ชายาบรรณาการ

ตอนที่ 5 : 第二章 : นี่เจ้ากล้าร้องไห้ใส่ข้าเชียวเรอะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 268 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

                ความเมื่อยขบบริเวณลำคอทำให้ร่างอรชรขยับกายเปลี่ยนท่าทาง ทว่าทันทีที่เคลื่อนไหวนั้นคอก็มีเสียงดังขึ้นก่อนที่มือนุ่มนิ่มจะเอื้อมไปแตะบริเวณที่เจ็บขึ้นมาพลางขมวดคิ้ว


                อา...นางอยู่ที่ใดกันแน่


                เสวี่ยซุนเป่าเบิกตากว้าง แววตาดำขลับหันมองรอบๆ ด้วยความตกใจ โดยรอบเป็นสถานที่ปกคลุมด้วยผ้าใบสีทะมึนราวกับกระโจมใหญ่ๆ รอบข้างมีกองดาบหลายสิบเล่มวางอยู่มุมหนึ่ง ถัดมาก็เห็นเป็นกล่องลังหลายกล่องซ้อนเรียงกันเป็นแถว ภายในนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่เลย!


                โจรโจรพวกนั้นต้องจับนางมาอย่างแน่นอน


                หนี!!


                คำเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวและร่างกายก็ตอบสนองต่อความคิดนั้นทันที ทว่าเมื่อยืนขึ้นได้อย่างมั่นคงแล้วนางยังรู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง เพียงโคลงศีรษะเล็กน้อยก็ช่วยขจัดออกไปได้เสียหลายส่วน


                “อ๊ะ”


                ทันทีที่ออกตัววิ่ง ร่างบอบบางก็ล้มตึงลงกับพื้น ความเจ็บปวดบริเวณข้อเท้าส่งสัญญาณมาสู่สมองทำให้นางก้มมองอย่างแตกตื่น โซ่ขนาดใหญ่รั้งข้อเท้านางไว้ เสียงโซ่กระทบกับพื้นดังสวบสาบทำเอานางเบ้ปากราวกับจะร้องไห้ กองทัพของนางอยู่ไหน...นางกำนัลสองคนนั้นเล่า


                “เจ้ามิเป็นอันใดใช่หรือไม่”


                เสียงห้าวเอ่ยด้วยความสุขุม กระโจมถูกเปิดออกพร้อมๆ กับร่างชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับถ้วยบรรจุอาหารวางตรงหน้านาง


                “หิวหรือไม่”


                “พวกเจ้าเป็นใคร จับข้ามาทำอันใดกัน”


                เสวี่ยซุนเป่าตะเบ็งเสียงแหลมอย่างอาจหาญแม้จะขยับกายถอยหลังทั้งๆ ที่ร่างยังนั่งอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ แสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในริบหรี่นักจึงทำให้พอจะเดาออกว่าพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินเสียแล้ว


                “เรื่องนี้...” เขาก้มหน้าลง ดวงตาเต็มไปด้วยความลำบากใจเสียหลายส่วน “เอาไว้แม่นางถามนายท่านเองจะเป็นการดีกว่า”


                “นายท่าน?”


                แสดงว่าคนผู้นี้ยังมิใช่ตัวการใหญ่สินะ


                “แม่นางกินอะไรก่อนเถิด”


                ฝูจิ้งถอนหายใจด้วยเกรงว่าจะพูดอะไรเกินสมควร ถึงแม้เขาจะเป็นคนสนิทของจวิ้นอ๋องก็ตามที แต่ท่านอ๋องคิดทำการอะไรแล้วเขามิเคยเดาใจได้เลย มิหนำซ้ำเหตุการณ์ลักพาตัวครั้งนี้ยังเป็นองค์หญิงสิบสองผู้เป็นคู่หมั้นคู่หมาย เกรงว่าหากเรื่องนี้ฮ่องเต้ล่วงรู้เข้าจะเกิดอะไรขึ้นยังคิดไม่ตกจริงๆ


                เมื่อเห็นว่าบุรุษตรงหน้ามิมีท่าทีคุกคามนางแม้แต่น้อย ความมั่นใจจึงกลับมาเสียหลายส่วน


                “เฮอะ! เจ้ามิรู้หรอกหรือว่าข้าเป็นใคร อาหารแย่ๆ พวกนี้ข้าเคยกินที่ไหนกัน”


                ว่าไปแล้วก็สะบัดหน้าใส่ เป็นการบ่งบอกว่านางไม่มีทางแตะต้องอาหารพวกนี้เป็นอันขาด เฮอะ! ดูพวกโจรกระจอกพวกนี้สิ มีแค่ข้าวกับปลาตากแห้งเช่นนี้นางจะฝืนกลืนลงไปได้อย่างไรกัน!


                “นางมิกินก็เอาออกไป”


                กระแสเสียงดุจน้ำแข็งเย็นยะเยือกดังขึ้นด้านหลังทำให้ฝูจิ้งหลีกทางให้คนใบหน้าถมึงทึงสาวเท้าเข้ามาแทนทีก่อนจะเลี่ยงตัวออกไปอย่างรู้หน้าที่ แม้จะอดเห็นใจองค์หญิงผู้นั้นมิได้ก็ตามที แต่เขาก็ทราบดีว่าท่านอ๋องมิมีทางทำร้ายสตรีอย่างแน่นอน


                เสวี่ยซุนเป่าช้อนสายตาขึ้นมองก่อนจะลอบกลืนน้ำลายเสียหนึ่งครั้ง


                สายตาคู่นี้ช่างเหมือน...


                “เป็นเจ้านี่เองที่เป็นหัวหน้าใหญ่ ข้าจำเจ้าได้”


                ไม่ผิดตัวอย่างแน่นอน ท่ามกลางป่าใหญ่นั่นแววตาลึกล้ำที่เต็มไปด้วยปริศนาคู่นี้ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ แม้จะรู้สึกกลัวไม่หาย...แต่นางก็มิได้ตัวสั่นอีกแล้ว


                นางเป็นธิดาคนโปรดของเจ้าเมืองหยวนโหย่วเชียวนะ!    


                “กล้าจับตัวข้ามาเช่นนี้ เจ้ามิรู้หรือว่าข้าเป็นใคร”


                ไม่พูดเปล่ายังเชิดใบหน้าอย่างหยิ่งยโส แค่สำรวจอาภรณ์นางก็คงจะพอเดาออกกระมังว่านางมิใช่หญิงชาวบ้านธรรมดา


                ซย่าเฉียวอี้มองอีกฝ่ายราวกับสำรวจ


                “องค์หญิงสิบสอง” ได้ยินคำตอบดังนั้นเสี่ยซุนเป่าก็คลี่ยิ้มอย่างวางมาด แผ่นหลังค่อยๆ ยืดตรงอย่างโอหัง “นี่คือเจ้าสาวของพยัคฆ์เมฆาเช่นนั้นหรือ”


                เสวี่ยซุนเป่าเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง เขารู้มากกว่าที่นางต้องการให้รู้เสียแล้ว!


                เอาล่ะ...ในเมื่อมากรู้เช่นนี้นางก็มิปล่อยให้โอกาสได้เสียไป


                “หากเจ้ารู้ถึงเพียงนี้ก็ย่อมทราบใช่หรือไม่ว่าเจ้าบ่าวของข้ามิใช่คนธรรมดาที่โจรอย่างเจ้าจะมาต่อกรได้โดยง่าย อีกมินานเขาต้องมาตามหาข้า”


                ประโยคดังกล่าวทำให้สีหน้าคนฟังเปลี่ยนเล็กน้อย ส่วนเสวี่ยซุนเป่าคิดว่าที่เขาดูแปลกประหลาดเช่นนั้นเป็นเพราะเกรงกลัวคำสรรเสริญของว่าที่สามีไม่มากก็น้อย


                “เจ้ารู้หรือไม่ ว่าที่สามีของข้าช่างโหดเหี้ยมนัก หากเขาทราบว่าเจ้าทำกับพระชายาเช่นนี้ เขาต้องสังหารท่านอย่างแน่นอน อีกทั้งยังถลกหนังท่านมาทำเบาะหนุนนอนอีกต่างหาก”


                เสียงใสๆ ว่าเสียงดังแฝงความข่มขู่อยู่ในท่วงที เมื่อเห็นคู่สนทนายังคงนิ่งเฉยไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบโต้ นางจึงอดเพิ่มความ เลวร้ายเข้าไปอีกไม่ได้


                “นี่ๆ ข้าจะบอกอะไรอีกอย่าง เขาน่ะ...รูปร่างใหญ่โต ผิวดำเข้ม ผมเผ้ารุงรังน่าเกลียดน่ากลัวเชียวล่ะ”


                “วาจาเหลวไหล!


                เสียงดังๆ ราวอัสนีฟ้าฟาดทำให้เสวี่ยซุนเป่าสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ใบหน้าตึงเรียกราวกับพญาเสือโคร่งบิดเบี้ยวของเขาทำให้นางเม้มปากแน่น มือทั้งสองจู่ๆ ก็สั่นระริก


                “ข...ข้ามิได้เหลวไหล”


                นางย้ำเสียงเบา หวังให้อีกฝ่ายเชื่อในสิ่งที่นางปรุงแต่งเสียน่ากลัว


                ซย่าเฉียวอี้มองดูสตรีที่ขยับกายถอยหลังไปจนชิดขอบ แววตาดุร้ายถลึงมองราวปีศาจ


                “หากว่าที่สามีเจ้าน่าเกลียดน่ากลัวอย่างที่เจ้าว่า เช่นนั้นก็เป็นเมียจอมโจรเช่นข้าดีกว่ากระมัง”


                น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมกล่าววาจาราวกับกระซิบแต่ก็ดังพอที่จะให้เสวี่ยซุนเป่าได้ยินชัดเจนทั้งสองหู ดวงตาหวานล้ำกระพริบตาปริบๆ อย่างน่าเวทนา พินิจดูใบหน้าคมได้รูปอย่างเผลอไผล ดวงตาที่แสนน่ากลัวนั่นรับกับจมูกโด่งและผิวกายคล้ำแดดอย่างเหมาะสมที่สุด


                บุรุษผู้นี้จัดได้ว่างามเลิศสมบุรุษ...แต่นางจะลดตัวมาเป็นเมียโจรได้อย่างไร!


                มิว่าคิดเช่นไรก็ล้วนไม่เป็นธรรมต่อนางสักนิด!


                เสด็จแม่ ข้าอยากกลับไปหาท่าน


                ฮือออออ...


                “เจ้า!


                เสียงทุ้มดังตะคอกใส่ ซย่าเฉียวอี้มองนางที่ร้องไห้อย่างคุกรุ่น ใบหน้าขาวๆ ของนางเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาราวกับน้ำป่าไหลหลาก เขายังมิแตะต้องนางแม้เพียงปลายเล็บ!


                “ข้าสั่งให้เจ้าหยุดร้องเดี๋ยวนี้!


                สตรีบ้าผู้นี้กล้าร้องไห้ใส่เขาเชียวหรือ!


                ทว่าเสียงห้ามปรามนั้นยิ่งทำให้เสียงของนางดังมากขึ้นพอๆ กับอารมณ์โกรธของเขาที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี ยิ่งนางแหกปากร้องเสียงดังเท่าไหร่ยิ่งทำให้เขาปวดหัวมากขึ้นเท่านั้น


                ซย่าเฉียวอี้ปัดจานข้าวด้วยความไม่พอใจจนกระทั่งมันหกกระจายไปตามพื้น เขาเพียงว่ากล่าวอีกหนึ่งประโยคก่อนจะสะบัดอาภรณ์สีดำคู่กายจนมันพลิ้วไหวอย่างรุนแรงออกไปจากกระโจมหลังใหญ่ทันทีเพื่อหลีกหนีสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอตรงหน้า


                เฮอะ...คิดไว้แล้วอย่างไรไม่มีผิด สตรีช่างอ่อนแอไร้เหตุผล ทำอะไรไม่ได้ก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้


                ช่างน่าตายนัก!



แอบหายไปนานนิดนึงเพราะว่าไรท์โดนชดวอร์ดยาวๆ ไป ฮ่าา

ฝากติดตาม แอดเฟบเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าา

ขอบคุณมากๆ เลยค่า ^-^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 268 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #15 Goody2526 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 22:52

    ท่านอ๋องน่าจะแพ้น้ำตาผู้หญิงรึเปล่าหนอ
    #15
    1
    • 22 ตุลาคม 2561 / 19:24
      ขอบคุณมากค่าา ต้องขอโทษมากๆ ที่หายหน้าหายตาไป ช่วงนี้งานหนักมากค่ะ อาจจะกลับมาอีกทีช่วงหลังปีใหม่เลย
      #15-1
  2. #14 usaonly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 21:27

    องค์หญิงสิบสองใจดีสู้เสือขู่ฟ่อ ๆ ไหงร้องไห้ซะแล้ว คงโดนท่านอ๋องแกล้งอีกแน่ จะได้หนีกลับบ้านแต่ทำไมไปล่ามโซ่ไว้ล่ะ จะหนีไปได้ยังไง รอลุ้นค่ะ ขอบคุณท่ีมาอัพเดทค่ะ

    #14
    1
    • 22 ตุลาคม 2561 / 19:24
      ขอบคุณมากค่าา ต้องขอโทษมากๆ ที่หายหน้าหายตาไป ช่วงนี้งานหนักมากค่ะ อาจจะกลับมาอีกทีช่วงหลังปีใหม่เลย
      #14-1
  3. #13 pu0506 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 20:28
    ยังรอเสมอจร้า
    #13
    1
    • 22 ตุลาคม 2561 / 19:24
      ขอบคุณมากค่าา ต้องขอโทษมากๆ ที่หายหน้าหายตาไป ช่วงนี้งานหนักมากค่ะ อาจจะกลับมาอีกทีช่วงหลังปีใหม่เลย
      #13-1
  4. #12 Lyn_Madam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 20:23
    รอตอนต่อไปค่าาาา
    #12
    1