ฮูหยินเอก 老婆

ตอนที่ 1 : 章中心 คำสัญญาของสองตระกูล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,702
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,367 ครั้ง
    27 ต.ค. 62

บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึมครึมเวลานี้ทำให้อวิ๋นอิงใช้มือทั้งสองกอบกุมกัน ความมืดครึ้มปกคลุมไปทั่วบริเวณกับวาจาของบิดาทำให้นางขบริมฝีปากเม้มติดกันแน่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางควรจะเอ่ยปากรับคำหรือไม่


หากเป็นเมื่อก่อนนางคงตอบรับด้วยความเบิกบาน...ทว่าเวลานี้ไม่ใช่เช่นนั้นอีกแล้ว บัดนี้บุรุษที่นางรักผู้นั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


“ถิงถิง...พ่อกับแม่เก็บเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แต่ยามนี้ตระกูลของเราคับขันขึ้นมาแล้วจริงๆ”


อวิ๋นถิงเพียงเงยใบหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสั่นระริก


“หากลูกมิแต่งให้พี่เยี่ยน จะเกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ” วาจาแว่วหวานยังคงเรียกชื่อ คนผู้นั้นอย่างสนิทสนมด้วยความเคยชิน


อวิ๋นหยางก้าวขาเข้ามาหาบุตรสาวอย่างแช่มช้าด้วยใบหน้าหนักใจ ยามนี้นอกจากทวงสัญญาหมั้นหมายกับคนสกุลจ้าวแล้ว พวกเขาก็มิมีหนทางกอบกู้วงศ์ตระกูลอีกแล้ว


จะกล่าวว่า ไม่ผ่านพายุฝน จะเห็นสายรุ้งที่สวยสดได้อย่างไร ก็ไม่ผิดนัก หลังจากสงครามเมื่อห้าปีก่อนเขาผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพแห่งทิศประจิมก็ได้รับพระราชทานยศศักดิ์จนมั่งคั่ง ในขณะที่สกุลจ้าวต้องสูญเสียแม่ทัพแห่งทิศบูรพา อีกทั้งยังเกือบล่มสลายไปแล้วด้วย


คิดไม่ถึงว่าภายในระยะเวลาไม่กี่ปีอะไรๆ ก็เปลี่ยนไป นับตั้งแต่ฮ่องเต้องค์เก่าสวรรคต ฮ่องเต้พระองค์ใหม่จะเกิดความเคลือบแคลงขุนนางเก่าแก่ ริบรอนอำนาจเพียงเพราะกลัวว่าพวกเขาจะมีความดีความชอบให้แผ่นดินมากเกินไป จึงมีความคิดที่จะสร้างขุนนางในรัชกาลขึ้นมาใหม่ สกุลอวิ๋นจึงตกต่ำลงมาชั่วข้ามคืน


ในขณะเดียวกัน จ้าวเฟิงเยี่ยน ผันตัวมาเอาดีด้วยถือดาบออกรบเหมือนบิดา สร้างชื่อเสียงมากมายจนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นเป่ยเว่ยโหว กอบกู้ความรุ่งเรืองของสกุลจ้าวขึ้นมาอีกครั้ง


“อย่าเพิ่งคิดถึงเพียงนั้น บัดนี้พ่อเพียงมาถามความเห็นของเจ้า ว่าหากพ่อจะให้เจ้าออกเรือนกับจ้าวเฟิงเยี่ยน เจ้าจะว่าอย่างไร”


อวิ๋นถิงก้มหน้าลง นับตั้งแต่ เกิดเรื่องครั้งนั้น นางและเขาก็ห่างหายออกจากกัน เจอหน้าเขาก็มิมีท่าทางอยากจะหยอกล้อนางอีกเหมือนเคย


“หากเจ้ามิเต็มใจ พ่อกับแม่ก็ไม่บังคับเจ้า...”


เพราะเห็นความสับสนในดวงตา อวิ๋นฮูหยินก็เข้ามาโอบบุตรสาวอย่างรักใคร่ ในขณะที่อวิ๋นถิงปรายตามองอวิ๋นอัน น้องชายวัยสิบสองที่เกาะอยู่ขอบประตู


“ถิงถิงเอ๋ย...เจ้าเพิ่งจะครบวัยปักปิ่น หากเจ้ามิอยากออกเรือน พ่อจะพาทุกคนออกไปจากเมืองหลวง ไปตั้งรกรากเมืองเล็กๆ สักแห่ง ไปในที่ที่ไม่มีผู้ใดรู้จักเรา”


อวิ๋นหยางยกมือหยาบที่ผ่านการจับดาบออกศึกมาเนิ่นนานลูบศีรษะบุตรสาว เป็นที่รู้ดีว่าขุนนางที่ถูกริดรอนอำนาจแล้วขืนยังดื้อดึงอยู่ในเมืองหลวง ถึงแม้จะเปลี่ยนมาทำอาชีพสุจริตอื่นไปก็มิแคล้วจะต้องถูกมองเป็นตัวตลก สู้ออกไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่นยังดีเสียกว่า


“แล้วหากลูกยอมออกเรือนเล่าเจ้าคะ ท่านพ่อและท่านแม่จะยังอยู่ที่นี่หรือไม่”


สองสามีภรรยาหันมองหน้ากันพลางพยักหน้าเบาๆ


“แม่ยังจะพอมีฝีมือปักผ้าขายได้ ส่วนพ่อของเจ้ายังมีฝีมือทำดาบ...”


ว่าไปแล้วก็ทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ หากสกุลอวิ๋นเกี่ยวดองกับสกุลจ้าวได้ อย่างน้อยที่สุดชาวบ้านก็มิสามารถหัวเราะเยาะหยันได้อย่างเปิดเผย อีกทั้งยังส่งผลให้สามารถทำมาหากินได้ต่อไป


“ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่พ่อก็ยังไม่รู้เลยว่าเฟิงเยี่ยนจะยอมรับคำสัญญานั่นอยู่หรือไม่”


อวิ๋นถิงกลืนน้ำลายหนึ่งอึก ดวงตาเหลือบมองไปรอบๆ บ้านที่อาศัยมาตั้งแต่เด็ก ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลายวันมานี่ไหนเลยนางจะมิสังเกตเห็น คนรับใช้ในบ้านต่างทยอยออกไปทีละคน...ทีละคน


ศีรษะทุยพยักหน้าลงแรงๆ


“หากพี่เยี่ยนยังยึดถือคำสัญญา ลูกจะแต่งตามวาจาเช่นกันเจ้าค่ะ”


วาจาแว่วหวานเอ่ยขึ้นก่อนที่ใบหน้าเยาว์วัยจะขมวดแน่นคล้ายกับคิดอะไรขึ้นมาได้


“แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น...ลูกอยากทราบว่าแท้จริงแล้วท่านพ่อเป็นต้นเหตุให้ลุงจ้าวต้องพลีชีพในสนามรบจริงหรือไม่เจ้าคะ”


“ถิงถิง...”


สิ้นคำถามอวิ๋นหยางแทบลืมหายใจ ริมฝีปากขมุบขมิบราวกับต้องการจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาทว่ากลับไร้ซึ่งสุ้มเสียงใด


ภายใต้ความเงียบนั่นอวิ๋นถิงถึงได้คลี่ยิ้มขมขื่น


“ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”


----------------------------------

 

“โหวเหย่ คนสกุลอวิ๋นมาขอพบขอรับ”


เสียงของพ่อบ้านที่ดังขึ้นหน้าประตูทำให้มือที่กวัดไกว่พู่กันอยู่ชะงักลง ดวงตาคมดุจมังกรปรายตามองอย่างครุ่นคิดในขณะที่ดวงหน้าเรียบเฉยราวกับไร้ความรู้สึก ทว่าภายในอกกลับอัดแน่นไปด้วยโทสะ


“บอกไปว่าข้าไม่ว่าง”


“โหวเหย่ เขาบอกว่าวันนี้จะต้องพบท่านให้ได้ขอรับ”


จ้าวเฟิงเยี่ยนวางพู่กันลงก่อนจะยืดตัวขึ้นตรง ร่างสูงบึกบึนตวัดชายผ้าสีกรมพลิ้วไหว สาวเท้ายาวๆ ออกไปจากห้องหนังสืออย่างรวดเร็ว


เป็นไปตามคาด...ทันทีที่ออกมายังห้องรับรอง ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังเพ่งมองเขาด้วยดวงตาอมทุกข์ ร่างสูงใหญ่นั่นบ่งบอกได้ดีวาเมื่อครั้งยังวัยหนุ่มอีกฝ่ายก็มีรูปร่างสันทัดไม่ต่างจากเขานัก


“คารวะโหวเหย่”


อวิ๋นหยางโน้มใบหน้าลง ในใจรู้สึกกระดากอยู่บ้าง...ครั้งหนึ่งบุรุษตรงหน้าเคยคารวะเขาและเรียกเขาว่าท่านลุง


“นายท่านอวิ๋นมีธุระอันใด”


น้ำเสียงเฉยชาเหินห่างทำให้คนฟังสูดลมหายใจลึกจนเกือบจะกลั้นหายใจไปเสียแล้ว หากมิติดว่าวันนี้เขาจะต้องพูดคุยเรื่องนั้น...ไม่ติดว่าเขาไม่ต้องการพาบุตรสาวออกไประเห็จแร่ร่อนต่างเมืองอย่างยากลำบากแล้ว เขาคงไม่บากหน้ามาถึงที่นี่


“เรื่องของสกุลอวิ๋น โหวเหย่คงทราบเรื่องแล้ว”


คนฟังไม่ตอบทว่ากลับกระตุกริมฝีปากข้างหนึ่งขึ้นคล้ายยิ้มหากแต่ไม่ใช่เสียทีเดียว ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายแน่นิ่งแต่ก็มิเอ่ยวาจา


อวิ๋นหยางกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอเสียอึกหนึ่ง


“ข้าน้อยเพียงมาทวงถามคำหมั้นหมายที่เคยมีไว้ต่อสองตระกูล”


ได้ยินดังนั้นดวงตาจ้าวเฟิงเยี่ยนก็แดงก่ำขึ้นมา มือทั้งสองกำหมัดติดกันแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ชายผู้นี้คิดอะไรอยู่ในหัวถึงได้กล้ากลับมาทวงถามคำสัญญานั่นอีก!


เฮอะ! ก่อนหน้าจะเกิดสงครามนั่น สองสกุลต่างมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน คนทั้งสองบ้านต่างแวะเวียนไปมาหาสู่จนบิดาของเขาและอวิ๋นหยางเกิดคำมั่นสัญญาว่าจะให้เขาและบุตรสาวคนโตแต่งงานกัน


แต่ในสงครามครั้งนั้น บุรุษชั่วร้ายผู้นี้กลับทอดทิ้งให้บิดาของเขาตายในสนามรบต่อหน้าต่อตาเพราะกลัวว่าเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงจะต้องถูกแบ่งความดีความชอบ!


เมื่อนั้นสกุลอวิ๋นรุ่งเรืองจนถึงที่สุด ในขณะที่บ้านเขาต่างตกอยู่ในห้วงโศกเศร้าสูญเสีย เขาซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวต้องผันตัวเองไปสมัครเป็นทหารตั้งแต่อายุสิบสองเพื่อส่งเงินมาให้ครอบครัวอย่างยากลำบาก กว่าจะถึงวันนี้เขาต้องมีบาดแผลมากมายเพียงใด!


จ้าวเฟิงเยี่ยนเค้นเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย


“เรื่องเก่าๆ พวกนั้นข้ามิคิดจะใส่ใจอีกต่อไป”


ว่าไปแล้วดวงตาก็หลุบต่ำลง ในใจคิดไปถึงดวงหน้าเกลี้ยงเกลาแก้มแดงปลั่งราวกับลูกท้อนั่นและดวงตาหวานซึ้งดุจผลซิ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ


นางคือรักแรกของเขา...แต่บัดนี้เขามิสามารถรักนางได้อีก!


อวิ๋นหยางเม้มริมฝีปาก มองดูท่าทีที่แสดงออกถึงความเฉยชานั่น


แต่เหตุใดเขาจะมองไม่ออกเล่าว่าอีกฝ่ายเองก็เคยมีใจให้บุตรสาวเช่นกัน!


ลองเอ่ยอีกสักประโยค...คงไม่เป็นอะไรหรอกกระมัง?


“หากคำสัญญานี้ไม่เป็นผลอีกต่อไป ข้าน้อยคงต้องพาถิงถิงและอันอันออกจากเมืองหลวงเพื่อไปหาที่อยู่ใหม่สักแห่ง...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถิงถิงจะมีชีวิตรอดถึงยามนั้นหรือไม่”


ประโยคนั้นทำให้แผ่นหลังที่กำลังจะหายไปจากสายตาชะงักลง


จ้าวเฟิงเยี่ยนขบกรามแน่นในขณะที่สมองก็ครุ่นคิดไปตามวาจานั่น เป็นที่รู้กันว่าบุตรสาวแห่งสกุลอวิ๋นร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก อย่าว่าแต่ออกเดินทางไกลเลย เพียงแค่ลมหนาวพักมาระลอกหนึ่งนางก็จับไข้ไปหลายวัน


“โหวเหย่...”


“.......”


“ข้าน้อยลาขอรับ”


อวิ๋นหยางเห็นแผ่นหลังอีกฝ่ายยังแน่นิ่งก็รู้ตัวดีว่าไม่ควรจะเจรจาต่อไปแล้ว และนั่นคือเหตุผลเดียวที่เขาต้องการให้บุตรสาวอยู่ในความคุ้มครองของสกุลจ้าว เพราะเขามั่นใจว่าไม่มีผู้ใดกล้ารังแกได้


อีกอย่างหากพวกเขาต้องเดินทางไปยังเมืองอื่นจริง เขาก็มั่นใจว่าจ้าวเฟิงเยี่ยนย่อมดูแลอวิ๋นถิงได้ดีอย่างแน่นอน ดีกว่าจะต้องไปจับไข้ได้ป่วยอยู่นอกเมืองที่ไม่มีแม้แต่หมอแม้ร่างเดียว


“เดี๋ยวก่อน”


น้ำเสียงทุ้มดำเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของคนฟังได้เป็นอย่างดี


จ้าวเฟิงเยี่ยนพินิจใบหน้าอีกฝ่ายอย่างใช้ความคิด มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าอวิ๋นหยางรักใคร่บุตรสาวมากเพียงใด


หากวันนี้นางเข้ามาเป็นคนของเขา หากนางได้รับความลำบากอยู่ในสกุลจ้าวแล้วชายชั่วผู้นี้จะรู้สึกอย่างไร ถึงวันนั้นคงได้แต่กล้ำกลืน ไร้หนทางจะพานางหนีออกไปเสียแล้ว ได้แต่แบกรับความเจ็บช้ำน้ำใจอยู่ในอก


“ข้าจะรับนางมาเป็นภรรยาตามที่ท่านพ่อของข้าเคยกล่าวต่อท่าน”


-----------------------------------

ดองจนได้ที่ ขุดออกจากไหล่ะค่ะ ฮ่าาา

ฝากติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคะ ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.367K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

967 ความคิดเห็น

  1. #854 Hong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 14:37

    รักเค้าแต่ยิ่งในศักคิ์ศรี เอาความแค่งมาลงที่นางเอกหมด เรื่องนี้นางเอกโครดน่าสงสาร

    #854
    0
  2. #741 JennaKim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 13:00
    ติดตามจ้า
    #741
    0
  3. #617 b.a.b.ytae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 15:19
    เริ่มมาก็สงสารนางเอกก่อนเลย
    #617
    0
  4. #596 Airzaa1810 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 23:14
    สงสารน้องล่วงหน้าได้มั้ยอ่ะ
    #596
    0
  5. #11 Panaloyy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 16:41
    เย้ ในที่สุดก็มาแล้ว เฟบไว้ตั้งแต่แรกเจอ;-; รอคอยมากๆ สู้ๆนะคะไรต์ รีบมาต่อออออออ รออยู่น้าาาาาาา
    #11
    1
  6. #10 Kanokvarakit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 13:53

    รอจ้าาาาาา
    #10
    1
  7. #8 0801739748 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 22:39
    รออ่านอยู่ค่ะ
    #8
    1