Stray kids (Hyunjin x You) THE S W A N S : หนีเสือปะหงส์

ตอนที่ 2 : กฎข้อที่ 321

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    9 ส.ค. 63

 

ผม ฮวัง ฮยอนจิน อายุ 18

 

หรือทุกคนจะรู้จักผมในนาม ฮยอนจินแห่ง Swans ก็ไม่มีอะไรมาก กลุ่มนี้ถูกแต่งตั้งขึ้นมาโดยชานฮยองลูกชายเจ้าของโรงเรียนแห่งนี้ สมาชิกแต่ละคนไม่ได้แค่รวยหรือมีอิทธิพลมากมายอย่างที่เข้าใจ แค่พวกเรามีเป้าหมายเดียวกันความคิดเหมือนกัน หรือมีบางอย่างที่คนทั่วไปไม่มี ถึงอย่างนั้นการอยู่ร่วมกันของพวกเราก็มีกฎที่ถูกสมาชิกแต่ละคนสร้างขึ้นมา

อย่างเช่น ข้อหนึ่ง Swansต้องเจ๋ง ข้อสองSwansต้องเป็นที่หนึ่ง ข้อสามSwansต้องไม่แพ้ และข้ออื่นๆที่มีหลายร้อยข้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากใครทำผิดกฎจะต้องถูกทำโทษตามความเห็นของสมาชิก

และโทษที่ร้ายแรงที่สุดคือ ออกไปจากSwans…

 

ไม่นานมานี้มีกฎหนึ่งที่ชานฮยองหัวหน้ากลุ่มได้สร้างขึ้นนั้นคือ ข้อ321หากSwansคนไหนเกิดสนใจใครขึ้นมา จะต้องพาคนๆนั้นมาแนะนำให้หัวหน้ารู้ ห้ามมีความลับต่อกันเด็ดขาด

และก็เป็นเหตุผลที่ผม พายัยเด็กใหม่คนนี้ อี ฮยอนจู…

มาที่นี่…

 

“นี่นาย คิดจะทำอะไร?” ฮยอนจูมองหน้าผมด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง การกวนประสาทเธอมันทำให้ผมสนุกชะมัด ก็ไม่รู้ว่าทำไม

“เดี๋ยวก็รู้” ผมพูดก่อนจะดันหลังเธอให้เข้าไปในห้องชมรมประจำของพวกกลุ่มSwans

 

……

ฉันที่ถูกหมอนั้นดึง หรือลากตัวมาในห้องๆหนึ่งที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะพาฉันมาที่นี้ทำไม?

ฉันมองกลุ่มเด็กผู้ชายสามคนที่มองมาทางฉันเป็นตาเดียว หนึ่งในนั้นมีลีโนวที่ฉันรู้จักเพียงคนเดียว

ฉันเลยส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่เขาทันที

“อ่าวฮยอนจิน มากับใคร?” คนคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นรุ่นพี่ปีสาม ฉันมองป้ายชื่อที่อกเขา เขาคือ บังชาน พูดขึ้นและมองฉันอย่างสงสัย

“ฮยอนจูหนิ” ลีโนวพูดขึ้นพลางส่งยิ้มให้ฉัน

“ไม่เคยเห็นหน้าเลย หรือว่าเธอเป็นเด็กใหม่อย่างที่ลีโนวเล่า” อีกคนที่เหมือนเป็นรุ่นพี่ที่ชื่อชางบินพูดขึ้น

“ใช่ ยัยนี้แหละ” ฮยอนจินพูดพลางเดินมาข้างๆฉัน

 

“…”ฉันเงียบเพราะเริ่มรู้สึกกลัวว่าเขาพาฉันมาที่นี้เพื่อจะแกล้งฉัน

“พาเธอมาที่นี่ทำไม?”ชานพูดขึ้นอย่างสงสัยกับสิ่งที่ฮยอนจินทำ

“เรื่องกฎข้อ 321ไง ”ฮยอนจินพูดเสร็จทำเอาทุกคนหันไปมองหน้ากันอย่างตกใจ ซึ่งฉันไม่รู้ว่านี่มันบ้าอะไร?

“นายพูดจริงหรอ?” ลีโนวพูดขึ้นอย่างอึ้งๆ

“ฉันไม่เคยโกหก” ฮยอนจินพูดพลางหันมองฉันพลางยิ้มๆ

“ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ของนาย…ฮยอนจิน”ชานพูดพลางเดินมามองหน้าฉันใกล้ๆ

“นี้มันเรื่องบ้าอะไร ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิด” ฉันที่ทนกับความอึดอัดและสงสัยนี้ไม่ได้แล้วจึงพูดออกไป

“ฮยอนจินหมายความว่าไง?” ชานหันไปพูดกับฮยอนจินอย่างงงๆกับสิ่งที่ฉันพูดออกมา

“อ้อ ลืมบอกไป เธอไม่รู้เรื่องอะไรหรอกที่มาที่นี่ เอาเป็นว่าแค่มาบอกให้รู้น่ะ ฉันไปล่ะ” ฮยอนจินพูดจบเขาก็ลากฉันออกมาจากห้องอีกครั้ง

 

..

"นี่ นายไม่ได้พาฉันมาที่นี้เพื่อ…" 

“เพื่อจะแกล้งเธอน่ะหรอ ฮึ…คิดมากจริงๆ” ฮยอนจินพูดพลางยีผมฉันจนยุ่งไปหมด

“จะยังไงก็แล้วแต่ ฉันไม่กลัวนายหรอก จำไว้” ฉันพูดจบก็เดินชนไหล่เขาและหนีไปทันที

 

ฉันเดินกลับมาที่บ้านแล้วเปลี่ยนชุดเพื่อจะไปช่วยแม่ทำงานที่ร้านเบเกอรี่ทันที ไม่มีเวลามาคิดเรื่องวันนี้หรอก ถึงมันจะ…หนักหนาซักเท่าไหร่ ฉันต้องอดทน เพราะไม่อยากให้แม่เป็นกังวลเพิมขึ้นอีก

“แม่ หนูมาแล้ว” ฉันพูดขณะที่เปิดประตูร้านเข้าไป ก็เห็นแม่ที่เหมือนกำลังยืนคุยกับแขกอยู่

“อ่าว ฮยอนจูมานี่สิ” แม่เรียกฉันเหมือนจะไปแนะนำให้แขกคนนั้นรู้จัก

เป็นผู้ชายวัยรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ฉัน ฉันมองหน้าแม่พลางสงสัยว่ามีคนมาจีบแม่รึป่าว?

“นี่เพื่อนแม่เอง คุณลุงลี เพิ่งชายมาจากออสเตรเลีย”

“สวัสดีค่ะ” ฉันทักทายเขาไปตามมารยาท

“อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ ฮยอนจู” เขาถามฉันอย่างเอ็นดู

“18 ค่ะ” ฉันตอบเขาไปพลางมองหน้าแม่อย่างงงๆว่าพวกเขาสนิทกันมากขนาดนั้นเลยหรอ

“นึกว่ารุ่นเดียวกับเจ้าฟิลิกซ์ซะอีก” ลุงลีพูดเปรียบเทียบฉันกับใครอีกคน

“ใช่ค่ะ ลูกชายของลุงลีน่ะพึ่งย้ายมาแลกเปลี่ยนที่โรงเรียนเดียวกับลูก ฝากทักทายฟิลิกซ์ด้วยนะคะ” แม่พูดขึ้นก่อนที่ฉันจะงงไปมากกว่านี้

“งั้น ผมไปก่อนนะ เดี๋ยวจะแวะมาใหม่” ลุงลีพูดก่อนจะเดินออกจากร้านไป

ฉันหันไปมองแม่และทำหน้าสงสัยแม่ทันที

“เขามาจีบแม่รึป่าวคะ?” ฉันถามแม่ออกไปตรง

“บ้าน่ะ ฮยอนจู รีบไปทำงานลูกค้ารอจ่ายเงินอยู่” แม่พูดก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอบขนมทันที

ร้อนตัวนะ อย่างนี้ต้องจับให้ได้

….

หลังจากปิดร้าน

ฉันกับแม่ก็พากันเดินกลับบ้าน แม่เริ่มรู้สึกว่าฉันจะเงียบเกินไปไม่คิดจะเล่าอะไรให้ฟังบ้างเลยซึ่งผิดนิสัยของฉัน

“ฮยอนจู ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?” คำถามนั้นของแม่ ทำให้ฉันต้องเตรียมเรื่องที่จะโกหกออกมาใช้ทันทีั

“ก็ดีค่ะ เพื่อนๆก็โอเคนะคะ”

“พูดงี้มีเพื่อนใหม่แล้วหรอ? ใครกัน วันหลังพามาที่ร้านหน่อยสิ”

“หนูคิดว่ามันเร็วเกินไป ไว้สักพักนะคะ” ฉันพูดพลางรีบเดินนำแม่ไปก่อนทันทีเพราะกลัวจะถูกถามมากไปกว่านี้

….

‘นี่เป็นไงบ้าง?’

ข้อความจากพี่จูยอนส่งมาเมื่อฉันถึงห้องนอนตัวเอง

ก็อกๆ เสียงประตูดังขึ้น นั้นทำให้ฉันที่คิดว่าจะโทรหาพี่จูยอนต้องหยุดความคิดนั้นทันทีเพราะกลัวว่าแม่จะโกรธ

“นอนรึยัง ฮยอนจู”

“จะนอนแล้วค่ะแม่ ฝันดีนะคะ”ฉันตะโกนบอกแม่ออกไป

“โอเค ฝันดีลูก” แม่พูดจบเสียงฝีเท้าที่เดินออกไปเรื่อยๆของเธอทำให้ฉันโล่งอก

 

‘แย่อยู่ แต่ก็ไม่เป็นไร แล้วพี่ล่ะ’ ฉันพิมพ์ตอบกลับไป

‘ช่วงนี้ได้งานทำใหม่ด้วย คิดว่าต้องเก็บตังเพิ่ม ค่าใช้จ่ายเยอะเลย’พี่จูยอนตอบกลับมานั้นทำให้ฉันสงสัยว่าเขาจะทำงานพาร์ทไทม์หรอ?

‘งานอะไรหรอ?’

‘เป็นโมเดล’ เขาส่งมาพร้อมสติ๊กเกอร์ทำเป็นอวด

‘ใครตาถั่วเลือกพี่เนี่ย’ ฉันตอบกลับเขาไป

‘มีแค่เธอนี่แหละที่ตาถั่ว ยัยบื้อนอนได้แล้ว’ 

ฉันส่ายหัวอย่างเอือมๆพลางวางมือถือไว้ที่โต๊ะ และเดินมาที่เตียง

เพื่อจะพยายามนอน

“นอนได้แล้ว ฮยอนจู ศึกยิ่งใหญ่ในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปรอเธออยู่…”

…………………

ฮยอนจินกลับมาถึงบ้านที่ปิดไฟมืดสนิท เขาค่อยๆเดินไปที่หน้าห้องของตัวเองแต่แล้วไฟก็ถูกเปิดขึ้น

“ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ย ฮยอนจิน” เสียงพ่อเขาดังขึ้นข้างหลังเขา

ฮยอนจินหันไปมองพ่อของเขาที่ยืนทำหน้าดุๆแบบไม่พอใจ

“ขอโทษครับ” เขาพูดพลางก้มหน้า

“ทำตัวให้มันดีๆหน่อย นี่แกอายุ 18 แล้วนะจะให้ฉันบอกตั้งกี่ครั้ง”

“…” เขาเงียบเพราะรู้ดี ถ้าเขาพูดอะไรออกไป พ่อเขาก็ไม่ฟังเหมือนเดิมทุกครั้ง

“ไสหัวไปนอน” พ่อพูดจบก็เดินหนีเขาไป

 

ใครจะรู้ ลูกชายคนเดียวนักธุรกิจส่งออกสินค้าพันล้านที่ใครๆต่างอิจฉา ที่จริงแล้ว เขาต้องอยู่ในบ้านหลังนี่ตัวคนเดียวด้วยซ้ำไป

ฮยอนจินรู้ พ่อกับแม่ของเขาไม่ได้รักกัน พวกเขาแต่งงานกันก็เพราะธุรกิจครอบครัว

ภายนอกดูเหมือนจะเป็นครอบครัวที่สังคมอิจฉา แต่อันที่จริงแล้วบ้านหลังนี่ แม่ของเขาไม่ได้อยู่กับเขาอย่างที่ทุกคนเข้าใจ

อันที่จริงแล้ว เขาก็คือ เด็กบ้านแตกเหมือนกับใครบางคนที่เขาพึ่งจะรู้จัก..

ที่เขาทำตัวเป็นเด็กเกเรในทุกๆวันก็เพื่ออยากจะให้พ่อแม่สนใจเขาบ้าง ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกนั้น ความรู้สึกที่ครอบครัวทุกครอบครัวเขามีกัน

“คุณฮยอนจินทำไมวันนี้กลับดึกละคะ” แม่บ้านเดินออกมาพร้อมกับนมอุ่นๆ หลังจากที่พ่อของเขาไป

“ทำงานน่ะครับ” เขาพูดพลางรับแก้วนมอุ่นนั้นมา

“นี่คุณผู้ชายเขาตัดค่าขนมอีกแล้วหรอค่ะ ถึงได้ไปทำงานเสริม” แม่บ้านรู้ดีนั้นคือบทลงโทษที่เขาโดนประจำ

“ไม่เป็นไรหรอกครับแค่นี้เอง ผมหาเงินได้มากกว่าที่เขาจ่ายผมอีกน่ะป้า” ฮยอนจินพูดแล้วก็ยกดื่มจนหมดและส่งคืนเธอ

“งานโมเดลนั้นคงหนักหน้าดูเลยนะคะ” ป้ายังทำหน้าเป็นห่วง

“ป้าไปนอนได้แล้ว อ้อ พรุ่งนี้ไม่ต้องทำอาหารเช้าให้ผมนะครับ” ฮยอนจินพูดก่อนจะเดินเข้าห้องและปิดประตูทันที

ฮยอนจินถอนหายใจพลางนั่งลงกับพื้น ด้วยความเหน็ดเหนื่อยทั้งกาย และใจ

เขามองรูปครอบครัวที่ตั้งอยู่หัวเตียงก่อนจะเดินไปหยิบกรอบรูปนั้นมาดูพลางเอนตัวลงนอนบนเตียง เขามองแม่ในรูปและรู้สึกคิดถึงเธอเพราะไม่ได้พบกันนานแล้ว

ติ้ง

เสียงข้อความในมือถือของเขาดังขึ้น ฮยอนจินหันไปมองข้อความซึ่งเป็นข้าความจาก โม มีจูที่ส่งมาให้เขา

‘ฉันรู้เรื่องนั้นแล้วนะ พรุ่งนี้เราต้องคุยกัน’

ฮยอนจินเปิดอ่านแต่ไม่คิดที่จะตอบเธอ เขารู้ว่ามีจู รู้สึกยังไงกับเขามาตลอดแต่เขาเลือกที่จะเฉยชากับเธอและทุกคนที่พยายามจะเข้าหาเขาเพื่อหวังอะไรแบบนั้นจากเขาเสมอ

………..

วันต่อมา

ขณะที่เดินไปโรงเรียน ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อรับออกซิเจนเพื่อไปเลี้ยงสมองที่ควรจะเตรียมพร้อมกับทุกเรื่องที่จะเข้ามาในวันนี้

 

พอถึงหน้าโรงเรียนก็ต้องแปลกใจ เพราะมีใครคนนึงที่กำลังยืนอยู่หน้าโรงเรียนเหมือนรอใครอยู่

 เด็กผู้ชายที่ดูมีความคาริสม่าของเด็กนอกรังสีอ่อร่าอันเปล่งประกายที่ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาจะต้องเลี้ยวมองดูเขา

และตอนนี้เขาก็มองมาทีฉันเหมือนสงสัยอะไรบางอย่าง ฉันเลยก้มลงมองตัวเองเผื่อมีอะไรผิดแปลกไป

“เธอคือ ฮยอนจู?” คำแรกที่เขาทักฉัน นั้นยิ่งทำให้งงไปใหญ่ก่อนที่ฉันจะสังเกตไปที่ป้ายชื่อของเขา

“ลี ฟิลิกซ์?” ฉันอ่านชื่อเขาพลางนึกขึ้นได้ว่า เขาคือลูกชายของเพื่อนแม่คนนั้นนี่เอง

มายก็อด ดูดีกว่าที่คิด

“พ่อฉันฝากมาทักทายเธอน่ะ ไปล่ะ” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะเดินหนีไป

อะไร แค่นี่เนี้ยนะ สงสัยเขาจะโดนพ่อบังคับมาแน่ๆ

“นี่ เดี๋ยวก่อน นายเรียนปีหนึ่งหนิแสดงว่าฉันเป็นพี่นายนะ” ฉันพูดตามหลังเขา แต่เขาก็เดินไปไม่หยุด

“..”

“นายควรเรียกฉันว่าพี่นะ เฮ้ ฟิลิกซ์ ฟังอยู่มั้ยเนี้ย?” ฉันตะโกนตามหลังเขาแต่เขาไม่สนใจอะไรเลย

เด็กนี่ เย็นชาชะมัด

“ฮยอนจู” แต่เสียงใครบางคนทำให้ฉันเปลี่ยนความสนใจจากเขาไปที่เธอแทน 

“มีจู?” ฉันหันไปมองเธอที่วันนี้สีหน้าดูไม่ค่อยอารมณ์ดีเท่าไหร่

“ขอคุยด้วยหน่อยสิ”

ว่าแล้วเอาแต่เช้าเลยหรอนี้วันนี้ 

ฉันเริ่มกังวลว่าจะมีเรื่องมาอีกแน่นอน

“ได้สิ มีไร?” ฉันตอบกลับเธอไป

“เธออยากเข้ากลุ่มQueensมั้ย?” มีจูพูดในเรื่องที่ฉันไม่เข้าใจอีกแล้ว 

“กลุ่ม Queensงั้นหรอ?”

“ใช่ ถ้าเธอเข้ากลุ่ม รับรองได้เลยว่าพวกกลุ่ม Swans จะทำอะไรเธอไม่ได้ แต่ว่า….”

“มีแต่ด้วยหรอ?” ฉันสงสัยว่าเธอมาเสนอแบบนี้ต้องมีข้อแม้มาด้วยนั้นแสดงว่าต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ

“เธอห้ามยุ่งกับ ฮยอนจินอีก”

“อ่ะ เดี๋ยวนะ ฮยอนจิน เกี่ยวไรด้วย ฉันจะไปยุ่งกับหมอนั้นทำไม?”

“ฉันชอบฮยอนจิน เพราะฉนั้นหากอยู่กลุ่มเรา เราจะไม่แย่งผู้ชายกันและกัน” โม มีจูได้พูดอย่างจริงจังของเธอ นั้นทำให้ฉันเข้าใจ สถานการณ์ทุกอย่างแล้วล่ะ

 

“ขอบใจนะ มีจู ที่ชวนเข้ากลุ่ม แล้วก็หายห่วงได้เลย เพราะฉันไม่คิดจะแย่งใครจากเธอหรอก”

“เธอแน่ใจนะ?” 

“ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้นล่ะ ทั้งๆที่เมื่อวานนี้เธอก็รู้ดี ว่าฉันถูกแกล้ง”  

และเธอไม่คิดจะช่วยอะไรด้วยซ้ำ

แต่ก็ไม่เป็นไร ฉันรู้ดีว่ามีจู มีเหตุผลของเธอเอง

“โทษทีนะ ที่ช่วยอะไรเธอไม่ได้ จากนี่ ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมเถอะ” มีจูพูดจบเธอก็เดินหนีฉันไป

เรายังไม่ทันเป็นเพื่อนกันเลยด้วยซ้ำ…

โธ่เอ้ย การจะมีเพื่อน มันยากขนาดนี้เลยหรอ

………

ฉันเดินมาที่ห้องเรียนและเข้าห้องเป็นคนสุดท้ายเพื่อลดเวลาในการอยู่ในห้องเรียนกับทุกคน

ฉันเดินไปที่นั่งตัวเอง ก็เห็นฮยอนจินนั่งอมยิ้มและมองฉัน ฉันที่ทำเป็นไม่สนใจและรีบนั่งหันหลังให้เขาทันที

“ไง ฮยอนจู หลับสบายดีมั้ย?” ลีโนวที่นั่งข้างฉันกล่าวทักขึ้น ในห้องนี้ดูจะมีแค่เขาคนเดียวละมั้งที่ดูเป็นมิตรกับทุกคน

“ก็…”

“หน้าแบบนี้ก็รู้ ฝันร้ายทุกคืน” เสียงฮยอนจินพูดขัดขึ้นก่อนที่ฉันจะได้พูด

“…”ฉันเลือกที่จะไม่ตอบโต้ เพราะมีจูที่กำลังหันมามองฉันอยู่

 และทุกคนในห้องที่ตอนนี้กำลังซุบซิบนินทาอะไรกันซักอย่างพลางมองมาที่ฉัน

ก่อนที่ทุกคนจะกลับไปเป็นปกติเพราะคุณครูคิมเดินเข้ามา

“เอาล่ะ วันนี้จะให้ทำรายงานเป็นกลุ่ม กลุ่มละสี่คน ในหัวข้อ บทนิยายวิทยาศาสตร์ที่ชอบ” ครูคิมพอถึงก็สั่งงานทันที แต่นี่เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย  ไม่ใช่เรื่องรายงานที่ยากหรอกนะ

เรื่องกลุ่มน่ะสิ….

ใครล่ะที่จะยอมให้ฉันเข้ากลุ่ม

ฉันมองไปรอบๆห้องที่ต่างพากันรีบแย่งเพื่อนเข้ากลุ่ม

“ลีโนว ฮยอนจิน มาอยู่กับฉันและนายอนมั้ยล่ะครบพอดีเลย” มีจูพูดขึ้นพลางถือกระดาษเขียนชื่อกลุ่มมาทางพวกเขาพร้อมกับเพื่อนหญิงของเธออีกคน

“ก็ดีนะ นายว่าไง” ลีโนวพูดขึ้นพลางยิ้มอย่างยินดี

ฉันที่กำลังลุกจากเก้าอี้เพื่อจะหลีกหนีสถานการณ์นี้ไปที่ห้องน้ำก่อน

“โทษทีกลุ่มฉันเต็มแล้ว พวกเธอหาคนใหม่เถอะ” ฮยอนจินพูดพลางเดินไปเอากระดาษจดชื่อกลุ่มมาขวางหน้าฉัน

“นายอยู่กลุ่มใคร?” ลีโนวยังงงที่เขาพูด

“ฮวัง ฮยอนจิน ลีมินโฮ คิม ยองฮุนและ อี ฮยอนจู”ฮยอนจินพูดพลางจดชื่อทุกคนลงไป

ฉันมองหน้าเขาอย่างงงๆและสังเกตไปที่ยองฮุนที่กำลังตกใจและงงเหมือนกัน

“นี่ ใครบอกฉันจะอยู่กลุ่มเดียวกับนาย!” ฉันพูดออกไปแบบไม่พอใจที่เขาเออออหอหมกไปเอง

“ฉันไงบอก” ฮยอนจินพูดจบก็เดินผ่านมีจูไปส่งกระดาษรายชื่อกลุ่มให้กับครูคิม

ให้ตายสิ หมอนี้เอาแต่ใจชะมัด

ฉันหันไปมองมีจูที่ดูก็รู้ว่าเธอกำลังโกรธอยู่

“เสียใจนะเนี้ย เธอไม่อยากอยู่กลุ่มเดียวกับฉันหรอ ฮยอนจู” ลีโนวพูดขึ้นทำหน้าเศร้า

“เอ่อ ป่าว แต่ว่า..” ฉันหันไปมองยองฮุนที่จะโอเครึป่าว

ยองฮุนยิ้มแห้งๆพลางเดินมาหาพวกเราอย่างกล้าๆกลัวๆ

“ฝากด้วยนะยองฮุน พวกเราต้องได้คะแนนสูงสุดในห้องแน่ๆถ้ามีนาย” ลีโนวพูดพลางตบไหล่ยองฮุน

 

ดูก็รู้จะหลอกใช่ยองฮุนแน่ๆ พวกนี้ร้ายจริงๆ

“ไม่เป็นไรนะ ยองฮุน ฉันช่วยนายเอง” ฉันพูดพลางยิ้มให้เขา

แต่ยองฮุนกลับก้มหน้าพลางหาหนังสือเพื่อจะทำรายงานทันที

……………….

เวลาผ่านไป

รายงานก็เสร็จ ส่วนใหญ่แล้วยองฮุนจะเป็นคนเลือกและเขียนบทรายงานมากกว่า จะมีลีโนวที่พยายามขัดบ้าง ส่วนฉันก็ช่วยเขาเขียนบทและเรียบเรียงตัวรายงาน ส่วนอีกคนทีดูเหมือนไม่มีหน้าที่อะไรนอกจากนั่งทำหน้ากวนประสาท

“เสร็จซะที เดี๋ยวฉันไปส่งให้” ลีโนวพูดก่อนจะแย่งรายงานจากมือยองฮุนเพื่อจะเป็นคนไปส่งที่ครูคิมให้เอง

ฉันหันไปยิ้มให้ยองฮุนทีดูเขาทำงานหนักมาก

แต่ทว่าใครบางคนนั้นยื่นหน้ามาบังยองฮุนมิด

ฮยอนจินจ้องฉันแบบไม่พอใจเอามากๆ

“นี่ เพ้อฝันอะไรอยู่ อย่าหวังว่าจะได้คบกันเลยน่ะ ฮึ..” เขาพูดพลางแสยะยิ้มอย่างร้ายๆ

 

“โอเคกลุ่มไหนส่งแล้วก็ไปพักเที่ยงได้” ครูคิมพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป

“เห้อ เราควรไปฉลองด้วยกันนะว่าไหม?” ลีโนวพูดพลางเดินมากอดคอยองฮุนที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไรและหันมายิ้มให้ฉัน

 

วันนี้แปลกชะมัด ทำไมพวกเขาเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือนะ แถมในเพื่อในห้องวันนี้ก็ไม่หาเรื่องฉันด้วย เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?

 

“พวกนายไปเถอะ ฉันไม่หิวน่ะ ขอตัว” ยองฮุนพูดจบก็ปลีกตัวออกไปทันที

นี้ก็ไม่เข้าใจ ทำไมเขาต้องหลีกเลี่ยงทุกคนด้วยนะ

 

“ว่าไง ฮยอนจู” ลีโนวหันมาถามฉันเรื่องที่ว่าจะชวนไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน

“โทษที ฉันมีนัดแล้วน่ะ” ฉันพูดจบก็หลีกหนีพวกเขาไปเหมือนกัน

 

“เธอมีนัดกับใครวะ?” ลีโนวหันมาถามฮยอนจินที่ทำหน้าบึ้งอยู่

“คนอย่างยัยนั้นจะมีใคร เล่นตัวน่ะสิ” ฮยอนจินพูดก่อนจะเดินออกไปจากห้องอีกคน

 

ฉันที่เดินออกมาที่โรงอาหาร พยายามหายองฮุนว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่เห็น นี่เขาไม่หิวจริงๆหรอ?

แต่ทว่าสายตาดันไปเห็นใครบางคนเข้า ฉันนึกได้แล้วล่ะว่าจะทำไง

ฉันเดินไปรับข้าวกลางวันก่อนที่จะเดินตรงไปหาเขา…..น้องฟิลิกซ์….

 

ฉันเดินไปนั่งตรงข้ามกับเขาทันที

ฟิลิกซ์มองหน้าฉันอย่างงงๆว่ามานั่งตรงนี้ทำไม?

“นายพึ่งย้ายมา คงไม่ค่อยมีเพื่อนล่ะสิ” ฉันพูดพลางยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร

“ใครบอกเธอ ว่าฉันไม่มีเพื่อน” หลังจากที่เขาพูด จู่ๆบรรดาเพื่อนๆของเขาก็พากันเดินมานั่งข้างๆฟิลิกซ์

บ้าน่ะ ทำไมเด็กนี้เพื่อนเยอะแบบนี้เนี้ยะ

ฉันที่ดูเหมือนเป็นตัวประหลาดอีกแล้ว…

ฉันหันไปเห็นฮยอนจินที่กำลังมองมาอยู่

เอาไงดี ถ้าลุกออกไปตอนนี้หน้าแตกแน่ๆ

“มีไร ทำหน้าซีดเชียว” ฟิลิกซ์พูดขึ้นอย่างสงสัย

“ขอนั่งนี้นะ แค่วันนี้วันเดียว”ฉันทำหน้าขอร้องเขา

ฟิลิกซ์ทำหน้าครุ่นคิด

นี่ ยังจะคิดอีกหรอ จะบ้าตาย เหมือนฮยอนจินกำลังเดินมาทางนี้

“ก็ได้..” ฟิลิกซ์พูด ทำให้ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก

ฮยอนจินเดินมาที่โต๊ะของเราและมองหน้าฉันและทุกคนในโต๊ะเด็กๆรุ่นน้องทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นยกเว้นฉันและฟิลิกซ์ที่ยังงงอยู่

“รุ่นพี่จะนั่งตรงนี้หรอคะ พวกเราหลีกให้ก็ได้” เพื่อนฟิลิกซ์คนนึงพูดขึ้นเมื่อเห็นฮยอนจินยังไม่ไปไหน

“นายเป็นใคร เด็กใหม่หรอ?” ฮยอนจินพูดพลางมองไปที่ฟิลิกซ์

ฟิลิกซ์แค่ปรายตามองเขา ก่อนจะมองมาทางฉัน

ลำบากใจแล้วสินี่ฉันกำลังหาปัญหามาให้คนอื่นซะแล้วสิ ยัยฮยอนจู

“ใช่ค่ะรุ่นพี่ ฟิลิกซ์เขาเป็นเด็กแลกเปลี่ยนจากออสเตรเลีย”เพื่อนเขาพูดแทน

“แล้วนี่ เขาพูดไม่ได้หรอ ถึงให้เธอพูดแทน" ฮยอนจินพูดเหมือนจะหาเรื่องเข้าแล้ว

“พอได้แล้วฮยอนจิน” ฉันหมดความอดทนแล้ว

ฉันลุกออกจากโต๊ะ และเดินไปลากแขนฮยอนจินออกมา

 

วันนี้จะต้องได้เคลียร์กันซะทีเถอะ!

 

 

ฟิลิกซ์มองตามฮยอนจูที่ลากแขนฮยอนจินเดินออกไปจากโรงอาหารท่ามกลางสายตาผู้คนที่ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เธอกล้าทำ

“รุ่นพี่คนนั้น เขาคือใคร?  ทำไมกล้าทำแบบนั้นได้”

“นี่เธอจะไม่ถูกพี่ฮยอนจินฆ่าใช่มั้ย”

เพื่อนของฟิลิกซ์ต่างพากันพูดอย่างกลัวๆกับเหตุการณ์ที่จะตามมา

“นี้มันเรื่องอะไรกันอ่ะ?” ฟิลิกซ์พูดขึ้นอย่างสงสัย และอยากจะรู้เรื่องราวทั้งหมดจากเพื่อนๆของเขา

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #2 bts_thai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 09:32
    มาต่ออีกนะคะ ชอบมาก
    #2
    0