Lovesickness (상사병) l HunSic,Kaistal :: Sehun x Jessica , Kai x Krystal

ตอนที่ 3 : Chapter 03 : Be free 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 ก.ค. 59






 



โรงเรียนในตอนเช้าตรู่ร้างผู้คนอย่างกับป่าช้า ความจริงแล้วฉันไม่ใช่พวกชอบขยันตื่นเช้าขนาดนั้น เพียงแต่ว่าวันนี้เป็นวันที่อาจารย์มอๆบหมายหน้าที่ให้ไปทำภารกิจเพื่อโรงเรียน อีกไม่กี่นาทีฉันต้องไปให้ถึงสถานที่จัดการแข่งขันวิชาการของเขตน่ะ แล้วก็ไม่ได้ไปคนเดียวด้วย อย่างที่บอกว่าถ้ามีฉันก็ต้องมี...เซฮุน

 

ตอนแรกเราสองคนไม่ได้ตั้งจะตัวติดกัน ความจริงกว่านั้นคือฉันไม่เคยอยากรู้จักกับหมอนี่ด้วยซ้ำ ความเหมือนในตัวเซฮุนมันทำให้รู้สึกว่าทุกครั้งที่เราคุยกัน ราวกับว่าคำพูดทุกคำมันสะท้อนก้องเข้ามาในหัว มันคือสิ่งที่ฉันคิดแล้วไม่ได้พูดออกมา เซฮุนพูดแทนทั้งหมด และถูกต้องทั้งหมด ที่มาสนิทกันได้คงเพราะตั้งแต่มัธยมต้นเราถูกจับคู่ให้ไปแข่งวิชาการด้วยกันบ่อยมาก เวลาติวก็มีกันอยู่แค่สองคนกับอาจารย์ที่เวียนหน้ามาช่วยสอน ฉันกับเซฮุนเลยดูเหมือนจะสนิทกันเพราะสถานการณ์ชักจูงไป

 

“นักเรียนขึ้นรถเลยครับ”คุณลุงคนขับเปิดประตูรถตูออก ฉันขึ้นมาก่อน ตามด้วยเซฮุน เราสองคนเงียบเมื่อเข้ามานั่ง ยานพาหนะค่อยๆเคลื่อนออกนอกประตูโรงเรียน เหลือบมองเพื่อนตัวสูงก็เห็นว่าหมอนั่นกดโทรศัพท์อยู่ มันอาจจะดูแปลกตาไปสักหน่อยเพราะปกติถ้าไม่หลับก็แค่เลื่อนเลือกเพลงในลิสต์เพื่อฟัง ทว่าเวลานี้เหมือนกำลัง...แชท

 

“เมื่อวานไม่ได้ไปทำงานเหรอ”ฉันไม่ใช่พวกสอดรู้หรอก แต่กับเซฮุนมันคือข้อยกเว้น ฉันว่ามันทะแม่งๆยังไงชอบกล

 

“เปล่า”เซฮุนไหวไหล่แล้วก้มกดสมาร์ทโฟนต่อ

 

“เหรอ”คือเอาตรงๆฉันก็พูดไม่เก่ง จะให้มานั่งงุงงิงบ้าบอคอแตกเพื่อซักไซ้เรื่องส่วนตัวชาวบ้านก็ใช่เรื่อง

 

“มีอะไรจะถามรึเปล่า”เสียงทุ้มดังขึ้นในขณะที่เจ้าตัวก้มกดแป้นพิมพ์ยิกๆ

 

“พูดขนาดนี้ก็เล่ามาเถอะ”

 

“ฉันคบกับซูยอน”

 

“ฮะ!!!”ฉันเพิ่งจะเอนหลังพิงเบาะได้อึดใจก็ต้องเด้งตัวตรง หมุนคอไปมองเสี้ยวหน้าหล่อสมบูรณ์แบบของเพื่อนด้วยความอึ้งทึ้ง ชั่วขณะที่เซฮุนจะละสายตาจากจอมาสบตาฉันด้วยความจริงจังอย่างที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน

 

“ฝากตัวด้วยนะ”ยักคิ้วจึกๆใส่แถมยังกระตุกยิ้มมุมปากนั่นคืออะไร บ้าไปแล้วอะ เซฮุนเนี่ยนะจะคบกับยัยโก๊ะซูยอนได้

 

“นายชอบยัยนั่นจริงป่ะเนี่ย ซูยอนโง่มากเลยนะ แบบสมองขี้เลื้อย ซุ่มซ่าม บ้าบออะ รับได้เหรอ ไม่ได้คบเพราะสนุกใช่มั้ย”

 

“เธอก็รู้ว่าฉันไม่เล่นกับความรู้สึกคน”เป็นอีกครั้งที่เซฮุนสบตาฉันด้วยความจริงจัง คือก็รู้ไง แต่แค่คิดว่ามันดูจะเป็นไปไม่ได้เลย ในเมื่อทั้งสองคนนี้ต่างกันสุดขั้ว คนข้างตัวฉันอัจฉริยะในทุกๆด้าน ในขณะที่จองซูยอน ยัยนั่นน่ะ...โง่มาก โง่ทั้งเรื่องเรียนรวมไปถึงการวิเคราะห์ความรู้สึกของตัวเอง แล้วแบบนั้นจะรู้ได้ไงว่าสิ่งที่รู้สึกอยู่มันคือความรัก

 

“ฉันจะไม่ถามหรอกนะว่านายไปชอบซูยอนได้ไง”ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่จนเพื่อนสนิทเหลือบตามอง แต่แค่เสี้ยวนาทีเท่านั้นแหละ“แต่ยัยนั่นไม่รู้จักใจตัวเองด้วยซ้ำ”

 

“แค่ฉันรู้ก็พอ”เป็นอีกประโยคที่ทำให้ฉันเกิดอาการหาปากไม่เจอ เซฮุนเป็นผู้ชายที่ชัดเจนกับความรู้สึกมากตั้งแต่ฉันเคยพบเจอมา ถ้ามุ่งมั่นขนาดนี้คงไม่มีอะไรที่ฉันจะต้องห่วงสินะ

 

 

 

 

ติ๊ง~

 

เสียงบ้าอะไรกัน นี่มันเช้ามากเลยนะ คนจะหลับจะนอนให้ตายเถอะ ใครทักไลน์มาตอนนี้ไร้มารยาทสุดๆ ฉันคว้าหมอนอีกใบมาปิดหน้า ทว่าเสียงเตือนยังตามมาหลอกหลอนอยู่ดีนั่นแหละ ในที่สุดเลยจำใจเลื่อยตัวไปตามฝูกนุ่มจนถึงโต๊ะหัวเตียงที่ไอโฟนจ๋านอนสั่นรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

 

SH : ตื่นได้แล้วยัยขี้เซ้า

 

ฉ่า~ -///////-

 

ก็แค่ประโยคธรรมดาทำไมถึงทำให้หน้าฉันร้อนไปหมดแบบนี้กัน จากที่งัวเงียเพราะความง่วงก็ต้องตาสว่างขึ้นราวกับพลิกฝ่ามือ

 

SY : ง่วงอะ

SH : ลุกได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก

SY : ฉันไม่เคยไปโรงเรียนสายนะ

 

จริงๆนะ เพราะซูจองเห็นว่าฉันน่ะ เรื่องเรียนก็เละ เรื่องกีฬาก็ไปไม่รอด ศิลปะยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่ น้องสาวของฉันเลย บอกว่า แค่ตื่นเช้าไปโรงเรียนให้ทันก่อนเข้าแถวก็ถือว่าเป็นคุณประโยชน์สำหรับชีวิตเธอแล้วแหละซูยอน ถ้าทำอะไรแล้วไม่สำเร็จ ช่วยไปโรงเรียนเช้าๆ เพื่อรักษาหน้าฉันก็พอ

 

เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละ ฉันเลยติดนิสัยไปโรงเรียนเช้าตั้งแต่ประถมจนถึงตอนนี้ แต่นี่ที่เซฮุนทักมามันเช้าเกินไปอะ มันยังไม่ถึงเวลาที่ฉันจะต้องลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเลย

 

SH : งั้นนอนต่อเถอะ ไม่กวนและ

SY : ตื่นมาพิมพ์ขนาดนี้

SY : ใครจะนอนต่อลงกัน

SH : ให้ไปกล่อมปะละ

SY : พอ! หยุด! แล้วค่อยคุยกัน จะไปอาบน้ำแล้ว

SH : เดี๋ยว

SY : ว่า?

SH : เข้าไปในโรงเรียนแล้วช่วยเดินไปที่ห้องชมรมเราก่อนนะ

SY : ทำไมอะ ฉันมีโฮมรูม ถ้าโดดก็โดนดิ

SH : ไปก่อน เดี๋ยวแบคฮยอนพาไป มันรออยู่แถวป้อมยามนั่นแหละ

SY : มีไรป่ะเนี่ย

SH : มี แต่กลับไปจะเล่าให้ฟังนะ ใครพูดอะไรไม่ต้องฟังเข้าใจเปล่า

SY : เคๆ

SH : กอดนะ หอมด้วย

 

คิดว่าฉันจะบ้าตายกับคำน่ารักนี่ป่ะ พับผ่าสิ! ไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่เคยคิดว่าแข็งกระด้างมาตลอดจะเป็นคน...น่ารักแบบนี้

 

 

 

 

หลังจากมาถึงสถานที่จัดการแข่งขัน เราก็มานั่งรอในห้องรับรองที่ทางเขตเตรียมไว้ ภายในมีของว่างมากมายเพียงพอสำหรับคนนับร้อย แต่ความจริงคือตัวแทนของห้าโรงเรียนมารวมกันมันก็แค่สิบคนเท่านั้น ฉันนั่งอ่านชีทรายละเอียดการแข่งขัน รวมถึงคะแนนยิบยับที่จะได้รับจากการคำนวณโจทย์

 

“โย่วโย่ว ว้อทซับบบบบบ”ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นเลยว่าเจ้าของเสียงคือใคร เพราะแค่ได้ยินคำทักทายแปลกๆฉันก็รู้แล้ว

 

“ไง”เซฮุนเป็นคนแรกที่ทักตอบ สองคนนี้ไม่สนิทกันหรอกแต่ถ้าให้เดาคงเจอกันบ้างตามคลับ

 

“นึกว่าจะไม่มาซะและ เมื่อคืนใช่ย่อยดิ”ชานยอลที่มากับจงอินตบไหล่เพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆฉันดังปึกๆ เออ อีกเรื่องที่ทุกคนควรรู้คือจงอินเห็นกวนประสาท บ้า บอคอแตกแบบนี้แต่ความจริงเป็นคนฉลาดมาก ถ้าถามว่าคู่แข่งที่น่ากลัวของโรงเรียนฉันคือใคร คงหนีไม่พ้นจงอินกับชานยอลจากโรงเรียนKหรอก

 

คะแนนเราสูสีกันบ่อยครั้ง ผลัดกันแพ้ชนะจนโรงเรียนอื่นเริ่มท้อที่จะเอาชนะ

 

“เข้าไปข้างในกันเถอะน่าจะได้เวลาแล้ว”เหมือนเซฮุนจะพยายามตัดบทสนทนาทุกอย่างลงโดยการลุกขึ้นแล้วเดินนำเข้าไปในห้อง แล้วฉันเลยจำต้องลุกตามอย่าเลี่ยงไม่ได้เพราะคนที่ยืนฉีกยิ้มกว้างอยู่นี่ไง

 

“โอ๊ย!!!”ทว่าจังหวะที่กำลังเดินตามหลังเพื่อนสนิท ร่างของใครบางคนก็กระแทกเข้ามาเต็มๆที่ตัวฉันจนล้มพับลงไปนอนกับพื้น

 

“เดินประสาอะไร!”คนที่เข้าชนปัดตัวออกแรงๆราวกับรังเกียจเนื้อตัวฉันมากมาย แต่เดี๋ยวก่อนนะ ยัยนี่เดินมาชนฉันก่อนไม่ใช่เหรอ ทำไมยังมีหน้ามาพูดประโยคแบบนี้ มันน่าตบให้ลิ้นเน่าจริงๆ

 

“นิ!”ฉันลุกขึ้นโดยที่มีจงอินกับเซฮุนที่วิ่งกลับมาพยุงขึ้นคนละข้าง อยากจะกระโจนเข้าไปตะบบหน้าเย่อหยิ่งนั่นจนพังยับชะมัด ถ้าไม่ติดว่าวันนี้ฉันมาในฐานะตัวแทนของโรงเรียน ไม่งั้นยัยตัวแทนโรงเรียนRแหลกคามือซูจองคนนี้ไปแล้ว

 

อาจารย์ที่เป็นผู้คุมการแข่งขันเริ่มมองมาทางนี้ “เข้าไปข้างในกันเถอะ”เซฮุนบีบแขนฉันเบาๆเชิงเตือนสติ พอนึกได้ว่าอีกข้างมีคนจับแขนอยู่ก็ต้องรีบสะบัดออก

 

“ขอบใจ”ฉันบอกจงอินด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ความจริงไม่ควรโกรธจนลืมตัวปล่อยให้หมอนั่นมาจับเนื้อจับตัวแบบนี้เลย

 

“เดี๋ยวซูจอง!”ทว่าพอจะก้าวขาพ้นประตู มือหนาของคนด้านหลังก็คว้าต้นแขนฉันไว้ก่อน จงอินทำให้สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเพราะจู่ๆก็โผล่เข้ารวบฉันไปกอดซะแน่น

 

“ปล่อยนะ”เมื่อได้สติก็รีบดันตัวไอ้บ้านี่ออก จงอินผละออกไปอย่างง่ายดายโดยที่ฉันไม่ต้องออกแรงมากมาย “นายทำบ้าอะไร”ฉันกัดฟันถามด้วยความเหลืออดในขณะที่เซฮุนกุมมือที่กำหมัดแน่นเพื่อเตือนให้ฉันใจเย็นลงหน่อย

 

“ขอกำลังใจน่ะ”จงอินดูจะไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกับสิ่งที่ตัวเองทำ แถมยังยิ้มแฉ่งเดินเลยตัวฉันเข้าไปในห้องที่ใช้จัดการแข่งขันก่อน

 

“ใจเย็นซูจอง”ฉันจะพยายามนึกถึงชัยชนะให้มากๆแล้วมองข้ามเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไป เซฮุนเคลื่อนมือขึ้นมาบีบไหล่แทน คือจะบอกยังไงดี ถึงฉันกับคนข้างตัวจะเหมือนกันแต่ไม่ใช่ทุกเรื่องหรอก เพราะฉันใจร้อนมาก ถ้าเปรียบฉันคงเป็นไฟ เซฮุนก็คงเป็นน้ำแข็ง

 

เข้ามานั่งประจำที่ครบห้าโรงเรียน ทว่าคณะกรรมกการกลับไม่แจกกระดาษคำถามแต่อย่างใด รอแล้วรอเล่าจนกระทั่งมีอาจารย์ของโรงเรียนอะไรสักอย่างเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง

 

“ขออภัยนะคะ แต่ตอนนี้ทางเรามีการตรวจพบการทุจริตการแข่งขัน จึงขอยุติการแข่งขันทั้งหมด”

 

 

 

 

ฉันเดินลงมาชั้นล่างหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ขณะก้าวลงบันไดก็ต้องชะงักเมื่อเห็นอีกคนก้าวขึ้นมาสวนกันกับฉัน

 

“พี่คะ”พี่ทงเฮดูจะตกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มเล็กๆให้

 

“ทำไมตื่นเช้าจังน่ะเรา”ถามพลางใช่ผ้าขนหนูที่พาดบนคอซับเหงื่อไปด้วย

 

“แฮะ หิวมั้งคะ”ฉันยิ้มแห้งๆให้พี่ชายคนโต ก่อนที่อีกคนจะเดินขึ้นมาอยู่บันไดที่ต่ำกว่าฉันหนึ่งก้าว มือหนาเคลื่อนมายีผมที่เพิ่งสระเสร็จเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

“ไปกินข้าวเช้ารอพี่เลย เดี๋ยวไปส่งที่โรงเรียน”

 

“เย้!”ถ้าไม่ติดว่าเราอยู่บนบันได ก็คงกระโจนกอดคนตัวโตแน่นๆไปแล้วแหละ

 

ทว่ายิ้มดีใจได้ไม่นานมันก็ต้องหุบฉับลง เพราะดันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า...



“ซูยอน มองอะไรเหรอ มีอะไรหรือเปล่า”มือหนาเคลื่อนมาโบกช้าๆระดับสายตาของเด็กสาวที่ยืนบนขั้นบันไดสูงกว่าเขาไปหนึ่งขั้น

 

ซูยอนกะพริบตาถี่ก่อนจะยิ้มฝืดๆส่งให้อีกคน“พี่เจาะหูด้วยเหรอ”

 

ทงเฮเลื่อนมือไปลูบตรงติ่งหูที่ผ่านการเจาะมาแล้วไม่กี่วันก็พบว่าอีกข้างมันว่างเปล่า ร่างสมส่วนชะงักกึกราวกับนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะสบตาคนตัวเล็กตรงหน้า “เพิ่งเจาะได้สองวัน”

 

“แล้วทำไม...ใส่ตุ้มหูแค่ข้างเดียวละ”ซูยอนฝืนยิ้ม ต่อให้เด็กอนุบาลก็ดูออกว่าไม่เต็มใจให้รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าสักนิด

 

“คงหล่นอยู่แถวนี้แหละมั้ง”อีกคนก็ทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อนแล้วไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ “ไปทานข้าวเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

 

“คือหนูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านัดแทยอนไว้”

 

“นัดไว้ที่ไหน สถานีรถไฟที่เดิมหรือเปล่า รอพี่ก่อนก็ได้เดี๋ยวไปส่งนะ”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ...ไม่เป็นไร หนูอยากไปเอง”ว่าแล้วก็วิ่งเลยพี่ชายลงบันไดอย่างเร่งรีบ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ทงเฮขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงงงวยก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

 

ซูจองกางแขนออกทั้งสองข้าง เมื่อคณะกรรมการคุมการแข่งขันเข้ามาตรวจค้นร่างกาย อีกคนก็คนกระเป๋าที่พกอุปกรณ์การเรียนมาด้วย ใบหน้าสวยนิ่งเฉยๆเพราะมั่นใจอยู่แล้วว่าไม่มีทางทุจริตการแข่งขันอยู่แล้ว ผู้เข้าแข่งขันอีกแปดคนก็ถูกตรวจเหมือนๆกันหมด เหลือบไปสบตาผู้หญิงที่ชนเธอก็เห็นว่ายัยนั่นแสยะยิ้มส่งมาให้ ทั้งที่ตัวเองก็ถูกคณะกรรมการตรวจอยู่เหมือนกัน ยังหน้าด้านมายิ้มให้อีกนะ ตบเลยดีมั้ยละจะได้จบ

 

“พบแล้วครับ”เสียงที่ดังขึ้นส่งผลให้ทุกสายตาจับจ้องไปยังจุดมุมห้อง กระโพยในมือของกรรมการผู้ชายถูกชูขึ้น ทว่าสิ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้คือเจ้าของโพยทุจริตใบนั้นต่างหาก

 

“โรงเรียนมัธยมเคถูกปรับให้แพ้ โดยไม่มีการผ่อนปรน และทางเขตจะไม่อนุญาตให้โรงเรียนนี้เข้าแข่งขันอีก!”ชานยอลอ้าปากหวอได้แต่วิ่งตามเพื่อนที่ถูกคณะกรรมการสองคนลากออกไป การแข่งขันในวันนี้ก็ถูกยกเลิกอีกเช่นกัน

 

ระหว่างทางกลับโรงเรียนซูจองก็เอาแต่ต่อว่าคู่แข่ง ส่วนเซฮุนก็เงียบไปตลอดทางราวกับกำลังใช้ความคิดอยู่

 

“แย่มาก กลัวแพ้ขนาดนี้เลยเหรอ”ซูจองหัวเราะหึขึ้นจมูกอย่างไม่เชื่อสายตา จงอินไม่ใช่คนโง่ขนาดจะจดโพย แต่เขาก็ทำ หรือตลอดเวลาที่แข่งกันมาหมอนั่นใช่โพยตลอด ไม่น่าละคราวที่แล้วชนะโรงเรียนเธอไปไม่กี่คะแนน

 

“เธอคิดแบบนั้นเหรอ”หันไปมองเพื่อนสนิทที่เลิกคิ้วให้ก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น

 

“ฉันไม่ได้คิด แต่ฉันเชื่อสายตาตัวเอง หลักฐานคาตาขนาดนี้จะไม่ให้เชื่อได้ไง”

 

“แต่บางอย่าง ตาเธออาจจะไม่เห็นก็ได้นะ”

 

“นายหมายความว่าไง”เซฮุนไม่ตอบแต่กลับไหวไหล่กวนประสาทแทน ซูจองอยากจะยกกรงเล็บไปข่วนหน้าหล่อๆนั้นนัก ทำไมผู้หญิงหลายคนถึงเอาแต่หลงหมอนี่กันเย็นชาก็ที่หนึ่ง พูดน้อย เข้าใจยากอีกด้วย จะว่าไปก็เหมาะสมกับซูยอนดี เหมือนกันที่สุดก็ความพิลึกนี่แหละ

 

 

 

 

“ซูยอน!!

 

เฮือก!!! ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆใครก็ไม่รู้มาตะโกนใส่หู พอหันไปก็พบว่าเป็นแบคฮยอน เขาอมลมเต็มแก้ม แถมยังมองฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เดี๋ยวนะ ฉันสิต้องโกรธ มาตะโกนใส่กันก่อน

 

“นายมาตะโกนใส่ฉันทำมายยยยยย”

 

“ก็เพราะเธอหูตึงงายยยยยย รู้ป่ะว่าฉันวิ่งตามเธอตั้งแต่หน้าประตูโรงเรียน เธอนั่นแหละ เหม่ออะไร เป็นไร”แบคฮยอนกอดอกเหมือนครูฝ่ายปกครอง ดูจากแก้มแดงๆปากซีดๆแล้วที่เขาพูดอาจจะจริง มองไปรอบๆก็พบว่าตัวเองเดินมาถึงใต้อาคารเรียนแล้ว

 

“แล้ววิ่งตามมาทำไมละ”

 

“เซฮุนไม่ได้บอกเหรอ ว่าให้ฉันพาไปชมรมก่อน”

 

“อ่อ จำได้แล้ว...แล้วไปทำไมหรอ”

 

“เซฮุนไม่ได้บอกหรอว่ามันจะเล่าเอง”

 

“อ่อ ลืมไปน่ะ”

 

จู่ๆแบคฮยอนก็เอามือไปตบหน้าผากตัวเองเสียงดัง แถมยังใช้อีกมือเท้าสะเอว บางทีเขาอาจจะกำลังปวดหัวแล้วก็ปวดเอวในเวลาเดียวกันอยู่ก็ได้

 

“รู้ป่ะ ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไมเธอสอบตกทุกเทอม”

 

“...”

 

“ขี้ลืมมากมาย ปวดหัวแรง”

 

แบคฮยอนกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ก็คว้าข้อมือฉันให้รีบออกไปจากใต้อาคารเรียน เพราะนักเรียนเริ่มทยอยเข้ามาแล้ว ทว่าพอจะก้าวขาเสียงแหลมก็ดังขึ้นจากด้านหลังจนสะดุ้งโหยง

 

“กรี๊ดดดดดดด แซ่บๆๆๆๆ ซูยอนเธอแซ่บมากอะ เธอเป็นไอดอลฉันเลยนะ”ซูจีตะบบที่แขนเล็กก่อนจะฉีกยิ้มอย่างปลาบปลื้ม เดี๋ยวนะ ทำไมยิ้มแบบนี้ละ ทั้งๆที่คนข้างตัวไม่เคยเข้ามาเสวนาอะไรกับฉันเลย

 

“แซ่บอะไรหรอ เมื่อเช้าไม่ได้กินส้มตำนะ”

 

“นี่ก็ขี้เล่น”ฮโยซองตีแขนฉันเบาๆแล้วขำออกมา คือไม่ได้พูดเล่น เมื่อเช้ายังไม่ได้กินข้าวเลยอะ พูดถึงส้มตำเย็นนี้ชวนแทยอนไปกินดีกว่า

 

“ไม่ใช่ๆแหม ก็เรื่องเธอกับเซฮุนไง ห้องน้ำที่ว่าเย็นยะเยือกคงร้อนระอุน่าดู”ซูจีมองเพดานทำหน้าเพ้อฝัน

 

“เออ คือฉันกับซูยอนมีธุระน่ะ”แบคฮยอนก็อีกคนจะลากฉันไปไหนยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย

 

“เดี๋ยวสิฉันยังเม้าท์ไม่จบยะ!”ฮยอนอาวิ่งมาจากไหนไม่รู้ช่วยดึงแขนฉันออกห่างจากแบคฮยอน

 

“พวกเธอจะคุยอะไรกับฉัน”

 

“เมื่อคืนพวกเราไปเที่ยวคลับWE เจอเธอเดินออกมาจากห้องน้ำกับเซฮุนแหละ ท่าทางนี่อ่อนระทวย โฮ๊ย แซ่บ เซฮุนนี่คงเด็ดน่าดูเลยเนอะ”

 

“อะ...อะไรนะ!!!”ฉันร้องสียงหลง หันไปทางแบคฮยอนก็พบว่าเขาหน้าเหวอก่อนจะลงไปนั่งยองยองกุมขมับกับพื้น นะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน!

 

ตึก ตึก ตึกๆ

 

เสียงลงฝีเท้าดังมากจากด้านหลัง ทุกคนเบนความสนใจไปทางนั้นโดยพร้อมเพรียงกัน และคงจะเป็นที่จับมองไปอีกนานถ้าฉันไม่ย้ายตัวเองออกไปจากตรงนี้

 

“ซูยอน”เซฮุนหายใจหอบแรงเพราะความเหนื่อย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันสนใจเท่าเรื่องที่ตัวเองกำลังเจออยู่ตอนนี้

 

“พอ...นายห้ามพูดอะไรทั้งนั้น แล้วอยู่ห่างๆฉันไว้ด้วย”ฉันยกมือห้ามไม่ให้เซฮุนก้าวเข้ามาใกล้ไปกว่านี้ สีหน้าของอีกคนเหมือนคนน้ำท่วมปาก อยากจะอธิบายเสียมากมาย เมื่อก่อนฉันเคยดูละครน้ำเน่าที่นางเอกเข้าใจผิดแล้วไม่ยอมฟังพระเอกอธิบาย ทว่าตอนนี้ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นแล้ว มันไม่พร้อมจะฟังหรือรับรู้อะไรทั้งนั้นจริงๆ

 

“เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ฟังคนอื่น”เซฮุนเอ่ยด้วยความเสียงเย็น แต่ไม่ได้แข็งกระด้าง เขาเหมือนกำลังจะใช้ความใจเย็นของเขาล้างความใจร้อนของฉันลง

 

“ไม่ ไม่ฟังอะ”จะบอกว่าฉันงี่เง่าก็ได้ แต่ถ้าเขารู้ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้เขาน่าบอกให้ฉันหยุดเรียนไปเลย จะให้มาเผชิญหน้ากับพวกสอดรู้สอดเห็นที่โรงเรียนไปทำไมกัน อีกอย่างถ้าเรื่องฉาวๆแบบนี้ถึงหูอาจารย์ มันก็คงไม่พ้นถึงหูพ่อแม่แล้วก็...พี่ทงเฮด้วย

 

“ฟัง... สัญญาแล้วไงว่าจะไม่เชื่อคนอื่น”เซฮุนยังตั้งท่าจะอธิบายท่าเดียว พลันสายตาก็เหลือบเห็นบางอย่างด้านหลัง ฉันเบิกตาโตด้วยความตกใจ ร้องบอกคนตัวสูง

 

“เซฮุนระวัง!!!

 

ผลั่ก!!!!

 

 





ร่างสมส่วนของคนมาใหม่กระโจนเข้าใส่ร่างสูงของเซฮุนอย่างรวดเร็ว หากทว่าเขากลับเบี่ยงตัวหลบไม่ทัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะยกเท้าถีบลงมายังหน้าท้องจนจุกแทบล้มทั้งยืน


“ลู่หาน...หยุดๆ”ซูยอนร้องห้ามก่อนจะตัดสินใจวิ่งไปรั้งแขนคนหน้าหวานที่แดงก่ำจากอารมณ์กรุ่นโกรธไว้


“ปล่อย! ฉันจะกระทืบมัน”เบนสายตาคล้ายกวางที่โกรธจัดมาสบกับเพื่อนสนิท


“ลู่หานพอเถอะ”คนตัวเล็กบีบแขนคนข้างตัวไว้แน่น หลังจากนั้นก็ละสายตามามองคนตัวโตที่นั่งกุมท้องอยู่กับพื้นอย่างเป็นห่วง ทว่าจะให้ปล่อยแขนจากลู่หานก็ไม่ได้ รายนี้อารมณ์ร้อนเป็นไหนๆ ขืนปล่อยได้กระโจนไปตีกันอีกรอบ และคราวนี้เธอไม่รับประกันหรอกนะว่าเซฮุนจะไม่สวนกลับ


แบคฮยอนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างรู้หน้าที่ พุ่งไปช่วยพยุงคนเจ็บขึ้นมายืนเผชิญหน้ากับตัวต้นเหตุ


“แม่งเอ๊ย!”ลู่หานสบถเสียงเข้ม เอาอีกแล้ว ซูยอนโพล่งขึ้นในใจก่อนจะเปลี่ยนจากจับแขนมารวบรอบเอวสอบของเพื่อนไว้แน่น


“อย่านะลู่หาน”คนถูกสวมกอดชะงักกึก จากที่ตั้งท่าจะเข้าไปซัดเซฮุนก็จำต้องลดหมัดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้“นายพยอน ฝากด้วยนะ”เมื่อเห็นว่าลู่หานเย็นลงก็หันไปบอกแบคฮยอนที่ยืนจับเซฮุนไว้อีกด้าน ไม่แม้แต่จะชายตามองคนเจ็บเลยสักนิด


“ไม่ให้ไป”เซฮุนเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน เท้าที่กำลังจะก้าวไปจากจุดนี้ชะงักงัน ซูยอนปิดเปลือกตาลงช้าๆอย่างควบคุมความรู้สึก ก่อนจะรั้งข้อมือลู่หานให้เดินตามแรงดึง


หากหันมาสบตากันสักนิด... แค่นิดเดียว ซูยอนอาจจะไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขา เพราะสายตาของแฟนหมาดๆ กำลังทอความเจ็บปวดออกมาอย่างปิดไม่มิด

 

 

 

“นายไม่น่าทำแบบนั้นเลยนะเสี่ยวลู่”กดไหล่กะทัดรัดให้นั่งลงบนเก้าอี้ภายในสวนพฤกษาของโรงเรียน


“แล้วจะให้ฉันทำยังไง ข่าวมันเสียหายมากนะ ผู้หญิงซื่อบื้ออย่างเธอรับไหวเหรอ!”คนหน้าหวานตะคอกอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ลู่หานรู้ตัวดีว่าอะไรที่เกี่ยวกับซูยอนเขาจะห้ามมันไม่ได้


“ข่าวกับแฟนตัวเองมันคงไม่เป็นไรหรอก”คนตัวเล็กพ่นลมหายใจแรงๆก่อนจะทรุดนั่งลงข้างๆร่างสมส่วน


“แฟน! นี่เธอคบกับมันเหรอ!”กระเด้งตัวขึ้นลุก ตะเบ็งเสียงที่ไม่เบาเลยจนลั่นบริเวณ นี่เขาแค่หายไปเที่ยวเล่นที่ยุโรปกลับมาเลยเจอเซอร์ไพร์สแบบนี้เลยน่ะเหรอ ตลกร้ายในรอบปีชัดๆ


“ขอโทษนะที่ไม่ได้เล่าให้นายฟัง เห็นเที่ยวเพลินเลยไม่อยากกวน”


“คบกับมันเนี่ยนะ เธอน่ะเหรอมีแฟน เธอมีแฟนจริงดิ”


“นายอย่าย้ำเหมือนในชีวิตนี้ฉันไม่มีปัญญาหาแฟนได้ป่ะ”


“แต่มันทำเธอเสียหาย เลิกสิ เลิกกับมันเลย”นั่งลงถามเดิมแล้วจัดการเขย่าแขนเล็กราวกับเสี่ยงเซียมซี


“เลิกได้ที่ไหนเล่า เพิ่งคบกันเมื่อคืน”บ่นอุบอิบ


“คบได้ก็เลิกได้ ถ้ามันดีจริงมันจะทำให้เธอเสียหายขนาดนี้หรอ คิดสิคิด”ลู่หานใช้นิ้วสากๆจิ้มไปยังขมับตัวเองจึ๊กๆอย่างหัวเสีย คบกับคนตัวเล็กมาตั้งแต่ประถมเขารู้ดีว่าจะตะล่อมอีกคนด้วยวิธีอะไร


“นายพูดถูก”คำตอบของซูยอนส่งผลให้คนฟังคลี่ยิ้มออกมา ทว่าก็ต้องหุบฉับเพียงเสี้ยววินาที“แต่ฉันไม่อยากคบๆเลิกๆ เซฮุนไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้หรอก”


“เธอรู้ได้ไงฮะ เธอตามมันไม่ทันหรอก มันฉลาดจะตาย”


“นั่นสิ”ซูยอนเด้งตัวขึ้นยืนก่อนจะก้มหน้าสบตาคล้ายกวางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์“เสี่ยวลู่แล้วเจอกันที่ห้องนะ”ว่าจบก็วิ่งไปจากจุดเดิม ทิ้งให้คนหน้าหวานหน้าเหวออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

 

 

“โฮ้! เขียวเลยดิ่”นายพยอนอุทานหลังจากเลิกเสื้อเซฮุนขึ้น ทันทีที่รอยช้ำตรงหน้าท้องปรากฏต่อสายตาก็อดที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ไม่ได้ ลู่หานห้องบี หมอนั่นเท้าหนักชะมัดยาด


“ไปทำอะไรมาเหรอคุณโอ คงไม่ใช่เรื่องทะเลาะวิวาทใช่มั้ย”ครูประจำห้องพยาบาลดันกรอบแว่นขึ้นขณะไต่ถามถึงสาเหตุ มือก็สาละวนกับอุปกรณ์และยูกยาในการรักษาคนเจ็บ


“เดินชนขอบโต๊ะฮะ มันซุ่มซ่าม”แบคฮยอนรีบตอบแทน เพราะเซฮุนเอาแต่นิ่งเงียบเป็นหุ่นปั้น


“ดีแล้ว นักเรียนทุนอย่างคุณไม่ควรมีเรื่องเสื่อมเสีย เพราะนั่นจะมีผลต่อทุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยของคุณด้วย”ว่าพร้อมกับใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบยังหน้าท้องของนักเรียน ที่มีหมัดกล้ามเล็กน้อยตามประสาวัยรุ่นที่กำลังเปลี่ยนแปลงระบบการเจริญเติบโต


หลังจากปฐมพยาบาลเบื้องต้นเรียบร้อยเซฮุนและแบคฮยอนก็เดินเทียบเคียงกันเพื่อจะกลับไปยังห้องเรียน เนตรเรียวรีเหลือบมองคนที่เดินเหม่อลอยอยู่ข้างๆเป็นระยะ กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีร่างใครบางคนมาหยุดกึกอยู่ตรงหน้าพวกเขา


“เอ่อ ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”นายพยอนว่าจบก็วิ่งจู๊ดจากไป ทิ้งให้คนเป็นแฟนกันยืนจ้องตากันปริบๆ


“ทายาแล้วเหรอ”เป็นซูยอนที่เริ่มทำลายความเงียบก่อน


เซฮุนยกมือขึ้นลูบบริเวณหน้าท้องที่รู้สึกปวดแปล๊บๆอยู่ตลอดเวลา แล้วพยักหน้าแทนคำตอบ “หายโกรธแล้วเหรอ”


“ฉันว่า...”


“เราไม่เลิกกันได้มั้ย”ยังไม่ทันจะได้พูด คนตัวโตก็โพล่งขึ้นก่อน เซฮุนกำลังรู้สึกแย่ถึงขีดสุด หากเขาต้องเสียคนตรงหน้าไปภายในระยะเวลาอันรวดเร็วแบบนี้ มันดูไม่ยุติธรรมเลยสักนิด


“มีอะไรจะเล่าให้ฟังหรือเปล่า"




ฉันนั่งสบตาเซฮุนตรงๆอย่างไม่หลบเลี่ยง เซฮุนอธิบายทุกอย่างให้ฉันฟังจนเข้าใจ ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนฉลาดและฉันก็เป็นคนโง่มาก หลายครั้งฉันมักจะใช้อารมณ์ตัดสินทุกอย่างโดยไม่เคยหาเหตุผล ฉันควรจะฟังเขาพูด ควรจะฟังเรื่องที่ตัวเองไม่เคยรู้


"ขอโทษแทนเสี่ยวลู่ด้วยนะ"


"อืม"เซฮุนตอบรับในลำคอพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบผมฉันเบาๆ


"ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่รู้เรื่องนี้ ฉันต้องแย่แน่ๆ"ฉันพองลมเต็มแก้มปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจกับหัวของฉัน มันก็สบายดี ฉันชอบให้คนลูบหัวน่ะ


"ไม่หรอก"


"ไม่รู้หรอ"


"ไม่เป็นไรต่างหาก"


"เป็นซี่~ ถ้าพวกท่านรู้ว่าฉันไปเที่ยวผับ แถมยังมีข่าวลือเสียหายออกมาท่านเอาฉันตายแน่"ถึงฉันไม่ใช่ลูกสาวที่สร้างชื่อเสียงให้ตระกูลแต่ฉันก็อยากทำลายมันหรอกนะ


"ฉันไม่ให้เธอเป็นอะไรไปหรอก ฉันจะคุยกับพวกท่านเอง"เซฮุนระบายยิ้มนิ้วก็ม้วนผมฉันเล่น แต่ฉันก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีต่อให้พวกท่านจะเอ็นดูเซฮุนแค่ไหนทว่านี่มันเป็นเรื่องใหญ่มาก


"นายต้องโดนท่านดุ"จากที่ห่วงตัวเองก็เริ่มห่วงเซฮุนขึ้นบ้างแล้ว


Rrrrr~


เสียงเรียกเข้าที่ดังจากกระเป๋ากระโปรงนักเรียนทำให้ฉันลุกลี้ลุกลนรีบล้วงมันออกมาดูว่าใครโทรมา แต่แล้วมือกลับแข็งทื่อเสียอย่างนั้นเมื่อพบว่าคนที่โทรมาคือคุณแม่


"ให้รับให้ไหม"เซฮุนแบมืออกมาตรงหน้า แต่ฉันกลับส่ายหน้าปฏิเสทแล้วกดรับกรอกเสียงลงไปในสาย


"ค่ะคุณแม่"


"แม่อยู่ห้องผู้อำนวยการ มาหาแม่หน่อย"


"แม่อยู่ที่นี่เหรอคะ"ฉันโพล่งเสียงดัง แถมยังลืมตัวกำชายกระโปรงแน่น แปลว่ามันคงเป็นเรื่องใหญ่มากจริงๆ


"รีบมาล่ะ"คุณแม่พูดจบก่อนจะตัดสายในทันที ฉันสบตาเซฮุนจนสีหน้ามันฉายชัดว่ากำลังเครียดละมั่งเขาเลยเคลื่อนมือมากรอบกุมมือฉันแล้วส่งแรงบีบเบาๆเพื่อให้กำลังใจ




ฉันวิ่งออกจากห้องเรียนทันทีเมื่อรู้ว่าแม่มาถึงที่นี่ เรื่องข่าวของเจสสิก้ากับเซฮุนฉันได้ยินมาตลอดทางที่เดินเข้ามาในโรงเรียน อาคาร โรงอาหาร หรือแท้กระทั่งห้องน้ำ มันเป็นเรื่องอื้อฉาวและแน่นอนว่าการเล่าปากต่อปากบวกการใส่สีตีไข่จนมันต้องเกินความจริงอยู่แล้ว


"เซฮุนอาผิดหวังในตัวเรามากเลยนะ"ฉันรีบซุกตัวเข้าที่ซ่อนเมื่อมาถึงอาคารบริหารแล้วพบกับแม่ยืนคุยกับเพื่อนสนิทตัวเองอยู่ตรงที่พักบันได แต่ไม่ยักจะเห็นเจสสิก้าเลย


"ผมต้องขอโทษคุณอานะครับที่พาเจสสิก้าไปในที่อโคจรแบบนั้น"แม่ฉันเป็นคนน่ากลัวคนนึงเวลาโกรธ ท่านน่ะเอ็นดูเซฮุนเหมือนลูกชายอีกคนของท่านแถมเขายังเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของฉันอีก พ่อกับแม่เลยรักเขาเป็นพิเศษ แต่ดูจากสายตาคุณแม่ตอนนี้แล้วคะแนนเซฮุนคงตกหล่นไปเยอะ


"เซฮุนรู้ใช่ไหมว่าอารักเซฮุนเหมือนลูกเหมือนหลาน แล้วการที่พากันไปทำอะไรแบบนั้นมันเหมาะสมเหรอ"


"ผมทราบครับ ผมยอมรับผิดทั้งหมดและจะรับผิดชอบเจสสิก้าด้วยครับ"น้ำเสียงเซฮุนนักแน่นจนฉันวางใจไปอีกเปราะที่เขาไม่กลัวแม่ ไม่กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริง แต่ขอโทษนะดูเหมือนเขาจะรู้จักผู้หญิงที่คลอดฉันออกมาน้อยเกินไป


"รับผิดชอบเหรอ รับผิดชอบด้วยการทำอะไร เธอก็เป็นแค่นักเรียนมอปลายที่ทำงานพาร์ทไทม์ซื้อข้าวเช่าอพาตเมนท์ไปวันๆ เธอจะเอาปัญญาที่ไหนมาเลี้ยงลูกสาวอา"เซฮุนจ้องตาแม่ฉันกลับแต่เขาไม่ได้ท้าทาย เขาแค่จ้องเพื่อยืนยันความจริงใจ แต่แล้วยังไง แม่ไม่ใช่พวกใจอ่อนกับอะไรง่ายๆ


"..."


"ความรักของเธอมันทำให้ชื่อเสียงเจสสิก้ากลับมาไม่ได้ การรับผิดของเธอคืออะไร คือการลาออกไปแต่งงานแล้วเลี้ยงลูกตั้งแต่ยังไม่จบมอปลายงั้นเหรอ"


"ผม..."และเซฮุนก็จนมุม ต่อให้พวกเราจะเป็นอัจฉริยะแต่ก็ยังเป็นเด็กอายุสิบเจ็ดที่ขาดประสบการณ์การใช้ชีวิต เขาสู้แม่ฉันไม่ได้หรอก


"อย่ายุ่งกับเจสสิก้าอีก นี่แหละ...คือทางออกที่ดีที่สุด"แม่ปรายตามองเซฮุนด้วยแววที่ไม่หลงเหลือความเอ็นดูอีกก่อนจะเดินผ่านเลยกลับขึ้นไปชั้นบน ฉันคิดว่าเจสสิก้าน่าจะอยู่ในห้องผู้อำนวยการ พ้นหลังแม่ฉันก็ออกจากที่ซ่อนแล้วไปหยุดอยู่ตรงหน้าเพื่อนสนิท


"นี่! อย่าทำเหมือนคนใกล้จะตายได้ไหม"ฉันผลักอกกว้างๆนั่นอย่างไม่ออมแรง แต่เซฮุนกลับเซแค่นิดเดียว คนตัวโตแค่ถอนหายใจทรุดตัวลงไปนั่งบนขั้นบันไดอย่างไร้เรี่ยวแรง


"ทำไมฉันไม่รวยให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย"


"ฉลาดนิที่รู้ว่าแม่ฉันชอบคนรวย"ฉันหัวเราะขึ้นจมูกลงไปนั่งข้างๆเขา เพราะแม่ชอบเงินฉันถึงต้องหมั้นกับคิมแทมิน ผู้ชายที่ฉันไม่ได้รักและเขาเองก็ไม่ได้รักฉัน


"หึ สมเพชตัวเองจัง"เซฮุนเล่นเอาฉันไปต่อไม่ถูก เขาขยุ้มผมซอยสั้นสีน้ำตาลเข้ม สายตาก็เอาแต่จรดมองปลายรองเท้านักเรียนตัวเองนิ่ง


แม่กับพ่อเหมือนจะไม่รักเจสสิก้างั้นเหรอ... น้อยไปน่ะสิ พวกท่านห่วงยัยนั่นยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เจสสิก้าเป็นคนโง่ ซุ่มซ่าม เชื่อคนง่ายจะตายชัก ทำอะไรก็ไม่เป็น แน่นอนว่าพวกท่านรู้จักลูกสาวตัวเองดี ต่อให้เซฮุนจะวิเศษวิโสมาจากไหนแต่ถ้าไม่มีเงินมาเป็นหลักประกันที่จะนำพาความสุขสบายมาให้เจสสิก้าได้ท่านคงไม่นิ่งเฉย


"ฉันจะไม่ช่วยนาย"ฉันรีบดักคอก่อนเพราะไม่อยากเอาตัวเองไปเกี่ยวโยงกับเรื่องวุ่วายพวกนี้ ปัญหาใครก็ปัญหามันสิ


"ฉันก็คิดไม่ออกหรอกว่าคนอย่างเธอจะช่วยฉันด้วยวิธีไหน"ฉันไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินหนีออกมาเสียดื้อๆ เอาเข้าจริงเซฮุนก็ดูแกร่งกว่าที่ฉันคิด ขนาดโดนแม่มองแรงขนาดนั้นยังไม่ยอมละสายตา ก็ดูเป็นมวยต่างไซส์แต่ถูกคู่ดีไม่หยอก


น่าสนุก...




ฉันเดินตามมาออกมาถึงลานจอดรถ ท่านคุยอะไรกับผู้อำนวยการบ้างก็ไม่รู้แต่ที่ฉันอยากรู้มากกว่าคือแม่คุยอะไรกับเซฮุน พอออกไปพร้อมกันแม่ก็กลับมาคนเดียวแบบนี้ ใจคอไม่ค่อยดีเลย


"แม่คะ หนูขอขึ้นไปเอากระเป๋า..."


"แม่ให้แทยอนเก็บให้แล้ว กลับบ้านพร้อมแม่"พูดจบแม่ก็ขึ้นไปนั่งบนรถที่คนขับเปิดประตูรอไว้ ฉันเองก็จำต้องตามท่านไปอย่างเลี่ยงไม่ได้


"แม่... คุยอะไรกับเซฮุนเหรอคะ"


"แม่ขอสั่งห้ามอย่ายุ่งกับเซฮุนอีก"


"แม่"ฉันครางออกแม่เมื่อเจอเสียงเฉียบขาดนั่น


"ออกรถ"แม่สั่งคนขับก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไปจากลานจอด ฉันเกาะกระจกเหม่อมองอาคารบริหารก่อนจะเห็นเซฮุนกำลังวิ่งออกมา เขาหันรีหันขวางจนกระทั่งใบหน้าและสายตาคู่นั้นจะหยุดยังรถที่ฉันนั่งอยู่ เพราะกระจกไม่ได้ทึบทำให้เขาเห็นว่าฉันมองอยู่ เราสบตากันโดยปราศจากเสียง คุณแม่อยู่ข้างๆเลยทำให้ฉันทำอะไรได้ไม่มากนอกจากจ้องเขา จ้องจนเซฮุนตัวเล็กลีบลงเรื่อยๆ จ้องจนเขาไม่ได้อยู่ในสายตาอีก


เซฮุนไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยซ้ำ เขาไปคลับเพราะเป็นห่วงฉัน เรื่องในห้องน้ำก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด ฉันเองที่ดึงดันอยากจะไปที่นั่น ถึงแม้ครั้งแรกมันจะเกิดความผิดพลาดขึ้นก็ตามทว่ายังไม่ทีรู้นอกจากฉันกับเขา


เราเป็นแฟนกันแล้ว


แต่ทำไมฉันทำอะไรเพื่อเซฮุนไม่ได้เลย...


ทำไมทุกคนถึงเอาแต่ปกป้องฉันจนตัวเองต้องเดือดร้อนแบบนี้...


ฉันนี่มันตัวปัญหาชัดๆ...





 

 

 

 

 

 


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #170 DoubleBlove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 00:22
    สงสารทั้งคู่เลย ขอให้แม่ยอมรับในตัวฮุนเร็วๆ
    #170
    0
  2. #166 BKY. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 03:16
    โอ้ยยแม่เค้าจะมาขัดอะไรตอนนี้คะเนี่ยยยย เห้อมมสงสารทั้งสิก้าทั้งเซฮุนเลยย งื้อออ
    #166
    0
  3. #165 maomao_j (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:49
    โอยชอบเรื่องอ่ะค่ะ รอนานมากกกสงสารทั้งคู่
    #165
    0
  4. #164 ผู้หญิงของคุณเจ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:40
    ขุนแม่จะมาขัดคนเป็นแฟนกันไม่ได้นะคะ เซฮุนอย่ายอม ตัลนี่ก็สมกับเป็นตัลจริงๆลึกๆแล้วก็ห่วงคู่นี้ละสิ่
    #164
    0
  5. #163 Smurfette (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:40
    เฮ้อ สงสารจัง เพิ่งเป็นแฟนกัน ก็มีแต่เรื่อง จะโดนจับแยกออกจากกันจริงเหรอ เซฮุนดูรักสิก้ามาก จริงๆ แอบรักมานานแล้วใช่ป่าว? ใครจะช่วยคู่นี้นะ เฮ้อ
    #163
    0
  6. #162 Fpc Man U (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 22:27
    เป็นแฟนกันไม่ทันไรก็มีเรื่องจนโดนขัดขวางความรักซะแล้ว ฮืออออออ ??
    #162
    0
  7. #161 Lee U B (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 21:47
    ฮือออ ทำไมขุ่นแม่ต้องทำแบบนี้
    #161
    0
  8. #159 jaoyingkobbbbb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 07:07
    รอคอย .....
    #159
    0
  9. #157 sasikanphosri98 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 12:38
    ต่อค่ะรอรอเธอมาแสนนาน
    #157
    0
  10. #156 maomao_j (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 09:26
    รออยู่ทุกวันน้ะ
    #156
    0
  11. #155 Mmwasinee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 08:28
    อ้ากกกกค้างมากกก
    #155
    0
  12. #154 one9love (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 06:20
    ชอบบบบ
    #154
    0
  13. #146 nykiki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 16:42
    ฮุนดูชอบเจสมากนะนี่ แล้วเจสจะเลิกไหมหว่า?
    #146
    0
  14. #145 pae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 22:30
    กำลังสนุกเลยมาอัพต่อนะค่ะอยากรู้ว่าเป้นไงต่อไป
    #145
    0
  15. #144 jessica-nonthiya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 14:20
    เราไม่เลิกกันได้ไหม ฟินนนนนนนรรรรรรรรร
    ลู่เป็นบทมาก็ถีบเลยง่าาา ชอบบๆ
    พี่ฮุนหล่ออออออออ้ะ ซูยอนน่ารักกกก สู้ๆค่ะ
    #144
    0
  16. #143 Smurfette (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 00:14
    ลู่หานเปิดตัวด้วยลูกถีบ พยายามเกลี้ยกล่อมให้ซูยอนเบิกเป็นแฟนกับเซฮุน กลายเป็นเงิบ ไปกระตุ้นต่อมมีเหตุผลของซูยอน ให้ไปตามฟังความจริงจากเซฮุนซะงั้น เซฮุนดูเฮิร์ทเกินคาดคิด เห็นดูนิ่งๆ เป็นแฟนกันก็แค่คืนเดียว แอบรักซูยอนมานานแล้วล่ะสิ
    #143
    0
  17. #140 FanKS (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 09:41
    ดีใจๆซูยอนยังคบฮุนต่อไป
    #140
    0
  18. #139 one9love (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 08:42
    โล่งงงอก นึกว่าซูยอนจะไม่ฟังซะละ
    #139
    0
  19. #138 The only one I love (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 07:15
    ฮั่นแน่!! ลู่คิดอะไรกับสิก้าหรือเปล่า??....คงมากกว่าเพื่อนแล้วมั่งงง
    #138
    0
  20. #137 Zayezai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 03:18
    ต้ะหูวววว สองคนนี้มีซัมติงกันนนนน
    #137
    0
  21. #136 j_snsd (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 02:38
    โอ๊ยฟิน เซฮุนคงรักเจสมากสิน้ะ ลู่เป็นเพื่อนสนิทเจสที่คิดไม่ซื่ออะเปล่า รอค่ะ
    #136
    0
  22. #135 Fpc Man U (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 01:12
    ใครคิดร้ายกะซูยอนอ่ะ อย่าให้รู้นะ
    #135
    0
  23. #134 นานา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 00:27
    ลู่หานมาแบบแมนๆแต่เหวอกะคำพูดซูยอนเลย ใครเป็นคนวางแผนนะ
    #134
    0
  24. #133 nykiki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 22:43
    ต้องมีคนวางแผนแกล้งไคยอลแน่ๆเลย
    ว่าแต่ใครทำอะไรฮุนอ่า
    #133
    0
  25. #132 The only one I love (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 13:09
    สิก้าฟังฮุนหน่อยน้าาา
    แล้วนี่สิก้าเห็นอะไรอ่ะ ฮุนจะเป็นอะไรไหม
    ลุ้นๆๆ รอต่อน้าค่าาา
    #132
    0