คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #23 : เต้นรำกับความวุ่นวาย
บทที่ 21
หลังจากผมดื่มน้ำสัปประรดเข้าไปแก้วหนึ่งแล้วก็ต้องเจอกับน้ำที่ทำให้แสบคอหนักกว่าเก่า เมื่อมาเจอน้ำมะนาว น้ำสัปประรดแก้วแรกก็ต้องเยกน้ำมะนาวว่า พี่เลยละครับ แมร่งแสบยิ่งกว่าอีก เหมือนกินน้ำโซดาไฟ มากกว่า งานเเหี้ยอะไรมีแต่ของแด๊กส์ลำบากทั้งนั้นเลยนะนี้
ยิ่งหยิบน้ำอื่นๆขึ้นมาผมก็เริ่มคิดว่ามันไม่เข้าท่าเข้าไปใหญ่ ยิ่งกินยิ่งเฟื้อนคอ ผมปลีกตัวออกจากพวกไอ้แบล๊กอกมาตั้งแต่ผมเจอปลาย ผมจึงเดินตามเธอมาอย่างเลื่อนลอยมีบ้างครั้ง ที่ผมเกือบจะล้มหัวทิ้มเพราะมั่วสังเกตมองแต่ปลายจนไม่สังเกตคถือถาดที่เดินสวนผมมา
ผมมองดูเธอนานแล้วครับ นานเท่าไรไม่รู้ แต่ที่รู้ผมปลื้มเธอพอสมควรครับ คิดแต่ในใจอย่างเดียวว่า ทำไงดีหนอ ทำไงดี? จนโอกาสเป็นใจครับ เป็นใจสะทำให้ผมได้คุยกับเธอจนได้
“เป็นไงบ้างข้าง ไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีไม”เสียงหนึ่งทักจากผมข้างหลัง ทำให้ผมกลับหันไปมองต้นเสียงนั้น
“อ้าว ดีปลาย ก็ดี แล้วปลายละ”ผมถามกลับอย่างตื่นตกใจอย่างยิ่ง เมื่อเจอเธอในสภาพที่น่าจะมีอยู่ในความฝันมากกว่า เพราะภาพตรงน่ามันสวยงามมากจนนึกไม่ถึง
"ก็เรื่อยๆนะ "ปลาย บอกก่อนจะยกน้ำส้มขึ้นจิบเล็กน้อย
"ออหรอ อืมมม....."ผมอำอึ้งอยู่เพราะอะไรนะหรอ หึๆๆๆ ก็ตามจุดมุ่งหมายละครับ
แต่ผมก็อำอึ้งอยู่นาน จนจะเป็นอึ้งอ่างอยู่แล้วครับ แต่ก็ต้องอำอึ้งหนักกว่าเก่าอีกเมื่อมีเสียงประกาศดังขึ้น จนทำให้หูอันน้อยนิดของผมชาและตกตะลึง กับเวทีที่ประดับประดาไปด้วยไหมพรหมสีแดงขลิบทอง กับม่านผ้าเงินสะท้อนแสง กับปินโนสีดำ 1 หลัง วางไว้กลางเวที
ทำไมหรอที่ผมจะต้องสนใจ ทำไมหรอ หึๆๆ ถ้าผมจะบอกว่า เรื่องไรจะบอก ผมจะโดนส้นทีนจากผู้อ่านหรือป่าวเนี่ย ก็เพราะผมได้ยินเสียงจากคนประกาศว่า เป็นพี่แชมป์ที่จะเล่นเปียโน ไม่ทันที่ปมคิดจะถูกแก้ ผมก็เห็นพี่แชมป์เดินขึ้นเวที อย่างสง่าโดยสทรตัวโก๋แบบนกเพนกวิน ก่อนจะนั่งลงเก้าอี้เปียโน
ทุกเสียงเงียบก่อน จะระดมเสียงด้วยเสียงคีย์ตัวแรกของเปียโนจะดังขึ้นมา ก่อนจะบรรเลงเป็นจังหวะช้า ที่ฟังแล้ว เพราะ และ นุ่มนวลอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ผมจะเล่นเปียโนหรือเครื่องดนตรีอะไรอย่างอื่นไม่เป็น แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่รับรู้ความไพเราะของเพลงนั้น ไม่เป็น (ส่วนไอ้ไรเตอร์ ก็อย่าแอบด่าครับ ถ้า ด่าครับ เดี๋ยวเจอกับแม่ข้างนอกได้นะ ไอ้ไรเตอร์ -*-)
ผมกำลังเคลิ้มกับบทเพลงที่พี่แชมป์บรรเลงกับหญิงคนที่ผมชอบอยู่ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นไอ้แบล๊กครับ ผมขอเน้นว่า ไอ้แบล๊กคร๊าบบ มันกำลังเดินขึ้นเวที(แล้วมันขึ้นไปทำอะไรบนนั้น ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะถามใครดี ถ้าไม่ถามมัน) ก่อนจะมีพนักงานนำปินโนอีกหลังหนึ่งมา วางไว้ตรงข้ามกับหลังพี่แชมป์ ตัวขอมันสีขาวนวลครับ มันนั่งลงอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะสะบัดข้อมือไปมา และเริ่มไล่คีย์ไปมาอย่างเร่งเร้า ราวกับพยายามยุยงและประชันกับปินโนสีดำ ไม่รู้ว่าทำไม ทำไมหนอทำไม ผมจึงกล่าแสดงออกในทางความหน้าด้านต่อผู้หญิงคนนี้ได้ อย่างมั่นใจหนัก ทั้งๆที่รายงานหน้าห้องไม่เคยคิดที่อยากจะออกหรืออยากจะไปเสวนาอะไรต่างๆนาน สากกระเบื้อยันเรือลบมาเล่า แต่วันนี้กุขอ!
“จะเป็นเกียรติอย่างยิ่ง หากจะเต้นรำกับเราสักเพลง ได้ไม ปลาย?”ผมขอด้วยหัวใจที่เบาหวิวดังจังหวะเพลงที่ประชันกันบนเวที
“ได้สิ ถ้าต้องการ”ปลายส่งยิ้มให้
ผมเริ่มจับมือเธอก่อนจะเดินพาเธอไปยังกลางลานเต๊นรำที่ตอนนี้ไม่มีใคร ไม่เคยคิดที่จะเปิดเฟอล์ กับชาวบ้านเลยแต่วันนี้ขอยึดสะโลว์แกนว่า กุขอ!
ผมจับมือเธอเดินออกไปทามสายตาหลายคู่ที่จ้องมองคู่ผมสลับกับเปียโนไปมา ผมเริ่มโค้งก่อนเล็กน้อยก่อนที่ปลายจะย่อตัวลง ผมเข้าไปจับจะโพกเธอก่อนจะเริ่มจังหวะโยกไปมาอย่างช้าๆแล้วผมก็หยุดแล้วก็เอนไปข้างหน้าเพื่อให้ปลายเอนหลังลงก่อนที่ผมจะยกเธอขึ้นมาหลังตรงเหมือนเดิม
“เต้นเก่งนิ ข้าว”เธอกระซิบเบาๆ ทั้งที่ผมเต้นเป็นแค่พื้นฐานเท่านั้น ที่เหลือมั่วกับดูหนังแล้วเอามาทำๆเอา90กว่าเปอเซนต์เลยละ โห โชคดีจัด 555+
ผมเหลือบมองขึ้นไปบนเวที ก็เห็นพี่แชมป์กับไอ้แบล๊กส่งสายตามายังผม ก่อนจะหันหน้ามามองกันเอง ผมก็สะดุ้งกลับมามองปลายอีกครั้งเมื่อเธอถามว่า
“ไปฝึกเต้นที่ไหนมาละ ถึงเซียนได้ขนาดนี้”
ผมได้แต่ยิ้มเล็กน้อยอย่างไว้มาด ที่แท้หรอฮึๆๆๆ กุไม่เป็นเลย
“ว้าว จังหวะเร็วขึ้นแล้ว หวังว่าคงจะเป็นจังหวะ หวังว่าคงไม่ใช่พิชกี๊แดนซ์นะ 555”ปลายหัวเราะเล็กน้อย
อะไรหวะ พิชกี๊แดนซ์ กุงง กุไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่ที่รู้ๆจังหวะของผมตอนนี้เริ่มรวนครับเพราะเพลงนั้นเล่นเร็วและรั่วบรรเลงอย่างยิ่งยวด
“พร้อมยัง เตรียมตัวนะ”
ไม่ทันที่เสียงเธอจะพูดจบ ปลายก็เหวี่งตัวออกก่อนจะสะบัดสะโพกไปมา ผมไม่รู้จะทำไมเลยได้แต่ยืนนิ่งและงง ก่อนที่เธอจะเขามากอดผมอย่างเดิมแล้วก็ เริ่มก้าวเร็ว มีหลายครั้งที่ผมเกือบจะเหยียบนิ้วเท้าเธอ
“ข้าวเต้นไม่เก่งหรอ จังหวะนี้อะ”ปลายถาม
“ออ ช่ายย เราไม่ชอบ”ผมพูดปลดอย่างแรงครับ จะจังหวะนั้นกระผมก็ไม่เป็นหรอกครับ
“เดียวปลายสอน จำไว้สะบัดสะโพกไว้นะ เอ้า! เริ่ม”เธอเหวี่ยงออก ผมก็สะปัดไปมาอย่างไม่รู้ไม่ฉี่ ราวกับปลาหมึกได้น้ำ
“เยี่ยม! มากเลยไอ้ข้าว วี๊ดดดดดด!!!!”ไอ้พาสพิ้วปากครับ
สาดดด! มันกำลังทำให้ผมรู้สึกขาดความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆครับ มีหลายครั้งที่ท่าของปลายนั้นเซ๊กซี่ จนเล่นผมเอาเกือบหัวใจจะวายกับการเต้นของเธอ ผมได้แต่ภาวนาให้มันจบลงโดยเร็วที่สุด แล้วก็ดูเหมือนความคิดนั้นจะเป็นจริงเมื่อเสียงนั้นหนักและเร็วขึ้น จนในที่สุดมันก็จบลงด้วยการกดคีย์ตัวสุดท้ายพร้อมกันทั้งเปียโน2หลังที่อยู่บนเวที
ทันทีที่สิ้นสุด เสียงตลบมือและเสียงโห่ร้องก็ก้องไปทั่ว เมื่อผมและปลายยื่นอยู่บนเฟอล์เต้นรำ บางคนชูแก้วที่มีน้ำอะไรโง่ๆๆอยู่ในนั้น บางคนก็เป่าปากให้ ผมโค้งเล็กน้อยเมื่อเห็นปลายโค้งนิดหนึ่ง
ด้วยความอายผมจึงรีบเดินออกจากบริเวณนั้นให้เร็วที่สุดแต่....
โอ๊ยยย! ม่ายยยย! พลั้ก!...
“สะดุดกระโปรงค๊าาาาาาาาาา”ผมตระโกนลั่น
ผมจึงหั่นไปมองเจ้าสิ่งที่ทำให้เกิออุบัติเหตุของใครไม่ ของใคร แต่ดันเป็นของคู่เต้นรำกับผมนี้สิครับ ชิบหาย!!! โอ๊ย! กุลมจะจับ
“ก๊ากกกกกกก”เสียงหัวเราะใครละครับ มีตัวเดียว ไอ้เชี๊ยพาสสสส!!!
“เออ ข้าวขอตัวก่อนนะ ขอโทดนะปลายที่ทำให้เธออาย”ผมรีบบอกโดยไม่มองหน้าก่อนจะรีบวิ่งออกจากตรงนั้น สู่ภายนอกงานที่แสนอับอายที่เกิดขึ้นเพราะไอ้พาสตัวเดียง ผมนั่งอยู่ขอบสระตรงไหนสักแห่งของบ้านไอ้แบล๊กมันนี้ละ ผม ไม่รับรู้ และไม่คิดจะรู้ด้วยว่างานมันจะจบเมื่อไร แต่ที่รู้คืออยากอยู่เงียบๆชิวๆตรงนี้จนกว่าคนในงานจะกลับไปหมด
“เย็นดีจัง”ผมนั่งหลับตาพลิ้ม รับกับอากาศที่แสนสดชื่น
“เห่อ ไม่น่าเชื่อเลยว่าข้าวมันจะกล้าไปขอปลายเต้นรำ”เสียงหนึ่งดังแววมาแต่ไกล
“เออ ก็ว่างั้นละ แต่เมื่อไร ทันจะรู้สักทีว่าเราก็แอบชอบมันอยู่นะ”อีกเสียงดังตามพร้อมรอคำตอบกลับจากอีกเสียง หูผมเริ่มกระดิ๊กราวกับพยายามจะรับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับเรา
“ถ้าเป็นไปได้นะครับ ผมก็อยากจะทำตั้งแต่ตอนนี้เลยแต่ ไม่สิ มันยังไม่ถึงเวลา”เสียงที่3ดังขึ้น
ก่อนที่เสียงนั้นจะหายไป แล้วทิ้งไว้แต่ความมึนงงให้ผมแบกรับไว้ ผมมองดูนาฬิกาว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว ก็เห็นว่า00.30
“กลับงานดีกว่างานน่าจะเลิกแล้ว”ผมพูดกับตัวเองพร้อมสะบัดเศษหญ้าที่ติดมากับสูทรให้ออกไป ก่อนจะยืดหลังให้หายเมื่อยแล้วเดินกลับไปที่งาน เพราะคิดว่างานหน้าจะเลิกแล้วละ(มั่ง)
พอเดินกลับไปก็ต้องสบถเบาๆเลยละครับ
“ให้ ตายเถอะ งานมันยังไม่เลิกอีกหรอฟะ”ผมสบถเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปในงานอย่างหัวเสีย แต่ก็ต้องรีบสะบัดความเซงออกเมื่อเจอแม่ของไอ้แบล๊ก
“คุณแม่ ทำไมมาอยู่แถวนี้คนเดียวละครับ”ผมถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ก็แม่ เป็นห่วงข้าวนิ เห็นรีบวิ่งออกจากงานไป นี้แนะของตีที่1เถอะ ที่ทำให้แม่เป็นห่วง”ไม่ทันพูดจบคุณแม่ก็ตีผมจะแทบจะไม่ระคายเตืองผิวของผมอันหนาด้านเลย 5555+ มันน่าภูมิใจตรงไหนฟะ
“ครับ ขอโทดครับ คุณแม่”ผมตอบพลางยิ้มร่า ก่อนจะเดินตามโดยมีคุณแม่ลากมือให้เดินตาม ไปติดๆ อย่างไม่ให้ไปไหน
ผมมองตามทางที่มีคุณแม่ลาก กระผมไป บางคนกำลังตะยกเครื่องดื่ม ที่มีน้ำสีน้ำตาลโง่ๆ กลิ้งไปมาอยู่ในแก้ว บางแก้ว ก็สีม่วง บางแก้วก็สีฟ้า ดูราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่พร้อมจะทำลายอีกชีวิตหนึ่งที่ดื่มมันเข้าไป
ก่อนที่ผมจะหันมาสนใจคุณแม่ที่พากระผมเดินกระเซอะกระเซิงกระแทกคนนู้นคนนี้ที แล้วก็หันไปขอโทษ แต่ดูราวแล้วพวกคนที่ผมชนคงจะไม่ค่อยสนใจสะเท่าไรนอกจากจะสนใจเหล้าและเพื่อนที่เดินด้วยกัน
เห่อ ผมถอนหายใจ อย่างเบื่อหน่าย ไม่ใช่เบื่อที่คุณแม่มาลากจูงผม แต่เบื่อที่งานบ้าๆนี้ทำผมน่าแหกและแตกยับเยิน นี้สิครับ เห่อชีวิตหนอ ชีวิต ไอ้เผือก!
เดินได้สักพักก็ต้องเริ่มงุดหงิดกับการเบียดเสียดแทรกต้องนู้นนี้ นั้นนี้นะโวยยยยย!!!รำคาญคนโวยย แต่ก็ต้องทนครับ คนแมร่งโครตเบียดอย่างกับจัดคอนเสริตงาน(วัด)(ขอกราบอภัยคุณแม่ไว้ที่นี้ด้วยนะครับ อะอ่างล้อเล่ง) แล้วในที่สุดผมก็พบกับสัจธรรมแห่งชีวิตว่า ความซวย อยู่กับเราทุกเวลา -.-*
แมร่ง ไอ้พาส ไอ้แบล๊ก ครบเซ๊ต ตัวป่วน+น่ารำคาญ แต่ มันกำลังนั่งกิน ค๊อกเทล กันอย่างร่าเริง รวมทั้ง พี่แชมป์ คุณไวท์ และนั้น ปลาย คนที่ผมหมายปองไว้ ราวมทั้ง ไอ้แสบทั้ง3 ไอ้กอล์ฟ ไอ้ปิน และไอ้ตางค์ กำลังนั่งซดน้ำเมา กันอย่างเมามัน เหอะๆๆๆ
“ข้าว แม่มาส่งแค่นี้นะลูก ทำตัวๆดีๆอยู่กับแบล๊กลไวท์ไปก่อนนะ อย่าไปไหน ให้แม่เป็นห่วงอีกนะ”คุณแม่บอกกล่าวเดินจากไปท่ามกลางฝูงคน ที่แน่นขนัด ทิ้งไว้ให้ผมคนเดียว ที่ต้องเผชิญชะตากรรมกรรมกับเพื่อนที่กำลังเมาตัวพ่อ
เห่อชีวิตผมถอนหายใจก่อนเดินเข้าไปหาโต๊ะที่น้ำเมาหากสีสันต์ให้เลือกดื่ม
ความคิดเห็น