Fic [exo x you] Zombie Hunt

ตอนที่ 4 : Section 3 : Period

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 ธ.ค. 57



Section 3 : Period 


            “เราจะไปไหนดีล่ะ

            คยองซูผู้เป็นคนขับรถเอ่ยถามขึ้น

            ขับไปเรื่อยๆนั่นแหละ เห็นสถานที่ใช้ได้แล้วจะบอก

            จงอินเป็นคนตอบ มือหนาประคองไหล่คนเมาความหวาดเสียวเอาไว้ไม่ให้หัวคะมำ เวลาแบบนี้ยัยเตี้ยตัวบางดูน่ารักกว่าทุกที สภาพะวกเขาราวกับคู่รักก็ไม่ปาน

            ยัยนั่นหลับแล้วรึไงน่ะ

            ชานยอลหลิ่วตาไปมองโซวอนที่ไม่หือไม่อือมาสักพักแล้ว

            ประมาณนั้น

            แฟนนายเหรอ

            “!!!”

            คำถามช็อกโลก!

            บอกตามตรงว่าในชีวิตคิมจงอินเคยใจเต้นกับผู้หญิงมาก็เยอะ เคยไปผจญภัยด้วยกันมาก็แยะ แต่ไม่เคยรู้สึกร้อนวูบวาบแบบนี้เลยให้ตาย...

            สำหรับผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันอ่ะนะ

            เปล่า เพิ่งเจอกันได้สองวัน

            แต่ดูสนิทกันเป็นบ้าเลยแฮะ

            นายหูกางยิ้มทะเล้น

            ฉันสนิทกับผู้หญิงได้สบายอยู่แล้ว

            แหม หัวอกเดียวกัน

            คยองซูขยิบตาให้ผ่านกระจกมองหลัง

            จงอินหยิบเป้ของตัวเองมาพาดตัก ก่อนจะจับให้หัวอีกฝ่ายหนุนลงไป มันคงจะสบายขึ้นน่ะนะ ชายหนุ่มเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเหมือนนึกอะไรได้

            พวกนายอายุเท่าไหร่กันบ้างน่ะ

            ฉัน 20 ส่วนไอ้เตี้ยที่ขับรถอยู่น่ะ 19

            ได้ยินแบบนั้นคนถามก็ได้แต่แอบหัวเราะ

            ฉัน 24 แก่สุดในกลุ่มอ่ะ

            ยัยนั่น...

            เท่าคยองซูนั่นแหละ

            ข้างหน้ามีหอดูดาวน่ะ

            หนุ่มร่างเล็กเอ่ยขึ้นขณะผ่อนความเร็วรถลง

            ท่าทางสูงดีใช้ได้ พักที่นั่นเอามั้ยล่ะ

            ชานยอลหันมาถาม ซึ่งจงอินก็แค่ยักคิ้วเป็นเชิงว่าตกลง ชายหนุ่มคว้าเอาชะแลงขนาดเหมาะมือขึ้นมา พร้อมมีดอีกเล่ม ดวงตาฉายแววจริงจังจนเป็นคนละคน

            ขอไปดูให้แน่ใจก่อน ว่าปลอดภัยแน่รึเปล่า

            ฉันไปด้วย

            ชายหนุ่มหูกางเป็นเอกลักษณ์ขยับตัว

            ไม่เป็นไรน่า

            เอาน่ะ! คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายนะเว้ย

            แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงเล่นๆ แต่แววตาเป็นประกายของชานยอลนั้นก็สื่อได้ถึงความจริงใจอย่างตรงไปตรงมา และนั่น...

            ตายมาไม่รับผิดชอบล่ะ

 

           

            เปลือกตาบางค่อยๆกระพริบ เมื่อรู้ตัวว่าเผลอปิดมันลงไปนานเพียงใด สัมผัสผิวที่นอนอันไม่คุ้นเคยทำให้ร่างเล็กผุดลุกขึ้นอย่างหวาดระแวง

            ตื่นแล้วก็รีบมาช่วยกันเคลียร์พื้นที่หน่อยเหอะแม่คุณ

            เสียงทุ้มของผู้ชายที่ตอนนี้เป็นเพียงเสียงเดียวที่จำได้ขึ้นใจเอ่ยเรียกอยู่ใกล้ๆ

            อืมๆ

            โซวอนยืนขึ้น ก่อนจะตรงไปยังทางที่เป็นต้นเสียง...

            ...

            ร่างกำยำของจงอินกำลังลากศพผีดิบโยนลงไปยังบ่อน้ำเสียด้านล่างอย่างขะมักเขม้น มันมีประมาณ 6 7 ศพเห็นจะได้ โดยที่ชานยอลกับคยองซูก็กำลังจัดสภาพบริเวณให้เรียบร้อยจนพอจะอยู่ได้

            โซวอนเดินไปยังห้องที่แง้มประตูเอาไว้ ก่อนจะพบว่ามันเป็นห้องน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือ...

            น้ำประปามันใช้ได้!!”

            หือ? จริงดิ!”

            จงอินถีบร่างสุดท้ายลงไปได้สำเร็จรีบรุดเข้ามาหา ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ ซึ่งพอมันอยู่บนใบหน้าคมเข้มที่ย้อมผมสีบลอนด์นั้นแล้วก็ยิ่งดูแบดบอยขึ้นไปอีก

            เหยด...ดีอะไรแบบนี้ว้า

            ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้วนะเว้ย แบบนี้มันสวรรค์โปรดชัดๆ

            คยองซูยิ้มทะเล้น เข้ากับใบหน้าน่ารักนั่นได้เป็นอย่างดี

            จัดทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเหรอ

            โซวอนหันไปถาม

            ครับบบบ                            

            งั้นพวกนายก็อาบเหอะ ตามสบาย

            เด็กสาวเดินละออกจากตรงนั้น พาร่างที่พึ่งตื่นของตัวเองไปพิงผนังด้านหนึ่งที่ถูกปูไว้ด้วยลังกระดาษอย่างเพลียๆ

            ได้ไงล่ะ เธออาบก่อนเลย Lady First ไง

            ฉันไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนหรอกนะ

            ...

            ไร้คำพูดใดๆ ชายหนุ่มทั้งสามมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

            ในกระเป๋าฉันน่ะ มีแต่อาวุธฆ่าผีนรกพวกนั้นเท่านั้นแหละ

            พูดจบก็หลับตาลงอย่างต้องการปิดบทสนทนา โดยไม่รู้ว่าหนึ่งในนั้นได้ตรงเข้ามาทรุดตัวลงตรงหน้า พร้อมนิ้วแกร่งที่บรรจงดีดหน้าผากนูนอย่างเน้นๆ

ปั่ก!!!

            โอ๊ย! อะไรของนายอ่ะ

            เด็กสาวลูบหน้าผากตัวเองพร้อมจ้องคนทำตาเขียว

            เอาของฉันไปใส่ก่อน จงอินแสยะยิ้ม ส่วนข้างในก็ทนๆใส่ไปละกัน เดี๋ยวฉันหามาให้วันพรุ่งนี้ สบู่อะไรคงไม่ต้องหรอกใช่มั้ย

            ตลกเหรอนาย? ใครเขาให้ผู้หญิงกับผู้ชายใช้ของร่วมกันมิทราบ

            เวลาแบบนี้อย่าเรื่องมากน่ะ

            ไว้รอพรุ่งนี้ละกัน

            ไม่มีทาง!”

            ชานยอลกับคยองซูเหลือบมองหน้ากันอย่างปลงๆ ไอ้ท่าทางแบบนั้นน่ะ ไหนไคมันบอกไงวะว่าไม่ได้เป็นแฟนกัน ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยเท่าไหร่เลยนะ

            น่าๆ ชิ้นในน่ะฉันมีติดในรถอยู่ สบู่อะไรนั่นก็ด้วย เดี๋ยวไปหยิบมาให้ละกัน

            พูดจบก็เดินเกาหัวลงไปชั้นล่าง

            มันมีของใช้ผู้หญิงติดไว้ทำไมวะ ของแม่มันเหรอ

            จงอินเลิกคิ้ว

            แม่ทูนหัวน่ะสิ

            เข้าใจล่ะ

 

            ทั้งสี่ผลัดกันอาบน้ำทีละคน โดยคนแรกก็หนีไม่พ้นโซวอนอยู่แล้ว เสื้อยืดสีดำตัวยักษ์ของจงอินกับกางเกงขาสามส่วนที่คยองซูเอามาให้มันทำให้คนตัวเล็กอดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ที่ต้องมาสวมอะไรที่ผู้ชายหามาให้แบบนี้ ร่างเล็กยืนเหม่อมองไปยังฟ้าไกลสุดปลายสายน้ำ ลมเย็นๆพัดโชยมาอย่างไม่รู้ทิศทาง

            ตอนนี้น่ะ เธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว...

            เธอมีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมาตั้งสามคนเลยนะ ถึงมันจะผิดช่วงเวลาไปหน่อยก็เหอะ แต่ถ้าไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เธอจะได้เจอคนพวกนี้หรือเปล่านะ

            ฉันมีเพื่อนใหม่...แล้วนายล่ะ มีใครอยากอยู่ข้างๆบ้าง...

            อนาคตที่นายอยากเห็นน่ะ มันคือแบบนี้งั้นเหรอ

            มือเรียวหยิบจี้ที่ห้อยคออยู่ขึ้นมามอง จี้รูปพระอาทิตย์ส่องสว่าง พร้อมรอยสลักด้านหลังที่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสวยงาม

            S.S.

            ตัวอักษรที่ย่อมาจากชื่อของคนสองคน

            คนที่เคยบอกว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป...

            คนทรยศอย่างนาย...ถึงตอนนี้จะตายแล้วรึยังล่ะ โอเซฮุน

            งึมงำอะไรอยู่คนเดียว

            ร่างเล็กสะดุ้งโหยงกับเสียงทุ้มๆที่ดังมาจากด้านหลัง จงอินอยู่ในชุดเสื้อแขนกุดสีดำกับกางเกงขายาวสีเดียวกัน แต่มันกลับทำให้เขาดูดีอย่างบอกไม่ถูก

            แอบฟังคนอื่นเนี่ยนะ มารยาทดีจังนายน่ะ

            ไม่ได้แอบ แต่มันลอยมาได้ยินเฟ้ย

            ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งตรงขอบหน้าต่างกว้าง ขณะที่เด็กสาวยังยืนมองไปข้างหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ในหัว ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ด้วยหรอก

            เราจะอยู่ที่นี่...อีกนาน

            ชายหนุ่มหันมาบอก

            ก็ดี

            โซวอนยังคงนิสัยพูดสั้นๆเหมือนเดิม ดวงตาสีดำสนิทข้างขวามองผ่านม่านฟ้ายามโพล้เพล้ ขณะที่ข้างซ้ายกลับมีสีเทาแปลกตาเหลือเกิน

            หืม? หันมานี่ดิ๊

หมับ!!

            “!!!”

            ร่างเล็กชะงักด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆชายหนุ่มก็ใช้ฝ่ามือใหญ่นั้นพลิกหน้าตัวเองให้หันมา ดวงตาสองสีเบือนมาสบกับดวงตาสีน้ำตาลคู่คมอย่างพอดิบพอดี มือที่หยาบตามแบบฉบับผู้ชายทั่วไปแตะที่หางตาของคนตัวเล็ก

            บ้าไปแล้ว!!!

พรึ่บ!    

            อะไรของนายวะ!!”

            โซวอนขมวดคิ้วถาม สีหน้าดูปกติมีเพียงสายตาที่ดูงุนงงปนหงุดหงิดหน่อยๆ

            ตาเธอ...ฉันเพิ่งรู้สึกว่ามันคนละสีกัน

            เหรอ

            เอาอีกแล้ว! หน้าตายอีกแล้ว!

            เธอช่วยเขินหน่อยไม่ได้รึไง

            ทำไมล่ะ

            กวนประสาทใช่มั้ย -_-

            เธอกำลังจ้องหน้ากับผู้ชายหล่อๆนะเฟ้ย

            มั่นหน้าเหลือเกินกู

            อ้อ...อย่างนายนี่คือหล่อสินะ

            ผลักคนตกตึกตอนนี้นี่ตำรวจคงไม่จับใช่ป่ะ

            ยัย...

            ถ้าคิดแล้วสบายใจ ก็แล้วแต่เหอะ คิมจงอิน

            มือบางตบไหล่ร่างสูงอย่างเห็นอกเห็นใจ(?)สองสามครั้ง ก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง ปล่อยให้คนโดนหลอกด่านั่งอ้าปากค้างพร้อมมือที่สั่นระริกอยู่ตรงนั้น

            อย่าเผลอโดนกัดนะยัยเตี้ย!!!

 

            มีไรเหรอโซวอน เดินมาถึงนี่

            ชานยอลเงยหน้าขึ้นถามคนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มตอนนี้ น่ารักอ่ะ

            หิว

            ชัด -_- ตรงประเด็นจ้า

            อ่ะ ขนมปังคัสตาร์ด นมด้วย

            ยื่นให้พร้อมรอยยิ้มยิงฟันครบสามสิบสองซี่

            ขอบใจ

            สั้นมากครับหนู เดินมาเพื่อขอแค่นี้แล้วจากไป

            นาย...อะไรนะ ดี-โอ...

            เด็กสาวหันไปหาเด็กหนุ่มที่มีอายุเท่ากัน แล้วนั่งลงข้างๆ

            โดคยองซูต่างหากเล่า

            เรียกยาก

            ฮะ? คือชื่อตูผิดรึ

            เอิ่ม...

            เรียกดีโอแทนละกัน เท่ดี

            เท่เนี่ยนะ

            แต่ไหนแต่ไรมีแต่คนบอกว่าคนอย่างเขาน่ะมันเหมาะกับบทมุ้งมิ้งหน้ารักตลอดเลยนะ เพิ่งจะมีคนมาบอกว่ามีชื่อเท่ๆก็ตอนนี้เนี่ยแหละ

            ควรดีใจป่ะวะ

            เฮ้ย อ้าวไคมานั่งนี่ดิ

            ชานยอลกวักมือเรียกจงอินให้มานั่งจับเข่าคุยกัน ไหนๆก็ได้เพื่อนใหม่กันทั้งที เรื่องอะไรจะให้ไอ้เตี้ยคยองซูได้คุยกับผู้หญิงสองต่อสองตรงหน้าเขาวะ

            แม่ง กูงอนว่ะสาด

            เราจะยึดที่นี่เป็นฐาน

            ชายหนุ่มผู้มีอายุมากที่สุดในกลุ่มเอ่ยเสียงเรียบ

            อืม

            เมื่อเห็นว่ามีคนเห็นด้วยจงอินจึงเริ่มพูดต่อ

            เราจะออกไปหาเสบียงกันทุกๆหนึ่งสัปดาห์ โดยต้องกะเอาไว้ให้พอกิน ไม่จำเป็นต้องอิ่ม การที่เราอยู่นอกเมืองแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะไม่มีคนอยู่ พวกผีเวรนั่นก็คงไม่มาเพ่นพ่านแถวนี้กันเท่าไหร่

            ก็ดีนะ ฉันว่าความคิดนายเข้าใจง่ายดี

            ชานยอลสนับสนุน

            อยู่กันหลบๆแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ เผื่อว่าไอ้พวกองค์กร ABC บ้านั่นจะได้ไม่มาวุ่นวายอะไรกับเราอ่ะนะ

            คยองซูเป็นฝ่ายเปิดปากบ้าง

            ...!!”

            สีหน้าของโซวอนดูไม่ดีเท่าไหร่ เวลาพูดถึงองค์กรสร้างผีนรก เหมือนกับตะกอนบางอย่างถูกกวนขึ้นมาเป็นพักๆพร้อมใบหน้าใครบางคน

            ได้ยินว่าพวกมันถูกนำด้วยคน 6 คน แล้วเหมือนจะอัจฉริยะมากๆด้วยนะ

            ดีโอยกนิ้วขึ้น

            อยากรู้เหมือนกันนะว่าพวกนั้นมันมีความแค้นฝังใจอะไรกับโลกนี้รึเปล่า มันถึงต้องทำอะไรเหี้ยๆแบบนี้ แต่ให้เดาคงไม่ใช่พวกบ้าบอคิดครองโลกแน่ๆล่ะ

            หนุ่มหูกางหัวเราะขำๆ

            แม่ง...น่าจะโดนแดกตายซะเองนะ

            จงอินเบ้ปาก

            พวกมันคง...ไม่สร้างซอมบี้ให้มากินตัวเองหรอกนะ โซวอนขยับปากเสียงแผ่ว พวกมันฉลาด พวกมันรอบคอบ และ...ทะเยอทะยาน อาฆาตจนน่ากลัว

            อะไรทำให้เธอรู้ขนาดนั้นล่ะ

            ชายหนุ่มผมทองเลิกคิ้วกวนๆ แต่ดวงตากลับนิ่งสนิทมองเข้ามาในแววตาไม่คงที่ของโววอนเหมือนจะคว้านให้ลึกลงไปในจิตใจ

            หึ... ริมฝีปากบางแสยะยิ้มโชว์เขี้ยว อดีตน่ะ

            ซึ่งเธอคงไม่อยากเล่าแหงเลย

            คยองซูยิ้มหวาน เรื่องเดาใจผู้หญิงนี่เขาถนัดนัก

            อืม...

 

ณ ใจกลางกรุงโซล

            บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ร่างปริศนาต่างทิ้งตัวพักอยู่ในมุมของตัวเอง ไม่มีทีท่าจะสนโลกที่เต็มไปด้วยเหล่าผีชีวภาพเดินดินเลยสักนิดเดียว

            เฮ้ ฮยองได้ยินมั้ยว่ามีคนในเมืองทางตะวันออกขี่แลมโบกินีหนีทหารของเรายังกะเรื่อง Death Race เลยอ่ะ

            ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลทองเอ่ยเสียงทะเล้น มือเรียวแกร่งยกนิ้วขึ้นมาประกอบฉาก

            เล่นแลมโบกินีเชียวเหรอ

            เสียงทุ้มดังตอบกลับมาจากมุมมืด

            ใช่ ทักษะการขับนะ แม่ง! อย่างเทพอ่ะจากใจเลย

            โธ่ ฮยองคนนี้เนี่ย พูดเกินจริงไปป่ะครับ

            อีกเสียงเอ่ยขึ้นกวน

            ให้ฉันเปิด VDO โชว์เลยมั้ยล่ะไอ้หนู

            คนโดนกระตุกหนวดหันไปแยกเขี้ยวใส่ไม่ต่างจากสุนัขดุๆตัวหนึ่ง

            ก็ดีนะครับ

            ให้สามคำ

            กวน ส้น ตีน!!

            ท่าทางจะเจอคนน่าสนใจแล้วสิ

            ผู้ฟังมาตั้งแต่ทีแรกเอ่ยปากขึ้น

            แค่ขับรถหนีเก่งมันไม่ได้น่าสนใจหรอกนะครับฮยอง แต่ว่าที่ผมสนใจน่ะคือคนในรถต่างหากว่ามีใครบ้าง จะอันตรายต่อเรามากน้อยแค่ไหนกัน

            คนเด็กกว่าเอ่ยบ้าง น้ำเสียงเลือดเย็นนั้นหากไม่ใช่พวกที่อยู่ด้วยกันมานานคงเย็นวาบน่าดู เสียงหัวเราะดังขึ้นต่อจากประโยคของเด็กหนุ่ม

            คนพวกนั้นมันทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอกน่า

            ประมาทไปก็ไม่ดีนะฮยอง

            นายดูระแวงเกินไปนะ นึกอะไรอยู่ล่ะไอ้มักเน่

            ชายหนุ่มที่พูดมากมาตั้งแต่แรกถามบ้าง

            เปล่าฮะ ผมแค่...คิดถึงใครคนนึงเท่านั้นเอง

            ใคร?

            คนที่ฝากรอยแผล...ไว้ที่คอผมตรงนี้ไงครับ

            มือหนาแตะแผลเป็นที่ลำคอของตัวเองเบาๆ ดวงตาเรียวรีร้ายกาจฉายแววกรุ่นขึ้นมายามนึกถึงเรื่องในอดีต นึกถึงตอนที่คน เคย เป็นเพื่อนใช้ของมีคมเงาปลาบตวัดลงบนลำคอของเขาหวังเอาให้ตายคามือ...

            ต้องการชีวิตรอด? หรือแค่เคียดแค้นในตัวเขา?

            อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน...

            รู้แต่เพียงว่า...มิตรภาพนับ 10 ปีของเขาและคนคนนั้นมันพังทลายโดยไม่มีชิ้นดี มันย่อยยับเกินกว่าจะสามารถปรับไปสู่จุดเริ่มต้นได้เหมือนเดิม

            หวังว่าคนคนนั้นจะยังมีชีวิตอยู่ล่ะ...

            หวังว่าคงไม่ตายก่อนจะได้เจอกับคนที่โดนด่าว่าชั่วช้าสามานย์อย่างฉันล่ะ...เพื่อนรัก...ไม่สิ...

            ตอนนี้ เปลี่ยนเป็น ที่รัก ทันรึเปล่านะ หึหึหึ

 

            หลับแล้วเหรอเนี่ย

            จงอินมองคนที่ขอมานอนข้างๆเขาแล้วถอนหายใจ ไม่เขาใจว่าทำไมวันนี้ยัยตัวแสบถึงได้ดูแปลกๆไป คิดๆแล้วก็แปลกตั้งแต่ตอนที่ช่วยเด็กคนนั้นไม่ทันแล้วล่ะ

            แววตาสั่นไหวตอนที่คยองซูพูดถึงองค์กรสร้างผีนั้นเขายังคงจำได้ มันดูหวั่นระแวงและมีแววหวาดกลัวอยู่ลึกๆ เหมือนกับตอนที่พูดกับเขาในวันแรกที่เจอกันไม่มีผิด หรือนั่นจะเป็นเหตุผลที่เธอจะคว้าเขาไว้กันแน่

            อมความลับชะมัดยัยนี่

            ชายหนุ่มเสยเรือนผมสีบลอนด์ของตัวเองขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบเอาซองบุหรี่สุดจะแพงของตัวเองออกมาจุดสูบ

            รสสัมผัสเย็นๆของบุหรี่ยี่ห้อนี้ทำให้เขาผ่อนคลายลงบ้าง ควันสีขาวอ่อนปนกลิ่นเมนทอลจางๆทำให้เขาไม่ได้รู้สึกแย่เท่าไหร่นัก ถึงได้ชอบยี่ห้อนี้ไงล่ะ

            Marlboro Ice blast...ไม่ยักรู้ว่านายชอบสูบมันด้วย

            ชานยอลเดินมาหยุดอยู่ข้างๆแล้วแบมือขอ จงอินหัวเราะหึ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากส่งบุหรี่ตัวหนึ่งให้คนเป็นเพื่อนใหม่

            คยองซูล่ะ

            นอนแล้ว เด็กมันก็ต้องพักผ่อนแบบนี้แหละ เหมือนยัยเปี๊ยกของนายไง

            ของกูที่ไหนวะ กูไม่คว้าเอาเด็กกะโปโล กวนส้นตีนวันละสามเวลาแถมดุยังกับหมา เย็นชาทุกนาทีแบบนี้มาเป็นเมียหรอก

            พูดแล้วก็พ่นควันออกมาอย่างหงุดหงิด

            อื้อหือ...แรงนะโว้ย ชานยอลแลบลิ้นกวนๆ กูพนันไว้เลยนะ ว่าอีกไม่นานเดี๋ยวมึงก็ต้องแดกน้ำลายตัวเองแน่ๆว่ะเพื่อนเอ๋ย

            ตลกเหรอวะ คนอย่างกูอ่ะนะ

            ใช่! คนอย่างคิมจงอินสุดหล่อคนนี้ไม่มีทางกลืนน้ำลายตัวเองแน่นอน

            เออ...ก็คนอย่างคุณมึงนี่แหละครับ

            มึงอยากแดกชะแลงของกูมั้ยครับ

            หันมาพร้อมสายตาเชือดเฉือนคนอายุน้อยกว่า แต่อาจหาญไม่เคารพ

            อุ๊บ...

            แกล้งปิดปากด้วยท่าทางน่าใช้บาทาลูบพักตร์จริงๆพับผ่า

            พรุ่งนี้มึงจะไปในเมืองกับกูมั้ยชานยอล เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้างงก็พูดต่อ ไปหาเสบียงมาตุนไง แล้วก็เอาของใช้มาเก็บไว้ด้วย

            ก็ไปดิวะ...ให้ไอ้โด้มันเฝ้าที่นี่กับยัยตัวเล็กไปก็ได้

            เห็นด้วยในทันทีที่รู้ว่าจะได้ออกไปฟัดกับผี -_-

            ยัยตัวเล็ก?

            โซวอนไงวะ กูเรียกเพราะเธอน่ารัก

            มึงไม่เคยได้ยินฝีปากยัยบ้านั่นสินะ

            เบ้ปากใส่พอเป็นพิธี

            โดนผู้หญิงน่ารักๆด่า กูว่าโคตรฟินนะเว้ย!”

            ชานยอล

            อะไร

            หูดำว่ะ...

            กูขอซูฮกมึงเลยครับ แม่ง! เด็ดกว่ากูอีก

 

            ร่างบางพลิกตัวกระสับกระส่าย

            ไม่ไหวแล้ว...

            ช่วยด้วย! จำได้ว่ากรีดร้องออกไปเสียงดังแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครมาช่วยเลยสักคนเดียว ไม่มีเลยสักคนจริงๆ...

            ของเหลวสีแดงฉานชโลมไล้ทั่วร่างเล็กๆนี้ มือบอบบางเต็มไปด้วยของเหลวคาวๆกรุ่นกลิ่นเหล็กนั้น อีกข้างหนึ่งกำสิ่งที่จำได้ว่ามันคืออาวุธเอาไว้แน่น

            ยัย...ทรยศ...

            คนตรงหน้าเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก

            ใครกันแน่?

            สาบาน...ว่า...สักวัน...ฉันจะเอาเธอมาอยู่แทบเท้าฉัน!!”

            ไม่รู้เพราะอะไรกันแน่ ที่ทำให้ร่างเล็กๆของเด็กคนหนึ่งวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต ปล่อยคนที่เคยเป็นเพื่อนให้จมกองเลือดอยู่ตรงนั้น

            ตายไปเลยได้มั้ยไอ้สารเลว!!

            ฉันกับนาย ใครกันแน่ที่ทรยศ

            โอเซฮุน!!!!

 

            มาแล้ว!!!! หายไปนานจนกลัวโดนเกิบแล้วอ่ะ

            ตอนนี้เรียกได้ว่าไม่มันเท่าไหร่เลย นอกจากเพิ่มปมให้เรื่อง

            ชื่อเซฮุนโผล่มาแล้ว ใครจะมาเป็นคนต่อไปน้อ

            ฝากติดตามด้วยเน้อ!



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

83 ความคิดเห็น

  1. #37 Fuji'Mk (@mn-eb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:30
    สนุกมากอ่ะ~ เเต่งดีมากเลยชอบเเนวนี้ๆๆ><
    #37
    0
  2. #19 Doyoonme (@kulapornaum) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 21:40
    จากกระประติประต่ออันหง้อยเเหง้ง หวังว่าเซฮุนคงไม่ได้เป็นหนึ่งในองค์กรเอบีซีนั้นน่ะ ,แต่เป็นก็ดี น่าสนุกดี 555 // ติดตามน่ะไรท์ ไรท์เก่งจุง
    #19
    0
  3. #9 Key_ (@i-love-min) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 03:14
    ต่อนะเค้าชอบ
    #9
    0
  4. #6 natthaporn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 17:12
    ุสู้ๆนะคะจะรอ
    #6
    0