ชายาบรรณาการ

ตอนที่ 1 : 第零章 : พยัคฆ์เมฆา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 337 ครั้ง
    14 ก.ค. 61

                เสียงอาชาควบม้าตะบึงเข้ามาในตลาดเจินเจินแห่งแคว้นถังเฟิ่งเร็วราวกับพายุโหมกระหน่ำ ร่างสูงตระหง่านในอาภรณ์สีดำขลับตวัดลงหลังม้าอย่างปราดเปลี่ยว ดวงตาดุจหงส์แฝงไปด้วยไอแห่งความดุร้ายราวพญามัจจุราชเดินตรงเข้ามาก่อนที่บุคคลรอบกายคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม


                “ใครเป็นคนสั่งเจ้าให้มาทำเช่นนี้”


                เสียงทุ้มต่ำเค้นลอดไรฟัน มองชายหนุ่มในชุดดำแนบกายเพื่ออำพรางตัวด้วยโทสะคุกรุ่น แผงภายในตลาดถูกทำลายจนผักปลากระจัดกระจายไปทั่ว มิหนำซ้ำข้าวของรวมไปถึงของสดของแห้งถูกปล้นไปมากมาย บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างหลบเข้าไปอยู่ในบ้านเพื่อเอาชีวิตรอด บ้างก็ได้รับบาดเจ็บจากของมีคม


                ชายผู้นั้นเพียงเงยใบหน้ามองพลางหัวเราะเสียงดัง มิได้สนใจเลยว่ารอบกายมีซากศพพวกเดียวกันเรียงรายตามทางยาว


                “ข้าเป็นเพียงโจรกระจอกที่ไร้เสบียงเลี้ยงชีพเท่านั้น”


                ซย่าเฉียวอี้มองคนตรงหน้าด้วยความนิ่งเฉย เหลือบมองอาวุธที่ถูกทหารกองรวมไว้ไม่ไกลนัก กระบี่เล่มสั้นถูกยกขึ้นมาพิจารณาด้วยคิ้วขมวด ปลายด้ามสลักตัวอักษรเล็กๆ ไว้ ย่อมเป็นสำนักที่คนผู้นี้ร่ำเรียนมาอย่างแน่นอน


                “เจ้ามีวิชาถึงเพียงนี้ เหตุใดต้องปล้นชาวบ้านด้วย”


                หรือจะให้พูดตามความจริงนั้นคือเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนมีวิชาเช่นนี้จะเป็นเพียงโจรกระจอกเท่านั้น คนที่ผ่านการจับดาบออกศึกมานับไม่ถ้วนเช่นเขามีหรือจะมองไม่ออกมาคนผู้นี้มีฝีมือยอดเยี่ยม แววตาแสนโอหังนั่นบ่งบอกให้รู้ว่ามิได้หวั่นเกรงต่อการกระทำของตัวเองเพียงสักนิด


                “หึ” ชายผู้นั้นสะบัดหน้าไปอีกทาง องครักษ์ที่อยู่ใกล้จึงอดโมโหไม่ได้ ดึงเชือกเนื้อหยาบที่ผูกรัดร่างกายสูงใหญ่จนมันแน่นเลือดซึม


                เสียงดึงดาบออกจากฝักข้างตัวทำให้ชายที่ทำท่าหยิ่งยโสเมื่อครู่หันมามอง เผลอแสดงสีหน้าตกใจเมื่อดาบปลายแหลมเปล่งประกายระยิบระยับด้วยแสงอาทิตย์ ร่างสูงใหญ่ที่ยืนบดบังทิวากรนั่นยิ่งดูโหดร้ายนัก


                “ดึงลิ้นของมันออกมา” ในเมื่อไม่อยากพูดก็อย่าได้พูดอีกต่อไป!


                “พ่ะย่ะค่ะ”


                องครักษ์ผู้หนึ่งรีบเข้ามาตรึงใบหน้าชายผู้นั้นอย่างกระตือรือร้น แววตาของคนถูกกระทำเลิ่กลั่กไร้ซึ่งความมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่


                “ท่านเป็นถึงจวิ้นอ๋อง รังแกคนมิมีทางสู้เช่นนี้คงถูกครหาเป็นแน่!


                ซย่าลู่หงกระตุกริมฝีปากเล็กน้อยคล้ายยิ้มครึ่งไม่ยิ้มครึ่ง


                “ดึงลิ้นออกมา”


                องครักษ์คนเดิมรับคำสั่งก่อนจะใช้มือล้วงเข้าไปในปากเจ้าโจรชุดดำที่เริ่มดิ้นไปมา หางตามองท่านอ๋องสี่ผู้ปกครองแคว้นถังเฟิ่งด้วยความลนลาน ได้ยินชื่อเสียงมาเนิ่นนานว่าคนผู้นี้ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก...แต่โหดเหี้ยมที่ว่า จะสักแค่ไหนกันเชียว?


                นิ้วเค็มๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเลือดคว้าสิ่งนิ่มๆ ได้ในโพรงปาก ชายผู้นั้นตัวสั่นงกๆ โคลงศีรษะไปมา


                จวิ้นอ๋องผู้นี้ทำจริง!


                “แม่ทัพเสิ่น...แม่ทัพเสิ่นพ่ะย่ะค่ะ”


                เสียงกระสับกระส่ายรีบโพล่งชื่อออกมาอย่างรวดเร็ว แม้น้ำเสียงจะดังยากไปบ้างเพราะลิ้นที่ถูกกระชากออกมาจากปาก แต่คนฟังได้ยินชัดเจนดี อดมิได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย


                ฉับ!


                “อ๊ากกกก”


                ลิ้นยาวๆ มีเลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดจนเปรอะเสื้อผ้าสีดำเป็นวง ชายผู้นั้นขยับตัวไปมาด้วยความเจ็บปวดพลางร้องโหยหวนอย่างน่าสงสาร ซย่าเฉียวอี้ปรายมองดาบที่เลอะเลือดจนไร้ประกายไป


                “ปล่อยมันกลับไป”


                “พ่ะย่ะค่ะ”


                ดวงตาดุทวีโทสะเสียหลายส่วน แม่ทัพเสิ่นผู้นั้นได้รับมอบหมายให้ดูแลชายแดนทางทิศเหนือของไห่หมิงร่วมสิบปี นับตั้งแต่ฮ่องเต้องค์ก่อนยังมีชีวิต หากแม่ทัพผู้นั้นคิดการกบฏคงมีกำลังฝ่ายทหารที่พร้อมรับใช้ไม่น้อย แต่นั่นมิได้ทำให้เขาเกรงกลัวสักนิด เลือดในกายกลับพลุ่งพล่านด้วยความกระหายเสียด้วยซ้ำ สามปีแล้วที่แผ่นดินไห่หมิงอยู่ในความสงบสุข เขาจึงได้แต่ประลองวิทยายุทธอยู่แต่ในจวนที่แสนน่าเบื่อ


                ที่แท้...สวรรค์เมตตาเขาแล้วใช่หรือไม่?


                แต่เหตุใดแม่ทัพเสิ่นถึงได้ก่อการกบฏเล่า...


                เมื่อได้รับอิสระ ชายผู้นั้นใช้ปิดปากตัวเองโดยเร็ว ความเจ็บปวดกระจายไปทั่วร่าง ความแค้นในใจยิ่งเพิ่มขึ้นสูง หากเขากลับไปหาเสิ่นกั๋วกงยามนี้ มิแคล้วต้องถูกตัดคอเป็นแน่ มิหนำซ้ำความหวาดกลัวเมื่อครู่ทำให้เขาพลั้งปากออกชื่อแม่ทัพเสิ่นเสียงดัง


                ชายผู้นั้นล้วงเข้าไปในเสื้อหวังหยิบยาพิษฝุ่นผงบรรจุอยู่ในขวด พิษชนิดนี้รุนแรงนัก เพียงแค่สูดเข้าไปลมหายใจเดียวหลอดลมก็จะถูกปิดกั้นแล้วตายไปในทันที ปรายตามองคนที่ทำให้เขา พิการแล้วดวงตาก็เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ แต่นึกไม่ถึงว่าเพียงหยิบขวดยาออกมาแค่นั้น อีกมือยังรั้งอยู่ที่ฝาขวด ดาบแหลมคมตวัดฉับกลับมาราวกับสายลม ศีรษะกระเด็นขาดไปข้างเท้าองครักษ์ทันที


                ให้กลับไม่กลับ เช่นนั้นก็อยู่เสียที่นี่


                ซย่าเฉียวอี้มองดาบในมือที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ครั้งนี้ของเหลวสีแดงสดอาบเต็มดาบจนไหลลงพื้น แถมเลือดยังกระเด็นมาถูกมือคร้ามแดดเล็กน้อย ได้ยินเขาทำเสียง เฮอะในลำคอเบาๆ แล้วโยนดาบไปยังองครักษ์ที่คว้าไว้แม่นยำอย่างรู้หน้าที่


                “จัดการให้เรียบร้อย”


                “พ่ะย่ะค่ะ”


                จวิ้นอ๋องไม่เพียงแต่ไม่ตอบรับคำขานขององครักษ์ แม้ใบหน้ายังไม่เหลือบมามองด้วยซ้ำ เห็นทีคงไม่ได้ยินเสียงตอบรับเขาด้วยกระมัง เห็นร่างของท่านอ๋องสี่กระโดดขึ้นม้าพลางควบออกไปเร็วไว เขาทำได้เพียงเก็บดาบนั้นอย่างระมัดระวังก่อนจะสั่งการเหล่าทหารที่เหลือให้จัดการ เก็บกวาดให้เรียบร้อย ส่วนเขาก็รีบคว้าอาชาที่ถูกผูกกับต้นไม้ใหญ่ควบตามท่านอ๋องไปอย่ารวดเร็วเพื่อทำหน้าที่สำคัญ


                ทำความสะอาดดาบแล้วส่งคืนจวนอ๋องภายในหนึ่งเค่อ...


                เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ภายในตลาดก็เหลือเพียงร่องรอยความเสียหายของแผงขายของ ไร้ซึ่งซากศพของเหล่าจอมโจรราวกับว่ามิเคยมีผู้บุกรุกมาก่อน



แว๊บมาเจิมเรื่องใหม่ค่าาา

สไตล์โหด มัน ฮาา >< สนใจแอดเฟบได้เลยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 337 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #3 Lyn_Madam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 21:26
    รอติดตามค่า
    #3
    1
  2. #2 pu0506 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 01:34
    รอตอนต่อไป
    #2
    0