Stray kids (Hyunjin x You) THE S W A N S : หนีเสือปะหงส์

ตอนที่ 10 : ประชันหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

 

 “ นั้นมันพวกswansหนิ” เสียงใครบางคนพูดขึ้นและเขากับเพื่อนๆกลุ่มหนึ่งกำลังมองมาที่ฮยอนจินกับลีโนวที่ยืนอยู่อีกฝั่งจากฉันกับยองฮุน

ในขณะที่เพื่อนๆในห้องต่างพากันเดินเข้าไปในร้านคาราโอเกะกันหมดแล้ว

กลุ่มชายวัยรุ่นพวกนั้นต่างพากันเดินไปที่พวกเขาสองคน

ฉันสังเกตเห็นใครบางคนที่ดูคุ้นๆหนึ่งในกลุ่มนั้น และฉันก็นึกขึ้นได้เขาคือเพื่อนของยองฮุน จูฮักยอน หนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม boyz นั้นก็แสดงว่าพวกนั้นก็คือ….

 

ฉันจะเดินกลับไปหาพวกเขาแต่ยองฮุนกลับดึงแขนฉันไว้ก่อน

“อย่าดีกว่า เธอไม่ควรไปยุ่งเรื่องนี้” ยองฮุนพูดสีหน้าเขาดูจริงจังมาก

 

“ไม่คิดว่าพวกนายยังมีหน้าออกมาข้างนอกได้หรอ?” ชายคนนึงพูดขึ้นจ้องไปที่ฮยอนจินแบบยิ้มเยาะ

“แล้วเพื่อนที่เหลือ คงมุดหัวกันอยู่สิท่า” ชายอีกคนพูดเสริม วกเขาพยายามจะพูดยั่วโมโหมากกว่า

ฮยอนจินทำท่าจะเดินไปเอาเรื่องแต่ลีโนวกลับดึงแขนเขาห้ามไว้ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นอีกครั้ง คงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

“พวกลอบกัดแบบพวกนาย ไม่คุ้มค่าหรอก” ฮยอนจินพูดพลางจ้องพวกนั้นอย่างเอาเรื่อง

“ฮึ งั้นสินะ” เขาพูดพลางเดินเข้ามาหาฮยอนจินใกล้ๆ

 

 

“งั้นก็ระวังให้ดี ฉันจะพรากทุกอย่างไปจากพวกนาย…”เขาพูดเป็นคำสุดท้ายก่อนจะเดินชนไหล่พวกเขาจากไป

 

ฉันที่แอบมองพวกเขาอยู่ไกลๆก็โล่งใจที่พวกเขาไม่มีเรื่องกัน

“พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่” ฉันหันกลับไปมองยองฮุนแบบสงสัยกับพวกเพื่อนของเขา

 

“ฉันจะกลับแล้ว เธอก็เที่ยวให้สนุกล่ะ” ยองฮุนไม่ตอบคำถามนั้นเขากลับเดินหนีฉันไปอีก

 

ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ

 

 

ฉันเดินกลับไปหาเพื่อนๆที่หน้าร้านคาราโอเกะก็เห็นลีโนวและฮยอนจินที่กำลังยืนทำหน้าเคครียดกันอยู่

 

“เอ่อ พวกนาย มีเรื่องอะไรรึป่าว?” ฉันถามขึ้นอย่างห่วงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“ฉันกับฮยอนจินจะกลับแล้วน่ะ ฮยอนจูเธอเข้าไปหาเพื่อนๆก็ได้นะพวกเขาคงรอกันอยู่” ลีโนวพูดขึ้น

ฉันหันไปมองหน้าฮยอนจินที่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร

 

“อ่ะ อื้ม พวกนายกลับดีๆล่ะ” ฉันพูดเป็นคำสุดท้ายก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน

ถึงแม้ว่าตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะเที่ยวเล่นแล้วก็เหอะ ทุกคนอุส่าห์ชวนฉันมาก็ต้องไม่เสียมารยาท

 

 

“นายคิดว่ามันหมายถึงอะไร ที่พวกนั้นพูด” ลีโนวถามฮยอนจินขณะที่พวกเขากำลังเดินกลับ

“ฉันพอนึกออก ” ฮยอนจินพูดพลางทำท่าครุ่งคิดถึงเรื่องนั้น

 

 “ หมายความว่าไง?” ลีโนวกลับสงสัยเพิ่มขึ้น

 

“นายจำ ชางมินได้มั้ย?” ฮยอนจินพูดถึงเพื่อนสมัยประถมขึ้นมา

“ชางมิน คนที่เคยมีเรื่องกับนายจนได้ย้ายโรงเรียนน่ะหรอ ฉันได้ข่าวว่านายชกมันจนปากแตกหนิ” ลีโนวพอจำเรื่องราวสมัยนั้นได้บ้าง

“ใช่ ไอ้บ้านั้นแหละ และฉันก็เห็นชื่อมันเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มboyz”

 

เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันต้องมีที่มาและจุดเริ่มต้นของมันก็คืออดีตที่ผ่านมาเสมอ

 

…………

ฉันนั่งมองเพื่อนๆที่สนุกกันใหญ่ภายในห้องคาราโอเกะ

มีจูเดินมานั่งข้างๆฉันก่อนจะยื่นน้ำผลไม้ให้ฉันดื่ม

“พวกนั้นคงทำให้เธอกังวลสินะ” มีจูพูดขึ้นเหมอนเธอรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไร

“ฉันไม่รู้เธอพูดเรื่องอะไร” ฉันทำเป็นไม่รู้เรื่องในสิ่งที่เธอพูด

 

“ตกลงเธอจะยังไงกันแน่” เธอพูดพลางมองหน้าฉันแบบสงสัยอีก

 

 “ ฉันว่าฉันกลับดีกว่า” ฉันที่เริ่มรู้สึกอึดอัด ก็ขอปลีกตัวออกมาจากที่นั่นทันที

แต่มีจูเธอกลับตามฉันมาด้วย

“ฮยอนจู ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไร เธอชอบฮยอนจินใช่มั้ย” เสียงมีจูดังขึ้นข้างหลังฉัน

ฉันหยุดเดินก่อนจะหันไปมองหน้าเธออีก

แต่สีหน้าเธอในตอนนี้ กำลังเศร้ามากๆและเหมือนจะร้องไห้

“มีจู…” ฉันรู้สึกไม่ดีเลยที่เห็นเธอเป็นแบบนี้

“หน้าละอายจริงๆที่ฉันต้องพูดแบบนี้ ” มีจูพูดก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ฉันอีก

“ฉันปล่าว”

”แค่มองฉันก็รู้ เธอไม่ต้องปฎิเสธ” มีจูพูดขึ้นก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นเพื่อแอบซ่อนน้ำตาของเธอไว้

“ฉัน..”

 

”ก็ได้ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ขอให้เธอเลิกยุ่งกับเขา เพราะว่าเรา….จะเป็นคู่แข่งกันจริงๆ” มีจูพูดพลางหันกลับมามองฉันอย่างจริงจัง

 

“มีจู คือฉัน…”

 

”ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะ เธอก็สู้ให้เต็มที่ล่ะ”

เธอไม่ปล่อยโอกาสให้ฉันพูดอะไรด้วยซ้ำ

มีจูพูดถึงเรื่องนั้นเสร็จก็เดินหนีฉันไปอีกคน

นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ฉันจะไปชอบเขาได้ไงกัน…

 

นายนี่เป็นตัวปัญหาสำหรับฉันจริงๆ ฮยอนจิน…

………………….

วันต่อมา

“เมื่อวานเที่ยวสนุกมั้ย?” จู่ๆฟิลิกซ์ก็เดินมาข้างๆฉันขณะที่กำลังเดินเข้าไปในมินิมาร์ท

 “ นายรู้เรื่องนั้นได้ไง?” ฉันสงสัยที่เขารู้เรื่องฉันไปฉลองที่คาราโอเกะกับเพื่อนๆได้ยังไง

“ก็ เมื่อวานไปที่ร้าน แม่เธอบอก”เขาพูดพลางเดินไปหยิบไอศรีมที่ตู้

เอ้ะ ช่วงนี้ทำไมเขามาที่ร้านแม่บ่อยจังนะ

พ่อเขาสั่งอีกรึป่าว?

 “ ถามจริงนะ ฉันกำลังสงสัยว่าพ่อนายจะจีบแม่ฉัน” ฉันพูดขึ้นพลางมองปฎิกิริยาเขาว่าจะเป็นไง

ฟิลิกซ์หันกลับมามองฉันพลางยิ้มมุมปากนิดๆ

“สายไปแล้วล่ะ ฮยอนจู” เขาพูดก่อนจะเดินไปจ่ายตังที่เคาเตอร์

 

หมายความว่าไรเนี่ย?

 

ที่สายไปน่ะ

 

ฟิลิกซ์กับฉันเดินมาถึงร้านแม่ฉันก็เห็นเธอกำลังนั่งคุยกับพ่อฟิลิกซ์ด้วยสีหน้ามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

 

“พ่อฉันบอกว่า เขาจะขอแม่เธอแต่งงาน” ฟิลิกซ์พูดถึงเรื่องนั้นฉันก็ตกใจไปครู่หนึ่ง

นี่มันเรื่องอะไรกัน 

ในหัวของฉันตอนนี้คิดอะไรไม่ออกเลยสักนิด นี่แม่ลืมพ่อไปจริงๆแล้วหรอ

พวกเขาไม่มีทางกลับมาจริงๆใช่มั้ยแล้ว ฉันต้องทำยังไง ฉันจะโอเคอย่างงั้นหรอ บ้าไปแล้ว นี่แม่ไม่คิดจะเล่าอะไรให้ฉันฟังบ้างเลยรึไงกันนะ

 

ฉันหันหลังให้ร้านก่อนจะเดินจากไป

ฟิลิกซ์มองตามฮยอนจูที่จู่ๆก็มีท่าทีแปลกๆก่อนจะเดินหนีไป

เขารีบเดินตามเธอไปทันทีอย่างห่วงๆและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ฮยอนจู เธอเป็นอะไร” ฟิลิกซ์วิ่งมาขวางทางฉันไว้

“นี่นายไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรอที่นายจะมีแม่ใหม่น่ะ” ฉันพูดออกไปตรงๆกับเขาที่ดูไม่เห็นรู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด

“เห้อ ก็นึกว่าเรื่องอะไร” พอเขาเข้าใจ สีหน้าที่กังวลก็หายไป

“ฉันไม่เหมือนนายหรอกนะ และไม่อาจจะยอมรับเรื่องนี้ได้ บอกไว้ก่อน ถึงเขาจะเป็นพ่อนายก็เถอะ”

ฉันพูดพลางมองหน้าเขาอย่างดุดัน

 

“ไม่มีใครแทนที่แม่ฉันได้หรอก เธอก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน” ฟิลิกซ์พูดก่อนจะจับที่ไหล่ของฉัน

“แล้วนายจะปล่อยให้เป็นแบบนี้หรอ?”

 

“เราคงห้ามใครไม่ให้รักใครได้หรอก จริงมั้ย?” ฟิลิกซ์พูดพลางมองตาฉัน

ที่เขาพูดมันก็จริง

ถ้าแม่ฉันรักพ่อฟิลิกซ์จริง ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้

 

“แต่บอกอย่างนึงนะ ฉันไม่มีวันเรียกเธอว่าพี่หรอก ฮึ” ฟิลิกซ์พูดพลางยิ้มเยาะ

“ชิส์ ฉันก็ไม่เรียกนายว่าน้องหรอกย่ะ” 

 

………..

วันต่อมาที่โรงเรียน

“เอาล่ะ ถ้าเราชนะอีกเราก็จะได้ไปแคมป์กัน” ลีโนวพูดขึ้น พวกเขาสองคนยังยินดีที่จะช่วยเรื่องแข่งกับโรงเรียนอื่นๆอีกครั้ง แต่ฉันว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นฉันเองที่อึดอัดที่สุด

ฉันมองยองฮุนที่นั่งเงียบผิดปกติ เขาไม่พูดอะไรสักคำจนลีโนวต้องสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

“พวกเธอ มีเรื่องไรกันรึป่าว?” ลีโนวพูดขึ้นพลางมองฉันสลับกับยองฮุน

 “ใช่ พวกนายเหมือนจะทะเลาะกันตั้งแต่วันนั้น” ฮยอนจินพูดขึ้นสงสัยอีกคน

ฉันที่เริ่มทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์นี้ซะแล้วสิ

“เอ่อ…” ฉันที่ไม่รู้จะพูดยังไง

“ฉันสารภาพรักกับฮยอนจูน่ะ..” จู่ๆยองฮุนก็พูดอะไรที่แปลกๆขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมาย

พวกเงียบเงียบกริบต่างมองหน้ากัน

ฮยอนจินหันมามองฉันตาขวาง

“แต่ถูกปฎิเสธ ”ยองฮุนพูดขึ้นอีกครั้งก่อนจะหันมามองหน้าฉัน

สายตาที่ดูเย็นชาจนเปลี่ยนไปมากจากยองฮุนคนเดิม

 “ ฮึๆ ฮ่าๆๆ” และจู่ๆ ฮยอนจินก็หัวเราะขึ้นมา

พวกเราต่างองไปหาเขาอย่างงงๆว่าเขาหัวเราะทำไม

“นายก็เลยเป็นแบบนี้สินะ เห้ออ ทำใจเถอะ” ฮยอนจินพูดก่อนจะตบไหล่ยองฮุน

 

ฉันที่รู้ดีว่าเขากุเรื่องขึ้นมาเพื่อปกปิดเรื่องจริงนั้นต่อไป

ถ้าฉันเงียบต่อไปก็เท่ากับว่าฉันสมรู้ร่วมคิดกับเขาอีกครั้ง

บ้าจริงนี่ฉันทำอะไรไม่ได้เลยงั้นหรอ ฉันจะต้องโกหกไปอีกเท่าไหร่

 

“เอาน่า ยองฮุน ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันเนอะ มาทำงานนี่ให้สำเร็จอีกครั้งเหอะ” จู่ๆลีโนวก็เดินเข้าไปกอดคอเขาเหมือนปลอบใจ

ยองฮุนทำหน้าสับสนที่ลีโนวทำแบบนั้น

“นายไม่เข้าใจหรอก!!” ยองฮุนที่จู่ๆก็ตะหวาดขึ้นในแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“เห้ย ใจเย็นดิวะทำไมต้องโมโหด้วย” ลีโนวงงกับท่าทางของเขาที่เปลี่ยนไป

ยองฮุนกำมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์ก่อนจะเดินหนีพวกเราออกไปจากห้องทันที

 

“เดี๋ยวฉันตามไปเอง” ฉันทำท่าจะตามเขาไป แต่กลับถูกฮยอนจินดึงแขนห้ามไว้ก่อน

“ห้ามไป” เขาพูดพลางมองฉันอย่างจริงจัง

 

“เอาไงดีล่ะเนี่ย ถ้าเขาถอนตัวขึ้นมาเราอาจจะแพ้นะ” ลีโนวพูดขึ้นอย่างกังวล

“ไม่หรอก งานนี้พวกเราจะลุยเอง” ฮยอนจินพูดพลางทำสีหน้าจริงจัง

 

ฉันไม่เคยเห็นว่าเขาจะกระตือรือร้นกับเรื่องนี้เลยสักนิดจนมาถึงตอนนี้

 

…………….

มีจูที่เห็นยองฮุนนั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียวในห้องพักนักเรียน เธอก็เดินไปนั่งลงข้างๆเขา จนทำให้ยองฮุนแปลกใจ

“เมื่อวันนั้นทำไมถึงไม่อยู่ฉลองล่ะ” เธอพูดถึงเรื่องวันนั้นที่เขากลับไปก่อน

 “เอ่อ พอดี มีธุระที่บ้านนิดหน่อย” เขาพูดขึ้นแต่ตายังจ้องที่หนังสืออยู่

 “ นายก็ฉลาดดีหนิ ยองฮุน ” มีจูพูดในเรื่องที่เขาสงสัยว่าเธอต้องการอะไร

“ขอบใจ..” เขาคิดว่าเป็นคำชมไปก่อนละกัน

 

“แต่ถ้าฉลาดอีกนิด นายก็พอจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร” มีจูพูดจบก็ลุกขึ้น

ยองฮุนปิดหนังสือก่อนจะหันมามองเธออย่างสงสัย

“เธอต้องการอะไร?”

 

“ฉันจะช่วยนายต่างหาก”

 

………………….

ระหว่างที่เดินกลับบ้าน ฉันเดินไปเจอกับแมวจรจัดตัวนึงที่กำลังนอนอยู่ใต้ม้านั่ง

ฉันนั่งก้มลงไปมองน้องพลางยิ้มอย่างเอ็นดูในความน่ารักที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งนั้น

 “เธอคงผ่านอะไรมามากสินะ ฉันจะเป็นกำลังใจให้นะ” ฉันพูดพลางลูบหัวของน้องอย่างเบาๆ

 

ฮยอนจินที่เดินผ่านมา เขาก็มองไปที่เธอกับแมวตัวนั้นก่อนจะเผยยิ้มออกมาที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นของเธอที่นานๆทีจะได้เห็น

 

“วันหลังจะพกขนมมาให้นะโทษทีวันนี้กินหมดเลย ช่วงนี้ต้องใช้พลังเยอะมากซะด้วยสิ” ฉันนั่งบ่นอยู่กับแมว

จู่ๆก็มีใครบางคนเดินมาตรงหน้าฉัน

ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเป็นฮยอนจินที่ยืนทำหน้ากวนๆอยู่

 “ นี่ยังไม่มีเพื่อนจนต้องมาคุยกับแมวงั้นหรอ?” เขาพูดขึ้นก็ไม่เข้าหูซะแล้ว

 “ นายมาทำไรแถวนี้?” ฉันพูดพลางจ้องเขาอย่างดุๆ

 “ฉันเป็นคนนะจะไปที่ไหนก็ได้ในโลกนี้” เขาพูดพลางยื่นหน้ามากวนใกล้ๆ

“นายอย่าแกล้งฉันตรงนี้นะ เดี๋ยวก็มีคนถ่ายคลิปอีกหรอก” ฉันพูดพลางมองไปรอบๆอย่างระแวงว่ามันจะเกิดขึ้นอีก

 “ฮึ เธอห่วงเรื่องนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เขาพูดพลางอมยิ้ม

นี่เขากำลังคิดว่าฉันเป็นห่วงเขาอยู่งั้นหรอ ไม่ได้นะ!

“ก็เพราะเรื่องนั้น มันเกิดจากฉันหนิ ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุ ฉันอยู่ให้ห่างนายดีกว่า” ฉันพูดพลางทำท่าจะเดินหนี แต่เขากลับเดินมาขวางทางฉันไว้ทุกที

 

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฮยอนจู..” เขาพูดพลางมองตาฉันเหมือนมีอะไร

“…”

ความรู้สึกนี่มัน..

 

 “ ฉันจะไม่แกล้งเธออีกแล้ว ”

นี่พูดจริงหรอ อย่างนายเนี่ยนะ

 

“ทำไมล่ะ?” แต่ฉันกลับสงสัยซะงั้น

 

“เพราะฉัน ชอบเธอแล้วไง..”

 

 “ … ”

วะ ว่าไงนะ? 

ฉันต้องหูเพี้ยนอีกแน่ๆ

 

“จริงๆนะ” ฮยอนจินย้ำในสิ่งที่ฉันนึกสงสัย เขาเดินมาใกล้ก่อนจะเอาอะไรออกมาจากกระเป๋า

มันคือพวงกุญแจรูปตัวอักษร HJ 

เขาคล้องมันไว้กับกระเป๋าเป้ของฉัน

 

“ของขวัญที่เธอทำให้เราชนะ” ฮยอนจินพูดพลางยิ้มออกมา ความรู้สึกฉันตอนนี้ทั้งงงว่าจู่ๆเขาถึงเป็นแบบนี้ได้ แต่ก็…

ดีใจแบบอธิบายไม่ถูก

 

“จะไม่พูดไรหน่อยหรอ?”

 

ทันทีที่ตั้งสติได้ก่อนจะหลุดไปไกล

“เอ่อ ขะ ขอบใจนะ ฉันกลับล่ะ” 

เอาเป็นตอนนี้ไปตั้งหลักก่อนดีกว่า

 

ฮยอนจินมองตามฮยอนจูที่รีบเดินหน้าตั้งไปทันที เขาส่ายหัวและยิ้มอย่างเอ็นดูในความเด๋อของเธอ

 

 

ยองฮุนที่แอบมองอยู่ห่างๆเขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและเริ่มมั้นจในสิ่งที่เขาสงสัยมาตลอด

คนที่ฮยอนจินชอบ และสำคัญกับเขาในตอนนี้ ก็คือ ฮยอนจู…

 

 “ ฮยอนจู ทำไมต้องเป็นเธอด้วย..”ยองฮุนพูดพลางนึกถึงผลที่จะตามมากับการที่เธอกลายเป็นคนสำคัญของฮยอนจิน

 

……………

ฮักนยอนมองชางมินที่กำลังจ้องคอมเม้นในอินเตอร์เน็ตที่เริ่มหายไปเรื่อยๆเหมือนมีครสั่งลบคลิปพวกนั้นออกไปให้หมด

“เรื่องเริ่มซาไปแล้วสินะ น่าหงุดหงิดจริงๆ” ฮักนยอนพูดขึ้น

ชางมินที่จดจ่อกับมันอยู่ก็หันไปมองเขา

“ยองฮุนว่าไงบ้าง เขาสืบไปถึงไหนแล้ว” เขาถามฮักนยอนที่ดูสนิทกับยองฮุนที่สุด

“เรื่องฮยอนจินหรอ ฉันสงสัยว่านายทำไมถึงพุ่งไปหาแต่ฮยอนจิน พวกswansคนอื่นไม่เห็นจะสนใจห้ะ ชางมิน” เขาพูดพลางสงสัยว่าเขาแค้นอะไรฮยอนจินนักกะเอาแต่จะเ่นงานเขาคนเดียว

 “ ก็เพราะมันทำลายชีวิตฉัน ฉันเกลียดมัน” ชางมินพูดสายตาเขาดูแค้นมากเมื่อนึกถึงเรื่อในอดีต

 

“เห้ออ ยองฮุนก็ไม่เห็นว่าไรนะ คนอย่างฮยอนจินจะชอบใครกัน?”

 

เป้าหมายต่อไปของพวกเขาคือพรากทุกอย่างไปจากพวกswans

…………

ชานและสมาชิกคนอื่นๆกำลังหารือเรื่องที่พวก boyzสร้างขึ้น ว่าทำไมพวกนั้นถึงจองล้างจองผลาญกัดไม่ยอมปล่อยถึงขนาดนี้

 

ฮยอนจินเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่ดูร่าเริงเป็นพิเศษ

แต่เมื่อเขาเห็นสีหน้าของสมาชิกที่กำลังเคร่งเครียดก็หุบยิ้มลงทันที

“นายมาสายนะ” ชานพูดติเตือนเขาทันที

“โทษที พอดีมีเรื่องต้องทำ” เขาพูดก่อนจะเดินไปนั่งร่วมวงด้วย

 

“ฉันบอกเรื่องชางมินให้พวกเขารู้แล้วนะ” ลีโนวพูดขึ้นกับฮยอนจินเพื่อให้เขาบอกเพิ่มเติม

“สรุปชางมินเป็นตัวตั้งตัวตีก่อเรื่องสินะ ทำไมล่ะนายไปทำไรมันไว้” ชานพูดขึ้นอย่างสงสัย

 “เรื่องมันนานมาแล้วน่ะ ที่จริงก็ไม่อยากจะนึกถึงมันเท่าไหร่ ไม่คิดว่าจะแค้นฝังลึกขนาดนี้” ฮยอนจินพูดขึ้นอย่างกังวลใจ

“แฟนเก่าชางมินมันมาชอบฮยอนจิน ตอนนั้นก็เลยมีเรื่องชกต่อยกัน แต่เพราะชางมินมันเริ่มก่อนก็เลยถูกไล่ออกจากโรงเรียน” ลีโนวพูดเสริม เขาพอจะรู้เรื่องราวมาบ้าง

 “ ถึงขั้นไล่ออกจากโรงเรียนเลยหรอ?” ชานสงสัยว่ามันร้ายแรงขนาดนั้นได้ไง

“ พี่ก็รู้ว่าพ่อฮยอนจินไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด ” ลีโนวพูดถึงสาเหตุ

ก็คงเป็นเพราะพ่อฮยอนจินใหญ่สุดในตอนนั้น

“โทษทีน่ะ ทุกคนเลยซวยไปด้วย” ฮยอนจินพูดพลางทำหน้าซึมๆกับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น

 “ เอาเถอะ เราก็แค่ตั้งรับ ว่ามันจะหาเรื่องอะไรมาอีก พวกนายก็ระวังหน่อยแล้วกัน หยุดซ่าไปสักพัก จนกว่าจะจบเทอมนี้” ชานออกคำสั่ง ในสิ่งที่ทุกคนต้องทำต่อไป

 

……….

ฉันกลับมาบ้านก็เห็นแม่ที่ยืนคุยโทรศัพท์ไปยิ้มไปอยู่คนเดียว

เห้ออนี่สินะคนกำลังอินเลิฟใหม่น่ะ

ฉันมองพวกกุญแจที่ฮยอนจินให้ก่อนจะแอบเผลอยิ้มออกมา

 “ อ่าว ฮยอนจู กลับมาแล้วหรอ” แม่พูดทักฉันก่อนจะกดตัดสายแบบมีพิรุธ

“นานแล้วค่ะ แม่คงพึ่งสังเกต” ฉันพูดพลางทำหน้างอนๆที่พักหลังเธอจะห่างๆฉันไปบ้าง

“กินไรมาหรือยังล่ะ?”

 

 “ ไม่หิวค่ะ หนูไปนอนก่อนนะคะ” ฉันพูดก่อนจะขอตัวขึ้นไปที่ห้อง

สักวันเธอคงจะพร้อมที่จะบอกฉันเอง

แต่ฉันก็อดนึกถึงพ่อไม่ได้ ว่าตอนนี่เขาเป็นอย่างไรบ้าง

ฉันกดมือถือ เพื่อจะโทรหาพ่อ แต่ทว่าก็ไม่กล้า ฉันจะพูดอะไรล่ะ ถ้าโทรไป…

ฉันคิดมากไปก่อนเสมอเลยหรอเนี่ย

เห้ออออ

ติ้ดๆ

เสียงข้อความดังขึ้นฉันรีบกดดูทันที เหมือนกับรอใครบางคนส่งมาอย่างงั้น

 

 “ พี่จูยอน ” ฉันมองข้อความจากพี่จูยอนอย่างสงสัย

 

 ‘ฮยอนจู พรุ่งนี้วันเกิดพ่อ เราว่าจะไปกินข้าวที่นัมซาน ไปด้วยกันนะ’

พี่จูยอนส่งมาแบบนั้น ยิ่งทำให้ฉันหนักใจไปอีก

 

แล้วฉันก็ต้องเผชิญเรื่องที่ไม่คาดคิดอยู่เรื่อยสินะ 

ชีวิต…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #48 Woralak'k (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 15:28
    ชั้นที่เริ่มสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวของพ่อนางเอก......
    #48
    0
  2. #12 ThanidaOnnim (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 19:17
    ชอบจัง สนุกดีค่ะ อ่านไปลุ้นไป เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก ๆ เลยยย จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ ๆ ค่ะ
    #12
    0