Fic [exo x you] Zombie Hunt

ตอนที่ 3 : Section 2 : พันธมิตร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 พ.ย. 57



Section 2 : พันธมิตร
 

            “เราจะต้องหนีแบบนี้ไปอีกนานมั้ยวะ

            เสียงทุ้มๆของคยองซูเปรยขึ้นมา

            พวกเขาต้องอยู่อาศัยบนถนนร้างๆนี่อีกไปถึงเมื่อไหร่ เสบียงก็ชักจะไม่พอ ได้แต่กินกับนอนอยู่ภายในรถแพงๆนี่ มันน่าเบื่อ แต่ก็เข้าใจสถานการณ์อยู่หรอก

            ก็น่าจะรู้นะเว้ยว่ากูตอบไม่ได้น่ะ

            ชานยอลพูดเสียงยานคาง ชายหนุ่มได้แต่เอนตัวพิงเบาะรถแหงนหน้ามองท้องฟ้ายาวค่ำคืน ลมเย็นๆพัดผ่านมาจนเริ่มหนาวขึ้นเล็กน้อย

            กูล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ไอ้องค์กรห่านั่นมันต้องการอะไรจากสังคมวะ

            ไอ้ชาน! มึงก็ถามคำถามที่กูตอบไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ

            คยองซูประสานมือที่ท้ายทอย ดวงตามองไปยังทุ่งรกร้างด้วยสายตาอันเหม่อลอย ในหัวก็คิดถึงข่าวที่ถูกส่งเข้ามาในสมาร์ทโฟนของเขากับชานยอลเมื่อชั่วโมงก่อน มันเป็นคลื่นสัญญาณพิเศษที่แทรกเข้ามานั่งเครื่องมือสื่อสารได้อย่างน่าตกใจ

           

            สวัสดีมนุษย์ผู้ยังรอดชีวิตทุกคน ฉันจะขอประกาศจากองค์กร Excellent General King หรือที่อยากให้พวกแกจำไว้ว่า EGK ตอนนี้ระบบสาธารณูปโภคทุกอย่าง ตกอยู่ในการครอบครองขอพวกเรา ต่อจากนี้จะไม่มีเมืองใหญ่ๆ จะไม่มีมนุษย์อาศัยอย่างอิสระบนโลกนี้อีก และอย่าได้คิดแข็งขืนกล้ามีปัญหากับพวกเราโดยเด็ดขาด นับจากนี้เป็นต้นไป จงลิ้มรสความสิ้นหวัง ความไร้อิสรภาพ และความทุกข์ทรมานต่อไปซะ! มีอะไรฉันจะแจ้งอีกละกันนะ หึหึหึ

           

            เป็นการประกาศที่เหี้ยที่สุด!

            น้ำเสียงกวนประสาทแบบนั้นพวกเขาล่ะอยากเห็นหน้าไอ้คนพูดจริงๆ ถ้าหากเจอมันอยู่ตรงหน้าล่ะก็ จะกระทืบมันให้ตายคาตีนเลยคอยดูสิวะ!

            เซ็งว่ะ วันๆก็เอาแต่อยู่ที่เดิม ไม่ต้องทำห่าอะไรเลย

            ชานยอลบ่นอีกครั้ง

            กูจะพามึงเคลื่อนรถไปเรื่อยๆนี่แหละ แถมจะได้หาเสบียงมาตุนด้วย

            ชายหนุ่มร่างเล็กบอกกับเพื่อน ก่อนที่นิ้วเรียวจะกดปิดหลังคารถ แต่ก็ยังแง้มหน้าต่างไว้อยู่ดี มีรถหรูมันก็ดีอย่างนี้แหละนะ

            นอนเหอะ วันนี้เวรกูเฝ้า

            คยองซูพยักหน้ารับ ก่อนที่จะหลับตาลง ค่อยๆปล่อยให้ตัวเองดิ่งลึกลงสู่ห้วงนิทรา...

 

 

กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

           

            เสียงขู่คำรามที่ไล่หลังมา ทำให้สองร่างที่หลบหนีนั้นต้องพยายามเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีกทั้งๆที่เหนื่อยแถมยังเมื่อยขา ปวดจนเอ็นแทบขาดอยู่แล้ว แต่ก็รู้ตัวดีว่าหยุดวิ่งไม่ได้ จำนวนมันแตกต่างกันเกินไป ถ้าพลาดคือจบเกม!

            แม่งเอ๊ย! มาทางนี้

            มือหนากระชากแขนเล็กจนโซวอนตัวแทบลอยขึ้น จงอินพาโซวอนหักหลบเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง เลาะเลี้ยวไปมา ก่อนจะเข้าไปในบ้านที่ดูเหมือนจะร้างแบบปราศจากผู้อาศัย แต่ข้างในมีประตูแน่นหนา ชายหนุ่มปิดประตูรั้วเหล็กไว้แน่น โยนโครงเหล็กเก่าๆไปอีกทางเพื่อล่อให้ฝูงผีกินคนได้หลงทิศ ขณะที่ตัวเองก็เข้าไปหลบในบ้าน ลากโซฟาและตู้มาดันประตูไม้อีกชั้นกันเหนียว

            แฮกๆๆๆ

            ต่างคนต่างหอบด้วยความเหนื่อยล้า โซวอนไม่เคยวิ่งหนีหนักขนาดนี้มาก่อน เต็มที่แค่ไม่กี่สิบนาที แต่ตอนนี้มันกว่าครึ่งชั่วโมง

            คงไม่หอบ...จนช็อกตายหรอกนะ

            ปากของจงอินเริ่มทำงานในทันทีที่ตัวเองหายใจทัน

            เหอะ...แฮกๆ เด็กสาวยังคงหอบ ฉันยังไม่อยากโดนนายเอามีดนั่นแทงหัวหรอก

            เราคงอยู่ในนี้ได้อีกสักระยะ บ้านหลังนี้ฉันเคยเดินผ่านน่ะ มันโดนปล่อยให้ร้างมาตั้งนานแล้ว ก็เลยมั่นใจว่าไม่มีอะไรอยู่ในนี้แน่นอน

            ร่างกำยำเอนตัวพิงฝาผนังเอาไว้ ยกหลังมือปาดเหงื่อออกจากใบหน้าและลำคอ

            ก็ถือว่าโอเค...

            มือเล็กโยนขวดน้ำจากกระเป๋าให้อีกฝ่ายก่อนเพื่อแสดงน้ำใจ

            Thank you...

            ของเหลวใสไหลผ่านลำคอไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเจ้าของขวดยังไม่ได้แตะสักอึกจึงส่งต่อให้ โดยที่เด็กสาวก็คว้ามากรอกลงคอโดยไม่สนใจไอ้ทฤษฎีจูบทางอ้อมอะไรนั่นเลยสักนิดเดียว

            ดีนะที่นายถือสัมภาระมาด้วย ไม่งั้นแย่แน่

            ไอ้สัมภาระที่ว่าก็ไม่ได้มีอะไรมากมายหรอก ก็แค่อุปกรณ์ปราบผีดิบนิดหน่อย กับของกินแล้วก็ของใช้ส่วนตัวอีกไม่กี่อย่างอ่ะ

            ว่าแล้วก็ทำท่ายกกล่องสีเหลี่ยมสีน้ำเงินเล็กๆมาแกว่งตรงหน้าเด็กสาว

            เก็บไอ้ถุงยางนั่นซะ

            ยิ่งเห็นอีกคนหน้ามุ่ยเขาก็ยิ่งขำ โอ๊ย! ยกนี้ชนะว่ะครับ!

            หิวว่ะ ในนี้มีไรเหลือบ้างป่าววะเนี่ย

            ปัญญาอ่อนรึไง มันร้างมาตั้งนานแล้วนี่

            จะขัดทำไมนักหนาว้า!

            เธอนี่นะ...

            เอ้านี่! น่าจะพออยู่ท้องนะ

            ขนมปังไส้ฮอทดอกถูกโยนมาให้จนเกือบรับไม่ทัน จงอินตาลุกวาว ฉีกซองสีสวยนั้นออกก่อนจะยัดขนมปังเข้าปาก เห็นก็รู้แล้วว่าหิวจริงๆ

            เราต้องหนีแบบนี้สถานเดียวสินะ...

            โซวอนพูดขึ้น หลังจากที่นั่งลงตรงหน้าชายหนุ่มแล้ว

            ไม่มีทางอื่นนี่ อาวุธเราก็มีน้อย แถมยังมีอยู่แค่สองคนจะไปทำอะไรได้ล่ะ

            คิมจงอินเอ่ยตอบ

            ถ้าเราได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มอีกสักสองสามคนก็ดีน่ะสิ

            เธออย่าหาตัวถ่วงมานักเลยน่า

            จงอินลอยหน้าลอยตาพูด เอนตัวราบไปกับพื้น ใช้มือประสานรองท้ายทอยเอาไว้

            เหอะ ปากดี

            นอนไปเหอะน่า...เดี๋ยวฉันจะเฝ้าเธอเองเบบี๋

            จงอินดึงแขนให้คนตัวเล็กนอนลงข้างๆเขา ยื่นกระเป๋าเป้ของตัวเองให้เป็นหมอน ก็ไม่ได้คิดจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษอะไรนักหนาหรอก แต่ในเมื่อมีกันอยู่สองคนแล้วจะให้ทำยังไงได้ล่ะ

            วางแผนอะไรแผลงๆมั้ยเนี่ย

            ฉันจะไปทำอะไรเธอเล่า รีบๆหลับซะ เวลายิ่งมีน้อยๆอยู่

            ชายหนุ่มกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์

            โซวอนนิ่งคิดพักหนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆปรือตาลง เธอไม่ใช่คนที่หลับง่ายเท่าไหร่นัก ทุกครั้งที่หลับก็มักจะรู้สึกตื่นตัวอยู่เสมอ ซึ่งมันเป็นสัญชาตญาณของคนที่มีอาชีพแบบเธอ แต่ครั้งนี้...ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดวันนั้นกลับฉุดให้สติหลุดลอยได้อย่างง่ายดาย...

 

            ร่างสูงผุดลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจที่เป็นจังหวะของคนข้างๆ ริมฝีปากหยักลึกอมยิ้มนิดๆกับใบหน้าที่เหมือนเด็กสาวธรรมดาๆทั่วไปนั่น

            ใครจะไปรู้ว่าวางแผนฆ่าไอ้พวกผีเวรนั่นไปเป็นครึ่งร้อยแล้ว...

            อึก...ไม่...

            ร่างบางเริ่มกระสับกระส่าย เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มไหลอาบตามขมับละเมอพูดขณะที่ยังหลับตา มือเล็กๆกำแน่นเหมือนข่มอารมณ์บางอย่าง บางอย่าง...ที่จงอินรู้ดี...

 

            พี่สาวขาช่วยหนูด้วย ฮือๆๆ

            มือเล็กๆนั้นยื่นมาหาเธอ

            ยัยเตี้ยเอ๊ย! รีบวิ่งเร็วเข้า เราไม่มีเวลามาช่วยคนอื่นนะ!’

            เสียงใครอีกคนเรียกให้เธอหยุดชะงักกลางอากาศอันเคว้งคว้าง

            ฮือๆ หนูเจ็บฮือๆ กรี๊ดดดด! เขากัดขาหนู!! ช่วยหนูที!!”

            มือบางรีบเอื้อมไปข้างหน้าเพื่อที่จะช่วยเด็กน้อยคนนั้น ถ้าหากไม่มีมือโชกเลือดเต็มไปด้วยน้ำหนองพุ่งเขาคว้าแขนเธอไว้ซะก่อน

            อ้าวเหี้ยแล้ว!!’                                                                                                

            จงอินรีบวิ่งมาตัดมือของผีกินคนตัวนั้น ก่อนจะกระชากเด็กสาวออกไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่ใยดี

            พี่สาวคะ! พี่สาวววว!!!’        

            ไม่นะ...ฉันขอโทษ...

            ดวงตาเหลือกโพลงที่จับจ้องมาหาโซวอนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ปลายนิ้วขาวซีดที่เต็มไปด้วยของเหลวสีแดงนั้นเหยียดชี้มาข้างหน้า ปากขยับพะงาบๆ

            ทำไมพี่ไม่ช่วยหนู...ทำไม...พี่สาวแม่มด...ผู้หญิงใจร้าย...

            จู่ๆร่างที่นอนแน่นิ่งบนพื้นก็ลุกขึ้นมาคร่อมร่างโซวอนเอาไว้ด้วยแรงอาฆาต

            ทำไมพี่ไม่ช่วยหนู...ทำไม!!!!’

เฮือก!!!!

            โซวอนเบิกตาโพลง รู้สึกเปียกโชกไปทั้งตัว เหงื่อมากมายขนาดนี้ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน เด็กสาวหอบหายใจจนตัวโยน ราวกับไปวิ่งมาจากที่ไหนไกลๆ มือเล็กยกขึ้นกุมขมับซ้ำยังปวดหัวตุบๆกับความฝันถึงเหตุการณ์บ้าๆนั่น

            ยังคิดถึงเรื่องยัยเด็กนั่นอีกเหรอ

            เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้ๆจนโซวอนเงยหน้ามอง

            ฉันไม่เหมือนนายหรอกนะ

            เหอะ! รู้เหรอว่าฉันเป็นยังไงน่ะ

            ถ่อย...กวนตีน...

            ขอบคุณครับ แหม่

            เออขอบใจที่บอกตรงๆ

            กูขอยอมแพ้แล้วกัน

            ไม่เป็นไร

            เงียบต่อก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกแม่คุณ!

            จงอิน...

            อะไร เรียกซะขนลุก

            เจ้าของเสียงทุ้มกวนประสาทนั้นเลิกคิ้วขึ้น

            กี่โมงแล้ว

            อืม...ตีห้าห้าสิบละ ถ้าเธอยังไม่ตื่นก็กะว่าจะปลุกสัก 6 โมงน่ะ

            ...

            เออดี กลับเงียบแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ

            มีสาระเหมือนกันนะ นายน่ะ

            กูประมาทเกินไปจริงๆ -_-

           

 

            ไอ้กางตื่นดิวะ!!”

            คยองซูเขย่าร่างเพื่อนสนิทตัวเองให้ตื่นขึ้นมา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดนัก ก็ดูไอ้เปรตนี่สิ...ดูมัน!         

            อะไรวะ...

            ยัง...มันยังงัวเงียอีก!

            ไอ้เควี่ยที่ไหนมันบอกจะเป็นคนเฝ้ายามเมื่อคืนวะ!”

            กูเหรอ?

ผัวะ!!

            จัดการโบยกะโหลกเข้าให้ -_-

            ใครให้มันกวนประสาทหน้าตายแต่เช้า

            เชี่ยโด้! มันเจ็บนะโว้ย!”

            ชานยอลโวยวายเมื่อจู่ๆก็โดนประทุษร้ายโดยไม่มีเหตุผล(โคตรจะไม่มีเลยนะ)

            กูจะบอกว่า วันนี้เราต้องเสี่ยงเข้าไปหาเสบียงในเมืองข้างหน้านั่นว่ะ

            ...

            ...

            เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที ชานยอลถอนหายใจแรงๆเฮือกหนึ่ง ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าสีดำของตัวเอง คว้ามีดด้ามยาวขึ้นมา อีกมือก็หยิบปืนมาเหน็บที่เอวไว้

            เหอะ ทีอย่างงี้ไวจังนะมึง

            ดีโอแค่นยิ้มกวนประสาท เด็กหนุ่มค่อยๆออกรถไปยังเมืองข้างหน้าโดยที่ปากก็ยังคงเถียงกับเพื่อนสนิทของตัวเองอยู่อย่างนั้น นึกดีใจที่ไม่ได้อยู่คนเดียวในเวลาแบบนี้ มีเพื่อนน่ะ มันอุ่นใจที่สุด!

            ภาพตึกสูงระฟ้าปรากฏอยู่ไม่ไกล แลมโบกินี Urus แบบ 4 ที่นั่งมุ่งตรงไปอย่างช้าๆ สายตาของชานยอลกวาดมองภาพทั้งหมดแล้วอดผิวปากหวือไม่ได้

            แม่ง ยังกะในหนังเลยว่ะ

            สมจริงชิบหาย

            คยองซูได้แต่ตอบกลับแค่ปาก เด็กหนุ่มหักรถจอดลงที่ข้างฟุตบาทที่ห่างไกลจากฝูงผีดิบพอสมควร เขาต้องระวังทุกฝีก้าวไม่ให้มันจับเสียงของพวกเขาได้

            ตรงนั้นมีของกินขายว่ะ ตอนนี้กูห่วงน้ำมากกว่า

            เด็กหนุ่มหันมาออกความเห็นกับเพื่อน

            ยังไงก็น่าจะเหลือน่า ป่านนี้คงแทบไม่เหลือคนเป็นๆอยู่ที่นี่แล้วล่ะ

            ชานยอลตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนจะเดินลงจากรถ

            คยองซูได้แต่ส่ายหน้ากับความบ้าบิ่นและใจร้อนของเพื่อนตัวเอง มันก็เป็นซะอย่างนี้แหละไอ้เวรนี่อ่ะ ตั้งแต่เด็กยันโตก็ไม่เคยเปลี่ยนแนวคิดอะไรเลย

            แต่ก็นั่นแหละ ไม่งั้นก็ไม่ใช่ปาร์คชานยอลนี่นะ

           

            ร่างโปร่งทั้งสองย่องเงียบเข้าไปใกล้ร้านขายของที่หมายตาเอาไว้ ซึ่งตรงนั้นมีผีดิบตัวสองตัวเดินโววัดโซเซอยู่ตรงหน้าร้าน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันคือผีดิบเจ้าของร้านนั่นแหละ

            แหม่ ตายแล้วก็ไม่วายวนเวียนอยู่ที่ร้านเนอะ

            ไม่สิงร้านให้มันจบเลยล่ะวะ!

            ชานยอลกำมีดในมือแน่น ก่อนจะเข้าประชิดด้านหลังผีดิบตัวนั้นแล้วแทงมีดเข้าที่หัวมันจนมิดด้าม ยามที่คมเหล็กกล้าสีเงินถูกดึงออก น้ำสีแดงอมดำผสมไขข้นๆสีขาวปนเหลืองก็ทะลักออกมาด้วย ชายหนุ่มค่อยๆปล่อยให้ร่างของมันทรุดลงกับพื้นช้าๆ หันไปอีกทีก็เห็นเพื่อนรักของตนจัดการมันอีกตัวเรียบร้อยไปนานแล้ว เห็นหน้าอ่อนๆใสๆหวานๆนี่ประมาทไม่ได้นะครับทุกท่าน

            แม่ง! โหดกว่ากูอีกอ่ะคร้าบ

            ...

            ชานยอลพยักหน้าให้คยองซูเข้าไปหยิบของในร้าน ดวงตาคู่คมสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองไปรอบๆอย่างพิจารณา มันไม่มีเค้าเลยว่าจะมีคนรอดชีวิตอยู่ที่นี่ และถึงจะมีก็เถอะ พวกนั้นอาจจะกักตัวอยู่ในแหล่งกบดานชนิดที่ไม่กล้าออกมาเห็นแสงเดือนแสงตะวันเลยก็ได้

            ในเมื่อความตายมันรอคอยอยู่ข้างนอกขนาดนี้

            แรงสะกิดจากด้านหลังทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว ดีที่ไม่เผลอส่งเสียงอุทานออกมา ไอ้เตี้ยเอ๊ย! เท้าเบาชิบหายเลย

            ไปกันได้แล้ว...

            สายตาคยองซูบอกมาแบบนั้น

            ทั้งสองเดินชิดกำแพงไปเรื่อยๆ หากทุกอย่างเรียบร้อยพวกเขาก็จะปลอดภัย และตอนนี้ก็เหมือนทุกครั้ง เทพแห่งความโชคดียังคงเข้าข้างพวกเขา แต่ว่า...

            ไอ้คนสองคนที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ตรงรถพวกเขานั่นมันใครกันวะ!

 

 

            หูย...ใครมันโง่จอดรถแพงๆแบบนี้ค้างไว้เนี่ย

            เสียงใสๆของโซวอนเอ่ยสั่นๆเมื่อเห็นสิ่งตรงหน้า ตามสัญชาตญาณของหัวขโมยทั่วไปนั่นแหละ น้ำลายจะไหลแล้วแม่คุณเอ๊ย! มันใช่เวลาเหรอวะ

            จะทำอะไรก็ทำๆเหอะน่า เดี๋ยวมันก็แห่มาแทะหัวเธอหรอก

            จงอินอยากจิคราย กูร่วมทางอยู่กับคนแบบไหนวะเนี่ย

            แลมโบกินี Urus เชื่อดิว่าถ้ามีไอ้รถนี่ เราจะหนีไปไกลแค่ไหนก็ยังได้

            ว่าไปพลางยิ้มร่าไปพลาง

            เอาเข้าไป หน้าบานปานอ่านนิยายน้ำเน่าเต่าตุ่น

            เรอะ! เธอมีน้ำมันเป็นร้อยล้านลิตรเหรอ

            ...

            ให้มันได้อย่างงี้สิวะไอ้จงอิน!

            มึงจำไว้เลยนะว่ายกนี้มึงชนะอ่ะ!

            ก่อนอื่นต้องงัด

            ประโยคนี้ออกมาจากปากเด็กสาวที่ทุกคนบอกว่ามันน่ารักไงครับ -_-

            น่าจะทำตั้งนานแล้ว ลูบยังกะขอเลขอยู่ได้

            เผื่อได้เงินไปแลกกงเต็กเผาให้นายไง

            มันเอาคืนแล้วครับ พร้อมรอยยิ้มด้วย

            ขอบใจนะ ขอสักล้านนึง

            ถ้างั้น...

            หืม?

            จู่ๆคนที่กำลังกัดกับเขาอย่างเมามันก็เงียบเสียงลง ดวงตาสีดำสนิทยากต่อการอ่านใจนั้นมองผ่านไปยังด้านหลังเขาแล้วค่อยๆฉายแววแข็งกร้าวขึ้นมา แต่ยังไม่ทันหันหลังกลับไปมองอะไรต่อ สัมผัสร้อนผ่าวก็แตะเข้าที่กลางหัวด้านหลังเสียก่อน กลิ่นดินปืนจางๆลอยเข้ามากระทบประสาท เหอะๆชัวร์ครับ

            มีปืนจ่อหัวกูอยู่ด้านหลัง โคตรฟินเลยสัด!!

            พวกมึงเป็นใคร

            มาอีกละ คำถามสุดคลาสสิค

            คน...แบบพวกนายไง

            กูก็ตอบตามแบบกูล่ะวะ

            มายุ่งอะไรกับรถพวกกู

            ถามยัยนั่นสิ

            ดวงตาของผู้มาใหม่ทั้งสองตวัดไปมองร่างเล็กที่นั่งนิ่งอยู่ข้างประตูรถด้วยความเงียบ โซวอนเลิกคิ้วอย่างกวนประสาท ชวนให้เท้ากระดิกจริงๆ ถ้านี่ไม่ใช่ผู้หญิงน่ะนะ

            เธอ...

            ฉันก็กะอยากได้ยานพาหนะบ้างนี่ ว่าจะหนีไปอีกเมือง ใครจะรู้ล่ะว่าคนเป็นเจ้าของจะยังมีชีวิตอยู่น่ะ

            เด็กสาวตอบตามความจริง ไมได้สะทกสะท้านกับการมีอาวุธอันตรายจ่ออยู่ตรงหน้าเลยสักนิด เคยโดนตำรวจเล็งใส่หลายครั้งจนชินแล้วค่ะ

            อุปกรณ์พวกนั้น...จะงัดอยู่แล้วสินะ

            จะงัดรถแพงก็ต้องใช้อุปกรณ์ดีเป็นธรรมดา

            ชานยอลกระตุกยิ้มกวนเบื้องล่างเล็กน้อยแล้วหันไปส่งสัญญาณให้คยองซู

            ใจเย็นนะพี่ชาย ถ้าไม่ให้ พวกฉันสองคนจะยอมถอยก็ได้ แล้วก็ค่อยทางใครทางมันดีมั้ยล่ะ

            โซวอนพยายามพูดเสียงอ่อน

            นึกไม่ถึงแฮะว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอจะยังรอดอยู่นะ

            คยองซูพูดออกมาตรงๆ

            ถ้าแค่นี้ไม่รอด ฉันคงไม่มีชีวิตอยู่มาได้นับสิบปีหรอกน่า

            จะยังไงก็ช่างเถอะนะครับ ตอนนี้ช่วยหยุดเอาปืนจี้หัวกันสักที กูกลัวมันลั่นน่ะครับ แม่ง! ไม่ใช่ของเล่นนะครับ

            จงอินแทบจะโวยแหลกอยู่แล้วนะเนี่ย

            นายนี่พิลึกดีว่ะ ไม่กลัวตายรึไงปากแบบนี้

            ชานยอลแอบขำ

            เคยโดนกระทืบมาหลายครั้งแล้วล่ะ แค่นี้เด็กๆ

            แถมมันยังยิ้มซะภูมิใจอีกด้วย

            ปืนออโตเมติกถูกละจากศีรษะคนกวนส้น โดยที่พอเป็นอิสระปุ๊บมันก็บิดคอไปมาราวกับเมื่อยนักเมื่อยหนา

            ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันปาร์คชานยอล

            จงอินกับโซวอนมองหน้ากันอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

            ฉันโด คยองซู

            เออ ฉันไค ส่วนยัยนี่โซวอน

            พวกนายจะไปที่ไหนกันล่ะ ถึงอยากได้รถ

            คยองซูถามพลางเก็บปืนไว้เหมือนเดิม

            ไปเรื่อยๆแหละ ถ้ามีน้ำมันสักล้านลิตร

            อดแขวะคนข้างๆไม่ได้

            พวกฉันน่ะมีตุนไว้เพียบนะ น้ำมันอ่ะ

            ชานยอลบอก

            ไม่เห็นจำเป็นต้องบอกกันเลยนี่...

            จงอินเหลือบมองอาการยัยตัวเล็กด้านข้างเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายส่งยิ้มแสยะโชว์เขี้ยวให้ไอ้พวกนั้นเหมือนรู้ทันอยู่แล้ว

            อยากให้พวกฉันไปด้วยก็บอก

            โซวอนพูดเสียงทะเล้น ไม่ถนัดคุยเรื่องเครียดอ่ะบอกตรงๆ

            แสนรู้จังนะ

            แหม...นั่นมันข้อดีของฉันเลยล่ะ

            ไม่สะทกสะท้านหรอกชานยอลเอ๋ย...

            มึงอย่าคิดกวนตีนยัยเด็กนี่เลยกูขอเตือน

            พวกเราสองคนมีอาวุธกันแค่เท่าที่เห็น และลำพังสองคนฉันคิดว่าคงทำอะไรมากไม่ได้ ถ้ามีพวกก็คงจะอุ่นในขึ้นพอสมควรน่ะนะ

            คยองซูเป็นคนบอกความจำนง

            ถ้าพวกนายขับรถไปข้างหน้าก็อาจจะเจอคนอื่นก็ได้นะจริงป่ะ

            ในตอนนี้พวกฉันเจอกับเธอสองคน

            อะไรทำให้พวกนายชวนพวกฉันวะครับ จงอินถาม คิดดีรึยังที่ชวนพวกเราไปด้วยทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าพวกฉันเป็นคนยังไงกัน แล้วมีประโยชน์กับพวกนายแน่หรือเปล่า

            หึ... ชานยอลหัวเราะ โลกที่เปลี่ยนไปเป็นโลกสุดบัดซบแบบนี้ คว้าอะไรได้ก็ต้องคว้าไว้ก่อนล่ะ ถึงท่าทางของพวกนายจะดูเหมือนพวกซอมซ่อข้างถนน แต่ท่าให้เลือกระหว่างพวกซอมซ่อกับผู้ดีที่เหลือรอด ฉันเลือกพวกนายยังคุ้มกว่าเลย

            เหมือนจะชมเนอะ -_-

            จี๊ดเลย

            ชายหนุ่มเบ้ปาก

            แน่สิ... โซวอนเปิดปากบ้าง ฉันเป็นแค่หัวขโมยกระจอกแถวนี้ ส่วนหมอนี่...ก็แค่ช่างทาสี สกิลการเอาตัวรอดก็ไม่น้อยหน้าใครหรอกนะ

            เดี๋ยวดิ ใครเป็นช่างทาสีวะ

            นายไง

            ฉันเป็นนายแบบเว้ย! เคยเป็นน่ะเคยเป็น!”

            สภาพแบบนี้อ่ะนะนายแบบ บอกว่าเป็นช่างทาสีแถวบ้านฉันยังน่าเชื่อกว่าเลย

            มันกัดกันจนได้

            โอเค รู้สึกว่าเราเสียเวลามามากแล้ว ตกลงมั้ย

            ...     

            ...

            เงียบ

            ได้ ถ้างั้นไอ้โด้ เราไปกะ...

            ใครบอกจะไม่ไป!!”

            ทีอย่างนี้ล่ะสามัคคีชุมนุมกันเหลือเกิน

            งั้นก็เชิญ...

            คยองซูเปิดประตูรถโชว์ให้เห็นข้างใน และนั่นก็ทำให้พวกเขารู้สึกตงิดๆยังไงไม่รู้

            ...แม่งหรูสาส” จงอินเผยอปาก

            มือบางลูบไล้เบาะรถราวกับไม่เคยพบเคยเห็น ก่อนจะพุ่งเข้าไปนั่งโดยไม่ต้องรับคำเชิญชวน แถมยังกวักมือเรียกทั้งเพื่อนทั้งเจ้าของรถอีก

            มาเร็วดิจงอิน

            จงอิน?

            ชานยอลกับคยองซูมองหน้ากันอย่างสงสัย

            จงอินห่าไหนวะ

            กูเองแหละ

            สะดุ้ง!!!

            งั้นก็ไปกัน!!”

            ทั้งรถเริ่มเกิดความเงียบอีกครั้ง ยิ่งเวลาที่เจ้ากระทิงดุขับผ่านซากเมือง ความหดหู่ก็ประดังเข้ามาอยู่ไม่หยุด ศพเน่าเฟะตามข้างถนน พื้นตึก กำแพงตึกที่เต็มไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉาน กลิ่นอายแห่งความตายลอยเข้ากระทบโสตประสาททั้งๆที่ปิดหน้าต่างมิดชิดขนาดนี้ แต่ทว่าโล่งใจกันได้ไม่นาน...

            มาจากไหนกันวะ!”

            คยองซูสบถลั่นรถ หักเลี้ยวเข้าอีกซอยอย่างฉับพลัน

            โว้ย!!”

            คนที่อยู่เบาะหลังไหลไปชนกระจกจนหัวโน ขับประสาอะไรของมัน!

            ชิบหาย!!”

โครม!!!

            นี่มันสุดยอดยิ่งกว่าซิ่งฝ่านรก ผีดิบตัวไหนขวางหน้าก็โดนไอ้รถสุดแพงนี่ชนกระเจิงไปหมด แต่คราบเลือดชวนหดหู่นี่สิมันกระจายเต็มรถไปหมดแล้ว!

            มันสุดๆเลยเว้ย!!”

            ชานยอลหัวเราะร่าอย่างไม่ปิดบัง

            โรคจิตแน่ๆไอ้ห่าเนี่ย

            ยังไม่หมดเว้ยไอ้กาง!”

            คยองซูเบรกรถดริฟท์สะบัดท้ายไปกวาดผีดิบสองสามตัวให้ลอยขึ้น ก่อนที่จะพุ่งรถเข้าซอยอีกซอยไปด้วยความเร็ว สิ่งกีดขวางต่างๆนาๆไม่มีผลต่อเจ้ากระทิงเปลี่ยวและคนขับสุดบ้าระห่ำเลยสักนิด ทักษะเทพจนผู้มาใหม่ทั้งสองได้แต่นิ่งอึ้ง เกาะเบาะรถเอาไว้แน่นด้วยใจอันสั่นระรัว

            กูจะไส้ทะลักตายแล้วโว้ย!!!

            เอาล่ะ...จะทะยานล่ะนะ!!!”

            ห๊า!!!!”

            แม้แต่ชานยอลยังต้องเผลอร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ไอ้โด้มึง!!”

            ข้างหน้าเป็นถนนที่อยู่ต่ำกว่าเล็กน้อย ซ้ำยังมีเกาะกลางถนนขวางเอาไว้อีก หนุ่มน้อยหน้าใสก็ไม่สนใจ เหยียบคันเร่งมือก็ขยับเกียร์อย่างเมามันในอารมณ์ ก่อนที่จะ...

            แสรดดดดด!!!!”

            แลมโบกินีสีเหลืองสดสุดเท่ทะยานข้ามเกาะกลางถนนไปด้วยความหวาดเสียว ก่อนที่ส่วนหน้าจะลงกระแทกพื้นถนนได้แรงสุดๆ ท้ายรถสะบัดไปจนเกือบตกจากขอบข้างทาง ซึ่งคนขับมันก็ยังโชว์เทพด้วยการหมุนพวงมาลัยไว้แล้วเหยียบคันเร่งขับต่ออีกต่างหาก! แต่ว่าก่อนอื่น ช่วยดูพวกกูหน่อยได้มั้ย!

            วู้ว! พวกนายนี่เป็นตัวสร้างความมันจริงๆแฮะ

            หยุดนะ! มึงอย่ามายิ้มให้หน่อยเลย

            ความเร็วของรถเริ่มลดลงจนคงที่ ก่อนที่มือของชานยอลจะโบกเข้าที่หัวเพื่อนรักอย่างแรง แม้มันจะยังสั่นไปหน่อยก็เถอะ

            หัวใจกูแทบวายไอ้เตี้ย!!!”

            โอย...จงอินอ่า เวียนหัวจะตายอยู่แล้ว

            ...ขอลงข้างทางแป๊บดิ ฉี่กูจะแตกแล้วครับ

 

 

            มาแล้วกับตอนที่สอง ถูกใจกันมั้ยอ่ะ

            อาโด้จะระห่ำไปไหนค้า ได้พรรคพวกมาแล้วอีกสอง

            ไม่รู้คนต่อไปจะมาเมื่อไหร่เนอะ

            ยังไงก็ฝากด้วยเด้อ!!







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

83 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 มกราคม 2558 / 22:42
    อื้อหือออ อย่างกะฟาร์สห้า 55555555 โอ้ย มันส์หยดเลยจ้า สู้ๆ นะคะ
    #25
    0
  2. #18 Doyoonme (@kulapornaum) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 20:52
    เห้ย โด้ตัวเเค่นั้น โหดใช่ย่อย โซวอนร้ายกาจ 5555 // สนุกอ่ะ ชอบมากๆเลยไรท์ เก่งจัง ^_^
    #18
    0
  3. #8 Key_ (@i-love-min) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 03:05
    ลงต่อนะ เราชอบฮาดี
    #8
    0