Stray kids (Hyunjin x You) THE S W A N S : หนีเสือปะหงส์

ตอนที่ 12 : ไม่เข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    12 ก.ย. 63

ฮยอนจินเดินเข้ามาในห้องก่อนจะมองหายองฮุนที่กำลังนั่งอ่านหนังืออยู่ที่โต๊ะของเขา

ทันใดนั้นเอง เขาก็พุ่งตรงไปหายองฮุนก่อนจะถีบโต๊ะอย่างแรง จนทำให้ของกระจัดกระจายเต็มห้องไป ทำให้ยองฮุนและเพื่อนๆในห้องต่างพากันตกใจกับสิ่งที่เขาทำ

“แก” ฮยอนจินจ้องยองฮุนอย่างโกรธจัดและเข้าไปกระชากคอเสื้อของยองฮุนทันที

 “ เห้ย นี่มันอะไรกันวะ!” ลีโนวที่พึ่งจะเข้ามาในห้องเขารีบไปดึงแขนฮยอนจินห้ามไว้

 “ พวกนายอย่ามายุ่ง ฉันจะจัดการไอ้เวรนี่” ฮยอนจินพูดพลางสะบัดแขนให้หลุดจากมือของลีโนว

 

ฉันและฟิลิกซ์ที่วิ่งตามฮยอนจินมาเพราะกลัวว่ามันจะเกิดเรื่อง แต่แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิด

 

ผลั่ก! ปึก!!

อยอนจินผลักยองฮุนอย่างแรงจนเขาไปกระแทกกับตู้เก็บของด้านหลังห้องเข้า

เอาไงล่ะทีนี่

ฉันจะทำยังไงดี?

ฉันทำท่าจะเดินเข้าไปห้าม

แต่ฟิลิกซ์กลับดึงแขนฉันห้ามไว้

 “เขาไม่ฟังเธอหรอก” ฟิลิกซ์พูดทำให้ฉันคิดว่า ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนโกหกเขาไปแล้ว ฮยอนจินคงจะโกรธฉันเหมือนกัน

 

“ใจเย็นสิวะ นี่มันอะไรกัน?” ลีโนวพูดขึ้นอย่างงงๆกับสถานการณ์ที่จู่ๆเขา็โมโหยองฮุนขนาดนี้

“ก็ถามมันเองสิ มันทำบ้าอะไร” ฮยอนจินพูดพลางหันไปมองยองฮุนอย่างโมโห

 

ยองฮุนที่ล้มลงค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะหันมามองทางฉัน

ฉัน ขอโทษ…

ฉันไม่สามารถพูดออกไปได้ในตอนนี้

 “ ว่าไงล่ะ บอกไปสิ ความเลวของแก บอกทุกคนไปสิ!!!” ฮยอนจินตะหวาดลั่น และเข้าไปกระชากอเสื้อยองฮุนอีกครั้ง

“ใช่ ฉันทำเอง เรื่องคลิปนั่น ฉันเป็นคนใส่ร้ายนายเอง พอใจยัง” ยองฮุนพูดด้วยหน้านิ่งๆ นั้นยิ่งทำให้ความโมโหของฮยอนจินกลับเพิ่มขึ้น เพราะเขาไม่ได้รู้สึกผิดใดๆด้วยซ้ำ

 

 “ ยองฮุน.. ”

ฉันมองพวกเขาอยู่อย่างนั้นโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 

เพื่อนในห้องต่างฮือฮากันขึ้นและมองยองฮุนด้วยความเกลียดชัง

ยองฮุนปัดมือของฮยอนจินออกด้วยสายตาอันเย็นชา และไม่เกรงกลัวอะไรอีกแล้ว

“นี่นาย ทำจริงๆหรอ?” ลีโนวที่ได้ยินจากปากของเขาเองเขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่ายองฮุนจะเป็นคนแบบนี้

 

“ใช่ ” เขาตอบอย่างเย็นชา

 “ทำไมวะ?” ลีโนวถามเขาต่อ

“นี่ยังไม่รู้อีกหรอว่าทำไม เพราะฉันเกลียดคนอย่างพวกนายไง” ยองฮุนพูดพลางองไปทางลีโนวอย่างจริงจัง

 

ลีโนวรู้สึกเสียใจที่เขาอุส่าห์เปิดใจเป็นเพื่อนกับยองฮุนแล้ว แต่เขากลับ…

พังสิ่งนั้น…

 

 “ ฉันบอกแล้วไง ว่าคนอย่างมัน…”ฮยอนจินพูดพลางจ้องยองฮุนอย่างแสยะยิ้ม

 

“แต่เรื่องนี้ มันไม่ได้มีแค่ฉันที่รู้หนิ” จู่ๆยองฮุนก็พูดขัดขึ้น ก่อนจะหันมามองที่ฉัน

ทำให้ทุกคนในห้องหันมามองฉันตามเขา อย่างสงสัย

“ฮยอนจู เธอเกี่ยวไรด้วย?” ลีโนวสงสัยจนพูดขึ้น

“เธอก็รู้เรื่องนี้ แต่ไม่ได้บอกพวกนายใช่มั้ยล่ะ” ยองฮุนพูดด้วยสายตาอันเย็นชา

นี่มันอะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา

ทั้งๆที่ฉันคิดว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อฉันมาตลอด แต่ตอนนี่กลับ….

“จริงรึป่าว ฮยอนจู?” ลีโนวพูดถามฉันแบบไม่อยากจะเชื่อ

สายตาทุกคนในห้องต่างสงสัยฉัน

มีเพียงแค่ฮยอนจิน ที่เขาไม่ยอมหันมามองฉันซะด้วยซ้ำ

เขาคงโกรธฉันมาก…

“คือ ฉัน…”

 

 “ฮยอนจู ไปเถอะ” ฟิลิกซ์ที่ยืนอยู่ข้างๆฉันพยายามจะให้ฉันหนีไปจากตรงนี่

แต่เขาไม่รู้ว่ามันสายไปแล้ว ทุกอย่างมันกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนวันแรก ที่ทุกคนจะเกลียดและไม่ชอบฉัน

“ไม่จริงใช่มั้ย ฮยอนจู” ลีโนวถามย้ำฉันอีกครั้ง

 

ฉันมองไปที่พวกเขาอย่างรู้สึกผิด ที่โกหต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

 

 “ ฉันขอโทษ ..” 

ฉันไม่มีอะไรจะอธิบายได้อีก และพูดไปเพียงแค่นั้น

 

“…” ฮยอนจินมองไปที่ยองฮุนด้วยสายตาเย็นชา แต่ยองฮุนกลับมองเขาด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะเยาะเย้ยฮยอนจินอยู่ในใจ

 

“คนไม่เกี่ยว ออกไปให้หมด” เสียงบังชานหัวหน้ากลุ่มswans พูดขึ้น ก่อนที่เขาจะเข้ามาในห้อง

ทุกคนถูกไล่ให้ออกมาจากห้องหมดทุกคนยกเว้นยองฮุนเพียงคนเดียวที่อยู่กลับพวกเขา

 

 

“ฉัน ไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้” ฟิลิกซ์พูดขึ้นพลางทำหน้ารู้สึกเสียใจ

“นายไม่ผิดหรอก..” ฉันพูดกับเขาก่อนจะหันไปสังเกตว่าพวกเพื่อนๆที่กำลังส่งสายอันเกลียดชังนั้นมายังฉัน

“ฮยอนจู…”

ฟิลิกซ์มองฉันอย่างห่วงๆ

“ฉันไม่เป็นไร” 

เรื่องแค่นี้ ทำยังกับฉันไม่เคยผ่านมันมา..

 

…………..

บังชานมองยองฮุนด้วยสายาดุๆของเขา

“นายต้องการแค่นี้หรอ? ยองฮุน” ชานพูดขึ้นถามเขาที่อยู่ท่ามกลางพวกswans

 “แค่นี่ยังไม่พอหรอก ถามพวกนายเองสิ ทำอะไรไว้บ้าง พวกนายก็จะได้รับกลับไปเหมือนกัน” ยองฮุนพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหมือนเขาจะไม่เกรงกลัวพวกswansอีกต่อไปแล้ว

“จัดการมันเลยมั้ย กวน ีน ชะมด” ชางบินพูดขึ้นอย่างเริ่มโมโห

 

แต่ชานโบกมือห้ามเขาไว้ก่อน

“เรื่องนี่ ฉันให้ฮยอนจินตัดสินใจเองดีกว่า” ชานพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองฮยอนจินที่ยืนกอดอกก้มหน้าอยู่ข้างหลัง

 

ฮยอนจินเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเดินมาตรงหน้าของยองฮุน แว๊ปนึงในสายตาของเขากำลังรู้สึกกลัวฮยอนจินอยู่นิดๆ

“มันไม่คู่ควรหรอก…”ฮยอนจินพูดกับเขาพลางยิ้มมุมปากก่อนจะหันหลังกลับและเดินออกไป

ทำให้ยองฮุนและเพื่อนเขางงกับสิ่งที่เขาทำ

 “ ไม่เข้าใจหมอนี่เลยสักนิด ” ลีโนวพูดขึ้นพลางมองฮยอนจินที่เดินออกไปอย่างไม่เข้าใจ

…………..

พักเที่ยง

ฉันที่นั่งมองจานข้าวอยู่กับฟิลิกซ์ที่นั่งมองฉันอย่างกังวลใจอยู่เช่นกัน

“เธอไม่เข้าเรียน แต่ก็ไม่กลับบ้านเนี่ยนะ?” ฟิลิกซ์พูดขึ้นอย่างงงๆกับสิ่งที่ฉันทำ

ก็คนมันไม่มีที่ไปน่ะสิ

ถึงเคยบอกว่าไม่เป็นไร ชินแล้ว

แต่การไปเจอหน้าทุกคนตอนนี่เป็นเรื่องยากไปซะแล้ว

“ฉันจะไปอยู่ห้องพยาบาล นายอย่าบอกแม่ฉันล่ะ ขอร้องละนะ” ฉันพูดพลางทำหน้าขอร้องเขา

“ห้องพยาบาลเขามีไว้ให้พักตอนรู้สึกป่วยนะ เธอไปอยู่นั้น จะดีหรอ?” ฟิลิกซ์ยังคงกังวลไม่หาย

“ถ้าออกจากโรงเรียนก็จะโดนรายงานแน่ๆ ฉันไม่มีที่ไปจริงๆหนิ”

ขณะที่ฉันกับเขาคุยกัน จู่ๆก็มีใครบางคนเดินมายืนด้านหลังฉัน

ฉันค่อยๆหันไปมองเขา

 

“รุ่นพี่?” ฉันมองพี่ชานที่ยืนทำหน้าน่ากลัวอยู่ข้างหลัง

 

………..

ณ ห้องของกลุ่มswans

ฉันตามรุ่นพี่ชานมาหลังจากที่เขาขู่ว่าถ้าไม่ตามมาเขาจะแกล้งฟิลิกซ์

 

“เอาล่ะ เธอคงรู้นะว่าฉันเรียกเธอมาที่นี่ทำไม” เขาพูดขึ้นก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้โซฟากลางห้อง

“ฉันขอโทษค่ะ” ฉันพูดพลางก้มหน้ารู้ึกผิดถึงเรื่องนั้น

 “ เรื่องอะไรล่ะที่เธอทำผิด”

ฉันมองหน้าเขาอย่างงงๆที่เป็นคนเลือกที่จะฟังก่อนจะตัดสินใจอะไร

“ก็ เรื่อง ที่ฉันรู้เรื่องทั้งหมด แต่ไม่บอกความจริงกับใคร”

 

“เธอทำแบบนั้น เพราะไม่อยากให้ยองฮุนเดือดร้อนสินะ” 

เขาฉลาดมากที่เข้าใจเรื่องทุกอย่างได้เอง

“ค่ะ”

 

 “แล้วตอนนี่เป็นไง คนที่เธอไม่อยากให้เดือดร้อนกลับเป็นคนทำให้เธอเดือดร้อนแทน ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ” ชานพูดพลางแสยะยิ้มมุมปากอย่างน่าขัน

“ฉันไม่เป็นไรนี่คะ” ฉันทำพูดไปอย่างนั้น

 

“แน่ใจนะ?” เขาพูดพลางจ้องฉันเหมือนจับผิด

 

“ยังไง ก็ไม่มีใครชอบฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ฉันรับได้ค่ะ”

 

“ฉันคิดว่าเธอคิดเรื่องนั้นได้แล้วซะอีก แต่ตอนนี่ ฉันรู้แล้วล่ะ..” เขาพูดเหมือนทำหน้าผิดหวัง

“…” ฉันที่ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาพูด

 

“ถ้าอยากอยู่แบบนี่ ฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้ ไปซะ ฮยอนจู” บังชานพูดเป็นคำสุดท้ายก่อนจะเดินไปที่ประตูและเปิดให้ฉันออกไป

 

นี่ฉัน ทำอะไรพลาดไปงั้นหรอ?

 

……

ขณะที่เดินกลับไปห้องเรียนนั้น ฉันก็เจอกับฮยอนจินที่กำลังเดินสวนทางมา เขาไม่แม้แ่จะชำเลืองมองฉัน

 “ เดี๋ยวก่อน! ”

ฉันพูดขึ้นเพื่อหยุดเขา

ฮยอนจินหยุดชะงักแต่ไม่หันกลับมามองฉัน

“…”

 

“ฉันรู้ว่าขอโทษไป นายก็จะไม่รับมัน…”

 

 “ .. ”

 

 “ แต่ฉันแค่อยากให้นายรู้ว่า ฉันไม่เคยอยากให้นายเสียใจเลย..”

“…” ฮยอนจินไม่พูดอะไร เขาหันกลับมามองฉันด้วยสายตาอันเย็นชานั้น

 

“ฮยอนจิน..”

ฉันเรียกชื่อเขาเป็นครั้งสุดท้ายที่จะพูดได้รึป่าวนะ

 

“ไม่เคยอยากให้เสียใจหรอ? …”ฮยอนจินพูดขึ้น สายตาเขาเปลี่ยนไปเป็นความเจ็บปวด

 

“ฉันพยายามแล้ว”

ฉันรู้ว่าเขาคงผิดหวังมากที่ฉันทำแบบนั้นกับเขา เลือกที่จะปกป้องยองฮุนมากกว่าจะพูดความจริง

 

“ใช่ ต่อไปเธอไม่ต้องพยายามแล้ว เพราะเธอ…”

 

 “ … ”

 

 “ไม่มีผลอะไรต่อความเสียใจของฉัน…ฮยอนจู…”

 

เจ็บ…

ทำไมรู้สึกเจ็บที่หัวใจถึงเพียงนี้ คนตรงหน้าที่เอ่ยคำนั้นออกมา มันเจ็บซะยิ่งกว่าให้เขาบอกว่าเกลียดฉันซะอีก…

 

ฮยอนจินก้าวเท้าจากไปโดยไม่มีทางที่เขาจะกลับมาอีกแน่

ฉันมันโง่เง่าที่สุด…

 

……….

ร้านเบเกอรี่

ฉันทำงานโดยไม่มีหยุดพัก จนแม่และพนักงานในร้านต่างสงสัยกับความขยันของฉันในวันี้

แค่อยากทำงานไม่อยากจะคิดอะไรอีก

“ฮยอนจู!!” แม่มาดึงแขนฉันหยุดไว้ขณะที่กำลังจัดวางขนมอยู่อย่างไม่มีหยุดหย่อน

“อะไรคะ แม่มีไรใช้หนูงั้นหรอ?” ฉันพูดและหันไปมองเธอ

 

“พอได้แล้ว หยุดเถอะ” แม่พูดเธอทำหน้าเป็นห่วงฉันมาก

“หนูไม่เป็นไรค่ะ สบายมาก” ฉันพูดก่อนจะลุกขึ้น จนทำให้รู้สึกหน้ามืดจนเซล้มไปในที่สุด

 

พอรู้สึกตัวฉันก็ตื่นมาในห้อนอนของฉัน

ฉันหันไปมองแม่ที่นั่งเฝ้าฉันอยู่ข้างๆ

“ทั้งหมด เป็นเพราะเรื่องแม่ใช่มั้ย?” เธอพูดแล้วทำหน้ากังวล

ฉันค่อยๆลุกและเขาไปหาเธอ

“ไม่ใช่นะคะ แม่ไม่เกี่ยวสักหน่อย”

 

“ไม่ต้องมาปิดบัง แม่คุยกับจูยอนแล้ว” แม่พูดนั้นทำให้ฉันสงสัยทันทีว่าพี่จูยอนไปคุยกับแม่เรื่องอะไร

“แม่ คือว่า..”

 

“ถ้าพวกลูกไม่ต้องการ แม่ก็จะไม่ทำให้ลูกเสียใจ ..”

เดี๋ยว นี่มันเรื่องอะไร

พี่จูยอนไปคุยกับแม่เรื่องที่ฉันบอกว่าแม่กำลังจะแต่งงานกับพ่อของฟิลิกซ์งั้นหรอ

“แม่ คือไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คือหนู..”

 

 “ ในชีวิตนี่ ลูกสำคัญที่สุดนะ คิดว่าแม่จะทำให้ลูกเสียใจหรอ” แม่พูดก่อนจะลุกขึ้น

“คือหนู..”

 “ ฮยอนจู จำไว้นะ ไม่จำเป็นต้องแบกเอาไว้คนเดียวหรอก…” แม่พูดก่อนจะหอมหัวฉันแล้วเดินออกไปในที่สุด

โธ่…

นี่ฉันเป็นต้นเหตุอีกแล้วงั้นหรอ?

ฉันมันโง่จริงๆนั้นแหละ

เกลียดัวเองชะมัด…….

………………

เย็นวันนั้น

กริ๊งๆ

เสียงคนกดกริ๊งหน้าบ้านดังขึ้น

ฉันเดินไปที่ประตูเพื่อเปิดว่าเขาเป็นใคร

ครืดดด

ประตูเปิดออกเผยให้เห็นคนๆนั้นที่ยืนรออยู่

“พี่จูยอน” ฉันมองเขาอย่างอึ้งๆไม่คิด่าเขาจะมาที่นี่ได้

 

“ฮยอนจู” เขามองฉันอย่างห่วงๆ

 “แม่ไปทำงานยังไม่กลับค่ะ” ฉันพูดกับเขาด้วยอาการงอนนิดๆที่เขาเอาเรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังไปบอกแม่

 

“ฉันมาหาเธอ”

เขาพูดก่อจะเดินเข้ามาในบ้าน

 

 “ มีอะไรกับฉันหรอคะ? ” ฉันถามเขาที่กำลังมองไปรอบๆบ้านอย่างสงสัยว่าเราอยู่กันยังไง

 

“ฮยอนจู ..” เขาพูดก่อนจะหันมามองหน้าฉันอย่างจริงจัง

 

 “ .. ”

 

 “ พี่ผิดเองที่พูดเรื่องนั้นกับแม่ไป พี่ขอโทษ” เขาพูดก่อนจะก้มหน้ารู้สึกผิด

 

“ช่างเถอะค่ะ ยังไงมันก็เป็นไปแล้ว” ฉันพูดก่อนจะเดินไปหาน้ำให้เขาดื่มที่ครัว

 

 “ แม่บอกเธอไม่สบาย เลยแวะมาดูหน่อย”

 

 “ ฉันไม่เป็นไรแล้ว” ฉันพูดพลางยิ้มให้เขาเพื่อให้เขาสบายใจ

 

“จริงนะ?” เขาทำท่าสงสัย รู้สึกว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น กับเรื่องที่เขาจะมาที่นี่

 

“พี่มีอะไรรึป่าว ถามจริง” ฉันพูดพลางมองหน้าเขาอย่างสงสัย

 

“เธอไม่ได้ชอบ ฮยอนจินใช่มั้ย?” 

คำถามนั้นทำเอาแก้วน้ำในมือเกือบหลุด

 

พี่จูยอนมองอย่างสงสัยกับท่าทางของฉันเมื่อได้ยินที่เขาถาม

 “ทำไม ถามแบบนั้นล่ะ…”

ฉันพูดพลางหลบสายาเขาที่จ้องจับผิดอยู่

 

“เธอก็รู้ว่าเขาเป็นพวก swans และก็รู้ว่าพี่อยู่กลุ่มboyz”

 

นั้นคือเรื่องกังวลของเขาจริงๆสินะ

 

“ทำไมหรอ? พี่กลัวว่าถ้าจะจัดการเขาแล้วฉันจะเสียใจหรอ?” ฉันไม่ตอบแ่ทำเป็นถามเขากลับแทน

 

“ใช่ พวกเขาเป็นตัวอันตราย. เธอก็รู้จะต้องมีใครสั่งสอนพวกเขาบ้าง”

 

 “แล้วแน่ใจได้ยังไงว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดีและอันตรายอย่างที่พี่บอก” ฉันถามจี้เขาไม่เลิกจนลืมไปว่ามันดูน่าสงสัยมากกว่า

 

“ฮยอนจู นี่เธอ…”

เขาสงสัยฉันเข้าแล้วล่ะ

 

“ถ้าเรื่องนี่ พี่ทำไม่ถูกต้อง ฉันก็จะขัดขวางคอยดูสิ..”ฉันพูดพลางมองหน้าเขาอย่างจริงจัง

 

……….

จูยอนออกมานอกบ้านก่อนจะถอนหายใจอย่างเป็นกังวล

“นายนี่มัน ร้ายจริงๆ ฮยอนจิน…” จูยอนบ่นกับตัวเอง เขาไม่ชอบเลยที่น้องสาวตัวเองไปเข้าข้างพวก Swans

 

……….

สนามเบสบอล

ฮยอนจินมองเกมส์ของเพื่อนๆที่กำลังเล่นกันอยู่

ลีโนวเดินมานั่งข้างๆเขาที่ขอบสนาม

“ดูไม่เหมือนนายเลยนะ ฮยอนจิน” ลีโนวพูดขึ้น

 

“ฉันก็เป็นฉันอยู่เหมือนเดิม..”เขาพูดตายังจ้องการแข่งขันอยู่

 

“นายโกรธฮยอนจูใช่มั้ยล่ะ ที่เธอไปเข้าข้างยองฮุน” เขาลองพูดจี้ใจดำฮยอนจินดู 

แต่เขากลับไร้ท่าทีใดๆออกมา

“อย่าพูดชื่อนั้นให้ฉันได้ยินอีก” ฮยอนจินพูดพลางทำท่าจะลุกไป

ลีโนวดึงแขนเขาไว้ได้ทัน ทำให้ฮยอนจินหันมามองเขาอย่างสงสัย

“ถ้านายไม่สนใจเธอแล้ว ….”

 “…”

“งั้นฉันจะสนใจเธอแทนล่ะ นายจะว่าไรมั้ย” ลีโนวพูดพลางมองตาฮยอนจิน เขาไม่มีวันโกหกกับความรู้สึกของัวเองผ่านสายตาของเขาได้หรอก

 

 “ ไม่ได้…” ฮยอนจินพูดออกมาในทันที

 

 “ ทำไม อย่าบอกนะว่า..”

 

 “เพราะนายเป็นเพื่อนฉัน ..”

ลีโนวได้ยินแบบนั้นเขาก็ไม่เข้าใจในทันที

 

“แล้วไง? มันเกี่ยวไรกัน?”

 

“ฉันไม่ยอมให้เธอ ทำเพื่อนฉันเสียใจอีกครั้งแน่..”ฮยอนจินพูดอย่างจริงจังก่อนจะเดินหนีเขาจากไปในที่สุด

 

“ฮึ สุดท้ายฉันก็ไม่เข้าใจนายอยู่ดี…”ลีโนวพูดก่อนจะยิ้มมุมปากมองฮยอนจินที่เดินหนีไป

………….

 

ณ ร้านกาแฟ ที่อยู่รงข้ามกับร้านเบเกอรี่ของแม่ฮยอนจู

 

มีจูมองฮยอนจูที่กำลังช่วยแม่ของเธอที่ร้านอยู่ในวันหยุดก่อนจะมีใครบางคนเดินมาพบกับเธอ

“นายคือ ชางมิน ใช่มั้ย?” มีจูมองชายคนนั้นที่มานั่งลงข้างหน้าของเธอ

“เธอเป็นเพื่อนยองฮุนหรอ?” ชางมินพูดพลางมองมีจูแบบสงสัย

“ไม่รู้สิ แล้วนายล่ะ เป็นเพื่อนเขารึป่าว?” มีจูถามกลับเขาไป นั้นทำให้เขาพูดไม่ออก

 

“เข้าเรื่องเลยดีกว่า ฉันไม่อยากเสียเวลามานั่งบอกว่าใครเป็นเพื่อนใคร” ชางมินเปลี่ยนไปประเด็นหลักของวันนี้ทันที

“เรื่องที่นายอยากรู้ ฉันจะช่วยนายเอง” มีจูพูดพลางมองไปร้านเบเกอรี่นั้นทันที

 

“พูดงี้ เธอก็คงได้ประโยนข์จากเรื่องนี้เหมือนกันสินะ” ชางมินพูดพลางยิ้มมุมปากแบบมีเลศนัย

 

“แน่นอนสิ..”มีจูพูดพลางยิ้มมุมปากกลับมาเช่นกัน

 

……………

 

 “ ยินดีต้อนรับค่ะ” ฉันพูดพลางมองลูกค้าที่พึ่งเข้ามาได้ไม่นาน

 

เด็กหนุ่มที่รุ่นราวคราวเดียวกันมองฉันพลางโปรยยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

 “ เอ่อ พอดีกำลังหาเค้กให้เป็นของขวัญเพื่อนน่ะครับ ช่วยเลือกให้หน่อยได้มั้ย?” เขาพูดพลางทำหน้าขอร้อง

“ อ๋อ ได้สิคะ ยินดีค่ะ” ฉันพูดก่อนจะเดินนำไปที่ตู้เค้ก

 

“ใจดีจัง ขอบคุณนะครับ” เขาพูดพลางมองฉันอย่างดีใจ

“แหะๆ ชอบรสไหนเป็นพิเศษมั้ยคะ?” ฉันถามเขากลับ

 

 “ เอ่อ ไม่รู้สิ เขาน่าจะชอบช็อคโกแลตมั้ง” เขาพูดพลางทำหน้าครุ่นคิด

 

“งั้นอันนี่เป็นไงคะ?” ฉันชี้ไปที่เค้กปอนด์รูปหัวใจช็อคโกแลตให้เขาดู

 

“ก็น่ารักนะครับรูปหัวใจ แต่พอดีเป็นเพื่อนผู้ชาย กลัวมันจะเข้าใจผิดเอา แหะๆ” เขาพูดพลางเกาหัวแกร็กๆ

 

บางทีเขาก็ดูตลกดีเหมือนกันนะเนี้ย

 

“งั้นอันนี้ดีมั้ยคะ?^^”

 

” โอ้ว อันนี้ดีที่สุด^^” เขาพูดพลางยิ้มอย่างกว้างมาให้ฉัน

นานแล้วนะที่ไม่มีใครยิ้มแบบนี้ให้ฉันเลย ยิ่งเป็นเพื่อนๆก็แทบไม่มี…

 

”เป็นอะไรรึป่าวครับ?” เขาพูดขึ้นเมื่อรู้สึกว่าฉันเหม่อไป

“เอ่อป่าวค่ะ งั้นคิดเงินเลยนะคะ” ฉันพูดพลางบอกพนักงานจัดการ

 

เขามองฉันเหมือนมีอะไรจะพูดบางอย่าง

“เอ่อ ผม ชางมินนะครับ จะเป็นไรมั้ยถ้าจะทำความรู้จัก เป็นเพื่อนกัน” เขาพูดพลางยื่นมือมารงหน้าฉันจะขอเช็แฮนด์

 

“อ่อ ได้สิคะ ฉัน ฮยอนจูค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” ฉันพูดพลางยื่นมือไปจับมือเขา

 

“ฝากด้วยนะครับ” ชางมินพูดพลางยิ้มกว้าง

 

…………………..

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น