ชายาบรรณาการ

ตอนที่ 15 : 第七章 : องค์หญิงน้อยและโจรของนาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,806
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

                ความแสบบริเวณหลังมือทำให้ขนตาที่แผ่เป็นแพเผยอขึ้น แสงทิวาส่องเรืองรองเป็นสีส้มเจิดจ้าผ่านต้นไม้ใหญ่ นางขยับกายลุกขึ้นทั้งที่เปลือกตายังหนักอึ้ง แต่ก็พบว่าเรือนร่างถูกยึดตรึงด้วยของหนักสักอย่าง


                เพียงแค่นั้น...ดวงตากลมโตจึงเบิกกว้าง


                เสวี่ยซุนเป่าใช้แรงทั้งหมดผลักสิ่งของปริศนาออกจากตัว จากนั้นแก้มทั้งสองก็ร้อนผ่าวจนใบหน้าเห่อแดงจนถึงใบหู ภาพตรงหน้าทำให้ความทรงจำเก่าๆ เข้ามาในหัวก่อนที่นางจะเอื้อมมือไปเขย่าร่างสูงใหญ่


                “นี่”


                จากสะกิดค่อยๆ เพิ่มเป็นใช้แรงเต็มฝ่ามือ แต่แล้วระหว่างคิ้วเขาก็ขมวดติดกันพลางส่งเสียงครางอย่างเจ็บปวดเบาๆ แต่มิทันจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้นมือเล็กๆ ของนางก็แตะถูกเข้าที่น้ำชุ่ม ทันใดนั่นเองรอยเลือดแดงฉานก็ปรากฏเข้าสายตา


                เสวี่ยซุนเป่ารีบพลิกกายเขาให้ตะแคงข้าง ลูกธนูยาวที่ปักเข้าบริเวณไหล่ขวาของเขาเต็มไปทั้งเลือดเก่าและเลือดใหม่ที่เกรอะกรัง


                เขาบาดเจ็บ!


                แน่นอนว่าก่อนหน้านั้นนางรู้สึกถึงไออุ่นที่โอบรอบกายนางไว้ยามกระโดดลงมาจากหน้าผาสูงชันนั้น โชคดีที่พนาไพรแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ไปทั่ว ยามตกลงมาถึงได้ช่วยแบ่งเบาก่อนร่างจะกระทบสู่พื้นดิน แต่ถึงกระนั้นร่องรอยที่ถูกกิ่งไม้ขีดข่วนเมื่อเทียบกับเขาแล้วก็ยังน้อยกว่าหลายเท่านัก เมื่อสังเกตดีๆ จะพบว่านอกจากหลังมือทั้งสองข้างแล้ว ร่างกายนางก็มิมีร่องรอยของการบาดเจ็บเลย


                ส่วนคนผู้นี้...มีบาดแผลมากมายเต็มไปหมด!


                นางหันมองรอบข้าง พลันขอบตาร้อนผ่าว


                “สตรีน่ารำคาญ เจ้าหยุดร้องไห้เสียทีเถอะ”


                ซย่าเฉียวอี้ขมวดคิ้วพลางลืมตาขึ้นมองด้วยท่าทีหงุดหงิด ร่างใหญ่ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งก่อนที่เหงื่อเม็ดโตจะไหลลงมา บริเวณแผ่นหลังชุ่มเหงื่อที่ผุดพรายไปทั่ว


                “เจ้ายังมิตาย!


                “กล้าแช่งข้าหรือ!” น้ำเสียงดุดันทว่าแผ่วเบานัก “เอาลูกธนูออกให้ข้า”


                “ได้”


                เสวี่ยซุนเป่ามิได้สนใจว่าเขามีสีหน้าโกรธขึ้งนางมากเพียงใด รู้เพียงเวลานี้เขาคือผู้ช่วยชีวิตนาง รวมไปถึงในป่าแห่งนี้หากเขาเกิดเป็นอะไรไปนางจะหาทางออกไปได้อย่างไร


                สิ่งสำคัญตอนนี้ เขาต้องมีชีวิตรอดไปกับนาง!


                มือเล็กเอื้อมไปจับลูกธนู ทว่าถูกมือหยาบปัดออกรุนแรง


                “เจ้าจะทำอันใด!


                ซย่าเฉียวอี้ตวาดอย่างโมโห แววตาจ้องมองนางอย่างมิพอใจ ส่วนองค์หญิงตัวน้อยเริ่มมือไม้สั่น นางกำลังจะช่วยชีวิตเขานะ!


                “หากข้ามิเอาออก แล้ว...” วาจาเอ่ยได้เพียงนั้นก็หยุดชะงัก เห็นเขาล้วงมีดสั้นยื่นมาตรงหน้านาง เพียงเท่านี้ก็ทำให้นางถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว


                เขาคงไม่ได้เปลี่ยนใจสังหารนางตอนนี้หรอกใช่หรือไม่


                ทางฝ่ายซย่าเฉียวอี้เห็นท่าทีของนางแล้วก็กลืนคำดุด่า เบือนใบหน้าหนีก่อนจะอธิบายเต็มเสียง


                “เอามีดกรีดปากแผล แล้วดึงลูกธนูออกให้ข้า”


                “กรีดปากแผล...” คนพูดเริ่มขยับกายเข้าหา “เจ้าหมายความว่าให้ข้ากรีดเนื้อของเจ้า?”


                “อืม”


                “แต่ว่า...” นางสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง มองอย่างลังเล


                “หากมิกรีด ข้าก็ตาย ส่วนเจ้าก็ตายเป็นผีไร้ญาติไปพร้อมกับข้าเสียที่นี่”


                 ซย่าเฉียวอี้มองเห็นความพรั่นพรึงของนางแล้วก็อดข่มขู่มิได้ หากมิใช่ว่าลูกธนูนั่นปักเข้าบริเวณไหล่ทางด้านหลังแล้วล่ะก็เข้ามิเสี่ยงให้นางทำเป็นแน่!


                “ได้...ได้ ข้าจะทำเดี๋ยวนี้”


                เสวี่ยซุนเป่าพยักหน้าแรงๆ หลายครั้งก่อนที่จะมองบาดแผลนั่นอย่างเต็มตา นิ้วเรียวยาวที่ยึดใบมีดสั้นเอาไว้ในมือสั่นน้อยๆ ริมฝีปากเม้มติดกันแน่นก่อนที่จะหรี่ตาลงยามคมมีดกรีดลงบนเนื้อจนโลหิตสีแดงฉานไหลออกมาเป็นทาง


                “เจ็บหรือไม่” นางอดเอ่ยถามมิได้ สาบานว่านางได้ยินเสียงคำรามออกมาจากเขาด้วย!


                “เสร็จแล้วก็ดึงลูกธนูออกมา”


                เขาข่มความเจ็บปวดในขณะที่เหงื่อผุดตามตัวราวอาบน้ำ กรามของเขายังคงขบกันแน่นจนเส้นเลือดบริเวณหน้าผากปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว


                “ได้”


                “อ๊ากกก”


……………………………


                ลูกธนูถูกโยนออกไปไกลตัว


                นางไม่กล้าแม้กระทั่งจะหายใจรุนแรง...


                เสวี่ยซุนเป่ามองดูชายหนุ่มที่ทุรนทุรายตรงหน้าด้วยใจสั่นสะท้าน เหงื่อผุดพรายตามใบหน้าและลำตัวอย่างรุนแรง ลมหายใจของเขาดูถี่ชันจนน่าสงสาร แผลที่ไหล่ขวาของเขาชุ่มไปด้วยเลือด แถมโลหิตสีชาดพวกนั้นก็ยังทะลักออกมาไม่ขาดสาย


                นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำอะไรต่อไป


                เมื่อจัดการกับความเจ็บปวดได้แล้วนั้น น้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยแววอ่อนล้าก็ดังขึ้น


                “ขยับเข้ามาใกล้ๆ ข้า”


                ร่างบอบบางขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ เขาโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แววตากลมโตของนางยังจับจ้องอยู่ที่บาดแผลเหวอะหวะน่ากลัวนั่น


                แต่แล้วนางก็ได้ยินเสียงแคว่กที่ชายกางเกงของตัวเอง


                ไม่แม้แต่จะร้องทักท้วง เศษผ้าก็หลุดติดมือเขาไปอย่างง่ายดาย


                เสวี่ยซุนเป่าเบิกตามองอย่างไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นเขาพับผ้าไปมาแล้วแปะเข้าที่แผลจนชายผ้านั่นอาบไปด้วยโลหิตก็พอจะทำให้นางเข้าใจว่าเขาต้องการจะทำอะไร


                และนั่น...ก็ทำให้นางรีบฉีกชายกางเกงออกเพื่อช่วยซับเลือดให้เขาอย่างรวดเร็ว


                แต่เพราะเหตุใดเขาถึงไม่ฉีกชุดของตัวเองเล่า!


                เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อ เลือดจากบาดแผลก็ค่อยๆ ไหลน้อยลงจนกระทั่งสามารถใช้ผ้านั่นซับเอาไว้ได้ ซย่าเฉียวอี้มองดูอีกฝ่ายที่ขะมักเขม้นวุ่นอยู่กับเลือดของเขาด้วยแววตาที่ลึกล้ำ...ดวงตาสีดำมืดสนิทราวกับจมอยู่ในห้วงมหาสมุทร


                “ไปกันได้แล้ว”


                “จะไปแห่งใด”


                เสวี่ยซุนเป่าถามด้วยความแปลกใจ ทว่าสายตายังจับจ้องที่ไหล่ขวาของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจราวกับว่าหากนางพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียวจะทำให้โลหิตเหล่านั้นทะลักไหลลงมาอีก


                ทว่าคำถามนั่นกลับเหมือนกับสายลมที่พัดผ่านไปโดยง่าย ซย่าเฉียวอี้ไม่แม้แต่จะไม่ตอบคำถามของนาง แต่ยังพยุงตัวเองลุกขึ้นแล้วใช้เรี่ยวแรงที่มีกระชากนางให้ลุกขึ้นยืนตามมาด้วย ก่อนที่นางจะได้ทำหน้าเบ้ใส่ท่อนแขนแข็งแรงก็ตวัดขึ้นมาโอบไหล่นางไว้ เป็นอันว่ายามนี้เขาใช้นางเป็นไม้พยุงไปเสียแล้ว!


                “ไป”


                “เจ้า!


                เสวี่ยซุนเป่าย่นคิ้วใส่ ทำท่าจะยกแขนเขาออกไป หากแต่นางกลับยึดท่อนแขนหนาที่ทิ้งน้ำหนักลงมาเสียสามส่วนอย่างจนใจ ริมฝีปากเขาเริ่มซีดเซียวเสียจนน่ากลัว


                ถึงแม้ว่านางจะเป็นองค์หญิงที่ท่านพ่อโปรดปรานมากก็ตามที แต่หลายครั้งหลายหนที่นางมักจะตามเหล่าพี่ชายออกไปประลองยุทธ์ หรือแม้แต่แอบตามเข้าไปปิ้งปลาที่ป่าจำลองนางก็เคยทำมาแล้ว แค่ลองมาเดินป่าจริงๆ บ้างจะเป็นอย่างไรเล่า คงมิได้ต่างกันมากหรอกกระมัง!


                แม้ว่าจิตใจจะฮึกเหิมถึงเพียงนั้น แต่อย่างไรเสียนางก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ผู้หนึ่ง


                “เจ้าเบาแรงลงหน่อยได้หรือไม่” ไหล่ข้าจะทรุดแล้ว!


                เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ เสวี่ยซุนเป่าก็อดที่จะปรายตามองเขาไม่ได้ แวบหนึ่งนางเห็นสายตาดุดันมองต่ำลงมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นมองทางข้างหน้าก่อนจะเค้นเสียงในลำคอเบาๆ


                นางจึงอดไม่ได้ที่จะมองตามสายตาของเขาเมื่อครู่อย่างฉงน


                กางเกงยาวลากพื้นที่นางต้องยกชายมันขึ้นอย่างยากลำบากนั้นบัดนี้เหลือเพียงร่องรอยฉีกขาด ถึงแม้จะดูไม่เรียบร้อยเอาสักหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถูกฉีกจนเกินงาม แถมความยาวข้างที่เขาฉีกออกดูเหมือนว่าจะพอดีกับความสูงของนางเสียด้วย จะมีก็เพียงแต่ข้างที่นางเป็นฝ่ายฉีกเองเสียอีกที่ดูจะถูกฉีกออกมามากเกินไป


                ดูเหมือนว่าการนำเศษผ้าไปซับเลือดของเขา ทำให้อาภรณ์บุรุษชุดนี้ของนางจะทำให้เดินคล่องตัวขึ้นมากแล้ว


                ความเงียบโอบล้อมกายชั่วขณะ...จะมีก็เพียงแต่ใจดวงน้อยที่เต้นตึกตักอย่างเป็นจังหวะ ความอุ่นซ่านแผ่กลางใจอย่างไม่รู้ตัว


-------------------------------

มายาวววนิดนึง ฮิฮิ 

แผลจะติดเชื้อมั้ยนั่นน 5555

สนใจรูปเล่มสั่งจองกันได้นะคะ ><



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #45 usaonly (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 00:31

    อย่างน้อยเค้าก็อยู่ด้วยกัน ในป่า คงฝ่าฟันอันตรายออกไปค่ายได้นะ

    #45
    1
  2. #44 pu0506 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 22:19

    อยากอ่านอีกกกกกกกกกกก ยังไม่หายคิดถึงอ๋องสี่เลยอ่ะ
    #44
    3
    • 25 มิถุนายน 2562 / 19:19
      อีบุ๊คเข้าระบบแล้วค่ะ อิอิ >< (รอทาเมพอนุมัตินิดนึงง)
      อย่าลืมเก็บอ๋องสี่กลับบ้านไปด้วยนะคะ ฮ่าาา
      #44-1
    • #44-3 Paipai (จากตอนที่ 15)
      4 กรกฎาคม 2562 / 13:44
      พอดีพึ่งเข้ามาอ่านชอบค่ะ

      จองนอกรอบก้อไม่ทันแล้วทำไงดีอยากได้เล่มเก็บไว้ค่ะ^_^
      #44-3