฟุรุยะเลิกคิ้วมองเพื่อนรักพลันกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะผละจากอ้อมแขนของเพื่อนแล้วเดินนำไปทางบ้านผีสิงก่อนทิ้งให้อากาอิอยู่ในห้วงความคิดขณะที่สายตายังคงมองตามแผ่นหลังเล็กของอีกคนอยู่ตลอด

                “หึ หลอกกันงั้นเหรอ?”



---------


ยังไม่miss concept เฟรนโซนใช่ไหมเนี่ย55555

เรื่องนี้เราตั้งใจแต่งให้อ่านง่ายๆ เอาเรื่องวัยเด็กมาแต่งให้รู้จักนิสัยตัวละครไปเรื่อยๆค่ะ


ถ้าชอบเม้นเข้ามาบ้างน้า ดูกรุบกริบจริงๆเรื่องนี้555 งั้นจะไปแต่ง Silver VS Gold ต่อยาวๆแล้วนะ! (พูดไปงั้นอ่ะ หัวแล่นอันไหนก็มาก่อน555)


ฝากติดตามด้วยนะคะ~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #9 hanbell (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 14:07
    เซระดื้อเฉยเลยย
    #9
    0
  2. #5 bcy☁ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 03:24
    ตอนเด็กน่ารักมากกก อยากรู้ว่าตอนโตจะแส้บหรือว่าจะยังไง55555555555
    #5
    0
  3. #3 Hope... (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 00:49

    รอน่ะ^^


    #3
    0
  4. #2 Pear11345 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 18:42

    บอกคำเดี่ยวชอบมากกกกกกกกก ติดตามน่ะครับรอตอนต่อไปเป็นกำลังใจให้น่ะ

    #2
    0
  5. #1 MiTsuNi_YuMe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 00:00

    สนุกดีอะ ติดตามเลยคับบบ ชอบ

    เป็นกำลังใจให้นะคับบ

    #1
    1
    • #1-1 brickbook(จากตอนที่ 3)
      5 เมษายน 2562 / 00:15
      ดีใจที่ชอบนะคะ ขอบคุณมากค่ะ~
      #1-1