Lovesickness (상사병) l HunSic,Kaistal :: Sehun x Jessica , Kai x Krystal

ตอนที่ 2 : Chapter 02 : Be loved

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    26 มิ.ย. 59










2






เมื่อคืนแกหายไปไหนมา!!ฉันสะดุ้งโหยงทันทีที่เสียงห้าวของเพื่อนสนิทโพล่งขึ้น หลังจากที่ออกมาจากห้องของเซฮุน ฉันก็ตรงมาที่โรงเรียนเลย โชคดีที่ในล๊อกเกอร์มีชุดพละไว้สำรอง แล้วก็เอาแต่มาหมกตัวอยู่ในห้องชมรมนี่แหละเพราะถึงจะเข้าเรียนคงเรียนไม่รู้เรื่องอยู่ดีเนื่องจากในสมองมันรวนไปหมด

 

อะ เออ ฉันกลับมาก่อนอะฉันตอบพร้อมกับยิ้มแห้งๆให้แทยอน

 

กลับก่อน กลับสภาพนั้นอะนะใบหน้าเด็กประถมนิ่วด้วยความไม่สบอารมณ์

 

สะ สะ...สภาพไหน

 

ก็สภาพเมาเละเทะไง แกจำไม่ได้เหรอว่าเมื่อคืนแกเจอยัยนาอึนลูกพี่ลูกน้องแก แล้วยัยนั่นก็ท้าให้แกดื่มเตกีล่าเพียวๆไปตั้งห้าหกชอต เพราะถ้าแกไม่ยอม นาอึนจะเอาเรื่องที่แกแอบหนีเที่ยวไปฟ้องคุณป้าอะ

 

“...”

 

แกรู้ป่ะ สภาพแกดูไม่ได้เลย ฉันน่ะนะวิ่งไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ พอกลับมาที่โต๊ะก็ไม่เจอแกแล้ว โทรหาก็ได้ยินแต่เสียงอื้อๆ อ่าๆ สัญญาณขาดๆหายๆ ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ถูกลากไปทำมิดีมิร้าย แกนี่น๊า …..”หลังจากนั้นฉันก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย ความจริงสติฉันหลุดไปตั้งแต่เสียงอื้อๆอ่าๆแล้วแหละ ตะตอนนั้นฉันคงกำลัง ...ซิง ซิงลูกแม่ ฉันอยากจะดึงทึ้งผมให้ขาดติดมือให้รู้แล้วรู้รอดเผื่อมันจะเอาเชื้อโง่ออกจากสมองซะ

 

ฉันจำตอนเสียซิงไม่ได้ จำไม่ได้แม้แต่ท่าเดียว…………… T^T

 

เอ่อ แล้วแกเห็นข่าวซูจองเมื่อคืนยัง

 

ข่าว? ข่าวอะไรอะ.....





ฉันปาหนังสือในมือลอยไปปะทะกับแผ่นหลังคนที่เดินนำหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ เซฮุนหมุนปลายเท้ากลับมาช้าๆก่อนจะโค้งเชิงขอโทษขอโพยแต่แค่นี้มันไม่ทำให้ฉันโมโหได้น้อยลงหรอกนะ ถึงจะมาส่งงานทันทว่าเสียงบ่นต่างๆนาๆก็ลอยมากระทบโซนประสาทจนชวนเวียนหัวอีกรอบ ทั้งๆที่เรื่องเมื่อคืนก็ทำเอาฉันหัวหมุนหลายตลบอยู่แล้ว

 

ขอโทษ ผมขอโทษนะครับคุณซูจองมันดูเหมือนจะจริงใจหากน้ำเสียงนั้นไม่แฝงการล้อเลียนไว้ด้วย

 

ฉันเครียดอยู่นายก็รู้ฉันเดินหนีไปกระแทกสะโพกนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หินอ่อนใต้ต้นไม้

 

ก็สมควรเครียด ข่าวดังขนาดนั้นเซฮุนเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามพลางท้าวคางไว้กับฝ่ามือ เนตรคมคายนั้นก็จับจ้องอยู่ที่หน้าฉัน สาบานถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงละลายกลายเป็นไอศกรีมกลางแสงแดดไปแล้ว แต่นี่มันฉันไง...จองซูจอง เสน่ห์ของหมอนี่ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก

 

แต่ฉันแอบสะใจ หมอนั่นคงจะเลิกราวีฉันไปอีกนาน

 

ฮึ คนอย่างจงอินน่ะเหรอเซฮุนกลั้วขำในลำคอเหมือนกำลังขบขันอะไรสักอย่างซึ่งฉันคิดว่ามันคงหนีไม่พ้นนินทาฉันในใจ





ทายาทคนเล็กตระกูลจองฝากรอยรักให้จงอินกลางฟลอร์

 

ฉันค่อยๆเลื่อนสไลด์หน้าจอไปยังลิ้งค์ภาพก็เห็นว่าซูจองกำลัง...โก่งคออาเจียนใส่ตัวของจงอินเรียกง่ายๆว่าข่าวที่กำลังดังครึกโครมในขนาดนี้คือข่าวที่ซูจองอ้วกแตกใส่จงอินกลางฟลอร์เต้นรำนั่นเอง ภาพพจน์นางพญาแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย ข่าวตามเพจต่างนำมาแชร์อย่างสนุกสนาน บางกลุ่มที่แอนตี้ความหยิ่งจองหองของน้องสาวฉันและหลงเสน่ห์ความยียวนของจงอินต่างคอมเมนต์ต่อว่าต่างๆนาๆ อ่านแล้วไม่จรรโลงใจอย่างแรงเลย

 

อะ ขอบใจฉันยื่นไอโฟนรุ่นล่าสุดคืนแทยอนพร้อมกับหน้าบึ้งๆเนื่องจากไม่รู้ว่าลืมของตนเองไว้ที่ไหน บวกกับการอ่านคอมเมนต์บ้าๆนั่นอีก

 

แกเป็นห่วงซูจองใช่มั้ยละฉันพยักหน้าแทนคำตอบไม่ต้องห่วงหรอกน๊า เมื่อเช้าน้องสาวแกยังเดินเชิดคอตั้งไม่เห็นจะมีอะไรผิดไปจากวันอื่นเลยถึงแทยอนจะพูดอย่างนั้น แต่ยังไงน้องสาวฉัน ยัยนั่นน่ะถึงจะเข้มแข็งขนาดไหน แต่คนเราก็ต้องมีมุมอ่อนไหวบ้างสิ

 

รุ่นพี่คะจู่ๆประตูห้องก็เปิดเข้ามาพร้อมกับร่างเล็กของไอรีนรุ่นน้องในชมรม

 

มีอะไรอะแทยอนถามด้วยความสงสัย

 

ครูยองมินให้มาเรียกรุ่นพี่ซูยอนไปพบค่ะครูยองมิน รองผอ.ฝ่ายวิชาการ


ฉันได้แต่ก้มหน้าก้มตาฟังรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการคุณกับพี่ทงเฮ ถือว่าคิดถูกทุกครั้งที่โรงเรียนให้กรอกชื่อและเบอร์ผู้ปกครองฉันเขียนชื่อพี่ชายของฉันไป เพราะถ้าเป็นแม่สายตาจะฟาดฟันกว่านี้มาก ตะหงิดใจอยู่แล้วเชียวถูกเรียกมาฝ่ายวิชาการแบบนี้มันคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ พอก้าวขาเข้ามาเท่านั้นแหละ เห็นผู้ปกครองนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้เลย

 

ยังไงผมจะดูแลน้องสาวให้มากกว่านี้นะครับพี่ทงเฮลุกขึ้นก่อนจะโค้งให้ครูยองมินแล้วลากฉันออกมาด้านนอกพร้อมๆกัน ทันทีที่ก้าวออกมาสายตาคมก็ตวัดมองฉันอย่างกรุ่นโกรธแล้วพี่ก็เดินหนีไปเลย

 

พี่ทงเฮ!! พี่...เดี๋ยวก่อนซี่ฉันรีบวิ่งไปกอดแขนพี่ชายไว้ เขาจึงยอมหยุดแล้วปรายตามองมาอย่างระอา

 

ตกทุกเทอมน้ำเสียงเหนื่อยล้าเอ่ยห้วนๆ

 

ก็มันไม่เข้าใจนี่ค่ะ

 

ไม่เข้าใจหรือไม่ตั้งใจกันแน่พอเจอประโยคคำถามสวนกลับก็ทำให้คำพูดทั้งหมดกลืนหายไป ฉันทำได้แค่ก้มหน้าลงอย่างจำนนต่อหลักฐานคือคะแนนบนกระดาษในมือพี่ทงเฮ เสียงถอนหายใจดังเฮือกๆจากร่างสูงก่อนที่ฝ่ามือหนาจะวางทาบลงบนศีรษะพร้อมส่งแรงโยกเบาๆเอาเถอะ เทอมหน้าเอาใหม่ หาครูติวเก่งๆสักคนมาสอนแล้วกัน

 

ฉันช้อนตามองพี่ชายที่น้ำเสียงอ่อนลงมาก ก่อนจะกระโดดกอดคอเขาด้วยความตื้นตันขอบคุณนะคะ T^T”

 

ปล่อยนะ ยัยเด็กคนนี้ไม่อายคนอื่นหรือไงพี่ทงเฮดันหน้าผากฉันให้ถอยห่าง ก่อนจะมองไปรอบๆตัว ก็พบสายนักเรียนที่เดินไปมาจับจ้องอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

พรึ่บ!! จู่ๆกระดาษในมือของพี่ทงเฮก็ถูกใครบางคนดึงออกไป ซูจองไล่สายตาอ่านมันก่อนจะช้อนมองฉันแววเรียบนิ่ง ทว่าสายตาฉันกลับเหลือบเห็นร่างสูงที่เดินมายืนข้างๆน้องสาว





ซูยอนวิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังพี่ทงเฮอย่างกับเห็นฉันเป็นยักษ์เป็นมาร ฉันยื่นกระดาษแจ้งผลคะแนนของจองซูยอนคืนให้พี่คนโต ก่อนจะกอดอกถลึงตาใส่พี่สาวที่ไม่เอาไหนสักอย่าง

 

เมื่อไหร่เธอจะตั้งใจเรียนสักทีซูยอน!!ฉันโพล่งออกไปอย่างเหลืออด นี่ฉันต้องทนใช้นามสกุลเดียวกับคนมีแต่ขี้เลื้อยในสมองเหรอ

 

“...”

 

ที่เลกเชอร์ให้เคยอ่านบ้างหรือเปล่า

 

อะ อ่านสิยัยนั่นยังหลบอยู่ข้างหลังพี่ทงเฮแล้วกำเสื้อเขาไว้จนฉันคิดว่ามันจะขาดติดมือมา

 

อ่าน อ่านแล้วทำไมถึงตกอีก จะเข้ามหาลัยแล้วนะ หัดมีความรับผิดชอบหน่อยสิ

 

เทอมหน้านะซูจอง จะทำคะแนนให้เยอะๆเลย

 

ฉันไม่ต้องการคะแนนเยอะๆ แค่ผ่านก็บุญจะแย่

 

งั้นเธอติวให้ฉันสิ

 

ฉันไม่มีเวลาฉันรีบปฏิเสธเพราะไม่มีเวลาจริงๆเนื่องจากรับปากจะติวให้นาอึนไปแล้วตามคำขอของน้าชองอาน้องสาวของแม่ ฉับพลันความคิดก็ผุดขึ้นก่อนจะปรายตามองคนตัวสูงข้างๆที่ยืนเงียบมานานช่วงนี้ว่างใช่มั้ยเซฮุนพยักหน้า

 

มะไม่นะซูจอง ฉันจะหาครูติวเอง มะ...ไม่ๆซูยอนยอมโผล่หน้าออกจากหลังพี่ดงเฮก่อนจะยกมือโบกไปมาเป็นพัลวัน

 

งั้น...ช่วยหน่อยแล้วกันฉันกระตุกยิ้มอย่างมีชัยก่อนที่เซฮุนจะไหวไหล่เชิงไม่มีปัญหา ส่วนพี่ทงเฮก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย ก็แหงละถ้าให้ซูยอนหาครูติวเตอร์เองมีหวังยัดเงินให้แล้วโดดเรียนอย่างทุกครั้งน่ะสิ




ไม่นะ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยฉันฉวยริลัคคุมะที่นอนอยู่บนเตียงมากอดแนบอกพร้อมกับครวญครางอย่างเจ็บปวด พยายามหลายต่อหลายครั้งให้ซูจองล้มเลิกความคิดนั้นทว่ายัยนั่นกลับทำเป็นหูทวนลมไม่รับฟังอะไรเลย แม้กระทั่งเสียงโหยหวนปานจะขาดใจที่ดังไม่หยุดนี่

 

ซูยอนหุบปาก ฉันจะนอน!!คนข้างห้องตะโกนข้ามฝาผนังมา จนฉันต้องรีบหุบปากฉับทันที

 

ฮือ...T^T”เพราะกลัวว่าจะถูกตวาดอีกเลยจำต้องซุกหน้าลงกับหมอนแล้วปล่อยโฮอย่างอนาจใจ ฉันไม่อยากเรียนกับเซฮุน ไม่อยากเห็นเขา ไม่อยากได้ยินเสียง ไม่อยากข้องเกี่ยว แต่ทำไมอะไรดูจะไม่เป็นใจสักอย่างเลย ทำไมฉันไม่เกิดมาอัจฉริยะเหมือนน้องสาว ทำไมเกิดมาโง่ละ นี่ฉันเกิดมาทำไมวะ

 

What The F*ck?


ฉันควรจะไปตรวจร่างกายหรือเปล่า บางทีฉันอาจจะยังไม่ได้มีอะไรกับเซฮุนก็ได้ แต่ถ้ามีแล้วละ ฉันจะยอมรับความจริงได้มั้ย ปัญหาโลกแตกสมองระเบิดชัดๆ วันนี้วันหยุดซูจองต้องออกไปติวหนังสือให้นาอึน ยัยเด็กจอมแสบหูอริฉันตั้งแต่เด็กจนโต ยัยนั่นน่ะยึดซูจองเป็นไอดอล แล้วยึดฉันเป็นศัตรู ทั้งๆที่ฉันเองก็ไม่เคยไปหาเรื่องก่อนด้วยซ้ำ

 

“สิก้ามาทำอะไรตรงนี้น่ะ”ฉันหันไปตามเสียงก็เห็นพี่ทงเฮเดินเข้ามาพร้อมกับผูกไทไปด้วย

 

“ก็นั่งเฉยๆ”ตอบออกไปด้วยท่าทีหน่ายๆเพราะตั้งแต่เผลอตื่นตอนฟ้าสร่างมันก็นอนไม่หลับแล้วมาหมกตัวอยู่ในห้องนั่งเล่นนี่แหละ “พี่จะไปทำงานเหรอคะ วันนี้วันหยุดนิ”

 

“พี่จะเข้าไปตรวจงานให้เสร็จน่ะ เฮ้อ เหนื่อยชะมัดเลย”พี่ชายคนโตข่มตาลงช้าๆก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งพิงแผ่นหนังไปกับโซฟาใกล้ๆกับที่ฉันเอกเขนกอยู่ พี่ทงเฮถึงจะไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของคุณแม่แต่เขาก็ทุ่มใจทุ่มกายทำงานเพื่อครอบครัวเรา ฉับพลันความรู้สึกระอายใจก็ก่อตัวขึ้น ทั้งที่ฉันเป็นลูกคนโตแท้ๆของตระกูลแต่กลับสร้างแต่เรื่อง ในขณะที่ซูจองเป็นเพียงน้องคนเล็กทว่ากลับต้องหอบงานของบริษัทมาทำเพื่อแบ่งเบาภาระของทุกคน

 

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนี้เลยนะ”คนข้างๆเอื้อมมือมายีผมฉันอย่างที่ชอบทำ

 

“ขอโทษนะคะ ที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย”ฉันเอ่ยเสียงอ่อน

 

“อยากช่วยมั้ยละ”ร่างสมส่วนลุกขึ้นพร้อมส่งยิ้มบางๆมาให้

 

“คะ?”พี่ทงเฮชี้นิ้วไปยังเนกไทที่ยังผูกไม่เรียบร้อยพร้อมเลิกคิ้วส่งมาให้ เท่านั้นฉันก็รู้ในทันทีลุกไปยืนเผชิญหน้ากับเขาแล้วลงมือผูกให้มันเป็นระเบียบ กลิ่นหอมอ่อนๆลอยมาเตะจมูกจนฉันต้องเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้แผงอกกว้างพลางทำสูดกลิ่นฟุดฟิด “พี่เปลี่ยนน้ำหอมระ...”ประโยคคำถามที่เหลือถูกกลืนหายไปเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นแล้วบังเอิญที่พี่ทงเฮก้มหน้ามองอยู่ประจวบเหมาะให้ปลายจมูกของเราสัมผัสกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

“พี่เปลี่ยนมาได้สักพักแล้ว”เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยในขณะที่ใบหน้าของเรายังไม่เคลื่อนห่างจากกัน สายตาที่ทอดมองมาทำให้ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกขยับออกก็กลัว อยู่อย่างนี้ก็ดูจะไม่ดีเท่าไหร่

 

“คุณหนูคะ ครูติวเตอร์…เอ่อ...”จังหวะที่เสียงเมดดังขึ้นเป็นโอกาสให้เราสองคนผละห่างจากกันราวกับถูกไฟฟ้าช๊อต พอเบือนไปยังประตูก็เห็นเมดกับ...

 

“ซะ เซฮุน”






 

“วันนี้ทำถูกหลายข้อนะ กลับไปเธอก็อ่านที่ฉันไฮไลต์ไว้ด้วยละ”ฉันบอกนาอึนพร้อมๆกับเก็บของใส่กระเป๋า ฉันนัดญาติห่างๆออกมาติวในคาเฟ่ที่ชอบมาบ่อยๆนาอึนหัวไวทำให้ไม่เหนื่อยมากอย่างที่คิด

 

“แล้วเธอจะไปไหนต่อเหรอนี่ยังไม่เที่ยงเลยนะ”นาอึนยกชามาจิบอย่างวางมาดเชิดคอถามฉัน

 

“กลับ”ฉันก็ตอบสั้นเพราะขี้เกียจพูดความยาวสาวความยืด

 

“ไปช้อปปิ้งกันต่อมั้ยละ”

 

“ไม่ละ”

 

“ไปเถอะน๊าคริสตัล”นาอึนยังไม่ลดความพยายาม บางทียัยนี่ก็ทำให้ฉันเฉยๆนะ ต่อบ่อยครั้งเลยแหละที่ทำให้ฉันรำคาญกับนิสัยจอมตื้อของเจ้าหล่อน

 

“ไม่ไป เธอไม่เข้าใจที่ฉันพูดเหรอ”ในที่สุดฉันจำต้องใช้ไม้ตาย ขู่คนตรงหน้าด้วยสายตาจิกกัดจนนาอึนยอมลามือ

 

“โอเคๆ ไม่ไปก็ไม่ไป ว่าแต่เทอมนี้ซูยอนสอบตกอีกแล้วเหรอ”ฉันกลอกตาเท่าจำนวนความเยื่อหน่ายเมื่อเจอกับคำถามแบบนี้

 

“ซูยอนอายุมากกว่าเธอ”ฉันกดเสียงต่ำอย่างไม่สบอารมณ์

 

“แต่ยัยนั่นโง่”นาอึนยังลอยหน้าลอยตาเถียง

 

“แล้วเธอละ ฉลาดมากนักเหรอ”

 

“เอะ! นี่เธอจะมาเหวี่ยงใส่ฉันทำไม ก็ฉันพูดความจริง!”นาอึนผุดลุกจากเก้าอี้แล้วคว้ากระเป๋าเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านไป ฉันข่มตาลงเพื่อระงับความโกรธเนิ่นนานกว่าที่เส้นเลือดบริเวณขมับจะคลายตัวลง... ซูยอน คือชื่อที่ฉันเรียกได้คนเดียว คนอื่นอย่าสะเออะ…






 

ฉันวางแก้วน้ำลงตรงหน้าคุณครูจำเป็นก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงตรงข้ามกับเขาโดยมีโต๊ะกั้นเราไว้ เซฮุนจ้องหน้าฉันนิ่ง เราสบตากัน สุดท้ายคือฉันเองที่ทนต่อความกดดันไม่ไหวจึงเบือนหน้าไปมองสวนดอกไม้ของคุณแม่ ให้ตายเถอะ บรรยากาศดีๆในสวนตอนนี้ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายลงสักนิด

 

“เริ่มเรียนเถอะ”เซฮุนยื่นชีทมาให้ “แสดงวิธีทำแล้วฉันจะตรวจ”

 

“แต่นายยังไม่สอนฉันจะทำได้ยังไงเล่า”ฉันเบ้ปากเพราะโจทย์ไม่ใช่ง่ายๆเลย

 

“โจทย์พวกนี้เป็นแนวขอสอบเก่า ทำซะฉันให้เวลาสิบนาที”เสียงห้าวว่าก่อนที่เขาจะฟุบลงไปกับโต๊ะ

 

“สิบห้า”ฉันเอ่ยเสียงอ่อนทว่ากลับไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับเลย

 

สิบนาทีผ่านไปชีทโจทย์เลขก็ถูกดึงไปกับมือ เซฮุนเพ่งมองสลับกับหน้าฉันไปมาสองสามครั้ง สุดท้ายก็พ่นลมหายใจออกมาแรงๆแล้วลากเก้าอี้มาข้างๆฉันแทน ฉันรีบกระเถิบหนีแต่ไปได้ไม่ไกลมือหนาก็รั้งแขนไว้ “เธอจะกระเถิบไปทำไม นั่งใกล้ๆฉันขี้เกียจพูดเสียงดัง”

 

“ตะแต่...”

 

“เงียบแล้วฟัง ฉันจะอธิบายแค่รอบเดียว ถ้าไม่เข้าใจให้ถาม ห้ามพูดแทรกเด็ดขาด”เซฮุนละจากชีทก่อนจะเบนมาสบตาฉันนิ่งๆ“เข้าใจมั้ย”

 

“อะ...อืม”ฉันพยักหน้าหงึกหงักแทนคำตอบทั้งหมดทั้งมวล วิชาแรกที่เซฮุนสอนคือคณิตศาสตร์ ฉันเกลียดวิชานี้มาก... เกลียด ทว่าพอคนข้างๆสอนฉันกลับเข้าใจมันได้ง่ายดาย อาจจะเป็นเพราะเคล็ดลับการคิดเลขที่จำง่ายบวกกับน้ำเสียงที่ลื่นหูกระมัง พอทำด้วยตัวมันไม่ทำไม่ได้ พอฟังเขาอธิบายก็ถึงกับบางอ้อทันที

 

“เข้าใจแล้วใช่มั้ย”เซฮุนวางดินสอลงบนชีท ฉันก็พยักหน้าขึ้นลง คนข้างๆหยิบชีทอีกแผ่นขึ้นมาแล้ววางลงตรงหน้า “งั้นทำใหม่สิบนาทีเท่าเดิม”

 

ฉันไล่สายตามองโจทย์เหล่านั้นแล้วลงมือทำ เซฮุนบอกว่าตัวนี้ต้องแทนค่าด้วยตัวนี้ อืม แล้วยังไงต่อนะ“ซะ...”คำถามที่กำลังสงสัยถูกกลืนหายไปเมื่อเบนมาอีกทีคุณครูติวเตอร์ก็หลับตาพริ้มหันหน้ามาทางฉันซีกแก้มข้างซ้ายแนบลงกับโต๊ะ เวลาที่เซฮุนหลับเหมือนเด็กเลยแฮะ เอะ ถ้าฉันมองเขาแบบนี้มันจะเหมือนในซีรี่ย์ป่ะ ที่พระเอกแกล้งหลับ แล้วพูดออกมาว่า… ‘จะแอบมองฉันอีกนานมั้ย’

 

หากทว่าเซฮุนไม่ใช่พระเอกนิยาย เขาหลับจริงๆ ถ้าสังเกตจะเห็นความอิดโรยผ่านขอบตาที่ดำคลำ และริมฝีปากสีซีด นั่นทำให้ฉันนึกถึงคำพูดของซูจอง

 

‘เซฮุนเป็นนักเรียนทุน หมอนั่นน่ะไม่แบมือขอเงินพ่อแม่แม้แต่แดงเดียว แถมยังทำงานพาร์ทไทม์หามรุ่งหามค่ำอีกด้วย’

 

“นายคงจะเหนื่อยมากสินะ”ฉันรำพึงขึ้นท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงสายลมเอื้อยๆเท่านั้น ก่อนจะกลับมาให้ความสนใจกับชีทโจทย์เลข ขนาดเซฮุนยังทำได้เลย ฉันก็ต้องทำได้สิ...คิดได้เช่นนั้นก็ไม่รอช้าที่จะหาคำตอบด้วยตัวเองไม่รบกวนคนที่กำลังพักผ่อนข้างๆ

 

ซูยอนคนโง่…ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเปลือกสีอ่อนที่แต้มรอยคลำเปิดขึ้นเชื่องช้าเผยให้เห็นเลนส์สีน้ำตาลเข้มที่ขยายกว้าง ภายในเนตรคู่คมนั้นมีเงาสะท้านความมุ่งมั่นของนักเรียนหน้าตาน่ารักอยู่ ริมฝีปากบางของเซฮุนกระตุกยิ้มน้อยๆก่อนจะหลับพักผ่อนตามเดิม เวลาตั้งใจยัยนี่ก็น่ารักใช่เล่นเลยแหะ…






 

หลังจากฟาดฟันกับนาอึนแล้วจบที่การระงับอารมณ์ได้ฉันก็มาเดินทอดน่องในสวนสาธารณะแทนที่จะกลับบ้าน แค่อยากหามุมเงียบอยู่คนเดียวเท่านั้นเอง

 

ฉันหย่อนสะโพกลงบนม้านั่งริมทะเสสาปก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ นานๆทีเลยนะกว่าจะได้มีโอกาสไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้ เพราะทุกครั้งฉันจะมีคนขับรถพาไปทุกที่ แต่วันนี้นาอึนมารับแล้วยัยนั่นก็กลับไปแล้ว สบโอกาสให้ฉันทำตามอำเภอใจบ้าง

 

“บังเอิญจัง”ทว่าความสุขที่วาดไว้ก็พังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเรือพายลำเล็กมาจอดเทียบอยู่ตรงหน้าโดยมีคนบังคับคือ...คิมจงอิน

 

ฉันผุดลุกขึ้นแล้วเดินออกจากตรงนั้นทว่าไอ้บ้านี่ยังวิ่งมาดักทางอยู่อีก “จะรีบไปไหนอะ เราอุตส่าห์บังเอิญเจอกันนะ พรหมลิขิตชัดๆ”จงอินยิ้มทะเล้น

 

“อยากกินอ้วกอีกรึไง ถอยไปนะ!”

 

“เธอเนี่ยน๊า ทำไมต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลาเลย”

 

“นั่นมันเรื่องของฉัน”

 

“ฉันชอบที่เธอยิ้ม”

 

“แต่ฉันเกลียดนาย เกลียดทุกอย่างที่เป็นนาย!”ฉันตะเบ็งเสียงอย่างเหลืออด เมื่อไหร่จะเลิกยุ่มย่ามกับชีวิตฉันเสียที จงอินเองก็หุบยิ้มฉับพร้อมกับเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง

 

“ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอนะซูจองอ่า”เขาเอ่ยเสียงอ่อน พร้อมๆกับก้มหน้าก้มตา

 

“เซฮุนคนเดียวก็เกินพอแล้ว”ฉันกดเสียงต่ำอย่างที่ชอบทำเป็นประจำไม่มีท่ามีว่าจะอ่อนลงให้อีกคนเลย

 

“เธอพูดแบบนี้ระวังแทมินมันจะมาได้ยินนะ”จงอินทำหน้างอแงราวกับเด็กเล็กซึ่งฉันเกลียดเด็ก!

 

“เซฮุนเป็นเพื่อนฉัน...อะ นี่ปล่อยนะ!”จู่ๆจงอินก็ฉวยข้อมือฉันแล้วฉุดให้เดินตามเขา แม้ปากจะร้องให้ปล่อยทว่าเขากลับไม่มีท่าทีว่าจะคลายมือออกเลยแม้น้อย “นายจะพาฉันไปไหน”

 

เดินมาได้ไม่ไกลเขาก็พาฉันมาหยุดในสนามเด็กเล่น “นายพาฉันมาที่นี่ทำไม”ฉันถามพร้อมกับสะบัดข้อมือจนหลุดจากการเกาะกุมในที่สุด

 

“พามาคลายเครียดไง”

 

“ฉันไม่...”ฉับพลันที่หมุนตัวหนีอีกคนก็ไวกว่ายกฉันพาดบ่าแล้วเดินดุ่มๆมายังชิงช้าก่อนจะวางฉันให้นั่งลงกับเครื่องเล่นที่แกว่งไปมา“ย๊า!!”นี่เป็นไม่กี่ครั้งหรอกนะที่ฉันหัวเสียแล้วแสดงออกชัดเจนแบบนี้

 

“เอาน๊า นั่งเฉยๆเถอะ”จงอินกดไหล่ฉันไม่ให้ลุกหนีก่อนที่ตัวเองจะเดินอ้อมมาด้านหลังแล้วลงมือไกว่ชิงช้าให้แกร่งไปตามแรงช้าๆ “ลองหลับตาดูสิ”

 

ไม่รู้ว่าเพราะลมเอื้อยๆที่ปะทะเข้ากับใบหน้าทำให้ใจฉันสงบลงหรือเปล่าส่งผลให้ยอมปิดเปลือกตาลงตามคำบอกของคนด้านหลัง ทุกจังหวะการเคลื่อนไปข้างหน้าแล้วย้อนกลับไปข้างหลัง เสมือนว่าตัวฉันลอยละล่องอยู่ในชั้นบรรยากาศแสนสบาย บอกตามตรงตั้งแต่เกิดมา นี่คือครั้งแรกเลยนะที่ได้มานั่งชิงช้าแบบนี้น่ะ

 

“เฮ้อ!!”ฉันทิ้งลงไปนอนแผ่อยู่บนผืนหญ้าสีเขียวขจีแสนกว้างขวางก่อนจะหายใจแรงๆเพระาความเหน็ดเหนื่อย หลังจากเล่นชิงช้า จงอิน หมอนั่นน่ะก็ชวนฉันเล่นสไลด์เดอร์ ม้าหมุน บลาๆของเล่นที่มีอยู่ในนั้นฉันได้สัมผัสมาหมดทุกอย่างภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ

 

“สนุกใช่มั้ยละ”จงอินเปลี่ยนท่านอนตะแคงหันมามองฉัน

 

“ก็ดี”ฉันไม่ใช่คนซับซ้อนอย่างที่ใครๆคิด ถ้ามันดี ฉันก็จะพูดแบบนั้น

 

“เธอยิ้ม”จงอินยิ้มกว้าง จนฉันต้องรีบปรับสีหน้ากลับตามเดิม

 

“...”

 

“ว๊า...ไม่น่าทักเลย อยากเห็นเธอยิ้มนานๆ”

 

“ฉันจะกลับแล้ว”ว่าจบก็ลุกขึ้นปัดเศษหญ้าออกจากตัว

 

“ไม่ไปหาอะไรกินก่อนละ”

 

“ไม่ แค่นี้ก็เกินพอแล้ว”

 

“เธอนี่แปลกนะ ไม่มักมากเอาเสียเลย หัดเป็นคนโลภบ้างเถอะ แล้วเธอจะได้รู้ว่าโลกนี้ไม่มีคำว่าพอดีหรอก”


“นายหมายความว่ายังไง?”

 

“ซูจอง”จงอินตีหน้าเครียดก่อนจะยื่นนิ้วชี้มาจิ้มแก้มฉันสองสามครั้ง “อยากมีเพื่อนเพิ่มอีกคนมั้ย”





 

“คุณหนูค่ะ คุณแทยอนโทรมาค่ะ”ฉันละสายตาจากโจทย์เลยแสนยากก่อนจะรับโทรศัพท์บ้านจากมือของเมด เพราะไอโฟนของฉันไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนน่ะสิ “แทงกูอ่า มีอะไร”ฉันป่องปากคุยเงียบๆจะได้ไม่รบกวนเซฮุนที่ยังหลับอยู่

 

(หาไอโฟนเจอยัง จะติดต่อแต่ละครั้งนี่ลำบากนะ)

 

“ยังเลย แกมีอะไร”

 

(จะชวนไปคลับอีกอะ ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ)

 

“ไม่ ไม่ไปแล้ว”ฉันกลัวจะเกิดเหตุผิดพลาดอีก

 

(อ่า งั้นเหรอ โอเคงั้นฉันไปคนเดียวก็ได้)แทยอนเอ่ยเสียงผิดหวัง แต่เดี๋ยวนะ ถ้าไปคนเดียวแล้วเกิดเหตุการณ์เหมือนที่เป็นกับฉันละ…

 

“กี่โมง”หลังจากตกลงนัดเวลาเรียบร้อยฉันก็วางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะ ทว่าพอหันมามองครูที่คิดว่าหลับ ก็พบว่าเขากอดอกจับจ้องฉันอยู่ “นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่อะ”

 

“เธอจะไปคลับ”เขาไม่ตอบแต่กลับเลิกคิ้วเชิงถามใส่ฉัน

 

“ชะ...ใช่”ฉันบอกก่อนจะเสมองไปทางอื่นราวกับว่าเซฮุนคือผู้ปกครองอีกคน

 

“ไปด้วยสิ”คนข้างๆว่าทำเอาฉันรีบหันขวับไปสบตาคมคายนั่นด้วยความไม่เข้าใจ “ฉันจะปล่อยให้เธอไปเมาเละเทะอย่างเมื่อคืนไม่ได้หรอกนะ”

 

เซฮุนพูดจบก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบบางอย่างที่คุ้นตามาวางตรงหน้าฉัน

 

ไอโฟนรุ่นล่าสุดสีขาว... ของฉัน

 

“ฉันจำได้...ทุกท่า”





กว่าจะสลัดจงอินออกไปได้ก็ทำเอาเหนื่อยแทบแย่ ความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วบ้านทั้งๆที่มันเป็นวันหยุดส่งผลให้ฉันมองไปรอบๆพร้อมก้าวขาเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว

 

ทว่าพอจะอ้าปากเรียกหาเมดร่างใครบางคนก็วิ่งผ่านหน้าฉันอย่างกับขีปนาวุธก็ไม่ปาน แล้วบ้านนี้ วิ่งแบบนี้มีอยู่คนเดียว

 

“ย๊า!! ซูยอนวิ่งในบ้านอีกแล้วนะ เธออยากตายรึไง!!”ฉันตะโกนไล่หลังคนสมองขี้เลื้อยไป แล้วถ้าพลาดตกลงบันไดขึ้นมามันเดือดร้อนคนเก็บศพนะ เสียงลงฝีเท้าจากอีกด้านส่งผลให้ฉันต้องละสายตาจากแผ่นหลังซูยอน เซฮุนล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเนิบนาบตรงมายังฉัน “ยัยนั่นเป็นอะไร”

 

“ปวดฉี่มั้ง”คนตรงหน้าตอบส่งๆพลางยักไหล่

 

“แล้ววันนี้เป็นยังไงบ้าง ไหวมั้ย”ซูยอนเป็นคนหัวแข็งจะตาย แข็งถึงขนาดความรู้แทรกซึมเข้าไปลำบากอะ

 

“ก็พอได้นะ”ทว่าเซฮุนกลับเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างที่ชอบทำ ที่ฉันเลือกเขาอาจจะเป็นเพราะความใจเย็นนี่แหละ ถึงจะดูเป็นคนห่ามๆ ก็เถอะ

 

“ฝากด้วยแล้วกัน ไม่ไหวก็บอก”ฉันบอกเซฮุนด้วยความเกรงใจ ถึงจะจ้างมันมา แต่ถ้าหมอนี่ไปสอนคนอื่นยังไงก็ได้เงินมากกว่ามาสอนคนสมองกลวงอย่างซูยอน

 

“อืม”ฉันเบี่ยงหัวออกด้วยความรวดเร็วเมื่อมือหนาเอื้อมมายีผมสีดำขลับของฉัน

 

“ย๊า!”เซฮุนหัวเราะหึๆในลำคอจนฉันอดเฮ้วอย่างหัวเสียไม่ได้ หมอนี่น่ะเหมือนหุ่นยนต์ก็จริง แต่เป็นหุ่นยนต์ที่น่ากระโดดตบหัวมากที่สุดในสามโลก คุยเล่นกันสักพักเขาก็ขอตัวกลับฉันเองก็เหนื่อยเกินจะรั้งให้ทานข้าวเย็นด้วยเลยปล่อยหมอนั่นไป ทว่าพอได้กลับมาอยู่คนเดียวเสียงบ้าๆนั่นก็ลอยขึ้นมาในหัวไม่หยุด

 

ซูจอง...อยากมีเพื่อนเพิ่มอีกคนมั้ย

 

 

 

ปัง!!!

 

ฉันปิดประตูลงกลอนด้วยความแน่นหนาก่อนจะกระโดดไปนอนซุกหน้าบนเตียงผืนกว้างอย่างไร้หนทาง เซฮุนรู้ เขารู้!! ฉันจะทำยังไงดี หลังจากที่คว้าไอโฟนบนโต๊ะแล้วเซฮุนพูดจบฉันก็วิ่งหนีขึ้นมาบนนี้ ไม่สนเสียงบ่นของซูจองซักนิด ตอนนั้นมันลืมความกลัว แค่อยากจะหนีไปให้ไกล หนีให้พ้นหน้าเขาเท่านั้นเอง

 

ติ๊ง...เสียงเตือนจากไอโฟนที่ยังถืออยู่ในมือดังขึ้น ด้วยสัณชาตญาตคนติดสมาร์ทโฟนอย่างฉันเลยรีบสไลด์อ่านอย่างรวดเร็ว

 

OOSEHUN … ‘2 ทุ่ม ฉันจะมารับ...ห้ามแต่งตัวโป๊

 

อึก...ฉันลอบกลืนน้ำลายดังอึกเมื่ออ่านตัวหนังสือไม่กี่พยางค์ สาบานเถอะว่าเขาอายุน้อยกว่าฉัน ตั้งแต่รู้จักกันมาเราคุยกันไม่ถึงประโยคด้วยซ้ำ ไม่สิเราแทบจะไม่รู้จักกันเลย ซูจองต่างหากที่รู้จักเซฮุน

 

ฉันกลอกตาเท่าจำนวนความเซ็งที่ปะทุเต็มอกก่อนจะลงไปนอนแผ่ตามเดิม ฉันควรจะยอมรับความจริงใช่มั้ย

 

“นี่ฉันมีผัวแล้วเหรอ”เสียงรำพึงขึ้นท่ามกลางความเงียบไร้คนตอบกลับเพราะมันคือคำถามซึ่งไร้คนตอบ และมันเป็นคำตอบที่ฉันรู้ดีอยู่แก่ใจ...

 

20.00 น.

 

ฉันออกมายืนรอเซฮุนนอกรั้วบ้านเพราะเขาบอกให้ฉันมารอที่นี่ แต่เคยย้อนถามตัวเองหลายหนตั้งแต่อาบน้ำ แต่งตัว เดินลงบันได จนกระทั่งมายืนเป็นหมาเฝ้าบ้านอยู่ตรงนี้ ทำไมฉันต้องรอ? ทำไมฉันต้องเชื่อฟังเซฮุนด้วย นั่นสิ...ฉันมายืนตรงนี้ทำไม

 

“ฉันไปดีกว่า”ว่าแล้วก็จะเดินไปหาแท็กซี่ขึ้นเองเสียเลย ทว่าพอจะก้าวขาก็รับรู้ถึงแรงดึงรั้งจากด้านหลัง ก็พบว่าเซฮุนกำลังยึดสายกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กของฉันไว้

 

“จะไปไหน”ฉันเม้มปากแน่นเมื่อคนตัวโตเลิกคิ้วเชิงถาม เป็นอีกครั้งที่รู้สึกราวกับตัวเองเป็นเด็ก เด็กที่มีเซฮุนเป็นผู้ปกครอง

 

ทันทีที่ถูกลากขึ้นมานั่งบนแท็กซี่ฉันก็พาตัวเองมาสิงอยู่กับประตูอีกฝั่งและดูเหมือนเซฮุนเองก็ไม่ได้สนใจด้วย ภายในช่องสีเหลี่ยมแคบๆนี่จึงตกอยู่ในสภาวะอึดอัด จนฉันทนไม่ไหวล้วงเอาหูฟังมาใส่พร้อมเปิดปรับวอลวุ่มให้ดังจนไม่รับรู้ถึงสรรพสิ่งรอบข้าง แต่...หูฟังอีกข้างกลับถูกมือคนข้างๆดึงออกอย่างไร้มารยาท ฉันตวัดมองเซฮุนตาขวาง

 

“ฉันจะฟังเพลง”

 

“เธอเปิดดัง”เซฮุนตอบด้วยใบหน้าหงิกหงอ

 

“ถ้ามันหนวกหูมากก็ปิดหูไปสิ”ฉันจิ๊ปาก เซฮุนคงหงุดหงิดเนื่องจากเพลงของฉันไปรบกวนเขา

 

“ฉันกลัวหูเธอจะแตกต่างหาก”เสียงห้าวเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่เขาเอื้อมมือมาแย่งไอโฟนของฉันไปปรับระดับเสียงลง แล้วใส่หูฟังอีกข้างให้ฉันตามเดิม “เธอควรจะรู้บ้างนะ ว่าฟังเพลงดังๆหูจะตึงเร็ว ยัยซาซึม”นิ้วเรียวยาวดีดลงกลางหน้าผากจนเสียงดังเปาะ ก่อนที่เซฮุนจะเอนร่างไปพิงประตูอีกฝั่งและเป็นไปตามคาดเมื่อเขาหลับอย่างที่ชอบทำบ่อยๆ

 

“แฟนน่ารักนะอิหนู”จู่ๆเสียงของโชเฟอร์ก็ดังขึ้น

 

“คะ”ฉันอ้าปากพะงาบๆด้วยความมึนเบลอ

 

“ก็แฟนหนูไง น่ารักจริงๆ”

 

“ไม่ค่ะ ไม่ใช่”ฉันโบกมือปฏิเสธ พรึ่บ! ทว่าพอจะอ้าปากบอกอีก ก็รู้สึกหนักอึ้งที่บ่าข้างซ้ายจนต้องหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว เซฮุนยังหลับพริ้มแต่แค่เปลี่ยนจากพิงกระจกมาพิงไหล่ฉันแทนเท่านั้นเอง

 

“แน่ะ...ดูสิ สวีทเชียว ลุงไม่กวนแล้วเชิญตามสบาย”พอจะตอกกลับไปบ้าง แต่ก็ต้องหุบปากฉับเพราะไม่อยากรบกวนคนข้างๆ ก็ได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อแปลงร่างกลายเป็นหมอนให้ครูติวเตอร์หนุนอยู่อย่างนี้ ส่วนเรื่องที่เข้าใจผิดคงต้องปล่อยไปเลยตามเลย ถึงยังไงคงไม่ได้เจอลุงอีกแล้วแหละ




กว่าจะเข้ามาภายในคลับหรูๆนี้ได้เลือดตาแทบกระเด็น การ์ดหน้าประตูเข้มงวดจะตายชัก แต่ฉันไม่รู้หรอกว่าเซฮุนไปพูดยังไงให้เราสองคนเข้ามาข้างในง่ายดายอย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือ คนข้างในเยอะมาก ฉันโดนชนเกือบจะล้ม ถ้าไม่ได้คนที่เดินนำอยู่ข้างหน้ากุมมือไว้

 

เดินให้ระวังหน่อยดิแน่นอนเขาไม่ได้ว่าฉันหรอก แต่กลับตะหวัดตาขวางๆใส่ผู้หญิงสวยเซ็กซี่คนที่เดินมาชนฉันต่างหาก ไอ้บ้า นั่นมันผู้หญิงอกโต หุ่นสะบึ้มเลยนะ ทำไมไปทำหน้าเย็นชาใส่แบบนั้นเล่า ส่วนเธอมานี่เลยเซฮุนพูดในขณะที่ดันตัวฉันขึ้นมาเดินนำเขา ก่อนจะกอดฉันไว้จากด้านหลัง แผ่นหลังที่แนบอิงกับอกกว้างทำเอาฉันไปไหนไม่เป็นได้แต่ยืนนิ่งไม่ขยับเดินไปสิเสียงนุ่มทุ้มกระชิบลงข้างหู จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดมาบนแก้มซ้าย มันจะมากเกินไปแล้วนะ

 

ใกล้เกินไปแล้ว...

 

เมื่อผ่านพ้นฝูงผีเสื้อราตรีมากมายไปได้ ก็เจอแทยอนลุกขึ้นโบกมือให้จากโต๊ะประจำ ก่อนที่รอยยิ้มดีใจจะเปลี่ยนเป็นความแปลกใจแทน นึกขึ้นได้ว่าคนตัวสูงกอดฉันจากด้านหลังก็รีบแกะมือที่เกาะอยู่บนไหล่สองข้างออก แววตาแทยอนตั้งคำถามไว้มากมาย ทว่าเซฮุนอยู่ตรงนี้ละมั้งเลยเอาแต่เงียบคือเซฮุนอยากมาเที่ยวด้วยอะไม่รอให้เพื่อนสนิทจินตนาการไปมากกว่านี้จึงรีบอธิบาย

 

อ้อออออแทยอนลากเสียงยาวพยักหน้าเหมือนคนเข้าใจแจ่มแจ้ง แต่ให้ตายเถอะ ฉันรู้นะว่าพอลับหลังเซฮุนยัยเตี้ยนี่ต้องหาโอกาสซักไซร้ฉันไม่เลิกแน่ๆ เพราะฉันกับคนข้างๆไม่ได้สนิทกันมากพอจะไปไหนมาไหนด้วยกันได้นะ

 

โย้!เซฮุนแกมาทำอะไรน่ะจู่ๆคนไม่ได้รับเชิญก็โผล่เข้ามา คนแรกที่ฉันหันไปมองคงหนีไม่พ้นแทยอน ก็เพราะเจ้าของเสียงคือบยอนแบคฮยอน ต้นเหตุทั้งหมดทั้งมวนที่ทำให้เพื่อนสนิทของฉันมานั่งอยู่ในคลับสลัวแบบนี้เกือบทุกคืนไง

 

“ผมมากับเพื่อน”เซฮุนชนกำปั้นกับเจ้าของตาเรียวรีในขณะที่ตอบไปด้วย แบคฮยอนกวาดสายตาไปยังแทยอนจนมาหยุดที่ฉัน

 

“อ้าวเด็กห้องปีปะนิ”

 

“ชะ...ใช่ๆ ฉันซูยอนนะ ส่วนนี่เพื่อนสนิทฉันเองแทยอน”รีบดันหลังเพื่อนให้เข้ามาสนทนาในวง ทว่าแทยอนกลับเอาแต่ก้มหน้างุดอยู่นั่น

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันแบคฮยอนห้องเอ ตามบายๆ”คุยกับฉันจบก็หันไปตบไหล่เซฮุน ที่ถึงแม้จะเป็นน้อง(ที่สอบเทียบจนได้ขึ้นมาอยู่ชั้นเดียวกันได้) แต่กลับตัวสูงกว่าอีกคนมากโข “มาก็ดีละ ช่วยไปเสริมวงให้หน่อยดิ”

 

“ไม่อะผมมานั่งเล่นเฉยๆ”เซฮุนส่ายหน้าแล้วเดินไปนั่งบนโต๊ะที่แทยอนจองไว้ก่อนหน้านี้ อีกคนก็เดินตามไปอย่างไม่ลดละ

 

“ขึ้นไปช่วยหน่อยน๊า วันนั้นแกขึ้นอะ สาวๆมาเกาะขอบเวทีตรึมเลยนะเว้ย”

 

“ผมไม่ขึ้นผู้หญิงก็เยอะอยู่แล้วป่ะ พี่ตามสบายเถอะ”

 

“แต่แกขึ้นผู้หญิงโหยหวนกว่าทุกครั้งไง แบบจะชักตายอะ”แบคฮยอนทำตาเหลือกประกอบไปด้วย ตามประสาคนตลกโปฮา เซฮุนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมาสบกับฉันที่ยืนอยู่ข้างๆแทยอน

 

“ขึ้นได้มั้ย”ฉันมองไปรอบตัวก่อนจะเลิกคิ้วเชิงถามใส่เซฮุนที่นั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเลือด

 

“ถามฉันเหรอ”

 

“อืม ขึ้นไปแป็บเดียว เดี๋ยวลงมานั่งเป็นเพื่อน”สีหน้าจริงจังบวกกับสายตาเข้มคายส่งผลให้คนสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวอย่างฉันมึนงงไปชั่วขณะ

 

“ก็ขึ้นไปสิ”พูดจบร่างสูงก็ยืนขึ้นก่อนจะดันให้ตัวฉันมานั่งแทนที่เขา

 

พรึ่บ! เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำถูกถอดออกมาคลุมบนตักฉัน ตอนนี้ท่อนบนของเซฮุนจึงเหลือเพลงเสื้อยืดธรรมดาสีขาว ที่พอไปอยู่บนตัวเขาแล้วกลับดูดีและมีราคาค่างวดเพิ่มขึ้น ส่วนท่อนล่างก็เป็นกางเกงยีนส์สีซีดขาดๆมีสไตล์ ดูแล้วดิบเถื่อนจนต้องร้องขอชีวิต ฮะ! ไม่ดิ ฉันต้องไม่คิดแบบนั้น

 

 “ฝากหน่อยนะ”แทยอนก็อึ้งไปเพราะจู่ๆเซฮุนก็หันไปแตะไหล่ลาดเล็กแล้วฝากฝังให้ดูแลฉัน ทำอะไรของเขาน่ะ ทำอย่างกับเป็นแฟนกันอย่างนั้นแหละ

 

แฟนเหรอ จะบ้ารึไง ไม่ใช่แฟนนะ!!! เป็นผัวเมียกันแล้วต่างหากละ T_____T

 

พ้นหลังเด็กหนุ่มทั้งสองไปก็เหลือแค่ฉันกับ...แทยอน

 

“เล่ามาให้หมดเลยนะ!

 

สุดท้ายฉันก็ต้องเปิดปากเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนสนิทฟัง แต่ฉันเล่าแค่ว่าเซฮุนพาไปส่งที่บ้าน แล้วก็เริ่มคุยกันมากขึ้น แค่นั้นแหละ เพราะถ้าขืนลงรายละเอียดมากกว่านี้มีหวัง ลูกล้อยันโคตรเหง้านะจริง แทยอนก็เหมือนจะไม่เชื่อหรอก ฉันถึงต้องมาขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำแบบนี้ไง

 

ปัง!

 

เสียงปิดประตูดังลั่นไปทั่วจนฉันสะดุ้งโหยง ยกมือทาบอกด้วยความตกใจก่อนจะลุกขึ้นจากชักโครกเพื่อจะออกไปเผชิญหน้ากับแทยอนจอมซักไซร้

 

“จะดีเหรอคะ”กึก ฉันจำต้องชะงักมือในทันทีเมื่อเสียงที่เล็ดลอดเข้ามาเป็นสัญญาณเตือนว่าฉันไม่ควรขยับตัวไปไหน

 

“ถอดกางเกงในออก”โอ้ว คาริสม่าสุดติ่งไปเลย นี่ฉันกำลังอยู่ในสถานการณ์อะไรเนี่ย ฉันยังไม่เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยนะ อะ คิดแล้วก็ต้องสะบัดหัวไปมา ไม่นิ ความจริงคือฉันเคยผ่านมาแล้วต่างหาก เพียงแต่จำไม่ได้เท่านั้นเอง กรี๊ด ทำไมหน้าเหนอร้อนผ่าวไปหมด ไม่เขินสิ ฉันจำอะไรไม่ได้เลยนะ ว่าแต่เสียงผู้ชายคุ้นหูจัง เหมือนเคยได้ยินที่ไหน

 

“อื้อ...อ่า เบาๆสิคะ”เสียงชวนสยิวเริ่มดังขึ้น จนฉันต้องยกมือปิดปากแล้วกลับไปนั่งบนชักโครกตามเดิม

 

เสียงสวบสาบดังขึ้นเหมือนว่าตอนนี้พวกเขากำลังจูบกันในขณะที่ถอดเสื้อผ้าไปด้วย ผู้ชายดันผู้หญิงให้ขึ้นไปนั่งบนอ้างล้างมือ เขารีบร้อนรูดซิปกางเกงลงด้วยมือข้างเดียวก่อนจะ...

 

ครืด~ ฉันสะดุ้งหลุดออกจากจินตนาการเมื่อไอโฟนที่ซุกอยู่ในกระเป๋าสะพายข้างใบเล็ก ส่งแรงสั่นจนต้องรีบล้วงออกมากดดูข้อความที่ส่งมา

 

SH : อยู่ไหนน่ะ บอกให้นั่งกับเพื่อนไง

SY : มาเข้าห้องน้ำ

SH : เพื่อนบอกว่าไปนานแล้ว เป็นอะไร ท้องเสียเหรอ?

SY : ไม่ๆ

SH : งั้นก็รีบออกมาสิ จะกลับกันแล้ว

SY : ออกไม่ได้อะ

SH : ทำไม ไหนบอกไม่มีอะไรไง โกหกเหรอ?

SY : ไม่ได้โกหก มันไม่มีอะไรจริงๆแต่ออกไปไม่ได้

 

เซฮุนอ่านข้อความฉันแล้ว แต่หมอนั่นก็ไม่ตอบ นี่งอนหรือเปล่าเนี่ย ก็คนมันออกไม่ได้นี่นา แล้วทำไมฉันต้องมาแคร์ความรู้สึกของผู้ชายคนนั้นด้วยเล่า

 

ครืด~

 

SH : ออกมา รออยู่หน้าห้องน้ำแล้ว

 

ฮะ! อยู่หน้าห้องน้ำงั้นเหรอ ที่หายไปเพราะกำลังเดินมาที่นี่สินะ แต่เดี๋ยวก่อน ถึงเซฮุนจะอยู่ข้างหน้า แต่ฉันก็ออกไปไม่ได้อยู่ดีป่ะ ในเมื่อตรงอ้างล้างมือเขากำลังอื้ออ้ากันอยู่

 

SY : ก็บอกแล้วไงว่าออกไม่ได้

SH : เออ รู้แล้ว

SY : ได้ยินเสียงหรอ เสียงแบบนั้นน่ะ

SH : อืม แล้วนี่อยู่ห้องไหน

SY : ห้องในสุดเลย ร้อนมากอะ

SH : เขาถึงไหนกันแล้ว จะเสร็จยัง

 

เซฮุน! ไอ้บ้า ใครให้มาถามโต้งๆแบบนี้กันฮะ แล้วฉันจะไปเสนอหน้ารู้ได้ยังไง ในเมื่อฉันไม่เคยรู้เลยว่าการเสร็จที่แท้จริงต้องส่งเสียงสุขสมขนาดไหนอะ อยากเปิดประตูแล้ววิ่งออกจากห้องน้ำไปกระโดดเตะยอดหน้ามากเลย

 

SY : ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ใครใช้ให้มาถามแบบนี้ฮะ!

SH : อ้าว ก็นึกว่ารู้ เดี๋ยววันหลังจะสอนนะ

เดี๋ยววันหลังจะสอนนะ

เดี๋ยววันหลังจะสอนนะ

เดี๋ยววันหลังจะสอนนะ

เดี๋ยววันหลังจะสอนนะ

เดี๋ยววันหลังจะสอนนะ

 

นี่ฉันต้องกรีดร้องในใจอีกสักกี่ครั้งถึงจะสาสมกับความหื่นกามของอีกคนที่ส่งมา มันจะไม่มีวันหลังอีก เข้าใจมั้ยยะ ไม่มีแล้วโว้ยยยยยยยยยยย

 

กรี๊ดดดดดดด

 

SH : ได้ยินเสียงกรี๊ดอะ เสร็จแล้วมั้ง

 

ฉันไม่ตอบนายหรอก ส่งมาให้ตายก็ไม่ตอบ! แต่รอนานมาก ร่วมห้าทีได้เซฮุนยังไม่แม้แต่จะเปิดอ่านข้อความฉันเลย ในที่สุด...

 

SY : ออกไปได้หรือยัง

 

รอหลายนาทีเซฮุนก็ไม่ยอมตอบ เสียงตรงอ้างล้างหน้าก็เงียบไปแล้วด้วย เหมือนว่าฉันได้ยินเสียงลงฝีเท้าออกไปจากห้องน้ำแล้วนะ

 

SY : เซฮุน นี่จะออกไปได้ยัง

 

รอแล้วรอเล่าอีกคนก็ไม้มีวี่แว่วว่าจะตอบกลับมา ทำเพียงเปิดอ่านก็เท่านั้น

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

เฮือก!ตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาในคลับนี่ฉันตกใจไม่รู้กี่ครั้งแล้วไม่ได้นับเลย แต่ใครมาเคาะประตูละ เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นใครถึงเลือกที่จะเงียบดีกว่า ขืนเป็นคนอื่นอย่างเช่นคู่รักร้อนแรงก่อนหน้านี้ฉันก็แย่น่ะสิ

 

“นิ ออกมาได้แล้ว”ถึงกับต้องเป่าลมออกจากริมฝีปากด้วยความโล่งใจเมื่อเสียงคุ้นเคยดังขึ้น ฉันรีบกระโจนลงจากฝาชักโครกแล้วเปิดประตูออกด้วยความรวดเร็ว เซฮุนยืนกอดอกมองมาที่ฉัน เสื้อแจ็คเกตหนังที่ถอดคลุมขาฉัน ก่อนหน้าจะมาเข้าห้องน้ำฝากแทยอนไว้ ตอนนี้พาดอยู่บนไหล่กว้างเป็นที่เรียบร้อย เขาไม่ยิ้ม ไม่ฮือไม่อือกับอะไรทั้งนั้น จนฉันทำตัวไม่ถูก อีกอย่างก่อนหน้านี้ตรงอ้างล้างมือเกิดอะไรขึ้น เราสองคนก็รู้ดี

 

“เอ่อคือว่า รีบออกไปข้างนอกเถอะ”ฉันพยายามหลีกเลี่ยงบรรยากาศแปลกๆนี้ โยการเดินนำออกจากห้องน้ำ ทว่าขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นแสงวาววับบางอย่างกระทบเข้ามาที่ตา ก้มมองก็เห็นว่าเป็นต่างหูเพชรอันไม่ใหญ่มาก ดีไซน์ดิบๆแบบนี้น่าจะป็นของผู้ชายเสียด้วย หรือว่าจะเป็นของผู้ชายคนเมื่อกี้...

 

“มองตาวาวเชียว แบรนด์นี้แพงนะ เอาไปขายได้หลายตังค์”เซฮุนเดินมาอยู่ข้างๆเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่เงยหน้ามาอีกทีเจอหน้าหล่อๆมาสล่อนอยู่เฉียดแก้มแค่นิดเดียวตกใจแทบแย่

 

“พูดปกติก็ได้ ไม่เห็นต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเลย”ผละหน้าออกห่างจากคนตัวสูงแล้วเดินไปตั้งหลักเสียไกล

 

“กลัวไม่ได้ยิน”ไหวไหล่แล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ คิดว่าเท่มากหนักเหรอ? เออ ยอมรับว่าโคตรเท่เลย ทำไมต้องเป็นคนที่ไร้ข้อบกพร่องได้ขนาดนี้กัน

 

“ฉันไม่ได้หูตึง!”ว่าแล้วก็หมุนปลายเท้าเดินออกจากห้องน้ำที่กลายเป็นเวทีร้อนรักไปเมื่อตะกี้ ทว่าพอก้าวขาออกมาก็ต้องผงะเมื่อเห็นแขกในคลับทั้งผู้หญิงและชายยืนออกันอยู่ด้านหน้า หันไปข้างหลังเซฮุนก็มายืนซ้อนอยู่ใกล้กัน เขาทำหน้าเลิ่กลักเหมือนว่ากำลังตกใจกับผู้คนมากมาย อย่าว่าแต่เซฮุนเลย ฉันก็ด้วยโว๊ย

 

โฮ้ววววววว ฮริ้ววววววววววววววววววววววววววววว

 

เสียงโฮ้ร้องเหมือนกำลังเชียร์บอลดังขึ้นจนฉันสะดุ้ง ทว่าภาพทุกอย่างกัลป์มืดลงเมื่อแจ็คเก็ตหนังตัวเดิมถูกคลุมมาที่หัว ก่อนที่ร่างจะถูกอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาว โดยที่ฉันเองไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ

 

นี่มันเรื่องอะไรกัน...

 

 

 

ฉันตะกุยเสื้อออกจากหัวหลังจากถูกยัดเข้ามาข้างในรถแท็กซี่ด้วยคนตัวสูงข้างๆ พอปิดประตูรถเซฮุนก็บอกจุดหมายปลายทางโซเฟอร์ก่อนจะหันมาสบตาฉันด้วยความเครียดคลึง จริงๆหน้าหมอนี่ก็เครียดอยู่ตลอดนั่นแหละ เหมือนซูจองไง รายนั้นชอบทำหน้าหงิกประจำ

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไม...”คำถามถูกกลืนหายไปเมื่อจู่ๆใบหน้าคมคายก็โน้มลงมาฉวยจุ๊บริมฝีปากฉันดังจ๊วบ แขนแกร่งของเขารวบร่างฉันเข้าไปกอด ใบหน้าที่แนบลงบนตำแหน่งหัวใจรับรู้ได้ถึงแรงเต้นเร้าที่รุนแรงได้ดี เซฮุนใจเต้นแรงจนเหมือนว่ามันจะกระเด็นออกมาด้านนอกเลย

 

“ไม่มีอะไรหรอก”

 

“มีสิ”

 

“ไม่มีครับ”ฟอด จมูกโด่งสันกดหอมลงกลางกลุ่มผมที่ยาวสลวยของฉัน คือจริงๆไม่ได้สระมาสองวันแล้วอะ ไม่เหม็นหรือไง

 

“แล้วกอดทำไม”ฉันไม่ได้ดิ้นขัดขืนจะให้เขาปล่อยเหมือนในซีรี่ย์หรอก จริงๆอยู่แบบนี้ก็อุ่นดี

 

“อยากกอด”เซฮุนลูบหัวฉันราวกับกำลังจะกล่อมให้กลับ ฝ่ามือที่หยาบกระด้าง ทำไมถึงรู้สึกมันมันอ่อนโยนเหลือเกินตอนที่ได้สัมผัสมัน

 

“กอดในฐานะอะไรละ”ฉันตัดสินใจเงยหน้าขึ้น เป็นจังหวะที่อีกคนก้มหน้าลงมาพอดิบพอดี เลนส์สีเข้มของเซฮุนดึงดูดให้ฉันละสายตาไปไหนไม่ได้ ทั้งๆที่ในใจอยากจะผละตัวหนีไปเดี๋ยวนี้

 

“เป็นแฟนกันนะ”

 

ตึก ตึก ตึก

 

ลมหายใจเหมือนมันจะหยุดลงในขณะนี้ ฉับพลันที่เสียงนุ่มทุ้มดังเข้ามาภายในโซนประสาท สมองอื้ออึ้งทำอะไรไม่ถูก จึงทำได้แค่กะพริบตาปริบๆสบกับอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จะวางตัวเช่นไร สายตาที่มองมามันจริงจังจนฉันไม่คิดว่าเขากำลังล้อเล่นกับความรู้สึกของฉัน

 

ถ้าเปรียบเทียบเซฮุน เขาเหมือนทุ่งหญ้าในฤดูใบไม้ผลิ ฉันสามารถวิ่งเล่นท่ามกลางลานกว้างนั้นได้โดนไม่รู้สึกร้อน เพราะมันจะถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นเสมอ เคยคิดตลอดว่าผู้ชายเย็นชาคนนี้ไม่มีทางเข้ามาแทรกซึมในความรู้สึกได้ แต่วันนี้ฉันต้องคิดใหม่หรือเปล่า

 

“ชอบฉันเหรอ”

 

“มาก”

 

“มากแค่ไหน”

 

“คบก่อนจะบอก”

 

“อยากรู้อะ”

 

“ก็คบดิ รู้เลย”

 

“งั้นคบนะ งื้อ~”พอว่าจบมือหนาก็เลื่อนมาหยิกแก้มฉันจนแทบย้วย เซฮุนอมยิ้มจนตาตี่ๆของเขาปิดลง ก่อนจะจูบลงกลางขมับดังฟอดใหญ่ หลังจากละออกก็กดหัวฉันกลับไปซุกกับอกเขาตามเดิม

 

ตึก ตึก ตึก

 

“หัวใจเต้นแรงจัง”

 

“อยู่ใกล้เธอ มันเต้นแบบนี้ตลอด”

 

ฉันค่อยๆเลื่อนมือขึ้นมากุมอกซ้ายของตัวเองช้าเพราะอยากแน่ใจอะไรบางอย่าง หัวใจฉันไม่ได้เต้นแรงเหมือนของเซฮุนเลยสักนิด มันเต้นในจังหวะปกติเวลาที่คนเราตื่นเต้นเท่านั้น ไม่โครมครามเช่นอีกคน

 

อีกมือที่ว่างก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ กุมต่างหูเพชรที่เจอในห้องน้ำไว้แน่น...



TBC

 

 

 

 

 

 

 



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #169 DoubleBlove (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 00:04
    งื้อออออชอบมากๆน่ารักมากๆอยากอ่านต่อยาวๆจนจบไปเลยยยยยย
    #169
    0
  2. #141 Caramel's Candy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 14:01
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด >///< น่ารักเว่อร์อ่า คือฮุนนางรุกหนักจริงๆ สงสัยจะชอบมากฮะๆ ทั้งชอบช่วยติวหนังสือ ดูแล เอใจใส่มีแฟนงี้ตายเลยยนะ!! แล้วดูเวลานางอ้อนสิก้าแต่ละทีอือฮือ 0.0 เขินสิค่ะรออะไรอยู่?! แต่ดูเหมือนสิก้ายังไม่ได้ชอบเซฮุนเลยง่ะ =.= แถมพี่ดงเฮก็เหมือนคิดกับสิก้าเกินน้องสาวด้วยแต่ก็นะ ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันนี่นาเป็นไปได้.. [ขอแวบช่วงแบคแทหน่อยนะ : คือดีอ่ะบอกเลย อิพี่แทนี่ตอนแรกนึกว่าเป็นแฟนกับแบคแล้วนะ แต่สรุปคือนางกำลังอยู่ช่วงแอบชอบ กรี๊ด ปลื้ม หลงอะไรงี้สินะ -.,- ชอบคู่นี้มากกก >0<~ ลงเอยกันไวๆ นะง้าบบ] ไคตัล - - ตัลลูกกกกกกก อ่อนให้กัมจงมันหน่อยสิตีนกาขึ้นแล้วมั้งเนี้ยยยนางทำทุกอย่างเพื่อนตัลเลย ทั้งช่วยทำให้อารมณ์ดี กวนตีนแถมอยากเป็นเพื่อนกับตัลอีก(?) ใช่แค่เพื่อนจริงหราาา - -*! นี่ก็รุกหนักเบอร์ 2 แถมให้อีกตำแหน่ง - หน้าด้านได้โล่ - สุดๆไปเลยค่ะดีงามมมมมมมม. แต่เดี๋ยวก่อนตุ้มหูเพชรของใครเอ่ยย? แอบคิดนิดๆ ว่าเป็นพี่เฮ @-@ มั่วๆ แต่ตอนอยู่ในห้อนน้ำก็กวนๆ แต่ทำไมพอออกจากห้องน้ำก็รีบเอาแจ็กเกตคลุมสิก้าแล้วลากขึ้นแท็กซี่อันนี้งง -....- แถมขอเป็นแฟนแบบจริงจังมากกกกกอีกต่างหาก มันต้องมีอะไรแน่เลยใช่ไหมม!!?? หรืออิเน่จะรู้จักกับเจ้าของตุ้มหูปริศนาและอาจจะไม่อยากให้เจสรู้เพราะอะไรบ้างอย่างรึเปล่า? ก็เดากันปายยยรอตอนต่อไปค่าาา~^^
    #141
    0
  3. #121 jessica-nonthiya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 16:44
    ชอบฮุนมากเลยอ่ะพี่เบลล์
    ตัวอย่างผู้ชายในฝัน ชัดๆ
    ชอบอ่าาาาาาาา อ่านแล้วแบบ อิจฉาสิกก้า 555555
    ตุ๋มหูใครค่ะ รีบมาเฉลย รอค่ะ
    #121
    0
  4. #116 The only one I love (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 14:17
    ฮุนสิก้าน่ารักอ่า ชอบๆๆ

    แล้วต่างหูนั้นของใครอ่ะ
    #116
    0
  5. #97 SunflowerSummer (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:44
    เจสชอบดงแฮแน่ๆเลยง่ะ  โอ่ยยย ฮุนน่ารักมากกกก อยากให้คู่ฮุนนะ T^T 
    #97
    0
  6. #96 Melovet_Ly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:30
    ต่างหูนี่ของใคร ซูยอนเซฮุนน่ารักมากอ่าาา ฟินเบย
    #96
    0
  7. #95 jes se (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:38
    ทำไมหัวใจเจสไม่เต้นเหมือนเซฮุนนะ หรือเจสยังไม่รักฮุน ต่างหูเพชรเป็นของใครกัน อยากอ่านเรื่องนี้ไปนานๆจังชอบฮุนสิกที่สูดดดดด มาอัพบ่อยๆนะค่ะ
    #95
    0
  8. #94 nykiki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:52
    โอ๊ยคู่นี้น่ารักอ่ะชอบ ดูเน่เป็นห่วงทุกกระบวนความเลยนะ ตอนแรกนึกว่าเจสชอบดงเฮ555
    #94
    0
  9. #93 pitchayee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:17
    มาอัพต่อไวๆนะค้า อิอิ ชอบเรื่องนี้จัง ฟินอ่ะ555
    #93
    0
  10. #92 j_snsd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:33
    น่ารักมากกกฟินอ่ะฮุนรุกมาก เรื่องในคลับใครกันดงเฮรึเปล่า รอค่ะสู้ๆ
    #92
    0
  11. #91 j_snsd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:32
    โอ๊ยยยยฟินเซฮุนนายรุกมากกก เรื่องอะไรกันน้ะในคลับ แล้วต่างหูใคร รอค่ะมาเร็วน้าาสู้ๆ
    #91
    0
  12. #90 Waterfall Poy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:00
    ใครคือเจ้าของต่างหู ??????? ดงเฮโอปป้าหรือจงอิน. แต่ต้องทำใหซูยอนรุสึกแย่แน่ๆเลยถ้ารุว่าเปนใคร. ฮุนแอบรักฤซูยอนมานานแล้วใช่ไหมเนี่ย น่ารักจิกหมอนมากกกกโมเม้นท์ในแท็กซี่เนี่ย
    #90
    0
  13. #89 Nook Kra (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:16
    น่ารักอะงื้อออออ
    #89
    0
  14. #87 pia piano (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:12
    อ๊ายยยเขินเเทน
    #87
    0
  15. #85 pitchayee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:34
    โอ๊ย ชอบอ่ะ
    #85
    0
  16. #84 one9love (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:21
    มีใครแกล้งปะนิ สถานการณ์แปลกๆ
    #84
    0
  17. #83 FanKS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:57
    โอ้ย หมอนขาดไปละคร้า ฮุนน่าหยิกแก้มแรงๆแถมหอมอีกสักสองฟอด ฮ่าๆๆ น่ารักอ่ะ
    แล้วต่างหูสิเป็นของใคร สงสัยใคร่รู้ รออัพต่อคะ
    #83
    0
  18. #82 Smurfette (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:50
    งงๆปฏิกิริยาเซฮุน ก่อนออกจากห้องน้ำ ยังกวนๆเก๊กๆอยู่เลย ออกจากห้องน้ำเหมือนมีอะไรแปลกๆ ทำไมรีบขอซูยอนเป็นแฟน มีอะไรมากกว่านี้หรือป่าว? เจ้าของตุ้มหูคือใคร?? ซูยอนเนี่ยก็มึนๆตลอด ตกลงมีแฟนซะแล้ว ;) // คิดว่าเรื่องนี้จะถูกทิ้งแล้วซะอีก ดีจังที่กลับมาอัพ สู้ๆนะ
    #82
    0
  19. #81 ผู้หญิงของคุณเจ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:35
    เฮ้ยยยยฮุนอย่างน่ารักอ่ะ ฮุนไปชอบสิก้าตอนไหนซูจองต้องไปบนสิก้าให้ฮุนฟังแน่ๆถึงรู้จักแล้วเสียงผู้ชายที่รู้จักกับต่างหูคนนั้นคือใครกันนะ อัพเรื่องนี้บ่อยๆน๊าาา
    #81
    0
  20. #80 Tiny Pinto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:53
    มันแม่งๆนะทำไมเจสไม่ตื่นเต้นอะหรอมันจะมีอะไรมากกว่านั้น
    #80
    0
  21. #79 นานา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:04
    เกือบจะหวาน จะน่ารักแล้ว ถ้าไม่ติดประโยค ไม่เหม็นเหรอไม่ได้สระผมาสองวันแล้ว555 โอ้ยเจสจะไม่เล่นตัวหน่อยเหรอ ยอมตกลงเป็นแฟนง่ายจริง ว่าแต่ตุ้มหูเพชรนี่ของ ใคร
    #79
    0
  22. #78 bewbeepink. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:48
    เรื่องนี้คือน่ารักกกกก
    #78
    0
  23. #76 j_snsd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 01:19
    ชอบค่ะฮุนสิก
    #76
    0
  24. #74 Sooyeonkiss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 14:10
    ไรท์ไม่อัพแล้วเหรอคะ สนุกอ่ะ รอนะค้าาา
    #74
    0
  25. #72 GKGK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 21:56
    เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตาม รอน้าา สู้ๆค่ะ ^^
    #72
    0