ชายาบรรณาการ

ตอนที่ 9 : 第四章 : ถุงหอม (ท้าทายข้าเกินไปเสียแล้ว!)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    6 พ.ค. 62

                “กรี๊ดดด”


                โครม!!


                ซย่าเฉียวอี้ผลักคนตัวเล็กจนก้นงอนงามกระแทกลงบนพื้นแข็ง ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด เหตุใดบุรุษผู้นี้ช่างป่าเถื่อนนักนะ


                กริยาท่าทางที่แสดงความเจ็บปวดเหลือคณานั่นทำให้ใบหน้าคมมองด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เขาแค่สะกิดเบาๆ ใช้แรงเพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น มิน่าจะถึงขนาดกับเจ็บปวดถึงเพียงนั้นได้ ดูท่าทางสตรีผู้นี้คิดจะหลอกลวงให้เขาเห็นใจเสียแล้ว


                “มีอะไร” คำถามสั้นๆ หากแต่แฝงไปด้วยความรำคาญอยู่หลายส่วน


                “พาข้าไปหาหรงฮวา”


                คนฟังมิตอบ...ร่างสูงใหญ่กลับหมุนตัวไปนั่งลงบนเก้าอี้ ปรายตามองพู่กันด้วยสีหน้าเรียบเฉย


                “แล้วยังจะตัวข้า ท่านต้องการให้ข้ากลับ หรือคิดจะใช้ข้าต่อรองจวิ้นอ๋องกันแน่” เสียงเล็กแหลมถามอย่างหงุดหงิดเมื่ออีกฝ่ายทำท่าราวกับนางเป็นอากาศธาตุ


                ซย่าเฉียวอี้เอื้อมหยิบจอกสุราเข้าปากไปหนึ่งอึก


                “สิ่งที่เจ้ากล่าวมา ข้ามิมีคำตอบทั้งนั้น”


                “ท่านทำถึงเพียงนี้แล้วยังมิละอายใจอีกหรือ” ร่างเล็กผุดขึ้นยืนพลางก้าวไปหาด้วยความคุกรุ่น


                “มีคำถามอื่นอีกหรือไม่”


                “นี่!


                เสวี่ยซุนเป่ายกกำปั้นขึ้นหนึ่งก่อนจะกระแทกลงแผ่นอกกว้างไปหนึ่งหมัด หากแต่เป็นนางที่ต้องรีบคลายมืออย่างรวดเร็ว เหตุใดหน้าอกคนผู้นี้ถึงใดแข็งนัก ทำจากเหล็กกล้าหรืออย่างไรกัน


                ส่วนคนที่ถูกประทุษร้ายกลับนั่งนิ่งเฉย ดวงตาเฉยชาเมื่อครู่ฉายแววโทสะ ดวงตาเพ่งมองอย่างเต็มตาชัดๆ เป็นครั้งแรก ใบหน้าขาวนวลซีดเล็กน้อย เส้นผมยาวถูกมัดด้านหลังหลวมๆ เสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบเปรอะเปื้อน มองดูอย่างไรก็มิเห็นความสะคราญโฉม แววตาแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ ทำอะไรมิคิดหน้าคิดหลัง เด็กผู้นี้มิต่างจากเด็กกะโปโลอายุสิบสองเสียด้วยซ้ำ!


                แต่จะเป็นเด็กหรือไม่นางก็ได้ล่วงเกิน กายสูงศักดิ์ของเขาเสียแล้ว!


                “ถอยไป”


                “งั้นเจ้าก็ปล่อยตัวคนของข้ามา”


                “มิใช่ข้า”


                “เช่นนั้นจะเป็นใครไปได้เล่า” ไม่พูดเปล่ายังกระหน่ำกำปั้นลงบนแผ่นอกกำยำอย่างไม่คิดชีวิต หากแต่ชั่วพริบตาเดียวข้อมือเล็กก็ถูกเกาะกุม แรงมหาศาลจำนวนหนึ่งดึงรั้งนางไปข้างหน้าจนต้องหลับตาปี๋เกรงว่าจะลงไปกองที่พื้นเป็นหนที่สอง


                ซย่าเฉียวอี้มองเด็กตัวกะเปี๊ยกที่เสียหลักนอนกลิ้งอยู่บนเตียงบุขนสัตว์นุ่มนิ่ม ร่างสูงแสดงแววตาเหี้ยมเกรียมพร้อมๆ กับร่างบึกบึนก้าวย่างอย่างอุกอาจ ท่อนแขนทั้งสองปักหลักอยู่ข้างลำตัวผอมบาง มองดูอย่างไรก็คล้ายกระต่ายตัวน้อยถูกจองจำด้วยกรงเล็บของสัตว์ป่าดุร้าย


                เพียงแค่นั้นก็ทำให้คนประทุษร้ายเมื่อครู่กรอกตาไปมาอย่างตระหนก กล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ความกล้าหายวับไปชั่วพริบตา


                “จ...เจ้า”


                “คนพวกนั้นมิใช่คนของข้า”


                เขาคำรามเสียงต่ำ ถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ ในสมองของเด็กนี่คิดอะไรอยู่กันแน่ อย่างเขานี่หรือจะใช้การลอบกัดถึงเพียงนั้น อีกอย่างเขาหรืออุตสาห์มีน้ำใจไปช่วยนางจากกบฏเสิ่น แทนที่นางจะสำนึกบุญคุณกลับมาปรักปรำเขาว่าเป็นเจ้าโจรสารเลวทำร้ายแม้กระทั่งผู้หญิง


                น่าตายนัก!


                “หากมิใช่เจ้า เหตุใดต้องโกรธข้าด้วยเล่า”


                “หุบปาก” เสียงดุดันแผดลั่นทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งตกใจจนตัวโยน แต่ก็ไม่กล้าขยับตัวหนีด้วยเกรงว่าจะถูกคมเล็บของเขาตะปบเอาเสียก่อน


                “ข...ข้าจะกลับแล้ว”


                เสวี่ยซุนเป่าลองใช้มือแตะต้องตัวเขาเล็กน้อย ทว่าก็ต้องรีบเอาออกราวกับถูกไฟลวก ร่างกายแข็งแกร่งของเขามิมีท่าทีจะขยับให้นางลุกขึ้นเลยแม้แต่น้อย


                “เดี๋ยว”


                “.....”


                “ท้าทายข้าเกินไปเสียแล้ว”


                จวิ้นอ๋องมองนางเต็มๆ ตา มือหนึ่งเลื่อนจากฟูกหนาลงมาที่เส้นผมยาว ปลายนิ้วไล้ลงไปตามไรผมจนกระทั่งถึงคอเสื้อที่เปิดกว้าง สายตาหยุดลงที่รอยคมกระบี่อย่างคาดเดาอารมณ์มิได้ ก่อนที่จมูกเชิดรั้นของเขาก้มต่ำลงพลางสูดเข้าเต็มลมหายใจ


                คนตัวเล็กร่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้กลิ่นกายประจำตัวรวมกับกลิ่นเหงื่อของชายชาตรีแตะเข้าจมูก ลมหายใจค่อยๆ แผ่วลงด้วยความประหม่าถึงขั้นต้องเผยอปากเข้าช่วย นางมิเคยต้องกายบุรุษใกล้ชิดถึงเพียงนี้...แม้แต่ท่านพ่อก็ยังมิเคย


                นางกระพริบตาปริบๆ จ้องมองเขาอย่างใสซื่อ ความใกล้ชิดระหว่างบุรุษกับสตรีมิเห็นทำให้นางรู้สึกดีอย่างที่เคยได้ยินพวกนางกำนัลพูดกัน...แถมยังรู้สึกรังเกียจ อยากหนีไปให้ไกลๆ เสีย!


                มิทันจะได้ผลักเขาออก มือสากก็ล้วงเข้าที่คอเสื้อก่อนจะได้ยินเสียงฉีกขาด...มิทันจะได้อ้าปากกรีดร้อง เขาก็เด้งตัวลุกขึ้นยืน ในมือกำถุงหอมใบหนึ่งติดมือไปด้วย


                “เจ้ามัน!


                เสวี่ยซุนเป่ารีบผุดลุกขึ้นนั่ง เอื้อมมือไปจับบริเวณคอเสื้อของตนเองที่ไร้ร่องรอยการฉีดขาดของผ้าก็ถอนหายใจโล่งอก ปรายตามองถุงหอมที่เขาถืออยู่ก็ขมวดคิ้วเช่นกัน


                ซย่าเฉียวอี้กระตุกริมฝีปากเล็กน้อย เอ่ยถามเสียงต่ำ


                “นี่อะไร”


                “มิทราบ”


                “มิใช่ของเจ้า?”


                “มิใช่” นางตอบดั่งใจคิด มองดูด้วยความแปลกประหลาดเช่นกัน จำได้ว่าถุงหอมของนางหล่นหายไปตั้งแต่ถูกเขาจับมาตั้งแต่ครั้งแรก แต่ถุงหอมใบนี้มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร...แถมยังแขวนผิดที่ผิดทางราวกับมิอยากให้นางพบเห็นอีกด้วย


                ซย่าเฉียวอี้มองดูแววตาไร้เดียงสานั่นแล้วก็ปิดปากเงียบ ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความจริงใจและเปิดเผยอยู่เก้าส่วน มือหนาพลิกของในมืออย่างพิจารณา ดวงหน้าแข็งกร้าวจ้องมองด้วยความเยือกเย็น


                “ใครอยู่ข้างนอก พานางกลับที่พักเสีย ห้ามให้นางออกมาเพ่นพ่านข้างนอกอีกเป็นอันขาด!



กลับมาอัพแล้วค่าาา ^-^ กลับมาอัพรัวๆ 555 ตอนนี้เรียนจบอย่างเป็นทางการแล้วว เย้ๆ

ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ยังติดตามและให้กำลังใจกันเสมอมาค่ะ (ไรท์หายไปนาน ยังเหลืออีกมั้ยน้อออ ฮือออ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #30 AupaSribot (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 21:52

    ไรท์หายไปนานเลยนะ คิดถึงนะค่ะ
    #30
    1
    • 9 พฤษภาคม 2562 / 14:17
      ขอบคุณมากค่ะ
      ไรท์เองก็คิดถึงแฟนๆ และนิยายเรื่องนี้เหมือนกัน ^^
      หลังจากนี้คิดว่าไม่น่าจะหายแล้วค่ะ ตอนนี้ก็กำลังเร่งปิดต้นฉบับให้ทันเดือนหน้าค่า
      #30-1
  2. #29 pu0506 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 16:33

    ดีใจที่ไรท์กลับมา ขอให้อัพรัวๆชดเชยที่หายไปนานด้วยนะ
    #29
    2