Stray kids (Hyunjin x You) THE S W A N S : หนีเสือปะหงส์

ตอนที่ 9 : แข่งขันวันวิทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    26 ส.ค. 63

 

 

ระหว่างเดินกลับบ้าน

ฉันพบยองฮุนที่กำลังยืนรออะไรอยู่ แต่ก่อนที่ฉันจะเข้าไปทักเขา มีคนอื่นเดินเข้ามาหาเขาพอดี และดูเหมือนจะเป็นเพื่อนของเขาจากโรงเรียนอื่น

ฉันที่สงสัยก็แอบไปยืนหลบอยู่แถวๆนั้น

“นายไม่ควรมาเจอฉันแถวนี้นะ ฮักนยอน” ยองฮุนพูดกับเขาคนนั้น

“ไม่มีใครรู้หรอกน่ะว่าฉันเป็นใคร ” เขาพูดขึ้นก่อนจะส่งบางอย่างให้กับยองฮุน ซึ่งมันก็คือ โทรศัพท์มือถือของเขา

“พวกเขาจะสงสัยฉันต่างหากที่มาเจอนายแบบนี้” ยองฮุนพูดพลางมองไปรอบๆอย่างระแวง

“นายไม่เห็นต้องกลัวเลยอีกหน่อย พวกswans ก็จะไม่มีที่ยืนแล้วล่ะ ฮึ” เขาพูดยังกับว่า….

เขาคนนี้เป็นคนของกลุ่ม boyz!!

 

“พวกเขารู้รายชื่อพวกนายแล้วหนิ ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน” ยองฮุนพูดก่อนจะเดินจากไป

“ก็รออยู่” เขาตะโกนตามหลังยองฮุนไปแบบยียวน

 

เรื่องนี้มันต้องมีอะไรมากกว่าที่เห็นแน่นอน

 

…………………

 “ ฮยอนจู” แม่เรียกฉันขณะที่ฉันนั่งเหม่ออยู่

 “ คะ?”

“ได้ยินที่ถามรึป่าว” แม่ทำน่าสงสัย

 “ เอ่อ ว่าอะไรนะคะ?” ฉันถามอีกรอบเพราะไม่ได้ังจริงๆ

 “ จูยอน เขาทำงานที่สตูดิโอของคุณลีหรอ?”

แม่คงพึ่งจะรู้จากเพื่อนแม่สินะว่าลูกชายของเธอทำงานที่สตูของเขา

 “ ใช่ค่ะ หนูเคยไปส่งขนมที่นั้นด้วย แล้วก็เจอคุณลี” ฉันพูดบอกแม่ไปในเรื่องที่ยังไม่เคยบอก

”ลูกคนนี้หนิมีอะไรก็ไม่ยอมบอกแม่ ไม่น่าไว้ใจจริงๆ” เธอพูดอย่างงอนก่อนจะเดินเข้าครัวไปทำอาหารต่อ

”ไม่เอาแม่อย่างอนสิ หนูแค่ยังไม่ได้บอกพอดีมีเรื่องวุ่นๆน่ะช่วงนี้” ฉันพูดพลางเดินตามเธอเข้าไปในครัว

“ถามจริงฮยอนจู ที่โรงเรียนน่ะ มีเรื่องอะไรใช่มั้ย?” เธอพูดพลางมองฉันอย่างสงสัย

“ก็…”ฉันลังเลไม่อยากที่จะเล่าเลย

“เห้ออ ช่างเถอะ ถ้าคิดว่าจัดการได้เอง จะไม่เล่าก็ได้นะ” แม่พูดก่อนจะลูบหัวฉันอย่างเข้าใจ

“หนูคิดว่านะคะ…”

 

…………………………

ค่ำวันนั้น

เสียงกดกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ฉันมองแม่ที่กำลังงีบอยู่หน้าทีวี ก่อนจะเดินไปเปิดประตูเอง ใครกันมาตอนนี้

ครืดด

ฉันเปิดประตูและมองไปรอบๆที่ไม่มีใครเลย

มีใคราเล่นพิเรณๆอีกเนี้ย?

ฉันส่ายหัวอย่างเอือมๆก่อนจะปิดประตู

แต่กลับมีมือนึงมาดึงประตูห้ามไว้ก่อน

ฉันมองเขาอย่างอึ้งๆที่เห็นเขามาบ้านฉันถูกได้ไง

“นาย ฮยอนจิน!OoO” 

ฮยอนจินมองฉันอย่างนิ่งๆก่อนจะยิ้มมุมปากแบบมีอะไร

“ไปเล่นเกมส์ตู้หยอดเหรียญมั้ย?” จู่ๆเขาก็พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“จะบ้าหรอ นายมาที่นี่ได้ไง” ฉันโวยเขาไปแต่ก็ยังแอบรู้สึกผิดนิดๆกับเรื่องนั้นอยู่ดี

“แอฟติดตามเพื่อนไง” เขาพูดพลางโชว์มือถือที่เปิดแอฟนั้นเชื่อมกับกาเกาทอคของฉันอยู่ นี่นายเป็นสตอคเกอร์รึป่าว!

 “ นี่กลับไปเลยนะ เดี๋ยวแม่ฉันเข้าใจผิด” ฉันพูดพลางหันหลังกลับไปมองแม่ในบ้าน

“แค่แปปเดียวน่ะ” เขาพูดก่อนดึงมือฉันลากออกไปกับเขาทันที

 

“นี่” ฉันจะโวยวายแต่ก็กลัวใครได้ยินแล้วเข้าใจผิดอีก อาจมีคนแอบถ่ายเขาอยู่ก็ได้ตอนนี้

 

 

ฉันกับฮยอนจินเดินมาถึงร้านเกมส์ตู้ยอดเหรียญแถวๆปากซอยกลางเมืองไม่ไกลนัก

เขารีบเดินตรงไปแลกเหรียญทันที

วันนี้เขานึกอะไรของเขาอยู่นะ

ฉันที่แอบมองเขาอยู่อย่างสงสัย

 

“มาแข่งกัน ใครแพ้เลี้ยงบะหมี่” เขาพูดพลางยื่นเหรียญให้ฉันก่อนจะเดินไปที่ตู้เกมส์ทันทีที่ยังไม่ได้รับคำตกลงของฉันเลยสักนิด

“นายไม่มีเพื่อนเล่นรึไง” ฉันพูดงั้นแต่ก็เดินไปหยอดเหรียญเล่นกับเขา

“ตอนนี้ไปที่ไหนกับคนในกลุ่มก็จะะถูกจับตามอง เลยเลี่ยงที่จะเจอกันมากกว่า” เขาพูดถึงเหตุผล

เขาน่าจะเซ็งและหาอะไรทำแก้เบื่อแหละมั้ง และเป็นฉันที่ซวย

“คงอึดอัดน่าดู เหมือนฉันในตอนนี้เลย” ฉันพูดประชดเขาไปงั้นแต่ดูเหมือนเขาไม่สนใจและตั้งใจเล่นเกมส์ต่อ

“…” มุ่งมั้นที่จะชนะมาก

ปล่อยไว้ไม่ได้ละ

ฉันหันไปสนใจกับเกมส์ทันที

 

ฮยอนจินที่กำลังเล่นอยู่สักพักเขาก็ชำเลืองแอบมองเธอที่กำลังตั้งใจที่จะเอาชนะเขาอยู่เหมือนกัน

 “ โธ่เอ้ย เกมส์ไรเนี่ย ไม่เห็นจะสนุกเลย” ฉันมองคะแนนที่ต่ำเตี่ยเรี่ยดินของฉันอยู่เมื่อเทียบกับเขา

“กากล่ะสิไม่ว่า”

แหม ได้ทีละขิงกันงั้นหรอ!!

“ฉันออมมือให้นายต่าหาก ตาหน้าเอาจริงละนะ” ฉันพูดพลางกดเล่นต่อ

“ฮึๆ” ได้ยินเขาแอบขำอยู่ 

 

………….

ที่ร้านบะหมี่

ผลสรุปก็คือ…

 “ จะกินให้อร่อยนะ” เขาพูดพลางซดบะหมี่ที่ฉันจ่ายในวันนี้อีกครั้ง

“เอาเป็นว่าค่าบะหมี่วันนี้รวมกับหนี้ที่ค้างได้ป้ะ?” ฉันพูดพลางทำหน้าเซ็ง

“ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย”  เขาพูดแล้วตั้งใจกินต่อ

“ทำยังกะไม่ได้กินข้าวมา บ้านนายออกจะรวยมากินอะไรแบบนี้ดูแปลกชะมัด” ฉันพูดถึงเรื่องนั้นอย่างสงสัย

แต่สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปก่อนจะหยุดกิน

เอ้ะ ฉัน พูดอะไรผิดไปงั้นหรอ?

“เอ่อ…” เอาแล้วสิจะพูดแก้ไงดี

สีหน้าเขากลับมาดุเหมือนเดิม เริ่มขนลุกละนะ

“ถ้ากินที่บ้านก็ต้องกินคนเดียว ฉันไม่อยากกินคนเดียวมีไรมั้ย?” เขาพูดพลางทำหน้าดุ

แต่เรื่องที่พูดดันมีความหมายแอบแฝงซะงั้น

“ใครจะไปรู้ล่ะ ขอโทษ…” ฉันพูดก่อนจะหลบสายตาเขาไปทางอื่นทันที

“ไม่มีอะไรที่ต้องขอโทษซะหน่อย” เขาบ่นเบาๆก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไป

อ่าวอะไรของเขาเนี้ย นึกจะไปก็ไป

ฉันก็เลยเดินตามเขาออกไปนอกร้านที่คิดว่าเขาน่าจะไปแล้วจริงๆ แต่ก็เห็นเขาหยุดยืนรออยู่ยังไม่ไปไหน

 

“นายกลับไง?” ฉันถามอย่างห่วงๆเพราะนี่มันก็ดึกแล้ว

“ฮยอนจู เรื่องที่เกิดขึ้นกับกลุ่มฉัน….”

“คือเรื่องนั้น ฉันพยายามจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจนะ” ฉันรีบพูดขึ้นก่อนทันที

แต่ฮยอนจินกลับหันมามองฉันอย่างจริงจัง เขาจะโกรธฉันรึป่าวนะ

“เธอไม่ต้องเข้ามายุ่ง” เขาพูดขึ้นอย่างนิ่งๆ

นั้นทำให้ฉันไม่เข้าใจเรื่องมันเกิดขึ้นฉันก็มีส่วนทำให้เกิด

“ทำไมอ่ะ ฉัน…”

 “ ทำตามที่บอก ไม่งั้นเธอเจอดีแน่” เขาพูดก่อนจะหันหลังให้ฉัน

“นายเป็นไรของนายเนี่ย” ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ

“พรุ่งนี้แข่ง ทำเต็มที่ล่ะ เพราะฉันกับลีโนว ไม่ได้ทำแล้ว” เขาพูดถึงเรื่องการแข่งขันวันวิทยาศาสตร์ที่จะเกิดขึ้น

เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่อยากจะลงแข่งสินะ

 

เขาเดินกลับมาหาฉันก่อนจะยื่นกระเป๋าเป้ที่ใส่โครงงานที่เราทำด้วยกันไว้ให้ฉัน

“ขอบใจนะ” ฉันพูดก่อนจะรับมันมา

ฮยอนจินเผยยิ้มออกมานิดๆก่อนจะเดินจากไปจริงๆ

ส่วนความรู้สึกนี้ ของฉัน มันคืออะไรกัน….

ฉันไม่อยากจะคิดกับตัวเองเลยว่าฉัน…

เริ่ม…

ชอบเขาขึ้นมา……..บ้าง ต่างจากเมื่อก่อนนี้….

…………………………

วันต่อมา

 

เป็นวันที่ครึกครื้นจริงๆสำหรับวันที่โรงเรียนมีงานวันวิทยาศาสตร์

ทุกห้องเรียนต่างจัดกิจกรรมของห้องเพื่อแข่งขันกัน 

พวกเราเข้ามาในโดมที่สำหรับจัดการแข่งขันโครงงานโดยเฉพาะ ที่นี่ก็เลยเต็มไปด้วยนักเรียนทุกห้องทุกชั้นปีที่ลงแข่งขัน

ฉันที่รอสแตนบายกับยองฮุนที่โต๊ะโครงงานของห้องเรา

“เหลือแค่เราสองคนแล้วนะ ฉันต้องพึ่งนายแล้วล่ะคุณหัวหน้ากลุ่ม” ฉันพูดพลางยิ้มให้เขาเพื่อให้สู้ๆเพราะดูเขาจะเกร็งๆ

“มาร่วมมือกันเถอะ” ยองฮุนพูดพลางยื่นมือมาตรงหน้าฉัน ทำให้ฉันแอบแปลกใจเล็กน้อย ดูพักนี่เขาไม่หลีกเลี่ยงฉันอีกต่อไปแล้วสิ

 

 

ลีโนวที่ยืนอยู่ข้างฮยอนจิน เขาแอบสังเกตเพื่อนตัวเองที่เอาแต่ยืนจ้องฮยอนจูอยู่ไกลๆแบบนี้

“ดูท่าไม่ดีเลยแหะ หมอนั้นเริ่มทำคะแนนแล้ว” ลีโนวพูดขึ้นประชดฮยอนจินที่ยืนทำหน้าบึ้งอยู่

“คะแนนอะไร?” เขามองลีโนวอย่างดุๆ

“คะแนนโครงงานไง คิดมากน่ะ” เขาพูดแก้ตัวก่อนจะเดินหนีไปก่อนที่ระเบิดจะลง

 

…………

หลังจากที่กลุ่มเราเสนอโครงงานให้คณกรรมการที่มาตรวจเรียบร้อยก็เหลือเพียงแค่ฟีดแบคจากพวกเขาเท่านั้น

ฉันหันไปมองหน้ากับยองฮุนอย่างหนักใจ

“พวกเธอมีกันแค่สองคนหรอ?” กรรมการคนนึงพูดขึ้น

“ที่จริงพวกเรามีสี่คนค่ะ แต่วันนี่เราทำหน้าที่นั้นแทนพวกเขา” ฉันพูดพลางหันไปมองฮยอนจินที่ยืนอยู่ไกลๆ

ใช่ฉันรู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นตลอด

“ทำได้ดีหนิ ขอให้โชคดีนะ” เขาพูดก่อนจะเดินย้ายไปกลุ่มถัดไป

 

เห้ออโล่งอก

ฉันหันไปยิ้มกับยองฮุนก่อนจะมองไปที่เขาอีกครั้ง แต่ทว่า

เขากลับไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

 

…………………..

ในห้องพัก

ฉันนั่งพักกับยองฮุนและกินอาหารเที่ยงด้วยกัน

“เดี๋ยวฉันไปทิ้งขยะให้นะ จะไปห้องน้ำด้วย” ยองฮุนพูดขึ้นก่อนจะเก็บขยะออกไปทันที

ฉันมองตามเขาที่กำลังเดินออกไป

 

ตึ้งงงง

เสียงข้อความจากมือถือของยองฮุนที่วางเอาไว้บนโต๊ะดังขึ้น

เป็นเครื่องเดียวกันกับที่เพื่อนจากโรงเรียนอื่นของเขาเอามาให้เมื่อวานนี้หนิ

ฉันนึกถึงเรื่องนั้นก็อดสงสัยไม่ได้

ฉันมองซ้ายมองขวาว่ามีคนแอบมองอยู่มั้ย ก่อนจะยื่มือไปเพื่อหยิบ

แต่ว่าฉันต้องหยุดทันที

นั้นมันเสียมารยาทมากนะ ฮยอนจู เธอคิดจะทำอะไรอยู่??

หากยองฮุนรู้ล่ะก็ เขาต้องโกรธเธอแน่ๆ

ฉันชักมือกลับมาเหมือนเดิม

กริ๊งงงงง

แต่ว่าดันมีคนโทรเข้ามาซะงั้น

‘สายจากจู ฮักนยอน‘  

เอาวะอย่างน้อยก็แค่บอกเขาไปหองน้ำอาจมีเรื่องด่วนก็ได้

ฉันจับมันขึ้นมา ก่อนจะกดรับ

“ฮะ…”

 ‘ ให้ตายสิพวกนั้นรู้แล้วว่าฉันเป็นคนโพส นายรีบทำลายมือถือนายทิ้งเดี๋ยวนี้เลยนะก่อนที่พวกนั้นจะรู้’ เขาพูดขัดฉันขึ้นก่อนที่จะฟังว่าคนปลายสายไม่ใช่เจ้าของโทรศัพท์

“คือว่า ยองฮุนไปเขา ไปเข้าห้องน้ำแล้วลืมมือถือเอาไว้ค่ะ” ฉันพูดขึ้น

ปลายสายเงียบไปสักพักเหมือนกำลังจะอึ้งอยู่ว่าเป็นคนอื่นที่รับสาย

 ‘ งั้น ถ้าเขากลับมาแล้วบอกให้โทรกลับด้วยนะครับ’ ปลายสายพูดเสร็จก็ตัดสายไปทันที

 

ความสงสัยที่ฉันมีมันเริ่มจะชัดขึ้นมาทุกที

ฉันกดเข้าไปดูในไฟล์วิดิโอของเขา

และก็รู้สึกว่าฉัน…

ไม่หน้าจะเข้ามายุ่งเลยจริงๆ

ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้…..ยองฮุน

นายเป็นคนถ่ายคลิปนั้น…..

 “ ฮยอนจู” ยองฮุนเดินเข้ามาหาฉันและทำหน้าตกใจที่เห็นฉันจับมือถือเข้าไว้ในมือ

“ เพื่อนนายโทรมาน่ะ บอกให้โทรกลับด้วย” ฉันพูดอย่างนิ่งๆและยื่นมันกลับไปให้เขา

“งั้นหรอ? ขอบใจนะที่บอก” เขาพูดพลางทำหน้าสับสนและแอบกลัวบางอย่าง

 

ถ้าฉันพูดความจริง ยองฮุนจะเป็นยังไงงั้นหรอ? ถ้าบอกเรื่องนี้กับใครไป เขาต้องแย่แน่ ถ้าพวกswans รู้ว่าเป็นเขา 

ฉัน…ฉันไม่อยากทำแบบนั้นหรอก

แต่ว่า… ฮยอนจินก็ไม่ได้ผิด ที่จะถูกใส่ร้ายแบบนี้

ฉันควรจะทำอย่างไรดี?

เรื่องทุกอย่าง…

มันเป็นเพราะฉัน ฉันคนเดียว….

…………………………………..

ที่ห้องเรียน

“ยินดีด้วยนะ ฮยอนจู ยองฮุน พวกเราชนะจนได้” ลีโนวพูดขึ้นอย่างดีใจที่เห็นรางวัลในมือของฉันที่ถือมันอยู่แต่สีหน้ากลับไม่ดีใจอะไรเลยสักนิด

“เป็นเพราะมีพวกนายเราถึงทำสำเร็จ” ยองฮุนพูดพลางยิ้มอย่างดีใจ

ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจเลยจริง ต่ก็ไม่พูดอะไรออกไป จนคนรอบข้างเริ่มสงสัย

“ทำไมทำหน้างั้น ฮยอนจู เธอไม่ดีใจหรอ?” ลีโนวถามฉันอย่างสงสัย

“ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ พอดีรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย” ฉันพูดก่อนจะยื่นรางวัลนั้นไปใหยองฮุนถือ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทันทีที่ฮยอนจินสวนเข้ามา

 

เขามองเธออย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะหันไปมองเพื่อนๆในห้องอย่างดุๆ

 “ นี่ ใครแกล้งเธองั้นหรอ ฉันบอกแล้วไง ห้ามใครแกล้งเธอ นอกจากฉันน่ะ” ฮยอนจินโวยเพื่อนในห้องที่ไม่รู้เรื่อง

“ไม่มีครเกรงเธอหรอก เธอบอกไม่สบายน่ะ” ลีโนวพูดขัดขึ้นก่อนที่เขาจะก่อเรื่องในห้อง

ฮยอนจินได้ยินอย่างนั้นก็หายข้องใจ ก่อนจะรีบเดินตามเธอไปทันที

 

……………………

“โอ้ะ ตกใจหมด” ทำไมฉันต้องมาเจอรุ่นพี่ชานหน้าหองน้ำทุกที

“อ่าว ฮยอนจูได้ข่าวว่าชนะหนิ ดีใจด้วยนะ” เขาพูดพลางยิ้มให้ฉัน

“ค่ะ” ฉันพูดพลางหลบสายตาเขาเมื่อนึกถึงเรื่องของยองฮุนที่เกิดขึ้น และรุ่นพี่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มswans

 “ มีอะไรรึป่าว ฉันมองเห็นความลับบางอย่างในสายตาเธอ” เขาพูดยังกับอ่านใจฉันได้อย่างงั้น

“ป่าวหนิคะ ไม่มี” ฉันรีบปฎิเสธทันที

“ให้แน่เถอะ ถ้าถูกจับได้เธอเจอดีแน่ ถึงจะเป็นรุ่นน้องที่เคยรู้จักก็เถอะ” เขาพูดพางกอดอกมองฉันเหมือนจับผิดอยู่

 

“ยัยนี่ไม่สบายน่ะ ฉันว่าเธอน่าจะไปห้องพยาบาลมากกว่านะ” ฮยองจินพูดขึ้นข้างหลังฉัน

นี่ก็จู่ๆก็โผล่มา

รู้มั้ยว่าคนทำตัวไม่ถูก

“เป็นอะไร? ไม่สบายหรอ?” พี่ชานพูดก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากฉันเพื่อเช็ตอาการ

การกระทำนั้นนอกจากจะทำให้ฉันตกใจ

ฮยอนจินที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มที่จะไม่ชอบ

พรึบ!!

ฮยอนจินเขาปัดมือรุ่นพี่ของเขาออกทันที

“….”บังชานดูอึ้งไปนิดๆที่ฮยอนจินกล้าทำแบบนี้กับเขา

ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ฮ่าๆๆพวกเธอนี่ประหลาดจริงๆ รีบไปกินยาล่ะฮยอนจูก่อนที่เขาจะเอายากรอกปากเธอ” พี่ชานพูดก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าจากไปก่อน

 

“ฉันหายแล้ว ฉันกลับห้องดีกว่า” ฉันพูดขึ้นแล้วทำท่าจะเดินไป ต่อยอนจินเดินมาขวางทางฉันไว้เหมือนมีอะไร

“เอ่อ…ไม่เป็นไรแน่นะ” เขาพูดพลางทำหน้าสับสนและเป็นห่วง

“อื้ม สบายมาก” ฉันพูดและยิ้มเจือนๆให้เขา

“งั้นก็ดี ”เขาพูดก่อนจะหลีกทางให้ฉันเดินไป

 

………………..

นัดรวมห้องหลังงาน

 “ ฉันว่าห้องเราควรไปฉลองที่คาราโอเกะนะ” ลีโนวพูดเสนอขึ้นกับเพื่อนๆในห้องทุกคน

ทุกคนต่างโอเคที่จะไปกัน ยกเว้นฉันที่นั่งเงียบไม่ออกเสียงใดๆ

เพื่อนคนนึงในห้องเดินมาหาฉัน

“เธอก็ควรไปด้วยนะ ฮยอนจู ” เขาพูดขึ้นและยิ้มอย่างเป็นมิตร

นี่ฉันกำลังคิดอยู่ว่าเพื่อนๆเริ่มยอมรับในตัวฉันแล้วหรือป่าวนะ

”ใช่ๆ ฮยอนจูไปด้วยกันสิ” เสียงเพื่อนนอื่นๆดังขึ้น เรื่อยพวกเขามองมาที่ฉันอย่างคาดหวัง

ฉันที่กำลังอึดอัดและหนักใจ ก็พอที่จะยกมันออกไปได้บ้าง

“โอเค ฉันจะไป” ฉันพูดและยิ้มให้ทุกคน

 

ฮยอนจินที่นั่งอยู่ข้างหลังเขาก็มองเธอและเผยยิ้มออกมาที่เห็นว่าฮยอนจู เริ่มที่จะเป็นตัวเองกับทุกคนได้

………………..

ขณะที่พวกเราเดินไปที่คาราโอเกะด้วยกัน ฉันก็ โทรบอกแม่ว่าวันนี้คงกลับช้าเพราะมีนัดกับเพื่อน แม่ก็ดูจะโล่งใจขึ้นเยอะที่เห็นฉันเริ่มไปได้ดีกับเพื่อน

“ฮยอนจู ขอคุยไรด้วยหน่อยสิ” จู่ๆยองฮุนก็เดินมาข้างๆฉันและพูดขึ้น

ก่อนที่เขาจะเดินปลีกตัวออกจากกลุ่มไปก่อน

ฉันเห็นอย่างนั้นก็เริ่มกังวลขึ้นมาอีก แต่ก็ต้องตามเขาไปในทันที…

 

ลีโนวเดินมาข้างๆฮยอนจินที่จ้องพวกเขาอยู่ห่างๆสายตาเขาที่มองเต็มไปด้วยความสงสัย

“แปลกจริง” ลีโนวพูดขึ้น

“อะไรที่แปลก นายหรอ” ฮยอนจินถามเขากลับ

“ก็เมื่อเช้าพวกเขาดูให้กำลังใจกันดีอยู่เลย แต่หลังจากเสร็จการแข่ง ดูพวกเขาอึนๆใส่กัน มีเรื่องอะไรรึป่าวนะ” ลีโนวพูดขึ้น

ทั้งหมดคือสิ่งเดียวกับที่ฮยอนจินสงสัยอยู่ตอนนี้

“ฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ย ว่าไอ้หมอนั้น มันไม่น่าไว้ใจตั้งแต่แรก” ฮยอนจินพูพลางจ้องข้างหลังยองฮุนเดินคุยกับฮยอนจูอยู่

“ก็แน่ล่ะ พ่อของมันเป็นคู่แข่งพ่อนาย ส่วนนายตอนนี้ก็คงต้องแข่งกับมันสินะ” ลีโนวพูดพลางมองยองฮุนเช่นกัน

………………….

“เธอรู้แล้วใช่มั้ย ฮยอนจู” ยองฮุนพูดขึ้นเขาไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำ

คงรู้ว่าพูดถึงอะไรอยู่

“ใช่…”ฉันตอบเพียงแค่นั้น

ยองฮุนหยุดเดินก่อนจะหันมามองหน้าฉัน

“ที่เธอไม่พูดเธอกำลังช่วยฉันงั้นหรอ?” เขาพูดดยทำสีหน้าเย็นชาในแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

“แล้วนายก็ปล่อยให้เป็นแบบนั้นอย่างงั้นหรอ?” ฉันมองหน้าเขากลับ แบบผิดหวัง

“ถ้าเขารู้ว่าเธอรู้ แต่เธอไม่บอกเขาเพราะช่วยฉัน เธอโอเคงั้นหรอ”  เขาดันถามอย่างนั้นกลับมา

ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างเขาจะทำแบบนี้

“แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว เพราะว่า ฉันเห็นว่านายเป็นเพื่อนฉัน แต่ถ้านายไม่เห็นว่าฉันเป็นเพื่อน ครั้งต่อไป นายก็ไม่ใช่เพื่อนฉันอีกต่อไป….ยองฮุน”

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #47 Woralak'k (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 15:22
    เเกถ้าฮยอนจินมารู้เอาทีหลังนางจะไม่โกรธเอาหรอ ซีเรียสนะเนี่ยซีเรียส!!
    #47
    0
  2. #20 Miso (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 20:08

    เรื่องกำลังเจ้มจ้นน

    #20
    0
  3. #10 แคช'เชียร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 17:49
    สนุกมากค่าาา เค้าเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #10
    0