bonzaiya
ดู Blog ทั้งหมด

ลดความอ้วนขั้นวิกฤต

เขียนโดย bonzaiya
Jeep All Weather Umbrella Stroller Jeep Baby Stroller Jeep Overland Stroller Kolcraft Jeep Liberty Stroller Reviews Kolcraft Jeep Strollers Double Sit and Stand Strollers Sit N Stand LX Stroller Best Baby Gear Stroller Best Car Seat and Stroller Best Stroller for Twins All Terrain Lightweight Strollers Lightweight Recline Stroller Lightweight Reclining Stroller Stroller for Infant and Toddler Triplet Carrier Stroller Bugaboo Frog Stroller Combi Cosmo Stroller Review Combi Flare Stroller Discount Combi Strollers O Baby Triple Stroller Triple Strollers for Sale Chicco Capri Stroller Chicco Trevi Single Stroller InStep Safari Stroller InStep Stroller Parts InStep Strollers Safari Quinny Buzz Stroller Review All Terrain Stroller Reviews Baby Trend Stroller Reviews Britax Blink Stroller Reviews Peg Perego Stroller Cover' Peg Perego Aria Double Stroller Peg Perego Atlantico Stroller Peg Perego Stroller Si Perego Skate Stroller Eddie Bauer Baby Strollers Eddie Bauer Stroller Parts Kolcraft Tour Sport Stroller Used Kolcraft Stroller Phil and Teds Camo Stroller Baby Trend Baby Strollers Baby Trend Expedition LX Stroller Evenflo Aura Strollers Best Deal on Maclaren Strollers Blue Toy Stroller Maclaren Maclaren Baby Stroller Maclaren Four Season Stroller Maclaren Quest Mod Stroller Maclaren Quest Stroller Combi Tandem Double Stroller

พฤติกรรมของคนกลัวอ้วนเกินเหตุที่อาจก่อให้เกิดโรค

พฤติกรรมแปลกๆที่เกิดขึ้นในการรับประทานอาหาร จะเริ่มต้นจากความพยายามอดอาหารอย่างเข้มงวด ไม่ยอมกินอะไรให้ใครเห็น ออกกำลังกายอย่างหักโหม กินยาลดน้ำหนัก หรือพอรับประทานอาหารเข้าไปมากก็จะรู้สึกผิด จากนั้นก็พยายามกินยาถ่าย หรือไม่ก็ล้วงคอให้ตัวเองอาเจียนออกมา ซึ่งจะแยกความผิดปกตินี้ออกเป็น 2 ประเภท คือ 

1. อะนอเร็กเซีย

สาเหตุของโรคนี้แท้จริงแล้วไม่ได้มีที่มาจากปัญหาการกินโดยตรง แต่เกิดจากปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ เนื่องจากผู้ป่วยมักเครียดหรือวิตกกังวลกับความอ้วนมากเกินไป และคิดอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองอ้วน ทั้งที่จริงๆแล้วน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานกำลังดี หรือบางรายก็ผอมอยู่แล้วด้วยซ้ำ แต่ก็พยายามอดอาหารเพื่อให้ตัวเองผอมลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นโรคเบื่ออาหารจากอาการทางจิต ร่างกายผอมแห้งและขาดสารอาหาร กระดูกและฟันไม่แข็งแรง เล็บเปราะ ผิวพรรณแห้งเหี่ยว ระบบย่อยและดูดซึมสารอาหารไม่ทำงาน ไปจนถึงหัวใจและไตเสื่อมสภาพการทำงาน

2. บูลิเมีย

สาเหตุมาจากความกลัวและวิตกกังวลเรื่องน้ำหนักตัว แต่แทนที่จะแสดงออกโดยการอดอาหาร กลับกลายเป็นแอบกิน และยิ่งกินมากเกินปกติ หนำซ้ำยังกินแต่อาหารชวนอ้วนๆที่ตัวเองชอบ แต่พอกินเข้าไปแล้วก็ไม่สบายใจ จนต้องหันไปพึ่งยาขับ ยาถ่ายต่างๆนานา หรือทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองอาเจียนอาหารเหล่านั้นออกมาทันที ทั้งที่เพิ่งกินเข้าไป ซึ่งหากทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำ ร่างกายก็จะสูญเสียสมดุลของน้ำและแร่ธาตุ ระบบย่อยและดูดซึมสารอาหารทำงานผิดปกติ จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เพราะหัวใจและไตวาย

การเยียวยารักษาผู้ป่วยทั้งสองประเภท

เนื่องจากการป่วยด้วยโรคเหล่านี้มีสาเหตุมาจากอาหารทางจิตใจ ดังนั้นการเยียวยาผู้ป่วยจึงต้องเริ่มจากการตรวจสภาพปัญหาทางจิตใจและต้องให้การรักษาทางจิตบำบัด โดยการรักษาของแพทย์จต้องพยายามชี้แจงเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลับมารับประทานอาหารได้ตามปกติ

ส่วนใหญ่โรคนี้มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักจะเป็นผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นหรือเลยวัยรุ่นมาไม่มากนัก หากเริ่มสังเกตเห็นคนใกล้ชิดมีความไม่มั่นใจกับรูปร่างของตัวเองอย่างหนัก อีกทั้งมีพฤติกรรมแปลกแบบผิดปกติในการทานอาหาร หรือพยายามลดน้ำหนักแบบผิดๆจึงควรรีบเตือนหรือให้คำแนะนำในทางที่ถูก 

ไม่ใช่เพราะฮอร์โมนหรือกรรมพันธ์ แต่เป็นเรื่องของการกินล้วนๆ


แม้นักวิชาการจะเชื่อว่า แนวโน้มของความอ้วนหรือการมีน้ำหนักตัวเกินขนาดนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับกรรมพันธุ์ แต่กระนั้นก็ยังไม่เคยมีนักวิชาการท่านใดค้นพบยีนของโรคอ้วนในตัวมนุษย์เลย จากการสำรวจประวัติของคนอ้วนส่วนใหญ่ มักจะพบว่าสมาชิกในครอบครัวเดียวกันของคนอ้วนจะต้องมีคนที่อ้วนเหมือนกัน เป็นไปได้ว่า ความอ้วนนั้นเกิดจากการกินอยู่ทีเหมือนๆกัน รวมถึงการมีทัศนคติต่อการออกกำลังกายที่คล้ายๆกันก็เป็นได้

แต่ที่แน่ๆ สาเหตุของความอ้วนมักจะต้องมีที่มาจากการตามใจปากอย่างแน่นอน เพราะการกินอาหารที่เกินต่อความต้องการของร่างกายอย่างต่อเนื่องอยู่เป็นประจำ อาหารส่วนเกินที่กินเข้าไปจะถูกแปรรูปเป็นไขมันไปสะสมพอกพูนอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นโรคอ้วน ยิ่งนานวันก็ยิ่งยากที่จะลด

ทางลัดของการลดความอ้วน อาจเป็นทางที่ "ไปไม่กลับ"

ถึงแม้คนอ้วนจะตระหนักว่า ความอ้วนเกิดจากการกินตามใจปากจนเกิดการสะสมของไขมัน แต่เกือบทุกคนก็อยากจะขจัดความอ้วนออกไปให้ได้ภายในเวลาอันสั้น บางคนก็เลือกวิธีอดอาหารอย่างเคร่งครัด หรือใช้วิธีการกินแบบแปลกๆและผิดๆ จนกลายเป็นโรคอะนอเร็กเซีย หรือบูลิเมีย นอกจากนี้คนอ้วนหรือที่คิดว่าตัวเองอ้วนอีกหลายคนที่หันไปใช้วิธีลัดด้วยการพึ่งยาลดความอ้วน โดยไม่ยอมปรับปรุงพฤติกรรมการกินอาหารของตนเอง และมักจะต้องเผชิญกับปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อหยุดยานั้นแล้วน้ำหนักกลับยิ่งเพิ่มขึ้น หรือเกิดผลข้างเคียงจากาการใช้ยาอย่างรุนแรง เช่นเป็นโรคนอนไม่หลับ ใจสั่น กระวนกระวาย ฟุ้งซ่าน ความคิดสับสน เสพติดยาลดความอ้วนจนกระทั่งสมองเสื่อม หรือถึงขั้นเสียชีวิต


 โดยปกติแล้วการจ่ายยาลดความอ้วน แพทย์ที่มีจรรยาบรรณจะจ่ายให้แต่เฉพาะกับผู้ป่วยที่ปัญหาสุขภาพอันเกิดจากความอ้วนเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง หรือถ้าปล่อยให้อ้วนต่อไปอาจเป็นโรคปวดหลังและปวดเข่าเรื้อรังจนเดินไม่ได้ ซึ่งยาลดความอ้วนที่แพทย์จ่ายให้ก็จะเป็นยาลดความอยากอาหาร ยาเพิ่มการใช้พลังงาน ยาต้านการย่อยอาหาร หรือยาต้านการดูดซึมไขมัน แต่การใช้ยาเหล่านี้จะต้องทำร่วมกับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตัวเองด้วย 

วิธีการคิดคำนวนว่าคุณอยู่ในเกณฑ์อ้วนหรือไม่
 
แพทย์จะใช้ค่าดัชนีมวลร่างกาย (Body Mass Index) หรือที่เรียกสั้นๆว่า BMI เป็นตัวชี้วัด ค่านี้จะคำนวณโดยากรใช้น้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) เป็นตัวตั้ง จากนั้นหารด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง (หน่วยเป็นเมตร) แล้วปัดให้ทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง (เศษตั้งแต่ 5 ปัดขึ้น ส่วนเศษต่ำกว่า 5 ให้ปัดทิ้ง) เช่นผู้ที่หนัก 60 กิโลกรัม สูง 1.6 เมตร คำนวณค่าBMI โดยนำ 60 ตั้งแล้วหารด้วย 2.6(1.6x1.6) ค่าที่ได้เท่ากับ 23.1 ปัดเป็น 23



ค่าดัชนีมวลร่างากาย
 

ต่ำกว่า 20 น้ำหนักน้อยเกินไปอาจเสี่ยงต่อโรคผอมแห้ง
20 - 25 น้ำหนักเหมาะสมเพื่อการมีสุขภาพดี
26 - 60 น้ำหนักมากเกินไป
มากกว่า30 ถือว่าเป็นโรคอ้วน

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น