[REPRINT] BREATHLESS [CHANBAEK]

ตอนที่ 4 : — BREATHLESS 3 : cigarette, eyes, skin & you [150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 297 ครั้ง
    30 ธ.ค. 61

 

 

— BREATHLESS 3 : cigarette, eyes, skin & you

 

 

 

 

“เพิ่งจะแยกกันไม่นาน เจอกันอีกแล้วนะ” แบคฮยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้โทน ทักคนตัวสูงที่เอนกายนอนราบบนขอบตึก ทิ้งศรีษะไว้บนท้องแขน และกำลังทิ้งสายตาทอดมองผืนฟ้าสีม่วงอ่อนที่ระบายปนกับสีส้มเข้มด้านบน

 

ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว

 

ทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ชานยอลก็ละสายตาจากท้องฟ้ามามองร่างบางที่กำลังเดินเข้ามาแทน แบคฮยอนเลือกที่จะนั่งพิงผนังปูนไม่ไกลจากขอบตึกที่คนตัวสูงนอนอยู่นัก

 

ยังอยู่ในระยะสายตา และยังคงอยู่ในระยะสี่ฟุต

 

“ไม่อยากอยู่บ้านน่ะ แล้วเราล่ะ.. อ่า แล้วนายล่ะขึ้นมาบนนี้ทำไม” ชานยอลเผลอหลุดพูดสรรพนามบางคำที่ใช้เรียกคนที่อายุน้อยกว่าไป สรรพนามนั้นถูกเปลี่ยนอีกครั้งหลังจากร่างสูงตระหนักถึงสิ่งที่เคยคิดไว้ว่าไม่อยากให้แบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองเป็นรุ่นน้อง ชานยอลชันกายลุกออกจากขอบตึกก่อนจะเปลี่ยนมานั่งข้างๆแบคฮยอนแทน

 

ระยะห่างสี่ฟุตถูกลดลงอีกครั้ง

 

“เหตุผลเดียวกับที่เคยขึ้นมาบนนี้ตลอด” แบคฮยอนบอกแบบนั้นแล้วคว้าบุหรี่หนึ่งมวนออกมาจากกระเป๋าของฮู้ดตัวใหญ่ที่ตัวเองใส่อยู่ ชานยอลเลิกคิ้วเพราะคำตอบกำกวมที่ได้ยินนั่น

 

“เหตุผลเดียวกับนายนั่นแหละ” แบคฮยอนเอ่ยคลายความสงสัยให้อีกครั้ง

 

ฝ่ามือเล็กป้องบังลมอยู่ที่ปลายบุหรี่ กดจุดไฟแช็ค สูดนิโคตินเข้าปอดก่อนที่จะพ่นกลุ่มควันสีหม่นออกมา กลิ่นเย็นๆลอยคละคลุ้งอยู่รอบกายกลืนไปกับมวลอากาศ ชานยอลมองริมฝีปากบางที่คาบบุหรี่นั้นก่อนแบคฮยอนจะหันมาทางเขา และยื่นบุหรี่อีกมวนมาให้

 

ชานยอลคาบมันไว้ และเขานึกขึ้นได้ว่าแบคฮยอนลืมให้ไฟแช็คมา ดวงตาคมกลับมาจดจ้องที่คนข้างกายแต่ดูเหมือนแบคฮยอนจะไม่รู้สึกตัว ลูกแก้วสีน้ำตาลทอดมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายว่าควรจับจ้องที่ใด

 

เป็นตอนนั้นนั่นเองที่ระยะห่างไม่เกินสี่ฟุตนั่นถูกลดลงอีกครั้ง

 

ชานยอลกดหน้าลง เอียงปรับองศาให้บุหรี่ที่คาบไว้ชนกับปลายบุหรี่ของแบคฮยอนพอดี ก่อนความร้อนที่ปลายมวนจะเริ่มส่งผ่านไปถึงมวนของชานยอลก็เป็นตอนที่แบคฮยอนได้สติพอดีว่าคนตัวสูงกำลังทำอะไร เช่นเดียวกันกับนัยน์ตาสีอ่อนจากแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบก็เริ่มรู้สึกว่าจุดหมายที่ควรจับจ้องอยู่ที่ใด

 

มันจับจ้องอยู่ที่ดวงตาคมแทนที่จะผละออกไป

 

แบคฮยอนควานหาไฟแช็คในกระเป๋าฮู้ดและยัดมันลงในมือของชานยอล ร่างสูงข้างกายจึงผละออกไปใช้ไฟแช็คจุดบุหรี่อีกรอบแทน ความร้อนที่ปลายบุหรี่ของแบคฮยอนไม่เพียงพอที่จะจุดบุหรี่อีกมวนได้ ร่างบางคีบแท่งนิโคตินออกจากปากก่อนจะพ่นเกลียวควันออกมาอีกครั้งพร้อมๆกับชานยอล

 

แน่นอนว่าสารที่ใช้ทำลายปอดนี่มันทำให้หัวโล่งได้ดีพอๆกับเวลาที่ชานยอลมองท้องฟ้าราวๆชั่วโมงเลยทีเดียว

  


 

เงียบกันไปสักพักใหญ่ๆจนชานยอลเกือบจะคิดว่าเป็นเพราะร่างเล็กไม่ชอบการกระทำที่เหมือนจะล้ำเส้นเกินไปของเขารึเปล่า กระทั่งแบคฮยอนเป็นคนเปิดบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง

 

“นายจะเรียนต่อมหาลัยอะไร มีอยู่ในใจไหม” กลิ่นเย็นๆลอยเคล้าไปกับคำถามที่ร่างบางเอ่ยปากถาม เพราะแบคฮยอนยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนต่อที่ไหน อีกไม่นานก็จะเปิดเทอมม.ปลายปีสามแล้ว คงต้องมีคำตอบให้ตัวเองบ้าง

 

“ยังไม่รู้เหมือนกัน ก่อนจะย้ายมาคิดที่จะเข้าไปเรียนในDC แต่พอย้ายมานี่แล้วก็คงต้องเปลี่ยน ยังมีเวลาคิดอีกปีนึง”

 

“นึกว่าปีการศึกษาต่อไปนายจะต่อมหาลัยซะอีก” แบคฮยอนเลิกคิ้วฉงน

 

“เปล่าหรอก ฉันขึ้นปีสาม ต่อที่ไฮสคูลกลางใจเมืองนั่นแหละ”

 

“อืม..ที่เดียวกันสินะ” หลังจากคนตัวเล็กข้างกายว่าจบ ชานยอลก็ผินหน้ามาหาก่อนจะจุดยิ้มบางๆขึ้น แบคฮยอนที่ตอนแรกมองตรงไปข้างหน้าก็ผินหน้ากลับมามองคนตัวสูงเช่นกัน ริมฝีปากบางยกยิ้มเล็กน้อย “เตรียมของเรียบร้อยรึยัง”

 

“ติดต่อกับทางโรงเรียน แล้วก็เตรียมแค่เครื่องแบบไว้น่ะ พวกอุปกรณ์ยังไม่ได้ซื้อ”

 

“ไปซื้อสิ” ดวงตาเรียวรีสบกับดวงตาคมตรงๆ

 

“หื้ม?”

 

แล้วผินใบหน้ากลับมามองตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง

 

“ก็เดี๋ยวไปด้วยกัน” แบคฮยอนพูดแล้วส่งบุหรี่ที่คีบไว้กับมือเข้าปากก่อนจะปล่อยเกลียวควันสีหม่นพร้อมกับกลิ่นเย็นๆของแท่งนิโคตินให้แทรกซึมเข้าไปคละเคล้ากับมวลอากาศ

 

รวมถึงโอบล้อมกายพวกเขาทั้งคู่ให้อบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บของเย็นวันหนึ่งในช่วงปลายฤดูหนาวอีกด้วย

 

 


— BREATHLESS —

 

 


            เกือบจะเที่ยงวัน ผู้โดยสารบนรถบัสคันใหญ่ค่อนข้างบางตาคงเป็นเพราะผู้คนต่างก็ออกไปทำงานกันตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว ชานยอลกับแบคฮยอนนั่งอยู่ท้ายคันใกล้ๆกับประตูเพื่อความสะดวกตอนลงเมื่อถึงที่หมาย

 

            วันนี้ชานยอลมาซื้ออุปกรณ์การเรียน และแบคฮยอน..

 

            ก็เดี๋ยวไปด้วยกัน

 

          แบคฮยอนมาด้วยกันกับชานยอล

 

            ประตูบัสเปิดออกเมื่อถึงสถานีหนึ่งย่านใจกลางเมืองหลังจากการเดินทางออกมาจากบ้านของพวกเขากินระยะเวลาราวๆครึ่งชั่วโมง แบคฮยอนเดินนำคนตัวสูงลงมาก่อนที่ช่วงขายาวจะก้าวขึ้นมาขนาบข้างบนฟุตปาธด้านที่ติดกับถนน ทำให้คนตัวเล็กต้องขยับเข้าไปชิดด้านในอย่างช่วยไม่ได้

 

            “ที่เรากำลังจะไปคือร้านขายเครื่องเขียนรวมถึงอุปกรณ์การเรียนอื่นๆ เป็นร้านใหญ่สุดในย่านนี้ อยู่ตรงหัวมุมตึก ถัดไปอีกสองบล็อคจากป้ายบัส เผื่อนายจะมาครั้งหน้า” แบคฮยอนว่า

 

            “ถ้าฉันหาไม่เจอล่ะ มีร้านอื่นอีกไหม”

 

            “ร้านอื่นๆก็มี แต่ราคาต่างกันมาก ถึงยังไงนายก็ไม่มีทางหาไม่เจอแน่ ลืมร้านอื่นไปเถอะ”

 

            “หืม ทำไมล่ะ” ชานยอลหันไปถาม ก่อนจะได้รับคำตอบด้วยการพยักเพยิดหน้าไปทิศทางด้านหน้า ร้านค้าขนาดใหญ่ภายในบรรจุไปด้วยอุปกรณ์การเรียนนานาชนิดล้อมด้วยกระจกใสตัดกับผนังตึกสีแดงสดอยู่ห่างไปไม่กี่เมตร

 

          ไม่มีทางหาไม่เจอจริงๆด้วยแฮะ..

 

 

 

            ฝ่ามือใหญ่หิ้วถุงพลาสติกใบใหญ่สองใบก่อนแบคฮยอนจะยื่นมือมาช่วยถือ เมื่อชานยอลบอกว่าไม่เป็นไรคนตัวเล็กก็ผินหน้ากลับไปมองทางเหมือนเดิมหลังจากนั้นมือเรียวก็ฉกฉวยถุงพลาสติกในอุ้งมือชานยอลไปหน้าตาเฉย

 

            ร่างสูงชะงักก่อนหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อตนหันไปมองแบคฮยอนแล้วพบว่าคนตัวเล็กยกยิ้มมุมปากอยู่

 

            จริงๆเลย

 

            ชานยอลได้ทั้งสมุดที่ซื้อมาแบบโหล เครื่องเขียนอีกสี่ห้าอย่าง รวมทั้งกระเป๋าที่ใช้ไปโรงเรียน คงมีแค่นี้แหละมั๊ง ถ้าขาดเหลืออะไรค่อยมาซื้อกับแบคฮยอน.. อ่า ค่อยมาซื้อใหม่ก็ได้

 

            เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้วแบคฮยอนจึงเดินนำคนตัวสูงแวะเข้าร้านเบอร์เกอร์เพื่อหาอะไรใส่ท้องเป็นมื้อกลางวัน ทั้งคู่เลือกโต๊ะในสุดที่ไม่ติดกระจกเพราะต่างก็ชอบความเป็นส่วนตัว ถุงใส่ของที่ซื้อมาวางไว้ข้างกายก่อนจะออเดอร์รายการอาหารแบบไม่เปิดดูเมนูเสียด้วยซ้ำ

 

            ไม่นานนักก็ได้เบอร์เกอร์ชุดใหญ่ ของกินเล่นอีกอย่างสองอย่าง พร้อมกับน้ำอัดลมวางอยู่ตรงหน้า พวกเขาเริ่มลงมือทานทันที เดาได้เลยว่าคงไม่มีใครหาอะไรลองท้องตอนเช้าก่อนออกมาแน่ๆ เบอร์เกอร์ถูกจัดการจนหมดตามด้วยเฟรนช์ฟรายส์และนักเก็ตที่ลดระดับความเร็วของการรับประทานลงมา เมื่อเริ่มอิ่มท้องจากจานหลัก ของกินเล่นก็กินได้แบบเรื่อยๆจนเวลาล่วงเลยมาชั่วโมงกว่า บทสนทนาถูกต่อเติมประปรายอย่างไม่รีบร้อน

 

            “จะซื้ออะไรอีกรึเปล่า” แบคฮยอนว่าพลางเช็ดมือเช็ดปากให้เรียบร้อย

 

            “วันนี้น่าจะแค่นี้หละ”

 

            “งั้นก็กลับกันเลยนะ” ชานยอลพยักหน้าก่อนทั้งคู่จะไปจ่ายเงินในส่วนของตัวเองแล้วเดินออกมาจากร้านไปป้ายรถเมล์ตรงข้ามกับป้ายเดิมที่ลง

 

            การเดินทางไป-กลับแทบจะเหมือนเดิมทุกอย่าง ต่างกันตรงที่ขากลับคนในรถเยอะกว่าขามาอยู่มากจนพวกเขาต้องยืนท่ามกลางผู้โดยสารที่ค่อนข้างจะเบียดเสียด ใบหน้าของแบคฮยอนอยู่ช่วงใต้ปลายคางของชานยอลพอดิบพอดี ฝ่ามือเล็กกำห่วงยึดเกาะบนเพดานบัสไว้แน่นแต่ผู้โดยสารที่เบียดเสียดไม่เอื้ออำนวยนัก คนตัวสูงคว้าฝ่ามือของแบคฮยอนลงมาจากห่วงนั่นก่อนจะเปลี่ยนที่ยึดจับของคนตัวเล็กให้เป็นแขนเสื้อโค้ทตัวยาวของเขาแทน

 

            นัยน์ตาสีอ่อนช้อนสบกับดวงตาคม กระพริบถี่เมื่อเดินกลุ่มคนด้านหลังเบียดมาอีกครั้งพอดีกับที่รถเบรก แบคฮยอนเซไปด้านหน้า ฝ่ามือกำโค้ทของร่างสูงแน่นหากแต่มันไม่ได้ช่วยในการทรงตัวอีกต่อไป น้ำหนักทั้งตัวของแบคฮยอนถูกถ่ายเทไปให้คนตัวสูงที่ยืนหันหน้าเข้าหากันอยู่ ชานยอลที่กลัวว่าจะเสียหลักกันทั้งคู่จึงคว้าเอวบางเข้ามากอดไว้ก่อนจะกระชับห่วงบนเพดานบัสแน่นแล้วกางขาออกอีกนิดให้เป็นท่ายืนที่มั่นคงพอ

 

            ใบหน้าหวานแนบลงช่วงไหปลาร้าของชานยอลพอดี คนตัวเล็กกว่ากระพริบตาถี่ๆอีกครั้ง หัวใจที่เต้นผิดไปจังหวะหนึ่ง อาจจะด้วยอารามตกใจ

 

            แบคฮยอนกำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของชานยอลอย่างสมบูรณ์แบบ

  

 

— BREATHLESS —

 

 

            เมื่อบัสจอดที่ป้ายรถของวิลเลจแล้ว แบคฮยอนเดินนำลงมาก่อนเหมือนเดิม เหตุการณ์บนบัสทำให้ความเงียบนำทั้งคู่มาส่งถึงที่บ้าน บอกลาเพียงเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายเข้าบ้านกันไป

 

            แบคฮยอนรู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ บางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเขา เขาไม่รู้ว่าทำไมระหว่างทางเดินกลับจากป้ายบัสมาถึงที่บ้านเราไม่คุยอะไรกันเลย ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าแบคฮยอนก้มมองปลายเท้า นับจังหวะก้าวของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อเหมือนอยากให้ถึงบ้านเต็มทีทั้งที่ชานยอลทำท่าจะเอ่ยปากคุยอยู่หลายครั้ง แต่ที่ไม่พูดอะไรออกมาเพราะท่าทางของแบคฮยอนเหมือนไม่อยากเปิดบทสนทนา

 

            เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงมีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นกับก้อนเนื้อในอก แม้เป็นเพียงชั่วครู่ แต่มันเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง แน่นอนว่าแบคฮยอนต้องรู้สึกได้

 

            เขาไม่รู้ว่าทำไมยังรู้สึกว่าสัมผัสร้อนๆของฝ่ามือใหญ่นั่นเหมือนจะประทับอยู่ที่บั้นเอวเขา ไม่หายไปสักที

 

            และเขาไม่รู้ว่าชานยอลจะมีความคิดบ้าๆนี่อยู่ในหัวเหมือนเขารึเปล่า

 

            อึก อ๊ะ อ๊ะ คุณคะ ด..เดี๋ยวลูกก็กลับมาแล้ว อ่ะ อื้อ

 

            ท่อนขาเรียวที่กำลังจะก้าวถึงชั้นสองในอีกไม่กี่ขั้นบันไดชะงักกึก ความคิดในหัวเมื่อครู่แตกกระเจิงไม่เป็นท่าเมื่อได้ยินเสียงของมารดาเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนที่อยู่ใกล้กับบันไดที่สุด

 

            อ่าห์ ขยับขาอีกหน่อย ซี๊ด

 

            ตามมาด้วยเสียงผู้ชายที่เขาคุ้นเคยตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ เสียงของพ่อเลี้ยงที่ไม่เคยได้รับคำว่าพ่อจากเขา และเสียงหยาบโลนของกิจกรรมรักอีกมากมายที่แทบจะทำให้แบคฮยอนก้าวขาไม่ออก ดวงตาเรียวรีเริ่มแดงก่ำ ฝ่ามือกำเข้าหากันแน่นจนสั่น แบคฮยอนค่อยๆหันหลัง ก้าวเดินลงจากบันไดช้าๆ

 

            เขาไม่ได้ต้องการมาเจออะไรแบบนี้ ไม่เคยต้องการมาตั้งแต่ต้น

 

            สุดท้ายร่างบางก็พาตัวเองออกมาจากบ้านหลังนั้น บ้านที่อบอวลไปด้วยความรักของแม่กับผู้ชายคนอื่น ผู้ชายที่ไม่ใช่พ่อของเขา

 

ยามนี้แบคฮยอนไม่รู้เลยว่าจะไปที่ไหน รู้เพียงแต่ว่าเขาไม่อยากกลับบ้าน อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ สองขาก้าวเดินออกมาพ้นหน้าบ้านของตัวเองก็ทรุดลงนั่งกับพื้นที่เย็นชืด ชั่วจังหวะหนึ่งที่ภาพของดาดฟ้าแว้บเข้ามาในหัว แต่แบคฮยอนไม่มีกระจิตกระใจที่จะพาตัวเองเดินไปอีกสองบล็อกเพื่อไปถึงที่ตึกร้างนั่น ก่อนที่นัยน์ตาอ่อนแสงจะหันไปสบกับร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าบ้านและเพิ่งเห็นแบคฮยอนเช่นกัน

 

ชานยอลเดินเข้ามาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆแบคฮยอน ความเงียบยังคงโอบล้อมมวลอากาศหนักอึ้ง ฝ่ามือใหญ่ประสานบีบกันแน่น ดวงตาคมแดงก่ำไม่ต่างจากแบคฮยอนนัก

 

“ไม่อยากเข้าบ้านล่ะสิ” เสียงทุ้มเอ่ยพร่าสั่นทั้งๆที่ยังก้มหน้ามองมือของตนที่บีบกันแน่นอยู่อย่างนั้น

 

“อืม เหมือนกันอีกล่ะสิ” แบคฮยอนตอบ ก่อนทั้งคู่จะเงยหน้าขึ้นให้สายตาสื่อสารแทนคำพูด แบคฮยอนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชานยอลทั้งๆที่เพิ่งแยกกัน แต่ก็คงเจอเหตุการณ์แย่ๆไม่ต่างกันกับเขา เสียงหวานเอ่ยอีกครั้งพร้อมกลั้วหัวเราะสมเพชตัวเองที่ไม่มีสิทธิ์ไปไหนไกลกว่านี้ “อยากย้ายบ้านชะมัด ฮะๆ”

 

ชานยอลทอดมองไปรอบกายที่ความมืดเริ่มโรยตัวเข้ามาพร้อมกับฟ้าครึ้มๆก่อนจะหยุดอยู่ที่บ้านด้านหลังของพวกเขา บ้านหลังกะทัดรัดที่คั่นกลางระหว่างบ้านของชานยอลและแบคฮยอน “งั้นก็ย้ายบ้านกัน”

 

 

 

 

หลังจากปีนรั้วเข้ามาแล้วหาทางเข้าบ้านกันอยู่นานเพราะประตูด้านหน้าถูกล็อคแน่นหนา ชานยอลก็พบว่าหน้าต่างของครัวทางด้านหลังบ้านชำรุด พวกเขาจึงเข้ามาทางนั้น เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างถูกผ้าสีขาวคลุมไว้ ของใช้จำเป็นครบครัน และฝุ่นค่อนข้างน้อยทีเดียว พวกเขาคิดว่าส่วนกลางของวิลเลจที่ดูแลการซื้อ-เช่าบ้านทุกหลังในวิลเลจนี้คงเตรียมไว้รวมถึงการส่งคนมาทำความสะอาดทุกเดือนเพื่อเป็นบ้านพร้อมอยู่รอผู้อาศัยคนใหม่

 

ชานยอลเดินขึ้นบันไดเพื่อไปสำรวจห้องข้างบน บ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นครึ่งจึงไม่ค่อยแปลกใจนักว่าจะเจอห้องนอนเพียงหนึ่งห้องที่เป็นห้องใต้หลังคากับพื้นที่โล่งๆเล็กน้อยที่หน้าบันได แบคฮยอนเดินตามขึ้นมาก่อนทั้งคู่จะเข้าไปในห้องนอน

 

ที่นอนขนาดสามฟุตครึ่งวางติดกับพื้น มุมห้องเป็นตู้เสื้อผ้าไม่สูงนักข้างกันเป็นโต๊ะเขียนหนังสือเข้าชุดกันกับเก้าอี้ แบคฮยอนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าขนย้ายหมอนหนึ่งใบกับผ้านวมหนึ่งผืนออกมาในขณะที่ชานยอลสลัดผ้าคลุมเตียงออกให้ร่างบางได้วางเครื่องนอนลง

 

“จะนอนที่นี่จริงๆใช่ไหม/จะนอนที่นี่จริงๆ..” ทั้งคู่หันมาถามคนตรงข้ามแทบจะพร้อมกัน

 

“มันอาจจะไม่สะดวก แต่ฉันไม่อยากกลับบ้านจริงๆ” แบคฮยอนว่า

 

“ฉันกลัวนายจะไม่สะดวกต่างหาก ฉันน่ะนอนได้ทุกที่อยู่แล้ว แค่ไม่กลับบ้านก็พอ”

 

“ฉันไปนอนโซฟาข้างล่างดีกว่า นายจะได้นอนที่นี่” แบคฮยอนว่า เขารู้สึกเกรงใจชานยอลแม้ร่างสูงจะไม่ใช่เจ้าของบ้านแต่ชานยอลก็เสนอความคิดและพาเข้ามาในบ้านหลังนี้ แบคฮยอนทำท่าจะออกไปจากห้องถ้าไม่ติดที่คนตัวสูงเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

 

“ไม่เป็นไรน่า ข้างล่างมันหนาว หมอนผ้าห่มไม่มี ใช้ไฟใช้น้ำก็ไม่ได้ พวกแมลงรบกวนอีก” แบคฮยอนคิดตาม จริงอย่างที่ชานยอลว่า พื้นที่ห้องโถงค่อนข้างโปร่งทั้งยังมีหน้าต่างที่ชำรุดคงหนาวมากหากมีแค่เสื้อผ้าที่ใส่ติดกายแม้จะเป็นเสื้อผ้ากันหนาวก็ตามที และถ้าพวกเขาใช้ไฟฟ้าใช้น้ำ เจ้าหน้าที่ส่วนกลางคงมาไล่ตะเพิดแน่ถ้าถูกเช็คได้

 

“อยู่ในห้องนี้ถึงจะหนาวไม่ค่อยต่างจากข้างล่างแต่อย่างน้อยก็หนาวน้อยกว่าแถมมีหมอนมีผ้าห่ม ถึงจะเปิดไฟไม่ได้ยังไงก็ไม่มีแมลงมารบกวนอยู่แล้ว ฉันว่าเรานอนด้วยกันที่นี่น่าจะโอเคกว่า”

 

“อ่า.. อือ” แบคฮยอนพยักหน้าในที่สุด ก่อนจะนั่งลงบนเตียงขยับเข้าไปจนชิดด้านที่ติดผนัง ชานยอลนั่งลงตาม จัดหมอนที่มีใบเดียวนั้นไว้ตรงกลางก่อนจะค่อยๆล้มตัวลงนอนโดยที่หันหลังชนกัน หนุนศรีษะที่ปลายหมอนคนละด้าน ผ้านวมผืนใหญ่ถูกยกขึ้นมาคลุมกายทั้งคู่ไว้ให้พ้นจากความหนาวเย็น แต่กายที่อุ่นขึ้นไม่ได้ทำให้ใจที่เย็นชืดมีความเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิด พวกเขายังคงหนาวสั่นอยู่ภายในใจปล่อยให้ความเย็นกัดกินก้อนเนื้อในอกไปเรื่อยๆ

 

ความเหนื่อยล้าทั้งกายทั้งใจเป็นตัวส่งให้พวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรา แม้แต่ละคนจะมีความคิดร้อยพันในหัว แต่กลับหลับได้สนิทกว่าที่บ้านของตัวเอง ชานยอลไม่ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะความหวาดระแวงว่าสักวันเขาจะตื่นขึ้นมาในบ้านที่ว่างเปล่าไร้เงาคนเป็นพ่อเป็นแม่ แบคฮยอนไม่ต้องหวาดกลัวว่าตัวเองจะได้ยินเสียงบทรักของผู้เป็นแม่กับชายอื่นหรือได้ยินเสียงสะอื้นของตัวเองกระทั่งเวลาหลับเหมือนแทบทุกคืนที่อยู่บ้านของตน บ้านหลังนี้เหมือนเป็นเกราะคุ้มกัน เป็นเซฟเฮ้าส์ เป็นความสุขเล็กๆในช่วงระยะเวลาสั้นๆที่อยู่ท่ามกลางความทุกข์ใจที่ล้อมรอบติดรั้วทั้งสองฝั่ง

 

 

           

เกือบจะเป็นที่ที่สบายใจที่สุดพอๆกับดาดฟ้าหากไม่ใช่การที่เช้านี้แบคฮยอนลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าริมฝีปากของเขาคงสัมผัสเข้ากลับปลายคางชานยอลเป็นแน่และริมฝีปากของชานยอลต้องสัมผัสกับจมูกของเขาแน่ๆหากขยับตัวตอนนี้ แสงอาทิตย์อ่อนๆสาดส่องรำไรเข้ามาผ่านหน้าต่างขนาดเล็กที่เปิดแง้มไว้เพียงนิดเมื่อคืนเพื่อถ่ายเทอากาศ

 

แบคฮยอนงอแขนเข้าชิดอกของตัวเองยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อโดนรั้งเข้าไปชิดจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดอยู่บริเวณสันจมูก ร่างกายแนบชิดและอวัยวะบางส่วนบนใบหน้าที่เฉียดสัมผัสผะแผ่วกันไปมาทำให้คนตัวเล็กกว่าต้องกลั้นหายใจก่อนจะตัดสินใจซุกหน้าลงที่ต้นคอของชานยอลเพื่อหลบเลี่ยง

 

ร่างบางใจเต้นแรงด้วยเหตุผลที่(คิดเอาเองว่า)เพราะกลัวชานยอลเข้าใจผิด เพื่อนชาวเกาหลีคนเดียวของเขาที่นี่มาผิดใจกันเรื่องแบบนี้คงไม่เข้าท่า คนตัวเล็กลืมแม้แต่เรื่องทุกข์ใจของตัวเองที่พบเจอมาเมื่อวานด้วยซ้ำ เขากำลังขอให้ชานยอลอย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาตอนนี้เพราะเขาจะเป็นคนเอาตัวออกไปจากอ้อมกอดนี้เอง

 

แต่โชคไม่เข้าข้างเขามาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แน่นอนว่าการกระทำของแบคฮยอนทำให้คนตัวสูงตื่นขึ้นมาเพราะสัมผัสยุกยิกในอ้อมกอดและบริเวณต้นคอ ดวงตาคมค่อยๆปรือขึ้น หรี่ตาเล็กน้อยเพื่อปรับรับกับแสงในห้อง ก่อนจะลืมขึ้นเต็มตาเมื่อเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าคนที่ถูกท่อนแขนของตนกกกอดไว้นั้น..

 

ชิท.. ไอ้ชานยอล โว้ยยย นี่ไม่ใช่ที่ห้องตัวเองนะเว้ย!

 

ชานยอลได้แต่สบถกับตัวเองในใจก่อนจะค่อยๆปล่อยอ้อมกอดออกให้ร่างบางเป็นอิสระ ลมหายใจร้อนที่รดต้นคอชานยอลเมื่อครู่ห่างออกไป ก่อนที่ชานยอลจะพบกับดวงตาใสๆของคนตัวเล็กกำลังจ้องกลับมา

 

“คือ..” ชานยอลเปรย

 

พวกเขากำลังคิดว่าเพราะอุณหภูมิของช่วงเช้าที่เย็นจัดพอๆกับช่วงกลางคืนต้องทำให้ใบหูขึ้นสีเป็นแน่ แต่มันต้องรู้สึกเย็นจัดเพราะอากาศสิไม่ใช่รู้สึกร้อนวูบแบบนี้

 

ชานยอลเลียริมฝีปากที่แห้งผากก่อนจะเอ่ย

 

“ข ขอโทษที ฉันติดหมอนข้าง”

 

 

 

— BREATHLESS —

           

พี่เขาติดหมอนข้างค่ะ /ทำหน้าใสซื่อ

สกรีมได้ที่แท็ก #หายใจลำบากชบ

TW : @withbona

ขอบคุณที่ติดตามงับ




B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 297 ครั้ง

2,119 ความคิดเห็น

  1. #2104 ` peachypeach (@monkieztam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 09:15
    ฮืออออ ดีมากอ่าาอากาศหนาว แต่ทำให้รูเสึกอบอุ่นมันเป็นงี้สินะ
    #2104
    0
  2. #2063 R-E-N-E (@R-E-N-E) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 16:22
    -งงงงงงงงงงง มันดีมากกกกกก
    #2063
    0
  3. #2052 614L1485 (@b0461cy_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:21
    บนบัสดีมากๆๆๆๆๆ
    #2052
    0
  4. #2029 โอ้วเซฮุน (@MbloodN) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 19:46
    ติดหมอนข้างจริงอะ สงสารทั้งคู่เลย ปัญหาครอบครัวเป็นอะไรที่ใหญ่มากจริงๆ นิสัยทั้งคู่ก็มาจากสิ่งๆนี้ใช่มั้ย
    #2029
    0
  5. #1967 bAbyBaeK_CBC (@bAbyBaeK_CBC) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 20:44
    รีปริ้นตอนไหนอ่าาาาาา
    #1967
    0
  6. #1949 Kily (@sirikornboo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 00:38
    มันดีจังอะว้อยยยยยย
    #1949
    0
  7. #1915 makeky~ (@kewmake) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 11:41
    ติดหมอนข้างจริงรึ
    #1915
    0
  8. #1893 gift_tyr (@gift_tyrDek59) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 07:34
    ตอนนี้นี้ติดหมอนข้าง ต่อไปอาจจะติดแบคฮยอน น่อวววว
    #1893
    0
  9. #1879 tuntiiz (@tuntiiz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 18:48
    ติดหมอนจริงๆหรออออ
    #1879
    0
  10. #1858 Kaisoo1234 (@Kaisoo1234) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 20:00
    แงงงงง คุงแม่ เค้านอนกอดกานนนนนนน
    #1858
    0
  11. #1812 CBforever (@CBforever) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 13:53
    มีความไม่ชอบบ้านทั้งคู่ แอบเริ่มใจเต้นกันแล้ว มีความอบอุ่นหน่อยๆนะนี่
    #1812
    0
  12. #1784 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 13:31
    มีความน่ารัก
    #1784
    0
  13. #1782 Browniepsry (@Browniepsry) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 13:13
    จริงหราติดหมอนข้างใช่หราาาาอิอิ
    #1782
    0
  14. #1629 PPLOYPOLY (@ppchanyeol61) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 14:22
    ชานยอลคงจะไม่ติดหมอนข้างหรอกมั้ง5555
    #1629
    0
  15. #1160 ❤ Little "B" ❤ (@khainoy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 20:55
    มันอบอุ่นแบบหน่วงๆ
    #1160
    0
  16. #1141 bibimbua (@bibimbua) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 18:08
    โอ้ยยยยยยยย น่ารักกกกก
    #1141
    0
  17. #1069 Poppiesvanillie (@wholese) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 21:52
    ฮืออ อะไรคือติดหมอนข้างอะชานยอล ติดอะไรกันแน่ คืออยากกอดใช่มั้ยย
    #1069
    0
  18. #988 bsunn (@bsunn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 17:21
    เกลียดทำมาเปงติดหมอนข้างงงง /เหรอออ
    #988
    0
  19. #987 bsunn (@bsunn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 17:21
    โอ๊ยยยยยยยครอบครัวมีปกทั้งคู่เลออออ แต่พ่อแม่รักลูกก้โอเคอยู่ กลัวใจจจ
    #987
    0
  20. #887 thenungning (@thenungning) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:12
    จากโลเคชั่นที่ใช้บรรยายเรื่อง เราคิดว่าที่นั้นน่าจะไม่มียุงน้า
    #887
    1
    • #887-1 bonalism (@bonalism) (จากตอนที่ 4)
      9 มกราคม 2561 / 23:02
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะง้าบบ แต่เค้าเสิร์ชดูแล้วว่าที่อเมริกาก็มียุงน้า บางที่ ฤดูร้อนจะเยอะกว่า ฤดูหนาวจะน้อยลง-ไม่มีเลย ในเรื่องเป็นฤดูหนาว แต่ที่บรรยายแบบนั้นเพราะอยากให้สอดคล้องกับการที่ในบ้านใช้ไฟฟ้าไม่ได้ พอมืดๆยุงก็จะมา ประมาณนี้ค่า เลยขออนุญาตไม่แก้ไขน้า ขอบคุณที่ให้คำแนะนำและติดตามนะคะ <3
      #887-1
  21. #868 DECEMSine (@sine_decem) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 13:57
    ชอบความรู้สึกนี้จัง
    #868
    0
  22. #723 DBK1802 (@DBK1802) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 02:54
    ชอบตอนนี้จังเลยค่า มีโมเมนท์กะเขาแล้ว เย็นเนิบนาบแบบสบายฟีลกู๊ดก็ดี /มองข้ามปมทั้งคู่ไปก่อน จะได้ฟินที่เขากอดกัน 5555 //อ๋อ มีคำผิดด้วยนะคะ ตรงคำว่า เข้ากลับ ต้องเป็นเข้ากับ นะคะ
    #723
    0
  23. #648 Fahttcysn (@Fahttcysn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 16:16
    หูยๆๆๆๆ ใจหนูววววว
    #648
    0
  24. #594 Byun-Baekhyunee (@Byun-Baekhyunee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 23:45
    เปลี่ยนจากหมอนข้างเป็นแบคอ่ะดีแล้ววว><
    #594
    0
  25. #543 areenachesani (@areenachesani) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 09:00
    แอ้ะ ติดหมอนข้างซะด้วยยย
    #543
    0