ชายาบรรณาการ

ตอนที่ 18 : 第八章 : เฉียวอี้ ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62

                ไอเย็นเริ่มกลับมาอีกครั้งในสายหมอกแห่งยามเช้า


                หนาวจนตัวสั่น?


                เสวี่ยซุนเป่ารู้สึกว่าร่างกายตนเองสั่นคลอนไปทั่วสรรพางค์กาย หากแต่ฝ่ามือเล็กกลับสัมผัสไอแห่งความร้อนจนแทบจะลวกมือ เสียงครางแผ่วเบาในลำคอดังขึ้นเหนือศีรษะทำให้นางต้องลืมตาตื่นขึ้นอย่างไม่เต็มใจ


                นางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อรับรู้ได้ว่าตนเองกำลังนอนกอดร่างบุรุษ อาภรณ์ชิ้นบนถูกเปิดอ้าออกทำให้แผ่นอกกำยำปรากฏในสายตา แถมยังมีมือของนางที่ทาบลงไปอย่างสนิทชิดเชื้ออีก!


                ร่างเล็กๆ ผละออกอย่างรวดเร็ว มองดูใบหน้าซีดเซียวชุ่มไปด้วยเหงื่อ อีกทั้งร่างกายของเขายังคงสั่นเบาๆ อีกด้วย


                “เจ้า...เหตุใดถึงตัวร้อนเช่นนี้เล่า” เสียงอ่อนหวานพึมพำกับตัวเอง ฉับพลันนั้นเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาเสียดื้อๆ แค่เขามีบาดแผลฉกรรจ์นั่นนางก็ตกใจแทบแย่อยู่แล้ว นี่เขายังคงมาเป็นไข้อีก นางไม่รู้วิธีรักษาคนป่วยหรอกนะ!


                เสวี่ยซุนเป่านั่งมองเขาอย่างเงียบๆ หยดน้ำไหลจากดวงตาข้างหนึ่ง


                เวลาผ่านไปเขาก็ยังคงไม่ได้สติ แถมยังมีอาการหนาวสั่นรุนแรงขึ้นอีก ครั้งนี้นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นมองรอบกาย นางเดินเข้าไปหยิบกระบอกน้ำเก่าๆ ที่มีรอยรั่วตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งขึ้นมาก่อนจะตัดสินใจปีนบันไดเชือกขึ้นไปอย่างทุลักทุเล

 


            เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม


                ริมฝีปากซีดแตกค่อยๆ ขยับ ความหนาวสะท้านกัดกินไปทั่วทุกอณู ทว่าดวงตาดุดันยังคงฝืนลืมขึ้นมามองดูรอบข้าง ฉับพลันร่างสูงใหญ่ก็เกร็งขึ้นรีบลุกขึ้นด้วยความตกใจ


                สตรีน่ารำคาญผู้นั้นหายไปไหน


                คงมิได้คิดหนีขณะที่อยู่ท่ามกลางภยันอันตรายในป่านี่หรอกนะ!


            คิดได้แค่นั้นดวงตาเข้มก็ฉายแววพิโรธ แม้จะรู้สึกปวดแผลและครั่นเนื้อครั่นตัวมากมายก็ตาม ทว่าตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการลากตัวผู้หญิงคนนั้นกลับมา หากนางเป็นอะไรเข้า เขาจะใช้เหตุผลข้อไหนอ้างกับฮ่องเต้น่าตายผู้นั้นกันเล่า!


                แม้ร่างกายจะบาดเจ็บแต่ก็มิได้เป็นอุปสรรคสำหรับบุรุษเช่นเขามากนัก ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็สามารถปีนขึ้นมาจากหลุมหลบภัยใหญ่ๆ ได้ ดวงตาดุจหงส์หรี่ลงเล็กน้อย ทว่ากลับเงียบเชียบเหลือเกิน


                เส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนเล็กน้อยก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว


                เป็นดังที่คาดการณ์...สตรีน่าตายคนนั้นอยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก และดูเหมือนว่านางจะไม่ระวังจนกระทั่งทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้ติดตาม ทำให้เขาหาตัวนางเจอได้โดยง่าย

                เขาเห็นนางเดินใกล้เข้ามาพร้อมทั้งประคองกระบอกไม้อย่างระมัดระวัง แต่มีหรือที่เขาจะรอให้นางเดินมาถึง


                “ออกมาเดินเพ่นพ่านเช่นนี้หากเจอสัตว์ป่าขึ้นมา สตรีเช่นเจ้าจะมีปัญญาเอาตัวรอดหรืออย่างไร!


                ซย่าเฉียวอี้จ้ำอ้าวเดินเข้าไปหา ทันทีที่ถึงตัวนางมือหนาก็คว้าท่อนแขนเรียวเล็กก่อนจะกระชากเข้ามาใกล้ตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ได้สนใจเลยว่าใบหน้ามอมแมมของนางจะเหยเกด้วยความเจ็บปวด


                เสวี่ยซุนเป่าที่ยังคงเหน็ดเหนื่อยกับการเดินตามหาลำธาร ถึงได้ยกมือปาดเหงื่อออก มิอยากจะทะเลาะกับเขาตอนนี้


                “ข้าไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่าข้าได้สิ่งนี้มา...” เอ่ยไปพลางยกกระบอกน้ำที่มีน้ำใสไหลหยดยื่นมาตรงหน้า


                หากมีมิทันพูดจบประโยค มือหนาก็ปัดกระบอกนั่นออกไปเสียจนน้ำที่อยู่ภายในกระจัดกระจายหกรดตามหย่อมหญ้า อีกทั้งยังมีสมุนไพรจำนวนหนึ่งกำมือที่นางเก็บมาอีกด้วย!


                ซย่าเฉียวอี้มององค์หญิงน้อยที่ยังนิ่งงัน


                “ข้าสั่งให้เจ้าออกห่างจากข้าหรือ!” น้ำเสียงเหี้ยมตวาดนางแรงๆ


                “เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร” เสวี่ยซุนเป่าใช้แรงทั้งหมดที่มีสะบัดเขาออก น้ำตารื่นขึ้นมาทั้งสองข้างดวงตา “เมื่อเช้าเจ้าตัวร้อนมาก ท่านแม่เคยบอกข้าว่ายามใดที่ข้าตัวร้อนก็ต้องใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวและต้องกินยา ข้าจึงต้องออกมาจากที่นั่น”


                แขนข้างหนึ่งของนางชี้ไปยังกระบอกน้ำที่พื้น


                “ข้าเสี่ยงไปหามาด้วยความลำบาก เกือบจะตกลำธารอยู่หลายหนเพื่อมัน เหตุใดต้องทำเช่นนี้กัน!


                นางกำหมัดแน่น ตัวสั่นด้วยความโกรธ น้ำตามากมายไหลออกมาไม่ขาดสาย รสเค็มเจือฝาดเล็กน้อยแตะอยู่ที่ปลายลิ้น


                ร่างบอบบางหมุนกายหนีก่อนจะกระแทกกายนั่งลงที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่ง ก้มหน้าลงกับฝ่ามือ


                บุรุษที่อยู่ในอารมณ์หุนหันเมื่อครู่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาสั่นระริกเล็กน้อย เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่มองไปที่กระบอกน้ำผุพังอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก


                ดวงตากลมโตสองข้างปิดลงพร้อมๆ กับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เสียงสะอื้นดังไปทั่วบริเวณ นางจะไม่สนใจเขาอีกแล้ว!


                ไม่สนใจอีกแล้ว!


                คาดไม่ถึงว่าจู่ๆ มือข้างหนึ่งของนางจะถูกดึงออกมาพร้อมๆ กับผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำเย็นฉ่ำวางลงบนมือนาง


                เสวี่ยซุนเป่าเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบว่าบุรุษไร้มารยาทผู้นั้นจะทรุดตัวนั่งลงพิงต้นไม้อยู่ข้างๆ นางเช่นกัน


                “ข้ายังมีไข้” แม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ดวงตากลับปิดแน่นเสียแล้ว


                ซย่าเฉียวอี้สูดลมหายใจที่เริ่มติดขัด แม้จะกล่าวอนุญาตให้นางยุ่งกับเนื้อตัวเขาได้แล้วแต่ก็ไร้ซึ่งการตอบรับจากนาง จนหัวคิ้วผนึกเป็นปมเล็กน้อย


                นี่เขากำลังทำอะไรพูดอันใดแปลกประหลาดออกไปหรือไม่!?


                เสียงสะอื้นไห้หายไปแล้ว เหลือก็เพียงแต่แววตาฉงนอย่างไม่เข้าใจ


                ไม่นาน...ผ้าเย็นๆ ก็แตะลงบนหน้าผากอย่างนุ่มนวล


-------------------------- 

                เสียงควบม้าดังเป็นจังหวะ เหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าพลางไหลหยดอย่างตื่นตระหนก สมาชิกทุกคนต่างหายใจไม่ทั่วท้องตั้งแต่ติดตามรอยท่านอ๋องไปจนถึงหน้าผา รอยเท้าใหญ่เคียงคู่กับเท้าขนาดเล็กของสตรีขาดหายลงไปเบื้องล่าง เพียงเท่านี้ก็ทำให้หวั่นวิตก


                “รีบไป”


                ฝูจิ้งว่าอย่างร้อนรน นำทางลงสู่ป่าเบื้องล่างอย่างมีความหวัง ทหารหลายนายเริ่มมีท่าทีกระอักกระอ่วน ถึงแม้ว่าท่านอ๋องจะมีฝีมือร้ายกาจเพียงใด แต่หากตกลงไปจากที่สูงเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสตรีติดตามไปด้วยก็มิอยากจะคิดเลยจริงๆ


                ใช้เวลาไปครึ่งชั่วยาม ขบวนติดตามก็ลงมาถึงเบื้องล่าง ฝูจิ้งขบกรามแน่นพลางควบม้านำไปสู่หลุมหลบภัยที่เขาและท่านอ๋องค้นพบ เมื่อปีก่อนท่านอ๋องชอบเข้ามาล่าสัตว์ป่าจึงได้ปรับปรุงที่นั่นให้เป็นที่พักยามค่ำคืนชั่วคราว เขาคิดว่าหากท่านอ๋องปลอดภัยคงจะไปที่นั่นเป็นแน่


                “ท่านฝู...” เสียงเรียกของทหารนายหนึ่งดังขึ้น อีกทั้งยังเจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัด


                “หากเจ้ายังมีความคิดไม่เข้าท่า ก็จงกลับไปเสีย!” เสียงตวาดของฝูจิ้งทำให้ทหารเหล่านั้นไม่กล้าคิดเป็นอื่นอีก


                ฝูจิ้งยังคงห้อตะบึงม้าออกไปด้วยจิตใจที่วุ่นวาย เขาไม่เคยลืมบุญคุณที่ท่านอ๋องชุบเลี้ยงเขามาอย่างดี หลายปีก่อนมารดาของเขาป่วยหนัก ทว่าครอบครัวกลับไม่มีเงินไปหาหมอตรวจอาการ เขาแบกหน้าไปอ้อนวอนร้านยาเพื่อให้ไปดูมารดาที่บ้าน...แต่เนื่องจากเขาอายุเพียงสิบสอง เสื้อผ้าเก่าถูกปะชุนไปทั้งตัว กลับโดนดูถูกเหยียดหยาม ตราหน้าว่าเป็นสิบแปดมงกุฏ!


                ยามนั้นท่านอ๋องเพิ่งจะย้ายมาปกครองที่เมืองนี้ เขายังจำสายตาดุดันที่เด็ดขาดจ้องมองมายังเขาได้ดี วินาทีนั้นเขาคิดแต่เพียงว่าคนผู้นี้น่ากลัวเหลือเกิน


                ทว่าประโยคหนึ่งกลับทำให้ชีวิตเขาพลิกผันตลอดกาล


                ข้าชอบผู้ที่มีใจเด็ดเดี่ยวเช่นนี้เจ้ายินดีติดตามข้าไปหรือไม่?


                นับตั้งแต่นั้นครอบครัวของเขาก็รับการสนับสนุนจากท่านอ๋องมาตลอด ถึงแม้ภายนอกเขาจะดูเย็นชาและโหดเหี้ยม แต่ลึกๆ เขาทราบดีว่าท่านอ๋องจิตใจเมตตาเพียงใด แต่หากมิทำตัวให้ผู้คนยำเกรงแล้ว...บ้านเมืองก็จะสงบสุขมิได้เพราะผู้นำอ่อนโยนเกินไป


                เสียงสะอื้นไห้ที่ดังอยู่ไม่ไกลทำให้ทั้งหมดหูผึ่งขึ้นมาทันที ไม่ต้องสื่อสารกันด้วยคำพูดทั้งหมดก็รีบกระโจนไปยังต้นเสียงทันที


                ร้องไห้เสียงดังไม่เกรงใครเช่นนี้ไม่ผิดแน่นอน!


                ภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาภาพแรกทำให้ทั้งหมดสูดลมหายใจ ไม่แม้แต่ฝูจิ้งที่อยู่ในห้วงอารมณ์โทสะเมื่อครู่ก็อ้าปากราวกับจะเปล่งวาจาเรียก ทว่าแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังไม่กล้าจะพ่นออกมาแรงๆ


                น...นี่คือพยัคฆ์เมฆาของพวกเขาแน่หรือ!?


                เสวี่ยซุนเป่าผละออกจากร่างเขาพร้อมกับผ้าเย็นๆ หยิบติดมือมาด้วยเช่นกัน เรือนร่างบอบบางรีบลุกขึ้น หันมามองทางบุคคลมาใหม่ด้วยความยินดียิ่ง!


                “เฉียวอี้พวกเรารอดแล้ว!


                ม...เมื่อครู่นางเรียกท่านอ๋องว่าอย่างไรกันนะ!?


                เฉียวอี้?


                เหตุใดนางกล้าเรียกชื่อท่านอ๋องตรงๆ เช่นนั้นเล่า!


                พลันทั้งหมดยกมือขึ้นลูบใบหูทั้งสองข้างอย่างไม่มั่นใจ ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีซย่าเฉียวอี้ก็ลืมตาขึ้นมอง ร่างหนายังพิงกับต้นไม้ราวกับตนไม่ได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าไร้ความยินดียินร้ายและนัยน์ตาเช่นนั้น


                ไม่ผิดแน่...เป็นจวิ้นอ๋องแห่งวังไป๋หู่


                ซย่าเฉียวอี้มองดูปฏิกิริยาตรงหน้าแล้วก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ในที น้ำเสียงเหี้ยมจึงตวาดเสียงดังลั่น ความไม่สบายเนื้อสบายตัวถูกลืมไปเสียสิ้น


                “มิใช่ว่าพวกเจ้ามาช่วยข้าหรอกหรือ!


--------------------------

ไม่อยากรอนาน อีบุ๊คมาแล้วนะคะ  ในราคาเพียง 159 บาทจ้า (ขายของง 555)

ยังไม่ตัดสินใจซื้อตอนนี้ไม่เป็นไร ไรท์ยังจัดโปรอัพตัวอย่างไปเรื่อยๆ จ้าา

สำหรับหนังสือยังสั่งกันได้น้าา


ชายาบรรณาการ
ไป๋เหลียน
www.mebmarket.com
เพราะหน้าที่องค์หญิงที่ต้องทำเพื่อแผ่นดินนางยินยอมต้องส่งตนเองเป็นบรรณาการแก่จวิ้นอ๋องแห่งไห่หมิงที่หล่อหรือเปล่าไม่รู้...รู้เพียงคำสรรเสริญ ‘พยัคฆ์เมฆา’ นั้นมีมากยิ่งโหด! โฉด! ชั่ว!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #55 Beaw12 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 00:43
    จะแอ๊บเข้มไปถึงไหน
    #55
    2
  2. #54 usaonly (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 21:44

    ท่านอ๋องกับองค์หญิงรอดแล้ว ทุกคนยังงงกับชื่อท่ีองค์หญิงเรียกท่านอ๋อง ความลับจะแตกไหมงานนี้ ท่านอ๋องเตรียมตัวถูกซักฟอก 555

    #54
    1
  3. #53 Lyn_Madam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 21:41

    อะไรกัน ทำเป็นเข้มมมม
    #53
    1