เรื่อง Snow Black ลำนำรักบุปผาหิมะ (ชุด ลำนำบุปผา) จบ.

ตอนที่ 10 : ลำนำบทที่ 5 หนึ่งนามบุรุษไร้แซ่ (ฉบับปรับปรุง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    21 ส.ค. 59

ลำนำบทที่ 5 หนึ่งนามบุรุษไร้แซ่

 

ตูม

แรงตวัดดาบฟาดไปเบื้องหน้าจนเกิดเสียงดังสะท้านแผ่นดิน หมู่บุรุษที่มุ่งร้ายต่างกระจัดกระจายหายไปราวกับกลุ่มควัน เสียงร้องอย่างเจ็บปวดและเลือดที่สาดกระเซ็นย้อมพื้นหิมะสีขาวกลายเป็นสีแดงสด

เสวี่ยฮวาหลบอยู่หลังข้าอย่าไปไหนฟางเหนียงตะโกนบอกร่างเล็กทางด้านหลังอย่างห่วงพะวง

เจี่ยเจีย...อย่าห่วงหนูสโนว์ กล่าวบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ถึงแม้ใจจะนึกสงสัยในตัวของพี่สาวฟางเหนียง ทั้งพลังภายในที่พบ ทั้งท่าทางที่เปลี่ยนไปของพี่สาวตรงหน้า สโนว์ก็เลือกที่จะจัดการกับภัยตรงหน้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

เมื่อสิ้นเสียงบอกจากร่างบาง ฟางเหนียงก็กำหนดกำลังภายใน ส่งพลังไปยังดาบ แล้วตวัดฟาดลงไปข้างหน้าอย่างแรงอีกครั้ง เสียงสะท้านฟ้า สะเทือนดิน แผ่นดินด้านหน้า ขาดแยกออกเป็นสองทาง ผู้คนที่หลบไม่พ้นวิถีของดาบ ก็ได้รับการปะทะโดยตรง จนร่างกายถูกตัดขาดออกจากกัน

'นี้คือวิชาอะไรกัน ทำไมถึงร้ายกาจเช่นนี้'สโนว์คิดอย่างตื่นตะลึงกับวิชาแปลกประหลาดของพี่สาวฟางเหนียง

ตายซะ!

 เสียงชายหนุ่มจากทางด้านหลัง เรียกความสนใจจาก สโนว์ เธอหันหลังไปตามเสียงร้องสายตาปะทะเข้ากับประกายดาบที่ตวัดลงมาเบื้องหน้าหมายชีวิตเธอ

สโนว์ กำหนดพลังภายไว้ในฝ่ามือ สะบัดฝ่ามือไปมาราวกับร่ายรำก่อนจะผลักดาบออกไปด้วยมือเปล่าอย่างแผ่วเบา 

"อา!"

แรงปะทะที่เกิดขึ้นสร้างพลังทำลายล้างสูงยิ่ง ทำให้ทั้งคน ทั้งดาบถูกแรงกระแทกผลักตัวจนลอยไปไกล ร่างชายหนุ่มตรงหน้าถูกพลังทำร้ายจนถึงขั้นกระอักเลือดออกมาในทันที

เจ้า เป็นวรยุทธฟางเหนียงเห็นเช่นนั้นก็แปลกใจยิ่ง ก่อนจะเหลือบตาไปมองผลงานของเด็กสาวที่ตนหมายจะปกป้อง

ก็บอกแล้ว...อย่า...ห่วงเสียงหวานหันไปมองตอบสายตาที่หันกลับมามาตน พร้อมเบิกกว้างอย่างตกตะลึงของฟางเหนียงอย่างนึกขัน ก่อนที่จะหันกลับไปมองอีกด้านเพื่อเตรียมตัวพร้อมต่อสู้อย่างจริงจัง!

ดี ข้าจะได้สู้ได้อย่างเต็มที่

ฟางเหนียงกล่าวอย่างยินดี ก่อนจะหันไปประกบฝ่ามือเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว กำหนดจิตให้เกิดความว่าง แสงพิสุทธิ์เกิดขึ้นกลางใจ แสงสว่างพร่ามัวขึ้นในสติ ก่อนทุกอย่างจะจบภายในเวลารวดเร็ว ฟางเหนียงก็ปล่อยมือออกมาอย่างผ่อนคลาย ร่างเบาดุจปุยนุ่น

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง วิถีดาบหนึ่งก็พุ่งหมายชีวิตฟางเหนียง

เจี่ยเจีย ระวัง!”

สโนว์ร้องเตือนเสียงดัง เมื่อเห็นฟางเหนียงปลดเกาะป้องกันลงเสียดื้อๆ ก่อนเธอจะตัดสินใจจะวิ่งมารับแรงปะทะจากของศัตรูโดยตรงกระบี่โดยตรง 

แต่ก้าวย่างของเธอดูจะเชื่องช้าเกินไป เมื่อดาบตวัดฉับเข้ากลางร่างของฟางเหนียงในทันที เธอยืนตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น

"อ๊าก!" 

เสียงร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนร่างหนาจะค่อยๆทรุดตัวลงตรงแทบเท้าของสโนว์

ดวงตาสีชาทอประกายประหลาดใจ ตกใจ และตื่นกลัว เธอมองขึ้นไปที่ร่างของคนที่ยืนตรงหน้าเธอด้วยสายตาที่ยังกาดไม่ถึงอีกครั้ง

ร่างงดงามของฟางเหนียง ได้ยืนอยู่เบื้องหน้า โดยไร้แม้แต่บาดแผลใดๆ บนเรือนกาย เมื่อหันกลับไปมองยังจุดเดิมที่ฟางเหนียงเคยยืนอยู่ ก็ยิ่งประหลาดใจ เพราะอีกหนึ่งร่างนั้นค่อยๆเลือนหายไปในทันที

วิชาแยกร่างพันเงา?”

เฮยเสวี่ยฮวาอุทานออกมาด้วยภาษาของตน ก่อนจะหันไปมองพี่สาวฟางเหนียงอีกครั้ง

แต่เมื่อเหลือบไปเห็นศัตรูมากมายเบื้องหน้า เธอจำต้องตัดใจเลิกใส่ใจเรื่องนี้ไปก่อน พร้อมทั้งหันหลังให้กันเพื่อร่วมมือกันต่อสู้กับพวกโจกลุ่มใหญ่ที่ลุกฮือกลุ่มใหญ่

หนู จัดการเอง

สโนว์ร้องตะโกนบอกฟางเหนียงจากอีกด้าน แล้วมุ่งหน้าไปยังศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว

รูปร่างปราดเปรียวก้าวย่างไปอดุจสายลม มือบางก็สะบัดไปมาอย่างแผ่วเบา เกิดกระบวนท่าวิชาแปลกประหลาดจนยากจะคาดเดาทิศทางได้ 

เมื่อเหล่าโจร มองไปมา ก็ราวกับท่วงท่าเยี่ยงย่างร่ายรำ แต่ทุกครั้งที่นางสะบัดฝ่ามือออกมา พลังการทำลายกลับมีมากมายจนยากจะเชื่อ หากใครเกิดไม่ระวังตัวทันทีที่โดนฝ่ามือหนึ่งกระบวนท่า ก็สามารถทำให้ร่างปลิวสะบัดไปไกลได้อย่างไม่เคยพบเห็น

"โอ๊ย!"

เสียงร้องอย่างเจ็บปวด พร้อมกับเสียงกรีดร้องของหญิงงาม และความวุ่นวายเบื้องหน้าดูจะสร้างความโกลาหลได้มากมายนัก คนเพียงแค่สองคนก็สามารถทำลายกลุ่มกองโจรอันยิ่งใหญ่ของชายแดนเหนือได้...หนึ่งเด็กสาวร่างแบบบางแต่ว่องไวรวดเร็วราวกับสายลม อีกหนึ่งงดงามราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ แต่มีวิชาแยกร่างพันเงาที่สามารถหายตัว ไปมาได้ราวกับภูตผี 

เพียงครู่ก็เห็นนางยืนอยู่ตรงนี้ แต่อีกครู่ก็มีนางยืนอยู่อีกคนตรงนั้น จากหนึ่งก็เพิ่มเป็นสอง จากสองก็เพิ่มเป็นสิบ ทุกนางต่างกวัดแกว่งดาบเข้าฟาดฟันพวกพ้องหมู่โจรอย่างไร้ความปราณี

ในขณะที่ สโนว์ กำลังติดพันกับโจรจำนวนมาก ที่แทบจะเข้ามาพร้อมๆกัน แต่สายตาก็ดันไปเห็น หญิงงามหนึ่งในห้า กำลังวิ่งหนีจากโจรกลุ่มหนึ่งที่ต้อนจับพวกนาง

หญิงสาวคนนั้นสะดุดเท้าตนเองล้มลงไปกับพื้นหิมะ โจรผู้หนึ่งที่ไล่ตามมา จึงเข้ามากระชากร่างนางลากไปตามพื้นอย่างไร้ความปราณี หญิงสาวทั้งสะบัดตัว ทั้งต่อสู้ดิ้นรนสุดกำลัง เพื่อจะหลบหนีไปให้ได้ จนในที่สุด ก็เผลอข่วนหน้าโจรผู้นั้นไปจนเกิดเป็นรอยแผลยาวบนใบหน้า ด้วยความโมโห โจรผู้นั้นจึงเตรียมจะง้าวดาบขึ้นสูงเพื่อจะฟันหญิงงามผู้นั้นทันที

"หยุดนะ!"

สโนว์ ร้องตะโกนห้ามทันทีที่เห็นภาพนั้น ในขณะที่ตนก็ติดพันกับกลุ่มโจรด้านนี้ หญิงงามที่ถูกปองร้ายก็ดันอยู่อีกด้านซึ่งห่างไกลกันมาก 

เฮยเสวี่ยฮวา จึงตัดสินใจ สะบัดฝ่ามือออกไปอย่างแรงด้วยฝ่ามือเดียว พลังลมอันมหาศาลก็ถูกส่งตรงไปยังร่างของโจรผู้นั้นในทันที

ร่างทั้งร่างถูกพลังที่มองไม่เห็นเข้ากระแทกอย่างจัง ร่างใหญ่โตพัดปลิวไปดั่งใบไม้ต้องลม ก่อนที่ร่างทั้งร่างนั้นจะหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง เกิดเป็นเสียงดังสั่นสะท้าน

“อั๊ก!!

เลือดสดๆไหลทะลักออกทางปาก ทางจมูก และในที่สุดก็สิ้นใจตายในทันที หญิงงามได้เห็นภาพดังนั้น นางก็เกิดความตกใจกลัวกับภาพคนตายลงไปต่อหน้าต่อตา นางกรีดร้องสุดเสียงรีบยันกายลุกขึ้น แล้วออกตัววิ่งหนีไปจากอาณาเขตของการฆ่าฟันอย่างคนเสียสติในทันที สโนว์มองส่งร่างนั้นอย่างไม่อาจห้ามปรามได้  ก่อนจะหันกลับมามองกลุ่มโจรที่ยังเดินเข้ามาหาเธออย่างไม่ยอมแพ้

"หยุด แล้วปล่อยพวกเราไปซ่ะ" สโนว์ หันกลับมากล่าวด้วยภาษาที่อ่อนด้อย แต่ก็เต็มไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเกินตัว

"หึ! กลัวตายแล้วสินะ จึงร้องขอชีวิตแก่พวกข้า"

โจรผู้นั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงยิ้มเยาะ เพราะหมายคิดว่าที่ตนเองต่อสู้กับเด็กสาวได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง โดยที่ยังไม่พลั้งพลาดอย่างเพื่อนที่ต่างก็บาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมากเขาต้องเก่งกล้ามาก ดังเขาจึงคิดลำพองใจว่าตนนั้นมีความสามารถมากเหนือใคร

"ฉัน เตือน แล้วนะ"

สโนว์ เน้นไปที่ละคำอย่างตั้งใจ ก่อนจะมองไปยังกลุ่มคนเบื้องหน้าที่มากมายเกินกว่าที่เธอจะตั้งรับได้

เธอไม่ต้องการสังหารใครจริงจัง ดังนั้นเธอจึงใช้เพียงวิชาหมัดมวย ที่เพิ่มกำลังภายในเข้าไปนิดหน่อยเท่านั้น การที่เธอใช้วิชาเพียงเท่านี้ นั้นก็เป็นเพราะว่าเธอรู้ว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นแค่คนธรรมดาที่ไร้วรยุทธ ถึงต่อให้เธอมีวิชาต่อสู้ที่เก่งกาจเพียงไหน แต่ก็ใช่ว่าเธอจะสามารถฆ่าใครได้โดยง่าย อย่างไม่จำเป็นเช่นกัน เธอเป็นมนุษย์หาใช่ปีศาจไม่

แต่ในเมื่อไม่อาจหลีกหนีการฆ่าฟันน้ได้ เธอจึงตัดสินใจใช้ 'วิชาวาโยปลิดชีวา' อันเป็นหนึ่งในวิชาสังหารที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์หวัง 

สโนว์ หยุดท่วงท่าร่ายรำหมัดมวยลงทันที กายหยุดนิ่ง ในขณะที่ภายในกำลังขับเคลื่อนพลังให้หมุนวนเป็นวงกลม ก่อนจะค่อยๆ ผลักพลังให้กระจายไปทั่วทั้งร่าง แบ่งพลังออกเป็นสี่ทิศเป็นองศาล้อมรอบตัวเอง

โจรสามคนที่ยืนอยู่ใกล้สโนว์ที่สุดต่างก็มองดูท่าที ที่หยุดเคลื่อนไหวของเด็กสาวตรงหน้า ทุกคนต่างก็เกิดความประมาท ก่อนจะตัดสินใจเคลื่อนไหวเข้าหาเด็กสาวทันที แต่ทันใดนั้น ร่างทั้งสามก็เกิดกระเด็นออกมาทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ถึงตัวนางเสียด้วยซ้ำ

"โอ๊ย! เกิดอะไรขึ้น เลือดๆ....แขน...ข้า"

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของชายสามคน สร้างความตื่นตกใจให้แก่พวกพ้องที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ชายผู้หนึ่งเกิดบาดแผลตามตัว เป็นทางยาว อีกคนหนักกว่า แขนซ้ายขาดกระเด็นหลุดออกจากกันราวกับว่าโดนมีดฟันฉับในดาบเดียว อีกคนร่างถูกพัดไปไกลจนร่างนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง

เหล่าโจที่เหลือ ต่างตกใจกับวิชาประหลาดของเด็กสาวตรงหน้า นางสามารถฟาดฟันผู้คนจนเกิดเป็นบาดแผลจากของมีคม เลือดสดๆ ไหลออกมาอย่างหาที่มาของอาวุธไม่ได้ และยิ่งสร้างความแปลกใจที่สุด คือ นางทำเพียงยืนอยู่เฉยๆเท่านั้น 

จู่ๆ แรงลมก็เริ่มโหมแรงขึ้น ล้อมรอบทั่วร่างของสโนว์ไว้จนก่อเกิดเป็นพายุหมุนลูกเล็กๆ แรงดูดอันมหาศาลจนยากจะต้านทาน ค่อยๆดึงคนผู้คนที่อยู่ใกล้ ลากให้เข้าไปยังพายุหมุนลูกเล็กนั้นอย่างรวดเร็ว

"ไม่ ไม่นะ!"

ชายผู้หนึ่งเกิดหวาดกลัววิชาประหลาดนี้จับใจ จึงทิ้งอาวุธแล้วคิดจะวิ่งหนีไป แต่ไม่ทันได้ก้าวเท้าไปได้ไกล ร่างทั้งร่างก็โดนยกตัวสูงขึ้นกลางอากาศ แล้วกระชากพาร่างใหญ่โตเข้าหาพายุลูกเล็ก ที่รวมตัวกันเป็นลูกใหญ่ในเวลาไม่นาน ก่อนที่จะสิ้นเสียงสุดท้าย ชายผู้นั้นทำได้เพียงกรีดร้องโหยหวน

 

"ไปจากที่นี้เถอะท่านรองหัวหน้า"

เสียงของหนึ่งในโจร ผู้ทำหน้าที่คุมกำลังล้อมรอบ ดูแลปกป้องหัวหน้าของตนไว้ กล่าวร้องเตือนทันที 

เจ้า! พานายท่านหลบออกไปจากตรงนี้ก่อน

เสียงชายหนุ่มผู้เป็นดั่งมือขวาของหัวหน้าใหญ่ของหมู่โจรร้องสั่งทันที่

ขอรับ

โจรหนุ่มหลายนายต่างตอบรับตามคำสั่ง ก่อนจะก้มตัวลงเพื่อช่วยพาร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นหัวหน้าออกจากการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นในเวลารวดเร็ว

แต่ทว่ายังไม่ทันได้เคลื่อนย้าย ร่างของหัวหน้าก็ยกมือห้ามปรามไว้ก่อน

หยุด!” เสียงแหบแห้งฝืนเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก

สายคมที่ดูเหนื่อยล้าจ้องมองไปยังร่างเล็กในวงล้อมโจรอย่างหมายมั่น

จับเป็นนาง!

แต่....ขอรับ...นายท่าน

เสียงชายหนุ่มผู้เป็นรองหัวหน้า จำต้องกล่าวรับคำ อย่างเสียมิได้ ก่อนจะพยักหน้าให้คนนำตัวของหัวหน้าใหญ่ออกไปในทันที

สายตาคมมองจนร่างผู้เป็นนายลับหายไป แล้วจึงขยับกายหันกลับไปมองร่างเล็กตรงหน้าอย่างนึกโกรธเคือง 

เมื่อนายสั่งว่าต้องจับเป็นเขาก็จะจับเป็นนาง แต่จะเป็นแบบเจ็บมาก หรือเจ็บน้อย เรื่องนี้ท่านหัวหน้าไม่ได้สั่งห้าม!

ร่างสูงก้าวยาวๆ ไปยังวงต่อสู้ในทันที ดาบคู่ถูกกระชากออกมาจากข้างหลัง ดาบกวาดตวัดออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับขับเคลื่อนกำลังภายในไปพร้อมกัน ผู้คนที่ต่อสู้ติดพันอยู่กับร่างเล็ก ต่างก็ค่อยๆผ่อนกำลังลงแล้วแยกทางให้ผู้เป็นรองหัวหน้าแทรกกายเข้ามาแทนที่

สโนว์มองท่าทางที่เปลี่ยนไปของโจรเบื้องหน้า ก่อนจะเห็นว่ามีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งเดินเข้ามาใกล้ อย่างไม่เกรงกลัวกับวิชาของตัวเอง 

รูปร่างก็ดูบอบบางกว่าพี่สาวฟางเหนียงอยู่เล็กน้อย ชายผู้นั้น ได้ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ตัวเธอมากขึ้น โดยที่ไม่โดนวิชาของเธอดึงดูดเข้าสู่สนามพลัง ที่เธอกางกั้นเอาไว้ บาดแผลที่บาดลึกเข้าผิวหนังของผู้อื่นโดยง่าย แต่ทำอันตรายใดๆชายผู้นี้ไม่ได้ ดูจากการต้านทานวิชาของเธอได้เขาคงจะมีวรยุทธพอสมควร

สโนว์ เพิ่งได้สังเกตจากการเยี่ยงย่างเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ มีเพียงแค่ชายผู้นี้เท่านั้น ที่ไม่ได้ไว้หนวดเครารกรุงรังปิดบังใบหน้าเหมือนกับโจรคนอื่นๆ ชายผู้นี้ ติดออกจะสำอางเกินกว่าจะเป็นโจรป่าได้เสียด้วยซ้ำไป

ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้เจ้าเอง เด็กน้อย!” เสียงเข้มกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งร้าย

ร่างสูง ตวัดดาบคู่ออกมาข้างกาย พลังต้านพลังเพียงดาบเดียวสามารถตัดพลังวิชาวาโยปลิดชีวา ของเฮยเธอได้อย่างง่ายดาย 

ในขณะที่สโนว์เองก็เริ่มอ่อนแรงลงไปทุกขณะ เธอใช้วิชาอันหนักหน่วงที่ช่วงชิงเอาพลังภายในของเธอไปเยอะเกินไป แถมตอนนี้ตัวเธอก็ยังไร้ดาบคู่กาย...ดูท่าเธอจะเจอของจริงเข้าแล้วสินะ!

เข้ามาเลย ฉันกลัวที่ไหน” เสียงหวานกล่าวออกไป อย่างฝืนแสร้งไม่กลัวผู้ใด 

ชายหนุ่มเลิกใส่ใจกับคำพูดอวดดีของนาง เขาตวัดดาบคู่เข้าใส่ร่างเล็กตรงหน้าในทันที โดยไม่สนแม้แต่น้อย ว่านางจะมีหรือไม่มีอาวุธที่จะต่อกรกับตน

เพล้งเสียงดาบปะทะกันเกิดขึ้นในทันที ฟางเหนียงเอาตัวบังร่างเล็กได้ทันท่วงที ก่อนจะออกปากดุเสียงเบาร่างเล็กทางด้านหลัง

อย่าอวดเก่ง!

อวดเก่งอะไร นายคนนี้ มาท้าหนูสู้เองนะเจี่ยเจีย

เฮยเสวี่ยฮวาตอบกลับไปทันที ด้วยความลืมตัวเธอจึงลืมที่จะพูดเป็นภาษาที่พี่สาวเข้าใจได้

ฟางเหนียงเลิกใส่ใจเด็กหญิงทางด้านหลัง หันกายไปประสานสายตากับชายหนุ่มตรงหน้าแทน

รังแกเด็ก และอิสตรี หาใช่วิถีของบุรุษ หากเจ้าคันไม้คันมือนัก ก็จงมาเล่นกับข้าแทนละกันน้ำเสียงจากแหบแห้ง เปล่งวาจาห้าวขึ้น

สโนว์ ได้ยินถึงกับขมวดคิ้วเสียงพี่สาว เปลี่ยนไปรึเปล่า นี้มันไม่ใช่เสียงของผู้ชายหรอกเหรอ?


เคร้ง!

เมื่อคนทั้งสองต่างปะดาบกันในทันทีอย่างไม่คิดเสวนา ร่างสูงกว่าของฟางเหนียงก็ขยับกายอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นเงาเลือนราง จากร่างที่เคยอยู่เบื้องหน้าก็หายวับไปในทันที  จู่ๆ เงาร่างนั้นก็มาปรากฏกายอยู่ด้านหลังราวกับภูตผีวิญญาณ ดาบเดียวของฟางเหนียง ฟาดเข้าใส่ชายหนุ่มผู้นั้นอย่างรวดเร็ว แต่ดาบคู่ก็ตั้งรับได้ทันท่วงทีเช่นกัน

สโนว์จับจ้องการต่อสู้ของคนตรงหน้าอย่างไม่คิดถอยห่างไปไหน มือหนึ่งก็กำหนดจิตขึ้นมาใหม่ พร้อมปล่อยพลังภายในออกมาตั้งไว้กลางจิตเตรียมพร้อมทันที

ในวันนี้เธอจะฝืนใช้มันอีกครั้ง ‘วิชาจิตพิสุทธิ์กลืนวิญญาณแม้จะต้องใช้กำลังภายในสูงแล้วหลังจากนี้เธอก็ยังพอมีแรงที่จะฝืนทนได้อีกนิด ยังไงวันนี้เธอต้องหนีออกไปจากตรงนี้ให้ได้

สโนว์เตรียมพร้อมอย่างมีแผน เมื่อมองดูแล้วคนสองคนอาจไม่มีแรงจะต่อกรกับกลุ่มโจรทั้งหมดได้ ไม่ใครก็ใครต้องหมดแรงไปสียก่อน ถึงตอนนั้นอาจไม่มีทางได้หลบหนีอีกแน่ สโนว์ใช้มือหนึ่งล้วงเข้าไปในร่มผ้าคว้าจับบางอย่างออกมาไว้กลางฝ่ามือ แล้วเริ่มตั้งมั่นกำหนดดวงจิตให้สงบ สรรพเสียงเกิดเงียบสงัด เส้นแสงสีขาวก็เริ่มกระจ่าง ภาพเด่นชัดขึ้นมาในมโนจิตทันที เธอมองไปเบื้องหน้า ภาพของผู้คนอันแสนวุ่นวายกลับกลายเป็นภาพที่เดินไปอย่างเชื่องช้า เรียวขาก้าวย่างไปหนึ่งก้าว ก็มาปรากฏกายตรงหน้าพี่สาวฟางเหนียง จ้องมองเข้าไปดวงตาคมเข้ม ที่เธอเผลอคิดไปในครั้งแรกว่ามันคือแววหวาน...เธอมันพวก หูหนวกตาบอดโดยแท้!

เฮยเสวี่ยฮวาอดกลั้นความรู้สึกตนลงทันที เพื่อไม่ให้เสียงาน ยังไงเธอต้องหลบหนีออกจากที่นี้ก่อน..

คิดได้ดังนั้น เธอจึงเหลือบมองเหล่าผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากไปกับเธอ คนที่ถูกจับตัวมาทุกคน ถึงเธอไม่รู้จัก แต่อย่างไร ก็ร่วมชะตามาด้วยกัน 

เฮยเสวี่ยฮวา ก้าวไปยังกรงขังนักโทษรวม เปิดประตูให้ออกอ้า แล้วปลดเชือกที่ขาด้วยพลังกำลังภายใน เดินไปเปิดคอกม้าที่ทำแบบหยาบๆของพวกโจร 

ทุกขั้นตอนล้วนทำเสร็จภายในเวลาไม่ถึงสิบห้าวินาที หลังจากนั้น เฮยเสวี่ยฮวา ก็เดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าฟางเหนียง อีกครั้ง เธอจึงรีบคว้าจับข้อมือหนากว่าไว้แน่น แล้วปาบางสิ่งที่อยู่ในมือลงบนพื้นอย่างแรง

ตูม!! 

เพียงสิ่งนั้นสัมผัสโดนพื้นหิมะเบาๆ สิ่งนั้นก็ระเบิดออกมาเป็นควันไฟพวยพุ่งขึ้นไปเบื้องบน ควันหนาก่อตัวบดบังทัศนวิสัยการมองเห็นของกลุ่มโจรในทันที ร่างที่เคยต่อสู้เบื้องหน้ากลับหายไปไร้ล่องลอย พอหันกลับไปมองยังร่างเล็กของเด็กสาว ก็หายไปด้วยเช่นกัน

วิชาอะไรกัน ทำไมถึง...รวดเร็วเพียงนั้น!

เสียงร้องด้วยความตกใจ กล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่รอบข้างจะเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง เมื่อฝูงม้าที่เคยผูกเก็บไว้ในคอกมา กลับวิ่งห้อตะบึงมาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ร่างหนาใช้วิชาตัวเบากระโดดหลบอย่างฉิวเฉียด จนหลุดพ้นจากวิถีการวิ่งไปของฝูงม้าได้ทัน ส่วนคนที่หลบไม่ได้ก็ต้องถูกเหยียบย่ำจนร่างกายแหลกเหลวไปเช่นกัน แต่ยังไม่ทันได้คิดว่าติดตามทั้งสองคนไป ผู้คนที่ถูกคุมขังต่างวิ่งเตลิดหนีหายไปในหลายทิศทาง จนกลุ่มโจรที่เหลือรอด ต่างเข้าสกัดจับอย่างวุ่นวาย

 

นายเป็นใคร!” 

เสียงหวานถามออกไปอย่างไม่คิดปิดบังความขุ่นเคือง สายลมอ่อนๆกลางป่าไผ่ ไม่สามารถทำให้จิตใจที่เดือดดาลของ สโนว์สงบลงได้อย่างที่คิด 

ร่างเล็กจ้องมองร่างสูงตรงหน้าอย่างสุดแสนจะน้อยใจ หากเป็นคนอื่น เธอจะไม่นึกโกรธเลยแม้แต่น้อย แต่นี้เธอนับคนตรงหน้าเป็นถึงพี่สาวที่เธอไม่เคยมี

เธอรู้...ว่าตัวเองอาจไร้เหตุผลไปบ้าง แต่เธอก็อดที่จะเคืองคนตรงหน้าไม่ได้อยู่ดี หากไม่เกิดเรื่องวันนี้ คนตรงหน้าจะบอกเธอเมื่อไหร่ว่าตัวเองเป็นผู้ชาย จะโทษก็ต้องโทษเธอนี้ละ ที่หูหนวกตาบอดแยกชายหญิงไม่ได้!

ร่างสูงมองใบหน้าเล็กหวานใสตรงหน้าอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะขยับกายเข้าไปใกล้ เอื้อมมือคว้าจับข้อมือเล็กของน้องน้อยอย่างอ่อนโยน

อภัยให้เจี่ยเจียนะ เสวี่ยฮวาเสียงแหบห้าวกล่าวด้วยลุแก่โทษ

หุบปาก!”

เฮยเสวี่ยฮวากล่าวด้วยประโยคบ้านเกิด ก่อนจะควบคุมลมหายใจอย่างช้าๆ ใช้สายตาสีชาคมดุมองตำหนิกลับไปยังร่างสูงตรงหน้า ก่อนจะเหลือบมองข้อมือตนแล้วก็สะบัดออกอย่างแรง

ยังกล้า เรียกตัวเองว่า เจี่ยเจีย ไม่ละอายใจรึไง...

สโนว์กล่าวออกไปอย่างช้าๆ ชัดๆ ด้วยสำเนียงแปลกเช่นเคย แต่ยิ่งฟังเธอก็ยิ่งนึกโกรธ...ยังจะมาพูดแบบนี้อีกนะ!

เฮ้ย...เอาเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าต้องโกรธเมื่อรู้ความจริงทั้งหมด... คนตรงหน้าทอดถอนใจอย่างจำยอม ถึงต่อให้ตนมีเหตุผล ก็ยังอยากขอโทษเด็กสาวตรงหน้าให้หายโกรธ

ขอโทษนะ...ข้าคือ บุรุษไร้แซ่ นาม...ตงเทียน

น้ำเสียงแหบห้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด เมื่อยามเอ่ยปากขานนามตนก็ดูจะภาคภูมิใจ

ตง...เทียน

เฮยเสวี่ยฮวาหลุดเรียกชื่อบุรุษตรงหน้า ด้วยน้ำเสียงเบา

ก่อนที่คนข้างตัวจะกล่าวอีกเป็นประโยคยาวๆ ที่จับคำได้บ้าง

ส่วนเรื่องที่ข้าเป็นใคร ใยจึงปลอมเป็นสตรี ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังไม่ปิดบัง แต่ตอนนี้ เราต้องไปจากที่นี้ก่อน ไม่แน่ว่า คนพวกนั้นอาจตามเราอยู่ก็เป็นได้ตงเทียนกล่าวด้วยเหตุผล

สโนว์ มองไปยังดงไผ่หนาที่ขึ้นรกหนาตรงหน้า เงามืดสุดหยั่งถึง ล้อมรอบกายของคนทั้งสองเอาไว้ ตอนนี้ถึงแม้จะยังขุ่นเคืองคนตรงหน้าอยู่บ้าง แต่ก็เห็นเป็นจริงดั่งที่ชายหนุ่มเธอจึงพยักหน้าตอบรับ

บอกทาง หนู พาไป เร็วกว่า

สโนว์ กล่าวด้วยน้ำเสียงออกจะประชดนิดๆ แต่ก็ทำให้ร่างสูงตรงหน้าอดจะยิ้มออกมาอย่างภูมิใจไม่ได้....

อย่างน้อยนางก็เป็นเด็กมีเหตุผล

เรื่องนี้ พี่ก็เห็นชัดแล้วว่า เจ้าย่อมเดินทางได้รวดเร็วกว่า เชิญ...

ตงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม ออกจะพูดยกยอน้องน้อยเสียเกินจริงด้วยซ้ำ ทำให้คนได้ฟังคำยอส่งสายตาค้อนดุๆ มองกลับให้แทน

แต่ทว่าสำหรับเขาแล้วกลับมองว่า ท่าทางเช่นนี้ของนางดู...น่ารัก น่าชังยิ่งนัก!

หึ! ทำมาเป็นพูดดี

สโนว์หลุดคำอุทานเป็นภาษาของตัวเองอีกครั้ง เธอเลิกใส่ใจเขาแล้วคว้าจับข้อมือชายหนุ่มไว้อย่างเหนียวแน่น แล้วก้าวย่างไปอย่างรวดเร็วตามทิศทางที่ชายหนุ่มแจ้งบอกทันที

 

ปรับปรุง 20 ส.ค 59

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

857 ความคิดเห็น

  1. #857 Yaymaill (@Yaymaill) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 21:59

    สนุกดีค่ะ

    #857
    1
    • #857-1 (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      6 กรกฎาคม 2561 / 19:44
      ขอบคุณค่ะ
      #857-1
  2. วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 17:26
    ใช้คำว่า "หนู "น่ารักซาาา
    #802
    1
  3. #578 PJSNS (@PPloy_Tinyny) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 13:24
    นางเอกมีเหตุผลมากเลย ชอบครับๆ
    #578
    1
    • #578-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      15 พฤศจิกายน 2558 / 14:00
      ขอบคุณค่ะ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ มีอะไรแนะนำได้น่ะ
      #578-1
  4. #544 เมมฟิส (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 09:27
    ใช่ตงเทียนจริงๆด้วย หัวหน้าโจรคือฮ่องเต้แน่เลย พระเอกคือฮ่องเต้เหรอค่ะ แบบนี้มีสนมเยอะแน่เลย ไม่ดีเลย อยากให้พระเอกมีนางเอกเพียงคนเดียวทั้งกายและใจ
    #544
    1
    • #544-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      8 พฤศจิกายน 2558 / 12:07
      อ่านเก่งจังค่ะ มาไว้นะเนี้ยะ เรื่องพระเอก พี่ว่า หนูอ่านไปอีกหน่อยก็เดาทางได้แล้วละคะ พี่ว่าเราสองคนมีความคิดใกล้ๆกันะคะ ^_^
      #544-1
  5. #543 เมมฟิส (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 09:27
    ใช่ตงเทียนจริงๆด้วย หัวหน้าโจรคือฮ่องเต้แน่เลย พระเอกคือฮ่องเต้เหรอค่ะ แบบนี้มีสนมเยอะแน่เลย ไม่ดีเลย อยากให้พระเอกมีนางเอกเพียงคนเดียวทั้งกายและใจ
    #543
    0
  6. #112 gibichan (@gibichan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 08:21
    เกิดความประมาณ- ประมาท
    #112
    1
    • #112-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      14 สิงหาคม 2558 / 09:02
      ขอบคุณค่ะ ดีใจที่กลับมาอ่านอีกรอบค่ะ^_^
      #112-1
  7. #108 gibichan (@gibichan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 23:59
    คำผิดค่ะ -->. ตายซ่ะ-> ซะ. อย่างผ่าเบา.- แผ่ว , ความกลาหน - โกลาหล แค่ซะใจ - สะใจ อดกลั่น - กลั้น
    #108
    1
    • #108-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      14 สิงหาคม 2558 / 00:02
      อ้อ!บทนี้กำลังแก้ไขพอดีเลยค่ะ >_< อายจัง แก้ไม่ทันคนอ่าน
      #108-1
  8. #98 rika (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 13:07
    โฮ เรานึกว่าจะถล่มให้สิ้นซาก ตัวประกันที่เหลือก็ยังอยู่กะถูกพวกโจรสิ สั้นไป
    #98
    1
    • #98-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      11 สิงหาคม 2558 / 13:27
      ได้ครับผม รบกวน กลับมาอ่าน ตอน Revise อีกรอบนะคะ พัดจะจัดให้หนัก อีกสักนิด ค่ะ
      #98-1
  9. #81 ladyberbatov (@ladyberbatov) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 14:43
    พี่ตงเทียน จิงจิงด้วย



    หนู....บร๊ะ...คำนี้คือเป็นตาน่าฮักแท้หว่า...
    #81
    1
    • #81-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      10 สิงหาคม 2558 / 14:50
      ฮาฮา คนอ่านก็น่าฮักเน้อ โอ้ย! มีแต่เม้มท์ น่ารัก
      #81-1
  10. #79 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 13:46
    สนุกดีจ้า
    #79
    1
    • #79-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      10 สิงหาคม 2558 / 13:48
      ขอบคุณค่ะ อย่าลืมมาติดตามตอนต่อไปนะคะ
      #79-1
  11. #73 kath (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 03:02
    สนุกๆรอต่อคะ
    #73
    0
  12. #68 Blue_myeyes (@puzzle_myeyes) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 21:52
    #68
    1
  13. วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 21:20
    สนุกๆๆ รอค่ะ
    #67
    1
    • #67-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      10 สิงหาคม 2558 / 00:05
      ขอบคุณค่ะ มาอัพตอนใหม่ให้แล้วนะ อย่างเร็วเลย ขอให้อ่านกันสนุกๆนะคะ
      #67-1
  14. #66 RufusWolf (@RufusWolf) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 19:51
    สนุกดีจ้า เป็นกำลังใจให้จ้า ติดต่อไป
    #66
    1
  15. #65 jinYoojin (@jinvadee-19123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 17:59
    ทำไมเราไม่เอะใจเลยว่าฟางเหนียงเป็นผู้ชายวะ=_=
    #65
    1
    • #65-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      9 สิงหาคม 2558 / 18:05
      อ้าวเหรอค่ะ ฮาฮาฮา งั้นพัดถือว่าตัวเองประสบผล สำเร็จในงานเขียนที่เดาทางไม่ถูกกับคุณคนแรกนะ แต่มีคนเดาถูกไปหลายคนแล้วรี้สิค่ะ
      #65-1
  16. #64 Honey (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 16:37
    กรี๊ดดดด สนุกมากมาย มาต่อเร็วๆๆนะคะ จะขาดใจ
    #64
    1
    • #64-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      9 สิงหาคม 2558 / 18:07
      ตอนต่อไปอัพวันนี้คะ ตอนดึกๆๆ นะ ดึกๆ แหะแหะ
      #64-1
  17. #63 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 15:43
    พัดว่า คนที่เดาไว้ว่า ฟางเหนียง คือ ตงเทียน ตั้งแต่ทีแรก ต้องบอกว่า "เห็นไหมละ บอกแล้ว" พัดก็พยายามเบี่ยงเบนแล้วนะ ไม่สำเร็จเลย ฮาฮาฮา ยังไงก็ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ

    -Patcha_พัชรวลี-
    #63
    0
  18. #62 แอล (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 15:40
    สนุกคะเพิ่งมาอ่านครั้งแรก แต่ละตอนสั้นไปนิด

    รอตอนต่อไปคืนนี้คะ
    #62
    1
    • #62-1 Patcha_พัชรวลี (@bowling999) (จากตอนที่ 10)
      9 สิงหาคม 2558 / 15:49
      ขอบคุณคะ พยายามจะให้ยาวแล้วนะ แต่ไม่สำเร็จสักที ยังไงจะขยันอัพให้อ่านนะคะ
      #62-1