1e / beecris

ตอนที่ 4 : New planet

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 พ.ค. 60



New planet





Monday 3rd July 4017

(According to the earth orbit count)

 

ทุกคน ได้ยินฉันไหม

 

เห้

 

เบ็น

 

เคท

 

ไบรอัน

 

ขอร้องล่ะ ตอบหน่อยเถอะ

 

ตั้งแต่ที่เราเดินทางผ่านรูหนอนจนถึงขอบกาแล็คซี่ของเราได้ภายใน 15 วัน ทุกคนก็เริ่มทำตัวแปลกๆ ทุกคนเริ่มพยายามสังเกตกิจวัตรประจำวันของฉัน จนกระทั่งเราเดินทางมาถึง M31 หรือ Andromeda เพื่อทำภารกิจ เบ็นก็ออกคำสั่งให้ฉันขับยานลำเล็ก (01) ที่ติดมากับ Hope ไปสำรวจดาวเคราะห์ดวงแรกที่เราเจอ

 

และความผิดปกติก็เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อยานที่ฉันขับ จู่ๆก็เปลี่ยนระบบเป็น auto pilot ระบบการสื่อสารหรือ receptor ที่หูของฉันโดนตัดขาด

01 ลงจอดบนพื้นดาวได้เนี้ยบกว่าที่ฉันเคยฝึก นั่นหมายความว่า ยานไม่มีส่วนไหนเสียหาย และสิ่งที่โคตรจะน่าสงสัยก็เกิดขึ้น เพราะเมื่อมันถึงพื้นดาว เครื่องก็หยุดทำงาน เตาปฏิกรณ์ไม่เคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้น หรือแม้กระทั่งระบบสื่อสารภายในยานที่ตอนแรกฉันคิดว่ามันเสียแต่ก็กลายเป็นว่าใช้ไม่ได้อย่างน่าประหลาด

 

เหมือนทุกอย่างถูกวางแผนไว้แล้ว

 

แล้วแผนนั่นก็คือ ทิ้งฉันไว้ที่นี่

 

ฉันไม่มีอารมณ์มากพอที่จะมานั่งซ่อมเครื่องหรือเช็คเมนบอร์ดเพื่อที่จะพบว่ามันเสียเป็นครั้งที่สามหรือการนั่งเปิดหนังสือคู่มือการใช้ยานที่ฉันเปิดมันหลายรอบจนแทบจะขาดออกจากกัน ฉันจึงสวมหมวกเพื่อที่จะออกไปสำรวจด้านนอก อย่างน้อยก็ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าไอดาวนี่มันเป็นดาวอะไร

ฉันนั่งอยู่บนฝากระโปรงยาน มองออกไปด้านหน้าก็มีแต่ดินสีแดง เครื่องวัดสภาพแวดล้อมที่อยู่บริเวณข้อมือ บอกว่ามีปริมาณ ออกซิเจนมากพอที่ฉันจะถอดหมวกแล้วเดินไปสูดอากาศได้

 

แต่คำถามคือ

 

มีออกซิเจนขนาดนี้ ไหนล่ะ สิ่งมีชีวิต

 

ฉันจึงยังไม่กล้าที่จะถอดหมวก เพราะบางทีไอเครื่องนี่มันอาจจะโดนล็อคค่าเหมือนกับยานเส็งเคร็งลำนี้ มองออกไปไกลกว่านั้นก็เป็นภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ มีแต่ดิน ลม และน่าจะเป็นช่วงที่หันเข้าหาดาวฤกษ์ที่เป็นศูนย์กลางของระบบดาวนี้ เพราะความสว่างเป็นตัวบ่งบอกช่วงเวลา แต่ต้องรอดูอีกทีว่ามีช่วงมืดไหม

 

โดยรวมแล้ว ไม่มีสถานที่ไหนที่ดูปลอดภัยเลยนอกจากการนั่งอยู่กับที่

 

ให้ตายสิ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

 

 

 

 

 

 

HOPE

 

เอาล่ะ ผมส่งบีไปดาวดวงนั้นแล้ว พวกคุณก็ควรจะบอกผมสักทีว่าเราจะไปรับบีอีกทีเมื่อไหร่ เบ็นพูดอย่างหัวเสียกับจอมิเตอร์ที่กำลังฉายภาพมนุษย์ที่ศูนย์ควบคุม และแน่นอนว่าเป็นตาแก่ผมหงอกคนเดิมที่เป็นหัวหน้าศูนย์วิจัย

 

ใจเย็นๆ เบ็น

 

เป็นใครจะใจเย็น ก่อนวันรวมทีม นักบินสามคนที่เป็นมนุษย์โลกได้รับการมอบหมายภารกิจซ้อนและจุดประสงค์ของภารกิจ โดยให้ปลอมตัวเป็น 1e เพื่อเป็นเพื่อนกับ บี   1e เพียงหนึ่งเดียวในยานลำนั้น และข้อมูลประวัติของพวกเราจะถูกเซตใหม่ทั้งหมดโดยศูนย์วิจัย ที่ว่ามามีเวลาให้ตัดสินใจเพียงสามชั่วโมงว่าจะยอมรับภารกิจซ้อนนี่หรือไม่ หากไม่ก็จะตัดสิทธิการเป็นนักบินโครงการนี้ทันที

ในวันที่พวกเราพร้อมใจที่จะรับภารกิจนี้ ทุกคนต่างรู้ว่าจุดมุ่งหมายของพวกเราคืออะไร การเป็นเพื่อนกับมนุษย์ต่างดาวไม่ใช่เรื่องง่าย ภารกิจนี้จะส่งบีไปดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่ M31 เป็นดาวเคราะห์ที่เพิ่งถูกค้นพบอย่างลับๆว่าชั้นบรรยากาศมีปริมาณออกซิเจนน้อยกว่าที่ e และที่โลก หรือกล่าวคือมีออกซิเจนเพียง 5%  จุดมุ่งหมายของภารกิจนี้คือการส่งบีไปที่นั่นเพื่อศึกษาการปรับตัวให้มีชีวิตรอดของพวก 1e ตอนที่เราตกลงรับภารกิจเรารับรู้เพียงแค่นั้น

 

แต่ไม่เคยมีการบอกวันสิ้นสุดภารกิจแม้แต่ครั้งเดียว ต่อให้พยายามถามมากี่ครั้งก็ตาม

 

งั้นก็บอกผมสักที

 

ว่า-ผม-ต้อง-ไป-รับ-บี-วัน-ไหน

 

การเน้นคำของเบ็นสามารถเดาอารมณ์ได้ไม่ยากเลยว่า เขากำลัง โมโห หรือ โคตรโมโห

 

ใช่ พวกเราทำภารกิจส่งตัวบีไปดาวนั้นแล้ว คุณก็น่าจะตอบสักที คุณเฉไฉมาจนจะสิบรอบได้แล้วนะ เคทเสริม ดูเธอก็หัวเสียไม่น้อยไปกว่าเบ็น

 

เอาล่ะทุกคน ฟังผมให้ดีๆนะ

 

ทุกคนในยานเงียบต่างรอคำตอบ

 

ภารกิจของ บี 1e ได้สิ้นสุดแล้ว

 

รวมทั้งเธอจะไม่ได้เป็นนักบินในทีมพวกคุณอีกต่อไป

 

หมายความว่ายังไง?’ เบ็นถาม

 

หมายความว่า เราไม่มีกำหนดการที่จะไปรับตัว บี เข้าใจไหม

 

พวกคุณจะบ้าไปแล้วหรอ! นั่นมันฆ่ากันชัดๆ!’ เคทตะโกนออกมาย่างเหลืออด

 

ไหนบอกว่า คุณแค่จะศึกษาโครงสร้างพันธุกรรมของบีไง ไบรอันที่เงียบมานานก็เอ่ยปากออกมา

ตอนนี้ในห้องควบคุมมีเสียงตะโกนด่าทอของเคทกับไบรอันสลับไปมา พวกเขาเอาแต่ด่าสลับกันพร้อมกันบ้าง ด่าด้วยคำเดียวกันบ้าง แต่ที่ถูกต้องที่สุดคือ เขาด่าหัวหน้าศูนย์วิจัย

 

แต่พวกคุณก็ร่วมมือกับผมไม่ใช่หรอ?’ เสียงของมนุษย์คนเดิมที่จอมินิเตอร์เอ่ยตอบ

 

นั่นเพราะว่าเราอยากรู้จักบีมากกว่านี้! พวกเราอยากอยู่กับ 1e โดยที่ไม่ต้องมานั่งคิดว่า เขาจะลุกขึ้นมาทำร้ายเราเมื่อไหร่!’

 

พวกเราก็แค่อยากเป็นเพื่อนกับ 1e การทดลองที่คุณว่ามันเลยเป็นอีกทางที่ทำให้เราปรับตัวเข้าหากัน

 

ทั้งหมดนี้ไบรอันเป็นคนตะโกนออกมา ใช่ ที่ทุกคนยอมสวมบทเป็น 1e เพื่อที่จะทำภารกิจซ้อนนี้ เพราะลึกๆแล้วพวกเราต้องการเป็นเพื่อนกับ 1e ที่ดาว e ถึงแม้จะอยู่ร่วมกันได้ แต่ก็เหมือนมีช่องโหว่ระหว่างเผ่าพันธุ์ที่ทำให้ไม่สามารถคุยกันได้ในหลายๆเรื่อง

เพราะมนุษย์ยังไม่สามารถหาคำตอบโครงสร้างของ 1e ได้อย่างแน่นอน จึงไม่สามารถคาดเดาพฤติกรรมพวกเขาได้

และ 1e ก็ไม่ไว้ใจมนุษย์

ดังนั้นการทดลองนี้ถ้ามันเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ผลสรุปของมันจะช่วยปลดล็อคอะไรหลายๆอย่าง

 

ผมรู้ว่ามันดูโหดร้าย แต่พวกผมไม่สามารถรับรองได้ว่า บี จะมีชีวิตรอดบนดาวดวงนั้น

 

นี่พวกนายหมายความว่า……. พวกนายไม่สามารถรับรองชีวิตของบีแต่ก็ยืนยันที่จะทำการทดลองแบบนี้เนี่ยนะ!’ ไบรอันกระโจนเข้าไปใกล้จอ ตั้งหมัดดุ้นๆเตรียมซัดภาพโฮโลแกรมที่ฉายส่งตรงมาจากดาว e  แต่เบ็นก็เข้ามาห้ามไว้

 

ไบรอัน ใจเย็นก่อน

 

จะเย็นได้ไง บีเป็นเพื่อนเรานะ!’

 

ใช่ บีเป็นเพื่อนเรา แต่ภารกิจที่สำคัญกว่านั้น คือ เรามาหาสาเหตุที่ M31 กับ Milky way เข้าหากันแบบผิดปกตินะ

 

เบ็นพูดถูก

 

นายน่ะ เงียบปากไปเลย ไอแก่!’ เบ็นหันไปตะคอกใส่มนุษย์ในจอ แล้วกดปิดสัญญาณ ถ้าถามว่าภายในห้องนี้ใครใจเย็นสุด ก็น่าจะเป็นเบ็น ด้วยตำแหน่งที่เป็นหัวหน้าทีมเขาต้องควบคุมอารมณ์ทุกคนภายในยานให้อยู่ในขั้นปกติ แต่ถ้าหากมองให้ดีอย่างที่ไบรอันกำลังจ้องตาเขาอยู่ จะเห็นความโทสะของเบ็นที่อยากจะซัดหน้าไอแก่นั่นได้อย่างชัดเจนเลย

 

ไบรอัน ฟังนะ เขาไม่มีกำหนดให้เราไปรับ เราก็ไปรับเองสิ แต่ต้องวางแผน

 

มันแน่อยู่แล้วครับที่ต้องวางแผน แต่เราจะเริ่มแผนที่ว่าเมื่อไหร่

 

การที่เราจะวิ่งเข้าสู่วงโคจรของดาวนั่นที่มนุษย์ใช้รหัสโค้ดว่า A1 โดยที่เราหลุดออกมาจากวงโคจรนั้นแล้วเป็นเรื่องที่ยาก เพราะเราไม่แน่ใจว่าหากเร่งเครื่องเพื่อกลับเข้าสู่วิถีนั้นอีกจะทำให้เรามีเชื้อเพลิงพอสำหรับภารกิจหลักไหม

 

 

เมื่อเราทำภารกิจนี้สำเร็จเคทเป็นคนตอบคำถามหลังจากที่เงียบมานาน

 

 

แล้วฉันเชื่อว่า บี จะรอดจนกว่าจะถึงวันที่เราไปรับเธอนั่นแหละ

 









 

A1

 

นี่มันจะไม่มีอะไรนอกจาก ดิน กับ ลม เลยหรือไง

 

ฉันนั่งนิ่งๆแบบนี้มาสักพักใหญ่ๆ และร่างกายเริ่มส่งสัญญาณแล้วว่าต้องการน้ำ ฉันไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ใต้พื้นดินนี้จะมีน้ำเหมือนโครงสร้างที่ดาวไหม อย่าว่าแต่ใต้ดินเลย ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ดาวบ้านี้มีน้ำสักหยดหรือเปล่า

 

ฉันลุกออกมาจากฝากระโปรงยานแล้วเดินไปเตะก้อนหิน ลักษณะการลอยและระยะที่ไกลมากทำให้พอรู้ว่า แรงโน้มถ่วงที่นี่น้อยกว่าที่ดาว e เยอะ การที่มีแรงโมถ่วงน้อยแสดงว่าฉันจะต้องกึ่งเดินกึ่งลอยหรือเปล่านั้น ก็ไม่จำเป็นเสียเท่าไหร่ ขอบคุณที่รองเท้าที่มากับชุดอวกาศฉันเจ๋งพอที่จะมีฟังก์ชันในการคำนวณเพื่อรองรับสถานการณ์แบบนี้ ทำให้เดินได้ตามปกติ

 

ฉันมองตามก้อนกินที่ฉันเตะออกไปทางทิศตะวันออก จนกระทั่งมีแสงบางอย่างสะท้อนตากลับมา

 

สะท้อนได้แสบตาขนาดนี้ ไม่ใช่น้ำก็โลหะละวะ!

 

ฉันจึงไม่รีรอที่จะรีบรุดเดินออกไปที่นั่นทันที  ระยะทางนั้นไกลมากกว่าเดินไปซื้อข้าวหน้าปากซอย ฉันไม่เคยคิดเลยว่าฉันเตะก้อนหินได้ไกลเป็นกิโลขนาดนี้ สาบานเลยว่าถ้าที่นี่มีการแข่งขันเตะก้อนหิน ฉันต้องเป็นแชมป์โดยไม่ต้องสงสัย ฉันก้มลงมองรอยเท้าของตัวเองที่ย่ำลงไปบนดิน เชื่อไหมว่าฉันลืมคิดไปว่าถ้าหากเดินมาไกลแล้วฉันจะหาทางกลับไม่เจอ เพราะที่นี่มันมีแต่ดินโล่งๆกับลมที่พัดรอยเท้าของฉันให้หายไปในเวลาไม่ถึงห้านาที

 

ฉันเดินมาไกลเกินกว่าที่จะย้อนมองกลับไปแล้วเห็นยาน   01 ไม่ใช่ยานขนาดใหญ่มันเป็นยานที่นั่งเดียวสำหรับนักบินที่ออกมาสำรวจ ขนาดของมันจึงไม่ต่างกับเครื่องบินรบ F16 มากนัก

 

ฉันจึงตัดสินใจเดินไปข้างหน้าต่อ เพราะฉันเชื่อว่าสิ่งที่ฉันเห็นมันจะต้องทำให้ฉันอยู่รอดบนดาวดวงนี้อย่างน้อย 1 วัน

 

 

พระเจ้า มันไม่ใช่น้ำ

 

มันเป็นยานอวกาศ ที่กำลังมีคนนั่งอยู่เฉยๆเหมือนฉันตอนแรก

 

ฉันรีบเดินเข้าไปใกล้ แล้วเช็คที่ข้อมือว่าเป็นระยะทางเท่าไร โชคดีอย่างแรกคือเมื่อฉันออกแรงเดินมาได้ไกลพอค่าอื่นๆตามสภาพแวดล้อมก็แสดงให้เห็นว่าเครื่องนี้ไม่ได้เสีย

 

โชคดีอย่างที่สองคือฉันเจอมนุษย์อวกาศอีกคนหนึ่งนะสิ

 

เห้ คุณ

 

เขาหันมาทางฉัน แล้วถอดหมวกออก โอเค ว่าจะตกใจอยู่เพราะคิดว่าไม่มีออกซิเจน แต่ในเมื่อเครื่องที่ข้อมือฉันมันแสดงให้เห็นปริมานที่มากพอ ฉันเลยไม่แปลกใจหากเธอจะถอดหมวก

 

คุณ ได้ยินฉันหรือเปล่าฉันเดินเข้าไปใกล้เธอ ใช่ เธอ มนุษย์อวกาศที่ว่านั่นเป็นผู้หญิงแหละ เธอผิวค่อนข้างขาว ตาตี่ ผมสีแดงและที่สำคัญ สวย กว่า เคท!

 

คือ ฉันชื่อ บี นะ เป็น 1e’

 

ยานคุณใช้ได้หรือเปล่า พาฉันกลับบ้านได้ไหม คือโดนทิ้งมาน่ะ

 

ฉันที่เอาแต่พูดและเดินเข้าไปใกล้ๆเธอ แต่สิ่งที่ได้คือมีแต่ความเงียบ และ เงียบ

 

แปลก

 

ฉันเริ่มสังเกตชุดที่เธอใส่ มันไม่มีทั้งตราองค์กรของ 1e หรือของดาวโลก หรืออะไรที่ฉันรู้จักเลยสักอย่าง แต่ลักษณะเธอเหมือนพวกเรามาก ไม่ว่าจะใบหน้า สัดส่วน หรือแม้แต่สรีระทางกายภาพ

 

และไม่นานเธอก็คว้าก้อนหินใกล้ๆมาปาใส่หน้าผากฉันที่มีหมวกกันไว้อีกที

 

ฉันขอพูดเป็นครั้งที่2 นะ

 

นี่มันเรื่องบ้าอะไรอีกวะเนี่ย

 

 

 


--------

อย่าเพิ่งว่าเค้าว่าช่วงที่ผ่านรูหนอนไปไหน มันจะค่อยๆแทรกมาเรื่อยๆ 55555 

คือจะสอบแล้วอ้ะ ตะตะแต่ อ่านหนังสือไม่ได้เลย เลวมาก 555555555

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เอ็นดูบี1eกันด้วยน้า

ปล. คริสโผล่มาแล้ว ปาก้อนหินได้ด้วย

 

 



? cactus

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #17 theoneface (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 12:27
    พี่คริสไปปาก้อนหินใส่น้องบีทำไมเล่า
    #17
    0
  2. #16 sweettyploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 10:29
    ใจร้าย ทิ้งนุ้งบีได้ลงคอ
    #16
    0
  3. #15 Ssupriyaa1 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 21:30
    ฮ่าๆ สงสารน้องบี
    #15
    0
  4. #14 neonyayo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 10:54
    กรี๊สสสส คริสสสส นี่ไม่รู้ทำไมขำน้องบีวันอีโดนทิ้ง 5555555 คือมันเป็นเรื่องซีเรียสนะคะ แต่นึกแล้วก็ขำอ่ะ รอตอนต่อไปเลยค่าา
    #14
    1
    • #14-1 bodyguardbc(จากตอนที่ 4)
      10 พฤษภาคม 2560 / 01:38
      สงสารเขานะคะ โดนทิ้งแล้วยังโดนขำอีก
      #14-1
  5. #13 บีคริส (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 22:22
    รีบมาต่อเถอะนะครับไรท์
    #13
    0
  6. #12 satchanakorn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 13:32
    เป็นการพบกันที่รุนแรงมาก 5555555 เจ้าบีผู้น่าสงสาร
    #12
    0
  7. #11 RyoJin2911 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 00:07
    คุณคริส ปาก้อนหินใส่น้องบีตะไม~~~
    #11
    0
  8. #10 bkgen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 11:09
    รอว่าเมื่อไหร่เค้าจะเจอกันน เจอกันแล้ว รอตอนต่อไปเลยค่ะ
    #10
    0
  9. #9 homesixth (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 10:36
    สงสารน้องบี คนใจร้ายอ่ะ เอาน้งไปปล่อยแบบนี้ได้ไง
    เอาใจช่วยนะคะ
    #9
    0