Childhood Friend (yaoi) AkaAmu

ตอนที่ 2 : CHILDHOOD FRIEND 02 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    30 มี.ค. 62

FILE 02

               

            กริ๊งงงง

 

                “บ้านอากาอิค่ะ อ่อ..เรย์คุง รอเดี๋ยวนะจ๊ะ ชู!”

                “ฮะแม่?” อากาอิที่กำลังดูการ์ตูนกับน้องทั้งสองตะโกนตอบอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนที่คนเป็นแม่จะขยับปากบอกว่าเป็นสายของเรย์คุงจึงรีบดีดตัวขึ้นแล้ววิ่งไปรับสายโทรศัพท์บ้านทันที

                “ว่าไงเรย์”

                [คืนนี้ฉันขอไปนอนบ้านนายได้ป่ะ] อากาอิหันไปมองบ้านหลังข้างๆที่มีแสงไฟในห้องนอนของเพื่อนรักเท่านั้นจึงเข้าใจในทันทีว่าพ่อและแม่ของฟุรุยะคงไปทำงานดึกจนกลับเช้าเหมือนเดิมและเขาก็รู้ดีว่าเพื่อนคนนี้กลัวการอยู่บ้านคนเดียวตอนกลางคืนเอามากๆ

                “ก็มาดิ โทรมาถามทำไมเนี่ย”

                [เอ้า ก็เห็นนายบอกว่ามีหนังสือการ์ตูนที่อยากอ่านให้จบ] เพื่อนผิวเข้มพูดเสียงแผ่วจนอากาอิได้แต่ขอโทษในใจแล้วพูดน้ำเสียงให้อ่อนลง

                “ไว้อ่านวันอื่นก็ได้ มาเลยดิ นี่พวกฉันกำลังดูหน้ากากไยบะกันอยู่”

                [อือ มารับทีดิ]

                “เค”

                เด็กชายตัวเล็กเอื้อมตัวขึ้นไปวางสายโทรศัพท์ก่อนจะวิ่งไปบอกคนเป็นแม่ว่าเพื่อนรักจะมานอนด้วยทำเอาทั้งพ่อและแม่ของอากาอิหันมามองหน้ากันอย่างอ่อนใจว่าทำไมบ้านฟุรุยะถึงทิ้งลูกชายวัยห้าขวบไว้เพียงลำพังบ่อยนักในช่วงสามเดือนมานี้ก่อนจะอนุญาตให้ลูกชายไปรับเพื่อนสนิทแล้วนั่งปรึกษากันต่อในห้องครัวโดยมีสายตาของอากาอิมองตาม แต่ด้วยความเป็นเด็กก็สลัดความคิดที่รกสมองออกไปแล้วคิดเสียว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่แล้วออกไปรับเพื่อนที่อยู่ข้างบ้านอย่างไม่คิดอะไร

 

                กริ๊งง!

 

                “มาแล้วๆๆ” อากาอิได้ยินเสียงเพื่อนรักตะโกนมาแต่ไกลพร้อมกับเสียงวิ่งลงบันไดเหมือนทุกทีก่อนที่ประตูบานใหญ่ของบ้านฟุรุยะจะเปิดออกกว้าง

                “ไม่เห็นต้องวิ่งเลย ฉันไม่หนีไปไหนหรอก” แค่กลัวว่าเพื่อนรักจะตกบันไดฟันหักหมดหล่อก่อนจะได้ไปนอนที่บ้านเขาน่ะสิ

                “ไม่ตกหรอกน่าฉันวิ่งประจำ!”

                “ทีนายเตือนไรฉันยังฟังเลย”

                “โอเคๆจะไม่วิ่งแล้ว นายก็อย่าบ่นดิ” อากาอิได้แต่ถอนหายใจใส่แล้วปิดประตูล็อคกลอนให้เจ้าของบ้านก่อนจะพากันเดินขึ้นไปยังห้องนอนของเรย์ที่เปิดไฟสว่างไว้เพียงห้องเดียว

                “ทำไมไม่เปิดไฟในบ้านอ่ะ”

                “ช่วงนี้แด๊ดบอกให้เปิดแค่ห้องที่ใช้ก็พอ ป่ะ..ไปกัน”

                “แล้วนี่บอกแด๊ดกับมัมของนายหรือยัง”

                “เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็กลับตอนเช้าเหมือนเดิมนั่นแหละ” อากาอิพยักหน้าตอบแล้วสอดมือไปคล้องคอของเพื่อนรักไว้ทำเอาฟุรุยะหัวเราะออกมาแล้วกอดคออีกคนตอบแน่น

                “ฉันไม่เป็นไรหน่า”

                “อืม ไปเล่นเกมกัน”

                “เกมไรอ่ะ ไหนว่าจะดูหน้ากากไยบะกับพวกเซระ” ฟุรุยะถามต่อขณะล็อคประตูบ้านด้วยแม่กุญแจตัวใหญ่ก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าของฟุรุยะคนละข้าง

                “ไม่ดูละ ขึ้นไปเล่นเกมกับนายบนห้องดีกว่า เมื่อคืนเพิ่งยืมโน้ตบุ๊คพ่อมาหาโหลดเกมเถื่อนในเว็บ เกมแนวสืบสวนอ่ะ”

                “ทำไมต้องโหลดเถื่อนอ่ะ แบบนี้ผิดกฎหมายนี่” เด็กชายที่มีพ่อเป็นนายตำรวจขมวดคิ้วมองเพื่อนรักทันทีก่อนที่จะถูกอีกฝ่ายกอดคอแน่นอีกรอบแล้วพากันเดินขึ้นบันไดไปโดยที่สองพี่น้องที่นั่งดูการ์ตูนอยู่ได้แต่มองตามอย่างไม่กล้าพูดขัดอะไรหรือแม้แต่จะทักทายฟุรุยะที่มานอนบ้านนี้บ่อยครั้ง

                ทุกครั้งที่สองคนนี้คุยกันก็ยากที่ใครจะกล้าขัด เพราะพวกเขาคุยกันออกรสและไม่สนใจคนรอบตัวเลยด้วยซ้ำ

                “ก็คนมันอยากเล่นตอนนั้นเลยอ่ะ ถ้านายชอบไว้ขอพ่อฉันไปส่งซื้อที่เกมเซ็นเตอร์กัน”

                “อือ ต้องซื้อนะ ฉันไม่ชอบของเถื่อน”

                “รู้หน่าว่าแด๊ดนายเป็นตำรวจอ่ะ ไม่ต้องเข้มมาถึงนายก็ได้ป่ะ”

                “ไม่ได้ดิ แด๊ดบอกว่ามันจะเป็นนิสัย”

                “อย่าเอาไปบอกแด๊ดนายแล้วกัน ฉันยังไม่อยากถูกจับ”

                “บ้าหน่า ถ้าแด๊ดจะจับนายฉันก็โดนด้วยดิ กำลังจะเล่นแล้วเนี่ย” สองเด็กหนุ่มเพื่อนสนิทหัวเราะคิกคักกันในห้องนอนทำให้คนเป็นพ่อแม่ที่แอบฟังอยู่หน้าห้องโล่งใจไปเปราะนึงเพราะบ้านฟุรุยะเพิ่งจะโทรมาฝากลูกชายไว้กับพวกเขาเมื่อครู่นี้เนื่องจากทั้งคู่ติดภารกิจสำคัญ

                “นี่ไง ไอ้วอริทที่ฉันเห็นมันแว๊บๆในฉากที่เกิดเหตุอ่ะ”อากาอิว่าพลางเท้าคางมองฟุรุยะที่ตอนนี้เป็นคนควบคุมตัวละครอยู่

                “ไหนอ่ะ ไม่เห็น” ฟุรุยะขมวดคิ้วแล้วพยายามมองหาวอริทที่อากาอิพูดถึง แต่ไล่สายตามองยังไงก็ไม่เห็นเหมือนที่อีกฝ่ายว่า

                “เนี่ยไง เล็กๆตรงนี้”

                “ไม่เห็นมีเลยชู..!!” ด้วยความหัวเสียฟุรุยะจึงหันมามองหน้าเพื่อนสนิทพอดีกับที่อากาอิเอื้อมตัวเข้าไปใกล้จะชี้ให้อีกฝ่ายดูบนจอจนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ

                “อ..เอ่อ..”

                “หน้านายแดงอีกแล้ว”

                “...”

                “ตอนนี้ไม่มีพระอาทิตย์ตกดินแล้วนะ...” มือของเพื่อนผิวขาวที่กำลังเข้ามาใกล้พวงแก้มขึ้นสีของฟุรุยะทำให้เจ้าตัวรีบหันไปมองหน้าจอคอมต่อทันทีแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล

                “บ้าสิ! ล..แล้วคนไหนนะ”

                “หึ นี่ไง” อากาอิชี้แล้วแลตามองแววตาสีฟ้าที่กำลังสั่นระริก ไม่ว่าจะเพราะอีกฝ่ายเขินหรืออะไรแต่เวลาได้มองแบบนี้อากาอิก็ยิ้มออกมาทุกที

                “ยิ้มไร ฉันเห็นนะ!” ฟุรุยะเอ็ดทั้งที่สายตายังคงมองจอเกมอยู่ อากาอินึกขันในนิสัยความรู้สึกไวของเพื่อนรัก แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าทำไมกับบางเรื่องฟุรุยะกลับไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย

                “...ก็ลอร่าจังน่ารักดีอ่ะ” อากาอิเฉไฉแต่ก็ยังมองหน้าเพื่อนรักอยู่อย่างนั้นก่อนจะได้ยินคำสบถบางอย่างจากริมฝีปากบางของเพื่อนสนิทที่ทำให้เขาหัวเราะออกมาอีกที

                หลากหลายแง่ความคิดไหลเข้ามาในหัวของเด็กวัยห้าขวบอย่างอากาอิซึ่งมีทั้งด้านดีและไม่ดีปนกันไป และเขาก็คิดว่าให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้มันก็ดีที่สุดแล้ว

                ..อย่างน้อยก็ได้เจอเพื่อนรักทุกวันนี่นะ


 

 

 

 

 

                “หาววว~”

                “ง่วงก็นอนดิ” อากาอิแลตามองฟุรุยะที่ปิดปากหาวไม่รู้รอบที่เท่าไรขณะที่นั่งดูอากาอิรับช่วงเล่นคดีถัดไปต่อจากเขา อากาอิมักจะทำให้เขาทึ่งในการตัดสินใจในช่วงเวลาสั้นๆเสมอ หลายครั้งที่ฟุรุยะเอ่ยชมแต่ก็ได้รับคำตอบเป็นการถูกโยกหัวแล้วก็เอาแต่พูดว่าเขาก็เก่งเหมือนกันอยู่ซ้ำๆนี่มันตะหงิดในใจแปลกๆ หมายถึง..มือที่มาโยกหัวเขาน่ะมันอุ่นดี เอ่อ..มันก็ไม่อุ่นขนาดนั้นมั้งเขาก็แค่คิดว่ามันเหมือนเวลามัมมากล่อมเขานอนต่างหาก

                “ไม่เอาอ่ะ ไหนๆก็ได้มานอนบ้านนายแล้ว มานอนบ้านเพื่อนทั้งทีไม่ต้องหลับกันหรอกหน่า”

                “แต่ครั้งที่แล้วใครชิงหลับก่อนตั้งแต่หัวค่ำ?” อากาพูดติดตลกพลันนึกถึงครั้งก่อนที่พอฟุรุยะอาบน้ำเสร็จแล้วนอนเล่นหุ่นยนต์รอให้อากาอิอาบน้ำเสร็จแต่กลับเป็นฝ่ายหลับคาหุ่นยนต์ที่เอาแต่เดินชนตัวเจ้าของที่ไปสู่ห้วงนิทราซ้ำๆจนอากาอิที่ออกมาจากห้องน้ำหัวเราะลั่นทันทีที่เห็นและนั่นก็ทำเอาเพื่อนผมบลอนด์รู้สึกอับอายมาถึงวันนี้

                “ก็ครั้งก่อนพวกเราเตะบอลกันมานี่ ใครจะไปทนง่วงไหวเล่า!” ฟุรุยะเบะปากขึ้นมาทันทีตามความเป็นเด็กที่ไม่ปิดบังอารมณ์กับเพื่อนสนิทจนอากาอิที่ยอมเขาตลอดต้องยกมือยอมแพ้

                “ไม่เห็นต้องโวยวาย”

                “ก็นายทำเหมือนจะหาว่าฉันอ่อนอ่ะ” ว่าแล้วก็ยื่นขาไปเตะเท้าอีกคนทีนึง

                “อ่อน?”

                “ก็อารมณ์แบบ..Loserอ่ะ”

                “อ๋อ..ก็ไม่นะ นายก็ชนะฉันตลอดแหละ”

                “แน่นอนสิ นายเคยเถียงฉันทันที่ไหนล่ะชู” ฟุรุยะหัวเราะลั่นส่วนอากาอิได้แต่หัวเราะในลำคอเบาๆเท่านั้นก่อนจะกดชัทดาวน์โน๊ตบุ๊คแล้วจัดการถอดปลั๊กสายชาร์จแบตเครื่องให้เรียบร้อยและมองตามอีกฝ่ายที่กำลังตาปรือคลานขึ้นเตียงไปทั้งๆที่ยังหัวเราะค้างอยู่อย่างนั้น

                ...ดูเหมือนเราจะหัวเราะคนละเรื่องกันนะ ฟุรุยะคุง




----------

ความเฟรนโซนแต่เด็กนี้ แต่งไปแอบสงสารพี่ชูไปค่ะ5555555
ขออภัยในความสั้นนะคะ ขอตัดไปต่อบทถัดไปเลยดีกว่า~
รออ่านคอมเม้นนะคะ~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #12 Alljae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:46
    สู้ๆๆๆๆ
    #12
    0
  2. #8 hanbell (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 13:52
    เรย์ไม่คิดไรเลยหรออ
    #8
    0