ฮูหยินเอก 老婆

ตอนที่ 4 : 第二章 เหตุที่เรือนเซียงอี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,331 ครั้ง
    7 พ.ย. 62

ผ้าเย็นๆ ผืนหนึ่งแตะลงบนหน้าปากของนางอย่างแผ่วเบา ในขณะที่หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความปวดเมื่อยไปทั้งตัวราวกับถูกม้าหลายตัววิ่งทับนางซ้ำๆ


เหมยกั๋วมองอีกฝ่ายน้ำตาคลอ มือยังใช้ผ้าชุบน้ำหมาดลูบไล้ผิวกายเจ้านายอย่างอ่อนโยน


“ฮูหยิน ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ละล่ำละลักถาม มือหนึ่งปาดน้ำตาออก “ทั้งๆ ที่ท่านแม่ทัพก็ทราบว่าฮูหยินสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เหตุใดถึงได้ทำร้ายท่านถึงเพียงนั้น หากรู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้เมื่อคืนข้าคงไม่ปล่อยให้ท่านแม่ทัพเข้ามารบกวนท่าน”


อวิ๋นถึงก้มลงมองร่างกายตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงมากมายไปหมด หลังจากนั้นก็หัวเราะคิก ถึงแม้ร่องรอยพวกนี้จะดูน่ากลัว แต่นางมิได้รู้สึกเจ็บแม้เพียงเล็กน้อยเลยด้วยซ้ำ ทว่าเด็กสาววัยปักปิ่นเช่นเหมยกั๋วหรือจะเข้าใจ


นางหัวเราะคิกก่อนจะเอื้อมมือไปแตะศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ


“ข้ามิเจ็บสักนิด”


“จริงหรือเจ้าคะ” เหมยกั๋วเบิกตากว้างราวกับไม่เชื่อ


“รอเจ้าโตกว่านี้อีกหน่อยก็จะเข้าใจเอง”


ว่าไปแล้วก็อดคิดไปถึงคืนเข้าหอวันแรกไม่ได้ ตอนนั้นนางก็เพิ่งจะผ่านวัยปักปิ่นมาไม่นาน เรื่องเหล่านี้นางจึงกลัวเจ็บเป็นอย่างยิ่ง


แต่เพราะสามีของนางคือเขา...นางจึงเปิดรับด้วยความเต็มใจ


เมื่อครั้งแรกผ่านไป และเขาก็ไม่ได้รุนแรงกับนาง นางถึงได้เข้าใจว่าแท้จริงแล้วเรื่องสามีภรรยาพวกนี้ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวสักนิด อีกอย่างก็มีเพียงเวลานี้เวลาเดียวเท่านั้นที่เขาจะแนบชิดกับนาง...ให้ความสุขนางโดยที่ไม่ต้องเห็นดวงตาเย็นชานั่น


ขอเพียงชดเชยกับความเจ็บปวดที่เขาเคยได้รับ เรื่องเหล่านี้นางล้วนยินดีที่จะชดใช้ความผิดของสกุลอวิ๋น


อวิ๋นถิงกระพริบตาไล่ความขมขื่น


“ท่านแม่ทัพออกไปนานแล้วหรือยัง”


ถามไถ่ด้วยน้ำเสียงปกติ ที่ผ่านมาเมื่อผ่านพ้นเรื่องบนเตียงเหล่านี้ เขาก็มักจะกลับไปนอนที่เรือนบูรพา...เรือนส่วนตัวของเขาเสมอ เรือนหอมหมื่นลี้ ห้องหอซึ่งเป็นเรือนใหญ่แห่งนี้จึงกลายเป็นห้องส่วนตัวของนางไปโดยปริยาย


“เข้าวังไปตั้งแต่ยามอิ๋นแล้วเจ้าค่ะ”


นางพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตายังฉาบแววเป็นห่วงอย่างเปิดเผย หลายวันมานี้ฮ่องเต้มักจะส่งคนมาตามจ้าวเฟิงเยี่ยนเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวบ่อยครั้ง ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่


“รีบอาบน้ำแต่งตัวเถิด”


เหมยกั๋วได้ยินดังนั้นจึงกระซิบเสียงเบา


“หากฮูหยินไม่ไหว ข้าจะไปบอกที่เรือนเซียงอี้...”


“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”


“แต่ว่า...”


เหมยกั๋วอิดออด เหลือบตาไปมองถ้วยยาที่ยังวางอยู่บนโต๊ะเย็นชืด ดูก็รู้ว่าเมื่อคืนนี้อีกฝ่ายไม่ได้ดื่มยาที่นางเตรียมมาให้


“ทำตามที่ข้าบอกเถิด”


ว่าไปแล้วดวงตาก็ปรากฏความเหน็ดเหนื่อย เมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ


---------------------------------- 

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ในที่สุดร่างบอบบางคล้ายกิ่งเหมยร่างหนึ่งก็ยืนหยัดอยู่หน้าเรือนเซียงอี้


ตามจารีตประเพณีแล้ว นางต้องพาสะใภ้ทุกคนในบ้านมาเคารพแม่สามีพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทว่าวันนี้นางกลับตื่นสายไปถึงหนึ่งชั่วยาม เดาได้ว่ามู่ลี่เจินและองค์หญิงแคว้นเหลียงคงจะเข้าไปภายในแล้ว


นี่คือสิ่งที่นางอึดอัด...ปกติมาเคารพตามเวลาก็ถูกเพ่งเล็งอยู่แล้ว วันนี้นางมาสายเช่นนี้ นางมั่นใจว่าแม่สามีจะต้องหาเรื่องลงโทษอีกแน่นอน


เมื่อสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ มือเย็นเฉียบถูกันไปมา ในที่สุดก็ตัดสินใจผลักประตูเข้าไป


ดวงตากลมโตเหลือบมองภายในห้องอย่างรวดเร็ว บนเตียงฮูหยินผู้เฒ่ากำลังนอนให้หมอตู้ตรวจชีพจร ส่วนมู่ลี่เจินและองค์หญิงผิงหยางยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ปลายเตียง รวมไปถึงสาวใช้อีกสองคนกำลังจับจ้องนางเป็นตาเดียว


อวิ๋นถิงก้าวเข้าไปพอประมาณ คุกเข่าลงมิได้เอ่ยวาจา รอจนหมอตู้ผละออกจากร่างฮูหยินผู้เฒ่า หลังจากนั้นคนบนเตียงถึงได้หยัดแขนลุกขึ้นนั่ง จ้องมองไปที่สะใภ้เอกอย่างชิงชังโดยไม่คิดปิดบัง


“ข้าคิดว่าเจ้าจะมิมาแล้วเสียอีก”


“ถิงถิงจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ถิงถิงขออภัยท่านแม่ เป็นเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงดี ถึงได้ทำผิดจารีต มาผิดเวลาเช่นนี้เจ้าค่ะ” ไม่พูดเปล่ายังโค้งตัวลงทั้งที่ยังคุกเข่าแนบอยู่กับพื้นแข็งๆ


“เฮอะ!


ฮูหยินผู้เฒ่าสะบัดหน้าพรืดพร้อมๆ กับเบือนหน้าไปทางอื่น เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง เมื่อวานแค่ใช้ให้นางออกไปซื้อของในตลาดท่ามกลางลมในต้นฤดูหนาวเพียงไม่กี่ชั่วยามก็กลับมาเป็นไข้นอนซมอยู่นี่!


นางละความสนใจจากสะใภ้เอก หันมาทางหมอตู้ที่ยืนรออยู่อย่างกระอักกระอ่วนใจ


“เป็นอย่างไรบ้าง”


“เรียนฮูหยิน ปีนี้ลมหนาวเข้ามาเร็วนัก ร่างกายจึงยังไม่ทันปรับตัวจนอาจทำให้รู้สึกไม่สบายอยู่บ้าง ข้าน้อยสั่งเทียบยาไว้ให้ต้มดื่มวันละมื้อ ครบสามวันก็ดีขึ้นแล้วขอรับ”


ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าพร้อมๆ กับมู่ลี่เจินที่ขยับกายเข้าไปใกล้ ดวงตาดุจผลซิ่งหยาดเยิ้มนั่นจ้องมองคล้ายออดอ้อนอยู่หลายส่วน


“ท่านแม่ ย่างเปลี่ยนฤดูปีนี้ ข้าเองก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมดเจ้าค่ะ”


“เช่นนั้นหรือ เจ้ามาสิ...มาให้หมอตู้ตรวจชีพจรเสียหน่อย”


ไม่ว่าเปล่ายังฉุดร่างหลานสาวขึ้นมานั่งเคียงกันบนขอบเตียงในขณะที่หมอตู้ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้ามาทับไว้บริเวณข้อมือแล้วตรวจชีพจรอย่างตั้งอกตั้งใจ


“ข้าน้อยจะสั่งเทียบยาให้อี๋เหนียง บำรุงร่างกายให้อบอุ่นอีกหน่อยก็ไม่เป็นอะไรแล้วขอรับ”


ฮูหยินผู้เฒ่าคลี่ยิ้ม หางตาเห็นอวิ๋นถิงที่กำลังคุกเข่าอยู่ใบหน้าขาวโพลน ริมฝีปากซีดเซียวอยู่บ้าง ถึงแม้จะเห็นร่างอีกฝ่ายเริ่มเซเล็กน้อยแต่ก็หาได้ใส่ใจสักนิดเดียว


นางเพียงหันไปทางองค์หญิงผิงหยางที่ยังยืนนิ่งเงียบด้วยสีหน้าประหม่า


“เจ้าเองก็มาสิ เพิ่งมาอยู่ที่แคว้นหมิงหลัน คงจะปรับตัวลำบากเสียหน่อย ให้หมอตู้สั่งเทียบยาให้เจ้าหน่อยเถิด”


วาจาเต็มไปด้วยความเมตตา ถึงแม้องค์หญิงผิงหยางจะแต่งเข้ามาในตระกูลโดยที่นางไม่ได้เห็นชอบด้วย แต่อย่างไรก็เป็นสมรสพระราชทาน ขอแค่ไม่ใช่สตรีจากสกุลอวิ๋นนางยอมรับได้ทั้งหมด!


องค์หญิงผิงหยางสะดุ้งเล็กน้อย หลังจากนั้นจึงโค้งศีรษะเบาๆ


“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”


ร่างเล็กเดินมาหยุดลงตรงหน้าหมอตู้ หลังจากนั้นอีกฝ่ายถึงได้จับชีพจรและสั่งเทียบยาที่ใกล้เคียงกับมู่ลี่เจินไปให้ หางตายังแลเห็นอวิ๋นถิงที่จวนจะเป็นลมอยู่รอมร่อ หมอตู้จึงอดเอ่ยถามออกไปมิได้


“แล้วฮูหยินน้อย...”


“เจ้ากลับไปได้แล้ว ข้าเตรียมรางวัลไว้ที่ด้านนอก ออกไปจะมีคนนำมาให้เจ้า” เหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะเอ่ยถึงใคร ฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้ขบปากแน่นด้วยความไม่พอใจอยู่บ้าง


หมอตู้ได้แต่ถอนหายใจ


“เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน” พูดจบก็เดินผ่านอวิ๋นถิงไป


อวิ๋นถิงกัดริมฝีปากเล็กน้อย เข่าที่แนบอยู่บนพื้นหินแข็งนี่เนิ่นนานเริ่มเจ็บปวด ศีรษะของหล่อนปวดตุบๆ จนร่างกายเอนเอียง เมื่อวานนี้นางไม่สบายและสมควรที่จะได้พัก ใครเลยจะไปคิดว่าจ้าวเฟิงเยี่ยนกลับไม่ปล่อยให้นางได้ทำเช่นนั้น


ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้นแล้วก็ได้แต่เบ้ปากใส่ หากปล่อยนางให้คุกเข่าอยู่ในท่าเดิมต่อไปเห็นทีว่าร่างกายอีกฝ่ายคงไม่ไหวเป็นลมไปเสียก่อน หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูจ้าวเฟิงเยี่ยน บุตรชายคงไม่พอใจอีกแน่


“เจ้าเองก็กลับไปได้แล้ว”


อวิ๋นถิงช้อนดวงตาเศร้าขึ้นมอง


“ถิงถิงขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”


อวิ๋นถิงก้มหน้าลง พยายามหยัดตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แม้ตอนนี้จะรู้สึกตาพร่ามัว รวมไปถึงข้อเข่าที่แข็งตึง ถึงอย่างนั้นผู้คนภายในห้องต่างทอดมองมายังนางอย่างเพิกเฉย มีเพียงองค์หญิงผิงหยางเท่านั้นที่กวาดสายตามองอย่างไม่สบายใจ


นางเคารพแม่สามีอย่างพินอบพิเทา หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ถอยห่างออกไปจากห้องจนลับสายตา


ทว่าทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง นางก็ยืนนิ่ง รูปสึกพื้นโคลงเคลงอย่างบอกไม่ถูกจนต้องใช้มือหนึ่งจับขอบโต๊ะไว้ในขณะที่เหมยกั๋วที่ยืนรอหน้าห้องอยู่จะจะรีบปราดเข้าไปประคอง


“ฮูหยิน!


----------------------------------

“ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ” น้ำเสียงละล่ำละลักถามอย่างตระหนกของเหมยกั๋วทำให้อวิ๋นถิงพยายามลืมตาขึ้นมอง


ทันทีที่เห็นเพดานด้านบน กลิ่นบุปผาจากน้ำมันหอมดอกไป่เหออันเป็นกลิ่นประจำตัวของนางแล้ว นางก็พอจะเดาออกว่าที่นี่คือเรือนหอมหมื่นลี้แล้ว


“ฮูหยินน้อย”


หมอตู้ก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วนอย่างไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่


หากแต่อวิ๋นถิงกลับกระตุกยิ้ม แฝงไปด้วยความเศร้า


“ตั้งแต่เกิดมาสุขภาพข้าก็มิแข็งแรง กล่าวมาเถิดว่าร่างกายข้าเป็นอะไรไปอีก”


“เรียนฮูหยินน้อย ท่านตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วขอรับ” หมอตู้กล่าวออกมาแผ่วเบาในขณะที่คนฟังกลั้นหายใจด้วยแววตาสั่นระริก “เนื่องจากร่างกายท่านไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยามตั้งครรภ์จึงต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ ข้าน้อยจะสั่งเทียบยาไว้ให้...”


ทั้งอวิ๋นถิงและเหมยกั๋วหันสบตากันอย่างหนักใจ มือบอบบางยกขึ้นนวดระหว่างคิ้วอย่างใช้ความคิด เรื่องมงคลที่เกิดขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ดีนัก นางไม่คิดว่าร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วเช่นนี้จะสามารถตั้งครรภ์ได้


ถึงจะตั้งครรภ์แล้วอย่างไร...


ผู้อื่นนางล้วนไม่ใส่ใจนัก สิ่งที่นางกลัวคือจ้าวเฟิงเยี่ยนจะรู้สึกอย่างไร เขาจะยินดีที่นางมีบุตรให้เขาบ้างหรือไม่?


เหมยกั๋วเห็นผู้เป็นนายเงียบไป หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เรียกอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง


“ฮูหยินเจ้าคะ?”


ยังไม่ทันจะได้คิดตก จู่ๆ เสียงเคาะประตูด้านหน้าทำให้ทั้งหมดต่างหยุดบทสนทนา


“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ นายหญิงให้มาตาม บอกว่ามีเรื่องจะขอวานให้ช่วยเจ้าค่ะ”


สิ้นเสียงเรียกก็ได้ยินฝีเท้าสตรีค่อยๆ เดินห่างออกไป


เหมยกั๋วกัดฟันแน่น ทำสีหน้าขัดเคือง


“ยังไม่ปล่อยกันไปอีก!


อวิ๋นถิงเค้นเสียงหัวเราะเล็กน้อย นางทราบดีว่าตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็มองนางและคนสกุลอวิ๋นเปลี่ยนไป โดยเฉพาะวาจาและการกระทำที่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่ามิได้ต้องการรับนางเป็นสะใภ้เลยแม้แต่นิดเดียว


“เจ้าอย่าโมโหไปเลย ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี” ว่าไปแล้วก็ปรายตามองไปยังหมอตู้ที่ยังเต็มไปด้วยความอึดอัด “ข้าต้องขอบคุณท่านหมอมาก วานท่านเขียนเทียบยาไว้ให้เหมยกั๋วแล้วรีบออกไปจากเรือนนี้เถิด หากเรื่องนี้ไปถึงหูฮูหยินผู้เฒ่าท่านจะเดือดร้อนเพราะข้า”


“ขอรับ”


หมอตู้พยักหน้าแรงๆ มองดูอวิ๋นถิงที่ลุกเดินออกไปอย่างเชื่องช้า


ร่างใหญ่พ่นลมหายใจออกมาอย่างอ่อนล้า เดิมทีเขาเป็นเพียงหมอเล็กๆ จากครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่ง มีเหตุบังเอิญได้ช่วยเหลืออดีตแม่ทัพทิศบูรพาคนก่อนที่บาดเจ็บจากสงคราม หลังจากนั้นเขาถึงได้ถูกปลุกปั้นให้กลายเป็นหมอฝีมือดีคนหนึ่งในแคว้น กลายเป็นหมอประจำตระกูลจ้าวที่ใครๆ ต่างอิจฉา


บุญคุณที่ทำให้ครอบครัวของเขามีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เขาล้วนทราบซึ้งในบุญคุณของฮูหยินผู้เฒ่า


ในขณะเดียวกัน...เขาก็รู้สึกเห็นใจอวิ๋นถิงมากเช่นเดียวกัน ตั้งแต่สามปีก่อน ไม่มีครั้งใดที่เขาไม่เห็นอวิ๋นถิงถูกคนในจวนรังแก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่จ้าวเฟิงเยี่ยนไม่อยู่


“ฮูหยิน ข้าน้อยไปด้วยเจ้าค่ะ”


เหมยกั๋วลุกขึ้นยืน ทำท่าจะวิ่งตามเจ้านายไป แต่แล้วขาทั้งสองก็ชะงักลง หันมาทางหมอตู้นัยน์ตาขอร้องอยู่บ้าง


“ท่านรอที่นี่ก่อนได้หรือไม่ ข้ากลัวว่าฮูหยินจะถูกรังแกจนเป็นลมไปอีก”


หมอตู้ที่ตกอยู่ในห้วงความคิดถึงได้พยักหน้าช้าๆ การที่เขาคอยช่วยเหลืออวิ๋นถิงห่างๆ แบบนี้คงไม่เป็นไรกระมัง!


----------------------------------

จะมาม่าทั้งที ต้องเอาให้สุดไปเลย 55555

โทษฐานที่อัพช้า มาให้แบบยาวๆ แบบจุใจ ^^

ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ติดตามมากๆ ค่าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.331K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

967 ความคิดเห็น

  1. #958 5555666ไม่น่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 19:51

    ฮึก ฮึก น่าสงจาร

    #958
    0
  2. #719 Depressed_29 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 00:33
    ทำไมคนบ้านนี้ถึงไม่รผุ้จักแยกแยะเลยนะว่าเรื่องนี้ถิงๆไม่ได้ทำ!!
    #719
    0
  3. #599 Airzaa1810 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 23:35
    จัดมาไรท์ เราพร้อมอยู่ข้างน้องมากตอนนี้
    #599
    0
  4. #457 tigerdog (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 11:34
    มาๆ หมอนพร้อม ขนมพร้อม เตรียมรอมาม่า
    #457
    0
  5. #432 150221 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 16:46
    ไรท์ใจร้ายจังเลย
    #432
    0
  6. #50 -park♡ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 00:04
    อยากให้หย่าจัง ;_; สงสารน้องมากๆเลย
    #50
    0
  7. #34 คนชอบนิยายจีน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 19:06

    ถิงถิงทนมาสามปีแล้ว หากอยู่ต่อโดนแกล้งจนแท้งแน่ รีบขอหย่าพาลูกแฝดสามไปจากจวน แม่สุขภาพจิตดี ลูกก็ดีด้วย ควรไปได้แล้วจ้าเพื่อลูก ไรท์เจ้าขาท้องแฝดสามเลยนะเจ้าคะ ชายสองหญิงหนึ่ง ถิงถิงจะได้ไม่เหงา ลูกคนเดดียวตบหน้าท่านย่าไม่เจ็บค่ะ เอาให้เมียอีกสองคนเป็นหมันเลย จึงจะสะใจค่ะ อยากให้นางตัดใจไวๆ เพื่อความปลอดภัยของลูกแฝดสาม 5555 ไรท์แต่งสุกมาก ผู้อ่านอินค่ะ ไรท์พยายามอัพให้รีดอ่านถี่ๆหน่อยนะคะ รอค่ะ ชื่อเรื่องก็สนุกแล้ว

    #34
    0
  8. #33 Wonderryy_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 18:23
    ถิงถิงจ๋า หย่าเยอะลูกเนอะ ไม่เป็นไรนะลูก ไม่ไหวก็ออกมาเถอะ พาลูกน้อยออกมาด้วยเลย อย่างไรก็ถือเป็นของขวัญจากคนรักแล้วกัน ไม่ต้องไปสนว่าเขาเต็มใจไหม เรามองเป็นของขวัญไป จะได้เลี้ยงเขาอย่างมีความสุขเนอะลูกเนอะ //แค่ก รีดเหมียนแก่แล้วเลย
    #33
    0
  9. #32 CrescentMoonStar (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 07:23
    อยากอ่านตอนถิงถิงตัดใจและหย่าแล้ววว
    #32
    0
  10. #31 น้ำหวาน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 01:59

    มาเถอะเอาม่าม่าเป็นโรงงานเลยยิ่งดีชอบๆๆมาต่อนะรออ่านเสมอ

    #31
    0
  11. #30 preeyada71018 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 23:39
    ต่อบ่อยๆ สิคะรีดรอรอ
    #30
    0
  12. #29 sungkyunglee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 23:35
    นี่ยาวแล้วเหรอไรท์
    #29
    1
  13. #28 mano26282331 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 22:52
    ยำ ยำ ไว ไว. เท่านั้นที่รี้ดต้องการ.

    555
    #28
    0