[GOT7fiction] adorable baby { Markbam } / -ลงชื่อรับเงินคืน-

ตอนที่ 8 : markbam baby - 7 -100%-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    1 พ.ค. 57

GOT 7 Fiction

Adorable baby  Mark x Bambam

By bpuppyy_

Markbam

Baby  7

 

 

 

                แบมแบมมีเรียนพิเศษทุกวันเสาร์ตอนเช้า

                มาร์คที่รับหน้าที่เป็นผู้ปกครองของเด็กชายกันต์พิมุกต์จำเป็นต้องตื่นให้เช้ากว่า หากแบมมีเรียนในเวลาเก้าโมง นั่นหมายความว่าไม่เกิน 7.30 ของวันนั้นเขาจะต้องเตรียมตัวพร้อมแล้วเรียบร้อย ซึ่งไม่ใช่ปัญหา มาร์คไม่ได้เป็นคนนอนตื่นสายหรือไม่อยากตื่นเช้าอยู่แล้ว

 

                ถึงวันนี้จะเช้ามากเกินกว่าปกติไปมาก... ก็ตาม

 

“มึงรีบ ๆ คุย โทรมาเพื่อเงียบใส่กูเหรอ กินยาผิดป้ะแจ๊คสัน”

                ต้นเหตุที่ทำให้มาร์ค ต้วนตื่นเร็วกว่าปกติเกือบหนึ่งชั่วโมงนั่นคือเพื่อนผู้สร้าง(ปัญหา) แจ๊คสัน หวังสายตรงมาจากประเทศฮ่องกงและดูเหมือนว่าจะยังจับต้นชนปลายไม่ได้ว่าต้องการพูดอะไร

                มึงนั่นแหละ กินยาผิดเหรอวะ ได้ข่าวช่วงนี้พูดมาก แจ๊คสันย้อน

“อะไรของมึง กูเหมือนเดิม ไอ้แจบอมหรือไอ้เซฮุนไปโม้กับมึงไว้ล่ะ”

            หน่ะ แถวบ้านกูแบบนี้เรียกร้อนตัว ทำไมต้องว่าเพื่อนล่ะครับพี่มาร์ค เออ กูนึกออกละว่าจะพูดอะไร คือวันนี้มึงช่วยเข้าไปทำธุระที่มหาลัยกูให้หน่อย ว่างป้ะวะ ช่วงเช้าหรือบ่ายก็ได้ นะครับพี่มาร์ค ถือว่าน้องแจ๊คขอร้อง

 

                แจ๊คสัน หวังก็ร้องขอให้เขาช่วยประจำอยู่แล้วจริงไหม... แค่ไปมหาลัย ง่ายกว่าเลี้ยงแบมเป็นไหน ๆ อยู่แล้ว

 

“มึงขอร้องกูประจำ” มาร์คตอบกลับ แล้วก็ได้รับเสียงตะแง้ว ๆ จากผู้ชายนามสกุลหวังว่านี่คือเรื่องสำคัญคอขาดบาดตาย หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมาร์ค แจ๊คสันก็คงต้องอยู่ในสภาพนักศึกษาเถื่อนตลอดไป

                นะครับพี่มาร์ค พาน้องแบมไปด้วยนะ มึงอย่าได้ปล่อยแบมทิ้งไว้คนเดียวเป็นอันขาด แต่กูจะไม่ตำหนิติเตียนอะไรมึงหรอกเรื่องน้อง ไอ้โอมันฟ้องกูตลอดแหละว่ามึงใส่ใจแบมดี

                ถ้าใส่ใจดีแล้วทำไมแจ๊คสัน หวังมันถึงได้ใช้คำว่าฟ้องล่ะ

 

                โอเซฮุนใช้การสื่อสารประเภทไหนคุยกับมนุษย์ฮ่องกงอย่างไอ้หวัง มาร์คควรจะไว้ใจในประสิทธิภาพการพูดคุยระหว่างคนสติหลุดทั้งสอง... ใช่หรือว่าไม่

                ช่างเถอะ

 

“แค่แวะเข้าไปยื่นเอกสารที่คณะมึงใช่ไหม”

                ใช่ค่ะพี่มาร์คของน้องหวัง น่ารักที่สุดในโลกเลยนะคะพี่มาร์คเนี่ย

                ขนลุกทุกครั้ง... ที่แจ๊คสัน หวังเล่นกับเขาแบบนี้

“ได้โปรดเลิกดัดเสียง มีอะไรอีกไหม”

                จะว่ามีก็มี จะว่าไม่ก็ไม่ คุณชายหวังแกล้งกวน

“แค่นี้นะ”

                เฮ้ย ๆ เดี๋ยว ๆ ไอ้มาร์ค! โห รีบตลอดเลยนะมึง มีเว้ย มีข่าวดีจะบอก นี่กูฝากน้องแบมไว้กับมึงเดือนครึ่งแล้วใช่ป่ะ คำถามจากแจ๊คสันไม่ต้องการคำตอบ ยังไม่ทันที่มาร์คจะอือออกลับ คนปลายสายก็รีบต่อความทันที ตามกำหนดคืออีกหกสัปดาห์ข้างหน้ากูจะกลับ แต่ให้มึงทายนะ กูจะอยู่ต่อหรือจะไปรับน้องมาจากคอนโดของมึงในเร็ววัน!’

 

                แจ๊คสัน หวัง... จะมารับน้องของมันกลับไป...

 

“นั่นก็เรื่องของมึง”

                ถึงแม้ในใจของมาร์คกำลังคิดว่าเวลา... มันผ่านพ้นไปเร็วมากจริง ๆ

                แบมแบมเพิ่งจะมาอยู่ด้วยกันกับเขา... แค่ไม่นานเท่านั้นเอง

                อั่นแหน่ะ ติดใจน้องกูแล้วอ่ะดิไอ้มาร์ค กูบอกแล้ว น้องกูอ่ะน่ารัก ดูแลดี ๆ นะเว้ย แหม ไอ้เซกับไอ้เจบีรายงานกูตลอดเวลา เฮ้เพื่อน นี่ไม่ได้ขู่นะ... น้ำเสียงร่าเริงของแจ๊คสันยังคงดังมาตามสาย ส่วนผู้ชายที่กำลังถูกเพื่อนล้อเลียนว่ากลายเป็นคนติดน้องก็ได้แต่กระแอมแก้เก้อแล้วก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมา

 

โอเซฮุนกับอิมแจบอมเป็นพวกรู้มาก... มากจนเกินไป

 

กูหวงคนนี้มากนะโว้ยบอกไว้ก่อน อยากมาเป็นน้องเขยนี่มันต้อง...

“แค่นี้นะ”

 

                แล้วบทสนทนาที่มีเพียงแค่แจ๊คสัน หวังที่พูดเป็นบ้าเป็นหลัง(?)อยู่ฝ่ายเดียวก็ถูกตัดจบลงแค่นั้น มันก็จริงอยู่ที่มาร์ครู้ตัวว่าเขาเริ่มจะพูดมากขึ้นในพักหลัง แต่ใช่ว่าจะอยากโต้ตอบกับทุกคนหรือทุกเวลาซะที่ไหน แล้วมันก็จริงอีกที่ว่าเขามักจะยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวถ้าหากว่าได้พูดถึงเด็กผู้ชายที่อยู่ร่วมคอนโดเดียวกัน...

 

                เหมือนที่เขากำลังรู้สึกว่ามุมปากกำลังยกยิ้มอยู่ในเวลานี้...

               

*

 

“พี่มาร์คคคคคคคคคคคค”

                เช้าวันเสาร์ของกันต์พิมุกต์เริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงเคาะประตูจากพี่ชายร่วมห้องสองสามครั้ง เด็กชายแก้มกลมที่นอนคู้ตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มเริ่มเคลื่อนไหว ก่อนจะค่อย ๆ เปิดตาที่หนักอึ้งขึ้น นอนมึนไปอีกพักหนึ่งแล้วถึงได้สะบัดผ้าห่มอาบน้ำแต่งตัวจนกระทั่งออกมาตะโกนเรียกหาพี่ชาย...

 

                พี่มาร์ค... อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคำติดปากของแบมแบมตอนนี้ไปแล้วก็ได้...ล่ะมั้ง

 

“ว่าไง” มาร์ควางหนังสือพิมพ์ในมือลงกับโต๊ะ มองนาฬิกาข้อมือแล้วยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าแบมแบมไม่อิดออดกับการออกไปเรียนพิเศษในอาทิตย์นี้

                จำได้ดีว่าตอนเริ่มเรียนครั้งแรก... มาร์คต้องแลกกับการยอมให้แบมบี้ (แมวของพี่แทคยอน) มานอนเกลือกกลิ้งแล้วก็วิ่งไล่จับกับแบมแบมทั้งวันทั้งคืน

                ใช่เรื่องที่ไหนกัน...

“แบมจะบอกว่าเตรียมตัวเสร็จแล้ว~” แบมแบมว่า หนุ่มน้อยม.ปลายในเสื้อฮู้ดสีสันสดใสและกางเกงขาสั้นยิ่งทำให้ดูเด็กไปมากกว่าเดิม แน่นอน ผ้าก๊อซที่ยังคงถูกติดเอาไว้ที่หัวเข่าก็ยังคงมีอยู่เหมือนเคย ส่วนข้อศอกของเด็กน้อยมีเพียงแค่รอยตกสะเก็ดอยู่เท่านั้น

 

                อนุสรณ์ความซุ่มซ่ามของเด็กชายกันต์พิมุกต์

                แล้วถ้าถามว่าใครทำแผลให้ คำตอบมีอยู่ว่าเด็กชายกันต์พิมุกต์ตะโกนเรียก พี่มาร์ค ให้เข้าไปช่วยทำแผลปิดผ้าตามหลักอนามัยให้...

                แต่ตอนนั้นแบมแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนะ! ที่พี่มาร์คยังต้องออกมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอ เป็นเพราะว่าแบมอยากเปลี่ยนเสื้อกับกางเกงใหม่ต่างหาก...

                (หรือที่จริงแบมควรจะบอกว่าตอนแรกแค่ใส่เสื้อกับกางเกงบอลไว้ลวก ๆ ดีนะ เอ้อ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องสำคัญใช่ไหมครับ อย่าสนใจแบมแบมเลย...)

 

“ยังเจ็บแผลอยู่ไหม” มาร์คถาม ดวงตาของผู้ปกครองจำเป็นจ้องอยู่ที่ข้อศอก รวมทั้งลดลงมามองที่หัวเข่าของเด็กแก้มกลม “เรียบร้อยดีใช่หรือเปล่า” 

“เรียบร้อยแล้วครับผม ไปกันเลยไหม ถึงแบมจะไม่อยากเรียนเท่าไหร่ แต่ไปนั่งหลับหูหลับตาเรียนให้จบสามชั่วโมงไว ๆ ก็ได้เนาะพี่มาร์ค แบมเป็นเด็กดีใช่ม้า”

                มาร์คส่ายหน้า ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงเข้ามาหาเด็กน้อยที่ยักคิ้วหลิ่วตาอย่างได้ใจ พักหลังเด็กคนนี้ชักจะทำตัวน่าตีไปกันใหญ่ เรื่องพูดเก่งไม่เท่าไหร่ แต่เป็นนิสัยเอาแต่ใจที่แอบซ่อนเอาไว้... ในความน่ารัก

 

                มาร์คยอมรับว่าทำให้เขา... ยิ่งรู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าเอ็นดู

 

“เด็กดีที่ไหนบอกว่าจะไปหลับในห้องเรียน”

“เด็กดีที่ชื่อแบมแบม!” กันต์พิมุกต์ตอบกลับ ซ้ำยังยิ้มกว้างจนตากลมหยีลงเป็นเสี้ยวอย่างน่ารัก คนมองอดไม่ได้ที่จะแกล้งเคาะหน้าผากของเด็กม.ปลายในข้อหาขี้เล่นเกินพิกัดไปเสียหนึ่งที

 

            ง่ะ พี่มาร์คแกล้งแบม!

 

“เจ็บน้า”

“ตีนิดเดียว ไม่เจ็บจริง ๆ หรอกใช่ไหม”

“เจ็บจริงต่างหาก บู้ว” คนเด็กกว่ายู่หน้า มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าผากป้อย ๆ เป็นการยืนยันว่าการประทุษร้ายเมื่อสักครู่ทำให้รู้สึกเจ็บมากแค่ไหน...

 

                แต่ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้สักสิบวินาทีก่อนหน้านี้... แบมจะไม่แกล้งบอกว่าเจ็บเลยสักนิดเดียว

 

“เดี๋ยวรักษาให้...”

 

                มาร์ค ต้วนไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังคิดอะไร รู้อีกทีเขาก็กำลังปลอบอีกฝ่ายด้วยการเป่าปากเบา ๆ ไปบนหน้าผากที่เจ้าตัวฟ้องว่าเจ็บจากการถูกเขาแกล้งเข้าให้... รู้สึกผิดเล็ก ๆ ที่แกล้งเขกเด็กคนนี้ด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่กลับทำให้เจ้าตัวบ่นออกมา

                เป็นคนทำให้แบมต้องเจ็บตัว... ก็ต้องรับผิดชอบ... มาร์คทำถูกต้องแล้วใช่ไหม

“หายเจ็บแล้วนะ...”

                ปลายนิ้วที่ไล้แผ่วเบาอยู่บนหน้าผาก... อาจจะทำให้แบมเจ็บเพราะหัวใจเต้นแรงเกินไป... มากกว่าเจ็บเพราะถูกพี่มาร์คแกล้งเคาะหัวนะ...

               

                เหมือนหัวใจเต้นจนจะหลุดออกมาข้างนอกได้อยู่แล้ว...

 

“ห... หายแล้วครับ...”

 

                ถ้าจะให้บอกตรง ๆ ไปยิ่งกว่านั้น... แบมบอกแล้วว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ แบมจะไม่แกล้งบอกว่าเจ็บสักนิด ใครจะไปคิดว่าพี่มาร์คจะเล่นแบบนี้...

 

            ไม่ไหว... พี่มาร์คกำลังให้แบมกลายเป็นเด็กที่ชอบคิดไปเองจริง ๆ แล้วน้า

 

                เพราะการที่พี่มาร์คเป่าลมลงบนหน้าผาก... พร้อมกับใช้มือลูบลงเบา ๆ ตรงที่แบมจับอยู่ก่อนหน้า การที่กันต์พิมุกต์ถูกรักษาแบบนี้...

                แบมคิดว่าจะทำให้แบมกลายเป็นโรคหัวใจ

            หรือบางทีแบมอาจจะกำลังเป็นไข้เข้าแล้วล่ะ ทำไมรู้สึกว่าความร้อนทั้งหมดในร่างกายมันขึ้นมารวมกันอยู่ที่หน้ากันนะ

 

                วันนี้แบมขอลาป่วย ไม่ไปเรียนพิเศษแล้วได้ไหม...

 

“แบม จะแปดโมงครึ่งแล้วนะ แกล้งยืนเหม่อไม่ได้ยินเสียงพี่ จะได้ไปเรียนช้า ๆ ใช่ไหม”

“เปล่านะ พี่มาร์คอย่าใส่ร้ายยยย”

 

                เพราะพี่มาร์คต่างหากที่ทำให้แบมต้องยืนคิดไปเรื่อยเปื่อยแบบนี้!

                จะฟ้องพี่แจ๊คสันกับพี่ชาย แบมแบมไม่ยอมมมมม!

 

*

 

-50%-

 

*

 

                เหตุผลที่มาร์คยังคงนั่งรอแบมอยู่ด้านล่างของอาคารเรียนกวดวิชา... เป็นเพราะว่าช่วงบ่ายของวันเขาจะพาแบมแบมไปมหาลัยของตัวปัญหาด้วยกัน

 

                ตัวปัญหาที่มีชื่อสกุลว่าแจ๊คสัน หวัง

 

                มาร์ค ต้วนยังคงดึงดูดความสนใจของใครต่อใครได้อยู่เสมอ ถึงแม้จะสวมใส่เพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงเดฟยีนธรรมดา แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นมารวมกันอยู่บนตัวของมาร์ค ปฏิเสธไม่ได้เลย... ว่าดูดี ไม่ว่าจะเป็นท่าทางยามชายหนุ่มเพ่งสมาธิอยู่กับหนังสือ หรือยามขยับตัวและหยิบเครื่องดื่มขึ้นจิบ มาร์คกำลังถูกสายนับสิบจับจ้องอย่างโจ่งแจ้ง ยังไม่นับอีกหลายคนที่แอบก้ม ๆ เงย ๆ แล้วมองมายังคุณชายสกุลต้วนที่นั่งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางบรรดานักเรียนม.ปลาย

 

                สถาบันกวดวิชา... แน่นอนว่าไม่ต่างกับศูนย์กลางของนักเรียนม.ปลาย

                ใช่ว่ามาร์คจะไม่รู้ตัว... เขารู้ตัวตลอดเวลาเมื่อมีคนมองมาที่เขา แต่ทุกครั้งก็ทำได้แค่นั่งนิ่ง ๆ แบบนี้ต่อไป จะให้สบตาแล้วแจกยิ้มให้ทุกคนมันก็ไม่เข้าท่าจริงไหม

 

                หลังจากปล่อยตัวเองให้เข้าสู่โลกของวรรณกรรมตะวันตกโดยไม่คิดสนใจใคร สุดท้ายสมาธิทั้งหมดของมาร์ค ต้วนก็ถูกทำลายด้วยเสียงของเครื่องมือสื่อสารที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋า แต่มาร์ครู้ดีว่านั่นไม่ใช่เสียงโทรศัพท์ของเขา เพลงการ์ตูนญี่ปุ่นที่ไม่คุ้นหูแบบนี้...

 

“ฮัลโหล”

                ไอ้มาร์คเหรอวะ... ทำไมมึงรับโทรศัพท์น้องแบมล่ะ! น้องแบมของพี่หวังหายไปไหน มึงทำอะไรน้องมึงบอกมานะ!’

 

                แจ๊คสัน หวัง... เป็นมนุษย์ที่ไม่เคยคิดจะฟังแล้วยังชอบคิดไปเอง

 

“อะไรของมึง แบมเรียนพิเศษอยู่ กูเลยเก็บโทรศัพท์น้องเอาไว้ให้” มาร์คอธิบาย พอได้ยินอีกฝ่ายยังหาเรื่องเถียงกลับมา เสียงทุ้มต่ำก็เลยจำเป็นที่จะต้องพูดต่อไป “หรือจะให้น้องมึงนั่งเล่นโทรศัพท์แทนที่จะรับความรู้ไปเต็ม ๆ ล่ะ กูจะได้เดินเอามือถือไปให้แบมตอนนี้เลย อยากคุยกับน้องมากขนาดนั้นไหม...”

                หวังก็แค่พูดเล่นนิดเดียวอ้ะ ทำไมพี่มาร์คต้องจริงจังดุหวังแบบนี้.... ชายหนุ่มชาวฮ่องกงแกล้งตัดพ้อ ทีเมื่อก่อนพี่มาร์คไม่เห็นจะเคยพูดว่าหวังยาว ๆ แบบนี้เลยนะ พี่มาร์คชอบเงียบใส่ แต่วันนี้ล่ะทำมาดุ หวังเสียใจนะคะ

 

                บางครั้ง... นอกจากเป็นคนขี้ตื้อและพกสติมาไม่ครบถ้วนสักเท่าไหร่ แจ๊ค สันหวังยังเป็นคนที่ชอบทำตัวให้เขารู้สึกว่าอยากด่าเพราะความหมั่นไส้... มากเลยจริง ๆ

 

“มึงโทรหาน้องทำไม กูจะได้บอกน้องให้ ไม่ต้องไร้สาระ”

            กูคิดถึงแบมเลยอยากคุยเฉย ๆ ลืมไป เมื่อเช้ามึงก็เพิ่งบอกกูนี่หว่าว่าต้องไปส่งแบม

“นอกจากบ้า... มึงยังความจำสั้นด้วยสินะ”

                ไอ่ห... เอ้ย ไอ้มาร์ค กูล้อเล่นโว้ย พอดีเมื่อกี้พี่ชายแบมโทรมาหากู บอกว่าจะไปหาแบมในสองสามวันนี้อะ แต่ยังไม่แน่นอนว่าจะเป็นวันไหน ฝากบอกน้องด้วย กูก็มัวแต่รีบจะโทรหา เลยลืมไปว่าน้องเรียนอยู่

“อืม แค่นี้ใช่ไหม งั้นกูวางแล้วนะ”

            ไอ้ซั๊ซ มึงนี่ก็ขยันวางหูใส่กูจังเลยล่ะ ไม่คิดอยากจะคุยกับกูบ้างไง๊ ถามกูบ้างสิครับ หวังสบายดีไหม หวังจะกลับเมื่อไหร่ หวังคิดถึงน้องแบมไหม...

 

                ไม่มีคำถามใด ๆ จากปากของมาร์ค ต้วนให้แจ๊คสัน หวังได้ชื่นใจ...

                เพราะสายตรงจากฮ่องกงถูกตัดไปตั้งแต่ประโยคที่แจ๊คสันเริ่มจะเข้าเรื่องคิดถึงน้องชายอย่างแบมแบม...

                อย่าถามเหตุผลของมาร์ค เพราะเขาก็ไม่สามารถตอบได้เหมือนกันว่าจะรีบตัดสายของเพื่อนทำไม

 

ครืด...

 

                ชีวิตของมาร์คคงจะยังหาความสงบสุขไม่ได้ในสองชั่วโมงนี้ เพราะหลังจากที่วางสายจากแจ๊คสันไปได้ไม่ถึงห้านาที วัตถุไฮเทคโนโลยีของชายหนุ่มก็เรียกร้องความสนใจด้วยเสียงสั่นครืดอีกครั้ง

                มั่นใจได้ว่ารอบนี้... เป็นสายเข้าจากโทรศัพท์ของเขาเอง

“มีอะไรไอ้เซฮุน”

            เพื่อนรักเขาทักกันแบบนี้เหรอวะ ใช่สิ๊ กูมันไม่ใช่น้องม.ปลายใส ๆ นี่ จะให้มาพูดเพราะด้วยมันก็คง...

                สายโทรศัพท์จากโอเซฮุน... ถูกกดทิ้งด้วยฝีมือของมาร์ค ต้วนผู้ประหยัดถ้อยคำ(?)ไปแล้ว  แต่เครื่องมือสื่อสารที่กำลังจะถูกโยนกลับเข้ากระเป๋าก็เกิดแรงสั่นสะเทือนและแสงสว่างวาบขึ้นมาอีกรอบ...

 

                แต่เปลี่ยนชื่อผู้ติดต่อเข้ามา ซึ่งมาร์ครู้ดีว่ามันไม่ได้ช่วยอะไร

                อิมแจบอมมันก็อยู่กับโอเซฮุนนั่นแหละ เชื่อไหมล่ะ

 

“ถ้ามึงไม่พูดธุระ กูจะวาง...” มาร์ครับดังทางเพื่อนทันทีที่เขารับสาย พักหลังมาเขามักจะถูกเพื่อนทั้งสองคนพูดถึงเรื่องแบมแบมจนแทบจะกลายเป็นว่าเคยชิน แต่เล่นมากไปก็ไม่เข้าท่าจริงไหม

 

                ถึงเขาจะไม่ปฏิเสธ... ว่าเขาเอ็นดูเด็กแก้มป่องๆ เพราะกินจุเกินไป เอ็นดูแล้วก็ชอบ... ในแบบที่ตัวเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน

               

                นี่ไงกูกำลังจะพูด ไอ้เชี่ย ไอ้โอแม่งไร้สาระ กระแนะกระแหนมึงจังเนาะ แจบอมรีบโบ้ยให้เพื่อนรัก แต่เมื่อยังได้รับคำตอบเป็นความเงียบจากมาร์ค นักศึกษาภาคโยธานามว่าแจบอมก็รีบพูดเรื่องงานต่อทันที ไฟล์งานอาจารย์ยุนที่ต้องส่งวันพุธหน้าอ่ะ ส่วนที่มึงรับผิดชอบ ช่วยเอามาให้พวกกูที

“เดี๋ยวกูฟอเวิร์ดไปให้ มึงเอาไปปริ้นท์กันเองได้ใช่ป่ะ”

                ปัญหาระดับชาติมีสองอย่าง

“ว่า?”

                หนึ่ง... กูอยู่บ้านไอ้เชี่ยเซและแถวนี้แม่งบ้านนอกมาก ไม่มีที่ปริ้นท์ ให้กูพูดตรง ๆ อย่างหยาบคายเลยนะไอ้มาร์ค บ้านแม่งไม่มีเหี้ยอะไรเลยไอ้สาดดดดดด

“อีกเรื่องล่ะ”

                เมื่อสิบนาทีก่อนหน้าที่กูจะโทรหามึง อาจารย์เพิ่งจะเมล์มาบอกไว้ว่า... งานเลื่อนมาส่งวันจันทร์นี้ ขอสบถอย่างหยาบคายอีกที ไอ้สัส ไม่มีเวลาแล้วว้อยยยยยยย

 

                สรุปง่าย ๆ ... คืออิมแจบอมและโอเซฮุนกำลังบอกให้เขาไปหาที่บ้านของมันใช่ไหม

 

“ต้องไปถึงกี่โมง กูต้องแวะไปทำธุระให้ไอ้หวังก่อน พวกมึงแม่ง...”

เชี้ยหวังกวนมึงอีกละเหรอวะ ฮ่า ๆ แต่พวกกูอ่ะ กี่โมงก็ได้แต่ขอให้เป็นภายในวันนี้นะครับพี่ต้วน งานด่วนจริง ๆ กูรู้ว่ามึงทำเรียบร้อยแล้ว แต่พวกกูเนี้ย ต่อให้มึงมาถึงบ้านไอ้โอสี่ทุ่มวันนี้ พวกกูก็ยังไม่เสร็จหรอก เพราะงั้นมึงไม่ต้องรีบ แต่มึงต้องมานะ มาช่วยกูที

ยังไม่ทันทีมาร์ค ต้วนจะได้ตอบอะไรกลับไป เสียงแหบห้าวของเพื่อนที่มีนามสกุลว่าโอ และชื่อว่าเซฮุนก็ดังแทรกสอดขึ้นมาด้วยความจงใจ...

ให้น้องแบมคนน่ารักมานั่งให้กำลังใจพวกกูด้วยนะ ไอ้มาร์คคคคคคคคค

 

“เอากำลังใจจากกูไปก่อนแล้วกันนะ บอกเพื่อนมึงด้วยแจบอม รีบทำ ถ้ากูไปแล้วยังไม่เกินครึ่ง กูจะบอกอาจารย์ยุนว่าพวกมึงคนนึงเอาแต่ไปนั่งเฝ้าร้านขนมหวาน ส่วนอีกคนก็เอาแต่บริหารงานร้านอบายมุข”

                แล้วการติดต่อระหว่างเพื่อนรักทั้งสาม... ก็จบลงด้วยฝีมือของมาร์ค ต้วนอีกครั้ง...

 

                มาร์คจะรู้ไหมว่าเพื่อนรักที่อยู่ปลายสายอย่างอิมแจบอมและโอเซฮุนกำลังมองตากันปริบ ๆ ราวกับสงสัยเสียเต็มประดา...

 

                ทำไม... วันนี้ไอ้มาร์คมันพูดเยอะจังวะ

 

*

 

“แบมแบม”

                เสียงเรียกของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่แบมไม่คุ้นหน้าเท่าไหร่รั้งเด็กหนุ่มเอาไว้ กันต์พิมุกต์ที่เพิ่งจะจบช่วงยากลำบากอย่างการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้แต่หันไปทำหน้าตามึนงงใส่เธอด้วยความสงสัย...

 

                ใครง่ะ

 

“เรียกผมใช่ไหมครับ”

“ถ้านายชื่อแบมแบม เราก็เรียกคนไม่ผิดหรอก...”

“แล้ว...” ควรจะถามยังไงดีล่ะ แบมแบมได้แต่ยืนคิดอยู่อย่างนั้น เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าคำถามประเภทไหนที่จะเป็นการรักษาน้ำใจคนที่ไม่รู้จักกันแล้วเข้ามาทักแบบนี้...

                ถ้าถามว่า มีธุระอะไรเหรอครับ จะดูน่าเกลียดไปไหม

                หรือถ้าแบมถามไปว่า เรารู้จักกันใช่ไหมหว่า... แบบนั้นจะยิ่งน่าเกลียดเกินไปใช่หรือเปล่า...

 

                เอาไงดี...

 

“เรา... ไม่สิ ที่จริงแทนตัวเองว่าพี่น่าจะเหมาะกว่า พี่เรียนอยู่ม.ปลายปีสามที่สาธิตม.Y พูดง่าย ๆ ก็รุ่นพี่ของแบมแบมนั่นแหละค่ะ...”

“อ๋อ... เข้าใจแล้วครับผม ถ้าอย่างนั้น... รุ่นพี่มีอะไรให้ผมช่วยหรือว่าอยากให้ผมทำอะไรหรือเปล่าครับ” ที่สุดแล้วแบมแบมก็สามารถหาทางออกให้กับตัวเองได้ เขาไม่ต้องเป็นฝ่ายถาม เพราะคน ๆ นี้อธิบายเสร็จสรรพแล้วว่าเป็นรุ่นพี่ที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน

 

                แบมไม่ค่อยคุ้นหน้า... แต่ดูไปดูมาอาจจะคุ้น ๆ ก็ได้ล่ะมั้ง

                ขอนึกดูอีกที...

 

“พี่แค่จะถามว่าน้องแบม... ตอนนี้อยู่คอนโดเดียวกับรุ่นพี่ต้วนใช่ไหมคะ...”

“อ่า... ใช่ครับผม แบมเพิ่งย้ายมาเกาหลี ตอนนี้พี่แบมก็ไม่ว่าง เลยจำเป็นนิดหน่อยที่ต้องรบกวน...”

“น้องแบมก็รู้นี่คะว่าเป็นการรบกวน... ถ้าอย่างนั้นทำไมน้องแบมยังกล้า... ทนอยู่เป็นภาระของรุ่นพี่ล่ะคะ... “

 

            ภาระ...

                แต่พี่มาร์คไม่เคยพูดว่าแบมเป็นภาระเลยนะ...

                ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ... มันไม่ได้หมายความว่าพี่มาร์คไม่คิดใช่ไหม... ทำไมแบมถึงได้ลืมเรื่องนี้ไปสนิทใจเลยนะ เอาแต่เรียกร้องให้พี่มาร์คตามใจ อยู่กับพี่มาร์คจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว...

 

“คือ...”

“รุ่นพี่ต้วนคงไม่กล้าพูดกับน้องตรง ๆ แบบที่พี่กำลังพูดอยู่ตอนนี้ แต่ที่จริงน้องแบมก็ควรจะพิจารณาได้เองนะคะ... ว่ามันจริงหรือว่าไม่จริง”

 

                แบมเป็นภาระของพี่มาร์ค... ใช่หรือเปล่าครับ

 

*

 

                มินิคูเปอร์ของมาร์คไม่เคยตกอยู่ในความเงียบสงบจนเข้าขั้นเรียกได้ว่าสงัดเช่นนี้

                มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานตามปกติ แม้แต่เสียงของวิทยุที่มักจะถูกเปิดโดยแบมเสมอก็ยังไม่ได้รับความสนใจ

 

                ผิดสังเกตตั้งแต่เดินลงมาจากห้องเรียน... ทำไมมาร์คจะไม่รู้ว่าแบมแบมกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ตลอดเวลา

 

“แบม” เสียงเรียกครั้งแรกของมาร์คดูเหมือนจะไม่ได้ผล เด็กน้อยที่ยังคงตกอยู่ในภวังค์ความคิดยังคงเหม่อลอยไปนอกหน้าต่างรถ จนผู้ปกครองจำเป็นต้องเรียกซ้ำอีกครั้ง...

“แบมแบม”

“ค... ครับ...”

“เป็นอะไร” มาร์คถาม น้ำเสียงทอดอ่อนลงด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาไม่เคยเห็นแบมนั่งเงียบคิดมากขนาดนี้ ต่อให้มีเรื่องอึดอัดใจมากแค่ไหน แบมแบมที่มาร์คคุ้นเคยก็มักจะพูดเจื้อยแจ้วแล้วก็เต็มไปด้วยความสดใสอยู่เสมอ

 

                แบมที่เอาแต่นั่งเหม่อลอย... กำลังทำให้เขากังวล

 

“เปล่าครับ”

“หัดเป็นเด็กขี้โกหกแบบนี้ ไม่ดีเลยนะแบมแบม”

                มาร์คกดเสียงดุคนแก้มกลมอย่างไม่จริงจัง ทว่าผลที่ได้รับกลับเป็นใบหน้าเคร่งเครียดของกันต์พิมุกต์ด้วยเพราะคิดมาก รวมไปถึงดวงตากลม ๆ ที่มักจะเป็นประกายอยู่เสมอเริ่มมีน้ำสีใสเอ่อขึ้นมาจนน่ากลัวว่าจะร่วงหล่นในอีกไม่กี่อึดใจ  

 

                แบมไม่อยากเป็นเด็กไม่ดี... แบมอยากเป็นเด็กดีที่พี่มาร์คจะไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ!

 

“แบม... คนเราอยู่ด้วยกัน มีอะไรก็ต้องบอกกันเข้าใจไหม พี่ไม่อยากให้น้องชายของไอ้แจ๊คสันต้องคิดมาก... เพราะว่ามีพี่เป็นต้นเหตุหรอกนะ”

 

                หรือเพราะแบมเป็นน้องชายของพี่แจ๊คสัน... มันเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้พี่มาร์คจำเป็นต้องยอมทำตามใจทุกอย่าง

 

“ช่างเถอะครับพี่มาร์ค แบมไม่ได้คิดมาก...”

“ถ้าโกหกพี่จะไม่พาไปเที่ยวนะ”

               

                ดูเหมือนว่าเด็กชายแบมแบมตัวน้อยจะลืมเรื่องเคร่งเครียดก่อนหน้าไปแล้ว...

                กันต์พิมุกต์ผู้พ่ายแพ้คำว่าไปเที่ยวอย่างสมบูรณ์

 

“พี่มาร์คจะพาแบมไปเที่ยวไหนนนนนนนนนน” แบมแบมรีบหันหน้าหาสารถีประจำตัวด้วยความดีใจ มือทั้งสองข้างเกาะอยู่ที่แขนของคนขับรถ เขย่าเบา ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตาที่ยังคงมีน้ำใสคลออยู่จดจ้องไปยังพี่ชายจำเป็นด้วยความหวัง...

 

                แบมไม่ได้ตาฝาดนะ... แต่อยากให้รุ่นพี่คนนั้นมาเห็นจังเลยเหอะว่าพี่มาร์คไม่ได้ทำท่าทางเบื่อแบมเลยสักนิดอ้ะ พี่มาร์คแอบยิ้มด้วยนะ แบมไม่ได้ขี้โม้ด้วย!

                แบมไม่ได้เป็นภาระ... ไม่อยากเป็นภาระจริง ๆ นะ...

                แต่แบมอยากไปเที่ยว...

 

“ให้เวลาจนพี่ขับรถถึงมหาลัยS แบมตัดสินใจเอาแล้วกันว่าจะเล่าให้พี่ฟัง... หรือจะยอมไม่ไปเที่ยวด้วยกัน...”

“พี่มาร์คจอดรถปุ๊บแบมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังทันทีเลย!

 

                กันต์พิมุกต์ไม่ได้อยากเที่ยวมากขนาดนั้นนะ...

            แหะ ๆ

 

                มินิคูเปอร์ของมาร์ค ต้วนที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเพราะเสียงของแบมแบม ตอนนี้จอดนิ่งสนิทอยู่ที่ลานกว้างหน้าคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย S เอกสารสำคัญในซองสีน้ำตาลที่วางอยู่บนเบาะด้านหลังถูกส่งจากมาร์คไปยังเด็กชายแก้มกลมที่ยังนั่งจ้อไม่ได้เว้นวรรค...

“ลงไปทำธุระให้พี่ชายแบมก่อน แล้วเดี๋ยวต้องไปบ้านเซฮุน...”

“แบมแบมออนทัวร์จริง ๆ นะครับผม...”

               

                ดูเหมือนว่าเด็กแก้มกลมเกือบจะแกล้งทำเป็นลืมไปแล้วว่าสัญญาอะไรไว้ เดาไม่ผิดว่าแบมแบมจะต้องเปิดประตูรถแล้วรีบจ้ำเข้าไปในตึกของคณะ

                แน่นอน... มาร์ครู้ทัน และตอนนี้แบมแบมก็ถูกพี่ชายจำเป็นยืนขวางเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

“กันต์พิมุกต์ลืมอะไรไปหรือเปล่าครับ”

“แหะ ๆ” เด็กชายแก้มกลมหัวเราะแห้ง ๆ แสดงให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องที่ทำให้เกิดบรรยากาศชวนอึดอัดขึ้นอย่างน่ารำคาญใจ

 

                ยอมรับ... ก่อนหน้านี้ที่แบมเอาแต่พูดจนเขาปวดหัว... ทำให้เขารู้สึกรำคาญ...

                แต่เขาก็ยอมรับอีกนั่นแหละ... ว่ามันน่าหงุดหงิดมากกว่าเวลาที่แบมไม่ยอมพูดอะไรออกมา...แม้แต่คำเดียว

 

“มีรุ่นพี่...”

                มาร์คเลิกคิ้ว พยักหน้าให้เด็กชายที่เกริ่นขึ้นมาแล้วหยุดไปซะดื้อ ๆ พูดต่อไป

                กันต์พิมุกต์จะทำยังไงดีล่ะ... กันต์พิมุกต์กลัวว่าถ้าเกิดพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้งต่อหน้าพี่มาร์ค แล้วสมมติว่าร้องไห้ออกมาจะทำยังไงดี

 

                แบมแบมไม่อยากเป็นเด็กขี้แง! แต่ว่า...

 

“อยู่ ๆ ก็เข้ามาถามแบม... ว่าไม่เกรงใจรุ่นพี่ต้วนบ้างเหรอ... ที่มาทำตัวเป็นภาระแบบนี้...”

 

                แบมกำลังจะกลับไปรู้สึกผิดอีกแล้วนะ...

                แบมกำลังคิดว่าตัวเอง... เป็นแค่ภาระที่ทำให้พี่มาร์คต้องลำบากไปด้วย...

                ทำไม... รู้สึกเหมือนว่าขอบตาแล้วก็ปลายจมูกมันร้อน ๆ ขึ้นมาแบบนี้นะ...

 

“แล้วแบมคิดว่าไง”

“แบมก็เลยเอามาคิด... ว่าจริง ๆ แล้วแบมก็คงเป็นภาระ...” เด็กชายยังคงพูดต่อไป พร้อม ๆ กับที่พยายามฝืนยิ้มให้กับผู้ปกครองจำเป็นที่ยังคงมีสีหน้านิ่งเฉย...

               

                เหมือนครั้งแรกที่เจอไม่ผิดเลย

                ทำไมแบมจะจำไม่ได้...

 

“ถ้าพี่พูดตรง ๆ ว่าพี่คิดแบบนั้นล่ะ”

 

                พี่มาร์ค... ก็กำลังทำลายความหวังอีกใจหนึ่งของแบม... ที่คิดว่าจะไม่เป็นภาระไงครับ

                ใจหนึ่งที่แบมคิดเข้าข้างตัวเองว่าอย่างน้อย... พี่มาร์คก็คงมองเห็นเขาเป็นเหมือนน้องชาย

 

                หนักหนายิ่งกว่าการเคยได้ยินว่าตัวเองเป็นคนอื่น... ก็คงจะหนีไม่พ้นคำว่าภาระของชีวิต

 

“งั้น... แบมขอโทษนะครับ...”

“ยังพูดไม่จบ ... แค่จะบอกว่าพี่คิด... แต่นั่นมันเรื่องเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่ตอนนี้...”

 

                เชื่อไหม... แค่เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้ยินประโยคเพียงประโยคเดียว... จะทำให้ความรู้สึกและทุก ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไปได้มากขนาดนี้...

 

                เหมือนที่แบมแบมรู้ตัวดีว่ากำลังยิ้ม... ยิ้มทั้ง ๆ ที่น้ำตาจะไหลลงมาเพราะความเสียใจเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอยู่แล้ว

 

“แบมไม่ได้เป็นภาระของพี่มาร์คจริง ๆ ใช่ไหมครับ ถึงแบมจะพูดมาก แล้วก็ยังซุ่มซ่าม แถมยังไม่ได้ตอบแทนอะไรพี่มาร์คเลยสักอย่าง อ่า... แบมกินจุด้วยนะ พี่มาร์คยังต้องเลี้ยงเกือบตลอดเวลา... ที่พูดมาทั้งหมด... พี่มาร์คบอกแบมอีกทีได้ไหมครับว่าไม่ได้เป็นภาระจริง ๆ นะ!

 

                เพราะถ้าได้คำยืนยันเพียงคำเดียวจากคนสำคัญ...

                ต่อให้มีอีกพันคนมาหาว่าแบมเป็นภาระของพี่มาร์ค... แบมก็ไม่เชื่อหรอกครับ!

 

“อืม ไม่ได้เป็นภาระ...”

               

                เด็กชายกันต์พิมุกต์ยิ้มกว้าง ดวงตากลมหยีลงจนมาร์คอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มตาม แล้วแบมแบมก็ต้องทำคิ้วขมวดด้วยความสงสัยทันทีที่ได้ยินคำว่า แต่... จากผู้ปกครองจำเป็นตามหลังมา...

 

                พร้อม ๆ กับที่แก้มทั้งสองข้างของแบมถูกแกล้งดึงออกด้วยความหมั่นเขี้ยว...

                จากฝีมือของผู้ชายที่คนทั้งมหาลัยให้คำนิยามไว้ว่า... คนเย็นชา

 

“แต่ว่าแบมเป็นเด็กอ้วน”

“ม่ายน้า แบมม่ายอ้วนนนนนนน”

 

                คนเย็นชา... ถ้าหากว่าได้เจอกับบางสิ่งบางอย่างที่ละลายความรู้สึกลงมาได้...

                ไม่ยากเลยที่จะหลอมละลายและกลายเป็นแสงอุ่น ๆ ให้กับใครบางคน...

 

                เรื่องบางอย่าง... ไม่ต้องมีเหตุผล... ไม่ต้องใช้เวลา...

 

TBC

 

พี่มาร์คทำไมเป็นคนพูดมากไปแล้วล่ะคะ ถถถถถถ ถ้าน้องเป็นพี่เจบีกับพี่โอเซ น้องก็คงต้องงงค่ะ พี่แจ๊คเองก็เช่นกัน งานมึนงงต้องมา *งานหลงเด็กก็มา*

                ครบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เย้! มาเร็วไวเพราะได้กำลังใจดี๊ดี ทั้งในคอมเม้นท์และแท๊กฟิค เรายินดีและดีใจมากเลยนะคะที่หลายคนชอบมากขนาดนี้~~ อยากมาอยู่กับพี่มาร์คกันใหญ่เล้ย 55555 คอนโดพี่มาร์คเต็มแล้วน้า เอาไว้ให้น้องแบมวิ่งเล่นกับแบมบี้เนาะ ฮา~

                ขอบคุณทุกคนเช่นเคยค่ะ ทั้งคอมเมนท์ ยอดวิว ยอดเฟบ ทุก ๆ อย่างเลยนะคะ รวมถึงแท๊ก #ฟิคเด็กพี่มาร์ค ที่เราแอบตามอ่านแล้วยิ้มตามอยู่เสมอ ขอบคุณทุกคนที่ชอบค่ะ ดีใจTT

                เจอกันตอนต่อไปนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

1,831 ความคิดเห็น

  1. #1819 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 11:20
    ฮื่อออออ
    #1819
    0
  2. #1787 D_dayWM (@D_dayWM) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 00:56
    อบอุ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวนะชายต้วน มีจับแก้ม มีบอกว่าอ้วน หยอกคนก็เป็นเนาะ ละลายหมดแล้ว ไม่ใช่ต้วนนะที่ละลาย คนอ่านเนี่ยแหละละลายหมดไปก่อนอีก หวานจริงๆ แต่เดี๋ยวตัวร้ายหายไปนะจะกลับมาป่วนเมื่อไร
    #1787
    0
  3. #1763 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 14:04
    มาร์คกลายเป็นคนพูดมากแล้วก็ขี้แกล้งตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ตั้งแต่อยู่กับน้องแบมมมมม คิคิ
    #1763
    0
  4. #1751 ตะหนูเอง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:18
    น่ารักมากเลยอะ งือออออออออออออ ชอบจังเลยเรื่อนนี้ ขออย่าให้มีมาม่าได้มั้ยอะ แหะ
    #1751
    0
  5. #1737 @fujinoii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:03
    ขอไปตบปากอิรุ่นพี่หน่อยสิ นังชะนีขี้อิจฉาจริงๆ
    #1737
    0
  6. #1718 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 13:18
    นางเป็นใครรร บังอาจมาทำให้แบมเสียใจ เดี๋ยวเถอะๆๆ
    #1718
    0
  7. #1687 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 20:38
    รุ่นพี่คนนั้นนางคือใครกัน
    #1687
    0
  8. #1671 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 11:45
    เด็กอ้วนนนนนนนน อยากจะเห็นตอนนางอ้วนๆกลม 5555 น่ารักก เพลงขึ้นค่ะ ใครจะพยายามแทรกกลางระหว่างเรา ... 555
    #1671
    0
  9. #1653 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 04:05
    น้องแบมน่ารักเกินไปแล้วววววว

    พี่มาร์คก็ละมุนละไม
    #1653
    0
  10. #1636 ploynie * (@P_PlooY) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 00:32
    ฮื่ออออออ ปลื้มมมม
    ปริ่มมาก พี่มาร์คอบอุ่นมากเลยค่ะ
    ฮื่ออออ ก้น้องแบมน่าเอ็นดูขนาดนี้
    โธ่ วว
    #1636
    0
  11. #1627 malilyy (@malilyy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 20:40
    งื้อออออ เด็กอ้วนของพี่มาร์คคคคค ><
    #1627
    0
  12. #1626 malilyy (@malilyy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 20:39
    งื้ออออออ เด็กอ้วนนนนนนนของพี่มาร์ค ><
    #1626
    0
  13. #1596 namemy_jung (@namemejung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 13:10
    เกลียดอิรุ่นพี่ อิจฉาแบมสินะ
    #1596
    0
  14. #1566 ZakittaA (@zakittaa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 17:58
    ทำไมมุ้งมิ้งงง น้องพูดมากก็รำคาญ น้องไม่พูดก็หงุดหงิด แกมันเอาแต่ใจกว่าแบมแบมอีก มาร์ค ต้วน แต่ทำไมมันน่ารักเงงงง้
    #1566
    0
  15. #1560 ปิ่นนะคุคุ (@narupin-578-sana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 13:49
    นับวันพี่มาร์คกะน้องแบมยิ่งน่ารัก ><
    #1560
    0
  16. #1543 nuaum (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:28
    แต่แบมเป็นเด็กอ้วน อยากให้พี่ต้วนมาพูดแบบนี้กับเราบ้าง เราอ้วนนะรู้ยัง
    #1543
    0
  17. #1524 - beebee K. - (@qbberr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 16:42
    แต่แบมเป็นเด็กอ้วน นี่เขินเลยยยยยยยยย><><><><
    #1524
    0
  18. #1465 아이언 (@baronest) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 22:29
    เอาไงยัยรุ่นพี่ตบมั๊ยค่ะ
    #1465
    0
  19. #1360 kyuminlove (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 13:11
    อื้อหือ น่ารักมากเลย
    #1360
    0
  20. #1341 Maichibi (@ginkr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 21:11
    ระเบิดตัวเองงตู้มมมมท 55555555 เขินนนนน
    #1341
    0
  21. #1315 ตัวเล็ก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 22:02
    ตนที่ทำลายกำแพงน้ำแข็งทั้งหมดของพี่ต้วนได้ก็คงจะเป็นเด็กซนแแบมแบมคนนี้แหละ

    ยัยป้านั่นเป้นใคร กล้าดียังไงมาว่าแบมเป็นภาระ อิจฉาก็บอกมา
    #1315
    0
  22. #1305 MARKBAMM (@hananee05) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 12:16
    งื้ออ ละมุนโครตๆๆ
    #1305
    0
  23. #1279 Markbam (@exoandsnsd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 15:51
    โรคอิจกำเริบหรอคะ ถึงได้มาพูดกับแบมแบบนี้ เหอะ!! น่ารักมากเถอะะะ โอ้ยเขินนนนนน
    #1279
    0
  24. #1238 geejajaa (@geejaadorable) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 13:49
    อยากจะไปตบปากพวกมารนางอิจฉาที่ปากหมาไม่เข้าเรื่อง แต่ก็ดีนะมาร์คแบมจะได้เคลียร์กันไป ลุ้นให้มาร์คต้วนละลายจากเจ้าชายน้ำแข็งเร็วๆ
    #1238
    0
  25. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(