ตอนที่ 22 : Chapter 19 : Tag

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ม.ค. 61


Chapter 19 : Tag

 

แสงสีส้มของอาทิตย์คล้อยต่ำลงลอดผ่านต้นไม้สูง บ่งบอกถึงช่วงเวลาเย็นย่ำ บรรยากาศช่างดูน่าผ่อนคลายเสียจริง แต่ตรงกันข้ามมันกำลังทำให้ผมรู้สึกกระสับกระส่ายไปหมด เพราะอะไรน่ะเหรอ...

เพราะว่าผมยังทำการบ้านไม่เสร็จยังไงล่ะ!

สายตาเพ่งมองไปที่หน้าปัดนาฬิกาหน้าห้องเรียนสลับกับสมุดการบ้านของแพรว ใช้สกิลทั้งหมดที่มีพยายามลอกงานตรงหน้าให้เสร็จก่อนเวลาที่อาจารย์กำหนดส่ง ซึ่งมันก็ใกล้แล้วด้วยสิ ฮืออออ

เยส! เสร็จแล้ว

โวย! เสร็จสักที!”

ข้าวเจ้ากับเปรมร้องดังหลังจากที่มันทำภารกิจเดียวกับผมเสร็จ ให้ตาย! ทำไมมันเสร็จก่อนผมวะ ไม่ได้ๆ ต้องรีบแล้วนะว่าน!

เร็วอิว่าน!” สองคนที่เสร็จก่อนหันมาเร่งผม ไม่ต่างจากแพรวเจ้าของสมุดที่เตรียมตัววิ่งสี่คูณร้อยเพื่อเอาสมุดการบ้านไปส่งที่โต๊ะอาจารย์...แล้วในที่สุด!

เสร็จละโว้ย!” ผมตะโกนบอกแพรวแล้วยื่นสมุดให้มันไป เป็นอันว่าเรียบร้อย

หู้ววว นึกว่าจะไม่ทัน -_-;” ผมพูดกลับตัวเองก่อนจะเก็บของเตรียมตัวไปเรียนพิเศษต่อ

ที่จริงการบ้านวิชานี้อาจารย์ก็สั่งนานแล้วล่ะครับ แต่พวกผมดันลืมกันว่าต้องส่งวันนี้ มารู้อีกทีก็ช่วงบ่ายแล้ว โชคดีที่แพรวแม่พระของกลุ่มมันทำเสร็จก่อนก็เลยเป็นบุญหัวที่สามารถเอาของมันมาคัดลอกได้ ไม่อย่างนั้นคงตายหมู่แน่ๆ จะว่าพวกผมขี้เกียจก็ไม่ได้ (เอาจริงๆก็มีส่วน -_-;) แต่ช่วงนี้งานยุ่งมากจริงๆ ทั้งการบ้านทั้งกิจกรรม ก็แน่ล่ะใกล้ช่วงสอบเข้าทุกทีแล้วนี่ บ่นไปก็เท่านั้นการบ้านยังกองเป็นพะเนิน หลังจากเรียนพิเศษเสร็จก็ต้องไปทำต่ออยู่ดี

ที่จริงถ้าไม่ได้คุยกับปืนคงมีเวลาทำมากกว่านี้น่ะนะ แฮร่

อื้มนั่นสิ ลืมเล่าไปเลยว่าหลังจากวันนั้นที่ปืนขอคอลหาผม วันต่อๆมาเราก็คุยกันแทบทุกวัน มีบางวันที่ผมหรือเขาไม่สะดวกจริงๆถึงไม่ได้คุยกัน ปืนเป็นคนคุยสนุกกว่าที่ผมคิดนะ บางทีผมไม่มีเรื่องคุยเขาก็เป็นฝ่ายเสริมตลอดไม่ให้การสนทนาเงียบไป จนบางครั้งดูเวลาอีกทีก็เลยเวลานอนของผมซะแล้ว เราต่างพูดคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย ชีวิตประจำวันต่างๆ บ้างก็เรื่องเรียน บ้างก็เรื่องส่วนตัว แต่พีคสุดคงเป็นเรื่องของบุคคลที่สามที่ชื่อว่าปลั๊กมากกว่า

หลักจากที่ปืนรู้ว่าผมเป็นแฟนเก่าปลั๊ก ความอยากเผือกของคิ้วท์บอยคนนี้ก็ใช่ย่อย เขาพยายามถามเรื่องผมกับปลั๊กนู่นนี่นั่น จี้ถามเสียจนไม่สามารถปฏิเสธได้ สุดท้ายก็ต้องตอบไป ทั้งเรื่องที่คบกันยังไง ทำไมถึงเลิกกัน บลาๆ -_-; แต่ผมก็ไม่ได้เสียประโยชน์ฝ่ายเดียวหรอกนะ ปืนก็เล่าเรื่องของปลั๊กที่ผมไม่รู้ให้ผมฟังเหมือนกัน เช่นเรื่องแฟนผู้หญิงคนปัจจุบันของเขาที่ชื่อว่า พายน่ะ

ผมบอกลาและแยกย้ายกับชาวแก๊งค์ก่อนที่จะเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้าเพื่อไปสยาม ในระหว่างที่เดินก็มีรถยนต์คันหนึ่งขับตามมาช้าๆจนผมรู้สึกได้ ด้วยความกลัวผมจึงเดินเร็วขึ้นแล้วรถคันนั้นก็ตามมาเช่นเดิม ผมจึงทำเป็นใจสู้หันไปมอง แล้วก็พบว่ารถคันดังกล่าวช่างคุ้นเสียเหลือเกิน ผมหยุดมองได้ไม่ได้ เจ้าของรถก็เปิดกระจกแล้วทักทายผมเป็นการเฉลยคำถามคาใจ

ไงว่าน ร่างหนาในชุดนักเรียนบนรถกล่าวทัก

ปลั๊กงั้นหรอ!

อะ...อื้ม ไงไม่รู้ว่าควรทำหน้าอย่างไรดี เลยแสร้งถามไป มาทำไรแถวนี้

มาหาว่านนั่นแหละ

หื้ม?” คิ้วของผมขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติด้วยความสงสัย

กำลังจะไปเรียนพิเศษไม่ใช่หรอ เดี๋ยวเราไปส่งเขายิ้มหวาน ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงใจเต้นไปแล้ว แต่ตอนนี้น่ะเหรอ

...

ไม่เป็นไรดีกว่า ขึ้นบีทีเอสก็ได้ผมพูดจบก็เดินหนีทันที

ให้ตายเถอะ นี่คิดว่าการที่เขาไม่ส่งข้อความมาหาอีกจะจบกันแล้วนะ ยังจะตามมาถึงโรงเรียนเลยเนี่ยนะ ไม่กลัวคนอื่นเขามองกันแล้วรึไง

เดี๋ยวสิว่าน ให้ปลั๊กไปส่งนะปลั๊กยังขับรถตามมาอยู่

ไม่ล่ะ เกรงใจ

น้า

ปลั๊กทำเสียงออดอ้อน แต่มันไม่เป็นผลหรอกครับ ผมไม่ได้ตอบรับอะไรได้แต่ทำท่าทีนิ่งให้อีกฝ่ายรู้สึกเองมากกว่า แต่ผิดคาด เขาโคตรหน้าทนเลยครับ! จอดรอผมอยู่อย่างนั้นจนรถคันหลังบีบแตรไล่ พอมองไปด้านหลังก็พบว่ามีรถต่ออีกยาวเหยียด หึ้ย!

ให้ปลั๊กไปส่งนะเขายิ้มมุมปากอย่างมีเจ้าเล่ห์เพราะรู้ว่าผมหมดทางเลือก

เออ! ไปก็ไปวะ สุดท้ายผมก็ต้องเข้าไปในรถเขาอยู่ดี ไม่อย่างนั้นก็โดนรถคันหลังสบถด่าแน่ๆ

 

บรรยากาศภายในรถยนต์เงียบสนิทจนได้ยินเสียงดังหึ่งๆของที่ปรับอากาศ ผมกับปลั๊กไม่ได้พูดคุยอะไรกันตั้งขึ้นรถมาแล้วก็ไม่อยากจะคุยเสียด้วยสิ ผมไม่รู้ควรทำอย่างไรเลยเลือกที่จะเบือนหน้าออกไปมองทางหน้าต่างหนีจากอีกฝ่าย สายตามองท้องถนนสลับกับมองนาฬิกาข้อมือพบว่าผมเพิ่งผ่านไปประมาณห้านาทีเองแต่ทำไมความรู้สึกถึงได้นานกว่านั่นวะ ฮืออออ

ว่านปลั๊กพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ขณะที่สายตามองตรงไปด้านหน้า ผมไม่รู้จะพูดอะไรจึงทำได้เพียงแค่หันหน้าไปก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดต่อ ร้อนเปล่า ปรับแอร์ได้นะ

ไม่ล่ะ โอเคแล้ว

เปิดแพลงได้นะปลั๊กพูดต่อ

อื้ม ไม่เป็นไร เงียบอย่างนี้ก็ดีแล้วผมกลับไปมองที่หน้าต่างต่อโดยไม่สนใจปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แล้วดูเหมือนเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรเช่นกัน

บรรยากาศกลับมาเงียบและอึดอัดอีกครั้ง จนตอนนี้ผมแทบอยากจะกดปุ่มวาร์ปไปสยามเลยให้รู้แล้วรู้รอด แต่เสียอยู่อย่างเดียวมันทำไม่ได้ไง อีกอย่างความเป็นจริงช่วงเย็นๆแบบนี้รถก็เริ่มติดแล้วด้วย ผมมองไฟสีแดงที่ปรากฏเป็นเลขสามหลักแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ให้ตายเถอะ ติดนานไปไหม!

ว่านปลั๊กเรียกชื่อผมอีกครั้ง ทำให้ความคิดก่อนหน้าปลิวหายไป เรากลับมาคืนดีกันได้ไหม...

...ผมนิ่งไปเมื่ออีกฝ่ายโพล่งประโยคเมื่อครู่ออกมา ก่อนที่จะค่อยๆหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้

ว่าน...

ถ้าจะคุยเรื่องนี้ก็พอเหอะ

...

เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอกผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบ

ทำไมล่ะว่าน ปลั๊กขอโอกาสได้ไหมปลั๊กเอื้อมมาจับมือผม

...โอกาสหรอ เราว่าเราเคยให้ปลั๊กไปแล้วนะ แต่ปลั๊กทำมันพังเองมากกว่าผมพูดเสียงจริงจังมากขึ้น ผมยังจำภาพวันที่เขาพาผู้หญิงคนนั้นมากินข้าวที่ร้านประจำได้อยู่เลย

ไม่ ผมจะไม่ร้องไห้...

แต่ว่า...

กลับไปเคลียร์กับผู้หญิงที่ชื่อว่าพายก่อนดีกว่าผมพยายามกลั้นน้ำตาแล้วพูดเสียงแข็งใส่เข้าไป ก่อนที่จะสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับอยู่

ปลั๊กนิ่งไปสักพักหนึ่งเมื่อผมพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นออกมา ผู้หญิงคนที่เขาก็รู้ว่าคบเธอในสถานะอะไร

...ปลั๊กยอมรับว่าผิด แต่ถ้าปลั๊กเลิกยุ่งกับพายล่ะ...เขาพูดเสียงแผ่ว ...ว่านจะกลับมาคืนดี...

พอเถอะ!” ผมขัดขึ้นเสียงดัง ความรู้สึกคนไม่ใช่ของเล่นนะ ที่ปลั๊กจะมาโยนเล่นทิ้งๆขว้างๆ พอเบื่อผู้ชายก็ไปคบผู้หญิง พอเบื่อผู้หญิงก็มาคบผู้ชาย...อย่างนี้หรอ มันจะเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยรึเปล่า!” ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมร่ายยาวไปขนาดนั้น มันเหมือนกับเป็นความรู้สึกลึกๆข้างในของผมที่อยากจะพูดออกมา

ฟังก่อนสิว่าน เราไม่เคยเบื่อว่านนะ แต่เราแค่...สับสนน่ะ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเรารักว่าน...ปลั๊กแก้ต่างออกมา

งั้นหรอผมไม่ได้สนใจเหตุผลปลอมๆของเขาหรอกนะ รู้ตัวช้าเนอะ

ว่าน..

เลิกพูดเรื่องนี้ ตอนนี้เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะ แต่ถ้าปลั๊กยังทำแบบนี้อยู่เราอาจจะไม่คุยกับปลั๊กเลยก็ได้ผมพยายามใจแข็งพูดออกไป ทั้งๆที่น้ำตาที่กลั้นอยู่มันแทบจะไหลออกมาอยู่แล้ว

...อื้ม

ปลั๊กตอบผมแค่นั้น ประจวบเหมาะกับที่สัญญาณไฟแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี ทำให้เขาละสายตาจากผมไปจับพวงมาลัยรถขับตรงไปข้างหน้า หลังจากนั้นบรรยากาศอันแสนอึดอัดก็กลับมาอีกครั้ง ผมพยายามฝืนไว้ อีกไม่นานก็ถึงที่เรียนพิเศษแล้ว

 

ไม่นานมากนักรถของปลั๊กก็มาจอดเทียบหน้าอาคารเรียนพิเศษ ผมบอกขอบคุณเขาก่อนที่จะปลดเข็มขัดนิรภัยเพื่อออกจากรถ แต่ก็โดนเสียงของอีกฝ่ายเรียกขัดขึ้นเสียก่อน

เดี๋ยวก่อนว่านปลั๊กเรียกเสียงเรียบ ทำให้ผมหันไปมอง เรื่องไอ้ปืนน่ะ

ว่าจะไม่พูดด้วยแล้วแท้ๆ แต่พอได้ยินชื่อคนที่เขาอ้างถึงก็อดไม่ได้

ปืน?

...เห็นเป็นคู่จิ้นกันไง มันไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะปลั๊กมองผมด้วยสายตาอ่านยาก ผมรับฟังแต่ไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาคงแค่หาเรื่องปืนเฉยๆ

...อื้ม ขอบคุณนะที่เตือน ผมละจากเขาแล้วกำลังจะเปิดประตูรถก็โดนแทรกขึ้นอีกรอบ

ไอ้ปืนเนี่ยมันฉลาดนะ เมื่อก่อนยังด่าพวกกระแสคู่จิ้นอยู่เลย แล้วดูสิอยู่ๆก็มาเกาะกระแสซะงั้น ตลกดีคนพูดยิ้มเยาะ ผมมองหน้าเขานิ่งไม่รู้ว่าทำไมต้องรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนราวกับว่าตัวเองชื่อปืน ทำให้ผมสวนกลับปลั๊กไป

อย่าเอาตัวเองมาเป็นที่ตั้งดีกว่านะ เราว่า

หื้อออ ท่าจะสนิทกันจริงแฮะ...ปลั๊กทำหน้าเหลือเชื่อ ไม่หรอก เราก็แค่หวังดีน่ะ

หวังดี?” ผมเอียงคอสงสัย

คิดว่าเราจะดูไม่ออกเลยหรอ ว่าว่านรู้สึกยังไงกับไอ้ปืนน่ะปลั๊กจี้จุด ทำให้ผมที่ถูกสายตาคมของคนตรงข้ามครอบง่ำจนไม่สามารถหลบหลีกได้ จึงทำได้แค่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร

ไม่นานปลั๊กก็พูดขึ้นพร้อมสายตาที่มองผ่านหน้ากระจกรถ หึ นั่นไงมาละ

ผมมองตามสายตาของอีกฝ่ายก็พบกับบุคคลที่เขาพูดชื่อถึงเมื่อครู่ ร่างสูงเดินโผล่ออกมาจากมุมตึก ยืนพิงพนักจ้องมองตรงมาทางนี้ พร้อมยกมือทักทายที่สายตาเราสบกัน

อย่าไปหวั่นไหวกับมันดีกว่าปลั๊กพูด

...ผมไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่อีกฝ่ายกลับพยายามโน้มตัวมากระซิบข้างหูผม

ปืนมันมีแฟนแล้ว...ผู้หญิงซะด้วยสิ

จึ้ก

ประโยคดังกล่าวยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผม เหมือนกำลังถูกลูกธนูยิงเข้ากลางอก เป็นความรู้สึกเจ็บที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้ เหมือนหัวใจกำลังโดนของหนักถ่วงเอาไว้

ทำไมถึงรู้สึกหน่วงล่ะ

ผมสลัดคำพูดของเขาออกจากหัวแล้วทำตัวให้ปกติที่สุด เพื่อให้ปลั๊กรู้ว่าคำพูดของเขาไม่เป็นผล ก่อนเปิดประตูรถของปลั๊กแล้วเดินตรงไปหาปืนทันที ร่างสูงทำท่าอ้าวงแขนเหมือนจะกอด แต่เปล่าเจ้าตัวแค่เอามือมาโอบไหล่ผมอย่างเคย

อ้าว เหี้ย ปลั๊กปืนพูดยิ้มๆแต่กลับเน้นเสียงหนักทุกคำพูดกับคนที่ลงรถตามมา

หวัดดี เหี้ย ปืนปลั๊กก็เช่นกัน

เป็นไงมาไงถึงได้มาส่งว่านล่ะฟังก็รู้ว่าไม่ใช่น้ำเสียงจริงใจ -_-;

...ก็

เอ่อ!” ผมพูดขัดปลั๊กทันที เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรไม่เข้าท่าออกมา ...พอดีปลั๊กผ่านหน้าโรงเรียน แล้วเจอเราพอดีก็เลยแวะมาส่งน่ะพูดจบผมก็เหล่มองปลั๊กเพื่อสังเกตท่าทีแต่เขาก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมา

ก็ตามนั้นเขายักไหล่ ดูแลว่านด้วยนะ กูไปละ

ได้ กูต้องดูแลว่านอยู่แล้ว เนอะปืนหันมาขยี้หัวผมอย่างหมั่นเขี้ยว

วันนี้มันเป็นอะไรเนี่ยห้ะ ดูมุ้งมิ้งจังเลย -_-;

อืม น่ารักดี แต่ตรงนี้ไม่มีแฟนคลับไม่ต้องเซอร์วิสก็ได้นะปลั๊กยิ้ม

...ผมไม่พูดอะไรแค่ส่งยิ้มแห้งกลับไปแค่นั้น

ปลั๊กมองผมด้วยสายตาที่มีเลศนัยก่อนที่จะพูดประโยคสื่อความนัยที่ผมกับเขาเข้าใจแค่สองฝ่ายพร้อมรอยยิ้มร้าย ...ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองถามเพื่อนมันดูได้นะ

ปลั๊กทิ้งปริศนาไว้แค่นั้นก่อนที่จะเดินกลับไปที่รถ ทิ้งให้ปืนยืนงงอยู่แบบนั้น

...มันเล่าอะไรให้ฟัง -_-”

...เปล่า

แค่เล่าว่าปืนมีแฟนอยู่แล้วก็แค่นั้นเอง...

 

บ้าไปแล้วววว ทำไมวันนี้เรียนไม่รู้เรื่อง! ไม่มีสมาธิอยู่กับเนื้อกับตัวเลย ใจมัวแต่คิดอะไรก็ไม่รู้...ตามจริงก็ไม่เชิงว่าไม่รู้หรอก ยอมรับก็ได้ว่าในหัวผมตอนนี้มีแต่เรื่องปืนและแฟนปริศนาของเขา ไม่คิดเลยเลยว่าคำพูด (ลอยๆ) ของปลั๊กจะมีอิทธิพลขนาดนี้ ฮืออออ แต่ดีหน่อยที่วันนี้มีเบรกสิบนาทีขั้นระหว่างพักใหญ่ ผมเลยกะว่าจะไปล้างหน้าล้างตาเพื่อดึงสติกลับมา

แปะ

สัมผัสมือนุ่มจากไหนไม่รู้มาแปะเข้าที่หน้าผากของผม ผมหันไปมองตามทิศที่มาก็พบว่าเป็นมือของร่างสูงข้างๆ

อะไรเนี่ยผมพยายามเอามือปืนออกจากหน้าผาก

ตัวก็ไม่ได้ร้อนนี่เขาพูด

ห้ะ ก็สบายดี ทำไมต้องตัวร้อนอ่ะผมขมวดคิ้วถามเขาไป

ใช่หรอ แล้วทำไมหน้านิ่งงั้นล่ะเจ้าตัวเอียงคอถาม

คิดว่าน่ารักรึไง -3-

เปล่าสักหน่อยผมตอบปัดไป

แน่ใจ...เขาถามเสียงสูงอย่างไม่เชื่อ ...เรื่องไอ้เชี่ยปลั๊กใช่ไหม

ใช่ที่ไหนล่ะ เรื่องคนที่ชื่อปืนต่างหาก! “เอ่อ...คงงั้น

กะแล้ว...ไม่งั้นมันคงไม่มาส่ง มันคุยอะไรบ้างล่ะ ปืนเปลี่ยนระดับเสียงให้จริงจังกว่าเดิม

เรื่องขอคืนดีน่ะผมบอกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

แม่งตื้อจังวะ ทำตัวเลวก่อนเองแท้ๆอยู่ๆปืนก็ของขึ้นเสียอย่างนั่นจนผมมองแล้วก็เผลอลอบยิ้มออกมาไม่รู้ตัว แต่ก็ต้องพยายามเกร็งหน้านิ่งรักษาคาแรกเตอร์ช่วงแรกไว้แล้วตอบมันไปว่าไง

ยังไงก็ไม่ -_-;;”

หูย เฉียบมากไอ้หนูของพี่ว่าแล้วเขาก็เอามือหนามาขยี้ผมอีกแล้ว!

แล้วเรียกใครว่าไอ้หนู!? -_-

พอๆๆๆผมพยายามแกะมือเขาออก คนในห้องมองกันหมดแล้วววว

ดีแล้ว อย่าไปคิดมากเลย เลิกสนใจเหอะเขายิ้ม

อื้มมม เดี๋ยวขอไปห้องน้ำแปปนึงเขาพยักหน้ารับพร้อมยิ้มอีกครั้งที่ละมุนกว่าเดิม

เอิ่ม...จะเขินทำไมเนี่ย!

 

ซ่า

ตามจริงแพลนที่คิดคือจะมาล้างหน้าเพื่อเรียกสติ แต่คนชื่อปืนทำผมสติกระเจิงไปกว่าเดิมด้วยรอยยิ้มบ้าบอนั่นตั้งแต่ในห้องแล้วครับ อะไรวะก่อนหน้ายังคิดวนเวียนกับเรื่องแฟนของเขาแท้ๆ พอเจอรอยยิ้มพิฆาตเข้าไป ความคิดนั้นหายไปเลย โวยยยยยย ไอ้ว่านเมื่อก่อนเคยสามารถควบคุมตัวเองได้มากกว่านี้นะเว้ย พอเลยพอออออ ผมพยายามไม่คิดเรื่องอะไรทั้งนั้นก่อนที่จะเอามือรองน้ำเย็นจากก๊อกที่เปิดไว้ตบเบาๆเข้าที่ใบหน้า ความเย็นของน้ำเมื่อกระทบกับผิวหน้าทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและมีสติขึ้นมาบ้าง

อย่าไปหวั่นไหวกับมันดีกว่า

ซะที่ไหนล่ะ ทำไมคำพูดของปลั๊กมันหลอนอย่างนี้วะ -_-;

พอเลย พอ!”

อ่า ใจเย็นๆ ฮะๆ

เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้นจากทางประตู ทำให้ผมเหลือบมองต้นทางของเสียงก็พบกับผู้ชายร่างสูง ที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตาพอสมควร เพื่อนปืนยังไงล่ะ

เชี่ยเหอะ เมื่อครู่ผมดันพูดกับตัวเองเสียอย่างนั้น เขาจะมองตูเป็นคนบ้าไหมเนี่ย ฮือออออ

เรียนหนักหรอ ฮะๆเขายังหัวเราะต่อ ก่อนที่จะเดินไปที่โถปัสสาวะ

คงงั้น แหะๆ...ผมหัวเราะแห้งๆไป เลยแกล้งแซ็วเขาแก้เก้อแทน หายไปหลายวันเลยนะ

ขี้เกียจนึดหน่อยขี้เกียจเกือบสัปดาห์เนี่ยนะ แต่ไอ้ปืนแม่งโคตรขยัน มาได้มาดี สงสัยเห่อเพื่อนใหม่เพื่อนปืนหัวเราะออกมาน้อยๆ ก่อนที่จะเดินออกมาจากโถปัสสาวะ แล้วตรงมาทางอ่างล้างมือที่ผมยืนอยู่

ปืนมันมีแฟนแล้ว...ผู้หญิงซะด้วยสิ

ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองถามเพื่อนมันดูได้นะ

แล้วอยู่ๆความคำพูดของปลั๊กก็ลอยขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เพื่อนงั้นหรอ ก็นี่ไงเพื่อนปืน เขาต้องรู้แน่นอนว่าปืนมีแฟนอยู่จริงรึเปล่า หรือแค่เรื่องที่ปลั๊กเสริมขึ้นมาเอง

จะถามดีไหมวะ..

เอ่อ...คือ

หือเขามองผมผ่านทางกระจก

ถามเลยว่าน! อาจารย์เคยบอกว่าอยากรู้อะไรให้ถาม ฉะนั้นถามเลย! อย่าค้างคา!

...

...

เอ่อ ไม่มีไร เข้าห้องล่ะ

เชี่ยว่านนนนน ไอ้อ่อน! ฮือออออออออออ

 

ผมรีบเดินเข้าห้องทันทีปล่อยให้เพื่อนปืนยืนงงอยู่แบบนั้นแหละครับ ผมพยายามทำตัวไม่มีพิรุธเดินเข้าสู่ที่นั่งแล้วก็พบว่าเพื่อนผู้หญิงสองคนข้างๆผมกลับมานั่งที่แล้ว ผมยิ้มให้นุ๊กกับปรางเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งที่ตนเอง

ว่านๆเสียงหวานเรียกชื่อผมทำให้ไปมองเธอ เราขอถ่ายรูปแกกับปืนได้ป่ะ

ห้ะ ถ่ายรูปเนี่ยนะผมเหล่มองไปทางปืนซึ่งเขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ส่วนผมน่ะเหรอ งงสิครับ

ใช่ๆ พอดีเพื่อนเราตามคู่ว่านกับปืนจากในเพจน่ะ มันชอบมากเลยนะเสียงหวานอีกคนเสริม

แล้วทำไมทั้งสองคนต้องทำสายตามีกลิตเตอร์ด้วยล่ะ มันเป็นประกายวิ้งค์มากๆเลยนะ ฮือออ

ได้สิ แต่ไม่รู้ว่า...ผมเหลือบมองคนร่างสูงเพื่อถามความสมัครใจ แต่...

ได้ดิ ว่านโอเคเราก็โอเค

นั่นแหละ ยังไม่ทันได้ถามอะไรอยู่ๆเขาก็โพล่งขึ้น เหมือนคนที่ดักฟังตลอดเวลาแต่แค่รอให้ผมเปิด แล้วทำไมต้องยิ้มมุมปากแบบนั้น! เจ้าเล่ห์โคตร!

อ่า ได้ดิผมตอบรับไป ได้แต่งงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ที่งานโรงเรียนก็พอเข้าใจได้น่ะนะแต่นี่นอกสถานที่ไง ทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิมอีก!

ต้องทำงะ...

ผมที่กำลังจะถามคิ้วท์บอยที่ดูจะมีประสบการณ์ด้านนี้มากกว่า แต่กลับได้คำตอบเป็นการโดนเขาโอบไหล่แทน แถมยังกระชับให้แนบชิดตัวจนผมได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ พร้อมกับยิ้มหวานให้โทรศัพท์ดีไซน์สวยตรงหน้า ก่อนที่เจ้าของจะนับเลขเป็นสัญญาณ

แชะ...ยังยิ้มไม่ทันเลย T_T

ยังไม่พอคนชื่อนุ๊กยังนับต่อ เดี๋ยวๆคิดท่าไม่ทันนนนน ผมก็เลยได้แต่ยิ้มตัวเกร็งในอ้อมวงแขนของปืนแค่นั่นล่ะครับ แต่อยู่ๆหัวผมก็แนบชิดกับหัวปืนได้ยังไงก็ไม่รู้!

เชี่ยยยย ปืนเอามือมาจับหัวผมให้โน้มไปหาเขาอย่างนั้นหรอ!

“’งื้อ ขอบคุณน้าเธอพูดพร้อมยิ้มหวานประกายกลิตเตอร์ ประจวบเหมาะกับที่หน้าจอโทรทัศน์ส่งสัญญาณขึ้นเป็นการบอกว่าหมดเวลาลั้ลลาแล้วจงเรียนต่อ

ผมละจากเธอสองคนแล้วมองไปยังร่างสูงข้างๆว่าจะเคลียร์เรื่องเมื่อครู่เสียหน่อย แต่เขากลับไม่รู้ร้อนรู้หนาวแถมยังนั่งเล่นโทรศัพท์อีก ช่างเถอะ เรียนต่อก็ได้ -3-

เรียนได้ไม่นานโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้น ผมจึงหยิบขึ้นมาดูคิดว่าคงเป็นไลน์เพื่อน แต่มันกลับไม่ใช่มันเป็นการแจ้งเตือนแอพลิเคชั่นอินสตราแกรม

แจ้งการแท็กรูปงั้นหรอ...

ผมจึงกดเข้าไปดูแล้วก็ถึงกับ...สตั้นสามวินาที

มันเป็นแอคเคาท์อินสตราแกรมของปืนที่มีผมถ่ายรูปคู่กับเขา! รูปที่ผมกับปืนหัวแนบชิดกัน! ในห้องเรียนพิเศษ! เมื่อกี้! พร้อมกับแคปชั่นที่ว่า

PUENGUN_ยิ้มหน่อย : )

เขาไปเอารูปมาได้ยังไง ให้ตายเถอะ!

ผมหันขวับไปหาเจ้าตัวทันทีเพื่อต้องการคำตอบ แต่สิ่งที่เห็นคือปืนไม่ได้มีทีท่ายังไงนอกจากเตรียมการยิ้มกวนตามฉบับส่งมาให้ผม

ยิ้มได้ยังปืนถาม

อะไร

ยิ้มได้แล้ว...ไม่ชอบตอนหน้านิ่งอ่ะ

ผมไม่ได้ตอบอะไรได้แต่พยักหน้ารับ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอาใบหน้าเข้ามาใกล้พร้อมเอานิ้วชี้ดันมุมปากของผมขึ้น

ไหนยิ้มดิ

ตึกตัก

ห้ะ...

ยิ้ม

...ผมไม่ได้ตอบกลับไปได้แต่ (พยายาม) ยิ้มตามที่เขาบอก

ดีมากปืนยิ้มอย่างพอใจที่ผมทำตาม

ให้ตายเถอะ! หัวใจผมเต้นโครมครามไม่หยุดแล้ว!

แล้วทีนี่จะห้ามไม่ให้ผมหวั่นไหวได้ยังไง ก็ดูปืนสิ! ความผิดปืนล้วนๆเลยครับ! ฮืออออออออออ




__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              28/01/2018

รู้สึกดีใจโคตร ที่เดือนนี้อัพได้ 2 ตอน ฮา
เพราะปกติเราเบี้ยวตลอดเลย (ก้มหัวยอมรับ)
มาลุ้นเดือนหน้าต่อนะว่าเราจะทำอีกได้ไหม ฮือ

ช่วงนี้จะเป็นช่วงฤดูรักสามเส้าอ่ะเนาะ
อีกคนก็เอาใจจะขอกลับมาคืนดี
อีกคนก็ดันเผลอใจไปให้เขาซะแล้ว
เป็นว่านนี่ชีวิตลำบากสุด
(อิจฉานั่นแหละ ฮ่าๆ)
ใครทีมปืน ใครทีมปลั๊ก เลือกเอาเลยยยยย

PS. ตอน20 แพลนต้นเดือน แต่ไม่คอนเฟิร์มนะครับ
จะแจ้งรายละเอียดที่เพจอีกที เพราะภารกิจอันหนักอึ้งมาอีกแย้ว
TT
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ สมอเรือ’  ได้เลย
คอมเม้นต์ ติชมได้น้า ขอบคุณค้าบบบ

 

..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #34 CS2094 (@cream_thaweerat) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 23:06
    ปืน เอ๊ะยังงายยยย
    #34
    0