Stray kids (Hyunjin x You) THE S W A N S : หนีเสือปะหงส์

ตอนที่ 4 : เพื่อนบ้านเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    13 ส.ค. 63

 

วันต่อมา

 

ฉันเดินไปโรงเรียนตามเคย นี่ก็วันที่สามแล้ว ฉันก็ยังไม่ได้มีเพื่อนอย่างจริงๆจังๆสักคน การถูกคนอื่นบูลลี่มันเป็นอย่างนี้สินะ พอนึกถึงเรื่องนี้ก็ทำให้ฉันนึกถึงใครบางคนที่ฉันเคยรู้จักสมัยตอนเด็กๆที่แทบเกือบจะจำเรื่องราวอะไรไม่ได้ ตอนนั้นฉันขึ้นชั้นประถมก็มีครอบครัวหนึ่งที่ย้ายมาอยู่ข้างบ้านเรา

และครอบครัวนั้นก็ทำให้ฉันรู้จักพี่ชายคนนึงซึ่งฉันจำไม่ได้แล้วล่ะว่าเขาชื่ออะไร

เขาเป็นเด็กค่อนข้างตัวเล็ก และทุกวันที่เขากลับมาบ้าน เขาจะมีแผลติดตัวมาตลอด ซึ่งฉันคอยแอบมองเขาอยู่อย่างนั้นทุกวันที่เราบังเอิญเจอกันตอนกลับบ้าน

จนวันนึงฉันได้เข้าไปคุยกับเขาเพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเงียบและไม่พูดอะไรกับฉัน

ฉันเลยยื่นพาสเตอร์ยารูปหมีน้อยให้เขาเพื่อปิดแผลที่ริมฝีปาก ด้วยความไร้เดียงสา และความใจดีนั้น ทำให้เขาเริ่มเปิดใจและเล่าทุกอย่างให้ฉันฟัง…

เขาถูกเพื่อนที่โรงเรียนรุมแกล้ง และทุกครั้งถ้าเค้าไม่ตอบโต้หรือสู้กลับ พวกนั้นจะหันไปทำร้ายคนอื่นแทนเขา เป็นครั้งแรกที่ฉันไม่เคยเห็นใครเป็นแบบเค้ามาก่อน นั้นทำให้เราเริ่มสนิทกันขึ้นแต่แล้ววันหนึ่ง ครอบครัวของเขาก็ย้ายจากไปอีกครั้ง ก่อนที่เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นไปกว่านี้ ฉันเลยคิดว่าฉันอยากจะเข้มแข็งเหมือนเขาให้ได้มาตลอด…

 

“นี่ ..” มีใครบางคนสะกิดหลังฉัน พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นยองฮุนนั้นเอง

“โอ๊ะ หวัดดี ยองฮุน”

“นี่คงเป็นเวลาที่เราสามารถคุยกันได้ ฉันเลยคิดว่ามีเรื่องจะบอกเธอน่ะ” ยองฮุนพูดพลางเดินมาข้างๆฉัน

“พูดยังกะ เข้าโรงเรียนไปแล้วนายจะไม่พูดกับฉันงั้นแหละ” ฉันรู้สึกไม่ชอบเลยที่มันเป็นแบบนี้ ทำไมเขายังกลัวว่าฉันจะเดือดร้อนเพราะเขาอยู่ตลอดนะ

“ฉันพูดจริงๆนะ ฮยอนจู…” ยองฮุนพูดก่อนจะหยุดเดินและมองฉันอย่างจริงจัง

"นายจะพูดอะไร?..” ฉันสงสัยว่ามันเรื่องอะไรกันแน่

“เธออย่าชอบฮยอนจินเลยนะ…” 

เขาพูดในสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงอีกแล้ว

“ทำไมนายคิดว่าฉันจะชอบหมอนั้นล่ะ..”

 

“เพราะฉันคิดว่า ….”ก่อนที่ยองฮุนจะอ้าปากพูดคำต่อไป

ปี้ดดดด

เสียงแตรรถดังสนั่น เราสองคนมองไปยังรถคันนั้นทันที

สักพักก็มีคนลงมาจากรถคันนั้น ปรากฎว่าเป็นเขา…

“ฮยอนจิน!OoO” หน้ายองฮุนดูตกใจมากเมื่อเห็นเขาเข้า

ฮยอนจินเดินเข้ามาระหว่างเราพลางมองยองฮุนตาขวาง

“ฉันบอกนายแล้วใช่มั้ยว่าอย่าคุยกับเธอ!” ฮยอนจินพูดเสียงดุ

“เอ่อ..ฉัน..” ยองฮุนรู้สึกกลัวที่ถูกจับได้

 

“นายมีสิทธิ์อะไรไปสั่งเขา” ฉันพูดแทรกขึ้นทันทีที่ดูท่าทางไม่ดี

“ฉันขอโทษ ฮยอนจิน ฮยอนจู พวกเธออย่ามีเรื่องกันเลยนะ ฉันจะไปแล้วล่ะ” ยองฮุนพูดและทำท่าจะไป 

แต่ฉันกลับดึงแขนเขาเอาไว้ได้ทัน

“นายไม่ผิดสักหน่อยจะขอโทษทำไม?”

“ฮยอนจู!” ยองฮุนยิ่งตกใจที่ฉันทำแบบนั้น

 

ฮยอนจินมองมือฮยอนจูที่ยังคงจับแขนยองฮุนไว้แน่น ก่อนที่จะดึงมือเธอออกจากแขนของยองฮุนทันที

เขาลากเธอให้ตามเขาไปทันที

“นี่ ปล่อยฉันนะ ฮยอนจิน!!ย๊า! ยองฮุนช่วยด้วย ย๊า!!”

ฉันโวยวายไปตามทาง แต่ดูคนรอบข้างไม่มีใครคิดที่จะช่วยฉันเลยสักคน

 

ฉันเลยตีไปที่ไหล่ของเขาอย่างแรงเพื่อจะให้เขายอมปล่อย

“โอ้ย เจ็บนะ นี่เธอ!” ฮยอนจินรีบปล่อยทันทีและจับไปที่ไหล่ของตัวเองอย่างเจ็บๆและฉันพึ่งนึกได้ว่าฉันตีไปที่รอยช้ำของเขา

“สมน้ำหน้า ใครบอกให้นายทำแบบนั้นก่อน” ฉันพูดก่อนจะเดินหนีเขาไปทันทีโดยไม่มีทีท่าสนใจ

เอาแต่ฉุดแต่ลากแต่ดึงอยู่นั้นแหละ คนนะ ไม่ใช่ควาย

“ฮยอนจู..” แต่เสียงใครบางคนก็ทำให้ฉันหยุดชะงักอีกครั้งก่อนจะมองไปที่เขาอย่างแปลกใจ

“ฟิลิกซ์?” ฉันมองเขาที่ดูเหมือนรอใครที่หน้าโรงเรียนอีกครั้ง

“เกิดไรขึ้น?” ฟิลิกซ์มองฉันก่อนที่จะหันไปมองที่ฮยอนจินที่กำลังเดินตามมาอย่างสงสัย

“ป่าว นายมารอใครอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าพ่อนายฝากมาทักฉันอีกนะ ครั้งที่แล้วโทษทีที่ไม่ได้ฝากสวัสดีเค้าด้วย”ฉันพูดกับเค้าเพราะไม่อยากให้ใครกล้าเข้ามาในตอนนี้

 

“มารอเธอนั้นแหละ..” ฟิลิกซ์พูดนั้นทำให้ฉันงง

“รอฉันทำไมอ่ะ?” 

“พ่อฉันอยากให้ฉันเป็นเพื่อนเธอ” นี่เขาทำตามคำสั่งพ่อตลอดเลยสินะ เด็กดีจริง

“ไม่เป็นไรหรอก นายก็มีเพื่อนของนายอยู่แล้ว ไปอยู่กับพวกเค้าเถอะ..” ฉันพูดก่อนจะเดินหนีเข้าไปในโรงเรียนทันที

 

ฮยอนจินที่เดินตามมาเรื่อยๆเห็นอย่างนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาฟิลิกซ์ทันที

“นายรู้จักเธอหรอ?” ฮยอนจินพูดพลางมองป้ายชื่อของเขาก็รู้ทันทีว่าเขาเป็นเด็กปีหนึ่ง

 

“นั้นก็ไม่เกี่ยวกับรุ่นพี่หนิ” ฟิลิกซ์พูดก่อนจะหันหลังให้เขาทำท่าจะเดินหนี

ฮยอนจินดึงไหล่ฟิลิกซ์ไว้เพื่อให้เขาหันมามองตัวเองอีกครั้ง

“ฮึ..ฉันจะบอกนายครั้งเดียวนะ…"

“…” ฟิลิกซ์ทำหน้างงว่าเขาจะพูดอะไร?

" ห้ามยุ่ง..” ฮยอนจินพูดเสร็จก็เป็นคนเดินจากเขาไปแทน

 

…………..

ฉันเดินไปที่ห้องน้ำก่อนเพราะยังไม่อยากเข้าไปห้องเรียนในตอนนี้

แต่ทว่าฝั่งตรงข้ามก็คือห้องน้ำชาย มีคนคนนึงเดินออกมาพอดี และฉันเคยเห็นเขาเมื่อวันนั้นวันที่ฮยอนจินลากฉันไปที่ห้องชมรม เขาคือ บังชาน เห็นเค้าว่ากันว่าเค้าคือหัวหน้ากลุ่มSwans

 

 ฉันทำเป็นก้มหน้าเตรียมจะเดินผ่านเขาไปแต่ทว่า เรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นนั้น ก็หลบไม่ได้อยู่ดี..

“เธอ ฮยอนจูใช่มั้ย?” เขาถามฉันก่อนจะเดินพ้นหน้าไป

 

 

 

“ค่ะ รุ่นพี่มีอะไรรึป่าวคะ? ฉันต้องรีบ..”

“ฉันว่าแล้ว รู้สึกคุ้นเธอมากเลย คิดอยู่ตั้งนาน…” ชานพูดพลางจ้องฉันแบบสงสัย

หมายความว่าไง?กันนะ…เค้าพูดยังกะว่าเคยรู้จักฉันมาก่อนหน้านั้น..

“เอ่อ..”

 

“จำฉันไม่ได้สินะ แหงล่ะ ตอนนั้นเธอพึ่งเข้าประถม” ชานพูดพลางยิ้มมุมปากอย่างน่าขันเมื่อคิดถึงช่วงนั้น

ฉันครุ่นคิดกับคำพูดของเขาอยู่ครู่หนึ่ง…

ก่อนจะนึกอะไรออกได้

“อปป้า คนนั้นที่อยู่ข้างบ้าน..”ฉันพูดทันทีที่นึกออก

พลางมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าโตมาจะ….

หล่อใช้ได้เลยทีเดียว..

“ฮึ ทีนี้จำได้แล้วสินะ” เขาพูดพลางยิ้มอย่างดีใจ

“โหว แทบจะจำไม่ได้ ทำไมพี่ดูสูงขึ้นเยอะเลยค่ะ”

“ไม่ใช่แค่สูงนะ ดูดีๆสิ” เขาพูดพลางเอียงมุมหน้าให้ฉันดู

“แหม แต่ก็หล่อเหมือนเดิม ” ฉันพูดยอเขาต่อ

ไม่หน้าเชื่อว่าจะโตมาได้ดีขนาดนี้ แถมตอนนี้ก็เป็น…เอ่อ

ฉันไม่แน่ใจว่านิสัยเขาจะเปลี่ยนไปจากตอนเด็กรึป่าวนะสิ?

“คิดไรอยู่เด็กน้อย” เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นฉันเงียบเหมือนเหม่อไป

“ป่าวค่ะ ฉันต้องรีบเข้าเรียนแล้ว ขอตัวนะคะ” ฉันพูดก่อนจะรีบเดินไปเพราะมองดูนาฬิกาเหมือนจะสายแล้วน่ะสิ

 

“ฮึ..ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งนะ ฮยอนจู…” 

บังชานพูดขณะที่มองฮยอนจูเดินจากเขาไป

…………………

 

ฉันวิ่งเข้าห้องมาเป็นคนสุดท้าย ก็เห็นว่าครูคิมเข้ามาแล้ว

เขาหันมามองฉันอย่างดุๆที่มาสาย

“ขอโทษค่ะที่มาสาย” ฉันพูดพลางก้มหัวขอโทษครูคิมทันที

“รีบไปนั่งที่เธอเถอะ” เขาพูดพลางส่ายหัวอย่างเอือมๆ

ฉันเดินไปที่ของตัวเองก็เห็นฮยอนจินที่นั่งยิ้มเยาะอยู่ข้างหลัง

เห้ออเกลียดขี้หน้าหมอนี้ชะมัด

“นี่..” ฮยอนจินทักฉันพลางเตะที่เก้าอี้ฉันหนึ่งที

ฉันนั่งนิ่งไม่แม้จะหันไปมองหน้าเขา

“ลืม บอกไป ขนมเมื่อวาน รสชาติห่วยชะมัด แต่ไม่ต้องเสียใจหรอกนะ หมาที่บ้านฉันยังไม่กินเลย” ฉันรู้ว่าเขาพยายามจะกวนประสาทฉันในตอนนี้ แต่ทำไมรู้สึกเสียใจที่ได้ยินแบบนั้นนะ

 

“รายงานวิทยาศาสตร์ที่พวกเธอทำเมื่อวานนี้ ผลออกมาแล้วว่ากลุ่มคะแนนทีมากที่สุดคือกลุ่มของฮยอนจิน มินโฮ ยองฮุน และฮยอนจูนะ”

ครูคิมพูด นั้นทำให้ลีโนวที่นั่งอยู่ข้างๆฉันหันมามองและยิ้มอย่างดีใจ

“ฉันบอกแล้วว่าเราต้องที่หนึ่ง” ลีโนวพูดขึ้น

 

“ก็เลยทำให้วันวิทยาศาสตร์ที่จะมาถึงครูจะให้กลุ่มพวกเธอไปแข่งกับห้องอื่นๆ” ครูคิมพูดถึงรางวัลที่ไม่อยากจะได้สักเท่าไหร่

ขึ้นมา

ฉันก็เป็นกังวลทันทีที่จะได้ทำงานกับหมอนั้นอีกครั้ง

“หายห่วงครับครู พวกเราจะทำให้ดีที่สุด” ลีโนวพูดขึ้น คนเอเนอจี้เยอะอย่างเขา ก็ยังจะดีใจกับเรื่องนั้นอยู่ต่อไป

“หายนะของจริงแล้วล่ะ…”ฉันพูดอยู่ในลำคอ แต่นั้นทำให้ลีโนวหันมาสงสัยว่าฉันพูดอะไรทันที

“เธอพูดอะไรนะ? ฮยอนจู”

“ป่าว ฉันแค่บอกว่าดีจริงๆที่ได้คะแนนเยอะน่ะ” ฉันแก้ตัวไปเพื่อไม่ให้เกิดเรื่อง

“แต่ฉันได้ยินว่า หายนะ..” ฮยอนจินที่นั่งข้างหลังก็พูดขึ้น

นี่นายจะไม่แทรกสักเรื่องจะได้มั้ย???

 

………..

พักเที่ยง

และแล้วเวลานี้ก็มาถึงอีกจนได้

ฉันเดินไปเอาอาหารกลางวันเสร็จก็มองไปรอบๆเพื่อหาที่ที่จะสามารถนั่งคนเดียวไม่ต้องมีใครมาก้าวก่ายได้ ในเมื่อกินกับใครไม่ได้ก็คิดว่าจะต้องกินคนเดียวแล้วล่ะ

 ฉันเห็นที่ว่างก็รีบเดินไปทันที แต่ทว่าใครบางคนก็เดินมาฉกเอาจานข้าวฉันไปจากมือทันทีและเดินไปทางกลุ่มของเขา

“มานั่งด้วยกันสิ ฮยอนจู”พี่ชานพูดพลางเรียกฉันให้ไปนั่งกับกลุ่มของเขา

ที่วันนี้ประกอบไปด้วย รุ่นพี่ชางบิน ลีโนวและ ฮยอนจิน…. ที่นั่งทำหน้าสงสัยมาทางพวกเราอยู่

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนั่งคนเดียวดีกว่า..” ฉันพูดพลางยื่นมือไปจะเอาจานข้าวคืน แต่พี่ชานกลับวางมันลงไปที่โต๊ะทันที

“นั่งลง” เขาทำหน้าดุ

นั้นทำให้ฉันคิดว่า นี่พวกเขาคิดกำลังจะแกล้งฉันหรอ?

สายตาทุกคนมองมาที่พวกเรา ทำให้ฉันต้องเดินไปนั่งตรงนั้น

“ชานฮยอง ทำอะไร ให้ยัยนี้นั่งนี้ทำไม?” ฮยอนจินพูดสีหน้าเขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

“ก็เธอคือ ฮยอนจูไง ฉันอยากให้เธอนั่ง ใครมีปัญหาอะไรมั้ย?” พี่ชานพูดพลางมองหน้าทุกคนที่มองพวกเขา

จนพวกนั้นหลบสายตากันไปจนหมด

พี่ชานลงมานั่งข้างๆฉัน ขณะที่ฉันกำลังนั่งอย่างเกร็งๆอยู่

“กินสิ งงอะไร?” พี่ชานมองทุกคนในโต๊ะที่มองหน้ากันอย่างงงๆ

พรึบ!!

ฮยอนจินลุกขึ้นจากโต๊ะทันที เขามองหน้าฉันอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเดินหนีไปจากโรงอาหาร

“ไอ้นี้หนิ อย่าสนใจมันเลย กินเหอะ” พี่ชานพูดบอกกับทุกคนในโต๊ะ

ฉันก็ได้แต่คิดว่า ที่ฮยอนจินแสดงอาการแบบนั้นออกมาเพราะเขาไม่อยากนั่งกินข้าวกับฉันอย่างงั้นหรอ?

“ทำไมเธอไม่กินล่ะ?” พี่ชานหันมาถามฉัน พร้อมกับสายตาทุกคนที่ยังสงสัยระหว่างฉันกับเขาอยู่นั้นเอง

 

“เอ่อ..ฉันไม่หิวน่ะค่ะ ขอตัวนะคะ” ฉันพูดก่อนจะลุกออกจากที่และเดินจากโต๊ะนั้นไปทันที

โดยไม่สังเกตว่ามีอะไรที่เตรียมจะขัดขาฉันอยู่

เพล้งงง

ฉันล้มลงไปกับพื้นพร้อมจานข้าวจนหกเลอะเทอะเต็มไปหมด

ฉันหันไปมองหน้าคนที่ทำแบบนั้นกับฉัน

“มีจู…” ฉันมองหน้าเธออย่างไม่เข้าใจว่าเธอทำแบบนี้ทำไมกัน?

“สมน้ำหน้า ยี้ สกปรกอ่ะ” เพื่อนกลุ่มของเธอต่างพากันหัวเราะเยาะ

 

ฉันค่อยๆลุกขึ้นและเก็นจานข้าวนั้นอย่างไม่แสดงอาการอะไร

 

บังชานที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเขาเลยตัดสินใจตามเธอไป

 

ฉันที่กำลังเช็ดและล้างตัวอยู่ในห้องน้ำ

จู่ๆน้ำใสที่คลออยู่ที่ตามันก็จะไหลออกมาซะงั้น ทั้งๆที่ตั้งใจไว้แล้วว่าฉันจะไม่ร้องไห้กับเรื่องพวกนี้เด็ดขาด แต่นั้น มันก็มากเกินไป!..

ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทำไมฉันต้องมาเจอคนพวกนี้ด้วย โลกไม่ยุติธรรมเลยสักนิดที่เหวี่ยงฉันมาเจอกับคนอย่างพวกเขา

ฉันปาดน้ำตาทั้งสองข้างก่อนจะถอนหายใจและตั้งสติ

“ฉันจะไม่ยอมแพ้กับเรื่องแค่นี้หรอก สู้ๆ ฮยอนจู!”

 

“คิดไว้แล้วเชียว” เสียงใครบางคนดังขึ้นจากหน้าประตูห้องน้ำหญฺิง

พี่ชานเดินเข้ามาพลางทำหน้ายิ้ม

นั้นทำให้ฉันตกใจว่าเขามาตั้งแต่เมือไหร่กัน

“รุ่นพี่เข้ามาได้ไงนี่มันห้องน้ำหญิงนะคะ!!”

 

“หายห่วงน่ะ ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกถ้ารู้ว่าฉันอยู่ที่นี้ กับเธอ..”เขาพูดยังกะเป็นเรื่องปกติ

แหงล่ะใครจะกล้ากับเขา เขาเป็นถึงลูกชายเจ้าของโรงเรียน

“เธอรู้มั้ย ทำไมพ่อฉันถึงก่อตั้งโรงเรียนนี้” พี่ชานพูดถึงเรื่องทีฉันเองก็ไม่รู้และไม่เคยสงสัยมันเลย

“เอ่อ ฉัน..”

“เพราะฉันเคยถูกเด็กพวกนั้นแกล้งมาตลอดจนต้องย้ายโรงเรียนบ่อยๆ จนเขาทนไม่ไหวว่าทำไมลูกชายของเขาไปที่ไหนก็ถูกแกล้งตลอด ก็เลยก่อตั้งโรงเรียนเพื่อฉันไง ฟังแล้วดูตลกมั้ยล่ะ นั้นคือความลับสุดยอดเลยนะ” เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องน่าขัน

“ดูแล้วท่านไม่เข้าใจรุ่นพี่สินะคะ..”

ฉันพูดออกไปแบบนั้นเพราะรู้ดีว่า ที่เขายอมถูกแกล้งเป็นเพราะอะไร แต่พ่อของเขาไม่เคยเข้าใจเลย

 

“เรื่องนั้นช่างเถอะ ฉันรู้นะ ฮยอนจูว่าเธอพยายามหลีดเลี่ยงอยู่…” พอพูดถึงเรื่องนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องมาเป็นเรื่องของฉันแทนซะงั้น

“ฉันก็ไม่รู้ว่าจะพยายามได้อีกสักเท่าไหร่…”

“ฉันเลยต้องมาบอกเธอว่า อย่าพยายามเลย คนที่นี้น่ะ ไม่เป็นอย่างที่เธอคิดหรอก..”

อ่าวไงงั้น ฉันนึกว่าเขาจะมาให้กำลังใจกันซะอีก

ฉันทำหน้างงกับสิ่งที่เขาพูด

“เธอต้องสู้อย่างจริงๆจังๆแล้วล่ะ ฮยอนจู..” ชานพูดเป็นคำสุดท้ายก่อนจะเดินออกไป

 

สู้งั้นหรอ?…

…………………….

“ได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้วสินะ ว่าฉันเป็นคนทำ” มีจูพูดขึ้น ขณะที่ฮยอนจินนั่งอยู่ในห้องเรียนคนเดียว

“นั้นมันเรื่องของเธอ อยากเรียกร้องความสนใจก็ช่าง ฉันไม่สนหรอก” เขาพูดอย่างเย็นชาและมองออกไปที่หน้าต่าง

“ฉันจะทำให้นายสนใจให้ได้ ฮยอนจิน..”เธอพูดพลางยิ้มมุมปาก ฮยอนจินหันมามองเธออย่างรำคาญก่อนจะทำท่าเดินหนี

มีจูจับแขนเขาเอาไว้แน่น

“ปล่อย อย่าให้ฉันต้องใช้กำลัง” ฮยอนจินพูดและมองไปที่มือของเธอ

“ตอนนี้ นายจูบฉันได้ไหม?” มีจูพูดออกมาโดยไม่มีทาทีจะอาย

ทำให้ฮยอนจินสงสัยว่าเธอทำอะไรแบบนี้ทำไม

“เธอเป็นบ้าไปแล้วหรอ?”

ฮยอนจินกำลังจะโมโหใส่เธอ ทันใดนั้นมีจูก็ดึงเขาเข้ามาประกบจูบทันที

 

ตุบ!! หนังสือที่ฉันถือมามันล่วงลงพื้นทันทีที่ฉันเห็นเหตุการณืที่ไม่คาดฝันนี้ในห้องเรียน

….แล้วทำไมฉันต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ในโรงเรียนบ้าๆนี้ด้วยนะ….

ฮยอนจินที่ผลักมีจูออกก่อน แล้วหันมามองฉันที่กำลังยืนอึ้งอยู่ตรงประตูห้อง

“เธอเห็นหรอ?!” ฮยอนจินพูดกับฉัน สีหน้าเขาดูโมโหมาก

“ฉันไม่สนใจเรื่องพวกนายหรอก” ฉันพูดและพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดและกลั้นใจเดินเข้าไปพลางเก็บหนังสือที่ร่วงลงพื้นขึ้นมา

“ฮยอนจู เธอ ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้ไหม ฉันขอร้องล่ะ” จู่ๆมีจูก็เดินเข้ามาขอร้องฉันใกล้ๆ สีหน้าเธอดูเป็นกังวลใจมาก

ฉันชำเลืองไปมองฮยอนจินที่ยืนทำหน้าสับสนอยู่

คงกลัวสินะว่าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกครู

“บอกแล้วไง ฉันไม่สนใจหรอก” ฉันพูดย้าก่อนจะเดินไปเก็บหนังสือที่โต๊ะตัวเอง แล้วเตรียมของเพื่อจะไปห้องศิลปะตามเพื่อนๆ

“ขอบใจนะ ฮยอนจู” มีจูพูดสีหน้าเธอโล่งใจขึ้นมาก

“นี่ มาคุยกันหน่อยสิ” ฮยอนจินพูดพลางเดินมาหาฉันก่อนจะจับแขนฉันและเตรียมจะลากฉันไปอย่างทุกครั้ง

แต่ครั้งนี้นายจะทำแบบนั้นกับฉันไม่ได้อีกแล้ว!!

ฉันสะบัดมือเขาทิ้งทันที และมองเขาด้วยสายตาทีโกรธๆและเอาจริง

“ฉันไม่อยากคุยกับนาย แม้แต่คำเดียวก็ไม่อยากพูด! จำไว้อย่ามายุ่งกับฉันอีก!” ฉันพูดจบก็รีบเดินหนีออกไปทันที

อย่างที่พี่ชานพูด ฉันต้องสู้กับมัน ฉันจะไม่ยอมอีกต่อไป!

……………….

ณ ร้านเบเกอรี่

“เชิญค่ะ รับอะไรดีคะ?” แม่พูดขึ้นและมองฉันที่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี้ทั้งๆที่ยังไม่เลิกเรียนเลย

“แม่TT” ฉันวิ่งเข้ามากอดแม่ น้ำตาที่กลั้นไว้ตลอดทางมันก็ไหลออกมา

“ฮยอนจู เกิดอะไรขึ้น?” แม่กอดตอบฉันน้ำเสียงเธอดูเป็นห่วงฉันมาก

“แม่ หนูไม่อยากไปโรงเรียนนั้นอีกแล้ว แม่TT” 

ฉันรู้สึกผิดมากกับแม่ที่เป็นแบบนี้ ทำไมฉันถึงอ่อนแออีกแล้วนะ มันเกิดอะไรขึ้นกับใจของฉัน

“ใจเย็นๆ ค่อยพูดสิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”

“ฮรือ หนู หนู..”ฉันร้องไห้พลางคิดว่าจะพูดยังไง

“เกิดไรขึ้นอ่ะ ฮยอนจู…” เสียงของใครดังขึ้นข้างหลังฉัน ฉันกับแม่หันไปมองเขา

“พี่จูยอน..”ฉันมองเขาอย่างตกใจว่าเขามาที่นี้ทำไม ก่อนจะหันไปมองแม่ที่ตอนนี้ก็ตกใจไม่แพ้กัน แต่เธอพยายามเก็บความรู้สึกเอาไว้

 

 

ฉันเดินเอาโกโก้มาให้พี่จูยอนที่โต๊ะ พลางมองแม่ที่ไม่ยอมออกมาจากห้องอบขนมนั้น

“แม่ยังโกรธอยู่สินะ” พี่จูยอนพูดพลางมองไปที่ห้องอบ

“อื้ม ให้เวลาแม่หนอยนะ เขาเหมือนเสียพี่ไปเลยยังยอมรับไม่ได้” ฉันพูดและนั่งลงตรงข้ามเขา

“แล้วเธออ่ะ เป็นอะไร โดดเรียนมาทำไม?” พี่จูยอนเริ่มประเด็นฉันแทน

“ฉัน ฉัน โดนเพื่อนแกล้งอ่ะ..” ฉันพูดพลางก้มลงกับพื้นไม่กล้ามองหน้าเขา

“นี่ ฮยอนจู… เธอลืมตัวเองไปแล้วหรอ เธอเป็นใคร” พี่จูยอนพูดพลางจับหน้าฉันให้เงยสู้หน้าเขา

“…”

“เธอเป็นลูกพ่อนะ แล้วเธอก็เป็นลูกของแม่ด้วย และที่สำคัญ เธอเป็นน้องสาวฉัน เรื่องแค่นี้เอง เธอจัดการได้อยู่แล้ว รู้มั้ย?” พี่จูยอนพูด ซึ่งนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาบ้างนิดนึง

 

“พี่อย่าบอกแม่นะ แค่นี้แม่ก็กลุ้มพออยู่แล้ว” ฉันขอร้องเขา ทุกอย่างมันจะแย่ลงเพราะฉันไม่ได้อีกเด็ดขาด

“ฉันจะเอาเวลาไหนไปบอก แค่หน้าแม่ยังไม่อยากมองเลย” พี่จูยอนพูดพลางหัวเราะเยาะตัวเอง

“เอาน่า วันไหนแม่เย็นลงแล้ว ฉันจะบอกนะ ตอนนี้พี่กลับไปก่อนเถอะ”

 

“เดี๋ยวก่อน ที่ฉันมาที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่องเดียวหรอก” พี่จูยอนพูดพลางทำหน้าสงสัยฉันขึ้นมาอีกรอบ

“อะไรอีกเล่า?” 

ฉันสงสัยว่าเขามีเรื่องอะไรอีกงั้นหรอ

 

“เมื่อวานที่เธอไปหาฉันที่สตูดิโอ เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” พี่จูยอนพูดถึงเรื่องนั้นขึ้นมา ก็ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์ที่ห้องแต่งตัวกับฮยอนจินขึ้นมาอีกครั้ง 

“ป่าว ไม่มีอะไรหนิ” ฉันตีหน้าซื่อทำเป็นไม่มีอะไรไป

“อย่าโกหก เธอก็รู้ว่าฉันจับได้อยู่ดี” เขาพูดทำหน้าดุๆ

“จริงๆ ไม่มีอะไรเลย” ฉันพูดเสียงสูง

“เธอรู้จักกับฮยอนจินหรอ?” เขาพูดชื่อนั้นมาทำให้แน่ใจเลยว่าเขารู้เรื่องนั้นแล้ว เรื่องที่ฉันเข้าไปในห้องแต่งตัวฮยอนจิน

“ฮยอนจินไหน ไม่รู้จัก ใครกัน?” ฉันแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อ 

แต่ทว่า สวรรค์ไม่เป็นใจส่งปีศาจตัวนั้นมาอีกแล้ว….

“เชิญค่ะ คุณลูกค้า” เสียงพนักงานต้อนรับลูกค้าพูดขึ้น

เพราะลูกค้าที่เปิดเข้ามานั้นเป็นคนที่ฉันไม่อยากให้มาในตอนนี้ที่สุด!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #4 Kantida Pan Klomjit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 10:08
    สนุกมาก รอติดตามต่อไปนะนะคะ กำลังเจ้มจ้นเลยยย
    #4
    0