Stray kids (Hyunjin x You) THE S W A N S : หนีเสือปะหงส์

ตอนที่ 18 : เรื่องที่ค้างคาใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    11 ต.ค. 63

 

“ยองฮุน…” 

ฉันเรียกชื่อคนที่มายืนรออยู่ตรงหน้าที่พักของฉันอย่างแปลกใจที่เห็นเขา

 

“เธอ ไม่เป็นไรใช่มั้ย?” ยองฮุนพูดพลางสังเกตรอยแดงบนหน้าฉันอย่างห่วงๆ

 

“ก็เจ็บอ่ะนะ แต่ว่าตอนนี้หายแล้ว” ฉันพูดก่อนจะถอนหายใจทิ้ง เพื่อบอกว่าช่างมันเถอะ

 

 “ฉันขอโทษนะ…” ยองฮุนพูดขึ้นพลางเดินก้มหน้ามาใกล้ฉัน

 

“เรื่องไรหรอ?” ฉันงงที่จู่ๆเขาก็พูดแบบนี้ขึ้นมา

 

“ทุกเรื่อง ที่ฉันทำผิดกับเธอ ฉันพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก” 

ยองฮุนพูดก่อนจะเงยหน้ามองสบตาฉัน สายตาเขาบอกว่าจริงจังมากกับเรื่องนั้น

 

“ฉันเข้าใจ ช่างมันเถอะ นายไม่ต้องคิดมากนะ อันที่จริงฉันก็ปลงแล้วล่ะ อะไรมันจะเกิดก็เกิดได้…”ฉันพูดพลางแตะไหล่เขาเบาๆเพื่อไม่อยากให้เขากังวลถึงเรื่องนี้อีกก่อนที่เขาจะไปจริงๆ

 

 “ขอบใจนะ ฮยอนจู..”ยองฮุนเผยยิ้มเล็กๆออกมาอย่างโล่งใจ

 

”อื้ม ยังไงเราก็เป็น….เพื่อนกันใช่มั้ย?”

 

สีหน้าของเขาดูลังเลใจนิดก่อนจะเผยยิ้มอย่างจริงใจออกมาริงๆกับคำตอบของเขา

 

 “แน่นอนสิ ถ้าเธอยังคิดงั้นอยู่”

 

“ฮึๆที่หนึ่งอย่างนายไปแล้ว ใครกันนะจะชิงตำแหน่งนั้นน่ะ” ฉันนึกสงสัยเรื่องนั้นซะแล้วสิ…

 “เธอไม่คิดจะสู้บ้างหรอ? ฮึๆ” ยองฮุนพูดยังกับว่าฉันจะทำได้

 

“ไม่อ่ะ แค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่แล้ว><!”

 

…………..

จูยอนเดินมาตามบังชานที่ยืนรอเขาอยู่ที่ชายทะเล

บังชานที่เอาแต่เหม่อมองไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ใกล้จะหมดไป

”พูดมาสิ ฉันไม่มีเวลาสำหรับคนอย่างนายมากหรอกนะ” จูยอนพูดขึ้นเมื่อเดินมาข้างๆเขาและเว้นระยะห่างพอสมควร

 

“นายนี่ยุ่งตลอดเลยนะ ตั้งแต่รู้จักนายมา..” บังชานพูดพลางชำเลืองมองเขา

 

“นายรู้จักฉันงั้นหรอ? ฮึ นึกว่ารู้จักแค่น้องสาวฉันซะอีก” จูยอนพูดเหมือนประชดเรื่องที่ยังค้างคากันอยู่

 

“ใช่ ฮยอนจูตอนนั้น ฉันรู้จักเธอดีนะ” เขาเหมือนจะประชดต่อ

จูยอนเริ่มทำสีหน้าไม่พอใจทำท่าจะเดินหนี

 

 

 

”แต่ตอนนี้ ฉันว่าฉันไม่รู้แล้วล่ะ เพราะยังไง ฉันก็ไม่ใช่พี่ชายของเธอหนิ”

คำพูดนั้นของบังชานทำให้จูยอนหยุดชะงักก่อนจะหันมามองเขาต่อ

“นายต้องการพูดไรกันแน่?” จูยอนถามเขาต่อ

 

“ก่อนที่นายคิดจะทำอะไร ฉันอยากให้นายนึกถึงฮยอนจูก่อน ว่าเธอรู้สึกยังไง ไม่ใช่ตัดสินใจเอาเองแบบนี้” บังชานพูดทำสีหน้าจริงจัง

จูยอนหยุดรุ่นคิดไปสักพักกับคำพูดของเขา

 

 “ฮึ นายไม่ต้องมาบอกฉันหรอก ฉันรู้ดีว่าต้องทำยังไง กับฮยอนจู ไปบอกกับเพื่อนนายเถอะ คนอย่างพวกนายฉันไม่ยอมให้คบกับน้องสาวของฉันหรอก” จู่ๆจูยอนก็เปลี่ยนประเด็นไปเรื่องอื่น ทำให้บังชานงุนงงกับสิ่งที่เขาพูด

 

“อะไรนะ?..”

 

“ยังไง ฉันก็ไม่ไว้ใจพวกSwans จำไว้” จูยอนพูดจบก็เดินจากไปทันที

ปล่อยให้บังชานยังคงงงต่อว่ามันเกิดเรื่องไรขึ้นอีก?

 

……..

ยองฮุนที่กำลังเดินกลับที่พักหลังจากไปปรับความเข้าใจกับฮยอนจูมาเรียบร้อยแล้ว

เขาก็เห็นลีโนว และชางบินที่ยืนดักรอเขาอยู่

 “พวกนาย..?” ยองฮุนสงสัยว่าพวกเขามีอะไร?

 

“ฉันเห็นนายคอยตามแต่ฮยอนจู นายคิดจะทำอะไรอีกห้ะ?” ลีโนวพูดขึ้นทันทีอย่างไม่ใจเย็น

 

“ใช่ มีแผนอะไรอีกบอกมา” ชางบินพูดขึ้นอย่างขู่ๆเพราะเขาเป็นรุ่นน้องต้องมีความเกรงใจอยู่บ้าง

 

“ไม่ใช่อย่างที่คิดซะหน่อย…”

 

“แล้วมันอะไรละ?” ลีโนวยังถามต่อ

 

 “เห้ย ทำไรวะ?” จู่ๆชางมินก็เดินมาข้างๆยองฮุน และมองไปที่พวกเขาสองคนที่ดูเหมือนมาหาเรื่องคนของกลุ่มboyzของเขา

 

“ไม่ได้เกี่ยวกับแกเว้ย เอ๊ะ รึว่าจะเกี่ยว…”ชางบินพูดพลางจ้องชางมินอย่างเอาเรื่อง

 

“ไม่มีไรหรอกชางมิน กลับที่พักเหอะ ฉันเหนื่อยแล้ว” ยองฮุนพูดก่อนจะเดินจากพวกเขาไปก่อน

 

“เห้ย นี่คิดจะหนีหรอ?..”ชางบินพูดขึ้นแต่ลีโนวดึงแขนเขาไว้เพื่อไม่ให้ตามไปเอาเรื่องอีก

 

“ปล่อยมันไปเถอะ” ลีโนวพูดก่อนจะหันมามองชางมินที่ยังยืนอยู่ไม่ไปไหน

 

“ถ้าฉันเห็นพวกนายแกล้งเพื่องฉันอีกล่ะก็…ระวังตัวไว้เถอะ” ชางมินพูดขึ้นด้วยสีหน้าดุๆ ก่อนจะเดินจากพวกเขาไปอีกคน

 

“ชิส์! กลัวชิบหายเลยวะ” ชางบินะโกนตามหลังพวกเขาอย่างหงุดหงิด

 

“ก็พวกนั้นเป็นพวก Boyz หนิ รุ่นพี่จะเอาอะไรกับพวกนั้น” ลีโนวพูดพลางส่ายหน้าอย่างเอือมๆ

“ไม่รู้แหละ ถ้าพวกมันยังเล่นไม่ซื่ออีก เจอฉันแน่!” ชางบินพูดขึ้นอย่างโมโหไม่หาย

 

 “พวกนายมาทำไรที่นี่นะ” ฮยอนจินที่กำลังเดินมาทางพวกเขาพูดขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าที่หงุดหงิดของพวกเขา

 

“ก็ ป่าว ไม่มีไรหรอก ”ลีโนวตอบแทน เพราะชางบินยังไม่ลง

 

 “อ้าว พวกนายอยู่นี่เอง” บังชานที่เดินมาหาพวกเขาอีกเช่นกันพูดขึ้น

“อ้าว รุ่นพี่ ไปไหนมาอ่ะ?” ฮยอนจินถามเขาอย่างสงสัย

 

“ก็ไปเคลียร์อะไรนิดหน่อยมาน่ะ แต่ดูเหมือนว่ามีเรื่องใหม่เกิดขึ้นแล้วสิ” บังชานพูดขึ้นพลางมองฮยอนจินอย่างสงสัย

 

“อะไรวะ? มีไรกับผมเนี่ย?” ฮยอนจินพูดอย่างงงๆที่บังชานมองเขาอย่างนั้น

 

“นายมีเรื่องไรที่ยังไม่บอกฉันรึป่าว ฮยอนจิน” บังชานพูดขึ้นอย่างจริงจัง 

เพราะกฏก็คือกฏ ถ้าสมาชิกคนใดคนนึง จะตัดสินใจทำไรบางอย่างต้องบอกกับหัวหน้ากลุ่มอย่างเขาก่อน

 

ฮยอนจินกลืนน้ำลายตัวเองอย่างประหม่าเมื่อนึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมา

 

“เอ่อ คือ…”

……………….

เช้าวันต่อมา

 

เมื่อฉันตื่นก็รีบเอากระจกมาส่องหน้าตัวเองเพื่อดูว่ารอยแดงนั้นหายไปรึยัง หากคนอื่นเห็นอาจเป็นเรื่องได้อีก

 

“เหอออ” 

ฉันถอนหายใจอย่างโล่งเพราะมันหายไปแล้ว

 

 “ฮยอนจู ตื่นไวจัง” เพื่อนคนนั้นที่งัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังจากฉันสินะ

ฉันพึ่งมารู้ว่าเธอชื่อ ‘ฮเยจอง’

 

“อื้มโทษทีนะ ทำให้ตื่นเลย” ฉันพูดพลางยิ้มเจือนๆให้เธอ

 

 “ไม่เป็นไร ฉันว่าไปเตรียมตัวเหอะ วันนี้มีเยี่ยมชมพิพิธพันธุ์กับไปหมู่บ้านวัฒนธรรมหนิ” เมื่อเธอพูดถึงเรื่องนั้นก็ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที ฉันเลยมาส่งสัยว่าเธอคงไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนไกลๆแน่ๆ

 

 “ใช่ๆ น่าสนุกดีเนาะ” ฉันพูดกับเธอที่ดูเหมือนเป็นมิตรกับทุกคนตลอดเวลานั้ อย่างสบายใจขึ้น ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปชั่วขณะแล้วสิ

 

“อย่าไปบอกใครนะ ฉันไม่เคยไปเที่ยวไหนเลยนอกจากในโซลน่ะ” ฮเยจองพูดเชิงกระซิบกับฉัน

กะแล้วเชียว..

“ได้สิ ไม่บอกหรอก^^”

 

“ขอบคุณนะ^^”

…………..

เช้าวันนั้น 

พวกเรามารวมตัวกันก่อนจะขึ้นรถบัสนำเที่ยวตามคำสั่งของครูผู้ควบคุมทันทีเมื่อถึงเวลา

“ว่ามั้ย เป็นวันเริ่มวันปิดเทอมที่เลิศมากเลยเนอะ” ฮเยจองพูดขึ้นกับฉัน แต่ดูเหมือนพวกของเพื่อนๆเธอที่อยู่รอบกานดูไม่พอใจที่เธอมาคุยกับฉันแล้วสิ

 

“ก็ว่าอย่างนั้นนะ..”ฉันพูดพลางมองไปรอบๆอย่างกังวลใจ

“ฮเยจองมานี่สิ มานี่” เพื่อนของเธอรีบดึงเธอไปทันที

นั้นไงกะไว้แล้วเชียว เอาเป็นว่าไม่พูดกับใครเลยดีกว่า…

ฉันรีบเดินไปขึ้นรถบัสทันทีก่อนใครเขา

 

พอขึ้นไปก็รีบเดินไปข้างหลังสุดเพื่อหาที่นั่ง ตำแหน่งนี่แหละที่จะไม่อยู่ในสายตาใคร

ไม่นานพวกเพื่อนๆก็พากันขึ้นรถมากันเรื่อยๆ

ฉันเห็นฟิลิกซ์ที่กำลังเดินขึ้นมาก่อนจะโบกมือเรียกเขา

 

ฟิลิกซ์เห็นอย่างนั้นก็จะเดินไปนั่งข้างๆฮยอนจูแต่กลับมีมือนึงรีบดึงเสื้อเขาไว้ก่อน

ฟิลิกซ์หันไปมองหน้าดุๆนั้นเข้าอย่างแปลกใจ

“เด็กปีหนึ่งไปนั่งนู้นเว้ย” ฮยอนจินพูดก่อนจะส่งสายตาให้เขาไปที่นั่งอีกฝั่ง

 

ฮยอนจินนายเอาอีกแล้วนะ

ฉันถอนหายใจอย่างเอือมๆกับวามเจ้าบงการของเขา

ฮยอนจินอมยิ้มก่อนจะค่อยๆเดินมาทางฉัน

แต่ทว่าที่นั่งข้างๆฉันก็มีใครบางคนเดินมานั่งตัดหน้าเขาก่อนทันที

“นั่งด้วยคนนะ ฮยอนจู^^” ฮเยจองพูดขึ้นพลางหันมายิ้มให้ฉันก่อนจะหันไปมองฮยอนจินอย่างงงๆว่าเธอทำอะไรผิดงั้นหรอ?

 

“มีไรหรอฮยอนจิน ทำหน้ายังกับฉันไปพรากอะไรจากนายมางั้น” ฮเยจองพูดขึ้นอย่างสงสัยกับสีหน้าของเขาในตอนนี้

 “ป่าว” ฮยอนจินกรอกตาไปมาก่อนจะหันหลังเดินไปนั่งที่อื่น

 

“แน่ใจหรอฮเยจอง ว่าเธอจะนั่งตรงนี้น่ะ” ฉันหันไปถามเธอเพื่อความแน่ใจเพราะเพื่อนๆของเธอที่นั่งอยู่แถวหน้ากำลังมองมาที่เราอย่างไม่พอใจ

 

“ทำไมล่ะ เธอไม่อยากนั่งข้างฉันงั้นหรอ?” เธอพูดพลางทำหน้าซึมๆ

 

“ป่ะป่าว ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันกลัวว่าเธอจะผิดใจกับ…” ฉันพูดและมองไปทางเพื่อนๆของเธอ

“ฉันเลือกแล้วหนิ เธอไม่ต้องกังวลไรหรอกน่า รู้มั้ย ^^” ฮเยจองพูดขึ้นและยิ้มอย่างสดใสเหมือนเดิม

 

เธอเป็นคนดีจัง… เธอไปอยู่ไหนมานะ ฮเยจอง…

 

……..

 “ ยัยนั้นเป็นใครน่ะ ” ลีโนวพูดขึ้นเมื่อฮยอนจินเดินมานั่งข้างเขาในที่สุด

 

“ฮเยจอง ห้องAไง ” ฮยอนจินพูดอย่างเบื่อๆ

“งั้นหรอ? เธอเป็นเพื่อนใหม่ฮยอนจูหรอ?” ลีโนวถามต่ออีกตามสไตล์คนขี้สงสัย

 

 “ ฉันจะไปรู้ได้ไง ”ฮยอนจินพูดอย่างหงุดหงิดอีกครั้ง

“แปลกชะมัด ในโรงเรียนนี้ไม่ยักจะมีใคร….เอ่อ พูดมากไปแล้วสิ” ลีโนวหยุดพูดเมื่อเห็นว่าฮยอนจินกำลังมองเขาอย่างหงุดหงิดที่พูดมากเกินไป

 

อีกด้านของฟิลิกซ์ ที่กำลังแอบมองฮยอนจูกับเพื่อนใหม่ของเธออยู่เหมือนกัน จนไม่สังเกว่าคนที่นั่งข้างๆเขานั้นเป็นมีจู

“ถ้าห่วงขนาดนั้นไม่ไปนั่งข้างเธอล่ะ” เธอพูดเพราะรู้สึกอารมณ์เสียที่เขาเอาแต่สนใจคนข้างหลังรถ

 

“อ่าวแล้วรุ่นพี่มานั่งนี้ได้ไง ที่นั่งของพวกปีหนึ่งหนิ” ฟิลิกซ์ยอกย้อนเธอกลับไป

มีจูมองเขาอย่างตาขวาง ก่อนจะลุกขึ้น เพื่อย้ายที่แต่มองไปรอบๆก็เต็มไปหมดแล้ว เธอเลยจำเป็นต้องนั่งลงที่เดิมอีกครั้ง

 

“ฮึ ไม่มีที่ไปสินะ” ฟิลิกซ์พูดพลางยิ้มกวนๆใส่เธออีก

“ไอ้เด็กบ้า หุบปากเดี๋ยวนี้นะ” มีจูพูดอย่างเบาๆเพราะกลัวคนอื่นได้ยิน

 

 “แน่จริงก็พูดดังๆสิ กลัวใครรู้เหมือนเรื่องที่ทำเมื่อวานนี้หรอ?” ฟิลิกซ์พูดถึงเรื่องเมื่อวานที่เขาเห็นเธอกับฮยอนจูมีเรื่องกันขึ้นมาอีกครั้ง

 

มีจูกำมือแน่นอย่างเก็บกด เธอเลือกจะเงียบเอาไว้ดีกว่าในตอนนี้

 

…………

เมื่อถึงพิพิธพันธุ์

“เอาล่ะ ให้เวลาเข้าชมเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงไปพักแล้วก็มาเจอกันที่รถเหมือนเดิมนะ” ครูพูดขึ้นก่อนจะปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายกันไป

 

“ฮยอนจูไปด้วยกันสิ” ฮเยจองพูดขึ้นก่อนจะมาเกาะแขนฉันให้ไปด้วยกัน

แต่เมื่อฉันสังเกคเห็นสายตาเพื่อนเธอแล้ว คงคิดว่า..

 “ขอบใจนะที่ชวน แต่ฉันชอบคนเดียวนะ โทษทีนะ ฮเยจอง” ฉันพูดกับเธอก่อนจะรีบปลีกตัวออกไปทันทีฉันไม่อยากให้เธอเสียเพื่อนไปและกลายมาเป็นแบบฉันน่ะฮเยจอง ขอโทษนะ…

 

 ฉันเดินเข้ามาชมข้างในคนเดียว ในขณะนั้นเองเสียงมือถือของฉันก็ดังขึ้น

เป็นสายจากแม่ฉันเอง

แม่คงโทรมาเช็คว่าเป็นไงบ้างสินะ

 

“ค่ะแม่”

 

‘ไง เมื่อวานไม่เห็นโทรมาเลย คงเหนื่อยมากเลยสินะ’

 

“ก็นิดหน่อยค่ะ พอดีเดินทางมานานและไกลมาก”

 

‘เป็นไงสนุกมั้ย?’

 

“ก็งั้นๆอ่ะ คิดถึงแม่มากกว่า…”

 

’ปากหวานอีกแล้วลูกคนนี้’

 

“แล้วที่ร้านเป็นไงคะ ไม่มีหนูช่วย คงงานเยอะมากเลยสิท่า”

(สังเกตเห็นฮยอนจินที่กำลังเดินยิ้มเข้ามาใกล้)

 

‘ก็นิดหน่อยจ๊ะ เออนี่ ฮยอนจู เมื่อวานนี้….’ แม่พูดก่อนจะหยุดไปเหมือนลังเลที่จะพูดมัน

(ฮยอนจินหยุดยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะอมยิ้มแบบมีเลศนัย) 

ฉันเลยทำหน้าอย่ามากวนได้ป้ะ ใส่เขา

“มีไรป่าวคะ แม่” ฉันถามเธออย่างสงสัย

 

‘เอาไว้กลับมาค่อยคุยกันดีกว่า แค่นี้นะ ลูกค้ามาน่ะ’ แม่พูดเสร็จก็ตัดสายไปเลยทันที

 

 “นี่ ไม่เห็นหรอว่าคนคุยโทรศัพท์อยู่ เสียมารยาทจริงๆเลย” ฉันแขวะเขาทันทีที่วางสาย

“งั้นเธอคงลืมอ่านป้ายห้ามคุยโทรศัพท์สินะ” ฮยอนจินพูดก่อนจะมองไปที่ป้ายห้ามนั้น

 

เพล้ง

เสียงหน้าแตกจ่ะ….><

 

ฉันหันหลังใส่เขาเตรียมจะหามุดดินหนี

“นี่ เธอยังไม่ได้บอกเรื่องรอยแดงนั้นกับฉันเลยนะ” ฮยอนจินพูดขึ้นกับสิ่งที่ยังค้างคาใจเขาอยู่ในตอนนี้ที่ได้มีโอกาสถาม

 

ฉันหันกลับไปมองเขาที่สายาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“ไม่มีไรหรอก นายลืมไปเถอะ” ฉันพูดพลางหลบสายตาเขาไป

 

 “เธอเจ็บนะ จะให้ลืมได้ไง..”

คำพูดนั้นทำให้ฉันกลับไปมองหน้าเขาอีกครั้ง

 

“ไม่เจ็บหรอก สำหรับฉันแค่นี้ จิ๊บๆ” ฉันพูดพลางยิ้มแบบไม่เป็นไรให้เขา

 

“เธอไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็ง ต่อหน้าฉันก็ได้นะ ฮยอนจู..”

 

 “แล้วนายล่ะ ทำเป็นเข้มแข็งอยู่รึป่าว?” ฉันถามกลับเขาไป

เพราะเรื่องเมื่อวานที่เขาเข้ามากอดฉันตอนนั้น เหมือนมีเรื่องที่ไม่สบายใจอยู่ มันยังคงค้างคาใจฉันเหมือนกัน

 

ฮยอนจินไม่พูดอะไรไปสักพักก่อนที่ฉันจะหันไปสังเกตเห็นมีจูที่กำลังมองมาทางเราอยู่เช่นกัน

“ฉันไปล่ะ” ฉันพูดและทำท่าะเดินไปจากเขา

แต่ฮยอนจินกลับดึงมือฉันเอาไว้

“ฉันกำลังจะมี…แม่ใหม่น่ะ..”

จู่ๆฮยอนจินก็ตัดสินใจพูดเรื่องนั้นขึ้นมา ทำให้เพื่อนๆที่อยู่รอบๆก็ได้ยินไปด้วย

ทุกคนต่างกระซิบว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ครอบครัวที่สุดแสนจะเพอร์เฟคอย่างเขากำลังจะมีเรื่องอื้อหู

 

“ฮยอนจิน!” เสียงเรียกชื่อแข็งๆนั้นคือเสียงของมีจู

เธอเดินมามองฮยอนจินอย่างโกรธๆที่เขาพูดเรื่องนั้นออกมาท่ามกลางหูของเพื่อนทุกคน

 ฉันมองฮยอนจินสลับกับมีจูอย่างสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

 

“และแม่ใหม่ของฉันก็คือ..แม่ของมีจู” ฮยอนจินพูดพลางมองมีจูกลับไปอย่างนิ่งๆ

มีจูได้ยินแบบนั้น เธอก็เดินมาและตบไปที่หน้าของเขาอย่างแรง

เพียะ!!

 

“OoO!!!!” หน้าของทุกคนและฉันในตอนนี้

 

 “ฮึ..ยืนหนึ่งเรื่องตบจริงๆสินะ” ฟิลิกซ์ที่เห็นเหตุการณ์อยู่ห่างๆพูดขึ้นคนเดียว

 

 

มีจูมองฮยอนจินอย่างโมโหและผิดหวัง ก่อนจะรีบเดินหนีไปทันทีก่อนที่เรื่องจะบานปลาย

 

 “เธอคงอายน่ะ แหงล่ะ ผู้หญิงที่เข้าหาพ่อของฮยอนจินล้วนแต่ถูกมองว่าเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินทั้งนั้น” ลีโนวพูดขึ้นข้างๆบังชานที่ยืนเห็นเหตุการณ์นั้นเช่นกัน

 

“นายนี่รู้ดีจริงนะ” บังชานพูดพลางมองลีโนวที่เหมือนว่านั้นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา

 

 

ฮยอนจินที่แก้มเริ่มเป็นรอยแดง เขาไม่แสดงอาการเจ็บแม้แต่เล็กน้อย แต่หันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เศร้าๆ

 “ฉันไม่ได้ทำเป็นเข้มแข็งหรอกนะ..”

เขาพูดจบก็เดินออกไปท่ามกลางสายตาของทุกคน

 

นี่ฉัน ทำอะไรลงไปเนี่ยยยยยยย

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #50 Woralak'k (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 16:26
    ทำไมชั้นชอบน้องลิกกกกซ์
    #50
    0
  2. #38 Miso (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 01:19

    พิพิธภัณฑ์เขียนแบบนี้น้าาไรท์ สนุกมาก เป็นกำลังใจให้น้าาา

    #38
    0
  3. #33 ThanidaOnnim (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 16:19
    ไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี ลุ้นไปหมดเลยว่าจะจบยังไง สู้ ๆ นะคะ รออ่านทุกวันเลยค่ะ😁
    #33
    0