[REPRINT] BREATHLESS [CHANBAEK]

ตอนที่ 10 : — BREATHLESS 9 : clasp, confuse, flutter & you [150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 250 ครั้ง
    19 ก.พ. 62

 

— BREATHLESS 9 : clasp, confuse, flutter & you


   

 

 

               วิชาประวัติศาสตร์สากลมาถึงในคาบบ่ายของวันพุธ แจ็คสันกับมาร์คพากันวิจารณ์การบ้านของเขาอย่างหนัก

 

            เฮ้ ไหนบอกว่าไม่ถนัด มาร์ค

 

         โอ้วโกช แบคฮยอน ดูเนื้อความนั่นเข้าสิ วิเคราะห์ดีขนาดนี้ เอ.. เคยมีประสบการณ์หรือไง แจ็คสันส่งสายตาแพรวพราวมาให้

 

         มันก็แค่กวีบทสั้นๆน่า เลือกอันที่สั้นที่สุดจะได้วิเคราะห์ง่ายๆ แบคฮยอนจำได้ว่าตอบไปแบบนั้น

 

            ตั้งแต่เหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น แบคฮยอนก็ต้องคอยระวังช่วงคอตลอด เขาใส่ฮู้ดตัวใหญ่อย่างที่ชอบใส่เหมือนเดิมจึงไม่เป็นที่สังเกตหรือรู้สึกแปลกตาแต่อย่างใด ความแตกต่างมีเพียงแต่ขนาดเสื้อที่ใหญ่กว่า และมันเป็นของชานยอล.. มันปกปิดร่องรอยได้มากกว่า ร่างสูงว่าไว้อย่างนั้น

 

            มีก็บอกมาน่า แม่สาวเชียร์ลีดเดอร์ห้องซีหรือเปล่า แจ็คสันยังคงตั้งหน้าตั้งตาแซวเขาในขณะที่มาร์คเอาแต่ยิ้มขำๆ แบคฮยอนทำหน้าเหม็นเบื่อส่งไปให้แล้วเริ่มต้นเก็บของแทนเมื่อส่งการบ้านเสร็จ เขาเดินออกจากห้องตามนักเรียนคนอื่นๆที่ทยอยออกไปเก็บของที่ล็อกเกอร์ด้านนอกระหว่างทางเดินเชื่อมตึกแต่ละฝั่ง แบคฮยอนก็เช่นกัน

 

            “หนุ่มน้อย ไม่ได้เจอกันนานนะ” เสียงหนึ่งทักขึ้นมาในตอนที่แบคฮยอนเก็บของเข้าล็อกเกอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังไขกุญแจปิดล็อกเกอร์พอดี คนตัวเล็กหย่อนกุญแจลงในกระเป๋าเป้ เดินออกไปโดยไม่สนใจเสียงนั่น แต่ก็ยังไม่วายโดนรั้งข้อมือไว้

           

            “จอห์นนี่ ปล่อย” แบคฮยอนบอกเสียงเรียบก่อนจะพรูลมหายใจหนักๆ จอห์นนี่ขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทีแบบนั้น

 

            “ขอโทษทีนะแบคฮยอน ฉันคงปล่อยนายตอนนี้ไม่ได้” หมอนั่นเอ่ยยียวน ริมฝีปากบางเฉียบกระตุกยิ้ม ก่อนจะลากคนตัวเล็กกว่าให้เดินตามไป เป็นคราวของแบคฮยอนบ้างที่ต้องขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาเรียวรีสอดส่ายหาเพื่อนสนิททั้งสองคน

 

            ทำอะไรกันอยู่ถึงยังไม่ออกมาจากห้อง บ้าเอ้ย

 

         แบคฮยอนต่อต้านการกระทำนั้นแต่สรีระที่เล็กกว่าไม่เอื้ออำนวยให้เขาเท่าไหร่นัก จำต้องปล่อยให้ร่างสูงใหญ่ถูลู่ถูกังมาถึงห้องเก็บของใต้บันได

 

            อย่างน้อยวันนี้ก็มีจอห์นนี่คนเดียว ไม่ยกพวกมาแกล้งเขาเหมือนที่ผ่านๆมา แบคฮยอนคิดว่ายังพอไหว เขามองหาทางหนีทีไล่ แต่จอห์นนี่กลับกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะล็อกประตูห้อง

 

            กริ๊ก!

 

     ทางออกเดียวของเขา

 

            “จะเอาอะไร ฉันต้องรีบกลับบ้าน” แบคฮยอนยังคงรักษาสีหน้าและน้ำเสียงให้เรียบเฉยดังเดิม ดวงตาเรียวรีว่างเปล่าทอดมองแบบไม่เกรงกลัวแม้ร่างสูงใหญ่กำลังประชิดเข้ามา ฝ่ามือหยาบคว้าปลายคางของเขาให้เชิดขึ้นสบดวงตาสีอำพันที่แฝงแววหงุดหงิดนั่น

 

            เสี้ยววินาทีที่แววตาหงุดหงิดนั้นถูกเปิดเปลือยให้เห็นความเว้าวอนที่ซุกซ่อนอยู่

 

            แบคฮยอนชะงักไป และเป็นจอห์นนี่เองที่เก็บซ่อนทั้งสีหน้าและแววตาจนมิดชิดอีกครั้ง ฝ่ามือหยาบปล่อยออกจากปลายคาง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจมูกโด่งที่โน้มลงไปหาดวงหน้าหวานแทน แบคฮยอนเบือนหน้าหนี

 

            “รังเกียจรึไง” เสียงพร่าพูดชิดริมหู ความรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ทบทวีขึ้น ฝ่ามือนั่นเริ่มกลั่นแกล้งแบคฮยอนอีกครั้ง มันทาบทับที่คอของเขาและลูบไล้ไปมา ร่างบางปัดมันออกอย่างรวดเร็ว

 

            “อ่อ รังเกียจมากขนาดนั้นเลยสินะ” ดวงตาคมวาววับสะท้อนความหงุดหงิดอย่างชัดเจนแต่ริมฝีปากกลับกระตุกยิ้มที่กดให้แบคฮยอนยิ่งรู้สึกเป็นรองมากขึ้นไปอีก จอห์นนี่กระชากคอเสื้อจนคนตัวเล็กปลิวไปชิดร่างใหญ่

 

     แบคฮยอนไม่รู้ว่าจอห์นนี่กำลังจะแกล้งอะไรเขาอีก แต่ริมฝีปากที่เคยกระตุกยิ้มกลับค่อยๆเลือนหายไปจนเป็นใบหน้าเรียบนิ่ง คราวนี้มันไม่เหมือนเดิม

 

     น่ากลัว

           

            น่ากลัวแบบที่แบคฮยอนไม่เคยเห็นเพราะที่ผ่านมาจอห์นนี่ไม่เคยจริงจังมากนักกับการแกล้งให้เขาอารมณ์เสีย คนตัวเล็กสะดุ้งเหมือนกระแสไฟวิ่งผ่านตอนที่หมอนั่นกดปลายนิ้วลงมาตรงร่องรอยบนลำคอที่ใกล้เคียงกับลาดไหล่ จอห์นนี่คงเห็นตอนที่กระชากเสื้อเขาเข้ามาแล้วเนื้อผ้าล่นลงไป

 

            “เหอะ”

 

            แบคฮยอนตกใจ เขาไม่ควรให้ใครเห็นด้วยซ้ำ ร่างบางปัดท่อนแขนแกร่งออก ก่อนจะฉวยโอกาสเบี่ยงตัวออกไปเปิดประตูห้องแล้วออกมาอย่างรวดเร็ว

 

            เขาพยายามจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยจากการที่จอห์นนี่กระชากจนไม่เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นไปเพราะได้ยินเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเรียก ชานยอลกำลังเดินลงมาจากบันได คงเพิ่งเลิกเรียนเหมือนกัน

 

            “แบค..” แต่เสียงที่คุ้นเคยกลับหยุดชะงัก แบคฮยอนมองตามดวงตาคมกลมโตนั่นไป ชานยอลขมวดคิ้วเมื่อเห็นบางอย่างที่ด้านหลังคนตัวเล็ก

 

            เป็นจอห์นนี่ที่เดินตามหลังแบคฮยอนออกมาไม่นานนักจากห้องใต้บันได

 

            “กลับบ้านกันแบคฮยอน” ชานยอลเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ ก่อนจะออกเดินต่อ นำหน้าร่างบางไปเพียงไม่กี่ก้าว

 

            “เฮ้ รอก่อนสิ”

 

 

 

 

 

 

 

            ชานยอลคิดว่าตัวเองค่อนข้างหงุดหงิด

 

            คิ้วหนากระตุกตั้งแต่เห็นผู้ชายตัวสูงพอๆกับเขาเดินออกมาจากห้องอะไรสักอย่างที่เขาไม่รู้ใต้บันได

 

            เขาคิดว่าจำหน้าไม่ผิดแน่ คนที่เคยแกล้งแบคฮยอน เดินออกมาจากห้องที่คนตัวเล็กเพิ่งเดินออกมา

 

            ภาพที่แบคฮยอนจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยยังคงติดตา

 

            เขาไม่อยากตัดสินไปเอง เพราะมันอาจเป็นการดูถูกคนตัวเล็กที่เดินตามหลังมานี่ทางอ้อม แต่เขาก็ยังไม่พร้อมจะพูดคุยอะไรตอนนี้ รู้ดีว่าอารมณ์ขุ่นมัวที่กำลังจะตกตะกอนนี้อาจทำร้ายใครอีกคน

 

            คนที่เร่งฝีเท้าจนเดินขึ้นมาอยู่เคียงข้างกัน

 

 

            ชานยอลทิ้งสายตาอยู่ที่วิวนอกกระจกตลอดการเดินทาง ความเงียบงันโอบรอบกายแม้บนรถบัสคันใหญ่ที่พาพวกเขามาส่งที่หมู่บ้านเป็นประจำผู้คนยังจอแจ

 

            แบคฮยอนเหลือบมองคนตัวสูงเป็นระยะ แต่กลับไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ชานยอลคงไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ เขาคิดอย่างนั้น ดวงตาคู่คมฉายแววหงุดหงิดงุ่นง่าน เหมือนกำลังจัดการอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับค่ามวลรวมของอารมณ์และคาดว่าน่าจะรวมถึงความรู้สึกของตัวเอง

 

            กระทั่งถึงหน้าบ้านของชานยอล ร่างสูงก็ยังไม่หยุดเดิน ช่วงขายาวก้าวเดินต่อไป แบคฮยอนเลิกคิ้วฉงนเมื่อผ่านหน้าบ้านของตัวเองไปแล้วเช่นกัน แต่เป็นชานยอลเองเสียอีกที่ต้องตั้งข้อสงสัย

 

            เหตุใดแบคฮยอนถึงยังไม่เลี้ยวเข้าบ้านตัวเองไป เหตุใดยังคงเดินเคียงคู่มากับชานยอลโดยไร้คำถามเช่นนี้

 

            บยอน แบคฮยอนพร้อมจะเดินไปกับปาร์ค ชานยอลแม้คนตัวสูงจะไม่แจ้งสิ่งใดให้กระจ่างใจ จะเดินไปด้วยกันอย่างไร้ข้อกังขาแบบนั้นหรือ

 

            แน่นอนว่าความเงียบพาพวกเขาลัดเลาะมาส่งในสองบล็อกถัดไป ตลอดการเดินทางมาตึกร้างที่แสนคุ้นเคยนี้ ไม่มีสุ้มเสียงใดเล็ดลอดออกจากคนทั้งคู่

 

            ลมหนาวไล้เอื่อยผะแผ่วบนผิวกายส่วนที่ไม่มีเนื้อผ้าปกปิด แดดยามบ่ายแก่ๆอ่อนลงมากแล้ว แสงส้มเหลืองอาบกายหนาไปครึ่งซีก ใบหน้าหล่อเหลาถูกฉาบด้วยแสงจากวัตถุทรงกลมบนท้องฟ้าครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นเงาตกกระทบกลืนไปกับความมืด

 

            ราวถูกสลักปั้นมาในพิมพ์เดียวกับเทพปกรณัมกรีก

 

            ในที่สุดดวงตาคู่ที่พยายามหลบหลีกแบคฮยอนตลอดการเดินทางกลับมาจากโรงเรียนก็กักขังคนตัวเล็กไว้อีกครั้ง

 

            นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกลงไปราวกับค้นหาความจริงบางอย่างจากแบคฮยอนที่นั่งอยู่ข้างกาย แผ่นหลังทั้งคู่แนบไปกับผนังปูนเย็นเหยียบ ช่วงขายาวเหยียดตรงข้างหนึ่ง ชันเข่าขึ้นตั้งฉากอีกข้างหนึ่ง ในขณะที่แบคฮยอนชันเข่าขึ้นทั้งสองข้าง ดวงตาเรียวรีสบแน่นิ่งอยู่กับดวงตาแสนอันตรายคู่เดิม

 

            “ไม่ถามหน่อยหรอว่าทำไมมาที่นี่” คนตัวเล็กส่ายหน้าช้าๆตอบคำถามนั้น

 

            เพราะเขารู้อยู่แล้ว มีบางอย่างรบกวนจิตใจของชานยอลอยู่แน่

 

            “มากับฉันโดยที่ไม่รู้อะไรเลย?” คนตัวสูงเลิกคิ้วถาม

 

            “ตั้งแต่ที่เราเริ่มเดินด้วยกัน..” ความสับสนคอยตอกย้ำว่าพวกเราเริ่มต้นออกเดินทางมาด้วยกันด้วยความสัมพันธ์แบบไหน

 

            “...” ชานยอลเงียบไป รอฟังประโยคที่เสียงหวานกำลังจะสานต่อ

 

            “เราไม่เคยทิ้งใครอีกคนให้อยู่ที่นี่คนเดียวไม่ใช่รึไง” และมันควรจะเป็นแบบนั้น

 

            “...”

 

            “เราเป็นเพื่อนกันนี่” ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น 

                                                                                               

              ลมหายใจหนักๆถูกพรูออกมาก่อนชานยอลจะเริ่มเอ่ยถาม

 

            “นาย.. มีอะไรเกิดขึ้นที่ห้องใต้บันไดรึเปล่า กับหมอนั่น..คำถามที่เพื่อนกันอย่างที่แบคฮยอนว่า ไม่ควรจะเกิดข้อข้องใจด้วยความรู้สึกที่ว้าวุ่นกระวนกระวายใจเช่นนี้

 

            คนตัวเล็กส่ายหน้าเป็นคำตอบอีกครั้ง ชานยอลยังคงนิ่งเงียบ รอคำตอบที่ขยายความเพิ่มขึ้นจนที่สุดแบคฮยอนก็ยอมแพ้

 

            “แค่..โดนแกล้งไปตามประสา หมอนั่นไม่กล้าทำอะไรหรอก อย่างมากก็แค่กระชากคอเสื้อแต่ไม่กล้าต่อยเท่านั้นเอง

 

            “ว่าอะไรนะชานยอลขมวดคิ้วฉับทันทีที่ได้ยิน

 

            “ห่วงก็แต่เสื้อนาย เดี๋ยวจะยืดย้วยเสียรูปไปหมดพอแบคฮยอนกล่าวถึงตรงนี้ก็ก้มลงดูความเรียบร้อยของฮู้ดตัวใหญ่อีกครั้ง พอไขความข้องใจของชานยอลได้ว่าที่เห็นคนตัวเล็กกำลังจัดแจงความเรียบร้อยของเสื้อผ้านั้นเป็นเพราะเหตุใด

 

            “มันทำอะไรอีกรึเปล่า

 

            “ไม่

 

            “ถ้าไม่เล่าให้หมดแล้วปล่อยให้ฉันไปถามหมอนั่นเอาเอง นอกจากเรื่องจะบานปลายแล้ว นายเองก็จะโดนหนักนะรู้ใช่ไหม หืมเมื่อความกังวลในบางเรื่องคลายลง ชานยอลก็กลับมาพูดจายียวนร่างบางได้เหมือนเดิม แต่ร่างสูงก็มั่นใจว่ายังไงแบคฮยอนต้องเล่าไม่หมดแน่

 

            ใบหน้าคมคายที่เลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงนุ่มทุ้มที่คลอเคลียอยู่บนปลายจมูกพัดสติให้แตกกระเจิงหลงทิศได้ไม่ยาก แบคฮยอนอึกอักผละหน้าออกห่าง

 

            “ท..ทำเหมือนนายเมื่อกี้ แต่เป็นที่หู..คิ้วกระตุกทันทีที่ได้ยินเสียงหวานว่า จับที่คอ.. แต่ฉันรีบปัดออก ไม่เป็นไรแล้วน่า

 

            “แบคฮยอน อย่าปล่อยให้มันแกล้งแบบนี้อีก รู้ใช่ไหมว่ามันคิดจะทำอะไรเสียงเข้มจนแบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองถูกดุ

 

            “หมอนั่นคงไม่คิดจะทำอะไรที่มากไปกว่านี้แน่ เขาเป็นผู้ชาย ฉันเป็นผู้ชาย ไม่มีอะไรแบบนั้น

 

            “ฉันก็เป็นผู้ชาย ทีนี้นายจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันไม่คิดจะทำอะไรที่มากไปกว่านี้

 

 

 

 

 

 

            แบคฮยอนยังคงรู้สึกว่าความร้อนบนใบหน้ายังไม่ระเหยไปหมดแม้ในยามที่ลมหนาวช่วงเย็นพัดผะแผ่วผ่านใบหน้าไป ดวงตาเรียวรีเหลือบมองคนที่กำลังบังคับสเก็ตบอร์ดตัวเก่งอยู่ข้างกาย ก่อนที่ชานยอลจะเร่งความเร็วแซงหน้าสเก็ตบอร์ดของเขาไปเล็กน้อย

 

            ฉันก็เป็นผู้ชาย

 

         ประโยคที่ทำให้หน้าร้อนวาบนั่นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวดั่งเทปที่ถูกกรอซ้ำ ใช่ ชานยอลเป็นผู้ชาย แบคฮยอนก็เป็นผู้ชาย ทั้งยังทำอะไรแบบนั้น..

 

            เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่น รู้สึกขัดใจกับความรู้สึกของตัวเอง รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องแต่หัวใจกลับฟูฟ่องราวกับความสุขที่ไม่ได้เจอมานานกำลังจะย้อนคืนมาหา แบคฮยอนจมอยู่กับความคิดของตนเอง จนสูญเสียการบังคับทิศทางของสเก็ตบอร์ดไปเล็กน้อย

 

            ฝ่ามือใหญ่รีบกอบกุมความอุ่นนุ่มจากอวัยวะเดียวกันของแบคฮยอนไว้ เพราะคิดว่าคนตัวเล็กจะเสียหลัก

 

            “เหม่ออะไรเนี่ย ดูทางก่อนเสียงทุ้มเอ่ยไม่จริงจังนัก รอยยิ้มมุมปากเล็กๆทำให้แบคฮยอนเสสายตาหนี

 

            “รู้แล้วน่า

 

ความอบอุ่นที่ฝ่ามือเล็กไม่ได้คลายออกไป ชานยอลกลับกอบกุมกระชับแน่น แล้วบังคับพาหนะอันเล็กเคียงคู่กันไปบนเส้นทางที่ขรุขระ แม้จะเป็นเส้นทางระแวกบ้านที่คุ้นชิน

 

และแล้วรอยยิ้มบางเบาของคนที่ยิ้มยากก็เผยออกมาจนได้

 

 

— BREATHLESS —

 

 

            หลังจากเล่นสเก็ตบอร์ดบนถนนในหมู่บ้านกันสักพัก  ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง ก่อนจะกลับมาเจอกันอีกครั้งที่เซฟเฮาส์หลังเล็กแสนคุ้นเคยโดยที่ไม่ได้นัดหมายใดๆ

 

            “วันนี้ไม่นอนที่บ้านรึไงแบคฮยอนเอ่ยถามเจ้าของร่างสูงที่เดินนำขึ้นไปชั้นใต้หลังคา จุดมุ่งหมายเดียวกับเขา

 

            ประตูห้องนอนถูกเปิดออก ชานยอลดันหลังแบคฮยอนให้เข้าไปก่อนแล้วเป็นคนเช็คความเรียบร้อยรอบๆก่อนจะทิ้งตัวลงนอนทีหลังเหมือนเดิม

 

            แบคฮยอนเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังบางพิงชิดผนัง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชานยอลลุกขึ้นมาด้วย คนตัวสูงพลิกกายนอนตะแคงข้าง ศีรษะหนุนบนแขนตัวเองที่วางอยู่บนหมอนอีกทีหนึ่ง ดวงตาคมกริบแต่กลับทอดแววอ่อนโยน มองมาทางคนตัวเล็ก

 

            “ตอบคำถามสิ

 

            “เหมือนเดิม ไม่มีใครอยู่บ้าน แม่อยู่บริษัท พ่อฉันก็อยู่โบสถ์ คุณพ่อที่โบสถ์ท่านมีที่พักให้เท่าที่แบคฮยอนรู้คือพ่อของชานยอลเป็นคริสเตียนที่ค่อนข้างเคร่ง พักนี้อยู่โบสถ์ถี่มาก รวมถึงผู้เป็นแม่ที่ไม่ค่อยได้กลับบ้านบ่อยนักจากคำบอกเล่าของชานยอล นายล่ะ เหมือนเดิม?”

 

            “อือ ที่บ้านอยู่ครบ แต่ฉันไม่อยากอยู่ที่นั่น ก็เหมือนเดิมแบคฮยอนตอบเสียงเนือย ลอบถอนหายใจเบาๆ นั่นน่ะความจริง เพียงแต่ยังมีความจริงอีกข้อที่ยังบอกไปไม่หมด

 

            นอกจากเรื่องที่บ้าน แบคฮยอนยังต้องการที่ที่สามารถสงบจิตสงบใจคิดทบทวนตัวเองได้ทั้งคืน เช่น เซฟเฮาส์หลังนี้ แต่เห็นทีคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เมื่อต้นเหตุที่ทำให้ใจของเขาว้าวุ่นมาอยู่ถึงที่นี่

 

            แบคฮยอนตัดปัญหาด้วยการล้มตัวลงนอน แต่ปัญหาที่ทำให้เข้าสู่ห้วงนิทราไม่ได้เสียทีก็ยังตามมาอีกจนได้ หมอนใบเดียวที่มีเป็นแรงดึงดูดชั้นดีให้คนทั้งคู่ใกล้ชิดกัน

 

            ชานยอลดึงผ้านวมผืนหนาขึ้นคลุมกายทั้งสอง กันมวลอากาศเย็นที่กำลังก่อกวนให้คนตัวเล็กของเขาสะท้านสั่น แต่หารู้ไม่ว่าที่แบคฮยอนกระสับกระส่ายไม่ใช่เพราะความเย็นที่เร้นลับแทรกกายในทุกอณูภายในห้อง

 

            กลับเป็นความใกล้ชิดนั่นที่ทำให้ความอบอุ่นของคนข้างๆแผ่ซ่านผสมปนเปเข้ามาในห้วงความสับสนของแบคฮยอน

 

 

 

 

 

แสงสีเหลืองปนส้มอ่อนอาบไล้เพิ่มความอบอุ่นให้สองคนบนฟูกหนานุ่ม ก่อนที่ความทรงจำเมื่อคืนจะตอกย้ำให้แบคฮยอนรีบลืมตา

 

เขาไม่รู้ว่าปิดเปลือกตาไปนานเท่าไหร่กว่าที่ก้อนเนื้อในอกที่สั่นไหวรุนแรงจะยอมส่งให้เขาเข้าสู่ห้วงนิทราได้

 

            เขาไม่รู้ว่าไออุ่นที่มักจะโอบรอบเอวมันขยายวงกว้างไปทั่วทั้งร่างกายตอนไหน เมื่อพบว่าเช้านี้ทั้งตัวของเขากำลังถูกกกกอดอยู่จนจมมิดในอกอุ่น

 

            เขาไม่รู้ว่าฝ่ามือที่สอดประสานกันนี้ยังคงมอบสัมผัสหวามไหวให้อยู่กระทั่งเขาลืมตาขึ้นมา

 

            สบกับดวงตาคู่คมที่สะท้อนเพียงแค่ดวงหน้าหวานของคนข้างกาย

 

         แบคฮยอนกระตุกมือ เรียวนิ้วสวยไล้แผ่วบนฝ่ามือหนา จับไว้ทั้งคืนเลยหรือไง

 

            ชานยอลระบายยิ้มอ่อนโยนจนแก้วตาใสเผยความไหวหวั่น ปลายจมูกโด่งเฉียดผะแผ่วเมื่อใบหน้าหล่อเหลาขยับจนชิด ริมฝีปากอุ่นจัดทาบทับบางเบาบนกลีบปากกระจับสีเรื่อ

 

            ก่อนเสียงนุ่มทุ้มจะเอ่ยตอบคำถามของแบคฮยอน

 

            กลัวหาย

 

 

 

 

 

 

         อ้อมกอดอุ่นส่งเข้านอน

 

         จุมพิตหวานปลุกให้ตื่น

 

         สัมผัสร้อนเขย่าใจจนสั่นคลอน

 

 

 

 

            ความสับสนเข้าซัดสาด ยิ่งสั่นคลอนยิ่งเปราะบาง

คล้ายกับสองเรา

 

 

 

 

— BREATHLESS —

 


 

กลัวหายอะ อรุ่มมมมมมม


เค้าอยากอ่านฟีดแบคทุกคนน้า อยากอ่านทุกเม้นเยย

สกรีมในทวิตได้ที่ #หายใจลำบากชบ

TW : @withbona



 

 

 

 

 

 

 

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 250 ครั้ง

2,118 ความคิดเห็น

  1. #2111 Ohsehun9494 (@Ohsehun9494) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 14:23
    อบอุ่นจังงง เขินมากก 😭😭
    #2111
    0
  2. #2107 ` peachypeach (@monkieztam) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 10:03
    อันนี้คือพี่ชานอบอุ่นมากๆๆๆๆๆ
    #2107
    0
  3. #2081 tinkb. (@baitongxc) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 14:04
    มันจะเกินไปแล้วนะปาร์คชาน!!!!!!!!!!!!
    #2081
    0
  4. #2035 โอ้วเซฮุน (@MbloodN) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 22:17
    ละมุนละไม
    #2035
    0
  5. #2011 SpongeByan (@onezz_piece) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:25
    โอยยยย เขินไปหมด ชัลยอลลลลลลลลลล
    #2011
    0
  6. #2010 MichelAdams (@MichelAdams) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:36
    อร๊ายยยยมันชั่งดีกะไรเยี่ยงนี้เขิน
    #2010
    0
  7. #2009 GTKCB (@ggemggem) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:19
    ดีมากเลยย ดีมากๆลๆ
    #2009
    0
  8. #2008 praw-apinya (@praw-apinya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:32
    เขินมากเลยย ชอบค่าาาา
    #2008
    0
  9. #2007 katehun2 (@katehun2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:46
    อรุ่มมมม เขิง กรี้ดดดด
    #2007
    0
  10. #2006 orachakraithong (@orachakraithong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:16
    พี่ หนูรักเรื่องนี้อะะะะะ
    #2006
    0
  11. #2005 hunnnielu947 (@hunnnielu947) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:37
    ขนาดนี้ยังบอกว่าเป็นเพื่อนกันอยู่อีกหรอเนี่ย หืมมมมมๆ!!
    #2005
    0
  12. #2004 GTKCB (@ggemggem) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:20
    ชอบมากๆๆ ชอบจริงงๆๆชอบvibeแบบนี้ อ่านเรื่องนี้วนหลายรอบแล้ววว
    #2004
    0
  13. #2003 orachakraithong (@orachakraithong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:59
    พี่คะ มันดีมากเรยยนย เรารออยุ่นะคะะะะ
    #2003
    0
  14. #1921 makeky~ (@kewmake) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 14:22
    โอ๊ยยย เด็กพวกนี้
    #1921
    0
  15. #1885 tuntiiz (@tuntiiz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 20:54
    กลัวหายยยยยยยย กรี๊ดดดดดด บ้าบอที่สุดเลย
    #1885
    0
  16. #1870 zerkep1 (@zerkep1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 17:35
    มันดีมากกกกกจริงๆ
    #1870
    0
  17. #1818 CBforever (@CBforever) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:54
    ในความเพื่อนแต่ความรู้สึกเริ่มมากกว่าเพื่อนแล้วววว
    #1818
    0
  18. #1790 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:46
    มีหึงน้าาา
    #1790
    0
  19. #1737 Monmanee (@JeranunRaksaklin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 01:10
    อ่อนโยนเหลือเกิน ใจบางมาก
    #1737
    0
  20. #1647 PPLOYPOLY (@ppchanyeol61) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 16:32
    ชานยอลน่ารักจัง
    #1647
    0
  21. #1337 873399 (@873399) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 21:36
    หายใจลำบากจริงๆค่ะไรรรรรรรรท์
    #1337
    0
  22. #1166 ❤ Little "B" ❤ (@khainoy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:10
    อบอุ่นอ่อนโยน
    #1166
    0
  23. #1147 bibimbua (@bibimbua) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 00:32
    โอ้ยยยยยยยย ไม่ต้องใช้ฮีทเตอร์เพราะอบอุ่นพอ
    #1147
    0
  24. #1098 ehqz (@eunhyuk_zuza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 01:03
    ละมุนมาก ฮือออ
    #1098
    0
  25. #996 bsunn (@bsunn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 18:00
    ชอบมากกกกกกก โรแมนติกกกแบบท่ามกลางความหนาววว winter heat มากกก
    #996
    0