[REPRINT] BREATHLESS [CHANBAEK]

ตอนที่ 2 : — BREATHLESS 1 : beer, sky, 4 feet & you [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 401 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

 

— BREATHLESS 1 : beer, sky, 4 feet & you

 

 

 

 

 

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่ได้รู้จักกับเพื่อนร่วมประเทศบ้านเกิด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบคฮยอนและชานยอลเดินลงมาจากดาดฟ้าของตึกร้างและกลับบ้านด้วยกัน

 

และมันทำให้ทั้งคู่รู้ว่ามีเพียงบ้านหลังกะทัดรัดที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คนอาศัย คั่นกลางระหว่างบ้านของพวกเขา เพราะครอบครัวชานยอลที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ต้องการบ้านที่มีพื้นที่กว้างให้สุนัขตัวโตได้วิ่งเล่นจึงไม่ได้เลือกซื้อบ้านหลังที่ติดกับบ้านของแบคฮยอน ซึ่งแน่นอนว่าบ้านของแบคฮยอนก็มีพื้นที่ไม่น้อย จึงไม่ได้เลือกซื้อบ้านหลังกะทัดรัดสีอ่อนนั่นตั้งแต่แรก มันถูกทิ้งให้ว่างเปล่ามานานแล้ว

 

ชานยอลหยุดยืนไขประตูรั้วเหมือนเดิมเมื่อบ้านเขาถึงก่อน ในขณะที่แบคฮยอนเดินเอื่อยๆต่อไป

 

เป็นแบบนี้บ่อยครั้งแต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยต่อจากหกประโยคตั้งแต่ที่เจอกันวันแรกนั้น ไม่รู้เพราะว่าพูดไม่เก่งกันทั้งคู่ ปรับตัวไม่เก่งกันทั้งคู่ หรือเริ่มต้นใหม่ไม่เก่งกันทั้งคู่

 

หากแต่วันนี้มีบางอย่างแปลกไป

 

แบคฮยอน

 

?

 

“อือ” คนตัวเล็กกว่าหันกลับมา ฝ่ามือเรียวสอดอยู่ใต้กระเป๋าเสื้อฮู้ดสีเข้มเหมือนเดิม แต่ขยับเข้ามาใกล้ชานยอลอีกก้าวหนึ่ง

 

“กินพิซซ่าไหม”

 

?

 

“หมายถึง.. เราจะสั่งมากินด้วยกันคืนนี้”

 

“อ่า” ชานยอลมองใบหน้าเรียบนิ่งของคนตัวเล็กกว่าที่ครางรับในลำคอ

 

การมีเพื่อนย่อมดีกว่าอยู่แล้ว เขาคิดว่าควรจะเริ่มทำความรู้จักแบคฮยอนไว้บ้าง

 

แต่ถ้าไม่อยากรู้จักกันก็ไม่เป็นไร ชานยอลกำลังจะเปิดประตูรั้วเข้าบ้านอยู่แล้วเพราะแบคฮยอนที่ตอบแค่นั้นกำลังหมุนตัวกลับไปทางบ้านของตัวเอง

 

“รอสิบนาที กลับไปบอกที่บ้านก่อน” ประโยคนั้นจากคนที่หันหลังเดินไปก็ทำให้ชานยอลหยุดยืนรออยู่หน้าบ้านจนได้

 

 

 

— BREATHLESS —

 

 

 

“พ่อแม่ไม่อยู่หรอ” เป็นแบคฮยอนนั่นเองที่เปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน เพราะตั้งแต่เดินตามชานยอลเข้ามาจนถึงสวิตช์ไฟที่ร่างสูงเพิ่งกดเปิดไปนั้น ก็ยังไม่เห็นใครอยู่ในบ้านเลยสักคนนอกจากตัวพวกเขาเอง

 

“อ่า คืนนี้ไม่อยู่ พาโกลเด้นไปหาหมอในเมือง ค้างในเมืองเลยนั่นแหละ”

 

“โกลเด้น?

 

“หมาที่บ้านฉันเลี้ยงไว้น่ะ พาไปผ่าตัดทำหมัน”

 

“อ่อ”

 

ชานยอลเดินนำขึ้นมาชั้นสองของบ้าน ป้ายหน้าประตูไม้สีขาวนวลที่เขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษไว้ว่า 'PCY' ถูกผลักเปิดเข้าไป ห้องนอนขนาดพอๆกับห้องของแบคฮยอนปรากฏสู่สายตา เตียงนอนห้าฟุตวางติดพื้นกับกองผ้าห่มสีเทาเข้มที่กองอยู่ปลายเตียงถูกชานยอลจัดการลวกๆเคลียร์พื้นที่ให้เขาได้นั่งบนฟูกนุ่มๆ มือใหญ่คว้าเอาโทรศัพท์ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหมอนออกมากดเบอร์พิซซ่า

 

เป็นพวกไม่ชอบพกโทรศัพท์เหมือนกันกับแบคฮยอนสินะ

 

เมื่อชานยอลกดวางสายไป ดวงตาเรียวรีก็อดจะมองตามคนตัวใหญ่ไม่ได้ ท่อนแขนยาวเอื้อมคว้าเปิดตู้เย็นขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะเตี้ยๆไว้สำหรับวางทีวี ก่อนจะหยิบเบียร์เย็นจัดออกมาเปิดแล้ววางไว้ตรงหน้าแบคฮยอน

 

“หืม? ไม่ดื่ม?” ชานยอลที่นั่งอยู่บนพื้นพรมสบตาถามกับแบคฮยอนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกนอนขนาดห้าฟุตของเขา

 

“เปล่าๆ”

 

“ก็เห็นมองไม่วางตาอย่างเดียว ไม่แตะเลย นึกว่าไม่ดื่มแอลฯซะอีก”

 

“แค่กำลังสงสัย”

 

“ว่า?

 

“อายุนาย”

 

“18”

 

“..อ่า” ชานยอลคงเป็นพี่เขาไม่กี่เดือนล่ะมั๊ง

 

?” คนตัวสูงส่งสายตาเป็นเชิงถามแบคฮยอนบ้าง

 

“กำลังจะ18” 

 

“เรื่องอายุไม่เป็นไร ไม่ซีฯขนาดนั้น” เสียงทุ้มเอ่ยตอบสบายๆ

 

“อยู่อเมริกามานานแล้วหรอ” แบคฮยอนยกกระป๋องเบียร์เย็นฉ่ำขึ้นจิบพลางถาม

 

“หืม ทำไมคิดงั้น”

 

“ก็เห็นไม่ซีฯเรื่องอายุ ปกติคนเกาหลีเคร่งเรื่องนี้กันจะตาย” ห่างกันแค่ไม่กี่เดือนยังต้องเรียกพี่เลย แบคฮยอนคิดในใจ

 

“ก็เกือบสิบปี เพิ่งย้ายรัฐครั้งแรกก็ครั้งนี้นี่แหละ” ชานยอลยอมรับว่าวัฒนธรรมที่ต่างกันนั้นหล่อหลอมให้เขาคิดต่างจากคนเกาหลีหลายๆอย่างแม้ตัวเขาเองจะเป็นคนเกาหลีแท้ๆก็ตาม แต่ก็นั่นแหละ ยังไงก็ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อนก็พอแล้ว

 

“อ่อ นี่เพิ่งอยู่มาเกือบๆสี่ปีได้”

 

“ทำไม เราเคร่งเรื่องวัฒนธรรมเกาหลีหรอ” คำสรรพนามที่เปลี่ยนไปเมื่อรู้ว่าคนที่กำลังคุยอยู่เป็นรุ่นน้อง ทำให้แบคฮยอนเลิกคิ้วฉงนเล็กน้อย

 

“ก็เปล่า ถามไง นึกว่านายเคร่ง จะได้เรียกถูก”

 

“อ่า อยากเรียกยังไงก็เรียกเถอะ”

 

แล้วห้องก็เงียบไป อาจเป็นเพราะทั้งคู่คุยไม่เก่ง ด้วยไม่รู้จะทำอะไร ชานยอลจึงกระดกเบียร์เข้าปาก แบคฮยอนถือกระป๋องเบียร์ค้างไว้ในมือหลังจากยกมันขึ้นมาจิบอีกครั้ง ดวงตาเรียวรีมองออกไปทางหน้าต่างห้องของชานยอลทำให้เห็นบ้านหลังเล็กที่คั่นกลางระหว่างบ้านของพวกเขาพอดี บ้านที่มีแต่ความเงียบเชียบนั่นกลับดูสว่างสดใสได้แม้จะตกอยู่ภายใต้สีน้ำเงินของท้องฟ้ายามพลบค่ำเช่นนี้

 

ติ๊งต่อง

 

“พิซซ่าคงมาแล้ว เดี๋ยวมานะ”

 

“อือ” แบคฮยอนหันกลับมาขานรับคนตัวสูงที่น่าจะเดินลงไปชั้นล่างเพื่อไปรับพิซซ่า

 

 

ไม่นานนักชานยอลก็แง้มเปิดประตูห้องนอนเข้ามา “ลงไปกินที่สวนกัน”

 

แบคฮยอนพยักหน้ารับก่อนจะถือกระป๋องเบียร์ทั้งของเขาและของชานยอลที่ดื่มค้างไว้ลงไปด้วย 


เมื่อเท้าเปลือยสัมผัสกับผืนหญ้านุ่มก็ทำให้คนตัวเล็กมีสีหน้าที่ผ่อนคลายลง ชานยอลลอบมองคนที่สูงแค่ช่วงคางของเขากำลังทิ้งตัวนั่งบนสนามหญ้า มือเล็กๆยื่นกระป๋องเบียร์ที่ตัวเองถืออยู่ขึ้นมาให้กระป๋องหนึ่ง กระป๋องที่ชานยอลทิ้งไว้บนห้องนอนแล้วแบคฮยอนถือมันลงมาด้วยนั่นแหละ คนตัวสูงรับมาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆกัน และชานยอลเลือกที่จะให้มวลอากาศเย็นเป็นเจ้าของระยะห่างสี่ฟุตนั้น

 

ระยะห่างระหว่างเขากับบยอนแบคฮยอน

 

อยากค้างที่นี่ไหม

 

ดวงตาสองคู่ไม่ได้จ้องมองกัน ไม่ได้จดจ่อกับถาดพิซซ่า ไม่ได้สนใจริมฝีปากเย็นชืดที่ชื้นฉ่ำจากแอลกอฮอล์ในมือ หากแต่กำลังกวาดตามองดวงดาวที่ส่องแสงริบหรี่อยู่บนผืนฟ้าสีน้ำเงินเข้มอยู่เหมือนๆกัน

 

แบคฮยอนไม่ได้ตอบกลับในทันที ความจริงแล้วคำชวนของเพื่อนใหม่อย่างปาร์ค ชานยอลมันก็น่าสนใจไม่น้อย เขาไม่ได้อยากกลับบ้านนักหรอก อยากค้างที่ไหนสักที่ ที่ไม่ต้องกลับบ้านที่แสนอบอุ่นของแม่หลังนั้น แต่ก็ทำได้แค่กระตุกยิ้มบางๆราวกับหัวเราะเยาะตัวเอง

 

“ไว้คราวหน้านะ มีนัดแล้วล่ะ” คนตัวเล็กที่ยังคงเงยหน้าสำรวจดวงดาวทั่วท้องฟ้ากว้างพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ กระดกเบียร์เข้าปากอึกใหญ่ก่อนจะวางมันลงแล้วหยิบพิซซ่าขึ้นมากัดแทน

 

“คืนนี้จะออกไปข้างนอกต่อเหรอ” ชานยอลถาม เพราะร่างข้างๆบอกว่ามีนัดต่อ แบคฮยอนอาจจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนคนอื่นก็ได้

 

“เปล่า นัดกับที่บ้านน่ะ” ร่างสูงครางรับในลำคอเมื่อแบคฮยอนเอ่ยบอก

 

ทั้งคู่ยังคงนั่งจิบเบียร์สลับกับกินพิซซ่าต่อไป บทสนทนาไม่ได้ถูกสานต่อหากแต่มันก็ไม่ได้อึดอัดอะไร ชานยอลเหลือบมองร่างเล็กบ้างในบางครั้งตอนที่หันไปจะหยิบพิซซ่าอีกชิ้นขึ้นมากิน แบคฮยอนเป็นคนมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงกว่าเขา ชานยอลสรุปได้แบบนั้น ท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีหมึกนั่น เหมือนกำลังดึงแบคฮยอนให้จมลึกเข้าไปในอีกโลกหนึ่งตราบเท่าที่ดวงตาเรียวรียังคงจับจ้องมันอยู่

 

อีกโลกหนึ่งที่ว่า อาจจะเป็นบ้านที่ถัดไปเพียงไม่กี่หลังเท่านั้นเอง

 

แบคฮยอนนึกไปถึงตอนเดินกลับบ้านเพื่อไปบอกมารดาว่าตนจะไปบ้านเพื่อน เขาเห็นแม่กำลังตระเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร ไม่นานนัก ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่อยู่บ้านหลังเดียวกันมาเกือบสี่ปีก็เดินเข้ามาในห้องครัว ถือผ้ากันเปื้อนสองผืนเข้าคู่กันมาผูกให้ทั้งตัวเองและมารดาของแบคฮยอนอย่างน่ารัก

 

อย่ากลับมาดึกนะลูก พ่อจะทำอาหารไว้ รอกินพร้อมหนูผู้ชายคนนั้นแทนตัวเองว่าพ่อ

 

แบคฮยอนยิ้มรับแกนๆกับประโยคถัดมาของมารดา รีบกลับมานะลูก วันนี้พ่อเขาลงมือเข้าครัวเองเลยนะ

 

ใช่ ผู้ชายคนนั้นแทนตัวเองว่าพ่อ มารดาของแบคฮยอนก็เรียกผู้ชายคนนั้นว่าพ่อ แต่สำหรับแบคฮยอน คนที่จะใช้คำว่าพ่อได้ มีเพียงบิดาของเขาคนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่ามันไม่ใช่คนที่ทำให้แบคฮยอนต้องหอบเอาชีวิตของตัวเองมาทิ้งไว้ที่สหรัฐอเมริกา เขาไม่มีทางเรียกคนที่ทำให้เขาต้องทิ้งความสุขของตัวเองไว้ที่เกาหลีว่าพ่อได้หรอก

 

“ชานยอล”

 

เบียร์สองกระป๋องและพิซซ่าหนึ่งถาดได้หมดลงแล้ว

 

“หืม ว่าไง”

 

ดวงตาคู่คมหันมาจดจ้องเสี้ยวหน้าด้านข้างของแบคฮยอนแทนดวงดาวบ้าง แม้คนข้างๆจะยังไม่ละสายตามาจากท้องฟ้าทั้งๆที่เรียกชื่อเขาออกมาแล้วก็ตาม

 

“ต้องกลับแล้วล่ะ”

 

แล้วชานยอลก็ไม่คิดว่า เขาจะได้เห็นดวงดาวที่สุกสกาวกว่าดาวบนท้องฟ้านั่น จนกระทั่งแบคฮยอนหันกลับมา

 

“อ่า เดี๋ยวเดินไปส่ง”

 

 

 

 

ชานยอลงับรั้วบ้านลวกๆ ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับแบคฮยอน ระยะทางเพียงไม่กี่เมตรก็จะถึงบ้านของคนตัวเล็กแล้ว ความจริงแบคฮยอนบอกว่าไม่ต้องมาส่งก็ได้ แต่เขาก็อดจะมาส่งไม่ได้อยู่ดี ด้วยความที่เห็นแบคฮยอนเป็นรุ่นน้องด้วยล่ะมั๊งถึงได้เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมา ทั้งความเอ็นดูและ..

 

อยากดูแล

 

ถึงจะรู้ว่าแบคฮยอนเองอายุห่างกับเขาแค่ไม่เท่าไหร่ แต่อย่างน้อยตัวของชานยอลก็ยังคงหลงเหลือวัฒนธรรมของคนเกาหลีแท้ๆติดตัวมาบ้าง เรื่องอายุ ช่วงวัย หรือรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาดของคนเกาหลี ทั้งในเรื่องพฤติกรรมที่ต้องแสดงออกและความรู้สึกทางจิตใจ ชานยอลเลือกที่จะถือเรื่องความรู้สึกสำคัญกว่าอยู่แล้ว เขาไม่ได้ต้องการให้แบคฮยอนติดอยู่ในความเคร่งครัดของวัฒนธรรมเกาหลีในด้านพฤติกรรมมากนัก อยู่กันแบบเพื่อนไม่ถือศักดิ์อะไรน่าจะสบายใจกว่าทั้งสองฝ่าย แน่นอนว่าชานยอลจะสบายใจเช่นกันถ้าปล่อยให้ความรู้สึกทำหน้าที่เป็นรุ่นพี่ได้

 

คิดอะไรเรื่อยเปื่อยได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็หยุดลงหน้าบ้านของแบคฮยอน ไฟเปิดสว่างไสวไปทั้งบ้านบอกได้เป็นอย่างดีว่าคงมีคนคอยร่างเล็กอยู่โดยไม่เข้านอนไปเสียก่อน ถึงจะยังไม่ดึกมากแต่แบคฮยอนรู้ดีว่าแม่ของเขาเข้านอนเร็วแค่ไหน

 

“ส่งแค่นี้พอแล้วหละ เข้าบ้านก่อนนะ” วูบหนึ่งชานยอลเห็นความเศร้าหลุดออกมาจากแววตาคู่นั้น ก่อนมันจะกลับมาเป็นเหมือนดวงดาวที่ชานยอลเคยเห็นเหมือนเดิม

 

“ทำหน้าเหมือนไม่อยากเข้าบ้าน” ชานยอลเอ่ยกลั้วหัวเราะ หวังอยากให้ความสบายใจของการพูดคุยหรือกระทั่งช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้เราทั้งคู่สนิทกันมากขึ้น

 

แบคฮยอนหลุดยิ้มบางๆ คิดในใจว่าชานยอลคงไม่รู้สินะว่าที่พูดมาเล่นๆนั่นมันอาจจะเป็นความจริงก็ได้ “ขอบคุณสำหรับพิซซ่ากับเบียร์เย็นๆในวันที่อากาศแทบจะติดลบแบบนี้ด้วยนะ”

 

ชานยอลหัวเราะน้อยๆ โบกมือลาก่อนจะแยกย้ายกัน ร่างสูงเดินเอื่อยๆกลับบ้านตัวเอง บ้านเขาไม่เหมือนกับบ้านแบคฮยอนหรอก มีแค่ไฟห้องนอนกับไฟหลังบ้านตรงสวนที่เพิ่งไปนั่งเล่นเปิดไว้เพียงเท่านั้น แหงล่ะ วันนี้ชานยอลอยู่บ้านคนเดียว แต่จะวันไหนๆก็เหมือนอยู่คนเดียวทั้งนั้น ร่างสูงส่ายหน้าให้กับความฟุ้งซ่านในหัว ในเวลาแบบนี้อยากจะกลับไปที่ตึกร้างนั่นชะมัด อยากไปนั่งรับลมเอื่อยๆบนดาดฟ้าที่แม้ในอากาศแบบนี้จะหนาวเหน็บแค่ไหน แต่กลับทำให้หัวโล่งได้

 

ดวงตาคมแหงนหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะตัดสินใจล็อกบ้านให้เรียบร้อยแล้วเข้าบ้านเสียที เขาคงต้องตัดใจกับท้องฟ้าของวันนี้ไว้เพียงเท่านี้

 

ปกติแล้วชานยอลเป็นคนที่มักจะหยุดสายตาอยู่ที่ท้องฟ้าและวัตถุต่างๆบนนั้น เขาเหมือนได้ค้นหาอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนฟ้าหลากสีในแต่ละวัน นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาที่นี่ ชานยอลก็ลงมือค้นหาสถานที่สงบๆและที่ที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้ชัดเจนตลอดเวลาจนพบกับดาดฟ้าของตึกร้างที่กลายเป็นที่ประจำของร่างสูงไปเสียแล้ว

 

และตั้งแต่วันนั้นเอง ชานยอลเลือกที่จะหยุดสายตาที่ท้องฟ้าอีกผืนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงดาวบนนั้นก็สวยไม่แพ้กันกับที่ชานยอลชอบมอง ท้องฟ้าและดวงดาวที่เขาเพิ่งค้นพบ

 

บยอน แบคฮยอน

 

 

 

— BREATHLESS —

 

 

     พี่ชานยอลเขาคิดว่าอยากดูแลน้องชายสักคนแหละค่ะ เขาไม่คิดอะไรมากไปกว่านี้หรอกจีงจี๊งงงง

     สำหรับเรื่อง Reprint เดี๋ยวจะแจ้งรายละเอียดเร็วๆนี้งับ ความจริงที่คิดไว้ ไม่ได้คิดจะ Reprint เร็วขนาดนี้ด้วยซ้ำ แต่มีคนทักเข้ามาถามเรื่อยๆเลย ฮื่อ ขอบคุณนะคะ

     แล้วก็เห็นรีดเดอร์บ่นคิดถึงเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณที่คิดถึงกันนะคะ อุแง้ ;-;

     ฝากคอมเม้น&เฟบเป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยน้า

     สกรีมได้ที่แท็ก #หายใจลำบากชบ

        TW : @withbona

 

  


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 401 ครั้ง

2,118 ความคิดเห็น

  1. #2102 ` peachypeach (@monkieztam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 09:06
    หม่นๆจัง
    #2102
    0
  2. #2045 tenpeachyy (@tenpeachyy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 12:25
    พ่อเลี้ยงแบคไม่ดีแน่เลย
    #2045
    0
  3. #1964 พี่มีค่ะ (@BieBie6104) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 18:26
    ครั้งที่เเล้วอ่านได้สี่ตอนวันต่อมาไรท์ปิดครั้งนี้ก็คือมาส่องทุกวัน5555 เก็บตังนอเเน้ว
    #1964
    0
  4. #1961 bambam_pim (@bambam_pim) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 06:45
    ง่า พึ่งได้มาอ่านชอบฟีลแบบนี้จัง
    #1961
    0
  5. #1913 makeky~ (@kewmake) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 21:57
    ปมมาแน่ๆ
    #1913
    0
  6. #1877 tuntiiz (@tuntiiz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 14:36
    งืออออออออ ดูเศร้าๆทั้งคู่เลยนะคะ ปกติเหนแต่น้องมาแนวร่าเริง สดใส แต่นี่ก็แหวกแนวไป น่ารักมากเลยค่ะ
    #1877
    0
  7. #1862 nunnunn04 (@nunnunn04) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 08:59
    ชอบฟิคที่พระเอกเริ่มชอบนายเอกก่อนแบบนี้แหละ แบคดูน่าค้นหาดีนะ ชอบคาแรคเตอร์​นายเอกแบบนี้ ซับซ้อนดี
    #1862
    0
  8. #1857 Kaisoo1234 (@Kaisoo1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 19:33
    ชอบฟิคแนวความรุ้สึกบลูๆแบบนี้จังค่ะ ไม่ค่อยได้อ่านแนวนี้
    #1857
    0
  9. #1781 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 13:07
    ฟิลหม่นๆเทาๆบอกไม่ถูก แต่ชอบค่ะ
    #1781
    0
  10. #1777 Browniepsry (@Browniepsry) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 00:52
    อ่านไปให้ฟีลเย็นๆหม่นๆยังไงไม่รู้ค่ะตอนนี้55555
    #1777
    0
  11. #1775 CBforever (@CBforever) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 22:28
    มีความหม่นๆ
    #1775
    0
  12. #1745 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 17:43
    เนื้อเรื่องให้ความรู้สึกแบบตอนกลางคืนกับบรรยากาศเย็นๆ มีเพียงความเงียบ กับความเอื่อยๆสบายๆปนความหม่นๆเหมือนหมอกลง
    #1745
    0
  13. #1731 Monmanee (@JeranunRaksaklin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 18:45
    ชอบฟิลแบบนี้มาก เนื้อเรื่องดีสุด
    #1731
    0
  14. #1721 PNM_มมม (@panimew04) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 06:02
    เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ ติดตามๆ
    #1721
    0
  15. #1720 PNM_มมม (@panimew04) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 06:02
    เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ ติดตามไ
    #1720
    0
  16. #1604 หลบหน่อยผมจะนอน (@pcy_42) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 09:42
    อยากดูเเล ถึงกับเเหมม
    #1604
    0
  17. #1403 EsHyun (@EsHyun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:54
    ชอบเรื่องราว
    #1403
    0
  18. #1158 ❤ Little "B" ❤ (@khainoy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 20:30
    แบคมีปมเรื่องครอบครัว
    #1158
    0
  19. #1139 bibimbua (@bibimbua) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 17:53
    ต่างฝ่ายต่างมรเรื่องราวในใจและความคิด
    #1139
    0
  20. #1066 Poppiesvanillie (@wholese) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 21:37
    แค่อยากดูแลหรออชานยอลล
    #1066
    0
  21. #885 thenungning (@thenungning) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:00
    ดาวที่พึ่งค้นพบ งื้ออออ
    #885
    0
  22. #803 burinjinjin (@burinjinjin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 22:12
    ชอบบรรยากาศในเรื่องมากกกก หม่นๆเทาๆ ไรท์บรรยายน่าอ่านมากๆค่ะ
    #803
    0
  23. #680 pim pimmi (@pim35225) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 09:22
    อยากดูแล ฮื่ออออ
    #680
    0
  24. #659 DBK1802 (@DBK1802) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 23:53
    แหม อยากมีดูแลนงน้องนะเออ พอมีประเด็นเรื่องครอบครัวก็ทำให้เข้าใจตัวละครไปอีกนิดแล้วค่ะ ค่อยๆปูพื้นไป กำลังดีค่ะ
    #659
    0
  25. #631 MarisKendell (@MarisKendell) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 10:03
    หูยยย ชอบภาษาที่ใช้บรรยาย สวยงามเข้าใจง่าย
    #631
    0