1e / beecris

ตอนที่ 5 : A1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 พ.ค. 60

A1



A1

Monday 3rd July 4017

(According to the earth orbit count)

 

ตอนแรกฉันหัวเสียที่เธอปาก้อนกินใส่ แต่ฉันก็ลืมไปว่าการใส่หมวกอยู่แบบนี้พูดให้ตายเท่าไหร่เธอก็คงไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันพูด

ทำไมเป็นคนที่น่าหงุดหงิดอะไรแบบนี้นะ บี

 

ฉันยกสองมือขึ้นมาอย่างยอมแพ้และดูเธอจะมีทีท่าที่สงบลง เอาล่ะตามที่เครื่องวัดสภาพแวดล้อมที่ข้อมือฉันยังบอกว่าปริมานออกซิเจนนั้นเพียงพอ ฉันก็จะถอดหมวก

 

เสียงของอากาศภายในหมวกวิ่งออกไปข้างนอกทันทีที่ถอดและถูกแทรกด้วยอากาศของดาวดวงนี้  ฉันสูดลมหายใจเข้าแต่ก็พบว่ามันไม่มีออกซิเจน ในกรณีของคนที่กำลังจะขาดอากาศหายใจหรือขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง เซลล์สมองจะตายในเวลาไม่ถึง 4 นาที นั่นหมายถึงว่าถ้ารอดไปได้แต่ฉันจะเป็นคนสมองพิการ ตอนที่ถูกฝึกให้ทนอยู่ในภาวะขาดออกซิเจนให้นานที่สุด ฉันทำไปได้ 3 นาทีกว่า ทางศูนย์วิจัยบอกฉันว่าเพราะฉันเป็น 1e จึงทนได้นานและไม่เกิดอะไรขึ้นกับสมอง แต่ไม่ใช่ว่าฉันจะขาดออกซิเจนได้และที่สำคัญฉันไม่ได้กักเก็บออกซิเจนไว้ก่อนจะถอดเพราะคิดว่าข้างนอกนั่นฉันจะสามารถหายใจได้

 

แล้วทำไมเธอคนนั้นถึงหายใจได้อย่างปกติกันล่ะ

 

ภาพทุกอย่างค่อยๆพร่าเลือน ฉันพยายามจะสวมหมวกอีกครั้งแต่มือก็สั่นอ่อนแรงจนหมวกที่ถืออยู่นั้นร่วงลงไปกลิ้งกับพื้น อากาศที่มีในปอดกำลังจะหมด ปากฉันจึงอ้ากว้างโดยอัตโนมัติเพื่อรับออกซิเจนที่แน่นอนว่ามันไม่มี ฉันก้มลงไปเพื่อจะเก็บหมวกแต่ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนกลายเป็นล้มลงไปไม่เป็นท่า และทุกอย่างก็มืดสนิททันที

 

 











Trapist-1e : IAU-1e ( International Astronomical Union – 1e )

Monday 3rd July 4017

 

หลังจากที่โดนตัดสายใส่จากยาน HOPE ทุกคนที่ศูนย์วิจัยหยุดการทำงานของตัวเองเพื่อมองไปยังหัวหน้าของพวกเขา คัลเวอสัน ถอดแว่นสายตาของตัวเองออกก่อนจะหันมาตวาดใส่ลูกทีมทุกคนที่จ้องมองมาทางตน มองอะไร ทำงานกันต่อไปสิ!’

 

คัลเวอสันถอนหายใจ ก้มหน้าลงโดยมีมือขวาที่กางนิ้วโป้งกับนิ้วกลางรองรับศีรษะเอาไว้ รอยย่นบนหน้าผากที่บอกถึงอายุของเจ้าของก็แสดงออกได้ชัดเจนถึงความตึงเครียด


หัวหน้าครับ 01ลงจอดบน A1 อย่างปลอดภัยแล้วครับ พาเลชเงยหน้าออกมาจากจอแสดงผลของตัวเองแล้วรายงานให้กับคัลเวอสันฟัง นั่นจึงทำให้ชายสูงวันผละออกจากฝ่ามือตนเอง


แล้ว Diggy ทำงานหรือยัง


Diggy เป็นหุ่นยนต์สอดแนมมีฟังก์ชันในการเปลี่ยนร่างได้ตามสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ๆ ถูกสร้างขึ้นสำหรับภารกิจนี้ โดยศูนย์วิจัยติด Diggy ไว้กับ 01 ตอนแรกมีเป้าหมายเพื่อจะเป็นผู้ช่วยให้กับ บี 1e บนดาว A1 เพื่อกันอันตรายที่เราไม่ได้คาดการ์ดไว้ในแผน แต่ก็ต้องเปลี่ยนเป็นสอดแนมแทนเพื่อเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จของภารกิจที่มีมากกว่า Diggy จะทำหน้าที่บันทึกพฤติกรรมของ บี ที่ดาว A1 แล้วส่งมายังศูนย์วิจัยเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อสืบหน้าโครงสร้างพันธุกรรมที่แน่นอนของชาว 1e


ยังครับ ต้องรอให้บีกับ Diggy อยู่ห่างตามระยะที่กำหนดครับพาเลช อธิบาย เขาเป็นชาวโลกเชื้อสายอเมริกันมีหน้าที่ดูแลภารกิจลับร่วมกับคัลเวอสันที่รับผิดชอบสองภารกิจหลักของศูนย์วิจัย


อืม แต่รู้ใช่ไหมว่าหากผลที่ได้ 1e เป็นภัยต่อมนุษย์จะต้องทำยังไงคัลเวอสันหยิบผ้าเช็ดแว่นออกมาจากเสื้อสูทแล้วบรรจงเช็ดเลนส์ข้างขวาของแว่นตัวเอง หวังว่าคุณจะจัดการได้นะ พาเลชหัวหน้าศูนย์วิจัยยกยิ้มมุมปากอยู่ครู่เดียวจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเช็ดเลนส์ข้างซ้าย ก่อนจะสวมใส่แว่นตาแล้วเก็บผ้าเช็ดแว่นลงไปดังเดิม


อ้อ เกือบลืมคัลเวอสันลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหันหน้าไปหาทุกคนภายในห้อง


ทุกคนรู้ใช่ไหมครับ ว่าภารกิจที่ A1 นี้จะให้คนบน HOPE รู้ไม่ได้เด็ดขาด การกล่าวอย่างเด็ดขาดของคัลเวอสันทำให้ทุกคนละจากการทำงานของตัวเองเพื่อฟังให้สิ่งที่เขากำลังจะเอ่ยต่อ


เพราะพวกคุณต่างรู้ผลที่จะตามมาทีหลังดีประโยคนี้เขาหันมาหาพาเลชแต่ยังคงระดับเสียงให้ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน เขาหรี่ตามองพาเลชที่เริ่มมีเหงื่อออกตามใบหน้าก่อนจะหันกลับไป




ผมมีเรื่องจะพูดแค่นี้ ทำงานต่อได้ครับ ขอบคุณ

 















A1



เพดานสีขาว พอไล่สายตาลงมาก็เจอโต๊ะทำงานสีดำๆ มีผู้หญิงผมสีแดงกำลังนั่งหันหลังให้ อ่า ที่นี่มันที่ไหนกันนะ ฉันกระพริบตาอีกสองสามครั้งก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วห้อง มีกองชุดอวกาศซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของฉันอยู่ข้างๆตัวเธอ

ตอนนั้นฉันที่ถอดหมวกออกเพื่อที่จะพูดคุยกับมนุษย์อวกาศอีกคนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังนั่งหันหลังให้ แต่ก็พบว่าไม่มีออกซิเจนเพียงพอที่จะหายใจจึงหมดสติไปแล้วหลังจากนั้นภาพที่เห็นก็เป็นเพดานห้องสีขาวนี่

ฉันจึงเริ่มสำรวจตัวเองว่าตอนนี้เหลืออะไรบ้าง ที่ข้อมือซ้ายมีเครื่องวัดสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่สำหรับชุดอวกาศติดอยู่กับตัว ชุดที่ใส่ก็เป็นชุดลำลองที่ใช้ใส่ภายใน HOPE ที่ข้อมือของฉันยังคงบอกระดับปริมาณออกซิเจนว่ามีค่ามากพอ ฉันไม่รู้ว่าจะเชื่อมันอีกดีหรือเปล่าเพราะตัวที่ติดอยู่กับชุดอวกาศนั่นก็น่าจะถูกล็อคค่าไว้  แต่เดี๋ยวนะ ฉันยังคงหายใจได้ปกติดีนี่


แสดงว่าที่นี่ต้องมีการตั้งค่าระดับออกซิเจนและความดันไว้แน่นอน


แต่ที่นี่มันที่ไหนเนี่ยแหละ


ถ้าเป็นเบ็นที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะทำยังไงนะ หลับตาลงเพื่อแสดงท่าทางที่สุขุมหรือเปล่า แล้วถ้าเป็นเคทล่ะ อืม ในเวลาแบบนี้ถ้าเป็นเคทคงโวยวายแน่นอน เป็นใครดีนะ ไบรอัน? ไม่ๆ ไม่ดีแน่ๆ เอาแบบไหนดีล่ะบี จะลุกไปดูเธอที่กำลังนั่งหันหลังก้มหน้าทำอะไรอยู่ หรือหลับตานอนต่อตัดปัญหา อะไรดีล่ะ คิดสิ มีคนเคยบอกฉันว่าถ้าคิดอะไรไม่ออกก็ชนปัญหาแม่งไปเลย เอาล่ะฉันจะเลือกวิธีนี้


จริงๆก็ไม่ได้มีใครเคยบอกนะ ฉันแค่เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง


ฉันค่อยๆลุกขึ้นนั่งแล้วใช้ขาทั้งสองข้างวางไปกับพื้นและยันตัวลุกขึ้นจากเตียงเงียบๆ โดยที่สายยังคงจับจ้องแต่เธอคนนั้นอยู่

เหมือนกับหนังแอคชั่นหรือหนังสยองขวัญที่ฉันกำลังหนีออกจากฆาตกรโรคจิตแต่ต่างกันตรงที่ฉันกำลังเดินเข้าไปหา ฉันคิดว่าน้ำหนักที่ย่ำลงไปบนพื้นนั้นจะเบาเกินกว่าที่อีกคนจะได้ยิน แต่บอกเลยว่าฉันคิดผิด

เธอหันมาตอนที่ฉันกำลังยืนอยู่ห่างเจ้าอี้ที่เธอนั่งประมาณ 5 ก้าว



‘@#!@##@#’ เธอหันมาพร้อมกับตะโกนแล้วหยิบมีดขึ้นมาขู่ ฉันกำลังจะโดนขู่ฆ่าใช่ไหม



ฉันฟังเธอไม่รู้เรื่อง แต่ฉันชื่อ บี เป็น 1e ฉันไม่ได้จะทำอะไรแค่อยากดูว่าเธอทำอะไรอยู่ ฉันอยากกลับบ้านเห็นเธอมียานอวกาศคิดว่าน่าจะพาฉันกลับบ้านได้ แต่ก็ไม่อยากรบกวนเท่าไหร่ ตะแต่ฉันก็อยากได้ชุดของฉันคืน คิดว่าเธอน่าจะคืนให้และก็ช่วยวางมีดลงก่อนได้ไหม ฉันไม่ชอบความรู้สึกที่ของมีคมแทงเข้าที่เนื้อของตัวเอง มันเจ็บยิ่งกว่าโดนฉีดยาอีก เธอคงไม่อยากเห็นฉันโวยวายใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นวางมีดลงก่อนนะ


ฉันยกมือขึ้นทั้งสองข้างในท่าทางยอมแพ้และปากของฉันก็ขยับพูดไปเองตามจังหวะเพลงแรปที่ไบรอันชอบเปิดให้ฟัง ให้ตายเถอะเหนื่อยชะมัดยากเลย

ฉันหอบหายใจแต่จดจ้องมีดที่เธอถืออยู่ เวลามันสะท้อนกับแสงไฟแล้วชวนขนลุกสุดๆ

เธอมีทีท่าที่โอนอ่อนลงแต่ก็ไม่ยอมวางมีดอยู่ดี อ่า ฉันไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย

คือ หลังจากที่ได้ยินเธอตะโกนเมื่อกี้ฉันคิดว่าเธอคงไม่ใช่มนุษย์โลกและก็ไม่ใช่ 1e ดังนั้นเธอคงอาจจะฟังไม่ออก แต่ว่-’

‘#@@#!#’

โอย ฉันฟังไม่รู้เรื่อง คิดสิบี ทำยังไงๆๆๆ  ตอนเด็กๆเคยโดนสอนให้เล่นละครอยู่ ฉันคิดว่าคุณครูแมรี่ต้องดีใจแน่ๆที่เห็นลูกศิษย์ตัวเองกำลังใช้วิชาที่ได้ร่ำเรียนมาใช้กับมนุษย์ต่างดาว


คือ ดู ฉัน นะ


ฉัน ชื่อ บีฉันชี้ตัวเองตรงคำว่า บี ในการทักทายคนแปลกหน้าเรามักจะแนะนำชื่อของตัวเองก่อน อย่างน้อยก็ให้เธอรู้ชื่อฉันก่อนก็ดี


เธอใช้มือที่ถือมีดชี้มาที่ฉันพร้อมกับพูดว่า บี สีหน้าของเธอดูสงสัย แต่ฉันก็พยักหน้ารัวๆไปแล้ว 


เธอนิ่งไปสักพัก คิ้วขมวดกันอย่างใช้ความคิด โดยที่ฉันเองก็ลุ้นระทึกอยู่ว่ามีดที่ชี้หน้าฉันอยู่เมื่อไหร่มันจะวางลงไปเสียที


บางทีเธออาจจ-


คริส


หา


คริสเธอชี้ไปที่ตัวเองพร้อมกับบอกว่า คริส


มันได้ผล! ครูแม่รี่คะ บีสอบผ่านการแสดงแล้วใช่ไหมคะ ฉันยกมือทั้งสองข้างด้วยความดีใจพร้อมกับร้อง เยส


คริสวางมีดลงบนโต๊ะและก้าวมาหาฉันพร้อมกับจูงมือที่ฉันคิดว่าน่าจะลากไปที่โต๊ะทำงาน มันเป็นเครื่องวัดสภาพแวดล้อมที่ติดมากับชุดอวกาศ และสภาพตอนนี้คือ คริส กำลังรื้อมันอยู่น่ะสิ


เห้ นี่เธอทำอะไรน่ะ ถ้าไม่มีมันฉันตายนะรู้ไหม ทำไมทำอะไรไม่ขออนุญาตก่อน เธอคิดว่าช่วยชีวิตฉันแล้วจะทำอะไรก็ได้หรอ ถึงแม้จะไม่รู้จักกันแต่มารยาททางสังคม เธอรู้จักไหม ทำแบบนี้มันใช้ไม่ได้เลยนะ เอ้ะ แต่ว่ามันโดนล็อคค่าไว้นี่นา งั้นช่างมันเถอะ เอ้อ ฉันยังไม่ได้ขอบคุณเธอใช่ไหม ขอบคุณนะ


คริสมองฉันนิ่ง และมันก็ทำให้ฉันรู้สึกตัว โอย ไอบี ทำอะไรเนี่ย ฉันยกมือซ้ายขึ้นไปลูบที่ท้ายทอยตัวเองแล้วก้มหัวเป็นเชิงขอโทษ เพราะรู้ว่าหากพูดไปเธอก็ไม่น่าจะเข้าใจ

 


แต่จะยังไงก็เถอะ ฉันจะได้กลับบ้านไหม











 

สรุปสุดท้ายก็เป็นฉันนั่งลงที่พื้นพิงหลังเข้ากับขาโต๊ะที่คริสนั่งทำงาน ฉันไม่มีอะไรจะทำนอกจากนั่งถอนหายใจไปเรื่อยๆ เป็นนักบินฝึกหัด โดนคัดเลือกให้มาทำโปรเจค HOPE ออกมาจาก Trapist-1e ไปขอบ Milky way จนกระทั่งมาถึง M31 ผลลัพธ์ก็คือ ติดแหงกอยู่ที่ดาวดวงนี้ ไม่สิ ผลลัพธ์ก็คือโดนเพื่อนทิ้งให้มาอยู่ที่นี่ อะไรทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นนะ ทุกคนบนยานนั่นต่างเป็น 1e แต่ตลกร้ายก็เกิดขึ้นเพราะฉันไว้วางใจพวกเขาไม่ได้อีกแล้ว

ฉันรู้สึกถึงอะไรแข็งๆกำลังจิ้มมาที่หน้าผาก ด้วยสัญชาตญาณก็เลยเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เป็นคริสเองที่เอาท้ายปากกามาจิ้ม จะว่าไป ยัยนี่เป็นใครกันนะ เป็นสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงไหน กินอะไรเป็นอาหาร ออกซิเจนระดับไหนถึงจะอยู่ได้ ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอสักอย่าง นอกจากที่เจอครั้งแรกเธอสวมใส่ชุดอวกาศไว้ทำให้ตั้งสมมติฐานไว้ว่าเธอไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เกิดบนดาวดวงนี้ แต่ดูท่าทางฉลาด ฉลาดมากกว่าฉันด้วย


ป้อก


โอ้ย


ฉันยกมือขึ้นไปลูบหน้าผากตัวเอง จากที่เอาปากกาจิ้มอยู่ดีๆก็กลายเป็นเคาะมาซะงั้น เหมือนฉันกำลังเป็นเบี้ยล่างให้ยัยมนุษย์ต่างดาวหัวแดงนี่อยู่เลย

อะไร?’ เธอไม่ตอบคำถามฉัน แหงล่ะ เธอฟังมันไม่รู้เรื่อง แต่เธอก็วางปากกาลงแล้วเอามือทั้งสองข้างมาดึงแก้มของฉันเล่น

ย่า มันเจ็บนะฉันเหวี่ยงใส่เธอ จนคริสต้องเอามือทั้งสองข้างออกจากแก้มของฉัน การที่คริสมองมานิ่งๆมันทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆหนาวๆยังไงชอบกล จริงสิ ฉันลืมไปได้ยังไงว่าเธอเคยเอามีดชี้หน้าฉัน ถ้าเธอทำแบบเดิมอี-

 

อะไรน่ะ

 

นั่นคือคำถามแรกที่เกิดขึ้นทันทีที่ฉันเห็นคริสดึงแก้มตัวเองแล้วก็ยิ้ม เธอยังคงค้างท่าไว้แบบนั้นไม่ยอมปล่อย จะบอกอะไรกับฉัน

อยากดึงแก้มฉันอีกหรอ? ไม่น่าจะใช่ ให้ฉันดึงแก้มเธอหรอ? อันนี้ยิ่งไม่น่าใช่

 

ให้ฉันยิ้มหรอ?

 

เพื่ออะไรล่ะ

 

โอเค ลองยิ้มก็ได้ ฉันค่อยๆฉีกยิ้มให้คริสเห็นฟันเกือบครบ 32 ซี่ เกิดมาไม่เคยยิ้มแบบเสแสร้งให้ใครเท่านี้มาก่อนเลย ให้ตายเถอะ

แต่ผลลัพธ์กับผิดคาด เธอส่ายหน้า แล้วฉีกยิ้มตามแบบฉบับของเธอให้ฉันดู นี่ชักจะไปไกลกันใหญ่แล้ว เราแทบไม่ควรมานั่งฉีกยิ้มให้ด้วยซ้ำเพราะถ้าฉันเป็นเธอ ฉันคงจะต้องล่ามคนแปลกหน้า ไม่สิ สิ่งมีชีวิตแปลกหน้าไว้กับอะไรสักอย่างเพื่อป้องกันตัวเอง ฉันรู้ว่าตัวเองหน้าตาดีจนใครๆเห็นก็ทำร้ายไม่ลง แต่แบบนี้มันเกินความคาดหมายมาก

เดี๋ยวนะ ขอทวนความคิดใหม่

ฉันถูกทิ้งให้มาอยู่ที่นี่ ฉันเตะก้อนหินและพบว่ามันมาไกลมาก จากนั้นก็เลยเดินไปตามทางที่ฉันเตะเพราะเห็นแสงของโลหะจากยานอวกาศสะท้อนกลับมา จนกระทั่งเจอคริส ฉันเดินไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือ แล้วก็เกิดเหตุการณ์เฉียดตาย สุดท้ายก็มาจบที่นี่ โอเค ฉันควรยิ้มให้เขาเพื่อแสดงท่าทีความเป็นมิตรและความหวังลมๆแล้งๆว่าจะได้กลับบ้าน

อ้ะ ยิ้มก็ได้ฉันยีฟันให้กว้างที่สุดมากกว่าที่เคยทำมา แต่เธอก็ส่ายหน้า เรื่องมากจังนะ

ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คริสกำลังทำมันคืออะไร แต่เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังพยายามทำหน้าตาออกมาให้ดูอุบาทว์ที่สุด หวังจะให้ฉันยิ้มหรือหัวเราะหรอ? ไม่มีทาง ฉันไม่ได้เส้นตื้นนะ



ฮ่าๆๆๆๆๆ



อะไรกัน คนที่ทำให้ฉันขำได้มีแค่เคทกับมิสเตอร์บีนนะ  



--------------

มาล้าววววววววววว สอบไฟนอลเสร็จตั้งนานแล้ว เมื่อวานบอลชนะด้วย

เอ้อ เรารู้ว่าหลายคนอาจจะต้องย้อนกลับไปอ่านตอนเก่าๆ ซึ่งต้องเป็นแบบนั้นค่า เพราะเรามีการแก้ไขเนื้อหาทุกตอนแลย เย้ 

แต่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก แต่อาจจะทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้น

ปล. นับวันเรื่องนี้เริ่มจะเป็นอะไรที่ปัญญาอ่อนมากละ


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #25 Niwkoysw (@Niwkoysw) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 21:38
    โอ้ยชอบเรื่องนี้!!!เนี่ยนางเอกมาละ555555จับทำเมียตอนนี้โล้ดดด ฮ่าๆ
    #25
    0
  2. #22 บีคริส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 14:23
    น่ารักกจัง คุยกันด้วยวิชาการแสดง55
    #22
    0
  3. #21 LADY Hestia (@satchanakorn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 11:30
    ทำไมตลก 555555555555555 เอ็นดูบีคริส แล้วคุณบีจะหลงตัวเองไปไหนเนี่ย
    #21
    0
  4. #20 neonyayo (@neonyayo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 09:28
    ฮือ น่ารักกกก คริสคือสติชที่แท้จริงค่ะในเรื่องนี้ 55555 รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ อยากบอกว่าชอบที่ตอนสั้นๆ แบบนี้
    #20
    1
  5. #19 namwhan_ka (@sweettyploy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 08:47
    55 ดึงแก้มนุ้งบี
    #19
    0
  6. #18 ชูวับบ (@Ssupriyaa1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 05:22
    ฮ่าๆ น่ารักจัง
    #18
    0