ชายาบรรณาการ

ตอนที่ 8 : 第四章 : เจ้าโจรชั่วร้าย กล้าหนีหน้าข้าเรอะ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,814
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

                ดวงตาคมกริบเพ่งมองแผนที่บนโต๊ะของตนเองด้วยสีหน้าครุ่นคิด ระหว่างคิ้วขมวดติดกันเป็นปมคล้ายบ่งบอกถึงอารมณ์ของเจ้าตัวที่ไม่สบอารมณ์นัก ท่อนแขนใหญ่เลิกชายเสื้อที่ยาวเกะกะขึ้น คว้าพู่กันมาขีดเขียนบนกระดาษตรงหน้าดั่งใจคิด จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าย่างใกล้เข้ามา จึงหยุดมือวางพู่กันกลับลงที่เดิม


                “นายท่าน” ฝูจิ้งมองอีกฝ่ายด้วยความกระอักกระอ่วน ในใจยังครุ่นคิดว่าควรจะเอ่ยปากออกไปดีหรือไม่


                ทว่าอีกฝ่ายมิแม้แต่จนสนใจท่าทีแปลกประหลาด กลับยืดตัวตรงถามด้วยความนิ่งขรึม


                “เจ้าคิดว่าเจ้าเสิ่นจิ้นชิงผู้นั้นจะทราบที่ตั้งของค่ายข้าแล้วหรือไม่” ว่าไปแล้วก็อดคิดถึงสีหน้าอดีตแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองเหนือมิได้ ดูท่าแล้วคงได้ประมือกันสักดาบในมิช้า


                “จากสถานการณ์วันนี้ข้าน้อยคิดว่ามันคงทราบแล้วว่าแม่นางผู้นั้นคือองค์หญิงสิบสองที่จะแต่งให้ท่าน แต่อย่างไรเสียข้าน้อยก็คิดมิออกว่าเหตุใดมันถึงได้รู้การเคลื่อนไหวได้รวดเร็วถึงเพียงนั้น”


                “มิว่าเมื่อใดเจ้าก็ยังคิดเหมือนข้า”


                ซย่าเฉียวอี้ปราดมองอีกฝ่ายพลางกระตุกริมฝีปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม นึกไปถึงช่วงเวลาที่ทหารม้าของเขารีบนำข่าวการลอบโจมตีทหารหยวนโหย่วด้วยความแตกตื่นแล้วก็อารมณ์คุกรุ่นมิน้อย เขาต้องสูญเสียเวลาไปเท่าไหร่กับการวางแผนไล่นางกลับ แต่เจ้ากบฏผู้นั้นกลับทำแผนเขาพังไม่เป็นท่า แถมยังต้องหอบนางกลับมาที่ค่ายตามเดิมอีกต่างหาก


                น่าตายนัก!


                “คิดจะจับสตรีผู้นั้นเป็นตัวประกันเพื่อหวังให้ข้าศิโรราบมันคงคิดสั้นไปเสียแล้ว”


                “ขอรับ”


                อันที่จริงประโยคนี้ท่านอ๋องก็พูดมิผิดเพี้ยนไปแม้แต่ส่วนเดียว ดูท่าทางแล้วถึงแม้วันนี้จะช่วยองค์หญิงสิบสองกลับมาได้หรือไม่ท่านอ๋องก็คร้านจะใส่ใจเสียด้วยซ้ำ!


                “นายท่าน” ฝูจิ้งร้องเรียกอย่างมิมั่นใจ ท่าทางท่านอ๋องจะลืมเรื่อง สำคัญอีกอย่างไปเสียสนิท


                “บัดนี้คนของมันล้มบาดเจ็บไปมิน้อย เจ้าอย่าได้เกรงว่ามันจะมีกำลังมากพอที่จะบุกเข้าค่ายเราภายในเร็ววัน หรือหากพวกมันคิดเข้ามาจริงๆ ข้าก็มิละเว้นเด็ดขาด ถึงจะเคยเป็นแม่ทัพของท่านพี่ก็เถิด!


                ฝูจิ้งถอนหายใจ เขาดูกระวนกระวายเรื่องกบฏนั่นมากหรือไร...รู้อยู่หรอกว่ามิคณามือท่านอ๋องแน่


                แต่สิ่งที่เขากังวลใจดูจะเป็นเรื่อง...


                “มิทราบว่าจะให้องค์หญิงสิบสองพักที่กระโจมหลังใดดีหรือขอรับ”


                “หือ” ซย่าเฉียวอี้เลิกคิ้วเล็กน้อย


                “......” ท่าทางจะลืมเสียสิ้นเลยด้วย!


                “แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ใด”


                “กระโจมข้าน้อยขอรับ”


                จวิ้นอ๋องขมวดคิ้ว กระทบมือตบลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังจนฝูจิ้งเผลอสะดุ้ง มิใช่ว่านางมิได้ไม่มีที่นอนเสียหน่อย แล้วคนตรงหน้านี่มีเรื่องกังวลอันใด!


                “แล้วเจ้ามีปัญหาอะไรอีก?”


                “.......” เช่นนั้นข้าควรจะใช้คำถามผิดไป จริงๆ แล้วข้าควรจะถามท่านว่าข้ายกกระโจมให้สตรีทั้งสองไปแล้ว ข้าควรจะเนรเทศตนเองไปนอนแห่งใด ใช่หรือไม่?


********************
 

                “องค์หญิง! องค์หญิงฟื้นแล้ว”


                เสียงเรียกข้างตัวพร้อมกับร่างที่สั่นสะเทือนทำเอานางรีบเปิดตาขึ้นมอง อู๋เสวียนเขย่าร่างนางแรงๆ พร้อมกับน้ำตาใสๆ ไหลเผาะลงที่หลังมือนาง


                นางยังไม่ตาย!


                “เจ้า...” เสวี่ยซุนเป่าพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วก็ต้องเอามือกุมขมับด้วยความเวียนหัว เป็นเพราะนางใช้พลังงานมากเกินไป รวมไปถึงไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้


                “ค่อยๆ เพคะองค์หญิง”


                “ที่ไหนกัน” ดวงตากลมแป๋วสำรวจบริเวณโดยรอบ มิมีสิ่งที่คุ้นเคยอันใดนอกเสียจากผ้าหนาๆ ที่ใช้ตกแต่ง มันคลับคล้ายคลาเหมือนกับ...


                “องค์หญิง ฟังหม่อมฉันก่อนเพคะ” อู๋เสวียนรีบเปล่งวาจาเมื่อเห็นอีกฝ่ายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ


                “เฮอะ! ข้าจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องว่าแท้จริงแล้วเขาต้องการให้ข้ากลับ อยากให้ข้าเป็นตัวประกัน หรือจะปลิดชีพข้ากันแน่” เสวี่ยซุนเป่าเค้นหัวเราะเบาๆ ภายในใจยังคงมีความเกรงกลัวอยู่มิน้อย ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้นางรู้สึกราวกับโดนหยามเกียรติ์ นางเป็นถึงองค์หญิงแห่งหยวนโหย่วแต่กลับถูกโจรถ่อยผู้นั้นปั่นหัว!


                “องค์หญิง เสวยอะไรก่อนเถิดเพคะ”


                อู๋เสวียนขยับถ้วยโจ๊กเย็นชืด หากแต่ร่างแน่งน้อยกลับลุกขึ้นจากเตียง คว้าเสื้อตัวนอกที่ถูกนางกำนัลถอดออกมาสวมใส่อย่างว่องไว ทว่าเพียงก้าวได้ครึ่งก้าว เหมือนนางจะคิดอะไรออกถึงได้หมุนตัวกลับมาด้วยความแตกตื่น


                “หรงฮวาเล่า...นางเป็นอันใดหรือไม่”


                คนฟังมิได้ตอบ หากแต่ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้องค์หญิงตัวน้อยเข้าใจไปอีกอย่าง


                “ไป! ข้าจะไปทวงความยุติธรรมให้นาง”


                อู๋เสวียนใบหน้าเปลี่ยนสีเมื่อเห็นองค์หญิงผู้ใจร้อนของนางกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไป ส่วนตัวนางก็ได้แต่รีบวางของในมือลงและตามออกไปทันที แม้ตอนนี้นางจะร้องเรียกเช่นไรก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลอีกแล้ว


                ทันทีที่เสวี่ยซุนเป่าโผล่หน้าออกมาก็พบแสงแดดเจิดจ้าจนต้องหรี่ตาลง หันมองรอบๆ ก็พบเห็นคนเถื่อนหลายสิบคนยืนประจำการอยู่ในตำแหน่งของตนเอง มีสายตาบางคู่มองมาที่นางด้วยความแปลกใจ แต่ถึงกระนั้นก็มิมีใครเคลื่อนไหวหรือคิดจะจับตัวนาง


                แปลกเสียจริง!


                เมื่อเห็นว่ามิมีใครคิดจะเข้ามายุ่งกับนาง ร่างเล็กถึงได้ออกมาภายนอกด้วยความกระยิ้มกระย่อง ดวงหน้าอ่อนวัยหันมองไปโดยรอบพลางเบ้ปากเล็กน้อย นางจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าว่าเจ้าโจรชั่วร้ายนั่นอยู่แห่งใด


                “เจ้า” เสวี่ยซุนเป่าก้าวขาไวๆ ไปยังบุรุษผู้หนึ่ง “ข้าต้องการพูดกับหัวหน้าของพวกเจ้า”


                คนฟังยังนิ่งเฉย แถมไม่แม้แต่จะชายตามองนางเลยด้วยซ้ำ!


                เจ้าบ้านี่


                “ฮึ!!” เสียงเล็กขึ้นจมูกด้วยความไม่พอใจ ตั้งแต่เกิดมามีหรือที่ใครกล้าเมินเฉยนาง


                แต่...


                “มิบอกก็มิบอกสิ ข้าสนใจเสียที่ไหน”


                ร่างเล็กสะบัดหน้าหนีอย่างมีแง่งอนพลางเคลื่อนกายเดินห่างออกไป จนกระทั่งนัยน์ตากลมโตปะทะเข้ากับกระโจมหลังใหญ่กว่าใครเขา รวมไปถึงมีคนเฝ้าอยู่ด้านหน้าสองคน แค่นั้นก็ทำให้องค์หญิงสิบสองดีดนิ้วดังเปาะ รีบก้าวขายาวๆ ไปดั่งใจคิดทันที


                เสวี่ยซุนเป่ายืดอกอย่างเย่อหยิ่ง เดินตรงไปยังประตูอย่างหมายมาด แต่ก่อนที่เท้าข้างหนึ่งจะได้แตะภายใน ดาบสองเล่มก็ขวางทางนางไว้จนต้องรีบขยับหนี


                “หากมิได้รับอนุญาต ท่านเข้าไปมิได้ขอรับ”


                เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมๆ กับใบหน้านิ่งเฉยจ้องมองอย่างอ้อนวอน พวกเขาก็เพิ่งทราบไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี่เองว่าสตรีผู้นี้คือองค์หญิงสิบสองที่ถูกส่งมาเป็นบรรณาการแก่ท่านอ๋อง การที่นายเหนือหัวของพวกเขามิให้เปิดเผยฐานะที่แท้จริงแถมมิได้แสดงท่าทีชมชอบบรรณาการชิ้นนี้ก็แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนแล้วว่ามิต้องการ


                เป็นเช่นนี้แล้วจะให้พวกเขาปล่อยนางเข้าไปภายในที่พักท่านอ๋องได้อย่างไร พวกเขายังอยากมีชีวิตอยู่นะ!


                “องค์หญิง กลับกันก่อนเถิดเพคะ”


                อู๋เสวียนที่ตามมาถึงรีบดึงตัวองค์หญิงออก มีเรื่องราวอีกมากที่นางต้องเล่าให้อีกฝ่ายฟังก่อนจะทำอะไรที่มิเหมาะมิควรออกไป


                “ปล่อยข้า!” เสวี่ยซุนเป่าสะบัดแขนออกพลางย่นคิ้วใส่ เหตุใดนางกำนัลของนางถึงได้ทำตัวมิรู้ความเช่นนี้กัน “พวกเจ้าให้ข้าเข้าไป ข้ามีเรื่องต้องคุยกับเขา”


                “มิได้จริงๆ ขอรับ โปรดเห็นใจพวกเราด้วย” ถึงแม้จะใช้ประโยคขอร้อง แต่ท่าทีแข็งกร้าวยังมีอยู่เก้าส่วน คมดาบนั่นพร้อมจะบาดผิวเนื้อนางทันทีหากนางยังดื้อด้านบุกเข้าไป


                “พวกเจ้า!” วาจาเริ่มเพิ่มความดัง ในเมื่อเข้าไปไม่ได้ มิได้หมายความว่าเจ้าคนเถื่อนภายในนั่นจะมิได้ยิน ในเมื่อพบตัวยากเย็นนัก “เจ้าโจรชั่ว หากท่านยังเป็นบุรุษก็ให้ข้าเข้าไปคุยให้รู้เรื่อง ตกลงท่านจะเอาอย่างไรกับข้ากันแน่”


                “......” ทหารสองคนเริ่มหันมองหน้ากันเหงื่อแตกพลั่ก หลายคนที่อยู่ไม่ไกลเริ่มหันมามองอยางสนใจ


                “หรือว่าเจ้าละอายใจจนมิกล้าสู้หน้าข้า เช่นนั้นก็จงเอากระโปรงมาสวมเสีย”


                “แม่นาง ท่านรีบกลับไปก่อนเถิด” คนผู้หนึ่งเตือนด้วยความหวังดี แม้แสงแดดจะเจิดจ้า แต่บรรยากาศยามนี้เริ่มหนาวเย็นลงแล้ว


                “พวกท่านหรือ เฮอะ! เจ้าโจรชั่วร้ายผู้นั้นยังมิรู้สึกรู้สาอันใด จับสตรีมิมีทางสู้ไปเช่นนั้นยังบอกว่าตัวเองเป็นบุรุษอีกเช่นนั้นหรือ”


                “องค์หญิง จริงๆ แล้ว...” อู๋เสวียนใช้มือน้อยๆ เกาะกุมอีกฝ่ายไว้ หวังจะบอกกล่าวให้อีกฝ่ายเลิกเข้าใจผิด


                เคร้ง!


                เสียงดาบทั้งสองกระเด็นกระทบกับพื้นจนเกิดเสียงดัง เจ้าโจรชั่วปรากฏกายด้วยใบหน้าถมึงทึง ระหว่างคิ้วย่นติดเข้าหากันอย่างมิพอใจ ดวงตาดุดันจ้องมองไปยังร่างอิสตรีที่อ้าปากเล็กๆ ค้างไว้ บุคคลรอบกายที่ชะแง้มองอย่างสนอกสนใจเมื่อครู่หายวับไปในพริบตา


                เสวี่ยซุนเป่าเผลอก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว ทว่าใบหน้ายังคงมีความผยองตามความเคยชิน


                ทว่า...ก่อนที่นางจะได้เอื้อนเอ่ยวาทะใดๆ ท่อนแขนเรียวเล็กก็ถูกฉุดกระชากไปอย่างรุนแรงจนร่างบอบบางเกือบหัวคะมำ การเคลื่อนไหวของเขาช่างรวดเร็วจนนางตั้งตัวไม่ทัน รู้ตัวอีกทีประตูที่พักก็ถูกปิดลงเสียแล้ว


                อู๋เสวียนที่เพิ่งมีสติเตรียมจะวิ่งตาม หากแต่น้ำเสียงดุดันที่ตะคอกออกมาทำให้ฝีเท้าชะงักลง


                “ใครปล่อยให้นางเข้ามา ข้าจะบั่นคอเสีย”


*******************

แล้วอ๋องสี่จะทำยังไงกับองค์หญิงดี หุหุ

มาอัพช้ากว่าที่คิดไว้มาก เนื่องจากติดงานที่มหา'ลัยเกินกำหนดแล้วไม่พาโน๊ตบุ๊คกลับไป T-T

ขอบคุณมากๆ ค่าา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #27 warn1701 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 10:11
    รอต่อไปกำลังสนุกคร้า
    #27
    1
  2. #26 Momer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 07:48

    เย้ๆรออมานาน ขอบคุณนะค้าาสนุกมากเลยย

    #26
    1
  3. #25 Lyn_Madam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 05:56
    มาบ่อยๆนะนะคะ คิดถึงเจ้าโจรชั่ว คริคริ
    #25
    1
  4. #24 pu0506 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 21:30

    ดีใจจัง มาอัพซักที คิดถึงอ๋องสี่จะแย่แล้ว
    #24
    4
    • #24-1 (จากตอนที่ 8)
      24 มกราคม 2562 / 21:43
      งื้ออออ ขอบคุณมากค่ะ
      นี่ก็กะว่าจะกลับมาบ้านตั้งแต่วันจันทร์
      สรุปติดนู้นนี่นั่นซะ T-T
      #24-1
    • 6 พฤษภาคม 2562 / 14:19
      ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ไม่น่าจะเกินสิ้นเดือนหน้านะคะ
      ขอบคุณมากค่า
      #24-3